- คำถาม:
- แอสตาแซนธินมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับวิตามินอื่น?
- คำตอบ:
- แอสตาแซนธินมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงมาก โดยบางการวิจัยระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซีถึง 65 เท่า และสูงกว่าวิตามินอีถึง 12 เท่า จึงถือเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังที่สุดในธรรมชาติ ช่วยลดรอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำ และเพิ่มความชุ่มชื้นของผิว รวมถึงบำรุงสมอง สายตา ภูมิคุ้มกัน และระบบหัวใจหลอดเลือด
5 สุดยอดวิตามินบำรุงผิว ตอนที่ 2 by หมอแอมป์ [Dr. Amp Guide👨⚕️ & Dr.Amp Podcast]
จากช่อง:DrAmp Team
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:19:57ก็มีการวิจัยไปเจอว่าเจ้าตัวนี้มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ
00:20:03หรือสิ่งที่เรียกว่า Antioxidant ได้สูงมากๆ
00:20:07บางการวิจัยเขาบอกไว้ว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซี
00:20:11ถึง 65 เท่า
00:20:12แต่ตัวเลขก็จะไม่เท่ากัน ต้องไปอ่านหลายอันหน่อย
00:20:15หรือมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
00:20:18มากกว่าวิตามินอี ถึง 12 เท่า
00:20:21เลยไม่น่าแปลกใจนะครับว่า
00:20:23ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นครีม วิตามิน ยาสีฟัน
00:20:27มีการพูดถึงหรือใส่แอสตาแซนธินเข้าไปเยอะทีเดียว
00:20:32มีการวิจัยในวารสารการแพทย์
00:20:35The Journal of the Polish Biochemical Society ABP
00:20:39ของโปแลนด์ ในปี 2012 ว่า
00:20:42การใช้แอสตาแซนธินแบบทาผิว
00:20:45ร่วมกับการรับประทานแอสตาแซนธินแบบเม็ดเข้าไปด้วย
00:20:48มีส่วนช่วยในการลดรอยเหี่ยวย่น ลดรอยตีนกา
00:20:52ลดจุดด่างดำของผิวพรรณ
00:20:54และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของการบำรุงผิว
00:20:58อันนี้ก็มีงานวิจัยมาบอกไว้
00:20:59เพราะฉะนั้นแล้วประสิทธิภาพของแอสตาแซนธินเนี่ย
00:21:03ก็เลยเด่นในเรื่องของการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ
00:21:07มีส่วนช่วยอื่นอีกนะครับในการบำรุงร่างกาย
00:21:11เพราะว่าเมื่อไหร่ที่เรามีของมีประสิทธิภาพ
00:21:14เข้าไปต่อต้านสารอนุมูลอิสะเนี่ย
00:21:16ร่างกายอวัยวะอื่นเขาก็กำลังเจอปัญหาเหมือนกัน
00:21:19เวลาเจ้าตัวนี้มีประสิทธิภาพเยอะๆ นะครับ
00:21:22ก็สามารถเข้าไปบำรุงสมอง บำรุงความจำ
00:21:27บำรุงสายตา จากการใช้งานหนัก
00:21:29แอสตาแซนธินบำรุงจอประสาทตาได้ดี
00:21:32บำรุงภูมิต้านทานของร่างกาย
00:21:35เพิ่ม NK Cell Activity
00:21:38มีการวิจัยไว้ว่าเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกาย
00:21:41ในการออกกำลังกายที่ต้องใช้ความอดทน หรือความอึด
00:21:44หรือที่เรียกว่า Endurance นั่นเอง
00:21:47การวิจัยต่อมาครับ เขาวิจัยว่า ในเซลล์มนุษย์ 1 เซลล์เนี่ย
00:21:51สร้าง ROS Reactive Oxygen Species หรือว่าตัวศัตรูนี่แหละ
00:21:56ใน 1 เซลล์มนุษย์ สร้าง ROS ได้ถึง 20 ล้านล้าน ROS ต่อวัน
00:22:03พอเวลาเรามีสารพวกนี้เยอะเนี่ย
00:22:05ร่างกายก็ต้องสร้างสารต่อต้านขึ้นมาโดยธรรมชาติ
00:22:09นั่นก็คือที่มาของวิตามินต่างๆ
00:22:11ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี วิตามินอี แอสตาแซนธิน วิตามินดี
00:22:15ทุกอย่างที่เป็นฝั่งพระเอกนี่แหละครับ
00:22:18ก็จะมาป้องกัน Oxidative Damage
00:22:21หรือว่าการทำลายเซลล์ของร่างกาย
00:22:23เพราะฉะนั้นแอสธาแซนธินและหมู่มวลเพื่อนๆ
00:22:26ก็เลยมีประสิทธิภาพในการบำรุงหัวใจและหลอดเลือดเยอะ
00:22:31เพราะทั้ง 2 อวัยวะนี้มักจะถูกทำลายโดย ROS ได้บ่อยๆ
00:22:35มีการวิจัยอีกในวารสาร Nutritional Science ในปี 2014
00:22:41ว่าผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว
00:22:43แอสตาแซนธินมีส่วนช่วยในการเพิ่มการเผาผลาญ
00:22:46ผ่านกระบวนการ ป้องกันกระบวนการ Lipid Oxidation
00:22:50มีการวิจัยอีกในวารสาร Atherosclerosis ในปี 2010
00:22:55ว่าแอสตาแซนธินมีส่วนช่วยเพิ่มไขมันดี HDL
00:23:00ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์
00:23:02และฮอร์โมนดี อย่างอะดิโปแนกติน (Adiponectin)
00:23:05ก็จะเพิ่มขึ้นในการต่อสู้โรคอ้วน
00:23:08อีก 1 งานครับ ใน
00:23:09American Journal of Advanced Food Science and Technology ในปี 2013
00:23:16ว่าแอสตาแซนธินมีบทบาทในการลดการอักเสบ
00:23:19หรือ Inflammation ในหลอดเลือดหัวใจได้
00:23:21นี่คือประสิทธิภาพครับ ฟังดูมีเยอะเลยนะครับ
00:23:25น่าทานทีเดียวใช่ไหมครับฟังเสร็จ
00:23:27แน่นอนครับ เยอะเกินก็มีปัญหา