อาหารเน่าเสียได้จากสาเหตุใดบ้าง

สารกันเสียในอาหารไม่ดีต่อเราจริงหรือ - Eleanor Nelsen

จากช่อง : จงใฝ่รู้อยู่เสมอ — TED-Ed


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0600:00:09อาหารไม่อาจคงอยู่ได้ตลอดไป
00:00:0900:00:12ในไม่กี่วัน หรือบางทีไม่กี่ชั่วโมง ขนมปังก็ขึ้นราซะแล้ว
00:00:1200:00:14แอปเปิลที่หั่นไว้ก็เป็นสีน้ำตาล
00:00:1400:00:17แบคทีเรียก็เจริญเติบโตเป็น เท่าตัวในมายองเนส
00:00:1700:00:22แต่เรากลับพบอาหารเหล่านี้ ได้บนชั้นตามร้านสะดวกซื้อ
00:00:2200:00:23และหวังว่ามันจะยังไม่เน่า
00:00:2300:00:25ต้องขอบคุณวัตถุกันเสีย
00:00:2500:00:28แต่แท้จริงแล้ว วัตถุกันเสีย คืออะไรแน่
00:00:2800:00:31พวกมันช่วยให้อาหารยังกินได้ อย่างไร และมันปลอดภัยไหม
00:00:3100:00:35มีปัจจัยหลัก ๆ อยู่ 2 อย่าง ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย
00:00:3500:00:37จุลชีพและการเกิดออกซิเดชัน
00:00:3700:00:40จุลชีพ เช่นแบคทีเรียและเชื้อรา เข้ากล้ำกลายอาหาร
00:00:4000:00:42และแย่งพวกสารอาหารออกไป
00:00:4200:00:44จุลชีพบางชนิดเป็นตัวก่อโรค
00:00:4400:00:47เช่น โรคลิสทีเรีย โรคโบทูลิซึม
00:00:4700:00:52ส่วนเชื้ออื่น ๆ แค่เปลี่ยนอาหารที่กินได้ ให้มีกลิ่นเหม็น เละ และขึ้นรา
00:00:5200:00:57ในขณะที่ปฏิกิริยาออกซิเดชันเป็น การเปลี่ยนโมเลกุลทางเคมีของอาหาร
00:00:5700:01:02เกิดจากเอนไซม์ หรืออนุมูลอิสระ ที่ทำให้ไขมันมีกลิ่นหืน
00:01:0200:01:05และทำให้เกิดสีน้ำตาล ดังเช่นบนแอปเปิลและมันฝรั่ง
00:01:0500:01:09สารกันเสียสามารถป้องกันไม่ให้เกิด การเสื่อมสภาพได้ทั้งสองประเภท
00:01:0900:01:12ก่อนที่จะมีการประดิษฐ์ เครื่องทำความเย็นขึ้น
00:01:1200:01:16เชื้อราและแบคทีเรียสามารถ เจริญแพร่ขยายตัวในอาหาร
00:01:1600:01:21เราจึงค้นพบวิธีการสร้างสภาวะ แวดล้อมที่ไม่เหมาะสมแก่จุลชีพ
00:01:2100:01:25ตัวอย่างเช่น ทำให้อาหาร มีความเป็นกรดมากขึ้น
00:01:2500:01:27ทำให้จุลชีพขาดเอนไซม์ ที่จำเป็นต่อการอยู่รอด
00:01:2700:01:30และอันที่จริงแบคทีเรีย บางชนิดก็สามารถช่วยได้
00:01:3000:01:34เป็นเวลานานนับพันปี ที่คนเรา ถนอมอาหารโดยใช้แบคทีเรีย
00:01:3400:01:37ที่ผลิตกรดแลคติก
00:01:3700:01:39กรดนี้เปลี่ยนผัก และนมที่เสียง่าย
00:01:3900:01:42มาเป็นอาหารที่ เก็บไว้ได้นานยิ่งขึ้น
00:01:4200:01:43เช่น ซาวร์เคราท์ ของยุโรป
00:01:4300:01:45กิมจิของเกาหลี
00:01:4500:01:47และโยเกิร์ตของ ตะวันออกกลาง
00:01:4700:01:52อาหารหมักพวกนี้ยังช่วยเพิ่มจำนวน จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในทางเดินอาหาร
00:01:5200:01:56อีกทั้งสารกันเสียสังเคราะห์ หลาย ๆ ชนิดก็เป็นกรด
00:01:5600:01:58กรดเบนโซอิกในน้ำราดสลัด
00:01:5800:02:00กรดซอร์บิกที่อยู่ในชีส
00:02:0000:02:03และกรดโพรพิโอนิกที่ มีอยู่ในผลิตภัณฑ์อบ
00:02:0300:02:04พวกมันปลอดภัยไหม
00:02:0400:02:08งานวิจัยบางชิ้นบ่งชี้ว่า เบนโซเอต ที่สัมพันธ์กับกรดเบนโซอิก
00:02:0800:02:11ก่อให้เกิดพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง
00:02:1100:02:14แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องนี้
00:02:1400:02:17เพราะฉะนั้น กรดเหล่านี้ก็น่าจะ ปลอดภัยหายห่วง
00:02:1700:02:22อีกกลยุทธ์ที่ใช้ต้านจุลชีพก็คือ การเติมน้ำตาลมาก ๆ เช่น ในแยม
00:02:2200:02:25หรือเกลือ เหมือนเนื้อเค็ม
00:02:2500:02:30น้ำตาลและเกลือจะอุ้มน้ำ ที่จุลชีพใช้ในการเจริญเติบโตไว้
00:02:3000:02:35และดูดความชื้นออกจาก เซลล์ที่อยู่รอบ ๆ
00:02:3500:02:36จึงเป็นการทำลายพวกมัน
00:02:3600:02:40แน่นอนว่า น้ำตาลกับเกลือที่มากเกินไป ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
00:02:4000:02:41โรคเบาหวาน
00:02:4100:02:43และความดันโลหิตสูง
00:02:4300:02:46ดังนั้นสารกันเสียพวกนี้จะดีที่สุด เมื่อใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ
00:02:4600:02:51ไนเตรตและไนไตรต์ที่ต้านจุลชีพ สามารถพบได้ในเนื้อแปรรูป
00:02:5100:02:56ขจัดแบคทีเรียตัวต้นเหตุโรคโบทูลิซึมไปได้ แต่อาจเป็นตัวการก่อปัญหาสุขภาพอย่างอื่น
00:02:5600:02:58งานวิจัยบางชิ้นเชื่อมโยงเนื้อแปรรูปกับมะเร็ง
00:02:5800:03:02ระบุว่า เจ้าสารกันเสียพวกนี้อาจเป็นผู้ก่อเหตุ
00:03:0200:03:06ขณะที่สารถนอมอาหารกลุ่มต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
00:03:0600:03:10กลับทำให้กลิ่น รส หรือสีของอาหารเพี้ยนไป
00:03:1000:03:13ควันได้ถูกนำมาใช้ถนอมอาหารมานับพันปี
00:03:1300:03:18เนื่องจากสารประกอบอะโรมาติกในควันไม้ บางชนิดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
00:03:1800:03:22การประสานวิธีรมควันกับใส่เกลือไว้ด้วยกัน เป็นวิธืการถนอมเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
00:03:2200:03:24ก่อนการแช่เย็น
00:03:2400:03:27สำหรับการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยปราศจากกลิ่นควันติดมาด้วย
00:03:2700:03:30มีบรรดาสารประกอบ เช่น BHT และ โทโคฟีรอล
00:03:3000:03:33เป็นที่รู้จักกันดีในนาม วิตามินอี
00:03:3300:03:36เช่นเดียวกับสารประกอบในควัน พวกมันขจัดอนุมูลอิสระ
00:03:3600:03:39และขับไล่กลิ่นเหม็นหืนออกไป
00:03:3900:03:41ที่เกิดขึ้นในอาหารจำพวกน้ำมัน
00:03:4100:03:42ชีส
00:03:4200:03:44และซีเรียล
00:03:4400:03:47สารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่น ๆ เช่น กรดซิตริกกับกรดแอสคอร์บิก
00:03:4800:03:49ช่วยให้อาหารที่หั่นไว้แล้วคงสีเดิม
00:03:4900:03:53โดยการยับยั้งเอนไซม์ ที่ทำให้เป็นสีน้ำตาล
00:03:5300:03:56สารประกอบบางชนิด เช่น ซัลไฟต์ มีหน้าที่หลายอย่าง
00:03:5600:04:00มันเป็นทั้งสารต้านจุลชีพ และสารต้านอนุมูลอิสระ
00:04:0000:04:03ซัลไฟต์อาจก่อให้เกิด อาการแพ้ได้ในบางคน
00:04:0300:04:08แต่สารถนอมอาหารต้านอนุมูลอิสระ ส่วนใหญ่ถือเป็นที่ยอมรับกันว่าปลอดภัย
00:04:0800:04:11ตกลงแล้ว เราควรจะกังวลเกี่ยวกับ สารกันเสีย กันดีไหม
00:04:1100:04:14ในเมื่อตามปกติ มันมักจะอยู่เกือบ ท้ายสุดของรายการส่วนประกอบ
00:04:1400:04:16เพราะถูกใช้ในปริมาณที่น้อยยิ่ง
00:04:1600:04:19อย. ให้การรับรองแล้วว่าปลอดภัย
00:04:1900:04:22อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคบางราย และบางบริษัท
00:04:2200:04:24กำลังพยายามคิดค้นหาทางเลือก
00:04:2400:04:29เทคนิคบรรจุภัณฑ์ เช่น การลดปริมาณ ออกซิเจนรอบ ๆ อาหาร ก็สามารถช่วยได้
00:04:2900:04:31แต่หากปราศจากตัวช่วยทางเคมี บางอย่างไปเสียแล้ว
00:04:3100:04:36คงจะมีอาหารอยู่น้อยมากที่จะคง สภาพเดิมบนหิ้งชั้นวางได้เป็นเวลานาน ๆ