- คำถาม:
- ใครมีความเสี่ยงต่อการแพ้อาหารมากกว่าคนอื่น?
- คำตอบ:
- กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่ คนที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ หรือตนเองมีโรคภูมิแพ้เดิม เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบ หอบหืด หรือเคยแพ้อาหารมาก่อน
[PODCAST] Food Choice | EP.9 - กินอย่างไรเมื่อเป็น "โรคแพ้อาหาร"
จากช่อง:Mahidol Channel มหิดล แชนแนล
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:04:15ก็จะมีส่วนในเรื่องที่จะทำให้เรา มีโอกาสจะแพ้หรือเปล่า
00:04:19ซึ่งมันก็จะไม่เหมือนกัน
00:04:20ในส่วนของบางคนนะคะ ที่มีประวัติครอบครัวเรื่องของการแพ้
00:04:24หรือแม้กระทั่งเป็นประวัติ เรื่องของโรคภูมิแพ้อื่น ๆ
00:04:27กลุ่มนี้ก็อาจจะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงเนอะ
00:04:30ที่อาจจะมีเรื่องของ การแพ้อาหารร่วมด้วยได้นะคะ
00:04:33เพราะฉะนั้นอันนี้ กลุ่มที่มีปัญหาเรื่องของการแพ้นะคะ
00:04:36มีโรคประจำตัวหรือว่ามีภูมิแพ้อยู่แล้วนี่
00:04:39กลุ่มนี้ก็อาจจะเป็นกลุ่มหนึ่ง ที่มีโอกาสที่จะแพ้เรื่องของอาหารได้ค่ะ
00:04:42ในบางบ้านนะคะที่มีคุณพ่อคุณแม่ มีปัญหาเรื่องของการแพ้นะคะ
00:04:47แพ้อาหารหรือ ว่าอาจจะเป็นเรื่องของ ภูมิแพ้อะไรก็ตามนี่
00:04:50บางทีอันนี้ก็จะเป็นความเสี่ยง ที่ทำให้ลูกหรือว่าคนในครอบครัว
00:04:55มีความเสี่ยงที่จะแพ้อาหารได้เช่นกันค่ะ
00:04:57สำหรับอาการที่เกิดขึ้นจากการแพ้อาหารนะคะ
00:05:00ก็ให้สังเกต
00:05:01ส่วนใหญ่นี่ต้องบอกว่า สัมพันธ์กับอาหารก่อนเนอะ
00:05:03ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ มีผื่นขึ้นมา หรือมีอาการขึ้นมา
00:05:06แล้วบอกว่าจะแพ้อาหาร
00:05:07พวกนี้มันจะเกิดตามหลังการรับประทานอาหารนะคะ
00:05:10อาการที่เจอบ่อย ๆ
00:05:12ก็จะเป็นกลุ่มอย่างเช่นยกตัวอย่างนะคะ จะเป็นระบบผิวหนัง
00:05:15ก็มีตั้งแต่เป็นผื่นนะคะ
00:05:17มีผื่นอะไรหรือว่าเป็นผื่นลมพิษนะคะ
00:05:19ลักษณะอันนี้จะเจอได้ค่อนข้างบ่อยนะคะ
00:05:22หรือว่าอาจจะเป็นผื่นรอบปากนะคะ
00:05:24อาจจะมีอาการตาบวม ปากบวม อันนี้ก็จะเจอได้นะคะ
00:05:29อันที่สอง ในเรื่องของระบบทางเดินหายใจ อันนี้สำคัญเลย
00:05:32ถ้าสมมุติว่า กินอาหารเข้าไปแล้ว รู้สึกหน้าบวม ตาบวม หายใจไม่ออก
00:05:38หรือว่าหายใจแล้วมีเสียงวี๊ด ๆ
00:05:40อันนี้อันตรายแล้ว
00:05:41ก็จะเป็นลักษณะ ที่เราเรียกว่าเป็น Anaphylaxis
00:05:44หรือว่าเป็นการแพ้ขั้นรุนแรงนะคะ
00:05:46ถ้าเป็นมากขึ้นกว่านั้นอีก
00:05:48ก็จะมีผลกับเรื่องของระบบหายใจและหลอดเลือด
00:05:51ก็จะทำให้ความดันตกได้นะคะ
00:05:53ช็อกหรือว่าอาจจะเสียชีวิตได้ในที่สุดค่ะ
00:05:56อีกอันหนึ่งที่เจอบ่อยเลยก็คือ ในส่วนของระบบทางเดินอาหาร
00:05:59เพราะว่าเรากินเข้าไปถูกไหมคะ
00:06:01ก็อาจจะมีลักษณะของการท้องเสียได่้นะคะ
00:06:04ในส่วนของระบบทางเดินอาหารนะคะ
00:06:06เพราะว่าเวลาที่เรารับประทานอาหารเข้าไป
00:06:08ตัวที่จะไปกระตุ้นให้แพ้นี่
00:06:10มันก็จะผ่านเข้าไปในระบบทางเดินอาหาร
00:06:12ก็อาจจะมีอาการคัน อาการบวม ของคอ ของในช่องท้องเราได้นะคะ
00:06:18อาจจะมีการปวดท้อง อาจจะมีเรื่องของท้องเสียนะคะ
00:06:21ในบางรายที่เป็นมากนี่
00:06:22อาจจะทำให้ลำไส้อักเสบ หรือว่าถ่ายเป็นเลือดได้เลยค่ะ
00:06:25แล้วก็อาการที่รุนแรงที่สุด สำหรับอาการแพ้อาหาร
00:06:28ก็คือที่เราเรียกว่า Anaphylaxis หรือว่าแพ้ขั้นรุนแรงนะคะ
00:06:32อันนี้จะมีผลทั่วร่างกายเลยนะคะ
00:06:35โดยที่สารเคมีที่ถูกหลั่งออกมานี่
00:06:37มันจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว
00:06:39อาจจะมีลักษณะที่เป็นตัวแดง ๆ มีผื่นขึ้นมานะคะ
00:06:42แล้วก็บวมขึ้นได้นะคะ
00:06:44ความดันตกลงนะคะ
00:06:46หน้าบวม คอบวม ตาบวม หายใจไม่ทัน
00:06:48หรือว่ามีหลอดลมหดตัว แล้วทำให้ได้ยินเสียงวี๊ดได้นะคะ
00:06:52อันนี้เป็นอันตราย อาจจะเสียชีวิตได้ในที่สุดค่ะ
00:06:54เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังนะคะ
00:06:56ทีนี้ในกรณีที่คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่าน
00:06:58กังวลว่าลูกเราจะเป็นหรือเปล่านะคะ
00:07:00ก็ให้ลองสังเกตเนอะ อย่างเช่นสมมุติว่า
00:07:02รับประทานอาหารบางอย่างเข้าไป แล้วก็เริ่มมีผื่นขึ้นนะคะ
00:07:06สังเกตว่ากินทีไรก็เป็นทุกที อันนี้น่าสนใจแล้ว
00:07:10ก็ควรจะไปปรึกษาคุณหมอ เพื่อที่จะดูว่า
00:07:12อันนี้เราจะสามารถตรวจได้ว่าจะเป็นหรือเปล่า
00:07:15หรือจะมีวิธีการรักษาเพื่อจะดูว่า มันจะสามารถหายได้ไหมนะคะ
00:07:20แล้วก็อีกอันหนึ่ง ที่เมื่อสักครู่เล่าให้ฟังก็คือ
00:07:22เรื่องของการแพ้ขั้นรุนแรงนะคะ
00:07:25จริง ๆ ในกรณีของการแพ้ขั้นรุนแรง หรือ Anaphylaxis นี่
00:07:28ถ้าสมมุติว่าเกิดขึ้น มันมักจะเกิดอย่างรวดเร็วค่ะ
00:07:31มันจะไม่ใช่แบบว่า เรากินไปแล้ว อีก 2 วันค่อยเกิด
00:07:34อันนี้จะเกิดเร็ว
00:07:35อยู่ในหลักนาที แล้วก็ไม่เกินวันนึงแน่นอน
00:07:38เพราะฉะนั้นถ้ากินปุ๊บ แล้วเริ่มมีอาการ
00:07:41อาการมันจะเริ่มต้น อย่างเช่น หน้าบวม ตาบวม
00:07:44อันนี้ต้องรีบแล้วล่ะค่ะ ที่จะต้องหยุดของที่เราให้กินเข้าไป
00:07:48รีบไปโรงพยาบาลนะคะ
00:07:50ในขณะเดียวกัน เราควรจะนำของที่เรากินไปให้ดูด้วย
00:07:53เราจะได้รู้ว่าในของที่ให้ลูกกินนี่
00:07:56มันมีอาหารอะไรอยู่ หรือมีสารประกอบอะไรอยู่
00:07:58แล้วดูว่าตรงนั้นนี่
00:07:59มันจะเป็นตัวที่จะสามารถทำให้แพ้ได้ไหมนะคะ
00:08:03แล้วเดี๋ยวพอไปถึงโรงพยาบาล เขาก็จะมีระบบของการตรวจสอบว่า
00:08:07โอเค ในอาหารที่กิน มันมีสารประกอบอะไร
00:08:10แล้วก็เจาะเลือดหรือว่าตรวจ
00:08:12เพื่อจะดูว่าน้องหรือว่าลูกนี่ มีปัญหาเรื่องของแพ้อาหารหรือเปล่านะคะ
00:08:16ในส่วนของการวินิจฉัย เช่น
00:08:18หลายคนฟังแล้วบอก อุ๊ย ตายแล้ว ฉันจะเป็นหรือเปล่า
00:08:20ฉันจะเป็นหรือเปล่านะคะ
00:08:22ก็จะต้องดูว่าข้อแรกก่อน เราบอกว่าแพ้อาหารเนอะ
00:08:25มันจะต้องมีการซักประวัติ
00:08:26แล้วก็มีระยะเวลาหรือว่าไทม์ไลน์ ทุกคนคงคุ้นเคยกับไทมไลน์ดี
00:08:31เรากินไปตอนกี่โมง
00:08:33เราเริ่มกินไปเมื่อไหร่
00:08:34แล้วเราเริ่มมีอาการตอนไหน
00:08:36ระหว่างนั้นเรากินอะไรเข้าไปบ้าง
00:08:38เราเคยกินแบบนี้ไหม แล้วเราเป็นอีกหรือเปล่า
00:08:41ลักษณะนี้จะเป็นอาการที่ค่อนข้างจำเพาะเจาะจง
00:08:44ประวัติอีกอันหนึ่งที่เราจะซักถาม คือโรคประจำตัว
00:08:48เพราะว่าเมื่อกี้เราพูดไปแล้วว่า คนบางกลุ่มจะเป็นกลุ่มเสี่ยง
00:08:52ถ้ามีโรคภูมิแพ้อยู่เดิม
00:08:54หรือมีประวัติแพ้อาหารอยู่เดิมใช่ไหมคะ
00:08:56แล้วพอมากินอันนี้แล้วเกิดอาการ
00:08:58อันนี้ก็น่าสนใจเนอะ
00:09:00พอเราได้ประวัติ แล้วก็ตรวจร่างกาย เช่น มีผื่น หน้าบวมนะคะ
00:09:05ทุกอย่างเข้าได้แล้ว
00:09:07เราก็จะมาสู่การตรวจวินิจฉัย
00:09:10ตรวจวินิจฉัยเราจะได้ยิน 2 อย่างค่ะ
00:09:12อันที่หนึ่ง เราเรียกว่า Skin Prick Test
00:09:14จริง ๆ แล้วคำว่า Prick Test ก็คือเอาเข็มไปสะกิดที่ชั้นใต้ผิวหนังเล็ก ๆ
00:09:19แล้วเราก็จะใส่น้ำยา
00:09:20ซึ่งอันนี้มันจะเป็นสาร ที่เราสงสัยว่าเขาจะแพ้
00:09:24เช่น อาจจะใส่ไรฝุ่นนะคะ
00:09:25ใส่ส่วนประกอบของตัวแมลงสาบอย่างนี้ค่ะ
00:09:28หรือว่าใส่นม
00:09:29ใส่พวกโปรตีนที่สกัดมาจากพวกของกุ้ง หรือว่าปูอะไรแบบนี้นะคะ
00:09:35เสร็จแล้วนี่เราจะดูว่า
00:09:36หลังจากที่เราใส่เข้าไปปุ๊บนี่
00:09:37แล้วร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองหรือเปล่า
00:09:39โดยดูว่ามันจะมีการบวมขึ้นมาหรือเปล่า
00:09:42แล้วก็มาวัดว่าการบวมอันนี้ขึ้นไหม
00:09:45ถ้าวงมันใหญ่ขึ้นมาเกินเท่าไหร่
00:09:48เราก็จะบอกว่ามัน Positive อย่างนี้เป็นต้นนะคะ
00:09:51อันนี้ก็จะเป็นวิธีการทดสอบที่เราทำ
00:09:53กับอันที่สองก็คือเจาะเลือด
00:09:55เพื่อจะดูว่าตัวที่ตอบสนองเมื่อสักครู่นี้
00:09:58ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องเป็น IgE
00:10:03เราจะดูว่า IgE นี่ ซึ่งจะเป็นตัวที่ ตอบสนองกับเรื่องของภูมิแพ้นะคะ
00:10:07ว่ามันสูงขึ้นหรือเปล่า
00:10:09เมื่อเราใส่อาหารชนิดนั้นชนิดนี้เข้าไป อะไรแบบนี้
00:10:13ทีนี้ในบางราย มันจะมีปัญหาว่า เอ๊ะ อาการก็เป็นแบบนึง
00:10:16เจาะเลือดมาแล้วก็เป็นแบบนี้นึง
00:10:18มันดูไม่ได้ไปด้วยกันเลย จะทำอย่างไรดี
00:10:21อันนี้ค่ะ ก็จะนำมาสู่การตรวจ ที่เราเรียกว่าเป็น Food Challenge
00:10:25ก็คือจะให้กิน แล้วดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า
00:10:29ทีนี้ในกรณีของเด็ก ๆ บอกว่า ถ้าเกิดเคยกินแล้วหรือมีประวัติ
00:10:34ที่กินแล้วมันแพ้รุนแรง เราจะทำไหม
00:10:37อันนี้ขึ้นกับการพิจารณาของแพทย์เพื่อจะดูว่า อาหารชนิดนั้นมันจำเป็นกับเด็กไหม
00:10:42เหมือนที่บอกค่ะ พอเด็กโตขึ้นนี่ เขาก็อาจจะหายเองได้
00:10:46ถ้าอาหารอันนั้นไม่จำเป็นและเลี่ยงได้ เขาก็อาจจะไม่ทำ
00:10:50แต่ถ้ามันจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตของเด็กเนอะ
00:10:53เป็นอาหารหลักเลย
00:10:54ถ้าไม่มีแล้ว ตายแล้ว ไม่รู้จะว่าอาหารอะไรมาแทน
00:10:56ก็อาจจะพิจารณา
00:10:58ซึ่งอันนี้ ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของคุณหมอ ที่ดูแลแล้วกันนะคะ
00:11:02ทีนี้หลายคนบอกว่า
00:11:03ถ้าอย่างนั้น ฉันอยากจะเทสต์เองเลยว่าฉันเป็นหรือเปล่า
00:11:06ดูซิว่าวันนั้นกินเข้าไป แล้วมันมีผื่น ปากบวม หน้าบวม
00:11:11อยากรู้จังเลยว่าใช่หรือเปล่า เอาไปกินอีกทีซิอะไรอย่างนี้
00:11:15ต้องบอกนะคะว่าการทดสอบด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาล
00:11:20สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ถ้าสมมุติว่าคุณแพ้รุนแรง เป็นแบบ Anaphylaxis
00:11:24คุณมีโอกาสเสียชีวิตได้นะคะ
00:11:26เพราะฉะนั้นไม่แนะนำนะคะ
00:11:27แต่ว่าให้จดไว้ว่ากินอะไร เกิดอะไรขึ้น
00:11:31ในเวลากี่ชั่วโมง แล้วมาโรงพยาบาลดีกว่า
00:11:34ในกรณีที่เราสงสัยว่าเราจะเป็นหรือยังนะคะ
00:11:37ถามว่ามันมีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่ทำให้เรา มีโอกาสที่จะเกิดเรื่องของแพ้อาหาร
00:11:42หลัก ๆ เป็น 2 อัน
00:11:43อันแรกคือคนในครอบครัวเรา อันนี้คือกรรมพันธุ์
00:11:46คนในครอบครัวเรามีประวัติเรื่องของการแพ้
00:11:50ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแพ้ผื่นผิวหนัง
00:11:53หรือมีประวัติเรื่องของการแพ้อาหาร
00:11:54อันนี้มีโอกาสที่ทำให้เราเสี่ยงที่จะเป็น เรื่องของแพ้อาหารเพิ่มขึ้นนะคะ
00:11:59อันที่สอง คือตัวเราเองนะคะ
00:12:02เด็กคนนั้น ตัวเรา หรือตัวคนไข้เอง
00:12:04มีเรื่องของการแพ้อยู่แล้ว
00:12:06การแพ้อยู่แล้วในที่นี้คืออะไร เช่น เป็นผื่นผิวหนังอักเสบอยู่
00:12:09เห็นไหมคะ บางทีจะเป็นผื่น เป็นแล้วเป็นอีก เดี๋ยวคัน เดี๋ยวอะไรอย่างนี้ ลมพิษ
00:12:14อันที่สอง พวกหอบหืดทั้งหลายนะคะ
00:12:17พวกนี้เขาจะมีเรื่องของการแพ้อยู่แล้ว
00:12:19อันที่สามของเด็กก็คือ เขาแพ้อาหารอยู่แล้ว
00:12:22การที่เขาแพ้อย่างหนึ่ง เขามีโอกาสที่จะแพ้อย่างอื่นร่วมด้วย
00:12:26ก็จะเป็น 2 กลุ่มเนอะ กลุ่มแรกคือประวัติครอบครัว เป็นโรคภูมิแพ้
00:12:30อันที่ 2 ตัวเขาเองที่จะเป็นภูมิแพ้
00:12:32ภูมิแพ้ในตัวเขาที่จะเพิ่มความเสี่ยง เรื่องของการแพ้อาหาร
00:12:36ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นในระบบผิวหนัง