ฮอร์โมนใดที่มีบทบาทสำคัญในการลดการเผาผลาญพลังงาน

หมอภทร Podcast Talk ตอน ไขความลับ 'ร่างพัง' หลังลดน้ำหนัก กับ Adaptive Thermogenesis

จากช่อง : Advanced LCHF longevity


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:03ขอต้อนรับสู่หมอพัทรพcส talk ความรู้
00:00:0300:00:07สุขภาพลึกและฟรีมีที่นี่เคยสงสัยกันมั้
00:00:0700:00:09ครับว่าทำไมตอนที่กำลังตั้งใจลดน้ำหนัก
00:00:0900:00:12อยู่ดีๆน้ำหนักมันถึงหยุดนิ่งไปซะเฉยๆเลย
00:00:1200:00:14เหมือนกับว่าร่างกายของเราเนี่ยอยู่ๆก็ไป
00:00:1400:00:17เหยียบเบรกฉุกเฉิดเอาไว้ซะงั้นวันนี้เรา
00:00:1700:00:20จะมาไขปริศนาอันนี้กันครับโอเคครับนี่คือ
00:00:2000:00:23เส้นทางที่เราจะไปกันในวันนี้เลยนะครับ
00:00:2300:00:25เริ่มตั้งแต่ทำความเข้าใจว่าไอ้เจ้าเบรก
00:00:2500:00:28ฉุกเฉินเนี่ยมันคืออะไรไปดูกันว่าอะไร
00:00:2800:00:30เป็นตัวกระตุ้นเจาะลึกถึงกลไกฮอร์โมน
00:00:3000:00:33เบื้องหลังและที่สำคัญที่สุดเลยก็คือคู่
00:00:3300:00:36มือที่จะช่วยให้เรารีเซตระบบและปลดเบรก
00:00:3600:00:39นี้ได้ครับนี่แหละครับคำถามที่ผมเชื่อว่า
00:00:3900:00:43หลายๆคนต้องเคยเจอแน่ๆพยายามแทบตายแต่น้ำ
00:00:4300:00:47หนักก็ไม่ลงต่อหรือที่แย่ไปกว่านั้นคือพอ
00:00:4700:00:50หยุดปุ๊บน้ำหนักก็เด้งกลับมาอย่างรวดเร็ว
00:00:5000:00:53หรือที่เรียกว่าโยโยมันเกิดอะไรขึ้นกัน
00:00:5300:00:56แน่คำตอบในทางวิทยาศาสตร์อยู่ตรงนี้เลย
00:00:5600:00:58ครับสิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ยเขามีชื่อเรียก
00:00:5800:01:01เท่ๆว่า Adaptive Thermogenesis ครับมัน
00:01:0100:01:03ไม่ใช่ความล้มเหลวในการไดเอตนะแต่มันคือ
00:01:0300:01:06กลไกการเอาตัวรอดของร่างกายที่ฉลาดมากๆ
00:01:0700:01:09ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรบุรุษเลยคือ
00:01:0900:01:11ร่างกายเรามันพยายามจะช่วยให้เรารอดชีวิต
00:01:1100:01:14จากภาวะอดอยากนั่นเองครับและนี่คือจุดที่
00:01:1400:01:17อยากจะขีดเส้นใต้ไว้ 2 เส้นเลยนะครับว่า
00:01:1700:01:19เรื่องนี้มันไม่ใช่ความผิดของเราไม่ใช่
00:01:2000:01:22เพราะเราขาดวินัยแต่มันคือการปรับตัวทาง
00:01:2200:01:25ชีววิทยาล้วนๆเลยครับการเข้าใจจุดนี้ให้
00:01:2500:01:28ได้เนี่ยคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดที่จะนำ
00:01:2800:01:31ไปสู่การแก้แก้ไขที่ถูกทางและยั่งยืนครับ
00:01:3100:01:33เอาล่ะครับแล้วอะไรล่ะที่เป็นเหมือน
00:01:3300:01:35สวิตchไปกดปุ่มให้ร่างกายเข้าสู่โหมดเอา
00:01:3500:01:39ตัวรอดหรือโหมดประหยัดพลังงานนี้ซึ่งหลาย
00:01:3900:01:41ๆครั้งนะครับตัวกระตุ้นก็มาจากการลดน้ำ
00:01:4100:01:43หนักของเราเองนี่แหละโดยที่เราอาจจะไม่
00:01:4300:01:46รู้ตัวเลยหัวใจของเรื่องทั้งหมดเลยก็คือ
00:01:4600:01:49ภาวะพลังงานไม่สมดุลเรื้อรังครับพูดง่ายๆ
00:01:4900:01:52ก็คือสภาวะที่ร่างกายได้รับแคลอรี่น้อย
00:01:5200:01:54กว่าที่ต้องการเป็นเวลานานๆติดต่อกันไม่
00:01:5400:01:57ว่าจะเป็นการกินคาบที่ต่ำมากๆหรือการทำ
00:01:5700:01:59intermittent fasting แบบต่อเนื่องยาว
00:01:5900:02:02นานเกินไปสิ่งเหล่านี้มันคือสัญญาณเตือน
00:02:0200:02:04ภัยขั้นสุดยอดที่ส่งไปบอกร่างกายว่าเฮ้ย
00:02:0500:02:06ตอนนี้เรากำลังขาดแคลนพลังงานอย่างหนัก
00:02:0600:02:09แล้วนะทีนี้เรามาดูตัวเลขในตารางนี้กัน
00:02:0900:02:13หน่อยโหเห็นแล้วอาจจะตกใจนิดนึงนะครับคือ
00:02:1300:02:16มันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย
00:02:1600:02:18สำหรับคนทั่วไปที่ทำ Low Cฟหรือ IF เนี่ย
00:02:1800:02:22อาจจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนแต่ดูนี่สิ
00:02:2200:02:25ครับสำหรับผู้หญิงวัย 35-60 ปีอาจจะใช้
00:02:2500:02:28เวลาแค่ 4-8 สัปดาห์เท่านั้นเองหรือใน
00:02:2800:02:32กลุ่มที่ลดน้ำหนักเร็วมากๆเกิน 5 กกัอาจ
00:02:3200:02:34จะเจอภาวะนี้ได้ภายใน 2-4 สัปดาห์เลยนะ
00:02:3400:02:36ครับถ้าไม่มีช่วงพักให้ร่างกายได้หายใจ
00:02:3600:02:39หายคอเลยแล้วมันไม่ได้มีแค่เรื่องระยะ
00:02:3900:02:42เวลานะครับมันยังมีปัจจัยอื่นๆที่เหมือน
00:02:4200:02:45ตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้ร่างกายเหยียบเบรก
00:02:4500:02:48ได้เร็วขึ้นไปอีกอย่างเช่นการกินขับต่ำ
00:02:4800:02:51กว่า 20 กรัมต่อวันหรือการทำ IF ไปพร้อมๆ
00:02:5100:02:54กับการนอนไม่พอหรือการที่ไม่เคยมีวันพัก
00:02:5400:02:57กินหรือรีฟีส day เลยเป็นเวลาเกินเดือน
00:02:5700:02:59ปัจจัยทั้งหมดนี้เนี่ยมันเหมือนเรากำลัง
00:02:5900:03:03ตะโกนใส่สมองว่าเรากำลังวิกฤตแล้วคราวนี้
00:03:0300:03:07เราจะมาดำดิ่งลงไปลึกกว่าเดิมอีกนิดนึงไป
00:03:0700:03:10ดูกันเลยว่าเบื้องหลังกลไกที่ซับซ้อนนี้
00:03:1000:03:13เนี่ยใครเป็นคนคอยบงการอยู่เบื้องหลังมัน
00:03:1300:03:15ไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับแต่เป็นผลมาจาก
00:03:1500:03:19การทำงานของผู้ส่งสารตัวจิ๋วที่ทรงพลัง
00:03:1900:03:23มากๆที่เรียกว่าฮอร์โมนมีฮอร์โมนตัวหลักๆ
00:03:2300:03:26อยู่ 3 ตัวครับที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้
00:03:2600:03:30จัดการคอยส่งข้อความไปทั่วร่างกายสั่งการ
00:03:3000:03:34ให้ระบบต่างๆเริ่มทำงานช้าลงเพื่อประหยัด
00:03:3400:03:36พลังงานเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำ
00:03:3600:03:40ได้ตัวแรกเลยครับฮอร์โมนไทรรอยด์ T3 ลอง
00:03:4000:03:42นึกภาพตามนะครับว่ามันคือคันเร่งของ
00:03:4200:03:45เครื่องยนต์ในร่างกายเราเลยพอเราจำกัด
00:03:4500:03:48แคลอรี่นานๆเข้าร่างกายก็จะค่อยๆลดการ
00:03:4800:03:51ผลิต T3 ลงก็เหมือนกับการที่เราค่อยๆผ่อน
00:03:5100:03:53คันเร่งนั่นแหละครับเครื่องยนต์ของเราก็
00:03:5300:03:56จะเดินเบาลงอัตราการเผาผลาโดยงวมก็เลยลด
00:03:5600:04:00ลงมาด้วยเมื่อถึงตัวที่ 2 เลปตินฮอร์โมน
00:04:0000:04:03ตัวนี้ผลิตมาจากเซลล์ไขมันครับพอเราลดน้ำ
00:04:0300:04:06หนักเซลล์ไขมันก็เล็กลงใช่มั้ครับการผลิต
00:04:0600:04:08เลปตินก็น้อยลงตามไปด้วยทีนี้พอมันน้อยลง
00:04:0800:04:11ปุ๊บมันจะส่งสัญญาณเตือนภัยไปที่สมองเลย
00:04:1100:04:14ว่าแย่แล้วพลังงานสำรองในคลังเรากำลังจะ
00:04:1400:04:17หมดสมองก็จะตอบสนองทันทีด้วยการสั่งให้
00:04:1700:04:20เรารู้สึกหิวมากขึ้นแล้วก็ลดการเผ่าผลลง
00:04:2000:04:24ไปอีกครับและมาถึงตัวสุดท้ายโอ้โหตัวนี้
00:04:2400:04:26พีคสุดเลยครับคอร์ติหรือที่เรารู้จักกัน
00:04:2700:04:30ในนามฮอร์โมนความเครียดคือการไดเอ็ดที่
00:04:3000:04:32เข้มงวดเกินไปเนี่ยร่างกายมันมองว่านี่
00:04:3200:04:34คือความเครียดที่รุนแรงรูปแบบหนึ่งเลยนะ
00:04:3400:04:38ครับมันเลยหลั่งคอร์ติออกมาแล้วสิ่งที่
00:04:3800:04:41น่าทึ่งก็คือแทนที่มันจะช่วยเผาไขมันมัน
00:04:4100:04:43กลับสั่งให้ร่างกายเก็บสะสมไขมันเพิ่ม
00:04:4300:04:47ขึ้นโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องด้วยครับโอเค
00:04:4700:04:50พอเรารู้ถึงต้นตอรู้ถึงกลไกเบื้องหลังกัน
00:04:5000:04:53แล้วตอนนี้เราก็มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุด
00:04:5400:04:57แล้วครับก็คือแล้วเราจะแก้ปัญหานี้ยังไง
00:04:5700:05:00เราจะรีซตระบบของเราใหม่ได้ยังไงซึ่งหัว
00:05:0000:05:03ใจสำคัญเลยก็คือเราต้องเรียนรู้ที่จะทำ
00:05:0300:05:06งานไปพร้อมกับร่างกายครับไม่ใช่การฝืน
00:05:0600:05:10หรือต่อสู้กับมันเราสามารถแบ่งแนวทางการ
00:05:1000:05:12รีเซตระบบออกเป็น 3 ส่วนหลักๆได้ง่ายๆแบบ
00:05:1200:05:15นี้เลยครับคือการปรับเรื่องการกินการ
00:05:1500:05:17เพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายและการปรับ
00:05:1700:05:20สมดุลฮอร์โมนซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้เนี่ยมัน
00:05:2000:05:22ทำงานเชื่อมโยงและส่งเสริมซึ่งกันและกัน
00:05:2200:05:25ครับในด้านการกินนะครับเราต้องเริ่มส่ง
00:05:2500:05:27เสริมสัญญาณให้ร่างกายรู้ว่าทุกอย่างปลอด
00:05:2700:05:30ภัยแล้วเราไม่ได้ขาดแคล้นอาหารนะโดยการลด
00:05:3000:05:33น้ำตาลและอาหารแต่รูปต่างๆแล้วหันมาเลือก
00:05:3300:05:36กินไขมันดีๆอย่างเช่นจากอะโวคาโดถั่วหรือ
00:05:3600:05:38น้ำมันมะกอกพร้อมกับเพิ่มใยอาหารและ
00:05:3800:05:41โปรตีนให้มากขึ้นเพื่อที่จะช่วยให้เรารู้
00:05:4100:05:44สึกอิ่มได้นานขึ้นครับการออกกำลังกายก็
00:05:4400:05:47สำคัญมากๆโดยเฉพาะการฝึกที่มีแรงต้านหรือ
00:05:4700:05:49ที่เราเรียกกันว่า weight training นั่น
00:05:4900:05:51แหละครับเพราะการสร้างกล้ามเลี้ยเนี่ยมัน
00:05:5100:05:53ก็เหมือนกับการที่เราอัปเกรดเตาเผาผลาญ
00:05:5300:05:56พลังงานในร่างกายของเราให้มันใหญ่ขึ้น
00:05:5600:05:58แล้วก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองส่วน
00:05:5800:06:00คาร์ดิโอก็ทำเสริมเข้าไปเพื่อสุขภาพของ
00:06:0000:06:03หัวใจและการเผาผลาญโดยรวมครับและสุดท้าย
00:06:0300:06:06เลยคือการดูแลเรื่องฮอร์โมนโดยตรงเลยครับ
00:06:0600:06:08เราต้องหาวิธีจัดการความเครียดเพื่อควบ
00:06:0800:06:11คุมเจ้าคอร์ิซอลตัวร้ายและที่ขาดไม่ได้
00:06:1100:06:13เลยจริงๆก็คือการนอนหลับให้เพียงพออย่าง
00:06:1300:06:16น้อย 7-8 ชมงต่อคืนเพราะว่าการนอนหลับ
00:06:1600:06:18เนี่ยมันมีผลโดยตรงต่อการควบคุมฮอร์โมน
00:06:1800:06:21ความหิวอย่างเลตินเลยครับสไลด์นี้สรุปหัว
00:06:2100:06:23ใจสำคัญของเรื่องทั้งหมดเอาไว้ได้อย่างดี
00:06:2300:06:26เยี่ยมเลยครับว่าการแก้ปัญหานี้มันไม่ใช่
00:06:2600:06:28การตามหาวิธีรัฐแต่มันคือการสร้างความ
00:06:2900:06:31สม่ำเสมอและที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้
00:06:3100:06:33ที่จะฟังเสียงร่างกายของตัวเองเพื่อที่จะ
00:06:3300:06:36หาจุดสมดุลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเราแต่
00:06:3600:06:39ละคนครับก็ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยคำถามนี้
00:06:3900:06:41เพื่อให้เราลองนำกลับไปคิดต่อกันดูนะครับ
00:06:4100:06:44ว่าเราจะนำหลักการทั้งหมดนี้ไปปรับใช้
00:06:4400:06:46เพื่อสร้างสมดุลในแบบฉบับของตัวเองได้
00:06:4600:06:49อย่างไรเพื่อให้การดูแลสุขภาพมันไม่ใช่
00:06:4900:06:51เรื่องที่ต้องต่อสู้อีกต่อไปแต่กลายเป็น
00:06:5100:06:54ส่วนหนึ่งของชีวิตที่มีความสุขและยั่งยืน
00:06:5400:06:57ครับ
00:06:5700:07:00>> เคยมั้ยครับตั้งใจลดน้ำหนักแบบสุดๆเลยนะ
00:07:0000:07:04คุ้มอาหารเป๊ะมากออกกำลังกายก็สม่ำเสมอ
00:07:0400:07:08น้ำหนักลงไปดีๆอยู่พักนึงแล้วจู่ๆมันก็
00:07:0800:07:11เอ่อนิ่งสนิทเลยไม่ใบต่อหรือบางทีแย่กว่า
00:07:1100:07:15นั้นอีกพอกลับมากินแบบว่าไม่ได้คุมเป๊ะ
00:07:1500:07:18เท่าเดิมแป๊บเดียวน้ำหนักเด้งพรวดขึ้นมา
00:07:1800:07:20เลยที่เขา้าเรียกกันว่าโยโยeffectเฟect
00:07:2000:07:24นั่นแหละครับหลายคนก็คงแบบเฮ้ยเกิดอะไร
00:07:2400:07:26ขึ้นเนี่ยทำไมเป็นงี้ไปได้วันนี้เราจะมา
00:07:2700:07:29เอ่อเจาะลึกเรื่องนี้กันครับไอ้กลไกที่
00:07:2900:07:32อยู่เบื้องหลังเนี่ยมันมีชื่อเรียกทาง
00:07:3200:07:34วิทยาศาสตร์ด้วยนะ Adaptive
00:07:3400:07:35Thermogenesis
00:07:3500:07:39หรือภาวะการเผ่าพรานปรับตัวเราจะมาดูกัน
00:07:3900:07:42จากข้อมูลที่เรามีว่ามันคืออะไรกันแน่
00:07:4200:07:44แล้วมันทำงานยังไง
00:07:4400:07:47>> ใช่ค่ะ Adaptive Thermogenesis เนี่ยถ้า
00:07:4700:07:50ให้พูดง่ายๆนะคะมันคือเอ่อร่างกายเราน่ะ
00:07:5000:07:53ค่ะมันปรับการใช้พลังงานคือปรับระบบเผา
00:07:5300:07:56เขาผลานตัวเองเพื่อตอบสนองเวลาที่มันรู้
00:07:5600:07:59สึกว่าเออพลังงานที่ได้มันน้อยลงนะโดย
00:07:5900:08:03เฉพาะเวลาเราจำกัดแคลอรี่นานๆหรือเจอ
00:08:0300:08:06อากาศเปลี่ยนมากๆอะไรแบบเนี้ยค่ะเป็นกลไก
00:08:0600:08:08เอาตัวรอดตามธรรมชาติเลย
00:08:0800:08:11>> อ๋อเข้าใจแล้วครับคือร่างกายมันปรับตัว
00:08:1100:08:15เพื่อรอดนี่เองงั้นเรามาลงลึกกันต่อเลย
00:08:1500:08:18แล้วไอ้กลไกเนี่ยมันเกิดขึ้นได้ยังไงครับ
00:08:1800:08:21โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่แบบตั้งใจมากๆเลยนะ
00:08:2100:08:25เช่นกินแบบโลคจัดๆหรือว่าทำ IF นานๆที่
00:08:2500:08:26ฮิตๆกันอยู่ตอนนี้ครับ
00:08:2700:08:30>> ค่ะคือมันจะเริ่มทำงานเมื่อร่างกายเจอ
00:08:3000:08:33สิ่งที่เรียกว่าความไม่สมดุลของพลังงาน
00:08:3300:08:36แบบเรื้อร่างหน่อยนะคะลองนึกภาพตามนะคะ
00:08:3600:08:39อย่างการที่เราจำกัดคาร์โบไฮเดรตแบบโห
00:08:3900:08:42เข้มงวดมากบางคนนี่แทบไม่กินเลยหรือน้อย
00:08:4200:08:45กว่า 20 กรัมต่อวันนานๆหรือการทำ IF แบบ
00:08:4500:08:48ต่อเนื่องยาวๆยาวๆไม่มีช่วงเบรกให้กิน
00:08:4800:08:52ปกติบ้างเลยคือสัญญาณพวกเนี้ยค่ะมันส่งไป
00:08:5200:08:55บอกสมองว่าเฮ้ยขาดแคลนแล้วนะผลก็คือ
00:08:5500:08:59ฮอร์โมนตัวนึงที่สำคัญมากชื่อเลปติน
00:08:5900:09:01เลปตินเนี่ยมันสร้างจากเซลล์ไขมันหน้าที่
00:09:0100:09:05มันคือบอกสมองว่ามีพลังงานพอแล้วอิ่มแล้ว
00:09:0500:09:08พอมันเจอสัญญาณขาดแคลนซ้ำๆระดับเล็บมันก็
00:09:0800:09:12จะค่อยๆค่อยๆลดลงเรื่อยๆค่ะทีนี้พอเล็บ
00:09:1200:09:16มันต่ำลงนานๆเข้าสมองก็จะตีความว่าแบบแย่
00:09:1600:09:19แล้วอยู่ในภาวะอดอยากก็ต้องปรับเข้าโหมด
00:09:1900:09:23อืมประหยัดพลังงานทันทีเลยซึ่งก็คือลด
00:09:2300:09:26อัตราการเผาผลันญพลังงานพื้นฐานหรือ BMR
00:09:2600:09:30ลงและที่สำคัญนะคะมันไม่ใช่แค่ลดการเผา
00:09:3000:09:33ผลานอย่างเดียวนะมันยังเพิ่มแนวโน้มที่จะ
00:09:3300:09:36เก็บสะสมพลังงานก็คือไขมันให้มากขึ้นด้วย
00:09:3600:09:38ค่ะเป็นการปรับตัวระยะยาวเลย
00:09:3800:09:40>> อ๋อ
00:09:4000:09:43พอเล็บตินต่ำลงร่างกายก็แบบโอเคต้องเซฟ
00:09:4300:09:46พลังงานละเก็บไขมันเพิ่มด้วยเข้าใจเลย
00:09:4600:09:49ครับทีนี้คำถามต่อมาเลยที่หลายคนคงอยาก
00:09:4900:09:52รู้แล้วมันใช้เวลานานมั้ครับกว่าร่างกาย
00:09:5200:09:56จะปรับตัวเข้าโหมดนี้ไอ้ข้อมูลที่เรามี
00:09:5600:09:58มันบอกเรื่องกรอบเวลาตรงนี้ไว้บ้างไหม
00:09:5800:09:58ครับ
00:09:5900:10:02>> คำถามดีเลยค่ะเรื่องเวลานี่เอ่อน่าสนใจ
00:10:0200:10:05มากเพราะมันไม่เท่ากันเลยในแต่ละคนมัน
00:10:0600:10:08ขึ้นกับหลายอย่างเลยค่ะพื้นฐานร่างกาย
00:10:0800:10:11เดิมความเข้มงวดที่เราทำแต่จากข้อมูลงาน
00:10:1100:10:15วิจัยข้อมูลทางคลินิกต่างๆที่รวบรวมมาก็
00:10:1500:10:18พอจะประมาณคร่าวๆได้แบบนี้นะคะกลุ่มแรก
00:10:1800:10:23คือคนทั่วไปที่ทำ low หรือแบบอืมกลางๆไม่
00:10:2300:10:26ได้โหดมากอาจจะเริ่มเห็นสัญญาณเช่นเล็บิน
00:10:2600:10:30ลดลงฮอร์โมนไทรอยด์ T3 เริ่มต่ำลงในช่วง
00:10:3000:10:34ประมาณสัก 2-3 เดือนค่ะถ้าทำต่อเนื่องแบบ
00:10:3400:10:37ไม่พักเลยคือไม่มีช่วงที่เรียกว่ารีฟีด
00:10:3700:10:40เลยนะคะรีฟีดก็คือวันที่เราจงใจกินเพิ่ม
00:10:4000:10:42ขึ้นมาหน่อยเพื่อบอกร่างกายว่าเอ้อไม่ได้
00:10:4200:10:43อดตลอดนะ
00:10:4300:10:47>> 2-3 เดือนสำหรับคนทั่วไปที่ทำแบบกลางๆ
00:10:4700:10:50>> ใช่ค่ะแต่ในกลุ่มผู้หญิงนะคะโดยเฉพาะช่วง
00:10:5000:10:53ช่วงวัย 35-60
00:10:5300:10:55คือช่วงใกล้หมดประจำเดือนหรือหมดไปแล้ว
00:10:5500:10:59ร่างกายจะไวกว่านั้นค่ะข้อมูลบอกว่าอาจจะ
00:10:5900:11:01เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทการ
00:11:0100:11:04เผาผลาญได้ในเวลาแค่ 4-8 สัปดาห์เอง
00:11:0400:11:06>> โอ้โหเร็วกว่าเยอะเลยนะครับสำหรับกลุ่ม
00:11:0600:11:07นี้
00:11:0700:11:10>> ค่ะแล้วก็มีอีกกลุ่มที่อาจจะทำให้หลายคน
00:11:1000:11:13ตกใจคือคนที่เคยลดน้ำหนักได้เยอะๆเร็วๆมา
00:11:1300:11:18ก่อนหน้าแบบลดไป 5 กลอัพในเวลาสั้นๆภาวะ
00:11:1800:11:20นี้อาจจะเกิดได้เร็วสุดๆเลยค่ะคือภายใน
00:11:2000:11:242-4 สัปดาห์เท่านั้นเองค่ะถ้ายังคงจำกัด
00:11:2400:11:27พลังงานเข้มๆต่อไปร่างกายเหมือนจะยิ่งรีบ
00:11:2700:11:30ปรับตัวป้องกันการสูญเสียพลังงานเพิ่ม
00:11:3000:11:33>> โอ้โห 2-4 สัปดาห์เองหรอครับเร็วมาก
00:11:3300:11:35>> ใช่ค่ะแล้วก็อีกกลุ่มนึงที่น่าสนใจเหมือน
00:11:3500:11:38กันคือคนที่ทำ IF แต่ทำร่วมกับการคุมไข
00:11:3800:11:41มันต่ำมากๆหรือว่าคุมแคลอรี่โดยรวมน้อย
00:11:4100:11:44สุดๆไปเลยกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มสูงค่ะที่จะ
00:11:4400:11:47เข้าสู่ภาวะเผาผลาญต่ำหรือไฮโปม
00:11:4700:11:49Metabบolic State เนี่ยได้ในเวลาประมาณ 1-
00:11:4900:11:51ถึง 2 เดือนเหมือนกันค่ะ
00:11:5100:11:53>> ข้อมูลเรื่องเวลานี้ชัดเจนมากๆเลยครับทำ
00:11:5300:11:56ให้เห็นภาพเลยว่าไม่ใช่แค่ว่าเราทำอะไร
00:11:5600:12:00แต่แบบทำนานแค่ไหนเข้มงวดแค่ไหนนี่คือ
00:12:0000:12:02ปัจจัยสำคัญจริงๆโดยเฉพาะกลุ่มที่ร่างกาย
00:12:0200:12:06อาจจะเปราะบางกว่าหรือเคยลดเร็วมาก่อน
00:12:0600:12:08แสดงว่าร่างกายเรานี้มันฉลาดจริงๆนะครับ
00:12:0800:12:11เรื่องปรับตัวเนี่ยโอเคครับการปรับตัวนี้
00:12:1100:12:15เร็วช้าต่างกันไปแล้วมีปัจจัยอื่นอีกมั้ย
00:12:1500:12:18ครับที่แบบนอกจากเรื่องเวลาความเข้มงวด
00:12:1800:12:21แล้วมันเหมือนเป็นตัวเร่งให้ร่างกายมัน
00:12:2100:12:23เข้าโหมดประหยัดพลังงานหรือ adaptive
00:12:2300:12:25thermogenesis เนี่ยได้เร็วขึ้นหรือ
00:12:2500:12:28รุนแรงขึ้นอีกจากข้อมูลที่เรามีมันชี้ไป
00:12:2800:12:29ที่อะไรบ้างครับ
00:12:2900:12:32>> มีหลายปัจจัยเลยค่ะที่ข้อมูลบอกว่าเป็น
00:12:3200:12:35ตัวเร่งสำคัญทำให้ภาวะนี้เกิดง่ายขึ้น
00:12:3500:12:38เร็วขึ้นอันแรกเลยคือการจำกัดขาบที่ต่ำ
00:12:3800:12:41เกินไปแบบต่อนเยื่องนานๆเช่นน้อยกว่า 20
00:12:4100:12:44กรัมต่อวันนานๆน่ะค่ะเพราะมันแทบไม่มี
00:12:4400:12:47กลูโคสไปกระตุ้นเลปตินเลยสัญญาณขาดแคลมัน
00:12:4700:12:49ก็เลยถูกส่งไปที่สมองตลอดเวลา
00:12:4900:12:52>> ต่ำกว่า 20 กรัมนี่คือน้อยมากจริงๆนะครับ
00:12:5200:12:56>> ใช่ค่ะน้อยมากแล้วก็ปัจจัยที่ 2 คือการทำ
00:12:5600:13:00IF ร่วมกับกินน้อยมากและที่สำคัญมากๆคือ
00:13:0000:13:04นอนไม่ดีนอนไม่พอหรือนอนไม่มีคุณภาพการ
00:13:0400:13:06นอนไม่พอเนี่ยมันเป็นความเครียดทางร่าง
00:13:0600:13:09กายอย่างนึงเลยนะคะพอมารวมกับการกินน้อย
00:13:0900:13:13มากๆสมองก็จะตีความว่าแบบโอ้โหวิกฤตขาด
00:13:1300:13:16พลังงานขั้นสุดก็จะสั่งลดการเผาผลาญลงทัน
00:13:1600:13:17ทีเลยค่ะ
00:13:1700:13:19>> โหนอนไม่พอนี่ก็เกี่ยวด้วยเหรอครับเนี่ย
00:13:1900:13:23>> เกี่ยวมากค่ะแล้วก็ปัจจัยที่ 3 คือการไม่
00:13:2300:13:26มีวันรีฟีดหรือช่วงพักเลยอย่างที่บอกไป
00:13:2600:13:29ตอนแรกอ่ะค่ะคุมเข้มตลอดเวลานานเกินเดือน
00:13:2900:13:32นึงโดยไม่มีวันกินเพิ่มบ้างเลยเล็บมันก็
00:13:3200:13:35จะต่ำค้างอยู่อย่างนั้นไม่ได้ฟื้นตัวร่าง
00:13:3500:13:39กายก็ปรับลดการเผาผลาญลงไปเรื่อยๆปัจจัย
00:13:3900:13:42ที่ 4 อันนี้อาจจะฟังดูขัดๆนิดนึงนะคะคือ
00:13:4200:13:45การที่มีมวลไขมันในร่างกายต่ำอยู่แล้ว
00:13:4500:13:48>> เฮ้ยยังไงนะครับมีไขมันน้อยอยู่แล้วยิ่ง
00:13:4800:13:48เกิดง่ายหรอครับ
00:13:4800:13:51>> ใช่ค่ะอาจจะฟังดูแปลกแต่เพราะว่าเซลล์ไข
00:13:5100:13:54มันคือตัวสร้างเล็บหลักนะคะคนที่ไขมัน
00:13:5400:13:57น้อยอยู่แล้วเนี่ยระดับเล็บพื้นฐานก็จะ
00:13:5700:14:01ต่ำกว่าคนอื่นพอมาจำกัดพลังงานอีกเล็บมัน
00:14:0100:14:04ก็ยิ่งลดลงเร็วทำให้ไวต่อการเกิดภาวะนี้
00:14:0400:14:05มากกว่าค่ะ
00:14:0500:14:09>> อ๋อเป็นอย่างนี้นี่เองเข้าใจแล้วครับ
00:14:0900:14:12>> ค่ะแล้วก็ปัจจัยสุดท้ายคือความเครียด
00:14:1200:14:15เรื้อรังหรือการออกกำลังกายหนักเกินไป
00:14:1500:14:18หรือ over exercise 2 อย่างนี้มันไป
00:14:1800:14:20กระตุ้นฮอร์โมนคอร์ดิซอลหรือฮอร์โมน
00:14:2000:14:22เครียดให้หลั่งออกมาเยอะซึ่งคอร์ดิเซอล
00:14:2200:14:26ที่สูงนานๆเนี่ยมันจะไปเ่อรบกวนการทำงาน
00:14:2600:14:29ของเล็บินในสมองทำให้สมองไม่ค่อยตอบสนอง
00:14:2900:14:32ต่อสัญญาณเลปตินหรือเกิดภาวะดื้อเลปติน
00:14:3200:14:35เลปติน resistance ได้แล้วมันก็ยังไป
00:14:3500:14:38กระตุ้นให้ลดการเผาผลาญลงอีกทางด้วยค่ะ
00:14:3800:14:41>> ฟังดูแล้วปัจจัยเร่งพวกนี้เหมือนส่ง
00:14:4100:14:44สัญญาณเตือนภัยแบบดังผิดปกติไปให้ร่างกาย
00:14:4400:14:47เลยนะครับทำให้ร่างกายเข้าใจผิดว่าแบบ
00:14:4700:14:50โอ้โหโหต้องรอดต้องเอาตัวรอดขั้นสุดก็เลย
00:14:5000:14:52ต้องรีบรีเผาพลังงานลงให้เหลือน้อยที่สุด
00:14:5200:14:53เลย
00:14:5300:14:55>> ถูกต้องเลยค่ะนั่นคือหัวใจของมันเลยแล้ว
00:14:5500:14:58ก็เป็นคำอธิบายว่าทำไม Adaptive
00:14:5800:15:01Termogenesis ถึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้
00:15:0100:15:04อืมน้ำหนักมันนิ่งลดต่อไม่ได้หรือที่แย่
00:15:0400:15:07กว่าคือโยโยเร็วมากพอกลับไปกินปกติเพราะ
00:15:0700:15:10มันคือกลไกป้องกันตัวของร่างกายเพื่อให้
00:15:1000:15:13รอดนั่นแหละค่ะเวลารับรู้ว่าพลังงานขาด
00:15:1300:15:15ไม่ว่าจะขาดจริงหรือตีความสัญญาณผิดไป
00:15:1600:15:18ร่างกายก็จะทำทุกอย่างเพื่อใช้พลังงานให้
00:15:1800:15:19น้อยลง
00:15:1900:15:23>> เอาล่ะครับพอเข้าใจภาพรวมปัจจัยเร่งแล้ว
00:15:2300:15:26ทีนี้มาถึงตัวละครหลักบ้างฮอร์โมนตัวไหน
00:15:2600:15:29ครับที่แบบเป็นผู้เล่นหลักเลยในกลไก
00:15:2900:15:32Adaptive Thermogenesis เนี่ยจากข้อมูล
00:15:3200:15:35ที่เราศึกษามามีตัวไหนเด่นๆบ้างครับ
00:15:3500:15:38>> มีฮอร์โมนสำคัญอยู่ 3 ตัวเลยค่ะที่ทำงาน
00:15:3800:15:41เกี่ยวข้องกันมากๆในเรื่องนี้ตัวแรกนะคะ
00:15:4100:15:44คือฮอร์โมนไทรรอยด์โดยเฉพาะ T3 หรือ
00:15:4400:15:47ไอไอโอโดไซโรนีน
00:15:4700:15:49T3 นี้เปรียบเหมือนคันเร่งหลักของระบบ
00:15:4900:15:53เผาผลาญเลยค่ะควบคุม BMR โดยตรงพอนางจาน
00:15:5300:15:56รู้สึกว่าพลังงานที่เข้ามามันลดลงเช่นจาก
00:15:5600:15:59การลดน้ำหนักหรือจำกัดแคลอรี่ร่างกายจะลด
00:15:5900:16:01การเปลี่ยนฮอร์โมน T4 ซึ่งยังไม่ค่อยออก
00:16:0100:16:04ฤทธิ์ไปเป็น T3 ที่ออกฤทธิ์ได้ผลก็คือ
00:16:0400:16:07อัตราการเผาผลาญโดยรวมมันก็ลดลงเป็นการ
00:16:0700:16:10แบบว่าผ่อนคันเร่งเพื่อประหยัดพลังงานค่ะ
00:16:1000:16:15>> อ๋อลดการสร้าง T3 ลงการเผ่าผลก็เลยช้าลง
00:16:1500:16:18>> ใช่ค่ะตัวที่ 2 คือเลปตินเลปทินอย่างที่
00:16:1800:16:21เราคุยกันไปแล้วเลปตินเป็นเหมือนเกดวัด
00:16:2100:16:25พลังงานสำรองจากเซลล์ไขมันส่งไปบอกสมอง
00:16:2500:16:28ว่ามีพลังงานพอมพอเรากินน้อยลงหรือน้ำ
00:16:2800:16:31หนักลดเซลล์ไขมันเล็กลงก็สร้างเล็บินน้อย
00:16:3100:16:35ลงสัญญาณขาดแคลนก็ถูกส่งไปที่สมองสมองก็
00:16:3500:16:38จะตอบสนองโดยการลดการเผาผลานลงและตรงนี้
00:16:3800:16:41ที่น่าสนใจมากนะคะมันยังสั่งให้เพิ่มความ
00:16:4100:16:42อยากอาหารขึ้นด้วย
00:16:4200:16:44>> อ้าเพิ่มความอยากอาหารด้วยเหรอครับ
00:16:4400:16:47>> ใช่ค่ะเพื่อกระตุ้นให้เราออกไปหาพลังงาน
00:16:4700:16:51มาเติมไงคะเป็นกลไก 2 ทางที่แบบโอ้โหทรง
00:16:5100:16:54พลังมากในการอ้านการลดน้ำหนัก
00:16:5400:16:57>> โหทั้งลดเผาผลาญทั้งเพิ่มความอยากสุดยอด
00:16:5700:16:57เลย
00:16:5800:17:01>> ค่ะแล้วก็ตัวที่ 3 คอเลสติซอลฮอร์โมน
00:17:0100:17:04เครียดตัวนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันการไดเอตแบบ
00:17:0400:17:07หักโหมการอดอาหารหรือแม้แต่การออกกำลัง
00:17:0700:17:10กายหนักเกินไปร่างกายมองว่าเป็นความ
00:17:1000:17:13เครียดก็จะหลังคอเลสติซอลออกมามากขึ้น
00:17:1300:17:15คอเลสซอลที่สูงเรื้อรังเนี่ยไม่ใช่แค่ส่ง
00:17:1500:17:18เสริมให้เกิด Adaptive cogenesis แล้วลด
00:17:1800:17:21การเผาผลาญนะคะมันยังมีผลโดยตรงในการ
00:17:2100:17:23กระตุ้นให้ร่างกายเก็บสะสมไขมันโดยเฉพาะ
00:17:2400:17:26เอ่อบริเวณหน้าท้องรอบเอวมากขึ้นด้วยค่ะ
00:17:2600:17:29>> ชัดเจนเลยครับเหมือนฮอร์โมน 3 ตัวนี้ทำ
00:17:2900:17:32งานเป็นทีมกันเลยนะเป้าหมายคือปกป้องร่าง
00:17:3200:17:36กายรักษาสมดุลพลังงานไว้ถึงแม้ผลลัพธ์มัน
00:17:3600:17:40จะเอ่อขัดใจคนที่อยากลดน้ำหนักอย่างเรา
00:17:4000:17:44มากก็ตามเป็นกลไกที่ซับซ้อนแต่ก็เอ่อสม
00:17:4400:17:47เหตุสมผลในมุมของการอยู่รอดจริงๆครับที
00:17:4700:17:50นี้พอเราเข้าใจสาเหตุกลไกตัวละครหลัก
00:17:5000:17:52อย่างฮอร์โมนต่างๆหมดแล้วคำถามที่สำคัญ
00:17:5200:17:55ที่สุดเลยสำหรับหลายๆคนตอนนี้คือแล้วเรา
00:17:5500:17:57จะรับมือยังไงจะจัดการหรือบรอบกลยุทธ์ของ
00:17:5700:18:00เรายังไงดีเพื่อลดผลกระทบจากภาวะนี้มีแนว
00:18:0000:18:03ทางแก้ไขปรับปรุงอะไรบ้างครับจากข้อมูล
00:18:0300:18:03ที่เรามี
00:18:0400:18:07>> ค่ะแจกข้อมูลที่เราสำรวจมานะคะก็มีแนวทาง
00:18:0700:18:09ที่เอาไปปรับใช้ได้หลายด้านเลยแต่ต้องทำ
00:18:0900:18:13แบบอืมองค์รวมนะคะควบคู่กันไปไม่ใช่เน้น
00:18:1300:18:16อย่างใดอย่าง 1 เพื่อส่งสัญญาณที่ถูกต้อง
00:18:1600:18:18กลับไปให้ร่างกายค่ะอย่างแรกเลยคือการ
00:18:1800:18:22ปรับเรื่องอาหารการกินข้อแรกย่อยคือลดน้ำ
00:18:2200:18:25ตาลกับอาหารแปรรูปให้น้อยที่สุดอันนี้
00:18:2500:18:27สำคัญมากค่ะเพราะพวกนี้กระตุ้นอินซูลิน
00:18:2700:18:30สูงทำให้เก็บไขมันง่ายแล้วก็ไม่ดีต่อ
00:18:3000:18:33สุขภาพโดยรวมอยู่แล้วควรเน้นอาหารจาก
00:18:3300:18:36ธรรมชาติที่ไม่แปรรูปให้มากที่สุดเท่าที่
00:18:3600:18:37ทำได้ค่ะ
00:18:3700:18:39>> ครับอันนี้พื้นฐานสำคัญเลย
00:18:3900:18:42>> ข้อ 2 คือเลือกกินไขมันดีไม่ใช่เลี่ยงไข
00:18:4200:18:46มันไปเลยการกินไขมันดีสำคัญนะคะควรเพิ่ม
00:18:4600:18:50พวกไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวหรือ MUFA
00:18:5000:18:53เช่นจากอะโวคาโดถั่วเปลือกแข็งน้ำมัน
00:18:5300:18:56มะกอกแล้วก็ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนหรือ
00:18:5600:19:00PUFA โดยเฉพาะโอเมก้า 3 จากปลาทะเลน้ำ
00:19:0000:19:04ลึกแซลมอนแมคารเรลซาดีนพวกเนี้ยค่ะไขมัน
00:19:0400:19:06ดีๆช่วยลดการอักเสบแล้วก็อาจจะช่วยเรื่อง
00:19:0600:19:08ระบบเผาผลาญได้ด้วย
00:19:0800:19:11>> ไม่ใช่ตัดไขมันแต่เลือกกินไขมันดี
00:19:1100:19:15>> ใช่ค่ะแล้วก็ข้อ 3 ในเรื่องอาหารคือเน้น
00:19:1500:19:19ใยอาหารกับโปรตีนให้พอใยอาหารจากผักผลไม้
00:19:1900:19:22ไม่หวานจัดธัญพืชเต็มเมล็ดช่วยให้อิ่มนาน
00:19:2200:19:25ดีต่อลำไส้ส่วนโปรตีนนี่สำคัญมากในการ
00:19:2500:19:28รักษามวลกล้ามเนื้อซึ่งกล้ามเนื้อเนี่ย
00:19:2800:19:31เป็นเหมือนเตาเผาพลังงานหลักเลยถ้าโปรตีน
00:19:3100:19:34พอจะช่วยให้การเผาผลาญไม่ตกมากเกินไปค่ะ
00:19:3400:19:38>> โอเคครับเรื่องอาหารนี้ชัดเจนเลยลดแปรรูป
00:19:3800:19:42น้ำตาลเพิ่มไขมันดีเน้นใยอาหารโปรตีนค่ะ
00:19:4200:19:46ต่อมาด้านที่ 2 คือการปรับกิจกรรมทางกาย
00:19:4600:19:50หรือการออกกำลังกายข้อแรกที่สำคัญมากคือ
00:19:5000:19:52ให้ความสำคัญกับ resistance training
00:19:5200:19:55หรือ weight training การยกน้ำหนักใช้
00:19:5500:19:58ยางยืดหรือ bodyight เนี่ยจำเป็นมากค่ะ
00:19:5800:20:01เพื่อสร้างและรักษากล้ามเนื้อกล้ามเนื้อ
00:20:0100:20:04เยอะ BMR หรือการเผาผลาญตอนพักก็จะสูง
00:20:0400:20:08ขึ้นนี่คือหัวใจเลยในการสู้กับภาวะเผา
00:20:0800:20:09ผลาญต่ำระยะยาว
00:20:0900:20:12>> เน้นสร้างกล้ามเนื้อเป็นหลัด
00:20:1200:20:14ใช่ค่ะแล้วก็ทำคาร์ดควบคู่ไปด้วยแต่ไม่
00:20:1500:20:18ต้องหักห่มมากการออกกำลังกายแบบแอโรบิค
00:20:1800:20:21เดินเร็ววิ่งปั่นจักรยานว่ายน้ำก็ยังมี
00:20:2100:20:25ประโยชน์นะคะช่วยเผาแคลอรี่ดีต่อหัวใจแต่
00:20:2500:20:28ไม่ควรทำเยอะไปจนเครียดควรทำคู่กับเight
00:20:2800:20:30training ค่ะถึงจะได้ผลดีสุด
00:20:3000:20:33>> สมดุลกันไปทั้งเวทและคาร์ดิโอ
00:20:3300:20:36>> ค่ะส่วนที่ 3 คือการปรับสมดุลฮอร์โมนและ
00:20:3600:20:39ลดความเครียดข้อแรกคือจัดการความเครียด
00:20:3900:20:42อย่างจริงจังเพราะคอร์ติซอลสูงมันส่งผล
00:20:4200:20:45โดยตรงเลยทั้งการเผาผลาญการเก็บไขมันต้อง
00:20:4500:20:48หาวิธีจัดการความเครียดที่เหมาะกับตัวเอง
00:20:4800:20:52ให้เจอค่ะเช่นทำสมาธิโยคะฝึกหายใจหรือหา
00:20:5200:20:55กิจกรรมที่ชอบทำเพื่อช่วยลดคอร์ติซอลลง
00:20:5500:20:58ข้อ 2 ในหมวดนี้คือให้ความสำคัญกับการนอน
00:20:5800:21:02มากๆค่ะนอนให้มีคุณภาพควรนอนให้ได้ 7-8
00:21:0200:21:05ชมงต่อคืนอันนี้สำคัญสุดๆกับฮอร์โมนหิว
00:21:0500:21:08อิ่มคือเล็บกับเกรลินนอนไม่พอจะทำให้เรา
00:21:0800:21:12หิวบ่อยอิ่มยากแล้วก็เผาผลานแย่ลงฟื้นตัว
00:21:1200:21:13ก็ไม่ดีค่ะ
00:21:1400:21:16>> เรื่องนอนนี่ก็ละเลยไม่ได้เลยนะครับ
00:21:1600:21:19>> ไม่ได้เลยค่ะแล้วก็ส่วนสุดท้ายส่วนที่ 4
00:21:1900:21:22คือการปรับให้เข้ากับตัวเองและติดตามผล
00:21:2200:21:25ข้อแรกคือถ้าลองปรับแล้วยังไม่ดีขึ้นหรือ
00:21:2500:21:28มีอะไรกังวลก็ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอาจจะ
00:21:2800:21:31เป็นคุณหมอนักโภชนาการหรือเทรนเนอร์เพื่อ
00:21:3100:21:34ให้ได้คำแนะนำที่เหมาะกับเราจริงๆข้อ 2
00:21:3400:21:37คือติดตามและบันทึกผลการจดบันทึกน้ำหนัก
00:21:3800:21:40สัดส่วนความรู้สึกหรือค่าต่าง
00:21:4000:21:42จะช่วยให้เราเห็นแนวโน้มเข้าใจร่างกายตัว
00:21:4200:21:45เองมากขึ้นแล้วก็ปอบแผนได้ถูกจุดไม่ต้อง
00:21:4500:21:46เดาสุ่มค่ะ
00:21:4600:21:49>> ฟังดูแล้วการจะรับมือกับกลไกธรรมธาตุที่
00:21:4900:21:51ซับซ้อนอย่าง Adaptive Thermogenesis
00:21:5200:21:54เนี่ยมันต้องใช้แนวทางแบบองค์รวมจริงๆนะ
00:21:5400:21:57ครับไม่ใช่แค่ไปโฟกัสที่การลดอย่างเดียว
00:21:5800:22:00แต่เป็นการสร้างสมดุลใหม่ให้ร่างกายทั้ง
00:22:0000:22:03อาหารการเคลื่อนไหวการพักผ่อนจัดการ
00:22:0300:22:07อารมณ์และที่สำคัญคือต้องสม่ำเสมอแล้วก็
00:22:0700:22:10เอ่อฟังเสียงร่างกายตัวเองจริงๆด้วยถ้าจะ
00:22:1000:22:13ให้สรุปเอ่อสาระสำคัญจากการเจาะลึกข้อมูล
00:22:1300:22:16ของเราวันนี้ก็คือภาวะการเผาผลาญปรับตัว
00:22:1600:22:19หรือ adaptive thermogenesis เนี่ยมัน
00:22:1900:22:21ไม่ใช่ความผิดปกติอะไรเลยไม่ใช่ว่าเราทำ
00:22:2100:22:25อะไรผิดแต่มันเป็นกลไกปรับตัวที่แบบว่า
00:22:2500:22:28ฉลาดมากของร่างกายเพื่อความอยู่รอดการที่
00:22:2800:22:30เราเข้าใจว่ามันทำงานยังไงปัจจัยไหน
00:22:3000:22:33กระตุ้นบทบาทของฮอร์โมนหลักๆอย่าง T3
00:22:3300:22:36แลปตินคอรซออันนี้คือก้าวแรกที่สำคัญที่
00:22:3600:22:39สุดเลยในการที่เราจะปรับกลยุทธ์ให้ให้มัน
00:22:3900:22:41สอดคล้องกับร่างกายเรามากขึ้น
00:22:4100:22:44>> ใช่เลยค่ะแล้วถ้ามองภาพใหญ่ขึ้นไปอีกนะคะ
00:22:4400:22:47การแก้ปัญหาหรือรับมือกับภาวะนี้แบบยั่ง
00:22:4700:22:50ยืนเนี่ยมันไม่ใช่การพยายามไปเอาชนะร่าง
00:22:5000:22:53กายด้วยการจำกัดหรือกดดันให้มากขึ้นไปอีก
00:22:5300:22:56แต่เป็นการทำงานร่วมกับร่างกายค่ะโดยการ
00:22:5600:22:59สร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งสัญญาณความปลอดภัย
00:22:5900:23:03ความสมดุลกลับไปให้ทั้งจากอาหารดีๆออก
00:23:0300:23:06กำลังกายพอเหมาะพักผ่อนพอจัดการเครียดได้
00:23:0700:23:09เพราะร่างกายรู้สึกปลอดภัยมันก็ไม่มีเหตุ
00:23:0900:23:11ผลที่ต้องเปิดโหมดประหยัดพลังงานแล้วค่ะ
00:23:1100:23:14นี่แหละค่ะคือหัวใจของการดูแลสุขภาพแบบ
00:23:1400:23:15องค์รวมจริงๆ
00:23:1500:23:18>> ครับผมแล้วก่อนจะจากกันวันนี้ผมขอทิ้ง
00:23:1800:23:21ท้ายนิดนึงเป็นคำถามชวนคิดต่อนะครับว่า
00:23:2100:23:23นอกจากเรื่องฮอร์โมนปัจจัยแวดล้อมที่เรา
00:23:2300:23:25คุยกันมาทั้งหมดแล้วเนี่ยมันจะเป็นไปได้
00:23:2500:23:28มั้ครับว่าปัจจัยทางพันธุกรรมของแต่ละคน
00:23:2800:23:31ที่ไม่เหมือนกันหรือแม้แต่เอ่อความแตก
00:23:3100:23:34ต่างของจุลินทรีย์ในลำไส้หรือไมโครไบโอม
00:23:3400:23:37ที่เขาฮีทิกันเนี่ยอาจจะมีผลต่อความไว
00:23:3700:23:39หรือความเร็วที่ร่างร่างกายคนๆนึงจะเข้า
00:23:3900:23:41สู่ภาวะ Adaptive Thermogenesis หรือ
00:23:4100:23:45เปล่าอันนี้น่าจะเป็นอีกมิติที่โหน่าสนใจ
00:23:4500:23:47มากที่จะไปสำรวจกันต่อในอนาคตเพื่อให้
00:23:4700:23:49เข้าใจความแตกต่างของแต่ละคนได้ลึกขึ้นไป
00:23:4900:23:52อีกวันนี้ก็ต้องขอขอบคุณมากนะครับสำหรับ
00:23:5200:23:54การมาร่วมเจาะลึกข้อมูลที่ทั้งซับซ้อน
00:23:5400:23:56แล้วก็สำคัญมากๆนี้ด้วยกันหวังว่าข้อมูล
00:23:5600:23:58ที่เราคุยกันไปจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ
00:23:5800:24:01ท่านไม่มากก็น้อยนะครับ
00:24:0100:24:18[เพลง]