ควรกินโปรตีนเท่าไหร่ต่อวันเพื่อสุขภาพที่ดี

คำถาม:
ควรกินโปรตีนเท่าไหร่ต่อวันเพื่อสุขภาพที่ดี?
คำตอบ:
ควรกินโปรตีนในปริมาณพอเหมาะ ไม่จำเป็นต้องกินเวโปรตีนทุกวัน แนะนำให้กินโปรตีนจากแหล่งธรรมชาติ เช่น ปลา ไก่ ถั่ว หรือพืชต่างๆ โดยเฉพาะเนื้อแดงควรจำกัดไว้ที่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง และเวโปรตีนกินได้แค่วันละ 1-2 แก้ว ตามขนาดร่างกาย เพื่อไม่ให้เกินความจำเป็นและไม่กระทบต่อสุขภาพลำไส้

ศัลยแพทย์ เตือน Whey protein ก่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ !? -- ความจริงเป็นอย่างไร

จากช่อง:Doctor Tany
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:02:29ครับเค้าแนะนำว่าถ้าจะกินเนี่ยควรจะกิน
00:02:33อาหารปกตินะครับโปรตีนควรจะได้จากอาหาร
00:02:36ปกติให้หลีกเลี่ยงเนื้อแดงนะครับถ้าเกิด
00:02:38กินเนื้อแดงก็กินได้แต่อย่าบ่อยเช่นกิน
00:02:41แค่อาทิตย์ละ 1 ครั้งนะครับระหว่างนั้น
00:02:44เนี่ยเนี่ยคุณอาจจะไปกินโปรตีนจากแหล่ง
00:02:46อื่นนะครับเพื่อให้สุขภาพในลำไส้ของเรา
00:02:49มันดีนะครับเาบอกว่าคุณไม่จำเป็นจะต้อง
00:02:51กินนะครับคือนคือกินเฉพาะพืชผักอย่าง
00:02:55เดียวเลยไม่กินอะไรที่เป็นผลิตภัณฑ์จาก
00:02:57สัตว์เ้าบอกว่าคุณไม่ต้องขนาดนั้นถ้าจะ
00:02:59กินให้ปลอดภัยเนี่ยเขาก็แนะนำว่ากิน
00:03:02โปรตีนจากพืชเป็นหลักนะครับแต่ว่าสามารถ
00:03:04ที่จะกินไก่กินปลาพวกนี้ได้ด้วยนะครับให้
00:03:07เลี่ยงเนื้อแดงไปเท่านั้นเองถ้าจะกิน
00:03:09เนื้อแดงก็อาทิตย์ละ 1 ครั้งนะครับนั่น
00:03:11คือคำแนะนำของเขานะนอกเหนือจากนี้เขายัง
00:03:14แนะนำไปอีกว่าผงผักต่างๆนะครับผงไฟเบอร์
00:03:18นะฮอะไรที่เป็นผงเนี่ยมันไม่ดีต่อลำไส้
00:03:20ของเราแล้วก่อให้เกิดการอักเสบนะครับสุด
00:03:23ท้ายนำไปสู่เรื่องของ disbellsis หรือ
00:03:26สังคมแบคทีเรียที่ผิดปกติแล้วก็นำไปสู่
00:03:28โรคมะเร็งและโรคอักเสบอื่นๆอ่าอันนี้คือ
00:03:32สิ่งที่เขากล่าวเราจะขอมาอธิบายกันเป็น
00:03:35ประเด็นเลยนะครับขอเริ่มต้นด้วยเโปรตีน
00:03:38ก่อนนะครับเโปรตีนเนี่ยต้องบอกอย่างี้
00:03:41ครับว่ามีคนเคยคิดมาก่อนหน้านี้แล้วว่า
00:03:44มันอาจจะเกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้แต่ความ
00:03:48คิดคุณคิดได้ครับคุณต้องพิสูจน์ด้วยนะ
00:03:52ครับทีนี้พิสูจน์เค้าทำอะไรนะครับมีการ
00:03:56ศึกษาแบบ metaanalysis นะครับเรียบร้อย
00:03:58แล้วนะฮะคือในงานศึกษาเผมจะแปะลิงก์ให้
00:04:02ทุกคนไปอ่านด้วยนะครับการศึกษานี้ทำมาโดย
00:04:05การรวบรวมการศึกษาใหญ่ๆทั้งหมดประมาณสซัก
00:04:0721 การศึกษามีผู้เข้าร่วม 8,100 กว่าคน
00:04:12นะครับเเจอว่าไม่ว่าคุณจะบริโภคโปรตีนสูง
00:04:17หรือโปรตีนต่ำมันไม่ได้ทำให้เกิดโรค
00:04:20มะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อยมัน
00:04:24ไม่มีความแตกต่างกันและไม่เพียงแค่นั้น
00:04:26ครับแหล่งโปรตีน
00:04:29ไม่ว่าจะเป็นจากสัตว์หรือจากพืชก็ไม่ต่าง
00:04:32กันในเรื่องของการเกิดมะเร็งลำไส้นะครับ
00:04:35อันเนี้ยมีการวิจัยจากตัวเวโปรตีนด้วยนะ
00:04:38ครับก็ไม่เจอว่ามันทำให้เกิดปัญหาทีนี้
00:04:43เขาก็ไปเจอสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่
00:04:46ดร. Kinos พูดก็คือในเวโปรตีนเนี่ยมันจะ
00:04:49มีสารอย่างหนึ่งเรียกว่าแลฟerินนะครับ
00:04:53แลคโตเฟerินเนี่ยกลับกลายเป็นผลดีต่อกัด
00:04:56ไมโครไบโอมลดการอักเสบนะครับแล้วก็ลด
00:05:00โอกาสในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่เสียด้วยนะ
00:05:03ฮะถึงแม้ว่าการศึกษาอันนี้เนี่ยอาจจะเป็น
00:05:05การศึกษาที่ไม่ได้ใหญ่มากมายนะครับแต่ว่า
00:05:08มันมีหลายการศึกษาที่พูดเป็นทำนองเดียว
00:05:10กันว่าถ้าคุณได้เวโปรตีนโอกาสในการเกิด
00:05:14โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ของคุณเนี่ยเนี่ยมัน
00:05:16ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากการศึกษาแบบจำนวนคน
00:05:19เยอะๆนะครับแถมมันยังมีกระบวนการบางอย่าง
00:05:22ที่อาจจะลดโอกาสการเกิดการอักเสบแล้วก็ลด
00:05:25โอกาสในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่เสียด้วยนะ
00:05:28ครับอย่างไรก็ตามสิ่งที่เราต้องเข้าใจต่อ
00:05:31ไปก็คือเวโปรตีนเดี๋ยวเนี้ยมันอาจจะไม่
00:05:36ได้มีแค่โปรตีนผงอย่างเดียวแต่สิ่งที่อาจ
00:05:39จะเป็นอันตรายในเวย์โปรตีนนะครับคือถ้า
00:05:43มันมีการปนเปื้อนนะครับเช่นมีการปนเปื้อน
00:05:46โลหะหนักนะครับไม่ว่าจะเป็นตะกั่วปลอด
00:05:49แคทเมียมหรืออื่นๆปนเปื้อนเรื่องของอ่ายา
00:05:52ฆ่าวัชพืชยาข้าวแมลงนะครับพวกเนี้ยถือว่า
00:05:56เป็นสิ่งที่ก่อมะเร็งได้นะครับถ้าเรากิน
00:06:00เข้าไปเป็นปริมาณมากนะครับและอีกอย่างนึง
00:06:03คือ ultra process นะครับ ultra process
00:06:06way คืออะไรนะครับคือเโปรตีนโดยทั่วไป
00:06:09เนี่ยมันจะไม่มีรสชาติอะไรเลยนะครับมันจะ
00:06:12จืดๆนี่แหละนะครับแต่การแต่งสีแต่งกลิ่น
00:06:16แต่งรสชาตินะครับนั่นก็คือกระบวนการที่
00:06:19เรียกว่า Ultra Process คือมีการเติม
00:06:21อะไรเข้าไปนะครับซึ่งหนึ่งในนั้นเนี่ยก็
00:06:23คือน้ำตาลและรสชาติสิ่งพวกนี้นี่แหละครับ
00:06:26ที่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมแบคทีเรียในลำ
00:06:29ไส้เราได้นะครับแล้วก็อาจจะทำให้เกิดโรค
00:06:32มะเร็งหรือโรคการอักเสบต่างๆตามมาได้ดัง
00:06:36นั้นถ้าโดยเนื้อแท้จริงๆเนี่ยจากข้อมูล
00:06:39ที่มีในงานวิจัยทั้งหมดที่ผมไปหามานะครับ
00:06:42เวโปรตีนเนี่ยไม่ได้ทำให้คุณเป็นโรค
00:06:45มะเร็งลำไส้ใหญ่หรือทวันหนักเพิ่มมากขึ้น
00:06:47แต่อย่างใดไม่ได้ก่อให้เกิดการอักเสบแล้ว
00:06:50แถมอาจจะเป็นผลดีต่อเรื่องของกัด
00:06:53ไมโครไบโอมด้วยและมันยังเพิ่มพวก
00:06:57แบคทีเรียตัวดีให้กับลำไส้เรานะครับเช่น
00:07:01กลุ่มอ่าบิฟidโดคทีเรียมแลคโตบซีัสพวก
00:07:03เนี้ยสามารถเพิ่มขึ้นได้ด้วยนะครับซึ่ง
00:07:05เป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกายเรานะแต่คุณจะ
00:07:09ต้องมีการตรวจสอบเวโปรตีนชนิดนั้นให้ดี
00:07:12โดยดูว่ามันมีหน่วยงานอิสระอะไรมั้มาตรวจ
00:07:15สอบเวโปรตีนนั้นเพื่อให้ได้คุณภาพไม่มี
00:07:19สิ่งที่มันปนเปื้อนอะไรแล้วถ้าให้เลือกก็
00:07:21เลือกโปรตีนชนิดที่ไม่มีรสจะดีที่สุด
00:07:24เพราะมันไม่มีการกระบวนการพิเศษอะไรที่จะ
00:07:27ไปเปลี่ยนแปลงให้มันมีปัญหานะครับการแต่ง
00:07:30สีแต่งกลิ่นแต่งรสอะไรพวกเนี้ยก็ถ้า
00:07:32เลี่ยงไปได้จะดีที่สุดนะครับนี่คือเรื่อง
00:07:35ของเโปรตีนนะฮะทีนี้ดร. Kinr ก็ยังพูดถึง
00:07:41เรื่องของโปรตีนผงอย่างอื่นนะครับไม่ว่า
00:07:43จะเป็นผงไฟเบอร์ผงผักอ่าผงโปรตีนจากพืชนะ
00:07:48ครับเขาบอกว่ามันไม่ดีมันจะก่อให้เกิดการ
00:07:51อักเสบของร่างกายซึ่งตรงนี้ต้องบอกเลย
00:07:52ครับว่าไม่จริงนะครับไม่มีความจริงเลยถ้า
00:07:55คุณเอาตัวโปรตีนของมันล้วนๆนะพวกผงพวก
00:07:59เนี้ยไม่มีความเกี่ยวข้องนะครับแล้ว
00:08:01ไฟเบอร์กากใยที่มันเป็นผงเนี่ยนะครับจริง
00:08:04ๆมันดีต่อลำไส้เราด้วยเพราะอะไรรู้มั้ฮะ
00:08:07มันคือสารกลุ่มที่เรียกว่าพรีไบโอติกครับ
00:08:11พีไบโอติกก็คืออาหารของแบคทีเรียตัวดีที่
00:08:14อยู่ในลำไส้เรานั่นแหละนะครับการที่คุณ
00:08:16ให้อาหารก็จะทำให้แบคทีเรียตัวดีในลำไส้
00:08:19ของเราเนี่ยมันเจริญเติบโตแล้วทำหน้าที่
00:08:21ได้ดีนะครับพวกนี้มันจะสามารถสร้างสารที่
00:08:26มีประโยชน์ให้กับร่างกายเราก็คือสารกลุ่ม
00:08:28ที่เรียกว่าโพสไบโอติกนะครับอ่าตรงนี้อาจ
00:08:32จะงงนิดนึงซึ่งผมเคยทำคลิปเรื่อง
00:08:33พรีไบโอติกกับโปรไบโติกไปแล้วนะครับ
00:08:35พรีไบโอติกคืออาหารของโปรไบบติก
00:08:39โปรไบโอติกก็คือแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้
00:08:41นะครับกจจะเป็นแบคทีเรียตัวดีหรือ
00:08:43แบคทีเรียตัวร้ายมันก็ต้องไปต่อสู้กันเอง
00:08:45นะครับแบคทีเรียตัวดีโปรไบโอติกเนี่ยจะ
00:08:49สร้างสารที่มีประโยชน์ให้กับร่างกายเรา
00:08:50เรียกว่าโพสไบโอติกซึ่งมีสารหลากหลายชนิด
00:08:53วันนี้จะไม่ขอลงรายละเอียดแล้วกันนะ
00:08:54ครับงั้นอันเนี้ยก็คือถ้าเกิดคุณกิน
00:08:58ไฟเบอร์ที่คุณดูแน่ๆว่ามันมีการตรวจสอบ
00:09:01ชัดเจนนะครับไม่มีสารปนเปื้อนมันกลับกลาย
00:09:04เป็นสิ่งดีต่อร่างกายแต่คุณต้องดื่มน้ำ
00:09:08เข้าไปเยอะๆนะครับมิฉะนั้นอาจจะเกิดอาการ
00:09:10ท้องผูกลำไส้อุดตันได้ผมเคยทำเรื่องไอ้
00:09:14ตัวไฟเบอร์พวกนี้ไปแล้วนะครับอยู่ใน
00:09:16เรื่องของไซiมนะครับก็ถ้าใครจำไม่ได้ก็
00:09:19ลองย้อนกลับไปฟังคลิปนั้นดูนะครับก็เล่า
00:09:21รายละเอียดไว้หมดแล้วนะฮะผงผักผมก็เคยทำ
00:09:25คลิปไปแล้วเช่นกันถ้าทำอย่างได้มาตรฐานนะ
00:09:27ครับมันก็ไม่ได้มีอันตรายอะไรอย่างที่
00:09:30กล่าวแล้วก็ต้องกังวลแต่อย่างใดนะครับอ่ะ
00:09:34ต่อมาเรื่องของโปรตีนนะครับถามว่าเฮ้ย
00:09:39แล้วจะกินเท่าไหร่กินยังไงกินอะไรแบบไหน
00:09:41ดีนะครับข้อแรกนะครับขอเริ่มจากคำแนะนำ
00:09:45ที่ดร. Kin loss พูดว่าเนื้อแดงเนี่ยเรา
00:09:48ควรจะหลีกเลี่ยงมันเข้าไปนะครับอ่ะอันนี้
00:09:50แน่นอนคงจะไม่ถูกใจสายคาร์นิวอเป็นอย่าง
00:09:54ยิ่งนะครับบางคนเนี่ยเป็นคาร์นวอเคตคือ
00:09:56กินแต่เนื้ออย่างเดียวอย่างอื่นไม่เอาเลย
00:09:58นะครับเพราะว่าเขาเชื่อว่ามันจะช่วยทำให้
00:10:01ร่างกายของเขาเนี่ยแข็งแรงลดน้ำหนักได้นะ
00:10:03ครับซึ่งกระบวนการในการลดน้ำหนักของการ
00:10:05กินคาร์นวอเอตเนี่ยเพราะว่าในเนื้อนะครับ
00:10:10มันจะไม่ค่อยได้มีพลังงานมากเท่ากับการ
00:10:12กินคาร์โบไฮเดรตกินน้ำตาลกินอย่างอื่น
00:10:14เข้าไปนะครับเค้าก็เลยสามารถที่จะลดน้ำ
00:10:17หนักได้เพราะว่าของพวกเนี้ยกินแล้วมัน
00:10:19อิ่มท้องและมีแคลอรี่ต่ำนะครับแต่ก็จะมี
00:10:22ปัญหาอย่างอื่นจะทำให้เกิดความไม่สมดุลใน
00:10:24ด้านการกินนะครับอ่ะแต่ว่าเรื่องของ
00:10:27คารivอ diet ผมเคยทำคลิปไปแล้วอีกเหมือน
00:10:29กันถ้าใครจำไม่ได้ก็ลองย้อนไปดูนะครับราย
00:10:31ละเอียดเล่าไว้ในนั้นหมดแล้วแต่วันนี้
00:10:34ครับเราต้องมาดูว่าการกินเนื้อแดงเนี่ย
00:10:37มันมีปัญหาอะไรบ้างนะฮะดร.เมื่อกีนบอกว่า
00:10:40การกินเนื้อแดงเนี่ยมันจะมีการสลายกลายไป
00:10:43เป็นสารที่เป็นพิษต่อร่างกายได้นะครับ
00:10:45แล้วก็ทำให้เกิดปัญหาต่างๆคือมะเร็งลำไส้
00:10:49ผมขอเล่ารายละเอียดไปเลยว่าตกลงมันคือพิษ
00:10:52อะไรกันแน่นะครับต้องบอกว่าอย่างี้ครับ
00:10:55การเล่าแค่เนี้ยอาจจะทำให้เข้าใจผิดได้
00:10:59เนื้อแดงเนี่ยถ้าสลายออกมานะครับสิ่งที่
00:11:02เราได้แล้วจะเป็นสารก่อเกิดการอักเสบ
00:11:05เนี่ยคือ tmaO นะครับสร้างตัวนี้ขึ้นมา
00:11:08เสร็จปุ๊บเนี่ยเนี่ยตัวสารนี่แหละ TMAO
00:11:11เนี่ยมันจะก่อเกิดการอักเสบในร่างกายและ
00:11:14มีความเกี่ยวโยงกับการเกิดโรคหลอดเลือด
00:11:16ต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหลอดเลือดหัว
00:11:18ใจหลอดเลือดสมองหรืออื่นๆนะครับอันนี้คือ
00:11:21สิ่งที่เนื้อแดงมันทำให้เกิดได้แต่ตัว
00:11:25เนื้อแดงเนี่ยถามว่ามันทำให้เกิดมะเร็ง
00:11:27ยังไงนะครับต้องบอกอย่างงี้ครับว่ามัน
00:11:30เกิดจากกระบวนการทำเนื้อแดงเช่นคุณเอาไป
00:11:33ปิ้งไปย่างนะครับถ้ามันดำเนี่ยมันก็จะ
00:11:36เกิดสารพวกกลุ่มอโรมติกไฮโดรคาร์บอนพวก
00:11:39เนี้ยอันเนี้ยจะก่อมะเร็งได้เวลาคุณปิ้ง
00:11:42ทอดย่างแล้วมันดำๆไอ้ตรงนี้แหละที่มัน
00:11:44เป็นมะเร็งนะครับหรือถ้ามีการผสมสารเร่ง
00:11:49เนื้อแดงนะครับแล้วเกิดเป็นกลุ่มไนทรพวก
00:11:52เนี้ยนะครับหรือดินประสิวเนี่ยไอ้เนี่ย
00:11:54แหละที่มีปัญหาแต่ถ้าเกิดคุณได้เนื้อแดง
00:11:57ที่ไม่ได้มีปัญหาตรงนี้นะครับแล้วคุณก็
00:11:59ไม่ได้ไปปิ้งจนกระทั่งมันดำเนี่ยคุณก็ไม่
00:12:01เป็นไรคุณสามารถกินได้นะครับสามารถกินได้
00:12:04แต่ถ้ากินแต่เนื้อแดงอย่างเดียวเนี่ยก็
00:12:06แน่นอนครับท้องผูกนะครับสิ่งหนึ่งซึ่งผม
00:12:09เห็นด้วยกับดร. Kinrost ก็คือการทานอาหาร
00:12:12ให้หลากหลายนะครับไม่ใช่ทานแต่ไอ้นี่
00:12:14อย่างเดียวนะครับดร.เพินรอที่เค้าเน้นบอก
00:12:17ว่าคุณจะกินโปรตีนที่มาจากพืชเป็นหลักนะ
00:12:20ครับจากสัตว์คือกินได้แต่ไม่ต้องเยอะขนาด
00:12:23นั้นเพราะว่าถ้าการกินจากพืชเนี่ยมันจะ
00:12:26ช่วยลดการอักเสบได้มากกว่าซึ่งมีส่วนจริง
00:12:28นะฮะมีส่วนจริงนะครับสุดท้ายเนี่ยคือกิน
00:12:32ให้มันสมดุลดีที่สุดนะครับคุณกินได้ทุก
00:12:34โปรตีนไม่ว่าจากเนื้อแดงจากเนื้อปลาเนื้อ
00:12:38ไก่นะครับแล้วก็กลุ่มอาหารที่มาจากพืชคุณ
00:12:42สามารถกินได้ถ้าเกิดคุณจะกินเสริมเว
00:12:44โปรตีนจะกินโปรตีนผงผักนะครับหรือจะกิน
00:12:48พวกโปรตีนที่มาจากอื่นถั่วอะไรอย่างเงี้ย
00:12:51คุณสามารถกินได้มันไม่ได้มีอันตรายขนาด
00:12:53นั้นงานวิจัยก็มีรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว
00:12:56นะครับมาถึงเรื่องของครีนที่ดร.Kinrอsพูด
00:13:02ดร. Kin ross เนี่ยเดี๋ยวผมขออ่านดูเค้า
00:13:05บอกว่าตัว
00:13:07นี้นะครับคือมันเป็นโปรตีนนะครับคือเค้า
00:13:13บอกว่าไอ้ตัวครีตนี่มันเป็นอ่าสารอาหาร
00:13:15ที่มีโปรตีนสูงซึ่งมันไม่ใช่นะครับครีทีน
00:13:18เนี่ยไม่ใช่โปรตีนนะครับเนี่ยเค้าเขียน
00:13:22ไว้เลยนะฮะแต่ครีทีนเนี่ยมันประกอบไปด้วย
00:13:25กรดอะมิโนทั้งหมด 3 อย่างนั่นก็คือตัว
00:13:27อารเจีนีนไกลซีนแล้วก็เมไทโอนีนนะครับโดย
00:13:31ทั่วไปคนจะเข้าใจว่าสิ่งที่เอากรดอะมิโน
00:13:34มาต่อกันนะครับกลายเป็นสายอ่ะเล็กๆมันจะ
00:13:37เรียกว่าเพปไดถ้ามีเพปไทลหลายๆตัวต่อกัน
00:13:40จะเรียกว่าโปรตีนนะครับเค้าก็เลยอาจจะ
00:13:42เข้าใจคลาดเคลื่อนตรงนี้ไปนิดนึงหรือไม่
00:13:44ฉะนั้นก็พูดแล้วก็คลาดเคลื่อนไปนิดนึงว่า
00:13:47ครีทีนคือโปรตีนแต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่
00:13:49ครับเพราะว่าอะไรรู้มั้ฮะการจะเป็นโปรตีน
00:13:53ได้เนี่ยกรดอะมิโนเหล่านี้เวลามันมาต่อ
00:13:56กันแล้วเนี่ยมันจะต้องมีการสร้างพันธะ
00:13:58เพปไทดแต่ถ้าไม่มีพันธะนี้จะเป็นพันธะ
00:14:01ชนิดอื่นจะไม่ใช่เพปไทดแล้วจะไม่ใช่
00:14:03โปรตีนด้วยครีตินีนเนี่ยไม่ใช่โปรตีนนะ
00:14:06ครับดังนั้นอันเนี้ยไม่ถูกต้องนะครับแล้ว
00:14:11ยังไงต่อครีทีนเ้าบอกว่ามันสามารถเปลี่ยน
00:14:14แปลงไมโครไบโอมในร่างกายเราได้อีกแล้วนะ
00:14:18ครับแล้วก็ก่อให้เกิดการอักเสบกับร่างกาย
00:14:20ได้นะครับอาจจะนำไปสู่โรคมะเร็งต่างๆได้
00:14:24นะต้องบอกว่าจริงๆแล้วตรงกันข้ามด้วยนะฮะ
00:14:27คือครีเนี่ยไม่ได้ทำให้เกิดโรคมะเร็งแล้ว
00:14:31ก็ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะในร่างกายแต่มันอาจ
00:14:35จะเปลี่ยนแปลงกัดไมโครไบโอมหรือแบคทีเรีย
00:14:38ตัวดีในร่างกายของเราได้นะครับอาจจะ
00:14:40เปลี่ยนแปลงได้แต่มีแต่ที่ 2 อีกมัน
00:14:44เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีครับอ่าตรงเแหละ
00:14:47ที่หลายคนไม่รู้นะครับสำหรับคนที่ไม่รู้
00:14:50ว่า creative คืออะไรผมเคยทำคลิปเรื่อง
00:14:52ครีครนไปแล้วนะครับแต่วันเนี้จะมีข้อมูล
00:14:54เพิ่มขึ้นอีกนิดนึงนะครับครีเอทีนโดยทั่ว
00:14:57ไปนะครับร่างกายของเราเนี่ยสร้างได้อยู่
00:14:59แล้วประมาณสัก 1-2 กรัมวันต่อวันนะครับ
00:15:02แต่ถ้าเราไปกินอาหารมาเนี่ยมันจะได้มาจาก
00:15:05สัตว์เป็นหลักนะครับครีทีนเนี่ยมาจาก
00:15:07สัตว์ถ้าคุณกินเลยเนี่ยคุณจะมีปริมาณ
00:15:11ครีทีนในร่างกายที่น้อยกว่าคนทั่วไปที่
00:15:13ไม่ได้กินนะครับครีทีนเนี่ยมันมีความ
00:15:17สำคัญตรงที่ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของกล้าม
00:15:21เนื้อนะครับทำให้กล้ามเนื้อของเราดูฟูมี
00:15:23กำลังแข็งแรงนะครับไม่ฝ่อนะครับแต่มันยัง
00:15:26มีความสำคัญอีกอย่างนึงก็คือความสำคัญต่อ
00:15:29ความจำและสมองครับแล้วถ้าเกิดคนที่เล่น
00:15:32กล้ามเนี่ยก็คงจะทราบดีว่าถ้าเรากิน
00:15:34ครีทีนเข้าไปในร่างกายเนี่ยมันจะทำให้เรา
00:15:37เนี่ยมีกำลังเพิ่มมากขึ้นมันไม่ทำให้
00:15:40กล้ามใหญ่ขึ้นนะแต่มันทำให้มีกำลังในการ
00:15:42ออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้นแล้วกำลังในการ
00:15:44ออกกำลังกายเนี่ยก็จะนำไปสู่การพัฒนา
00:15:47กล้ามเนื้อได้ดีมากกว่าคนที่ไม่กินนะครับ
00:15:50ตรงนี้เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับครีเอทีน
00:15:52นะฮะแล้วครีทีนตัวนี้เวลาที่คุณกินเข้าไป
00:15:55นะครับมันก็มีอีกอย่างนึงซึ่งเกี่ยวข้อง
00:15:59นะครับถ้ากินเพื่อกล้ามเนื้อเราจะได้ยิน
00:16:01เอ้อกิน 5 กรัมต่อวันอ่าใช้ได้แล้วมีอาจ
00:16:04จะมีโหลดิ้งก็คือกินเข้าไปช่วงแรก 20
00:16:07กรัมต่อวันสัก 2-3 วันแล้วหลังจากนั้นก็
00:16:09เป็น 5 กรัมต่อวันต่อเนื่องอ่ะอย่างงั้น
00:16:11ก็มีคนทำเหมือนกันนะครับแต่ต้องบอกว่ามัน
00:16:14จะมีคนบางคนที่กินครีทีนเข้าไปก็ไม่ได้
00:16:16รู้สึกว่าแรงมันเยอะขึ้นเพราะว่าร่างกาย
00:16:19ของเขา้าอ่ะมีพันธุกรรมบางอย่างที่ทำให้
00:16:21ครีตนในร่างกายมันเต็ม 100% อยู่แล้วคุณ
00:16:23กินเข้าไปเพิ่มมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนะครับ
00:16:26แต่มันมีการศึกษาตอนหลังๆเริ่มออกมาแล้ว
00:16:29ครับว่าถ้าเกิดคุณกินครีทีนแทนที่จะ 5
00:16:32กรัมนะคุณกิน 10 กรัม
00:16:35คุณไม่ได้ได้ประโยชน์ในด้านกล้ามเนื้อ
00:16:37เพิ่มมากขึ้นแต่คุณจะได้ประโยชน์ทางด้าน
00:16:39ของความจำความคิดความอ่านเพิ่มมากขึ้นข้อ
00:16:42มูลตรงเนี้ยยังเป็นข้อมูลที่น้อยอยู่แล้ว
00:16:45ก็เพิ่งเริ่มจะออกมานะครับแต่ว่ามันอาจจะ
00:16:49เป็นผลดีก็ได้นะครับคำถามก็คือ
00:16:53ถ้าเกิดคุณจะไปกิน 10 กรัมเนี่ยมันมีผล
00:16:55เสียอะไรมยเพราะถ้าไม่มีผลเสียมันก็ไม่มี
00:16:57อะไรเสียหายที่ลองไม่ได้ถูกมั้ยครับต้อง
00:17:00บอกครับครีเนี่ยแทบไม่มีผลเสียอะไรเลยจะ
00:17:03มีแค่บางคนกินเข้าไปแล้วท้องอืดเท่านั้น
00:17:05เองก็ต้องลดปริมาณลงมานะครับส่วนบางคนจะ
00:17:08กินแล้วรู้สึกตัวบวมๆนะครับเพราะว่า
00:17:10ครีทีนเนี่ยเวลามันเข้าไปในร่างกายมัน
00:17:12เข้าไปที่กล้ามเนื้อแล้วมันจะดึงน้ำเข้า
00:17:14ไปในร่างกายนะครับดึงเข้าไปในกล้ามเนื้อ
00:17:16ทำให้กล้ามเนื้อมันดูป่องดูฟูขึ้นนะครับ
00:17:18มันไม่ได้กล้ามใหญ่นะมันเป็นกล้ามที่มี
00:17:20น้ำอัดอยู่ในนั้นนั่นแหละนะครับทำให้มัน
00:17:23ดูพองขึ้นมานิดนึงบางคนก็ไม่ชอบนะครับผู้
00:17:26หญิงบางคนรู้สึกไม่ชอบให้มันกล้ามป่องๆ
00:17:28เงี้ยก็อาจจะไม่ไม่อยากกินก็ได้นะครับ
00:17:32นั่นคือข้อเสียเพียงอย่างเดียวของครีทีน
00:17:34นะงั้นแปลว่าถ้าคุณจะกินครีทีเนี่ยคุณกิน
00:17:37ได้นะครับคุณกินได้เพียงแต่ว่าคุณจะต้อง
00:17:40ไปตรวจสอบด้วยว่ายี่ห้อไหนมันมีใครมาดูมย
00:17:43ว่ามันมีสารปนเปื้อนมีโลหะหนักมั้ยมียา
00:17:46ฆ่าแมลงยาฆ่าวัพืชปนอยู่ในนั้นมั้ยนะครับ
00:17:48แล้วมันเป็น ultra process มั้ยมันมีน้ำ
00:17:50ตาลมีอะไรมั้ยแต่ส่วนใหญ่ครีเนี่ยมันไม่
00:17:52ค่อยมีการเติมน้ำตาลอะไรเข้าไปเท่าไหร่นะ
00:17:55ครับเออแล้วก็เรื่องราวของการเลือกครีทีน
00:17:59ผมก็เคยพูดไปในคลิปเรียบร้อยแล้วถ้าใคร
00:18:01กีนกินครีครทีนนะครับปัจจุบันก็ยังกินได้
00:18:04อยู่นะกินได้ไม่มีการแนะนำว่าคุณควรจะกิน
00:18:08ไปอะไรยังไงเท่าไหร่นะครับแต่สำหรับสาย
00:18:10ที่เค้าติดตามงานวิจัยจริงๆแล้วก็กิน
00:18:13เพื่อร่างกายของตัวเองเนี่ยเค้าก็จะกิน
00:18:15ทุกวันนะครับแล้วเดี๋ยวนี้มีคนกินไปถึง 10
00:18:18กว่ากรัมด้วยซ้ำไปนะครับถ้าจะกินสำหรับผม
00:18:20นะผมมองว่า 10 กรัมเนี่ยยังพอมีข้อมูล
00:18:23สนับสนุนถ้ามากกว่านั้นเนี่ยยังไม่มีข้อ
00:18:25มูลสนับสนุนถ้าคุณกินเยอะเกินไปนอกเหนือ
00:18:27จากมันอาจจะไม่ได้ประโยชน์มันอาจจะเปลือง
00:18:29ตังค์ของคุณเองก็ได้นะครับแล้วก็เราไม่
00:18:31รู้ว่ามันจะมีอะไรอย่างอื่นอีกที่จะโผล่
00:18:32มาในอนาคตหรือไม่นะครับถ้าจะกินก็ 5-10
00:18:35กรัมแล้วกันนะครับแต่ถ้าคุณจะไม่กินไม่
00:18:37เป็นไรถ้าคุณจะกินจริงๆแนะนำอย่างนึง
00:18:41สังเกตร่างกายตัวเองว่าคุณกินขนาดนั้นน่ะ
00:18:44ต่อเนื่องกันสักเดือน 2 เดือนแล้วคุณเกิด
00:18:45อะไรขึ้นมั้ยมันต่างกว่าเดิมมั้ยถ้ากินไป
00:18:47แล้ว 10 เอ่อกินไปแบบอ่า 1 เดือน 2 เดือน
00:18:51ไม่เห็นต่างจากเดิมเลยคุณหยุดกินเลยครับ
00:18:53มันแปลว่าไม่ได้ประโยชน์สำหรับคุณแต่ถ้า
00:18:55เกิดคุณกินแล้วเฮ้ยแข็งแข็งแรงความคิด
00:18:57ความอ่านดีคุณกินต่อไปครับนะข้อเสียอย่าง
00:19:01นึงซึ่งคุณจะต้องเจอก็คือเวลาไปตรวจค่าไต
00:19:04ค่าครีเอทีนีนมันจะสูงนะครับแต่มันจะเป็น
00:19:07การสูงเทียมไม่ได้แปลว่าไตคุณเสื่อมใน
00:19:10กรณีแบบนั้นคุณไม่ต้องหยุดครีนนะครับถ้า
00:19:13จะตรวจไตเนี่ยคุณไปตรวจตัวนึงชื่อว่า
00:19:15ซิสตtin C นะฮะค่าซิสติน C เนี่ยมันจะ
00:19:20แม่นกว่าเวลาที่คุณไปตรวจโดยเฉพาะถ้าคุณ
00:19:23กินครีทีนอยู่นะครับอ่ามันจะเป็นตัวที่ดู
00:19:28เรื่องของการทำงานของไตได้ดีกว่า
00:19:30ครีเอทีนีนีนในกรณีที่คุณกินครีเอทีนเข้า
00:19:33ไปในร่างกายนะครับอ่าตรงนี้ผมก็หวังว่า
00:19:36ความรู้ในวันเนี้ยน่าจะทำให้หลายๆคนเข้า
00:19:39ใจกันมากขึ้นนะครับดังนั้นโดยสรุปนะครับ
00:19:42เวโปรตีนยังไม่มีหลักฐานว่ามันสามารถ
00:19:45เพิ่มโอกาสในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือ
00:19:47มะเร็งทวารหนักได้แล้วในทางทฤษฎีมีโอกาส
00:19:52เกิดได้แต่ต้องเกิดจากการที่มีสารปน
00:19:54เปื้อนหรือเป็น ultra process เท่านั้น
00:19:57นะครับถ้าเป็น way จริงๆไม่มีปัญหาตรงนี้
00:20:01แล้วแถมอาจจะมีประโยชน์เพราะมันมี
00:20:03แลคโตเฟerินทำให้เรื่องของกัดไมโครไบโอม
00:20:06ของเราเนี่ยเติบโตมาในทางที่ดีด้วยเ
00:20:08โปรตีนจึงไม่มีปัญหาแต่ถ้าคุณจะกินควรจะ
00:20:12กินภาษาทางอังกฤษนะเราจะเรียกว่า
00:20:15inmoderation นะครับกินพอประมาณนะครับ
00:20:18ไม่ใช่ผมบอกว่าโอ๊ยมันดีอย่างงั้นก็กินไป
00:20:20แบบทั้งวันเลยวันละ 10 แก้วอันนี้ก็ไม่ดี
00:20:23มันเยอะเกินไปนะครับคุณจะกินแค่วันละแก้ว
00:20:252 แก้วก็พอแล้วนะครับขึ้นอยู่กับขนาด
00:20:27ร่างกายกล้ามเนื้อของคุณนะครับแค่นั้นเลย
00:20:29นะฮะถ้าจะให้ดีเป็นไปได้คุณกินโปรตีนจาก
00:20:33ธรรมชาติครับตรงนี้เห็นด้วยกับดร. Kin
00:20:35ros นะครับกินโปรตีนจากธรรมชาติกินให้