00:00:00 → 00:00:00[เพลง]
00:00:00 → 00:00:03ผลกระทบของน้ำตาลเนี่ยทำให้เกิดการอักเสบ
00:00:03 → 00:00:05เรื้อรังภูมิคุ้มกันของเราก็ทำงานได้ไม่
00:00:05 → 00:00:08ดีนะครับมีการศึกษาวิจัยว่าหลังจากเราได้
00:00:08 → 00:00:10รับน้ำตาลในปริมาณสูงๆเข้าไปเนี่ยมันทำ
00:00:10 → 00:00:12ให้เม็ดเลือดขาวเนี่ยครับที่ทำหน้าที่จับ
00:00:12 → 00:00:15กินเชื้อโรคเนี่ยประสิทธิภาพลดลงถึง 50%
00:00:15 → 00:00:17ภายใน 1-2 ช่มง
00:00:17 → 00:00:19>> โอในห้องครัวของเราเนี่ยแหละครับเป็น
00:00:19 → 00:00:23แหล่งภัยเงียบแฝงเลยผลิตเจ้า PM 2.5 5
00:00:23 → 00:00:25จากการเผาไหม้ที่เราต้องผัดแกงทอดของเรา
00:00:25 → 00:00:27นี่แหละครับเหรอฮะ
00:00:27 → 00:00:30>> นอนดึกพักผ่อนน้อยโกสฮอร์โมนหลั่งได้ไม่
00:00:30 → 00:00:33เต็มที่ไม่ได้ฟื้นฟูเซลล์ต่างๆเซลล์ของ
00:00:33 → 00:00:35เราก็เสื่อมไปมันเสื่อมมันแก่ปุ๊บแต่มัน
00:00:35 → 00:00:39ไม่ตายสิมันก็จะเกิดซอมบี้เซลล์ครับแล้ว
00:00:39 → 00:00:42วันดีคืนร้ายขึ้นมาเนี่ยมันก่อให้เกิดการ
00:00:42 → 00:00:44อักเสบเยอะขึ้นแล้วไปเหนี่ยวนำทำให้เกิด
00:00:44 → 00:00:47โรคเรื้อรังเป็นเบาหวานเป็นหัวใจเป็น
00:00:47 → 00:00:48มะเร็ง
00:00:48 → 00:00:50>> เท่าที่ฟังดูมันหลีกยาก
00:00:50 → 00:00:52>> ถูกต้องครับ
00:00:52 → 00:00:53>> เราจะช่วยร่างกายเราได้ยังไงบ้าง
00:00:53 → 00:00:57>> อาหารครับที่มีฤทธิ์ต้านอักเสบได้ดีแล้ว
00:00:57 → 00:01:00เป็นที่ฮิตฮอตpoปูล่ามากคือสารที่ชื่อว่า
00:01:00 → 00:01:02ออเหรอ
00:01:02 → 00:01:05>> รู้ทันภัยเงียบจากการอักเสบเรื้อรังต้นตอ
00:01:05 → 00:01:07ที่ทำให้ร่างกายค่อยๆพังกับผู้ช่วย
00:01:07 → 00:01:10ศาสตราจารย์ดร.เอกราชผู้เชี่ยวชาญด้าน
00:01:10 → 00:01:13โภชนาการชะลอวัยสุขภาพดีเริ่มได้แค่รู้
00:01:13 → 00:01:16ให้ทัน
00:01:16 → 00:01:19ก่อนจะไปชมคลิปนี้พี่ตั๊กมี 1 คำถามที่
00:01:19 → 00:01:22อยากจะให้ทุกคนถามตัวเองว่าคุณรู้จักร่าง
00:01:22 → 00:01:26กายและใจของตัวเองดีมากน้อยแค่ไหนถ้าคำ
00:01:26 → 00:01:30ตอบคือไม่แน่ใจ Life Expo 2025 คือ
00:01:30 → 00:01:33โอกาสที่คุณจะได้สำรวจตัวเองทั้งในเรื่อง
00:01:33 → 00:01:37ของสุขภาพกายและสุขภาพจิตและการสร้างแรง
00:01:37 → 00:01:40บันดาลใจให้กับชีวิตของคุณในเวอร์ชั่นที่
00:01:40 → 00:01:43ดีกว่าเดิม 15-16 พฤศจิกายนนี้เรามาเจอ
00:01:44 → 00:01:48กันที่ UOB Life MS Life Expo 2025
00:01:48 → 00:01:51อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของคำตอบมาค้นหาตัว
00:01:51 → 00:01:55คุณที่ดีกว่าเดิมด้วยกันค่ะคำ Explore
00:01:55 → 00:01:58the better you
00:01:58 → 00:02:03[เพลง]
00:02:03 → 00:02:05ถ้าพูดถึงเรื่องของการอักเสบเนี่ยหลายคน
00:02:05 → 00:02:09ก็บอกอักเสบอ้าร่างกายมันบวมมันปูดมันโป
00:02:09 → 00:02:12มันแดงมันมีหนองอันนี้เขาเรียกว่าอักเสบ
00:02:12 → 00:02:14จริงๆแล้วเขาบอกว่าการอักเสบไม่ใช่แค่
00:02:14 → 00:02:16สิ่งที่เรามองเห็นมันอาจจะเกิดจากการ
00:02:16 → 00:02:20อักเสบจากภายในก็ได้อาจารย์ช่วยบอกหน่อย
00:02:20 → 00:02:22อธิบายให้ฟังหน่อยว่าการอักเสบในร่างกาย
00:02:22 → 00:02:24มันมีกี่ประเภทแล้วมันแตกต่างกันยังไง
00:02:24 → 00:02:26>> ครับผมก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับว่าในทาง
00:02:26 → 00:02:29การแพทย์เนี่ยการอักเสบเนี่ยจะมีอยู่ 2
00:02:29 → 00:02:32รูปแบบด้วยกันนะครับอักเสบแบบแรกก็คือ
00:02:32 → 00:02:36อักเสบแบบเฉียบพันนะแบบที่เราเห็นแผลฝี
00:02:36 → 00:02:39หนองพุพองบวมแดงอ่าปรากฏขึ้นมาให้เราเห็น
00:02:39 → 00:02:42และนะครับซึ่งอักเสบแบบเนี้ยเป็นกลไกตาม
00:02:43 → 00:02:45ธรรมชาติของร่างกายมันเป็นสิ่งจำเป็นและ
00:02:45 → 00:02:47สำคัญนะครับเพราะเวลาเรามีการบาดเจ็บหรือ
00:02:47 → 00:02:51ติดเชื้อนะครับมันจะส่งสัญญาณและให้หลั่ง
00:02:51 → 00:02:53สารอักเสบออกมาเพื่อเรียกเม็ดเลือดขาวมา
00:02:53 → 00:02:56จับกินเชื้อโรคและซ่อมแซมบาดแผลนะหรือการ
00:02:56 → 00:02:59ติดเชื้อนั้นๆเนี่ยให้มันหายไปแล้วมัน
00:02:59 → 00:03:01เป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกายที่มี
00:03:01 → 00:03:04ความจำเป็นในการอักเสบแบบเฉียบพันธุส่วน
00:03:04 → 00:03:07อักเสบแบบที่ 2 เราเรียกว่าอักเสบเรื้อ
00:03:07 → 00:03:08รังครับ
00:03:08 → 00:03:08>> เรื้อรัง
00:03:08 → 00:03:11>> อ่าอันเนี้ยเป็นการอักเสบที่ถือว่าเป็น
00:03:11 → 00:03:12ภัยเงียบแฝง
00:03:12 → 00:03:13>> ไม่แสดงอาการ
00:03:13 → 00:03:17>> ไม่แสดงอาการเหมือนไฟไหม้บ้านค่อยๆรามไป
00:03:17 → 00:03:18อยู่ในร่างกายของเรา
00:03:18 → 00:03:19>> ปลวกกินบ้าน
00:03:19 → 00:03:22>> ใช่ครับพอรู้อีกทีนึงอ้าวบ้านพังแล้วเกิด
00:03:22 → 00:03:25โรคเรื้อรังต่างๆตามมาแล้วเพราะไอ้เจ้า
00:03:25 → 00:03:28การอักเสบเรื้อรังเนี่ยนะครับมันเกิดขึ้น
00:03:28 → 00:03:30จากพฤติกรรมของเรานี่แหละครับไลฟ์สไตล์
00:03:30 → 00:03:31ของเรา
00:03:31 → 00:03:32>> การกินเกี่ยวมั้ย
00:03:32 → 00:03:35>> เกี่ยวข้องโดยตรงเลยครับอาหารแปรรูป
00:03:35 → 00:03:38possess food แปรรูปขั้นสูงขั้นสุดก่อ
00:03:38 → 00:03:40ให้เกิดการอักเสบนะก็คือ
00:03:40 → 00:03:42>> ขั้นสุดเลยครับพอแปรรูปเนี่ยมันมี 4
00:03:42 → 00:03:45ระดับไอ้ขั้นสุดเลยเนี่ยคือโอ้โหมันผ่าน
00:03:45 → 00:03:48กระบวนการเยอะแยะมากมายเลยเพราะมันมีสาร
00:03:48 → 00:03:50กันบูดกันเสียโดยเฉพาะในกลุ่มไนเตรต
00:03:50 → 00:03:53ไนไตรท์ซึ่งเวลาร่างกายได้รับเข้าไปผ่าน
00:03:53 → 00:03:56ระบบย่อยนะกรดที่กระเพาะมันจะเปลี่ยนเป็น
00:03:56 → 00:04:00สารไนโตรซามีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งครับ
00:04:00 → 00:04:02แล้วเ้ามีการศึกษาวิจัยนะครับว่ากินพวก
00:04:02 → 00:04:05Ultra Pate Food เนื้อสัตว์แปรรูป
00:04:05 → 00:04:07เนื้อแดงแปรแปรรูปเนี่ยแค่อาทิตย์เดียวนะ
00:04:07 → 00:04:10ครับกินทุกวันนะพี่ตั๊กสามารถที่จะเพิ่ม
00:04:10 → 00:04:13สารอักเสบในเลือดเพิ่มขึ้นเลยพวกไซโตไคด
00:04:13 → 00:04:14เพิ่มสูงขึ้น
00:04:14 → 00:04:18>> พวกคุณเชียงหมูหยองนี่เล่นการอักเสบมถือ
00:04:18 → 00:04:20ว่าเป็น Ultra Pet Food ครับเอ่อเนื้อ
00:04:20 → 00:04:24สัตว์แปรรูปไส้กรอกแคมเบคอนแล้วก็จะมีใน
00:04:24 → 00:04:27กลุ่มของพวกขนมขบเคี้ยวครับ
00:04:27 → 00:04:30>> อ่าพวกนี้ก็แปรรูปขั้นสุดคุกกี้
00:04:30 → 00:04:34เบอร์เกอรรี่โดนัทน้ำหวานน้ำอัดลมชานมไข่
00:04:34 → 00:04:37มุกโอ้พวกนี้แปรรูปขั้นสุดหมดเลย
00:04:37 → 00:04:38>> ทานไม่ได้สักอย่างเลย
00:04:38 → 00:04:41>> อ่าทันได้ครับแต่ปริมาณที่รับประทานควร
00:04:41 → 00:04:43กินแต่น้อยแล้วเรารู้แล้วมื้อนั้นที่เรา
00:04:43 → 00:04:46กินอาหารแปรรูปเหล่าเนี้ยเราก็ต้องกินพืช
00:04:46 → 00:04:49ผักแล้วก็วิตามินซีที่สูงเพราะมันจะไป
00:04:49 → 00:04:51ช่วยยับยั้งการเปลี่ยนไนเตรตไนไตรท์ให้
00:04:51 → 00:04:53เป็นไนโตรซามีนที่เป็นสารก่อมะเร็ง
00:04:54 → 00:04:54>> อแก้ได้
00:04:55 → 00:04:55>> ถูกต้อง
00:04:55 → 00:04:58>> หรือว่ากินน้ำกินอะไรเข้าไปช่วยมันให้มัน
00:04:58 → 00:04:58ล้างไป
00:04:58 → 00:05:01>> อในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายของเรา
00:05:01 → 00:05:03อันเนี้ยมันช่วยได้เพราะไม่งั้นเนี่ยไอ้
00:05:03 → 00:05:06พวกอัลต้าพอฟูที่เขามาพูดกันเยอะๆเนี่ย
00:05:06 → 00:05:09เพราะมันเกี่ยวข้องกับ longivity การมี
00:05:09 → 00:05:12อายุที่ยืนยาวเพราะเพบว่าคนที่ชอบกิน
00:05:12 → 00:05:14อาหารแปรรูปเซen
00:05:14 → 00:05:16อาหารแช่แค้งอะไรพวกเย่
00:05:16 → 00:05:20>> ใช่ครับผมเพราะว่าพวกนี้จะมีวิตามินแร่
00:05:20 → 00:05:22ธาตุสารต้านอนุมอิสระใยอาหารต่ำแล้วก็จะ
00:05:22 → 00:05:26มีสารสังเคราะห์ต่างๆสารกันบูดกันเสีย
00:05:26 → 00:05:29เนี่ยสูงมันมีการศึกษาวิจัยนะครับพี่ตัก
00:05:29 → 00:05:31ว่ากินเหล่าเนี้ยเป็นประจำ
00:05:31 → 00:05:34>> จะไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน
00:05:34 → 00:05:36เนี่ยมากกว่า 50%
00:05:36 → 00:05:37>> กินเป็นประจำ
00:05:37 → 00:05:39>> ถูกต้องครับคือทุกวันอ่าบางคนแบบ
00:05:39 → 00:05:42ไลฟ์สไตล์เร่งรีบฉันไปกินอาหารแช่แข็ง
00:05:42 → 00:05:44อาหารแปรรูป
00:05:44 → 00:05:46>> ที่เ้าแช่แข็งมาแล้วเรามาอุ่นไมโครเวฟ
00:05:46 → 00:05:47>> ถูกต้องเลยครับผม
00:05:47 → 00:05:50>> แล้วเออพอพอพูดถึงเนี่ยนะอย่างเช่นที่
00:05:50 → 00:05:52เขา้าเอามาทำเป็นสมูทตี้พวกเบอร์รี่ที่
00:05:52 → 00:05:55มันพวกนี้รวมอยู่ในนี้มั้
00:05:55 → 00:05:57>> อันนี้โอเคครับเพราะมันคือเป็นอาหารที่สด
00:05:57 → 00:05:59ไม่ได้แบบแปรรูป
00:05:59 → 00:06:01>> เหมือนเขา้าเป็นการถนอมอาหารรูปแบบนึงใน
00:06:02 → 00:06:03พวกพืช
00:06:03 → 00:06:04>> พืชผักผลไม้
00:06:04 → 00:06:04>> อ่าอ่า
00:06:04 → 00:06:07>> อ่าที่จะเอามาเป็นสมูตี้ถ้าในกรณีที่มัน
00:06:07 → 00:06:11เอามาปั่นแล้วเรากินทั้งใยอาหารนึกออกใช่
00:06:11 → 00:06:14มั้ครับเป็นเหมือนโฟดนะคือใยอาหมใยอาหาร
00:06:14 → 00:06:17เรากินหมดเลยเราจะได้พวกแอนตี้ออกซิดนพวก
00:06:17 → 00:06:21วิตามินแร่ธาตุสารไฟโตคมิคอลพฤกษ์เคมี
00:06:21 → 00:06:23เนี่ยได้ครบถ้วน
00:06:23 → 00:06:24>> แล้วอย่างพวกเนื้อสัตว์แช่แข็งแหมบางที
00:06:25 → 00:06:27บินตรงมาจากต่างประเทศน่ากินมากเลยเป็น
00:06:27 → 00:06:30แพ็คๆหรือจะเป็นพวกแซลมอนหรืออะไรต่างๆ
00:06:30 → 00:06:30>> อือฮึ
00:06:30 → 00:06:31>> เป็นไงอาจารย์
00:06:31 → 00:06:34>> อ่าจริงๆแล้วเนี่ยมันเป็นวิธีการถนอม
00:06:34 → 00:06:35อาหารอย่างนึง
00:06:35 → 00:06:35>> ค่ะ
00:06:35 → 00:06:37>> มันยังไม่ได้ถูกแปรรูปพี่ตั๊กต้องบอก
00:06:37 → 00:06:39อย่างนี้ก่อนเพราะถ้ามันแปรรูปไปแล้ว
00:06:39 → 00:06:42เนี่ยคือมันเอาไปปุมประกอบและต้องใส่สาร
00:06:42 → 00:06:45กันเสียกันบูดต่างๆสีสังเคราะห์เติมแต่ง
00:06:45 → 00:06:48ต่างๆนะครับไอ้พวกเนี้ยจริงๆแล้วเนี่ยถาม
00:06:48 → 00:06:50ว่าโอเคมั้ยมันก็ยังพอโอเคอยู่แต่มันไม่
00:06:50 → 00:06:53เหมือนกับที่เราซื้อสดๆเลยถูกต้องครับผม
00:06:53 → 00:06:57จะโอเคน้อยกว่าที่เราซื้อสดนะครับอ่าแล้ว
00:06:57 → 00:07:00มันขึ้นอยู่กับว่าต้นทางที่เราเอามาเนี่ย
00:07:00 → 00:07:03นะบางทีเราก็ต้องดูเนื้อสัตว์บางทีอาจจะ
00:07:03 → 00:07:06แบบเฮ้ยเลี้ยงด้วยยาปฏิชีวนะมยการปน
00:07:06 → 00:07:09เปื้อนสารเร่งเนื้อแดงสารตกค้างต่างๆนะใน
00:07:10 → 00:07:12การที่จะใช้ปนเปื้อนที่มีความเป็นพิษกับ
00:07:12 → 00:07:14ร่างกายอันเนี้ยคือสิ่งที่ต้องพึงระวัง
00:07:14 → 00:07:16ฉะนั้นแล้วส่วนใหญ่อาจารย์แนะนำครับว่า
00:07:16 → 00:07:17ให้ซื้อสด
00:07:18 → 00:07:18>> ซื้อสด
00:07:18 → 00:07:21>> เนื้อสัตว์ต่างๆซื้อให้สดแล้วซื้อมันวนไป
00:07:21 → 00:07:23หลายเจ้าแม้กระทั่งไม่ใช่เนื้อสัตว์นะ
00:07:23 → 00:07:26ครับพี่ตั๊ผักนอกจากการกระจายรายได้ให้
00:07:26 → 00:07:29กับชุมชนแม่ค้าหลายหลายเจ้าแล้วเนี่ยเรา
00:07:29 → 00:07:31ยังกระจายความเสี่ยง
00:07:31 → 00:07:31>> ออ
00:07:31 → 00:07:34>> ของสารพิษตกค้างที่อยู่ในแต่ละวัตถุดิบ
00:07:34 → 00:07:34อาหาร
00:07:35 → 00:07:37>> ไม่ให้ซ้ำเจ้าเดิมบางทีรักเจ้านี้มากก็
00:07:37 → 00:07:39ไม่จำเป็นต้องซื้อเจ้าเดิม
00:07:39 → 00:07:40>> ถูกต้องใช่วนกันไปให้มันหลากหลายแม้
00:07:40 → 00:07:43กระทั่งเมนูเดียวกันเรายังต้องหลากหลาย
00:07:43 → 00:07:45แหล่งที่มาเลย
00:07:45 → 00:07:48>> น้ำตาลที่เรากินเข้าไปเยอะๆน้ำตาลสูงครับ
00:07:48 → 00:07:49ก่อให้เกิดการอักเสบตัว
00:07:49 → 00:07:51>> ไหนแต่เราพูดเรื่องนี้กันมามากนะแต่ทุก
00:07:51 → 00:07:53สิ่งนี่มันมีน้ำตาลทั้งนั้นเลยอาจารย์
00:07:53 → 00:07:54>> ใช่ครับ
00:07:54 → 00:07:55>> เราจะหลีกเลี่ยงมันไง
00:07:55 → 00:07:56>> น้ำตาลแฝง
00:07:56 → 00:07:58>> อ่าน้ำตาลแฝงอ่ะอาจารย์ว่ามาที่มาอาจารย์
00:07:58 → 00:08:01ต้องบอกก่อนว่าปกติแล้วเนี่ยเรามีโควต้า
00:08:01 → 00:08:03เนาะในการที่จะกินจริงๆแล้วเราไม่กินเลย
00:08:03 → 00:08:05ก็ได้นะครับอ่าน้ำตาลเนี่ย
00:08:05 → 00:08:08>> ไม่กินคือคำว่าไม่กินเลยพี่พี่ลองเช็คดู
00:08:08 → 00:08:11นะไม่กินเลยเราต้องทำอาหารกินเองนะ
00:08:11 → 00:08:13>> โคต้าที่ว่าเอาเ้าให้เท่าไหร่
00:08:13 → 00:08:16>> 24 กรัมหรือ 6 ช้อนชา
00:08:16 → 00:08:19>> ประมาณ 6 ช้อนชาช้อนกาแฟต่อวัน
00:08:19 → 00:08:22>> แต่ถ้าสมมุติวันนั้นเราทานผลไม้อย่างเช่น
00:08:22 → 00:08:25แอปเปิ้ลหรือกล้วยมันก็มีน้ำตาลมันจะถูก
00:08:25 → 00:08:27แบ่งไปจากไอ้ 6 ช้อนนี่มั้ย
00:08:27 → 00:08:30>> อ่าจริงๆแล้วเนี่ยเราต้องดูว่าไอ้ส่วน
00:08:30 → 00:08:33เนี้ยมันคือน้ำตาลแฝงที่มันมาที่อยู่ใน
00:08:33 → 00:08:35อาหารต่างๆโดยเฉพาะอาหารแปรรูป
00:08:35 → 00:08:35>> ค่ะ
00:08:35 → 00:08:38>> อ่าในอาหารแปรรูปนี่แหละเอ่อที่เราเห็น
00:08:38 → 00:08:41ฉลากโภชนาการน่ะครับผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ
00:08:41 → 00:08:45>> อันนี้แหละครับที่เรามักที่จะได้รับแฝงมา
00:08:45 → 00:08:46อยู่สูงมาก
00:08:46 → 00:08:48>> แฝงมาต้องไปนับรวมใน 6 ช้อนมั้ย
00:08:48 → 00:08:49>> นับครับ
00:08:49 → 00:08:49>> นั่นไง
00:08:49 → 00:08:52>> ในฉลากโภชนาการหรือสิ่งที่เราแอดเข้าไป
00:08:52 → 00:08:54บางคนกินใหญ่แล้วไปเติมวันนี้ฉันเพิ่ง
00:08:54 → 00:08:57เติมใส่กาแฟไป 4 เองเติมให้ครบ 6 อันนี้
00:08:57 → 00:08:57ไม่ใช่นะ
00:08:57 → 00:09:01>> ออไม่ครับยิ่งน้อยยิ่งดีครับเพราะผลกระทบ
00:09:01 → 00:09:03ของน้ำตาลเนี่ยทำให้เกิดการอักเสบเรื้อ
00:09:03 → 00:09:06รังนะครับแม้กระทั่งภูมิคุ้มกันของเราก็
00:09:06 → 00:09:08ทำงานได้ไม่ดีนะครับมีการศึกษาวิจัยว่า
00:09:08 → 00:09:10หลังจากเราได้รับน้ำตาลในปริมาณสูงๆเข้า
00:09:10 → 00:09:13ไปเนี่ยมันทำให้เม็ดเลือดขาวเนี่ยครับที่
00:09:13 → 00:09:15ทำหน้าที่จับกินเชื้อโรคเนี่ยประสิทธิภาพ
00:09:15 → 00:09:16ลดลงถึง 50%
00:09:16 → 00:09:17>> 50 เลยเหรอ
00:09:17 → 00:09:19>> ภายใน 1-2 ช่มง
00:09:19 → 00:09:21>> โออองั้นอย่าไปยุ่งกับน้ำตาล
00:09:21 → 00:09:25>> น้ำตาลพยายามหัดอ่อนหวานกินน้ำตาลแต่น้อย
00:09:25 → 00:09:27>> ทุกวันนี้เพื่อสุขภาพที่ดีภูมิคุ้มกันที่
00:09:27 → 00:09:30ดีไม่งั้นเนี่ยน้ำตาลในเลือดสูงภูมิคุ้ม
00:09:30 → 00:09:31กันมันก็ทำงานได้ไม่
00:09:31 → 00:09:34อันนี้ล่ะน้ำผึ้งล่ะบางคนบอกว่าเออน้ำ
00:09:34 → 00:09:38ผึ้งดีเขาว่านะช่วยลดกันอักเสบเสริมภูมิ
00:09:38 → 00:09:39คุ้มกัน
00:09:39 → 00:09:42>> แต่มันเป็นน้ำตาลแล้วเราจะรู้ได้ไงอันนี้
00:09:42 → 00:09:44น้ำผึ้งแท้น้ำผึ้งเทียมอ่าอันนี้อาจารย์
00:09:44 → 00:09:45ยีหน่อยที่น้ำผึ้ง
00:09:45 → 00:09:47>> อ่าน้ำผึ้งใช่มั้ยครับว่ากินได้มั้จริงๆ
00:09:47 → 00:09:50แล้วเนี่ยสามารถรับประทานได้แต่ต้องใน
00:09:50 → 00:09:52ปริมาณที่เหมาะสมครับถามว่ามันมีฤทธิ์
00:09:52 → 00:09:54มั้ยในการที่จะเสริมภูมิคุ้มกันหรือต้าน
00:09:54 → 00:09:56อักเสบน้ำผึ้งเนี่ยมีการศึกษาวิจัยทาง
00:09:56 → 00:09:59คลินิกเลยครับว่ามันสามารถที่จะช่วยต้าน
00:09:59 → 00:10:02การอักเสบได้แล้วก็เสริมภูมิคุ้มกันได้
00:10:02 → 00:10:07แต่ปริมาณนะครับของน้ำตาลฟุกโต๊สที่อยู่
00:10:07 → 00:10:09ในน้ำผึ้งเนี่ยสูงครับ
00:10:09 → 00:10:13>> งั้นแสดงว่าเราต้องดูที่ที่สฉลากเค้าว่า
00:10:13 → 00:10:15มันมีฟรุกโตสอะไรยังไงแล้วน้ำผึ้ง
00:10:15 → 00:10:17ธรรมชาติล่ะมันมีพวกฟรุกโตสมั้พวกนี้
00:10:17 → 00:10:19>> น้ำผึ้งธรรมชาติดีที่สุดดีกว่าน้ำผึ้งที่
00:10:19 → 00:10:23ไปผ่านกระบวนการต่างๆหรือบางทีเติมสารให้
00:10:23 → 00:10:26ความหวานเติมน้ำตาลเข้าไปอีกเราก็ต้อง
00:10:26 → 00:10:28พยายามสังเกตว่าเอ้ยน้ำผึ้งแท้มาจาก
00:10:28 → 00:10:31ธรรมชาติแต่เราต้องระวังไม่ให้ธรรมชาติลง
00:10:31 → 00:10:34โทษครับพี่ตั๊กเพราะถ้ากินเยอะธรรมชาติลง
00:10:34 → 00:10:38โทษเราเลยนะวันนึงเนี่ย 1-2 ช้อนชาช้อน
00:10:38 → 00:10:41กาแฟพอแล้วครับเพราะไม่งั้นเนี่ยบางคนใช้
00:10:41 → 00:10:44น้ำผึ้งเป็นสรณะเพราะพี่ไทยเราเนี่ยแพ้คำ
00:10:44 → 00:10:45ว่าธรรมชาติ
00:10:45 → 00:10:49>> เท่าที่ฟังอาจารย์พูดการกินหวานเลิกได้
00:10:49 → 00:10:52เลิกแต่ถ้าเลิกไม่ได้น้อยที่สุดถูกมั้ย
00:10:52 → 00:10:54>> ถูกต้องครับลดละเรี่ยง
00:10:54 → 00:10:56>> อ่าจริงๆแล้วอาจารย์ไม่อยากให้แบบเลิก
00:10:56 → 00:10:58หรอกเพราะบางคนน่ะมันความสุขอ่ะ
00:10:58 → 00:11:00>> โดยเฉพาะในคอนเซปตของ Wellness Food อ่ะ
00:11:00 → 00:11:00ครับ
00:11:00 → 00:11:00>> ค่ะ
00:11:00 → 00:11:04>> ก็คือมันต้องสุขทั้งกายสบายทั้งจิต
00:11:04 → 00:11:07>> ไม่ใช่ว่าเฮ้ยกินไม่ไอ้นู่นไม่กินไอ้นี่
00:11:07 → 00:11:09กินไม่ได้นั่นกินไม่ได้หมดเลยเพราะทุกวัน
00:11:09 → 00:11:12เนี้ยคนจะกินคาร์ไฮเดรตก็กลัวอ้วนกิน
00:11:12 → 00:11:14โปรตีนก็เดี๋ยวอุ๊ยเป็นมะเร็งกินไขมันก็
00:11:14 → 00:11:17เดี๋ยวหัวใจและหลอดเลือดกินผลไม้เดี๋ยว
00:11:17 → 00:11:19เบาหวานขึ้นพอดีกันชีวิตนี้เรากินอะไรก็
00:11:20 → 00:11:22ไม่ได้ถูกมั้ครับนะแล้วเราแบบว่าเฮ้ยกิน
00:11:22 → 00:11:25ได้แต่ปริมาณแค่ไหนอาจารย์ไม่เคยห้ามคน
00:11:25 → 00:11:29ไข้ไม่เคยห้ามคนแบบเฮ้ยจะกินนู่นกินนี่
00:11:29 → 00:11:32ไม่ได้แต่ก็ต้องกินแบบมีสติแล้วมีศิลปะใน
00:11:32 → 00:11:33การกิน
00:11:33 → 00:11:35>> พี่ตั๊กอยากกินทุเรียน
00:11:35 → 00:11:38>> พี่ตั๊กต้องกินมื้อเช้ามื้อกลางวันปริมาณ
00:11:38 → 00:11:41ที่กินใช่มั้ยครับแล้วก็ในบริบทวันนั้น
00:11:41 → 00:11:44ที่กินไม่ใช่โอ้โหฟาดทุเรียนแล้วแล้วไป
00:11:44 → 00:11:47ฟาดช็อกโกแลตลาวชิบูย่าฮันนีชานมไข่มุก
00:11:47 → 00:11:49ข้าวเหนียวมะม่วงวันเดียวกันเลย
00:11:49 → 00:11:50>> โอมันต้องบาลanceซให้ได้
00:11:50 → 00:11:51>> ถูกต้องครับผม
00:11:51 → 00:11:53>> dar ช็อกโกแลตอาจารย์มันช่วยลดการอักเสบ
00:11:54 → 00:11:55ได้มั้ยพี่เคยได้ยินพี่ยังแอบกินอยู่
00:11:55 → 00:11:56เนี่ย
00:11:56 → 00:11:58>> อ่าจริงๆแล้วไม่ต้องแอบกินนะครับพี่ตั๊ก
00:11:58 → 00:12:01สามารถกินได้ครับในปริมาณที่เหมาะสม
00:12:01 → 00:12:03ดีมากครับจริงๆแล้วเนี่ยไอ้เจ้า
00:12:03 → 00:12:05Darช็อกโกแลตเนี่ยมันจะมีองค์ประกอบหลัก
00:12:05 → 00:12:09ของพวกโกโก้ครับซึ่งในโกโก้เองเนี่ยมันจะ
00:12:09 → 00:12:13มีพวกสารฟวนอยที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
00:12:13 → 00:12:16ลดการอักเสบได้ดีแล้วช่วยกระตุ้นไนติก
00:12:16 → 00:12:18ออกไซด์ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตเราดีครับ
00:12:18 → 00:12:21>> แต่ปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภคหรือรับ
00:12:21 → 00:12:22ประทาน dark ช็อกโกแลตค่ะ
00:12:22 → 00:12:23>> คือ
00:12:23 → 00:12:26>> อยู่ที่ 30 กรัม
00:12:26 → 00:12:27>> แค่ 30 กรัมต่อวัน
00:12:27 → 00:12:29>> อาจารย์บอกผงโกโก้ Dar ช็อกโกแลต Dark
00:12:29 → 00:12:32ช็อกโกแลตเออเข้มๆกินนิดนึงก้อนนึงเล็กๆ
00:12:32 → 00:12:33แต่ถ้าเป็นผงโกโก้ก็ดีเหรอคะ
00:12:33 → 00:12:36>> อก็ดีครับเป็นผงโกโก้ก็ได้แต่ว่าต้องดู
00:12:37 → 00:12:39ด้วยว่าโกโก้แท้ 100% มั้ย
00:12:39 → 00:12:40>> อ่าแท้
00:12:40 → 00:12:43>> โกโก้บางทีมันผสมนู่นนี่นั่นมาอย่างเงี้ย
00:12:43 → 00:12:46ครับอ่าครีมเทียมเอยบางทีสำเร็จรูป
00:12:46 → 00:12:46อันเนี้ย
00:12:46 → 00:12:47>> อ๋อไม่เอาสิ
00:12:47 → 00:12:49>> มันก็ต้องพึงระวังแต่ถ้ามันเพียวเลยเนี่ย
00:12:49 → 00:12:51หรือในDarช็อกโกแลตเราก็ต้องมองหาว่า
00:12:51 → 00:12:54เปอร์เซ็นต์ของโกโก้อย่างน้อย 70% ขึ้นไป
00:12:54 → 00:12:55>> ขึ้นไป
00:12:55 → 00:12:58>> ถูกต้องครับผมแล้วก็ไม่ต้องไปเติมน้ำตาล
00:12:58 → 00:13:01ไม่ต้องไปเติมนมอะไรให้มันแบบเยอะครับ
00:13:01 → 00:13:02>> ว่ากันขมๆเลย
00:13:02 → 00:13:05>> อ่าหรือมันให้มันหวานจากธรรมชาติหอมจาก
00:13:05 → 00:13:06ธรรมชาติ
00:13:06 → 00:13:09>> อ่ามันก็จะได้ประโยชน์สูงสุดในการที่จะลด
00:13:09 → 00:13:11การอักเสบในร่างกายของเราได้ครับ
00:13:11 → 00:13:15>> อ่านอกเหนือจากอาหารอารมณ์ครับความเครียด
00:13:15 → 00:13:17ก่อให้เกิดการอักเสบครับ
00:13:17 → 00:13:19>> ขออนุญาตเบรกนิดๆเรื่องของความเครียด
00:13:19 → 00:13:19เนี่ย
00:13:19 → 00:13:20>> ครับ
00:13:20 → 00:13:24>> พี่ว่าคนไม่เครียดนี่คือคนนอนเป็นผักน่ะ
00:13:24 → 00:13:25>> อ้า
00:13:25 → 00:13:25>> ถูกมั้ย
00:13:25 → 00:13:29>> ถูกต้องครับเครียดต้องบอกว่าเครียดน้อยพอ
00:13:29 → 00:13:31ให้มันมีแรงผลักดันชีวิต
00:13:31 → 00:13:34>> ให้ขับเคลื่อนถูกต้องครับเครียดแต่น้อย
00:13:34 → 00:13:37>> อ่าไม่ใช่แบบเฮ้ยเครียดมากเครียดสะสม
00:13:38 → 00:13:40เครียดหนักไม่ปล่อยวางคอร์ติมันจะหลั่ง
00:13:40 → 00:13:43เยอะขึ้นและคอร์ติเนี้ยมันก็จะไปมีผลทำ
00:13:43 → 00:13:46ให้ไขมันสะสมในช่องท้องเยอะขึ้นก็หลั่ง
00:13:46 → 00:13:47สารอักเสบเพิ่มมากขึ้นนั้น
00:13:47 → 00:13:48>> อ่า
00:13:48 → 00:13:51>> อ่าแล้วยิ่งเครียดอนุมูลอิสระ
00:13:51 → 00:13:53>> หรือฟรี radical ยิ่งสูงขึ้นก็ทำให้เซลล์
00:13:53 → 00:13:56ของเราเนี่ยเสื่อมแก่
00:13:56 → 00:13:57>> เอ๊ะแล้วอย่างงี้เราจะรู้ได้ไงว่าเรา
00:13:57 → 00:13:59เครียดมากเครียดน้อยพี่นี่ต้องใส่ลิาจับ
00:14:00 → 00:14:00เลยนะ
00:14:00 → 00:14:02>> ถูกต้องครับว่าให้เราเครียดมากเครียดมัน
00:14:02 → 00:14:05เป็นการเตือนเรา subccious straight คือ
00:14:05 → 00:14:07เครียดแบบที่เราไม่รู้หรอกว่าร่างกายเรา
00:14:07 → 00:14:08มีการเครียดอยู่
00:14:08 → 00:14:11>> เพราะบางทีจิตเราอ่ะมันรู้สึกแบบเฮ้ยฉัน
00:14:11 → 00:14:14ก็ไม่ได้เครียดอะไรแต่ร่างกายของเรามี
00:14:14 → 00:14:16physical strสเกิดขึ้นอยู่ก็เป็นไปได้
00:14:16 → 00:14:19เช่นนอนดึกพักผ่อนน้อย
00:14:19 → 00:14:20>> นะ
00:14:20 → 00:14:22>> แล้วมันก็เกิดความเครียดของร่างกายเกิด
00:14:22 → 00:14:23ขึ้น
00:14:23 → 00:14:25>> ค่ะเหล่านี้ที่อาจารย์ว่ามันก็เป็นสะสม
00:14:25 → 00:14:27อ่าเช่นเรื่องความเครียด
00:14:27 → 00:14:29>> ถูกเรื่องของอาหารการกินแล้วมีเรื่องอะไร
00:14:29 → 00:14:32อีกนะคะการนอนอาการครับ PM 2.5 5 ที่
00:14:32 → 00:14:36เราหายใจเข้าไปมลพิษทั้งหลายหรือบุหรี่
00:14:36 → 00:14:40แต่บางคนบอกอาจารย์ไม่สูบแต่คุณสภาวะแวด
00:14:40 → 00:14:42ล้อมอาจจะได้รับเข้าไป
00:14:42 → 00:14:42>> อื
00:14:42 → 00:14:44>> อ่าแล้วก็เรื่องของการนอนหลับ
00:14:44 → 00:14:44>> ค่ะ
00:14:44 → 00:14:48>> นะครับนอนดึกพักผ่อนน้อยโกสฮอร์โมนหลั่ง
00:14:48 → 00:14:51ได้ไม่เต็มที่ไม่ได้ฟื้นฟูเซลล์ต่างๆ
00:14:51 → 00:14:54เซลล์ของเราก็เสื่อมไปเซลล์ของเราก็แก่ไป
00:14:54 → 00:14:56เซลล์ของเรามันเสื่อมมันแก่ปุ๊บแต่มันไม่
00:14:56 → 00:15:00ตายสิมันก็จะเกิดซomบี้เซลล์ครับซomบี้
00:15:00 → 00:15:03เซลล์เนี่ยหรือเessenceเซลล์ทางการแพทย์
00:15:03 → 00:15:07เนี่ยมันเป็นเซลล์ที่มันแก่แต่มันไม่ตาย
00:15:07 → 00:15:07>> มันอยู่ไหน
00:15:07 → 00:15:09>> มันเหมือนซอมบี้อ่ะครับปกติแล้วเนี่ย
00:15:09 → 00:15:12เซลล์ของเราเนี่ยเวลามันทำหน้าที่ไปเนาะ
00:15:12 → 00:15:15ตามความแก่ชราของร่างกายเนี่ยนะครับหรือ
00:15:15 → 00:15:17บางทีเราไปเจอมลพิษอะไรต่างๆเนี่ยมันทำ
00:15:17 → 00:15:19ให้เราเซลล์ของเราเสื่อมแล้วก็ตายแต่ไอ้
00:15:19 → 00:15:21ซอมบี้เซลล์เนี่ยเซลล์มันไม่ตายแล้วมันก็
00:15:21 → 00:15:24จะหลั่งสารอักเสบออกมาแล้วทำลายเนื้อ
00:15:24 → 00:15:25เยื่อโดยรอบ
00:15:25 → 00:15:27>> อยู่ในร่างกายโดยที่เราไม่รู้
00:15:27 → 00:15:29>> ถูกต้องครับไม่รู้ตัวเลยแล้ววันดีคืนร้าย
00:15:30 → 00:15:32ขึ้นมาเนี่ยมันก่อให้เกิดการอักเสบเยอะ
00:15:32 → 00:15:34ขึ้นแล้วไปเหนี่ยวนำทำให้เกิดโรคเรื้อรัง
00:15:34 → 00:15:37เป็นเบาหวานเป็นหัวใจเป็นมะเร็ง
00:15:37 → 00:15:38>> อ๋อ
00:15:38 → 00:15:40จากไอ้ซอมบี้เซลล์ซึ่งก็เป็นสาเหตุหนึ่ง
00:15:40 → 00:15:44ที่ทำให้ร่างกายเนี่ยเกิดการอักเสบขึ้นมา
00:15:44 → 00:15:45ก็เป็นภัยเงียบแฝงเห็นมั้ครับ
00:15:45 → 00:15:46>> อนี้อยู่ในร่างกาย
00:15:46 → 00:15:49>> ถูกต้องครับสารพัดเลยที่ก่อให้เกิดการ
00:15:49 → 00:15:51อักเสบเรื้อรังเกิดขึ้น
00:15:51 → 00:15:53>> ค่ะมาถึงเรื่องของการอักเสบภายในอีกอัน
00:15:54 → 00:15:56นึงที่เมื่อกี้ฟังอาจารย์พูดถึงเรื่อง
00:15:56 → 00:15:56ฝุ่น
00:15:56 → 00:16:00>> อ้า PM 2 พวกนี้นะครับมันเป็นภัยเงียบ
00:16:00 → 00:16:03แฝงเลยซึ่งไอ้เจ้าฝุ่นเนี่ยคือบางคนบอก
00:16:03 → 00:16:05เอ้ยออกไปนอกบ้านแป๊บเดียวไม่เป็นไรนะ
00:16:05 → 00:16:08ครับแต่จริงๆแล้วเนี่ยที่เราสูดดมเข้าไป
00:16:08 → 00:16:11เนี่ยมันคือฆาตกรเงียบนะครับจะค่อยๆสะสม
00:16:11 → 00:16:14นะจากที่เราหายใจเข้าไปไอ้ฝุ่นจิ๋วตัว
00:16:14 → 00:16:18ร้ายเนี่ยนะครับมันก็จะไปทำลายระบบต่างๆ
00:16:18 → 00:16:20ของร่างกายก่อให้เกิดการอักเสบนะทำลาย
00:16:20 → 00:16:23เซลล์ปอดทำลายทุกส่วนเลยนะครับพี่ตั๊กแม้
00:16:23 → 00:16:25กระทั่งผิวของเราอ่ะ
00:16:25 → 00:16:26>> ก็ทำให้เราแก่เร็ว
00:16:26 → 00:16:27>> เขี่ยวง่าย
00:16:27 → 00:16:27>> ค่ะ
00:16:27 → 00:16:30>> อ่าแล้วมันก็สูดเข้าไปปุ๊บปุ๊บเข้าไปที่
00:16:30 → 00:16:33จมูกเข้าไปที่ปอดก็ก่อให้เกิดการอักเสบนะ
00:16:33 → 00:16:37เกิดขึ้นหมดเลยนะตั้งแต่สมองลงมาทุกระบบ
00:16:37 → 00:16:39ต่างๆของร่างกายแม้กระทั่งโปรไบโอติก
00:16:39 → 00:16:42จุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้ของเราที่ดี
00:16:42 → 00:16:45เนี่ยนะทั้งลำไส้เล็กลำไส้ใหญ่ PM 2.5 5
00:16:45 → 00:16:48ยังลงไปฆ่ามันเลยครับงานวิจัยล่าสุดเลย
00:16:48 → 00:16:50ครับเพิ่งตีพิมพ์ออกมาหมาดๆเลยเมื่อเดือน
00:16:50 → 00:16:53กรกฎาคมนี่แหละครับอ่าที่ผ่านมาเลยสดๆ
00:16:53 → 00:16:56ร้อนๆในวารสารทางการแพทย์ที่มี Impact
00:16:56 → 00:16:59Factor สูงมากใน NOR ครับที่เขาพบว่าคน
00:16:59 → 00:17:03ที่ไม่สูบบุหรี่นะครับแต่รับ PM 2.5 5
00:17:03 → 00:17:05เข้าไปเนี่ยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด
00:17:05 → 00:17:09มะเร็งปอดทำให้ยีนเนี่ยมันเกิดการกาย
00:17:09 → 00:17:10พันธุ์ครับหรือmมation
00:17:10 → 00:17:11>> โอ้โห
00:17:11 → 00:17:13>> ทั้งๆที่คุณไม่ได้สูบบุหรี่อ่ะแล้วคุณ
00:17:13 → 00:17:14เป็นมะเร็งปอด
00:17:14 → 00:17:17>> อันนี้ศึกษาทั่วโลกเลย 800 กว่าคน
00:17:17 → 00:17:19>> แต่ตอนนี้คนมันเป็นมะเร็งปอดก็เยอะ
00:17:19 → 00:17:20>> เยอะแล้วอายุยังน้อยๆ
00:17:20 → 00:17:21>> ค่ะ
00:17:21 → 00:17:23>> อันนี้แหละครับเป็นกุญแจดอกสำคัญเราเห็น
00:17:23 → 00:17:25คนในวงการน่ะเพียบเลยที่ป่วยเป็นมะเร็ง
00:17:25 → 00:17:28เนี่ยอาจารย์บอกเลยว่าต่อให้คุณมียีนก่อ
00:17:28 → 00:17:31โรคมะเร็งหรือพันธุกรรมที่เป็นมะเร็งแล้ว
00:17:31 → 00:17:33บอกอ๋อมันเป็นโรคจากพันธุกรรมกรรมพ่อแม่
00:17:33 → 00:17:36ปู่ย่าตายายให้พันธุกรรมนี้มาเหมือนมรดก
00:17:36 → 00:17:37อ่ะครับ
00:17:37 → 00:17:39>> อ่าเหมือนหีบสมบัติอ่ะยีนก่อโรคเนี่ย
00:17:39 → 00:17:43>> นะแต่เราเนี่ยจะเป็นคนเปิดไอ้เจ้าหีบ
00:17:43 → 00:17:46สมบัตินั้นช้าเร็วต่างกันครับขึ้นอยู่กับ
00:17:46 → 00:17:48ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตกินอยู่หลับนอนออก
00:17:48 → 00:17:49กำลังกายของเรา
00:17:49 → 00:17:50>> อื
00:17:50 → 00:17:54>> อ่าบางคนแบบเอ้ยออกไปนอกบ้านไม่ได้สนใจ
00:17:54 → 00:17:56เพราะเคยชินแล้วอ๋อฝุ่นนิดหน่อยไม่เห็น
00:17:56 → 00:17:58เป็นไรเลยนะครับอันนี้แหละครับมันจะไป
00:17:58 → 00:18:01สวิตช on ยีนหรือเปิดยีนที่มีอยู่แล้วที่
00:18:01 → 00:18:03เกี่ยวข้องกับมะเร็งเนี่ยที่ว่าเป็น
00:18:03 → 00:18:04พันธุกรรม
00:18:04 → 00:18:06>> อ่าอันนี้อาจารย์ถือว่าเป็นกรรมเหนือกรรม
00:18:06 → 00:18:07นะครับ
00:18:07 → 00:18:09>> ทางการแพทย์เรียกอิพิเจนติกพี่ตาเคยได้
00:18:09 → 00:18:12ยินใช่มั้ครับว่าอิพิแปลว่าเหนือเหนือ
00:18:12 → 00:18:15พันธุกรรมมันก็คือพฤติกรรมของเรานี่แหละ
00:18:15 → 00:18:17ที่มันเป็นกรรมเหนือกรรมแล้วทำให้เราแบบ
00:18:17 → 00:18:20เฮ้ยอายุไม่เท่าไหร่เลยเป็นมะเร็งออกมา
00:18:20 → 00:18:20และ
00:18:20 → 00:18:23>> นอกจากเรื่องการเผาป่าควันรถยนต์โรงงาน
00:18:23 → 00:18:26อุตสาหกรรมตามท้องถนนนะฮะมีอีกมั้ยฮะที่
00:18:26 → 00:18:29ปล่อย PM 2.5 โดยที่เราไม่รู้แล้วเรามัก
00:18:29 → 00:18:30จะมองข้าม
00:18:30 → 00:18:33>> อ่าที่เรามักมองข้ามแล้วเป็นแหล่งของ PM
00:18:33 → 00:18:352.5 ภัยเงียบแฝงเนี่ยนะครับพี่ตั๊กก็คือ
00:18:35 → 00:18:35พวก
00:18:36 → 00:18:39>> วัดวาอารามศาลเจ้าต่างๆที่มีการจุดธูป
00:18:39 → 00:18:43เทียนนะไหว้พระบูชาพระ
00:18:43 → 00:18:46หลังๆเไม่จุดอ่าแต่บางที่เนี่ยโอ้โหยัง
00:18:46 → 00:18:47จุดแบบ
00:18:47 → 00:18:50>> ฝุ่นธูปควันเทียนนะครับโหม่งเลยนั่นเป็น
00:18:50 → 00:18:53แหล่งของ PM 2.5 5 ที่เราเข้าไปสูดดม
00:18:53 → 00:18:54แล้วมีความหนาแน่นสูงด้วยครับ
00:18:54 → 00:18:56>> แล้วส่วนใหญ่เป็นสถานที่ปิดก็ต้องพึง
00:18:56 → 00:19:00ระมัดระวังนะครับแหล่งที่ 2 ก็คือในร้าน
00:19:00 → 00:19:04อาหารปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ชาบูหมูกระทะหมู
00:19:04 → 00:19:08ย่างเกาหลีนะพวกนี้แหละครับเป็นแหล่งเลย
00:19:08 → 00:19:11นะที่เราปิ้งย่างออกมาแล้วมันก็มีควันบาง
00:19:12 → 00:19:14ทีเรามองไม่เห็นนะเ้ามีเครื่องอ่ะได้มมี
00:19:14 → 00:19:15เครื่องอยู่ทั้งหมดเลย
00:19:15 → 00:19:17>> อ่าต่อให้มีเครื่องอยู่นะครับมันก็กรอง
00:19:17 → 00:19:19ได้ไม่หมด 100% ครับพี่ตั๊กแล้วระบบระบาย
00:19:19 → 00:19:21อากาศต่างๆมันก็ไม่ได้ดีแม้กระทั่งในห้อง
00:19:21 → 00:19:22ครัวบ้านเราเนี่ย
00:19:22 → 00:19:24>> อาจารย์มีเครื่องกองอากาศไว้เลยนะครับใน
00:19:24 → 00:19:28ห้องครัวเวลาคุณแม่ทำกับข้าวอ่ะโอ้โห PM
00:19:28 → 00:19:31ขึ้นมาแดงเลยครับแล้วเครื่องทำงานแบบบู๊ด
00:19:31 → 00:19:33ขึ้นมาเลยสังเกตลองเอาไปตั้งในห้องครัว
00:19:33 → 00:19:35เลยอาจารย์บอกเลยว่าจำเป็นครับ
00:19:35 → 00:19:39>> แล้วยิ่งเราทำอาหารรับประทานเองนะในห้อง
00:19:39 → 00:19:41ครัวของเราเนี่ยแหละครับเป็นแหล่งภัย
00:19:41 → 00:19:45เงียบแฝงเลยนะที่ผลิตเจ้า PM 2.5 5 จาก
00:19:45 → 00:19:48การเผาไหม้ที่เราต้มผัดแกงทอดของเรานี่
00:19:48 → 00:19:48แหละครับ
00:19:48 → 00:19:51>> งั้นครัวไทยน่าจะดีกว่านะครัวเปิดครัวตาม
00:19:51 → 00:19:55คอนโดนี่ไม่ค่อยดีบ้านเล็กๆมันก็ทำให้
00:19:55 → 00:19:57>> โอกาสในการได้รับ PM 2.5 เนี่ยสูงมาก
00:19:57 → 00:19:58ครึ่ง
00:19:58 → 00:20:00>> อ๋อทุกวันนี้เราถือว่าเราใช้ชีวิตอยู่ใน
00:20:00 → 00:20:02ความเสี่ยงทำให้ร่างกายอันนี้เราพูดว่า
00:20:02 → 00:20:05ร่างกายเราอักเสบแหละไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
00:20:05 → 00:20:07อาหารไม่ว่าความเครียดเรื่องของการนอน
00:20:07 → 00:20:09เรื่องของไลฟ์สไตล์เรื่องของฝุ่นเรื่อง
00:20:09 → 00:20:11ของควันพิษอะไรต่างๆ
00:20:12 → 00:20:14>> เรามีอะไรที่เราจะช่วยได้มเพราะเท่าที่
00:20:14 → 00:20:16ฟังดูมันหลีกยาก
00:20:16 → 00:20:17>> ถูกต้องครับ
00:20:17 → 00:20:20>> มากนะฮะอาจารย์ว่าเราจะช่วยร่างกายเราได้
00:20:20 → 00:20:21ยังไงบ้าง
00:20:21 → 00:20:24>> อาหารครับสามารถต้านอักเสบได้เป็นสิ่งที่
00:20:24 → 00:20:27เรากินทุกวันมันมีการศึกษาวิจัยครับหลาย
00:20:27 → 00:20:30กลุ่มของอาหารที่สามารถที่จะช่วยลดการ
00:20:30 → 00:20:34อักเสบเรื้อรังได้นะอย่างสารพฤกษ์เคมี
00:20:34 → 00:20:38ง่ายๆเลยนะครับก็คือที่อยู่ในพืชผักผลไม้
00:20:38 → 00:20:41ต่างๆหรือสมุนไพรต่างๆนะเช่นเคอร์คูมิน
00:20:41 → 00:20:44จากขมิ้นชันอ่าตัวนี้จะมีฤทธิ์ในการต้าน
00:20:44 → 00:20:46การอักเสบได้ดีครับ
00:20:46 → 00:20:47>> ให้ทานเป็นวิตามินเข้าไป
00:20:47 → 00:20:49>> จากอาหารก็ได้ครับ
00:20:49 → 00:20:51>> พี่ตั๊กกินจากแบบแกงเหลือง
00:20:51 → 00:20:52>> นะ
00:20:52 → 00:20:56>> อ่าข้าวหมกไก่แกงกะหรี่พวกนี้ก็มีครับอ่า
00:20:56 → 00:21:00คือมีสารเคumินช่วยต้านการอักเสบได้ดี
00:21:00 → 00:21:02>> อ่าแล้วยิ่งถ้ากินคู่กับพริกไทยดำมันจะ
00:21:03 → 00:21:04เพิ่มการดูดซึมของเคอร์คูมิน
00:21:04 → 00:21:05>> อื
00:21:05 → 00:21:07>> อ่าคือเหมือนกินคู่กันบางอย่างกินคู่กัน
00:21:07 → 00:21:09เนี่ยอาจารย์บอกเลยสำคัญมากนะครับเหมือน
00:21:09 → 00:21:12ในตำรับอาหารไทยของเราเนี่ยเป็นภูมิปัญญา
00:21:12 → 00:21:13นะ
00:21:13 → 00:21:16>> กินคู่กันใช่ครับไม่แพ้ชาติใดในโลกเขาบอก
00:21:16 → 00:21:18ต่างประเทศมีเมดิอเรนdiอet longevity
00:21:18 → 00:21:22diอetนะที่แบบแถบบูโซนกินแล้วอายุยืนไทย
00:21:22 → 00:21:24ของเรานี่แหละครับไทย food นี่แหละครับก็
00:21:24 → 00:21:26เป็นรอง Y diet นะ
00:21:26 → 00:21:28>> อาจารย์จำได้ว่าอาจารย์เคยเล่าฟังเช่นแกง
00:21:28 → 00:21:28เรียง
00:21:29 → 00:21:30>> ใช่ครับผมถูกต้องเลย
00:21:30 → 00:21:33>> เออเคยจำเราเคยคุยกันแกงเรียงแกงส้มแกง
00:21:33 → 00:21:34เหลืองอะไรพวกนี้
00:21:34 → 00:21:36>> ใช่ครับพวกนี้แหละครับที่มันช่วยต้านการ
00:21:36 → 00:21:39อักเสบได้ดีจากสารโพลิฟีนอลหรือสารที่มัน
00:21:39 → 00:21:42ช่วยต้านอนมุอิสระต้านอักเสบที่อยู่ในพืช
00:21:42 → 00:21:45ผักสมุนไพรนะครับอีกกลุ่มนึงก็คือพวกพืช
00:21:45 → 00:21:47ตระกูลเบอร์รี่
00:21:47 → 00:21:50>> น่าพวกแอนโทรยานินที่เป็นสารสีม่วงแดง
00:21:50 → 00:21:53อยู่ในพืชตระกูลเบอร์รี่อ่าถ้าเบอร์รี่
00:21:53 → 00:21:55ฝรั่งเราก็รู้จักเอ่อบู
00:21:55 → 00:21:57lastเบอรรี่สตอเบอร์รี่Blackเบอร์รี่ถ้า
00:21:58 → 00:22:00เบอร์รี่ไทยครับเมาเบอร์รี่อ่าหรือลูก
00:22:00 → 00:22:01หม่อน
00:22:01 → 00:22:02>> ลูกหม่อน
00:22:02 → 00:22:04>> อ่ามะเม่ามะหลอดมะเสียงหากินยากครับ
00:22:04 → 00:22:06>> เพราะว่าพี่ไปซุเปอร์มาร์เก็ตพี่ไม่ค่อย
00:22:06 → 00:22:06เจออ่ะ
00:22:07 → 00:22:09>> ไม่ค่อยเจอหรือเราอาจจะแบบกระเจี๊ยบ
00:22:09 → 00:22:10อัญชัน
00:22:10 → 00:22:11>> อ๋อ
00:22:11 → 00:22:14>> ข้าวไสเบอร์รี่ครับ
00:22:14 → 00:22:16>> มีสารแอนโทเซนีนอยู่
00:22:16 → 00:22:18>> เราทุกวันนี้เรากินข้าวเนี่ยคุณค่าทาง
00:22:18 → 00:22:20โภชนาการมากกว่าความอิ่มนะครับไม่ได้กิน
00:22:20 → 00:22:24แค่อิ่มแล้วแต่มันมีสารพฤกษะเคมีที่ช่วย
00:22:24 → 00:22:26ในการต้านอักอักเสบชะลอความเสื่อมของสมอง
00:22:26 → 00:22:28ไซต้าหัวใจผิวพรรณ
00:22:28 → 00:22:31>> เชื่อมั้ยทำให้คนทานข้าวไรเบอร์รี่หรือ
00:22:31 → 00:22:34ข้าวกล้องนี่ยากที่สุดเอาคนใกล้ตัวพี่
00:22:34 → 00:22:35สามีพี่
00:22:35 → 00:22:38>> ต้องทำต้องหุงหุง 2 ประเภทเลย
00:22:38 → 00:22:42>> พี่ตั๊กเคยลองผสมกันยังครับอ่าต้องผสม
00:22:42 → 00:22:45>> พ่อบอกให้เค้ากินเ้าบอกไม่อร่อยคนเรามัน
00:22:45 → 00:22:46จะติดความอร่อยไง
00:22:46 → 00:22:48>> ไม่อร่อยใช่มันไม่นุ่มอย่างเงี้ยกินแล้ว
00:22:48 → 00:22:49เหมือนกินแกบ
00:22:49 → 00:22:50>> บอกอย่างเงี้ยเข้าใจ
00:22:50 → 00:22:53>> กับน้ำดำพอใส่กับข้าวแล้วไม่อร่อยคนเมัก
00:22:53 → 00:22:53จะคิดอย่างงี้
00:22:53 → 00:22:56>> พยายามที่จะมิกกันแล้วก็ต้องไปหาดูว่าเอ๊
00:22:56 → 00:23:00หรือใช้อัญชันแล้วกันดอกอัญชันน้ำมาต้ม
00:23:00 → 00:23:03กับหญ้าหวานใบเตยอ่าบีบมะนาวหน่อยเราก็
00:23:03 → 00:23:05ได้แอนโทเซยานินและ
00:23:05 → 00:23:08>> อ่าหรือมะเขือม่วงอย่างเงี้ยครับ
00:23:08 → 00:23:11>> อ่าพวกพืชที่มันสีม่วงแดงอ่ะมันก็มีสาร
00:23:11 → 00:23:12ต้านอักเสบได้ดี
00:23:12 → 00:23:16>> อ่าหรือวิตามินซีอย่างเงี้ยก็เป็นเบสิค
00:23:16 → 00:23:19ไวตามินที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระมีฤทธิ์ใน
00:23:19 → 00:23:21การต้านอักเสบได้สูง
00:23:21 → 00:23:24>> อ่าในพืชผักผลไม้ต่างๆแต่คนส่วนใหญ่เนี่ย
00:23:24 → 00:23:27เข้าใจว่าต้องผลไม้รสเปรี้ยวถึงจะวิตามิน
00:23:27 → 00:23:28ซีสูง
00:23:28 → 00:23:28>> อื
00:23:28 → 00:23:31>> อ่าจริงๆแล้วไม่จำเป็นมะละกอสุกวิตามินซี
00:23:31 → 00:23:33ก็พอๆกับส้มเลยครับ
00:23:33 → 00:23:33>> อ
00:23:33 → 00:23:36>> พริกหวานนะครับพี่ตั๊กวิตามินซีสูงกว่า
00:23:36 → 00:23:38ส้มเป็นเท่าตัวเลยนะ
00:23:38 → 00:23:40>> ออแล้วก็ไม่หวานด้วยเนาะ
00:23:40 → 00:23:42>> ถูกต้องครับอันเนี้ยก็จะเป็นแหล่งของ
00:23:42 → 00:23:45วิตามินซีนะครับกับอีก 1 ตัวครับที่มี
00:23:46 → 00:23:48ฤทธิ์ต้านอักเสบได้ดีนะครับแล้วเป็นที่
00:23:48 → 00:23:51ฮิตฮอ Popular มากในช่วงโควิดที่ผ่านมา
00:23:51 → 00:23:55คือสารที่ชื่อว่าเซิตินคือเป็นสารพฤกษ
00:23:55 → 00:23:58เคมีตัวนึงนะครับในกลุ่มของฟาวนอยที่อยู่
00:23:58 → 00:24:03ในพืชผักผลไม้นะครับจะพบเยอะในพวกหัวหอม
00:24:03 → 00:24:06หัวหอมแดงหัวหอมใหญ่นะครับแอปเปิ้ลโดย
00:24:06 → 00:24:10เฉพาะบริเวณเปลือกแอปเปิ้ลอ๋อเปลือกแหม
00:24:10 → 00:24:11แต่คนเนี่ยชอบ
00:24:11 → 00:24:11>> ปอกเปลือก
00:24:11 → 00:24:13>> ปอกเปลือกสะดวก
00:24:13 → 00:24:15>> อ๋อมันอยู่ในแอปเปิ้ลด้วยนะ
00:24:15 → 00:24:17>> มีอยู่ในเปลือกครับผมพวกนี้ก็จะช่วยใน
00:24:17 → 00:24:20เรื่องของการต้านการอักเสบได้ดี
00:24:20 → 00:24:21>> อ๋อ
00:24:21 → 00:24:24>> แล้วช่วยส่งเสริมสุขภาพปอดของเราระบบทาง
00:24:24 → 00:24:25เดินหายใจของเราครับ
00:24:25 → 00:24:26>> งั้นกินแอปเปิ้ลต้องกินเปลือกเข้าไปด้วย
00:24:26 → 00:24:28>> กินเปลือกเข้าไปด้วยแต่ก็ต้องล้างทำความ
00:24:28 → 00:24:30สะอาดให้ดีนะครับ
00:24:30 → 00:24:32>> อ่าพวกเนี้ยก็จะเป็นแหล่งของเคอ์ซีติน
00:24:32 → 00:24:34ซึ่งมันมีการศึกษาวิจัยครับ
00:24:34 → 00:24:37>> อ่าทั้งในและต่างประเทศนะโดยเฉพาะในช่วง
00:24:37 → 00:24:40โควิดที่ผ่านมานะเพราะว่าไอ้เจ้า
00:24:40 → 00:24:43เคอ์ซิตินเองเนี่ยมันมีฤทธิ์เป็น
00:24:43 → 00:24:45naturalistamine
00:24:45 → 00:24:49ช่วยเรื่องของการลดอาการภูมิแพ้ได้อแล้ว
00:24:49 → 00:24:51มันจะส่งเสริมสุขภาพทางเดินหายใจ
00:24:51 → 00:24:52>> อ๋ออ๋อ
00:24:52 → 00:24:55>> อ่าแล้วก็การศึกษาวิจัยเนี่ยเค้าศึกษา
00:24:55 → 00:24:59วิจัยโอโหหลายระดับเลยตั้งแต่ระดับเซลล์
00:24:59 → 00:25:02จนการศึกษาวิจัยทางคลินิกนะครับเพบว่ามัน
00:25:02 → 00:25:07ช่วยในการบรรเทานะครับอาการโควิดนะอ่าพวก
00:25:07 → 00:25:11รองโควิดซึ่งตัวเคอ์ซิเองเนี่ยมันช่วย
00:25:11 → 00:25:13ปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
00:25:13 → 00:25:13ครับ
00:25:13 → 00:25:14>> เหรอ
00:25:14 → 00:25:17>> อ่าพี่ตั๊กรู้มั้ยว่าเวลาเราติดเชื้อได้
00:25:17 → 00:25:20รับเชื้อนะเชื้อกอโรคโควิดอะไรต่างๆมานะ
00:25:20 → 00:25:23หรือไข้วัดใยสายพันธุ์โอสารพัดเลยนะครับ
00:25:23 → 00:25:26เจ้าเคอ์ซิตินเนี่ยนะจากการศึกษาวิจัย
00:25:26 → 00:25:30เนี่ยเา้าพบว่ามันสามารถที่จะไปกระตุ้น
00:25:30 → 00:25:32แมคโครฟardดนะที่จับกินเชื้อโรคเนี่ยนะ
00:25:32 → 00:25:33ครับ
00:25:33 → 00:25:35>> อ่าแมคโครฟardดในร่างกายของเราเนี่ยมันจะ
00:25:35 → 00:25:36มีอยู่ 2 ชนิด
00:25:36 → 00:25:37>> ค่ะ
00:25:37 → 00:25:39>> เราเรียกแต่แมคโครฟardแมคโครฟardใช่มั้ย
00:25:39 → 00:25:41ครับอ่าหรือเซลล์เม็ดเลือดขาวเนี่ยนะมัน
00:25:41 → 00:25:44จะมีชนิด M1 กับ M2
00:25:44 → 00:25:48>> นะ M1 กับ M2 นะ M1 เนี่ยทำหน้าที่ในการ
00:25:48 → 00:25:51ที่จะกระตุ้นการอักเสบ
00:25:51 → 00:25:52เพื่ออ
00:25:52 → 00:25:55>> กำจัดเชื้อโรคเวลามีเชื้อโรคบุกลุกเข้ามา
00:25:55 → 00:25:56>> ไอ้หนีจัดการ
00:25:56 → 00:25:59>> ใช่เคอรซิตินจะไปกระตุ้น M1
00:25:59 → 00:26:03>> ให้ทำงานในการที่จะกำจัดเชื้อโรคหลั่งสาร
00:26:03 → 00:26:05อักเสบฆ่าเชื้อโรคซะ
00:26:05 → 00:26:05>> ค่ะ
00:26:05 → 00:26:08>> อ่าส่วนในขณะเดียวกันเมื่อเชื้อโรคมันตาย
00:26:08 → 00:26:09แล้ว
00:26:09 → 00:26:09>> ค่ะ
00:26:09 → 00:26:13>> เคซิตินก็จะไปกระตุ้น M2
00:26:13 → 00:26:16>> M2 จะเป็นแมคโครฟardดเม็ดเลือดขาวที่
00:26:16 → 00:26:19ช่วยยับยั้งลดการอักเสบ
00:26:19 → 00:26:22>> อ๋ออ๋อมันก็ช่วยช่ 2 2 ทางก็คือไปลด
00:26:22 → 00:26:25อักเสบเพราะเชื้อมันตายแล้วอ่ะบางคนเชื้อ
00:26:25 → 00:26:28ตายแล้วซากศพของเชื้อโรคยังคาอยู่มันมี
00:26:28 → 00:26:31ปัญหาครับพี่ตั๊กเป็นรองโควิด
00:26:31 → 00:26:34>> โพสต์โควิดว่าเอ๊ะทำไมฉันหายจากอาการต่าง
00:26:34 → 00:26:37ๆเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบายแล้วเป็นกวาดซาก
00:26:37 → 00:26:40>> ถูกต้องครับแล้วทำไมฉันยังมีอาการมีเสมหะ
00:26:40 → 00:26:41ทุกเช้า
00:26:41 → 00:26:42>> อ๋อ
00:26:42 → 00:26:44>> ไออย่างต่อเนื่องยังไม่หายซะที
00:26:44 → 00:26:47>> แทนที่จะแบบเฮ้ยหายจบเรียบร้อยเพราะไอ้
00:26:47 → 00:26:51ซากศพของเชื้อโรคเหล่านั้นเนี่ยมันยังไป
00:26:51 → 00:26:54กระตุ้นให้การทำงานของ M1 เนี่ยยังทำงาน
00:26:54 → 00:26:56อยู่ยังมีการหลั่งของไซโตไคดซึ่งทางการ
00:26:56 → 00:27:00แพทย์เราเรียกว่าไซโตไคส์หรือพายุไซโตไคด
00:27:00 → 00:27:00>> อ
00:27:00 → 00:27:02>> ที่ก่อให้เกิดการอักเสบเนี่ยมากขึ้นมาก
00:27:02 → 00:27:04ขึ้นมากขึ้นทั้งๆที่มันหายแล้วนะตรวจ
00:27:04 → 00:27:07เชื้อปุ๊บอ่ะไม่ขึ้น 2 ขีดแล้วไม่พบแล้ว
00:27:07 → 00:27:11>> เหมือนกับเคซิตินเองกระตุ้น M1 นะเป็น
00:27:11 → 00:27:15ทหารนะครับด่านแรกไปกำจัดฆ่าเชื้อซะนะจะ
00:27:15 → 00:27:20ไปกราดยิงเชื้อกำจัดเชื้อ M2 ทูไปเก็บซาก
00:27:20 → 00:27:21ศพ
00:27:21 → 00:27:24>> แล้วก็ฟื้นฟูซ่อมแซมไอ้เศษ
00:27:24 → 00:27:27>> ทำความสะอาดนะสมรภูมินั้นนะครับเคลียร์
00:27:27 → 00:27:29ให้หมดอแล้วมันก็เลยจะปรับ
00:27:29 → 00:27:32>> สมดุลของระบบภูมิคุ้มกันแล้วระบบภูมิคุ้ม
00:27:32 → 00:27:35กันของเราถ้ามันทำงานหนักทำงานเยอะ
00:27:35 → 00:27:38>> มากไปมันก็ไม่ดีถูกมั้ยครับเพราะมันก็
00:27:38 → 00:27:40เฮ้ยไม่หายสักทีทั้งๆที่เชื้อมันตายไป
00:27:40 → 00:27:44แล้วอ่ามันก็เลยต้องไปหมดateภูมิคุ้มกัน
00:27:44 → 00:27:47เจ้าเคอ์ซิตินมันก็ช่วยได้ครับตรงส่วนนี้
00:27:47 → 00:27:49>> อันนี้เคอ์ซิตินกินที่ว่านมันเป็นแคปซูล
00:27:49 → 00:27:52หรือมันเป็นอะไรที่เราจะกินแล้วเราดูดซึม
00:27:52 → 00:27:53ได้ดีและเอาไปช่วยได้
00:27:54 → 00:27:56>> ดูดซึมได้ดีมันมีอยู่หลายรูปแบบฟอร์มแต่
00:27:56 → 00:27:58อาจารย์ต้องบอกก่อนว่า
00:27:58 → 00:28:00>> คู่หูดูโอ้ที่จะส่งเสริมมันเนี่ยมันคือ
00:28:00 → 00:28:01วิตามินซีครับพี่ตั
00:28:01 → 00:28:02>> อเหรอ
00:28:02 → 00:28:05>> วิตามินซีนี่แหละคู่กันครับถามว่าทำไม
00:28:05 → 00:28:09เคซิตินควรจะพัวิตามินซีอ่าเพราะว่ามันมี
00:28:09 → 00:28:13การศึกษาวิจัยครับว่าตัววิตามินซีเนี่ย
00:28:13 → 00:28:16มันจะช่วยในการส่งเสริมการดูดซึมของ
00:28:16 → 00:28:18เคอ์ซิตินให้เพิ่มขึ้นแม้กระทั่งงานวิจัย
00:28:18 → 00:28:21ทางคลินิกเขายังพบว่ากินคู่กันเนี่ยมัน
00:28:21 → 00:28:24ช่วยในการที่จะลดการอักเสบนะตัวชี้วัดการ
00:28:24 → 00:28:28อักเสบเนี่ยลดลง 5-60% ดีกว่ากินเดี่ยวๆ
00:28:28 → 00:28:29เซิกินเดี่ยวๆ
00:28:29 → 00:28:31>> อ่าแล้วก็ช่วยในการอ
00:28:31 → 00:28:35>> บรรเทาอาการโควิดฟื้นฟูพวกอาการเจ็บไข้
00:28:35 → 00:28:38ได้ป่วยที่เราแบบเฮ้ยเป็นหวัดแล้วหายยาก
00:28:38 → 00:28:41หายช้านะอันนี้ก็จะหายเร็วขึ้นนะถ้าเรา
00:28:41 → 00:28:43ร่วมกันทีนี้รูปแบบของมันเนี่ยมีอยู่หลาย
00:28:43 → 00:28:46รูปแบบครับพี่ตั๊กอ่าเป็นเม็ดเป็นผงนะไป
00:28:46 → 00:28:50จนถึงเป็นเม็ดฟู่พวกเม็ดพวกผงที่เป็น
00:28:50 → 00:28:52แคปซูลเนี่ยเวลาเรากินเข้าไปเนี่ยโอ้โห
00:28:52 → 00:28:54ร่างกายเราต้องเป็นไงครับต้องไปย่อย
00:28:54 → 00:28:57แคปซูลเปลือกแคปซูลหรือเม็ดกว่าจะแตกตัว
00:28:57 → 00:29:00ละลายแล้วปัจจุบันเองเนี่ยมันมีนวัตกรรม
00:29:00 → 00:29:03หรือเทคโนโลยีของเคอ์ซิตินนะร่วมกับ
00:29:03 → 00:29:05วิตามินซีในรูปแบบของเม็ดฟู่
00:29:05 → 00:29:05>> เม็ดฟู่
00:29:05 → 00:29:08>> อ่าซึ่งเม็ดฟู่เนี่ยข้อดีคือเราไม่ต้อง
00:29:08 → 00:29:10กลัวว่าเฮ้ยเรากินน้ำมากน้ำน้อยเพราะเรา
00:29:10 → 00:29:12ต้องกินพร้อมกับน้ำอยู่แล้ว 1 แก้ว
00:29:12 → 00:29:16>> ฟู่ลงไปปุ๊บเนี่ยครับมันก็จะมีพวกซิแอซิ
00:29:16 → 00:29:19สินะครับโซเดียมไบคateทำให้
00:29:19 → 00:29:22>> สารเคซิตินเองเนี่ยมันแตกตัวได้ดีละลาย
00:29:22 → 00:29:24แล้วดูดซึมได้ดีครับ
00:29:24 → 00:29:24>> อื
00:29:24 → 00:29:27>> มันมีการศึกษาวิจัยเลยครับพบว่าเคอ์ซิติน
00:29:27 → 00:29:30ในรูปแบบเม็ดฟู่อ่ามีการดูดซึมแล้วเอาไป
00:29:30 → 00:29:33ใช้ประโยชน์ในร่างกายเนี่ยมากกว่าแบบผง
00:29:33 → 00:29:37>> อ๋อกินเม็ดฟู่ดีกว่าคราวนี้เราจะสร้าง
00:29:37 → 00:29:40ภูมิคุ้มกันด้วยอาหารอย่างเดียวได้มั้ย
00:29:40 → 00:29:43สมมุติว่ากินอาหารอย่างเดียวได้มึ่ง
00:29:43 → 00:29:45วิตามินได้มั้ไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมได้
00:29:45 → 00:29:48มั้ยถามว่าได้มจริงๆแล้วได้ถ้าเราสามารถ
00:29:48 → 00:29:50กินได้เพียงพอ
00:29:50 → 00:29:50>> เพียงพอ
00:29:50 → 00:29:52>> ถูกต้องครับผมเพราะบางอย่างเนี่ยอาจารย์
00:29:52 → 00:29:55ต้องบอกก่อนเช่นสมมุติวิตามินซีนะถ้าตาม
00:29:55 → 00:29:58โดสของร่างกายของเราเนี่ยมันต้องการวันละ
00:29:58 → 00:30:00ประมาณ 100 มลกรั
00:30:00 → 00:30:01>> อ่าเพื่อเราไม่ให้ขาดเหรอ
00:30:01 → 00:30:04>> ถูกต้องครับแต่โดสพันที่พี่ตั๊กว่าเนี่ย
00:30:04 → 00:30:07คือโดสจากงานวิจัยซึ่งเป็น optimal เป็น
00:30:07 → 00:30:09pharmacolical
00:30:09 → 00:30:11เป็นโดสที่ออกฤทธิ์เป็นยาครับช่วยใน
00:30:11 → 00:30:14เรื่องของการส่งเสริมภูมิคุ้มกันของเรา
00:30:14 → 00:30:16ช่วยในการบรรเทาเอาอาการหวัด
00:30:16 → 00:30:16>> ฮะ
00:30:16 → 00:30:19>> ช่วยในการทำให้หวัดหายเร็วขึ้น
00:30:19 → 00:30:21>> จริงๆเราเราควรจะทานสักเท่าไหร่
00:30:21 → 00:30:24>> อ่าประมาณ 1,000 มิกรัมต่อวันถูกต้องครับ
00:30:24 → 00:30:27ผมฉะนั้นแล้วเนี่ยถ้าเราบอกเอ้ย 1,000 โห
00:30:27 → 00:30:30บางทีพี่ตั๊กต้องไปกินส้มเท่าไหร่ครับ
00:30:30 → 00:30:33>> เป็นเข่งเป็นตะกร้าแล้วน้ำตาลแฝงที่อยู่
00:30:33 → 00:30:36ในผลไม้ที่เราจะมีโอกาสได้รับเกินอีกนะ
00:30:36 → 00:30:38ครับอแล้วบางอย่างเนี่ยมันจำเป็นต้อง
00:30:38 → 00:30:40เสริมบางอย่างกินอยู่ในรูปแบบอาหารเพียง
00:30:40 → 00:30:44พอนะเช่นสมมุติอาจารย์บอกเคอ์ซิตินนะพบใน
00:30:44 → 00:30:46หัวหอมแดงเนี่ย 1 ขีดเนี่ยมีอยู่ประมาณ
00:30:46 → 00:30:50ซักเอ่อ 30-50 มิลกรัมพี่ตั๊กอาจจะต้อง
00:30:50 → 00:30:54กินแบบหอมเนี่ยทีนึงแบบครึ่งกิลนึกออกมั้
00:30:54 → 00:30:56ครับแล้วมันเยอะมากแล้วก็ต้องกินทุกวัน
00:30:56 → 00:30:59ทุกวันทุกวันหรือแอปเปิ้ลอาจารย์บอกว่า 1
00:30:59 → 00:31:01ลูกของแอปเปิ้ลเนี่ยรูปผลขนาดการเปลือก
00:31:01 → 00:31:04แอปเปิ้ลเนี่ยมีเคอ์ซิตินอยู่ประมาณ 20
00:31:04 → 00:31:05>> มิลลิกรัม
00:31:05 → 00:31:07>> แล้วจะออกฤทธิ์ได้เนี่ยเอ้ยอย่างน้อย 100
00:31:07 → 00:31:10มลกรัมพี่ตั๊กต้องกินแอปเปิ้ล 5 ลูก
00:31:10 → 00:31:10>> โอ้โห
00:31:10 → 00:31:11>> แล้วต้องกินทุกวัน
00:31:11 → 00:31:13>> นึกออกมั้ยครับแล้วเนี่ยบางอย่างเนี่ยกิน
00:31:13 → 00:31:16ในรูปแบบอาหารได้โอเคหรืออาหารแล้วก็กิน
00:31:16 → 00:31:19แหละแล้วตัวเสริมเนี่ยมันจะช่วยเติมเต็ม
00:31:19 → 00:31:19ให้เราเนี่ย
00:31:19 → 00:31:20>> อ
00:31:20 → 00:31:22>> เป็นโดสแบบการใช้อาหารเป็นยาคือ
00:31:22 → 00:31:23>> อ๋อ
00:31:23 → 00:31:26>> Farmaological เป็นโดสที่ออกฤทธิ์ในการ
00:31:26 → 00:31:28ที่จะเป็นยาในการบรรเทา
00:31:28 → 00:31:31>> อ่าอาการหวัดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบาย
00:31:31 → 00:31:32ซึ่งภูมิคุ้มกันสำคัญมากเลยนะ
00:31:32 → 00:31:35>> งั้นแสดงว่าเรากินอาหารด้วย
00:31:35 → 00:31:37>> นะฮะที่มันมีเคซิตินใช่มั้ย
00:31:37 → 00:31:38>> ถูกต้องครับวิตามินซี
00:31:38 → 00:31:41>> ด้วยวิตามินซีด้วยแต่มันอาจจะกินเยอะเรา
00:31:41 → 00:31:43ก็เพิ่มเสริมเข้าไปหน่อย
00:31:43 → 00:31:46>> ถูกต้องครับเมื่อเราต้องเสริมไม่ใช่ปล่อย
00:31:46 → 00:31:50ธรรมชาติจนเกินเหตุใช่ถ้าไลฟ์สไตล์แบบ
00:31:50 → 00:31:51เร่งรีบด้วยพี่ตั๊นึกออกมั้
00:31:51 → 00:31:53>> ที่จะกินเพียงพอในแต่ละวันเนี่ยทุกวันนี้
00:31:53 → 00:31:55เราจะกินพืชผัดผงไม้บางคนแบบ
00:31:56 → 00:31:56>> ไม่พอ
00:31:56 → 00:31:58>> อ่าแต่ต้องเสริมได้อย่าง
00:31:58 → 00:32:01>> ให้มันเหมาะสมแล้วก็เลือกคุณภาพมาตรฐาน
00:32:01 → 00:32:02ที่ดี
00:32:02 → 00:32:04>> แล้ววิตามินเสริมภูมิคุ้มกันหรือว่า
00:32:04 → 00:32:07ผลิตภัณฑ์ที่เสริมอาหารที่ที่ช่วยใน
00:32:07 → 00:32:10เรื่องการต้านอักเสบเนี่ยเราควรจะกินตอน
00:32:10 → 00:32:11ไหนถือว่าดีที่สุด
00:32:11 → 00:32:14>> อ่าดีที่สุดเลยก็คือกินในมื้อชัเช้าครับ
00:32:14 → 00:32:16หลังอาหารเช้าก็ได้ครับพี่ตั๊กเนื่องมา
00:32:16 → 00:32:20จากว่าชีวิตเราเนี่ยจะต้องเผชิญกับมลพิษ
00:32:20 → 00:32:23ฝุ่นควันนะครับความเครียดนะครับอ่าไปจน
00:32:24 → 00:32:26ถึงอาหารการกินที่อาจจะมีผลไปกระตุ้นการ
00:32:26 → 00:32:29อักเสบแล้วเรากินในมื้อเช้าเนี่ยเพื่อให้
00:32:29 → 00:32:31มันออกฤทธิ์ออกเดทครอบคลุมตลอดทั้งวัน
00:32:31 → 00:32:34>> อ๋อถ้าเราอยากจะเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่
00:32:34 → 00:32:36วันเนี้ยเราเริ่มแล้ววันเนี้ยเพื่อที่เรา
00:32:36 → 00:32:39จะไปช่วยลดการอักเสบอะไรต่างๆในร่างกาย
00:32:39 → 00:32:42ของเราเนี่ยนะฮะอาจารย์แนะนำเลยอย่างแรก
00:32:42 → 00:32:44เริ่มยังไงก่อนเหตุที่ลดการอักเสบทุกคน
00:32:44 → 00:32:45อักเสบอยู่แล้ว
00:32:45 → 00:32:47>> แก้ด้วยพฤติกรรมนี่แหละครับพี่ตั๊กเคยได้
00:32:47 → 00:32:49ยินไลฟ์สไตล์ medicine ใช่มั้ยครับ
00:32:49 → 00:32:51>> เมิซีนเม็ดนั้นน่ะคือไลฟ์สไตล์
00:32:51 → 00:32:52>> อือ
00:32:52 → 00:32:54>> ก็คือการใช้ชีวิตของเราหรือเวทศาสตร์วิถี
00:32:54 → 00:32:56ชีวิตนี่แหละครับอ่าคือ
00:32:56 → 00:33:00>> อาหารครับอย่างแรกสุดเลยเราก็ต้องพยายาม
00:33:00 → 00:33:04ลดละเรี่ยงนะครับน้ำตาลนะอาหารที่เป็น
00:33:04 → 00:33:07Ultra Food แปรรูปขั้นสุดอ
00:33:07 → 00:33:10>> แล้วก็พยายามกินอาหารต้านการอักเสบ
00:33:10 → 00:33:10>> อื
00:33:10 → 00:33:14>> อ่าเพื่อช่วยในการที่จะลดการอักเสบในร่าง
00:33:14 → 00:33:16กายของเรานะครับก็คือดับ
00:33:16 → 00:33:18>> โรคเรื้อรังแล้วช่วยให้ภูมิคุ้มกันเราทำ
00:33:18 → 00:33:20งานดีนะภูมิคุ้มกันเมื่อก่อนเนี่ยเรามอง
00:33:20 → 00:33:25ว่าเฮ้ยมันใช้ในการป้องกันโรคติดเชื้อใช่
00:33:25 → 00:33:27มั้ครับที่เราได้รับเชื้อโรคเชื้อร้ายนะ
00:33:27 → 00:33:30โควิดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์สารพัดเลยเนี่ย
00:33:30 → 00:33:32แต่จริงๆแล้วเนี่ยภูมิคุ้มกันยังกำจัด
00:33:32 → 00:33:33เซลล์มะเร็งในร่างกายนะ
00:33:33 → 00:33:36>> ถ้าเรามีภูมันเราก็จะไม่ค่อยดีถูกต้อง
00:33:37 → 00:33:38ครับทั้งโรคติดเชื้อโรคไร้เชื้อทั้งหลาย
00:33:39 → 00:33:42แหล่อแล้วมันดูแลด้วยอาหารเพราะยังไงทุก
00:33:42 → 00:33:43วันนี้เราก็ต้องกิน
00:33:43 → 00:33:44>> ค่ะ
00:33:44 → 00:33:47>> นะเรากินกันตลอดอยู่แล้วนะครับทั้งวันนะ
00:33:47 → 00:33:49แล้วอาหารเป็นสิ่งแรกครับ
00:33:49 → 00:33:51>> อ่าที่ช่วยในการต้านอักเสบ
00:33:51 → 00:33:51>> ค่ะ
00:33:51 → 00:33:54>> ออที่ 2 อารมณ์ครับก็พยายามที่จะแบบเฮ้ย
00:33:54 → 00:33:57อารมณ์ดีพยายามคิดบวกนะแต่ไม่ใช่พร้อมบวก
00:33:57 → 00:33:59อยู่ตลอดเวลานะครับบ
00:33:59 → 00:34:00>> แล้วก็เครียดให้น้อยที่สุด
00:34:00 → 00:34:02>> เครียดให้น้อยรู้ตัวให้ทัน
00:34:02 → 00:34:06>> ถูกต้องครับมีสติรู้นะครับอ่าออที่ 3 ออ
00:34:06 → 00:34:09อากาศอันนี้สำคัญมากครับพี่
00:34:09 → 00:34:11>> เพราะ PM เนี่ยมันมาเหนี่ยวนำทำให้เกิด
00:34:11 → 00:34:13โรคมะเร็งทำให้เกิดโรคหัวใจและ
00:34:13 → 00:34:15>> อยู่ที่นี้มันก็ยังเยอะอยู่ใช่มั้อาจารย์
00:34:15 → 00:34:16>> เยอะอยู่ครับผม
00:34:16 → 00:34:18>> เหมือนเรื่องโควิดอ่ะเรายังละเลยโควิดก็
00:34:18 → 00:34:18ยังมีอยู่
00:34:18 → 00:34:20>> ใช่ครับแล้ว PM 2.5 อ้ามันอยู่กับเราไป
00:34:20 → 00:34:21ตลอดชีวิตนะครับ
00:34:21 → 00:34:22>> ตลอดชีวิต
00:34:22 → 00:34:24>> อ่านะแล้วเนี่ยอากาศเป็นสิ่งที่สำคัญเรา
00:34:24 → 00:34:27รู้แล้วแหละเราใส่หน้ากากป้องกันแต่ถ้า
00:34:27 → 00:34:28เมล็ดรอดเข้าไปล่ะ
00:34:28 → 00:34:28>> อือ
00:34:28 → 00:34:31>> อ่าเราก็ต้องหาตัวช่วยตัวเสริมนะ
00:34:31 → 00:34:34เคอ์ซีตินวิตามินซีอะไรต่างๆหรือสารต้าน
00:34:34 → 00:34:37อนุมูลอิสระต้านอักเสบนะครับอันเนี้คือ
00:34:37 → 00:34:38เรื่องของอากาศ
00:34:38 → 00:34:41>> นะครับออกกำลังกายอันนี้ก็สำคัญครับในการ
00:34:41 → 00:34:44ที่จะเสริมภูมิคุ้มกันนะครับในการหลั่ง
00:34:44 → 00:34:46ฮอร์โมนต่างๆที่ช่วยต้านอักเสบครับและออ
00:34:46 → 00:34:49สุดท้ายคนละเลยกันเยอะมากอื
00:34:49 → 00:34:52>> เอหลังหลับนอนเพราะชอบนอนดึก
00:34:52 → 00:34:53>> อ๋ออันนี้สำคัญ
00:34:53 → 00:34:54>> นอนคุณภาพการนอนไม่ดี
00:34:54 → 00:34:56>> บางทีนอนนะแต่ไม่ได้ลึก
00:34:56 → 00:34:57>> ใช่ครับ
00:34:57 → 00:34:59>> หลับลึกก็สำคัญนะลึกสำคัญมากเลยอาจารย์
00:34:59 → 00:35:01บอกเลยเพราะอะไรครับหลับลึกเนี่ยจะเป็น
00:35:01 → 00:35:03ช่วงที่หลังโกสฮอร์โมน่
00:35:03 → 00:35:05>> ฮอร์โมนที่ช่วยชะลอไว
00:35:05 → 00:35:07>> ฮอร์โมนที่ช่วยต้านแก่ฮอร์โมนที่ช่วย
00:35:07 → 00:35:09เพิ่มการเผาผ่านไขมันนะแล้วคุณไม่อยาก
00:35:10 → 00:35:11อ้วนไม่อยากแก่
00:35:11 → 00:35:11>> ค่ะ
00:35:11 → 00:35:14>> คุณต้องนอนหลับ deep sleep deep sleep
00:35:14 → 00:35:15>> หลับให้ดี
00:35:15 → 00:35:18>> หลับให้ลึกถ้า 7-8 ชั่วโมงต่อวันที่เรา
00:35:18 → 00:35:20นอนนอนเนี่ย EP sleep ก็ควรจะ 1 ช่โมง
00:35:20 → 00:35:21ถึงชั่วโมงครึ่ง
00:35:21 → 00:35:21>> โถ่
00:35:21 → 00:35:26>> อ่า sleep ก็สำคัญในการฟื้นฟูสมองของเรา
00:35:26 → 00:35:29>> สุขภาพที่ดีเริ่มที่
00:35:29 → 00:35:29>> ตัว
00:35:29 → 00:35:32>> วิถีชีวิตตัวเรานี่แหละครับทั้ง 6 ออ
00:35:32 → 00:35:35อาหารอารมณ์อากาศออกกำลังกายเอนหลังหลับ
00:35:35 → 00:35:39นอนอ่าพวกเนี้ยและโอบอ้อมอารีอีก 1 ออนะ
00:35:39 → 00:35:42เพราะว่ามันคือสิ่งที่เรามีมนุษยสัมพันธ์
00:35:42 → 00:35:43ที่ดี
00:35:43 → 00:35:45>> นะก็จะช่วยให้ชีวิตเราดีด้วย
00:35:45 → 00:35:48>> ค่ะคุยกับอาจารย์เอกราชวันนี้แล้วพี่ตั๊ก
00:35:48 → 00:35:50บอกได้เลยว่าการใช้ชีวิตของคนเราทุกวัน
00:35:51 → 00:35:53นี้นะคะทำให้ร่างกายของเราเสี่ยงต่อการ
00:35:53 → 00:35:56อักเสบเรื้อรังได้ง่ายจริงๆไม่ว่าจะเป็น
00:35:56 → 00:35:58เรื่องของการกินที่เรากินไม่ดีเราเครียด
00:35:59 → 00:36:02เรานอนน้อยเราเจอฝุ่น PM 2.5 5 มากมาย
00:36:02 → 00:36:05เหล่านี้มาครบเลยทำให้ภูมิคุ้มกันในระบบ
00:36:05 → 00:36:08ของร่างกายของเราต้องทำงานหนักและก็
00:36:08 → 00:36:10เสื่อมถอยโดยที่เราไม่รู้ตัวเราควรจะหา
00:36:10 → 00:36:13ตัวช่วยมาดูแลร่างกายของเราจากภายในเพื่อ
00:36:13 → 00:36:16เป็นการเสริมภูมิคุ้มกันและเป็นการที่จะ
00:36:16 → 00:36:19ดูแลลึกไปถึงเซลล์ลดการอักเสบและช่วยปก
00:36:19 → 00:36:22ป้องปอดของเราอีกด้วยเพราะแบบนี้นะคะพี่
00:36:22 → 00:36:25ตั๊กเลยอยากจะแนะนำตัวช่วยดีๆตัวนี้เลย
00:36:25 → 00:36:30ค่ะ Plus เม็ดฟู่จากแอตแลนต้าตัวนี้เมี
00:36:30 → 00:36:34ทั้งโคซิตินวิตามินซีและไบโอฟาวานอยดรวม
00:36:34 → 00:36:37อยู่ในสูตรเดียวกันเลยนะคะผลิตจากประเทศ
00:36:37 → 00:36:39เยอรมนีค่ะเพราะงั้นคุณก็มั่นใจได้ใน
00:36:39 → 00:36:43คุณภาพและเรื่องความปลอดภัยโรงงานผ่านการ
00:36:43 → 00:36:47รับรองมาตรฐานระดับสากลลองดูนะคะไม่ต้อง
00:36:47 → 00:36:49รอให้ร่างกายของเราเนี่ยส่งสัญญาณเตือน
00:36:49 → 00:36:52เพราะฉะนั้นเราควรจะดูแลตัวเองตั้งแต่ตอน
00:36:52 → 00:36:56นี้ดีที่สุดค่ะดูคลิปนี้จบแล้วนะคะอยาก
00:36:56 → 00:36:59ให้รายการของเราปรับปรุงอะไรชวนใครมาคุย
00:36:59 → 00:37:01หรือคุยเรื่องอะไรคอมเมนต์มาบอกในรายการ
00:37:01 → 00:37:04ได้เลยนะคะพี่ตั๊กขอคนละ 1 คอมเมนต์เท่า
00:37:04 → 00:37:06นั้นเพราะว่าอยากจะฟังความคิดเห็นของทุก
00:37:06 → 00:37:10คนจริงๆจะได้นำไปใช้และพัฒนารายการให้ดี
00:37:10 → 00:37:13ขึ้นเรื่อยๆฝากกดไลค์กดแชร์กดติดตามทาง
00:37:13 → 00:37:16ช่อง Live Dot นะคะจะได้ไม่พลาดสาระดีๆ
00:37:16 → 00:37:21จากรายการตั๊ก Talk ค่ะ