00:00:00 → 00:00:05นอนกรนเป็นเรื่องปกติค่ะ
00:00:05 → 00:00:08คนปกติเนี่ยเราอาจจะมีการกรนได้นานครั้ง
00:00:08 → 00:00:11เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นนานๆทีได้ถามว่า
00:00:11 → 00:00:14คนๆนึงถ้ากรนดูไม่ปกติจะมีสัญญาณยังไง
00:00:14 → 00:00:17บ้าง 1 คือ
00:00:17 → 00:00:20แต่ถ้าเราเกิดนอนคนเดียวเราจะรู้ได้ยังไง
00:00:20 → 00:00:23คะจริงๆมีอุปกรณ์มีแอปพลิเคชัในการที่จะ
00:00:23 → 00:00:26บันทึกเสียงกรนขณะหลักว่าเราเนี่ยตอนที่
00:00:26 → 00:00:29เรานอนมีเสียงกลมยบอกชื่อแอปได้มั้
00:00:29 → 00:00:32ถ้าจะพูดถึงสาเหตุของการกรนเราอาจจะเห็น
00:00:33 → 00:00:35ว่าบางคนอ้วนส่วนใหญ่กรนใช่มยบางคนไม่
00:00:35 → 00:00:37อ้วนก็กรนได้เราอาจสงสัยว่ามันเกิดจาก
00:00:37 → 00:00:40สาเหตุอะไรหลักๆแล้วการกรนหรือการหยุดหาย
00:00:40 → 00:00:42ใจขณะหลับต้องพูดว่ามันเกิดจากหลายสาเหตุ
00:00:42 → 00:00:44เราอาจจะไม่รู้ว่าใบหน้าของเราเนี่ยมีผล
00:00:44 → 00:00:47ต่อการกรนเป็นคนค้างเล็กคนค้างเล็กค้าง
00:00:47 → 00:00:49เล็กอ่าบางคนเนี่ยหน้าปุ๊บค้างนิดเดียว
00:00:49 → 00:00:52แล้วก็ไปเป็นคอเลยมีโครงสร้างที่ทำให้
00:00:52 → 00:00:55เกิดการกลได้ง่ายขึ้นคนส่วนใหญ่มีปัญหา
00:00:55 → 00:00:57อ้าปากนอนก็จะบอกว่าปิดปากสิไปซื้ออะไรมา
00:00:57 → 00:01:00แปะปากให้มันปิดแต่หารู้ไม่ว่าเราไม่ได้
00:01:00 → 00:01:02แก้ปัญหาที่ต้นเหตุภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
00:01:02 → 00:01:04เนี่ยเป็นภาวะที่ร่างกายเราเนี่ยมันไม่
00:01:04 → 00:01:06ปล่อยให้เราตายอยู่และมันจะปกป้องให้เรา
00:01:06 → 00:01:08ฮึบกลับมาหายใจเรื่อยๆแล้วการทำ sleep
00:01:08 → 00:01:10test เนี่ยคืออะไรคะคุณมอสเราจะตรวจ
00:01:10 → 00:01:12เทestเมื่อไหร่อย่างงี้ก่อน 1 ก็คือคนที่
00:01:12 → 00:01:16มี
00:01:16 → 00:01:23เกลาแก้โรคเกลานิสัยห่างไกลโรค
00:01:23 → 00:01:25สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการเกลา
00:01:25 → 00:01:28แก้โรคค่ะทอปิที่เราจะมาคุยกันในวันนี้นะ
00:01:28 → 00:01:31คะบอกเลยว่าเป็นปัญหาบ้านแตกค่ะเพราะว่า
00:01:31 → 00:01:33เสียงกรนที่เราได้ยินนะคะนอกจากจะสร้าง
00:01:33 → 00:01:36ความรำคาญแล้วเนี่ยบางครั้งนะคะยังส่งผล
00:01:36 → 00:01:38กระทบต่อความสัมพันธ์ด้วยแต่รู้มั้คะว่า
00:01:38 → 00:01:40การนวนโกรนจริงๆเนี่ยเป็นปัญหาสุขภาพ
00:01:40 → 00:01:42อย่างหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเลยเดี๋วัน
00:01:42 → 00:01:44นี้นะคะเราจะมาปรึกษาคุณหมอไปด้วยกันวัน
00:01:44 → 00:01:46นี้แพนด้าก็อยู่กับคุณหมอไมค์นะคะแพทย์
00:01:46 → 00:01:48เฉพาะทางด้านหูคอจมูกและเวชศาสตร์การนอน
00:01:48 → 00:01:51หลับสวัสดีค่ะคุณหมอครับสวัสดีครับอืยิน
00:01:51 → 00:01:53ดีต้อนรับเข้าสู่ช่องเกลานะคะครับวันนี้
00:01:53 → 00:01:55เนี่ยมีหลายคำถามมากๆเกี่ยวกับเรื่องการ
00:01:55 → 00:01:59นอนการกรนแล้วก็รวมถึงการหยุดหายใจขณะนอน
00:01:59 → 00:02:02หลับด้วยอ่ะหวังว่าคุณหมอจะให้คำตอบได้
00:02:02 → 00:02:04เป็นอย่างดีได้ครับค่ะอันดับแรกพันด้า
00:02:04 → 00:02:07อยากถามคุณหมอก่อนว่าเวลาที่เรานอนอ่ะค่ะ
00:02:07 → 00:02:09จริงๆแล้วการกรนเนี่ยนอนกรนเป็นเรื่อง
00:02:09 → 00:02:11ปกติมั้ยคะคนปกติเนี่ยเราอาจจะมีการกรน
00:02:11 → 00:02:14ได้นานๆครั้งนะครับอันเนี้ยเป็นสิ่งที่
00:02:14 → 00:02:17อาจจะเกิดขึ้นนานๆทีได้ยกตัวอย่างเช่นเรา
00:02:17 → 00:02:20ไปเที่ยวใช้กำลังอย่างหนักในการเที่ยว
00:02:20 → 00:02:22หรือว่าออกกำลังมากๆนะครับกล้ามเนื้อที่
00:02:22 → 00:02:25มันเคยตึงตัวขณะหลับก็เกิดการหย่อนตัวทำ
00:02:25 → 00:02:28ให้เรามีการกลนานนานครั้งนะครับหรือว่า
00:02:29 → 00:02:32การดื่มแอลกอฮอล์กินเหล้านะนะไปดริงอะไร
00:02:32 → 00:02:34อย่างเงี้ยนะครับทำให้กล้ามเนื้อเราเนี่ย
00:02:34 → 00:02:36ก็มีการหย่อนตัวขณะหลับมากขึ้นเพราะ
00:02:36 → 00:02:39ฉะนั้นในคนทั่วไปเนี่ยวันปกติการกลจะไม่
00:02:39 → 00:02:42เกิดขึ้นแต่ถ้าบางวันบางโอกาสที่มีสิ่ง
00:02:42 → 00:02:46กระตุ้นทำให้การกล
00:02:46 → 00:02:50นึงถ้ากรนดูไม่ปกติจะมีสัญญาณยังไงบ้าง 1
00:02:50 → 00:02:52คือกรนดังทุกวันอ่าลองดูคนด้านข้างถ้า
00:02:53 → 00:02:56เกิดว่าเรามีคนที่นอนด้วยเากรนทุกวันเลย
00:02:56 → 00:02:59ค่อนข้างดังหรือว่ามีจังหวะที่เหมือนกับ
00:02:59 → 00:03:01หยุดหายใจจังหวะนี้คือจังหวะที่เหมือนกับ
00:03:01 → 00:03:04บางช่วงเนี่ยลมมันหายไปขนาดนึงเลยแล้ว
00:03:04 → 00:03:06กลับมาฮึบหายใจบ่อยเป็นช่วงๆนะครับอันนี้
00:03:06 → 00:03:10ก็เป็นสัญญาณเนาะหรือว่าอาการกรนเนี่ยมัน
00:03:10 → 00:03:12พาไปสู่อาการอื่นๆยกตัวอย่างเช่นกลางวัน
00:03:13 → 00:03:15เนี่ยถึงแม้นอนเพียงพอแล้วมีอาการอ่อน
00:03:15 → 00:03:18เพลียเยอะคือง่วงมากเลยบ่ายๆหรือว่าตอน
00:03:18 → 00:03:21ช่วงสายๆจะต้องมีกาแฟก้าที่ 2 และแปลว่า
00:03:21 → 00:03:24การนอนที่เพียงพอเนี่ยมันไม่ตอบโจทย์กับ
00:03:24 → 00:03:27ร่างกายปกติถ้าเรานอนประมาณสัก 6 หรือ 7
00:03:27 → 00:03:30ช่มงเนี่ยคนทั่วไปก็ควรจะรู้สึกว่าสดชื่น
00:03:30 → 00:03:33อิ่มและนะครับแต่ว่าถ้าเกิดว่านอนเพียงพอ
00:03:33 → 00:03:36แต่กลางวันเนี่ยยังง่วงอยู่ถึงแม้ว่าจะมี
00:03:36 → 00:03:38การนอนที่เพียงพอแล้วนะแล้วมีการกล่า
00:03:38 → 00:03:41สงสัยว่าจะเป็นการกลที่น่าจะมีการหยุดหาย
00:03:41 → 00:03:43ใจขณะหลับเกิดขึ้นอค่ะจริงๆแล้วเกิดขึ้น
00:03:43 → 00:03:45ได้กับทุกเพศทุกวัยเลยมั้ยคะใช่ครับเพราะ
00:03:46 → 00:03:48มันมีหลายสาเหตุของการเกิดภาวะนี้ครับค่ะ
00:03:48 → 00:03:51ทีนี้ขอถามเรื่องของเสียงกรนนิดนึงเพราะ
00:03:52 → 00:03:53ว่าคุณหมอบอกว่าอ่ะถ้ามันมีเสียงกรนที่
00:03:53 → 00:03:56ดังกลที่ดังเนี่ยคือดังแบบไหนคะเพราะ
00:03:56 → 00:03:58เพราะว่าแต่ละคนแล้วกันจะมีเสียงที่ต่าง
00:03:58 → 00:04:00กันบางคนอาจจะกรนแบบเป็นแค่เหมือนเสียงลม
00:04:00 → 00:04:04ออกจากปากอ่าอันนี้แย่คือเวลาที่เราหลับ
00:04:04 → 00:04:06เนี่ยต้องบอกว่ากล้ามเนื้อเราหย่อนตัว
00:04:06 → 00:04:09อยู่แล้วโครงสร้างที่มันเคยตึงในช่องคอ
00:04:09 → 00:04:11ถ้าเป็นรูปอย่างี้เนาะอ่ะมันก็จะมีการ
00:04:11 → 00:04:13หย่อนลงมาเล็กน้อยนะครับเวลาเราตื่นเนี่ย
00:04:13 → 00:04:16กล้ามเนื้อเราตึงตัวคอหอยเราโล่งดีเนี่ย
00:04:16 → 00:04:18เหมือนกับเป็นท่อที่มันตึงตัวตลอดลมมัน
00:04:18 → 00:04:20ผ่านเข้าได้สะดวกแต่พอหลังจะมีการหย่อน
00:04:20 → 00:04:23นิดหน่อยคนทั่วไปก็จะมีการหายใจเสียงดัง
00:04:23 → 00:04:25ขึ้นมาแต่ไม่รบกวนคนอื่นสัญญาณง่ายๆเลย
00:04:25 → 00:04:28คือว่านอนข้างๆเรารู้สึกมันดังมากเกินไป
00:04:28 → 00:04:31cอฟี่cอฟี่มันมีจังหวะแบบใช่ที่มันแบบมี
00:04:31 → 00:04:33เป็นแพทเทิร์นนะครับที่มันเป็นค่อนข้าง
00:04:33 → 00:04:36เสียงดังหรือมีจังหวะที่เหมือนกับลมหายลม
00:04:36 → 00:04:39เฮือกเนาะหรือมีสะดุ้งฮึบขึ้นมาบ่อยๆอะไร
00:04:39 → 00:04:41แบบเนี้ยอันนี้คือสัญญาณว่ามันไม่น่าจะ
00:04:41 → 00:04:44ปกตินะครับเราก็ต้องสังเกตจากคนข้างเคียง
00:04:44 → 00:04:46เพราะว่าเป็นโรคที่ตัวคนที่นอนเองเนี่ย
00:04:46 → 00:04:49มักจะไม่รู้ถูกมยเพราะว่าเรานอนไปเราก็
00:04:49 → 00:04:52นอนยาวตื่นตอนเช้าไม่รู้สึกว่ามีผลกระทบ
00:04:52 → 00:04:55ต่อร่างกายแต่ต้องฟังจากคนด้านข้างที่เขา
00:04:55 → 00:04:58เป็นคนที่เรารักและรักเราว่าเรามีอาการ
00:04:58 → 00:05:01แบบเนี้ยเขากังวลและนั้นควรจะต้องมาพบ
00:05:01 → 00:05:04แพทย์ปรึกษาแพทย์ทีนี้ค่ะคุณหมอถ้าเราอ่า
00:05:04 → 00:05:07มีคนนอนด้วยก็ไหว้วานได้ช่วยดูหน่อยแต่
00:05:07 → 00:05:10ถ้าเราเกิดนอนคนเดียวเราจะรู้ได้ยังไงคะ
00:05:10 → 00:05:12เพราะว่าตอนนอนเราก็ไม่มีทางรู้ได้เด็ด
00:05:12 → 00:05:14ขาดว่าเรากล่าวแต่ว่าตอนตื่นเนี่ยเรา
00:05:15 → 00:05:16สามารถสังเกตตัวเองได้ยังไงบ้างอาจจะมี
00:05:16 → 00:05:19อาการบางอย่างที่อาจจะต้องเป็นตัวที่
00:05:19 → 00:05:22สัญญาณว่าเราจะต้องสงสัยภาวะนี้ 1 ก็คือ
00:05:22 → 00:05:24เราหลับไปแล้วเนี่ยทำไมเราตื่นมาตอนเช้า
00:05:25 → 00:05:27นอนนเพียงพอแล้วนะทำไมถึงง่วงใช่ครับอีก
00:05:27 → 00:05:29อย่างนึงถ้าเราต้องการรู้ว่าเรานอนกล
00:05:29 → 00:05:33เนี่ยจริงๆมีอุปกรณ์มีแอปพลิเคชในการที่
00:05:33 → 00:05:36จะบันทึกเสียงกรนขณะหลักนะว่าเราเนี่ยตอน
00:05:36 → 00:05:39ที่เรานอนมีเสียงกลนมเป็นอุปกรณ์ก็คือ
00:05:39 → 00:05:42เป็นแอปที่วางเราจะเปิดมือถือแล้ววางข้าง
00:05:42 → 00:05:45เตียงเรานะครับแล้วก็บันทึกทั้งคืนเลย
00:05:45 → 00:05:47แล้วเราจะดูได้ว่าแต่ละคืนที่เรานอนเนี่ย
00:05:47 → 00:05:50มีเสียงกลนแอมลิูดมันสูงมากน้อยแค่ไหนมี
00:05:50 → 00:05:53การกลถิมากน้อยแค่ไหนบางคนเนี่ยไม่รู้เลย
00:05:53 → 00:05:55ว่าตัวเองกรนเพราะว่าเรานอนคนเดียวมาตลอด
00:05:55 → 00:05:57ชีวิตจนกระทั่งไปอยู่กับเพื่อนหรือว่า
00:05:57 → 00:05:59เพิ่งจะมีแฟนเพิ่งจะแต่งงานเพิ่งจะรู้ว่า
00:05:59 → 00:06:02เอ้าเนี่ยเรากลนมาเป็นนานแล้วหรือเปล่า
00:06:02 → 00:06:04อะไรอย่างเงี้ยนะครับอื่นๆอาจจะเป็นใน
00:06:04 → 00:06:07เรื่องของว่าเรามีเฮือกขึ้นมากลางดึกหรือ
00:06:07 → 00:06:10เปล่าถ้านอนคนเดียวนะบางทีตื่นขึ้นมาฮึบ
00:06:10 → 00:06:12ขึ้นมาเหมือนหายใจไม่สะดวกตอนนอนก็มี
00:06:12 → 00:06:14เหมือนกันนะครับพวกนี้ก็เป็นสัญญาณที่บอก
00:06:14 → 00:06:17ว่าโอเคถ้าอยู่คนเดียวเราก็พอจะรู้ได้จาก
00:06:17 → 00:06:19อุปกรณ์หรือว่าอาการดังต่อไปนี้ค่ะบอก
00:06:19 → 00:06:21ชื่อแอปได้มั้ยคะแอปชื่อ Sorlab นะ Sor
00:06:21 → 00:06:24แปลว่าโกน S N O R E แล้วก็ La
00:06:24 → 00:06:27sอแลabนะครับโหลดกันเอาไว้บันทึกได้นะ
00:06:27 → 00:06:30ครับค่ะอย่างงี้แปลว่าคนที่นอนกรนเนี่ย
00:06:30 → 00:06:33ค่ะจะฟleได้ไม่ดีถูกมั้คะชั่วโมงการหลับ
00:06:33 → 00:06:35ลึกของเขาเออถูกต้องเลยคือเวลาที่เรานอน
00:06:35 → 00:06:38หลับเนี่ยครับเราจะมีกระบวนการในการเกิด
00:06:38 → 00:06:41ระยะของการนอนเป็นไซเคิลนะครับคนปกติเวลา
00:06:41 → 00:06:44หลับไปเนี่ยก็จะมีการหลับเข้าระยะหลับ
00:06:44 → 00:06:47ตื้นๆก่อนเป็นหลับลึกแล้วก็หลับฝันวนกัน
00:06:47 → 00:06:50ไปเป็นไซเคิลนะครับแต่ว่าเวลาคนที่นอนกรน
00:06:50 → 00:06:52เนี่ยนึกภาพเหมือนกับว่าเรามีโครงสร้าง
00:06:52 → 00:06:55ที่ติดแค่แบในช่องทางเดินหายใจเพราะ
00:06:55 → 00:06:57ฉะนั้นร่างกายเราเนี่ยจะปกป้องให้เรา
00:06:57 → 00:06:59เนี่ยมีการฮึบเพื่อมาหายใจบ่อยๆเหมือนมี
00:06:59 → 00:07:03คนสะกิดบ่อยๆก็จะเป็นการหลับที่เข้าระยะ
00:07:03 → 00:07:06หลับลึกไม่ได้นานนะครับการหลับลึกคนปกติ
00:07:06 → 00:07:08เนี่ยประมาณ 20% ของทั้งการนอนสมมุติว่า
00:07:08 → 00:07:10นอนสัก 8 ชมงอย่างเงี้ยก็หลับลึกประมาณ
00:07:10 → 00:07:12สักชั่วโมงครึ่งประมาณเนี้ยนะครับแต่ถ้า
00:07:12 → 00:07:15มีการหลับที่มีการหยุดหายใจเป็นช่วงๆเกิด
00:07:15 → 00:07:19ขึ้นการหลับจะถูกกระตุ้นให้มีการฮึกๆเข้า
00:07:19 → 00:07:21มาหายใจเนี่ยเป็นบ่อยๆนะครับก็ทำให้การ
00:07:21 → 00:07:25หลับลึกเนี่ยถูกถเป็นหลับตื้นเป็นช่วงๆ
00:07:25 → 00:07:27เพราะฉะนั้นคนที่หลับถึงแม้นอนเพียงพอนะ
00:07:27 → 00:07:29หลับประมาณสัก 7 หรือ 8 ชั่วโมงแต่หลับ
00:07:29 → 00:07:31กรนเนี่ยนะครับจะมีเปอร์เซ็นต์ในการหลับ
00:07:31 → 00:07:33ลึกเนี่ยอาจจะไม่ถึง 10% หรือไม่หลับลึก
00:07:33 → 00:07:36เลยอก็เลยทำให้ตื่นมาแล้วเพลียนเพลียนะ
00:07:36 → 00:07:38ครับแล้วก็ต้องนอนในปริมาณที่มากขึ้นกว่า
00:07:38 → 00:07:42คนทั่วไปอืการกรนนี้ส่งผลต่อคุณภาพการนอน
00:07:42 → 00:07:45เลยใช่อจริงๆแล้วผลของมันเนี่ยมีอีกหลาย
00:07:45 → 00:07:48อย่างเลยเนาะถ้าจะพูดถึงสาเหตุของการกรน
00:07:48 → 00:07:51เนาะเราอาจจะเห็นว่าทำไมบางคนอ้วนส่วน
00:07:51 → 00:07:53ใหญ่กลนใช่มั้บางคนไม่อ้วนอ้วนก็กรนได้
00:07:53 → 00:07:56สงสัยว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไรนะครับหลักๆ
00:07:56 → 00:07:59แล้วการกรนหรือการหยุดหายใจขณะหลับเนี่ย
00:07:59 → 00:08:01ต้องพูดว่ามันเกิดจากหลายสาเหตุอ่าเวลา
00:08:01 → 00:08:03ที่ลมหายใจมันผ่านเข้าไปในจมูกเนี่ยนะ
00:08:03 → 00:08:06ครับลงไปในคอเนี่ยเส้นทางหายใจเนี่ยหมอจะ
00:08:06 → 00:08:09โชว์ให้ดูนิดนึงว่าการหายใจคนเราเนี่ยมัน
00:08:09 → 00:08:12ต้องมีลมที่ผ่านเข้าจมูกจมูกคือประตูด่าน
00:08:12 → 00:08:16ที่ 1 ในการหายใจนะครับลมเข้าจมูกแล้วมัน
00:08:16 → 00:08:20จะผ่านลงมานะครับหลังนะลิ้นไก่อันนี้คือ
00:08:20 → 00:08:23ลิ้นไก่อืค่ะอันนี้คือลิ้นที่เรากินข้าว
00:08:23 → 00:08:26นะครับลมมันจะรอดผ่านเข้ามาตรงเเนี่ยนะ
00:08:26 → 00:08:29ครับจมูกจะต้องโล่งก่อนถึงจะเข้ามาได้นะ
00:08:29 → 00:08:32ครับหลังลิ้นไก่นะครับหลังลิ้นถึงจะลงไป
00:08:32 → 00:08:35ในหลอดลมเข้าไปในปอดได้อันนี้คือเส้นทาง
00:08:35 → 00:08:38ที่เป็นแทรกปกติไฮเวย์ปกติแล้วที่จะเข้า
00:08:39 → 00:08:41ไปได้นะครับตอนเราตื่นเนี่ยทุกอย่างมัน
00:08:41 → 00:08:44โล่งดีเพราะว่ากล้ามเนื้อเราตึงอือฮึแต่
00:08:44 → 00:08:48พอหลับมันจะหย่อนนิดนึงไอ้การหย่อนเล็ก
00:08:48 → 00:08:50น้อยเนี่ยไม่ก่อให้เกิดการกรนในคนปกติแต่
00:08:50 → 00:08:54ถ้ามีการหย่อนที่มากผิดปกติจะปิดกั้นทำ
00:08:54 → 00:08:57ให้ลมมันเข้าไม่ได้นะอ่าสาเหตุมีอะไรบ้าง
00:08:57 → 00:09:001 อายุที่มากขึ้นเช่นบางคนเนี่ยอายุน้อย
00:09:00 → 00:09:04กว่า 50 ปีไม่เคยกลเลยแต่พอเข้าเลข 5 เลข
00:09:04 → 00:09:066 นะครับผู้สูงอายุเริ่มจะกร่นอันนี้
00:09:06 → 00:09:08เป็นผลจากว่ากล้ามเนื้อในคอเนี่ยมันมีการ
00:09:08 → 00:09:11ชราก็มีการหย่อนปิดกั้นทำให้ลมเข้าไม่ได้
00:09:11 → 00:09:13อย่างที่ 2 ก็คือน้ำหนักอ่ะเราจะเห็นว่า
00:09:13 → 00:09:16คนที่กรนเมักจะอ้วนน้ำหนักเยอะใช่ไหมครับ
00:09:16 → 00:09:19เพราะว่าความอ้วนเนี่ยไขมันในร่างกายที่
00:09:19 → 00:09:22สะสมไม่ได้สะสมแค่พุงแค่ขาคะแค่สะโพกเรา
00:09:22 → 00:09:25เท่านั้นแต่มันสะสมในช่องคอหอยทั้งหมดเลย
00:09:25 → 00:09:28เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่มันเคยโล่งดีเวลา
00:09:28 → 00:09:31หลับมันก็หย่อนเล็กน้อยแต่ถ้าเกิดว่าเรา
00:09:31 → 00:09:34มีความอ้วนพื้นที่มันจะแคบไปกว่าปกติ
00:09:34 → 00:09:37เพราะมีไขมันแทรกอยู่พอหลับปุ๊บมันปิดลม
00:09:37 → 00:09:40เลยเข้าไม่ได้นะครับอย่างที่ 3 เราอาจจะ
00:09:40 → 00:09:44เคยเห็นคนที่คุณพ่อคุณแม่กรนลูกก็กลนด้วย
00:09:45 → 00:09:47แทำไมแบบมีปัญหาทางโครงสร้างหรือเปล่า
00:09:47 → 00:09:49ทำไมทางบ้านกลเหมือนกันหมดถึงแม้จะไม่
00:09:49 → 00:09:52อ้วนก็ตามอันนี้เป็นเรื่องของโครงหน้า
00:09:52 → 00:09:55โครงหน้านี่มีผลเลยนะครับเราอาจจะไม่รู้
00:09:55 → 00:09:59ว่าใบหน้าของเราเนี่ยมีผลต่อการกล่า
00:09:59 → 00:10:02เป็นคนค้างเล็กครับคนค้างเล็กค้างเล็กอ่า
00:10:02 → 00:10:05บางคนเนี่ยเอ่อหน้าปุ๊บค้างนิดเดียวแล้ว
00:10:05 → 00:10:07ก็ไปเป็นคอเลยอย่างเงี้ยเป็นคนค้างเล็ก
00:10:07 → 00:10:10ค้างสั้นจะเป็นคนที่มีโครงสร้างที่ทำให้
00:10:10 → 00:10:13เกิดการกลได้ง่ายขึ้นเพราะว่าคางเนี่ย
00:10:13 → 00:10:16เป็นจุดเกาะของลิ้นค่ะลิ้นเนี่ยจะไปเกาะ
00:10:16 → 00:10:19ที่ตรงตำแหน่งค้างอืถ้าเป็นคนค้างเล็ก
00:10:19 → 00:10:21เนี่ยลิ้นลิ้นก็จะมีโอกาสจะตกมาในคอตอน
00:10:21 → 00:10:24หลับง่ายขึ้นนะครับเพราะฉะนั้นเนอนไป
00:10:24 → 00:10:27เนี่ยนะครับลิ้นจะไปเบียดในคอแล้วทำให้
00:10:27 → 00:10:30การหายใจติดขัดเหมือนจมน้ำอ่านะครับสุด
00:10:30 → 00:10:33ท้ายเลยก็คือในเรื่องของโครงสร้างภายใน
00:10:33 → 00:10:36เช่นต่อมทอนซินมีขนาดใหญ่นะครับเพดานอ่อน
00:10:36 → 00:10:39หรือลิ้นไก่มีความหย่อนยาเยอะและสุดท้าย
00:10:39 → 00:10:41ท้ายสุดเลยก็คือเรื่องของภูมิแพ้แล้วก็
00:10:41 → 00:10:43ปัญหาการหายใจทางจมูกบางคนเนี่ยเรามอง
00:10:43 → 00:10:46ข้ามว่าเออเราเป็นภูมิแพ้ไม่ต้องรักษาก็
00:10:46 → 00:10:48ได้บางทีมีฟืดฟาดแค่บางช่วงนะครับจริงๆ
00:10:48 → 00:10:51แล้วการกรนเกิดจากภูมิแพ้ได้เพราะว่าเวลา
00:10:51 → 00:10:54ที่จมูกเนี่ยมีปัญหาในการคัดแน่นหรือมี
00:10:54 → 00:10:57การบวมขนาดหลักเรามักจะมีอาการตอนกลางคืน
00:10:57 → 00:10:59นะตอนที่เราเป็นภูมิแพ้ตอนนอนไปเนี่ยเรา
00:10:59 → 00:11:01เริ่มจมูกตันมีน้ำมู่พวกเนี้ยนะครับทำให้
00:11:01 → 00:11:04การหายใจทางจมูกเนี่ยไม่ดีเลยต้องอ้าปาก
00:11:04 → 00:11:06หายใจเพราะฉะนั้นกลไกในการอ้าปากหายใจ
00:11:06 → 00:11:09ส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่จมูกมีปัญหาคัด
00:11:09 → 00:11:11แน่นอาจจะเป็นจากเยุจมูกบวมจากภูมิแพ้
00:11:11 → 00:11:14หรือว่าปัญหาอื่นๆทางโครงสร้างเช่นผนัง
00:11:14 → 00:11:17กั้นจมูกคดเอียงมีก้อนในจมูกหรือสีดวงใน
00:11:17 → 00:11:20จมูกต่างๆเพราะฉะนฉะนั้นคนส่วนใหญ่เวลา
00:11:20 → 00:11:24ที่มีปัญหาอ้าปากนอนก็จะบอกว่าปิดปากสิไป
00:11:24 → 00:11:27ซื้ออะไรมาแปะปากให้มันปิดถูกมั้ยแต่หา
00:11:27 → 00:11:29รู้ไม่ว่าเราไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุเรา
00:11:29 → 00:11:31ต้องไปดูก่อนว่าเขาอ้าปากจากสาเหตุอะไร
00:11:31 → 00:11:35เช่นปัญหาในการหายใจทางจมูกเขาถึงได้มี
00:11:35 → 00:11:38การผลักของกลไกในร่างกายให้เปิดปากเพราะ
00:11:38 → 00:11:40ฉะนั้นเนี่ยเราต้องดูก่อนว่าจมูกเ้ามี
00:11:40 → 00:11:44ปัญหาอะไรมยถ้าจมูกโล่งดีคนปกติก็มักจะ
00:11:44 → 00:11:47ปิดปากได้เองแต่ถ้าจมูกก็ตันแล้วไปปิดปาก
00:11:47 → 00:11:50อีกอันนี้รูหายก็จะไม่เหลือและสัญญาณนึง
00:11:50 → 00:11:52ที่พบได้บ่อยในคนที่อ้าปากนอนก็คือว่า
00:11:52 → 00:11:55ตื่นมาตอนเช้าคอแห้งเลยหรือว่าตอนช่วง
00:11:55 → 00:11:57กลางคืนเนี่ยรู้สึกคอแห้งมากต้องตื่นมา
00:11:57 → 00:12:00จิบน้ำบ่อยๆเนาะอันนี้ก็ต้องไปดูว่าเรา
00:12:00 → 00:12:02อ้าปากจากสาเหตุอะไรคือโดยปกติแล้วเราจะ
00:12:02 → 00:12:05ไม่อ้าปากนอนน้อยมากจะมีลมส่วนนึงที่เข้า
00:12:05 → 00:12:09ไปในปากคือจมูกและปากเนี่ยปากเนี่ย 20%
00:12:09 → 00:12:11จมูก 80% เพราะฉะนั้นหลักๆแล้วลมจะเข้า
00:12:11 → 00:12:14จมูกลงไปในคอได้เลยโดยที่ไม่ต้องเปิดปาก
00:12:14 → 00:12:17การอ้าปากก็มีข้อเสียที่ว่า 1 คือมันเกิด
00:12:17 → 00:12:20การแห้งใครเคืองในคอใช่มยเราก็ต้องรู้สึก
00:12:20 → 00:12:22รำคาญกับไปอีกอย่างนึงคือเวลาเราอ้าปาก
00:12:22 → 00:12:24ลิ้นมันจะตกไปในคอได้ง่ายขึ้นเพราะฉะนั้น
00:12:24 → 00:12:27การกรนมันจะเกิดหนักขึ้นนะครับอย่างคุณ
00:12:27 → 00:12:29หมอบอกไปแล้วเนาะว่าจริงๆเวลาที่เราเพลีย
00:12:29 → 00:12:31หรืออะไรเราก็จะนอนกรนมากขึ้นแล้วอีก
00:12:31 → 00:12:33อย่างหนึ่งก็คือเวลาที่เราเพลียเรามักจะ
00:12:33 → 00:12:35เห็นนอนอ้าปากอันนี้มันก็คือมันก็เกี่ยว
00:12:35 → 00:12:38ข้องกันถูกมั้ยคะส่วนนึงเนี่ยการอ้าปากก็
00:12:38 → 00:12:41อาจจะเป็นนิสัยของคนที่อ้าปากมานานแล้ว
00:12:41 → 00:12:44อาจจะมีความเป็นโรคภูมแพ้หรือจมูกตันก็
00:12:44 → 00:12:47เลยอ้าปากบ่อยๆนะคราวนี้ถึงแม้ว่าเขาจะ
00:12:47 → 00:12:50จมูกโล่งโดีหรือจมูกเขาไม่ได้คัดแน่นแล้ว
00:12:50 → 00:12:53แต่ก็ยังมีนิสัยในการอ้าปากอยู่แปลว่าถ้า
00:12:53 → 00:12:56เราค่ะถ้าเรารู้ตัวก็คือควรจะปิดปากคือ
00:12:56 → 00:12:59บังคับยากออโตมติกแล้วเราต้องไปดูว่าจมูก
00:12:59 → 00:13:02มันมีปัญหาหรือเปล่าต้องตรวจสอบตัวเองว่า
00:13:02 → 00:13:05เราถ้าเราปิดปากหายใจปกติเนี่ยนะครับจมูก
00:13:05 → 00:13:07เราโล่งมยบางคนปิดปากปุ๊บหายใจมีเสียงฟีด
00:13:07 → 00:13:10ในจมูกแปลว่าจมูกตันก็ต้องลองตรวจสอบตัว
00:13:10 → 00:13:14เองนะครับหรือว่าลองสังเกตดูว่าการอ้าปาก
00:13:14 → 00:13:16นอนเป็นทุกคืนมั้ยแล้วถ้ามันเป็นตลอดเลย
00:13:16 → 00:13:18อันนี้น่าน่าจะมีปัญหาอะไรสักอย่างก่อน
00:13:18 → 00:13:20ที่เราจะไปซื้ออุปกรณ์ในการปิดปากก็ต้อง
00:13:21 → 00:13:23ดูก่อนว่ามันมีปัญหาอะไรที่เป็นต้นเหตุ
00:13:23 → 00:13:25ของการอ้าปากนอนหรือเปล่าค่ะอันนี้ขอถาม
00:13:25 → 00:13:28เพิ่มเติมอย่างคือโดยปกติแล้วที่ควรจะ
00:13:28 → 00:13:30เป็นคือเราก็ควรจะหายใจเข้าทางจมูกหายใจ
00:13:30 → 00:13:33ออกทางจมูกอืโดยตอนนอนก็ควรจะเป็นอย่าง
00:13:33 → 00:13:35งั้นทีนี้ก่อนที่เราจะนอนค่ะคุณหมอมันมี
00:13:35 → 00:13:37วิธีในการดูแลจมูกของเรายังไงให้มันไม่
00:13:38 → 00:13:40ตันน่ะให้มันแบบ flow ได้ในเรื่องของโรค
00:13:40 → 00:13:43ภูมิแพ้นะครับเบสิคที่สุดเลยก็คือถ้า
00:13:43 → 00:13:45เรื่องของสิ่งแวดล้อมทั่วไปผ้าปูปอกหมอน
00:13:45 → 00:13:47เนี่ยเราควรจะซักเปลี่ยนเนาะถ้าเป็นภูมิ
00:13:47 → 00:13:50แพ้เนี่ยคนใหญ่จะเป็นภูมิแพ้ต่อไรฝุนที่
00:13:50 → 00:13:53อยู่บนเตียงนะครับหรือว่าพวกเชื้อราหรือ
00:13:53 → 00:13:55ว่าพวกขนสุนัขขนแมวอะไรอย่างเงี้ยแต่คน
00:13:55 → 00:13:58ไทยจะพบประมาณ 60% 70% เนี่ยแพ้ต่อไร
00:13:58 → 00:14:01ฝุ่นคือเป็นอยู่ตามใยผ้าเพราะฉะนั้นเวลา
00:14:01 → 00:14:02เป็นภูมิแพ้ขึ้นเตียงไปปุ๊บสักพักเริ่ม
00:14:02 → 00:14:05จมูกเริ่มบวมเริ่มตันหรือว่าเริ่มมีน้ำ
00:14:06 → 00:14:08มูกเราก็ต้องดูแลโดยการเปลี่ยนผ้าปูที่
00:14:08 → 00:14:12นอนบ่อยๆถ้ามีพรมมีม่านก็ต้องซักเปลี่ยน
00:14:12 → 00:14:15บ่อยๆถ้าเบสิคที่สุดในการดูแลจมูกให้ไม่
00:14:15 → 00:14:18คัดแน่นในคนเป็นภูมิแพ้คือการล้างจมูกอาจ
00:14:18 → 00:14:21จะล้างช่วงเย็นหรือว่าช่วงก่อนนอนประมาณ
00:14:21 → 00:14:23สักชั่วโมง 2 ชั่วโมงก่อนนอนเนี่ยจมูกก็
00:14:23 → 00:14:26จะโล่งขึ้นหายใจดีขึ้นแต่ถ้าดูแล้วจมูก
00:14:26 → 00:14:28มันยังมีอาการตันอยู่ก็คือปรึกษาคุณหมอ
00:14:28 → 00:14:31คอยจมูกดูว่าการที่จมูกตันมันเกิดจาก
00:14:31 → 00:14:34สาเหตุอะไรอืครับขอเทคนิคการล้างจมูกได้
00:14:34 → 00:14:37มั้ยคะหลายๆคนทำแล้วรู้สึกสำลักปกติแล้ว
00:14:37 → 00:14:40เนี่ยเราจะใช้เป็นน้ำเกลืออุปกรณ์ที่ใช้
00:14:40 → 00:14:42ล้างเนี่ยมันมีหลากหลายตั้งแต่เป็นไซริ์
00:14:42 → 00:14:45แล้วก็เป็นขวดสำเร็จรูปในการที่จะบีบเข้า
00:14:45 → 00:14:48ล้างจมูกนะครับปกติการล้างจมูกเนี่ยเราจะ
00:14:48 → 00:14:51ให้คนไข้ก้มหน้าในอ่างล้างหน้าแล้วก็อ้า
00:14:51 → 00:14:53ปากกั้นหายใจก้มหน้าเพื่อที่ว่าเวลาเรา
00:14:53 → 00:14:56บีดไปแล้วเนี่ยมันก็จะทิศก็จะออกมาอีก
00:14:56 → 00:14:58ข้างนึงมันจะไม่ย้อนเข้าไปมันก็จะไม่ลงไป
00:14:58 → 00:15:01ในคอถ้าเราเงยหน้าก็จะลงไปในคอได้นะครับ
00:15:01 → 00:15:04อ้าปากเนาะอ้าปากด้วยเผื่อว่าอาจจะออกมา
00:15:04 → 00:15:06ทางปากเป็นไปได้เหมือนกันเวลาเราล้างจมูก
00:15:06 → 00:15:08เนี่ยเราอาจจะมีไอเดียว่ามันต้องออกอีก
00:15:08 → 00:15:11ข้างนึงแต่บางคนที่จมูกโครงสร้างมีการตัน
00:15:11 → 00:15:13มีผนังกั้นจมูกพดมันอาจจะผลักให้ออกทาง
00:15:13 → 00:15:16ปากก็ได้อันนี้ไม่ซีเรียสนะคะก็อ้าปากไว้
00:15:16 → 00:15:19แล้วกั้นใจลดการสำลักเวลาบีบบิดๆช้าๆไม่
00:15:19 → 00:15:22ต้องแรงนะถ้าบีบแรงเกินมันจะปวดหูได้หรือ
00:15:22 → 00:15:25รู้สึกสำลักได้ถ้าเราบีบแรงเกินไปเราก็
00:15:25 → 00:15:27บีบช้าๆนะคะค่อยๆคืออยากเป็นไซลิง์ก็คือ
00:15:28 → 00:15:30ค่อยๆดันถ้าเป็นไซลิงเนี่ยเราดันเราใช้
00:15:30 → 00:15:33ไซลิง์ 20 ซีซค่อยๆดันนับ 1-5 1-6
00:15:33 → 00:15:38ประมาณนี้ 1 2 3 4 5 6 ช้าๆเลยไม่
00:15:38 → 00:15:40ต้องแบบปึ๊กอย่างงี้เข้าไปคือถ้าบีบแรง
00:15:40 → 00:15:43เกินเนี่ยมันจะไปกระแทกด้านหลังโพงจมูก
00:15:43 → 00:15:45ซึ่งทำให้ปวดหูเราต้องเอียงคอด้วยมั้แล้ว
00:15:45 → 00:15:47แต่อะไรคะหลักๆก็คือหน้าตรงก็ได้หรือว่า
00:15:47 → 00:15:49จะเอียงเล็กน้อยก็ได้สมมุติเราจะล้างข้าง
00:15:49 → 00:15:51นี้เราก็เอียงฝั่งนี้เล็กน้อยเอียงให้อีก
00:15:51 → 00:15:54ข้างนึงต่ำกว่าเอียงไปใช่เอียงเอียงคางไป
00:15:54 → 00:15:56อีกฝั่งที่เราจะล้างก็ได้นะครับก็เวลา
00:15:56 → 00:15:59ล้างเนี่ยปริมาณคือข้างละ 100 ซีซอย่าง
00:15:59 → 00:16:02ต่ำเนาะถ้าเป็นไซลิง 20 ซีซข้างละ 5 หลอด
00:16:02 → 00:16:06อย่างต่ำนะครับก็คือ 100 100 ซีซต่อข้าง
00:16:06 → 00:16:08อ๋อครั้งนึงก็คือ 200 ต่อข้างใช่แต่ถ้า
00:16:08 → 00:16:11เป็นอุปกรณ์ที่เป็นขวดเนี่ยเขาก็จะขวด 200
00:16:11 → 00:16:13ซีซก็จะแบ่งล้างข้างละครึ่งขวดโอ๊ยบางคน
00:16:13 → 00:16:15ทำอยู่แล้วแต่ไม่รู้ว่าต้องทำถึง100ซีซ
00:16:15 → 00:16:18อ่าคือปริมาณเมันก็มีผลคือการล้างจมูก
00:16:18 → 00:16:20เนี่ยไม่ได้มีแค่ข้อดีในการล้างน้ำมูกออก
00:16:20 → 00:16:23มาอย่างเดียวแต่เป็นข้อดีในการที่เราจะ
00:16:23 → 00:16:25ปรับสภาพผิวในจมูกเเรียก resurface ผิวใน
00:16:25 → 00:16:28จมูกเนี่ยให้มันเป็นผิวที่มีคุณภาพดีไม่
00:16:28 → 00:16:31ก่อให้เกิดอาการคัดแน่นหรือมีน้ำมุกบ่อยๆ
00:16:31 → 00:16:33แล้วก็เป็นการล้างพวกฝุ่น PM เนาะที่เรา
00:16:33 → 00:16:35เจอทุกๆวันเนี่ยให้มันออกมาเพราะฉะนั้น
00:16:35 → 00:16:38จมูกก็จะเป็นจมูกที่สะอาดแล้วก็ไม่บวมไม่
00:16:38 → 00:16:41ตันได้ง่ายอืค่ะถ้ามันได้รสเค็มบ้างอัน
00:16:41 → 00:16:44นี้ก็ปกติใช่มั้ปกติเลยปกติเลยเพราะว่า
00:16:44 → 00:16:46มันเป็นสารละลายที่มีความเข้มข้นเท่ากับ
00:16:46 → 00:16:49ในเซลล์ในจมูกก็คือมีความเป็นเกลือนะครับ
00:16:49 → 00:16:52อืออันนี้ก็คือสามารถล้างจมูกก่อนนอนได้
00:16:52 → 00:16:54สำหรับคนที่รู้สึกว่าตอนนอนแล้วเราหายใจ
00:16:54 → 00:16:56ไม่โล่งแต่ถ้าสมมุติว่าก็หายใจปกติดี
00:16:56 → 00:16:59จำเป็นต้องล้างมั้ยคะถ้าปกติดีเราอาจจะ
00:16:59 → 00:17:02ล้างนานๆครั้งได้เช่นถ้าเราเป็นภูมิแพ้
00:17:02 → 00:17:04วันไหนที่เราไปเจอฝุ่นไปสัมผัสในที่ที่
00:17:05 → 00:17:07อากาศไม่ค่อยดีหรือมีฝุ่นเยอะเราอาจจะ
00:17:07 → 00:17:10ล้างเป็นครั้งคราวได้แต่ถ้าเราอยู่ใน
00:17:10 → 00:17:12สภาวะที่โอเคช่วงนี้ PM เยอะจังเลยหรือ
00:17:12 → 00:17:15ว่ามีอากาศที่ไม่ค่อยดีกลัวว่าจะมีอาการ
00:17:15 → 00:17:18ที่จมูกเริ่มตันมาจะล้างเป็นกิจวัตรก็ได้
00:17:18 → 00:17:21วันละครั้งไม่ได้เสียหายอะไรออีกพฤติกรรม
00:17:21 → 00:17:23นึงที่เป็นว่าหลายๆท่านน่าจะเคยทำก็คือ
00:17:23 → 00:17:26การเอาคอตอนบัไปผันในจมูกอ่ามันเป็นสิ่ง
00:17:27 → 00:17:28ที่ควรทำมั้คะคุณไม่ต้องทำไม่ควรทำอ้า
00:17:29 → 00:17:31ทำไมอ่ะเพราะว่าในจมูกก็มีเนื้อเยื่อที่
00:17:31 → 00:17:33มันค่อนข้างบางอ่ะครับไม่ว่าจะเป็นการใช้
00:17:33 → 00:17:36ทิชชู่เนี่ยเข้าไปฝันในจมูกอันนี้ก็เกิด
00:17:36 → 00:17:38การบาดเจ็บมีเลือดออกได้ง่ายจริงๆแล้ว
00:17:38 → 00:17:41โครงสร้างในจมูกเราเนี่ยนอกจากโครงสร้าง
00:17:41 → 00:17:44ที่เป็นเยื่อบุกแล้วเนี่ยก็จะมีผนังกั้น
00:17:44 → 00:17:46จมูกที่อยู่เป็นแกนกลางของจมูกเนี่ยครับ
00:17:46 → 00:17:48ก็จะมีเส้นเลือดที่มันค่อนข้างเยอะเส้น
00:17:48 → 00:17:50เลือดฝอยตรงตำแหน่งของผนังกั้นจมูกเนี่ย
00:17:50 → 00:17:53มันค่อนข้างที่จะเปราะแตกได้ง่ายถ้าเราไป
00:17:53 → 00:17:56สัมผัสบางทีไปแคะจมูกบ่อยๆเลือดก็ไหลออก
00:17:56 → 00:17:59ง่ายการดูแลเบื้องต้นเนี่ยนอกจากที่เราจะ
00:17:59 → 00:18:01ล้างจมูกก็เป็นอาจจะเป็นสเปรย์น้ำเกลือ
00:18:01 → 00:18:04เพื่อทำให้จมูกชุ่มชื้นแล้วก็หลีกเลี่ยง
00:18:04 → 00:18:06ในการไปแคะจมูกอ้าแล้วสมมุติว่าบางคนอาจ
00:18:06 → 00:18:09มีขี้มูกอย่างเงี้ยค่ะเราต้องเอาออกทำยัง
00:18:09 → 00:18:12ไงได้บ้างคะเอาสำลีแล้วก็ชุบน้ำเกลือแล้ว
00:18:12 → 00:18:16ก็อาจจะเช็เท็จภายนอกอ๋อไม่ควรคือแต่ว่า
00:18:16 → 00:18:19แคะได้มั้ยคะแคะก็เป็นสิ่งที่ทำอย่างมัด
00:18:19 → 00:18:21ระวังแต่จริงๆก็ไม่ควรทำออแต่เราก็ทำกัน
00:18:21 → 00:18:24เป็นปกติมากๆเลยนะอ่าก็เป็นพฤติกรรมที่
00:18:24 → 00:18:27โอเคมันก็บางคนก็ติดอ่ะเนาะติดนิสัยแคะ
00:18:27 → 00:18:30แต่ว่าเราก็ต้องดูว่าเออการแคะของเรานี่
00:18:30 → 00:18:33มันมีผลแทรกซ้อนอะไรมยเพราะบางทีเนี่ยเรา
00:18:33 → 00:18:35ไว้เล็บยาวหรือไม่ได้ตัดเล็บเนี่ยเราไป
00:18:35 → 00:18:38แคะไอ้ตรงเล็บที่มันมีความยาวมันก็ไป
00:18:38 → 00:18:41เกี่ยวแล้วบาดเจ็บในเยอะบุกได้แล้วถ้า
00:18:41 → 00:18:43สมมุตินิ้วสกปรกอ่ะค่ะเราแค้จมูก
00:18:43 → 00:18:45ติดเชื้ออะไรอย่างงี้ได้ด้วยมั้คะอาจจะ
00:18:45 → 00:18:47ไม่ถึงขั้นนั้นเพราะว่ากลไกในร่างกายก็มี
00:18:47 → 00:18:51การปกป้องเชื้อโรคอยู่แล้วแต่ก็ถ้ามีบาด
00:18:51 → 00:18:53แผลที่ค่อนข้างเยอะค่อนข้างใหญ่ก็อาจจะทำ
00:18:53 → 00:18:55ให้ติดเชื้อได้เหมือนกันโอ้จริงๆก็
00:18:55 → 00:18:57sensitive กว่าที่คิดใช่แล้วถ้าอย่างบาง
00:18:57 → 00:19:01คนค่ะอาจจะไม่มีน้ำเกลืออ่าหรือว่าไม่ไม่
00:19:01 → 00:19:03อยากใช้น้ำเกลืออ่ะแล้วเขาใช้น้ำเปล่าใน
00:19:03 → 00:19:06การล้างจมูกแทนมันสามารถทำได้มั้คะจริงๆ
00:19:06 → 00:19:09ไม่ควรด้วยเหตุผลหลายเรื่องเลย 1 ก็คือ
00:19:09 → 00:19:12ว่าเวลาที่เราล้างจมูกเนี่ยแนะนำใช้น้ำ
00:19:12 → 00:19:13เกลือเพราะอะไรเพราะว่าน้ำเกลือเนี่ยมี
00:19:14 → 00:19:16ความเข้มข้นของเกลือเท่ากับเซลล์ของเรา
00:19:16 → 00:19:19เพราะนั้นการล้างคือเป็นการชะแล้วก็ไม่
00:19:19 → 00:19:22เกิดการบาดเจ็บของเซลล์นะครับเพราะว่ามัน
00:19:22 → 00:19:24มีความเข้มข้นของเกลือเท่ากันทั้งน้ำ
00:19:24 → 00:19:26เกลือและในเซลล์ของจมูกนะครับแต่ถ้าเป็น
00:19:26 → 00:19:29น้ำเปล่าเนี่ยเวลาที่เราล้างน้ำเปล่าเข้า
00:19:29 → 00:19:31ไปเนี่ยคือเวลาที่มันมีความเข้มข้นต่าง
00:19:31 → 00:19:34กันมันจะเกิดกระบวนการออสโมิสออสมิสคือ
00:19:34 → 00:19:36น้ำมากไปน้ำน้อยเพราะฉะนั้นน้ำที่เราชะ
00:19:36 → 00:19:39เข้าไปเนี่ยมันจะไปเข้าไปทำให้เซลล์แตกอื
00:19:39 → 00:19:41เพราะฉะนั้นจมูกจะมีการบาดเจ็บเกิดขึ้น
00:19:41 → 00:19:43ได้ถ้าเราใช้น้ำปับขาวที่ไม่ใช่น้ำเกลือ
00:19:43 → 00:19:46เข้าไปล้างนะครับกับอีกอย่างนึงคือน้ำที่
00:19:46 → 00:19:49มันไม่สะอาดปกติถ้าเราซื้อน้ำเกลือที่
00:19:49 → 00:19:51เป็นอ่าวัสดุทางการแพทย์หรือเป็นน้ำเกลือ
00:19:51 → 00:19:54ผสมเป็นเกลือซองผสมเนี่ยก็จะมีความสะอาด
00:19:54 → 00:19:56เราจะให้ผสมเกลือซองกับน้ำดื่มนะครับแต่
00:19:56 → 00:19:59ถ้าใช้น้ำประปาน้ำก๊อกก็จะมีความไม่สะอาด
00:19:59 → 00:20:02ของน้ำเนี่ยทำให้ติดเชื้อในจมูกได้หรือ
00:20:02 → 00:20:05ว่ามันก็ถ้ามีข่าวนะติดเชื้อไปถึงแบบใน
00:20:05 → 00:20:06สมองอะไรอย่างงี้ได้เพราะฉะนั้นแนะนำว่า
00:20:07 → 00:20:10เป็นน้ำที่เป็นน้ำเกลือทางการแพทย์หรือ
00:20:10 → 00:20:12บางคนถ้าไม่มีน้ำเกลือจริงๆสามารถที่จะ
00:20:12 → 00:20:16ใช้น้ำเปล่านี่แหละแล้วก็ต้มกับเกลือแกงอ
00:20:16 → 00:20:19ได้เหมือนกันแต่สัดสวนเนี่ยก็คือในอัตรา
00:20:19 → 00:20:22ส่วน 500 ซีซของน้ำเปล่าเนี่ยครับเราต้ม
00:20:22 → 00:20:25กับน้ำประมาณ 1 ช้อนชากับเกลือประมาณ 1
00:20:25 → 00:20:27ช้อนชาใช่เกลือ 1 ช้อนฉ่านะฮะแล้วก็ต้ม
00:20:27 → 00:20:30ให้สุกแล้วก็ตั้งทิ้งให้มันอุ่นเย็นแล้ว
00:20:30 → 00:20:32ก็มาล้างได้ซึ่งจริงๆแล้วถ้าไม่จำเป็นก็
00:20:32 → 00:20:35ใช้แบบที่เป็นทางการแพทย์น่าจะสะอาดมาก
00:20:35 → 00:20:37กว่าอืค่ะเรื่องของการล้างจมูกเนี่ยก็คือ
00:20:37 → 00:20:40เป็นอีกหนึ่งสาเหตุนึงแล้วกันเนาะที่อาจ
00:20:40 → 00:20:42จะทำให้จมูกเราไม่ flow ก็เลยพูดถึง
00:20:42 → 00:20:44เรื่องการจมูกกันนะคะทีนี้อยากรู้ว่าถ้า
00:20:45 → 00:20:47สมมติว่าเรามีอาการกรนอาจจะรู้ตัวหรือไม่
00:20:47 → 00:20:49รู้ตัวก็ตามแล้วเราปล่อยไปเรื่อยๆค่ะคุณ
00:20:49 → 00:20:51หมออย่างเงี้มันเอฟเฟคต่อร่างกายยังไง
00:20:51 → 00:20:54บ้างค่ะอถ้าพูดถึงการกรนเนี่ยเราก็ต้อง
00:20:54 → 00:20:56กลัวภาวะหยุดหายใจขณะหลับเนาะภาวะเนี้ย
00:20:56 → 00:20:59ต้องบอกว่าบางคนเข้าใจผิดกับภาวะไหลตายคน
00:20:59 → 00:21:01ละอย่างกันนะครับเพราะว่าไหลตายเนี่ยมัน
00:21:01 → 00:21:04คือเป็นโรคที่เราเสียชีวิตขณะหลับส่วน
00:21:04 → 00:21:06ใหญ่จะพูดถึงเขาเรียกว่าโรคบูาด้าโรค
00:21:06 → 00:21:09บูาด้าคือมีจังหวะของหัวใจที่มันเต้นผิด
00:21:09 → 00:21:12ปกติกระแสไฟฟ้าผิดปกติขณะหลับแล้วก็เสีย
00:21:12 → 00:21:14ชีวิตไปอันนั้นมักจะเป็นตามพันธุกรรมเ
00:21:14 → 00:21:17เรียกโรคไหลตายนะครับแต่ว่าถ้าเป็นภาวะ
00:21:17 → 00:21:19หยุดหายใจขณะหลับเนี่ยเป็นภาวะที่ร่างกาย
00:21:19 → 00:21:21เราเนี่ยมันไม่ปล่อยให้เราตายอยู่และมัน
00:21:21 → 00:21:23จะปกป้องให้เราฮึบกลับมาหายใจเรื่อยๆนะ
00:21:23 → 00:21:26ครับนี้ผลยังไงต่อร่างกายบ้างก็หลักๆแล้ว
00:21:26 → 00:21:29เนี่ยมีพูดถึงระยะสั้นระยะยาวแล้วกันนะ
00:21:29 → 00:21:31ครับแหในภาวะที่ร่างกายมีการหยุดหายใจ
00:21:31 → 00:21:34เป็นช่วงๆขณะหลักสิ่งที่เกิดขึ้นคือเราจะ
00:21:34 → 00:21:37เข้าสู่ระยะหลับลึกได้ไม่เพียงพอถ้าพูด
00:21:37 → 00:21:40ถึงคนทั่วไปหลับลึกประมาณ 20% -25%
00:21:40 → 00:21:42ประมาณเวลาเราหยุดหายใจเนี่ยร่างกายจะถูก
00:21:42 → 00:21:45พยายามกระตุ้นจากสมองเนี่ยให้กลับมาหายใจ
00:21:45 → 00:21:47เป็นช่วงๆเพราะฉะนั้นการหลับเนี่ยจะมีการ
00:21:47 → 00:21:50หลับลึกเนี่ยน้อยมากหรือบางทีบางคนไม่มี
00:21:50 → 00:21:51เลยถ้าเกิดหยุดหายใจอย่างหนักอ่ะนะครับ
00:21:51 → 00:21:53เพราะฉะนั้นกลางวันเี่เกิดอะไรขึ้นก็ง่วง
00:21:53 → 00:21:57เกิดอุบัติเหตุขณะขับรถขับราได้มีปัญหาใน
00:21:57 → 00:22:00การที่จะโฟกัสกับงานคือความง่วงมันซ่อน
00:22:00 → 00:22:02อยู่อ่ะเราก็จะแบบโฟกัสไม่ได้นานมีปัญหา
00:22:02 → 00:22:04หงุดหงิดนะนึกถึงคนที่ง่วงอ่ะรู้สึกมัน
00:22:04 → 00:22:07หงุดหงิดอารมณ์แปรปรวนได้ง่ายฉันไปนอนใช่
00:22:07 → 00:22:10แล้วก็มีผลต่อในเรื่องของโรคทางจิตจิตเวช
00:22:10 → 00:22:12หลายโรคอย่างเช่นโรคภาวะซึมเศร้าวิตก
00:22:12 → 00:22:14กังวลได้หลายอย่างเลยอันนี้คือผลที่เกิด
00:22:14 → 00:22:18ขึ้นระยะสั้นๆแต่ระยะยาวๆเนี่ยมันจะมีผล
00:22:18 → 00:22:20ต่อหัวใจหลอดเลือดหลักๆเลยนะครับเวลาเรา
00:22:20 → 00:22:22หยุดหายใจเนี่ยออกซิเจนในร่างกายมันเข้า
00:22:22 → 00:22:25ไปเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอร่างกายต้องฮึบ
00:22:25 → 00:22:27กลับมาหายใจเนาะแเป็นช่วงเพราะฉะนั้นร่าง
00:22:27 → 00:22:30กายต้องทำงานหนักขนาดหัวใจจะมีการเต้น
00:22:30 → 00:22:33เร็วสลับช้าสลับกันบ่อยๆเวลาที่หยุดหายใจ
00:22:33 → 00:22:36ก็ต้องฮึบขึ้นมาหัวใจก็ต้องบีบเนาะเลือด
00:22:36 → 00:22:38นะให้ไปเรียงร่างกายให้เพียงพอเพราะ
00:22:38 → 00:22:41ฉะนั้นหัวใจเต้นผิดจังหวะได้นะครับ
00:22:41 → 00:22:43ออกซิเนร่างกายตกเพราะฉะนั้นเนี่ยร่างกาย
00:22:43 → 00:22:45ต้องมีการพยายามทำให้เส้นเลือดมีการหนา
00:22:46 → 00:22:49ตัวทำงานมากขึ้นเส้นเลือดก็มีการตีบตัน
00:22:49 → 00:22:53ได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นสมองหัวใจและอื่นๆใน
00:22:53 → 00:22:56ร่างกายเนาะฮอร์โมนต่างๆทำงานรวนเวลาที่
00:22:56 → 00:23:00เราหลับไม่ดีอินซูลินทำงานไม่ดีก็เกิดเบา
00:23:00 → 00:23:03หวานได้ง่ายขึ้นภาวะหิวอิ่มปกติร่างกาย
00:23:03 → 00:23:05เวลาเราหลับดีๆจะมีการหลั่งฮอร์โมนชื่อ
00:23:05 → 00:23:08ว่าเลปตินทำให้ร่างกายเราอิ่มไม่ตื่นมาหา
00:23:08 → 00:23:10อะไรกินใช่มั้แต่ถ้าเรานอนไม่ดีเนี่ย
00:23:10 → 00:23:13ฮอร์โมนอิ่มทำงานไม่ดีเราก็จะมีความอยาก
00:23:13 → 00:23:16กินมีความอ้วนได้ง่ายกับคนทั่วไปสุดท้าย
00:23:16 → 00:23:19เลยก็คือภาวะสมองเสื่อมจากอัลไซเมอร์
00:23:19 → 00:23:22เมื่อร่างกายเราหลับปกติแล้วจะมีการ
00:23:22 → 00:23:24เคลียร์ของเสียในร่างกายขณะหลับลึกแต่ถ้า
00:23:24 → 00:23:26เกิดเราหลับได้ไม่ดีหลับไม่ลึกเพราะเรา
00:23:26 → 00:23:30กรนก็จะมีของเสียในสมองคั่งและทำให้เรา
00:23:30 → 00:23:33เป็นสมองเสื่อมได้ง่ายขึ้นคือหลายโรคเลย
00:23:33 → 00:23:36จากภาวะนี้เพราะฉะนั้นเรารู้แล้วว่าการกล
00:23:36 → 00:23:39เนี่ยไม่ใช่แค่เรื่องเสียงอย่างเดียวนะ
00:23:39 → 00:23:43สุขภาพของเราเลยค่ะออสำคัญมากๆเนตอนนี้
00:23:43 → 00:23:45จริงๆถ้ามีคนในบ้านที่กรนก็อาจจะรำคาญ
00:23:45 → 00:23:47แหละเป็นไปได้แต่ว่าหยุดรำคาญก่อนเนาะ
00:23:47 → 00:23:49เดี๋ยวต้องใส่ใจกันก่อนแล้วว่าเฮ้ยจริงๆ
00:23:49 → 00:23:51กรนเนี้ยมันเกิดจากอะไรเพราะว่ามันเกิด
00:23:51 → 00:23:54ขึ้นได้หลายสาเหตุมากๆรวมถึงถ้าปล่อยการ
00:23:54 → 00:23:57กรนไปนานๆเนี่ยมันก็ส่งผลต่อร่างกายทั้ง
00:23:57 → 00:24:01ระยะสั้นและระยะยาวโออันตรายเหมือนกันอื
00:24:01 → 00:24:03ค่ะแล้วการทำ sleep test เนี่ยคืออะไรคะ
00:24:03 → 00:24:06คุณหมอเราต้องใช้เครื่องอะไรยังไงบ้างอ่า
00:24:06 → 00:24:08sleep test เนี่ยคือการตรวจการนอนหลับ
00:24:08 → 00:24:10เราต้องการจะทราบว่าขนาดหลับเนี่ยในร่าง
00:24:10 → 00:24:12กายเรามีอะไรเกิดขึ้นมาบ้างข้อมูลที่เรา
00:24:12 → 00:24:14จะรู้เนี่ยเราจะตรวจซิปเท็จเมื่อไหร่
00:24:14 → 00:24:16อย่างี้ก่อนอ่ะ 1 ก็คือคนที่มีสงสัยการ
00:24:16 → 00:24:19หยุดหายใจขณะลับก็คือคนที่นอนกรนนี่แหละ
00:24:19 → 00:24:21นอนกรนกลางวันง่วงนะครับมีปัญหาเฮือกตื่น
00:24:21 → 00:24:24ขึ้นมากลางดึกพวกเนี้ยก็คือข้อที่ 1 ที่
00:24:24 → 00:24:26ควรมาตรวจสลิปเทสอย่างที่ 2 คือนอนละเมอ
00:24:26 → 00:24:30ผิดปกติยกตัวอย่างเช่นละเมอไปเตะต่อยคน
00:24:30 → 00:24:33อื่นละเมอพูดเนาะละเมอขยับร่างกายเยอะมี
00:24:34 → 00:24:36ความง่วงระหว่างวันที่ค่อนข้างเยอะยกตัว
00:24:36 → 00:24:38อย่างเช่นนอนก็เพียงพอแล้วทำไมกลางวันยัง
00:24:39 → 00:24:41อ่อนเพลียง่วงเยอะอยู่สมองเรามันเข้าสู่
00:24:41 → 00:24:44การหลับลึกไม่ดีหรือเปล่าอะไรอย่างี้เนาะ
00:24:44 → 00:24:47อื่นๆเช่นปัญหาขากระตุกขณะหลับบ่อยปัญหา
00:24:47 → 00:24:50กัดฟันบ่อยๆขณะหลับพวกเนี้ยก็คือต้องการ
00:24:50 → 00:24:52รู้ว่าพฤติกรรมในการนอนที่เกิดขึ้นเนี่ย
00:24:52 → 00:24:55มันมีกลไกจากสาเหตุอะไรก็จะตรวจการนอน
00:24:55 → 00:24:57หลับนะครับการตรวจการนอนหลับเนี่ยทำยังไง
00:24:57 → 00:25:00บ้างก็จะเป็นการตรวจ 1 คืนบางคนก็อาจจะ
00:25:00 → 00:25:02ตรวจ 2 คืนแล้วแต่นะครับมีอุปกรณ์ติดใน
00:25:02 → 00:25:05ร่างกายทั่วเลยเนาะปัจจุบันการตรวจมีทั้ง
00:25:05 → 00:25:07แบบทำที่บ้านทำที่โรงพยาบาลก็ได้อุปกรณ์
00:25:07 → 00:25:11กรติดมีหลากหลายแบบแบบเต็มแบบย่อแบบย่อก็
00:25:11 → 00:25:13จะรู้ข้อมูลที่ลดลงมาแล้วแต่ว่าเราจะ
00:25:13 → 00:25:17โฟกัสเรื่องไหนเราก็จะทราบว่าเรามีการผิด
00:25:17 → 00:25:20ปกติในระหว่างการหลับมเนาะถ้าพูดถึงภาวะ
00:25:20 → 00:25:22หยุดหายใจเราจะทราบค่าหนึจากการตรวจการ
00:25:22 → 00:25:25นอนหลับได้ดัชนีการหยุดหายใจขณะหลับซึ่ง
00:25:25 → 00:25:27จะบ่งบอกว่าชั่วโมงนึงหยุดหายใจเนี่ยกี่
00:25:27 → 00:25:30ครั้งถ้าเกิดมีค่าเออกมาเนี่ยอยู่ในค่า
00:25:30 → 00:25:33ที่ไม่เกิน 5 ครั้งต่อชั่วโมงเราคือคน
00:25:33 → 00:25:35ปกติแต่ถ้ามันมีค่าที่หยุดหายใจมากกว่า 5
00:25:35 → 00:25:37ครั้งต่อชั่วโมงอันนี้คือค่าที่ผิดปกติก็
00:25:37 → 00:25:39แยกกันไปว่าเป็นมากน้อยแค่ไหนถ้าเป็น
00:25:39 → 00:25:42ระหว่าง 5-15 เล็กเป็นอันดับที่น้อยอยู่
00:25:42 → 00:25:4515-30 ระดับปานกลางถ้า 30 อัพขึ้นไปแปล
00:25:45 → 00:25:48ว่ารุนแรงและเป็นหนักและถามว่าแยกเหล่า
00:25:48 → 00:25:50นี้เพราะอะไรแยกเพราะว่าเราจะได้รู้ว่าคน
00:25:50 → 00:25:53ที่มีระดับความหยุดหายใจที่มันมากน้อยแค่
00:25:53 → 00:25:56ไหนเนี่ยมันมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมาก
00:25:56 → 00:25:58น้อยแค่ไหนถ้าเกิดคนที่เป็นน้อยๆเนี่ยเรา
00:25:58 → 00:26:02อาจจะพอมีช้อยส์ในการรักษาอื่นๆเช่นนอน
00:26:02 → 00:26:05ตะแคงนะครับปรับพฤติกรรมนะครับนอนให้พอ
00:26:05 → 00:26:07อะไรอย่างงี้เนาะแล้วก็ลดน้ำหนักอะไร
00:26:07 → 00:26:09อย่างเงี้ยนะครับแต่ถ้าเป็นระดับที่ค่อน
00:26:09 → 00:26:11ข้างปานกลางขึ้นไปและหยุดหายใจ 15 ครั้ง
00:26:11 → 00:26:14ขึ้นไปแบบเนี้ยควรต้องมีการรักษาที่เร่ง
00:26:14 → 00:26:16ด่วนและเพราะมีผลต่อร่างกายเยอะอย่างพวก
00:26:16 → 00:26:18โรคหัวใจหลอดเลือดอย่างที่กล่าวไปตอนแรก
00:26:18 → 00:26:21อ่ะครับการไปทำ sleep test คือ 1 คืนถึง
00:26:21 → 00:26:242 คืนอ่าแล้วแต่ว่าถ้าเป็นการตรวจการนอน
00:26:24 → 00:26:26หลับแบบที่โรงพยาบาลเนี่ยก็ส่วนมากก็ 1
00:26:26 → 00:26:29คืนแต่ที่บ้านเนี่ยเราอาจจะแล้วแต่ว่า
00:26:29 → 00:26:31อุปกรณ์แบบยอเนี่ยเราอาจจะตรวจได้มากกว่า
00:26:31 → 00:26:341 คืนอาจจะมีคำถามสงสัยค่ะว่าแล้วถ้า
00:26:34 → 00:26:36สมมุติคืนที่เราไปตรวจที่โรงพยาบาลสมมติ
00:26:36 → 00:26:39ไปคืนคืนเดียวจะเป็นคืนที่เรานอนปกติก็
00:26:39 → 00:26:41ไม่เจอผลอะไรอย่างี้เคยเคยเกิดขึ้นมั้คะ
00:26:41 → 00:26:44คุณหมอจริงๆแล้วเนี่ยมันจะไม่ค่อยต่างกับ
00:26:44 → 00:26:46คืนต่างอื่นๆเท่าไหร่นะครับเพราะว่าการ
00:26:46 → 00:26:48นอนคนเรามันก็จะมีความใกล้เคียงกันแต่ละ
00:26:48 → 00:26:50คืนแต่มันอาจจะมีความแตกต่างแต่ละคืนได้เ
00:26:50 → 00:26:52เรียก night to night variation ก็คือ
00:26:52 → 00:26:55อาจจะมีการลดลงของการหยุดหายใจบางคืน
00:26:55 → 00:26:59เนี่ยเรานอนดีก็อาจจะไม่ได้กลนมากบางคืน
00:26:59 → 00:27:01เราเหนื่อยเยอะอาจจะกลบ
00:27:01 → 00:27:04ได้ไม่ต่างกันแต่ถ้าคะแนนค่อนข้างหยุดหาย
00:27:04 → 00:27:06ใจค่อนข้างเยอะอ่ะมันก็มักจะแปลว่าเราน่า
00:27:06 → 00:27:09จะเป็นค่อนข้างเยอะบวกลบกันไม่เกิน 5 ไม่
00:27:09 → 00:27:12ถึง 10 ประมาณนี้ก็มีความแตกต่างกันได้
00:27:12 → 00:27:14ปกติแล้วเนี่ยตรวจการนอนเนี่ยก็จะเ่อให้
00:27:14 → 00:27:17ตรวจพยายามให้คนไข้นอนเองก่อนแต่ถ้าเกิด
00:27:17 → 00:27:20ว่าไม่หลับจริงๆก็จะมียาให้รับประทานแล้ว
00:27:20 → 00:27:22ก็ให้คนไข้หลับได้ค่ะแล้วสมมุติพอ
00:27:22 → 00:27:25วินิจฉัยแล้วว่าเฮ้ยเรามีภาวะหยุดหายใจ
00:27:25 → 00:27:28ขณะหลับที่รุนแรงเราต้องทำยังไงต่อคะอถ้า
00:27:28 → 00:27:30เป็นระดับรุนแรงเนี่ยปกติหมอจะประเมินการ
00:27:30 → 00:27:33ดูโครงสร้างภายในช่องคอยและจมูกด้วยนะ
00:27:33 → 00:27:36ครับยกตัวอย่างเช่นถ้าเกิดว่าโอเคคนไข้มี
00:27:36 → 00:27:38ภาวะหยุดหายใจที่ค่อนข้างเยอะหยุดหายใจ
00:27:39 → 00:27:41ระดับที่จาก 30-40 ครั้งขึ้นไปเลยแล้วก็
00:27:41 → 00:27:44เป็นน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างเยอะด้วยนะครับ
00:27:44 → 00:27:46ในภาวะเนี้ยการรักษาหลักจะเป็นการใช้
00:27:46 → 00:27:47เครื่องเรียกว่าเครื่อง Cpap เครื่อง Cpap
00:27:47 → 00:27:49ก็คือเรียกว่าเครื่องอัดอากาศนะฮะเครื่อง
00:27:49 → 00:27:51อัดอากาศเนี่ยจะเป็นเครื่องที่มีหน้าที่
00:27:51 → 00:27:54ในการที่จะเปิดเอาลมไปเป็นแรงดันลมอ่ะ
00:27:54 → 00:27:57ครับเข้าไปเปิดทางในคอให้ช่องคอมันมีการ
00:27:57 → 00:27:59โล่งเวลาที่เราใช้เครื่องเนี้ยเราจะหลับ
00:27:59 → 00:28:02โดยที่ไม่มีเสียงกรนเพราะว่าลมมันจะไป
00:28:02 → 00:28:04เปิดทางในคอให้เราเราก็จะหลับโดยที่เป็น
00:28:04 → 00:28:06การหายใจของเราเองเนี่ยราบรื่นไม่มีการ
00:28:06 → 00:28:09หยุดหายใจหรือหยุดหายใจไม่เกินชั่วโมงละ 5
00:28:09 → 00:28:12ครั้งอันนี้ก็เป็นค่าปกตินะครับถ้าคะแนน
00:28:12 → 00:28:14ค่อนข้างเยอะจะเลือกไปในทางของการใช้
00:28:14 → 00:28:16เครื่องอัดอากาศเพราะว่ามันเกิดการติดบ
00:28:17 → 00:28:18แคบค่อนข้างหนักถ้าติดแคบหนักเหมือนถนน
00:28:18 → 00:28:21เหมือนถนนเนี่ยมันมีการแคบทั้งถนนเนี่ย
00:28:21 → 00:28:23เราต้องเอาลมตำรวจไปเปิดทางให้หมดเลยจะ
00:28:23 → 00:28:26ได้เป็นทางที่โล่ใช่มแต่ถ้าตัวเลขออกมา
00:28:26 → 00:28:29ค่อนข้างน้อยหยุดหายใจออกมาไม่ถึง 10
00:28:29 → 00:28:31ครั้งนะ 10 กว่าครั้งพวกนี้หมอก็จะดูโครง
00:28:31 → 00:28:33สร้างแล้วว่ามันเกิดจากการติดแคบบางจุด
00:28:33 → 00:28:37ที่ไหนยกตัวอย่างเช่นบางคนเนี่ยอ่าผอมนะ
00:28:37 → 00:28:40น้ำหนักน้อยแล้วมีปัญหาจมูกตันอย่างเดียว
00:28:40 → 00:28:43เลยนะคออะไรนี่คือโล่งหมดเลยต่อพอซินไม่
00:28:43 → 00:28:46โตคอโล่งหมดการรักษาแค่จมูกให้โล่งทำให้
00:28:46 → 00:28:49หายคนได้หรือบางทีจมูกโล่งแต่ว่ามีเพดาน
00:28:49 → 00:28:52ที่หย่อนลิ้นไก่ที่ยาวการผ่าตัดบางจุดแค่
00:28:52 → 00:28:54ผ่าตัดให้ลิ้นไก่สั้นลงหรือเลเซอร์
00:28:54 → 00:28:57ตำแหน่งของเพดานให้มันกระชับขึ้นก็ทำให้
00:28:57 → 00:29:00อาการกลมันหายได้เพราะฉะนั้นคิดสวนทางกัน
00:29:00 → 00:29:03นิดนึงว่าการผ่าตัดจะเวิร์คกับคนที่เป็น
00:29:03 → 00:29:05ไม่เยอะหรือคนที่ที่มีการติดแคบแค่บางจุด
00:29:05 → 00:29:08แต่ถ้าเป็นการติดแคบทั้งบริเวณน้ำหนัก
00:29:08 → 00:29:11เยอะมันแคบหมดเลยน้ำหนักเยอะมีปัญหาอายุ
00:29:11 → 00:29:14เยอะพวกนี้เป็นแคบการหย่อนทั้งบริเวณเรา
00:29:14 → 00:29:17ก็ต้องเอาเครื่อง Cpap เนี่ยเอาลมไปผลัก
00:29:17 → 00:29:19เปิดทางให้เพราะฉะนั้น Cpap จะเป็นตัว
00:29:19 → 00:29:21เลือกหลักในคนที่เป็นค่อนข้างหนักแต่ถ้า
00:29:21 → 00:29:23เป็นไม่เยอะก็จะมีช้อยส์ในการรักษามาก
00:29:23 → 00:29:26ขึ้นอาจจะใช้ CAPAP ก็ได้เลเซอร์ผ่าตัดใน
00:29:26 → 00:29:29ช่องคอหรือจมูกก็ได้ก็จะเป็นช้อยส์ที่มาก
00:29:29 → 00:29:32ขึ้นค่ะนะครับอายุมากขึ้นน่ะทำให้เรานอน
00:29:32 → 00:29:35กรนได้เพราะว่ากล้ามเนื้อมันหย่อนยากมัน
00:29:35 → 00:29:38มันเกิดทุกคนแน่ๆเลยมั้ยคะทุกคนแน่ๆทุกคน
00:29:38 → 00:29:41จะนอนกรนเมื่ออายุมากขึ้นอใช่ฮะแล้วแล้ว
00:29:41 → 00:29:43ทุกคนต้องใช้มั้คะจริงๆมันก็มีความแตก
00:29:43 → 00:29:46ต่างกันแต่ละคนเนาะคือแต่ละคนปัจจัย
00:29:46 → 00:29:48พันธุกรรมมันก็แตกต่างบางคนอายุมากๆ 70-
00:29:48 → 00:29:5280 ก็ไม่กรนแต่บางคนก็อาจจะมีความหย่อน
00:29:52 → 00:29:54ยานมากกว่าอันนี้น่าจะเป็นแล้วแต่บุคคล
00:29:54 → 00:29:58โดยเฉพาะคนที่อายุมากแล้วมีไขมันเยอะน้ำ
00:29:58 → 00:30:00หนักเยอะเนี่ยก็จะมีความหย่อนที่มากกว่า
00:30:00 → 00:30:04คนอื่นเขานะคะแล้วเราจะดูแลตัวเองได้มั้
00:30:04 → 00:30:06วันนี้เพื่อที่แบบเออเราไม่อยากเป็นคน
00:30:06 → 00:30:09นั้นที่นอนมากจนหายใจต้องหยุดหายใจเยอะๆ
00:30:09 → 00:30:11อย่างเงี้ค่ะต้องดูแลตัวเองให้น้ำหนักไม่
00:30:11 → 00:30:14เยอะแล้วก็จริงๆก็จะมีการบริหารโครงสร้าง
00:30:14 → 00:30:16ในช่องคอช่องปากเขาเรียก Myctional
00:30:16 → 00:30:19Therapy for OSA เป็นการออกกำลังกาย
00:30:19 → 00:30:22อ่ะครับโครงสร้างลิ้นโครงสร้างภายในคอ
00:30:22 → 00:30:24เนี่ยให้มันมีการตึงปัจจุบันก็มีรีเสิร์ช
00:30:24 → 00:30:27ใหม่ๆที่บอกว่าโอเคมันช่วยในการที่จะลด
00:30:27 → 00:30:30การกรนระดับน้อยๆหรือป้องกันไม่ให้เกิด
00:30:30 → 00:30:34การกรนได้ถามยังไงคะจะดูมีใน YouTube นะ
00:30:34 → 00:30:36มันมีเป็นกระบวนการหลายอย่างเลยเช่นเอา
00:30:37 → 00:30:39ลิ้นเนี่ยไปชิดที่กระพุ้งแก้มซ้ายขวาไป
00:30:40 → 00:30:41ดันที่เพดานอะไรอย่างเงี้ยครับแล้วก็แลบ
00:30:41 → 00:30:44ลิ้นหรือมีการทำท่าทางในการเป่าอะไรเงี้ย
00:30:44 → 00:30:47ก็จะเป็นการบริหารทั้งกระพุงแก้มคอเพดาน
00:30:47 → 00:30:49อะไรต่างๆให้มันไม่หย่อนเยอะอะไรอย่าง
00:30:49 → 00:30:51เงี้ยนะครับที่เราคุยกันมาทั้งหมดเนาะ
00:30:51 → 00:30:54อายุมากขึ้นน่ะมันก็มีผลต่อเรื่องของระบบ
00:30:54 → 00:30:57การหายใจการนอนของเราอยู่แล้วค่ะทีนี้
00:30:57 → 00:31:00แพนด้าอยากรู้ว่าแล้วคุณหมอเคยเจอเคสไหน
00:31:00 → 00:31:02ที่เป็นเคสที่อายุน้อยที่สุดเลยมั้ยคะก็
00:31:02 → 00:31:05ประมาณ 2-3 ขวบจริงๆก็หยุดหายใจได้แล้วนะ
00:31:05 → 00:31:07ครับในเด็กเนี่ยครับก็เกิดภาวะหยุดหายใจ
00:31:07 → 00:31:09ขณะหลับได้ซึ่งสาเหตุในการเกิดไม่เหมือน
00:31:09 → 00:31:12กับผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เราก็จะเป็นจากน้ำหนัก
00:31:12 → 00:31:14ตัวอายุหรือว่าโครงสร้างนะครับแต่เด็ก
00:31:14 → 00:31:17เนี่ยจะเป็นจากสาเหตุหลักๆคือโครงสร้างก็
00:31:17 → 00:31:20คือเขาจะมีต่อม 2 ต่อมที่ก่อปัญหาชื่อ
00:31:20 → 00:31:22ต่อมทอนซินและต่อมอดีนอยนะฮะต่อมทอนซิน
00:31:22 → 00:31:25เนี่ยจะเป็นลูกมะนาวอยู่ในคอขนาดใหญ่นะ
00:31:25 → 00:31:28อ้าปากก็เห็นเป็นก้อนอยู่ในคอนะอันเนี้ย
00:31:28 → 00:31:31เวลาที่เขาโตในช่วง 10 ขวบปีแรกเนี่ยเขา
00:31:31 → 00:31:33จะมีต่อมที่ค่อนข้างใหญ่ได้กับอีกต่อมนึง
00:31:33 → 00:31:35ที่ต่อมอดีนอยต่อมอดีนอยจะเป็นต่อมที่
00:31:35 → 00:31:38อยู่หลังจมูกนะครับเวลาที่เด็กเขาหายใจ
00:31:38 → 00:31:40เนี่ยลมมันก็จะถูกขัดจังหวะด้วยต่อม 2
00:31:40 → 00:31:43ต่อมนี้ปกติแล้วการรักษาก็จะเริ่มต้นจาก
00:31:43 → 00:31:45ว่าโอเคเราประเมินก่อนว่าเา้ามีความ
00:31:45 → 00:31:48เสี่ยงหยุดหายใจหรือเปล่าเช่นกากการตื่น
00:31:48 → 00:31:51บ่อยๆกลางดึกเนามีปัสสาวราฎนะครับหรือว่า
00:31:52 → 00:31:54เด็กที่นอนกลเสียงดังพวกเนี้ยเขาจะมี
00:31:54 → 00:31:57ปัญหาที่เกิดในช่วงกลางวันคือเขาจะสมาธิ
00:31:57 → 00:32:00สั้นได้นะเด็กจะเป็นเด็กที่เกเรเป็นเด็ก
00:32:00 → 00:32:02ที่อยู่ไม่นิ่งเหมือนกับผู้ใหญ่เราง่วง
00:32:02 → 00:32:04อ่ะแต่เด็กเขาจะเป็นความง่วงที่ออกมาใน
00:32:04 → 00:32:08รูปแบบซนนะครับซนแล้วก็ปีนป่ายสมาธิสั้น
00:32:08 → 00:32:11พอมีภาวะนี้แล้วเนี่ยสิ่งที่เกิดขึ้นคือ
00:32:11 → 00:32:13โรสฮอร์โมนมันจะหลั่งไม่ดีเพราะว่าตอน
00:32:13 → 00:32:16หลับลึกก็จะมีการหลั่งโกสฮอร์โมนให้เด็ก
00:32:16 → 00:32:18เขาเติบโตพัฒนาการดีนะครับเด็กพวกเนี้ยเ
00:32:18 → 00:32:21บางทีเขาจะโตไม่ทันเพื่อนเขาจะมีปัญหา
00:32:21 → 00:32:24พัฒนาการเพราะฉะนั้นเนี่ยก็ต้องสงสัยภาวะ
00:32:24 → 00:32:26นี้และเวลาที่เราประเมินดูก็ดูว่ามันมี
00:32:26 → 00:32:29สาเหตุของต่อม 2 ต่อมนี้ที่โตมยอาจจะ
00:32:29 → 00:32:32ทำลิปเทสก็ได้เพื่อดูว่ามีการหยุดหายใจ
00:32:32 → 00:32:35หรือเปล่านะครับปกติหมอก็จะดูว่าโอเคถ้า
00:32:35 → 00:32:38มีการใหญ่ของ 2 2 ต่อมนี้ก็จะเป็นการให้
00:32:38 → 00:32:41ยาก่อนเป็นการล้างจมูกพ่นยาพ่นจมูกให้
00:32:41 → 00:32:43ต่อมมันยุบหรือเป็นการกินยานะครับถ้ามัน
00:32:43 → 00:32:47ยุบลงก็ดีแต่ถ้าไม่ยุบก็ควรจะผ่าตัดต่อม 2
00:32:47 → 00:32:50ต่อมนี้ออกแล้วน้องก็จะหายกรนพ้นจากภาวะ
00:32:50 → 00:32:53หยุดหายใจพัฒนาการก็จะกลับมาจะเห็นได้ว่า
00:32:53 → 00:32:55พอรักษาไปแล้วเนี่ยเด็กเขาจะกลับมาเป็น
00:32:55 → 00:32:57เด็กที่ซนน้อยลงจะเรียนเก่งขึ้นหลังจาก
00:32:58 → 00:33:00ที่แก้ไขภาวะนี้ไปแล้วโอ้เป็นเรื่องที่
00:33:00 → 00:33:07น่าใส่ใจมากใช่ครับ
00:33:07 → 00:33:11บางครั้งคิดว่าออก็ลูกเล่นซนมาก็นอนกรน
00:33:11 → 00:33:13เป็นเรื่องปกติแต่จริงๆอาจจะไม่ได้ปกติ
00:33:13 → 00:33:15ใช่ครับคือเราจะมองว่าการกลคือการที่แบบ
00:33:15 → 00:33:17เอ้ยหลับดีนอนหลับอะไรอย่างเงี้ยซึ่งเป็น
00:33:17 → 00:33:20ความคิดที่ไม่ถูกต้องแล้วก็ต้องปรับ
00:33:20 → 00:33:22เปลี่ยนความคิดอจริงๆแพนด้าเคยได้ยินมา
00:33:22 → 00:33:25ด้วยซ้ำนะว่าแบบการนอนกรนเด็กกรนเป็นเด็ก
00:33:25 → 00:33:27ก้าวร้าวเออมันมันเกี่ยวข้องกันใช่ก็คือ
00:33:27 → 00:33:30ทั้งอารมณ์มูดเนาะเขาก็จะสวิงได้ง่าย
00:33:30 → 00:33:32เพราะเมีการหลับที่มันเป็นคุณภาพไม่ดีอ่ะ
00:33:32 → 00:33:35ค่ะเหลับลึกไม่ดีการหลั่งของฮอร์โมนเติบ
00:33:35 → 00:33:37โตมันก็ไม่ดีเพราะฉะนั้นเนี่ยอารมณ์เขาก็
00:33:37 → 00:33:40ไม่อยู่กับที่นะครับแล้วก็พฤติกรรมของ
00:33:40 → 00:33:42ความซนหรือสมาธิสั้นก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย
00:33:42 → 00:33:45อือจริงๆแล้วเนาะบางครั้งเรามองแค่เรื่อง
00:33:45 → 00:33:47นิสัยไม่ได้มันอาจจะมาจากปัญหาสุขภาพก็
00:33:48 → 00:33:52ได้มีปัญหาทางกายอก็ต้องแก้ร่วมกันไปค่ะ
00:33:52 → 00:33:54คำถามสุดท้ายค่ะคุณหมอที่เราคุยกันมาทั้ง
00:33:54 → 00:33:56หมดเนาะอ่าช่วงเวลาที่เรานอนหลับอ่ะมัน
00:33:57 → 00:33:59เป็นช่วงเวลาที่เราอาจจะเรียกว่าไม่มีสติ
00:33:59 → 00:34:01แล้วกันอ่ะมันมีสติปติได้ยากเพราะว่าเรา
00:34:01 → 00:34:04หลับเราไม่รู้ตัวหลายๆคนก็อาจจะมีภาวะของ
00:34:04 → 00:34:08การกลัวการนอนหลับเพราะว่ากลัวที่จะหลับ
00:34:08 → 00:34:12แล้วหยุดหายใจแล้วตายไปเลยเออคุณหมอมีคำ
00:34:12 → 00:34:14แนะนำยังไงบ้างในการที่เราจะวางใจยังไงดี
00:34:15 → 00:34:17ก่อนนอนเพื่อให้เราเนี่ยนอนได้ดีขึ้นเรา
00:34:17 → 00:34:19กลัวจากอะไรเราต้องเราต้องแยกแยะความคิด
00:34:19 → 00:34:21เรานะว่าเรากลัวเพราะอะไรความกลัวนั้น
00:34:21 → 00:34:23เกิดจากสาเหตุอะไรนะครับถ้าเรากลัวเพราะ
00:34:23 → 00:34:26เรามีอาการผิดปกติเช่นเรากรนเราสงสัยการ
00:34:26 → 00:34:29หยุดหายใจเราก็ควรจะมาหาหมอเพื่อแก้ปัญหา
00:34:29 → 00:34:32ตรงนั้นไม่ใช่ว่ากลัวต่อไปเพราะการนอน
00:34:32 → 00:34:34เนี่ยมันต้องเกิดจากความผ่อนคลายของจิตใจ
00:34:35 → 00:34:37เนาะต้องมีการรีกเนาะความพยายามใช้กับทุก
00:34:37 → 00:34:40อย่างได้ยกเว้นแต่การนอนถูกมยอ่าเรา
00:34:40 → 00:34:42พยายามกับเรื่องนั้นเรื่องนี้เรื่องเรียน
00:34:42 → 00:34:44เรื่องทำงานดีหมดยกเว้นแต่เรื่องการนอน
00:34:44 → 00:34:47เนาะเพราะฉะนั้นมีอะไรให้กังวลใจเราต้อง
00:34:47 → 00:34:50แก้ปัญหาอาจจะมานั่งเขียนก่อนนอนเลยว่า
00:34:50 → 00:34:52เรากังวลเรื่องอะไรอยู่แยกแยะเป็นเรื่อง
00:34:52 → 00:34:55ที่แก้ได้แก้ไม่ได้นะครับเรื่องที่แก้ได้
00:34:55 → 00:34:57เช่นเรากังวลเรื่องสุขภาพเราอ้าวไปหาหมอ
00:34:57 → 00:35:00สิไปเจอแพทย์ไปอะไรปรึกษาให้เรียบร้อย
00:35:00 → 00:35:02อะไรที่แก้ไม่ได้เช่นเรากังวลเรื่องโอเค
00:35:02 → 00:35:05เหตุบ้านการเมืองต่างๆดาราเป็นอะไรอัน
00:35:05 → 00:35:07นั้นเราแก้ไม่ได้อยู่นอกเหนือแต่สิ่งที่
00:35:07 → 00:35:10เราจะควบคุมได้เราก็ต้องปล่อยเพราะฉะนั้น
00:35:10 → 00:35:12เนี่ยพยายามแยกแยะความคิดเราในช่วงก่อน
00:35:13 → 00:35:17นอนแล้วก็หาสาเหตุเพื่อจะแก้ไขถึงจะนอน
00:35:17 → 00:35:20ได้อย่างมีคุณภาพอืค่ะแล้วอย่างการทำ
00:35:20 → 00:35:23สมาธิหรือว่าการมีโฟกัสก็ได้ค่ะอยู่กับลม
00:35:23 → 00:35:25หายใจก่อนนอนหายใจเข้าหายใจออกอย่างมี
00:35:25 → 00:35:28สติเนี่ยมันจะช่วยทำให้ลมมันflowวขึ้นได้
00:35:28 → 00:35:28มั้
00:35:28 → 00:35:31แน่นอนเพราะวางทำให้เราไม่คิดถึงเรื่อง
00:35:31 → 00:35:34อื่นเวลาทำสมาธิหรือนอนไม่หลับเนี่ยนะ
00:35:34 → 00:35:37ครับเรานอนไม่หลับเราพยายามกำหนดลมหายใจ
00:35:37 → 00:35:39เข้าออกลึกๆนะครับเราอาจจะโฟกัสแค่เรื่อง
00:35:39 → 00:35:41ปลายจมูกเราก็ได้นะว่าให้โฟกัสเรื่อง
00:35:41 → 00:35:43เดียวนะครับทำให้เราเนี่ยไม่คิดเรื่อง
00:35:43 → 00:35:47อื่นก็จะหลับได้ดีขึ้นอืโอวันนี้ได้ความ
00:35:47 → 00:35:50รู้แล้วก็ความเข้าใจเรื่องหูคอจมูกแล้วก็
00:35:50 → 00:35:52เรื่องการนอนหลับเนาะเทุกช่องทุกรูนะใช่ๆ
00:35:52 → 00:35:55เดูจริงๆคีย์เวิร์ดของมันคือโดยความเป็น
00:35:55 → 00:35:57ปกติแล้วมันควรจะ flow มันควรจะไม่มีอะไร
00:35:57 → 00:36:00ไปขวางไปกั้นเหมือนถนนที่มันถูกบล็อกไว้
00:36:00 → 00:36:02นะครับเราก็ต้องไปแก้ไขอเพราะฉะนั้น
00:36:02 → 00:36:05สาเหตุของการกรนของแต่ละคนปัญหาสุขภาพของ
00:36:05 → 00:36:07แต่ละคนจริงๆก็ต้องมาดูเป็นรายบุคคลไปอีก
00:36:07 → 00:36:09ว่าแล้วอะไรที่ทำให้ถนนเส้นนั้นของคุณ
00:36:09 → 00:36:12เนี่ยไม่ flow อ่ะก็มาแก้ไขกันไปนะคะรวม
00:36:12 → 00:36:15ถึงนว่าเราได้เทคนิคเล็กๆน้อยๆที่เราจะไป
00:36:15 → 00:36:17ทำกันได้ทุกวันเรื่องของการดูแลจมูกของ
00:36:17 → 00:36:19เราด้วยเนาะเพราะว่าอุ๊ยสำคัญมากๆเลยอยู่
00:36:19 → 00:36:22หายใจก็ไม่ได้อ่าก็ต้องดูแลกันไปค่ะวัน
00:36:22 → 00:36:24นี้ก็ต้องขอขอบคุณคุณหมอมากๆเลยนะคะที่มา
00:36:24 → 00:36:27ให้ความรู้นะคะแล้วก็เดี๋ยวเราจะมี EP
00:36:27 → 00:36:30หน้าครับขอสปอยไว้นิดนึงว่า EP หน้าเนี่ย
00:36:30 → 00:36:33อเกี่ยวกับความเชื่อด้วยเรื่องผีอำด้วย
00:36:33 → 00:36:35อะไรด้วยนะคะอ่ะหลายๆท่านน่าจะอยากดูนะ
00:36:35 → 00:36:38เดี๋ยวติดตามนะคะฝากติดตามช่องเกลาเอาไว้
00:36:38 → 00:36:40ก่อนนะคะเดี๋ยวเรามาดู EP หน้ากันแล้ววัน
00:36:40 → 00:36:43นี้ค่ะทางเกลาก็มีกระเป๋าผ้ามอบให้คุณหมอ
00:36:43 → 00:36:47นะคะนี่กระเป๋าผ้าเก่าค่ะสามารถใส่ได้โฟล
00:36:48 → 00:36:50ค่ะตอนนี้อันนี้ใส่ได้ไม่ต้องไม่ต้องกลัว
00:36:50 → 00:36:54อุตันนะคะใส่ได้เยอะแน่นอนค่ะอันนี้มอบ
00:36:54 → 00:36:57ให้คุณหมอเลยนะคะแล้วก็ค่ะถ้าใครที่อยาก
00:36:57 → 00:36:59ได้กระเป๋าผ้าแบบนี้นะคะสามารถสั่งซื้อ
00:36:59 → 00:37:01ได้ที่ใต้ description นี้เลยนะคะทางเกลา
00:37:01 → 00:37:03ยังมีเสื้อเกลาสวยๆแบบนี้นะคะแล้วก็มี
00:37:03 → 00:37:05หมวกด้วยนะคะสามารถอุดหนุนได้นะแล้วก็ถ้า
00:37:05 → 00:37:07ใครอยากติดตามคุณหมอนะคะก็สามารถติดตาม
00:37:07 → 00:37:10ได้ที่ช่องทางไหนคะคุณหมอก็ติดตามด้วยทาง
00:37:10 → 00:37:12เพจหมมหูคอจมูกและการนอนหลับก็มีทั้ง
00:37:12 → 00:37:15Facebook แล้วก็ TikTok ครับค่ะติดตาม
00:37:15 → 00:37:17คุณหมอแล้วก็ติดตามเกล่าด้วยนะคะเดี๋เจอ
00:37:17 → 00:37:20กันใหม่ EP หน้านะคะทั้งคุณหมอแล้วก็ทุก
00:37:20 → 00:37:21คนเลยค่ะสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะคุณหมอ
00:37:21 → 00:37:25สวัสดีครับขอบคุณเอ
00:37:25 → 00:37:44[เพลง]