- คำถาม:
- การอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับอาหารควรระวังอะไรบ้าง?
- คำตอบ:
- ควรพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (ควรมีมากกว่า 30 คน), ประเภทของการศึกษา (การศึกษาแบบสุ่มทดลองมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าการสังเกต), และแหล่งที่มาของข้อมูล หากไม่มีอ้างอิงหรือเอกสารอ้างอิง ควรระมัดระวัง เพราะข้อมูลเหล่านั้นอาจไม่ถูกต้องหรือไม่ได้ผ่านการตรวจสอบทางวิชาการ
Single Being EP.78 รีวิวเต้าหู้ กินแล้วดีหรือดับ ?
จากช่อง:Single Being PODCAST
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:04:57ความน่าเชื่อถือแตกต่างกันเหมือนกันติด
00:05:00ตามอะไรบ้างนะคะอันอย่างแรกเลยถ้าเอาง่าย
00:05:03ๆคือขนาดกลุ่มตัวอย่างก็เป็นอีกปัจจัย
00:05:06หนึ่งนะที่ว่าเราจะเชื่อถือผลงานวิจัยได้
00:05:09มากมายแค่ไหนถ้าเอาง่ายๆคือถ้าขนาดกลุ่ม
00:05:11ตัวอย่างที่มันเล็กเกินไปถ้าเป็นการดู
00:05:14ง่ายๆคือถ้ามันน้อยกว่า 30 คนในการศึกษา
00:05:16นั้นเนี่ยก็เป็นการ at ซูมได้ว่าผลการศาล
00:05:20อาจจะต้องมีการชั่งใจนิดนึงในการที่จะเอา
00:05:22มาขยายผลค่ะเพราะว่าขนาดกลุ่มตัวอย่างที่
00:05:25เล็กเกินไปเนี่ยเขาเรียกว่าอำนาจการทำนาย
00:05:27ผลที่ได้เนี่ยมันก็จะต่ำเพราะว่ามันอาจจะ
00:05:30ไม่ได้สะท้อนผลที่แท้ที่ออกมานะคะบางที
00:05:32เนี่ยผลที่ออกมาอย่างเช่นการเป็นโรคเนี่ย
00:05:35มันเกิดเป็นโรคแล้วแต่ขนาดกลุ่มตัวอย่าง
00:05:37มันเล็กเกินไปทำให้การวิเคราะห์ทางสถิติ
00:05:39มันไม่เห็นผลตรงนี้ก็จะเป็นอีกประเด็นนึง
00:05:42ถ้าเกิดเราจะเอาข้อมูลงานวิจัยมานำมาใช้
00:05:45เนี่ยเราต้องรู้ว่าขนาดคุณโดยการที่เล็ก
00:05:47ก็มีผลอาจจะไม่ได้เธอถือมากนักแล้วก็อีก
00:05:49ประเด็นหนึ่งคือเขารู้ว่า study Design
00:05:51นะคะรูปแบบการศึกษาเอาง่ายสำหรับผู้ฟัง
00:05:55ที่จะได้จับต้องได้ง่ายเนาะอาจจะแบ่งเป็น
00:05:57การศึกษาแบบสังเกตกับการเนื้อหาแบบการทด
00:06:01ลองนะคะการศึกษาแบบสังเกตก็คือถ้าเคยชิน
00:06:04กับคำว่าระบาดวิทยาหรือเก่าโทรม Channel
00:06:07study พรุ่งนี้นะคะคือผลการศึกษาเนี่ย
00:06:09มันจะไม่ได้เป็นการบอกเหตุกับผลที่ชัดเจน
00:06:12มากนะครับเพราะว่ามันเป็นลักษณะของความ
00:06:15สัมพันธ์เป็นการที่มันไม่ได้ให้เติม n
00:06:18ชั่นหรือไม่ได้การทดลองอะไรเพื่อให้ดูว่า
00:06:20ให้อันนี้เราจะเกิดอันนี้นะคะยังไงการ
00:06:22ศึกษาในเชิงสังเกตหรือธนบัตรที่ยาเนี่ย
00:06:25มันมีปัจจัยหลายอย่างที่มันจะมารบกวนผล
00:06:28ที่เราคาดว่าจะอยากศึกษาดังนั้นเนี่ยข้อ
00:06:31มูลทางระบาดวิทยาหรือการศึกษาทางการ
00:06:34สังเกตเนี่ยก็อาจจะต้องระมัดระวังในการ
00:06:36ที่สะอาดเหมือนกันเพราะว่าบางครั้งความ
00:06:39สัมพันธ์เกิดขึ้นจริงแต่มันอาจจะไม่ได้
00:06:41เป็นเหตุและผลที่แท้จริงก็ได้เช่นเราจะ
00:06:44แค่สังเกตดูสมมติเรากับสังเกตด้วยแฟนเรา
00:06:48ช่วงนี้เช็คโทรศัพท์บ่อยๆพอลองเกินไปถึง
00:06:51ก็รีบแบบปิดโทรศัพท์วางเลยชายนั่นแค่การ
00:06:54สังเกตการแสวงหาว่าเอชจะมีกิ๊กหรือเปล่า
00:06:57อันนี้สังเกตทั้งหน้าก็ได้ค่ะหรือว่าเรา
00:07:01ไปจับความสำคัญว่าการเกิดโรคนี้เกิดจาก
00:07:03ปัจจัยเรื่องนี้ซึ่งจึงอาจจะไม่ได้เป็น
00:07:06ปัจจัยที่แท้จริงอาจจะเป็นบังเอิญก็ได้
00:07:08บังเอิญอ่ะแตกผลการศึกษาที่น่าเชื่อถือ
00:07:11ที่สุดคือเป็นการศึกษาแบบลักษณะของการทด
00:07:14ลองมีการให้อินโดนชั่นนะคะเหมือนที่เราสน
00:07:17ใจเรื่องการกินต้องพูดออกการเกิดภาวะสมอง
00:07:20เสื่อมหรือว่าเกิดโรคต่างๆที่เราสนใจ
00:07:22เนี่ยเราก็ควรจะมีการเค้ารู้ว่า Random
00:07:25นั้นด้อมคือ 2 หรือ 3 กลุ่มแล้วแต่เรา
00:07:28อยากจะแบ่งเป็นกี่กลุ่มแต่ว่าเป็นการ
00:07:30Random ใส่ปัจจัยที่เราสนใจกับอีกกลุ่ม
00:07:32ไม่ได้มีปัจจัยที่เราสนใจและดูผลที่เกิด
00:07:34ขึ้นค่ะตรงนี้น่าจะเป็นการศึกษานะที่มิ้น
00:07:37น่าเชื่อถือกว่านะเพราะว่ามันจะเป็นการ
00:07:40ศึกษาที่รู้ว่าสาเหตุอันนี้เราเกิดผลอัน
00:07:43นี้ที่แท้จริงอีกประเด็นหนึ่งคือการศึกษา
00:07:46เนี่ยต้องมีการควบคุมปัจจัยรบกวนหรือว่า
00:07:49ค่อน faulting Factor นะคะเพราะว่าบาง
00:07:52โรคหรือบางภาวะที่เราสนใจเดิมอาจจะมี
00:07:54ปัจจัยอื่นๆนอกเหนือจากเรื่องอาหารที่เรา
00:07:57สนใจอยู่ก็ควรจะมีการควบคุมด้วยดังนี้มี
00:08:00งานวิจัยเดี๋ยวไม่ใช่เขาว่างานวิจัยจะให้
00:08:03ผลที่ถูกต้องทุกงานวิจัยต้องดูรายละเอียด
00:08:06เหมือนด้วยค่ะเยอะมากเลยค่ะแล้วก็รวมถึง
00:08:09ดูแหล่งที่มาว่ามีอ่าอ้างอิงหรือเปล่า
00:08:12ด้วยน้องใช่พูดใหญ่โตแต่ว่าพอมันไม่มีอ่ะ
00:08:15อ้างอิงอยู่เราตามไปหาว่าเอ๊ะไอ้ที่ว่า
00:08:18หน้าที่ใจเรานี่มันอยู่ตรงไหนมันก็ไม่มี
00:08:20ใครซึ่งเยอะมากเลยนะคะจะอยู่ในออนไลน์ดิ
00:08:23หาแหล่งที่มาของข้อมูลได้ยากมากันฮ่าๆก็
00:08:28นั้นโอเคถ้างั้นเรามาลงเลยถึงเรื่องของ
00:08:30ตัวเต้าหู้แล้วก็ผลิตภัณฑ์อาหารในกลุ่ม