00:00:00 → 00:00:03ขอต้อนรับสู่หมอพัทรพcast Talk ความรู้
00:00:03 → 00:00:06สุขภาพลึกและฟรีมีที่นี่
00:00:06 → 00:00:09>> เวลาเราพูดถึงเรื่องสุขภาพเนี่ยนะครับลอง
00:00:09 → 00:00:11นึกภาพตามง่ายๆว่ามันเหมือนกับตาช่างอัน
00:00:11 → 00:00:14นึงเลยคือข้างนึงเนี่ยเป็นพลังงานที่เรา
00:00:14 → 00:00:17กินเข้าไปส่วนอีกข้างก็คือพลังงานที่เรา
00:00:17 → 00:00:20ใช้ไปในแต่ละวันซึ่งการหาจุดที่ 2 ข้าง
00:00:20 → 00:00:23นี้มันสมดุลกันนี่แหละครับคือหัวใจของ
00:00:23 → 00:00:26เรื่องทั้งหมดเลยทีนี้มันก็เลยเกิดคำถาม
00:00:26 → 00:00:29ที่แบบโอ้โหเถียงกันมาตลอดเลยนะครับว่า
00:00:29 → 00:00:32แล้วระหว่างการคุมอาหารกับการออกกำลังกาย
00:00:32 → 00:00:35เนี่ยสรุปแล้วอะไรมันสำคัญกว่ากันแน่วัน
00:00:35 → 00:00:39นี้เราจะมาหาคำตอบในประเด็นนี้กันและคำ
00:00:39 → 00:00:42ตอบที่ได้จากข้อมูลที่น่าสนใจมากก็คือมัน
00:00:42 → 00:00:44อาจจะไม่ใช่เรื่องของการเลือกว่าต้องทำ
00:00:44 → 00:00:46อย่างใดอย่างหนึ่งแต่มันคือเรื่องของสัด
00:00:46 → 00:00:50ส่วนที่เหมาะสมครับซึ่งก็คืออัตราส่วน
00:00:50 → 00:00:5580/20 นี่เองโอเคก่อนที่เราจะไปกันต่อนะ
00:00:55 → 00:00:59ครับขอเคลียร์คำนี้กันก่อนคำว่าสมดุลพลัง
00:00:59 → 00:01:02งานหรือ energy balance พูดง่ายๆเลยนะ
00:01:03 → 00:01:05มันก็คือความสัมพันธ์กันระหว่างพลังงาน
00:01:05 → 00:01:08ที่รับเข้ามากับพลังงานที่ใช้ไปแค่นั้น
00:01:08 → 00:01:11เลยครับซึ่งหลักการนี้แหละคือพื้นฐาน
00:01:11 → 00:01:14สำคัญของเรื่องที่เราจะคุยกันวันนี้เอา
00:01:14 → 00:01:17ล่ะครับทีนี้ความน่าสนใจมันอยู่ตรงนี้
00:01:17 → 00:01:20แหละคือกฎ 80/20 ที่ว่าเนี่ยมันสามารถเอา
00:01:20 → 00:01:23ไปปรับใช้ได้ถึง 2 แนวทางเลยนะแล้ว 2 แนว
00:01:23 → 00:01:26ทางนี้คือแตกต่างกันแบบคนละขั้วเลยเดี๋ยว
00:01:26 → 00:01:29เราไปดูกันทีละอย่างนี่แหละครับ 2 ขั้ว
00:01:29 → 00:01:33ความคิดที่ว่าทางแรกคือเทความพยายามไปให้
00:01:33 → 00:01:36กับการออกกำลังกายเป็นหลักไปเลย 80% ส่วน
00:01:36 → 00:01:40อีกทางนึงพลิกกลับด้านเลยคือให้ความสำคัญ
00:01:40 → 00:01:43กับการควบคุมอาหารเป็นหลัก 80% เรามาเจาะ
00:01:43 → 00:01:47ลึกกันทีละแบบดีกว่าครับมาเริ่มกันที่ทาง
00:01:47 → 00:01:52แรกก่อนเลยสายออกกำลังกาย 80% โหทางนี้
00:01:52 → 00:01:55เนี่ยมันฟังดูดีมากเลยใช่ไหมครับฟิว
00:01:55 → 00:01:58ประมาณว่าขอแค่ขยันออกกำลังกายให้หนักๆ
00:01:58 → 00:02:00เข้าไว้เราก็จะกินอะไรที่อยากกินก็ได้
00:02:01 → 00:02:04สบายคือเน้นไปที่การเบิร์นออกมากกว่าการ
00:02:04 → 00:02:08คุมเข้าดูจากภาพก็จะเห็นชัดเลยนะคือเทน้ำ
00:02:08 → 00:02:11หนักไปที่การออกกำลังกายแบบเต็มๆ 80% เลย
00:02:11 → 00:02:14ทีเดียวซึ่งนั่นก็แปลว่าต้องมีวินัยมาก
00:02:14 → 00:02:17ต้องสม่ำเสมอแล้วก็ต้องหนักพอตัวเลยนะ
00:02:17 → 00:02:19ครับในขณะที่เรื่องอาหารก็จะผ่อนลงมา
00:02:19 → 00:02:21หน่อยเหลือความใส่ใจแค่ประมาณ 20% เท่า
00:02:21 → 00:02:24นั้นข้อดีของมันก็คือความเรียบง่ายนี่
00:02:24 → 00:02:27แหละแหละครับไม่ต้องมานั่งคิดเรื่องกิน
00:02:27 → 00:02:31ให้ปวดหัวแต่จุดอ่อนตัวใหญ่เลยก็คือมัน
00:02:31 → 00:02:33ต้องใช้วินัยในการออกกำลังกายที่สูงปรี๊ด
00:02:33 → 00:02:36เลยแล้วมันต้องหนักจริงๆด้วยนะซึ่งพูดกัน
00:02:37 → 00:02:39ตามตรงสำหรับคนส่วนใหญ่แล้วเนี่ยการจะ
00:02:39 → 00:02:42รักษาความเข้มข้นระดับนี้ไปได้ตลอดรอด
00:02:42 → 00:02:45ฝั่งมันยากมากนี่แหละครับคือเหตุผลที่
00:02:45 → 00:02:49หลายๆคนไปไม่รอดกับวิธีนี้แต่เดี๋ยวก่อน
00:02:49 → 00:02:53นะครับไม่ได้บอกว่าวิธีนี้มันผิดนะไม่เลย
00:02:53 → 00:02:55มันเวิร์คมากเวิร์คสุดๆเลยสำหรับคนบาง
00:02:55 → 00:02:59กลุ่มอย่างเช่นพวกนักกีฬาอาชีพหรือคนที่
00:02:59 → 00:03:01เป็นสายextrreมรักการออกกำลังกายหนักๆ
00:03:01 → 00:03:04เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วสำหรับคนกลุ่มนี้
00:03:04 → 00:03:08มันเป็นไปได้จริงครับเอาล่ะพอเห็นภาพสาย
00:03:08 → 00:03:12ออกกำลังกายหนักๆกันไปแล้วทีนี้เรามาพลิก
00:03:12 → 00:03:14เหรียญดูอีกด้านกันบ้างดีกว่ามาดูเส้นทาง
00:03:14 → 00:03:18ที่ 2 ที่สลับสัดส่วนกันเลยคราวนี้เราจะ
00:03:18 → 00:03:23ให้ความสำคัญกับการคุมอาหาร 80% เต็มๆพอ
00:03:23 → 00:03:26ได้ยินคำว่าคุมอาหารเป็นหลักเนี่ยหลายคน
00:03:26 → 00:03:29อาจจะเริ่มถอดใจแล้วใช่มั้ยครับในหลัวคง
00:03:29 → 00:03:32คิดว่าโอ๊ยชีวิตนี้จะได้ไม่กินของอร่อย
00:03:32 → 00:03:36อีกแล้วเหรอเนี่ยความรู้สึกแบบโหแบบนี้
00:03:36 → 00:03:38มันก็เครียดสิจะกินอะไรที่ชอบไม่ได้เลย
00:03:38 → 00:03:41หรอมันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เลยนะแต่
00:03:41 → 00:03:44เดี๋ยวก่อนข้อมูลที่ได้มามันอาจจะไม่ใช่
00:03:44 → 00:03:47แบบนั้นซะทีเดียวครับและนี่แหละครับคือ
00:03:47 → 00:03:52หัวใจของเส้นทางที่ 2 คำว่าคุมอาหาร 80%
00:03:52 → 00:03:55เนี่ยมันไม่ได้แปลว่าต้องกินคลีนจ๋า 100%
00:03:55 → 00:03:59นะแต่มันคือการกินของดีมีประโยชน์สัก 80%
00:03:59 → 00:04:02ของทั้งหมดแล้วที่เหลืออีก 20% ล่ะนั่น
00:04:03 → 00:04:05แหละครับคือโคต้าสำหรับกินเพื่อความสุข
00:04:05 → 00:04:08กินของที่อยากกินได้เลยซึ่งจุดนี้แหละที่
00:04:08 → 00:04:12ทำให้มันทำได้จริงและไม่ทรมานข้อดีของทาง
00:04:12 → 00:04:15นี้ก็คือเรื่องออกกำลังกายจะสบายขึ้นเยอะ
00:04:15 → 00:04:18ไม่ต้องหักโหมแค่หากิจกรรมที่เราชอบที่
00:04:18 → 00:04:21เข้ากับชีวิตเราก็พอแล้วแล้วมีอีกเรื่อง
00:04:21 → 00:04:24ที่น่าสนใจมากอ่ะนะคือพอเรากินดีเป็นส่วน
00:04:24 → 00:04:26ใหญ่ไปสักพักเนี่ยไอ้ความอยากของที่ไม่ดี
00:04:27 → 00:04:29ต่อสุขภาพมันจะลดลงไปเองโดยอัตโนมัติเลย
00:04:29 → 00:04:33ทำให้การควบคุมมันง่ายขึ้นไปอีกโอเคทีนี้
00:04:33 → 00:04:36พอเราเห็นภาพรวมของทั้ง 2 ทางแล้วคำถาม
00:04:36 → 00:04:39ที่สำคัญที่สุดก็คือแล้วสำหรับคนทั่วๆไป
00:04:39 → 00:04:42คนส่วนใหญ่เนี่ยทางไหนกันแน่ที่จะทำได้
00:04:42 → 00:04:46จริงและยั่งยืนในระยะยาวพอเอามาเทียบกัน
00:04:46 → 00:04:50ให้เห็นชัดๆแบบนี้ก็จะสรุปได้ว่าทางแรก
00:04:50 → 00:04:53ที่เน้นกิจกรรมหนักๆมันจะยืดหยุ่นเรื่อง
00:04:53 → 00:04:56กินก็จริงแต่สำหรับคนส่วนใหญ่มันอาจจะทำ
00:04:56 → 00:04:59ได้ไม่นานในขณะที่ทางที่ 2 ที่เน้นการกิน
00:04:59 → 00:05:03อย่างมีสติมีโครงสร้างแบบ 80/20 มันมักจะ
00:05:03 → 00:05:07ทำได้ต่อเนื่องและยั่งยืนกว่านั่นเองแต่
00:05:08 → 00:05:10มีดอกจันทร์ตั้วโต้ๆอยู่อย่างนึงนะครับ
00:05:10 → 00:05:13สำหรับกลุ่มนักกีฬาโดยเฉพาะคนที่ต้องแข่ง
00:05:13 → 00:05:16ขันเนี่ยจะเลือกทางใดทางหนึ่งไม่ได้นะ
00:05:16 → 00:05:19สำหรับคนกลุ่มนี้ต้องให้ความสำคัญกับทั้ง
00:05:19 → 00:05:212 อย่างควบคู่กันไปเลยครับคือต้องเป๊ะ
00:05:22 → 00:05:24ทั้งเรื่องกินและต้องซ้อมหนักด้วยถึงจะไป
00:05:25 → 00:05:28ถึงเป้าหมายที่ต้องการได้แล้วสำหรับคน
00:05:28 → 00:05:32ทั่วไปล่ะครับทางไหนมันยั่งยืนกว่ากันสุด
00:05:32 → 00:05:36ท้ายแล้วคำตอบมันอาจจะขึ้นอยู่กับคนก็
00:05:36 → 00:05:40ต้องลองเลือกดูตามความเหมาะสมกับเอ่อ
00:05:40 → 00:05:45กำลังทางสติปัญญาของตัวเองครับ
00:05:45 → 00:05:48สวัสดีค่ะวันนี้เราจะมาคุยกันให้ลึกซึ้ง
00:05:48 → 00:05:51ถึงเก่นในเรื่องที่อยู่ในความสนใจของหลาย
00:05:51 → 00:05:54ๆคนเลยนะคะก็คือเรื่องสมดุลพลังงานของ
00:05:54 → 00:05:57ร่างกายหรือที่เรียกว่า Energy Balance
00:05:57 → 00:05:58นั่นเองค่ะ
00:05:58 → 00:06:01>> ครับสวัสดีครับเรื่องนี้สำคัญมากจริงๆ
00:06:01 → 00:06:02ครับ
00:06:02 → 00:06:05>> เนื้อหาที่เราจะมาสำรวจกันวันนี้มาจากข้อ
00:06:05 → 00:06:09เขียนที่เอ่อน่าสนใจชิ้นนึงของคุณแอดทัช
00:06:09 → 00:06:12ค่ะที่นำเสนอแนวทางในการจัดการสมดุลพลัง
00:06:12 → 00:06:14งานนี้ไว้อย่างน่าคิดทีเดียว
00:06:14 → 00:06:16>> ครับผมอ่านแล้วเหมือนกันครับ
00:06:16 → 00:06:18>> เป้าหมายของเราในวันนี้ก็คือการทำความ
00:06:18 → 00:06:21เข้าใจให้ชัดเจนถึง 2 แนวทางหลักๆที่ข้อ
00:06:22 → 00:06:24เขียนนี้วางกรอบเอาไว้นะคะในการสร้าง
00:06:24 → 00:06:27สมดุลระหว่างพลังงานที่เรารับเข้ามาผ่าน
00:06:27 → 00:06:30การกินกับพลังงานที่เราใช้ไปผ่านการ
00:06:30 → 00:06:32เคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน
00:06:32 → 00:06:33>> อืมครับ
00:06:34 → 00:06:37>> และมีแกนกลางที่แบบว่าน่าสนใจมากๆที่ข้อ
00:06:37 → 00:06:40เขียนนี้ใช้เป็นเกราะอธิบายเลยก็คือหลัก
00:06:40 → 00:06:43การ assy 20 ค่ะซึ่งดูเหมือนจะเป็นกุญแจ
00:06:43 → 00:06:47สำคัญที่ไขไปสู่แนวทางทั้ง 2 แบบนี้เลย
00:06:47 → 00:06:49เอาล่ะค่ะเรามาลงลึกในรายละเอียดกันเลยดี
00:06:49 → 00:06:53กว่าว่าเจ้า 20 นี้มันเชื่อมโยงกับสมดุล
00:06:53 → 00:06:56พลังพลังงานในร่างกายเราได้ยังไงบ้าง
00:06:56 → 00:06:56>> ครับผม
00:06:56 → 00:07:00>> จากข้อเขียนนะคะเาเริ่มต้นด้วยการวางหลัก
00:07:00 → 00:07:0480 20 ในบริบทของการจัดการสมดุลพลังงาน
00:07:04 → 00:07:07ว่ามันมี 2 ด้านหลักๆที่เราต้องดูคือฝั่ง
00:07:07 → 00:07:12ฮ#ทกิกับฝั่งแฮชทกออกแรงทีนี้กด 80 20
00:07:12 → 00:07:15ก็เข้ามาเป็นตัวกำหนดว่าเราจะเลือกเทน้ำ
00:07:15 → 00:07:18หนักความสำคัญหรือว่าทุ่มเทความพยายาม
00:07:18 → 00:07:21หลักของเราไปที่ด้านไหนมากกว่ากันในอัตรา
00:07:21 → 00:07:23ส่วน 80 นะคะ
00:07:23 → 00:07:25>> ใช่ใช่ครับจุดนี้น่าสนใจมากเลยเพราะหลัก
00:07:25 → 00:07:29การ 8020 เนี่ยจริงๆแล้วเอ่อมันมีรากฐาน
00:07:29 → 00:07:31มาจากแนวคิดที่กว้างกว่านั้นที่เรียกว่า
00:07:31 → 00:07:34หลักการ Pareto Pareto Principle นะ
00:07:34 → 00:07:38ครับซึ่งหลายคนอาจจะพอคุ้นๆอยู่บ้างที่
00:07:38 → 00:07:40ว่าผลลัพธ์ส่วนใหญ่ประมาณ 80% เนี่ยมักจะ
00:07:40 → 00:07:43มาจากสาเหตุหรือความพยายามส่วนน้อยคือแค่
00:07:43 → 00:07:4620% ทีนี้พอคุณแอด Touch นำมาปรับใช้กับ
00:07:46 → 00:07:49เรื่องสมดุลพลังงานมันก็เลยกลายเป็นการ
00:07:49 → 00:07:52ตั้งคำถามเชิงกลยุทธ์ว่าเอ๊ระหว่างการจัด
00:07:52 → 00:07:54การเรื่องกิกินกับการเพิ่มการใช้พลังงาน
00:07:54 → 00:07:57ออกไปเนี่ยเราควรจะโฟกัสที่จุดไหนเป็น
00:07:57 → 00:08:00หลักคือ 80% เพื่อให้ได้ผลลัพธ์คือสมดุล
00:08:00 → 00:08:02พลังงานที่เราต้องการโดยให้อีกด้านเป็น
00:08:02 → 00:08:04ส่วนเสริมไปแค่ 20%
00:08:04 → 00:08:05>> อ๋อค่ะ
00:08:05 → 00:08:08>> มันคือการเลือกว่าจะใช้ทรัพยากรของเราไม่
00:08:08 → 00:08:11ว่าจะเป็นเวลาความตั้งใจหรือพลังงานไปกับ
00:08:11 → 00:08:12อะไรเป็นหลักนั่นเองครับ
00:08:12 → 00:08:15>> เข้าใจภาพรวมแล้วค่ะชัดเจนขึ้นเยอะเลย
00:08:15 → 00:08:18งั้นเรามาเจาะลึกทางเลือกแรกที่ข้อเขียน
00:08:18 → 00:08:21นำเสนอกันเลยนะคะนั่นก็คือแนวทางเน้นออก
00:08:21 → 00:08:24กำลังกาย 80% แล้วก็ให้ความสำคัญกับการ
00:08:24 → 00:08:25กินแค่ 20%
00:08:25 → 00:08:27>> ครับผมทางเลือกแรก
00:08:27 → 00:08:30>> ตามแนวทางนี้นะคะความพยายามหลัก 80% ของ
00:08:30 → 00:08:32เราเนี่ยจะถูกทุ่มไปที่การออกกำลังกายแบบ
00:08:32 → 00:08:35จริงจังเลยส่วนเรื่องอาหารการกินก็จะถูก
00:08:35 → 00:08:38ลดทอนความสำคัญลงเหลือแค่ 20%
00:08:38 → 00:08:39>> อืมครับ
00:08:39 → 00:08:42>> ข้อเขียนนี้ใช้ภาษาที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา
00:08:42 → 00:08:45เลยนะคะว่าแนวทางนี้เปิดช่องให้เราสามารถ
00:08:45 → 00:08:48กินแย่ๆได้หรือกินมั่วๆได้ในระดับหนึ่ง
00:08:48 → 00:08:50เลยตรับใดที่เรายังคงออกกำลังกายอย่าง
00:08:51 → 00:08:53หนักและสม่ำเสมอเพื่อเผ่าผลาญพลังงานส่วน
00:08:53 → 00:08:54เกินพวกนั้นออกไปได้หมด
00:08:54 → 00:08:57>> ซึ่งถ้ามองในแง่ความรู้สึกมันก็อาจจะดู
00:08:57 → 00:09:00เอ่อดึงดูดใจสำหรับบางคนนะครับเพราะมัน
00:09:00 → 00:09:02เหมือนให้ใบอนุญาตในการกินของที่ชอบได้
00:09:02 → 00:09:05โดยไม่ต้องรู้สึกผิดมากนักแค่ขอให้ไปออก
00:09:05 → 00:09:08กำลังกายชดเชยเอาข้อเขียนก็ชี้ว่านี่เป็น
00:09:08 → 00:09:10แนวทางที่คนจำนวนไม่น้อยเลยพยายามทำกัน
00:09:10 → 00:09:11อยู่
00:09:11 → 00:09:12>> ใช่ค่ะ
00:09:12 → 00:09:15>> และอาจจะได้ผลดีกับกลุ่มคนที่รักการออก
00:09:15 → 00:09:18กำลังกายเป็นชีวิตจิตใจหรือกลุ่มนักกีฬา
00:09:18 → 00:09:21ที่แบบการฝึกซ้อมหนักๆเป็นเรื่องปกติของ
00:09:21 → 00:09:22เขาอยู่แล้ว
00:09:22 → 00:09:25>> ใช่เลยค่ะบางคนอาจจะใช้แนวทางนี้แบบง่ายๆ
00:09:25 → 00:09:27เลยคือเน้นดูแค่ตัวเลขแคลอรี่เข้าออกเป็น
00:09:28 → 00:09:30หลักกินอะไรก็ได้ขอให้อยู่ในโควต้า
00:09:30 → 00:09:33แคลอรี่หรือถ้าวันไหนกินเกินก็ไปออกกำลัง
00:09:33 → 00:09:36กายเพิ่มเพื่อเบิร์นออกไปข้อดีที่ชัดเจน
00:09:36 → 00:09:39มากๆที่ข้อเขียนเน้นย้ำก็คือมันดูเหมือน
00:09:39 → 00:09:41จะลดความซับซ้อนความเครียดเรื่องการกินลง
00:09:41 → 00:09:44ไปได้เยอะเลยนะคะอยากกินอะไรก็กินขอแค่มี
00:09:44 → 00:09:47วินัยในการออกกำลังกายให้หนักพอ
00:09:47 → 00:09:51>> แต่ทีนี้ถ้าเราพิจารณาให้ลึกซึ้งขึ้นข้อ
00:09:51 → 00:09:54เขียนก็ไม่ได้มองข้ามข้อเสียหรือความท้า
00:09:54 → 00:09:57ทายสำคัญของแนวทางนี้เลยนะครับจุดที่ต้อง
00:09:57 → 00:10:01ขี่เส้นใต้ตัวโตๆเลยคือคำว่าสม่ำเสมอแล้ว
00:10:01 → 00:10:02ก็หนักพอสมควร
00:10:02 → 00:10:03>> อืมค่ะ
00:10:03 → 00:10:06>> มันไม่ใช่แค่การออกกำลังกายแบบไหนก็ได้
00:10:06 → 00:10:08หรือว่าทำบ้างหยุดบ้างนะครับ
00:10:08 → 00:10:11>> ขยายความตรงนี้หน่อยได้มั้ยคะว่าหนักพอสม
00:10:11 → 00:10:15ควรในบริบทนี้ที่ข้อเขียนอาจจะสื่อถึงมัน
00:10:15 → 00:10:18หมายถึงระดับไหนพอจะเห็นภาพมั้ยคะ
00:10:18 → 00:10:21>> อันกลิ่นแย่หรือกลิ่นกินมั่วๆได้เนี่ยมัน
00:10:21 → 00:10:24ก็สื่อความหมายโดยในแล้วว่าต้องเป็นการ
00:10:24 → 00:10:28ออกกำลังกายที่ใช้พลังงานสูงมากๆอาจจะ
00:10:28 → 00:10:31ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในแต่ละครั้งด้วย
00:10:31 → 00:10:33แล้วก็ต้องทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องเลย
00:10:34 → 00:10:35>> อ๋อค่ะ
00:10:35 → 00:10:38>> อาจจะหมายถึงการออกกำลังกายที่เข้มข้น
00:10:38 → 00:10:41ระดับที่ทำให้เราเหนื่อยหอบหัวใจเต้นเร็ว
00:10:41 → 00:10:44หรือใช้กล้ามเนื้ออย่างหนักไม่ใช่แค่การ
00:10:44 → 00:10:47เดินเล่นหรือโยคะเบาๆแบบนั้นนะครับ
00:10:47 → 00:10:49>> โอฟังดูไม่ง่ายเลยนะคะ
00:10:49 → 00:10:51>> และนี่นี่คือจุดที่เป็นปัญหาใหญ่ที่ข้อ
00:10:51 → 00:10:55เขียนชี้ไว้ชัดเจนเลยครับว่าหลายๆคนทำไม่
00:10:55 → 00:10:58ได้จึงเกิดปัญหาทุกวันนี้ความท้าทายมัน
00:10:58 → 00:11:00ไม่ได้มีแค่เรื่องของวินัยหรือความขี้
00:11:00 → 00:11:03เกียจเท่านั้นนะครับแต่มันยังรวมถึงข้อ
00:11:03 → 00:11:05จำกัดในชีวิตจริงด้วย
00:11:05 → 00:11:06>> เชื่ออะไรบ้างคะ
00:11:06 → 00:11:10>> ก็เช่นเวลาที่จำกัดไงครับภาระหน้าที่การ
00:11:10 → 00:11:13งานครอบครัวหรือแม้กระทั่งสภาพร่างกายที่
00:11:13 → 00:11:16ไม่เอื้ออำนวยต่อการออกกำลังกายหนักๆแบบ
00:11:16 → 00:11:19ต่อเนื่องการจะรักษาระดับความเข้มข้นและ
00:11:19 → 00:11:22ความสม่ำเสมอในระยะยาวเนี่ยจึงเป็นเรื่อง
00:11:22 → 00:11:24ที่ยากมากๆสำหรับคนทั่วไป
00:11:24 → 00:11:25>> จริงค่ะ
00:11:25 → 00:11:27>> และก็อาจจะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการบาด
00:11:27 → 00:11:30เจ็บได้ด้วยถ้าหักโหมเกินไปโดยไม่มีความ
00:11:30 → 00:11:32รู้ความเข้าใจที่ถูกต้องนะครับ
00:11:32 → 00:11:35>> ฟังดูแล้วแนวทางแรกถึงแม้จะดูน่าสนใจใน
00:11:36 → 00:11:38เรื่องความยืดหยุ่นด้านการกินแต่ก็มีเอ่อ
00:11:38 → 00:11:41อุปสรรคที่สูงมากเลยนะคะในด้านการปฏิบัติ
00:11:41 → 00:11:43จริงสำหรับคนส่วนใหญ่
00:11:43 → 00:11:44>> ใช่ครับ
00:11:44 → 00:11:47>> งั้นเราลองมาดูทางเลือกที่ 2 กันบ้างดี
00:11:47 → 00:11:50กว่าค่ะซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามเลยคือเน้นควบ
00:11:50 → 00:11:53คุมอาหาร 80% และให้ความสำคัญกับการออก
00:11:53 → 00:11:55กำลังกายแค่ 20%
00:11:55 → 00:11:57>> ครับทางเลือกที่ 2 กลับกันเลย
00:11:57 → 00:12:00>> แนวทางนี้พลิกกลับด้านเลยค่ะเราจะทุ่มเท
00:12:00 → 00:12:04ความพยายามหลัก 80% ไปที่การจัดการเรื่อง
00:12:04 → 00:12:07การกินให้ดีให้ถูกต้องส่วนการออกกำลังกาย
00:12:07 → 00:12:09จะกลายเป็นส่วนเสริมที่เราให้ความสำคัญ
00:12:09 → 00:12:12รองลงมาแค่ 20% เท่านั้น
00:12:12 → 00:12:16>> ครับข้อเขียนอธิบายว่าถ้าเราสามารถกิน
00:12:16 → 00:12:19เป็นกินถูกได้อย่างแท้จริงแล้วเนี่ยเนี่ย
00:12:19 → 00:12:21การพึ่งพาการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง
00:12:21 → 00:12:24เพื่อรักษาสมดุลพลังงานมันก็จะลดความ
00:12:24 → 00:12:27จำเป็นลงไปมากเลยเราไม่จำเป็นต้องไปหัก
00:12:27 → 00:12:29โหมเบิร์นแคลอรี่มากมายเหมือนแนวทางแรก
00:12:29 → 00:12:30ครับ
00:12:30 → 00:12:33>> แต่จุดนี้สำคัญมากนะคะข้อเขียนไม่ได้บอก
00:12:33 → 00:12:34ว่าไม่ต้องออกกำลังกายเลยนะ
00:12:34 → 00:12:36>> ใช่ครับอันนี้สำคัญ
00:12:36 → 00:12:40>> คอมเมนต์ว่าแต่ก็ก็ออกกำลังนะเพียงแต่เรา
00:12:40 → 00:12:43สามารถเลือกรูปแบบและความหนักที่เหมาะกับ
00:12:43 → 00:12:46ไลฟ์สไตล์ของเราได้มากขึ้นไม่จำเป็นต้อง
00:12:46 → 00:12:48เป็นกิจกรรมที่เข้มข้นเหมือนการฝึกซ้อม
00:12:48 → 00:12:50เพื่อการแข่งขันอะไรแบบนั้น
00:12:50 → 00:12:51>> ครับผม
00:12:51 → 00:12:55>> อาจจะเป็นการเดินเร็ววิ่งเหยาะว่ายน้ำ
00:12:55 → 00:12:58ปั่นจักรยานหรือเล่นกีฬาที่เราชอบทำอย่าง
00:12:58 → 00:13:00สม่ำเสมอแต่ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าต้อง
00:13:00 → 00:13:03หนักต้องนานเหมือนแนวทางแรก
00:13:03 → 00:13:06>> ถูกต้องครับหัวใจหลักของแนวทางนี้จึงอยู่
00:13:06 → 00:13:10ที่คำว่ากินเป็นกินถูกนี่แหละครับข้อ
00:13:11 → 00:13:13เขียนให้ความสำคัญกับคำนี้มากแล้วก็ดู
00:13:13 → 00:13:15เหมือนจะต้องการสื่อความหมายที่ลึกซึ้ง
00:13:15 → 00:13:18กว่าแค่การกินคุมอาหารทั่วๆไปด้วยนะ
00:13:18 → 00:13:19>> อย่างนั้นเลยหรอคะ
00:13:19 → 00:13:22>> ครับเขาถึงกับยกตัวอย่างสิ่งที่ไม่ใช่การ
00:13:22 → 00:13:26กินถูกในความหมายนี้มาด้วยเช่นการกินมั่ว
00:13:26 → 00:13:29แม้จะพยายามกินให้ครบ 5 หมู่แต่ไม่เข้าใจ
00:13:29 → 00:13:32สัดส่วนหรือคุณภาพอาหารหรือการแยกแยะ
00:13:32 → 00:13:36อาหารไม่ออกว่าอะไรดีจริงอะไรแค่ดูเหมือน
00:13:36 → 00:13:40ดีหรือการกินตามกูรูโดยไม่เข้าใจหลักการ
00:13:40 → 00:13:42หรือไม่พิจารณาว่าเหมาะกับตัวเองหรือ
00:13:42 → 00:13:42เปล่า
00:13:42 → 00:13:46>> โหน่าสนใจมากค่ะแสดงว่ากินถูกในที่นี้มัน
00:13:46 → 00:13:49ไม่ใช่แค่เรื่องนับแคลอรี่หรือกินคลีนตาม
00:13:49 → 00:13:52สูตรสำเร็จรูปเท่านั้นแต่มันน่าจะหมายถึง
00:13:52 → 00:13:56ความเข้าใจในหลักโภชนาการที่ถูกต้องการ
00:13:56 → 00:13:59เลือกแหล่งอาหารที่มีคุณภาพการเข้าใจความ
00:13:59 → 00:14:01ต้องการของร่างกายตัวเองอย่างนั้นหรือ
00:14:01 → 00:14:02เปล่าคะ
00:14:02 → 00:14:04>> มีเป็นไปได้สูงมากครับว่าข้อเขียนกำลัง
00:14:04 → 00:14:07ชี้ไปในทิศทางนั้นเลยคือการกินที่เน้น
00:14:07 → 00:14:11คุณภาพมากกว่าแค่ปริมาณแคลอรี่การเข้าใจ
00:14:11 → 00:14:14เรื่องสารอาหารหลักสารอาหารรองผลกระทบของ
00:14:14 → 00:14:17อาหารต่อฮอร์โมนหรือแม้กระทั่งการฟังฟัง
00:14:17 → 00:14:18เสียงร่างกายตัวเอง
00:14:18 → 00:14:19>> อืค่ะ
00:14:19 → 00:14:21>> อาจจะรวมถึงการหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปสูง
00:14:21 → 00:14:24หรือส่วนผสมที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
00:14:24 → 00:14:27ถึงแม้ว่าแคลอรี่อาจจะไม่สูงก็ตามมันคือ
00:14:27 → 00:14:29การกินอย่างมีความรู้ความเข้าใจมากกว่า
00:14:29 → 00:14:31การทำตามกันไปนะครับ
00:14:31 → 00:14:34>> แล้วประเด็นที่หลายคนน่าจะกังวลล่ะคะถ้า
00:14:34 → 00:14:37ต้องเน้นเรื่องกินตั้ง 80% แบบนี้ชีวิต
00:14:37 → 00:14:40มันจะขาดสีสันไปมยจะกินของอร่อยๆที่ชอบ
00:14:40 → 00:14:43ได้เลยหรอคะข้อเขียนได้พูดถึงเรื่องนี้
00:14:43 → 00:14:43ไว้มยคะ
00:14:43 → 00:14:46>> พูดถึงครับพูดถึงและนี่เป็นจุดที่น่าสนใจ
00:14:46 → 00:14:49อีกจุดนึงเลยข้อเขียนตอบคำถามนี้ด้วยหลัก
00:14:49 → 00:14:53การ 80 20 นี่แหละครับคือได้สิ
00:14:53 → 00:14:54>> อ้าวได้หรอคะ
00:14:55 → 00:14:58>> ได้ครับเรายังมีพื้นที่อีก 20% ที่เรา
00:14:58 → 00:15:02สามารถกินแย่ๆได้หรือกินของที่เราชอบของ
00:15:02 → 00:15:03ที่อาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ได้
00:15:04 → 00:15:07บ้างมันไม่ใช่การห้ามกินของอร่อย 100%
00:15:07 → 00:15:09แต่เป็นการจัดลำดับความสำคัญให้การกินที่
00:15:09 → 00:15:13ดีมีประโยชน์เป็นส่วนใหญ่ของชีวิตคือ 80%
00:15:13 → 00:15:16แล้วก็มีพื้นที่เล็กน้อยอีก 20% สำหรับ
00:15:16 → 00:15:18ความสุขหรือความยืดหยุ่นในการกินนะครับ
00:15:18 → 00:15:20>> โอ้โหแบบนี้ก็ดูมีความหวังขึ้นมาหน่อยนะ
00:15:20 → 00:15:23คะไม่ได้ตึงเปรี๊ยะจนเกินไป
00:15:23 → 00:15:25>> ใช่ครับและมีอีกประเด็นที่ข้อเขียนชี้ให้
00:15:26 → 00:15:28เห็นถึงข้อดีของแนวทางนี้ซึ่งเอ่อน่าสนใจ
00:15:29 → 00:15:31มากเลยคือเมื่อเราฝึกฝนการกินดีเป็นส่วน
00:15:31 → 00:15:34ใหญ่ถึง 80% จนเป็นนิสัยแล้วเนี่ยการเสพ
00:15:34 → 00:15:37ติดอะไรที่ไม่ดีๆจะน้อยมาก
00:15:37 → 00:15:40>> หมายความว่ายังไงคะการเสพติดจะน้อยลง
00:15:40 → 00:15:42>> ข้อเขียนน่าจะหมายถึงว่าเมื่อร่างกายและ
00:15:42 → 00:15:45สมองของเราคุ้นเคยกับการได้รับสารอาหาร
00:15:45 → 00:15:48ที่ดีมีคุณภาพเป็นหลักแล้วความอยากหรือ
00:15:48 → 00:15:51ความโหยหาอาหารหรือเครื่องดื่มที่ไม่ดี
00:15:51 → 00:15:54ต่อสุขภาพที่เราอาจจะเคยติดเช่นของหวาน
00:15:54 → 00:15:58จัดๆของทอดหรือน้ำอัดลมพวกนี้ครับมันจะ
00:15:58 → 00:16:00ค่อยๆลดความรุนแรงลงไปเอง
00:16:00 → 00:16:01>> อ๋อ
00:16:01 → 00:16:04>> อาจจะเพราะสมดุลฮอร์โมนในร่างกายดีขึ้น
00:16:04 → 00:16:08หรือการรับรู้รสชาติที่เปลี่ยนไปทำให้เรา
00:16:08 → 00:16:11ไม่ได้รู้สึกว่าขาดไม่ได้อีกต่อไปการกิน
00:16:11 → 00:16:14ของเหล่านี้ในโควต้า 20% ก็จะกลายเป็นทาง
00:16:14 → 00:16:17เลือกที่เราควบคุมได้มากกว่าจะเป็นความ
00:16:17 → 00:16:19อยากที่ควบคุมเราไม่ได้ครับ
00:16:19 → 00:16:20>> เข้าใจเลยค่ะ
00:16:20 → 00:16:22>> ดังนั้นถ้าให้เปรียบเทียบเรื่องความยั่ง
00:16:22 → 00:16:25ยืนในระยะยาวสำหรับคนทั่วไปนะครับข้อ
00:16:25 → 00:16:28เขียนดูจะเอนเองไปทางแนวทางที่ 2 นี้มาก
00:16:28 → 00:16:30กว่าเล็กน้อยเพราะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
00:16:30 → 00:16:33การกินให้ดีขึ้น 80% เนี่ยแม้จะต้องใช้
00:16:33 → 00:16:36ความรู้ความเข้าใจแล้วก็ความตั้งใจในช่วง
00:16:36 → 00:16:39แรกๆนะครับแต่พอทำได้แล้วมันอาจจะกลาย
00:16:39 → 00:16:41เป็นวิถีชีวิตที่ปฏิบัติได้ง่ายกว่าใน
00:16:41 → 00:16:44ระยะยาวไม่ต้องพึ่งพาการออกกำลังกายที่
00:16:44 → 00:16:46หนักหน่วงซึ่งอาจจะมีอุปสรรคเรื่องเวลา
00:16:46 → 00:16:49สภาพร่างกายหรือความเบื่อหน่ายเข้ามา
00:16:49 → 00:16:50เกี่ยวข้องได้ง่ายกว่านะครับ
00:16:50 → 00:16:54>> ฟังดูแล้วทั้ง 2 แนวทางก็มีเหตุผลมีข้อดี
00:16:54 → 00:16:57ข้อด้อยในตัวเองจริงๆนะคะการจะเลือกทาง
00:16:57 → 00:16:59ไหนก็คงต้องพิจารณาจากปัจจัยส่วนบุคคล
00:16:59 → 00:17:00จริงๆ
00:17:00 → 00:17:03>> ถูกต้องเลยครับข้อเขียนก็ย้ำว่าไม่มีทาง
00:17:03 → 00:17:07ไหนถูกหรือผิดตายตัวการเลือกขึ้นอยู่กับ
00:17:07 → 00:17:10ความชอบความถนัดเงื่อนไขชีวิตแล้วก็เป้า
00:17:10 → 00:17:14หมายของแต่ละคนเลยแต่มีกลุ่มหนึที่ข้อ
00:17:14 → 00:17:17เขียนระบุไว้ชัดเกณฑว่าอาจจะไม่มีทาง
00:17:17 → 00:17:20เลือกมากนักนั่นคือกลุ่มนักกีฬาหรือคนที่
00:17:20 → 00:17:23ใช้ร่างกายหนักๆเป็นประจำครับ
00:17:23 → 00:17:27>> อ๋อกลุ่มนี้แตกต่างจากคนทั่วไปยังไงคะใน
00:17:27 → 00:17:28มุมมองของข้อเขียน
00:17:28 → 00:17:31>> สำหรับคนกลุ่มนี้ข้อเขียนชี้ว่าพวกเขา
00:17:31 → 00:17:35ต้องกินดีพลัสออกกำลังดีไปพร้อมๆกันอย่าง
00:17:35 → 00:17:38หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับคือไม่สามารถ
00:17:38 → 00:17:41เลือกเทน้ำหนักไปทางใดทางหนึ่งแบบ 80 ได้
00:17:41 → 00:17:43เต็มที่เหมือนคนทั่วไป
00:17:43 → 00:17:44>> ทำไมล่ะคะ
00:17:44 → 00:17:47>> เหตุผลก็เพราะว่าร่างกายของพวกเขามีความ
00:17:47 → 00:17:50ต้องการที่สูงกว่าคนปกติมากทั้งในแง่ของ
00:17:50 → 00:17:53พลังงานที่ต้องใช้ในการฝึกซ้อมแข่งขันสาร
00:17:53 → 00:17:55อาหารที่จำเป็นสำหรับการเสริมสร้างซ่อม
00:17:55 → 00:17:58แซมกล้ามเนื้อรวมถึงสมรรถภาพทางกายที่
00:17:58 → 00:18:01ต้องรักษาให้อยู่ในระดับสูงสุดตลอดเวลา
00:18:01 → 00:18:03>> อืมค่ะ
00:18:03 → 00:18:05>> การเน้นอย่างใดอย่างหนึ่งมันอาจจะไม่
00:18:05 → 00:18:07เพียงพอที่ตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้
00:18:07 → 00:18:10และอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพแล้วก็
00:18:10 → 00:18:11สุขภาพในระยะยาวได้ครับ
00:18:11 → 00:18:14>> เราคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นนักกีฬานะคะข้อ
00:18:14 → 00:18:17เขียนให้ข้อคิดในการตัดสินใจเลือกแนวทาง
00:18:17 → 00:18:18ไว้อย่างไรบ้างคะ
00:18:18 → 00:18:21>> ข้อเขียนทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจครับว่า
00:18:21 → 00:18:24การจะเลือกแนวทางไหนไม่ว่าจะเป็นเน้นออก
00:18:24 → 00:18:28กำลังกาย 80% หรือเน้นกิน 80% ที่คิดว่า
00:18:28 → 00:18:31ยั่งยืนกว่าสำหรับตัวเองนั้นควรจะเลือก
00:18:31 → 00:18:34ตามสมควรกับกำลังทางสติปัญญาของแต่ละคน
00:18:34 → 00:18:34ครับ
00:18:34 → 00:18:38>> โหคำว่ากำลังทางสติปัญญาในที่นี้มันน่าจะ
00:18:38 → 00:18:41หมายถึงอะไรคะฟังดูเป็นคำใหญ่เหมือนกันนะ
00:18:41 → 00:18:44>> ใช่ครับคำนี้อาจจะตีความได้หลายมิตินะ
00:18:44 → 00:18:47ครับไม่ได้หมายถึงแค่ IQ อย่างเดียวแน่ๆ
00:18:47 → 00:18:50แต่อาจจะหมายถึงเอ่ออย่างแรกเลยคือ 1
00:18:50 → 00:18:53ระดับความรู้ความเข้าใจของเราเองว่าเรามี
00:18:53 → 00:18:55ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการการ
00:18:55 → 00:18:59ออกกำลังกายมากน้อยแค่ไหนสามารถแยกแยะข้อ
00:18:59 → 00:19:01มูลที่ถูกต้องออกจากกระแสความเชื่อผิดได้
00:19:01 → 00:19:02ไหม
00:19:02 → 00:19:04>> อ๋อค่ะ
00:19:04 → 00:19:07>> 2 ความตระหนักรู้ในตนเองหรือ self
00:19:07 → 00:19:10awareness นะครับเรารู้จักร่างกายข้อ
00:19:10 → 00:19:14จำกัดความชอบของตัวเองดีแค่ไหนรู้ว่า
00:19:14 → 00:19:16พฤติกรรมแบบไหนที่เราน่าจะทำต่อเนื่องได้
00:19:16 → 00:19:21จริงๆไม่ใช่แค่ทำตามกระแสไป 3 ความสามารถ
00:19:21 → 00:19:24ในการวางแผนและแก้ปัญหาอันนี้ก็สำคัญคือ
00:19:24 → 00:19:27เราสามารถวางแผนการกินหรือตารางการออก
00:19:27 → 00:19:30กำลังกายที่มันเหมาะกับชีวิตประจำวันของ
00:19:30 → 00:19:33เราได้มยแล้วพอเจอปัญหาหรืออุปสรรคเรา
00:19:33 → 00:19:35ปรับเปลี่ยนแผนได้อย่างยืดหยุ่นหรือเปล่า
00:19:35 → 00:19:37>> อืๆ
00:19:37 → 00:19:41>> 4 สุดท้ายก็คือความอดทนและวินัยครับเรา
00:19:41 → 00:19:43มีกำลังใจความมุ่งมั่นที่จะทำตามแผนที่
00:19:43 → 00:19:47เลือกไว้ได้สม่ำเสมอแค่ไหนดังนั้นการ
00:19:47 → 00:19:49เลือกแนวทางที่ยั่งยืนมันจึงไม่ใช่แค่การ
00:19:49 → 00:19:52เลือกตามความชอบผิวเผินแต่เป็นการประเมิน
00:19:52 → 00:19:55ตัวเองอย่างรอบด้านแล้วก็เลือกแนวทางที่
00:19:55 → 00:19:58สอดคล้องกับกำลังทั้งหมดที่เรามีจริงๆ
00:19:58 → 00:20:01ทั้งความรู้ความเข้าใจในตัวเองและความ
00:20:01 → 00:20:02สามารถในการปฏิบัติจริงครับ
00:20:02 → 00:20:05>> สรุปแล้วนะคะจากการสำรวจข้อเขียนของคุณ
00:20:05 → 00:20:08แอดทัชในวันนี้เราได้เห็นภาพที่ชัดเจน
00:20:08 → 00:20:10ขึ้นของ 2 แนวทางหลักในการจัดการสมดุล
00:20:10 → 00:20:14พลังงานผ่านกรอบคิด 8020 นะคะแนวทางแรก
00:20:14 → 00:20:17คือทุ่ม 80% ไปที่การออกกำลังกายอย่าง
00:20:17 → 00:20:20หนักและสม่ำเสมอเพื่อให้มีความยืดหยุ่นใน
00:20:20 → 00:20:23การกินมากขึ้นเหลือแค่ 20% ส่วนแนวทางที่
00:20:23 → 00:20:262 คือทุ่ม 80% ไปที่การกินให้เป็นกินให้
00:20:26 → 00:20:29ถูกเพื่อลดความจำเป็นในการออกกำลังกาย
00:20:29 → 00:20:31อย่างหักโหมลงเหลือแค่ 20% สำหรับการออก
00:20:31 → 00:20:34กำลังกายที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเรา
00:20:34 → 00:20:38>> ใช่ครับแก่นแท้ของมันก็คือการยอมรับว่า
00:20:38 → 00:20:41สมดุลพลังงานมาจากทั้งแฮชินและแฮชออกแรง
00:20:41 → 00:20:45ควบคู่กันเสมอแต่การตัดสินใจว่าจะให้น้ำ
00:20:45 → 00:20:48หนักกับด้านไหนเป็นพิเศษตามหลัก 8020 นี้
00:20:48 → 00:20:51แหละที่จะเป็นตัวกำหนดกลยุทธ์และวิถี
00:20:51 → 00:20:54ปฏิบัติในชีวิตประจำวันของเราซึ่งก็จะส่ง
00:20:54 → 00:20:57ผลต่อทั้งสุขภาพความรู้สึกและความยั่งยืน
00:20:57 → 00:20:59ของผลลัพธ์ในระยะยาวที่แตกต่างกันออกไป
00:20:59 → 00:21:00ครับ
00:21:00 → 00:21:03>> เป็นกรอบคิดที่ช่วยให้มองเรื่องสุขภาพและ
00:21:03 → 00:21:06การดูแลตัวเองได้ชัดเจนขึ้นมากเลยค่ะแต่
00:21:06 → 00:21:09ขณะเดียวกันนะคะมันก็ทิ้งคำถามที่น่าสนใจ
00:21:09 → 00:21:12ไว้ให้เราขบคิดต่อยอดเป็นกันว่านส่งท้าย
00:21:12 → 00:21:15โดยเฉพาะถ้าเราสนใจแนวทางที่ 2 คือเน้น
00:21:15 → 00:21:20การกิน 80% A คำว่ากินเป็นหรือกินถูกที่
00:21:20 → 00:21:22ข้อเขียนเน้นย้ำว่าสำคัญนักหนานั้นแท้
00:21:22 → 00:21:25จริงแล้วมีความหมายเชิงลึกอย่างไรกันแน่
00:21:25 → 00:21:25นะคะ
00:21:25 → 00:21:28>> อืมนั่นสินะครับ
00:21:28 → 00:21:30>> เพราะข้อเขียนก็ได้แต่เตือนว่าอย่ากิน
00:21:30 → 00:21:33มั่วหรือตามกูรูไปเรื่อยแต่ก็ไม่ได้ให้คำ
00:21:33 → 00:21:36จำกัดความที่ชัดเจนไว้แล้วเราจะรู้ได้
00:21:36 → 00:21:39อย่างไรล่ะคะว่าอะไรคือการกินที่ดีในสัด
00:21:39 → 00:21:42ส่วน 80% ที่มันเหมาะสมกับร่างกายสุขภาพ
00:21:42 → 00:21:44ไลฟ์สไตล์และเป้หมายเฉพาะของตัวเราเอง
00:21:44 → 00:21:47จริงๆไม่ใช่แค่การทำตามกฎ 8020 แบบผิว
00:21:47 → 00:21:49เผินอันนี้ก็น่าคิดนะคะ
00:21:49 → 00:21:51>> ครับน่าคิดมาก
00:21:51 → 00:21:54>> นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เราแต่ละคน
00:21:54 → 00:21:57ต้องไปสืบค้นทำความเข้าใจแล้วก็ทดลอง
00:21:57 → 00:22:00เพื่อหาคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับตัวเองต่อ
00:22:00 → 00:22:01ไปนะคะ
00:22:01 → 00:22:19[เพลง]