00:00:06 → 00:00:08สวัสดีครับผมหมอประเวศเป็นจิตแพทย์ครับ
00:00:08 → 00:00:11เราพบกันทุกคืนวันอาทิตย์เวลา 2 ทุ่ม
00:00:11 → 00:00:15สำหรับวันอาทิตย์นี้วันที่ 9 เมษายน
00:00:15 → 00:00:18พุทธศักราช 2566
00:00:18 → 00:00:23เรามีนัดกันในหัวข้อค้นหาแรงบันดาลใจใน
00:00:23 → 00:00:26วันที่หมดกำลังใจ
00:00:26 → 00:00:31หัวข้อนี้เป็นข้อเสนอจากสมาชิกในรอบที่
00:00:31 → 00:00:34แล้วนะครับปรับหัวข้อเล็กน้อยนะครับให้
00:00:34 → 00:00:36มันมีจุดโฟกัสให้ชัดขึ้น
00:00:36 → 00:00:40ผมอยากจะเริ่มต้นว่าชีวิตคนเรามันจะต้อง
00:00:40 → 00:00:43เจอปัญหาทุกๆคนต้องเจอนะครับแล้วก็จะมี
00:00:43 → 00:00:48บางปัญหาที่เป็นระดับที่เข้มข้นรุนแรงก่อ
00:00:48 → 00:00:50วิกฤตในชีวิตได้
00:00:50 → 00:00:53คำว่าวิกฤตหมายถึงว่าปัญหานั้นมันใหญ่
00:00:53 → 00:00:57เกินกว่าความสามารถและทรัพยากรที่เรามีจะ
00:00:57 → 00:00:59เข้าไปจัดการได้
00:00:59 → 00:01:02เราจึงจำเป็นต้องหาวิธีอื่น
00:01:02 → 00:01:05มีแหล่งช่วยเหลืออื่นเข้ามาช่วยแก้ปัญหา
00:01:05 → 00:01:06นั้นนะครับ
00:01:06 → 00:01:11ซึ่งในกรณีของการเกิดเจอปัญหาและวิกฤตบาง
00:01:11 → 00:01:14คนก็จะมีพลังในการต่อสู้กับปัญหาและ
00:01:14 → 00:01:17อุปสรรคต่างๆได้ดีมากแล้วก็เติบโตจาก
00:01:17 → 00:01:20ปัญหาและวิกฤตนั้นนะครับซึ่งตรงนี้เราคง
00:01:20 → 00:01:22คุ้นเคยกันดี
00:01:22 → 00:01:25แต่บางคนก็อยู่ในสภาวะที่จะท้อใจได้ง่าย
00:01:25 → 00:01:28ซึ่งการท้อใจได้ง่ายเนี่ยอาจจะเป็นไปได้
00:01:28 → 00:01:31ว่าโจทก์ที่เข้ามากระทบมันไปที่จุดอ่อน
00:01:31 → 00:01:35ของเขาพอดีนะครับ
00:01:35 → 00:01:38การที่คนเราจะท้อใจเนี่ยก็จะเกิดจาก
00:01:38 → 00:01:41ปัจจัยภายนอกเช่นลักษณะของปัญหา
00:01:41 → 00:01:44หรือปัจจัยภายในคือความเป็นตัวคนๆนั้น
00:01:45 → 00:01:48ซึ่งรวมถึงปมจากอดีตที่เขาอาจจะมีนะครับ
00:01:48 → 00:01:51เช่นในบางคนถ้าเป็นปัญหาในที่ทำงานเขาจะ
00:01:51 → 00:01:53ไม่มีปัญหาอะไรเลยเขาจะจัดการได้เขาจะสู้
00:01:53 → 00:01:56ได้ดีนะครับแต่พอเป็นปัญหาความรักนี่มัน
00:01:56 → 00:01:59จะกระแทกใจเขาแรงเพราะมันเป็นจุดอ่อน
00:01:59 → 00:02:01ประจำตัวนะครับ
00:02:01 → 00:02:04แล้วก็จะมีบางคนครับที่มักจะเจอปัญหาซ้ำ
00:02:04 → 00:02:09ซากซึ่งกรณีนี้ปัญหาที่ซ้ำซากแล้วแก้ไม่
00:02:09 → 00:02:12จบแล้วก็ยังเกิดซ้ำๆเนี่ยหลายครั้งมัน
00:02:12 → 00:02:15เกิดจากวิธีแก้ปัญหาของคนๆนั้นที่ทำให้
00:02:15 → 00:02:18เขารู้สึกว่ามันแก้ยังไงก็ไม่จบแล้วก็มี
00:02:18 → 00:02:22บางคนครับที่อยู่ในช่วงชะตาชีวิตดวงไม่
00:02:22 → 00:02:25ค่อยดีนะครับก็จะมีปัญหาซ้ำเติม
00:02:25 → 00:02:28รุกเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนอาจจะเกิดความ
00:02:28 → 00:02:31รู้สึกท้อและหมดกำลังใจได้นะครับ
00:02:31 → 00:02:34หัวข้อวันนี้เนี่ยที่พูดถึงการค้นหาแรง
00:02:34 → 00:02:37บันดาลใจในวันที่หมดกำลังใจเนี่ยมันเป็น
00:02:37 → 00:02:40หัวข้อที่สื่อความหมายเหมือนเราจะคาดหวัง
00:02:40 → 00:02:45ว่าแม้ในเวลาที่จิตใจเรากำลังแฟบอยู่เรา
00:02:45 → 00:02:49อยากจะมีวิธีการในการค้นหาพลังจากข้างใน
00:02:49 → 00:02:50นะครับ
00:02:50 → 00:02:52ซึ่งอันนี้ต้องบอกว่าก็เป็นเรื่องยากอยู่
00:02:52 → 00:02:55เหมือนกันแต่ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของ
00:02:55 → 00:02:58กำลังใจของมนุษย์เข้าใจธรรมชาติของแรง
00:02:58 → 00:03:02บันดาลใจเราก็จะออกแบบเส้นทางเดินออกจาก
00:03:02 → 00:03:06สภาวะทางจิตใจที่รบอย่างสุดๆคือหมดกำลัง
00:03:06 → 00:03:07ใจ
00:03:07 → 00:03:10มาค้นหาคำตอบที่เป็นบวกมากๆเช่นค้นเจอ
00:03:10 → 00:03:13แหล่งบันดาลใจนะครับ
00:03:13 → 00:03:16คำถามสำคัญเริ่มต้นก็ต้องอยู่ที่ว่ากำลัง
00:03:16 → 00:03:19ใจของมนุษย์เราเนี่ยมันเกิดขึ้นจากอะไรนะ
00:03:19 → 00:03:22ครับการมีเป้าหมายบางอย่างที่เราอยากไป
00:03:22 → 00:03:27ให้ถึงก็เป็นกำลังใจเป็นแรงบันดาลใจนะ
00:03:27 → 00:03:30ครับการมองเห็นความเป็นไปได้ที่จะไปให้
00:03:30 → 00:03:32ถึงเป้าหมายนั้น
00:03:32 → 00:03:35แม้จะยังมองไม่ออกก็ต้องทำยังไงบ้างแต่
00:03:35 → 00:03:39เขามีความเชื่อว่าเขาทำได้นะครับตัวนี้ก็
00:03:39 → 00:03:42มีกำลังใจมีแรงบันดาลใจนะครับ
00:03:42 → 00:03:46ดังนั้นไอ้ตัวเริ่มต้นก็คือการมีเป้าหมาย
00:03:46 → 00:03:48นะครับหรือจุดมุ่งหมายก็ได้คำพวกนี้มันจะ
00:03:48 → 00:03:52ซ้อนๆกันนะครับการมองเห็นเส้นทางเดินหรือ
00:03:52 → 00:03:54ถ้ามองไม่ชัดอย่างน้อยเรามีความเชื่อมั่น
00:03:54 → 00:03:56อยู่ภายใน
00:03:56 → 00:04:00ว่าเราจะเดินไปปรับไปแล้วก็ไปถึงสิ่งที่
00:04:00 → 00:04:03เราต้องการได้ในบางกรณีก็อาจจะต้องอาศัย
00:04:03 → 00:04:06แหล่งกำลังใจจากคนรอบตัวนะครับเช่นแม่
00:04:06 → 00:04:10จำนวนมากก็จะมีกำลังใจจากลูกนะครับคนรัก
00:04:10 → 00:04:13ก็ให้กำลังใจกันลูกบางคนก็มีกำลังใจจาก
00:04:13 → 00:04:17พ่อแม่เพื่อนที่เข้าใจกันก็เป็นแหล่ง
00:04:17 → 00:04:20กำลังใจกันที่ดีนะครับบางคนก็อาศัยผู้
00:04:20 → 00:04:23เชี่ยวชาญช่วยให้เขาเห็นและเข้าใจโจทย์
00:04:23 → 00:04:26ของเขาและเห็นวิธีการเดินทางว่าจะไปสู่
00:04:26 → 00:04:29จุดหมายได้ยังไงกรณีก็เกิดกำลังใจขึ้นมา
00:04:30 → 00:04:31ได้
00:04:31 → 00:04:36หรือเขาอาจจะมีแบบอย่างที่เขามีโอกาสรับ
00:04:36 → 00:04:38รู้และทำให้มีความเชื่อมั่นว่ามันมีความ
00:04:38 → 00:04:42เป็นไปได้นะครับส่วนผสมของการจะเกิดเป็น
00:04:42 → 00:04:46กำลังใจให้คนเราฮึดในการสู้มันจึงมีส่วน
00:04:46 → 00:04:49ผสมหลายอย่างและแต่ละคนเนี่ยสภาวะที่ทำ
00:04:49 → 00:04:52ให้คนเราหมดกำลังใจก็จะมีตัวกระตุ้นที่ทำ
00:04:52 → 00:04:55ให้เราตกไปอยู่ตรงจุดนั้นที่แตกต่างกัน
00:04:55 → 00:04:56ได้นะครับ
00:04:56 → 00:05:00ในคนที่ไม่มีกำลังใจหมดกำลังใจเนี่ยก็จะ
00:05:00 → 00:05:03อาจจะอยู่ในสภาวะที่มองไม่เห็นว่าฝั่งมัน
00:05:03 → 00:05:05อยู่ตรงไหนนะครับเป้าหมายมันอยู่ตรงไหนนะ
00:05:05 → 00:05:07ครับเขาเรียกว่ามองไม่เห็นฝั่ง
00:05:07 → 00:05:10หรืออาจจะมองไม่ออกว่าเราจะไปถึงสุดทาง
00:05:10 → 00:05:14ปลายทางนั้นได้ยังไงและที่สำคัญก็คือเขา
00:05:14 → 00:05:17ไม่มีความเชื่อมั่นไม่มีความมั่นใจในความ
00:05:17 → 00:05:20สามารถของตัวเอง
00:05:20 → 00:05:23หรือเข้าอยู่ในสภาวะที่โดดเดี่ยวไม่มีใคร
00:05:23 → 00:05:27ทำให้ชีวิตดูเหมือนมันอะไรมันก็ไม่มีความ
00:05:27 → 00:05:28หมาย
00:05:28 → 00:05:32ไม่มีแหล่งกำลังใจจากคนรอบตัวนะครับส่วน
00:05:32 → 00:05:37ผสมไม่เหมือนกันแต่ละคนจึงต้องสังเกตตี
00:05:37 → 00:05:41โจทย์ของตัวเองและถอดรหัสสำหรับตัวเองที่
00:05:41 → 00:05:43แตกต่างกันนะครับแนวคิดวันนี้ก็จะเป็นแนว
00:05:43 → 00:05:47คิดที่เป็นหลักการใหญ่ๆนะครับแต่จะลงราย
00:05:47 → 00:05:49ละเอียดของตัวอย่างด้วยนะครับโดยหวังว่า
00:05:49 → 00:05:53จะทำให้ทุกท่านที่ฟังจะได้ข้อคิดกับการ
00:05:53 → 00:05:56ที่จะเสริมสร้างกำลังใจหรือว่าค้นหาแรง
00:05:56 → 00:05:58บันดาลใจขึ้นมา
00:05:58 → 00:06:01สิ่งหนึ่งที่คนหมดกำลังใจมักจะมองไม่เห็น
00:06:01 → 00:06:05คือเขามักจะไม่เห็นว่าวิธีคิดหรือความ
00:06:05 → 00:06:07เชื่อหรือไม่เซ็ทของเขาเนี่ย
00:06:07 → 00:06:11มีส่วนทำให้เขาหมดกำลังใจได้ยังไง
00:06:11 → 00:06:13เมื่อไม่นานมานี้ผมมีโอกาสคุยกับผู้หญิง
00:06:13 → 00:06:16วัย 18 ปีคนหนึ่งนะครับเขากำลังอยู่ใน
00:06:16 → 00:06:19ช่วงของการเตรียมสอบเข้ามาวิทยาลัยออกจาก
00:06:19 → 00:06:21โรงเรียนประจำเพื่อมาเตรียมตัวสอบเองนะ
00:06:21 → 00:06:24ครับเนื่องจากปัจจุบันมันมีทางเลือกในการ
00:06:24 → 00:06:27ไปสอบเทียบอีกระบบหนึ่งแล้วก็ทำให้เข้า
00:06:27 → 00:06:30มหาวิทยาลัยได้ซึ่งหลายคนก็จะใช้เป็น
00:06:30 → 00:06:34โอกาสในการข้ามเวลาการเรียนชั้นมปลายออก
00:06:34 → 00:06:36ไปนะครับในระหว่างที่เขาเตรียมสอบเนี่ย
00:06:36 → 00:06:39ก่อนหน้านี้นะครับเมื่อหลายเดือนก่อนเขา
00:06:39 → 00:06:42ก็วางแผนจะต้องทำตนสิ่งนี้ตอนนั้นตอนนี้
00:06:42 → 00:06:44นะครับเพื่อเตรียมตัวสอบเตรียมตัวทำ
00:06:44 → 00:06:47portfolio ของตัวเขาเพื่อไปยื่นกรรมการ
00:06:47 → 00:06:50สอบนะครับแต่ถึงเวลาจริงๆผ่านมาหลายเดือน
00:06:50 → 00:06:52ก็เพราะว่าเขาไม่สามารถทำได้ตามแผนของเขา
00:06:52 → 00:06:56นะครับยิ่งใกล้วันสอบก็ยิ่งเครียดแล้วก็
00:06:56 → 00:06:58เริ่มรู้สึก
00:06:58 → 00:07:01ตกใจแล้วก็หมดกำลังใจไม่รู้ว่าจะทำยังไง
00:07:01 → 00:07:02นะครับ
00:07:02 → 00:07:05เวลาที่เจอสภาวะที่เป็นโจทย์แบบนี้นะครับ
00:07:05 → 00:07:09ผมจะเริ่มต้นจากการชวนเขาทบทวนสิ่งที่
00:07:09 → 00:07:13เกิดขึ้นเพื่อทำความเข้าใจกับสถานะที่
00:07:13 → 00:07:16เป็นอยู่กับความเป็นมาเป็นไปนะครับหลาย
00:07:16 → 00:07:19ครั้งก็จะพบว่าเวลาที่เราทบทวนเนี่ยเจ้า
00:07:19 → 00:07:22ตัวก็จะเริ่มเห็นถึงรูปแบบหรืออาการที่ทำ
00:07:22 → 00:07:25ให้เขามาอยู่ในจุดนี้นะครับอย่างที่เรา
00:07:25 → 00:07:27มักจะถามตัวเองว่าเรามาอยู่จุดนี้ได้ยัง
00:07:27 → 00:07:30ไงคำถามแบบนี้บางคนไม่ได้พูดเพื่อเป็นคำ
00:07:30 → 00:07:33ถามนะครับเขาพูดเพราะความท้อใจ
00:07:33 → 00:07:37แต่กรณีนี้เนี่ยผมคุยเพื่อให้เขาเห็นตัว
00:07:37 → 00:07:39เองมากขึ้นนะครับ
00:07:39 → 00:07:42ก็ทบทวนกันครับเขาก็โดยเหตุผลเขารู้ดีว่า
00:07:42 → 00:07:44การเตรียมตัวสอบสำคัญมาก
00:07:44 → 00:07:48แล้วก็สำคัญมากกับอนาคตแต่พอจะลงมือทำเขา
00:07:48 → 00:07:51เริ่มสังเกตได้จากการพูดคุย
00:07:51 → 00:07:56นะครับจากการถามของผมนะครับแล้วก็เริ่ม
00:07:56 → 00:07:58ตระหนักว่าในช่วงเวลาที่ยังมีเวลาอยู่
00:07:58 → 00:08:01เนี่ยเขาจะพูดกับตัวเองแบบหนึ่งก็คือ ord
00:08:01 → 00:08:04ตั้งหลายวันกว่าจะถึงเอาไว้ก่อนก็ได้วัน
00:08:04 → 00:08:07นี้ไปเรียนพิเศษมาแล้วเราพักก่อนละกัน
00:08:07 → 00:08:10เสร็จแล้วพอถึงใกล้วันสอบเขาก็เริ่ม
00:08:10 → 00:08:11เครียดมากขึ้นเรื่อยๆ
00:08:11 → 00:08:14แล้วเขาจะเริ่มรู้ว่าเขานั้นน่าจะทำไม่
00:08:14 → 00:08:17ทันละมันก็จะมีคำชุดคำพูดอีกชุดนึงวิ่ง
00:08:17 → 00:08:20เข้ามาก็คือจะไว้เหรอไม่ทันแล้ว
00:08:20 → 00:08:24ซึ่งทั้งสองชุดคำพูดนี้เนี่ยเขาตระหนักดี
00:08:24 → 00:08:29ว่ามันเป็นกระบวนการภายในใจของเขาฝ่ายที่
00:08:29 → 00:08:32ส่งเสียงดังมากตลอดเวลาในระหว่างที่เขา
00:08:32 → 00:08:33เตรียมตัวสอบ
00:08:33 → 00:08:35โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงช่วงแรกก็คือยังไม่
00:08:35 → 00:08:38เป็นไรมีเวลาเหลือเยอะอีกช่วงหนึ่งก็คือ
00:08:38 → 00:08:41ไม่เหลือเวลาแล้วนะครับตอนมีเวลาเหลือ
00:08:41 → 00:08:43เยอะทำยังไงไปเล่นโซเชียลมีเดียไปเล่นเกม
00:08:43 → 00:08:46ตอนไม่เหลือเวลาทำยังไงเครียดมากก็ไปเล่น
00:08:46 → 00:08:49โซเชียลมีเดียไปเล่นเกม
00:08:49 → 00:08:51แต่การทบทวนตัวนี้ก็ทำให้เขาเริ่มเห็นว่า
00:08:51 → 00:08:55เขาเขาคิดยังไงรู้สึกยังไงแล้วเขาทำอะไร
00:08:55 → 00:08:57แล้วมันเกิดรูปแบบอะไรขึ้นเพราะเขาเห็น
00:08:57 → 00:09:01ปุ๊บเขาก็ตระหนักครับว่าการดู Social
00:09:01 → 00:09:02Media การเล่นเกมของเขาเป็นวิธีการหนี
00:09:02 → 00:09:06ความกดดันความเครียดอย่างหนึ่งโดยมีเสียง
00:09:06 → 00:09:08ที่คุยกับตัวเองเป็นตัวหลอกล่อให้หนีแรง
00:09:09 → 00:09:12กดดันโดย 2 ช่วงเวลานั้นเนี่ยใช้เสียงพูด
00:09:12 → 00:09:15ที่ไม่เหมือนกันผมถามว่าเสียงที่รู้ว่า
00:09:15 → 00:09:18การสอบเป็นเรื่องดีเป็นเรื่องสำคัญต้อง
00:09:18 → 00:09:19เตรียมตัว
00:09:19 → 00:09:23มันพูดว่ายังไงเขาบอกว่าเขาไม่ได้ยิน
00:09:23 → 00:09:25เสียงนั้นเลยนะครับกรณีนี้ก็เป็นตัวอย่าง
00:09:25 → 00:09:27ของ
00:09:27 → 00:09:32สภาวะที่มีอะไรบางอย่างข้างในใจเราพาเรา
00:09:32 → 00:09:34ไปสู่จุดที่เรารู้สึกตื่นตระหนกหมดกำลัง
00:09:34 → 00:09:39ใจโดยกลไกภายในจิตใจของเราเองที่คอยหลอก
00:09:39 → 00:09:42ล่อเราหนีความทุกข์ความเครียดความกดดัน
00:09:42 → 00:09:44จากการต้องเตรียมตัวสอบ
00:09:44 → 00:09:48ด้วยการไปเล่นโซเชียลมีเดียเล่นเกมหนี
00:09:48 → 00:09:49ความรู้สึกที่ไม่ชอบ
00:09:49 → 00:09:53แต่มันนำไปสู่ปัญหาที่เครียดกดดันแล้วก็
00:09:53 → 00:09:54ทำให้เขาหนีสิ่งที่เขาไม่ชอบด้วยการไป
00:09:54 → 00:09:56เล่นโซเชียลมีเดียไปเล่นเกมอีกเหมือนกัน
00:09:56 → 00:10:00นะครับกรณีทางออกแบบนี้นี่นะครับแน่นอน
00:10:00 → 00:10:04เวลาที่เหลือน้อยลงเราก็จะต้องดูว่าเราจะ
00:10:04 → 00:10:08ทำไงให้เธอมีกำลังใจในการสู้ต่อไป
00:10:08 → 00:10:12ผมจึงถามเธอว่าในชีวิตเธอที่โตมาเนี่ยมัน
00:10:12 → 00:10:14มีช่วงเวลาไหนบ้างที่เธอรู้สึกว่าเธอจัด
00:10:14 → 00:10:16การตัวเองได้ดีไม่ถูกเสียงแบบนี้มาหลอก
00:10:16 → 00:10:19ล่อนะครับเธอก็บอกเป็นช่วงเตรียมตัวสอบ
00:10:19 → 00:10:22เข้าม 1 ตอนนั้นท็อปฟอร์มนะครับผมเราสรุป
00:10:22 → 00:10:25ปัจจัยและทำให้เธอเห็นว่า 1 ในตอนนั้น
00:10:25 → 00:10:29เนี่ยการไปการไปโรงเรียนเนี่ยที่มีกฎ
00:10:29 → 00:10:32ระเบียบมีการบ้านต้องส่งต้องรีบตื่นตอน
00:10:32 → 00:10:34เช้าเพื่อไปโรงเรียนให้ทัน
00:10:34 → 00:10:37และในช่วงนั้นเธอยังไม่ได้เล่นโทรศัพท์
00:10:37 → 00:10:41มือถือยังไม่มีการเล่นเกมเป็นช่วงเวลาที่
00:10:41 → 00:10:42ดีที่สุดสำหรับเธอ
00:10:42 → 00:10:43นะครับ
00:10:43 → 00:10:46แต่ว่าในวันนี้ในวันที่เธอเติบโตขึ้นมา
00:10:46 → 00:10:48อีกหลายปี
00:10:48 → 00:10:52เธอเลือกที่จะมีอิสรภาพโดยไม่ไปโรงเรียน
00:10:52 → 00:10:54เรียนแต่ไปสอบเทียบเอา
00:10:54 → 00:10:59เธอพบว่าเพียงการนอนดึกตื่นสายมันทำให้
00:10:59 → 00:11:02ทุกอย่างล้มตามไปเลยนะครับเพราะอะไรก็
00:11:02 → 00:11:04เพราะว่าทันทีที่เธอตื่นสายเธอก็จะไม่
00:11:04 → 00:11:07เหลือเวลาทำอะไรได้มากแล้วนะครับแล้วก็
00:11:07 → 00:11:11ทุกอย่างมันตามมาจากการที่เธอเข้านอนแล้ว
00:11:11 → 00:11:14ตื่นนอนไม่ถูกเวลาแล้วเอาเวลาไปเริ่มเล่น
00:11:14 → 00:11:18เพื่อหนีความเครียดนะครับด้วยวงจรแค่นี้
00:11:18 → 00:11:21ถ้าเราเห็นตัวเองนะครับมันก็จะเกิดการ
00:11:21 → 00:11:23เห็นทางออก
00:11:23 → 00:11:27คนจำนวนมากเนี่ยอยากมีอิสรภาพครับแต่ว่า
00:11:27 → 00:11:30พอมีอิสรภาพขึ้นมาจริงๆเขาไม่สามารถจัด
00:11:30 → 00:11:33การตัวเองให้ทำสิ่งที่มีคุณค่าและมีความ
00:11:33 → 00:11:36สำคัญสำหรับชีวิตเขาได้มันมีสิ่งดึงดูด
00:11:36 → 00:11:38เรามากกว่ายิ่งในโลกยุคปัจจุบันสิ่งดึง
00:11:38 → 00:11:41ดูดนี้มีพลังมาก Social Media และการ
00:11:41 → 00:11:45เล่นเกมหรืออื่นๆนะครับเช่นการชอบออนไลน์
00:11:45 → 00:11:48เพราะฉะนั้นในคนที่มีประสิทธิผลในชีวิต
00:11:48 → 00:11:51คือสามารถทำงานได้ผลที่ดี
00:11:51 → 00:11:53เขาจะรู้ดีว่า
00:11:53 → 00:11:57ในบางงานเขาต้องการอิสรภาพแต่ในบางงานก็
00:11:57 → 00:12:00ต้องการสิ่งแวดล้อมที่ช่วยกำกับตัวเขา
00:12:00 → 00:12:02เหมือนกับนักศึกษาหรือนักเรียนที่ไปเลือก
00:12:02 → 00:12:05อ่านหนังสือในห้องสมุดนะครับเขารู้ดีว่า
00:12:05 → 00:12:08เขาต้องการสิ่งแวดล้อมที่ช่วยให้เขา
00:12:08 → 00:12:11บังคับตัวเองได้ดีขึ้นหรือเข้าเลือกที่จะ
00:12:11 → 00:12:15ไปนั่งติวกับเพื่อนนะครับการเลือกเอาตัว
00:12:15 → 00:12:18เราไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยให้เราทำ
00:12:18 → 00:12:20สิ่งที่เรารู้ว่าดีก็จะเป็นตัวกระตุ้นที่
00:12:20 → 00:12:25สำคัญเพราะคนจำนวนหนึ่งจะจัดการตัวเองไม่
00:12:25 → 00:12:29ได้และยิ่งในสิ่งแวดล้อมที่มีตัวกระตุ้น
00:12:29 → 00:12:32ดึงเราออกนอกไปนอกเส้นทางได้ง่ายมากเท่า
00:12:32 → 00:12:35ไหร่เรายิ่งต้องการสิ่งแวดล้อมที่ดีในการ
00:12:35 → 00:12:38ที่ทำให้เราเข้าร่องเข้ารอยซึ่งในวันนั้น
00:12:38 → 00:12:43ผมกับเธอก็ได้ออกแบบร่วมกันว่าเราจะมีแผน
00:12:43 → 00:12:45จัดการยังไงแน่นอนเธอต้องการสิ่งควบคุม
00:12:45 → 00:12:48ภายนอกที่ช่วยเธอไม่ได้เล่นคอมพิวเตอร์
00:12:48 → 00:12:52ไม่ได้เล่นเกมและไม่ไปดู Social Media
00:12:52 → 00:12:55เธอพร้อมที่จะไม่มีโทรศัพท์และ
00:12:55 → 00:12:57คอมพิวเตอร์ในช่วงเวลาที่เธอเลือก
00:12:57 → 00:12:59ที่เธอจะต้องเตรียมสอบนะครับ
00:12:59 → 00:13:05แต่เป็นการเลือกไปอยู่ในที่บังคับจากการ
00:13:05 → 00:13:06ออกแบบของตัวเธอเอง
00:13:06 → 00:13:10ซึ่งตรงนี้ถือเป็นความสามารถนะครับเพราะ
00:13:10 → 00:13:13ว่าถ้าเรารู้ดีว่าสิ่งแวดล้อมที่ดีสำหรับ
00:13:13 → 00:13:16เราคือสิ่งแวดล้อมที่ต้องมีการบังคับเรา
00:13:16 → 00:13:20บางอย่างครับมันช่วยให้เราทำสิ่งที่สำคัญ
00:13:20 → 00:13:23มันพาเราไปสู่เป้าหมายมันทำให้เรามีกำลัง
00:13:23 → 00:13:26ใจครับซึ่งเธอบอกได้เลยว่าตอนที่เธออยู่
00:13:26 → 00:13:29ในช่วงม 1 ตอนนั้นเตรียมตัวสอบเนี่ยเธอพบ
00:13:29 → 00:13:32ว่าจริงๆเธอไม่ได้ชอบหรอกที่ต้องตื่นเช้า
00:13:32 → 00:13:35ไปโรงเรียนแต่เธอพบว่าการถูกบังคับให้
00:13:35 → 00:13:37ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียนเนี่ยกลายเป็นตัว
00:13:37 → 00:13:40แล้วก็การทำหลายๆอย่างโดยไม่ต้องคิดเลยนะ
00:13:40 → 00:13:40ครับ
00:13:40 → 00:13:43มันเป็น automatic เนี่ยมันกลายเป็นตัวทำ
00:13:43 → 00:13:45ให้เธอท็อปฟอร์มทำอะไรได้ดีที่สุดในช่วง
00:13:45 → 00:13:46นั้น
00:13:46 → 00:13:50และนี่คือกรณีที่ 1 ก็คือปัญหาเกิดจาก
00:13:50 → 00:13:53ข้างในกลไกภายในจิตใจของเรา
00:13:53 → 00:13:56และทางแก้เกิดจากความตระหนักนำไปสู่การ
00:13:56 → 00:14:01ออกแบบตัวบังคับเราและแผนการดำเนินงานที่
00:14:01 → 00:14:04ทำให้เราเชื่อได้ว่าเรายังมีความหวังแน่
00:14:04 → 00:14:08นอนเธอเสียเวลามาเยอะแล้วแต่เธอยังรู้ดี
00:14:08 → 00:14:12ว่าตอนนี้ดีที่สุดก็คือเธอต้องลุยนะครับ
00:14:12 → 00:14:15อีกตัวอย่างหนึ่งครับเป็นตัวอย่างที่เกิด
00:14:15 → 00:14:17จากสถานการณ์ภายนอกเมื่อกี้เหมือนเป็น
00:14:17 → 00:14:20สถานการณ์ภายในอยู่พอสมควรนะครับเพราะ
00:14:20 → 00:14:23อิสรภาพมีหมดทุกอย่างอีกตัวอย่างเป็นกรณี
00:14:23 → 00:14:25ของสถานการณ์ภายนอกที่เป็นโจทย์เข้ามา
00:14:25 → 00:14:28กระทบอย่างต่อเนื่องจนเราอาจจะมองไม่เห็น
00:14:28 → 00:14:32ทางออกในภาวะวิกฤตนั้นนะครับเช่นช่วงของ
00:14:32 → 00:14:35การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดเมื่อหลายปี
00:14:35 → 00:14:38ก่อนที่ดำเนินมาจนถึงเริ่มคลี่คลายในปี
00:14:38 → 00:14:39นี้เนี่ย
00:14:39 → 00:14:43เราจะพบว่าคนจำนวนมากตกงานไม่มีเงินมี
00:14:43 → 00:14:45หนี้สินซึ่งส่งผลกระทบหลายอย่างกับชีวิต
00:14:45 → 00:14:49ของเขาความสัมพันธ์สุขภาพความภาคภูมิใจ
00:14:49 → 00:14:53ความรู้สึกอายเพื่อนอายสังคมนะครับและที่
00:14:53 → 00:14:57สำคัญก็คือหลายคนมองไม่เห็นทางออกไม่รู้
00:14:57 → 00:15:00ว่าจะหารายได้จากช่องทางอื่นอย่างไร
00:15:00 → 00:15:02แต่ละคนก็จะมีวิธีการในการปรับตัวและมีบท
00:15:02 → 00:15:06เรียนแฝงอยู่ในนั้นนะครับแต่ที่แน่ๆโจทย์
00:15:06 → 00:15:08ที่เป็นสถานการณ์ภายนอกที่เข้ามากระทบและ
00:15:08 → 00:15:11เป็นวิกฤตครั้งใหญ่ของทั่วโลกเนี่ยทุกคน
00:15:11 → 00:15:15รู้ดีว่ามันต้องอาศัยความอดทนต้องเลือก
00:15:15 → 00:15:18ว่าเราจะไปอยู่รอตรงไหนแล้วอาจจะเลือกทำ
00:15:18 → 00:15:21เล็กๆในสิ่งอะไรก็ได้ที่เราทำได้ไปก่อน
00:15:21 → 00:15:25และรู้ว่ามันจะผ่านไปได้นะครับตรงนี้
00:15:25 → 00:15:28คล้ายๆกับกรณีของคุณหมอวิคเตอร์ frankle
00:15:28 → 00:15:30ที่ถูกจับไปอยู่ในค่ายนาซีที่เราคุยกัน
00:15:30 → 00:15:31บ่อยว่า
00:15:31 → 00:15:34เขาถูกปฏิบัติเหมือนไม่ใช่มนุษย์แต่เขา
00:15:34 → 00:15:37รู้ดีว่าวันหนึ่งมันจะต้องจบลงสงครามวัน
00:15:37 → 00:15:40หนึ่งก็ต้องจบลงไม่ช้าก็เร็วและเขาใช้
00:15:40 → 00:15:43ความเชื่อความคิดตัวนี้แหละครับเป็นแหล่ง
00:15:43 → 00:15:45ให้กำลังใจกับตัวเขา
00:15:45 → 00:15:48ผมมีอากาศคุยกับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก
00:15:48 → 00:15:51ท่านหนึ่งนะครับเป็นธุรกิจที่อยู่ในช่วง
00:15:51 → 00:15:54ขาลงตั้งแต่ก่อนมีการแพร่ระบาดของโควิด
00:15:54 → 00:15:58เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่นะครับ
00:15:58 → 00:16:00เธอทำงานที่เกี่ยวข้องกับ
00:16:00 → 00:16:03เหล็กนะครับอุตสาหกรรมเหล็กเป็นร้านเล็กๆ
00:16:03 → 00:16:06ที่รับจ้างตัดเหล็กนะครับเป็นชิ้นตามความ
00:16:06 → 00:16:10ต้องการของลูกค้าแล้วราคาของเหล็กก็มีการ
00:16:10 → 00:16:12เปลี่ยนแปลงนะครับก่อนหน้านี้ก็พอเลี้ยง
00:16:12 → 00:16:16ตัวได้แต่ไม่ได้มีกำไรมากแต่พอมีโควิด
00:16:16 → 00:16:20เข้ามาเนี่ยธุรกิจก็แทบจะหยุดชะงักลงเขา
00:16:20 → 00:16:23มีอายุ 60 กว่าแล้วนะครับแล้วก็เป็น
00:16:23 → 00:16:26ธุรกิจเก่าแก่ที่ทำมานานแล้วก็ไม่รู้จะไป
00:16:26 → 00:16:28ทำอะไรนะครับโดยเฉพาะในวัยนี้เขาก็ยิ่ง
00:16:28 → 00:16:31ไม่รู้จะไปทำอะไรเงินเก็บก็ถูกเอาออกมา
00:16:31 → 00:16:36ใช้แล้วก็มีความกังวลว่ารุ่นลูกของเขาจะ
00:16:36 → 00:16:39อยู่ได้ยังไงนะครับยิ่งลูกกำลังมีหลานออก
00:16:39 → 00:16:43มามันก็ยิ่งเป็นความกังวลนะครับกรณีเช่น
00:16:43 → 00:16:46นี้เนี่ยเราก็จะเห็นนะครับว่าถ้าเราถอยไป
00:16:46 → 00:16:49ดูได้เราก็จะรู้ว่าแนวทางหรือกลยุทธ์ใน
00:16:49 → 00:16:50การจัดการ
00:16:50 → 00:16:53ก็คือก็คงต้องค่อยๆก้าวเดินรักษาสภาพ
00:16:53 → 00:16:57และรอคอยสถานการณ์ที่คลี่คลายซึ่งหลังจาก
00:16:57 → 00:17:00ที่โควิดคลี่คลายธุรกิจเขาก็เริ่มกลับมา
00:17:00 → 00:17:04ได้แต่ว่าก็ยังไม่ได้ดีนะครับแล้วอย่าง
00:17:04 → 00:17:07หนึ่งที่ต้องทำใจแน่ๆก็คือธุรกิจนี้ไม่
00:17:07 → 00:17:10ช้าก็เร็วก็ต้องปิดกิจการครับส่วนเรื่อง
00:17:10 → 00:17:12ลูกเรื่องหลานก็ต้องยกให้เป็นหน้าที่ของ
00:17:12 → 00:17:16ลูกในวันที่เขาตัดสินใจได้ว่าเรื่องนี้ก็
00:17:16 → 00:17:18คงต้องเป็นหน้าที่ของลูกเนี่ยก็จะเหมือน
00:17:18 → 00:17:21กับการยกภูเขาออกจากอกเพราะมันไม่ใช่หน้า
00:17:21 → 00:17:24ที่ของคนวัย 60 กว่าที่จะต้องมาคิดว่าลูก
00:17:24 → 00:17:28จะทำธุรกิจอะไรแต่แน่นอนนะครับคนที่ทำ
00:17:28 → 00:17:29ธุรกิจมา
00:17:29 → 00:17:33และอยู่ได้เลี้ยงชีพได้ก็มักจะหวังว่า
00:17:33 → 00:17:37ธุรกิจนี้จะช่วยลูกให้เขามีการก้าวเดิน
00:17:37 → 00:17:40ที่ง่ายเพราะรุ่นพ่อแม่ได้ยากลำบากเพื่อ
00:17:40 → 00:17:42ตั้งธุรกิจขึ้นมาแล้วนะครับ
00:17:42 → 00:17:44เพียงแต่การส่งมาให้แบบนี้
00:17:44 → 00:17:47หลายบ้านลูกไม่ได้อยากมารับนะครับและใน
00:17:47 → 00:17:51กรณีนี้ต่อให้ลูกจากมารับพ่อแม่ก็ไม่มี
00:17:51 → 00:17:54สิ่งที่เป็นธุรกิจที่เป็นมรดกที่จะส่งให้
00:17:54 → 00:17:58ลูกได้ตรงนี้ก็คือต้องทำใจกับการที่ลูกจะ
00:17:58 → 00:18:01ต้องไปหาเส้นทางชีวิตของเขา
00:18:01 → 00:18:04โดยสภาพที่คนเราจะหมดกำลังใจเนี่ยมันจึง
00:18:04 → 00:18:06อาจจะเกิดจากปัจจัยภายในตัวเองก็ได้นะ
00:18:06 → 00:18:10ครับกลไกทางจิตที่หลอกล่อเราให้เราหนีจาก
00:18:10 → 00:18:13สิ่งที่ควรจะต้องทำไปสู่สิ่งที่เป็นการ
00:18:13 → 00:18:17หลีกเลี่ยงจนกระทั่งกลายเป็นดินพอกหางหมู
00:18:17 → 00:18:21แล้วก็ยิ่งหมดกำลังใจหรืออาจจะเกิดจากภัย
00:18:21 → 00:18:25ปัจจัยภายนอกที่ผ่านเข้ามากระทบอาจจะ
00:18:25 → 00:18:27กระทบไม่แรงแต่มันจี้จุดอ่อนของเราหรือ
00:18:27 → 00:18:32อาจจะกระทบแรงแบบซ้ำกระหน่ำรุนแรงก็ได้
00:18:32 → 00:18:36ทั้ง 2 วิธีนี้เนี่ยการแก้ไขก็ไม่เหมือน
00:18:36 → 00:18:39กันนะครับและที่สำคัญหลายครั้งมันเป็น
00:18:39 → 00:18:42ปัจจัยสองอย่างปนๆกันครับภายนอกก็มีโจทย์
00:18:42 → 00:18:44ภายในก็มีโจทย์
00:18:44 → 00:18:49แล้วสภาวะเช่นนี้เราจะค้นหาแรงบันดาลใจ
00:18:49 → 00:18:52ยังไงเพื่อให้เราเดินหน้าต่อได้
00:18:52 → 00:18:55เรามาลองดูนะครับว่าไอ้การค้นหาแรงบันดาล
00:18:55 → 00:18:58ใจเนี่ยมันต้องหามันต้องอาศัยอะไรบ้างนะ
00:18:58 → 00:19:02ครับผมจะลองพูดจากความเข้าใจของผมนะครับ
00:19:02 → 00:19:06อันนี้นึกเรียบเรียงขึ้นเองเลย
00:19:06 → 00:19:09เมื่อสักครู่นี้นะครับประมาณสักตอนก่อน
00:19:09 → 00:19:12ทุ่มนึงนั่งเรียบเรียงสไลด์หน้านี้ขึ้นมา
00:19:12 → 00:19:15เอาไว้ใช้เป็นแนวการพูด
00:19:15 → 00:19:181 ก็คือเรื่องของแรงบันดาลใจมันเป็นภาพ
00:19:18 → 00:19:22ในระยะยาวไม่ใช่เรื่องของสิ่งที่เกิดขึ้น
00:19:22 → 00:19:23เป็นรายวัน
00:19:24 → 00:19:26นะครับคุณเห็นด้วยไม่เห็นด้วย 6 ได้นะ
00:19:27 → 00:19:29ครับ 2 ก็คือแรงบันดาลใจ
00:19:29 → 00:19:32มันต้องมีความเข้ากันได้กับความเป็นตัว
00:19:32 → 00:19:33เรา
00:19:33 → 00:19:36ซึ่งแปลว่าเราต้องรู้จักตัวเองดีในระดับ
00:19:36 → 00:19:37หนึ่ง
00:19:37 → 00:19:40และเราไม่ได้กำลังวิ่งตามความคาดหวังของ
00:19:40 → 00:19:44คนอื่นนะครับเพราะที่เจอแรงบันดาลใจก็จะ
00:19:44 → 00:19:45เป็นคนที่สามารถ
00:19:45 → 00:19:48ก้าวพ้นความคาดหวังคนอื่นออกมา
00:19:48 → 00:19:52แล้วรู้จักตัวเองได้ดีในระดับหนึ่งถึงจะ
00:19:52 → 00:19:56เจอแรงบันดาลใจจากภายในได้นะครับ 3 สิ่ง
00:19:56 → 00:19:59ที่เป็นแรงบันดาลใจมันไม่ใช่ทางเดินที่
00:19:59 → 00:20:04ง่ายสะดวกแต่มันเป็นทางเดินที่เรามีความ
00:20:04 → 00:20:08พร้อมที่จะเผชิญกับความยากลำบากเพราะมัน
00:20:08 → 00:20:11มีพลังบางอย่างที่เราอยากจะไปให้ถึง
00:20:11 → 00:20:14สิ่งเหล่านั้นมันจะตอบคำต้องการในส่วนลึก
00:20:14 → 00:20:17ของจิตใจเราทางใดทางหนึ่งนะครับ
00:20:17 → 00:20:20ซึ่งนี่คือธรรมชาติของแรงบันดาลใจคือมัน
00:20:20 → 00:20:23เป็นภาพระยะยาวมันต้องเข้ากับตัวเรามัน
00:20:24 → 00:21:26ไม่ใช่ทางที่ง่าย
00:21:26 → 00:21:29แต่การจะสร้างแรงบันดาลใจหรือคำตอบใหญ่ๆ
00:21:29 → 00:21:31ในชีวิตเนี่ย
00:21:31 → 00:21:34มันต้องอาศัยวินัยในการคิดวินัยในการทำ
00:21:34 → 00:21:38ครับงั้นกระบวนการยิงต้องมีสภาวะทางจิต
00:21:38 → 00:21:41ที่เอื้อนะครับคือมีวินัยแล้วก็มีช่วง
00:21:41 → 00:21:44เวลาที่คลายออกจากความเข้มข้นเครียดนะ
00:21:44 → 00:21:45ครับ
00:21:45 → 00:21:48ค่อยๆปะติดปะต่อแล้วก็ในบางกรณีส่วนใหญ่
00:21:48 → 00:22:45ในชีวิตก็จะต้องอาศัยการทดลองทำ
00:22:45 → 00:22:47จึงอยู่กับความไม่แน่นอนได้
00:22:47 → 00:22:51และเข้าอยู่ยังไงครับเขาอยู่กับความไม่
00:22:51 → 00:22:54แน่นอนด้วยกันได้ทดลองสิ่งต่างๆและทดสอบ
00:22:54 → 00:22:57ดูว่ามันได้ผลไม่ได้ผลทำอย่างนี้แล้วมัน
00:22:57 → 00:23:00เป็นยังไงมีความสนุกกับการได้ทดลองเพราะ
00:23:00 → 00:23:04ทัศนะของการมองชีวิตเป็นการทดลองถ้าได้ผล
00:23:04 → 00:23:07เรารู้สึกดีว่ามันได้ผลถ้าไม่ได้ผลเราก็
00:23:07 → 00:23:09รู้สึกดีเพราะเราได้เรียนรู้นะครับตรงนี้
00:23:09 → 00:23:12ทำให้กระบวนการเดินกระบวนการสร้างแรง
00:23:12 → 00:23:13บันดาลใจ
00:23:13 → 00:23:17มันเกิดขึ้นด้วยความสนุกท้าทายมันจึงไม่
00:23:17 → 00:23:19ได้ลอยลงมาเหมือนกันปิ๊งแว้บที่เกิดขึ้น
00:23:19 → 00:23:22โดยที่ไม่ต้องทำอะไร
00:23:22 → 00:23:25แต่มันจะต้องมีกระบวนการดังนั้นสิ่งสำคัญ
00:23:25 → 00:23:29ในการค้นหาแรงบันดาลใจมันไม่ใช่การบอกว่า
00:23:29 → 00:23:31ฉันไม่มี passion ท่านต้องหา passion ให้
00:23:31 → 00:23:32เจอนะครับ
00:23:32 → 00:23:36เพราะการหา passion อาจจะไม่ใช่ทางผ่าน
00:23:36 → 00:23:40ที่จะเจอแรงบันดาลใจก็ได้
00:23:40 → 00:23:42หลายครั้งคนมีแรงบันดาลใจไม่ได้เกิดจาก
00:23:42 → 00:23:45passion ด้วยนะครับผมเคยคุยเรื่องนี้
00:23:45 → 00:23:48แล้วเมื่อไหร่ตอนก่อนประมาณสักปีสองปีนะ
00:23:48 → 00:23:50ครับว่าหลายครั้งจุดเริ่มต้นมันเกิดจาก
00:23:51 → 00:23:53การที่เราเห็นว่าสิ่งนี้น่าทำแล้วเรารู้
00:23:53 → 00:23:55สึกว่ามันมีเป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่าเรายัง
00:23:55 → 00:23:58ไม่ได้มี passion อะไรมากแล้วเราอาจจะ
00:23:58 → 00:24:00เริ่มต้นเพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ช่วยเรา
00:24:00 → 00:24:01อยู่รอดได้ทางการเงิน
00:24:01 → 00:24:05แต่หลังจากเราทำไปแล้วเนี่ยความการค้นพบ
00:24:05 → 00:24:10ตัวเองกับการค้นพบวิถีจากการได้ทดลองทำ
00:24:10 → 00:24:12อย่างต่อเนื่องมันทำให้เรารู้จักตัวเอง
00:24:12 → 00:24:15มากขึ้นมันทำให้เราเข้าใจเงื่อนไขของ
00:24:15 → 00:24:17เรื่องนั้นๆหรือความเป็นจริงของชีวิตมาก
00:24:17 → 00:24:21ขึ้นฐานของแรงบันดาลใจมันมาจากโลกของความ
00:24:21 → 00:24:26เป็นจริงผสมกับกระบวนการผสมกับการที่เรา
00:24:26 → 00:24:30รู้จักตัวเองนะครับดังนั้นถ้าคุณอยู่ใน
00:24:30 → 00:24:33สภาวะที่หมดกำลังใจและคุณอยากจะค้นหาแรง
00:24:33 → 00:24:37บันดาลใจเนี่ยมันเป็นช่องว่างที่ไกลพอสม
00:24:37 → 00:24:40ควรนะครับเพราะว่าสภาวะที่ใจสบายๆและจด
00:24:40 → 00:24:43จ่อกับเรื่องที่เรากำลังค้นคว้าอยู่ได้ทด
00:24:43 → 00:24:45ลองได้
00:24:45 → 00:24:50มันในสภาวะที่เราเครียดมากๆเนี่ยมันยาก
00:24:50 → 00:24:53ที่เราจะจดจ่อแล้วก็สบายๆได้นะครับ
00:24:53 → 00:24:56ดังนั้นถ้าคุณรู้ตัวว่าคุณมีความเครียด
00:24:56 → 00:24:59และแรงกดดันหรือมีสภาวะที่ท้อหรือขาด
00:24:59 → 00:25:02กำลังใจเนี่ยคนอาจจะต้องกลับมาเริ่มต้น
00:25:02 → 00:25:05ที่สิ่งพื้นฐานของชีวิตก่อนนะครับก็คือ
00:25:05 → 00:25:07กลับมาอยู่กับตัวเองนะครับวิธีกลับไปอยู่
00:25:07 → 00:25:09กับตัวเองก็มีหลากหลายวิธีหนึ่งดังนั้นก็
00:25:09 → 00:25:12คือวางทุกเรื่องลงแล้วก็อาจจะใช้สิ่งแวด
00:25:12 → 00:25:15ล้อมช่วยคุณในการทำให้คุณได้เชื่อมต่อกับ
00:25:15 → 00:25:18ตัวเองได้ดีขึ้นเชื่อมต่อกับชีวิตได้ดี
00:25:18 → 00:25:21ขึ้นลองทบทวนดูนะครับว่าวิธีคิดของตัว
00:25:21 → 00:25:23เราทัศนคติของเรา
00:25:23 → 00:25:27mindset ของเรามันต้องปรับตรงไหนบ้างนะ
00:25:27 → 00:25:29ครับเราคุยกันใหม่เสร็จหลายๆครั้งนะครับ
00:25:29 → 00:25:31เราคิดว่าเราตกเป็นเหยื่อหรือเปล่าถ้าใช่
00:25:31 → 00:25:34ตัวนี้ต้องแก้นะครับเรา
00:25:34 → 00:25:38เชื่อในการปิ๊งแว้บและเราชอบชีวิตที่สุข
00:25:38 → 00:25:40สบายและเราไม่พร้อมที่จะผ่านความยากลำบาก
00:25:40 → 00:25:43หรือเปล่าถ้าใช่ตัวนี้ต้องเปลี่ยนความ
00:25:43 → 00:25:45เชื่อใหม่ครับเพราะโรคความเป็นจริงความ
00:25:45 → 00:25:48สำเร็จหรือสิ่งดีๆมันต้องอาศัยความมุ่ง
00:25:48 → 00:25:51มั่นความพยายามครับ
00:25:51 → 00:25:55มีปัจจัยภายนอกอะไรบ้างที่เราจะต้องเข้า
00:25:55 → 00:25:56ใจธรรมชาติของมัน
00:25:56 → 00:25:58บางเรื่องเราอาจจะต้องเรียนรู้ที่จะยอม
00:25:58 → 00:26:01รับและอยู่กับมันให้ได้บางเรื่องหรือถ้า
00:26:01 → 00:26:03เราไม่อยากอยู่กับมันเราอาจจะต้องเดินออก
00:26:03 → 00:26:06มาจากจุดนั้นเลือกสิ่งแวดล้อมใหม่ที่
00:26:06 → 00:26:09เหมาะสมกับเรานะครับเพื่อให้เรามีปัจจัย
00:26:09 → 00:26:12เกื้อหนุนจากภายนอกเพื่อให้เรามีฐานในการ
00:26:12 → 00:26:15ค้นพบคำตอบจากข้างใน
00:26:15 → 00:26:19และมีอะไรที่เราลงมือทำได้มีแหล่งช่วย
00:26:19 → 00:26:21เหลืออะไรที่เราอาจจะต้องการไปพูดคุย
00:26:21 → 00:26:24ปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือนะครับคู่กันไป
00:26:24 → 00:26:27กับสิ่งนี้นะครับตัวพื้นฐานที่สำคัญมากก็
00:26:27 → 00:26:31คือระบบชีวภาพของมนุษย์เพราะสมองมนุษย์
00:26:31 → 00:26:34เป็นส่วนที่ใช้ในการ
00:26:34 → 00:26:37ค้นหาแรงบันดาลใจเป็นส่วนที่ใช้ในการ
00:26:37 → 00:26:39สร้างกำลังใจ
00:26:39 → 00:26:42เป็นส่วนที่เป็นฐานของการมีความสุขความพอ
00:26:42 → 00:26:43ใจ
00:26:43 → 00:26:46เราจึงจำเป็นต้องกลับมาดูแลพื้นฐานของ
00:26:46 → 00:26:49ชีวิตซึ่งผมพูดประจำคือกินนอนออกกำลังกาย
00:26:49 → 00:26:52นะครับวันนี้ก็ยังจะต้องพูดอีกเพราะว่าใน
00:26:52 → 00:26:55สภาวะที่เราอาจจะขาดกำลังใจอาจจะรู้สึก
00:26:55 → 00:27:00ท้อใจอาจจะรู้สึกเครียดเรื้อรังไม่มีพลัง
00:27:00 → 00:27:043 สิ่งนี้กินนอนออกกำลังกายเป็นตัวเติม
00:27:04 → 00:27:07พลังให้เราได้เป็นพื้นฐานที่สุดและถ้า
00:27:07 → 00:27:09ผ่านด่านนี้ได้แล้วด่านหนึ่งก็จะง่ายขึ้น
00:27:09 → 00:27:12นะครับคู่กันไปก็อาจจะเป็นเรื่องของความ
00:27:12 → 00:27:15สามารถในการอยู่กับตัวเองมีวิธีจัดการ
00:27:15 → 00:27:18ความเครียดที่ดีนะครับหรือเลือกสิ่งแวด
00:27:18 → 00:27:21ล้อมที่ช่วยเราเช่นธรรมชาตินะครับการอด
00:27:21 → 00:27:25นอนนะครับทำให้สมองเราเหมือนมีแอลกอฮอล์
00:27:25 → 00:27:27อยู่ในตัวมันทำให้เราคิดไม่ออกพลังงานก็
00:27:27 → 00:27:31ไม่มีคุณจึงจำเป็นต้องนอนให้เพียงพอ
00:27:31 → 00:27:35การกินไม่ถูกสุขภาพอารมณ์ก็เสียด้วยนะ
00:27:35 → 00:27:39ครับพลังทั้งกายและใจก็ไม่มี
00:27:39 → 00:27:41การไม่ออกกำลังกายก็จะสุขภาพร่างกายอ่อน
00:27:41 → 00:27:44แอไม่มีแรงไม่สดชื่นแล้วมันยังทำให้เรา
00:27:44 → 00:27:47ติดอยู่กับร่องความคิดเดิมๆไม่สามารถหลุด
00:27:47 → 00:27:49ออกจากมุมมองเก่าๆได้
00:27:49 → 00:27:51และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เรามองไม่เห็น
00:27:51 → 00:27:53ทางออกเพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนวิธีคิด
00:27:53 → 00:27:56ของเราได้แต่ทันทีที่เรามีข้อมูลเช่นเรา
00:27:56 → 00:27:59ทบทวนสิ่งพื้นฐานอย่างกรณีของนักเรียนวัย
00:28:00 → 00:28:0316 18 ปีท่านนั้นเนี่ยนะครับท่านที่ที่
00:28:03 → 00:28:05เราเห็นรูปแบบตัวเองแล้วเราเห็นทางที่เรา
00:28:05 → 00:28:07จะปรับเปลี่ยนเพื่อทำให้เราเดินได้ดีขึ้น
00:28:07 → 00:28:11ตรงนั้นกำลังใจมันจะมาครับพอกำลังใจมา
00:28:11 → 00:28:14แล้วเราได้เริ่มเดินนะครับเราก็จะเริ่ม
00:28:15 → 00:28:18ค่อยๆรู้จักตัวเองมากขึ้นเราเริ่มค้นพบ
00:28:18 → 00:28:22เส้นทางที่อาจจะเป็นเส้นทางที่ใช่สำหรับ
00:28:22 → 00:28:22เรา
00:28:22 → 00:28:25เราผ่านการทดลองแล้วตัวนี้ก็คือกระบวนการ
00:28:25 → 00:28:29ไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจซึ่งเป็นภาพระยะ
00:28:29 → 00:28:33ยาวครับมันไม่ใช่ภาพรายวันไม่ใช่ภาพราย
00:28:33 → 00:28:35สัปดาห์ไม่ใช่ภาพรายเดือนครับ
00:28:35 → 00:28:39โจทย์ของแต่ละคนไม่เหมือนกันเราจึงจำเป็น
00:28:39 → 00:28:42ต้องทบทวนโจทย์ของตัวเองให้ชัดเจนก่อน
00:28:42 → 00:28:46แล้วลองเลือกข้อคิดที่ผมนำมาแบ่งปันวัน
00:28:46 → 00:28:49นี้ไปลองใช้ดูนะครับ
00:28:49 → 00:28:51อันนี้คือเนื้อหาที่ผมเตรียมมาสำหรับการ
00:28:51 → 00:28:52พูดคุยในวันนี้นะครับ
00:28:52 → 00:28:58ตอนนี้จะมาเริ่มต้นจากการดู
00:28:58 → 00:29:03โพสต์ของผมที่ YouTube ว่ามีใครส่งเข้ามา
00:29:03 → 00:29:05บ้าง 21 comment นะครับ
00:29:05 → 00:29:09ผ่านมาด้วยเวลาและความอดทนแต่ก็ยังขึ้นๆ
00:29:09 → 00:29:13ลงๆรอฟังเพื่อพัฒนาแบบถาวรยาวๆ
00:29:13 → 00:29:15เพื่อเติมกำลังใจ
00:29:15 → 00:29:23อาทิตย์หน้าจะมีไลฟ์ไหมลุ้นต่อนะครับ
00:29:23 → 00:29:25ดูเหมือนคุณไม่ได้ตั้งคำถามอะไรเฉพาะนะ
00:29:25 → 00:29:27ครับแล้วผมหวังว่าสิ่งที่พูดจะทำให้คุณ
00:29:27 → 00:29:32เห็นหลายครั้งเราเดินแล้วเราใจร้อนเรา
00:29:32 → 00:29:34เดินแล้วเราตัดสินตัวเองไปด้วยจะเป็นอีก
00:29:34 → 00:29:36ตัวหนึ่งที่ทำให้เราหมดกำลังใจนะครับใช้
00:29:36 → 00:29:39เป็นกระบวนการใช้มองมันเป็นการทดลองของ
00:29:39 → 00:29:40ชีวิต
00:29:40 → 00:29:43สำหรับอาทิตย์หน้าผมไม่มีแผนที่จะไม่ร้าย
00:29:43 → 00:29:48นะครับมีแผนที่จะพูดตามปกติครับท่านที่ 2
00:29:48 → 00:29:51นะครับหาแรงบันดาลใจจากไลฟ์คุณหมอตามฟัง
00:29:51 → 00:29:53ในทุกรายบางเคสใกล้เคียงกับความทุกข์ใจ
00:29:53 → 00:29:57ที่มีนำมาปรับใช้ให้ชีวิตลื่นไหลไปได้
00:29:57 → 00:30:00ผ่อนหนักเป็นเบาขอบพระคุณคุณหมอ
00:30:00 → 00:30:04เป็นคนทำงานด้านศิลปะบางครั้งรายได้ลดทำ
00:30:04 → 00:30:07งานได้ไม่ดีเหมือนเดิมด้วยเวลาน้อยและ
00:30:07 → 00:30:11ภาระมากขาดสมาธิมีผลทำให้กำลังใจหมดครับ
00:30:11 → 00:30:15เงินทุกบาททำงานเพื่อลูกและภรรยาเวลาทำ
00:30:15 → 00:30:17งานคือทำตอนไหนก็ได้ไม่มีงานเข้าแต่ทุก
00:30:17 → 00:30:20ครั้งหลังหมดกำลังใจจะกลับมาได้เสมอแต่
00:30:20 → 00:30:24ไม่ชอบความกลัดกลุ้มระทมใจในช่วงที่หมด
00:30:24 → 00:30:26กำลังใจเลยครับนึกดูแล้วเหมือนเสียเวลา
00:30:26 → 00:30:29ช่วงนั้นไปเปล่าๆ
00:30:29 → 00:30:32ถ้าเช่นนั้นผมมีแกชวนคุณทบทวนช่วงเวลาที่
00:30:32 → 00:30:35คุณทำได้ดีกับช่วงเวลาที่คุณรู้สึกหมด
00:30:35 → 00:30:36กำลังใจ
00:30:36 → 00:30:39ลองดูว่ามีปัจจัยภายนอกอะไรบ้างมีอะไร
00:30:39 → 00:30:42เข้ามากระทบชีวิตของคุณมันมักจะเป็น
00:30:42 → 00:30:45เรื่องอะไรที่ทำให้คุณหมดกำลังใจนะครับ
00:30:45 → 00:30:48ฉะนั้นลองดูว่ากระบวนการทางความคิดและ
00:30:48 → 00:30:51ความรู้สึกของคุณเนี่ยคุณเห็นอะไรบ้างใน
00:30:51 → 00:30:54ตัวเองมันอาจจะทำให้คุณเจอ
00:30:54 → 00:30:58จุดที่จะช่วยป้องกันคุณไม่ให้ใจมันตกไป
00:30:58 → 00:31:01อยู่ในจุดนั้นได้หรืออาจจะช่วยคุณรู้ว่า
00:31:01 → 00:31:03คุณจะลุกขึ้นมาใหม่ได้เร็วขึ้นได้ยังไงนะ
00:31:03 → 00:31:05ครับ
00:31:05 → 00:31:08รอฟังค่ะที่ผ่านมาเจอกับปัญหามากมายฟัง
00:31:08 → 00:31:11แล้วมีความรู้เพิ่มรู้จักตัวเองเข้าใจคน
00:31:11 → 00:31:13ที่อยู่รอบข้างเอามาปรับใช้ในชีวิตประจำ
00:31:13 → 00:31:14วันดีมาก
00:31:14 → 00:31:18หัวข้อถูกใจขอบพระคุณรอฟังรอเดี๋ยวไปชวน
00:31:18 → 00:31:20เพื่อนมาฟังด้วยขอบคุณคุณหมอผมได้
00:31:20 → 00:31:22ประโยชน์มากขอให้คุณหมอครอบครัวมีแต่ความ
00:31:22 → 00:31:25สุขจำประโยชน์นึงที่คุณหมอเคยพูดไว้ว่า
00:31:25 → 00:31:28ให้อดเปรี้ยวไว้กินหวานเวลาท้อใจก็ใช้คำๆ
00:31:28 → 00:31:30นี้ครับ
00:31:30 → 00:31:33ขอบคุณจะรอฟังลูกสาว 10 ขวบ
00:31:33 → 00:31:36ส่งเข้าเรียนเปียโนแล้วว่ายน้ำมาตั้งแต่
00:31:36 → 00:31:39เล็กตามความคิดว่าให้มีดนตรี 1 อย่างกีฬา
00:31:39 → 00:31:421 อย่างติดตัวเด็กไปตอนนี้เขาไม่สนใจ
00:31:42 → 00:31:46ทั้งดนตรีกีฬาถ้าทีเบื่อที่จะทำผมยังไม่
00:31:46 → 00:31:48สังเกตเห็นว่าเขาสนใจหรือชอบอะไรเป็น
00:31:48 → 00:31:51พิเศษยกเว้นเกมหน้าจอซึ่งไม่อยากให้ทำ
00:31:51 → 00:31:55เยอะอยากถามว่าควรฝืนให้เขาทำต่อไปหรือ
00:31:55 → 00:31:58ไม่หรือว่าให้หยุดแต่ก็เสียดายที่
00:31:58 → 00:32:00อุตส่าห์เรียนมานานยังอยากให้เขาได้ดนตรี
00:32:00 → 00:32:03กีฬาติดตัวไป
00:32:03 → 00:32:05ข้อนี้เป็นเรื่องของการชั่งน้ำหนักข้อดี
00:32:05 → 00:32:08ข้อเสียครับและเป็นเรื่องของการหลอกล่อ
00:32:08 → 00:32:10และต่อรอง
00:32:10 → 00:32:13แน่นอนนะครับว่าการเรียนเปียโนการว่ายน้ำ
00:32:13 → 00:32:17เป็นสิ่งที่ไม่ได้สนุก
00:32:17 → 00:32:21แล้วคนโดยพื้นฐานไม่ได้อยากที่จะทำสิ่ง
00:32:21 → 00:32:23ที่ไม่สนุก
00:32:23 → 00:32:26แต่บนเส้นทางนี้มันมีรางวัลบางอย่าง
00:32:26 → 00:32:28ทำความรู้สึกได้
00:32:28 → 00:32:31ขึ้นกับว่ารางวัลนั้นมีพลังสำหรับเขามาก
00:32:31 → 00:32:33แค่ไหนนะครับ
00:32:33 → 00:32:39ส่วนเกมหน้าจอเป็นตัวที่น่ากลัวมากมันมี
00:32:39 → 00:32:43พลังในการดึงดูดให้เราหลงเข้าไปในโลก
00:32:43 → 00:32:48ไซเบอร์นั้นโดยที่เราอาจจะลืมเวลาแล้วมัน
00:32:48 → 00:32:51ถูกออกแบบมาโดยคนที่เข้าใจว่าจะหลอกล่อ
00:32:51 → 00:32:56กระตุ้นความสนุกความตื่นเต้นได้อย่างไรนะ
00:32:56 → 00:32:59ครับตัวผมเองไม่มีคำตอบในเรื่องนี้นะครับ
00:32:59 → 00:33:03แต่ต้องบอกอ้างอิงว่า 1
00:33:03 → 00:33:09คนในสารคดีเรื่อง Social คนที่เป็นระดับ
00:33:09 → 00:33:13บริหารของ Social Media 3-4 คนที่ออกมา
00:33:13 → 00:33:14ให้สัมภาษณ์
00:33:14 → 00:33:16เขาไม่ให้ลูกเล่น
00:33:16 → 00:33:19ไม่ให้ลูกมีการเข้าถึงโซเชียลมีเดียนะ
00:33:19 → 00:33:22ครับ
00:33:22 → 00:33:24ผมคิดว่ามันเป็นตัวเลือกที่คุณต้องรู้ว่า
00:33:24 → 00:33:29จะทำยังไงนะครับตอนที่ลูกผมยังเล็กผมตั้ง
00:33:30 → 00:33:31เป้าว่า
00:33:31 → 00:33:33ถ้ายังอายุไม่ 16 ก็ยังไม่ให้มีโทรศัพท์
00:33:33 → 00:33:35มือถือนะครับ
00:33:35 → 00:33:37เพราะว่าดับเบิ้ลโชว์แนะนำไว้อย่างนั้น
00:33:37 → 00:33:40แต่ว่าต้องยอมรับว่าโทรศัพท์มือถือนี่มัน
00:33:40 → 00:33:42ถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารด้วยดังนั้น
00:33:42 → 00:33:47ก็รอจนอยู่ในชั้นมัธยมถึงให้เขาได้ใช้
00:33:47 → 00:33:51ดังนั้นคุณอาจจะต้องชั่งน้ำหนักนะครับแต่
00:33:51 → 00:33:53แกนกลางที่สำคัญที่สุดผมยังเชื่อว่าเป็น
00:33:53 → 00:33:56เรื่องของความสัมพันธ์และการมีกิจกรรมที่
00:33:56 → 00:33:59หลากหลายครับดังนั้นถ้าเขาเลือกที่จะไม่
00:33:59 → 00:34:01เรียนเปียโนและไม่ว่ายน้ำต้องถามว่าเขาจะ
00:34:01 → 00:34:05ทำอะไรเพื่อทำให้เขาได้มีชีวิตอยู่ในโลก
00:34:05 → 00:34:09ภายนอกที่อยู่กับธรรมชาติให้มากนะครับ
00:34:09 → 00:34:12แล้วก็ต้องดูพัฒนาการด้านอื่นควบคู่กันไป
00:34:12 → 00:34:13นะครับ
00:34:13 → 00:34:17การจะบังคับให้เรียนในแบบที่เขาไม่อยาก
00:34:17 → 00:34:18เรียน
00:34:18 → 00:34:24ผมรู้สึกบวกลบนะครับแต่ก็รู้ดีว่า
00:34:24 → 00:34:27จริงๆผมมีตัวอย่างลูก 2 คนคนหนึ่งก็เรียง
00:34:27 → 00:34:30ไปจนไปสอบได้หลายเกรดแต่จริงเวลาเขาก็
00:34:30 → 00:34:32เลิกรับตอนเขาทำงานนะครับอีกคนนึงก็เรียน
00:34:32 → 00:34:34ไปถึงจุดหนึ่งประมาณมต้นแล้วเขาก็เลิก
00:34:34 → 00:34:37เหมือนกันนะครับแล้ว 2 คนก็ไม่ได้สนใจ
00:34:37 → 00:34:40ทั้งสองเรื่องแต่แต่ละคนจะมีไลฟ์สไตล์บาง
00:34:40 → 00:34:45อย่างที่เราพยายามสนับสนุนนะครับก็คือการ
00:34:45 → 00:34:48ไปในที่ธรรมชาติการเป็นเคลื่อนไหวออก
00:34:48 → 00:34:51กำลังกายซึ่งคนโตติดลมบนแล้วแต่คนเล็กยัง
00:34:51 → 00:34:54อยู่ในช่วงของการต้องเรียกว่าต้อง
00:34:54 → 00:34:58เชฟต้องจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นไปอยู่
00:34:58 → 00:35:00เรื่อยๆนะครับ
00:35:00 → 00:35:06มันเป็นทางออกที่แต่ละบ้านต้องหาดูนะครับ
00:35:06 → 00:35:09วันหนึ่งเมื่อเขาเห็นความสำคัญของสุขภาพ
00:35:09 → 00:35:12ซึ่งจะนานมากกว่าจะเป็นเช่นนั้น
00:35:12 → 00:35:14หรือเห็นความสำคัญของส่วนที่เป็นส่วนผสม
00:35:15 → 00:35:19อื่นซึ่งก็อีกนานมากเขาถึงจะอยากทำ
00:35:19 → 00:35:22ถ้าเขายังมีเวลานะครับ
00:35:22 → 00:35:25ดังนั้นตอนนี้เป็นเรื่องที่
00:35:25 → 00:35:28คุณอาจจะต้องเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง
00:35:28 → 00:35:31กิจกรรมเพื่อดึงให้เข้าอยู่ตรงกิจกรรม
00:35:31 → 00:35:35นั้นได้ดีนะครับเช่นถ้าจะให้เขาว่ายน้ำ
00:35:35 → 00:35:38คุณต้องลงว่ายน้ำกับเขานะครับ
00:35:38 → 00:35:41ผมเจอที่สระว่ายน้ำในหมู่บ้านผมนะครับ
00:35:41 → 00:35:46จะมีคนที่เป็นผู้ใหญ่ลงเล่นน้ำน้อยมากผม
00:35:46 → 00:35:48เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่อยู่ในสระว่ายน้ำ
00:35:48 → 00:35:49นะครับ
00:35:49 → 00:35:53ที่เหลือนะครับเป็นพ่อแม่ที่พาลูกเล็กมา
00:35:53 → 00:35:55ส่งเรียนกับครูแล้วก็นั่งดูโทรศัพท์มือ
00:35:55 → 00:35:59ถือรอให้ครูสอนเสร็จนะครับหรือบางทีก็เอา
00:35:59 → 00:36:01โทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปลูกถ่ายวีดีโอลูก
00:36:01 → 00:36:03เล่นแต่เขาไม่ลงด้วย
00:36:03 → 00:36:06ซึ่งในทัศนะผม
00:36:06 → 00:36:10รวมทั้งตัวผมเองด้วยผมไม่ได้ให้ลูกเรียน
00:36:10 → 00:36:13กับครูครับผมลงไปในสระสอนลูกด้วยตัวเอง
00:36:13 → 00:36:15แล้วก็เล่นกับเขาด้วยนะครับ
00:36:15 → 00:36:17ตรงนี้เป็นทางเลือกทั้งนั้นเลยนะครับแต่
00:36:17 → 00:36:19สิ่งที่จะบอกก็คือ
00:36:19 → 00:36:22ถ้าคุณอยากให้ลูกทำอะไรคุณต้องลองไปทำกับ
00:36:22 → 00:36:25เขาด้วยจะดีกว่าที่จะส่งเข้าไปเรียนแล้ว
00:36:25 → 00:36:27ก็นั่งเฝ้าอยู่ข้างนอกอย่างเดียวนะครับ
00:36:27 → 00:36:30หวังว่าคงจะได้ข้อคิดบ้างนะครับ
00:36:30 → 00:36:32ผ่านมาได้ด้วยกำลังใจจากตัวเองและ
00:36:32 → 00:36:34ครอบครัวรวมทั้งเครื่องมือที่คุณหมอให้
00:36:34 → 00:36:36ด้วยขอบคุณนะครับ
00:36:36 → 00:36:38เราสามารถมีชีวิตได้โดยไม่ต้องมีความหมาย
00:36:38 → 00:36:40หรือแรงบันดาลใจได้ไหมหรือความหมายแรง
00:36:40 → 00:36:45บันดาลใจทำให้เรามีชีวิต
00:36:45 → 00:36:47ทุกครั้งที่มีคำถามแบบนี้ผมจะกลับไปที่
00:36:47 → 00:36:48พื้นฐานของมนุษย์ครับ
00:36:48 → 00:36:54มนุษย์มีแรงขับเคลื่อนของการอยู่รอดการมี
00:36:54 → 00:36:57อาหารการกินการหนีจากสัตว์อันตรายและสิ่ง
00:36:57 → 00:36:59ที่จะเป็นภัยคุกคาม
00:36:59 → 00:37:02การมีเพศสัมพันธ์เพื่อแพร่พันธุ์ต่อไป
00:37:02 → 00:37:05การเข้ากลุ่มอันนี้คือชุดแรกนี้เป็นสมอง
00:37:05 → 00:37:06ส่วนล่างนะครับ
00:37:06 → 00:37:10การเข้ากลุ่มการได้รับการยอมรับการมีความ
00:37:10 → 00:37:12ผูกพันความรักอันนี้เป็นสมองส่วนกลาง
00:37:12 → 00:37:15สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสมองส่วนบนก็คือมัน
00:37:15 → 00:37:19มีการวางแผนระยะไกลมันมีการออกแบบชีวิต
00:37:19 → 00:37:20เพื่อ
00:37:20 → 00:37:24ได้ทำสิ่งที่มีความหมายและท้าทาย
00:37:24 → 00:37:26เพื่อความสนุก
00:37:26 → 00:37:29นะครับหรือมีความหมายที่ลึกซึ้งไปกว่า
00:37:29 → 00:37:30นั้น
00:37:30 → 00:37:33ด้วยการตั้งคำถามว่าชีวิตนี้มีไปเพื่อ
00:37:33 → 00:37:35อะไร
00:37:35 → 00:37:37มันขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากจะใช้สมองส่วน
00:37:37 → 00:37:40ไหนในการขับเคลื่อนชีวิตของคุณ
00:37:40 → 00:37:43ถ้าในคนที่มีปัญญาทุกคนซึ่งผมเชื่อว่าคุณ
00:37:43 → 00:37:46มีคุณถึงถามคำถามนี้
00:37:46 → 00:37:49เราก็อยากจะใช้สมองทั้ง 3 ระดับนะครับ
00:37:49 → 00:37:53สมองที่ขับเคลื่อนตามชีวภาพเราเลี่ยงไม่
00:37:53 → 00:37:54ได้นะครับ
00:37:54 → 00:37:59การกินการหายใจการดูแลตัวเองเพื่อความ
00:37:59 → 00:38:01ปลอดภัย
00:38:01 → 00:38:03นะครับซึ่งเราต้องยังชีพได้หรือถึงตอบ
00:38:03 → 00:38:06ความต้องการนี้ได้ดังนั้นมันก็มีแรงขับ
00:38:06 → 00:38:08เคลื่อนในเรื่องของการยังชีพ
00:38:08 → 00:38:12ความสัมพันธ์ความผูกพันเป็นตัวที่ดีมาก
00:38:12 → 00:38:15กับสุขภาพความสุขและอายุขัยของมนุษย์เลย
00:38:15 → 00:38:19นะครับส่วนสมองส่วนบนสุดมันเป็นเรื่องของ
00:38:19 → 00:38:23จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องเชื่อม
00:38:23 → 00:38:26ต่อกับตัวล่างนะครับสมองส่วนล่างกับการ
00:38:26 → 00:38:29ควบคุมตัวเองมีวินัยบังคับตัวเองทำสิ่ง
00:38:29 → 00:38:31ที่ไม่ชอบแต่รู้ว่ามันจะพาไปสู่ผลลัพธ์
00:38:31 → 00:38:35ที่ดีอันนี้ต้องอาศัยส่วนของส่วนบนนะครับ
00:38:35 → 00:38:38คราวนี้ถ้ากลับมาตอบโจทย์คุณว่าเรามี
00:38:38 → 00:38:41ชีวิตโดยไม่ต้องมีความหมายได้ไหม
00:38:41 → 00:38:44ได้ครับมันเป็นตัวเลือก
00:38:44 → 00:38:47หรือความหมายทำให้เรามีชีวิต
00:38:47 → 00:38:51ไม่ครับผมคิดว่ามนุษย์ที่ไม่มีไม่ได้ค้น
00:38:51 → 00:38:53หาความหมายก็มีชีวิตเพราะเขายังอยากมี
00:38:53 → 00:38:55ชีวิตอยู่เนื่องจากมันอยู่ในระดับเสียง
00:38:55 → 00:38:57ชัดแต่ยานนะครับมันอยู่ในระดับของสัตว์
00:38:57 → 00:39:00เลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานก็มีครับไม่ต้องมี
00:39:00 → 00:39:03ความหมายมันก็มีชีวิตรอดนะครับ
00:39:03 → 00:39:05นั้นมนุษย์จึงเป็นสัตว์ที่พัฒนาการ
00:39:06 → 00:39:08วิวัฒนาการมาอีกจุดที่เรามีคำถามกับชีวิต
00:39:08 → 00:39:10เยอะครับ
00:39:10 → 00:39:12แต่ตัวที่ร้ายกว่านั้นก็คือเราได้สร้าง
00:39:12 → 00:39:16สิ่งแวดล้อมที่ทำให้เราท้อใจที่ทำให้เรา
00:39:16 → 00:39:19หมดกำลังใจที่ทำให้เรารู้สึกเครียด
00:39:19 → 00:39:23เรื้อรังได้จากอาหารการกินจากแสงที่ทำให้
00:39:23 → 00:39:25เรานอนไม่เป็นปกติแล้วก็จากสิ่งแวดล้อม
00:39:25 → 00:39:27ที่ทำให้เรานั่งมากกว่าเดิมเคลื่อนไหวนะ
00:39:27 → 00:39:30ครับกินนอนออกกำลังกายมันถูก disruct หมด
00:39:30 → 00:39:32เลยจากวิถีชีวิตของโลกปัจจุบัน
00:39:32 → 00:39:35มันก็อาจทำให้เราไปอยู่ในจุดที่รู้สึกไม่
00:39:35 → 00:39:38ค่อยมีแรงได้นะครับ
00:39:38 → 00:39:41ถามให้ลูกเราอยู่ฝรั่งเศสลูกชายไม่รู้ว่า
00:39:41 → 00:39:44เขาชอบงานด้านไหนต้องทำไงดีแนะนำเขายังไง
00:39:44 → 00:39:47อายุ 23 เรียนงานบริการในร้านอาหารมา 2
00:39:47 → 00:39:50ปีทำงานได้ 3 ปีก็เลิกไม่ชอบต้องเข้างาน
00:39:50 → 00:39:54วันละ 2 รอบคือรอบเที่ยงกับรอบเย็นเลิก
00:39:54 → 00:39:56ดึกฉะนั้นก็มาเรียนด้านการประปาติดตั้ง
00:39:56 → 00:39:59ระบบเขาคิดว่าเขาชอบปีที่แล้วก็ได้ทำงาน
00:40:00 → 00:40:03กับบริษัทจนจบสัญญาปีนี้ได้ทำกับอีก
00:40:03 → 00:40:06บริษัทหนึ่งยากกว่าที่เรียนมาทำให้เขาผิด
00:40:06 → 00:40:08หวังเลยลาออกกลับมาบ้านบอกจะไม่ทำงานนี้
00:40:08 → 00:40:11อีกเขาบอกว่าไม่อยากให้ใครมองว่าเขาไม่
00:40:11 → 00:40:14เก่ง
00:40:14 → 00:40:17ตอนนี้เริ่มลงโพสต์แมนให้เอามาซอนได้
00:40:17 → 00:40:21ภาวนาว่าอย่าลาออกฝรั่งเศสของแพงมากส่วน
00:40:21 → 00:40:23พ่อเขาอยากให้กลับไปเรียนเพิ่มประปาเพราะ
00:40:23 → 00:40:25มันน่าสนใจและสร้างอะไรให้ตัวเองได้ใน
00:40:25 → 00:40:26อนาคต
00:40:26 → 00:40:29รวมทั้งสามารถเปิดบริษัทเล็กๆได้ส่วน
00:40:29 → 00:40:32ดิฉันลูกทำอะไรก็ได้
00:40:32 → 00:40:35อยากให้เขาเจองานที่ถนัดนะครับอย่าลาออก
00:40:35 → 00:40:36ดื้อๆ
00:40:36 → 00:40:39ตอนนี้มันมีแนวโน้มของคนรุ่นใหม่ที่มี
00:40:39 → 00:40:42ความเชื่อว่าเขาอยากจะมีอิสรภาพและอยากจะ
00:40:42 → 00:40:43เลือกเส้นทางตัวเอง
00:40:43 → 00:40:47มันทำให้บางครั้งเขาไม่ได้ฝืนความ
00:40:47 → 00:40:50ยากลำบากของชีวิตนะครับ
00:40:50 → 00:40:54แต่การที่เขาไม่อยากรู้สึกว่าเขาไม่เก่ง
00:40:54 → 00:40:57ตอนฝึกเนี่ยจริงๆเราจะเก่งอะไรได้เราต้อง
00:40:57 → 00:41:00เริ่มต้นจากการไม่เก่งก่อนนะครับ
00:41:00 → 00:41:02ผมคิดว่า
00:41:02 → 00:41:06ถ้ามองในภาพรวมถอยไปหน่อยนึงข้อคิดของ
00:41:06 → 00:41:08สามีคุณน่าสนใจ
00:41:08 → 00:41:11เพราะผมเจอว่าการเป็นช่าง
00:41:11 → 00:41:16หารายได้ได้ตลอดชีวิตนะครับผมอยู่ในเมือง
00:41:16 → 00:41:20ไทยอยู่ในเขตเมืองจะหาช่างฝีมือดีที่ราคา
00:41:20 → 00:41:23เหมาะสมแล้วก็ไว้ใจได้หายาก
00:41:23 → 00:41:27กลายเป็นต้องรอคิวกันเป็นเดือนนะครับ
00:41:27 → 00:41:31เข้าใจว่าต่างประเทศงานกลุ่มนี้กับยิ่งดี
00:41:31 → 00:41:33กว่าเมืองไทยด้วยซ้ำเพราะว่ามันเป็น
00:41:33 → 00:41:36ช่องว่างของรายได้มันมีไม่มากเท่ากับใน
00:41:36 → 00:41:37เมืองไทยนะครับ
00:41:37 → 00:41:40แต่เขาจะชอบไม่ชอบเนี่ยผมคิดว่าไม่ได้
00:41:40 → 00:41:42อยู่ที่ว่าเขาถนัดอะไรอย่างเดียวมันอยู่
00:41:42 → 00:41:47ที่ว่าเขามีความอดทนไหมซึ่งตรงนี้เนี่ย
00:41:47 → 00:41:51ความสามารถในการอดทนมันเป็นคุณสมบัติที่
00:41:51 → 00:41:56ฝึกตั้งแต่ตอนเด็กส่วนหนึ่งแล้วก็
00:41:56 → 00:41:59ถ้าอยากจะเพิ่มในตอนปัจจุบันการออกกำลัง
00:41:59 → 00:42:01กายประจำจะช่วยให้เรามีความอดทนได้มาก
00:42:01 → 00:42:02ขึ้น
00:42:02 → 00:42:05ดังนั้นถ้าเกิดเขายังไม่ทำอะไรผมก็จะ
00:42:05 → 00:42:08เชียร์ให้เขาได้ไปผจญภัยไปหาตัวเอง
00:42:08 → 00:42:12ไปปีนป่ายนะครับเผื่อเขาจะเข้าใจชีวิตมาก
00:42:12 → 00:42:13ขึ้น
00:42:13 → 00:42:15แต่อันนี้เป็นเพียงตัวเลือกที่ผมคิดออกใน
00:42:15 → 00:42:18เวลาสั้นๆนะ
00:42:18 → 00:42:20ครับถ้าผมคุยกับคนที่เจอโจทย์แบบนี้นะ
00:42:20 → 00:42:21ครับ
00:42:21 → 00:42:25ผมจะใช้เวลาสักพักนึงเลยกว่าจะคลำทางถูก
00:42:25 → 00:42:28ว่าจุดไหนที่เราควรจะ
00:42:28 → 00:42:30ช่วยให้เขาเห็นตัวเองแล้วก็ช่วยเขาเกิด
00:42:30 → 00:42:33แผนในการทดลองกับชีวิตเพื่อจะได้ค้นหาตัว
00:42:33 → 00:42:35เองเจอ
00:42:35 → 00:42:37ขอบคุณอาจารย์หมอที่เลือกหัวข้อและเตรียม
00:42:37 → 00:42:40เนื้อหามาจุดประกายสร้างความหวังเจิดจรัส
00:42:40 → 00:42:43จรัสเจิดจ้านะครับในการดำเนินชีวิต
00:42:43 → 00:42:46ตอนนี้กราฟของความท้อใจผ่านจุดต่ำสุดไป
00:42:46 → 00:42:49แล้วไปปฏิบัติธรรมมาก็ดีขึ้นกินนอนออก
00:42:49 → 00:42:53กำลังกายตามหมอแนะนำหลบหนีจากคนในวงในที่
00:42:53 → 00:42:57กระทบใจที่สุดไปก่อนอย่าไปพบนักจิตบำบัด
00:42:57 → 00:42:59เพื่อแก้ปมแต่ไม่มั่นใจว่าจะหาได้จากที่
00:42:59 → 00:43:02ไหนเคยไปพบนักจิตวิทยาประจำอำเภอก่อน
00:43:02 → 00:43:06โควิดแต่รู้สึกแย่ลงและไม่อยากไปอีกครับ
00:43:06 → 00:43:09คุณอาจจะต้องการการเจอนักจิตบำบัดที่มี
00:43:09 → 00:43:13คุณภาพซึ่งในตอนนี้นะครับตัว Facebook
00:43:13 → 00:43:15ของสมาคม
00:43:15 → 00:43:19เพื่อการพัฒนาศักยภาพมนุษย์และจิตบำบัด
00:43:19 → 00:43:21แนวสักทีเนี่ยผมก็จะว่าเขาจะเริ่มขึ้น
00:43:21 → 00:43:24ชื่อของคนที่จบหลักสูตรการเป็นนักบำบัด
00:43:24 → 00:43:27สายซะทีนะครับ
00:43:27 → 00:43:30อันนั้นเป็นแหล่งหนึ่งที่คุณอาจจะพบส่วน
00:43:30 → 00:43:32เรื่องปมข้างใจผมยังคิดว่าแหล่งที่ง่าย
00:43:32 → 00:43:34ที่สุดสำหรับคุณยังคงเป็นการมาเรียนใน
00:43:34 → 00:43:37หลักสูตรบทเรียนแค่ปมทางใจนะครับใน
00:43:37 → 00:43:39ระหว่างที่มันไม่มีตัวเลือกอื่นนะครับ
00:43:39 → 00:43:42เป็นไบโพลาร์รักษามา 3 ปีปรับยาจนดีขึ้น
00:43:42 → 00:43:45เพราะหมอลดยาลงเมื่อ 2 เดือนก่อนอาการก็
00:43:45 → 00:43:48ปกติตอนนี้ทำท่าจะดิ่งเหมือนเริ่มสนุกไม่
00:43:48 → 00:43:51สนุกไม่อยากออกกำลังกายไม่อยากอาหารเริ่ม
00:43:51 → 00:43:53ท้อควรทำยังไง
00:43:53 → 00:43:55ผมแนะนำให้กลับไปใช้ยาครับ
00:43:55 → 00:43:58เพราะว่าไบโพลาร์เนี่ย
00:43:58 → 00:44:01หลายคนหยุดยาไม่ได้แต่ว่าครั้งนี้ก็จะทำ
00:44:01 → 00:44:02ให้คุณรู้ว่า
00:44:02 → 00:44:05เราอาจจะต้องลดยาลงแต่อาจจะไม่ถึงกับหยุด
00:44:05 → 00:44:07นะครับอันนั้นเป็นตัวเลือกที่หนึ่งที่น่า
00:44:07 → 00:44:10ต้องทำแน่ๆ 2 ก็คือในการกลับไปรับยาเพิ่ม
00:44:10 → 00:44:13เนี่ยกลับมาใหม่เนี่ยคนอาจจะต้องทบทวนว่า
00:44:13 → 00:44:16ครั้งนี้เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะครับคือ
00:44:16 → 00:44:18ตอนที่คุณหยุดยา 2 เดือนแรกที่ไม่เกิด
00:44:18 → 00:44:20อะไรเนี่ยมันไม่ได้เกิดจากว่าคุณไม่ต้อง
00:44:21 → 00:44:23กินยาแล้วนะครับแต่ยาที่มันอยู่ในตัวเรา
00:44:23 → 00:44:25เนี่ยมันยังมีฤทธิ์ในการรักษาอยู่แม้ว่า
00:44:25 → 00:44:28เราจะหยุดไปสักพักนึงแล้วถ้าคุณมาเจอเหตุ
00:44:28 → 00:44:30เครียดมันจะกระตุ้นให้เกิดป่วยขึ้นมาได้
00:44:30 → 00:44:33นะครับงั้นตอนนี้มันต้องดูปัจจัยในเรื่อง
00:44:33 → 00:44:34ของ
00:44:34 → 00:44:37สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณด้วยกับการบอก
00:44:37 → 00:44:39ว่ายาคุณอาจจะยังหยุดไม่ได้ในตอนนี้นะ
00:44:39 → 00:44:40ครับ
00:44:40 → 00:44:43งานได้เงินงานทำ
00:44:43 → 00:44:46เป็นหัวข้อที่ยากมากเลยครับแต่ละคนมีพื้น
00:44:46 → 00:44:49ฐานความเป็นมาแตกต่างกันแม้แต่พี่น้อง
00:44:49 → 00:44:51ครอบครัวเดียวกันความคิดทัศนคติก็ต่างกัน
00:44:51 → 00:44:55คำตอบมันเฉพาะมากสำหรับคนคนหนึ่งบางคนอาจ
00:44:55 → 00:44:57ไม่เจอทั้งชีวิตปูเสื่อรอ
00:44:57 → 00:45:00ที่คุณพูดก็จริงเลยครับแล้วถ้าคุณสังเกต
00:45:00 → 00:45:03ดีๆคุณก็อาจจะเห็นด้วยนะครับว่า
00:45:03 → 00:45:08เรากับพี่น้องของเราในบ้านเราเองก็ไม่ใช่
00:45:08 → 00:45:10เหมือนกันตัวผมเองก็สังเกตเห็นนะครับว่า
00:45:10 → 00:45:14ผมกับพี่น้องเนี่ยก็ไม่เหมือนกัน
00:45:14 → 00:45:17เอาล่ะครับตอนนี้จะมาดูที่ Facebook นะ
00:45:17 → 00:45:19ครับ
00:45:19 → 00:45:22Facebook มีคนส่งเข้ามา 33
00:45:22 → 00:45:26ข้อความนะครับรอครับอยู่บ้านสองทุ่มอีก
00:45:26 → 00:45:29แล้วขอบคุณคุณหมอมาก
00:45:29 → 00:45:32เป็นหัวข้อที่กำลังต้องการฟังในช่วงนี้
00:45:32 → 00:45:34เพราะอยู่ในช่วงที่หัวหน้าครอบครัวเป็น
00:45:34 → 00:45:37ที่รักกำลังจะจากไปเพราะโรคมะเร็งส่วนตัว
00:45:37 → 00:45:40เองก็หมดแรงที่จะทำงานทั้งๆที่กำลังไปได้
00:45:40 → 00:45:42ดีทำอยู่ตอนนี้คือพยายามทำหน้าที่แม่และ
00:45:42 → 00:45:45หัวหน้าครอบครัวให้ดีในวงเล็บอยู่ต่าง
00:45:45 → 00:45:49ประเทศ
00:45:49 → 00:45:52มันเป็นการเตรียมใจในการสูญเสียหัวหน้า
00:45:52 → 00:45:56ครอบครัวที่เป็นที่รักของคุณ
00:45:56 → 00:45:59มันก็จึงมีภาระทางความรู้สึกหลายอย่าง
00:45:59 → 00:46:03ทั้งในแง่ของการเตรียมใจเห็นความทุกข์ของ
00:46:03 → 00:46:06เขาแล้วก็สะเทือนใจเรา
00:46:06 → 00:46:09นอกจากนี้เราก็ยังมีความกังวลถึงอนาคตที่
00:46:09 → 00:46:12จะตามมา
00:46:12 → 00:46:14ไอ้ภาระความรู้สึกเหล่านี้เวลาที่มันมี
00:46:14 → 00:46:17เยอะๆเราจะไม่เหลือแรงมากนักนะครับ
00:46:17 → 00:46:20ในช่วงเวลาที่เรามีภาระทางใจหลายๆเรื่อง
00:46:20 → 00:46:22เนี่ยหลายครั้งผมจะแนะนำให้กินอาหารเสริม
00:46:22 → 00:46:25อย่างต่ำสุดก็จะเป็นวิตามินรวม
00:46:25 → 00:46:29เพราะว่าเวลาที่เราเครียดเรื้อรังเรามัก
00:46:29 → 00:46:32จะใช้สารอาหารเหล่านี้มากขึ้นนะครับอย่า
00:46:32 → 00:46:34ถามว่ายี่ห้ออะไรนะครับเอายี่ห้อที่มี
00:46:34 → 00:46:37ส่วนผสมเยอะๆรวมถึงประเภทที่มีแมกนีเซียม
00:46:37 → 00:46:38แมงกานีส
00:46:38 → 00:46:42ประเภทนี้นะครับใส่เข้าไปด้วยซิงค์ด้วยนะ
00:46:42 → 00:46:45ครับสังกะสี
00:46:45 → 00:46:47คราวนี้การที่คุณพยายามทำหน้าที่แม่และ
00:46:47 → 00:46:49หัวหน้าครอบครัวให้ดีที่สุดนะเป็นเรื่อง
00:46:49 → 00:46:51ที่ดีแล้วขอให้โฟกัสตัวนี้นะครับสิ่งที่
00:46:51 → 00:46:54จะแนะนำเพิ่มได้ก็คงเป็นเรื่องของการดูแล
00:46:54 → 00:46:59ระบบชีวภาพของคุณ
00:46:59 → 00:47:02ที่เหลือก็คงเป็นเรื่องของการค่อยๆเดินไป
00:47:02 → 00:47:05ทีละก้าวครับในช่วงเวลาที่ยากลำบากเนี่ย
00:47:05 → 00:47:09หัวใจสำคัญที่สุดก็คือเรามีความตระหนัก
00:47:09 → 00:47:12ว่าเราต้องค่อยๆเดินทีละขั้นทีละขั้นไปนะ
00:47:12 → 00:47:13ครับ
00:47:13 → 00:47:16แล้วก็หลายครั้งเราจะมองภาพไกลไม่ออก
00:47:16 → 00:47:19เพราะมันมันไม่ใช่ชีวิตที่เราจะนึกไว้
00:47:19 → 00:47:20ล่วงหน้า
00:47:20 → 00:47:23ดังนั้นคุณก็ค่อยๆเดินไปแล้วค่อยๆปะติดปะ
00:47:23 → 00:47:28ต่อภาพสำหรับอนาคตไปโดยไม่ต้องรีบ
00:47:28 → 00:47:31ขอบคุณครับคุณหมอรอฟังทุกวันนี้พยายามนำ
00:47:31 → 00:47:34สิ่งที่หมอสอนมาใช้มีปัญหาครอบครัวผ่านมา
00:47:34 → 00:47:38ปียังไม่ดีเท่าไหร่ยังทำตามคำแนะนำอยู่
00:47:38 → 00:47:40ตลอดบางครั้งก็เผลอคิดวนทำให้หมดกำลังใจ
00:47:40 → 00:47:45นะครับรอฟังเมื่อปี 16 ผมไม่ได้ทำงานหา
00:47:45 → 00:47:46รายได้อะไรทั้งปี
00:47:46 → 00:47:50รู้สึกไม่มีค่ามากๆตอนแฟนไปทำงานต้องอยู่
00:47:50 → 00:47:52บ้านพักที่พักคนเดียวรู้สึกเบื่อเศร้า
00:47:52 → 00:47:56ทำไมชีวิตมันเป็นแบบนี้จนปลายปีแฟนบอกให้
00:47:56 → 00:48:00ออกไปวิ่งอย่าอยู่เฉยๆเริ่มต้นวิ่งมันยาก
00:48:00 → 00:48:03มากเลยสุดๆแต่พอผ่านมาได้มันทำให้เราผ่อน
00:48:03 → 00:48:06คลายลงคิดได้ว่าชีวิตยังมีด้านอื่นที่น่า
00:48:06 → 00:48:08สนใจถ้าเปิดใจรับ
00:48:08 → 00:48:10กำลังใจที่จะมีอยู่ก็เริ่มดีขึ้นหลายๆ
00:48:10 → 00:48:13อย่างเริ่มออกเริ่มมีทางออกหลังจากผ่านไป
00:48:13 → 00:48:151 ปีนะครับ
00:48:15 → 00:48:18ต้องชื่นชมเพราะว่า
00:48:18 → 00:48:20สิ่งที่คุณทำมันเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย
00:48:20 → 00:48:24แล้วขอบคุณที่มาแบ่งปันนะครับการกินนอน
00:48:24 → 00:48:27ออกกำลังกายมันเป็นตัวรักษาฐานของระบบ
00:48:27 → 00:48:28ชีวภาพของเรา
00:48:28 → 00:48:31ซึ่งอย่างน้อยเราก็ยังรู้ว่าเรากำลังดูแล
00:48:31 → 00:48:34ตัวเราได้ดีนะครับในบางครั้งผมเห็นคนที่
00:48:35 → 00:48:38ออกจากงานและหางานทำยังไม่ได้มันเป็น
00:48:38 → 00:48:40สภาวะที่บีบคั้นมาก
00:48:40 → 00:48:43ซึ่งในบางจังหวะมันอยู่ที่ความถนัดความ
00:48:43 → 00:48:46เชี่ยวชาญในอาชีพของเราด้วยเพราะมันมี
00:48:46 → 00:48:49จังหวะที่เข้ากันได้ไหมกับกับงานนะครับ
00:48:49 → 00:48:52ดังนั้นมันไม่ใช่อยู่ที่ตัวเรามันอยู่ที่
00:48:52 → 00:48:56ความเข้ากันระหว่างตัวเรากับสิ่งแวดล้อม
00:48:56 → 00:48:59ในบางอาชีพเนี่ยอาจจะต้องเตรียมตัวด้วย
00:48:59 → 00:49:03ซ้ำนะครับว่าเราจะมีอาชีพอื่นเป็นอาชีพ
00:49:03 → 00:49:07ที่ 2 ยังไงในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว
00:49:07 → 00:49:11หัวข้อน่าสนใจรอฟังจากนอร์เวย์เป็นหัวข้อ
00:49:11 → 00:49:41ที่อยากฟังกราบขอบพระคุณ
00:49:41 → 00:49:44ซึ่งในระบบไทรอยด์จริงๆอย่างที่เราเคยคุย
00:49:44 → 00:49:46กันเรื่อง mindet โรคเรื้อรัง
00:49:46 → 00:49:49ความเจ็บป่วยมันเป็นสภาวะที่เกิดจากหลาย
00:49:49 → 00:49:52ปัจจัยนะครับแต่เวลาไปเจอด้วยโรคโรคหนึ่ง
00:49:52 → 00:49:56คำอธิบายในการป่วยเป็นโรคมันจะเป็นคำ
00:49:56 → 00:50:00อธิบายของขั้นตอนท้ายๆของการทำงานของร่าง
00:50:00 → 00:50:03กายซึ่งก่อให้เกิดเป็นโรคนะครับยกตัว
00:50:03 → 00:50:05อย่างไปแล้วถ้าคุณยังไม่ได้ฟังไปลองฟังดู
00:50:05 → 00:50:08นะครับแต่กลับมาที่กรณีของไทรอยด์
00:50:08 → 00:50:12ก็ผมก็คุยกับหมอรุ่นน้องที่ทำงานได้
00:50:12 → 00:50:16ฮอร์โมนนะครับเขาแล้วก็ถามเขาว่ามันมีสาร
00:50:16 → 00:50:19อาหารอะไรที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้ได้มี
00:50:19 → 00:50:21วิถีชีวิตอะไรที่มีงานวิจัยเพราะว่า
00:50:21 → 00:50:23เกี่ยวข้องกับโรคนี้ได้นะครับเพราะโดย
00:50:23 → 00:50:25ความเชื่อของผมก็คือ
00:50:25 → 00:50:28วิถีชีวิตที่ดีกับสุขภาพมันเป็นฐานในการ
00:50:28 → 00:50:32ป้องกันโรคและฐานในการรักษาทุกโรคคล้าย
00:50:32 → 00:50:35กันแต่แต่ละโรคอาจจะมีสารหรือมีวิธีบาง
00:50:35 → 00:50:37อย่างที่เฉพาะเพิ่มเติมนะครับ
00:50:37 → 00:50:41กรณีนี้ก็เจอครับกรณีนี้ในไทรอยด์ที่มี
00:50:41 → 00:50:42มากเกิน
00:50:42 → 00:50:46เขาก็พบว่าสารที่มักจะมีการขาดในร่างกาย
00:50:46 → 00:50:50คือเซเรเนียมซึ่งไม่ใช่ชื่อที่ผมจะคุ้น
00:50:50 → 00:50:52น่ะผมก็
00:50:53 → 00:50:57ไปค้นต่อแล้วก็พบว่าอ้อจริงๆการปรับระบบ
00:50:57 → 00:51:00ชีวิตด้วยตัวอื่นทั้งหมดอย่างสำคัญแต่ว่า
00:51:00 → 00:51:04กรณีนี้ให้คิดถึงตัวเฉพาะด้วยโรคแต่โรคก็
00:51:04 → 00:51:07อาจจะมีลักษณะคล้ายๆกันคือมันจะมีภาพรวม
00:51:07 → 00:51:09ที่คล้ายกันในการเยียวยากินนอนออกกำลัง
00:51:09 → 00:51:13กายกับความเครียดกับเรื่องสายสัมพันธ์กับ
00:51:13 → 00:51:15เรื่องความสุข
00:51:15 → 00:51:18กับสารบางตัวที่อาจจะมีความจำพอกกับโรค
00:51:18 → 00:51:22นั้นๆซึ่งตัวนี้เป็นสิ่งที่เราค้นหาได้นะ
00:51:22 → 00:51:23ครับ
00:51:23 → 00:51:26หรืออย่างน้อยก็สอบถามได้
00:51:26 → 00:51:30แล้วผมก็พบว่ามีสารเคมีบางตัวที่อาจจะ
00:51:30 → 00:51:33ช่วยในภาพรวมได้ด้วยเช่นกันแต่ส่วนใหญ่
00:51:33 → 00:51:36มันอยู่ในกลุ่มของสารต้านอนุมูลอิสระนะ
00:51:36 → 00:51:39ครับซึ่งคุณก็หาได้โดยเช่นกัน
00:51:39 → 00:51:43ดังนั้นจึงอยากจะชวนคุณมองในแง่ของการเรา
00:51:43 → 00:51:46จะระบบชีวิตและลองดูว่าภาวะฮอร์โมน
00:51:46 → 00:51:48เปลี่ยนแปลงของคุณเนี่ยมันมีสารอะไรเฉพาะ
00:51:48 → 00:51:51ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องได้บ้างนะครับแต่
00:51:51 → 00:51:53ถ้าคุณกำลังพูดถึงภาวะใกล้หมดประจำเดือน
00:51:53 → 00:51:54นะครับ
00:51:54 → 00:51:57ให้รู้อย่างหนึ่งนะครับว่า
00:51:57 → 00:52:00มุมมองทางการแพทย์กับมุมมองทางสังคม
00:52:00 → 00:52:06กับมนุษยวิทยาจะไม่เหมือนกันนะครับถ้าคุณ
00:52:06 → 00:52:09กำลังดูทางเลือกลองค้นความมุมมองที่หลาก
00:52:09 → 00:52:12หลายดูนะครับเช่นเรื่องของการใช้ฮอร์โมน
00:52:12 → 00:52:15เข้าไปช่วยรักษามันก็มีทั้งบวกและลบซึ่ง
00:52:15 → 00:52:18ต้องชั่งน้ำหนักในแต่ละคน
00:52:18 → 00:52:22ชีวิตขาลงรอฟังนะคะเผื่อจะได้แนวคิดใหม่ๆ
00:52:22 → 00:52:25อยากมีอะไรทำใหม่ๆบ้างชีวิตจะได้มีค่ามาก
00:52:25 → 00:52:28ขึ้น
00:52:28 → 00:52:31ผมหวังว่าสิ่งที่ผมพูดไปแม้จะไม่ได้แตก
00:52:31 → 00:52:34เรื่องเส้นทางอาชีพการงานแต่มันอาจจะให้
00:52:34 → 00:52:36ข้อคิดกับคุณได้นะครับ
00:52:36 → 00:52:40ทำไงให้มีแรงบันดาลใจกลับมาจากสมาชิกปม 3
00:52:40 → 00:52:43นะครับซึ่งเคยจัดไปแล้วเพียงครั้งเดียวใน
00:52:43 → 00:52:46ปี 2022 นะครับ
00:52:46 → 00:52:50ได้ช่วยคนไข้ในยามที่ตัวเองหมดแรงได้
00:52:50 → 00:52:53เริ่มหัดวิ่งท้าทายตัวเองลองมีค่าดูสิค่า
00:52:53 → 00:52:56คอนโดผ่อนรถ
00:52:56 → 00:53:01รอมีค่ารอคอยและอดทนช้อปปิ้งเห็นแววตาของ
00:53:01 → 00:53:04ลูกมีเป้าหมายในชีวิตตั้งแต่ชัดเจนตั้ง
00:53:04 → 00:53:07แต่ยังเด็กเลยไม่หมดแรงดมกลิ่นหัวลูกหลัง
00:53:07 → 00:53:10สระผมนะครับคุณไม่ได้พูดถึงกระบวนการภาย
00:53:10 → 00:53:13ในนะครับแต่ผมรู้ดีว่าคุณมีการจัดการ
00:53:13 → 00:53:16กระบวนการภายในด้วยซึ่งตอนนั้นเป็นสิ่ง
00:53:16 → 00:53:19ที่หาไม่ได้จากภายนอกในพื้นที่ทั่วไปใน
00:53:19 → 00:53:20สังคมนะครับ
00:53:20 → 00:53:24น่าสนใจรอฟังกับคุณหมอเป็นหัวข้อน่าสนใจ
00:53:24 → 00:53:27ในวันที่คนรอบข้างไม่ให้กำลังใจเราต้อง
00:53:27 → 00:53:30ให้กำลังใจตัวเองต้องเมตตาและรักตัวเองนะ
00:53:30 → 00:53:34ครับพึ่งถูกใจสิ่งนี้
00:53:34 → 00:53:37อ๋อครับพึ่งในที่นี้คือผึ้งที่เป็นชื่อ
00:53:37 → 00:53:40คุณนะครับน่าสนใจมากครับ
00:53:40 → 00:53:43หัวข้อน่าสนใจมากสำหรับคนทำงานมานานมี
00:53:43 → 00:53:47ชีวิตใหม่กี่ครั้งใครจะรู้คำนี้อยู่ในใจ
00:53:47 → 00:53:51เสมอค่ะคุณหมอผ่านเรื่องแย่ๆมาได้
00:53:51 → 00:53:55มีชีวิตใหม่ตรีกี่ครั้งใครจะรู้
00:53:55 → 00:54:00สวัสดีค่ะรอฟังรอฟังจะได้นำไปแบ่งปันพูด
00:54:00 → 00:54:02ให้คนที่เรารักซึ่งป่วยเป็นตับอักเสบอยู่
00:54:02 → 00:54:06ในระดับ 8 เขาหมดกำลังใจนอนร้องไห้
00:54:06 → 00:54:10ภายใต้นั้นนะครับมันอาจจะมีความกลัวความ
00:54:10 → 00:54:14ทุกข์ทรมานทางร่างกายความไม่ชอบและไม่รู้
00:54:14 → 00:54:17จะหนีไปได้ยังไงเพราะว่ามันอยู่ในตัวเขา
00:54:17 → 00:54:20กับสารพัดความคิดที่วิ่งอยู่ในหัวซึ่งมัน
00:54:21 → 00:54:23อาจจะเป็นแหล่งสร้างความทุกข์มากไปกว่า
00:54:23 → 00:54:26การป่วยเป็นโรคนะครับ
00:54:26 → 00:54:28ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยก็ได้มากๆอาจจะเป็น
00:54:28 → 00:54:32การได้กลับมานิ่งๆอยู่กับตัวเองซึ่งในคน
00:54:32 → 00:54:34ที่ไม่มีทักษะอาจจะต้องฝึกตัวนี้ขึ้นมา
00:54:34 → 00:54:38อาจจะใช้ดนตรีหรืออาจจะใช้สิ่งอื่นแต่นี่
00:54:38 → 00:54:41ไม่ใช่สูตรสำเร็จนะครับดีที่สุดก็คือต้อง
00:54:41 → 00:54:44มีโอกาสได้พูดคุยและได้ดูว่าโจทย์ของเขา
00:54:44 → 00:54:45อยู่ตรงไหนนะครับ
00:54:45 → 00:54:48ฟังเพื่อเป็นวัคซีนให้มีพลังก้าวไปข้าง
00:54:48 → 00:54:49หน้า
00:54:49 → 00:54:54หมดกำลังใจค่ะคนรอบข้างตอบย้ำความผิดพลาด
00:54:54 → 00:54:57ผมงงกับความคิดแปลกแยกของตนเอง
00:54:57 → 00:55:01คือคิดลบมีอิทธิพลเหนือเหตุผลใดๆ
00:55:01 → 00:55:03เกษียณมา 2 เดือนพบว่าการอยู่คนเดียวไม่
00:55:03 → 00:55:06ใช่เรื่องง่ายระหว่างรอรับส่งลูกสาวแม้
00:55:06 → 00:55:09พยายามหาหนังสือดนตรีไปอ่านค่าเล่นฆ่า
00:55:09 → 00:55:10เวลา
00:55:10 → 00:55:13เงินทองหาสะสมไว้มากที่จะอยู่ได้ไม่มี
00:55:13 → 00:55:15หนี้สินแต่กลับไม่อยากใช้ไม่อยากกินไม่
00:55:15 → 00:55:17อยากเที่ยวไม่อยากในทุกสิ่ง
00:55:17 → 00:55:21มีที่พักหลายที่มีเครื่องดนตรีสะสมมากมาย
00:55:21 → 00:55:24มีหนังสือเป็นหมื่นเล่มแต่เวลาความรู้สึก
00:55:24 → 00:55:27ดำดิ่งไม่มีอะไรมาช่วย
00:55:27 → 00:55:30ก่อนหน้านี้ยึดติดหลงหลายอยากทำโน่นอยาก
00:55:30 → 00:55:33ทำนี่ลงมือทำจริงๆจนสำเร็จในความอยากบัด
00:55:33 → 00:55:35นี้หมดความอยากในทุกเรื่อง
00:55:35 → 00:55:37ผลกำลังหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น
00:55:37 → 00:55:42หวังรายการตอน 2 ทุ่มอาจมีคำตอบแต่ใจก็
00:55:42 → 00:55:44ลังเลปัญหาเกิดขึ้นที่ตัวเราอ่านหนังสือ
00:55:44 → 00:55:46มันก็เยอะสอนคนอื่นมาก็มากทำไมยังหา
00:55:46 → 00:55:51สาเหตุหาทางแก้ไม่เจอ
00:55:51 → 00:55:54ถ้าจะให้ผมเดามันคือโจทย์ข้างในซึ่งเป็น
00:55:54 → 00:55:57โจทย์ที่เรามองหาจากข้างนอกไม่ได้ครับ
00:55:57 → 00:56:01และที่คุณตระหนักว่าคุณมีความคิดลบผมอยาก
00:56:01 → 00:56:04จะแนะนำให้เรียบเรียงความคิดลบนั้นออกมา
00:56:04 → 00:56:08แล้วดูว่าคุณเห็นด้วยกับความคิดล้มนั้น
00:56:08 → 00:56:11มากแค่ไหนนะครับถ้าคุณยังคิดอะไรไม่ได้ผม
00:56:11 → 00:56:15อยากจะชวนคุณดูแลที่ระบบชีวภาพของคุณก่อน
00:56:15 → 00:56:18แต่ผมมีสมมติฐานด้วยครับว่าถ้าคุณเกษียณ
00:56:18 → 00:56:19ออกมา
00:56:19 → 00:56:22แล้วต้องอยู่คนเดียว
00:56:22 → 00:56:27ในช่วงเวลาหนึ่งของแต่ละวัน
00:56:27 → 00:56:29มันจะมีหลายอย่างที่ขาดหายไปในชีวิตของ
00:56:29 → 00:56:30คุณ
00:56:30 → 00:56:32เช่น
00:56:32 → 00:56:36ความภาคภูมิใจในตอนที่คุณยังมีรายได้
00:56:36 → 00:56:38สายสัมพันธ์ทางสังคมในตอนที่คุณยังมีงาน
00:56:38 → 00:56:40และเครือข่าย
00:56:40 → 00:56:43โครงสร้างการใช้เวลาเพราะคุณต้องทำงาน
00:56:43 → 00:56:46มันมีหลายอย่างที่เกิดขึ้นในเวลาที่เราทำ
00:56:46 → 00:56:48งานแล้วเราสูญเสียไปเยอะมากเวลาที่เรา
00:56:48 → 00:56:51หยุดงานนะครับถ้าคุณไม่ได้เตรียมตัวหรือ
00:56:51 → 00:56:54ไม่ได้ออกแบบไว้คุณอาจจะรู้สึกเคว้งอยู่
00:56:54 → 00:56:57พักหนึ่งครับแต่บางครั้งทันทีที่เราเริ่ม
00:56:57 → 00:56:59รู้สึกเคว้งมันจะมีความคิดเข้ามาพัวพัน
00:56:59 → 00:57:04ต่อว่าตำหนิหรือวิจารณ์ซึ่งจะเป็นตัวเติม
00:57:04 → 00:57:07พลังให้มันยิ่งดีลงได้
00:57:07 → 00:57:09ผมคิดว่าคุณอาจจะต้องการพื้นที่ทำความคิด
00:57:09 → 00:57:12ที่ได้คุยกับคนที่ฟังคุณแล้วคุณได้รีบ
00:57:12 → 00:57:14เรียงความรู้สึกนึกคิดออกมานะครับเพื่อ
00:57:14 → 00:57:17ให้คุณได้เห็นตัวเองคนอาจจะเห็นคำตอบได้
00:57:17 → 00:57:20ด้วยตัวเองจากการเรียบเรียงตรงนั้นนะครับ
00:57:20 → 00:57:23ตัวเองสั่นผ่านสภาวะทนอยู่กับพี่ชาย
00:57:23 → 00:57:27อาละวาดเพราะไบโพล่าติดยาเขาไม่ยอมรับตัว
00:57:27 → 00:57:30เองไม่รักษากำเริบเลิกกับเมียข้อหาทำร้าย
00:57:30 → 00:57:34ร่างกายแม่ป่วยตัวเองดูแลแม่เป็นมะเร็ง
00:57:34 → 00:57:37ตับระยะ 3 เคมี 2 ครั้งท่านแพ้เจ็บปวด
00:57:37 → 00:57:41ทรมานจมทุกข์โทษทุกคนโทษทุกอย่างตัวเอง
00:57:41 → 00:57:44รับแรงกระแทกทนอยู่ 5 เดือนตอนนี้ถอยมา
00:57:44 → 00:57:47ตั้งหลักห่างๆ 1 เดือนรับรู้ทางโทรศัพท์
00:57:48 → 00:57:50คำถามเมื่อต้องกลับไปจะมีวิธีพูดยังไงให้
00:57:50 → 00:57:54ทั้งสองคนยอมรับความจริงและลดอัตราลงผม
00:57:54 → 00:57:57ไม่มีเลยครับแล้วผมพบว่า
00:57:57 → 00:58:01การที่จะเริ่มต้นด้วยกันเปลี่ยนคนข้างตัว
00:58:01 → 00:58:05มักจะให้ความรู้สึกไม่สำเร็จเพราะเปลี่ยน
00:58:05 → 00:58:06ยากมาก
00:58:06 → 00:58:10แต่ผมกับมีคำถามท้าทายคุณถ้าคุณเลือกที่
00:58:10 → 00:58:11จะกลับไป
00:58:11 → 00:58:17ว่าทำอย่างไรเมื่อคุณกลับไปแล้ว
00:58:17 → 00:58:20คุณจะอยู่กับท่าทีของแม่เช่นนั้นได้โดย
00:58:20 → 00:58:23ไม่รู้สึกว่าคำพูดนั้นมันกระทบใจคุณหรือ
00:58:23 → 00:58:24กระทบให้น้อยที่สุด
00:58:24 → 00:58:28คุณจะสร้างพื้นที่ปลอดภัย
00:58:28 → 00:58:32และการพี่ชายคุณให้คุณรู้สึกปลอดภัยใน
00:58:32 → 00:58:34บ้านหลังนั้นได้ยังไงอันนี้น่าจะเป็น
00:58:34 → 00:58:35โจทย์ที่
00:58:35 → 00:58:38อยู่ในวิสัยที่อาจจะมีคำตอบได้ง่ายกว่า 2
00:58:38 → 00:58:41ข้อที่คุณทำผมนะครับ
00:58:41 → 00:58:45นี่เป็นสิ่งที่เป็นความจริงจริงๆเพราะว่า
00:58:45 → 00:58:48คนส่วนใหญ่มักคิดมักเข้าใจว่าจิตแพทย์จะ
00:58:48 → 00:58:51มีวิธีพูดนะครับแต่จริงๆการพูดกับคนที่
00:58:51 → 00:58:54fix ในความคิดของตัวเองเนี่ยไม่มีใครไป
00:58:54 → 00:58:56เปลี่ยนแปลงได้ถ้าเขาเลือกที่จะไม่ฟังนะ
00:58:56 → 00:59:00ครับ
00:59:00 → 00:59:03ช่วงที่ไม่สบายจนไม่สามารถขับรถ
00:59:03 → 00:59:04ไปทำงานได้
00:59:04 → 00:59:08ทำให้ยากต้องมาช่วยดูแลอยู่คนเดียวเพราะ
00:59:09 → 00:59:12สามีเสียชีวิต 3 เดือนที่ไม่สบายมีช่วง
00:59:12 → 00:59:14ที่ท้อแท้หมดกำลังใจอ้างว้างโดดเดี่ยว
00:59:14 → 00:59:17ท่ามกลางญาติพี่น้องมากมาย
00:59:17 → 00:59:19แม้มีคนอยู่ด้วยจะรู้สึกไม่อบอุ่นปลอดภัย
00:59:19 → 00:59:22เท่าตอนอยู่กับสามีตอนนี้กลับมาใช้ชีวิต
00:59:22 → 00:59:25ได้ตามปกติแล้วเจ็บป่วยครั้งนี้ทำให้เรา
00:59:25 → 00:59:27รู้ซึ้งแก่ใจว่าไม่มีใครรักเราเท่าตัวเอง
00:59:27 → 00:59:31ไม่มีใครเจ็บปวดแทนเราได้หันกลับมารักตัว
00:59:31 → 00:59:34เองใส่ใจสุขภาพเป็นอยู่อย่างแรงขอบคุณที่
00:59:34 → 00:59:36เข้ามาแบ่งปันนะครับ
00:59:36 → 00:59:39ไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นตอนไหนยังไงมารู้ตัว
00:59:39 → 00:59:42ตอนโควิดก็คือหมดไฟในการทำงานรู้สึกท้อ
00:59:42 → 00:59:46แท้เราเกิดมาทำไมเกิดมาทำงานใช้หนี้บุญ
00:59:46 → 00:59:48คุณหนี้สินที่ไม่ได้ก่อแล้วก็ตายไปแค่
00:59:48 → 00:59:49นั้นหรือ
00:59:49 → 00:59:52ไปหาหมอได้ยาต้านเศร้ามากินจนถึงทุกวัน
00:59:52 → 00:59:55นี้แม้จะได้รับความรักความเข้าใจจากคนรอบ
00:59:55 → 00:59:58ข้างคอยให้กำลังใจช่วยเหลือเรากลับไม่
00:59:58 → 01:00:00สามารถปลุกไฟในตัวได้เลยไม่ชอบตัวเองที่
01:00:00 → 01:00:03เป็นแบบนี้แต่ไม่รู้จะทำยังไงทางฝั่ง
01:00:03 → 01:00:05ธรรมะอ่านหนังสือให้กำลังใจแต่ไม่ดีขึ้น
01:00:05 → 01:00:06เลย
01:00:06 → 01:00:10ผมได้ยินเสียงที่คุณต่อว่าตัวเองซึ่งเป็น
01:00:10 → 01:00:14เหตุที่ทำให้คุณรู้สึกแย่
01:00:14 → 01:00:18แต่จุดเริ่มต้นของการหมดไฟคืออะไรข้อนี้
01:00:18 → 01:00:20ยากที่จะรู้ได้นะครับ
01:00:20 → 01:00:24แต่ดูเหมือนคุณมีความขุ่นเคืองใจด้วยที่
01:00:24 → 01:00:28คุณต้องมาใช้หนี้สินที่ไม่ได้ก่อซึ่งตรง
01:00:28 → 01:00:31นี้ความขุ่นเคืองใจที่อยู่ข้างในก็สามารถ
01:00:31 → 01:00:33เป็นตัวเผาความรู้สึกของเราได้ด้วยเช่น
01:00:33 → 01:00:35กัน
01:00:35 → 01:00:38ยาแก้เศร้าจึงเป็นยาที่ช่วยรักษาเรื่อง
01:00:38 → 01:00:41อารมณ์ในขั้นตอนท้ายๆในระบบชีวภาพแต่จะ
01:00:41 → 01:00:44ไม่แก้ปัญหาในชีวิตของคุณและคุณไม่สามารถ
01:00:44 → 01:00:47หวังได้ว่ายาจะแก้ปัญหาความเศร้าของคุณ
01:00:47 → 01:00:48ได้
01:00:48 → 01:00:51เพราะกลไกความเศร้าของคุณน่าจะมีอยู่หลาย
01:00:51 → 01:00:54กลไกนะครับผมพูดเรื่องความเศร้าไว้แล้ว
01:00:54 → 01:00:57กลไกความเศร้าไว้หลายหลายโอกาสนะครับคุณ
01:00:57 → 01:00:59ลองฟังดู
01:00:59 → 01:01:03แต่อยากให้กำลังใจและอยากจะชวนกลับมาอยู่
01:01:03 → 01:01:06ที่เบสิคก่อนนะครับ
01:01:06 → 01:01:09โหท่านถัดมาเขียนยาวมากเลยนะครับผมจะขอ
01:01:09 → 01:01:12อนุญาตอ่านแบบกระโดดนะครับขอแบ่งปัน
01:01:12 → 01:01:15ประสบการณ์อายุ 63 เป็นคาทอลิกต้องดูแล
01:01:15 → 01:01:18ผู้ป่วยที่เป็นชาวพุทธจึงไปฝึกจิตที่วัด
01:01:18 → 01:01:22แล้วก็ช่วยพัฒนาได้แนะนำผู้ป่วย
01:01:22 → 01:01:26นะครับแต่คนสุดท้ายคุณพ่อคุณแม่สามีเรียง
01:01:26 → 01:01:29กันเสียชีวิตทุก 2 ปีนะครับ
01:01:29 → 01:01:32แล้วก็ไปเข้าธรรมะออนไลน์นะครับ
01:01:32 → 01:01:36เสร็จแล้วก็เล่าถึงการเสียชีวิตแล้วก็บอก
01:01:36 → 01:01:39ว่าไม่มีน้ำตาสักหยดเข้าใจว่าทุกอย่าง
01:01:39 → 01:01:40เป็นสิ่งสมมุติ
01:01:40 → 01:01:43ที่จริงการมีน้ำตาก็ไม่ใช่สิ่งเสียหายนะ
01:01:43 → 01:01:44ครับ
01:01:44 → 01:01:47เพราะว่าอารมณ์ความเศร้ามันเป็นส่วนหนึ่ง
01:01:47 → 01:01:49ของชีวิตมนุษย์
01:01:49 → 01:01:54ผมเคยอยู่กับอาจารย์ที่สอนกรรมฐาน
01:01:54 → 01:01:59เรียกว่าแนวเจริญสตินะครับเขาได้พูดถึง
01:01:59 → 01:02:02อาจารย์ของเขาและเขาก็ซาบซึ้งในความรู้
01:02:02 → 01:02:04สึกน้ำตาเขาก็ไหลครับ
01:02:04 → 01:02:07เขาก็ยังเช็คเพราะว่าเขาไม่รู้สึกว่า
01:02:07 → 01:02:10อารมณ์เป็นสิ่งที่ต้องปฏิเสธนะครับแต่มัน
01:02:10 → 01:02:13มาแล้วก็ไปตัวนี้สำคัญกว่าแต่ของคุณผมไม่
01:02:13 → 01:02:15รู้ประสบการณ์รายละเอียดนะครับ
01:02:15 → 01:02:18ไม่มีอะไรเป็นของเราคุณกำลังพูดถึงธรรมะ
01:02:18 → 01:02:22มากนะครับแล้วก็คุณบอกว่าคุณจะสรรชีวิตนะ
01:02:22 → 01:02:24ครับอยู่กับปัจจุบันทำวันนี้ให้ดีที่สุด
01:02:24 → 01:02:28แล้วก็ขอชื่นชมให้เครดิตกับพระอาจารย์ที่
01:02:28 → 01:02:32ฉะเชิงเทรานะครับแล้วขอขอบคุณหมอนะครับ
01:02:32 → 01:02:35แล้วก็แกร่งคุณโดยข่าวสารหลักก็คือคุณ
01:02:35 → 01:02:38เป็นคาทอลิกแต่คุณได้มาค้นพบการปฏิบัติ
01:02:38 → 01:02:40ธรรมที่ช่วยคุณ
01:02:40 → 01:02:44ใช้มันได้กับการเผชิญหน้ากับโจทย์ต่างๆ
01:02:44 → 01:02:47ของชีวิตซึ่งก็ยินดีด้วยนะครับ
01:02:47 → 01:02:49ขออภัยที่ไม่ได้อ่านทั้งหมดนะครับมันยาว
01:02:49 → 01:02:52มากเอาล่ะครับนั่นคือทั้งหมดที่ส่งมาล่วง
01:02:52 → 01:02:55หน้านะครับตอนนี้ผมเหลือเวลาอยู่ครึ่ง
01:02:55 → 01:03:04ชั่วโมง
01:03:04 → 01:03:07ผมจะอ่านแต่ส่วนที่เป็นเนื้อหาทักมาแล้ว
01:03:07 → 01:03:11ก็ขอบคุณทุกท่านที่ส่งมาทักทายนะครับ
01:03:11 → 01:03:14ท่านนี้บอกว่าดิฉันมีปมจากอดีตเยอะตั้ง
01:03:14 → 01:03:16แต่เด็กจน 49
01:03:16 → 01:03:20คุณจัดการมันเถอะครับเพราะว่า
01:03:20 → 01:03:23มันเป็นปมจากอดีตก็จริงแต่มันส่งผลกับการ
01:03:23 → 01:03:25ทำงานของร่างกายและจิตใจของคนในปัจจุบัน
01:03:25 → 01:03:26อยู่
01:03:26 → 01:03:30การไม่มีเป้าหมายอะไรเลยผิดปกติไหมคือคุณ
01:03:30 → 01:03:33อาจจะคิดว่าคุณไม่มีเป้าหมายนะครับแต่คุณ
01:03:33 → 01:03:35ก็มีเป้าหมายบางอย่างซึ่งคุณไม่รู้ตัว
01:03:35 → 01:03:39อย่างที่ผมบอกว่ามนุษย์ในธรรมชาติก็ต้อง
01:03:39 → 01:03:42อยู่รอดปลอดภัยต้องมีกินต้องมีอันตราย
01:03:42 → 01:03:45นั่นคือเป้าหมายพื้นฐานของชีวิตมนุษย์และ
01:03:45 → 01:03:47ชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกอย่างเพราะฉะนั้น
01:03:47 → 01:03:50คุณมีเป้าหมายบางอย่างคุณอาจจะมีเป้าหมาย
01:03:50 → 01:03:52ที่เป็นตามสังคมก็ได้แต่คุณก็ไม่รู้เพราะ
01:03:52 → 01:03:54ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเป้าหมาย
01:03:54 → 01:03:58มันเป็นกระบวนการที่เราไม่ต้องคิดมันก็
01:03:58 → 01:04:00เกิดเป้าหมายนั้นขึ้นนะครับแต่มันมีเป้า
01:04:00 → 01:04:03หมายอีกแบบหนึ่งที่เกิดจากการตั้งใจเลือก
01:04:03 → 01:04:06ที่จะคิดหาที่เป็นเป้าหมายสำหรับตัวเรา
01:04:06 → 01:04:10ตรงนั้นคนจำนวนไม่น้อยก็ไม่มีครับแต่ว่า
01:04:10 → 01:04:16ถ้ามีเนี่ยการใช้ชีวิตจะสนุกขึ้นได้
01:04:16 → 01:04:19ดีใจจังวันนี้มาทันนะครับจะค้นหาเป้าหมาย
01:04:19 → 01:04:25ยามชราต้องเข้าเรียนเรื่องอะไร
01:04:25 → 01:04:27ผมคิดว่า
01:04:27 → 01:04:29สิ่งที่คุณน่าเรียนมากๆก็คือการเรียนรู้
01:04:29 → 01:04:32การอยู่กับตัวเองครับ
01:04:32 → 01:04:34ซึ่งถ้าหมายถึงหลักสูตรที่ผมจัดหลักสูตร
01:04:34 → 01:04:35ที่ใกล้ที่สุดจะเป็นหลักสูตรเรื่องความ
01:04:35 → 01:04:38สุขนะครับเพราะมันเป็น basic ของการอยู่
01:04:38 → 01:04:41กับตัวเอง
01:04:41 → 01:04:44ปีหน้าจะมาอีกรอบนึงครับ
01:04:44 → 01:04:46มีปัญหาครอบครัวตั้งแต่เด็กจำทุกเรื่อง
01:04:46 → 01:04:49ราวร้องไห้ทุกวันจนเป็นวัยรุ่นและมีปัญหา
01:04:49 → 01:04:51เกี่ยวกับความรัก
01:04:51 → 01:04:55ปัญหาเกี่ยวกับความรักในตอนโตถูกวางราก
01:04:55 → 01:04:58ฐานจากความสัมพันธ์ในตอนเด็กครับเพราะมี
01:04:58 → 01:05:01งานศึกษามากพอที่จะบอกได้ว่าความสัมพันธ์
01:05:01 → 01:05:06ในวัยเด็กของเราในบ้านของเราส่งผลต่อวิธี
01:05:06 → 01:05:08การที่เราสร้างสัมพันธ์กับคนอื่นๆนอกบ้าน
01:05:08 → 01:05:11ของเรานะครับงั้นถ้าคุณตระหนักว่าคุณมี
01:05:11 → 01:05:14ปัญหาความรักในตอนโตขอให้คุณกลับไป
01:05:14 → 01:05:17เยียวยาโจทย์จากวัยเด็กของคุณนะครับคุณจะ
01:05:17 → 01:05:20พบว่าคุณจะเปลี่ยนรูปแบบการมีความ
01:05:20 → 01:05:22สัมพันธ์กับคนอื่นได้ดีขึ้น
01:05:22 → 01:05:25บางครั้ง Panic พอเข้ามาฟังคุณหมอรู้สึก
01:05:25 → 01:05:29สบายอุ่นใจอย่างน่าประหลาดขอบคุณที่รัก
01:05:29 → 01:05:33ทุกอาทิตย์ตรงเวลาให้เกียรติผู้ฟังมาก
01:05:33 → 01:05:35เป้าหมายที่ดีคือเป้าหมายที่ทำเพื่อชีวิต
01:05:35 → 01:05:38ตัวเองเปลี่ยนจากเป้าหมายในการทำเพื่อคน
01:05:38 → 01:05:41อื่นสิ่งอื่น
01:05:41 → 01:05:43และเป้าหมายที่ดีไปกว่านั้นคือการทำเพื่อ
01:05:43 → 01:05:45ตอบความต้องการตัวเองเพื่อเป็นประโยชน์
01:05:45 → 01:05:49กับคนอื่นด้วยนะครับเพราะว่ามันเป็นส่วน
01:05:49 → 01:05:51หนึ่งของธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ที่
01:05:51 → 01:05:54ต้องการการอยู่ร่วมกันและเกื้อกูลกันนะ
01:05:54 → 01:05:57ครับและความสุขก็เกิดจากการให้เพียงแต่
01:05:57 → 01:05:59เราต้องตระหนักว่ามันเป็นการตอบความ
01:05:59 → 01:06:02ต้องการของเราด้วยอันนั้นก็เป็นสิ่งที่
01:06:02 → 01:06:04ไม่ได้ขัดกันกับที่คุณพูดนะครับ
01:06:04 → 01:06:07เคยหมดกำลังใจบ้างแต่ก็ดึงตัวเองจากความ
01:06:07 → 01:06:10คิดนั้นได้ทุกครั้งถ้าเป็นนาน Performance
01:06:10 → 01:06:14เราจะเสียคนพร้อมจะเสียบการแข่งขันสูงจึง
01:06:14 → 01:06:17ต้องขยันสร้างศักยภาพให้มาก
01:06:17 → 01:06:23ธรรมะจัดสรรอนุโมทนาสาธุ
01:06:23 → 01:06:27สวัสดีคุณหมอจากบางกระสอนนทบุรี
01:06:27 → 01:06:31เจออยู่ครับสภาพแวดล้อมถาโถมทำจิตตกเมื่อ
01:06:31 → 01:06:34ได้เห็นด้วยปัญญาว่าโลกนี้ไม่มีค่าอะไร
01:06:34 → 01:06:38มากไปกว่าเศษหญ้าเศษไม้เมื่อนั้นเขาย่อม
01:06:38 → 01:06:40ไม่ปรารถนาสิ่งใดนอกจากสิ่งที่ไม่มีการ
01:06:40 → 01:06:44เกิดใหม่อีกต่อไปสาธุครับ
01:06:44 → 01:06:47ผมเป็นนักกีฬาเวลาถึงจุด Climax จะรู้สึก
01:06:47 → 01:06:51กดดันและทำได้ไม่ดีเท่าตอนซ้อมขอปรึกษา
01:06:51 → 01:06:53แนวคิดใหม่ครับ
01:06:53 → 01:06:58คือให้ความสามารถในการดูแลสภาวะจิตในช่วง
01:06:58 → 01:07:02ที่มีการกดดันเป็นหนึ่งในการศึกษาทาง
01:07:02 → 01:07:04จิตวิทยาการกีฬาที่ว่าด้วยเรื่องของการ
01:07:04 → 01:07:07เข้าถึงขีดความสามารถสูงสุดนะครับ
01:07:07 → 01:07:11ผมแนะนำให้คุณไปค้นและอ่านบทความเนื่อง
01:07:11 → 01:07:14จากมันเป็นเรื่องที่ยาวพอสมควรที่สะกดว่า
01:07:14 → 01:07:17Flow หรือแปลว่าการไหลนะครับมันเป็นการ
01:07:17 → 01:07:19นักจิตวิทยาที่ศึกษาเรื่องของ Peak
01:07:19 → 01:07:22Performance หรือการเข้าถึงศักยภาพสูง
01:07:22 → 01:07:24สุดในขณะนั้น
01:07:24 → 01:07:27มันเป็นการสมดุลระหว่างสภาวะที่เรามี
01:07:27 → 01:07:31โจทย์ที่ท้าทายกับทักษะของเรากับการจดจ่อ
01:07:31 → 01:07:34โดยไม่ต้องกังวลกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
01:07:34 → 01:07:37ซึ่งอันนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนสภาวะจิตด้วย
01:07:37 → 01:07:40นั่นเป็นเหตุที่นักกีฬาชั้นนำจำนวนมาก
01:07:40 → 01:07:44เข้าฝึกสมาธิด้วยนะครับอย่างไรก็ตามผมไม่
01:07:44 → 01:07:46รู้ว่าคุณมีต้นทุนตรงไหนบ้างคุณลองไปค้น
01:07:46 → 01:07:49ชีวิตยาเรื่องนี้ดูนะครับปัจจุบัน
01:07:49 → 01:07:51จิตวิทยาการกีฬาในประเทศไทยก็โตขึ้นนะ
01:07:51 → 01:07:54ครับมีหลักสูตรระดับปริญญาเปิดสอนอยู่
01:07:54 → 01:07:59เข้าใจว่ามีมากกว่า 1 มหาวิทยาลัยด้วย
01:07:59 → 01:08:03กำลังใจจากคนรอบโตกว่าเวลาเจอปัญหาเรื่อง
01:08:03 → 01:08:07แบ่งเวลาอยากดูแลพ่อแม่อยู่ในช่วง
01:08:07 → 01:08:12แซนด์วิชเลยพ่อแม่แก่ 76-78 ลูก 14-17 คน
01:08:12 → 01:08:15ละจังหวัดรู้สึกทำหน้าที่ลูกได้ไม่ดีเท่า
01:08:15 → 01:08:18ที่ควรอันนี้เป็นโจทย์ที่ยากด้วยนะครับใน
01:08:18 → 01:08:20โจทย์แซนวิชที่คุณอยู่ในวัยตรงกลาง
01:08:20 → 01:08:23ระหว่างพ่อแม่กับลูกของคุณแล้วผู้หญิงที่
01:08:23 → 01:08:27เป็นเราเรียกว่าเป็นเล่น 2 บทบาทคือบทบาท
01:08:27 → 01:08:29ในบ้านกับบทบาทในที่ทำงานอันนี้เหมือนฉีก
01:08:29 → 01:08:31ตัวเองออกไปนะครับ
01:08:31 → 01:08:33แล้วต่อให้คุณเป็นแม่บ้านเต็มเวลานะครับ
01:08:33 → 01:08:37การวิ่งรอบการดูแล 2 บ้านก็ไม่ง่ายครับ
01:08:37 → 01:08:40รอฟังอยู่ที่อยู่ที่นอร์เวย์ดีใจมากที่
01:08:40 → 01:08:46ได้เข้ามาฟังคุณหมอขอ
01:08:46 → 01:08:50มาให้ข้อคิดออกจากความทุกข์ของคนอายุ 62
01:08:50 → 01:08:53เขามาเป็นเวลามากหลังจากที่ได้มาฟังคุณ
01:08:53 → 01:08:55หมอและได้มาทำความรู้อ๋อดีขึ้นมากโอเค
01:08:55 → 01:08:59ครับถ้าเกิดว่าคุณมาฟังแล้วก็ดีขึ้นใช่
01:08:59 → 01:09:01ไหมครับ
01:09:01 → 01:09:04เข้าใจแล้วเพราะว่าคำสะกดของคุณมันมันผิด
01:09:04 → 01:09:06ผิดถูกถูกตามธรรมดานะครับมันอาจจะจิ้มผิด
01:09:06 → 01:09:10จิ้มถูกได้เคยสมัครสอบวิชาชีพ 1 รอบนั้น
01:09:10 → 01:09:13เป็นหนึ่งในสิบคนที่สอบผ่านช่วงเตรียมสอบ
01:09:13 → 01:09:15ใช้วิธีที่มีคนแนะนำอ่านหนังสือทุกวัน
01:09:15 → 01:09:18อ่านมากอ่านน้อยก็ตามนะครับ
01:09:18 → 01:09:20ในสถานที่ที่สบายใจ
01:09:20 → 01:09:23อยู่แบบอื่นมาหลายปีเร็วๆนี้ส่องกล้องทาง
01:09:23 → 01:09:26เดินอาหารเจอโรคเพียบคราวนี้ยิ่งหนักกิน
01:09:26 → 01:09:29ยาปฏิชีวนะเกิดอาการข้างเคียงเจ็บป่วย
01:09:29 → 01:09:32อื่นโผล่มาให้หน่อย
01:09:32 → 01:09:34ผลเสียของยาปฏิชีวนะมันน่ากลัวขึ้นก็คือ
01:09:34 → 01:09:37การที่ส่วนหนึ่งมันเกิดจากการไปฆ่าเชื้อ
01:09:37 → 01:09:40จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์อยู่ในลำไส้ของ
01:09:40 → 01:09:43เราตัวผมเองจะเห็นเหมือนกันว่าช่วงที่เคย
01:09:43 → 01:09:46ป่วยและกินยาสุขภาพตกลง
01:09:46 → 01:09:49แต่ในบางกรณีมันก็เป็นยารักษาชีวิตที่เรา
01:09:49 → 01:09:52ต้องแลกกันเราค่อยมาฟื้นฟูลำไส้ของเราที
01:09:52 → 01:09:53หลังได้
01:09:53 → 01:09:56พยายามปรับชี้ว่าจิตสังคมและสุขอนามัยตาม
01:09:56 → 01:09:58กรรมแนะนำหมอได้เดือนกว่ายังไม่เคยเห็นผล
01:09:58 → 01:10:01นอนไม่ค่อยดีเพราะนอนไม่ดีกฎก็หลั่งรู้
01:10:01 → 01:10:04สึกเริ่มรักษารู้สึกเครียดเบื่อชีวิตยิ่ง
01:10:04 → 01:10:07กว่าก่อนคนอาจจะต้องกินตัวที่ช่วยในการ
01:10:07 → 01:10:09หลับนะครับตัวง่ายๆที่อาจจะลองดูนะครับ
01:10:09 → 01:10:13บางคนชอบบางคนไม่ชอบก็คืออย่างเมล่อน
01:10:13 → 01:10:17มันเป็นยาที่ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระที่
01:10:17 → 01:10:21แรงด้วยมันเป็นมันใช่ยาสารอาหารที่ช่วย
01:10:21 → 01:10:24ให้คุณหลับแต่บางคนจะหลับแล้วฝันมากขึ้น
01:10:24 → 01:10:26และตื่นมางัวเงียนะครับคุณต้องลองดูว่า
01:10:26 → 01:10:28คุณชอบไม่ชอบ
01:10:28 → 01:10:33ตอนผมเรียนผมมีผมรู้สึกมีพลังผลักดัน
01:10:33 → 01:10:37เพราะเรียนจบไม่ค่อยมีกำลังใจทำงาน
01:10:37 → 01:10:40มีน้องป่วยติดเตียงไม่มีครอบครัวพ่อแม่
01:10:40 → 01:10:42อายุมากขึ้นดูแลไม่ไหวเราเองก็ต้องทำงาน
01:10:42 → 01:10:45มีครอบครัวตัวเองต้องดูแล
01:10:45 → 01:10:48คนมีวิธีคิดแล้วรับมืออย่างไรมันเป็นไป
01:10:48 → 01:10:50ตามโจทย์เลยครับโจทย์แต่ละข้อคุณจะหาตัว
01:10:50 → 01:10:53ช่วยยังไงคุณจะหยิบทรัพยากรอะไรมาดูแล
01:10:53 → 01:10:56แต่ว่าการดูแลคนหลายคนที่อยู่ในภาวะพึ่ง
01:10:56 → 01:10:58พิงพร้อมกันหลายคนในบ้านเป็นเรื่องยากมาก
01:10:58 → 01:11:00ๆจริงๆครับ
01:11:00 → 01:11:06คำแนะนำข้อเดียวก็คืออย่าทำคนเดียว
01:11:06 → 01:11:09ต้องหาตัวช่วยและก็อีกข้อหนึ่งก็คือคุณ
01:11:09 → 01:11:12ต้องมีเวลาเป็นของตัวเองซึ่ง 2 ข้อนี้มัน
01:11:12 → 01:11:15จะทำให้คุณดูแลคนที่จำเป็นได้นานกว่าที่
01:11:15 → 01:11:19แล้วก็ดีขึ้นคือคุณต้องมีเวลาไปเติมพลัง
01:11:19 → 01:11:20ให้ตัวเอง
01:11:20 → 01:11:22ความเชื่อว่าถ้าทำวันนี้ให้ดีมันจะไป
01:11:22 → 01:11:25เรื่อยๆทุกวันท้ายที่สุดระยะยาวชีวิตต้อง
01:11:25 → 01:11:28เคลื่อนตัวออกจากจุด
01:11:28 → 01:11:31ผมใช้ความเชื่อที่ว่าถ้าเราทำวันนี้ให้ดี
01:11:31 → 01:11:34เราก็จะผ่านจากจุดที่แย่ที่สุดไปได้แน่
01:11:34 → 01:11:37นอนช่องของคุณหมอก็เป็นกำลังใจที่ดีในวัน
01:11:37 → 01:11:40ที่หมดไฟหรือหมดกำลังใจการออกไปเดินในที่
01:11:40 → 01:11:44ใกล้น้ำจะได้กำลังใจดีๆอีกอย่างนึกถึง
01:11:44 → 01:11:46หน้าที่กับลูกๆเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมา 10
01:11:46 → 01:11:47กว่าปี
01:11:47 → 01:11:51แรงบันดาลใจในการเรียนวัยเด็กคือสักวัน
01:11:51 → 01:11:53ความทุกข์ทรมานจะสิ้นสุดอยู่ในครอบครัว
01:11:53 → 01:11:56เป็นพิษที่มีแต่ความคาดหวังแต่ไม่
01:11:56 → 01:11:58สนับสนุนปัจจุบันประสบความสำเร็จแต่พบว่า
01:11:58 → 01:12:01ตัวเองมีปมข้างใจคาดหวังพ่อแม่ปฏิบัติตาม
01:12:01 → 01:12:05ใจเราแต่ก็ไม่ใช่เลยถ้าคุณยอมรับความจริง
01:12:05 → 01:12:08แล้วคุณรู้ว่ามีปมและเยียวยาตัวเองเขาจะ
01:12:08 → 01:12:11เป็นเรื่องที่ดีสำหรับอนาคตในเวลาที่คุณ
01:12:11 → 01:12:12ยังมีอยู่นะครับ
01:12:12 → 01:12:17อาการ Panic หายยากมากครับมาๆหายๆบั่นทอน
01:12:17 → 01:12:23การใช้ชีวิตมากหลายๆครั้งรู้สึกท้อ
01:12:23 → 01:12:25คุณอาจจะต้องสังเกตดูว่ามีอะไรมาเป็นตัว
01:12:25 → 01:12:28กระตุ้นกระตุ้นแล้วมันเกิดปฏิกิริยายังไง
01:12:28 → 01:12:29นะครับ
01:12:29 → 01:12:32ก่อนหน้านี้ผมจะมีสูตรในการรักษาการแทน
01:12:32 → 01:12:35อีกให้รู้ทันร่างกายผ่อนคลายเป็นรู้ทัน
01:12:35 → 01:12:37ความคิดจัดการความคิดอยากให้ตื่นตระหนก
01:12:37 → 01:12:40แล้วก็เปิดรับอารมณ์ที่เกิดขึ้น
01:12:40 → 01:12:43แต่พอผมทำเรื่องปมเยอะๆผมก็พบว่าอีกส่วน
01:12:43 → 01:12:45ใหญ่มันมาจากกรมบางอย่างที่เราถูกกระตุ้น
01:12:45 → 01:12:48ได้ด้วยซึ่งคุณต้องเข้าใจไอ้ตัวรอยต่อ
01:12:48 → 01:12:51ระหว่างสิ่งกระตุ้นภายนอกอาการของคุณกับ
01:12:51 → 01:12:53การที่มันเป็นกระตุ้นปมที่อยู่ลึกลงไปสัก
01:12:53 → 01:12:55หน่อยนึงนะครับ
01:12:55 → 01:12:58กำลังใจจากสามีเคียงข้างมาตั้งแต่โควิด
01:12:58 → 01:13:01เพราะทำงานต่างชาติวันนี้ 3 ปีแล้วการดู
01:13:01 → 01:13:04แลการเงินงานใหม่
01:13:04 → 01:13:08อยู่ได้ไม่มีปัญหานะครับ
01:13:08 → 01:13:10ถ้าเราตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่มีความรุน
01:13:10 → 01:13:13แรงหลีกเลี่ยงได้ยากเราเงียบและไม่ได้ให้
01:13:13 → 01:13:16ความสำคัญอีกฝ่ายหนึ่งยังคาดคั้นเอาคำตอบ
01:13:16 → 01:13:19เมื่อตอบไปกับแปลคำตอบไปในทางลบควรจะ
01:13:19 → 01:13:20ปฏิบัติกับคนเช่นอย่างไร
01:13:20 → 01:13:23ถ้าเขาใช้ความรุนแรงนะครับ
01:13:23 → 01:13:26คำแนะนำแรกก็คือคุณควรเดินออกมาจากความ
01:13:26 → 01:13:28สัมพันธ์นี้
01:13:28 → 01:13:30แต่ถ้าคุณเดินออกมาไม่ได้ด้วยเหตุอะไรก็
01:13:30 → 01:13:34ตามซึ่งมีหลายคนที่อยู่ในสภาวะที่ความ
01:13:34 → 01:13:36สัมพันธ์นั้นมีการทำร้ายกันและเขาเดินออก
01:13:36 → 01:13:38มาไม่ได้ส่วนใหญ่จะเกิดจากปมครั้งบาง
01:13:38 → 01:13:39อย่างข้างในใจ
01:13:39 → 01:13:43หรืออาจจะเดินออกมาไม่ได้เพราะว่าไม่มี
01:13:43 → 01:13:46ติดอยู่ที่ภารกิจบางอย่างในชีวิตของคุณ
01:13:46 → 01:13:51เช่นถ้าคนคนนั้นเป็นพ่อหรือแม่ของคุณ
01:13:51 → 01:13:54และนั่นเป็นทางเลือก
01:13:54 → 01:13:57พฤติกรรมนอนก่ายหน้าผากมีอะไรเกี่ยวข้อง
01:13:57 → 01:14:00กับอารมณ์ความคิดคุณภาพการนอนไหม
01:14:00 → 01:14:04สมัยก่อนผมรู้แต่ว่าเขาไม่ให้ทำแบบนี้แต่
01:14:04 → 01:14:06ผมก็คิดว่ามันเป็นคนละความเชื่อกันเพราะ
01:14:06 → 01:14:09เขาเชื่อว่าหน้าผากของเรามันมีพลังที่
01:14:09 → 01:14:12ป้องกันสิ่งเลวร้ายนะครับ
01:14:12 → 01:14:16ผมคิดว่าถ้าคุณรู้ตัวแล้วคุณเอามือลงก็
01:14:16 → 01:14:18น่าจะเป็นเรื่องดีแต่ผมไม่รู้ข้อมูลอื่น
01:14:18 → 01:14:21ที่ตอบคำถามคุณได้นะครับเพราะยังไม่เคย
01:14:21 → 01:14:23อ่านเจอนะครับ
01:14:23 → 01:14:26คลิปวันนี้โดนใจผู้คนมากมายนะครับคลิปนี้
01:14:26 → 01:14:29Live นี้ตอบโจทย์ในปัจจุบันมากปิ้งแวป
01:14:29 → 01:14:32มันคือการหยั่งรู้ที่บ้านมีปัญหาคดีความ
01:14:32 → 01:14:34จะวางใจอย่างไรไม่ให้เครียดและมีพลังสู้
01:14:35 → 01:14:38รวมถึงต้องส่งพลังให้คนอื่นไม่กลัวสู้และ
01:14:38 → 01:14:39มีกำลังใจ
01:14:39 → 01:14:43คือตัวนี้มันต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ
01:14:43 → 01:14:46เรื่องข้อกฎหมายซึ่งคุณอาจจะต้องมีผู้รู้
01:14:46 → 01:14:47ช่วยนะครับ
01:14:47 → 01:14:51แล้วก็คุณอาจจะต้องคิดถึง
01:14:51 → 01:14:55ทางบวกและลบเรียกก็เป็น senorio นะครับ
01:14:55 → 01:14:57คิดถึงทางเลือกที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วก็มี
01:14:57 → 01:15:00แนวทางในการจัดการถ้ามันเกิดพอคิดเสร็จ
01:15:00 → 01:15:02แล้วอย่าไปคิดวนกับมันนะครับจากนั้นก็ใช้
01:15:03 → 01:15:05ชีวิตแต่ละวันเดินไปทีละขั้น
01:15:05 → 01:15:10ผมคิดได้แค่นี้ในเวลาแค่นี้นะครับ
01:15:10 → 01:15:12ขอบคุณคุณหมอสำหรับความรู้และวิธีปฏิบัติ
01:15:12 → 01:15:14ที่ทำได้ใช้ได้จริงนะครับ
01:15:14 → 01:15:17อดนอนหลายวันคนทานยาให้หลับเพื่อพักผ่อน
01:15:17 → 01:15:20เต็มที่ดีไหมคือถ้าร่างกายคุณอดนอนและคุณ
01:15:20 → 01:15:22หลับได้คุณไม่ต้องไปใช้ยาช่วยนะครับ
01:15:22 → 01:15:26โดยหลักแล้วก็แค่อย่าไปกินสารกระตุ้นสมอง
01:15:26 → 01:15:29คุณก็จะหลับได้ดีอยู่แล้ว
01:15:29 → 01:15:32ใช่ค่ะกินนอนออกกำลังกายดูลมหายใจเข้าออก
01:15:32 → 01:15:35ช่วยได้เสมอในวันที่อ่อนแอแต่มีพลังเงียบ
01:15:35 → 01:15:37ๆที่คิดจะลองทำสิ่งใหม่
01:15:37 → 01:15:40ฟังจากสเปนรอฟังทุกอาทิตย์บ่าย 3 ขอบคุณ
01:15:40 → 01:15:43ที่ให้ความรู้นะครับมีประโยชน์มากเหมือน
01:15:43 → 01:15:47มีแผนที่ชีวิตอยู่ในมือเคยได้ยินว่าคนที่
01:15:47 → 01:15:50ทำงานที่รักเป็นโชคดีแต่ในชีวิตจริงมัน
01:15:50 → 01:15:53ยากมากเหมือนมีทางออกทางเลือกอาชีพน้อยใน
01:15:53 → 01:15:57สังคมเฮ้ยต้องยังชีพได้ด้วย
01:15:57 → 01:16:00แต่อยากฟังทัศนะคุณหมอ
01:16:00 → 01:16:05คือการเลือกการเลือกงานที่ตรงกับความเป็น
01:16:05 → 01:16:08ตัวเรา
01:16:08 → 01:16:10มันมีปัจจัยหลายอย่างนะครับ
01:16:10 → 01:16:14แล้วก็บางครั้งเราหาตัวเองยังไม่เจอ
01:16:14 → 01:16:17แล้วบางทีเราคิดว่ามันต้องเป็นงานตามรูป
01:16:17 → 01:16:21แบบแต่จริงๆถึงจุดหนึ่งบางทีเราต้องออก
01:16:21 → 01:16:23แบบส่วนผสมของงานเอาเองนะครับ
01:16:23 → 01:16:27มันจึงเป็นเรื่องยากจริงครับผมเห็นด้วย
01:16:27 → 01:16:30แต่ผมก็เชื่อว่าถึงที่สุดยังไงการรู้จัก
01:16:30 → 01:16:31ตัวเอง
01:16:31 → 01:16:34การเข้าใจสิ่งที่เราทำได้ดีสิ่งที่จะทำ
01:16:34 → 01:16:37ให้มีความสุขสิ่งที่ทำให้เรามีความรู้สึก
01:16:37 → 01:16:41มีคุณค่าเนี่ยยังคงเป็นข้อมูลที่เป็น
01:16:41 → 01:16:43ประโยชน์กับการเลือกเส้นทางการงาน
01:16:43 → 01:16:46เราพยายามจับให้มันเข้ากันได้ให้มากที่
01:16:46 → 01:16:50สุดเท่าที่ทำได้แต่จะให้มันดีเต็มร้อยก็
01:16:50 → 01:16:52อาจจะยากอยู่เหมือนกัน
01:16:52 → 01:16:55ฟังแล้วโดนใจกับสิ่งที่กำลังเจอใน
01:16:55 → 01:16:58ปัจจุบันได้แนวทางไปใช้
01:16:58 → 01:17:02เป็นครั้งแรกที่ได้ฟังสดหัวข้อถูกใจนะ
01:17:02 → 01:17:04ครับ
01:17:04 → 01:17:06เรื่องโซเชียลมีเดียทำให้เกิดปัญหาเช่น
01:17:06 → 01:17:10กันเป็นการหลบหลีกความเครียดโดยไม่รู้ตัว
01:17:10 → 01:17:15เราสามารถดูแลพ่อแม่วัย 65
01:17:15 → 01:17:18โดยใช้วิธีทางชีวิตยาวแบบเลี้ยงเด็กโตได้
01:17:18 → 01:17:18ไหม
01:17:18 → 01:17:21ควรใช้วิธีอย่างไรในการสื่อสารเพราะแก
01:17:21 → 01:17:22ดื้อเหมือนกัน
01:17:22 → 01:17:25อายุ 65 นี้ก็มากกว่าผมหน่อยเดียวนะครับ
01:17:25 → 01:17:29ผมไม่คิดว่าเราต้องดูแลเขามากปล่อยให้เขา
01:17:29 → 01:17:32มีพื้นที่ของเขาตราบใดที่เขามีสุขภาพแข็ง
01:17:32 → 01:17:33แรงดี
01:17:33 → 01:17:36แล้วเขาจะมีนิสัยของเขาที่คุณอาจจะรู้ว่า
01:17:36 → 01:17:36ไม่ดี
01:17:36 → 01:17:39ก็ไม่ต้องไปยุ่งครับปล่อยให้เขามีพื้นที่
01:17:39 → 01:17:40เดิม
01:17:40 → 01:17:42สิ่งที่คุณจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องเนี่ยก็
01:17:42 → 01:17:44คือสิ่งที่เขาออกปากขอความช่วยเหลือหรือ
01:17:44 → 01:17:47สิ่งที่เขารู้ว่าคุณรู้ว่าถ้าเสนอไปแล้ว
01:17:47 → 01:17:49เขายอมนะครับที่เหลืออย่าไปเสียเวลาสู้
01:17:49 → 01:17:53กันเลยครับบางครั้งเราเจตนาดีแต่ว่ามันนำ
01:17:53 → 01:17:56ไปสู่ความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น
01:17:56 → 01:17:59เรื่องนี้ลูกที่รักพ่อแม่จะเจอประจำ
01:17:59 → 01:18:02เหมือนกับพ่อแม่ที่รักลูกก็เจอประจำครับ
01:18:02 → 01:18:04คือมันคิดไม่เหมือนกัน
01:18:04 → 01:18:06วิธีที่ดีก็คือมีพื้นที่ของตัวเองแล้วก็
01:18:06 → 01:18:11พร้อมที่จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือกัน
01:18:11 → 01:18:13เหนื่อยเครียดจากการเจ็บป่วยระยะสุดท้าย
01:18:13 → 01:18:16ของสามีโชคดีที่ได้รู้จักคุณหมอจาก
01:18:16 → 01:18:18YouTube ท้อแท้หมดกำลังใจหลายครั้งได้
01:18:18 → 01:18:22ฟังแล้วรู้สึกดีขึ้นมากยินดีนะครับคุณหมอ
01:18:22 → 01:18:24เคยทราบเรื่องการเช็คความถนัดด้วยฟินก็
01:18:24 → 01:18:28print ใหม่ครับขอความเห็น
01:18:28 → 01:18:30ผมเคยได้ยินแล้วก็รู้ว่ามันเป็นธุรกิจ
01:18:30 → 01:18:32ชนิดหนึ่ง
01:18:32 → 01:18:35แล้วก็มีคนบอกว่าบางคนก็บอกว่าแม่นนะครับ
01:18:35 → 01:18:39แต่ว่าผมยังไม่ค่อยซื้อแนวคิดนี้เนื่อง
01:18:39 → 01:18:44จากผมหาข้อมูลที่สนับสนุนเป็นงานวิจัยไม่
01:18:44 → 01:18:45มีนะครับ
01:18:45 → 01:18:48ผมเชื่อว่ามันมีในระดับหนึ่งแต่ว่ามันไม่
01:18:48 → 01:18:51ได้ภาษาภาษาอังกฤษที่เรียกว่าไม่ได้เร็ว
01:18:51 → 01:18:54มันไม่ใช่วิชาการที่
01:18:54 → 01:18:58มั่นคงแน่นอนแล้วที่สำคัญเวลาที่คุณจะใช้
01:18:58 → 01:19:01ตัววัดทางชีวภาพมากำหนดอนาคตคนเนี้ย
01:19:01 → 01:19:03อันตรายมาก
01:19:03 → 01:19:05สมมุติคุณตรวจเจอว่าคุณมีความถนัดแบบ
01:19:05 → 01:19:07หนึ่งแล้วคุณเชื่อว่าคุณต้องเดินเส้นทาง
01:19:07 → 01:19:11นี้โดยที่คุณไม่เชื่อในการสังเกตตัวเองนะ
01:19:11 → 01:19:13ครับแค่นี้ก็เป็นอันตรายมากแล้วนะครับ
01:19:13 → 01:19:16เหมือนกับหมอดูมาบอกคุณว่าชีวิตคุณจะต้อง
01:19:16 → 01:19:18เป็นอย่างนั้นอย่างนี้แล้วคุณก็เลยไม่ได้
01:19:18 → 01:19:20คิดว่าคุณจะต้องออกแบบชีวิตของคุณเพราะ
01:19:20 → 01:19:22เดี๋ยวมันก็จะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้อัน
01:19:22 → 01:19:25นี้น่ากลัวไหมครับดังนั้นแม้ต่อให้มันมี
01:19:25 → 01:19:29ความแม่นในระดับ 60% นะครับขึ้นไปซึ่งถือ
01:19:29 → 01:19:32ว่าดีนะครับตัวเลขนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษนะ
01:19:32 → 01:19:33ครับ
01:19:33 → 01:19:36ผมก็ยังคิดว่าต้องระวังอันตรายของมัน
01:19:36 → 01:19:38เพราะว่าอันตรายของมันก็คือมันทำให้คน
01:19:38 → 01:19:41หยุดกระบวนการสังเกตและค้นหาตัวเอง
01:19:41 → 01:19:44ถ้ามันเป็นอย่างนั้นผมคิดว่าอย่าเสียเงิน
01:19:44 → 01:19:45ไปทำครับ
01:19:45 → 01:19:47แต่พ่อแม่เนี่ย
01:19:47 → 01:19:50มักจะพยายามหาคำตอบให้ชีวิตลูกแล้วก็ยอม
01:19:50 → 01:19:53เสียเงินเป็นหมื่นไปทำแล้วก็พยายามจะจับ
01:19:53 → 01:19:56ลูกเข้าร่องนั้นนะครับ
01:19:56 → 01:19:58คุณเห็นผลเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นไหมครับ
01:19:58 → 01:20:00ถ้าพ่อแม่คิดว่าเขามีคำตอบสำหรับชีวิตลูก
01:20:00 → 01:20:03เขาแล้วไม่เปิดโอกาสให้ลูกเขาได้ค้นหาตัว
01:20:03 → 01:20:05เองครับ
01:20:05 → 01:20:08แต่ถ้าเรารู้จักใช้แล้วมันมีความแม่นยำ
01:20:09 → 01:20:11ซึ่งไม่มีหลักฐานที่ผมรู้นะครับ
01:20:11 → 01:20:12แล้วมันมีความแม่นยำ
01:20:12 → 01:20:15ตัวนั้นก็เป็นเหมือนข้อมูลหนึ่งที่มา
01:20:15 → 01:20:18ประกอบนะครับมันอยู่ตรงที่ว่าเขาโฆษณายัง
01:20:18 → 01:20:19ไง
01:20:19 → 01:20:22แล้วพ่อแม่เชื่อมันมากแค่ไหนเพราะผมเจอ
01:20:22 → 01:20:25พ่อแม่ที่เชื่อมันจนกระทั่งเขาสูญเสีย
01:20:25 → 01:20:30สามัญสำนึกแล้วก็สูญเสียทิ้งโอกาสที่ลูก
01:20:30 → 01:20:32จะรู้จักตัวเองผ่านกระบวนการทดลองกับ
01:20:32 → 01:20:35ชีวิตไปซึ่งในความเห็นผมผมคิดว่าเรื่อง
01:20:35 → 01:20:38นั้นสำคัญกว่า
01:20:38 → 01:20:41ผมกำลังเขียนรายงานเกี่ยวกับ nis การตอบ
01:20:41 → 01:20:43ปัญหาสุขภาพจิตระดับโลกว่าเราจะเข้าถึง
01:20:43 → 01:20:47บุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านเฉพาะด้านในปัญหา
01:20:47 → 01:20:50อันนี้ข้อความหลุดหายไปนะครับ
01:20:50 → 01:20:54นิยมแก้เด็กผู้ชายอายุ 15 แล้ว
01:20:54 → 01:20:57นิสัยแย่มากพูดหยาบตะคอกใส่แม่ทิ้งข้าว
01:20:57 → 01:20:59เพ่นพ่านแก้ยังไงโจทย์นี้แก้ไม่ได้เลย
01:20:59 → 01:21:01ครับหมายความว่าผมไม่สามารถเอาข้อมูลที่
01:21:01 → 01:21:03มีอยู่บ่อยๆได้ว่า 1 2 3
01:21:03 → 01:21:06เพราะพฤติกรรมทุกอย่างมันมีที่มาที่ไป
01:21:06 → 01:21:08ครับ
01:21:08 → 01:21:11แล้วก็ความก้าวร้าวในบ้านก็ไม่ได้ลอยขึ้น
01:21:11 → 01:21:13มาเฉยๆครับมันต้องมีอะไรบางอย่างเป็นตัว
01:21:13 → 01:21:17ปัจจัยซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่เห็นปัจจัย
01:21:17 → 01:21:19เหล่านั้นถึงแก้ไม่ถูกแต่เขาก็เห็นสิ่ง
01:21:19 → 01:21:22ที่คิดว่าเป็นปัญหาคือพฤติกรรมที่ไม่ดี
01:21:22 → 01:21:25แต่ไม่มีปัจจัยที่อยู่ในนั้นคำแนะนำของผม
01:21:25 → 01:21:27อย่างเดียวก็คือให้คุณสังเกตให้มากแล้วก็
01:21:27 → 01:21:30ลองสังเกตปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันสังเกตว่า
01:21:30 → 01:21:32ความก้าวร้าวเกิดขึ้นตอนไหน
01:21:32 → 01:21:34แล้วเวลาเกิดความก้าวร้าวแล้วคนในบ้านทำ
01:21:34 → 01:21:37ยังไงนะครับและอย่ามองตอนอายุ 15 นะครับ
01:21:37 → 01:21:40ให้ดูตลอดชีวิตเขาตั้งแต่เล็กด้วยเพราะ
01:21:40 → 01:21:43มันสะสมมาตลอดนะครับโจทย์แบบนี้เผลอๆใช้
01:21:43 → 01:21:47เวลาหลายครั้งกว่าจะประเมินได้ด้วยซ้ำ
01:21:47 → 01:21:49ขอบคุณมากเลยนะครับสำหรับข้อคิดเรื่องราว
01:21:49 → 01:21:51ดีๆ
01:21:51 → 01:21:54หากสักวันมนุษย์ต่างดาวมาปรากฏตัวจริง
01:21:54 → 01:21:56มนุษย์จะมีปฏิกิริยาความคิดยังไง
01:21:56 → 01:22:00จะมีความโกลาหลหรือไม่ผมไม่อยากทำนายครับ
01:22:00 → 01:22:02ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่ามนุษย์จะมีการตอบ
01:22:02 → 01:22:05สนองที่ไม่เหมือนกันในแต่ละคนนะครับ
01:22:05 → 01:22:07เพิ่งผ่านความผิดหวังมารู้สึกว่าความ
01:22:07 → 01:22:10ทุกข์เกิดจากความคาดหวังแต่ก็ไม่รู้ว่า
01:22:10 → 01:22:13ชีวิตจะมีอยู่โดยปราศจากความคาดหวังได้
01:22:13 → 01:22:15ยังไงคือความคาดหวังเนี่ยมันจะล็อคสเปค
01:22:15 → 01:22:19ที่ตัวบุคคลและการกระทำและสถานที่เวลาแต่
01:22:19 → 01:22:22ความปรารถนาหรือแรงบันดาลใจนี้มันจะยืด
01:22:22 → 01:22:26หยุ่นกว่าครับให้คุณค้นหาตัวหลังแล้วคลาย
01:22:26 → 01:22:28ความคาดหวังไว้จะสุขได้มากกว่าครับ
01:22:28 → 01:22:32ชื่นชมการตอบคำถามมากขอบคุณนะครับพออายุ
01:22:32 → 01:22:37มากขึ้นเริ่มแรงบันดาลใจน้อยลงเพราะอะไร
01:22:37 → 01:22:40ผมไม่คิดว่าอายุมากขึ้นแรงบันดาลใจจะน้อย
01:22:40 → 01:22:41ลงนะครับ
01:22:41 → 01:22:46ดังนั้นคุณต้องสังเกตดูว่ามันเกิดอะไร
01:22:46 → 01:22:47ขึ้นมากกว่า
01:22:47 → 01:22:50เพราะว่าอายุโดยตัวมันเอง
01:22:50 → 01:22:54สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเราอาจจะหยุดเรียน
01:22:54 → 01:22:55รู้
01:22:55 → 01:22:59ซึ่งนั่นจะทำให้สมองเรายิ่งแย่ลงเร็ว
01:22:59 → 01:23:01ถ้าคุณไม่หยุดเรียนรู้เนี่ยผมยังเชื่อว่า
01:23:01 → 01:23:05แรงบันดาลใจเนี่ยมันยังมีได้เพียงแต่แรง
01:23:05 → 01:23:08กายเนี่ยมันอาจจะน้อยลงนะครับอันนี้เวลา
01:23:08 → 01:23:11แรงกายน้อยลงเนี่ยให้แรงบันดาลใจเนี่ยมัน
01:23:11 → 01:23:15อาจจะถูกจำกัดโดยสภาพแรงกายได้แต่แรง
01:23:15 → 01:23:18บันดาลใจในส่วนของการพัฒนาภายในที่ไม่
01:23:18 → 01:23:21ต้องใช้แรงกายเนี่ยผมเชื่อว่ามันไม่มีข้อ
01:23:21 → 01:23:23จำกัดนะครับ
01:23:24 → 01:23:26ดังนั้นถ้าจะตอบคุณก็อาจจะตอบว่า
01:23:26 → 01:23:28มันอาจจะสัมพันธ์กันกับการหยุดเรียนรู้
01:23:28 → 01:23:32กับการมีข้อจำกัดทางด้านร่างกายนะครับ
01:23:32 → 01:23:37เวลาเราได้มีแรงบันดาลใจจะทำอะไรจะถูกดับ
01:23:37 → 01:23:42จากแฟนและคนทางบ้านคิดว่าเราทำไม่ได้
01:23:42 → 01:23:46ให้ตระหนักแล้วรู้ว่า
01:23:46 → 01:23:48คุณมีทางเลือก
01:23:48 → 01:23:51ที่จะฟังเขามากแค่ไหน
01:23:51 → 01:23:54คุณลองสังเกตดูว่าเวลาที่เขาพูดแล้วคุณ
01:23:54 → 01:23:57ฟังเนี่ยข้างในใจคุณพูดว่ายังไง
01:23:57 → 01:23:59นะครับ
01:23:59 → 01:24:00ถ้าคุณ
01:24:00 → 01:24:02สู้กันกับข้างใน
01:24:02 → 01:24:05ด้วยความรู้สึกที่เป็นปฏิกิริยาความน้อย
01:24:05 → 01:24:07ใจเสียใจ
01:24:07 → 01:24:11หรือไม่ได้รับความเข้าใจคุณจะฟ้องครับ
01:24:11 → 01:24:16แต่ถ้าคุณตระหนักว่าพูดก็พูดไปฉันได้ยิน
01:24:16 → 01:24:20เธอแต่ฉันไม่เอาเข้ามาในใจฉันฉันยังคงยืน
01:24:20 → 01:24:22ยันได้ตัวนี้เสียงนั้นมันก็ไม่ส่งผลกับ
01:24:22 → 01:24:23เรา
01:24:23 → 01:24:26อย่างไรก็ตามถ้าเราเติบโตมาในบ้านหลังไหน
01:24:26 → 01:24:52ก็ตาม
01:24:52 → 01:24:55ขอชื่อเพจสำหรับติดต่อนักจิตบำบัดได้ไหม
01:24:55 → 01:24:57ตอนนี้อยู่ในสังคมที่แย่มาก
01:24:57 → 01:25:01เลี่ยงไม่ได้เขาคือแม่และครอบครัวผมจำ
01:25:01 → 01:25:05ชื่อที่จำเพาะไม่ได้คุณลองค้นคำว่าสมาคม
01:25:05 → 01:25:09พัฒนาศักยภาพมนุษย์และจิตบำบัดแนวซาเคีย
01:25:09 → 01:25:12ดูนะครับ
01:25:12 → 01:25:14หนูเสพติดการดื่มทุกครั้งที่ดื่มสู้กับ
01:25:15 → 01:25:17ตัวเองตลอดว่าไม่ต้องการแต่ก็ยังทำด่าตัว
01:25:18 → 01:25:20เองทุกวันบอกตัวเองทุกวันว่าไม่ดีทุก
01:25:20 → 01:25:22ครั้งที่ดื่มเหมือนกับมันสบายมีไอเดีย
01:25:22 → 01:25:26ต่างๆเกิดขึ้นครับผมคิดว่าการเสพติดของ
01:25:26 → 01:25:30คุณการเสพการดื่มของคุณเนี่ยมันต้องการลด
01:25:30 → 01:25:33ความเครียดลงแล้วมันต้องการปลดปล่อย
01:25:33 → 01:25:37ไอเดียแต่มันเสี่ยงมากกับผลเสียนะครับคุณ
01:25:37 → 01:25:40ต้องการการเยียวยาเรื่องการจัดการอารมณ์
01:25:40 → 01:25:42ภายใน
01:25:42 → 01:25:46ผมอยากให้คุณไปลองฟังตอนที่ผมพูดถึงคุณ
01:25:46 → 01:25:49หมอกำลังเต้ที่เขาพูดถึงเรื่องการเสพติด
01:25:49 → 01:25:52ด้วยนะครับแล้วกรณีเช่นนี้ถ้าให้ผมเดามัน
01:25:52 → 01:25:55มีปมจากวัยเด็กได้เพราะการเสพติดเป็น
01:25:55 → 01:25:58อาการที่เกิดจากปมจากวัยเด็กทั้งนั้นเลย
01:25:58 → 01:26:02นะครับแต่เวลาเขาแก้ก็ไปแก้ที่กลไกสุด
01:26:02 → 01:26:05ท้ายนะครับส่วนใหญ่ถ้าไปรักษาทุกวันนี้
01:26:05 → 01:26:07ถูกเพื่อนบ้านนินทาไม่ได้ทำงานหงุดหงิด
01:26:07 → 01:26:10กับคนในบ้านคนในบ้านไม่เข้าใจมองว่าเรา
01:26:10 → 01:26:13นิสัยไม่ดีเราพยายามอยู่ให้ได้กับเสียงคน
01:26:13 → 01:26:16ต่อว่า
01:26:16 → 01:26:19นอกจากจะต่อสู้กับตัวเราเองยังไม่พอต้อง
01:26:19 → 01:26:21ต่อสู้กับสิ่งแวดล้อมอนาคตมนุษย์อาจต้อง
01:26:21 → 01:26:25เสียค่าออกซิเจน
01:26:25 → 01:26:28ผมหวังว่าประเด็นเรื่องฝุ่น pm2.5 ซึ่ง
01:26:28 → 01:26:30เป็นประเด็นใหญ่ของสังคมไทยและมีพรรคการ
01:26:30 → 01:26:33เมืองบางพรรคเริ่มพยายามจะชูประเด็น
01:26:33 → 01:26:36จะกลายเป็นประเด็นที่มีการแก้ไขอย่างจริง
01:26:36 → 01:26:40จังในหลังเลือกตั้งนะครับแต่อันนี้เป็น
01:26:40 → 01:26:42ความฝันอันหนึ่ง
01:26:42 → 01:26:46เพราะว่ามันส่งผลเสียมากแล้วมันส่งผล
01:26:46 → 01:26:48กระทบกับเศรษฐกิจแน่นอนถ้าเรียงปล่อยให้
01:26:48 → 01:26:50เป็นแบบนี้นะครับไม่ต้องพูดถึงเรื่อง
01:26:50 → 01:26:53สุขภาพที่รุนแรงมาก
01:26:53 → 01:26:56ผมรู้สึกเป็นคนมีสมาธิแข็งมากเมื่อจะทำ
01:26:56 → 01:26:59อะไรมักจะไม่สนใจอย่างอื่นเลย
01:26:59 → 01:27:01จนกระทั่งตระหนักได้ว่าเป็นปัญหาในการ
01:27:01 → 01:27:05เข้าสังคมมีคำแนะนำไหม
01:27:05 → 01:27:09ความตระหนักในสิ่งแวดล้อมรอบตัว
01:27:09 → 01:27:11คือตัวนี้มันอาจจะเป็นสไตล์ของคุณนะครับ
01:27:11 → 01:27:14ความตระหนักในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเป็นตัว
01:27:14 → 01:27:17ที่คุณต้องฝึกครับผมไม่มีคำแนะนำโดยตรง
01:27:17 → 01:27:22นอกจากการหาเพื่อนที่คุณไว้ใจมาช่วยสะกิด
01:27:22 → 01:27:25แล้วก็ค่อยๆแนะนำนะครับหาเพื่อนที่คุณไว้
01:27:25 → 01:27:27ใจมาติวคุณดีกว่านะครับ
01:27:27 → 01:27:30การกินวิตามินรวมช่วยเรื่องอารมณ์ด้วยไหม
01:27:30 → 01:27:32ครับคุณหมออย่างที่บอกกินวิตามินรวมแล้ว
01:27:32 → 01:27:35อ้วนจริงไหมมันมีวิตามินบางตัวที่กินและ
01:27:35 → 01:27:37กระตุ้นความอยากอาหารนะครับ
01:27:37 → 01:27:40และก็ถ้าจะช่วยเรื่องอารมณ์มันมีเฉพาะที่
01:27:40 → 01:27:42ผมเคยพูดไปแล้วนะครับเช่นแมกนีเซียมอย่าง
01:27:42 → 01:27:46นี้นะครับเกี่ยว Fish Oil ก็มีบางกรณีนะ
01:27:46 → 01:27:49ครับคุณลองกลับไปฟังดูเรื่องของอาหารที่
01:27:49 → 01:27:52ผมพูด If ก็เกี่ยวครับการทำอินเตอร์เน็ต
01:27:52 → 01:27:55ก็ช่วยเรื่องอารมณ์ได้
01:27:55 → 01:27:57ออกกำลังกายช่วยได้จริง
01:27:57 → 01:28:00หงุดหงิดกับคนในบ้าน
01:28:00 → 01:28:02ดีใจมากที่เข้ามาทัน
01:28:02 → 01:28:05เวลาฝึกหายใจบางครั้งรู้สึกตัวเองกลั้น
01:28:05 → 01:28:08เหมือนต้องบังคับนั่นเป็น
01:28:08 → 01:28:13ความเกร็งในการฝึกครับคนลองจัดฝึกในท่า
01:28:13 → 01:28:15นอนดูก่อนคุณจะพบว่ามันง่ายขึ้น
01:28:15 → 01:28:19วันนี้ใช้ชีวิตแบบไม่มีเป้าหมายชีวิตถูก
01:28:19 → 01:28:22บล็อกต้องให้กำลังใจตัวเองตลอดคุณลองดู
01:28:22 → 01:28:24ว่าเนื้อหาวันนี้ช่วยอะไรคุณได้บ้างนะ
01:28:24 → 01:28:25ครับ
01:28:25 → 01:28:28การให้กำลังใจและแรงบันดาลใจต้องใช้พลัง
01:28:28 → 01:28:32งานมากครับ
01:28:32 → 01:28:34ต่อหลายวิธี
01:28:34 → 01:28:36มีลูกชายคนเดียวเพิ่งรู้ว่าเขาชอบผู้ชาย
01:28:36 → 01:28:39ด้วยกันเครียดมาก
01:28:39 → 01:28:41ปัจจุบันการยอมรับเรื่องนี้มีสูงขึ้นมาก
01:28:41 → 01:28:42นะครับ
01:28:42 → 01:28:46แล้วก็ถ้าพูดตรงๆสาเหตุเรายังไม่รู้ 100%
01:28:46 → 01:28:50แต่กรณีชายรักชายนี่มีข้อมูลทางชีวภาพนะ
01:28:50 → 01:28:52ครับผมไม่ได้ตามมานานแล้วแต่ว่าก่อนหน้า
01:28:52 → 01:28:55นั้นที่ผมตามก็คือสมองของเกย์ผู้ชายเนี่ย
01:28:55 → 01:28:57จะมีลักษณะที่อยู่ตรงกลางระหว่างผู้หญิง
01:28:57 → 01:29:01กับผู้ชายนะครับลักษณะเซลล์ของมัน
01:29:01 → 01:29:04ใช้ดนตรีแต่ไม่ใช่สูตรสำเร็จเราต้องค้นหา
01:29:04 → 01:29:07แรงบันดาลหายใจให้เจอผ่านมาหลายปี
01:29:07 → 01:29:11ตอนหมดกำลังใจ
01:29:11 → 01:29:14แล้วเป็นไงดีขึ้น
01:29:14 → 01:29:17หลายคำถามที่คุณหมออ่านถ้าไม่รู้ว่าสังคม
01:29:17 → 01:29:19เราต้องการบุคลากรอย่างคุณหมอผู้ช่วยชี้
01:29:19 → 01:29:23ทางออก
01:29:23 → 01:29:25มนุษย์ไม่มีอะไรที่เหนือกว่าความว่าง
01:29:25 → 01:29:29เปล่าถ้ารู้ว่าว่างควรจะทำสิ่งใดถ้าไม่
01:29:29 → 01:29:32ว่างก็ไม่สามารถรับอะไรได้
01:29:32 → 01:29:35คอร์สแก้ปมเดือนพฤษภาคมเต็มหรือยังยัง
01:29:35 → 01:29:39ครับถ้าสนใจรีบมาได้นะครับคุณหมอมีคนบอก
01:29:39 → 01:29:42ว่าให้เจริญสติและชีวิตจะดีขึ้นหมายถึง
01:29:42 → 01:29:45อะไรเรื่องใหญ่เลยนะครับ
01:29:45 → 01:29:47ขออนุญาตไม่ตอบเรื่องนี้เลยนะครับแต่ว่า
01:29:48 → 01:29:50ผมกำลังคิดอยู่ว่าผมควรจะหยิบเอาหัวข้อ
01:29:50 → 01:29:51นี้มาพูดไหม
01:29:51 → 01:29:54เนื่องจากผมได้อ้างอิงพาดพิงอยู่บ้าง
01:29:54 → 01:29:57เหมือนกันนะครับแล้วก็มีคนเขียนภาษา
01:29:57 → 01:30:00อังกฤษมาว่าทรงผมใหม่ดูดีนะครับขอบคุณฝึก
01:30:00 → 01:30:03เจริญสติใช่ที่วัดผาแปดริ้วไหมเมื่อสัก
01:30:03 → 01:30:06ครู่นี้ท่านที่พูดถึงว่าเขาเป็นคาทอลิก
01:30:06 → 01:30:09เขาพูดถึงวัดผาแปดริ้วครับ
01:30:09 → 01:30:12ถ้าใจบ่อยอยู่ต่างประเทศวัฒนธรรมต่างชม
01:30:12 → 01:30:15จากนอร์เวย์ชัดเจนมากขอบคุณมากแอบฟังมา
01:30:15 → 01:30:18ได้พักหนึ่งไม่ต้องแอบก็ได้ครับ
01:30:18 → 01:30:21ท้อใจบ่อยเหมือนกันอยู่ต่างประเทศขอคำแนะ
01:30:21 → 01:30:22นำด้วย
01:30:22 → 01:30:25คือการปรับตัวกับต่างประเทศต่างวัฒนธรรม
01:30:25 → 01:30:29เนี่ยมันต้องเปิดมากเลยนะครับเพราะว่ามัน
01:30:29 → 01:30:31มีปัจจัยหลายอย่างมาก
01:30:31 → 01:30:35มันซับซ้อนเกินกว่าที่จะพูดได้ในตอนคำตอบ
01:30:35 → 01:30:38คำถามแบบนี้นะครับแต่อย่างหนึ่งที่ผมแนะ
01:30:38 → 01:30:41นำได้เลยก็คือในทุกประเทศจะมีเครือข่ายคน
01:30:41 → 01:30:42ไทย
01:30:42 → 01:30:44แล้วก็ถ้าเป็นในยุโรปก็จะมีที่ที่มีหลาย
01:30:45 → 01:30:47ประเทศนะครับเห็นในยุโรปในญี่ปุ่นเนี่ย
01:30:47 → 01:30:512 โซนนี้นะครับก็จะมีกลุ่มคนไทยที่พัฒนา
01:30:51 → 01:30:53ฝีมือในการช่วยเหลือกันเองด้วยคุณอาจจะ
01:30:53 → 01:30:56ต้องการคนที่เคยอยู่มาก่อนแล้วก็คนที่
01:30:56 → 01:30:58ปรับตัวได้แล้วก็เพื่อนฝูง
01:30:58 → 01:31:01แต่เลือกแล้วกันนะครับเพราะมีบางคนก็ไม่
01:31:01 → 01:31:03ได้อยากเจอคนไทย
01:31:03 → 01:31:08ในภาพรวมแต่มีคนที่เขาให้เวลากับการช่วย
01:31:08 → 01:31:10เหลือคนอื่นอยู่นะครับลองไปค้นดูในพื้น
01:31:10 → 01:31:12ที่ของคุณ
01:31:12 → 01:31:15สู่สุคติคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการ
01:31:15 → 01:31:18ขอบคุณที่ให้คำแนะนำและอ่าน Comment ของ
01:31:18 → 01:31:19ผม
01:31:19 → 01:31:23จากพุทธบูชา 44 60 ปีสายเกินไปไหมที่จะ
01:31:23 → 01:31:26คิดขุดโคกหนองนาเกษียณแล้ว 6 เดือนยังหา
01:31:27 → 01:31:30จุดยืนไม่ได้สับสนถ้ากินนั่งนอนเหมือนคน
01:31:30 → 01:31:34ไม่มีค่ายังปรับตัวไม่ได้ถ้า 60 จะเรียน
01:31:34 → 01:31:36อะไรก็ได้ครับเพียงแต่ว่าคุณควรจะเรียน
01:31:36 → 01:31:40จากสิ่งที่มีต้นทุนบางอย่างในตัวคุณแล้ว
01:31:40 → 01:31:42ก็ต้องรู้ว่าอะไรที่ช่องใช้แรงกายอย่าง
01:31:42 → 01:31:45เงี้ยถ้าคุณไม่ถนัดคุณอาจจะคิดแต่ว่าไม่
01:31:45 → 01:31:47ได้ลงมือทำด้วยตัวเองนะครับแต่ผมมี
01:31:47 → 01:31:50อาจารย์ท่านหนึ่งเป็นผู้บริหารในกระทรวง
01:31:50 → 01:31:53ศึกษาธิการหลังจากเขาเกษียณแล้วนี่ไม่รู้
01:31:53 → 01:31:55ฟังอยู่ด้วยหรือเปล่านะเขาก็ไปทำสวนที่
01:31:55 → 01:31:59บ้านเกิดเขาครับแล้วเขาก็ส่งภาพมาโชว์ผม
01:31:59 → 01:32:00เป็นประจำเลย
01:32:00 → 01:32:03เป็นสิ่งที่เขาภาคภูมิใจในชีวิตด้วยนะ
01:32:03 → 01:32:07ครับแล้วเขาบอกเขาทำเองด้วยนะผมคิดว่ามัน
01:32:07 → 01:32:08เป็นเรื่องของการทดลอง
01:32:08 → 01:32:11ถ้าคุณยังไม่ชัดอย่าเพิ่งลงทุนก้อนใหญ่นะ
01:32:11 → 01:32:14ครับทดลองเล็กๆเพื่อดูว่ามันใช่ไหมที่คุณ
01:32:14 → 01:32:16ต้องการ
01:32:16 → 01:32:19blent มากหากอยู่ในงานที่เป็นระบบราชการ
01:32:19 → 01:32:22ควรวางแผนการงานอย่างไรให้มีแรงบันดาลใจ
01:32:22 → 01:32:25โดยไม่ถูกกลืน
01:32:25 → 01:32:28หัวข้อนี้ผมเคยพูดไว้ในเรื่องของหมดไฟใน
01:32:28 → 01:32:30การทำงานนะครับอยากจะให้ลองกลับไปค้นดู
01:32:30 → 01:32:34มันจะละเอียดกว่าที่ผมพูดขอบคุณคุณหมอที่
01:32:34 → 01:32:36แบ่งปันช่วงหนึ่งอาทิตย์ฟังคุณหมอตลอด
01:32:36 → 01:32:39ช่วงเวลาว่างเพราะมีภาวะเครียดไปพบ
01:32:39 → 01:32:41จิตแพทย์มาฟังคุณหมอแล้วช่วยเข้าใจชีวิต
01:32:41 → 01:32:45และมุมมองได้มากขึ้นนะครับกราบขอบคุณ
01:32:45 → 01:32:48ขอบคุณพยายามค้นใน Google Flow
01:32:48 → 01:32:51จิตวิทยาการกีฬายังหาที่เด็ดๆไม่เจอครับ
01:32:51 → 01:32:56ขอพรให้อาจารย์นะครับมาช้าเป็นชั่วโมง
01:32:56 → 01:33:00เวลาคุณหมออ่านแล้วตอบมันติดกันจนฟังไม่
01:33:00 → 01:33:03รู้เรื่องว่าไหนถามอันไหนตอบงงนะครับ
01:33:03 → 01:33:06สำหรับท่านที่ส่งคำถามมานะครับพยายาม
01:33:06 → 01:33:07เขียนให้ผมอ่านออกด้วยส่วนหนึ่งนะครับ
01:33:07 → 01:33:10ส่วนเวลาผมเปลี่ยนผมก็ไม่อยากบอกว่าคำคน
01:33:10 → 01:33:13ต่อไปคนต่อไปสงสัยคำทักของคุณจะทำให้ผม
01:33:13 → 01:33:16ต้องอ่านว่าคนต่อไปหรือเปล่านะครับนั่น
01:33:16 → 01:33:18คือทั้งหมดที่เราจะคุยกันในวันนี้นะครับ
01:33:18 → 01:33:21ในหัวข้อค้นหาแรงบันดาลใจในวันที่หมด
01:33:21 → 01:33:24กำลังใจนะครับขอบคุณที่เข้ามาพูดคุยแลก
01:33:24 → 01:33:26เปลี่ยนกันนะครับวันนี้สวัสดีสำหรับ
01:33:26 → 01:33:30อาทิตย์หน้ายังมี Live ตามปกตินะครับวัน
01:33:30 → 01:33:33นี้สวัสดีทุกท่านครับ