00:00:00 → 00:00:02ระบบประสาทตัวเค่ะที่มันเหมือนกระตุ้น
00:00:02 → 00:00:04ตลอดเวลาเนี่ยมันก็ทำให้ไปกระทบกระเทือน
00:00:04 → 00:00:08สมองการที่เราเสพสื่อเยอะๆทำให้นั่นแหละ
00:00:08 → 00:00:11สมองทำงานแบบไม่เต็มประสิทธิภาพได้ว่า
00:00:11 → 00:00:15สมองเน่าสุขภาพกายสุขภาพใจคุยกันได้ใน
00:00:15 → 00:00:16Health
00:00:16 → 00:00:20topic สวัสดีค่ะบีบีนันทนาบุนหน่าค่ะวัน
00:00:20 → 00:00:23นี้นะคะใน Health topic ของเราสำหรับ
00:00:23 → 00:00:25ปัญหาของคนในวัยทำงานในวันนี้ค่ะเป็น
00:00:26 → 00:00:29เรื่องของสมองล้าสมองเพลียค่ะซึ่งปัญหา
00:00:29 → 00:00:31นี้เนี่ยเดี๋ยววันนี้บีบีจะมีผู้เชี่ยว
00:00:31 → 00:00:33ชาญที่จะมาคุยเรื่องนี้ให้ฟังนะคะว่าเกิด
00:00:33 → 00:00:37จากสาเหตุอะไรและมีสารอาหารอะไรที่เราจะ
00:00:37 → 00:00:40ช่วยในเรื่องของสมองล้านได้ค่ะซึ่งวันนี้
00:00:40 → 00:00:43พี่บีบีก็มีคุณฝนกฤษนะนะคะที่เป็นผู้
00:00:43 → 00:00:46เชี่ยวชาญและนักโภชนาการและเจ้าของสวนผัก
00:00:47 → 00:00:49บ้านคุณตาค่ะจะมาคุยให้เราฟังในวันนี้ค่ะ
00:00:49 → 00:00:52สวัสดีค่ะคุณฝนสวัสดีค่ะคุณบีบีค่ะให้คุณ
00:00:52 → 00:00:55ฝนแนะนำตัวกับผู้ชมของเราหน่อยค่ะค่ะก็ฝน
00:00:55 → 00:00:58กชนหุตะแพทย์นะคะก็เป็นนักกำหนดอาหารนะคะ
00:00:58 → 00:01:00ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลนะค่ะแล้วก็เป็น
00:01:00 → 00:01:02เจ้าของสวนผักบ้านคุณตาแกรนดปลาอร์เบิล
00:01:02 → 00:01:05ฟาร์มค่ะค่ะวันนี้ที่พี่บีเกริ่นไปเนาะ
00:01:05 → 00:01:08ว่าเราจะมาคุยกันเรื่องของปัญหาของคนใน
00:01:08 → 00:01:12วัยทำงานค่ะเรื่องของสมองล้าสมองเพลีย
00:01:12 → 00:01:16สมองล้าและสมองเพลียค่ะมันคือเกิดจากอะไร
00:01:16 → 00:01:19คะคุณฝนอ่าก่อนอื่นก็อาจจะบอกคำจกัดจะคำ
00:01:19 → 00:01:22จำกัดความสั้นๆให้ก่อนเนาะสมองล้านนะคะก็
00:01:23 → 00:01:25คือเหมือนกับภาษาอังกฤษคือ Brain Fox นะ
00:01:25 → 00:01:27คะหรือว่าการที่เหมือนสมองมีแบบเค้าเรียก
00:01:27 → 00:01:30ว่าเหมือนมีหมอกอยู่ในสมองนั่นเองอนะคะก็
00:01:30 → 00:01:34คืออาการที่เราเหมือนบางทีขาดโฟกัสหรือ
00:01:34 → 00:01:36ว่าคิดอะไรไม่เฉียบคมเท่าเดิมนะคะเหมือน
00:01:36 → 00:01:39กับคล้ายๆกับเวลาเรานอนน้อยนึกออกมคะนอน
00:01:39 → 00:01:41น้อยแล้วคิดื่อคิดชื่อคนนั้นไม่ออกหรือ
00:01:41 → 00:01:43คิดคำแค่ง่ายๆไม่ออกอะไรเงี้ยนะคะหรือบาง
00:01:43 → 00:01:47ทีก็เ่อไปถึงเรื่องของอารมณ์แปรปรวนได้
00:01:47 → 00:01:50พวกนี้นะคะก็มีผลต่อการทำงานในในเพราะว่า
00:01:50 → 00:01:53ในวัยวัยทำงานมนุษย์ทำงานเนี่ยต้องใช้
00:01:53 → 00:01:56สมองเป็นหลักใช่ค่ะค่ะอาการเริ่มต้นของ
00:01:56 → 00:01:58ที่เราจะเริ่มสังเกตว่าตัวเองเริ่มมี
00:01:58 → 00:02:01อาการของสมองเพียแล้วมันจะมีอาการอะไรได้
00:02:01 → 00:02:04บ้างค่ะจริงๆเอ่อสมองล้าหรือว่าเนฟเนี่ย
00:02:04 → 00:02:06มันไม่ใช่โรคเนาะมันจะเป็นเหมือนกลุ่ม
00:02:06 → 00:02:09อาการที่บางทีอาจจะอาจจะบางคนเป็นแบบนี้
00:02:09 → 00:02:11บางคนเป็นแบบนี้เช่นอย่างที่ฝนบอกไปคือ
00:02:11 → 00:02:15เอ่อคิดอะไรไม่ค่อยออกขาดโฟกัสขาดสมาธินะ
00:02:15 → 00:02:18คะหรือว่านั่นแหละเป็นที่อารมณ์ก็มี
00:02:18 → 00:02:19เหมือนกันหรือบางทีอาจจะเป็นเรื่องของ
00:02:19 → 00:02:23อ่อนเพลียทั้งทั้งกายและใจก็เป็นได้ค่ะ
00:02:23 → 00:02:25คือไม่ใช่แค่ด้านของสมองแต่ว่าเริ่มรู้
00:02:25 → 00:02:27สึกว่าอ่อนเพลียมากกว่าเดิมอะไรอย่าง
00:02:27 → 00:02:29เงี้ยค่ะค่ะอันนี้เป็นอาการคร่าวๆใช่
00:02:29 → 00:02:32สาเหตุหลักของเาล่ะคะค่ะก็สาเหตุเนาะมา
00:02:32 → 00:02:36จากตัวทั้งของอ่าไลฟ์สไตล์ใช่มั้ยคะ
00:02:36 → 00:02:38ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานสมัยนี้ใช่มั้ยคะที่
00:02:38 → 00:02:42เอ่อด้วยด้วยวัยด้วยใช่มั้ยคะ 1 ที่ต้อง
00:02:42 → 00:02:45ทำงานเยอะขึ้นมีความเครียดเนาะทั้งถ้า
00:02:45 → 00:02:47อธิบายด้านวิทยาศาสตร์ก็คือเหมือนพอมี
00:02:47 → 00:02:49ความเครียดแล้วเนี่ยมันจะหลั่งฮอร์โมนที่
00:02:49 → 00:02:51ชื่อว่าคอร์ติซอลใช่่มั้ยคะถ้าเคยได้ยิน
00:02:51 → 00:02:53เนาะเป็นเรื่องฮอร์โมนความเครียดที่มีมาก
00:02:53 → 00:02:55ขึ้นเนี่ยมันจะยิ่งทำให้เหมือนไปกระทบ
00:02:55 → 00:02:59กระเทือนต่อสารเคมีในสมองได้พวกนี้นะคะ
00:02:59 → 00:03:02แล้วก็อย่าอย่างที่ 2 ก็คืออ่าในในยุค
00:03:02 → 00:03:05สมัยตอนนี้ที่เราเหมือนทำงานที่มัน
00:03:05 → 00:03:08multitasking มากขึ้นเลยนะคะเคก็พบว่า
00:03:08 → 00:03:11การทำงานที่เป็นอ่าทำอะไรหลายๆอย่างไป
00:03:11 → 00:03:13พร้อมกันเนี่ยมันเหมือนไปกระตุ้นระบบ
00:03:13 → 00:03:17ประสาทที่เรียกว่าเหมือนอ่าซิมาติเนาะ
00:03:17 → 00:03:19ระบบประสาทตัวเยค่ะที่มันเหมือนกระตุ้น
00:03:19 → 00:03:23ตลอดเวลาเนี่ยมันก็ทำให้ทำให้เราไปกระทบ
00:03:23 → 00:03:25กระเทือนสมองที่ทำทำให้ Brain Fox เนี่ย
00:03:25 → 00:03:28ได้เหมือนกันอ่าแล้วก็จริงๆจากหลายๆอย่าง
00:03:28 → 00:03:33เลยบางงคอาจจะเรื่องของอ่าการเป็นการเป็น
00:03:33 → 00:03:35วัยคุณแม่ด้วยเนาะเาก็มีเหมือนกันที่
00:03:35 → 00:03:36เรียกว่า pregnancy Brain Fox อันเนี้ย
00:03:37 → 00:03:40อันนี้จะเป็นในในช่วงของของวัยคุณแม่ที่
00:03:40 → 00:03:43ที่ทำให้สมองตื้อหรือคิดอะไรยากขึ้นได้
00:03:43 → 00:03:46อ่าหรืออย่างในหลังยุคโควิดแบบนี้ใช่มั้ย
00:03:46 → 00:03:49คะมันก็มีเหมือนกันบางคนที่เป็นรองโควิด
00:03:49 → 00:03:52เนาะในในหลังรองโควิดนี่เขาก็พบว่าอ่าใน
00:03:52 → 00:03:55ช่วงแบบประมาณ 3 เดือนหลังจากเป็นโควิด
00:03:55 → 00:03:58แล้วบางคนพบว่า 1 1 ใน 1 ในคนที่เป็น
00:03:58 → 00:04:01เนี่ยอาจจะมีมีเรื่องของ Brain fo ได้
00:04:01 → 00:04:03หลังจากเป็นโควิดไปแล้วแต่ถ้าแต่ก็ไม่ได้
00:04:03 → 00:04:06เป็นในระยะยาวนะคะต้องต้องไม่ใช่อ้างว่า
00:04:06 → 00:04:07เป็นโควิดอะไรอย่างงี้เนาะเพราะมันจะเป็น
00:04:07 → 00:04:11แค่สั้นๆค่ะแปลว่า Brain ฟอกหรือว่าอาการ
00:04:11 → 00:04:15สมองล้าแบบเนี้ยค่ะมันมีหลายปัจจัยมาก
00:04:15 → 00:04:17แล้วก็ในปัจจัยต่างๆเนี่ยมันสามารถเกิด
00:04:17 → 00:04:21กับทั้งคนในวัยทำงานทั้งในวัยของคุณแม่
00:04:22 → 00:04:25แปลว่ามันมีหลายสจมากใช่ๆค่ะแล้วอ่าแล้ว
00:04:25 → 00:04:27ก็จริงๆเรื่องของเบรนมันมันกว้างมากเนาะ
00:04:27 → 00:04:30อ๋ออีกอย่างนึงที่ฝนลืมบอกไปสำคัญเลยคือ
00:04:30 → 00:04:32คือการนอนหลับใช่มั้ยคะการนอนหลับนี่ก็
00:04:32 → 00:04:37คือมีผลหลักเลยต่อการการอ่าทำให้สมองฟื้น
00:04:37 → 00:04:40ฟูยากขึ้นแล้วก็เรื่องอาหารด้วยเนาะเพราะ
00:04:40 → 00:04:42วันนี้เราต้องมามาพูดเรื่องอาหารใช่มั้ย
00:04:42 → 00:04:46คะก็สารอาหารขาดสารอาหารอะไรไปหรือว่าได้
00:04:46 → 00:04:48รับสารอาหารที่ไม่ดีมากเกินไปมันก็ส่งผล
00:04:48 → 00:04:51ต่อหลอดเลือดในสมองได้เพราะสมองเราก็
00:04:51 → 00:04:54ประกอบด้วยตัวของหลอดเลือดเล็กๆใช่มั้ยคะ
00:04:54 → 00:04:56อย่างคนเป็นสตกเนี่ยก็เป็นเพราะจากหลอด
00:04:56 → 00:04:59เลือดเนี่แหละหรือคนที่เป็นพิสันก็เหมือน
00:04:59 → 00:05:05กันก็จพบว่าโดนใช่คะสเคมีในสมองด่าไม่บ
00:05:05 → 00:05:08ใช่มคะก็ก็เป็นเรื่องของสมองเหมือนกันพวก
00:05:08 → 00:05:11นี้ค่ะก็เป็นจากสสารอาหารก็เป็นเป็นส่วน
00:05:11 → 00:05:16สำคัญเลยค่ะค่ะงั้นแปลว่าจริงๆแล้วเนี่ย
00:05:16 → 00:05:19อาหารเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดสิ่งนี้
00:05:19 → 00:05:22ได้ก็แปลว่ามันก็จะมีอาหารที่จะสามารถ
00:05:22 → 00:05:26ป้องกันสิ่งนี้ได้เหมือนกันใช่ก็จริงๆ
00:05:26 → 00:05:28แล้วเป็นเป็นด้านขององค์รวมเนาะที่ทำให้
00:05:28 → 00:05:31เกิดปัจจต่าตๆแล้วก็การจะแก้ก็ควรจะแก้
00:05:31 → 00:05:34ด้วยองค์รวมเหมือนกันแต่ว่าสารอาหารเนี่ย
00:05:34 → 00:05:38ก็มีผลที่จะช่วยในการฟื้นฟูบำรุงส้มแซมนะ
00:05:38 → 00:05:41คะแปลว่าจริงๆแล้วถ้าเกิดสมมุติว่าเรา
00:05:41 → 00:05:43เริ่มมีอาการเหล่านี้แล้วอ่ะค่ะอาการที่
00:05:44 → 00:05:46แบบบ่งบอกตอนแรกที่คุณฝนบอกเนาะค่ะสาร
00:05:46 → 00:05:49อาหารแล้ววิตามินช่วยเราได้ใช่มีสารอาหาร
00:05:49 → 00:05:51อะไรบ้างหรือวิตามินอะไรบ้างที่จะช่วยเรา
00:05:51 → 00:05:55ได้ค่ะอ่าโอเคก่อนที่จะฝนจะไปพูดถึงสาร
00:05:55 → 00:05:58อาหารตัวตัวอะไรตัวใดตัวหนึ่งเป็นหลักนะ
00:05:58 → 00:06:02คะฝนขออนุญาตอ่าเกริ่นถึงอาหารองค์รวม
00:06:02 → 00:06:04ก่อนเนาะเป็นแพทเทิร์นของอาหารโดยรวม
00:06:04 → 00:06:06เพราะว่าในทางโภชนาการของเราเนี่ยส่วน
00:06:06 → 00:06:09ใหญ่โภชนาการก็ตามหรือด้าน wellbeing ที่
00:06:09 → 00:06:12เดี๋ยวนี้เราเอ่อฮอฮิตขึ้นมากเลยใช่ไมมคะ
00:06:12 → 00:06:16ก็คือเขาจะดูทั้งองค์รวมเลยเนาะก็คือเป็น
00:06:16 → 00:06:193 อ 1 นใช่มั้ยคะก็คืออารมณ์อาหารออก
00:06:19 → 00:06:22กำลังกายแล้วก็นอนหลับใช่มั้ยคะอารมณ์
00:06:22 → 00:06:25อาหารออกกำลังกายนอนหลับใช่ที่ที่เป็นตัว
00:06:25 → 00:06:28องค์รวมงั้นเรามาเริ่มที่ออแรกกันก่อน
00:06:28 → 00:06:34มั้ยคะอารมณ์ค่ะก็อารมคือในดที่ยวนี้เอ่อ
00:06:34 → 00:06:37บูมขึ้นแล้วก็ให้ความสำคัญเยอะขึ้นใช่คะ
00:06:37 → 00:06:40อารมณ์เนี่ยก็อย่างที่บอกไปเช่นเดี๋ยวเรา
00:06:40 → 00:06:43จะมาพูดถึงสารอาหารตัวนึงที่มีมีอ่าที่
00:06:43 → 00:06:46เรียกว่าทริปโตเฟนเนาะที่ช่วยสร้างเป็น
00:06:46 → 00:06:49ตัวสารตั้งต้นเลยในการสร้างเเซโรโทนินนะ
00:06:50 → 00:06:52คะฮอร์โมนที่ชื่อว่าเซโรโทนินเนี่ยเป็น
00:06:52 → 00:06:54ตัวเหมือน Happy ฮอร์โมนนะคะพอเรามี
00:06:55 → 00:06:57เซโรโทนินเนี่ยมันก็จะทำให้เหมือนเรามี
00:06:57 → 00:07:00ความสุขที่แบบมั่นคง
00:07:00 → 00:07:02คะอ่าถ้าถ้าพี่บีบเคยได้ยินพวกฮอร์โมน
00:07:02 → 00:07:06ความสุขต่างๆใช่มคมีเซโรโทนินมีโดพามีน
00:07:06 → 00:07:08ใช่มั้ยคะซึ่งซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เรา
00:07:08 → 00:07:11เหมือนได้รับรีวอร์ดจากมีเอนโดฟินด้วยอ่า
00:07:11 → 00:07:13ใช่เอนโดฟินเช่นหลังออกกำลังกายใช่มั้ยคะ
00:07:13 → 00:07:17หรือออกซิโทซินที่ได้รับจากการอ่าการกอด
00:07:17 → 00:07:21หรือว่าลูกที่เ่อกินนมแม่ใช่มั้ยคะพวกนี้
00:07:21 → 00:07:24ก็จะเป็น 4 ตัวหลักๆนี้ที่ที่เป็นฮอร์โมน
00:07:24 → 00:07:26ความสุขส่วนที่เป็นตรงข้ามก็คือจะเป็น
00:07:26 → 00:07:28คอร์ติซอลที่เป็นฮอร์โมนความเครียดเนาะ
00:07:28 → 00:07:32ซึ่งเซโรโทนินเนี่ยได้จากการกินอาหารที่
00:07:32 → 00:07:35ชื่อกรดอะมิโนที่ชื่อทริปโตเฟนอ่า
00:07:35 → 00:07:39ทริปโตเฟนที่อยู่ในในในกรดอมิโนที่เดี๋ยว
00:07:39 → 00:07:42เราเดี๋ยวฝนไปพูดให้ฟังต่อโอเคได้เลยค่ะ
00:07:42 → 00:07:45ทีนี้เราอารมณ์ะแต่ว่าเราต้องบริหาร
00:07:45 → 00:07:48อารมณ์ของเราออที่ 2 อาหารเดี๋ยวเราจะไป
00:07:48 → 00:07:50คุยกันอันนี้เป็นเรื่องหลักของเราในวัน
00:07:50 → 00:07:53นี้ส่วนออที่ 3 คือออกกำลังกายคือฝนไม่คำ
00:07:53 → 00:07:56แนะนำมั้ยคะอ่าจริงๆออกกำลังกายก็อย่าง
00:07:56 → 00:07:58ที่เราเคยได้ยินเลยเนาะตามตามทั่วไปเลย
00:07:58 → 00:08:01เดี๋ยวนี้ไกด์ไลน์เก็มีอาจจะมียิบๆย่อยๆ
00:08:01 → 00:08:05แต่ละแบบใช่มั้ยคะแต่ว่าก็คืออย่างที่โดย
00:08:05 → 00:08:07รวมแล้วก็คือออกกำลังกายให้อยู่ใน
00:08:07 → 00:08:11150-200 นาทีต่อชั่วโมงนะคะมีคาร์ดิโอ
00:08:11 → 00:08:15ที่เป็นแบบด้านช่วยด้านหัวใจแล้วก็อ่ามีเ
00:08:15 → 00:08:17Training ใช่มั้ยคะที่ช่วยเรื่องกล้าม
00:08:17 → 00:08:19เนื้อนะคะแล้วก็เรื่อง stretching ก็
00:08:19 → 00:08:21สำคัญ stretching เนี่ยอาจจะเป็นตัวหลัก
00:08:21 → 00:08:26ที่ที่ช่วยด้านของด้านของความรีกความพวก
00:08:26 → 00:08:30พวกนี้เนาะต่อสมองมากขึ้นค่ะโอเค 3 ออ
00:08:30 → 00:08:34แล้วอันสุดท้ายคืออ่านอนหลับอ่าใช่ที่
00:08:34 → 00:08:36เป็นตัวเหมือนเป็นเป็นพิล่าเลยเนาะเป็น
00:08:36 → 00:08:40แกนกลางของของสมองเรื่องของสมองเนาะก็คือ
00:08:40 → 00:08:43การนอนหลับเนี่ยก็อย่างที่เราถูกสอนมาว่า
00:08:43 → 00:08:46ควรจะนอนให้ถึง 7-8 ช่วโมงเลยใช่มั้ยคะ
00:08:46 → 00:08:48แต่ว่าอาจจะทำยากมากขึ้นด้วยยุคสมัย
00:08:48 → 00:08:50เดี๋ยวนี้ที่เริ่มมีเรื่องของเทคโนโลยีมี
00:08:50 → 00:08:54สมาร์ทโฟนมีสรน Time ที่เราเอ่อก่อนนอน
00:08:54 → 00:08:57ยังแบบยังต้องไถอยู่เลยใช่มั้ยคะอ่าพวก
00:08:57 → 00:09:00นี้ก็อาจจะต้องเอ่อพยายาม
00:09:00 → 00:09:02พยายามตัดใจนิดนึงเนาะก่อนนอนสักชั่วโมง 2
00:09:02 → 00:09:07ช่วโมงนะคะหรือว่าเอ่อเ่อนั่นแหละก็
00:09:07 → 00:09:11พยายามหลีกเลี่ยงอ๋อหรือว่าตอนในเวลากลาง
00:09:11 → 00:09:13วันก็ตามอาจจะต้องมีเป็นแบบปิด
00:09:13 → 00:09:15Notification บ้างอะไรอย่างงี้เนาะเพื่อ
00:09:15 → 00:09:18ไม่ให้เหมือนถูกกระตุ้นตลอดเวลาที่ทำให้
00:09:18 → 00:09:22เราเรารู้สึกเครียดนะคะประมาณนั้นใช่ค่ะ
00:09:22 → 00:09:25บีบีเคยได้ยินที่เขาพูดถึงเรื่องการ
00:09:25 → 00:09:28เตรียมตัวก่อนการนอนเขาบอกว่ามันสำคัญมาก
00:09:28 → 00:09:30เพราะว่าทั้งวน่ะเราอยู่กับโซเชียลเรา
00:09:31 → 00:09:33อยู่กับแสงเราอยู่กับไม่ว่าจะเป็นแสง
00:09:33 → 00:09:37โทรศัพท์เอ่อแสงสีน้ำเงินที่มันค่อนข้าง
00:09:37 → 00:09:40จะรบกวนเซลล์ในสมองเราพอสมควรเลยเพราะ
00:09:41 → 00:09:43ฉะนั้นเอ่อคุณฝนเลยแนะนำว่า 1 ช่วโมงก่อน
00:09:43 → 00:09:47นอนเป็นการเตรียมตัวที่สำคัญมากใช่มยคะใช
00:09:47 → 00:09:49ใช่แล้วก็จริงๆก็คือระหว่างวันด้วยใช่
00:09:49 → 00:09:52มั้ยคะที่อย่างที่ฝนบอกไปว่าเรื่องของ
00:09:52 → 00:09:54multitasking ที่เดี๋ยวนี้คนขับรถไปด้วย
00:09:54 → 00:09:57ดูแมพไปด้วยทำตอบลนไปด้วเอ่อตอบตอบงานไป
00:09:57 → 00:10:00ด้วยใช่มั้คะมันก็จะเหมือนกระตุ้นเพะ
00:10:00 → 00:10:03เพราะฉะนั้นอาจจะต้องพยายามแบบจัดลำดับ
00:10:03 → 00:10:05ความสำคัญมากขึ้นหรือว่าพยายามแบบอะไรที่
00:10:05 → 00:10:09ตัดได้ก็ก็วางไว้ก่อนให้ให้ให้ไม่ต้องแบบ
00:10:09 → 00:10:11ต้องทำทุกอย่างพร้อมกันเกินไปมันก็จะเป็น
00:10:11 → 00:10:14ความเครียดที่ทำให้สมองล้าได้อมันทำให้
00:10:14 → 00:10:17สมองมันเหมือนไม่ได้พักผ่อนใช่ค่ะแล้วก็
00:10:17 → 00:10:20มันจะมีเหมือนเราพูดถึงสมองล้าไปแล้วเนาะ
00:10:20 → 00:10:24มันจะมีอีกตัวนึงที่ที่อาจจะคล้ายๆกันแต่
00:10:24 → 00:10:27ว่ามันเดี๋ยวนี้เขาบัญญัติมาว่าชื่อ bey
00:10:27 → 00:10:30Brain อ bey Brain อก็คือเหมือนสองยใช่
00:10:31 → 00:10:34คะคือสมองยุ่งแต่ว่ากลายเป็นว่ายุ่งนะ
00:10:34 → 00:10:37อยากคิดงานให้ออกตลอดเวลาแต่ว่าคิดไม่ออก
00:10:37 → 00:10:40อยู่ดีนะคะก็คือเขาจะเรียก bey Brain
00:10:40 → 00:10:42ซึ่งเหมือนเป็นคำจำกัดความของดอกเตอรคน
00:10:42 → 00:10:45นึงด้านนโรนี่แหละที่เขาเขียนหนังสือมา
00:10:45 → 00:10:49ด้านนี้นะคะก็นั่นแหละเขาก็พูดถึงว่าสมัย
00:10:49 → 00:10:51นี้โดยเฉพาะคนที่เป็น perfectionist เยอะ
00:10:51 → 00:10:54ๆมากๆเนาะพยายามแบบคิดตลอดเวลาก่อนนอนก็
00:10:54 → 00:10:58ยังคิดอยู่แต่ยังทำเนี่ยค่ะก็ก็เป็นคำคำ
00:10:58 → 00:11:01ใหม่อ๋อคำใหม่มันเหมือนคำใหม่มันเกิดขึ้น
00:11:01 → 00:11:06มาพร้อมๆกับไลฟ์สไตล์ของคนทำงานที่แบบไม่
00:11:06 → 00:11:09สามารถจะหยุดพักสมองได้ใช่ค่ะทีนี้พอคุณ
00:11:09 → 00:11:12ฝนพูดถึงคำนี้ขึ้นมามันมีอีกคำนึงที่เร็ว
00:11:12 → 00:11:14ๆนี้บีบีเพิ่งจะได้เห็นในโซเชียลมีเดีย
00:11:14 → 00:11:17ซึ่งมันเป็นปัญหาสมองของคนในวัยทำงานใน
00:11:17 → 00:11:21ยุคนี้ก็คือสมองเน่าเบนรอมันคืออะไรคะคุณ
00:11:21 → 00:11:24ฝนค่ะจริงๆคำนี้เป็นคำใหม่มากเนาะที่เขา
00:11:24 → 00:11:27เพิ่งบัญญัติมาปีนี้เลย 2024 นี้เลยทของ
00:11:27 → 00:11:30ออกฟอร์ดเขาเพิ่งบัญญัตมาใช่คก็คือเหมือน
00:11:30 → 00:11:34กับการที่เราเสพสื่อเยอะๆด้านของโดยเฉาะ
00:11:34 → 00:11:36สื่อที่เป็นสื่อที่ด้านสิ่งหรือว่าสื่อ
00:11:36 → 00:11:40ที่เป็นีมากขึ้นใช่ไหมคะอ่าทำให้เหมือน
00:11:40 → 00:11:43สมองเราต้องทำงานตลอดเวลาหรือแบบพยายาม
00:11:43 → 00:11:46แบบดีท็อกซ์ออกไปยากขึ้นใช่มคะก็ทำให้
00:11:46 → 00:11:49เหมือนนั่นแหละเขาเรียกก็เลยมาใช้คำนี้
00:11:49 → 00:11:52ว่าสมองเน่านะคะบีบีเคยได้ยินเรื่องนี้
00:11:52 → 00:11:55เรื่องของสมองเน่าเนาะจริงๆแล้วเขาบอกว่า
00:11:55 → 00:11:58ทุกๆข้อมูลแล้วก็เอ่อทุกๆไม่ว่าจะเป็น
00:11:58 → 00:12:02อะไรโชลที่เราดูอ่ะมันเหมือนเราเอาไปเก็บ
00:12:02 → 00:12:05ไว้ในสมองใชแล้วสมองเขาก็ฉลาดมากพอที่เขา
00:12:05 → 00:12:07จะไปเก็บไว้ในจิต้าสนุกของเราเอออันนี้
00:12:08 → 00:12:11แบบอันตรายมากค่ะใช่จริงทีนี้เนี่ยไม่ว่า
00:12:11 → 00:12:14จะเป็นเอ่อไลฟ์สไตล์ใหม่ๆของคนทำงานใน
00:12:14 → 00:12:17สมัยนี้เนาะที่มันทำให้เกิดคำศัพท์ใหม่ๆ
00:12:17 → 00:12:21สมองเน่าเนฟอะไรก็แล้วแต่อ่ะค่ะเรากลับมา
00:12:21 → 00:12:26ที่ออตัวออคืออาหารที่สำคัญที่เราบริโภค
00:12:26 → 00:12:28ทุกวันอันเนี้ยมันเหมือนกับเป็นตัวที่
00:12:28 → 00:12:31ช่วยเราเราได้เป็นด่านแรกๆเลยมยคะคุณฝน
00:12:31 → 00:12:34อาหารเนาะที่เราจะมาพูดกันอย่างที่ฝนบอก
00:12:34 → 00:12:37ก็คืออ่าอาหารจริงๆมันมีอาหารแพทเทิร์น
00:12:37 → 00:12:40นึงที่เขาแนะนำเลยสำหรับเรื่องของสมองนะ
00:12:40 → 00:12:44คะชื่อว่า mind Diet เนาะ m d mind
00:12:44 → 00:12:46Diet หรือว่า mind ที่แปลว่าจิตใจนี่
00:12:46 → 00:12:50แหละนะคะอ่าซึ่งมันเป็นความอาหารที่ควบ
00:12:50 → 00:12:53รวมของ 2 2 แพทเทิร์นอาหารในทางโภชนาการ
00:12:53 → 00:12:56ที่เราแบบพูดถึงกันอยู่บ่อยๆเลยที่มีอยู่
00:12:56 → 00:12:59ในไกด์ไลน์ที่ส่วนใหญ่จะแบบโอ้โหวิจัยตัว
00:12:59 → 00:13:02นี้มาแบบ Positive ตลอดเลยเนาะก็คือเป็น
00:13:02 → 00:13:06อาหารแพทเทิร์นแรกที่ฝนบอกก็คือ meditan
00:13:06 → 00:13:08died นะคะไม่แน่ใจพี่บีบีเคยได้ยินมั้ย
00:13:08 → 00:13:12เินไดเอต meditan Diet พี่บีบีเคยได้ยิน
00:13:12 → 00:13:15แต่ meditan Food ซึ่งเป็นของโรดพี่บี
00:13:15 → 00:13:17เหมือนกันอ๋อนั่นแหละอันเดียวกันใช่ๆค่ะ
00:13:17 → 00:13:20ก็จะเป็นเมดิเตอร์เรเนียนมันก็จะเป็นแถบ
00:13:20 → 00:13:24ยุโรปทางใต้ใช่มั้ยค่ะอิตาลีเอ่อฝรั่งเศส
00:13:24 → 00:13:27โครเอเชียอะไรพวกนี้เนาะกรีซที่มันจะเขา
00:13:27 → 00:13:30จะกินเน้นอะไรคะเน้นเน้ปลาปลาใช่มั้ยคะเ
00:13:30 → 00:13:33ปลาอาหารอาหารทะเลเนาะแล้วก็จะมีพวกนัท
00:13:33 → 00:13:36หรือว่าพวกซีดต่างๆพวกแบบถั่วเปลือกแข็ง
00:13:36 → 00:13:39ที่เขากินเยอะๆใช่มั้ยคะแล้วก็ใช้น้ำมัน
00:13:39 → 00:13:41หลักของเขาจะเป็นน้ำมันมะกอกเนาะเพราะ
00:13:41 → 00:13:44ทั้งนั้นเขาผลิตได้เยอะใช่มั้ยคะอ่าซึ่ง
00:13:44 → 00:13:47เขาก็วิจัยมาแล้วว่าอาหารอ่าอาหารเนี้ยนะ
00:13:47 → 00:13:51คะเอ่อช่วยลดโรคเรื้อรังต่างๆได้ดีเลยนะ
00:13:51 → 00:13:54คะไม่ว่าจะเป็นเขไปวิจัยกับหลอดเลือดและ
00:13:54 → 00:13:56หัวใจอะไรเงี้ยซึ่งฝนบอกไปแล้วเนาะว่า
00:13:56 → 00:14:00หลอดเลือดมันก็สำคัญต่อทั้งร่างกายเรามี
00:14:00 → 00:14:03มีหลอดเลือดทั้งที่หัวใจที่สมองที่ไตอะไร
00:14:03 → 00:14:07ทุกอย่างนะคะอ่าแล้วก็แพทเทิร์นเนี้ยนะคะ
00:14:07 → 00:14:12เขาก็อีกอันนึงนะคะก็คือเรื่องของ Dash
00:14:12 → 00:14:16Diet นะคะ Dash Diet d a SH เนาะมัน
00:14:16 → 00:14:19ก็เป็นตัวย่อเหมือนกันนะคะเอ่อเป็นชื่อ
00:14:19 → 00:14:21ย่อของว่า
00:14:21 → 00:14:23Diary Approach to Stop
00:14:23 → 00:14:26hypertension นะคะก็คือเป็นอาหารที่คิด
00:14:26 → 00:14:29ค้นมาสำหรับลดความเสี่ยงโรคอ่าความดัน
00:14:29 → 00:14:33โลหิตสูงนะคะอ่าเขาก็เอา 2 อันเนี้ยมาบวก
00:14:33 → 00:14:36กันเนียนมาบวกกับแช Diet ก็กลายเป็น My
00:14:36 → 00:14:40Diet นะคะอ่ากลายเป็น My Diet ซึ่งใช่
00:14:40 → 00:14:44แปลว่าสารอาหารเอ่อหลักหรือวิตามินสำคัญ
00:14:44 → 00:14:46ที่จะช่วยเรื่องการบำรุงสมองที่มันอยู่ใน
00:14:46 → 00:14:49อาหารก็จะมีปลาถั่วเปลือกแข็งใช่
00:14:49 → 00:14:52แพทเทิร์นประมาณนั้นนะคะอ่ะถ้าพี่วีบีวี
00:14:52 → 00:14:55จำได้ตอนเราเรียนตอนเด็กเนาะอาหารหลัก 5
00:14:55 → 00:14:58หมู่ที่เป็นพีระมิดนะคะฐานข้างล่างสุดจะ
00:14:58 → 00:15:02เป็นผักผลม้ใช่มคะผักผลไม้ก็คืออันของ
00:15:02 → 00:15:05เอ่อ My Diet อันเนี้ยเขาก็จะแนะนำพวก
00:15:05 → 00:15:07ผักจริงๆผักหลักสีเนาะที่สมัยนี้จะเป็น
00:15:07 → 00:15:10กินไม่ใช่แค่ใบเขียวและจะเป็นผัก 5 สีเลย
00:15:10 → 00:15:13นะคะเพราะว่าแต่ละอย่างมันก็จะมีสารพฤกษา
00:15:13 → 00:15:15เคมีที่ต่างกันใช่มคะมีสาร
00:15:15 → 00:15:18แอนติออกซิแดนท์ที่ต่างกันเนาะแล้วก็เอ่อ
00:15:18 → 00:15:20วันนึงจริงๆแล้วอยากให้กินให้ได้ถึง 5
00:15:20 → 00:15:24ส่วนหรือ 5 ทัพพีนะคะจะค่อนข้างเยอะเลย
00:15:24 → 00:15:27แต่จริงๆแล้วเป็นเป็นสิ่งที่เราแนะนำเนาะ
00:15:27 → 00:15:305 5 ทพีนะคะแล้วก็ต่อมาขั้นต่อไปจะเป็น
00:15:30 → 00:15:34พวกเ่าอ้อต่อมาจากผักอีกเป็นผลไม้เนาะ
00:15:34 → 00:15:37ผลไม้เขาจะเน้นพวกเบอร์รี่นะคะตกูจริงๆ
00:15:37 → 00:15:39ลูเบอร์รี่สตอเบอร์รี่บลูเบอร์รี่แต่ว่า
00:15:39 → 00:15:43สีอะไรคะอ่าจริงๆได้หมดเลยค่ะแต่ว่าอ่า
00:15:43 → 00:15:46ถ้าเป็นของไทยอาจจะ adap นิดนึงก็ได้เป็น
00:15:46 → 00:15:49เป็นพวกเอ่อม่อนลูกหม่อนเนาะก็จะเป็น
00:15:49 → 00:15:52เมเบอรี่ใช่มั้ยคะหรือหรือของไทย
00:15:52 → 00:15:55กูสเบอร์รี่หรือว่าธงเทงฝรั่งอะไรพวก
00:15:55 → 00:15:57เนี้ยนะคะก็จะเป็นตระกูลเบอร์รี่หรือว่า
00:15:57 → 00:15:59จริงๆแล้วไม่ต้องเป็นต้องเบอร์รี่ตลอด
00:15:59 → 00:16:01หรอกก็คือกินเน้นผลไม้มากขึ้นนั่นแหละวัน
00:16:02 → 00:16:05ลาแนะนำให้เป็น 3 ส่วนหรือว่าอ่ากล้วยลูก
00:16:05 → 00:16:08นึงแอปเปิ้ลลูกนึงอย่างเงี้ยค่ะต่อต่อวัน
00:16:08 → 00:16:12ประมาณนี้นะคะอ่าต่อมาขั้นที่ 2 จะเป็น
00:16:12 → 00:16:15ขั้นของข้าวแป้งใช่ไหมคะคาร์โบไฮเดรตหมวด
00:16:15 → 00:16:17คาร์โบไฮเดรตเนาะคาร์โบไฮเดรตอันนี้ที่
00:16:17 → 00:16:21นี้ไม่ได้กินเป็นแนะนำเป็นอ่าที่ไม่ขัดสี
00:16:22 → 00:16:25หรือว่าโฮเกนนะคะเช่นของไทยเนาะเอามาดปก็
00:16:25 → 00:16:29จะเป็นเอ่อไรเบอร์รี่นะคะข้าวกล้องซมมือ
00:16:29 → 00:16:32พวกนี้เพราะว่าอ่าอย่างที่เรารู้กันเนาะ
00:16:32 → 00:16:35ที่มันจะมีวิตามินบีสูงขึ้นนะคะไม่ได้โดน
00:16:35 → 00:16:38ขัดสีสารอาหารสำคัญออกไปเนาะแล้วก็ไม่ได้
00:16:38 → 00:16:41เหลือแต่แป้งใช่มคะอ่ามันจะเหลือวิตามินบ
00:16:41 → 00:16:45ที่ค่อนข้างเยอะในข้าวกล้องนะคะต่อมาก็จะ
00:16:45 → 00:16:49เป็นพวกเนื้อสัตว์โปรตีนใช่มคะในของไ
00:16:49 → 00:16:52ไดเอตเขาก็จะแนะนำพวกปลาอย่างที่ฝนกล่าว
00:16:52 → 00:16:56ไปเนาะเป็นปลาแบบปลาที่มันมีโอเมก้า 3
00:16:56 → 00:17:00สูงมีปลาบอกว่าต้องนำสหรือน้ำเค็มมั้ยคะ
00:17:00 → 00:17:02จริงๆได้ทั้ง 2 ที่แต่ว่าเน้นเป็นปลาที่
00:17:02 → 00:17:05มีโอเมก้า 3 สูงก็ส่วนใหญ่จะเป็นถ้าของ
00:17:05 → 00:17:08ปลาไทยเนาะก็ปลากะพงปลาสำลีปลาจาระเม็ด
00:17:08 → 00:17:11ปลาทูได้นะคะของของทางต่างชาติเขาจะเป็น
00:17:11 → 00:17:14ปลาแซลมอนเนาะที่เราได้ยินเป็นตัวหลักเลย
00:17:14 → 00:17:18ของโอเมก้า 3 นะคะปลาแซลมอนปลาทูน่าพวก
00:17:18 → 00:17:22นี้นะคะโอเคต่อมาก็อ๋อแล้วก็ที่สำคัญคือ
00:17:22 → 00:17:25รถพยายามลดเนื้อแดงเนื้อแดงจะอยู่ในเนื้อ
00:17:25 → 00:17:28วัวเนื้อหมูเนาะเพราะว่ามันก็จะส่วนใหญ่
00:17:28 → 00:17:31เนื้อแดงหรือว่า process อ่า Meat เนาะ
00:17:31 → 00:17:34ที่เป็นแบบแฮมเบคอนไส้กรอพวกนี้เนาะที่
00:17:34 → 00:17:37เป็นของอร่อยเลยเนาะมันจะค่อนข้างเพิ่ม
00:17:37 → 00:17:40ความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆแล้วตระกูล
00:17:40 → 00:17:43อาหารทะเลอย่างเช่นสัตว์เปือกแข็งกุ้งหอย
00:17:43 → 00:17:45ปลาหมึกแบบนี้เป็นต้นล่ะคะจริงๆอย่างพวก
00:17:45 → 00:17:49ปลากุ้งอย่างเงี้ยได้แต่ว่าถ้าพวกอ่าปลา
00:17:49 → 00:17:51หมึกหอยเนี่ยมันอาจจะเริ่มมีคอเลสเตอรอล
00:17:51 → 00:17:54ที่ค่อนข้างเยอะกว่าใช่ๆโปรตีนต่ำก็จริง
00:17:54 → 00:17:58แต่ว่าคอเลสเตอรอลจะเยอะกว่าพวกปลากับกับ
00:17:58 → 00:18:03กับอ่าพวกปลากับกุ้งนะคะค่ะโอเคต่อมาขั้น
00:18:03 → 00:18:06สุดท้ายเนาะก็จะเป็นตัวไขมันใช่ไหมมคะไข
00:18:06 → 00:18:10มันที่เขาใช้ก็คืออเอ่อน้ำมันมะกอกใช่
00:18:10 → 00:18:12มั้ยคะอ่าแต่อย่างบ้านเราก็เป็นน้ำมันลำ
00:18:12 → 00:18:15ข้าวก็ได้สนับสนุนของไทยได้เหมือนกันเนาะ
00:18:15 → 00:18:18น้ำมันรำข้าวก็จะมีวิตามินอีสูงเช่นกันนะ
00:18:18 → 00:18:21คะหรือว่าอ่าคาโนล่าเนาะเพราะมันจะเป็น
00:18:21 → 00:18:25น้ำมันที่เอ่อเหมือนเราใช้เป็นสลับสะ
00:18:25 → 00:18:28เปี่ยนกันพวกเยค่ะก็จะได้ทั้งไขมันไม่
00:18:28 → 00:18:31อิ่มตัวมันจะมีทั้งเชิงเดี่ยวเชิงซ้อนพวก
00:18:31 → 00:18:34เที่ร่างกายเราต้องการนะคะค่ะทีนี้เนี่ย
00:18:34 → 00:18:37ถ้าเกิดสมมุติว่าเราทำกับข้าวทานเองที่
00:18:37 → 00:18:40บ้านเนี่ยค่ะพี่อ่อบีบีว่ามันก็ง่ายแต่ที
00:18:40 → 00:18:42นี้ถ้าเกิดสมมุติว่าเป็นวัยทำงานที่โลก
00:18:42 → 00:18:45มันหมุนเร็วแล้วทุกคนเหมือนฟาสฟู้ดจะช่วย
00:18:45 → 00:18:48ให้เขาสามารถแบบทำอะไรได้เร็วขึ้นน่ะแบบ
00:18:49 → 00:18:51นี้เป็นต้นนะค่ะอค่ะคุณฝนมีคำแนะนำมยคะ
00:18:51 → 00:18:54สำหรับวัยทำงานที่แบบฉันไม่มีเวลาทำกับ
00:18:54 → 00:18:59ข้าวเองอืค่ะจริงๆก็เข้าใจเนาะเพราะว่าก็
00:18:59 → 00:19:01ด้วยด้วยความเร่งรีบจริงๆแล้วก็ไม่ใช่ว่า
00:19:01 → 00:19:04นักโภชนาการไม่กินเลยเนาะก็ยังยังกินยัง
00:19:04 → 00:19:07กินบ้างเหมือนกันแต่ว่า 1 อาจจะดูที่ฉลาก
00:19:07 → 00:19:11โภชนาการด้วยว่าเอ่อเลือกตัวที่เป็นเขา
00:19:11 → 00:19:13เรียกว่าเป็นมีสัญลักษณ์สุขภาพขึ้นมาเป็น
00:19:14 → 00:19:16ตัวที่เราเหมือนค่อยสกรีนมาให้ส่วนหนึ่ง
00:19:16 → 00:19:19และว่าอโอเคสารอาหารหวานมันเค็มไม่เกินนะ
00:19:20 → 00:19:22อะไรอย่างเงี้ยค่ะหรือ 2 ก็คือพยายาม
00:19:22 → 00:19:25เลือกตัวที่ฝนแนะนำไปเนาะถ้าเป็นข้าวข้าว
00:19:25 → 00:19:28กล่องที่เป็นโฮเกนได้เข้าข้าวซ้อมมือได้
00:19:28 → 00:19:31ก็จะดีดีขึ้นอย่างเงี้ยค่ะหรือกินก็ได้
00:19:31 → 00:19:34แต่ว่าพยายามไปบานมื้ออื่นอย่างเงี้ยค่ะ
00:19:34 → 00:19:37หรือว่าเอ่อออกกำลังกายมากขึ้นก็ได้ก็ใช้
00:19:38 → 00:19:41เป็นวิธี Balance เอาได้ค่ะใช่แล้วก็อย
00:19:41 → 00:19:43ถ้ากินข้างนอกได้ไม่มีปัญหาแต่ว่าก็คือ
00:19:43 → 00:19:48พยายามอ่าดูที่ 3 ตัวเค่ะหวานมันเค็มนะคะ
00:19:48 → 00:19:53เลือกใช่ๆมันจะมีสูตรเราต้องเลือกท 661
00:19:53 → 00:19:56ก็คือน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนเอออะไรอย่าง
00:19:56 → 00:19:59เงี้ยค่ะหรือว่าไขมันไม่เกิน 6 แล้วก็
00:19:59 → 00:20:02โซเดียมไม่เกิน 1 ช้อนชาอย่างเงี้ยค่ะ
00:20:02 → 00:20:06ประมาณนี้เอ่อเห็นคุณฝนเอ่ยถึงกรดอะมิโน
00:20:06 → 00:20:08เนาะเพราสิ่งเนี้ยเป็นสิ่งที่จำเป็นกับ
00:20:08 → 00:20:10ร่างกายแล้วก็ช่วยเรื่องสมองด้วยกรด
00:20:10 → 00:20:14อะมิโนนี้เราควรจะทานเขทุกวันอ่าใช่อ่า
00:20:14 → 00:20:16เพราะฉะนั้นไอ้กรดอมิโนตัวเยค่ะเขามี
00:20:16 → 00:20:21ประโยชน์ค่ะเด่นยังไงบ้างคะโอเคก็จริงๆ
00:20:21 → 00:20:23กรดอะมิโนเนาะเราจะได้จากการกินโปรตีน
00:20:23 → 00:20:26อยู่แล้วใช่มคะโปรตีนกินเสร็จปั๊บมันจะ
00:20:26 → 00:20:29ย่อยออกมาเป็นหน่วยเล็กที่ชื่อว่ากรดอิน
00:20:29 → 00:20:33ใช่มคะซึ่งร่างกายเรามีทั้งผลิตเองได้
00:20:33 → 00:20:35แล้วก็ไม่ได้เนาะตัวที่เราผลิตเองไม่ได้
00:20:35 → 00:20:38ก็คือจะเป็นกรดอะมิโนจำเป็นใช่มคะตัวตัว
00:20:38 → 00:20:41จำเป็นเนี่ยที่เราต้องการจากอาหารใช่มคะ
00:20:41 → 00:20:46อาหารที่มีที่มีที่มีโปรตีนนะคะซึ่งอย่าง
00:20:47 → 00:20:50ตัวนึงที่เป็นสำคัญต่อสมองเลยอย่างที่ฝน
00:20:50 → 00:20:54เกริ่นไปแล้วก็คือทฟนใช่มฟนตัวเนี้ยก็คือ
00:20:54 → 00:20:58เป็นตัวที่เป็นสารตั้งต้นนะคะพอกินเข้าไป
00:20:58 → 00:21:02แล้วและเรามันจะไปเปลี่ยนเป็นตัวของ
00:21:02 → 00:21:05เซโรโทนินใช่มยคะอ่าซึ่งเพราะฉะนั้นเราก็
00:21:05 → 00:21:08ซึ่งทริปโตเฟนนี้เราสร้างเองไม่ได้เราเรา
00:21:08 → 00:21:10ต้องกินจากอาหารที่มีกรดอะมิโนหรือมีมี
00:21:10 → 00:21:13โปรตีนนะคะอแล้วก็มีสารอาหารอีกตัวนึงที่
00:21:13 → 00:21:17ช่วยบำรุงสมองก็คือวิตามิน B3 หรือใน
00:21:17 → 00:21:20อาซินอ่าอันนี้เขาจะอยู่ในอาหารประเภทไหน
00:21:20 → 00:21:24ได้บ้างคะเอ่อจริงๆในอาสินเนาะก็จะมีได้
00:21:24 → 00:21:29ในข้าวกล้องนะคะหรือพวกหมูหรือกุ้มนะคะ
00:21:29 → 00:21:33หรือเห็ดพวกเค่ะอ่าพวกนี้ก็จะจะจะเจอมาก
00:21:33 → 00:21:37ในจริงๆวิตามินบมันจะมี Range กว้างมาก
00:21:37 → 00:21:40เลยเนาะที่จะอยู่ตั้งแต่วิตามิน B1 ถึง
00:21:40 → 00:21:44B12 ใช่ไมมคะซึ่งทั้งทั้งทุกตัวเค่ะส่วน
00:21:44 → 00:21:46ใหญ่เป็นวิตามินบเนี่ยจะช่วยในเรื่องของ
00:21:46 → 00:21:49ระบบประสาทและสมองใช่มคะเป็นตัวที่ช่วย
00:21:50 → 00:21:54เหมือนสำคัญในการสร้างสารสื่อประสาทนะคะ
00:21:54 → 00:21:57สารสื่อประสาทก็คือเหมือนตัวที่ปกติสมอง
00:21:57 → 00:22:00เราจะมีเหมือนเป็นแขนงใช่่มคะแขนงที่มัน
00:22:00 → 00:22:03จะต้องเชื่อมต่อกันเนาะเราต้องมีสารสื่อ
00:22:03 → 00:22:05ประสาทเในการที่เหมือนคล้ายๆสัญญาณไฟไฟ
00:22:05 → 00:22:08ฟ้าที่ช่วยส่งต่อถ้าขาดสารสื่อประสาท
00:22:08 → 00:22:12เนี่ยมันก็ทำให้นั่นแหละสมองทำงานแบบเ่อ
00:22:12 → 00:22:15ไม่เป็นไม่เต็มประสิทธิภาพได้ซึ่งวิตามิน
00:22:15 → 00:22:18บีเนี่ยค่ะที่เป็นตัวสำคัญในการช่วยมีบท
00:22:18 → 00:22:22บาทด้านของของสมองอใช่จริงๆไม่ใช่แค่ด้าน
00:22:22 → 00:22:26อ่าการทำงานสมองเนาะเเพบว่าเอ่อเรื่องของ
00:22:26 → 00:22:30มูดเรื่องของอารมต่างๆก็ก็ก็มีการวิจัย
00:22:30 → 00:22:33เพิ่มขึ้นเหมือนกันอค่ะซึ่งในแินนี่ก็
00:22:33 → 00:22:36เป็นตัวเเรียกว่าเหมือนช่วยเรื่องเรื่อง
00:22:36 → 00:22:38ปรับอารมณ์พวกนี้เช่นกันในในด้านของ
00:22:38 → 00:22:40mental Health เนาะที่เขาวิจัยมากขึ้น
00:22:41 → 00:22:44ค่ะค่ะที่แบบจริงๆแล้วที่คุณฝนบอกเนาะว่า
00:22:44 → 00:22:47เราต้องบาานกับ 3 ออคือเราทานอาหารแล้วก็
00:22:47 → 00:22:51อารมณ์ของเราการออกกำลังกายก็ช่วยกหลับก็
00:22:51 → 00:22:54ช่วยทีนี้เนี่ยในแง่ของนักโภชนาการนะคะมี
00:22:54 → 00:22:58คำแนะนำสำหรับการเอ่อทานอาหารสำหรับคน
00:22:58 → 00:23:01รุ่นใหม่แล้วก็ไวัทำงานยังไงได้บ้างคะ
00:23:01 → 00:23:05โอเคก็อย่างที่ฝนบอกเนาะคือเรื่องขององค์
00:23:05 → 00:23:10รวมนะคะแล้วก็จริงๆมีคำศัพท์เยอะเลยเนาะ
00:23:10 → 00:23:14มีเป็นก็คืออาจจะเป็นด้านของ mental หรือ
00:23:14 → 00:23:16ด้านของสมองเนี่ยมันจะมีอีกอันนึงที่ที่
00:23:16 → 00:23:18ดอกเตอร์คนเมื่อกี้ด้านของ bey Brain
00:23:18 → 00:23:21เขาแนะนำเหมือนกันมันจะมีคำว่า Shift
00:23:21 → 00:23:26เนาะก็คือ s i เนี่ยนะคะ S ก็มาจาก Sleep
00:23:26 → 00:23:29เหมือนกัน Sleep ก็คือพยายามอ่ะนอนให้พอ
00:23:29 → 00:23:32เนาะเพราะว่าเอ่อการนอนให้จริงๆไม่ใช่แค่
00:23:32 → 00:23:35พอแต่ว่าต้องมีคุณภาพใช่มั้ยคะคุณภาพก็
00:23:35 → 00:23:37คืออะไรคือไม่ใช่ตื่นกลางดึกตลอดพยายาม
00:23:37 → 00:23:39ไม่ได้กินน้ำเยอะเกินไปก่อนนอนอย่างงี้
00:23:39 → 00:23:43ใช่มั้ยคะหรือว่าปิดเ่อให้มืดเพียงพอเก็
00:23:43 → 00:23:45สำคัญใช่มั้ยคะก็เพราะว่าถ้ามืดไม่เพียง
00:23:45 → 00:23:49พอเนี่ยก็คือมีผลต่อเมลาโทนินเนาะถ้ามัน
00:23:49 → 00:23:53้าที่มันทำงานได้ไม่ดีใช่มั้ยคะอ่าแล้วก็
00:23:53 → 00:23:57มาที่ H เนาะ H ก็ฮอร์โมนใช่มั้ยคะการกิน
00:23:58 → 00:24:00จริงจริงๆคือการกินถ้ามัน process มาก
00:24:00 → 00:24:03เกินไปน้ำตาลมากเกินไปใช่มยคะมันหรือว่า
00:24:03 → 00:24:06เช่นไขมันอิ่มตัวมากจากจากเช่นหนังสัตว์
00:24:06 → 00:24:09จากของทอดจากแบบเบเกอรี่พวกนี้ใช่มั้ยคะ
00:24:09 → 00:24:12มันก็อทำให้ฮอร์โมนเรามัน imbalance ได้
00:24:12 → 00:24:16เหมือนกันนะคะมาที่ตัวไนะคะตัวไก็คือย่อ
00:24:16 → 00:24:18มาจาก inflammation หรืออการอักเสบนั่น
00:24:18 → 00:24:22เองซึ่งเป็นการอักเสบที่ภายในเซลล์เนาะก็
00:24:22 → 00:24:24คือมาจากอย่างที่คล้ายๆเมื่อกี้เลยคือการ
00:24:24 → 00:24:26ที่ทำให้ฮอร์โมนเรา inbalance จากอะไรได้
00:24:26 → 00:24:30บ้างจากอาหารอาหารใช่มคะที่เป็นที่มีเขา
00:24:30 → 00:24:34เรียกว่าออกซินเยอะๆเช่นปิ้งย่างเอ่อ
00:24:34 → 00:24:37อาหารที่รมควันเยอะๆอาหาร process พวกนี้
00:24:37 → 00:24:41นะคะอาหารที่มีไขมอิ่มตัวสูงนะคะหรือน้ำ
00:24:41 → 00:24:43ตาลสูงนะคะก็ทำให้เซลล์เราเขาเรียกว่า
00:24:43 → 00:24:46เซลล์เราอักเสบใช่มยคะหรือเดี๋ยวนี้มัน
00:24:46 → 00:24:49เรื่องของลูชั่นใช่มคะ PM 2.5 อะไรเงี้ย
00:24:49 → 00:24:52ก็ทำให้เกิดอการอักเสบการเขาเรียกว่ามี
00:24:52 → 00:24:55ออกซินหรือว่าเ่ออนุมูลอิสระเยอะใช่มคะ
00:24:55 → 00:24:58ซึ่งเราต้องกินอาหารไปต้านต้านอนุมูลอสระ
00:24:58 → 00:25:02พวกนี้อืนะคะต่อมาก็ตัวตัว f ตัว f ก็คือ
00:25:02 → 00:25:05Food ใช่มั้ยคะอ่าตรงๆเลยอย่างที่เราคุย
00:25:05 → 00:25:08กันมานะคะก็ Food ที่เป็นทั้ง Balance
00:25:08 → 00:25:11died เนาะเดี๋ยวนี้เราจะไม่ได้เน้นตัว
00:25:11 → 00:25:12ของ
00:25:12 → 00:25:15เอ่อตัวไตัว 1 อะไรงี้ใช่มั้ยคะแต่เน้น
00:25:15 → 00:25:17เป็น Balance di whole Food นะคะหรือ
00:25:17 → 00:25:22ว่าเอ่อนั่นแหละแล้วก็มาที่ตัว T ก็คือ
00:25:22 → 00:25:24ต้องพูดถึงเหมือนกันสมัยนี้ก็คือ
00:25:24 → 00:25:27เทคโนโลยีหรือว่าจำง่ายๆว่าเป็นเทเลโฟน
00:25:27 → 00:25:30แค่แที่เพเราใช้เป็นอหเนก็คือนั่นแหละคือ
00:25:30 → 00:25:32พยายามใช้เทคโนโลยีก็
00:25:32 → 00:25:38คือก่อนนอนก็อาจจะต้องต้องพยายามมีพยายาม
00:25:38 → 00:25:40วางเขาเรียกว่าทำมี mental Health ของ
00:25:40 → 00:25:45เราก่อนเช่นอาจจะฟังอะไรสบายๆใช่มยคะหรือ
00:25:45 → 00:25:48ว่าใช้เป็นสมุนไพรที่ช่วยก่อนนอนก็ได้
00:25:48 → 00:25:51หรือว่าเป็นการนั่งสมาธิเดี๋ยวนี้ก็จะพบ
00:25:51 → 00:25:54เยอะว่าการ Meditation เนี่ยมันช่วยด้าน
00:25:54 → 00:25:57ของปรับคลื่นสมองได้พวกนี้นะคะค่ะแปลว่า
00:25:57 → 00:26:00จริงๆเราแบบเราอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยน
00:26:00 → 00:26:03ไลฟ์สไตล์เพื่อช่วยในเรื่องของอาหารด้วย
00:26:03 → 00:26:06ไปด้วยกันค่ะแต่ก็จริงๆอาหารก็คือเหมือน
00:26:06 → 00:26:08กับเป็นตัวคล้ายๆ You I what you eat
00:26:08 → 00:26:12ใช่มั้ยคะมันก็เป็นตัวที่อ่าเป็นส่วนนึง
00:26:12 → 00:26:17ที่ที่ส่งตรงต่อร่างกายเราถ้าถ้ายิ่งโดย
00:26:17 → 00:26:21โดยเฉพาะมนุษย์ทำงานใช่มั้ยคะที่กินอาหาร
00:26:21 → 00:26:24ที่มันหลากหลายไม่เพียงพอหรือว่าอาจจะขาด
00:26:24 → 00:26:28สิสิมไปมื้อเช้าไม่ได้กินหรืออะไรเงี้ยคะ
00:26:28 → 00:26:33ก็คือต้องต้องต้องพยายามเติมนะคะออค่ะ
00:26:33 → 00:26:36แล้วในฐานะของนักโภชนาการนะคะจะแนะนำว่า
00:26:36 → 00:26:39เราจะรู้ได้อย่างยังไงคะว่าวันเนี้ยเรา
00:26:39 → 00:26:44เติมอาหารได้เพียงพอในแต่ละวันและโอเคก็
00:26:44 → 00:26:47จริงๆหลักหลักใช้ยึดหลักเหมือนคล้ายๆ 5
00:26:47 → 00:26:49หมู่เหมือนที่ฝนบอกเมื่อกี้เนาะขาดตรงไหน
00:26:49 → 00:26:52ไปก็อาจจะไปพยายามเติมมืออื่นนะคะเช่น
00:26:52 → 00:26:55มื้อมื้อเนี้ยเราเรากินข้าวหมูทอดโอเค
00:26:55 → 00:26:57แหละมันไม่มีผักแต่ว่ามื้อมื้อหน้าเราไป
00:26:57 → 00:27:00กินเป็นสลัดได้มยเป็นต้มจับชายได้มยแกง
00:27:00 → 00:27:02จืดได้มั้ยอะไรอย่างเงี้ยให้มันมีผัก
00:27:02 → 00:27:04เพิ่มขึ้นหรือว่ามื้อนี้ขาดผลไม้ไปมื้อ
00:27:05 → 00:27:08ว่างเราเติมผลไม้ขึ้นมาอย่างเงี้ยค่ะก็
00:27:08 → 00:27:11เราก็จะได้ทั้งตัวของคาร์โบไฮเดรตโปรตีน
00:27:11 → 00:27:14ที่ได้กรดอะมิโนเนาะแล้วก็ตัวของไขมันที่
00:27:14 → 00:27:18เน้นไขมันดีเป็นเป็นที่ได้ช่วยช่สมองของ
00:27:18 → 00:27:21เราเนาะแล้วก็พยายามหลีกเลี่ยงน้ำตาลไม่
00:27:21 → 00:27:24ให้มากเกินไปอย่างเงี้ยค่ะอ่าใช้เป็นหลัก
00:27:24 → 00:27:28เหมือนกับไม่ต้องกินจริงๆจริงๆถ้ากินได้
00:27:28 → 00:27:31มื้อนึงเขาก็มันจะเป็นไอดีลเลยเนาะที่เรา
00:27:31 → 00:27:35แนะนำเช่นแบบ 211 ก็คือข้าวครึ่งนึงอ่า
00:27:35 → 00:27:37ไม่ใช่ผักครึ่งนึงอย่างอื่นครึ่งนึงใช่ไ
00:27:37 → 00:27:39มมคะแต่ว่าถ้าทำไม่ได้ขนาดนั้นก็ใช้เป็น
00:27:39 → 00:27:42เพิ่มมื้ออื่นเพิ่มในวันลุ่งขึ้นอย่างงี้
00:27:42 → 00:27:45ให้ให้ปรับให้ภายในอาทิตย์นึงของเรามันมี
00:27:45 → 00:27:48สมดุลแล้วก็พยายามนั่นแหละตรวจรตรวจ
00:27:48 → 00:27:52สุขภาพประจำปีเป็นประจำคอยดูพวกนี้ค่ะค่ะ
00:27:52 → 00:27:55แล้วพี่บีก็ได้ยินว่ามันจะมีกดอมิโนหลาย
00:27:55 → 00:27:58ตัวเหมือนกันนอกจากกดอนตัวนี้ที่สำคัญ
00:27:59 → 00:28:02แล้วมันมีวิตามินหรืออะไรที่มันสำคัญพอๆ
00:28:02 → 00:28:05กันกับตัวนี้อีกบ้างค่ะช่วยด้านสมองใช่
00:28:05 → 00:28:07มั้ยคะจริงๆถ้ากรดอะมิโนอีกตัวนึงก็จะ
00:28:08 → 00:28:11เป็นกลูตามีนเนาะอ่ากลูตามีนจริงๆกรด
00:28:11 → 00:28:15อะมิโนสำคัญ 8 ตัวใช่มั้ยคะมันจะวีนิเอ่อ
00:28:15 → 00:28:18ไอโซลิวซีนอะไรมันเยอะแยะเนาะแต่ว่าอีก
00:28:18 → 00:28:20ตัวนึงกลูตามีนเนี่ยอาจจะเป็นตัวที่ไม่
00:28:20 → 00:28:24ได้เป็นเป็นอยู่ในกรดอะมิโนจำเป็นนี้ค่ะ
00:28:24 → 00:28:28แต่ว่าเป็นตัวที่อ่าเขาพูดถึงด้านของสมอง
00:28:28 → 00:28:30อืเพะว่ามันเหมือนตัวที่ช่วยสรงพลังงานใน
00:28:30 → 00:28:34สมองเป็นตัวเหมือนเอ่อสารตั้งต้นในการ
00:28:34 → 00:28:38ปรับเอ่อเปลี่ยนพลังงานนะคะอ่าก็จะเป็น
00:28:38 → 00:28:41ชื่อตัวนี้ซึ่งซึ่งส่วนใหญ่กรดอะมิโนก็พบ
00:28:41 → 00:28:44ได้ในพวกพวกอาหารที่กล่าวไปเนาะเป็นเป็น
00:28:44 → 00:28:49อาหารที่เป็นโปรตีนนะคะไข่ไ่เ่อไข่ไก่หมู
00:28:49 → 00:28:54ปลาอาหารทะเลพวกนี้นะคะค่ะในฐานะที่บีบี
00:28:54 → 00:28:57เองเป็นแบบว่าวัยทำงานเนาะแล้วในบางวัน
00:28:57 → 00:29:00เนี่ยเราอาจจะเติมอาหารได้แบบไม่เต็มที่
00:29:00 → 00:29:03คือบางวันมันก็อาจะมีอาหารที่เราแบบมิสไป
00:29:03 → 00:29:05บ้างจากการเราต้องทำงานอะไรอย่างเงี้ยค่ะ
00:29:05 → 00:29:09ไฟสไตลวิตามินช่วยได้มั้ยคะอ้าใช่เลยค่ะ
00:29:09 → 00:29:12ก็อ่ามีวิตามินอีกตัวเนาะวิตามินบไปแล้ว
00:29:12 → 00:29:16ใช่มั้ยคะมีพวกธาตุเหล็กอ่าพูดพูดผิด
00:29:16 → 00:29:22อ่าแร่ธาตุนะคะแร่ธาตุตัวที่ช่วยสมองอีก
00:29:22 → 00:29:25ตัวก็จะเป็นอ่าแมกนีเซียมนะคะแมกนีเซียม
00:29:25 → 00:29:28ส่วนใหญ่ถ้าคนออกกำลังกายถ้าเคยได้ยินจะ
00:29:28 → 00:29:30ช่วยเรื่องกล้ามเนื้อใช่มั้ยคะกล้ามเนื้อ
00:29:30 → 00:29:33ถ้าขาดแมกนีเซียมก็อาจจะแบบเป็นตะคิวอะไร
00:29:33 → 00:29:36พวกเนี้ยนะคะก็จะเจอในพวกกล้วยนะคะหรือ
00:29:36 → 00:29:41พวกพวกธัญพืชต่างๆนะคะก็ช่วยอ่ามีส่วน
00:29:41 → 00:29:44ช่วยในการทำงานของสมองเช่นกันแล้วก็ถ้า
00:29:44 → 00:29:47อื่นๆมันจะที่เราเคยได้ยินจะเป็นพวกกาบ้า
00:29:47 → 00:29:50อะไรพวกนี้เนาะสักาบ้าที่เป็นแบบเหมือน
00:29:50 → 00:29:54ตัวที่ช่วยให้เรารีกมากขึ้นนะคะกาบ้าก็จะ
00:29:54 → 00:29:58เจอในพวกข้าวสาลีจมูกข้าวสาลีพวกนี้นะคะ
00:29:58 → 00:30:02หรือพวกโกรนต่างๆที่เหมือนอันนี้จะทำงาน
00:30:03 → 00:30:06เหมือนตรงกันข้ามกับคอร์ติซอลและที่มัน
00:30:06 → 00:30:09ช่วยให้เรารีกมากขึ้นให้เราเอ่อเอ่อยับ
00:30:10 → 00:30:14ยั้งการกระตุ้นของสมองพวกนี้นะคะประมาณ
00:30:14 → 00:30:17นี้แล้วก็มีนั่นแหละมีจริงๆก็หลายตัวเนาะ
00:30:17 → 00:30:20ที่มันช่วยสมองในการทำงานไปด้วยกันลอรีน
00:30:20 → 00:30:23นะคะโคลีนก็จะอยู่ในพวกไข่แดงค่ะบีบีอยาก
00:30:23 → 00:30:25เน้นเรื่องคอร์ติซอลเพราะว่าเคยได้ยินว่า
00:30:25 → 00:30:28คอร์ติซอลเนี่ยมันเหมือนกับมันเป็นสาร
00:30:28 → 00:30:31ตั้งต้นคือสารของความเครียดเนี่ยเป็นสาร
00:30:31 → 00:30:33ตั้งต้นของปัญหาทุกอย่างรวมถึงปัญหาของ
00:30:33 → 00:30:37สมองด้วยมคะออเโอเคอ่าจริงๆก็เป็นตัวนึง
00:30:37 → 00:30:40เนาะที่ที่ทำให้เป็นฮอร์โมนที่เขาเรียก
00:30:40 → 00:30:43ว่าฮอร์โมนของความเครียดใช่มยคะพอมีความ
00:30:43 → 00:30:47เครียดแล้วเนี่ยมันก็มันไม่ใช่แค่เอ่อแค่
00:30:47 → 00:30:50สมองและทีนี้มันจะไปที่เรื่องของความตึง
00:30:50 → 00:30:52ของกล้ามเนื้อแล้วเหมือนกันใช่มยคะมันไม่
00:30:52 → 00:30:55ใช่แค่ปวดหัวเวียนหัวเลยอะไรพวกนี้นะคะ
00:30:55 → 00:30:58แต่ว่าต่อมาก็จะเป็นออฟิรมได้เหมือนกัน
00:30:59 → 00:31:01เพราะมันมันส่งผลต่อทั้งอ่าความ tension
00:31:01 → 00:31:05หรือความตึงของกล้ามเนื้อนะคะแล้วก็ไม่
00:31:05 → 00:31:07ใช่แค่เครียดแต่พอพอเครียดมากๆก็อาจจะ
00:31:07 → 00:31:10burn Out ได้อ่าเครียดมากๆก็อาจจะ deess
00:31:10 → 00:31:14ได้นะคะมันมันเนี่ยแหละมันเป็นสมมุติใน
00:31:14 → 00:31:17สมองเรามัน imbalance ขึ้นมาฮอร์โมนมัน
00:31:17 → 00:31:19imbalance ขึ้นมามันก็ส่งผลต่อ mental
00:31:19 → 00:31:21Health ด้านต่างๆที่เดี๋ยวนี้ศึกษาวิจัย
00:31:22 → 00:31:25แล้วก็คนออกมาอ่าพูดถึงมากขึ้นใช่มยคะไม่
00:31:25 → 00:31:29ใช่แค่เรื่องของสสเนาะแต่เป็นด้านต่างๆ
00:31:29 → 00:31:33เลยหลหลากหลายด้านใชค่ะคือเหมือนกับว่าอี
00:31:33 → 00:31:35Sorry ค่ะเหมือนกับว่าคอร์ติซอลตัวเคือ
00:31:35 → 00:31:38สารแห่งความเครียดอ่ะเป็นเหมือนสารตั้ง
00:31:38 → 00:31:41ต้นของโลกทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น burn out
00:31:41 → 00:31:43เป็นความเครียดเป็นอะไรที่แบบคุณฝนเล่า
00:31:43 → 00:31:46ให้ฟังเนาะทีนี้ถ้าตรงกันข้ามกับเคอ่ะคือ
00:31:46 → 00:31:49Happy ฮอร์โมนค่ะอ่าเรามันมีอาหารอะไร
00:31:49 → 00:31:52ที่แบบว่านักโภชนาการแนะนำได้บ้างว่ามาเ
00:31:52 → 00:31:56มีแฮปี้ฮอร์โมนอยู่อ่าโอเคจริงๆถ้าด้าน
00:31:56 → 00:31:59ของ mental Health นะนะคะหรือว่าพวกมาฟู
00:31:59 → 00:32:01เดี๋ยวนี้เขาคก็จะมีมากขึ้นเป็นอาหารด้าน
00:32:01 → 00:32:06ของด้านของสมองนะคะด้านของมูดนะคะก็จะมี
00:32:06 → 00:32:09โอเมก้า 3 เนาะจริงๆแล้วต้องพูดเกริ่นไป
00:32:09 → 00:32:13ถึงส่วนประกอบของสมองเรามันประกอบด้วย
00:32:13 → 00:32:17ด้วยไขมันถึงเกินครึ่งเนาะ 60% นะคะเพราะ
00:32:17 → 00:32:19ฉะนั้นเราก็ควรจะเติมเหมือนกับควรจะมี
00:32:19 → 00:32:23ส่วนประกอบดีๆนะคะเพื่อไขมันดีๆเนาะให้
00:32:23 → 00:32:29กับหลอดเลือดของเรานะคะแล้วก็เอ่อตัวจริง
00:32:29 → 00:32:33ๆเรื่องของสมองมันเป็นทั้งคอร์ติซอลที่
00:32:33 → 00:32:36มากขึ้นด้วยหรืออาจจะอย่างบางคนโดพินลดลง
00:32:36 → 00:32:41อย่างเงี้ยที่ฝนพูดถึงอ่าพิสันใช่ไหมมคะ
00:32:41 → 00:32:44ที่เขาเป็นจากเรื่องของเขาก็พบว่ามาจาก
00:32:44 → 00:32:48โดพามีนเหมือนกันที่ลดลงนะคะก็ก็ก็มีส่วน
00:32:48 → 00:32:51ที่ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของพิสันเหมือน
00:32:51 → 00:32:54กันค่ะจริงๆแล้วดูเหมือนว่าอาหารเนี่ยจะ
00:32:54 → 00:32:57เป็นหลักสำคัญเหมือนกันใช่มคะคุณฝนเพราะ
00:32:57 → 00:33:00ว่าอาหารน่ะเป็นได้ทั้งยาแล้วก็เป็นได้
00:33:00 → 00:33:05ทั้งพริษค่ะอ้าค่ะจริงๆใช่ค่ะก็คือถ้าค่ะ
00:33:05 → 00:33:09เ่อพยายามาานเนาะหรือว่าก็ยังกินได้แต่
00:33:09 → 00:33:12ว่าอยู่ในอยากกินเนื้อแดงบ้างแหละอยากกิน
00:33:12 → 00:33:16แบบ process Food บ้างแหละแต่ก็อยู่ใน
00:33:16 → 00:33:19อยู่ในเขาเรียกว่ามี mind full eating
00:33:19 → 00:33:21เดี๋ยวนี้เขาจะมี My full eating คือ
00:33:21 → 00:33:24กินแล้วก็อ่ะโอเคมื้อนี้โอเคอร่อยแล้วนะ
00:33:24 → 00:33:26ไปกินบุฟเฟ่ต์มื้อนี้มาแล้วก็มื้อหน้าอาจ
00:33:26 → 00:33:31จะต้องปรับเป็นเพิ่มอ่ะผักผลไม้แล้วก็
00:33:31 → 00:33:35เอ่อสารที่เป็นช่วยแอนตี้ออกซินเพื่อไป
00:33:35 → 00:33:39เหมือนกับลดบเพิ่มานมากขึ้นนะคะแล้วก็ออก
00:33:39 → 00:33:42กำลังกายมันก็จะจริงๆออกกำลังกายก็เป็น
00:33:42 → 00:33:44อีกตัวที่เพิ่มแฮปี้ฮอร์โมนได้ดีเลยนะคะ
00:33:44 → 00:33:47เอนดอร์ฟินหรือว่าการไปออกกำลังกายโดย
00:33:47 → 00:33:50เฉพาะอยู่ในธรรมชาติที่เจอสสีเขียวๆก็พบ
00:33:50 → 00:33:54ว่าช่วยให้เซโรโทนินเพิ่มขึ้นได้ดีเหมือน
00:33:54 → 00:33:58กันนะคะบีบีเคยได้ยินว่าการเพิ่ม
00:33:58 → 00:34:01เซโรโทนินได้ก็คือเราอาจจะไปตักแดดด้วยใน
00:34:01 → 00:34:04ช่วงเช้าหรือว่าตอนเย็นก็จะเพิ่มวิตามิน
00:34:04 → 00:34:07ให้กับร่างกายของเราได้ด้วยอใช่ค่ะอย่าง
00:34:07 → 00:34:10คุณบีบีพูดถึงวิตามินจริงนึกขึ้นได้อีก
00:34:10 → 00:34:12ตัวก็จะเป็นวิตามินดี
00:34:12 → 00:34:16เนาะที่จริงๆคนไทยขาดเยอะนะคะเพิ่งพบว่า
00:34:16 → 00:34:18คนไทยขาดเยอะทั้งๆที่แดดเราแรงมากเลยแต่
00:34:18 → 00:34:21ว่าเราพยายามหลีกเลี่ยงใช่มคะอยู่ในอาคาร
00:34:21 → 00:34:25ใส่ใส่แขนยาวใช้ซันบล็อกอะไรพวกนี้นะคะก็
00:34:25 → 00:34:28จะขาดเยอะเนาะแล้วก็เรื่องของลูชั่น
00:34:28 → 00:34:31เหมือนกันที่มันทำให้ไปบล็อกตัวตัวแสงแดด
00:34:31 → 00:34:36นะคะก็เค้าก็พบว่ามีส่วนในเรื่องของ deess
00:34:36 → 00:34:38เหมือนกันเช่นในประเทศที่ไม่ค่อยเจอแสง
00:34:38 → 00:34:42แดดเนาะก็จะเป็นคนที่มีซึมเศร้ามากขึ้นนะ
00:34:42 → 00:34:45คะเพราะว่าวิตามินดีมันมันเราได้รับน้อย
00:34:45 → 00:34:49ค่ะอ่าแปลว่าจริงๆแล้วสารตัวนี้สำคัญต่อ
00:34:49 → 00:34:52ต้นเหตุของการเป็นโรคซึมเศร้าด้วยก็ก็พบ
00:34:52 → 00:34:55ว่ามันมันรีเลทกันใช่ค่ะแปลว่าทุกอย่าง
00:34:55 → 00:34:58จริงๆเราต้องบานทั้งหมดเลยใช่มั้ยคะค่ะ
00:34:58 → 00:35:02ค่ะคุณฝนมีคำแนะนำก่อนที่แบบว่าเราจะเอ่อ
00:35:02 → 00:35:07จบกันเนาะมีคำแนะนำสำหรับวัยทำงานรุ่น
00:35:07 → 00:35:10ใหม่ที่ตอนนี้โลกมันเต็มไปด้วยความเร็ว
00:35:10 → 00:35:13เทคโนโลยีทุกอย่าง Fast Food ูจากทั้ง
00:35:13 → 00:35:16อาหารน้ำแล้วก็อากาศยังไงบ้างคะจริงๆแล้ว
00:35:16 → 00:35:21เราอาจจะเลี่ยงไม่ได้แบบว่าเราก็อาจจะ
00:35:21 → 00:35:23ต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันใช่มมคะแต่แค่นั่น
00:35:23 → 00:35:26แหละอาจจะต้องค่อยๆเริ่มปรับทีละนิดก็ได้
00:35:26 → 00:35:30มื้อสมมุติ weekend มาเราเริ่มมีเวลาและ
00:35:30 → 00:35:34เราอาจจะจากจากนอนที่ไม่ไม่ปกตินอนตอน
00:35:34 → 00:35:38weekend โอ้โหอย่างอย่างไม่เท่ากันกับ
00:35:38 → 00:35:40ตอนที่เราต้องตื่นปกติก็อาจจะแบบปรับเวลา
00:35:40 → 00:35:44ขึ้นมานิดนึงนะคะหรือว่าพยายามทำอาหารสัก
00:35:44 → 00:35:47มื้อนึงก็ได้ค่ะต่อสัปดาห์ให้ให้ตัวเอง
00:35:47 → 00:35:49เนาะมันก็เป็นอาหาร Healthy เนี้ยที่เรา
00:35:49 → 00:35:52กำหนดขึ้นมาเป็นอะไรง่ายๆก็ได้ไม่จำเป็น
00:35:52 → 00:35:54ต้องเป็นแบบโอ้โหเมดิเตอเรเนียนไดเอทจ๋
00:35:54 → 00:35:57เนาะของคนไทยเราก็เป็นข้าวปลาทูข้าวกล้อง
00:35:57 → 00:36:02ปลาทูใส่อ่าเมล็ดเมล็ดทานตะวันอย่างเงี้ย
00:36:02 → 00:36:04ก็ได้ใช้น้ำมันลำข้าวอย่างเงี้ยค่ะง่ายๆ
00:36:04 → 00:36:08เลยพยายามทำให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้นเนาะ
00:36:08 → 00:36:12หรือว่าเราไปกินสะดวกซื้อก็ตามเราก็แค่
00:36:12 → 00:36:14ลองเลือกสมมุติเราอยากกินอันเนี้ยเราก็
00:36:14 → 00:36:17เลือกเป็นผลไม้คู่กันก็ได้ทำให้ทุกอย่าง
00:36:17 → 00:36:20มันง่ายมันก็จะเพราะว่าถ้ามันทุกอย่างมัน
00:36:20 → 00:36:22ไอดีลเกินไปเนาะเราจะรู้สึกว่ามันยากและ
00:36:22 → 00:36:27มันทำทำยากและหรือออกกำลังกายก็แค่เอ่อใน
00:36:27 → 00:36:30บ้านซักเดี๋ยวนี้เขาจะมีคำว่าฮิตใช่มั้ย
00:36:30 → 00:36:33คะออกกำลังกายแบบฮิตก็คือแบบอ่อแบบ 8
00:36:33 → 00:36:37นาทีสั้นๆเลยไม่ต้องแบบไม่ต้องให้มัน 30
00:36:37 → 00:36:40นาทีต่อวันขนาดนั้นใช่ค่ะจริงๆแล้วการ
00:36:40 → 00:36:43บาานแล้วก็การเค้าเรียกว่าอะไรคะไม่ไม่
00:36:43 → 00:36:46ตึงเกินไปกับตัวเองเพราะว่าบางทีสมมุติ
00:36:46 → 00:36:49ว่าในวัยทำงานเอยากจะเริ่มต้นดูแลตัวเอง
00:36:49 → 00:36:52และเซตปี 2025 ว่าแบบเออฉันจะมีสุขภาพที่
00:36:52 → 00:36:56ดีันจะเริ่มยังไงถ้าเกิดเราตึงมากบางทีก็
00:36:56 → 00:36:58ไปไม่ถึงใช่มั้ยคะใช่ค่ะแล้วก็จริงๆก็
00:36:58 → 00:37:02อยากให้ดูแลที่ตัวเองก่อนด้วยเนาะเพราะ
00:37:02 → 00:37:05ว่าก็เข้าใจว่าเราเป็นวัยเนี้ยวัยวั
00:37:05 → 00:37:07มนุษย์ทำงานก็คือเป็นวัยที่ต้องเหมือนกับ
00:37:07 → 00:37:10เป็น The แใช่มั้ยคะที่ต้องดูแลทั้งเจน
00:37:10 → 00:37:12เล็กเจนเจนเจนที่แก่กว่าเราอะไรงเงี้ใช่
00:37:13 → 00:37:17มั้ยคะก็คืออาจจะต้องเริ่มจากจากตัวเรา
00:37:17 → 00:37:20เองก่อนด้วยเหมือนกับรักตัวเองแล้วก็มี
00:37:20 → 00:37:23เซลเ S Love ให้กับตัวเองอะไรงี้ใช่มั้
00:37:23 → 00:37:27คะมันก็จะมันก็จะเราก็จะไปช่วยอ่าทำงานาน
00:37:27 → 00:37:30ได้อย่างมี produc productivity ที่ดี
00:37:30 → 00:37:33ขึ้นด้วยแล้วก็มีเ่อ Healthy mind
00:37:33 → 00:37:36Healthy ร่างกายด้วย Healthy Body ด้วย
00:37:37 → 00:37:40อ๋อค่ะจริงๆแล้วเหมือนกับการรักตัวเองมัน
00:37:40 → 00:37:44ก็ไปลิ้งกับการที่เราเลือกอาหารดีๆเลือก
00:37:44 → 00:37:46ของดีๆเข้ากับร่างกายเราก็เป็นการแสดง
00:37:46 → 00:37:50ความรักตัวเองอย่างหนึงค่ะใช่ๆค่ะโอดีจัง
00:37:50 → 00:37:52เลยค่ะติดตาม Health topic ได้ทาง
00:37:52 → 00:37:55Facebook แนเพจนิตยสารชีวจิต YouTube
00:37:55 → 00:37:59Channel ชีวจิต media และ tiktok วจิ
00:37:59 → 00:38:02Media official ค่ะ
00:38:02 → 00:38:05[เพลง]