00:00:00 → 00:00:13[เพลง]
00:00:13 → 00:00:17ครับพี่หมอครับสวัสดีครับสวัสดีครับ
00:00:17 → 00:00:20สวัสดีทุกสวัสดีครับคุณหมครับครับสวัสดี
00:00:20 → 00:00:24ครับสวัสดีครับครับครับท่าน
00:00:24 → 00:00:28ครับวันนี้เจอกัน
00:00:28 → 00:00:35เอ่อกลางสัปดาห์นะเอ่อกลางสัปดาห์เนี่ยอื
00:00:35 → 00:00:37คือจะสังเกตว่าในช่วงสักปลายๆสัปดาห์หรือ
00:00:37 → 00:00:40ต้นสัปดาห์เนี่ยหมอก็พยายามเอาความรู้
00:00:40 → 00:00:44เรื่องคอเลสเตอรอลเดิมๆ่ะนะนะก็เอามามา
00:00:44 → 00:00:49สรุปรวบรวมแล้วก็เอาไปโพสต์นะฮะนะไปโพสต์
00:00:49 → 00:00:51เสริมรายละเอียดให้พวกเราได้อ่านกันนะ
00:00:52 → 00:00:55แล้วก็ทำความเข้าใจอ่าที่พูดว่าไอ้
00:00:55 → 00:00:58คอเลสเตอรอลแนวใหม่นะอ้างอิงตามงานวิจัย
00:00:58 → 00:01:03อ่าล่าสุดสุดนะฮะนะที่เา้าถือว่าเป็นองค์
00:01:03 → 00:01:07ความรู้ใหม่อัปเดตเลยนะนะในเพจของของทาง
00:01:07 → 00:01:11เราเนี่ยนะแต่ทีนี้เอ่อในแง่ของการเอามา
00:01:11 → 00:01:17ใช้เอามาอธิบายเรื่องของการปฏิบัติน่ะเ
00:01:17 → 00:01:19ซึ่งมันเป็นเรื่องของ clinical Practice
00:01:19 → 00:01:23นะฮะนะอันเนี้ยเราจะเอามาใช้ยังไงังยังไง
00:01:23 → 00:01:26บ้างนะฮะทีนี้วันเนี้ยรายละเอียดต่างๆก็
00:01:26 → 00:01:29เป็นรายละเอียดในเรื่องของคอเลสเตอรอลใน
00:01:29 → 00:01:31เชิงก็ไม่ได้ว่าเชิงลึกหรอกนะเชิงราย
00:01:31 → 00:01:35ละเอียดแล้วกันนะฮะอาจจะมีเก็บเล็กผสม
00:01:35 → 00:01:39น้อยอาจจะเป็นตรงไหนอะไรต่างๆเนี่ยบางบาง
00:01:39 → 00:01:42ทีเราฟังแล้วเราก็จะได้เข้าใจแบบทะลุทะลุ
00:01:43 → 00:01:46ไปอ่ะนะว่าเออมันไม่กั๊กๆหรือว่ามันไม่
00:01:46 → 00:01:49ยังงงๆอยู่ฟังแล้วเอ๊เหตุผลคืออะไรไม่รู้
00:01:49 → 00:01:53อ่ะนะเนี่ยวันนี้หมอเจะมาเล่านะไม่มี
00:01:53 → 00:01:56สไลด์อะไรมากมายนะฮสไลด์ก็เป็นสไลด์เก่า
00:01:56 → 00:01:59นะแต่วันนี้ก็จะมาพยายามเล่านะพยายาม
00:01:59 → 00:02:03เขียนเป็นเรื่องเล่าอ่ะนะก็ฟังๆดูเนาะนะ
00:02:03 → 00:02:07ครับทีนี้มันก็มีการถามคำถามขึ้นมาแหละ
00:02:07 → 00:02:11ว่าอืเนี่ยนะคือในทางการแพทย์กระแสหลัก
00:02:11 → 00:02:13เราอ่ะเวลาไปตรวจร่างกายไปตรวจเช็คอัพ
00:02:13 → 00:02:16อะไรต่างๆแล้วเนี่ยผลหลปิดโปรไฟล์เนี่ย
00:02:16 → 00:02:19มันมีการเปลี่ยนแปลงของไอ้ตัวไขมัน 4 ตัว
00:02:19 → 00:02:22เนี้ยนะฮะแล้วถ้าเกิดมีการสูงเนี่ยก็อาจ
00:02:22 → 00:02:26จะโดนได้รับยาหรือหรือเ่อนัดติดตามผลแล้ว
00:02:26 → 00:02:30ก็มีการให้ข้อมูลทางด้านสุขศึกษานะพูด
00:02:30 → 00:02:32ง่ายๆอย่าเงี้ยนะว่าจะต้องกินอะไรไม่กิน
00:02:32 → 00:02:34อะไรหลีกเลี่ยงอะไรแล้วต้องทำยังไงอะไร
00:02:34 → 00:02:37อย่างเงี้ยนะอย่างนึงในเรื่องของโภชนาการ
00:02:37 → 00:02:41เนี่ยนะเราก็จะได้ถูกเตือนว่างดไข่แดง
00:02:41 → 00:02:45หรือจำกัดไข่แดงลดไข่แดงลงนะแล้วก็ไอ้พวก
00:02:45 → 00:02:49กุ้งหอยปลาปูสัตว์น้ำนะพวกเนี้ยนะเค้าการ
00:02:49 → 00:02:52แพทย์กระแสหลักเก็ถือว่ามันมีคอเลสเตอรอล
00:02:52 → 00:02:54สูงนะเพราะฉะนั้นตอนเผลเลือดมันเป็นอย่าง
00:02:55 → 00:02:58เงี้ยก็ควรจะลดไปด้วยหรือตัดไปก่อนไม่กิน
00:02:58 → 00:03:02นะฮะหลายคนก็ไปทำจริงทำจังอ่ะนะฮะก็คือ
00:03:02 → 00:03:06ตัดหมดเลยนะฮะคล้ายๆกับว่าสัตว์ใหญ่สัตว์
00:03:06 → 00:03:11บกของมันๆอ่าไข่แดงหรือว่าเนี่ยสัตว์น้ำ
00:03:11 → 00:03:14อะไรต่างๆกุ้งหอยปลาปูอะไรต่างๆนะแต่ส่วน
00:03:14 → 00:03:16ใหญ่จะไม่ค่อยเกี่ยวกับปลาเพราะปลานี่
00:03:16 → 00:03:19คอเลสเตอรอลน้อยที่สุดนะฮะแต่ว่าในสัตว์
00:03:19 → 00:03:21น้ำเนี่ยที่คอเลสเตอรอลมากที่สุดก็คือหอย
00:03:21 → 00:03:26ลองลงมาก็จะเป็นปลาหมึกอ่าแล้วก็แล้วก็
00:03:26 → 00:03:31กุ้งแล้วก็ปูนะฮะนะส่วนปลาต่างๆเนี่ยไม่
00:03:32 → 00:03:35เยอะไม่เยอะนะในแง่คอเลสเตอรอลนะปลามันจะ
00:03:35 → 00:03:40เน้นไปที่โปรตีนนะอ่ะเอ่อที
00:03:40 → 00:03:44นี้ก็คำถามเนี่ยส่วนใหญ่ก็คือมีการตั้งคำ
00:03:44 → 00:03:47ถามว่าเออเนี่ยกินไข่ทั้งฟองไข่ขาวด้วย
00:03:47 → 00:03:51ไข่แดงด้วยแล้วกินวันละหลายๆลูกนะแล้วโดย
00:03:51 → 00:03:54เฉพาะการกินสัตว์น้ำที่เป็นหอยกับปลาหมึก
00:03:54 → 00:03:58เนี่ยนะถ้ากินแล้วเนี่ยคอเลสเตอรอลใน
00:03:58 → 00:04:01เลือดเราจะเป็นยังไงนะฮะนะอันนี้เราก็มา
00:04:01 → 00:04:03ทายกันดูอ่ะนะคอเลสเตอรอลมันจะเป็นยังไง
00:04:03 → 00:04:06ถ้ากินสารอาหารที่หมอว่าเนี่ยนะมันจะลดลง
00:04:06 → 00:04:11มันจะเพิ่มขึ้นนะฮะนะแล้วถ้าเกิดการแพทย
00:04:11 → 00:04:14กระแสหลักเเตือนมาเรามาอย่างเงี้ยนะนะถ้า
00:04:14 → 00:04:18เราไปปฏิบัติตามเนี่ยนะผลแลปในคราวหน้า
00:04:18 → 00:04:21เนี่ยจะพอทายได้ไหนะว่าถ้างดกินแล้วมันจะ
00:04:21 → 00:04:27ลดลงหรืออ่าถ้าไม่งดกินล่ะนะมันจะลดหรือ
00:04:27 → 00:04:31มันจะเพิ่มนะฮะนะอันนี้ในแง่ของคำตอบนะฮะ
00:04:31 → 00:04:36นะหมอตอบสั้นๆก่อนเลยว่านะถ้าจะกินอาหาร
00:04:36 → 00:04:39ดังที่บอกเนี่ยนะฮะก็คือไข่ทั้งฟองเอาล่ะ
00:04:39 → 00:04:42กินหลายหลายลูกอ่ะโดยเฉพาะทำไข่โป่งไข่
00:04:42 → 00:04:45ปั่นไข่ในรูปแบบที่เสริมสุขภาพที่เคยแนะ
00:04:45 → 00:04:49นำกันไปนะแล้วก็กินหอยกินปลาหมึกเนี่ยเออ
00:04:49 → 00:04:52ถ้ากินอย่างเงี้ยนะคำตอบก็คือคอเลสเตอรอล
00:04:52 → 00:04:56จะลดลงนะฮะอ่าคอเลสเตอรอลลดลงคอเลสเตอรอล
00:04:57 → 00:05:01ลดลงนะเพราะอะไรอันเนี้ยเราจะมาคุยกัน
00:05:01 → 00:05:05เนาะอ่ะทีนี้ก็เริ่มอย่างงี้นะอ่าเราก็คง
00:05:05 → 00:05:09ทราบกันแล้วล่ะว่าคอเลสเตอรอลเนี่ยนะใน
00:05:09 → 00:05:14ทฤษฎีแนวใหม่ที่เราให้ความรู้กันในเพจนะ
00:05:14 → 00:05:18ก็คือคอเลสเตอรอลนี้เป็นสารชีวภาพที่เรา
00:05:18 → 00:05:22จัดหมวดหมู่เป็นสารอาหารอ่าไม่ใช่พลังงาน
00:05:22 → 00:05:26แล้วเขอยู่ในกลุ่มของอาหารประเภทไขมันนะ
00:05:26 → 00:05:29งั้นคอเลสเตอรอลก็คือเป็นไขมันที่ไม่ได้
00:05:29 → 00:05:32ให้พลังงานนะ
00:05:32 → 00:05:36นะคอเลสเตอรอลเกิดขึ้นจากการสร้างของ
00:05:36 → 00:05:40เซลล์ต่างๆในร่างกายทุกๆเซลล์ที่มี
00:05:40 → 00:05:43ปฏิกิริยาของพลังงานนะเพราะฉะนั้นเซลล์
00:05:43 → 00:05:46เนี่ยแน่นอนนะการมีชีวิตของเซลล์การ
00:05:46 → 00:05:49turnover ของเซลล์นะแล้วก็การเปลี่ยน
00:05:49 → 00:05:52แปลงอ่าวงจรของเซลล์เนี่ยก็จะต้องมี
00:05:52 → 00:05:56เรื่องเกี่ยวข้องกับพลังงานนะเพราะฉะนั้น
00:05:56 → 00:05:58พลังงานที่เกิดขึ้นกับเซลล์นะจะเป็นใน
00:05:58 → 00:06:01ฝั่งไหนก็ตามนะส่วนใหญ่เราก็แบ่งง่ายๆ
00:06:01 → 00:06:04เป็น 2 ฝั่งอ่าว่าเซลล์จะมีการสะสมพลัง
00:06:04 → 00:06:08งานเก็บกัสะสมเปล่าหรือเซลล์จะมีการเผา
00:06:08 → 00:06:12ผลาญพลังงานนะฮะแต่ก็ต้องต่อยอดอีกนิดนึง
00:06:12 → 00:06:14ว่าการที่เซลล์ต่างๆเเกิดการปฏิกิริยา
00:06:14 → 00:06:17พลังงานในแง่ของการเผาผลาญเนี่ยนะการสลาย
00:06:17 → 00:06:20เผาผลาพลังงานของเซลล์ต้องมีจุดประสงค์นะ
00:06:20 → 00:06:22ฮะเพราะเซลล์จะเอาพลังงานที่ว่าเนี้ยหรือ
00:06:22 → 00:06:26ATP อันเนี้ยไปทำอะไรนะฮะก็คือไปซ่อมแซม
00:06:26 → 00:06:29นะหรือไปสร้างเซลล์ใหม่อันนี้ก็ต้องมีมี
00:06:29 → 00:06:32มีความต่อเนื่องในเรื่องนี้ด้วยเพราะนั้น
00:06:32 → 00:06:34เซลล์มันก็จะมี 2 รูปแบบเพรานั้นไม่ว่าจะ
00:06:34 → 00:06:37เป็นปฏิกิริยาพลังงานในแง่ของการสะสมหรือ
00:06:37 → 00:06:41เผาผลานก็ดีจะเกิดคอเลสเตอรอลขึ้นมานะก็
00:06:41 → 00:06:45จะมีการสร้างคอเลสเตอรอลประกบขึ้นมาเป็น
00:06:45 → 00:06:49เหมือน 2 แนวทางที่คู่ขนานกันไปเออันนี้
00:06:49 → 00:06:52เราก็รู้แล้วล่ะทีนี้องค์ความรู้เก่า
00:06:52 → 00:06:56เนี่ยนะหรือการที่มีผู้ให้ความรู้ต่างๆนะ
00:06:56 → 00:06:58ฮะทั้งหมอและไม่ใช่หมอเนี่ยเราก็ออกมาพูด
00:06:58 → 00:07:03กันเป็นในแนวองค์ความรู้เก่าว่านะอ่าร่าง
00:07:03 → 00:07:06กายคนเราเนี่ยสร้างคอเลสเตอรอลเป็นแบบ
00:07:06 → 00:07:10ลักษณะว่าสร้างเองเนี่ย 70 80% 75 -80
00:07:10 → 00:07:13แล้วก็ต้อง intake หรือกินจากอาหารภายนอก
00:07:13 → 00:07:16เข้าไปเนี่ยก็อยู่ในช่วงประมาณ 20 25%
00:07:16 → 00:07:21นะฮะแล้วพอการสร้างเยอะๆเนี่ยนะ 75%
00:07:21 → 00:07:24เนี่ยนะอะไรล่ะเป็นตัวสร้างนะฮะความรู้
00:07:24 → 00:07:27เก่าก็บอกตับตอตับตับเป็นตัวสร้าง
00:07:27 → 00:07:30คอเลสเตอรอลซึ่งทำให้หลายหลายคนก็เข้าใจ
00:07:30 → 00:07:34ไปว่านะคอเลสเตอรอลเกิดการสร้างที่ตัด
00:07:34 → 00:07:38เท่านั้นนะฮะนะเพราะฉะนั้นจะเบรกจะลดจะ
00:07:38 → 00:07:41ปรับอะไรต่างๆเกี่ยวกับค่าแลบคอเลสเตอรอล
00:07:41 → 00:07:44เนี่ยก็ต้องไปวุ่นวายหรือไปยุ่งกับตับนะ
00:07:44 → 00:07:47ฮะนะแต่จริงๆแล้วเนี่ยมันไม่ใช่ไงเพราะ
00:07:47 → 00:07:48เมื่อกี้พูดไปตั้งแต่ต้นแล้วว่า
00:07:48 → 00:07:52คอเลสเตอรอลเกิดจากเซลล์ทุกเซลล์นะทีนี้
00:07:52 → 00:07:54เรามาดูเฉพาะตัเนี่ยนะฮะในองค์ความรู้
00:07:54 → 00:07:57ใหม่เนี่ยการสร้างคอเลสเตอรอลของตับเนี่ย
00:07:57 → 00:08:01ถ้าเป็นพื้นๆธรรมดาๆดทั่วไปเลยเนี่ยมันจะ
00:08:01 → 00:08:06อยู่ที่ประมาณ 15% 15% นะฮะนะแล้วกรณี
00:08:06 → 00:08:08ที่ตับเนี่ย
00:08:08 → 00:08:12เอ่อมีการรับบทหนักในการจัดการพลังงานนะ
00:08:12 → 00:08:15ถ้าเกิดเรามีการเจ็บป่วยเจ็บป่วยทางด้าน
00:08:15 → 00:08:20สะสมพลังงานนะหรืออาจจะเ่ามีการเปลี่ยน
00:08:20 → 00:08:23แปลงรักษาในแง่ที่ตับจะต้องมีการเกิดการ
00:08:23 → 00:08:27สลายพลังงานเพื่อจะเอ่อจ่ายพลังงานไปไป
00:08:27 → 00:08:30ซ่อมไปให้อะไรต่างๆในแง่ของการกิน
00:08:30 → 00:08:34โภชนาการคต่ำอันนี้ตัวเลข 15% ที่เป็น
00:08:34 → 00:08:37พื้นๆเนี่ยก็จะเปลี่ยนไปนะฮะเก็พบว่า
00:08:37 → 00:08:41เซลล์ตับเองเนี่ยนะถ้าถ้าเมื่อไหร่นะมี
00:08:41 → 00:08:44การสลายเผาผลาญพลังงานแบบอยู่ในแนวทางการ
00:08:44 → 00:08:48กินโลคทำ If ออกกำลังกายอะไต่างๆดีๆอย่าง
00:08:48 → 00:08:52เงี้ยนะฮะพวกนี้เนี่ยนะคอเลสเตอรอลสามารถ
00:08:52 → 00:08:54เอ้ยตับสามารถสร้างคอเลสเตอรอลได้เพิ่ม
00:08:54 → 00:08:57ขึ้นถึงประมาณเนี่ยเกือบๆ 40% ตัวเลขคือ
00:08:57 → 00:08:5938% นะฮ
00:08:59 → 00:09:02แต่ในขณะเดียวกันเนี่ยในโหมดของการที่จะ
00:09:02 → 00:09:06ต้องตับจะต้องมีการสะสมพลังงานเมัน Over
00:09:06 → 00:09:09Energy นะฮะแล้วมันมีการกินแบบผิดๆอะไร
00:09:09 → 00:09:12ต่างๆกินเกินด้วยนะฮะนะแล้วก็มี randle
00:09:12 → 00:09:16Cycle อะไรต่างๆเมื่อตับจะต้องมีการสะสม
00:09:16 → 00:09:18พลังงานเนี่ยนะฮะอัตราการสร้างของ
00:09:18 → 00:09:22คอเลสเตอรอลจากจากการสะสมพลังงานของตับ
00:09:22 → 00:09:25เฉพาะตับนะมันก็จะเพิ่มขึ้นจาก 15% ก็
00:09:25 → 00:09:29เป็น 20 ประมาณ 27 28% แต่ถ้าเมื่อไหร่
00:09:29 → 00:09:33เสาสลายเผาผลาญพลังงานก็ประมาณ 38-40 per
00:09:33 → 00:09:36นะนะเพราะงั้นตับเนี่ยในในองค์ความรู้
00:09:36 → 00:09:38ใหม่เนี่ยนะฮะที่บอกว่าตับสร้าง
00:09:38 → 00:09:41คอเลสเตอรอลมากที่สุดเนี่ยนะคือตับเสร้าง
00:09:41 → 00:09:43ได้ประมาณนี้เท่านั้นนะฮะส่วนใหญ่ก็ยัง
00:09:43 → 00:09:47ไม่ถึง 50% นะฮะเพราะฉะนั้นรวมๆแล้วเนี่ย
00:09:47 → 00:09:50เซลล์ต่างๆอวัยวะต่างๆที่เป็นเอต้าเปปติ
00:09:50 → 00:09:52ทั้งหลายเนี่ยก็จะสร้างคอเลสเตอรอลมาก
00:09:52 → 00:09:56กว่าตับนะเพราะฉะนั้นตับไม่ใช่ตัวหลักใน
00:09:56 → 00:10:02การสร้างนะฮะเอาอย่างงี้เนาะอ่ะทีนี้
00:10:02 → 00:10:06เอ่อก็ตัวเลขเนี่ยเราก็รู้แล้วล่ะว่า
00:10:06 → 00:10:09เซลล์สร้าง 75-80 per นะการสร้าง
00:10:10 → 00:10:13คอเลสเตอรอลของเซลล์เนี่ยก็จะมีเงื่อนไข
00:10:13 → 00:10:17ในเรื่องปฏิกิริยาพลังงานนะแล้วก็หลังจาก
00:10:17 → 00:10:19ปฏิกิริยาของพลังงานก็จะเป็นเรื่องของผล
00:10:19 → 00:10:23ของฮอร์โมนนะที่เกิดขึ้นกับพลังงานที่
00:10:23 → 00:10:26เกิดขึ้นกับเซลล์นั้นนะนะฮะเราก็ต้อง
00:10:26 → 00:10:27พยายามเรียงลำดับเหล่าเนี้ยให้ได้เป็น
00:10:27 → 00:10:32ขั้นติดตอนะฮะนะคือคนเราก็มีการกินการกิน
00:10:32 → 00:10:36อาหารอาหารก็ต้องไปแยกหมวดหมู่ว่าจะเป็น
00:10:36 → 00:10:38สารอาหารหรือเป็นตัวที่ให้พลังงานกับ
00:10:38 → 00:10:42เซลล์นะฮะแล้วก็รูปแบบของการให้พลังงาน
00:10:42 → 00:10:45เนี่ยมันจะไปกระตุ้นฮอร์โมนอะไรออกมาใน
00:10:45 → 00:10:48การควบคุมหรือจัดการขบวนการพลังงานเนี้ย
00:10:48 → 00:10:53นะเพราะเซลล์จะต้องมีการทำทุกอย่างตามคำ
00:10:53 → 00:10:57สั่งของฮอร์โมนที่อาหารไปกระตุ้นออกมานะ
00:10:57 → 00:11:01ฮะนะเพราะฉนั้นนั้นตัวตัวของคอเลสเตอรอล
00:11:01 → 00:11:04ที่บอกว่าร่างกายสร้างเองเนี่ยเซลล์ต่างๆ
00:11:04 → 00:11:08สร้างนะประมาณ 75 80% เนี่ยนะก็ขึ้นอยู่
00:11:08 → 00:11:12กับปฏิกิริยาของพลังงานและนะเอ่อการออกคำ
00:11:12 → 00:11:13สั่งของ
00:11:13 → 00:11:18ฮอร์โมนอันนี้เพราะฉะนั้นเมื่อมีข้อนี้
00:11:18 → 00:11:21เกิดขึ้นมาเนี่ยหมอก็เห็นว่ามีการแซวๆกัน
00:11:21 → 00:11:25อยู่อ่ะนะฮะนะว่าบางคนเขาก็จะไปคอมเมนต์
00:11:25 → 00:11:30น่ะนะว่าอ๋อถ้าอย่างนี้นะอเซลล์สร้างได้
00:11:30 → 00:11:33ใช่ไหมมอ่าถ้าเซลล์สร้างได้งั้นก็ไม่ต้อง
00:11:33 → 00:11:36รับคอเลสเตอรอลจากอาหารไม่ได้หรอนะก็ให้
00:11:37 → 00:11:42เซลล์มันสร้างสินะเออันเนี้ยได้มยคำคำอ่า
00:11:42 → 00:11:45คำแซวแบบเนี้ยนะหรือการบูลี่แบบเนี้ยนะ
00:11:45 → 00:11:49ถูกหรือเปล่านะฮะ
00:11:49 → 00:11:55เนี่ยเพราะฉะนั้นนะ
00:11:55 → 00:11:59เอออีกอันนึงเนี่ยนะในส่วนที่เหลือก็คือ
00:11:59 → 00:12:0220 - 25% เนี่ยก็คือเป็นคอเลสเตอรอล
00:12:02 → 00:12:05ที่เราต้อง intake จากอาหารภายนอกเข้าไป
00:12:05 → 00:12:07นะทั้งนี้เนี่ยเพราะว่าร่างกายมันมีเหตุ
00:12:07 → 00:12:12ผลนะเพราะงั้นจากข้อมูลอันเนี้ยนะ 20 25%
00:12:12 → 00:12:17นะต้องกินนะนะแล้วก็ 75 - 80% นะสร้าง
00:12:17 → 00:12:21เองนะฮะในส่วนที่กินเข้าไปเนี่ย 20 25%
00:12:21 → 00:12:26เนี่ยนะฮะนะถ้ามีการกินเข้าไปเนี่ยก็ถาม
00:12:26 → 00:12:29จริงๆเถอะว่านะ
00:12:29 → 00:12:33โดยรวมแล้วเนี่ยร่างกายเนี่ยเค pref หรือ
00:12:33 → 00:12:36เขาต้องการคอเลสเตอรอลที่ที่เซลล์มัน
00:12:36 → 00:12:39สร้างั่นเองหรือต้องการคอเลสเตอรอลที่กิน
00:12:39 → 00:12:42เข้าไปอ่ะเอาล่ะเซลล์มันก็สร้างด้วยนะฮะ
00:12:42 → 00:12:45แต่เราก็กินเข้าไปด้วยแล้วจริงๆแล้วเนี่ย
00:12:45 → 00:12:49เซลล์ของร่างกายเนี่ยอ่าเต้องการอะไร
00:12:49 → 00:12:52ต้องการแบบคอเลสเตอรอลที่สร้างเองหรือ
00:12:52 → 00:12:55ต้องการคอเลสเตอรอลต่างๆที่เรา intake
00:12:55 → 00:12:56หรือกินเข้าไปจาก
00:12:56 → 00:13:00อาหารอันเนี้ยคิดว่าว่ายังไง
00:13:01 → 00:13:06มั้ยอืมีใครจะตอบมั้ยว่าหมอเคยถามไว้นะฮะ
00:13:06 → 00:13:09ในโพสต์ต่างๆนะในการตั้งคำถามเรื่อง
00:13:09 → 00:13:13คอเลสเตอรอลเอว่าอย่างงี้แหละเออแล้ว
00:13:13 → 00:13:16ระหว่างสร้างเองอ่ะกับกินจากอาหารเนี่ยนะ
00:13:16 → 00:13:19ถามว่าเซลล์อ่ะต้องการอะไรมากกว่ากัน
00:13:19 → 00:13:20เพราะ
00:13:20 → 00:13:25อะไรแล้วเดี๋ยวเราจะรู้คำตอบนะอ่ะอันต่อ
00:13:25 → 00:13:27มาก็คือตัวคอเลสเตอรอลเนี่ยมันเป็นสาร
00:13:28 → 00:13:31อาหารนะนะฮะไม่ใช่พลังงานไม่ใช่พลังงานนะ
00:13:31 → 00:13:34ดังนั้นเนี่ยถาม
00:13:34 → 00:13:38ว่าแล้วมันควรจะนับคอเลสเตอรอลให้อยู่ใน
00:13:38 → 00:13:42หมวดของอาหารประเภทไหนคือมันเป็นคาฟเป็น
00:13:42 → 00:13:45โปรตีนหรือเป็นไข
00:13:45 → 00:13:48มันเนี่ยพื้นๆเราก็รู้ว่าคือสารอาหารนะ
00:13:48 → 00:13:52สารอาหารส่วนใหญ่ก็คือโปรตีนนะฮะนะแล้ว
00:13:52 → 00:13:55คอเลสเตอรอลไม่ได้มีไม่ได้มีพฤติกรรมที่
00:13:55 → 00:13:58จะเป็นเรื่องของพลังงานเพราะก็ให้พลังงาน
00:13:58 → 00:14:01ไม่ได้ได้นะเพราะฉะนั้นในที่สุดแล้วเนี่ย
00:14:01 → 00:14:04เรานับคอเลสเตอรอลเ่อเป็นสารอาหารประเภท
00:14:04 → 00:14:08โปรตีนนะฮะนะโปรตีนเราไม่ได้นับเป็นไขมัน
00:14:08 → 00:14:09นะ
00:14:09 → 00:14:14ฮะแต่ตัวคอเลสเตอรอลเนี่ยเเป็นไขมันนะแต่
00:14:14 → 00:14:18เขาจะอยู่และมากับโปรตีนเพราะฉะนั้นนะ
00:14:18 → 00:14:22เอ่อปริมาณของคอเลสเตอรอลถ้าจะต้องมาคิด
00:14:22 → 00:14:25ถึงตัวเลขที่จะต้องกินอย่างน้อยต่อวันไม่
00:14:25 → 00:14:27เกินเท่าไหร่ต่อวันอะไรอย่าเงี้ยนะเราก็
00:14:27 → 00:14:32ต้องมาดูที่ตัวโปรตีนอทคนะต่อวันนั่นแหละ
00:14:32 → 00:14:33ที่จะ
00:14:33 → 00:14:36กินแต่ในสูตรของ OC High Good Fat
00:14:36 → 00:14:40เนี่ยเรามีการจัดสัดส่วนคาฟไม่เกิน 20%
00:14:40 → 00:14:43โปรตีน 20 30% ที่เหลือเป็นพลังงานซึ่ง
00:14:44 → 00:14:47อันนี้น่ะนะฮะปริมาณคอเลสเตอรอลจะลงตัว
00:14:47 → 00:14:50ที่สุดเท่าที่สภาพร่างกายต้องการนะฮะ
00:14:51 → 00:14:53เพราะสูตรนี้มันเป็นสูตรสำเร็จรูปถ้ามาดู
00:14:53 → 00:14:58ไส้ในลึกๆเนี่ยเราก็จะรู้นะองั้นสรุปตอนเ
00:14:58 → 00:15:00รู้แล้วแล้วว่าคอเลสเตอรอลเนี่ยเขานับสาร
00:15:01 → 00:15:04อาหารเป็นโปรตีนนะแล้วโปรตีนอันไหนล่ะที่
00:15:04 → 00:15:09จะมีคอเลสเตอรอลเยอะๆหรือไม่เยอะนะอันนี้
00:15:09 → 00:15:12ก็จะเป็นรายละเอียดยิบย่อยซึ่งในแผนภูมิ
00:15:12 → 00:15:16ของอาหารต่างๆที่เราเคยฉายไปเนี่ยนะเราก็
00:15:16 → 00:15:20เแล้วล่ะนะฮะครับอ่อทีนี้การเป็นโปรตีน
00:15:20 → 00:15:24ของคอเลสเตอรอลเนี่ยนะฮะนะคอเลสเตอรอล
00:15:24 → 00:15:28เวลาเขมานะเวลาเข้ามาในรูปแบบของความเป็น
00:15:28 → 00:15:31โปรตีนนะฮเป็นอาหารโปรตีนเนี่ยนะเขาก็จะ
00:15:31 → 00:15:35ต้องมีขบวนของเขาเลยอ่ะนะฮะนะถ้าไม่มี
00:15:35 → 00:15:39ขบวนเนี่ยนะมันมันไม่ใช่มันไม่ใช่นะฮ
00:15:39 → 00:15:42เพราะฉะนั้นอันที่ 1 ก็ต้องมีโปรตีนซึ่ง
00:15:42 → 00:15:45ดดยย่อยของโปรตีนคือกรดอะมิโนนะอันที่ 2
00:15:45 → 00:15:50ครับผมเขาจะต้องมีไขมันมาด้วยอก็แล้วแต่
00:15:50 → 00:15:53จะเป็นอิ่มเดี่ยวซ้อนนะฮะแต่ส่วนใหญ่มัน
00:15:53 → 00:15:57คืออิ่มตัวนะอิ่มตัวนะสัดสวนอิ่มตัวจะ
00:15:57 → 00:16:00เยอะที่สุดนะฮะนะอันต่อมาก็คือมีตัว
00:16:00 → 00:16:03คอเลสเตอรอลมานะอันต่อมาก็คือต้องมี
00:16:03 → 00:16:08โอเมก้า 3 มานะมีโอเมก้า 3 มาแล้วอันต่อ
00:16:08 → 00:16:11มาก็คือเขาก็จะมีวิตามินที่ละลายในไขมัน
00:16:11 → 00:16:14มาด้วยก็คือ a
00:16:14 → 00:16:17k ซึ่งทั้งหมดเนี่ยมันก็คือการเล่า
00:16:17 → 00:16:21เรื่องว่าคอเลสเตอรอลเป็นโปรตีนเป็นเป็น
00:16:21 → 00:16:26ส่วนของโปรตีนน่ะนะฮะนะแล้วก็เวลาที่เอ่อ
00:16:26 → 00:16:29จะนับคอเลสเตอรอลเนี่ยมันจะต้องมีอื่นๆ
00:16:29 → 00:16:35อื่นๆนะที่มาแวดล้อมเขาด้วยอันนี้สำคัญ
00:16:35 → 00:16:38ต้องเข้าใจครับผมเราไม่ได้ไปยุ่งเหยิง
00:16:39 → 00:16:41อะไรเกี่ยวกับตัวไขมันอิ่มตัวหรือไม่อิ่ม
00:16:41 → 00:16:43ตัวเชิงเดี่ยวอ่ตัวเชิงซ้อนจากสัตว์อะไร
00:16:43 → 00:16:48เลยนะฮะนะครับเพียงแต่ว่าเ่อในโปรตีน
00:16:48 → 00:16:50เหล่านั้นเนี่ยนอกจากมีคอเลสเตอรอลแล้วเ
00:16:50 → 00:16:53มีถ้าเป็นสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ก็จะมีไข
00:16:53 → 00:16:57มันอิ่มตัวเด่นแต่ถ้าเป็นสัตว์ที่มันมี
00:16:57 → 00:16:59คอเลสเตอรอลแต่เป็นเป็นสัตว์เล็กนะไขมัน
00:16:59 → 00:17:02นี่อิ่มตัวมันก็จะเด่น
00:17:02 → 00:17:07กว่าเพราะฉะนั้นเวลาที่เรากินเนื้อสัตว์
00:17:07 → 00:17:10ใหญ่โดยเฉพาะเนื้อสัตว์โบกกินหมูกินวัวนะ
00:17:10 → 00:17:14อ่าพวกนี้เนี่ยมันก็จะมีคอเลสเตอรอลที่มา
00:17:14 → 00:17:17กับไขมันอิ่มตัวต่างๆนะฮะนะก็แล้วแต่จะ
00:17:17 → 00:17:23เป็นซีอะไรส่วนใหญ่มันจะเป็นซี C 16 ตติ
00:17:23 → 00:17:26ใช่มั้ครับผมแต่ถ้าเป็นสัตว์น้ำเนี่ยที่
00:17:26 → 00:17:30บอกกุ้งหอยปลาปูอะไรตงต่านะอันนี้ก็เป็น
00:17:30 → 00:17:33โปรตีนแต่เป็นโปรตีนไขมันต่ำๆมากนะเกือบ
00:17:33 → 00:17:36จะเป็นีนโปรตีนนะเก็มีคอเลสเตอรอลมี
00:17:37 → 00:17:40โอเมก้า 3 มาด้วยนะมีวิตามินต่างๆแต่
00:17:40 → 00:17:43วิตามินที่จะมาเนี่ยนะ AD เนี่ยมันไม่ได้
00:17:43 → 00:17:46เยอะแต่ถ้าเป็นในแง่สัตว์บกสัตว์ใหญ่
00:17:46 → 00:17:52เนี่ย ade มันมาเพียบเลยนะครับแล้วก็ 3
00:17:52 → 00:17:54เนี่ยนะฮะโอเมก้า 3 ที่มันมากับ
00:17:54 → 00:17:56คอเลสเตอรอลมากับไขมันอิ่มตัวมากับสัตว์
00:17:56 → 00:18:00บกเนี่ยนะก็ไม่ไม่ได้เยอะมากนะฮะนะแต่ว่า
00:18:00 → 00:18:03ถ้ามากับทางสัตว์น้ำเนี่ยนะกุ้งหอยปลาปู
00:18:03 → 00:18:07นี่จะเยอะจะเยอะก็จะมีแตกเงี้ยเพราะ
00:18:07 → 00:18:10ฉะนั้นเราถึงได้ต้องมีการกินโปรตีนที่จะ
00:18:10 → 00:18:14ต้องมีทั้งไขมันและมีทั้งคอเลสเตอรอลแล้ว
00:18:14 → 00:18:17มีทั้งวิตามินอ่าที่สำคัญำคัญที่เราควรจะ
00:18:17 → 00:18:18ได้ให้
00:18:18 → 00:18:22ถูกนั้นมื้อแรกเรามักจะกินสัตว์ที่อยู่บน
00:18:22 → 00:18:26บกมื้อเย็นแล้วมักจะกินสัตว์น้ำนะเป็น
00:18:26 → 00:18:29โปรตีนจากสัตว์น้ำครับมื้อเย็นเนี่ยเรา
00:18:29 → 00:18:32ได้คอเลสเตอรอลกับโอเมก้า 3 แต่เราไม่
00:18:32 → 00:18:34ค่อยได้พลัง
00:18:34 → 00:18:39งานพลังงานในมื้อเย็นเนี่ยมันก็มีต่ำๆนะ
00:18:39 → 00:18:42แต่หลักๆก็คือเดี๋ยวเราจะนอนแล้วพอเรานอน
00:18:42 → 00:18:45ปุ๊บเนี่ยเราก็จะเอาพลังงานที่ร่างกายมัน
00:18:45 → 00:18:49เป็นแเนอรในตอนนอนเี่เอามาใช้มันก็จะพอดี
00:18:49 → 00:18:54เลยนะแต่มื้อแรกมื้อแรกเนี่ยมื้อแรกเนี่ย
00:18:54 → 00:18:57เรากินสัตว์ใหญ่อ่ามันก็มีไขมันอิ่มตัว
00:18:57 → 00:18:59ซึ่งมาให้พลังงานยึดเยอะอ่าแล้วมันก็มี
00:18:59 → 00:19:03โปรตีนมันก็มีคอเลสเตอรอลมันก็มีโอเมก้า 3
00:19:03 → 00:19:08นะแต่ปริมาณวิตามิน a อ่ะนะมันก็เยอะกว่า
00:19:08 → 00:19:11พวกสัตว์น้ำที่จะกินมื้อเย็นมันมื้อแรก
00:19:11 → 00:19:15เนี่ยเออมื้อแรกเนี่ยนะส่วนใหญ่แล้วเนี่ย
00:19:16 → 00:19:19ไอ้ตัวพลังงานที่มันมันอยู่กับสัตว์ใหญ่
00:19:19 → 00:19:21อะไรต่างๆที่ว่าเป็นไขมันหยิ่มตัวอะไร
00:19:21 → 00:19:25อย่างเงี้ยนะเค้าก็จะมีข้อจำกัดนะเ่อที่
00:19:25 → 00:19:27จะเกิดการเผาผลาส่วนใหญ่เก็เผาผลาที่แถว
00:19:27 → 00:19:31ตับนแหละนะแต่พลังงานอื่นๆทั่วร่างกายอ่ะ
00:19:31 → 00:19:33เพราะว่าเราต้องมี activity มีไ Style
00:19:33 → 00:19:35ต่างๆที่ต้องเคลื่อนไหวต้องใช้พลังงาน
00:19:35 → 00:19:38ต้องเ่อแบกหาไม่ต้องออกกำลังกายเราถึงได้
00:19:38 → 00:19:42ต้องเพิ่มการกินน้ำมันพืชสกัดเย็นอ่า
00:19:42 → 00:19:45เพื่อเป็นพลังงานอีกอันนึงอ่ะเข้าไปเข้า
00:19:45 → 00:19:50ไปจอยกันน่ะนะฮะอันนี้เอาไว้อย่างงี้เนาะ
00:19:50 → 00:19:54มีผลจากทั้งหมดเนี่ยนะฮะเรามีข้อสังเกตมย
00:19:54 → 00:19:58ล่ะว่าในภาพรวมแล้วเนี่ยนะค่าคอเลสเตอรอล
00:19:58 → 00:20:01โดยรวมเนะของร่างกายเนี่ยเวลาเราเจาะ
00:20:01 → 00:20:04เลือดเนี่ยนะเราก็พอรู้อ่ะนะว่าเค้าเอิง
00:20:04 → 00:20:08ค่าค่าปกติของ Total คอเลสเตอไม่เกิน 200
00:20:08 → 00:20:12อย่างงี้ใช่มนะแต่จริงๆค่าเนี้ยมันก็ valy
00:20:13 → 00:20:16มาเรื่อยๆนะฮะเพราะตั้งแต่หมอจบหมอใหม่ๆ
00:20:16 → 00:20:20อ่ะนะค่าเนี้ยนะในห้องแลบเนี่ยมัน 300
00:20:20 → 00:20:26มัน 300 นะนะครับผมหมอทำงานตั้งแต่ปี 2529
00:20:26 → 00:20:29อ่ะนะเ่อค่าแบคอเลสเตอรอลมันก็ 300 ถ้า
00:20:29 → 00:20:32เกิน 300 ก็ถือว่าสูงแต่ถ้าไม่ถึง 300
00:20:32 → 00:20:35นี่ก็ไม่สูง Total คอเลสเตอรอลสมัยก่อนเา
00:20:35 → 00:20:38ก็ตรวจแต่ Total คอสอกับไิก็ไม่ได้มีตรวจ
00:20:38 → 00:20:43ldl ไม่ได้มีตรวจ hdl บลัมบูราครับผม
00:20:43 → 00:20:47แล้วต่อมามันก็ลดลงมาเหลือ 280 250 นะ
00:20:47 → 00:20:51เ่อ 250 260 เนี่ยไม่รู้จะเอาตัวไหนแล้ว
00:20:51 → 00:20:55ก็มาลงที่ 250 แล้วหลังจากนั้นมันก็อ่าลง
00:20:55 → 00:20:59มาเรื่อยๆอ่ะนะค่าเกณฑ์ปกติอย่าให้เก 200
00:20:59 → 00:21:02อะไรอย่าเงี้ยนะแล้วมันก็จะมีวูบลงมาอย่า
00:21:02 → 00:21:04ให้เกิน 180 อยู่พักนึง
00:21:04 → 00:21:07180 แล้วหลังจากนั้นตอนนี้ก็เด้งขึ้นมา
00:21:07 → 00:21:12200 นะปีนี้เป็นหมอทำงานมาปีที่ 39 แล้ว
00:21:12 → 00:21:15ที่ทำงานตรวจรักษาเป็นแพทย์หรือแปรผลเช็ค
00:21:15 → 00:21:17up อะไรต่างๆนั้นประสบการณ์มันก็จะเป็น
00:21:17 → 00:21:20อย่างเงี้นะแต่ยังไงก็ตามนะฮะเราขอให้ดู
00:21:21 → 00:21:24ว่า to คสอเนี่ยในภาพรวมเนี่ยนะ
00:21:24 → 00:21:27คอเลสเตอรอลเนี่ยเป็นสารอาหารที่ร่างกาย
00:21:27 → 00:21:28หรือต้อง
00:21:28 → 00:21:33เยอะมากนะแล้วถ้ามาเทียบกับบัตรชูก้านะ
00:21:33 → 00:21:38บัตรชูก้าเวลาตรวจเนี่ยนะค่าปกติก็คือ 70
00:21:38 → 00:21:43-99 นะฮะเราก็ดูสิเราเทียบกันในขณะที่
00:21:43 → 00:21:46Total คอสอ 200 เนี่ยนะแต่น้ำตาลเนี่ย
00:21:46 → 00:21:49ไม่ควรเกิน 100 อย่างเงี้ยมันก็คือ 2 ต่อ
00:21:49 → 00:21:521 เท่านะเพราะฉะนั้นถ้าพูดในแง่ของสรุป
00:21:52 → 00:21:55เนี่ยถามว่าร่างกายเต้องการอะไรมากกว่า
00:21:55 → 00:22:00กันระหว่างคอเลสเตอรอลนะกับน้ำตาล
00:22:00 → 00:22:04คอเลสเตอรอลครับผมเออมันมันสำคัญกว่านะ
00:22:04 → 00:22:07เพราะฉะนั้นตัวแขมันก็เลยเป็นเท่าๆของอี
00:22:07 → 00:22:10ตัวที่มันไม่สำคัญอครับผม
00:22:10 → 00:22:16นะอันนี้นะทีนี้คอเลสเตอรอลเนี่ยนะเวลา
00:22:16 → 00:22:19มันอยู่ในเลือดของเราเนี่ยนะอันนี้
00:22:19 → 00:22:21คอเลสเตอรอลมาอยู่ในเลือดแล้วนะตอนนี้นะ
00:22:22 → 00:22:26เอ่อยเขาจะมีลักษณะทางกายภาพเหมือนกับ
00:22:26 → 00:22:31อะไรนะฮะนะลักษณะของกายภาพของคอเลสเตอรอล
00:22:31 → 00:22:34ที่อยู่บนเรือไลโปโปรตีนนี่แหละนะฮะ
00:22:34 → 00:22:37ลักษณะรวมๆทางกายภาพเนี่ยที่เลอยรำอยู่ใน
00:22:37 → 00:22:40เลือดเนี่ยเขาบอกว่ามันมีลักษณะเหมือนกับ
00:22:40 → 00:22:46ที่ี้ผึ้งที่ผึ้งออึ่งเ่ะก็คือมันมีความ
00:22:46 → 00:22:47ลื่นและมันมี
00:22:48 → 00:22:51ความอะไรมันไม่ได้เหนียวอ่ะนะฮะมันไม่ได้
00:22:51 → 00:22:55เหนียวนะแต่ว่ามันืหนืๆเออลื่นๆมีความ
00:22:55 → 00:22:58หนืดมีความลื่นนะฮะอันนี้คือคุณสมบัติ
00:22:58 → 00:23:01กายภาพของคอเลสเตอรอลนะฮะซึ่งอันเนี้ยมัน
00:23:01 → 00:23:04เป็นข้อเปรียบเทียบที่มันต่างจากของที่
00:23:04 → 00:23:08ร่างกายเไม่ไม่ไม่ชอบไม่แฮปปี้นะที่บอก
00:23:08 → 00:23:12ว่าเหนียวอ่ะนะไอ้พวกต่างๆที่จะเปลี่ยน
00:23:12 → 00:23:14แปลงเป็นของเหนียวๆอ่ะไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล
00:23:14 → 00:23:18เป็นไตรกีซาไลน์นะซึ่งไตกีส่วนใหญ่ก็มา
00:23:18 → 00:23:21จากน้ำตาลน่ะหรือแป้งหรือโปรตีนกลูเต้นนะ
00:23:21 → 00:23:26ฮะนะหรือผมชูรสหรือสาร inh นะฮะ
00:23:26 → 00:23:30เอ่ออะไรนะ ins นะฮะ is ครับผมพวกนี้
00:23:30 → 00:23:32เหนียวทั้งนั้นเลยครับผมเออพวกนี้เนี่ยใน
00:23:32 → 00:23:36ที่สุดแล้วเมื่อเข้าสู่ลำไส้แล้วเหนียวนะ
00:23:36 → 00:23:38ครับคือมันเหนียวอ่ะมันเหนียวเกาะติดยึด
00:23:38 → 00:23:42ติดอะไรต่างๆมันเหนียวมืออ่ะนะเหมือนเอา
00:23:42 → 00:23:44มืออ่ะไปจับน้ำผึ้งไปจับน้ำเชื่อมไปจับ
00:23:44 → 00:23:47น้ำตาลไปจับขนมของหวานเนี่ยแล้วมันเปรอะ
00:23:47 → 00:23:51มืออย่างเงี้ยนะร่างกายจะมีความ sensitive
00:23:51 → 00:23:54นะที่หงุดหงิดน่ะนะอยู่ไม่สุกอ่ะเพว่ามัน
00:23:54 → 00:23:57เหนียวมันหนืดมันไม่สบายตัวเนี่ยมันต้อง
00:23:57 → 00:24:01รีบเป็นไปล้างไปเอาออกไปเช็ดเลยนะแต่ถ้า
00:24:01 → 00:24:04เป็นพวกคอเลสเตอรอลเนี่ยนะฮะนะพวกเนี้ยนะ
00:24:04 → 00:24:07ที่มันมากับไขมันน่ะส่วนใหญ่มันลื่นเอ่า
00:24:07 → 00:24:13มันลื่นนะหนืดลื่นนะหรือว่ามันให้ Feeling
00:24:13 → 00:24:18อ่ะให้ความรู้สึกที่ที่มันมันสบายอ่ะมัน
00:24:18 → 00:24:21ไม่รำคาญมันไม่หงุดหงิดมันไม่มันไม่ทุกข์
00:24:21 → 00:24:25ทรมานกับแบบไอ้พวกเหนียวๆอ่ะนะฮะครับแล้ว
00:24:25 → 00:24:29การที่เป็นลักษณะที่ผึ้งรอยรำอยู่ในกระแส
00:24:29 → 00:24:33เลือดเนี่ยนะฮะเขาก็จะมีหน้าที่หลักเลยนะ
00:24:33 → 00:24:35ที่เรารู้กันน่ะว่าคอเลสเตอรอลเมีหน้าที่
00:24:35 → 00:24:40ในการซ่อมอซ่อมแล้วก็สร้างนะฮะซึ่งขบวน
00:24:40 → 00:24:44การซ่อมสร้างนี้นะก็จะมีการเกิดกระบวนการ
00:24:44 → 00:24:47นำก่อนหน้านี้คือปฏิกิริยาการอักเสบนั่น
00:24:47 → 00:24:50แหละนะฮะงั้นส่วนใหญ่แล้วเนี่ย
00:24:50 → 00:24:54เอ่อถ้ามันอยู่ในกระแสเลือดนะนะมันก็คอย
00:24:54 → 00:24:57จ้องนัล่ะว่าเยื่อบุผิวของกระแสเลือด
00:24:57 → 00:25:00เนี่ยจะเกิดปฏิกิริยาการอักเสบอะไรที่เขา
00:25:00 → 00:25:06จะต้องรีบไปซ่อมมนะฮะอันนี้
00:25:06 → 00:25:11นะแต่ทีนี้อ่าอีกรายละเอียดนึงเนี่ยนะฮะ
00:25:11 → 00:25:15ตัวคอเลสเตอรอลเนี่ยมันเป็นสารชีวภาพที่
00:25:15 → 00:25:18มันละลายในน้ำไม่ได้นะฮะเพราะฉะนั้นไม่
00:25:18 → 00:25:22ใช่เป็นตัวอะไรนะตัวอนุภาพหรือตัวโมเลกุล
00:25:22 → 00:25:26ของคสออยู่ในเลือดนะฮะนะเาก็จะต้องมีมี
00:25:26 → 00:25:30สิ่งแวดล้อมหรือว่ามีตัวมีตัวช่วยนะฮะนะ
00:25:30 → 00:25:33ให้เอยู่ได้ตัวช่วยที่ว่าเนี่ยเราก็รู้
00:25:33 → 00:25:34แล้วว่าคือไลโปโปรตีน
00:25:34 → 00:25:40ไลโปโปรตีนซึ่งอ่านะะคอเลสเตอรอลไม่ละลาย
00:25:40 → 00:25:44น้ำแต่ไลโปโปรตีนเนี่ยอ่าละลายน้ำนะฮะก็
00:25:44 → 00:25:46คือมันสามารถอยู่ได้ทั้งระบบน้ำเหลืองและ
00:25:47 → 00:25:51น้ำเลือดนะฮะอ๋อครับผมแล้วไลโปโปรตีนตัว
00:25:51 → 00:25:55สำคัญำคัญเนี่ยนะหลักๆเนี่ยก็มีอยู่
00:25:56 → 00:25:58นะมีอยู่
00:25:58 → 00:26:02มีอยู่อ่า 2 ฝั่งน่ะนะฮก็คือฝั่งเอ่อ
00:26:02 → 00:26:05คล้ายๆกับ vldl ldl อะไรอย่างงี้นะ idl
00:26:05 → 00:26:07กับฝั่งที่เป็น
00:26:07 → 00:26:10hdl 2 ฝั่งซึ่งแต่ก่อนเเรียกไขมันดีไข
00:26:10 → 00:26:12มันเลวเงี้แต่เดี๋ยวนี้เราก็ไม่พูดกัน
00:26:12 → 00:26:16แล้วนะฮะเดี๋ยวใครพูดไปเดี๋ยวจะตกยุคนะฮะ
00:26:17 → 00:26:20ครับผมทีนี้ระหว่าง 2 ฝั่งเนี่ยนะเราก็
00:26:20 → 00:26:24ให้ข้อมูลกันไปแล้วล่ะว่านะถ้าเป็นฝั่งนะ
00:26:24 → 00:26:29ของ ldl vldl VL เรน idl อะไรพวกนี้อัน
00:26:29 → 00:26:32นี้คือฝั่งที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของ
00:26:32 → 00:26:36การจ่ายพลังงานโดยตัวตั้งต้นคือ vldl นะ
00:26:36 → 00:26:40ที่จะถูกจ่ายออกมาจากศัพท์แล้วอยู่ในระบบ
00:26:40 → 00:26:46เลือดแล้วมันไปสิ้นสุดที่ ldl นะโดยที่
00:26:46 → 00:26:50ldl เนี่ยเป็นตัวเอ่ออนุภาคสุดท้ายที่
00:26:50 → 00:26:54เขาจะไม่มีการจ่ายพลังงานนะเจ่ายพลังงาน
00:26:54 → 00:26:58ด้วยตัวเไม่ได้ขณะเดียวกันเาไปรับ
00:26:58 → 00:27:02คอเลสเตอรอลจากเซลล์ต่างๆอะไรต่างๆมาไว้
00:27:02 → 00:27:06ที่ตัวเไม่ได้นะเขาจะทำหน้าที่ 2 หน้าที่
00:27:06 → 00:27:08เท่านั้นเมื่อสิ้นสุดเป็นโมเลกุลหรือเป็น
00:27:09 → 00:27:14อนุภาพของ ldl แล้วนะฮะก็คือการเป็นตัว
00:27:14 → 00:27:19เรือนะที่จะไปรับแบ่งรับคอเลสเตอรอลจาก
00:27:19 → 00:27:25hdl มาครับแล้วก็รอยำไปส่งที่ตันะโดยไป
00:27:25 → 00:27:28จับกับ่าเรือที่ตัก
00:27:28 → 00:27:32ี่หมอก็ให้ข้อมูลนี้คือฝั่งนึงนะฮะนะซึ่ง
00:27:32 → 00:27:36สมัยก่อนเเรียกว่าเลววๆขายมันเลวครับผม
00:27:36 → 00:27:39ไม่ใช่นะเก็ทำหน้าที่ของเแบบเนี้ยนะฮะจะ
00:27:39 → 00:27:43จะเลวหรือดีหรืออะไรอนะอีกฝั่งนึงเนี่ย
00:27:43 → 00:27:46เป็นฝั่งสำคัญที่สุดก็คือตัว hdl นะฮะนะ
00:27:46 → 00:27:50High density ไรตนเนี่ยนะฮะ hdl เนี่ย
00:27:50 → 00:27:54นะอนุภาคอันนี้นะร่างกายเนี่ยสร้างขึ้นมา
00:27:54 → 00:27:59นะเพื่อที่จะไปคอยรับนะคอเลสเตอรอลต่างๆ
00:27:59 → 00:28:02นะที่เซลล์มันเกิดปฏิกิริยาทางด้านพลัง
00:28:02 → 00:28:07งานนะแล้วมักจะมีวอมีล้นเกินน่ะนะฮะมีล้น
00:28:08 → 00:28:12เกินนะพอมันมีล้นเกินแล้วเนี่ยมันมันอยู่
00:28:12 → 00:28:14ที่เซลล์ไม่ได้นะนะเพราะมันจะเป็นอันตราย
00:28:14 → 00:28:17ต่อเซลล์เนื่องจากลักษณะเป็นผลึกที่มี
00:28:17 → 00:28:21หนามแหลมคมนะมันจะทิ่มแทนมันจะเกิดการ
00:28:21 → 00:28:27บัดผมที่ไปไปเก็บไปรับไปเก็บไปคลกมานะก็
00:28:27 → 00:28:29คือเป็นหน้าที่ของ
00:28:29 → 00:28:33HD เพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าเซลล์ต่างๆใน 24
00:28:33 → 00:28:35ช่วโมงเนี่ยเขาก็มีปฏิกิริยาสร้างพลังงาน
00:28:35 → 00:28:38สลายพลังงานเก็บพลังงานเก็บสะสมอะไรต่างๆ
00:28:38 → 00:28:41ต่างๆเยเพราะฉะนั้นมันมีคอเลสเตอรอลเกิด
00:28:41 → 00:28:44ขึ้นตลอดนะฮั้น hdl เนี่ยก็จะต้องทำหน้า
00:28:44 → 00:28:49ที่อย่างว่องไวที่จะไปจับไปเก็บไปรับนะนะ
00:28:49 → 00:28:53ให้ได้ทันช่วงทีนะฮะอันนี้ก็คือเป็นหน้า
00:28:53 → 00:28:57ที่ที่เขาต้องรับผิดชอบอย่างเต็มกำลังนะ
00:28:57 → 00:29:01ฮะอ่าเพราะฉะนั้นเนี่ยในทางวิวัฒนาการ
00:29:01 → 00:29:07เนี่ยเคก็เลยคิดว่านะฮะนะก็นักลิลิต่างๆ
00:29:07 → 00:29:11ในระดับโลกเอโดยเฉะโทมัสเดิเนี่ยเขาก็เลย
00:29:11 → 00:29:16บอกว่าการให้ความสำคัญในเรื่องของอ่า
00:29:16 → 00:29:19อนุภาพนะในการรับส่งคอเลสเตอรอลต่างๆ
00:29:19 → 00:29:23เหล่าเนี้ยเราจะต้องให้อ่าเเรียกว่าให้
00:29:23 → 00:29:27priority ของ hdl เนี่ยเป็นเป็นหลักเลย
00:29:27 → 00:29:32เป็นอนุภาคหลักเลยนะฮะแล้วเคิดว่านะ ldl
00:29:32 → 00:29:34หรือกลุ่มทางด้านจ่ายพลังงานเนี่ยโดย
00:29:34 → 00:29:36เฉพาะไปสิ้นสุดที่ ldl ไม่ว่าจะเป็น type
00:29:36 → 00:29:41a type B พวกเนี้ยมันเป็นอนุภาพที่ถูก
00:29:41 → 00:29:44การวิวัฒนาการของมนุษย์เราเนี่ยนะฮะเพื่อ
00:29:44 → 00:29:49มาช่วย hdl ในการรับคอเลสเตอรอลไปนะเพราะ
00:29:49 → 00:29:51อย่างเหตุผลที่บอกเมื่อกี้เนี่ยว่า hdl
00:29:51 → 00:29:54ยังไงต้องรีบที่จะไปรับไปเก็บเอาคอสอจาก
00:29:54 → 00:29:58เซลล์นะฮะเพราะฉะนั้นถ้าเกิดเขามี
00:29:58 → 00:30:01คอเลสเตอรอลอยู่ในตัวอนุภาค hdl แล้วไม่
00:30:01 → 00:30:03รีบไม่ผ่องถ่ายรีบไม่จัดการกับ
00:30:03 → 00:30:06คอเลสเตอรอลเหล่านั้นมันจะไม่ทันเวลาไม่
00:30:06 → 00:30:09ทันการที่จะไปรับคอเลสเตอรอลจากเซลล์นะ
00:30:09 → 00:30:13เพราะฉะนั้นเนี่ย hdl จะต้องอ่าพยายามทำ
00:30:13 → 00:30:17ยังไงก็ได้ที่จะให้ตัวคอเลสเตอรอลจากตัวเ
00:30:17 → 00:30:20เนี่ยออกไปหรือหมุนเวียนถ่ายเทไปให้เร็ว
00:30:20 → 00:30:24ที่สุดนะอ่าเราก็เลยมีการวิวัฒนาการที่จะ
00:30:24 → 00:30:27เอาโมเลกุลหรืออนุภาคของ LD
00:30:27 → 00:30:33มารับไปงั้น ldl จะทำหน้าที่ในการรับคจาก
00:30:33 → 00:30:38hdl แล้วเอาไปที่เพื่อไปเปลี่ยนเป็นพวใน
00:30:38 → 00:30:44การขับคอสอทิ้งทางระบบน้ำดีและลำไส้ต่อ
00:30:44 → 00:30:49ไปครับผมเพราะฉะนั้นตรงนี้เนี่ยหน้าที่
00:30:49 → 00:30:53ของของที่เดิมเราเรียกว่าเ่อไขมันดีไขมัน
00:30:53 → 00:30:56เลวเนี่ยมันก็จะมีหน้าที่หลักๆแค่เยนะฮะ
00:30:56 → 00:31:00นะแล้วแล้วตัว hdl เนี่ยเราก็ได้รู้จาก
00:31:00 → 00:31:03ข้อมูลแล้วเนี่ยว่าอ่าหน้าที่เค้าก็มี 5
00:31:03 → 00:31:06อย่างนะฮะแต่อย่างสำคัญก็ที่หมอบอกไปนี่
00:31:06 → 00:31:08แหละนะก็คือพยายามที่จะไปรับคอเลสเตอรอล
00:31:08 → 00:31:12จากเซลล์แล้วรีบเอามาถ่ายให้กับ
00:31:12 → 00:31:16LD แต่ในระหว่างนั้นเนี่ยตัว hdl เนี่ย
00:31:16 → 00:31:20อาจจะเอาคอเลสเตอรอลเนี่ยเออไปไปที่ไหน
00:31:20 → 00:31:26ได้อีกบ้างนะฮะเอ่อก็ไปขับออกที่ลำไส้ที่
00:31:26 → 00:31:31คนะครับผมเป็นงที่ตับก็ได้นะฮะก็จะมีรตอ
00:31:31 → 00:31:35โดยเฉพาะเ่อพอยรับเนี่ยที่เรียกว่าสนอ
00:31:35 → 00:31:40receptor B1 อไปที่เซลล์ไขมันเอาไปสะสม
00:31:40 → 00:31:44ที่เซลล์ไขมันนะคอเลสเตอรอลเนี่ยนะแล้วก็
00:31:44 → 00:31:48อ่าไปที่ไหนอีกอ่ะไปที่อวัยวะที่ต้องการ
00:31:48 → 00:31:52คอเลสเตอรอลแบบค่อนข้างวิกฤตฉุกเฉินน่ะ
00:31:52 → 00:31:55เช่นที่ตอบหมวกไตหรือระบบเจริญพันธุ์อะไร
00:31:55 → 00:31:58ต่างๆนะฮะเพราะว่าบางบางครั้งเนี่ยตัวเา
00:31:58 → 00:32:00เองสร้างคอเลสเตอรอลไม่ทันที่จะมาสร้าง
00:32:00 → 00:32:04ฮอร์โมนเพศฮอร์โมนความเครียดอะไรอย่าง
00:32:04 → 00:32:09เงี้ยก็เลยต้องมีการเรียกนะไอ้ตัว hdl
00:32:09 → 00:32:11ซึ่งมันจะเป็นตัวเรือนำส่งคอเลสเตอรอล
00:32:11 → 00:32:15เป็นวัตถุดิบไปสร้างสิ่งที่อวัยวะนั้นเ
00:32:15 → 00:32:18เป็นตัวทำหน้าที่อยู่เนี่ยหลักๆก็จะเป็น
00:32:18 → 00:32:21อย่างเงี้ยแต่หน้าที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ
00:32:21 → 00:32:24ตัว hdl เนี่ยรับคอเลสเตอรอลมาแล้วจะต้อง
00:32:24 → 00:32:28มาแบ่งจ่ายนะ
00:32:28 → 00:32:33ลดปริมาณลงนะโดยอ่าให้กับตัว
00:32:33 → 00:32:37ldl รับไปซึ่งทั้งหมดเมันก็จะมีเอนไซมใน
00:32:37 → 00:32:40การช่วยทำงานนะ
00:32:40 → 00:32:44CP อันนี้หมอก็ไม่ต้องไปลงั้นนะอีก
00:32:44 → 00:32:47อนุภาคนึงนะฮะที่เป็นไลโปโปรตีนที่สำคัญ
00:32:47 → 00:32:52ก็คือ vldl นะฮะเ VL dl VL dl rem
00:32:52 → 00:32:57แล้วก็ idl นะฮะนะอ่าอนุภาคพวกนี้เนี่ยก็
00:32:57 → 00:33:01เป็นคล้ายๆกับ ldl เฮะแต่ว่าที่บอกว่าตัว
00:33:01 → 00:33:04สิ้นสุดคือ ldl แต่ตัวเริ่มต้นเนี่ยคือ
00:33:04 → 00:33:09vldl นะฮะกลางๆเนี่ยก็จะเป็น vldl rance
00:33:09 → 00:33:13กับ idl นะฮะแต่อ่าตัวที่ไม่ใช่ ldl
00:33:13 → 00:33:16เนี่ยมันทำหน้าที่ในการจ่ายพลังงานให้กับ
00:33:16 → 00:33:19เซลล์ที่ต้องการพลังงานนะอันนี้เพราะ
00:33:19 → 00:33:23ฉะนั้นพวกเยเจะเป็นการที่ว่าจะแบกเอาไอ้
00:33:23 → 00:33:26พวกพลังงานคือไกินเนี่ยแล้วก็ไปจ่ายว่า
00:33:26 → 00:33:29ใครต้องการใครอยากได้อใครไม่พอนะอะไอย่า
00:33:29 → 00:33:33เงี้ยนะนะก็แล้วแต่ว่าอ่อปฏิกิริยาการ
00:33:33 → 00:33:35จ่ายเนี่ยมันก็จะมีเรื่องฮอร์โมนเรื่อง
00:33:35 → 00:33:40เอนไซม์นะฮะนะมาเป็นตัวกำกับอีกทีนึงนะ
00:33:40 → 00:33:42ว่าจะจ่ายหรือจะไม่จ่ายหรือจะต้องเอาไป
00:33:43 → 00:33:48เก็บนะเออนะเพรางั้น vldl นะ vldl rance
00:33:48 → 00:33:53นะฮะนะแล้วก็ตัว idl นะอันนี้ก็คือจ่ายนะ
00:33:53 → 00:33:56ฮะทีนี้ก็เสริมความรู้ไว้นิดนึงว่าตัว i
00:33:56 → 00:34:01idl เนี่ยแหละฮะมันเป็นขนาดนะของเ่อ
00:34:01 → 00:34:06กลุ่มทางด้าน ldl นี่แหละนะที่เขาจะไม่
00:34:06 → 00:34:10ตรวจพบในกระแสเลือดได้ง่ายๆเพราะเพราะว่า
00:34:10 → 00:34:14ตัวซตในการรับคอเลสเตอรอลกับที่ตับเนี่ย
00:34:14 → 00:34:19มันเป็นซต์ที่มีช่องที่มันเหมาะสมและพอดี
00:34:19 → 00:34:24กับตัวอ่า intermediate นะ density ไน
00:34:24 → 00:34:27หรือ idl นะฮะเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่แล้วจะ
00:34:27 → 00:34:31ไม่มีอะไรมาขัดขวางนะในการที่ ldl จะกลับ
00:34:31 → 00:34:34เข้าตับนะแล้วเอาคอเลสเตอรอลไปให้ที่ตับ
00:34:34 → 00:34:40นะแต่สำหรับนะตัวอื่นๆโดยเฉพาะ ldl ที่
00:34:40 → 00:34:44เป็น type a หรือ type B อันนี้เเรียก
00:34:44 → 00:34:46ว่าสัดส่วนหรือ proportion เนี่ยมันไม่
00:34:46 → 00:34:49เหมาะมันใหญ่ไปกับมันเล็กไปกับประตูทาง
00:34:49 → 00:34:53เข้าของซตที่ตัดที่จะรับตัว ldl เพราะ
00:34:53 → 00:34:57ฉะนั้นพวกเนี้ยมันมักจะเกิดปัญหานะเกิด
00:34:57 → 00:35:00ปัญหาก็คือการสะสมแล้วก็การล้นเกินมาก
00:35:00 → 00:35:03อยู่ในกระแสเลือดนอกจากนี้ยังมีอิทธิพล
00:35:03 → 00:35:07ของพวกฮอร์โมนต่างๆนะที่จะมาทำให้การ
00:35:07 → 00:35:11ปรากฏตัวของรตอนะรวมทั้งเรื่องของยีน
00:35:11 → 00:35:15เรื่องของกรพันธ์ด้วยนะฮะนะถ้าซต์ที่ตับ
00:35:15 → 00:35:19นะรตรในการรับ ldl น้อยลงหดหายไปนะเขาก็
00:35:19 → 00:35:24ยิ่งค้างค้างในกระแสเลือก
00:35:24 → 00:35:27นะทีนี้ตอนเนี้ยหมออย่าอยากจะให้เรามา
00:35:27 → 00:35:30พิจารณานะว่า
00:35:30 → 00:35:34เอ่อเอาล่ะเรารู้แล้วนะคอเลสเตอรอลต่างๆ
00:35:34 → 00:35:37เนี่ยเซลล์เนี่ยเ่อเขาต้องเสร้างขึ้นเอง
00:35:37 → 00:35:40แล้วเขาก็เอาไปใช้นะฮะแต่เซลล์เนี่ยสร้าง
00:35:41 → 00:35:46คอเลสเตอรอลขึ้นมานะในขณะที่มีเรื่องของ
00:35:46 → 00:35:49ปฏิกิริยาของพลังงานเ่ะมากำกับเซลล์นั้น
00:35:49 → 00:35:53นะจะเป็นสะสมหรือเป็นเพลาผลาญก็แล้วแต่นะ
00:35:53 → 00:35:55ตัวชักนำคือฮอร์โมนแล้วก็สารอาหารต่างๆ
00:35:55 → 00:36:00ที่กินนะฮะนะเพราะฉะนั้นตรงเนี้ยนะฮะที่
00:36:00 → 00:36:03จะมีการพูดกันถึงเรื่องประโยชน์นะของ
00:36:03 → 00:36:06คอเลสเตอรอลเนี่ยตรงเนี้ยเราต้องทำความ
00:36:06 → 00:36:12เข้าใจใหม่นะฮะต้องทำความเข้าใจใหม่
00:36:12 → 00:36:15เนาะอันนี้ก็ไม่มีอะไรอันนี้ก็เป็นอัน
00:36:15 → 00:36:20เดิมนะฮะที่เราน่าจะพอรู้กัน
00:36:20 → 00:36:25นะคือเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายก็จะมีเรื่อง
00:36:25 → 00:36:29ของเซลล์ไซเคิลนะฮะนะนะโดยที่การเกิด
00:36:29 → 00:36:32เซลล์ไซเคิลก็คือการหมุนเวียนนะเกิดแก่
00:36:32 → 00:36:36ตายอ่ะนะของเซลล์นะฮะนะเพราะฉะนั้นเซลล์
00:36:36 → 00:36:38เนี่ยจะต้องมีการซ่อมหรืออาจจะต้องส่วน
00:36:38 → 00:36:41ใหญ่ก็คือสร้างใหม่นั่นแหละนะฮะการซ่อม
00:36:41 → 00:36:44หรือการสร้างใหม่ของเซลล์ก็จะต้องมีการ
00:36:44 → 00:36:47เอาคอเลสเตอรอลไปซ่อมไปสร้างนะฮะนะอันนี้
00:36:47 → 00:36:52ก็เป็นหน้าที่นะแต่ความรู้อันเดิมเนี่ย
00:36:52 → 00:36:54เค้าก็บอกว่าเอ่อตับจะต้องพยายามสร้าง
00:36:55 → 00:36:58คอเลสเตอรอลมาให้ซ่อมสร้างเซลล์แต่จริงๆ
00:36:58 → 00:37:00แล้วไม่ใช่นะฮะความรู้ใหม่ก็คือเซลล์นั่น
00:37:00 → 00:37:03แหละเสร้างเองนะเมีปฏิกิริยาของพลังงาน
00:37:03 → 00:37:07เ้าก็ต้องสร้างนะพอสร้างขึ้นมาแล้วไม่ว่า
00:37:07 → 00:37:10จะเป็นเ่อคอเลสเตอรอลจาก ldl เอ้ย
00:37:10 → 00:37:14คอเลสเตอรอลจากอ่าจากไหนก็ตามนะฮะจากตัว
00:37:14 → 00:37:18ส่งพลังงานพวก vldl idl vldl remnant
00:37:18 → 00:37:21หรือจากตัว ldl เนี่ยนะนะแต่ตัว ldl ส่วน
00:37:21 → 00:37:25ใหญ่มันก็อ่ามันจะไม่ให้คอเลสเตอรอลกับ
00:37:25 → 00:37:29เซลล์นะนะเพราะว่าอันนี้เรารู้แล้วใช่ม
00:37:29 → 00:37:33ว่าไอ้ตัว vldl เนี่ยเวลาที่เขาจ่ายพลัง
00:37:33 → 00:37:36งานเนี่ยเขาจะจ่ายคอเลสเตอรอลไปด้วยนะคือ
00:37:36 → 00:37:39เเรียกว่าอะไรอ่ะมันเชื้อเล็กอ่ะเช้อเล็ก
00:37:39 → 00:37:42มันเชเล็กก็คือมันจ่ายพลังงานไปเวลาโ
00:37:42 → 00:37:45โปรตีนไลเปสมันมาย่อยแล้วเนี่ยนะตัวไตกี
00:37:45 → 00:37:48มันก็ออกไปให้กับเซลล์ใช้แต่มันจะมีตัว
00:37:48 → 00:37:52คอเลสเตอรอลเอสเตอร์นะฮะไปด้วยนะอ่าไป
00:37:52 → 00:37:55ด้วยนะฮะเพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็จะไปทั้ง
00:37:55 → 00:37:58พลังงานและไปไปทั้งสารอาหารนะเพราะว่า
00:37:58 → 00:38:01เซลล์นั้นเนี่ยพลังงานที่รับไปเนี่ยถ้า
00:38:01 → 00:38:05เกิดไปสะสมหรือไปเผาผ่าประชก็จะต้องมี
00:38:05 → 00:38:08เนี่ยมีคอเลสเตอรอลเนี่ยเอ่อ
00:38:09 → 00:38:13ไปไปให้เซลล์เนี่ยนะที่จะต้องใช้งานต่อ
00:38:13 → 00:38:16หลังจากการเกิดปฏิกิริยานี้แล้วนะแล้วไอ้
00:38:16 → 00:38:20ตัวการเกิด hdl เนี่ยนะพอเซลล์มันจ่ายไต
00:38:20 → 00:38:22กิซเรียบร้อยแล้วเนี่ยนะฮะ vldl มันจ่าย
00:38:22 → 00:38:27แล้วเนี่ยนะนะตัวฟอสโฟไลปิดนะตัวไอ้ตัว
00:38:27 → 00:38:31คอเลสเตอรอลเ่อฟรีคอเลสเตอรอลนะฮะกับ
00:38:31 → 00:38:35คอเลสเตอรอลเอสเตอร์บางส่วนนะพวกเนี้ยนะ
00:38:35 → 00:38:38มันก็อ่ามันจะถูกโปรตีนน่ะในพลาสม่าหรือ
00:38:38 → 00:38:42ในน้ำเหลืองเนี่ยเ่อจับจับขมวดมันไว้นะฮะ
00:38:42 → 00:38:48นะเค้าเรียกว่าสนอร์อ่าอะไรอ่ะอ่าตัวอะไร
00:38:48 → 00:38:51นะเค้าเรียกโปรตีนอะไรซะอย่างนึงนะลืม
00:38:51 → 00:38:54ชื่อนะอ่าไม่เป็น
00:38:54 → 00:38:59ไรเสร็จแล้วเนี่ยก็จะมีการมาควบรวมนะมา
00:38:59 → 00:39:03มัดรวมของโปรตีนตัวสำคัญเลยก็คือ aple A1
00:39:03 → 00:39:06ก็กลายเป็นตัวอนุภาค hdl ที่จะไปรับ
00:39:06 → 00:39:11คอเลสเตอรอลต่อ
00:39:11 → 00:39:14ไปเพราะฉะนั้นตอนเนี้ยเรากำลังรีวิวกัน
00:39:15 → 00:39:18ถึงเรื่องเซลล์ไซเคิลนะฮะนะว่าเขาจะต้อง
00:39:18 → 00:39:22มีการใช้คอเลสเตอรอลนะฮะนะอันต่อมาก็คือ
00:39:22 → 00:39:25คอเลสเตอรอลเป็นตัวสร้างน้ำดีนะอันนี้
00:39:25 → 00:39:29หมายหมาถึงว่านะมันไปที่ตับไปที่ระบบน้ำ
00:39:29 → 00:39:33ดีแล้วนะฮะแล้วก็เกิดการรมิที่จะเป็นพวก
00:39:33 → 00:39:35เกลือน้ำดีซึ่งเขาจะต้องใช้คอเลสเตอรอล
00:39:35 → 00:39:39อันนี้ก็เป็นหนทางในการในการกำจัดน่ะนะ
00:39:39 → 00:39:41หรือในการขับคอเลสเตอรอลหรือลด
00:39:41 → 00:39:44คอเลสเตอรอลออกจากกระแสเลือดออกจากร่าง
00:39:44 → 00:39:46กายแล้วเดี๋ยวเจะขับทิ้งทางระบบน้ำดีแล้ว
00:39:46 → 00:39:51ก็ไปต่อที่ลำไส้นะไปกับอุจจาระนะฮะนะซึ่ง
00:39:51 → 00:39:54ตรงนี้เนี่ยตรงนี้เนี่ยคอเลสเตอรอลก็มา
00:39:54 → 00:39:58จากคือไม่ได้มีใครสร้างไม่ได้มีตัสร้างนะ
00:39:58 → 00:40:01ฮะนะเพราะเป็นคอเลสเตอรอลที่เป็น buy
00:40:01 → 00:40:03product ที่มาจากเซลล์ต่างๆนะฮะจน
00:40:03 → 00:40:07กระทั่งมาถึงตัแล้วมีเรือนำส่งติดตัดแล้ว
00:40:07 → 00:40:12นะต่อมาก็คือคอเลสเตอรอลนะเ่อที่เรากิน
00:40:12 → 00:40:16จากอาหารภายนอกนะซึ่งเขาจะมาพร้อมกับที่
00:40:16 → 00:40:20บอกไปคือไขมันโอเมก้า 3 แล้วก็วิตามินที่
00:40:20 → 00:40:25ละลายในไขมัน AD นะอันเนี้ยนะเค้าจะต้อง
00:40:25 → 00:40:29เป็นแกิแบบเนี้ยนะฮะนะถึงจะมีการดูดซึม
00:40:29 → 00:40:34ผ่านลำไส้นะฮะเข้าสู่ร่างกายได้
00:40:34 → 00:40:39นะเพราะฉะนั้นอันเนี้ยนะเอ่ออันเนี้ยคือ
00:40:39 → 00:40:43คือนี่คือคำตอบนี่ก็คือความสัมคัญนะที่
00:40:43 → 00:40:46ว่าเอาในเมื่อรู้ว่าเซลล์เป็นตัวสร้าง
00:40:46 → 00:40:48เป็นหลักอ่ะแล้วจะกินเข้าไปทำไมอ่ะไม่กิน
00:40:49 → 00:40:53ได้มยนะคำตอบก็คือไม่ได้นะยังไงคุณก็ต้อง
00:40:53 → 00:40:56กินนะฮะนะแล้วสัดส่วนที่ร่างกายก็ต้องการ
00:40:56 → 00:41:00ก็คือ 20 20 - 25% นะอีกเหตุผลนึงก็
00:41:00 → 00:41:03คือเป็นการตอบคำถามว่าเนี่ยนะถ้าจะให้
00:41:03 → 00:41:07เซลล์เลือกระหว่างสร้างขึ้นมาเองกับกิน
00:41:07 → 00:41:10คอเลสเตอรอลจากอาหารภายนอกเข้าไปเนี่ยนะ
00:41:10 → 00:41:14เซลล์เขาอยากได้อะไรนะเพราะฉะนั้นตอนนี้
00:41:14 → 00:41:15ตอบได้หรือ
00:41:15 → 00:41:22ยังอนะตอบได้แล้วครับคำตอบคือเซลล์เ
00:41:22 → 00:41:27ต้องการคอเลสเตอรอลหาภายนอกออ่าเซลล์ไม่
00:41:27 → 00:41:30ได้ต้องการคอเลสเตอรอลที่สร้างขึ้นอด้วย
00:41:30 → 00:41:33ตัวเขาเองเพราะคอเลสเตอรอลจากปฏิกิริยา
00:41:33 → 00:41:37ของพลังงานที่เซลล์สร้างขึ้นนะมันจะไม่มี
00:41:37 → 00:41:40สิ่งแวดล้อมอื่นๆที่มาเป็นแพคกิ้งแบบนี้
00:41:40 → 00:41:44อ่าคือไม่มีโอเมก้า 3 ไม่มีไขมันและไม่มี
00:41:44 → 00:41:46วิตามินนะ
00:41:46 → 00:41:50ฮะทีนี้ในปัจจุบันเนี่ยเราก็รู้แล้วว่า AD
00:41:50 → 00:41:54เนี่ยมันเป็นวิตามินที่ละลายในไขมันซึ่ง
00:41:54 → 00:41:57มันจะมาแรงกว่าพวกกลุ่มวิตามินละะลายน้ำ
00:41:57 → 00:42:01นะฮะนะโดยเฉพาะตัวสำคัญที่สุดคือ
00:42:01 → 00:42:08D ดอกนะฮะนะแต่ตอนเนี้ยมันก็มีคู่แข่งนะ
00:42:08 → 00:42:13ฮะนะตอนเนี้ยอ่าหลายๆคนที่เป็นเป็นใน
00:42:13 → 00:42:16กลุ่มทางด้านเวชศาสตร์ชราวัยเนี่ยเขา
00:42:17 → 00:42:20พยายามให้ความสำคัญกับวิตามิน E นะฮะนะ
00:42:21 → 00:42:24เอาล่ะเอ่อเราพอรู้ว่าวิตามินดีเนี่ยนะ
00:42:24 → 00:42:28ถ้าถามว่าวิตามินไหนอ่ะที่ต้องเสริมและ
00:42:28 → 00:42:31ขาดแล้วเนี่ยมีผลต่อร่างกายมากที่สุดแล้ว
00:42:31 → 00:42:33เป็นวิตามินที่ดูแล้วจะมีประโยชน์มากที่
00:42:33 → 00:42:37สุดนะก็คือวิตามิน D นะฮะแต่ในปัจจุบัน
00:42:37 → 00:42:40เนี่ยเขายกย่องให้วิตามิน E เป็น Master
00:42:40 → 00:42:45of วิตามินนะฮะนะ Master of Vitamin
00:42:45 → 00:42:49เพราะว่าเพราะว่า 3 เหตุผลนะฮะนะคือ
00:42:49 → 00:42:52วิตามิน E ในปัจจุบันเนี่ยนะที่กมาแรงมาก
00:42:52 → 00:42:56เลยอันที่ 1 เนี่ยก็คือิวิตามินเนี่ยมัน
00:42:56 → 00:43:00เป็นวิตามินที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการ
00:43:00 → 00:43:04ทำงานของต่อมใต้สมองนะฮะคือพิจารแล้ว
00:43:05 → 00:43:08พิจารเนี่ยเป็นต้นทางของการเกิดฮอร์โมน
00:43:08 → 00:43:10ที่จะไปกระตุ้นอวัยวะต่างๆให้สร้าง
00:43:10 → 00:43:13ฮอร์โมนอีกทีคือเป็นฮอร์โมนจากสมองที่จะ
00:43:13 → 00:43:15ไปกระตุ้นการทำงานของอวัยวะสร้างฮอร์โมน
00:43:16 → 00:43:18นะฮแล้วเขจะทำงานไม่ได้เลยถ้ามันขาด
00:43:18 → 00:43:23วิตามินอ E นะฮะเนี่ยเพราะฉะนั้นความ
00:43:23 → 00:43:27สำคัญก็เลยอยู่ที่สมองอันดับ 1 อันดับต่อ
00:43:27 → 00:43:30มาก็คือวิตามินอเเนี่ยเป็นส่วนประกอบที่
00:43:30 → 00:43:34สำคัญคือเา้าจะมาประกอบร่างนะกับตัว
00:43:34 → 00:43:37วิตามินอ่ามันกับตัวฮอร์โมนเพศ่ะฮะทั้ง
00:43:37 → 00:43:42เพศหญิงเพศชายเนี่ยนะฮะเทสโทสเตอโรนกับ e
00:43:42 → 00:43:47เนี่ยนะฮะนะเาจะมีผลในเรื่องการชะลอวัยนะ
00:43:47 → 00:43:50ทำให้เป็นหนุ่มนะมีการสร้างเซลล์อสุจิมี
00:43:50 → 00:43:54การเจริญพันธุ์นะแล้วก็มีเรื่องของเ่า
00:43:54 → 00:43:57เค้าเรียกเวชศาสตร์ฉลารอวัยที่จะอายุยืน
00:43:57 → 00:44:02น่ะนะฮะต้องมีวิตามินอนะแล้วตัววัดที่
00:44:02 → 00:44:05สำคัญที่บอกว่าเราวัดกันที่มวลกล้ามเนื้อ
00:44:05 → 00:44:09ใช่มั้ยล่ะนะมวลกล้ามเนื้อเนี่ยจะสร้าง
00:44:09 → 00:44:14ได้ยากมากในผู้ชายถ้าขาดวิตามิน E นะฮะ
00:44:14 → 00:44:19อนะคือเราจะมีฮอร์โมนที่สร้างแล้วมีมีกด
00:44:19 → 00:44:22อะมิโนมีโปรตีนอะไรแล้วเนี่ยเต้องมี
00:44:22 → 00:44:24วิตามิน
00:44:25 → 00:44:29อีในการเพิ่มประสิทธิภาพหรือเอ่อการทำงาน
00:44:29 → 00:44:32ของตัวฮอร์โมนที่จะสร้างไอ้ตัวมวลกลครับ
00:44:32 → 00:44:38นะฮะเนี่ยอันนี้อันนี้คืออ่าหน้าที่ที่
00:44:38 → 00:44:42สำคัญมากๆเลยของตัววิตามินอนะก็คือ 1
00:44:42 → 00:44:46เรื่องของสมอง 2 เรื่องของกล้ามเนื้อเออ
00:44:46 → 00:44:51เรื่องของกล้ามเนื้อนะครับผม
00:44:51 → 00:44:56เออแล้วก็เถูกยกย่องให้เป็นอ่ามาสเต of
00:44:56 → 00:45:00วิตามินเอนี่แหละนะเพราะว่าไม่งั้นเนี่ย
00:45:00 → 00:45:03ฮอร์โมนตัวอื่นๆนี่
00:45:03 → 00:45:08เอ่อเกิดยากเกิดตามมาได้ยากมากนะฮะ
00:45:08 → 00:45:09นะ
00:45:09 → 00:45:11เอ่อที
00:45:11 → 00:45:16นี้อันนี้เนี่ยนะขอย้ำว่านะเหตุผลสำคัญ
00:45:16 → 00:45:20ที่สุดนะที่แม้ว่าสัดส่วนส่วนใหญ่ของ
00:45:20 → 00:45:23คอเลสเตอรอลเนี่ยจะเกิดจากการสร้างภายใน
00:45:23 → 00:45:27เซลล์ร่างกายเองนะแต่สัตวส่วนนะที่เหลือ
00:45:27 → 00:45:31นะอ่าเราก็จำเป็นต้องได้รับจากอาหารนะ
00:45:31 → 00:45:34เพราะมันจะมีตัวอื่นๆที่มาประกอบกันด้วย
00:45:34 → 00:45:39นะฮะนะแล้วก็ร่างกาย prefer หรือต้องการ
00:45:39 → 00:45:41มากกว่าตัวคอเลสเตอรอลที่เราสร้างเองมัน
00:45:41 → 00:45:43ก็สร้างยังอื่นๆไม่ได้ก็สร้างได้แต่
00:45:43 → 00:45:46คอเลสเตอรอล
00:45:46 → 00:45:51นะเอ่อเพราะฉะนั้นต้องกินนะฮะไม่กินไม่
00:45:51 → 00:45:53ได้นะ
00:45:53 → 00:45:58เอออันต่อมาก็คือ
00:45:58 → 00:46:03นะอันต่อมาก็คือที่บอกว่าอย่างนั้นเนี่ย
00:46:03 → 00:46:06ถ้าเรากินคอเลสเตอรอลจากอาหารเข้าไปมากๆ
00:46:07 → 00:46:09เนี่ยเดี๋ยวร่างกายเนี่ยหรือเซลล์ร่างกาย
00:46:09 → 00:46:13เนี่ยมันจะสร้างคอเลสเตอรอลให้ลดน้อยลง
00:46:13 → 00:46:16อันนี้คิดว่าจริงหรือไม่จริง
00:46:16 → 00:46:20เมันมีคำพูดใช่มั้ยล่ะว่าเออถ้าสมมติเรา
00:46:20 → 00:46:23กินคอเลสเตอรอลเยอะๆเสมมุติกินไข่อ่ะนะ
00:46:23 → 00:46:28เอ่อกินไข่ไข่แดงกินอ่าเนี่ยเ่อแหล่งของ
00:46:28 → 00:46:30คอเลสเตอรอลจากสัตว์กินเนื้อสัตว์อะไรกิน
00:46:30 → 00:46:34เครื่องในอย่างเงี้ยนะแล้วนะไอ้ตัวอัตรา
00:46:34 → 00:46:38การสร้างของเซลล์ต่างๆที่บอกว่าไม่ใช่ตับ
00:46:38 → 00:46:42แล้วเนี่ยมันจะลดลงมันจะลดลงจริงมยนะคำ
00:46:42 → 00:46:46ตอบก็คือคือจริงและไม่จริงนะฮะอันนี้จะ
00:46:46 → 00:46:49ตอบอ่าอ่าที่เรื่องของความไม่จริงก่อนนะ
00:46:49 → 00:46:54ฮะเอครับผมเอ่อที่ว่ามันไม่จริงเนี่ยนะฮะ
00:46:54 → 00:46:57นะเดี๋ยวเดี๋ยวอันจริงนี่ไปไวสุดท้ายนะฮะ
00:46:57 → 00:47:02นะครับผมที่มันไม่จริงเนี่ยก็เพราะ
00:47:02 → 00:47:06นะเอ่อเดี๋ยวนะ
00:47:06 → 00:47:12อืก็คือมันไม่เกี่ยวกันน่ะนะฮะอ่าเพราะ
00:47:12 → 00:47:16ว่าการ intake คอเลสเตอรอลจากอาหารเนี่ย
00:47:16 → 00:47:20นะร่างกายโดยระบบของลำไส้หรือว่าระบบการ
00:47:20 → 00:47:24ดูดซึมเนี่ยมันยังมีการควบคุมโดยยีนนะที่
00:47:24 → 00:47:28จะทำให้เอ่ออ่าเราอยู่ในอัตราส่วนของ
00:47:28 → 00:47:31ประชากรที่เป็นกราฟระฆังคว่ำอ่ะนะฮะนะว่า
00:47:31 → 00:47:34จะเป็น hyp Hyper absorber นะแต่
00:47:34 → 00:47:37วิวัฒนาการของมนุษยชาติเนี่ยนะเขาบอกว่า
00:47:37 → 00:47:40ไอ้กราฟระฆังคว่ำเส่วนใหญ่มันจะเอียงไป
00:47:40 → 00:47:44ทางข้างขวานะฮะคือ 55% เนี่ยมันเป็น Hyper
00:47:44 → 00:47:48absorber ก็คือประมาณเกินครึ่งนึงนะของ
00:47:48 → 00:47:51ประชากรน่ะในกราฟและคำคว่ำนี่แหละนะมันมี
00:47:51 → 00:47:54แนวโน้มที่จะดูซึมคอเลสเตอรอลได้ดีแต่ก็
00:47:54 → 00:47:57ไม่ได้ดีมากนะฮะไม่ได้ดีมากนะเพราะฉะนั้น
00:47:57 → 00:47:59เนี่ยเอ่อเปอร์เซ็นต์ความต้องการของ
00:47:59 → 00:48:02คอเลสเตอรอลต่อวันน่ะนะที่มันจะได้รับจาก
00:48:02 → 00:48:06อาหารเนี่ยนะมันค่อนข้างฟิกนะถึงจะกิน
00:48:06 → 00:48:10เยอะๆเท่าไหร่เนี่ยมันดูดได้มันเป็นอ่า
00:48:10 → 00:48:14ถึงมันจะเป็น Hyper hyp absorber 55%
00:48:14 → 00:48:16อะไรก็ตามมันก็ได้แค่นั้นแหละนะครับนะ
00:48:16 → 00:48:20เพราะฉะนั้นจะกินมากกินน้อยนะฮะอ่าส่วน
00:48:20 → 00:48:23ใหญ่กินมากใช่มยเอ่อกินมากยังไงเนี่ย
00:48:23 → 00:48:27อัตราการสร้างของร่างกายก็ก็ก็ไม่ได้ลดลง
00:48:27 → 00:48:30ไม่ได้ลดลงนะนะเพราะฉะนั้นคำตอบก็คือไม่
00:48:30 → 00:48:34จริงนะอันเนี้ยอันนี้ก่อนนะส่วนใหญ่ก็คือ
00:48:34 → 00:48:38เป็นคำตอบนี้นะฮะนะซึ่งมันมีความหมายนะ
00:48:38 → 00:48:41ค่อนข้างมากเพราะว่าแต่เก่าเนี่ยเราก็ไม่
00:48:41 → 00:48:44รู้ทฤษฎีเขาอ่ะนะฮะเคิดว่าเออกินเยอะเถ้า
00:48:44 → 00:48:47กินไข่วันละ 10 ลูกเนี่ยเอ่อคอเลสเตอรอล
00:48:47 → 00:48:50ก็ได้เขาไปเป็นพันแล้วล่ะนะฮะนะเ่อลูกนึง
00:48:50 → 00:48:54180 -2 มิลลิกรัมก็น่าจะได้ตั้ง 1,800
00:48:54 → 00:48:58ถึง 2,000 มิลลิกรัมแล้วนะนะถ้าอย่างนี้
00:48:58 → 00:49:00ก็แทบจะไม่ต้องสร้างแล้วเพราะวันๆนึง
00:49:00 → 00:49:02เนี่ยนะร่างกายต้องสร้างคอเลสเตอรอลอยู่
00:49:02 → 00:49:05ในช่วงประมาณ 2,000 - 3,000 มิลิกรัมนะ
00:49:05 → 00:49:09ที่จะมาใช้งานอะไรต่างๆนะเพราะงั้นกินไข่
00:49:09 → 00:49:12ไป 10 ลูกก็ได้เกือบ 2,000 แล้วเร่างกาย
00:49:12 → 00:49:14จะได้พักจะได้ไม่ต้องสร้างอันนี้ไม่จริง
00:49:14 → 00:49:21นะอืครับผมเพราะว่าถ้านะมันดูดซึมได้แค่
00:49:21 → 00:49:24เท่าไหร่อ่ะ 400 มันก็ได้ 400 อ่ะนะคุณ
00:49:24 → 00:49:26กิน 2,000 เนี่ยอีก 1000 ผมก็ไม่ไปด้วย
00:49:26 → 00:49:29อ๋อก็ทิ้งเลยใช่มั้ยครับผม
00:49:29 → 00:49:32ใช่
00:49:32 → 00:49:34ครับ
00:49:34 → 00:49:40อ่าทีนี้เอานะนะก็ในแง่ของการวิเคราะนะ
00:49:40 → 00:49:44จากคำถามเนี่ยนะฮะว่านะอันที่ 1 เราก็รู้
00:49:44 → 00:49:46แล้วล่ะว่าร่างกายเนี่ยเจะต้องเป็นเ้า
00:49:46 → 00:49:51อย่างนี้นะฮะนะก็คือ 1 นะอ่ามีการสร้าง
00:49:51 → 00:49:55เองแล้วก็มีการกินจากอาหารเข้าไปนะทีนี้จ
00:49:55 → 00:49:58จากคำถามเนี่ยเถามในส่วนที่มันเป็น 20 -
00:49:58 → 00:50:0225% น่ะว่าการกินไขท้างฟองการกินปลาหมึก
00:50:02 → 00:50:05การกินหอยเนี่ยนะแล้วไปลดคอเลสเตอรอลได้
00:50:05 → 00:50:09ยังไงนะฮะนะเอ่อสิ่งเหล่านี้เมื่อกี้เรา
00:50:09 → 00:50:11แยกแยะแล้วว่าคอเลสเตอรอลมันอยู่ในโหมด
00:50:11 → 00:50:15โปรตีนนะแล้วไข่ทั้ฟองเอยปลาหมึกเอยหอย
00:50:15 → 00:50:18เอยเรานับสารอาหารเป็นเน็ตโปรตีนใช่มั้ย
00:50:19 → 00:50:23ฮะนะเนี่ยโปรตีนนี้นะต้องนับเป็นนะฮะนะ
00:50:23 → 00:50:27ต้องนับเป็นนะต้องแยกแยะเ่าในเรื่องอาหาร
00:50:27 → 00:50:30และพลังงานและสารอาหารต่างๆนะว่าเเป็น
00:50:30 → 00:50:32อะไรเป็นคาร์โบไฮเดรตเป็นโปรตีนเป็นไขมัน
00:50:32 → 00:50:37นะในกรณีที่คำถามเนี่ยนะอันนี้คือคือ
00:50:37 → 00:50:41โปรตีนนะฮะนะหลังจากเรารู้แล้วว่าสิ่ง
00:50:41 → 00:50:45เนี้ยมันคือโปรตีนนะฮะเราก็ต้องรู้ต่อนะ
00:50:45 → 00:50:48ว่าปฏิกิริยาการตอบสนองของฮอร์โมนในร่าง
00:50:48 → 00:50:53กายต่อสารอาหารที่เป็นโปรตีนเนี่ยนะ
00:50:53 → 00:50:56ฮอร์โมนอะไรมันจะออกมาใช่มเนี่ยอันนี้เรา
00:50:56 → 00:51:00ก็ต้องรู้นะคือเป็นคาฟเนี่ยอินซูลินออกมา
00:51:00 → 00:51:04แน่นอนนะพออินซูลินออกมามากๆมากๆหรือ
00:51:04 → 00:51:07อินซูลินออกมาแบบไม่ดีนักเนี่ยเดี๋ยวตัว
00:51:07 → 00:51:10แม่คอร์ติซอลก็จะออกมาช่วยมาปรับอ่ะมา
00:51:10 → 00:51:14ปรับนะแล้วก็เหมือนจะมาทะเลาะกันขึ้นๆลงๆ
00:51:14 → 00:51:18นะฮแต่ว่าหลักๆพ่อถ้าเป็นคาฟนะก็คือ
00:51:18 → 00:51:21อินซูลินนะฮะบทบาทเด่นที่สุดนะฮะอันนี้
00:51:21 → 00:51:24เราก็พอรู้แล้วล่ะแต่ถ้าเมื่อไหร่มันเป็น
00:51:24 → 00:51:28โปรตีนนะฮะโปรตีนนะโปรตีนเนี่ยนะตัวตอบ
00:51:28 → 00:51:31สนองในแง่ของฮอร์โมนเนี่ยมันก็จะมี
00:51:31 → 00:51:35อินซูลินมานะเพะถึงไงโปรตีนก็เป็นแม้ว่า
00:51:35 → 00:51:37เป็นสารอาหารแต่เขาก็มีความเป็นพลังงาน
00:51:37 → 00:51:39ได้ด้วยนะเพราะงั้นใดๆที่เป็นพลังงาน
00:51:39 → 00:51:42เนี่ยโปรตีนมาเอ้ยอินซูลินมาทั้งนั้นแหละ
00:51:42 → 00:51:45อินซูลินมาแต่มาน้อยนะแล้วก็ไม่ไม่มีบท
00:51:45 → 00:51:49บาทอะไรเด่นชัดเหมือนกับแบบมาแบบจากคาฟนะ
00:51:49 → 00:51:54ฮะนะคือกินโปรตีนอินซูลินมากลูคากอนมาโกด
00:51:54 → 00:51:57ฮอร์โมนมาไทรรอยด์มาหลักๆที่เมาก็จะมาแบบ
00:51:57 → 00:51:58นี้
00:51:58 → 00:52:01นะแต่การมาเนี่ยมันก็ต้องดูด้วยอ่ะว่า
00:52:01 → 00:52:05โปรตีนที่คุณกินเนี่ยมันเป็นโปรตีนอะไร
00:52:05 → 00:52:08ยังไงนะกรณีนี้เนี่ยนะถ้าเราพูดกันถึง
00:52:08 → 00:52:12เรื่องเฉพาะไข่ทั้งฟองปลาหมึกป่อยมันก็
00:52:12 → 00:52:16คือเป็นโปรตีนไขมันปานกลางกับโปรตีนไข
00:52:16 → 00:52:20มันานะซึ่งพวกเนี้ยเออการกระตุ้นเนี่ยนะ
00:52:20 → 00:52:23มันก็ไม่ได้กระตุ้นอินซูลินมากนะนะแล้ว
00:52:23 → 00:52:26มันก็ไม่ได้กระตุ้นไอ้พวกฮอร์โมนตัวแม่
00:52:26 → 00:52:29คอร์ติซอลคือมันไม่ใช่โปรตีนไขมันสูงนะฮะ
00:52:29 → 00:52:33นะขณะเดียวกันเนี่ยนะมันก็จะมีพวกกลุ่ม
00:52:33 → 00:52:37ฮอร์โมนลูกเทพน่ะออกมาผสมผสานด้วยนะก็คือ
00:52:37 → 00:52:40เเป็นโปรตีนนะอ่าเพราะฉะนั้นเนี่ยยังไงก็
00:52:40 → 00:52:43ตามเนี่ยกลูคากอนโกดฮอร์โมนไทรรอยด์มา
00:52:43 → 00:52:50ด้วยนะฮะมาด้วย
00:52:50 → 00:52:56นะก็นะยังไงอินซูลินนะเข้ามานะนะแต่ตัว
00:52:56 → 00:53:02อื่นๆที่มานะฮะนะก็ก็แล้วแต่ว่าเขาจะแช
00:53:02 → 00:53:05กับไอ้ตัวโปรตีนเนี่ยนะ
00:53:05 → 00:53:09เอ่อยังไงบ้างนะฮะนะมันก็ทุกอย่างเนี่ย
00:53:09 → 00:53:11มันก็ขึ้นอยู่กับวิธีปรุงอาหารวิธีกิน
00:53:11 → 00:53:15อะไรตอะไรด้วยนะอันนี้อันนี้ขอให้รู้นะ
00:53:15 → 00:53:19ส่วนคอร์ติซอลกับแอนลีนจะมาแจมด้วยมนะฮะ
00:53:19 → 00:53:23นะทุกอย่างเนี่ยนะก็ต้องถือว่าขึ้นอยู่
00:53:23 → 00:53:28กับปริมาณตัดตวนนะฮะแล้วก็เรื่องของวิธี
00:53:28 → 00:53:32การปรุงแล้วก็ก็มีการแต่งเติมเสริมอะไรก็
00:53:32 → 00:53:37ไม่รู้นะหรือไปแปรรูปไปในขนาดไหนก็ตามนะ
00:53:37 → 00:53:41ฮะนะอันนี้เพราะฉะนั้นขั้นตอนนะฮะก็คือ
00:53:41 → 00:53:45อาหารสั่งฮอร์โมนนะฮอร์โมนเนี่ยจะไปสั่ง
00:53:45 → 00:53:50ตับนะจะไปสั่งตับแล้วตับนะก็จะเกิดกระบวน
00:53:50 → 00:53:56การนะที่จะทำยังไงนะกับตัวคอเลสเตอรอลนะ
00:53:56 → 00:54:01และไลโปโปรตีนนะนะคือฮอร์โมนสั่งตับส่วน
00:54:01 → 00:54:05ใหญ่เซลล์ตับก็จะมี 2 อย่างนะฮะก็คือสลาย
00:54:05 → 00:54:10เผาผลาญหรือเก็บสะสม
00:54:10 → 00:54:15นะถ้าจะมีการสลายเผาผลาญนะฮะนะเค้าก็จะมี
00:54:15 → 00:54:16เนี่ย
00:54:16 → 00:54:21นะมีมีวงจรของเค้าอ่ะนะที่นะที่จะสร้าง VL
00:54:21 → 00:54:25dl แล้วก็อ่าไปในกระสงกระแสเลือดอะไร
00:54:25 → 00:54:29ต่างๆนะฮะแต่ถ้าจะสะสมเนี่ยก็แล้วแต่จะ
00:54:29 → 00:54:34สะสมที่ตับก่อนนะหรือจะส่งไปสะสมตามที่
00:54:34 → 00:54:37อื่นๆนะฮะตามที่อื่นๆ
00:54:37 → 00:54:42นะเพราะว่าอ่าถ้าตับเนี่ยสะสมเต็มที่แล้ว
00:54:42 → 00:54:46มันก็ก็จ่ายไปยังอวัยวะอื่นๆให้สะสมกัน
00:54:46 → 00:54:52ต่อไปนะฮะนะหรืออ่าหรือก็แล้วแต่นะว่า
00:54:52 → 00:54:55อิทธิพลของฮอร์โมนสะสมโดยเฉพาะสัดส่วนของ
00:54:55 → 00:54:58ของอินซูลินเยอะหน่อยนะส่วนใหญ่พวกนี้เขา
00:54:58 → 00:55:04ก็จะพาไปสะสมตามศัพคิต
00:55:04 → 00:55:09สู้อันนี้ก็อย่างในกรณีที่เรากินคาฟ
00:55:09 → 00:55:13อินซูลินก็จะถูกกระตุ้นออกมาอ่าเป็นการ
00:55:13 → 00:55:17สั่งการของฮอร์โมนใช่มั้ยฮะนะอินซูลินอ่า
00:55:17 → 00:55:20เวลากินคาฟอินซูลินมาอินซูลินไปสั่งอะไร
00:55:20 → 00:55:26กับตับอ่ะนะฮะนะส่วนใหญ่นะอินซูลินจะสั่ง
00:55:26 → 00:55:27ตับ
00:55:27 → 00:55:29ให้
00:55:29 → 00:55:35อ่าคือคือคือเราก็รู้อ่ะนะว่าไอ้ตัวคาฟ
00:55:35 → 00:55:39หรือน้ำตาลเนี่ยนะเวลากินเข้าร่างกายแล้ว
00:55:39 → 00:55:44เนี่ยนะมันไม่มีใครต้องการใช่มั้ล่ะนะมัน
00:55:44 → 00:55:47ไม่มีใครต้องการนะฮะนะแม้แต่เซลล์ตับเขก็
00:55:47 → 00:55:50ไม่ใช้น้ำตาลนะฮะนะเพราะว่าอวัยวะที่บอก
00:55:50 → 00:55:54ก็คือตับเนี่ยนะตับเนี่ยในการที่เขาจะใช้
00:55:54 → 00:55:58พลังงานต่างๆเนี่ยเขาจะใช้กดไขมันอิสระเ
00:55:58 → 00:56:01ไม่ใช้น้ำตาลนะฮะแล้วเเไม่ใช้คีโตนเไม่
00:56:01 → 00:56:04ใช้คีโตนนะมีช่วงมื้อเย็นเท่านั้นเนี่ย
00:56:04 → 00:56:09ที่ตับจะมีโอกาสที่จะต้องใช้คีโตนนะฮะนะ
00:56:09 → 00:56:13ที่ส่งออกมาจากลำไส้เอออืเป็นการสร้างของ
00:56:14 → 00:56:17แบคทีเรียเท่านั้นแหละครับนะแต่โดยส่วน
00:56:17 → 00:56:21ใหญ่แล้วตับเขาจะใช้กดไขมันอิสระหรือี้
00:56:21 → 00:56:25Acid เป็นพลังงานในการซ่อมสร้างในการอ่า
00:56:25 → 00:56:29ที่จะจ่ายพลังงานตัวอื่นๆตับไม่ใช้น้ำตาล
00:56:29 → 00:56:32นะฮะเพราะฉะนั้นน้ำตาลเนี่ยนะเมื่อเข้า
00:56:32 → 00:56:36สู่ร่างกายแล้วเนี่ยถ้าระหว่างที่น้ำตาล
00:56:36 → 00:56:40เดินทางนะฮะเ่าเ่อที่จะไปตับเนี่ยแต่ว่า
00:56:40 → 00:56:42มีการเรียกร้องจากเซลล์ที่ต้องการพลังงาน
00:56:42 → 00:56:45น้ำตาลก็ไปจ่ายพลังงานให้กับเซลล์ก่อนอ่า
00:56:45 → 00:56:48ที่เหลือมันก็เข้าตับนะแล้วตับเขาก็ไม่
00:56:48 → 00:56:50ใช้น้ำตาลนะเพราะฉะนั้นถ้าน้ำตาลที่เหลือ
00:56:51 → 00:56:54เข้าตับตับก็จะว lipogenesis ก็เปลี่ยน
00:56:54 → 00:56:58เป็นไซไลนทั้งหมดนะเพราะฉะนั้นทั้งหมด
00:56:58 → 00:57:01เนี่ยมันก็คืออยู่อันอยู่ภายใต้คำสั่งของ
00:57:01 → 00:57:06ฮอร์โมนอินซูลินนั่นแหละนะ
00:57:06 → 00:57:09ครับเพราะฉะนั้นอันเนี้ยเราก็
00:57:09 → 00:57:14เอ่อแล้วแต่ล่ะว่านะถ้าเป็นปฏิกิริยาใน
00:57:14 → 00:57:18แง่นี้นะนะก็เป็นการจัดการของอินซูลินกับ
00:57:18 → 00:57:22ตับนะฮะแล้วกระบวนการของพลังงานที่เกิด
00:57:22 → 00:57:27ขึ้นก็จะเป็นการสะสมพลังงาน
00:57:27 → 00:57:30พอเป็นการสะสมพลังงานก็จะเกิดคอเลสเตอรอล
00:57:30 → 00:57:33นะแล้วคอเลสเตอรอลที่จะเกิดจากขบวนการ
00:57:33 → 00:57:37สะสมพลังงานก็มักจะเป็นคอเลสเตอรอลที่ไม่
00:57:37 → 00:57:39ดี
00:57:39 → 00:57:43นะส่วนใหญ่ก็จะในที่สุดจะกลายเป็น ldl
00:57:43 → 00:57:47type type B นะครับผม
00:57:47 → 00:57:49เนาะ
00:57:49 → 00:57:53ครับทีนี้เหตุผลเนี่ยเพราะอะไรอ่ะนะร่าง
00:57:53 → 00:57:56กายเซลล์ต่างๆหรือแม้แต่ตับเนี่ยที่หมอ
00:57:56 → 00:57:58บอกว่าเอ่อเวลาเใช้พลังงานเเลือกที่จะใช้
00:57:58 → 00:58:03กดไขมันอิสระนะฮะนะเพราะพลังงานจากน้ำตาล
00:58:04 → 00:58:09เนี่ยมันไม่มีความเสถียรใช่มั้ยล่ะนะน้ำ
00:58:09 → 00:58:14ตาลเนี่ยพลังงานมันต่ำนะ 1 กรัมมันให้ 4
00:58:14 → 00:58:18กิโลแคลอรี่นะฮะแล้วก็ N produc นะ N
00:58:18 → 00:58:22produc ของการเผาผลาญน้ำตาลเนะมันมีความ
00:58:22 → 00:58:27เป็นพิษมากนะเ่อแล้วตัวน้ำตาลเองเนี่ยก็
00:58:27 → 00:58:30ยังมีผลกับโปรตีนนะ
00:58:30 → 00:58:37อ่าที่จะไปเกิดสาร AG ใช่มั้ยล่ะนะครับผม
00:58:37 → 00:58:40ใช่ครับแต่ธรรมชาติของร่างกายเราเนี่ยเรา
00:58:40 → 00:58:44ก็เลือกใช้แต่ไขมันมากกว่าเพราะว่าไขมัน
00:58:44 → 00:58:47เนี่ยมันเป็นพลังงานที่เสถียรกว่านะฮะการ
00:58:47 → 00:58:53เกิดพิษต่างๆน้อยกว่านะน้อยกว่านะแล้วก็
00:58:53 → 00:58:58เอ่อมันได้พลังงานเยอะกว่ามันได้ 9 ไง 9
00:58:58 → 00:59:02กิโลแคลอรี่นะเมื่อเทียบกันกรัมต่อกรันะ
00:59:02 → 00:59:07อันเนี้ยครับผมเพียงแต่ว่าไขมันเนี่ยมัน
00:59:07 → 00:59:10เป็นพลังงานที่ค่อนข้างเสถียรและมันติด
00:59:10 → 00:59:16ยากอ่ะนะคือมันเผาหัวนานนะมันมันมันมัน
00:59:16 → 00:59:20มันช้ามันช้าในในตอนเริ่มต้นมันไม่ปู๊ด
00:59:20 → 00:59:23ป๊าดนะพุ่งพ่านปู๊ดป๊าดเหมือนน้ำเหมือน
00:59:23 → 00:59:26เหมือนน้ำตาลนะฮะไขมันเนี่ยนะแต่อย่างไง
00:59:26 → 00:59:30ก็ตามนะเมื่อมันสตดแล้วเนี่ยคือร่างกายพอ
00:59:30 → 00:59:35เวลามันเข้าคีโตสิสใช้ไขมันอาจจะใช้ไอ้
00:59:35 → 00:59:38พวกกดไขมันได้เก่งๆหรือไปได้ถึงกระทั่ง
00:59:38 → 00:59:41ใช้คีโตนได้แล้วเนี่ยนะเวลามันติดแล้วมัน
00:59:41 → 00:59:46ติดเลยนะฮะนะมันก็จะยาวๆไปตลอดเลยนะอัน
00:59:46 → 00:59:50นี้แหละนะฮะอันนี้สำคัญนะมันไม่มีสะดุดนะ
00:59:50 → 00:59:53มันไม่วูบวาบมันไม่อ่าเป็นไรถไฟหอะ
00:59:53 → 00:59:56ตีลังกาเหมือเหมือนกับเหมือนกับไม่เสถียร
00:59:56 → 00:59:59เหมือนกับน้ำตาลน้ำตาลครับผมเออมันเีย
00:59:59 → 01:00:02กว่านะฮะเพราะฉะนั้นเนี่ยเหตุผลหนึ่ง
01:00:02 → 01:00:05เนี่ยในการที่เราต้องกินน้ำมันสกัดเย็นใน
01:00:05 → 01:00:08มื้อแรกเนี่ยก็เพื่อว่าจะให้ร่างกายเกิด
01:00:08 → 01:00:12การเริ่มต้นในการเผาผลาญนะที่ให้เครื่อง
01:00:12 → 01:00:16มันติดน่ะนะพอเป็นตัวกระเดี่ยมันเผาไขมัน
01:00:16 → 01:00:20แล้วเนี่ยนะฮะนะมันก็จะเผาได้ยาวไปเลยนะ
01:00:20 → 01:00:24ทั้งวันหรือต่อไปถึงกลลางคืนเลยมันก็เป็น
01:00:24 → 01:00:27อย่างเงี้ยนะฮะนะอันนี้ก็คือยังไงยังไง
01:00:27 → 01:00:30เี่ถึงจะอ้วนจะผอมเนี่ยนะฮะการกินน้ำมัน
01:00:30 → 01:00:33สกัดเย็นจะกินมากกินน้อยจะปรับสัตส่วนยัง
01:00:33 → 01:00:37ไงปรับปริมาณยังไงก็ตามนะก็ยังจะต้องใช้
01:00:37 → 01:00:40เป็นตัวกระตุ้นหรือการเริ่มวงจรการเผา
01:00:40 → 01:00:42ผลาญปพลังงานจับไขมันน่ะแบบที่หมอว่า
01:00:42 → 01:00:47เนี่ยนะแล้วผลอันเนี้ยมันจะเกิด 5 สอ 5
01:00:47 → 01:00:52สอจำ 5 สนี่พอพอรู้มยถ้าเกิดร่างกายเาผัน
01:00:52 → 01:00:56อ่าไขมันเป็นพลังงานนะฮะนะครับผม 5 สอนะ
01:00:56 → 01:01:01ฮะอันที่ 1 เกิดความเสถียรนะเสถียรนะความ
01:01:01 → 01:01:06สะอาดนะแล้วก็เกิดความสดชื่นสดดชเพราะว่า
01:01:06 → 01:01:10ถ้าได้ถึงคีโตนเนี่ยคีโตนก็จะทำให้สมองนะ
01:01:10 → 01:01:15เบนน่ะนะฮะนะเกิดความอะไรเกิดความโล่ง
01:01:15 → 01:01:19โปร่งสบายแบบคือสมองมันจะสดชื่นขึ้นมานะ
01:01:19 → 01:01:23ฮะเกิดความสบายเกิดความสบายความสบายของ
01:01:23 → 01:01:26ร่างกายน่ะเพราะว่าร่างกายมันเหมือนมีการ
01:01:26 → 01:01:30หล่อลื่นอ่าที่ที่ดีๆอ่ะนะไขมันมันลื่น
01:01:30 → 01:01:34น่ะนะหล่อลื่นที่ดีๆเสถียนสะอาดสดชื่น
01:01:34 → 01:01:38สบายและสุดท้ายคือสนิทนะฮะสนิทเนี่ยก็คือ
01:01:38 → 01:01:43จะมีผลในแง่ที่สมองจะหลับจะหลับฟรีเลย
01:01:44 → 01:01:49นะเนี่ยหลับสนิทหลับสนิทนะฮะเพราะฉะนั้น
01:01:49 → 01:01:53ผมสารไขมันเป็นพลังงานโดยเฉพาะถ้าได้ถึง
01:01:53 → 01:01:56ขั้นคลีนคีโตนเนี่ยเราจะหลับสนิทไม่มีนะ
01:01:56 → 01:02:00ไม่มีตื่นไม่มีแบบนอนไม่หลับนะนะไอ้ที่
01:02:00 → 01:02:03นอนไม่หลับเนี่ยมันเป็นเตี้คีโตนนะมันไม่
01:02:03 → 01:02:06ใช่พลังงานที่สะอาด
01:02:06 → 01:02:09นะอ่าที
01:02:09 → 01:02:12นี้
01:02:12 → 01:02:15เอ่อทีนี้ถ้าเกิดเป็นคาฟนี่เราก็พอรู้
01:02:15 → 01:02:18แล้วใช่มั้ยล่ะว่าสุดท้ายเราก็จะได้เป็น
01:02:18 → 01:02:22ll type B
01:02:22 → 01:02:32เนาะครับ
01:02:32 → 01:02:36ฮัลโหลครับเออเมื่อไหร่ก็ตามที่ฮอร์โมนนะ
01:02:36 → 01:02:40ไปบอกให้เซลล์มีการสร้างมีการเก็บสะสมไข
01:02:40 → 01:02:44มันนะฮะนะเซลล์จะมีการสร้างคอเลสเตอรอล
01:02:44 → 01:02:49ขึ้นมาเสมอในทุกๆครั้งนะฮะนะนะอันนี้ก็
01:02:49 → 01:02:54หมายถึงาฟนี่แหละนะฮะงั้นในทางตรงกันข้าม
01:02:54 → 01:02:57เนี่ยเนี่ยตอนเนี้ยนะของเราเนี่ยโจทย์ก็
01:02:57 → 01:03:02คือเรื่องของโปรตีนนะฮะโปรตีนนะพอเป็น
01:03:02 → 01:03:05โปรตีนเนี่ยนะ
01:03:05 → 01:03:09เอ่อมันก็จะตรงกันข้ามแล้วใช่มั้ยล่ะ
01:03:09 → 01:03:14นะทีนี้
01:03:14 → 01:03:18เออทีนี้ตัวโปรตีนเอ้ยตัวพลังงานเนี่ยนะ
01:03:18 → 01:03:22ฮะพลังงานต่างๆเนี่ยนะที่เซลล์เนี่ยที่
01:03:22 → 01:03:25เรากินอาหารเข้าไปเนี่ยนะแล้วก็พลังงาน
01:03:25 → 01:03:28เหล่านี้เนี่ยถูกตับเนี่ยเปลี่ยนให้เป็น
01:03:28 → 01:03:32vldl แล้วก็แจกจ่ายไปนะตามเซลล์หรือ
01:03:32 → 01:03:35อวัยวะที่เต้องการพลังงาน
01:03:35 → 01:03:38นะคือคำพูดที่บอกเมื่อกี้เนี่ยว่าถ้า
01:03:39 → 01:03:42เปรียบเทียบระหว่างน้ำตาลกับไขมันนะร่าง
01:03:42 → 01:03:45กายเนี่ยเขต้องการไขมันเป็นพลังงานในทุกๆ
01:03:45 → 01:03:50เซลล์นะฮะเไม่ชอบเกลัวน้ำตาลนะแต่ว่ารูป
01:03:50 → 01:03:53แบบการนำส่งพลังงานที่เป็นไขมันเนี่ยเรา
01:03:53 → 01:03:57ก็นำส่งในรูปแบบของ vldl นะฮะเนี่ยอันนี้
01:03:57 → 01:04:02ก็จะต้องมามีข้อสรุปก่อนนะฮะว่าแล้วการนำ
01:04:02 → 01:04:08ส่ง VL dl ไปให้เซลล์ต่างๆเนี่ยนะมันมี
01:04:08 → 01:04:12อย่างไรมันมีรูปแบบอย่างไรนะฮะ vldl
01:04:12 → 01:04:14เนี่ยก็คือการส่งพลังงานนะที่มันเป็น
01:04:14 → 01:04:18ไตรกีสไลก็จะมีคอเลสเตอรอลไปด้วยนะนะแล้ว
01:04:18 → 01:04:21ระหว่างนั้นเนี่ยเค้าก็จะไปสลายพลังงาน
01:04:21 → 01:04:23โดย
01:04:23 → 01:04:27เอนไซม์ไลโปโปรตีนไลเปสใช่มยฮะนะแต่ทีนี้
01:04:27 → 01:04:30รูปแบบนะของ ldl เนี่ยอันนี้มันเป็นโครง
01:04:30 → 01:04:36สร้างเรื่อนำส่งแต่นะตัวสำคัญเลยนะก็คือ
01:04:36 → 01:04:40ตัวโครงสร้างที่เป็นไตคิลเนี่ยนะมันเป็น
01:04:40 → 01:04:43แบบไหนขึ้นอยู่กับ 3 ตั้งต้นขึ้นอยู่กับ 3
01:04:43 → 01:04:48ตั้งต้นก็คือตัวเรือเ dl dl นะแต่องค์
01:04:48 → 01:04:51ประกอบในเรือเนี่ยที่มันจะมีไตรกีซาไลน์
01:04:51 → 01:04:56มีคอเลสเตอรอลมีเอปอ่าอ่าต่างๆนะฮะนะครับ
01:04:56 → 01:05:00ผมเรามาตอนเนี้ยเราต้องมาดูที่ตัวไครินนะ
01:05:00 → 01:05:03ซึ่งไครินเนี่ยมันขึ้นอยู่กับสิ่งที่เป็น
01:05:03 → 01:05:08ต้นทางของไตกิลนะก็รูปแบบต่างๆมันก็จะมี
01:05:08 → 01:05:12สักประมาณ 7-8 รูปแบบนะฮะนะถ้าไตรกีสไลเย
01:05:12 → 01:05:17มาจากคาร์โบไฮเดรตนะต้นทางมันคือคาฟนะฮะ
01:05:17 → 01:05:23คือคาฟนะอันนี้นะคาฟส่วนเกินที่เปลี่ยน
01:05:23 → 01:05:27เป็นไตกีสไลเนี่ยเกิดจากอ่าตัวการออกคำ
01:05:27 → 01:05:31สั่งก็คือฮอร์โมนอินซูลินใช่มั้ยฮะนะแล้ว
01:05:31 → 01:05:36ก็อ่าไตกีสไลอันนี้ในรูปของ vldl มันจะ
01:05:36 → 01:05:39ถูกลำเรียงไปในระบบ
01:05:39 → 01:05:44เลือดแล้วก็ปลายทางก็คือการไปเก็บสะสมไม่
01:05:44 → 01:05:47สามารถสลายเผาผลาญได้เพราะว่าตัวกำกับคือ
01:05:47 → 01:05:51อินซูลินนะฮะแล้วผลสุดท้ายจากการสะสมพลัง
01:05:51 → 01:05:56งานอันนี้เราก็จะได้เป็นเป็น ldl type B
01:05:56 → 01:06:01B ครับถ้าไตกีสไลมีต้นทางมาจากน้ำมันแปร
01:06:01 → 01:06:05รูปโดยเฉพาะน้ำมันพืชแปรรูปนะฮะหรือ
01:06:05 → 01:06:10ไตกีสไลมีต้นทางมาจากไขมันพรานนะฮะอันนี้
01:06:10 → 01:06:14เนี่ยตัวฮอร์โมนที่จะออกมาในการออกคำสั่ง
01:06:15 → 01:06:18หหรือบริหารจัดการเนี่ยนะคือมันก็ไปในรูป
01:06:18 → 01:06:21ของ VL VL นี่แหละนะแต่ฮอร์โมนที่จัดการ
01:06:21 → 01:06:24ที่เป็นคอร์ติซอลกับอินซูลิน
01:06:24 → 01:06:28ครับมีผลมากกว่าอินซูลินนะแล้วช่องทางใน
01:06:28 → 01:06:31การลำเลียงหรือการจัดการคือระบบน้ำเหลือง
01:06:31 → 01:06:34นะครับทั้งน้ำมันพืชแปรรูปและไขมันทานนะ
01:06:34 → 01:06:39ฮะนะแล้วปลายทางเอาไปทำอะไรฮะเอาไปเก็บ
01:06:39 → 01:06:42สะสมนะเนี่ยร่างกายเอาไปเก็บสะสมเพราะ
01:06:42 → 01:06:45ร่างกายไม่รู้จักเซลล์ต่างๆใช้เป็นพลัง
01:06:45 → 01:06:48งานไม่ได้เพราะมันไม่รู้ว่ามันน้ำมันพืช
01:06:48 → 01:06:52อันเนี้ยคืออะไรนะน้ำมันพืชนะฮะนะแล้วไม่
01:06:52 → 01:06:56รู้ว่าไขมันทานเนี่ยนะเเทียมครีมเทียมใน
01:06:56 → 01:06:59เขามาการีน shing cy Mate เนี่ยมันคือ
01:06:59 → 01:07:02สารอะไรมันจัดการไม่ได้นะเพราะงั้นจัดการ
01:07:02 → 01:07:05ไม่ได้ก็จะต้องเอาไปเก็บสะสมนะฮะเพราะ
01:07:05 → 01:07:08ฉะนั้นทั้งคอเลสเตอรอลกับอินซูรินก็จะเอา
01:07:09 → 01:07:12ไปเก็บสะสมนะแล้วส่วนใหญ่ตำแหน่งที่สะสม
01:07:12 → 01:07:15ก็มักจะเป็น viser Space นะฮะนะคือช่อง
01:07:16 → 01:07:20ท้องนะอืแล้วตัวผที่ตามมาจากการสะสมพลัง
01:07:21 → 01:07:22งานเนี่ย
01:07:22 → 01:07:25อ่าสุดท้ายแล้วของตัวคอเลสเตอรอลที่เกิด
01:07:25 → 01:07:29ขึ้นก็จะเป็น ldl type B type B นะฮะ
01:07:30 → 01:07:32เพราะฉะนั้นมาจากคาฟมาจากน้ำมันพืชแปรรูป
01:07:32 → 01:07:36มาจากไขมันทานนะเอ่อจากคาฟเป็นระบบเลือด
01:07:36 → 01:07:39จากอีก 2 อย่างนี่เป็นระบบน้ำเหลืองนะ
01:07:39 → 01:07:42แล้วตัว Action ก็คือซอกับอินซูลินนะครับ
01:07:43 → 01:07:46แล้วก็ปฏิกิริยาของพลังงานเป็นในเรื่อง
01:07:46 → 01:07:50ของการเก็บสะสมนะ n product ก็คือ ldl
01:07:50 → 01:07:55type B นี้นี้มาดูว่าถ้าไตกีสไลเนี่ย
01:07:55 → 01:07:58มันเป็นมันเป็นน้ำมันดีเช่นน้ำมันสกัด
01:07:58 → 01:08:01เย็นน้ำสลัดทีออยอะไรอย่างเงี้ยนะฮะครับ
01:08:01 → 01:08:06ผมหรือมันเป็นไตกีสไลที่เป็นไขมันคงลูปนะ
01:08:06 → 01:08:09เป็นไขมันคงลูปเช่นมะพร้าว
01:08:09 → 01:08:14กะพริบงี้นะซึ่งอันเนี้ยนะตัวตอบสนองใน
01:08:14 → 01:08:16แง่ของฮอร์โมนหรือออกคำสั่งเนี่ยก็คือ
01:08:16 → 01:08:20ฮอร์โมนรูปเทพและมันจะไปในระบบน้ำเหลือง
01:08:20 → 01:08:24นะแล้วเสร็จแล้วไปแล้วไปไหนฮะ
01:08:24 → 01:08:28มันไปให้เซลล์นะฮะนะจะเป็นเซลล์ตับเซลล์
01:08:28 → 01:08:30กล้ามเนื้อหรือเซลล์อะไรก็ตามที่เค
01:08:30 → 01:08:33ต้องการพลังงานเนี่ยนะอ่าเซลล์นั้นจะเกิด
01:08:33 → 01:08:39การสลายเผาผลาญพลังงานนะแล้วอ่าสิ่งที่ไป
01:08:39 → 01:08:42ด้วยนะฮะอ่าจะเป็นสารพรึกษาเคมีเป็น
01:08:42 → 01:08:46วิตามิน a d e k เป็นอ่าไขมันเป็น
01:08:46 → 01:08:52โอเมก้า 3 อะไรถ้ามีนะนะนะพวกเนี้ยนะเอ่อ
01:08:52 → 01:08:55ก็จะเอาไปซซ่อมแซมแล้วก็ไปสร้างเซลล์ใหม่
01:08:55 → 01:08:58นะแล้วผลสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นที่เป็น End
01:08:59 → 01:09:02produc นะฮะของการนำส่งพลังงานอันนี้คือ
01:09:02 → 01:09:08ldl type a นะแล้วก็กลับเข้าต่อันนี้
01:09:08 → 01:09:12เราต้องอธิบายได้ครับผมมีอีก 2 อันนะฮะนะ
01:09:13 → 01:09:17อันเนี้ยถ้าไตกีสไลนี้เนี่ยนะเป็นไตกีสไล
01:09:17 → 01:09:24ที่เกิดจากกดไขมันอิ่มตัวนะก็คือพิตอิกนะ
01:09:24 → 01:09:28ฮะนะที่สะสมในร่างกายแล้วเกิดการทำ If
01:09:28 → 01:09:31เกิดการออกกำลังกายแล้วไม่ได้กินอะไรนะ
01:09:31 → 01:09:34แล้วร่างกายเนี่ยเอ่อเกิดการพยายามจะสลาย
01:09:34 → 01:09:41ไขมันเพิิ aid นะซึ่งเป็น C 16-1 นะฮะ
01:09:41 → 01:09:47ครับอันนี้นะมันเป็นไขมันที่มีการสลายแต่
01:09:47 → 01:09:51เราถือว่าเป็นไตกีสไลที่ไม่ดีนะฮะ VL นำ
01:09:51 → 01:09:54vldl นำส่งเนี่ยนะ
01:09:54 → 01:09:59มันก็จะมีการนำส่งนะไปในระบบท่อน้ำเหลือง
01:09:59 → 01:10:01ภายใต้การออกคำสั่ง
01:10:01 → 01:10:05ของของคอร์ติซอลนะฮะคอซอครับผมคอร์ติซอล
01:10:05 → 01:10:09จะเป็นตัวสั่งให้เกิดการสลายนะฮะครับแล้ว
01:10:09 → 01:10:14เาเอาไปนะก็แล้วแต่นะเอาไปทำเป็นพลังงาน
01:10:15 → 01:10:21ได้มนะฮะหรือจะไปเก็บสะสมนะต่อนะรอบใหม่
01:10:21 → 01:10:24อันนี้แล้วแต่โดยสุดสุดท้ายจากปฏิกิริยา
01:10:24 → 01:10:28ของพลังงานซึ่งมักจะเป็นอ่าการสะสมด้วย
01:10:28 → 01:10:31การเผาผลาก็ได้เราก็จะได้เป็น ldl type
01:10:31 → 01:10:32B
01:10:32 → 01:10:36นะเราจะได้เป็น ldl type
01:10:36 → 01:10:42b ส่วนอีกอันนึงกรณีที่เป็นไครินนะที่มา
01:10:42 → 01:10:47กับโปรตีนของเนื้อสัตว์นะแล้วมันเป็นไข
01:10:47 → 01:10:52มันอิ่มตัวประเภทพิติ C6 ขี 0 นะแต่นี้
01:10:52 → 01:10:56เป็นพิติไม่ใช่พิกตัวอีกแบบเมื่อกี้นะฮะอ
01:10:56 → 01:11:01เออซึ่งเป็นไตกินในเรือ vldl ที่ดีนะตัว
01:11:01 → 01:11:04เนี้ยตัวมาคำสั่งกำกับก็คือฮอร์โมนลูกเทพ
01:11:04 → 01:11:08ทั้ง 6 และช่องทางที่เขาไปจะไปในช่องน้ำ
01:11:08 → 01:11:13เหลืองนะร่างกายก็จะเอาไปสลายไปเผาผลาญไป
01:11:13 → 01:11:17ซ่อมแซมแล้วก็ไปสร้างเซลล์ใหม่นะแล้วผล
01:11:17 → 01:11:22สุดท้ายก็จะเกิด ldl type a นะกับเข้า
01:11:22 → 01:11:25ตักพาคอเลสเตอรอลที่เหลืออยู่กลับไป
01:11:25 → 01:11:30ต่อันนี้เนี่ยพอเข้าใจในรูปแบบของเอ่อ
01:11:31 → 01:11:34ไตกีสไลที่ร่างกายเต้องการมั้ยหรือเซลล์
01:11:35 → 01:11:35ต้องการ
01:11:36 → 01:11:42มั้ยครับเข้าใจได้ครับมันจะลึกไปววงรอบ
01:11:42 → 01:11:47ของมันก็คือวันต่อวันหรือว่าเป็นตเป็นวัน
01:11:47 → 01:11:50ต่อวันครับผมทั้งหมหมดเนี่ยคือวันต่อวัน
01:11:50 → 01:11:54มื้อต่อมื้อเลยม้อซึ่งก็แล้วแต่ว่าเรากิน
01:11:54 → 01:11:57อะไรเข้าไปในมื้อนั้นแต่ตอนเนี้ยเรากำลัง
01:11:57 → 01:11:59พยายามที่จะโฟกัสหรือมาอธิบายในเรื่องที่
01:11:59 → 01:12:03เาถามนี่แหละว่าโปรตีนในรูปแบบที่ว่า
01:12:03 → 01:12:07เนี้ยนะเนี่ยมันจะมีผลยังไงนะก็คืออันที่
01:12:07 → 01:12:101 เรู้ะสารอาหารคือโปรตีนอันที่ 2
01:12:10 → 01:12:13ฮอร์โมนอะไรบ้างที่จะออกมาซึ่งมันก็แล้ว
01:12:13 → 01:12:17แต่ว่ามันมีส่วนประกอบในแบบไหนของต้นทาง
01:12:17 → 01:12:20ครับผมเออเ้าเป็นโปรตีนเค้าก็ออกมาหมด
01:12:20 → 01:12:23แหละนะอินซูลินเข้ามานิดหน่อยกลูคากอน
01:12:23 → 01:12:29นะเป็นกลุ่มฮอมรุเทพนะฮะนะครับแล้วก็ใน
01:12:29 → 01:12:32ที่สุดเ้าจะไปสะสมหรือไปสลายพอผลาน่ะ
01:12:32 → 01:12:36อันเนี้ยอันนี้เนตอบว่าอ
01:12:36 → 01:12:42ไอไข่อ่าหอยปูเอ้ยหอยกู้เอ้ยหอยปลาหมึก
01:12:42 → 01:12:46หอยปลาหมึกครับผมพวกเนี้ยส่วนใหญ่ก็คือไป
01:12:46 → 01:12:51ไปสลายเผาผลาญอ่าแล้วผลจากพลังงานที่ได้
01:12:51 → 01:12:55จากการสลายเผาผลาเก็ต้องไปสซ่อมซ่อมสร้าง
01:12:55 → 01:12:57ครับผมเออก็แล้วแต่ว่าเซลล์ไหนที่ต้องการ
01:12:57 → 01:13:00จะซ่อมนะฮะเพราะหลักการของร่างกายก็คือ
01:13:00 → 01:13:03ตรงไหนอ่ะที่มันผิดปกติอ่ะตรงนั้นเนี่ยนะ
01:13:03 → 01:13:06เวลาเรากินอาหารเข้าไปเนี่ยนะฮะถ้า
01:13:06 → 01:13:09ปฏิกิริยาของอาหารถูกต้องฮอร์โมนฮอร์โมน
01:13:09 → 01:13:11กำกับถูกต้องแบบเนี้ยนะเาก็จะไปตรงนั้น
01:13:11 → 01:13:15ก่อนเลยถ้าเรามีอักสร่งอักเสบเรามีอะไร
01:13:15 → 01:13:18เสียหายอยู่เช่นเรามีตับอักเสบอยู่เรามี
01:13:18 → 01:13:21เ่อปัญหาเกี่ยวกับตับที่จะต้องเยียวยา
01:13:21 → 01:13:25เงี้ยนะมันก็มันก็ซ่อมที่ตับนั่นแหละนะฮ
01:13:25 → 01:13:27ก็คือเซลล์ตับเนี่ยมันเกิดปฏิกิริยาการ
01:13:27 → 01:13:31สลายพอผลาพลังงานแล้วมันก็ซ่อมนะมันซ่อม
01:13:32 → 01:13:34เพราะอะไรเพราะวัตถุดิบมันก็เพียบพร้อมนะ
01:13:34 → 01:13:39ฮะนะคอเลสเตอรอลก็มีวิตามิน a ก็มีนะพลัง
01:13:39 → 01:13:47งานก็มีนะโอเมก้า 3 ก็มีนะฮะก็มีครับผม
01:13:47 → 01:13:52เอนะก็นี่แหละแล้วในที่สุดแล้วเนี่ยตัว
01:13:52 → 01:13:55สุดท้ายของของปฏิกิริยาของพลังงานเนี่ยก็
01:13:55 → 01:13:59คือ ldl เนี่ยมันก็จะเป็น TY a นะอย่าง
01:13:59 → 01:14:03ไรก็ตามการที่ ldl เนี่ยมันอยู่ในกระแส
01:14:04 → 01:14:07เลือดที่นานเกินไปถ้ามันอยู่ตามวงรอบของ
01:14:07 → 01:14:10มันเนี่ยนะโดยมีค่าครึ่งชีวิต 1-2 วัน
01:14:10 → 01:14:13แล้วมันก็อยู่ได้ประมาณ 3-5 วันอะไรอย่าง
01:14:13 → 01:14:16เงี้ยนะครับอันนี้มันก็ไม่ก่อปัญหาอไม่
01:14:16 → 01:14:19ค่อยจะก่อปัญหานะฮะแล้วปริมาณไม่ได้เยอะ
01:14:19 → 01:14:23ซต์ยังดีนะฮะแต่เมื่อไหร่ก็ตามนะที่เรา
01:14:23 → 01:14:26ป่วยเรามีปัญหาด้วยอินซูลินเราเป็นโรคเ่า
01:14:27 → 01:14:30เบาหวานความดันไขมันหัวใจโรค ncd ต่างๆมา
01:14:31 → 01:14:36ครอบนอ่าพวกนี้เนี่ยนะมันก็จะไปยืดเวลานะ
01:14:36 → 01:14:39ของการคงอยู่ของตัว ldl ไม่ว่าจะเป็น type
01:14:39 → 01:14:42a หรือ type B พี่ก็เรียกว่ามันโปรลอง
01:14:42 → 01:14:45plma Resident อ๋อครับผมแล้วตัวขนาด
01:14:45 → 01:14:48โมเลกุลของมันเนี่ยถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่
01:14:48 → 01:14:52มันมีขนาดไม่เกิน 70 นาโนเมตรนะไม่ว่ามัน
01:14:53 → 01:14:55จะเป็นเป็น type a type B เป็นเลมแนน
01:14:55 → 01:14:58เป็น idl ถ้าเหลือนะนะหรือเป็น VL dl
01:14:58 → 01:15:02อะไรก็ตามนะพวกเนี้ยมันก็มีโอกาสที่จะ
01:15:02 → 01:15:05เกิดปฏิกิริยานะเ้าเรียกทรานไซโทซิสนะฮะ
01:15:05 → 01:15:08เข้าไปทำให้เกิดนะการสะสมการอักเสบของ
01:15:08 → 01:15:11เยื่อบุอหนังหลอดเลือกที่เป็นลักษณะเรีย
01:15:11 → 01:15:15ว่า inside out
01:15:15 → 01:15:20นะเพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้นะนะเนี่ยเนี่ย
01:15:20 → 01:15:28เราก็พอจะได้คำตอบแล้วเนาะเออครับว่านะ
01:15:28 → 01:15:34เขาจะมีวิถีการจัดการอะไรยังไงนะแค่ไหนนะ
01:15:34 → 01:15:38ใช่
01:15:38 → 01:15:43ครับคือหลักการกินอาหารจริงๆเนี่ยนะฮะนะ
01:15:43 → 01:15:45ในแง่ของการกิน low C High Fat เนี่ย
01:15:45 → 01:15:49คำว่า low C เนี่ยนะก็คือการควบคุมจำกัด
01:15:49 → 01:15:51คาฟนะฮะ
01:15:51 → 01:15:53นะป
01:15:53 → 01:15:57ปฏิกิริยาที่สำคัญเลยนะฮะของคาฟเนี่ยนะก็
01:15:57 → 01:16:01คือคาฟกระตุ้นอินซูลินนะฮะเพราะฉะนั้น
01:16:01 → 01:16:05อินซูลินขนาดไหนล่ะนะที่เราต้องการนะคือ
01:16:05 → 01:16:08เซออินซูลินเนี่ยที่พอเหมาะเลยเนี่ยนะมัน
01:16:08 → 01:16:12ก็จะอยู่ระหว่างเนี้ยระหว่าง 2-5 หรือ 6
01:16:12 → 01:16:15นะนะหน่วยของมันน่ะนะ Micro
01:16:16 → 01:16:18International Unit อะไรอย่างเงี้ยเปอร
01:16:18 → 01:16:21เลิตรอะไรอย่างงี้นะเลิตรครับเอ่อหน่วย
01:16:21 → 01:16:25ของมันก็คือเนี้ยอยู่ในตัวเลข 2 นะฮะนะ 2
01:16:25 → 01:16:29ครับถึง 5 หรือ 6 ก็ตามนะฮะแต่เวลาเรากิน
01:16:29 → 01:16:33อาหารเข้าไปแล้วเนี่ยนะฮะนะถ้าถ้ามีคาฟ
01:16:33 → 01:16:38น้อยๆจำกัดาฟเน็ตาฟไม่เกิน 20 อ่าอะไร
01:16:38 → 01:16:41อย่างเงี้ยนะฮะหรือ 50 นะฮะหรือ Total C
01:16:41 → 01:16:44per Day เนี่ยไม่เกิน 20% ของพลังงาน
01:16:44 → 01:16:48เ่อพวกเนี้ยนะฮะนะการกระตุ้นอินซูลินต่าง
01:16:48 → 01:16:51ๆเหล่าเนี้ยมันก็จะกระตุ้นไม่เยอะก็คือ
01:16:51 → 01:16:53มันอาจจะกระตุ้นเพิ่มขึ้นไปอีกประมาณเท่า
01:16:53 → 01:16:58นึงนะฮะนะจาก 2 ถึง 6 นะก็อาจจะเป็นอะไร
01:16:58 → 01:17:02ประมาณ 45 จนถึงประมาณไม่เกิน 15 อะไร
01:17:02 → 01:17:04อย่างเงี้ยนะถ้าอย่างงี้เนี่ยเป็นลักษณะ
01:17:04 → 01:17:07ปกติของการกินแบบโลคราฟที่ถูกต้องที่ถูก
01:17:07 → 01:17:09ต้อง
01:17:09 → 01:17:12ครับแล้วเพราะฉะนั้นอีกเรื่องนึงก็คือ
01:17:12 → 01:17:15พื้นฐานของการมีอินซูลินของคุณน่ะนะสภาวะ
01:17:15 → 01:17:17ทางด้านสุขภาพทางด้านเมตาบอลิกของคุณ
01:17:17 → 01:17:20เนี่ยมันมีอินซูลินที่มันดื้อที่มันเกิน
01:17:20 → 01:17:24ที่มันไฮเปอร์อินซูลินนีเมียสะสมอยู่ปป
01:17:24 → 01:17:29อืครับผมส่วนในในแง่ของสารอาหารอย่างอื่น
01:17:29 → 01:17:32จะเป็นโปรตีนเป็นไขมันดีอะไรต่างๆเหล่า
01:17:32 → 01:17:35เนี้ยนะพวกเนี้ยนะมันเป็นการควบคุม
01:17:35 → 01:17:38อินซูลินโดยอัตโนมัติอยู่แล้วนะฮนะและอีก
01:17:38 → 01:17:41อย่างนึงถ้าเป็นโปรตีนเนี่ยนะโปรตีนส่วน
01:17:41 → 01:17:44ใหญ่มันก็จะมีฮอร์โมนเนี่ยนะทางฝั่งลูก
01:17:44 → 01:17:47เทพน่ะออกมาแจมๆอยู่ด้วยบ้างนะแบบ
01:17:47 → 01:17:50กลูคากอนโสฮอร์โมนไทรรอยด์อยู่แล้วนะครับ
01:17:50 → 01:17:54ผมส่วนในแง่ของไไขมันเนี่ยถ้าเป็นไขมันดี
01:17:54 → 01:17:57เนี่ยนะถ้าเป็นไขมันดีอ่ะเขาคก็กระตุ้น
01:17:57 → 01:17:59ฮอร์โมนลูกเทพเป็นหลักอยู่แล้วอินซูลิน
01:17:59 → 01:18:03แทบไม่มาเลยอินซูลินคอร์ติซอลไม่ไม่มาเลย
01:18:03 → 01:18:07ครับนะแล้วเก็ไปช่องทางน้ำเหลืองอะไรของ
01:18:07 → 01:18:10เขาอยู่แล้วนะแต่ส่วนใหญ่อ่ะเราอ่ะจะพลาด
01:18:10 → 01:18:12เพราะว่าองค์ความรู้เรื่องไขมันเราน้อย
01:18:12 → 01:18:15เรากินไม่เป็นแล้วไม่มีความรู้เชิงลึกนะ
01:18:16 → 01:18:18เพราะงั้นเรากินไขมันที่มันไม่ถูกปริมาณ
01:18:18 → 01:18:21สัดส่วนอ่าหรือวิธีปรุงอะไรต่างๆเหล่า
01:18:21 → 01:18:26เนี้ยนะตัวนี้เนี่ยนะมันก็เลยกลายเป็นแบบ
01:18:26 → 01:18:29พวเมื่อกี้ของ vldl ที่มันเป็นไขมันที่
01:18:29 → 01:18:32ไม่ถูกต้องนะเ่อแล้วมันก็ไปกระตุ้น
01:18:32 → 01:18:36คอร์ติซอลออกมานะแล้วพอกระตุ้นคอร์ติซอล
01:18:36 → 01:18:39ออกมาปุ๊บเไขมันเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็น
01:18:39 → 01:18:43ปฏิกิริยาพลังงานในแง่ของการสะสมพลังงาน
01:18:43 → 01:18:46ครับผมแล้วสุดท้ายมันก็ได้เป็น ldl type
01:18:46 → 01:18:49B อะไรอย่างเงี้ซึ่งมันก็ผิดอ่ะมันไม่
01:18:49 → 01:18:52ถูกต้องแต่ถ้าเข้าใจเรื่องน้ำมันสกัดเย็น
01:18:52 → 01:18:55เข้าใจไขมันคงลูกนะกินเป็นกินถูกปรุงได้
01:18:55 → 01:18:59อะไรอย่างเงี้ยนะอ่ามันก็ต่างกันเลยนะพวก
01:18:59 → 01:19:02นี้ฮอร์โมนลูกเทพออกมามันจะเกิดปฏิกิริยา
01:19:02 → 01:19:04อีกฝั่งนึงก็คือการสลายเผาผลาญแล้วก็ไป
01:19:04 → 01:19:08ซ่อมไปสร้างอ่าจะสร้างกล้ามเนื้อจะสร้าง
01:19:08 → 01:19:11อ่าอวัยวะจะซ่อมอวัยวะไอ้โน่นไอ้นี่
01:19:11 → 01:19:15อักเสบอะไรอย่างเงี้ยใช่ซ่อมไปนะเพราะ
01:19:15 → 01:19:18ฉะนั้นเนี่ยเราจะเอาปฏิกิริยาฝั่งไหนอ่ะ
01:19:18 → 01:19:22นะเอ่อสลายเผาผลาญหรือสะสมเนี่ยนะมันขึ้น
01:19:22 → 01:19:25อยู่การกำหนดในเรื่องของอาหารการกินนะ
01:19:25 → 01:19:29เสร็จแล้วเนี่ยการออกคำสัฮอร์โมนนะฮะแล้ว
01:19:29 → 01:19:33ก็อเนี่ยสุดท้าย End product อะไรต่างๆ
01:19:33 → 01:19:36เนี่ยที่มันจะตามมาแล้วเมื่อก็จะไปมีผล
01:19:36 → 01:19:41ต่ออะไรปิดโปรไฟล์อย่างไรนะจะเป็นอ่าอ่า
01:19:42 → 01:19:44ไขมัน Total cholesterol ldl สูงแค่ไหน
01:19:44 → 01:19:46hdl สูงต่ำแค่
01:19:46 → 01:19:49ไหนแล้วก็มันเป็น type a type B นะ
01:19:49 → 01:19:53lant เป็นยังไง a b เป็นยังไงเนี่ยนะ
01:19:53 → 01:19:57เนี่ยทุกอย่างมันก็จะเริ่มต้นวงวงจรมาจาก
01:19:57 → 01:20:00เรื่องของการกินเป็นกินถูกนะกินอย่าง
01:20:00 → 01:20:04เหมาะสมเนี่ยนะฮะ
01:20:04 → 01:20:07ครับ
01:20:07 → 01:20:11อืม
01:20:11 → 01:20:16เอ่อก็มันก็จะไปพร้อมกันแหละนะฮะนะอ่าใน
01:20:17 → 01:20:19แง่ของปฏิกิริยาของพลังงานกับตัว
01:20:19 → 01:20:22คอเลสเตอรอลเนี่ยจะเป็นชนิดไหนแล้วก็มาก
01:20:22 → 01:20:25น้อยนะฮะคือเขาบอกว่าคนส่วนมากเรากินไม่
01:20:25 → 01:20:30เป็นอ่าเช้าขึ้นมาก็กินข้าวจานโตๆนะฮะกิน
01:20:30 → 01:20:35กับกับข้าวกินไข่กินหมูกินเนื้อตัดนะนะ
01:20:35 → 01:20:38แต่มันมีข้าวแล้วอ่ะนะฮะมันมีข้าวแล้วนะ
01:20:38 → 01:20:43เนี่ยใช่เพราะงั้นความรู้ในเรื่องของกลไก
01:20:43 → 01:20:46นะรายละเอียดของอาหารไส้ในของอาหารอะไร
01:20:46 → 01:20:50ต่างๆรวมทั้งสารอาหารและพลังงานนะฮอร์โมน
01:20:50 → 01:20:53อะไรออกมาทำงานนะแล้วปิปฏิกิยาที่เกิด
01:20:53 → 01:20:56ขึ้นเนี่ยมันจะเป็นการสลายหรือเผาผลาอ่า
01:20:56 → 01:21:00หรือการเก็บสะสมล่ะมันฝั่งไหนนะ
01:21:00 → 01:21:04ฮะอันนี้เราก็มีคำตอบล่ะนะว่าไข่ทั้งฟอง
01:21:04 → 01:21:08เอยหอยเอยปลาหมึกเอยอ่าพวกนี้ก็คือเป็น
01:21:08 → 01:21:12โปรตีนไขมันปานกลางกับโปรตีนไขมันต่ำนะ
01:21:12 → 01:21:17ปฏิกิริยาต่างๆนะฮะคือคือคือคือพวกเนี้ย
01:21:18 → 01:21:20มันเป็นสัตว์นะฮะมันเป็นสัตว์องค์ประกอบ
01:21:20 → 01:21:23เนี่ยนอกจากโปรตีนนอกจากคอเลสเตอรอลเนอก
01:21:23 → 01:21:26จากสารอาหารที่ว่าแล้วเนี่ยนะโปรตีนเข้า
01:21:26 → 01:21:29มากับไขมันนะฮะแล้วไขมันส่วนใหญ่จากสัตว์
01:21:29 → 01:21:32เนี่ยนะโดยเฉพาะอย่างไข่เนี่ยมันก็จะต้อง
01:21:32 → 01:21:36เป็นพวกไข่่มันอิ่มตัวใช่มั้ยล่ะนะครับ
01:21:36 → 01:21:39ส่วนสัตว์น้ำเนี่ยอย่างหอยกับปลาหมึก
01:21:39 → 01:21:42เนี่ยหอยกับปลาหมึกเนี่ยนะไขมันอิ่มตัวก็
01:21:42 → 01:21:45มีแต่ไม่ได้เยอะมันจะเป็นไขมันไม่อิ่มตัว
01:21:45 → 01:21:48ซะเยอะกว่า
01:21:48 → 01:21:53ครับทีนี้ในแง่ของไขมันเนี่ยที่มันมากับ
01:21:53 → 01:21:56โปรตีนแล้วมันมักจะเป็นปัญหาต่อคนเรา
01:21:56 → 01:22:00เนี่ยนะฮะเมันก็คือไขมันอิ่มตัวนะฮะเพราะ
01:22:01 → 01:22:04ว่าบทบาทของไขมันส่วนใหญ่เลยของสัตว์
01:22:04 → 01:22:07เนี่ยมนุษย์ก็เป็นสัตว์นะฮะนะก็เราให้
01:22:07 → 01:22:11ความสำคัญกับไขมันอิ่มตัวเป็นหลัก
01:22:11 → 01:22:16นะส่วนแม้ว่าสัดส่วนของไขมันอิ่มตัวที่
01:22:16 → 01:22:18เป็นหลักจริงๆเนี่ยเราไม่ได้ต้องการเยอะ
01:22:18 → 01:22:22เราก็ต้องการแค่ 30% ใช่มั้ล่ะถ้าเป็นมู
01:22:22 → 01:22:26ฝ้าไม่ตัวเชิงเดี่ยวก็ 50 เนี่ยจะเยอะเออ
01:22:26 → 01:22:29แล้วถ้าเป็นูฝ้าไม่มีตัวเชิงซ้อนก็แค่ 20
01:22:29 → 01:22:3220 ครับผมแต่ยังไงก็ตามเนี่ยในอิ่ม
01:22:32 → 01:22:36เดี่ยวซ้อนเนี่ยนะถ้าเป็นไม่ตัวเชิงซ้อน
01:22:36 → 01:22:39เนี่ยอันนี้ก็ถือว่าเป็น essential นะฮะ
01:22:39 → 01:22:41คือร่างกายสร้างเองไม่ได้มันต้องรับจาก
01:22:41 → 01:22:45อาหารเข้าไปแต่สำหรับอิ่มตัวกับไม่อิ่ม
01:22:45 → 01:22:48ตัวเชิงเดี่ยวเนี่ยที่ 30 50 นะอันนี้
01:22:48 → 01:22:52มันคือมันเป็นไขมันที่เรียกไม่จำเป็นน่ะ
01:22:52 → 01:22:56นะแล้วร่างกายสร้างได้สร้างได้คืออะไรนะ
01:22:56 → 01:22:59คือ 2 ตัวเมันแมันมันมีลูกศรไปกลับมัน
01:22:59 → 01:23:02เปลี่ยนไปเปลี่ยนมานหมดนะเปลี่ยนไป
01:23:02 → 01:23:06เปลี่ยนมานะก็คือไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวก็
01:23:06 → 01:23:07เปลี่ยนเป็นอิ่มตัวอิ่มตัวก็เปลี่ยนเป็น
01:23:07 → 01:23:10ไม่อิ่มตัวเชิงเดีวนะก็ขึ้นอยู่กับ
01:23:10 → 01:23:13สถานการณ์นะถ้าเมื่อไหร่นะปริมาณไขมัน
01:23:13 → 01:23:16เหล่าเมันเกินนะมันเกินมันก็จะไปต้อง
01:23:16 → 01:23:19พยายามสะสมนะฮะเพราะฉะนั้นถ้าสมมติมัน
01:23:19 → 01:23:22เกินที่เชิงเดี่ยวเชิงเดี่ยวก็จะพยายามเป
01:23:22 → 01:23:25เปลี่ยนแปลงเป็นไขมันอิ่มตัวเพราะการสะสม
01:23:25 → 01:23:28ไขมันในร่างกายคนเรานะมันต้องสะสมในรูปแบ
01:23:28 → 01:23:32ของไขมันอิ่มตัวนะแล้วถึงเวลาที่เราจะเอา
01:23:32 → 01:23:35ไขมันในร่างกายเรามาใช้เวลาเราทำ fing
01:23:35 → 01:23:38โปรลอง Fast หรือเราออกกำลังกายเนี่ยนะ
01:23:38 → 01:23:41ไอ้ตัวไขมันอิ่มตัวเนี่ยก็จะต้องมีการ
01:23:41 → 01:23:44เปลี่ยนมาเป็นไขมันไม่มีตัวเชิงเดียวนะ
01:23:44 → 01:23:47เพื่อจะเผาผลาญเป็นพลังงานต่อนะมันง่าย
01:23:47 → 01:23:49กว่ามันง่าย
01:23:50 → 01:23:53กว่ามันก็จะมีลูกศรไปกลับกอะไรอะไรอย่าง
01:23:53 → 01:23:56เงี้ยนะฮะนะแต่ทีนี้เนี่ยความสำคัญที่บอก
01:23:56 → 01:23:59เมื่อกี้เนี่ยนะฮะก็คือไขมันอิ่มตัวใช่
01:23:59 → 01:24:04มั้ยล่ะนะนะอย่างสัตว์ทุกชนิดมันมีหมด
01:24:04 → 01:24:07แหละไขมันอิ่มตัวนะโดยเฉพาะสัตว์ใหญ่
01:24:07 → 01:24:10เนี่ยสัตว์ใหญ่ส่วนใหญ่คือไขมันตัวมันมี
01:24:10 → 01:24:15มี 4 รูปแบบเนาะนะอันเนี้ยนะก็คือ 1 กด
01:24:15 → 01:24:21พติก 46 นะฮะ 2 กด bic C4 3 กดิ c12
01:24:21 → 01:24:26แล้วก็ 4 กดสิ c18 นะฮะ c18 นะฮะตัวสำคัญ
01:24:27 → 01:24:32เลยของไขมันอิ่มตัวคือกดสิ C8 นะฮะ c18
01:24:32 → 01:24:38นะนะแต่อีตัวอื่นเนี่ย C6 C4 C2 นะฮะนะ
01:24:38 → 01:24:41พวกนี้เนี่ยนะมันมีผลยังไงต่อต่อ
01:24:41 → 01:24:45คอเลสเตอรอลต่อคอเลสเตอรอลนะ
01:24:46 → 01:24:49ฮะอันนี้เราก็ต้องรู้แล้วล่ะว่าเนื้อ
01:24:49 → 01:24:51สัตว์หรือโปรตีนสัตว์เนี่ยที่เราจะกิน
01:24:51 → 01:24:56เหล่าเนี้ยนะนะน่าจะมีอ่ามีมีมีรูปแบบของ
01:24:56 → 01:25:00ไคมอิตัวเป็นแบบไหนนะฮะถ้าเป็นเนื้อสัตว์
01:25:00 → 01:25:03สัตว์ใหญ่ส่วนใหญ่มันก็เป็น c16 พิติหมด
01:25:03 → 01:25:07เลยใช่มั้ยล่ะนะแต่ตัวเนี้ยนะฮะตัว
01:25:07 → 01:25:11สเตียริกหรือ c18 อันนี้มันเป็นไขมันอิ่ม
01:25:11 → 01:25:15ตัวที่พบได้ในหนังสัตว์นะโดยเฉพาะหนัง
01:25:15 → 01:25:19สัตว์ปีกนะฮะน้สัตว์ปนะแล้วก็เนื้อของ
01:25:19 → 01:25:20สัตว์น้ำขอแป๊บนึง
01:25:20 → 01:25:23นะนะ
01:25:23 → 01:25:26เพราะฉะนั้นนะฮะเป็นยังไงอ่ะนะกุ้งหอยปลา
01:25:26 → 01:25:31ปูนะปลาหมึกนะพวกนี้คือเนื้อของสัตว์น้ำ
01:25:31 → 01:25:35มันจะมีไขมันอิ่มตัวสเตียริก 48 นะอ๋อ
01:25:35 → 01:25:41ครับผม 48 เยอะเยอะนะอนี่แหละนะแล้วถ้า
01:25:41 → 01:25:44เรากินสัตว์ปีกเรากินไก่ติดหนังติดมันเรา
01:25:44 → 01:25:48กินอกไก่เรากินน่องไก่นะแต่ขอกิน
01:25:48 → 01:25:54อ่าหนังหุ้มของของมันด้วยเนี่ยนะฮะนะโอเค
01:25:54 → 01:25:56อันเนี้ยไม่มีใครว่าอะไรนะฮะเพราะว่านอก
01:25:56 → 01:25:59จากโปรตีนที่คุณจะได้แล้วก็ยังจะได้ไอ้
01:25:59 → 01:26:04ตัว c18 สติด้วยฮะแล้วกระดูกมันได้มั้ย
01:26:04 → 01:26:08ครับห้ะกระดูกไก่ไครับกระดูกได้ตหน้าอก
01:26:08 → 01:26:13ใช่มั้หน้าอกเป็นกระดูกอเป็นคอลลาเจนอื
01:26:13 → 01:26:16เป็นคอลลาเจนไ
01:26:16 → 01:26:22นะเอตีนไก่อ่ะเหรอเออตีนด้วยคอด้วย
01:26:22 → 01:26:26นั่นแหละนะอันนี้ได้หมดนะฮะก็คือสัตว์ปีก
01:26:26 → 01:26:29นะฮะที่ติดหนังติดมันหรือกระดูกอ่อนนะ
01:26:29 → 01:26:34เนี่ยได้นะก็จะมีสเตียริก c18 นะแล้วก็
01:26:34 → 01:26:38เนื้อสัตว์น้ำนี่ก็ c18 เยอะนะเอ่อ 48 ก็
01:26:38 → 01:26:43ยังเจอในพืชนะอย่างเช่นถั่วพิรัสนะฮะถั่ว
01:26:43 → 01:26:46แมเนียที่เป็นถั่วภูเขาไฟของฟิลิปปินส์นะ
01:26:46 → 01:26:52ฮะนะแล้วก็เจอในโกโก้ฮะโกโก้นะผงโกโก้ดีบ
01:26:52 → 01:26:57โกโก้ก็มีนะครับก็มีทั้งพืชทั้งสัตว์นะฮะ
01:26:57 → 01:27:02ก็คือไขมันอิ่มตัว c18 มีความสำคัญมากกับ
01:27:02 → 01:27:07เรื่องของคอเลสเตอรอลโดยเฉพาะ ldl นะฮะนะ
01:27:07 → 01:27:11ตรงเนี้ยก็คือตรงที่จะมาถึงคำตอบที่ว่า
01:27:11 → 01:27:14ทำไมมันถึงลดลงนะฮะมันลดลงก็เพราะว่าอผม
01:27:14 → 01:27:20นะคุณสมบัติของกดไขมันอิ่มตัวสิ C8 นะฮะ
01:27:20 → 01:27:24นะเค้าเป็นไขมันอิ่มตัวนะที่สามารถ
01:27:24 → 01:27:28เปลี่ยนนะไปเป็นไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวได้
01:27:28 → 01:27:32ไม่อิ่มตัวได้นะครับ
01:27:32 → 01:27:37เออแต่ไถมันอิ่มตัวชนิดอื่นๆก็คือพิ c16
01:27:37 → 01:27:41นะฮะิิ lac เปลี่ยนไม่ได้ฮะนะเปลี่ยนเป็น
01:27:41 → 01:27:47อ๋อไม่อิมตัวเชิงเดยวไม่ได้นะแต่เิอย่างเ
01:27:47 → 01:27:51แต่ถ้าสิเปลี่ยนได้เปลี่ยนได้ครับแล้ว
01:27:51 → 01:27:55แล้วพวกพวกพวกปลากระดูกปลาหรือว่าก้างปลา
01:27:55 → 01:27:58เี่มันจะเป็นสติหรือเป็นตัวไหนครับผมเอ่อ
01:27:58 → 01:28:01เราก็ส่วนใหญ่พวกนี้เรายังนับเป็นโปรตีน
01:28:01 → 01:28:04อยู่นะนะอ๋อครับผมยังไม่นับเป็นไขมันเป็น
01:28:04 → 01:28:07โปรตีนเนี่ยเ่าเนื้อหรือกระดูกอ่ะเนื้อก็
01:28:07 → 01:28:11มากกว่ามันก็เป็นสติยังมีอยู่ฮะนะอ๋อครับ
01:28:11 → 01:28:15ผมคือบางคนเคก็เวลาทำโบนบอเนี่ยเา้าก็เอา
01:28:15 → 01:28:18กระดูกปลานิลก้างปลานิลนี่แหละมันมันเ่
01:28:18 → 01:28:21หัวปลานิล
01:28:21 → 01:28:26นะมันก็ได้สิด้วยนะเป็นไขมันอิ่มตัวนะนะ
01:28:26 → 01:28:29แต่หลักๆโนบอเนี่ยเราต้องการคอลลาเจน
01:28:29 → 01:28:31ต้องการโปรตีนอืใช่ครับ
01:28:31 → 01:28:37ผมก็เนี่ยนะนะทีนี้การที่ว่าอันที่ 1 นะ
01:28:37 → 01:28:40ฮะมันเปลี่ยนจากอิ่มตัวเป็นไม่อิ่มตัว
01:28:40 → 01:28:44เชิงเดี่ยวได้อิ่มตัวครับ
01:28:44 → 01:28:47ผม 2 เนี่ยฮะนะเนี่ยเวลาที่มันสามารถ
01:28:47 → 01:28:49เปลี่ยนใจอิ่มตัวเป็นไม่อิ่มตัวเชิง
01:28:49 → 01:28:51เดี่ยวได้เนี่ยมันจะทำให้เกิดปฏิ
01:28:51 → 01:28:55ปฏิกิริยาการยับยั้งการสร้างโปรตีน a โป้
01:28:55 → 01:29:01b a โป้ B โอครับผมเหตุผลก็เพราะว่านะ
01:29:01 → 01:29:04ตับเนี่ยตับเนี่ยนะฮะเขาจะเป็นตัวในการ
01:29:04 → 01:29:08สร้างโปรตีนที่จะมาเป็นส่วนประกอบของ ldl
01:29:08 → 01:29:14หรือ vldl กับ hdl ถ้าโปรตีนที่ตับ
01:29:14 → 01:29:18นะจะสร้างมาเป็นส่วนประกอบของฝั่งสส่ง
01:29:18 → 01:29:22พลังงานเนี่ยก็คือ vldl กับกับ ldl เนี่ย
01:29:22 → 01:29:26นะเค้าก็จะสร้างเป็น aple b นะถ้าจะ
01:29:26 → 01:29:29สร้างให้ฝั่ง hdl เจะสร้างเป็น aple A1
01:29:29 → 01:29:30aple A1 ครับ
01:29:30 → 01:29:36ผมทีนี้โปรตีนพวกเนี้ยนะฮะนะนะมันก็จะ
01:29:36 → 01:29:39ต้องมาจากอะไรอ่ะมาจากสัตว์ก็เป็นส่วน
01:29:39 → 01:29:43ใหญ่ก็แล้วแต่มาจากสัตว์มาจากพืชอะไรต่าง
01:29:43 → 01:29:47ๆนะฮะนะถ้าจะสร้าง ldl กับตัว hdl ให้
01:29:47 → 01:29:50เก่งๆเนี่ยนะส่วนใหญ่แล้วมันจะต้องเป็น
01:29:50 → 01:29:52โปรตีนที่อยู่ใน
01:29:53 → 01:29:56มันจะสร้างได้เก่งมากนะแล้วตัวทั้ง ldl
01:29:56 → 01:29:59กับ hdl มันจะพุ่งสูงขึ้นนะนะครับผมมันมี
01:29:59 → 01:30:04ข้อแม้เดียวเนี่ยอันเนี้ยนะว่าว่าถ้า
01:30:04 → 01:30:06เนื้อสัตว์นั้นหรือผลิตหรือสัตว์เนี่ย
01:30:06 → 01:30:10หรือพืชอะไรก็ตามนะฮะมันมีไขมันอิ่มตัว
01:30:10 → 01:30:16ที่ไม่ใช่นะพวก c16 c14 c12 แต่มันเป็น
01:30:16 → 01:30:20C8 นะครับจงไขมันอิ่มตัวตัวเยมันเปลี่ยน
01:30:20 → 01:30:25เป็นไม่อิมตัวเชิงเดยวอและมันยังจะมีผล
01:30:25 → 01:30:30ที่จะทำให้ยับยั้งหรือกดการสร้าง a b นะ
01:30:30 → 01:30:33ฮะนะอืมันจะไม่สร้าง Apple B พอมันไม่
01:30:33 → 01:30:36สร้าง Apple B มันก็จะเลยจะลดการสร้าง
01:30:36 → 01:30:41vldl และลดการตั้ง ldl ไปใน
01:30:41 → 01:30:45ตัวงั้นกรณีที่ ldl สูงถ้าเรามากินอาหาร
01:30:46 → 01:30:50ที่มันมีกดสินะฮะนะจะเกิดการสร้าง a b
01:30:50 → 01:30:54ที่ลดลงนะนะเพราะฉะนั้นตัว ldl ก็จะลด
01:30:54 → 01:30:56ลงแต่
01:30:56 → 01:31:02นะในอีกฝั่งนึงนะฮะนะที่มันเป็นโปรตีนไข
01:31:02 → 01:31:05มันต่ำโปรตีนไขมันปานกลางพวกนี้ร่างกาย
01:31:05 → 01:31:10หรือตับจะเอาไปสร้าง AP a ให้กับ hdl H
01:31:10 → 01:31:14ออ๋อเพราะฉะนั้นเนี่ยคือเหตุผลที่ว่าการ
01:31:14 → 01:31:18กินเนื้อสัตว์น้ำการกินอ่าตัตปีกติดหนัง
01:31:18 → 01:31:24อ่อติดตีนนะฮะแล้วก็การครับผมการกอะไรก็
01:31:24 → 01:31:29ตามที่มันมีพวกกดไขมันอิ่มตัวประเภท c18
01:31:29 → 01:31:33ste จะเป็นการลดการสร้าง Apple B และลด
01:31:34 → 01:31:36ldl แต่เพิ่ม
01:31:36 → 01:31:41hdl เพม a a ครับผมนั้นคำตอบก็คือเมื่อ
01:31:41 → 01:31:45คุณกินไข่ทั้งฟองเมื่อคุณอ่ากินหอยกินปลา
01:31:46 → 01:31:52หมึกปลาหมึก ldl จึงลดลงนะแล้วอ hdl ก็
01:31:52 → 01:31:57สูงขึ้นดีมั้ยล่ะอันนี้คือคำตอบเป็นมหาก
01:31:57 → 01:32:00ก่าวเลยครับคำตอบนี้สุดยอดมากครับผมนะ
01:32:00 → 01:32:03แล้วอีกเรื่องนึงก็คือการที่เรากินสัตว์
01:32:03 → 01:32:06น้ำแบบเนี้ยนะฮะเราจะ
01:32:06 → 01:32:10ได้เราจะได้สารอาหารต่างๆที่จะไปสร้าง
01:32:10 → 01:32:13ไทรรอยด์ฮอร์โมนนะฮะเราจะได้สารอาหารต่าง
01:32:13 → 01:32:16ๆคือนอกจากสติแล้วเนี่ยนะการกินสัตว์น้ำ
01:32:17 → 01:32:20พวกเนี้ยในมื้อเย็นเนี่ยนะฮะเราจะได้อ
01:32:20 → 01:32:22คอเลสเตอ
01:32:22 → 01:32:25เราจะได้โอเมก้า 3 นะและเราจะได้วัตถุดิบ
01:32:25 → 01:32:29ไปสร้างไทรรอยด์ฮอร์โมน
01:32:29 → 01:32:33นะไทฮอร์โมนทำหน้าที่เป็นฮอร์โมนลูกเทพใน
01:32:33 → 01:32:39การเผาผลาพลังงานนะครับเผาผลาเพื่อเพื่อ
01:32:39 → 01:32:42เอาไปซ่อมแซมและเอาไปสร้างนะแล้วทำงาน
01:32:42 → 01:32:46เมื่อไหร่กลางคืนกลางคืนเพราะฉะนั้นมื้อ
01:32:46 → 01:32:49เย็นเนี่ยจึงเป็นมื้อที่เราแนะนำให้กิน
01:32:49 → 01:32:53เนื้อสัตว์เล็กหรือหรือสัตว์ปีกหรือไม่ก็
01:32:53 → 01:32:57สัตว์น้ำนะกินข้าวต้มปลากินข้าวต้มทะเลนะ
01:32:57 → 01:33:01ใส่หอยใส่ปลาหมึกนะจะใส่หมูสับใส่กุ้งเ
01:33:01 → 01:33:04ใส่เข้าไปครับรวมถึงเครื่องเครื่องในด้วย
01:33:04 → 01:33:07ใช่มั้ยครับเออเครื่องในด้วยก็หมุนเวียน
01:33:07 → 01:33:09สลับสับเปียนไปอย่างเงี้ยนะฮะแต่ถ้าเมื่อ
01:33:09 → 01:33:12ไหร่ก็มามาใส่ไอ้พวกสัตว์น้ำพวกเนี้ยเรา
01:33:12 → 01:33:15ก็จะได้ของแถมนะที่เป็นวัตถุดิบในการ
01:33:15 → 01:33:19สร้างไทรอยฮอร์โมนนะพอตอนหลังจากอินซูลิน
01:33:19 → 01:33:22ไปพักแล้ว 22:00 น 23:00 นแล้วเนี่ยไทรอย
01:33:22 → 01:33:26ฮอร์โมนออกมาเนี่ยก็จะออกมาแอชหรือทำการ
01:33:26 → 01:33:29เผาผลาพลังงานเพราะว่ายไงร่างกายเรา
01:33:29 → 01:33:32ต้องการโหมดของการเผาผลาญพลังงานมากกว่า
01:33:32 → 01:33:34โหมดของการสะสมพลังงานอยู่แล้วไม่ใช่หรือ
01:33:34 → 01:33:37ใช่ยิ่งเผาตอนนอนยิ่งดีนะครับเออเพราะ
01:33:37 → 01:33:40ฉะนั้นถ้าเรามีวัตถุดิบโดยเฉพาะมีตัว
01:33:40 → 01:33:44ไทรอยด์ฮอร์โมนที่ไม่ขี้เกียจทำงานเก่งๆ
01:33:44 → 01:33:47เพราะว่าวัตถุดิบในการไปสร้างของเค้า
01:33:47 → 01:33:51เนี่ยนะมันเพียบพร้อมไปหมดน่ะนะวัตถุดิบ
01:33:51 → 01:33:53ในการสร้างสร้างไทรฮอร์โมนที่สำคัญคือ
01:33:53 → 01:33:58เกลือไอโอดีนสังกสีเซเลเนียมนะฮะนะ
01:33:58 → 01:34:00เซเลเนียมเซเลเนียมนี่ก็พิเศษหน่อยก็ต้อง
01:34:00 → 01:34:04หาของกินน่ะนะก็คือถั่วปลาสินันะก็กิน
01:34:04 → 01:34:07เข้าไปนะหรือกินพวกจมูกข้าวนะ
01:34:07 → 01:34:11ฮะแล้วเรากินในอย่างเงี้ยเรียบร้อยนะฮะ
01:34:11 → 01:34:14ไทรอยฮอร์โมนออกมามันก็จะแคีสุดๆแต่ตอน
01:34:14 → 01:34:18นอนอร่างกายมันก็เผาพลังงานต่อก็เป็นโหมด
01:34:18 → 01:34:20ที่เราต้องการอยู่แล้วเผาเสร็จก็ไปซ่อม
01:34:20 → 01:34:23เผาเสร็จแล้วเข้าไปซ่อมเพราะว่าการนอนตอน
01:34:23 → 01:34:25กีนนอนหลับเนี่ยเราต้องการพลังงานเพื่อ
01:34:25 → 01:34:30การซ่อมแซมเราต้องซ่อมแซมร่างกายตอนนอน
01:34:30 → 01:34:34ครับแล้วยิ่งคนที่ตัดาฟไปนานๆเนี่ยจน
01:34:34 → 01:34:38ไทรรอยด์เริ่มจะทำงานไม่ค่อยได้นะครับมัน
01:34:38 → 01:34:41จถ้ามาทำแบบนี้ก็จะมีประโยชน์มากเลยครับ
01:34:41 → 01:34:45ผมใช่นะแต่ยังไงก็ตามเนี่ยไทรรอยเนี่ย
01:34:45 → 01:34:48เป็น cf Dependent ฮอร์โมนนะเพราะฉะนั้น
01:34:48 → 01:34:51คุณจะกินสัตว์น้ำสัตว์ทะเลอะไรต่างๆที่
01:34:51 → 01:34:53หมอพูดพูดไปเมื่อกี้แล้วเนี่ยคุณก็จะต้อง
01:34:53 → 01:34:56มีการคือคือคือจะต้องมีการบริหารจัดการ
01:34:56 → 01:35:00คาฟกับอินซูลินนะฮะครับผมเพราะอินซูลิน
01:35:00 → 01:35:03กับไทรรอยด์ซึ่งเป็นลูกสาวคนกลางเนี่ยนะ
01:35:03 → 01:35:08ฮะเขาจะต้องมาพร้อมกันนะถ้าเกิดนะเราไป
01:35:08 → 01:35:13จำกัดคงจำกัดคาฟเราไปเอ่อเ่อตัดคาฟอะไร
01:35:13 → 01:35:15อย่างเงี้ยนะฮะอินซูลินเขไม่มาเนี่ย
01:35:15 → 01:35:18ไทรรอยด์เค้าก็ไม่กล้ามาเพราะว่าไทรรอยด์
01:35:18 → 01:35:22เนี่ยเอ่อเ้าเป็นฮอร์โมนที่เเรียกว่ามัน
01:35:22 → 01:35:24เป็นลูกสาวคนกลางแล้วมันเป็นฮอร์โมนของ
01:35:24 → 01:35:27ความหวาดกลัวและความขี้เกียจคือไทรอยด์
01:35:27 → 01:35:29เป็นฮอร์โมนที่ขี้เกียจที่สุดในร่างกาย
01:35:29 → 01:35:33เป็นฮอร์โมนที่มองที่สุดนะพลังงานไม่ถึง
01:35:33 → 01:35:38คฟไม่มีอินซูลินไม่มากูก็ไม่ออก
01:35:38 → 01:35:42เนี่ยไม่แชไม่ทำอะไรทั้งสิ้นนะฮะไม่เผา
01:35:42 → 01:35:45ไส่กิสลยก็สูงเนี่ยเวลาไทรรอยด์เเผาเเผา
01:35:45 → 01:35:49ไตรกีสไลนะนะก็ชอบเผาไตรกีซาไลน์ใครไตรกี
01:35:49 → 01:35:52สูงๆเนี่ยต้องกระตุ้นไทรอยด์นะฮะเพราะ
01:35:52 → 01:35:54ฉะนั้นไอ้พวกไฮเปอร์ไทรอยดไทรอยดเป็นพิษ
01:35:54 → 01:35:57เนี่ยเป็นยังไงอ่ะนะเมันถึงได้เผาได้เผา
01:35:57 → 01:35:59ดีอ่ะมันรุ่มร้อนทั้งวันทั้งคืนน่ะนะ
01:35:59 → 01:36:03เพราะว่าไตกีสรานถูกเผาอ่ะกินจุผอมลงกิน
01:36:03 → 01:36:10จุผอมลงนะเอเผาจนตาถลนเถลือกเลยนะครับผม
01:36:10 → 01:36:14เออนะเพราะฉะนั้นเนี่ยก็คือทั้งหมดเนี่ย
01:36:14 → 01:36:18นะฮะนะอยากจะบอกว่าเราต้องมีความรู้ความ
01:36:18 → 01:36:20เข้าใจในการทำงานของฮอร์โมนการกินอาหาร
01:36:20 → 01:36:21ให้ถูกให้เป็น
01:36:21 → 01:36:27นะฮะนะแล้วก็ที่สำคัญที่สุดนะฮะผู้คนที่
01:36:27 → 01:36:30ไม่เรื่องรู้ราวอะไรกันนักเนี่ยนะฮะก็คือ
01:36:30 → 01:36:34การตื่นขึ้นมาแล้วกินอาหารมื้อแรกผิดนะเอ
01:36:34 → 01:36:36กินข้าวกินเบเกอรี่กินขนมปังกินปลาต้้ง
01:36:36 → 01:36:41โก๋กินผลไม้ข้าวเหียอะไรไม่รู้นะอันนี้
01:36:41 → 01:36:47ไม่ได้นะได้เพราะว่าการออกคำสั่งต่อตับนะ
01:36:47 → 01:36:51ฮะนะก็คืออาหารนะจะมีฮอร์โมนมาออกคำคำ
01:36:51 → 01:36:55สั่งนะผู้รับคำสั่งคือตับนะตับเป็นตัวจัด
01:36:55 → 01:36:58การพลังงานภายใต้คำสั่งคือฮอร์โมนแต่
01:36:58 → 01:37:02ฮอร์โมนกระตู้นอาหารนะฮะนะนะแล้วก็จะเกิด
01:37:02 → 01:37:05ปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลงของนะพลังงานและ
01:37:05 → 01:37:09สารอาหารนะโดยมีค่าผลแหลบฟ้องออกมานะใน
01:37:09 → 01:37:13เรื่องของค่าค่าเลือดค่าน้ำตาลค่าไขมัน
01:37:13 → 01:37:17นี่งั้นมื้อแรกเนี่ยสำคัญที่สุดนะฮะมื้อ
01:37:17 → 01:37:22แรกของวันนี่นะจะต้องมีการจัดการเรื่อง
01:37:22 → 01:37:25อาหารและพลังงานให้ถูกนะนะด้วยเหตุนี้จึง
01:37:25 → 01:37:30เป็นเหตุที่มาของอ่าคำตอบที่หมอว่านะคุณ
01:37:30 → 01:37:33ต้องกิน low C High Good Fat และกิน
01:37:33 → 01:37:36แบบ Two Meal a day โดยอาหารเนี่ยจะมี
01:37:36 → 01:37:41มื้อแรกกับมื้อเย็นมื้อแรกโฟกัสในเรื่อง
01:37:41 → 01:37:45ของพลังงานนะและจะต้องเค้าเรียกควบคุม
01:37:45 → 01:37:49จำกัดคาฟนะฮะเพื่อไม่ให้อินซูลินกับ
01:37:49 → 01:37:53คอร์ติซอลที่จะออกมานะมันต้องควบค
01:37:53 → 01:37:56อินซูลินก่อนเลยมื้อแรกถ้ามื้อแรกมีความ
01:37:56 → 01:38:00รู้มีการจัดการพลังงานที่ถูกต้องนะฮะนะ
01:38:00 → 01:38:05มันจะดีไปตลอดทั้งวันเลยนะฮะนะใช่ครับงาน
01:38:05 → 01:38:08ต่างๆจะนิ่งอ่ามันจะเป็นเรื่องการใช้กดไข
01:38:08 → 01:38:11มันอิสระเรื่องของการมีคีโตนเข้าคีโตสิ
01:38:11 → 01:38:14เป็น Fat เนอรนะแล้วก็พลังงานต่างๆให้
01:38:14 → 01:38:17เอาวะให้สมองให้เซลล์ให้กล้ามเนื้อให้
01:38:17 → 01:38:21ร่างกายเนี่ยมี activity มีไสลที่นะอ่า
01:38:21 → 01:38:29ไม่ไม่ไม่ไม่อะไรอ่ะไม่ไม่ไม่ย่ำแยกครับ
01:38:29 → 01:38:33ผมนะเพราะฉะนั้นเนี่ยสำคัญที่สุดก็คือ
01:38:33 → 01:38:38เรื่องของการกินมื้อแรกนะฮะนะอันนี้แหละ
01:38:38 → 01:38:44นะคือสำคัญเนี่ยก็คือคือมื้อแรกเนี่ยเรา
01:38:44 → 01:38:48เราออกคำสั่งกับอินซูลินยังไงนะฮะนะการ
01:38:49 → 01:38:51ออกคำสั่งกับอินซูลินสำคัญที่สุดที่สุดนะ
01:38:51 → 01:38:56ฮะนะแล้วก็อินซูลินเนี่ยิ่งอ่ะเขาก็จะมา
01:38:56 → 01:38:59ที่เมื่อไหร่มื้อเย็นใช่มมื้อเย็น 6:00 น
01:38:59 → 01:39:03ครับผมเนี่ยนะก็ให้อินซูลินมาพออินซูลิน
01:39:03 → 01:39:06มาก็ต้องมีคาฟแต่มื้อแรกเนี่ยอินซูลินก็
01:39:06 → 01:39:11ไม่มาอินซูลินไม่มาเนี่ยเราก็ต้องลดงดาฟ
01:39:11 → 01:39:14ตัดาฟอะไรอย่างงี้นะ
01:39:14 → 01:39:18ฮะแต่ถ้ามันผิดที่มื้อแรกปุ๊บนะเรียบร้อย
01:39:18 → 01:39:21ฮะนะไอินซูลินเข้ามาบริหารจัดการตั้งแต่
01:39:21 → 01:39:24มื้อแรกเลยเพงั้นวันทั้งคันวันวันทั้งวัน
01:39:24 → 01:39:29คืนทั้งคืนก็ไม่มีอะไรดีะนะฮะจบจบแล้วนะ
01:39:29 → 01:39:33ฮะนะอันเนี้ยนะถึงจะกินอะไรเข้าไปยังไงก็
01:39:33 → 01:39:38ตามถ้ามื้อแรกเนี่ยนะมื้อแรกการส่งคำสั่ง
01:39:38 → 01:39:43นะฮะคืออาหารผิดฮอร์โมนผิดนะตับทำงานไม่
01:39:43 → 01:39:49ถูกนะฮะนะครับก็ผลทางด้านเมตาบอลิกนะก็ก็
01:39:49 → 01:39:54จบนะี่ครับนั้นแหละครับผม
01:39:54 → 01:39:58อ
01:39:58 → 01:40:10เอ่อก็อันนี้ก็แทบจะหมดแล้วล่ะนะฮะ
01:40:10 → 01:40:18นะมันก็นะ 1 กินอะไรนะฮะ what to eat
01:40:18 → 01:40:23นะกินอะไรกินยังไงมีปริมาณเท่าไหร่นะกิน
01:40:23 → 01:40:27กี่มื้อนะแล้วปรุงยังไงนะเส็จแล้วเนี่ย
01:40:27 → 01:40:30สิ่งที่จะได้รับในแง่ของพลังงานและสาร
01:40:30 → 01:40:35อาหารเนี่ยมันจะไปแอชยังไงกับร่าง
01:40:35 → 01:40:39กายสิ่งที่จะมาควบคุมหรือมาแอคชั่นเนี่ย
01:40:39 → 01:40:40ก็คือ
01:40:40 → 01:40:44ฮอร์โมนครับแล้วอวัยวะที่ฮอร์โมนจะไปสั่ง
01:40:44 → 01:40:49การนะเ่อในการเกิดปฏิกิริยานะต่อไปเนี่ย
01:40:49 → 01:40:54ก็คือตับนะฮะอันดับตับตับตับอ่อนนะฮะแต่
01:40:54 → 01:40:58ตับนี่มากที่สุดนะฮะนะ
01:40:58 → 01:41:08อืก็จะจะอย่างนี้แหละนะตับๆอ่อนฮอร์โมนนะ
01:41:08 → 01:41:13ฮะแล้วก็ขอย้ำว่านะ
01:41:13 → 01:41:17เอ่อกินรทับไ Fat ให้เป็นกิน To Me Day
01:41:17 → 01:41:21ให้ให้ถูกนะฮะนะครับ
01:41:21 → 01:41:25นี่แหละทั้งหมดนี้เนี่ยถ้ามีความเข้าใจ
01:41:25 → 01:41:30และเกิดความถูกต้องเหมาะสมนะฮะผแลปต่างๆ
01:41:30 → 01:41:34ไม่ผิดหูผิดตาผิดแปลกแตกต่างนะหรือมาก
01:41:34 → 01:41:37น้อยสุดสวิงลิงโก้อะไรต่างๆให้ต้องมานั่ง
01:41:37 → 01:41:42เอ่อก่าหน้าผากเครียดนะแล้วก็มาพลิกซองยา
01:41:42 → 01:41:46เม็ดยากินดีไม่ดีกินดีไม่ดีนะเที่ยว
01:41:46 → 01:41:49วุ่นวายโพสต์ถามตรงนั้นตรงนี้อะไรต่างๆ
01:41:49 → 01:41:52แล้วก็ในที่สุดก็หาข้อสรุปไม่ได้อีกนะฮะ
01:41:52 → 01:41:54เพราะว่าพวกเนี้ยมันต้องเข้าใจไงอาหารมัน
01:41:54 → 01:41:58มีไส้ในอาหารคือความรู้นะอาหารคือการที่
01:41:58 → 01:42:01สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจและมันจะต้อง
01:42:01 → 01:42:06รู้ไปจนกระวันตายนะฮะนะจะป่วยจะเจ็บป่วย
01:42:06 → 01:42:10ต้องยิ่งรู้เยอะๆนะแล้วก็นำสู่การปฏิบัติ
01:42:10 → 01:42:16นะร้องผิดรองถูกไปนะเพพวกเที่จะมาแมี
01:42:16 → 01:42:19ปัญหาอีเจนซี่หรือเกิดภาวะวิกฤตทำร้าย
01:42:19 → 01:42:23ทำลายร่างกายอะไรซะจนขนาดไหนหรอกนะฮะครับ
01:42:23 → 01:42:27ผมเอ่อแล้วก็สุดท้ายหมอย้ำนะว่าเรื่องไข
01:42:27 → 01:42:31มันอิ่มตัวนะไขมันอิ่มตัวของของเราเนี่ย
01:42:31 → 01:42:34นะฮะนะมันมีรายละเอียดมีไส้ในที่ต้องทำ
01:42:34 → 01:42:38ความเข้าใจดีๆนะฮะอย่างน้อยเนี่ยเราต้อง
01:42:38 → 01:42:42รู้จัก pic Acid นะฮะนะถ้าร่างกายจะสะสม
01:42:42 → 01:42:45ไขมันเาก็สะสมในรูปแบบของไขมันตัว c16
01:42:45 → 01:42:50เหมือนกันแหละแต่เาเป็นพิติแอซิดนะฮะครับ
01:42:50 → 01:42:56ครับนอกจากนี้ก็ไอ้พวกไิ c14 ิ c12 นะอัน
01:42:56 → 01:42:59นี้เขก็มีบทบาทแต่เขาก็อยู่กลางๆนี่แหละ
01:43:00 → 01:43:03นะอ่าไม่ฟไม่ดีอะไรมากมายนักนะแต่ตัวที่
01:43:03 → 01:43:08พระเอกก็คือตัวสิ Acid เอ่าอันนี้แหละนะ
01:43:08 → 01:43:12สำคัญที่สุดเลยต้องต้องใส่เข้าสู่ร่างอ
01:43:12 → 01:43:16ให้เยอะๆโดยเฉพาะคนที่ป่วยนะฮะนะก็ก็มี
01:43:16 → 01:43:19เหตุผลเแบบที่คุยกันไปเมื่อกี้นี้นะแล้ว
01:43:19 → 01:43:24ตัวอาหารนะที่จะมี c18 เยอะๆนะฮะนะก็มี
01:43:24 → 01:43:28ทั้งพืชทั้งสัตว์นะหลักๆก็คือสัตว์ปีกที่
01:43:28 → 01:43:32ต้องติดหนังติดมันติดตีนนะฮะนะแล้วก็น้ำ
01:43:32 → 01:43:36ก็คือเป็นเนื้อสัตว์ต่างๆนะมากๆก็คือสิ่ง
01:43:36 → 01:43:40ที่ไม่ใช่ปลานะจะเยอะนะส่วนปลาตัวใหญ่ก็
01:43:40 → 01:43:45ก็ก็มีนะฮะปลาตัวเล็กก็น้อยสุดครับผมพืก็
01:43:45 → 01:43:49เป็นโกโก้นะโกโก้กถบที่นี่นะโอันนี้ก็
01:43:49 → 01:43:55ต้องหามาอยู่ในในเมนูอาหารเนาะครับนี่นะ
01:43:55 → 01:43:58ฮะก็เดี๋ยวยังไงหมอจะโพสต์รายละเอียดแบบ
01:43:58 → 01:44:03สรุปนะของเรื่องไขมันอิ่มตัวนะลงไปในเพจ
01:44:03 → 01:44:08นะที่เราทำอะไรขึ้นมาใหม่อ่ะนะเอ่อสวยๆนะ
01:44:08 → 01:44:12ฮะหน้าเพจนะแล้วก็สัญลักษณ์ของเพจเราก็
01:44:12 → 01:44:18เปลี่ยนเป็นไว Thailand นะครับก็ไลฟ์นี้
01:44:18 → 01:44:22ก็จะเป็นไลฟ์ประเดิมกับเพจใหม่โลโก้
01:44:22 → 01:44:24ใหม่ครับ
01:44:24 → 01:44:29ผมมีอะไรสงสัยมยใช้เวลาไปนานเท่าไหร่
01:44:29 → 01:44:32อ่าชั่วมง 44 ครับ
01:44:32 → 01:44:37เรพอดีพอดีเลยครับผมเยก็กะว่าจะใช้
01:44:38 → 01:44:41ชั่วโมงครึ่งนั่นแหละนะนะคือเรื่องอาหาร
01:44:41 → 01:44:44เนี่ยโ C High fash เนี่ยสัดส่วนก็อัน
01:44:44 → 01:44:50นี้แฮะนะเอ่อไขมันนี่มากสุด 60 นะถึง 70%
01:44:50 → 01:44:53คาฟนี่ก็แล้วแต่ว่าระบบเมตาบอลิกร่างกาย
01:44:53 → 01:44:57เป็นยังไงนะเจ็บป่วยเยอะๆก็คาฟสัก 5% พอ
01:44:57 → 01:45:02นะ 10% นะอ่าไม่ได้เจ็บป่วยอะไรนักก็ 15
01:45:02 → 01:45:0720% ได้นะส่วนโปรตีนก็แี่อยู่ 2030 นะฮะ
01:45:07 → 01:45:10เนี่ยก็มีอิ่มเดี่ยวซ้อนนะฮะไขมันนะ
01:45:11 → 01:45:16โปรตีนคาฟนะเก็ตามนี้ส่วนโปรตีนเนี่ยนะฮะ
01:45:16 → 01:45:21ก็ตามนี้นะฮะนะไขมันสูงมีอะไรบ้างนะเนี่ย
01:45:21 → 01:45:27นะ 3 ชั้นเบคอนนมนะแต่เบคอนส่วนใหญ่มันก็
01:45:27 → 01:45:30มันเป็นอาหารแปรรูปซะเป็นส่วนใหญ่แล้วล่ะ
01:45:30 → 01:45:35นะใช่ครับผมนมนมเป็นนมอะไรอ่ะนมรอรอ Milk
01:45:35 → 01:45:41รอมิ้วครับผมนะอ่านมเต็มรูปนะฮะชีสชีสที่
01:45:41 → 01:45:46แบบหาได้ดีๆเลยนะก็ชีสแพะออร์แกนิคอ่ะชีส
01:45:46 → 01:45:51แพะนะเไม่ได้ก็เอาชีสแพ้แล้วกันนะออันนี้
01:45:51 → 01:45:55ชี้เป็นโปรตีนนะฮะไม่ใช่ไขมันแต่ถ้าเนยกี
01:45:55 → 01:45:58อันนี้เป็นไขมันนะแล้วก็โยเกิร์ตนะ
01:45:58 → 01:46:02โยเกิร์ตโยเกิร์ตโฮมดดีที่สุดนะจะซื้อเ้า
01:46:02 → 01:46:06ก็ต้องดูสลากให้ดีโปรตีนไขมันปานกลางก็
01:46:06 → 01:46:10คือไข่เนื้อสัตว์ติดหนังนะฮะเนื้อสัตว์
01:46:10 → 01:46:13ใหญ่นี่แหละนะฮะเนื้อสัตว์ติดหนังติดมัน
01:46:13 → 01:46:19นะเอ่อแล้วก็พวกเครื่องในเครื่องในนะฮะนะ
01:46:20 → 01:46:22เครื่องในนี่ก็แล้วแต่อาจจะไขมันปางกลาง
01:46:22 → 01:46:25ไขมันต่ำนะฮะนะอ่าแล้วกลุ่มถั่วเหลืองที่
01:46:26 → 01:46:29ผ่านการหมักนะฮะเทมเป้นัตโตะอ่าั่วเน่า
01:46:29 → 01:46:33ั่วหอมมิโสะอันนี้ก็เป็นโปรตีนไขมันปาน
01:46:33 → 01:46:37กลางแต่เป็นพืชนะฮะเป็นพืชโปรตีนไขมันต่ำ
01:46:37 → 01:46:40ก็ปลาตัวใหญ่ๆนะปลาแซลมอนปลาแซลมอนเนี่ย
01:46:41 → 01:46:43ก็ยังเป็นโปรตีนไขมันต่ำอยู่นะแล้วพวก
01:46:43 → 01:46:49เครื่องในสันในนะอกไก่นะอก
01:46:49 → 01:46:52ไก่แล้วก็โปรตีนไมันต่ำมากก็เป็นพวกสัตว์
01:46:52 → 01:46:54น้ำดยเฉพาะปลาตัวเล็ก
01:46:54 → 01:46:59นะแล้วก็กุ้งหอยปลาหมึกนะกั้งอือกินให้
01:46:59 → 01:47:03ครบนะฮะใน 1 วันอ่าเลือกมื้อแรกกับมื้อ
01:47:03 → 01:47:08เย็นนะข้อ 1 ข้อ 2 ก็มื้อแรกข้อ 3 ข้อ 4
01:47:08 → 01:47:12กับมื้อเย็นแต่ไข่เนี่ยกับเครื่องในเนี่ย
01:47:12 → 01:47:16ก็อ่ามื้อแรกได้มื้อเย็นได้
01:47:16 → 01:47:22หมดก็เป็นตามรูปนี้เโดยสัดส่วนไขมันปาน
01:47:22 → 01:47:27กลางก็สักครึ่งนึงนะแต่ไขมันที่เอ้โปรตีน
01:47:27 → 01:47:31ไขมันสูงเนี่ยไม่เกิน 10% พอนะถ้าเจ็บ
01:47:31 → 01:47:35ป่วยก็ต้องลดลงอีกครับนี่ไม่เยอะนะฮะไม่
01:47:35 → 01:47:39เยอะแต่คนจะพลาดไงนะคนที่เค้าเกินไม่รู้
01:47:39 → 01:47:41ไม่รู้ไส้ในอาหารต่างๆเขาก็จะกินอันนี้
01:47:41 → 01:47:46เยอะที่สุดนะใช่ครับกินเนื้อสัตว์ติดหนัง
01:47:46 → 01:47:49เนื้อสัตว์ใหญ่อะไรต่างๆนะมีไขมันเยอะๆ
01:47:49 → 01:47:53เนี่ยเนี้ยกินกินเป็นก้อนๆเลย
01:47:53 → 01:47:56นะแล้วก็ไอ้พวกไขมันต่ำต่ำมากอะไรอย่าง
01:47:56 → 01:47:59งี้ก็ประมาณนี้นะ
01:47:59 → 01:48:0440% อืเี่น่าจะพอรู้
01:48:04 → 01:48:08นะแล้วก็สุดท้ายเนี่ยคอเลสเตอรอลดีไม่ดี
01:48:08 → 01:48:11นะถ้าดีก็มักจะเป็น ldl type a นะฮะนะ
01:48:11 → 01:48:14นะถ้าไม่ดีก็เป็น ldl type B นะอันนี้
01:48:14 → 01:48:17เป็น ldl ที่สิ้นสุดแล้วอ่ะนะฮะนะอันนี้
01:48:17 → 01:48:21ก็ไลฟ์แรกๆเคยแยกไว้แล้วนะนะเนี่ยละเอียด
01:48:21 → 01:48:24เลยแหละนะส่วนใหญ่มันก็ตั้งต้นที่ตัว
01:48:24 → 01:48:28อ่าไขมันนี่แหละนะไขมันไินนะแล้วก็เรือนำ
01:48:28 → 01:48:31ส่งก็ VL dl นะแต่ทีนี้ต้นทางมันจะเป็น
01:48:31 → 01:48:36ไิมาจากอะไรนะก็เยอะแยะนะอันนี้ราย
01:48:36 → 01:48:39ละเอียดพวกนี้คือคือความละเอียดนะฮะของ
01:48:39 → 01:48:42อาหารเที่จะเอารายละเอียดไปใส่แล้วก็
01:48:42 → 01:48:46อธิบายนะเป็นเหตุเป็นผลนะแล้วก็ตอบคำถาม
01:48:46 → 01:48:50นะเพราะในที่สุจะได้เป็นอะไรอ่ะเนี่ยฝั่ง
01:48:50 → 01:48:53ที่คอเลสเตอรอลดีๆก็เป็น type a นะไม่ดี
01:48:53 → 01:48:55ก็ type
01:48:55 → 01:48:59B ครับผมันนี้สุดท้ายเลยก็เป็นอย่างเงี้
01:48:59 → 01:49:00นะ
01:49:00 → 01:49:04ฮะแบบที่คุยกันไปเมื่อกี้นะอันนี้ไม่มี
01:49:04 → 01:49:08อะไรการนำสส่วนเรื่องฮอร์โมนเนี่ยนะเมื่อ
01:49:08 → 01:49:10กี้ก็พูดไปแล้ว
01:49:10 → 01:49:15ป่าครับผมก็คือวงรอบของวันและคืนนะฮะนะ
01:49:15 → 01:49:20ที่เราเรียกว่า Dial and cal rit นะใน
01:49:20 → 01:49:23แง่ของฮอร์โมนที่มาตามธรรมชาติของร่างกาย
01:49:23 → 01:49:26มีอะไรบ้างอะไรอย่าเงี้ยนะฮะก็อยากให้ดู
01:49:26 → 01:49:30ว่าอินซูลินนะเ้ามาตอนเย็นๆนี้พอเห็นมั้ย
01:49:30 → 01:49:35ตกไปมยอินซูลินมาตอนเย็นๆมนเย็นมาแล้ว
01:49:35 → 01:49:40แล้วก็พีคสูงสุดก็คือ 2 ชมง 6 นถ 20:00 น
01:49:40 → 01:49:43นะแล้วก็ค่อยๆลาจากไปนะจนกระทั่งถึง 22:00
01:49:43 → 01:49:47นนะฮะนะแล้วพอสปุ๊บเนี่ยไอ้พวกโสฮอร์โมน
01:49:47 → 01:49:53เตินมานะนะถ้าไม่มีคอร์ติซอลมามา
01:49:53 → 01:49:59คอยมาคอยบล็อกมาคอยอ่ายังไม่ไปไหน่ะนะฮะ
01:49:59 → 01:50:03นะแล้วก็ไทรรอยด์มาเพื่อเผาผลาไตกีสลดนะ
01:50:03 → 01:50:08ให้ร่างกายมันเข้าคติทั้งวันทั้งคืนก็ไป
01:50:08 → 01:50:11ตอนเช้าตอนเช้าตัวปลุกตื่นก็คือคอร์ติซอล
01:50:11 → 01:50:15นะโดยที่เขาจะมาตั้งแต่ประมาณ 3:00 นใน
01:50:15 → 01:50:19บางคนนะฮะแต่ส่วนใหญ่ก็จะมาแถวๆนี้แหละ
01:50:19 → 01:50:236:00 นไม่เกินเ่อ 8:00 นเราถึงได้ตื่นเ
01:50:23 → 01:50:27เพราะเราตื่นจากแม่มาปลูกแล้วเวลาแม่มาเ
01:50:27 → 01:50:31จะมาพร้อมกับแนีและแนีเนี่ยเป็นตัวที่จะ
01:50:31 → 01:50:34ทำให้เกิดการเกิดพลังงานแล้วก็ลุกได้ตื่น
01:50:34 → 01:50:39ได้นะฮะนะถ้าอ่าไม่ดื้อคอร์ติซอล
01:50:39 → 01:50:42คอร์ติซอลไม่ได้เยอะแยะอะไรต่างๆนะฮะนะ
01:50:42 → 01:50:46ร่างกายก็จะมีพวที่จะเอาคอเลสเตอรอลไป
01:50:47 → 01:50:51สร้างฮอร์โมนเพศให้อฮะนะแต่ถ้าเครียดถ้า
01:50:51 → 01:50:55คอร์ติซอลเยอะนะแล้วก็มีการดื้ออะไรต่างๆ
01:50:55 → 01:51:00พวกนี้นะฮอร์โมนเพศก็ลดลงไปนะสร้างยากนะ
01:51:00 → 01:51:06ตามเยฮะนะก็จะหมดแล้ว
01:51:06 → 01:51:12ครับเพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าหมอแปลงคำถามนะฮะ
01:51:12 → 01:51:17นะว่าอ้าแล้วกินเนื้อวัวเป็นสเต็กชิ้นโตๆ
01:51:17 → 01:51:23อ่ะนะขอคอเลสเตอรอลมันจะเป็นยังไงเอเเวลา
01:51:23 → 01:51:29เราอธิบายเราก็จะไปอธิบายแบบเนี้ยนะ
01:51:29 → 01:51:33ฮะถ้าเกิดว่าไอทโปรตีนนะแล้วก็กินโปรตีน
01:51:33 → 01:51:37เยอะๆเลยนะอ่าไม่ได้กินไขมันจากน้ำมัน
01:51:37 → 01:51:41สกัดเย็นอะไรอย่างเงี้ยนะฮะใช่มันจะเป็น
01:51:41 → 01:51:44สะสมมากกว่าครับผมเออเราก็ต้องดูราย
01:51:44 → 01:51:46ละเอียดของโปรตีนนะแล้วเสร็จแล้วเนี่ย
01:51:46 → 01:51:49โปรตีนนั้นเนี่ยถ้าเป็นโปรตีนเนื้อสัตว์
01:51:49 → 01:51:52ใหญ่เนื้อสัตว์บกแดงๆนะติดหนังติดมาเอ้ย
01:51:52 → 01:51:55ติดมันมาด้วยอะไรต่างๆไขมันส่วนใหญ่ที่
01:51:55 → 01:51:58อยู่ในโปรตีนพวกนี้ก็เป็นไขมันอิ่มตัวที่
01:51:58 → 01:52:03เป็นประเภท C6 พาติกนะไขมันสลิกยากไม่มี
01:52:03 → 01:52:07อ่ะไม่เกิดไม่มีพวกนี้ก็จะไปสร้างแต่ a b
01:52:07 → 01:52:11เออแล้วฮอร์โมนในการตอบส่วนใหญ่นะก็จะ
01:52:11 → 01:52:16เป็นเรื่องของคอร์ติซอลคิอครับอ่าแล้วการ
01:52:16 → 01:52:19สะสมเหรอถ้าเกิดใช้ไม่ได้เนี่ยก็จะไปอยู่
01:52:19 → 01:52:24ที่ vis Space ช่องท้องเอาในช่องท้อง
01:52:24 → 01:52:28อะไรอย่างเงี้ยก็ดูจากค่าเหนะฮะโดยเฉพาะ
01:52:28 → 01:52:34ถ้ามียน expression หรือว่ายีนอะไรอ่ะอ่า
01:52:34 → 01:52:37Response ยนน่ะเเรียกว่าไอ้ resp น่ะฮะ
01:52:37 → 01:52:42นะด้วยอย่างเงี้ยนะก็เรียบร้อยไฮเปอรใช่ม
01:52:42 → 01:52:42ครับ
01:52:42 → 01:52:48ผมเอ่อหมายถึงอะไรยน resp hyperdia ใช่
01:52:48 → 01:52:50มั้ครับที่สะสม
01:52:50 → 01:52:56ผมอ๋อใช่มั้ยครับแล้วแต่ยีนการแสดงออกของ
01:52:56 → 01:52:59ยีนเนี่ยเค้าเรียกยน expression หรือย
01:52:59 → 01:53:01susceptibility
01:53:01 → 01:53:06ครับว่าจะ respond ในแนวไหนในแนวที่จะ
01:53:06 → 01:53:11เกิดการสะสมพลังงานนะึหรือไปทำให้เกิดการ
01:53:11 → 01:53:16อักเสบนะฮะอืบางคนก็อักเสบด้วยสะสมพลัง
01:53:16 → 01:53:20งานด้วยนะซึ่งพวกนี้เนี่ยตัว hdl ก็จะต่ำ
01:53:20 → 01:53:22ลงนะ
01:53:22 → 01:53:27อ๋อครบเลยเนะเพราะว่ามันเป็นไขมันอิ่มตัว
01:53:27 → 01:53:29นะแล้ว
01:53:29 → 01:53:32ก็มันมี
01:53:32 → 01:53:41ตัวตัวอะไรนะไอ้ตัวตัวที่ที่จะที่จะทำที่
01:53:41 → 01:53:43จะมีการเปลี่ยนแปลงคล้ายๆเป็นตัวท็อกซิน
01:53:43 → 01:53:48น่ะนะฮะนะของของแบคทีเรียก็เดี๋ยวจะมีราย
01:53:48 → 01:53:51ละเอียดแชร์ไปให้อ่านแล้วกันนะแต่อันนี้
01:53:51 → 01:53:55อยากจะให้ได้สโคปว่าเวลาจะอธิบายคำถาม
01:53:55 → 01:53:58เนี่ยหรือเวลาที่เรากลับไปดูตารางแลบ
01:53:58 → 01:54:02เนี่ยนะฮะนะเราก็จะมองกันแบบเนี้ยว่านึก
01:54:02 → 01:54:05ไปเลยว่าคนเนี้ยรูปแบบของอาหารที่เขา
01:54:05 → 01:54:09พรีเซนหรือว่าเแชร์มาเนี่ยนะหรือหรือราย
01:54:09 → 01:54:12ละเอียดที่เป็นเนื้อหาสาระที่เขาโพสต์ว่า
01:54:12 → 01:54:15เคกินอย่างงั้นอย่างนี้อะไรต่างๆเนี่ยมัน
01:54:15 → 01:54:18น่าจะเป็นอาหารประเเภทไหนนะฮะอันที่ 1 ก็
01:54:18 → 01:54:22คือต้องแยกแยะก่อนว่าโปรตีนเยอะไขมันเยอะ
01:54:22 → 01:54:26นะหรือคาฟเยอะนะหรือผสมผสานกันแล้วเนี่ย
01:54:26 → 01:54:29อะไรมากอะไรน้อยเป็นโลคาฟมั้เป็นคีโตมั้ย
01:54:29 → 01:54:33เป็น cd หรือเกด CD อันที่ 2 ก็คือคิดว่า
01:54:33 → 01:54:37นะปฏิกิริยาของพลังงานนะที่เอ้ยโทษที
01:54:37 → 01:54:40ปฏิกิริยาของฮอร์โมนนะฮะเนี่ยจากพลังงาน
01:54:40 → 01:54:43เนี่ยก็ไปฮอร์โมนแล้วฮอร์โมนที่จะมาออกคำ
01:54:43 → 01:54:46สั่งเนี่ยนะน่าจะมีอะไรมาเป็นส่วนใหญ่
01:54:46 → 01:54:47สะสมหรือเผาผ่า
01:54:48 → 01:54:53นะแล้วก็ตัดตับจะเป็นยังไงนะฮะเ่อตับจะ
01:54:53 → 01:54:55เกิดการเปลี่ยนแปลงยังไงตับหรือตับอ่อน
01:54:55 → 01:54:59เนี่ยนะฮะนะถ้าเป็นกรณีแบบเนี้ยนะจะดื้อ
01:54:59 → 01:55:03อินซูลินมั้ยจะอินซูลินอ่าอ่าฟังก์ชันมย
01:55:03 → 01:55:07หรือว่าจะ sensitive หรือว่าจะ
01:55:07 → 01:55:09resistance
01:55:09 → 01:55:11ตไม่งั้นก็
01:55:11 → 01:55:18คิอหรือจะเป็นการทำงานของฮอร์โมนต่างรูป
01:55:18 → 01:55:22เทพแล้วสุดท้ายก็คืออวัยวะเหล่านี้เนี่ย
01:55:22 → 01:55:24ในที่สุดแล้วมันจะเป็นยังไงตับเป็นยังไง
01:55:24 → 01:55:28เ่าลำไส้ระบบน้ำดีเป็นยังไงแล้วก็กล้าม
01:55:28 → 01:55:31เนื้อไทรรอยด์จะเป็นยังไงแต่กล้ามเนื้อ
01:55:31 → 01:55:33กับไทรรอยด์เนี่ยมันก็จะเป็นอวัยวะที่จะ
01:55:33 → 01:55:38มีบทบาทเ่อไปในช่วงท้ายๆนะฮะส่วนใหญ่ก็
01:55:38 → 01:55:41เราจะดูที่ตับอ่อนกับตับโดยเฉพาะตับนะมี
01:55:41 → 01:55:46บทบาทเยอะมากกว่ามากที่
01:55:46 → 01:55:49สุดแล้วก็สุดท้ายเนี่ยค่าแลบึงได้ออกไป
01:55:49 → 01:55:53เป็นอย่างเงี้ย Total คอสเตอนะ ldl hdl
01:55:53 → 01:55:58ไกินนะแล้วเวลาเข้าอัตราส่วนต่างๆนะเอ่อ y
01:55:58 → 01:56:03g เ่นะไหาด้วย hdl remnant Apple B
01:56:03 → 01:56:04non hdl อะไร
01:56:04 → 01:56:09เงี้แล้วก็แปลผลตีกลับนะว่าเออยูริกจะ
01:56:09 → 01:56:12เป็นยังไงอัตราการเผาผลาญเป็นยังไงการ
01:56:12 → 01:56:16สร้างกล้ามเนื้อสร้างได้มยนะฮะครับผมแล้ว
01:56:16 → 01:56:21ก็ตับไตมันจะเป็นยังไงอือืครับ
01:56:21 → 01:56:24ผมมีอะไร
01:56:24 → 01:56:26อีกสงสัยอะไร
01:56:26 → 01:56:33มั้ยไม่มีนะครับผมอยากคุยอยากถามอะไร
01:56:33 → 01:56:36มั้ยก็มันจะเป็นเหมือนเรื่องเล่าเรื่อง
01:56:36 → 01:56:40นึงอ่ะนะฮะนะว่าเค้ามองกันอย่างเงี้ยใน
01:56:40 → 01:56:44รายละเอียดนะในรายละเอียดนะฮะแต่เวลามอง
01:56:44 → 01:56:48จริงๆเนี่ยมันใช้มโนจิตน่ะแว๊บเดียวอ่ะนะ
01:56:48 → 01:56:51ฮะใช่ครับผมจะมาเล่าให้ฟังอะไรอย่างเงี้ย
01:56:51 → 01:56:56เค้าก็จะมีลำดับขั้นอะไรต่างๆแบบเนี้ยนะ
01:56:56 → 01:56:59ฮทีนี้ถ้าเราไปตรวจไปเช็คอัพอะไรต่างๆ
01:56:59 → 01:57:03เหล่าเนี้ยนะหมอต่างๆเก็ไม่มามองอย่างนี้
01:57:03 → 01:57:06หรอกนะเไม่มาคิดถึงหรอกนะไม่แยกแยะพลัง
01:57:06 → 01:57:12งานฮอร์โมนเรอนนะเ่าตับตับอ่อนอะไรอย่าง
01:57:12 → 01:57:17เงี้ยนะหรือไทรรอยด์หรือลำไส้อะไรอย่าง
01:57:17 → 01:57:18งี้หรอก
01:57:18 → 01:57:19อ่า
01:57:19 → 01:57:21พร้อมแจกครับ
01:57:21 → 01:57:26ผมเออแต่เราเราอยู่ในฝั่งอีกฝั่งนึงที่
01:57:26 → 01:57:29เป็นอย่างเงี้ยเป็นเรื่องหน่อของในทาง
01:57:29 → 01:57:34ปฏิบัตินะฮะนะเราก็ต้องมองไปนะแต่ละเคส
01:57:34 → 01:57:36แต่ละเคสที่เขเอามาโพสต์ถามเรื่องค่าแลบ
01:57:36 → 01:57:41ก็ดีนะเรื่องการปฏิบัติตัวก็ดีแล้ว
01:57:41 → 01:57:45ก็ก็เท่าที่เห็นนะฮะหลายๆเคสก็ก็เหมือน
01:57:45 → 01:57:48กับว่าการโพสต์เนี่ยแล้วมันไม่มีคนอธิบาย
01:57:48 → 01:57:52ลึกๆอ่ะนะแล้วพอเข้าตารางปุ๊บนะแล้วเสร็จ
01:57:52 → 01:57:54แล้วเนี่ยผลมันออกมา
01:57:55 → 01:57:58เนี่ยมันก็ค่อนข้างค้านน่ะนะสมมุติว่าเมา
01:57:58 → 01:58:02ตอบว่าดีๆมากเลยทำยังไงเนี่ยหมอคงจะงงล่ะ
01:58:02 → 01:58:07สิไปกินอะไรมาอู้ยเออน้ำหนักแจ๋วเลยอะไร
01:58:07 → 01:58:10อย่างเงี้ยนะฮะครับผมแต่เลือดเ่ะเลือดมัน
01:58:10 → 01:58:14ไม่แจ๋วอ่ะเวลาเข้าสารางเรานะฮะหรือไม่
01:58:14 → 01:58:17รู้ตารางเราจะผิดหรือเปล่านะฮะคือหมอก็
01:58:17 → 01:58:20อยากให้คิดน่ะนะฮว่า 1
01:58:20 → 01:58:21คนเราเนี่ยนะ
01:58:21 → 01:58:25อ่าคนเรามันเป็นอย่างนี้นะฮะนะสมมุติว่า
01:58:25 → 01:58:29เราอ่ะร่างกายเนี่ยร่างกายไม่เปไม่ปกติ
01:58:29 → 01:58:32ไม่แข็งแรงไม่ Healthy ไม่แข็งแรงแต่ผล
01:58:32 → 01:58:35เลือดมันปกติอันนี้เราเจอได้เยอะมากใช่
01:58:35 → 01:58:38มั้ยล่ะใช่ครับใช่ครับเราก็รู้ว่าเราไม่
01:58:38 → 01:58:41ปกติเราถไม่ตรวจเลือดพอไปตรวจเลือด
01:58:41 → 01:58:45investigate มาแล้วเฮ้ยผลเลือดปกตินะเออ
01:58:45 → 01:58:49ก็เลยงงอ่ะนะนี่ในเมื่อผลเลือดปกติแล้ว
01:58:49 → 01:58:53แหมหมอแปลผลจะไปแปลให้มันผิดปกติได้ยังไง
01:58:53 → 01:58:58อ่ะก็ต้องสมยอมไปก็ปกตินะแต่เราก็รู้อยู่
01:58:58 → 01:59:02แก่ใจอ่ะว่าเฮ้ยกูไม่ปกติหรอกกูอ้วนนะเออ
01:59:02 → 01:59:07ครับผมเออกูสงสัยจะตับไม่ดีสงสัยจะอะไร
01:59:07 → 01:59:11อย่างเงี้ยนะนะน้ำหนักเยอะอะไรต่างๆเหล่า
01:59:11 → 01:59:16เนี้ยนะแต่ผลแหลบมันปกตินะฮะเพราะฉะนั้น
01:59:16 → 01:59:19เนี่ยน้ำหนักของความเชื่อจริงๆแล้วเนี่ย
01:59:19 → 01:59:21ก็คือต้องเชื่อร่างกายว่าเออร่างกายไม่
01:59:21 → 01:59:24ปกติถ้าแลบมันปกติถ้าแลบมันไม่ปกติด้วยก็
01:59:24 → 01:59:28โอเคนะมันก็ตอบโจทย์แหละถ้าแหบมันปกติ
01:59:28 → 01:59:31เนี่ยงงแล้วไม่รู้แล้วจะแปลว่ายังไงก็
01:59:31 → 01:59:34ร่างกายมันไม่ปกตินะฮะกับอันที่ 2 นะฮะ
01:59:34 → 01:59:39อันที่ 2 ก็คือคือร่างกายปกตินะแต่แลบมัน
01:59:39 → 01:59:41ผิดปกติ
01:59:41 → 01:59:46อ้ามันจะหมายถึงอะไรเนี่ย
01:59:46 → 01:59:50ฮึคือแลบมันผิดปกติอ่ะแต่ทำไมร่างกายมัน
01:59:50 → 01:59:51รู้สึกปกติ
01:59:51 → 01:59:54อ่ะะก็คือเนี่ยส่วนใหญ่เนี่ยมันก็อยู่ใน
01:59:55 → 01:59:58ในลักษณะของคนที่ว่าว่าผิดปกติมาฮะแล้วก็
01:59:58 → 02:00:02เกิดมีการแก้ไขคืออาจจะได้ได้กลุ่มได้คำ
02:00:02 → 02:00:06แนะนำหรือได้แนวทางโภชนาการแนวทางไสลแบ
02:00:06 → 02:00:10แบบใหม่แบบในแนวเนี้ยอ่าอะไรอ่ะ If นี่
02:00:10 → 02:00:12แหละฮะ intermittent fasting and
02:00:12 → 02:00:16feeding นะอย่างเหมาะสมเนี่ยนะครับึพวก
02:00:16 → 02:00:19นี้เนี่ยนะคุณอาจจะผิดปกติทั้งค่าแลบและ
02:00:19 → 02:00:23อ่าและและสภาพร่างกายหรือสุขภาพหรือความ
02:00:23 → 02:00:26Healthy ของคุณน่ะนะฮะแต่คุณอยู่ในแนว
02:00:26 → 02:00:29ทางที่ถูกต้องอย่างเงี้ยนะไปเรื่อยๆแล้ว
02:00:29 → 02:00:33เนี่ยร่างกายคุณปกติแต่แลบคุณยังผิดปกติ
02:00:33 → 02:00:36อยู่เงี้ยนะนะนะอันนี้ก็ต้องมาคิดแล้วล่ะ
02:00:36 → 02:00:40ว่าไอ้สิ่งที่เราดำเนินทางมาในแง่ของการ
02:00:40 → 02:00:43มีสุขภาพดี If low C High fash อะไร
02:00:43 → 02:00:46อย่างเงี้ยนะฮะมันมันขาดตกบกพร่องอะไร
02:00:46 → 02:00:49หรือเปล่านะฮะนะมันต้องปรับอะไรอีกมั้ยนะ
02:00:49 → 02:00:52ฮะเพื่อว่าที่หมายปลายทางสุดท้ายแล้วคือ
02:00:52 → 02:00:56ร่างกายปกติแล้วแลบก็ปกตินะฮะเพราะว่า
02:00:56 → 02:00:59สิ่งที่ถูกต้องที่สุดเลยคือร่างกายปกติ
02:00:59 → 02:01:04แลบปกตินะฮะถ้าร่างกายปกติแล้วแลบไม่ปกติ
02:01:04 → 02:01:09เนี่ยก็ต้องมาคุยหาสาเหตุหารายละเอียดนะ
02:01:09 → 02:01:11แล้วก็อธิบาย
02:01:11 → 02:01:15นะครับคือมันก็มีส่วนน้อยนะหมอว่าที่ว่า
02:01:15 → 02:01:18ใช่ร่างกายมันปกติไปก่อนแต่ตอนเแลบมันยัง
02:01:18 → 02:01:21ไม่ฟื้นมันยังไม่คืนยังไม่
02:01:21 → 02:01:25ปกติแต่ถ้า Follow up ไปแล้ว 2 ครั้งก็
02:01:25 → 02:01:28แล้ว 3 ครั้งก็แล้วเฮ้ยนะเอ่อเหมือนร่าง
02:01:28 → 02:01:31กายปกติแต่แลปไม่ปกติสักทีอ่ะมันเป็นไป
02:01:31 → 02:01:34ไม่ได้นะเพราะคนร่างกายปกติแลบก็น่าจะ
02:01:34 → 02:01:39ปกติอ่ะนะผมถ้าถึงที่สุดแล้ว
02:01:39 → 02:01:46เนี่ยก็จบแหละนะครับผมโอเคครับขอบคุณมาก
02:01:46 → 02:01:52ครับเออๆนะขอคมาครับผมครับสวัสดี
02:01:52 → 02:02:08[เพลง]
02:02:17 → 02:02:19ครับ
02:02:19 → 02:02:23[เพลง]
02:02:23 → 02:02:26H