00:00:00 → 00:00:03[เสียงดนตรี]
00:00:03 → 00:00:06You're listening to Mahidol Channel Podcast.
00:00:06 → 00:00:08Listen for a better life.
00:00:08 → 00:00:11ฟังเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
00:00:11 → 00:00:14และนี่คือรายการพอดแคสต์ของช่อง Mahidol Channel
00:00:14 → 00:00:16โดย มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:16 → 00:00:22[เสียงดนตรี]
00:00:22 → 00:00:24วันนี้คุณกินอะไร
00:00:24 → 00:00:28อาหารที่คุณกิน ส่งผลดี ส่งผลเสีย กับสุขภาพของคุณอย่างไร
00:00:28 → 00:00:31วันนี้หมอจะชวนทุกคนมาพูดคุย
00:00:31 → 00:00:34เกี่ยวกับรูปแบบของการกินอาหาร ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของเรา
00:00:34 → 00:00:38กับรายการ Food Choice กินดี สุขภาพดี เลือกได้ กับหมอเอ๋
00:00:38 → 00:00:40แพทย์หญิงดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร
00:00:40 → 00:00:43และหมอตั้ม นายแพทย์ดิษกุล ประสิทธิ์เรืองสุข
00:00:43 → 00:00:46[เสียงดนตรี]
00:00:46 → 00:00:48- สวัสดีค่ะ - สวัสดีครับ
00:00:48 → 00:00:53วันนี้กลับมาพบกันอีกครั้งกับ รายการ Food Choice กินดี สุขภาพดีเลือกได้
00:00:54 → 00:00:58วันนี้หมอเอ๋กับหมอตั้ม เราจะมาคุยกันในเรื่องของอาหารสุขภาพ
00:00:58 → 00:01:00วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องอะไรดีคะ
00:01:00 → 00:01:02นี่เลยครับ ตั้งอยู่ข้างหน้าเราสองคนเลยครับ
00:01:02 → 00:01:03นี่เลยครับ
00:01:04 → 00:01:04อะไรน่ะ
00:01:04 → 00:01:06นี่ โอ้โฮ แข็ง ๆ เลยครับ เดี๋ยวเคาะดูก่อน
00:01:06 → 00:01:07ปลา
00:01:07 → 00:01:09นี่ กระเพาะปลาครับผม
00:01:09 → 00:01:11มันไม่เห็นเหมือนที่พี่เคยรู้จักเลยตั้ม
00:01:11 → 00:01:13นั่นน่ะสิ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งนี่ครับ
00:01:14 → 00:01:15รังนกครับผม
00:01:15 → 00:01:16อ๋อ โอเค
00:01:16 → 00:01:17แต่ว่าเราไม่ได้พูดถึงแค่ 2 อย่างนะครับ
00:01:17 → 00:01:23เราจะพูดถึง อาหารที่น่าจะต้องเตรียมเงิน ในกระเป๋าค่อนข้างเยอะพอสมควรเลย
00:01:23 → 00:01:27คราวนี้นี่ เขาบอกกันว่า อาหารเหล่านี้มีคุณสมบัติทางยา
00:01:27 → 00:01:29แล้วก็มีโภชนาการค่อนข้างเยอะ
00:01:29 → 00:01:34เดี๋ยววันนี้เราจะมาคุยกันครับว่า สิ่งเหล่านี้มีโภชนาการดีแค่ไหน
00:01:34 → 00:01:36แล้วก็มีหลายแหล่งเลยครับ
00:01:36 → 00:01:37เราเอาไปเปรียบเทียบกับไข่ไก่
00:01:37 → 00:01:41เดี๋ยววันนี้พี่เอ๋จะมาแนะนำให้ฟังว่า เมื่อเทียบกับไข่ไก่แล้วนี่
00:01:41 → 00:01:42เป็นอย่างไรบ้างครับ
00:01:42 → 00:01:49[เสียงดนตรี]
00:01:49 → 00:01:50อย่างแรกเราจะมาคุยกัน นี่เลยครับ
00:01:51 → 00:01:52รังนกครับผม
00:01:52 → 00:01:54ตอนแรกที่เห็น พี่นึกว่าบิสกิต
00:01:54 → 00:01:57อุ๊ย น่ากินไหมครับ
00:01:57 → 00:01:59ผมว่าลูกหลานชาวจีนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี
00:01:59 → 00:02:01ที่บ้านพี่มีเยอะมาก
00:02:01 → 00:02:03ใช่ น่าจะเคยกินกันทุกคนนะครับ
00:02:03 → 00:02:07แล้วก็น่าจะเคยได้ยินกันมาเยอะว่า ช่วยบำรุงอะไรต่าง ๆ เนอะ
00:02:07 → 00:02:09ทั้งเรื่องผิวพรรณ ทั้งเรื่องสมองต่าง ๆ
00:02:09 → 00:02:13คราวนี้ คนอาจจะสงสัยว่ารังนกนี่ มันมีที่มาอะไรเป็นอย่างไรนะครับ
00:02:13 → 00:02:16จริง ๆ ก็ชื่อตามตัวเลยครับว่า มันเป็นรังของนก
00:02:16 → 00:02:21แต่ว่ามันจะ specific หน่อยครับว่า มันจะต้องเป็นรังของนกนางแอ่นนะครับ
00:02:21 → 00:02:25โดยจะบอกว่าจริง ๆ นกนางแอ่นนี่ ในประเทศจีนนี่หาได้น้อยนะครับ
00:02:25 → 00:02:27อ๋อ พี่เข้าใจว่ามีในจีน
00:02:27 → 00:02:30แต่พี่เคยได้ยินว่ามันคือ น้ำลายนกใช่หรือเปล่า
00:02:30 → 00:02:34ใช่ แล้วซึ่งจริง ๆ นี่ประเทศที่ผลิตรังนก ได้ค่อนข้างเยอะนี่
00:02:34 → 00:02:36อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ
00:02:36 → 00:02:39ซึ่งไทยเรานี่ส่งออกเป็นอันดับสองของโลกครับ
00:02:39 → 00:02:39ว้าว
00:02:40 → 00:02:42แล้วอันดับหนึ่งนี่ แน่นอนก็เป็นประเทศอินโดนีเซียครับ
00:02:42 → 00:02:47เพราะว่านกนางแอ่นจะอยู่ประมาณ ตรงแถบด้านล่างหน่อยครับ
00:02:47 → 00:02:49จะเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ล่าง ๆ หน่อยครับ
00:02:49 → 00:02:54รังนกนี่ ปกตินกนางแอ่นเขาก็จะ ไปสร้างรังอยู่ในถ้ำต่าง ๆ นะครับ
00:02:54 → 00:02:54อ๋อ ใช่
00:02:54 → 00:02:58คราวนี้นี่ จริง ๆ เราเจอในทางเกาะค่อนข้างเยอะ
00:02:58 → 00:03:00เช่น เกาะสี่ เกาะห้า ที่เราไปดำน้ำกันนี่
00:03:00 → 00:03:03ก็จะมีถ้ำที่อยู่ตามเกาะเยอะนะครับ
00:03:03 → 00:03:08นกเขาก็จะไปวางรังอยู่ในนั้น ไปสร้างรังอยู่ในนั้นเพื่อความปลอดภัย
00:03:08 → 00:03:10คราวนี้ส่วนประกอบของรังนกนี่
00:03:10 → 00:03:14มันก็จะเกิดจากตัวน้ำลายของตัวนกนางแอ่น
00:03:14 → 00:03:16ซึ่งมันจะมีความเหนียวข้นมากกว่าปกติ
00:03:16 → 00:03:20ทำให้เวลาการสร้างรัง มันก็จะค่อนข้าง compact แล้วก็แข็งแรง
00:03:21 → 00:03:23แล้วก็เขาก็จะเอาตามเปลือกไม้ หรือว่าเศษไม้ต่าง ๆ
00:03:23 → 00:03:27รวมถึงขนอ่อนของเขามาประกอบกันเป็นรังครับ
00:03:27 → 00:03:28เพราะฉะนั้น เขาก็จะเชื่อว่า
00:03:28 → 00:03:30ตัวน้ำลายของตัวนกนางแอ่นเองนี่
00:03:30 → 00:03:36จะมีคุณสมบัติทางยาต่าง ๆ ที่ซึ่งจะช่วย ส่งเสริมทำให้อาจจะผิวดูดีขึ้น
00:03:36 → 00:03:38ดูผ่องใสมากขึ้น
00:03:38 → 00:03:42รวมถึงมีความเชื่อว่า จะช่วยเป็นยาอายุวัฒนะของชาวจีนครับ
00:03:42 → 00:03:44แล้วก็อีกอย่างหนึ่งเลยคือสีครับ
00:03:44 → 00:03:47เราจะสังเกตว่ารังนกจริง ๆ มีหลายสีนะครับ
00:03:47 → 00:03:49เขาก็จะมีแบ่งเกรดอยู่ว่า
00:03:49 → 00:03:51เกรดนี้ ถ้าเกิดว่าเป็นตามธรรมชาติ
00:03:51 → 00:03:55อย่างที่บอกว่าถ้าเราไปเอายาก ต้องไปตามเกาะ ไปตามถ้ำนี่
00:03:55 → 00:03:58ราคาก็จะสูงกว่าปกติ ถ้าเกิดเราทำเป็นฟาร์มถูกไหมครับ
00:03:59 → 00:04:02อีกอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือสี มันมีตั้งแต่สีขาวใสเลยนะครับ
00:04:02 → 00:04:04สีเหลือง สีแดง แล้วก็สีทอง
00:04:04 → 00:04:06- มีสีแดงด้วยหรือ - มีสีแดงด้วยครับ
00:04:06 → 00:04:09มันขึ้นอยู่กับชนิดของนกนางแอ่น น้ำลายต่าง ๆ
00:04:09 → 00:04:12แล้วก็สภาวะต่าง ๆ ที่เขาไปเจอมา
00:04:12 → 00:04:15ซึ่งจะบอกว่า พอยิ่งมีสีที่เฉพาะนี่
00:04:15 → 00:04:18ยิ่งทำให้ราคารังนกแพงมากขึ้นโดยเฉพาะสีทอง
00:04:18 → 00:04:20เพราะว่าชาวจีนเขาจะชอบสีทองอยู่แล้ว
00:04:20 → 00:04:23ถ้าเกิดว่าเป็นรังนกทองที่เคยได้ยินกันนี่
00:04:23 → 00:04:24ราคาก็จะสูงมาก ๆ
00:04:24 → 00:04:28อาจจะไปถึงเป็นหลักหมื่นถึงหลักแสนได้เลย ต่อกิโลกรัม
00:04:28 → 00:04:31คือจริง ๆ ต้องบอกว่า รังนกนี่ เท่าที่เคยกินเนอะ
00:04:31 → 00:04:32มันไม่มีรสชาติเลย
00:04:32 → 00:04:35มันจะเป็นแบบนิ่ม ๆ เหมือนวุ้น
00:04:35 → 00:04:36อาจจะนุ่มกว่าวุ้นนิดหน่อย
00:04:37 → 00:04:38แล้วเวลาที่เขาเอามาทำนี่
00:04:38 → 00:04:39อันนี้เดี๋ยวต้องถามเชฟเนอะ
00:04:39 → 00:04:42แต่ที่บ้านนี่ เขาจะต้มกับพวกน้ำตาลกรวด
00:04:42 → 00:04:45แล้วก็อาจจะมีพวกแปะก๊วยใด ๆ ใส่ลงไปนิดนึง
00:04:45 → 00:04:47แช่เย็น แล้วก็ดื่ม ล้วก็กินนะคะ
00:04:47 → 00:04:50ซึ่งถ้าถามว่าในแง่ของคุณค่าทางอาหาร
00:04:50 → 00:04:53โดยหลักนี่ก็น่าจะเป็นกลุ่มของคาร์โบไฮเดรต
00:04:53 → 00:04:54แคลอรีไม่เยอะ
00:04:54 → 00:04:57ยกเว้นจะเป็นแคลอรีจากพวกน้ำตาลกรวด
00:04:57 → 00:04:59นอกจากเรื่องของคาร์โบไฮเดรต อาจจะมีโปรตีนบ้าง
00:04:59 → 00:05:01แต่ต้องบอกว่าโปรตีนน้อยมาก ๆ นะคะ
00:05:02 → 00:05:03แล้วก็จะมีพวกแร่ธาตุ
00:05:03 → 00:05:06หรือว่าอาจจะมีสารบางอย่าง
00:05:06 → 00:05:10ที่อาจจะมีผลกับเรื่องของ การทำงานของเส้นเลือดหรืออะไรก็ตาม
00:05:10 → 00:05:12มีคุณสมบัติสารต้านอนุมูลอิสระ
00:05:12 → 00:05:16แต่ต้องบอกนิดนึงค่ะ ว่ามันต้องกินปริมาณมาก ๆ เลยล่ะ
00:05:16 → 00:05:18มันถึงจะได้ในคุณสมบัติอันนั้น
00:05:19 → 00:05:24เพื่อให้เพียงพอสามารถที่จะมีคุณสมบัติ เป็นพวกของสารต้านอนุมูลอิสระ
00:05:24 → 00:05:27กินน้อย เราบอกว่ามี แต่มีนิดเดียวค่ะ
00:05:27 → 00:05:29มันก็อาจจะไม่ได้มีผลอะไรกับสุขภาพโดยรวม
00:05:29 → 00:05:31คนก็ชอบมาเปรียบเทียบครับว่า
00:05:31 → 00:05:35รังนกกับไข่ไก่นี่ใกล้เคียงกัน จริง ๆ แล้วจริงไหมครับ
00:05:35 → 00:05:36จริง ๆ เราต้องบอกอย่างนี้ค่ะว่า
00:05:36 → 00:05:39ในรังนกนี่ เหมือนที่บอก ส่วนใหญ่จะเป็นคาร์โบไฮเดรต
00:05:39 → 00:05:41ตรงส่วนที่เป็นโปรตีนมีบ้างนะคะ
00:05:41 → 00:05:42แต่ว่ามันน้อยค่ะ
00:05:43 → 00:05:45สมมุติว่าเราบอกว่าขวดนึง
00:05:45 → 00:05:47มันมีโปรตีนอยู่สักประมาณไม่ถึง 1 กรัม
00:05:48 → 00:05:48ครับ
00:05:48 → 00:05:500.25 ใด ๆ
00:05:50 → 00:05:52แล้วถ้าไข่ฟองหนึ่ง เอาไข่ขาวก่อนนะ
00:05:52 → 00:05:55ไข่ขาวฟองหนึ่งประมาณ 4 กรัม
00:05:55 → 00:05:58แล้วก็ถ้าไข่ทั้งฟอง 7 กรัม ตั้มก็หารไป
00:05:58 → 00:06:02ตั้มต้องกินรังนก อีกประมาณสัก 20 เกือบ 30 ขวด
00:06:02 → 00:06:05- ถึงจะได้ไข่ 1 ฟอง - ใช่ ถ้าเราเทียบโปรตีน
00:06:05 → 00:06:07แต่ว่าในนั้น ส่วนใหญ่มันจะเป็นเรื่องของคาร์โบไฮเดรต
00:06:08 → 00:06:10อย่างไรก็ตาม คาร์โบไฮเดรตในรังนกจะมี 2 ส่วนนะคะ
00:06:10 → 00:06:12อันที่ 1 คือตัวเนื้อรังนกเอง
00:06:12 → 00:06:15กับอันที่ 2 คือตัวน้ำตาลที่เขาเอาไปต้มรังนก
00:06:16 → 00:06:21[เสียงดนตรี]
00:06:21 → 00:06:25เราไปที่ของขึ้นชื่อของประเทศจีน อีกอย่างหนึ่งแล้วกันครับ
00:06:25 → 00:06:27- เป็นหูฉลามครับผม - โอเค
00:06:27 → 00:06:28พี่เอ๋เคยทานหูฉลามไหมครับ
00:06:28 → 00:06:30กิน วันนี้เราเดินอยู่ในกำแพงเมืองจีน
00:06:30 → 00:06:32อย่างกับเดินอยู่ในย่านเยาวราชเลย
00:06:32 → 00:06:34เราก็จะเห็นเนอะเวลาเข้าไปในเยาวราชนี่
00:06:34 → 00:06:38จะเห็นอยู่ 2 อย่างเลยที่ชัดเจนที่สุด ก็คือรังนกกับหูฉลาม
00:06:38 → 00:06:39ถูกต้อง
00:06:39 → 00:06:40ว่าแต่ว่ามันดีจริงหรือเปล่า
00:06:40 → 00:06:43โอ้ อันนี้เราต้องมาคุยกันครับว่าดีจริงไหม
00:06:43 → 00:06:44เดี๋ยวผมเล่าก่อนแล้วกันว่า
00:06:44 → 00:06:49ตัวหูฉลามนี่ จริง ๆ เราก็เคย น่าจะเคยสัมผัส เคยกินในคนรุ่นเรา
00:06:49 → 00:06:53คราวนี้นี่ หูฉลามสมัยก่อน เขาจะทานกันในช่วงเทศกาล
00:06:53 → 00:06:54ไม่ว่าจะเป็นตรุษจีนเอง
00:06:54 → 00:06:57หรือว่าจะเป็นช่วงวันเกิดของอากงอาม่า
00:06:57 → 00:07:00เป็นการบอกว่า หนึ่งคือเป็นยาอายุวัฒนะ
00:07:00 → 00:07:02กินแล้วจะช่วยทำให้อายุยืนนะครับ
00:07:02 → 00:07:04คราวนี้ถามว่าทำไมนะครับ
00:07:04 → 00:07:09คือเขาเชื่อมาว่า มันเป็นสิ่งที่มีอย่างเดียว บนตัวฉลามที่สามารถกินได้
00:07:09 → 00:07:11แล้วก็หาได้ยาก
00:07:11 → 00:07:11เพราะฉะนั้นเขาก็เลยรู้สึกว่า
00:07:11 → 00:07:18มันเป็นวัตถุดิบที่น่าจะช่วยส่งเสริม เรื่องของความอายุยืนของผู้สูงอายุได้
00:07:18 → 00:07:20คราวนี้กลับมาที่ว่าหูฉลามมันคืออะไร
00:07:20 → 00:07:23เพราะว่าเราก็รู้อยู่แล้วว่า ฉลามมันไม่มีหู ถูกไหมครับ
00:07:23 → 00:07:25มันก็คือส่วนครีบนั่นเองนะครับ
00:07:25 → 00:07:29ตัวฉลามนี่ เขาจะมีครีบ คือครีบหลังที่ค่อนข้างใหญ่
00:07:29 → 00:07:32มันก็จะมีครีบอกกับครีบหางอีกทีหนึ่ง
00:07:32 → 00:07:34ครีบอกนี้ก็จะมีขนาดเล็กลงมาหน่อย
00:07:34 → 00:07:38วิธีการนี่เขาก็จะจับเป็นอวนใหญ่ ๆ
00:07:38 → 00:07:41แล้วก็ลากขึ้นมาเป็นฉลาม 1 ตัว
00:07:41 → 00:07:44เสร็จแล้วเขาก็จะใช้เลื่อย ตัดตัวครีบหลังออกเลย
00:07:44 → 00:07:48บางที่นี่ เขาใช้แค่ครีบหลังอย่างเดียว เพราะว่ามันได้ราคากว่า
00:07:48 → 00:07:48มันใหญ่
00:07:48 → 00:07:52บางที่ไหน ๆ จับได้แล้ว เขาก็ตัดครีบอกมาด้วยนะครับ
00:07:52 → 00:07:56แล้วจากนั้นเขาก็เอาปลาฉลามที่ยังมีชีวิตอยู่ โยนกลับไปในทะเล
00:07:56 → 00:07:57แล้วมันจะตายไหม
00:07:57 → 00:07:58มันก็จะตายครับ เพราะว่า
00:07:58 → 00:08:00คือปลาฉลามนี่มันใช้ครีบในการว่ายน้ำ
00:08:00 → 00:08:01ใช่ ๆ
00:08:01 → 00:08:03แล้วก็ถ้าเกิดว่ามันไม่สามารถว่ายน้ำได้
00:08:03 → 00:08:06เหมือนตัดมือตัดขา หรือมัดมือมัดขาแล้วโยนลงไปในทะเล
00:08:06 → 00:08:07ใช่ครับ
00:08:07 → 00:08:10แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือ ปลาฉลาม ต้องเคลื่อนที่ตลอดเวลาในการหายใจ
00:08:11 → 00:08:13ถ้าเกิดมันอยู่กับที่ มันก็จะเหมือนการหายใจไม่ได้
00:08:13 → 00:08:16มันไม่มีตัวฟองอากาศเข้ามากรองบริเวณเหงือก
00:08:16 → 00:08:16เออ จริงด้วย
00:08:16 → 00:08:21ปลาฉลาม เวลาที่เราเอาครีบมันมาขายเป็นหูฉลามนี่
00:08:21 → 00:08:24ในตัวฉลามนี่ เรายังสามารถจะเอาอะไรมากินได้อีกหรือเปล่า
00:08:24 → 00:08:25ไม่ได้เลยครับ
00:08:25 → 00:08:29จะบอกว่าตัวเนื้อของปลาฉลามนี่จะมีกลิ่นเฉพาะ ที่ไม่สามารถ...
00:08:29 → 00:08:31คือจะบอกว่าคนหลาย ๆ คนจะไม่ชอบ
00:08:31 → 00:08:35เพราะฉะนั้น สมัยก่อนมีคนพยายามแล้วแหละ ว่าจะเอาเนื้อฉลามมาลองกินดู
00:08:36 → 00:08:38แต่สุดท้ายเราได้ข้อสรุปกันแล้วว่า
00:08:38 → 00:08:39เนื้อปลาฉลามกินไม่ได้
00:08:39 → 00:08:43ทีนี้พอเขาตัดตัวหูฉลามออกมา หรือตัวครีบของฉลามมาแล้วนี่ครับ
00:08:43 → 00:08:46เขาก็ทำการตากแห้งให้มันแห้งนะครับ
00:08:46 → 00:08:49หลังจากนั้นนี่ พอมันแห้งเสร็จ เขาก็จะไปตุ๋น
00:08:49 → 00:08:52เพื่อเอาหนังของตัวหูฉลามออก
00:08:52 → 00:08:55เพราะว่าฉลามนี่หนังจะค่อนข้างหนา
00:08:55 → 00:08:58เขาก็จะตุ๋น ตุ๋น ตุ๋นไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เอาหนังมันออกมาได้
00:08:58 → 00:09:01แล้วก็เหลือแค่ข้างใน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของกระดูกอ่อน
00:09:01 → 00:09:02กระดูกอ่อน
00:09:02 → 00:09:04- ใช่ครับ - โอเค นึกภาพออกค่ะ
00:09:04 → 00:09:09แล้วทีนี้อุตส่าห์ฆ่าเขามาเนอะ ทรมานเขาสารพัดขนาดนี้แล้ว
00:09:09 → 00:09:14มันอร่อยตรงไหน แล้วมันดีอย่างไร ถึงจะแบบพยายามไปกินกันจังเลย
00:09:14 → 00:09:16คือส่วนตัวที่เคยกินค่ะ
00:09:16 → 00:09:18มันก็เหนียว ๆ หนึบ ๆ
00:09:18 → 00:09:18ใช่ครับ
00:09:18 → 00:09:21แล้วก็มาตุ๋น คือมันอร่อย
00:09:21 → 00:09:24พี่อาจจะไม่ได้รู้สึกว่ามันอร่อยตรงหูฉลาม
00:09:24 → 00:09:26- แต่มันอร่อยตรงมันเป็นซุป - อร่อยที่น้ำแดงใช่ไหมครับ
00:09:26 → 00:09:27ใช่ ๆ
00:09:27 → 00:09:29คือเวลากินแล้วรู้สึกว่า เออ มันก็ซุปนี้อร่อยอย่างนี้ค่ะ
00:09:29 → 00:09:33แล้วมันก็จะมีหูฉลามที่แบบ มันเป็นชิ้น ๆ ลื่น ๆ
00:09:33 → 00:09:35ลื่น ๆ เนอะ หนึบ ๆ นิดนึง กินเข้าไป
00:09:35 → 00:09:38แต่ว่าจริง ๆ แล้ว เอาจริง ๆ กินอย่างอื่นก็ได้ไหม
00:09:38 → 00:09:40ถ้าเกิดสมมุติว่ามันโหดร้ายขนาดนี้ค่ะ
00:09:40 → 00:09:42อย่างที่บอกว่า จริง ๆ แล้วเมื่อกี้เราคุยกันว่า
00:09:42 → 00:09:46ส่วนประกอบที่เหลือจริง ๆ จากหูฉลาม คือตัวกระดูกอ่อนเลยครับ
00:09:46 → 00:09:47เพราะฉะนั้น Texture จริง ๆ มันก็จะเหมือน
00:09:48 → 00:09:51ตัวกระดูกอ่อนที่ทำการตุ๋นเป็นเวลานาน จนมันนิ่ม
00:09:51 → 00:09:51มันนิ่ม
00:09:51 → 00:09:56ก็คล้าย ๆ กับกระดูกหมูที่เราตุ๋นเป็นเวลานาน แล้วได้เคี้ยวนิดนึงอย่างนั้น
00:09:56 → 00:10:00ถ้าอย่างนั้นหลัก ๆ เนอะ มองว่าในส่วนของตรงนี้ค่ะ
00:10:00 → 00:10:03ในแง่ของตัวคุณค่าทางอาหาร
00:10:03 → 00:10:04มันก็คงมีโปรตีนแหละถูกไหม
00:10:04 → 00:10:07เพราะว่ามันจะเป็นสัดส่วนของเนื้อเยื่อ
00:10:07 → 00:10:08แล้วก็จะเป็นเรื่องของกระดูกอ่อน
00:10:08 → 00:10:10เพราะฉะนั้นแคลเซียมต้องมีแน่นอนนะคะ
00:10:10 → 00:10:12จะต้องมีโปรตีนแน่นอน
00:10:12 → 00:10:14แต่ว่าโปรตีนอันนี้ ก็จะเป็นลักษณะของคอลลาเจน
00:10:14 → 00:10:16เพราะมันเป็นเรื่องของโครงสร้างนะคะ
00:10:17 → 00:10:19คำถามว่าคอลลาเจนเราเคยคุยกันไปแล้ว
00:10:19 → 00:10:22คอลลาเจนนี่จริง ๆ มันก็เป็นโปรตีน
00:10:22 → 00:10:25แต่เป็นโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็นไม่ครบ
00:10:25 → 00:10:28บางคนพูดหยาบ ๆ ก็บอกว่าเป็นโปรตีนชั้นเลว
00:10:28 → 00:10:29ถูกต้องครับ
00:10:29 → 00:10:32อุตส่าห์ฆ่าเขาตั้งตัวนึงอะไรอย่างนี้ ได้มานิดเดียว
00:10:32 → 00:10:35แล้วก็ยังได้เป็นโปรตีนที่ไม่ครบส่วนอีก
00:10:35 → 00:10:39แล้วก็คงมีแคลเซียม แล้วก็มีแร่ธาตุหลาย ๆ อย่าง
00:10:39 → 00:10:41อาจจะมีพวกไกลโคโปรตีนอะไรก็แล้วแต่
00:10:41 → 00:10:46รวมถึงน่าจะมีพวกแร่ธาตุบางอย่าง ที่อาจจะมีประโยชน์กับร่างกายค่ะ
00:10:46 → 00:10:50ฟังมาถึงจุดนี้นี่ ผมว่าเราก็น่าจะได้ข้อสรุปกันแล้วนะครับว่า
00:10:50 → 00:10:54จริง ๆ แล้วนี่หูฉลามค่อนข้างที่จะ ทรมานสัตว์พอสมควรเลยนะครับ
00:10:54 → 00:10:54ใช่
00:10:54 → 00:10:58แล้วก็รณรงค์ว่าควรที่จะหยุดการทาน
00:10:58 → 00:11:00พี่ได้ยินว่าปี ๆ หนึ่งนี่ มันตายเยอะเหมือนกันนะ
00:11:00 → 00:11:01ใช่ครับ
00:11:01 → 00:11:04เยอะมาก ๆ ประมาณแบบเป็น 70 กว่าล้านตัวเลย
00:11:04 → 00:11:07ที่ถูกฆ่าไป เอาแค่หูฉลาม
00:11:07 → 00:11:10เพราะฉะนั้นถ้าเราฆ่ามันเยอะ ๆ นี่ มันมีโอกาสที่จะสูญพันธุ์ได้ด้วยนะคะ
00:11:10 → 00:11:13แล้วก็จะทำให้ระบบนิเวศในทะเลนี่มันเสียไป
00:11:13 → 00:11:16ในขณะเดียวกัน ของที่เราได้มา
00:11:16 → 00:11:21คุณค่าทางอาหารอาจจะไม่ได้ดีมาก ขนาดที่เราต้องไปฆ่าเขา
00:11:21 → 00:11:21ครับ
00:11:21 → 00:11:22เรามีทางเลือกอื่นใช่ไหม
00:11:22 → 00:11:23มีแน่นอนครับ
00:11:23 → 00:11:25เมื่อกี้อย่างที่พี่เอ๋บอกว่า
00:11:25 → 00:11:27Texture นี่มันเกิดจากตัวกระดูกอ่อน
00:11:27 → 00:11:28มันก็จะมีความหยุ่น ๆ อยู่แล้วนะครับ
00:11:28 → 00:11:32เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้นี่ ก็จะมีตัวหูฉลามสังเคราะห์ขึ้นมา
00:11:32 → 00:11:36ที่จะมีทั้ง Texture รสชาติต่าง ๆ คล้ายคลึงกับหูฉลาม
00:11:36 → 00:11:39เรียกได้ว่าแทนที่กันได้เลยครับผม
00:11:39 → 00:11:39โอเค
00:11:39 → 00:11:43สำหรับคนที่ยังติดรสชาติ หรือติด Texture ของการทานหูฉลาม
00:11:43 → 00:11:48หรือว่าอยากที่ยังมีความรู้สึกได้เฉลิมฉลอง กับคุณปู่คุณย่าอากงอาม่าต่าง ๆ
00:11:48 → 00:11:51สามารถเลือกใช้เป็นหูฉลามสังเคราะห์แทนได้
00:11:51 → 00:11:53อันนี้มันทำมาจากอะไรคะ
00:11:53 → 00:11:55จริง ๆ มันมีเจลาตินต่าง ๆ
00:11:55 → 00:11:57แล้วก็มีสาหร่ายต่าง ๆ ที่เอามาประกอบกัน
00:11:57 → 00:11:58- ที่ทำให้มันมีรูปร่าง - มันก็จะนุ่ม ๆ หนึบ ๆ
00:11:58 → 00:12:04[เสียงดนตรี]
00:12:04 → 00:12:07ต่อไปนะครับ เราก็จะพูดถึงเมนูหนึ่งที่เวลาป่วยนี่
00:12:07 → 00:12:11ผมว่าอากงอาม่าหลาย ๆ ท่านนี่ น่าจะต้มให้ทานกันหลายคนครับ
00:12:11 → 00:12:13นั่นก็คือตัวซุปไก่ครับผม
00:12:13 → 00:12:14อ๋อ ค่ะ โอเค
00:12:14 → 00:12:16อันนี้จะมีความเชื่ออันหนึ่ง
00:12:16 → 00:12:20คือเด็ก ๆ หรือคุณพ่อคุณแม่มักจะเชื่อว่า กินซุปไก่แล้วจะฉลาด
00:12:20 → 00:12:22ทีนี้วันนี้เราจะมาคุยกันว่า
00:12:22 → 00:12:24ซุปไก่มีคุณค่าทางอาหารอย่างไร
00:12:24 → 00:12:28ทีนี้เรามารู้กันก่อนว่า ซุปไก่นี่มันทำอย่างไร
00:12:28 → 00:12:29เอาไก่ทั้งตัวมาตุ๋น
00:12:29 → 00:12:32หรือว่าเอาเนื้อมันมาทำอะไร อย่างไรอย่างนี้ค่ะ
00:12:32 → 00:12:33จริง ๆ มีหลายสูตรนะครับ
00:12:33 → 00:12:36ถ้าเกิดว่าเราจะสังเกตเลยว่า ชาวเอเชียตะวันออกนี่
00:12:36 → 00:12:38จะทานซุปไก่กันเยอะนะครับ
00:12:38 → 00:12:38ใช่
00:12:38 → 00:12:42ทั้งจีนเอง เกาหลีเอง หรือว่าทางญี่ปุ่นเองนี่
00:12:42 → 00:12:44มีเมนูประจำชาติที่เป็นซุปไก่ค่อนข้างเยอะ
00:12:45 → 00:12:48คราวนี้นี่ ตัวคุณประโยชน์นี่ แน่นอนว่ามาจากการตุ๋นไก่
00:12:48 → 00:12:49โอเค
00:12:49 → 00:12:51ส่วนใหญ่เขาจะใส่ไก่ทั้งตัวนั่นแหละ
00:12:51 → 00:12:55ไม่ว่าจะเป็นใส่ทั้งตัวเลย หรือว่ามีการแล่ออกมาเป็นส่วนก่อนแล้วค่อยใส่
00:12:55 → 00:12:57คราวนี้อีกอย่างหนึ่งที่เขาจะใส่เข้าไปเพิ่ม
00:12:57 → 00:12:59นั่นก็คือสมุนไพรต่าง ๆ ของแต่ละประเทศครับ
00:12:59 → 00:13:02ใช่ เก๋ากี้มาแน่นอน ขิง ราก โสม ใด ๆ
00:13:02 → 00:13:03ใช่ โสมครับ
00:13:03 → 00:13:05ไม่ว่าจะเป็นจีนหรือเกาหลีนี่ เขาก็จะใส่พวกนี้
00:13:05 → 00:13:07เพื่อหวังว่าจะเป็นการบำรุง
00:13:07 → 00:13:08แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือ
00:13:08 → 00:13:10เราสังเกตว่าเวลาเราป่วยนี่
00:13:10 → 00:13:13ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดธรรมดา หรือแม้กระทั่งป่วยหนักเลยก็ตามนี่
00:13:13 → 00:13:15ความอยากอาหารเราลดลงครับ
00:13:15 → 00:13:15ใช่
00:13:15 → 00:13:18เพราะฉะนั้น การให้ซุปไก่นี่
00:13:18 → 00:13:19เนื่องจากมันเป็นน้ำเนอะ
00:13:19 → 00:13:22แล้วก็เราตุ๋นทุกอย่าง เรามีความเชื่อว่า
00:13:22 → 00:13:26ประโยชน์ต่าง ๆ ที่มันอยู่ในเนื้อนี่ มันได้ละลายลงไปในซุปแล้วนี่
00:13:26 → 00:13:28ก็จะทำให้คนป่วยนี่ทานได้ง่ายขึ้นครับ
00:13:28 → 00:13:30อืม โอเคค่ะ
00:13:30 → 00:13:32ถ้าพูดแบบนี้ เรามามองกันเนอะ
00:13:32 → 00:13:34เหมือนเวลาเราต้มหรือเราตุ๋นนาน ๆ ใช่ไหมคะ
00:13:34 → 00:13:36จนกระทั่งได้แบบ...
00:13:36 → 00:13:39ถ้าเป็นภาษาอังกฤษใช้คำว่า Chicken Essence หรือว่าเป็นซุปไก่
00:13:39 → 00:13:43มันก็คือจะทำให้คุณค่าทางอาหารทั้งหมดนี่ มันเข้มข้นใช่ไหมคะ
00:13:43 → 00:13:43ครับ
00:13:43 → 00:13:44เพราะฉะนั้นถามว่าในนั้นมีอะไรบ้าง
00:13:44 → 00:13:46อันแรก มีโปรตีนแน่นอน
00:13:46 → 00:13:46ครับผม
00:13:46 → 00:13:48ถ้าสมมุติว่าเวลาที่เราตุ๋นเข้าไป
00:13:48 → 00:13:52ถ้าสมมุติว่ามันมีในส่วนของ ตัวกระดูกอะไรใด ๆ ลงไปด้วย
00:13:52 → 00:13:53มันก็น่าจะมีแคลเซียมเนอะ
00:13:54 → 00:13:57ทีนี้โปรตีนในที่นี้ค่ะ เวลาที่เราตุ๋นไปนาน ๆ
00:13:57 → 00:13:59มันก็จะทำให้มันมีการแตกตัว
00:13:59 → 00:14:02จนกระทั่งกลายเป็นโปรตีนส่วนย่อย
00:14:02 → 00:14:04แปลว่าอะไร แปลว่าดูดซึมง่าย
00:14:04 → 00:14:04ครับ
00:14:04 → 00:14:06แต่แน่นอนมันก็จะต้องแลกมาเนอะ
00:14:06 → 00:14:09เพราะว่าถ้ามันเป็นโปรตีน ที่มันเป็นโปรตีนทั้งชิ้น
00:14:09 → 00:14:11เวลากิน รสชาติมันอร่อย
00:14:11 → 00:14:14แต่ถ้าเมื่อไร มันแตกตัวไปจนกระทั่งเป็นกรดอะมิโน
00:14:14 → 00:14:17หรือว่าเป็นโปรตีนสายย่อย ๆ
00:14:17 → 00:14:18มันอาจจะทำให้รสชาติมันเฝื่อนนิดนึง
00:14:18 → 00:14:19ถูกต้องครับ
00:14:19 → 00:14:22ซึ่งอันนี้ก็อาจจะต้องบอกว่า อาจจะต้องแลกมา
00:14:22 → 00:14:24กินแล้วนี่ ดูดซึมได้ง่าย ดูดซึมได้เร็ว
00:14:24 → 00:14:26แต่ว่ารสชาติอาจจะเปลี่ยนไป
00:14:26 → 00:14:30การเติมสมุนไพรใด ๆ ก็อาจจะช่วยทำให้รสชาติมันดีขึ้น
00:14:30 → 00:14:33ช่วยกลบรสชาติ หรือแม้กระทั่งช่วยเสริม
00:14:33 → 00:14:35ใช้คำว่าเสริมเนอะ เสริมคุณค่าทางยา
00:14:35 → 00:14:35ครับผม
00:14:36 → 00:14:40คราวนี้อย่างที่พี่เอ๋บอกว่า ซุปไก่นี่ คนจะเข้าใจว่าราคาแพง
00:14:40 → 00:14:41แต่จริง ๆ แล้ว พอเราฟัง ๆ ดู
00:14:41 → 00:14:44มันก็เป็นแค่ไก่ เอาไปต้มกับตัวน้ำถูกต้องไหมครับ
00:14:44 → 00:14:46จริง ๆ แล้วที่ราคาสูงนี่
00:14:46 → 00:14:50อย่างแรกเลยคือสมุนไพรที่ใส่เข้าไป ว่าเราใส่อะไรเข้าไปเยอะแค่ไหน
00:14:50 → 00:14:52อย่างที่เรารู้ว่า ตัวโสมเองก็ตามนี่
00:14:52 → 00:14:55มันจะมีราคาต่อกิโลกรัมค่อนข้างสูง
00:14:55 → 00:14:56พอยิ่งใส่เยอะนี่
00:14:57 → 00:14:59ตัวซุปไก่เราก็จะยิ่งแพงมากขึ้น
00:14:59 → 00:15:02คราวนี้นี่ ฟังเรื่องโภชนาการมาค่อนข้างเยอะแล้วครับ
00:15:02 → 00:15:07ผมอยากให้พี่เอ๋ลองเปรียบเทียบ ให้ง่ายขึ้นไปกว่านั้นเลยว่า
00:15:07 → 00:15:11ตัวซุปไก่กับตัวไข่ไก่นี่ เปรียบเทียบกันได้อย่างไรบ้างครับ
00:15:11 → 00:15:13ก็เหมือนเมื่อกี้ที่ตั้มบอกนะคะ
00:15:13 → 00:15:15ฟังดูเหมือนว่าจริง ๆ ซุปไก่เราก็ทำเองได้
00:15:15 → 00:15:20แล้วเราก็จะสามารถเติมอะไรต่อมิอะไร ที่เราคิดว่าดีลงไปในนั้นได้ด้วย
00:15:20 → 00:15:23แต่ว่าในกรณีของถ้าจะให้เปรียบเทียบแบบนี้
00:15:23 → 00:15:26แต่ละคน แต่ละบ้านที่ทำนี่ มันก็อาจจะต่างกัน
00:15:26 → 00:15:27- สูตรไม่เหมือนกัน - ใช่
00:15:27 → 00:15:31ทีนี้ถ้าสมมุติถ้าเรามองว่า เอ๊ะ แล้วถ้ามันมีขายอยู่ในท้องตลาดอย่างนี้
00:15:31 → 00:15:32เป็นพวกซุปไก่สกัดอย่างนี้
00:15:33 → 00:15:35ขวดนึง ถ้าเทียบโปรตีนนะ เอาโปรตีนก่อนเนอะ
00:15:35 → 00:15:39มันก็น่าจะพอ ๆ กับไข่สักฟองหนึ่ง คือประมาณ 7 กรัม
00:15:39 → 00:15:39ครับ
00:15:39 → 00:15:42แต่มันจะมีพวกแร่ธาตุอะไรใด ๆ อย่างอื่น อีกนิดหน่อย
00:15:42 → 00:15:47ซึ่งถามว่ามันจะมีผล ถึงขนาดทำให้สุขภาพเราดีขึ้นขนาดนั้นไหม
00:15:47 → 00:15:51อาจจะไม่ได้มากขนาดนั้น สำหรับการกินแค่ขวดเดียว
00:15:51 → 00:15:57สิ่งที่จะดีกว่าก็คือว่าโปรตีนที่มี ต่อให้เราเทียบกับในไข่แล้วเราบอกว่าเท่ากัน
00:15:57 → 00:15:59แต่ในซุปไก่ มันเป็นโปรตีนที่ย่อยไปแล้ว
00:15:59 → 00:16:00ครับผม
00:16:00 → 00:16:02เพราะฉะนั้นนี่มันดูดซึมง่าย ดูดซึมได้เร็ว
00:16:02 → 00:16:04เอาไปใช้ได้เร็วถูกไหมคะ
00:16:04 → 00:16:07เพราะฉะนั้นอันนี้อาจจะเป็นจุดหนึ่ง ที่อาจจะมองว่า
00:16:07 → 00:16:10ถ้าเราต้องการโปรตีนที่ดูดซึมง่ายดูดซึมเร็ว
00:16:10 → 00:16:11เราก็เลือกอันนี้
00:16:11 → 00:16:16อีกอันหนึ่งที่เราอาจจะต้องระมัดระวังนิดนึง ในคนที่มีปัญหาเรื่องยูริก
00:16:17 → 00:16:17อันนี้สำคัญเลยครับ
00:16:17 → 00:16:19ถ้ามีกรดยูริกสูงใช่ไหมคะ
00:16:20 → 00:16:22เราก็จะพูดว่ามันไม่ใช่แค่ไก่
00:16:22 → 00:16:26แต่ว่าเราจะพูดเลยว่าน้ำสต๊อกทั้งหลายใช่ไหม
00:16:26 → 00:16:29น้ำสต๊อกเวลาเราต้ม ไม่ว่าจะเป็นต้มกระดูกหมูหรือใด ๆ
00:16:29 → 00:16:31พวกน้ำซุปทั้งหลายค่ะ
00:16:31 → 00:16:32จริง ๆ กลุ่มนี้
00:16:32 → 00:16:36มันจะมีการสลายของพวกไขกระดูกด้วย พวกเนื้อพวกอะไรลงไปในน้ำซุป
00:16:36 → 00:16:39การรับประทานน้ำซุปปริมาณมาก
00:16:39 → 00:16:44มันก็จะทำให้ได้รับพิวรีน ร่างกายจะได้พิวรีนเยอะขึ้น
00:16:44 → 00:16:47แล้วร่างกายจะเอาพิวรีน ไปสร้างเป็นยูริกเพิ่มขึ้นได้
00:16:47 → 00:16:47ครับผม
00:16:47 → 00:16:50ดังนั้นใครที่มีปัญหาเรื่องของยูริกสูง
00:16:50 → 00:16:54อาจจะต้องระมัดระวังในเรื่องของ การรับประทานน้ำซุปหรือน้ำสต๊อก
00:16:54 → 00:16:59เช่นเดียวกัน ในกลุ่มของซุปไก่สกัด ถ้าสมมุติว่าจะกินอันนี้
00:16:59 → 00:17:00ก็อาจจะต้องระวังนิดนึงว่า
00:17:00 → 00:17:03ในซุปไก่สกัด มันก็จะมีพิวรีนเยอะค่ะ
00:17:04 → 00:17:09[เสียงดนตรี]
00:17:09 → 00:17:12เมื่อกี้เราคุยกันไปถึงรังนกแล้วใช่ไหมครับ
00:17:12 → 00:17:14หูฉลามแล้ว ซุปไก่แล้ว
00:17:14 → 00:17:14โอเค
00:17:14 → 00:17:20เราก็เก็บให้ครบ ในส่วนของทางด้านศาสตร์จีนกันเลย
00:17:20 → 00:17:20โอเค
00:17:20 → 00:17:22แล้วก็ตั้งกันอยู่ข้างหน้านี้แล้วครับ
00:17:22 → 00:17:24นี่คือตัวกระเพาะปลาครับผม
00:17:24 → 00:17:27อ๋อ จริง ๆ มันไม่ใช่แบบที่คุ้นเคยเนอะ
00:17:27 → 00:17:27ครับ ถูกต้อง
00:17:27 → 00:17:31แบบที่คุ้นเคย สมมุติว่าเวลาเราไปตลาด แล้วเราเห็นกระเพาะปลานี่
00:17:31 → 00:17:32- เราจะเห็นมันเป็นถุง ๆ - เป็นหลอด ๆ
00:17:32 → 00:17:34- ใช่ครับ
00:17:34 → 00:17:36แต่ว่าแบบนี้ อันนี้ไม่คุ้นตา
00:17:36 → 00:17:36โอเค
00:17:36 → 00:17:37แต่รู้ว่ามันแพง
00:17:37 → 00:17:38ครับผม
00:17:38 → 00:17:39ดูแพง ดูแพง
00:17:40 → 00:17:42ทีนี้ลองให้พี่เอ๋ฟังก่อนว่า กระเพาะปลาคืออะไรนะครับ
00:17:42 → 00:17:42ค่ะ
00:17:43 → 00:17:47ตัวปลานี่ เขาจะมีส่วนหนึ่งเขาเรียกว่าถุงลม
00:17:47 → 00:17:49ตัวถุงลมมีไว้ทำอะไร
00:17:49 → 00:17:51มันจะเอาไว้สำหรับในการทรงตัวในน้ำ
00:17:52 → 00:17:55ถ้าเกิดว่าคนที่ดำน้ำจะรู้ดีว่า เราจะใส่เป็นเสื้อ BCD
00:17:55 → 00:17:57อ๋อ มันเหมือนอารมณ์เสื้อชูชีพ
00:17:57 → 00:18:01ครับ เป็นเสื้อ BCD แล้วคราวนี้เวลาเราจะลอยตัวในน้ำนี่
00:18:01 → 00:18:04เราจะต้องมีลมอยู่ในเสื้อในระดับหนึ่ง
00:18:04 → 00:18:07เพื่อให้เราทรงตัวได้เท่ากัน แล้วก็ลอยอยู่ในน้ำได้
00:18:08 → 00:18:08โอเค
00:18:08 → 00:18:11อันนี้นี่มันปลาอะไรคะเวลาที่ใช้ ได้ทุกปลาไหม
00:18:11 → 00:18:13ผมดูนี่ ผมก็จะไม่รู้นะครับ
00:18:13 → 00:18:16แต่จริง ๆ แล้วนี่ ตัวกระเพาะปลามันได้ทุกปลาเลย
00:18:16 → 00:18:19เริ่มต้นนี่ มันเกิดจากการว่า
00:18:19 → 00:18:22ปลานี่ เวลาเรากิน มันก็จะมีเครื่องในอะไรต่าง ๆ ใช่ไหมครับ
00:18:22 → 00:18:25เราก็จะมาค้นพบว่า เอ๊ะ อันนี้ก็ดูน่าจะเอาไปทำอาหารได้
00:18:25 → 00:18:27อันนี้เราไม่ได้เริ่มจาก ตัวกระเพาะปลาแบบนี้ก่อนนะครับ
00:18:27 → 00:18:30เริ่มจากปลาเล็ก ๆ ที่เราจับกันตามทะเลนี่ครับ
00:18:30 → 00:18:36มันก็จะเริ่มมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น โดยที่พอเราจับปลาได้แปลกมากขึ้น
00:18:37 → 00:18:38เช่น สมมุติว่าเราไปได้เรือค่อนข้างใหญ่
00:18:39 → 00:18:42เราก็จะจับปลาที่น้ำลึกได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
00:18:42 → 00:18:45เราก็จะเจอว่าปลามันเริ่มมีขนาดใหญ่มากขึ้น
00:18:45 → 00:18:47พอปลาน้ำลึกตัวขนาดใหญ่
00:18:47 → 00:18:49ตัวถุงลมเขาก็จะขนาดใหญ่ตามด้วยนะครับ
00:18:49 → 00:18:51บวกกับว่าตอนนี้เขาก็เริ่มมีเทรนด์แล้วว่า
00:18:51 → 00:18:57เอ๊ะ ตัวกระเพาะปลาน่าจะมีคุณสมบัติต่าง ๆ ในการบำรุงและรักษาโรคต่าง ๆ
00:18:57 → 00:18:59โดยเฉพาะเรื่องคนท้องนี่
00:18:59 → 00:19:02เขาก็จะพูดต่อ ๆ กันมาในแต่ละยุคเลยว่า
00:19:02 → 00:19:04ถ้าเกิดว่าลูกสาวท้อง
00:19:04 → 00:19:05ต้องกินกระเพาะปลา
00:19:05 → 00:19:06ต้องกินกระเพาะปลาเพื่อบำรุงให้เด็กแข็งแรง
00:19:06 → 00:19:08รวมถึงว่าถ้าเกิดคลอดออกมาแล้วนี่
00:19:08 → 00:19:13กินกระเพาะปลาจะช่วยทำให้ น้ำนมมีสารอาหารเพิ่มมากขึ้นด้วย
00:19:13 → 00:19:16ทำให้คนจีนมีความเชื่อ เรื่องกระเพาะปลาเพิ่มมากขึ้น
00:19:16 → 00:19:19พอแต่งงานแล้ว เราอยากให้มีลูกใช่ไหมครับ
00:19:19 → 00:19:23เขาก็จะเอาอันนี้เป็นมรดกมาว่า อันนี้ปลาเก็บไว้ให้ เป็นกระเพาะปลาอย่างดี
00:19:23 → 00:19:24ว้าว
00:19:24 → 00:19:27ใช่ครับ มันก็จะมีการส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น จากรุ่นสู่รุ่น
00:19:27 → 00:19:29เขากินไหม หรือว่าเขาแค่ส่งกันมา
00:19:29 → 00:19:30สมัยก่อนคือกินนะครับ
00:19:30 → 00:19:35แต่หลัง ๆ นี่ พอเรื่องเทรนด์ของตัวกระเพาะปลาว่า
00:19:35 → 00:19:36ปลาชนิดที่แปลกมากขึ้น
00:19:36 → 00:19:40หรือปลาที่ตัวนี้เริ่มจับมา แล้วมันเริ่มสูญพันธุ์
00:19:40 → 00:19:42คือปริมาณน้อยลงนี่
00:19:42 → 00:19:45ตัวกระเพาะปลาชนิดนี้ก็จะเริ่มราคาสูงมากขึ้น
00:19:45 → 00:19:48เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่ากระเพาะปลาบางชนิดนี่ ไม่ได้เอาไว้กินแล้ว
00:19:49 → 00:19:53มันเริ่มเอาไว้สำหรับแสดงเศรษฐานะ หรือว่าไว้เป็นเครื่องประดับบ้าน
00:19:53 → 00:19:55เดี๋ยวนี้แพงกว่านาฬิกาแล้วนะครับ ตัวกระเพาะปลา
00:19:55 → 00:19:58คราวนี้เราก็สงสัยว่า เอ๊ะ แล้วเราจะดูอย่างไร
00:19:58 → 00:20:01ว่ากระเพาะปลาชนิดไหนแพง ชนิดไหนถูกใช่ไหมครับ
00:20:02 → 00:20:05- จะบอกว่าอย่างแรกเลยคือชิ้นใหญ่ - ชิ้นใหญ่
00:20:05 → 00:20:06พอคราวนี้ชิ้นใหญ่นี่
00:20:06 → 00:20:10มันไม่มีทางหรอกครับ ว่าจับจากปลาที่อยู่ผิวน้ำนี่
00:20:10 → 00:20:11มันจะมีถุงลมขนาดใหญ่
00:20:11 → 00:20:13ส่วนใหญ่ก็จะเป็นปลาน้ำลึก
00:20:13 → 00:20:16ซึ่งปลาน้ำลึกนี่ มันก็จะปริมาณน้อย
00:20:16 → 00:20:18พอเราล่า ๆ เพื่อเอากระเพาะปลาเยอะ ๆ
00:20:18 → 00:20:21บางทีเราต้องการแค่ ตัวกระเพาะปลาของเขาด้วยซ้ำ
00:20:21 → 00:20:22เหมือนคล้าย ๆ หูฉลามแล้ว
00:20:22 → 00:20:23โอ้ว
00:20:23 → 00:20:25เพราะฉะนั้น เราล่ามากขึ้น
00:20:25 → 00:20:27- ปลาชนิดนั้นพอมัน... - ก็สูญพันธุ์
00:20:27 → 00:20:28ใช่ มันก็จะเริ่มสูญพันธุ์
00:20:28 → 00:20:30พอปลาชนิดไหนสูญพันธุ์นี่
00:20:30 → 00:20:31กระเพาะปลาก็จะแพงขึ้นทันที
00:20:31 → 00:20:33ถูกต้อง เพราะมันเป็นของที่หายากแล้วครับ
00:20:33 → 00:20:33เข้าใจ ๆ
00:20:33 → 00:20:35แล้วก็จะถูกใช้แล้วหมดไปถูกไหมครับ
00:20:36 → 00:20:39ราคาสิ่งนั้นก็จะแพงมากขึ้น
00:20:39 → 00:20:41หนึ่งคือชนิดปลา สองคือขนาดแล้วใช่ไหมครับ
00:20:42 → 00:20:43สามคืออายุครับผม
00:20:44 → 00:20:46ยิ่งเก็บนาน ยิ่งราคาสูงครับ
00:20:47 → 00:20:48อันนี้คือไม่กินแล้วนะ
00:20:48 → 00:20:50ใช่ครับ เป็นการเก็บไว้อย่างนี้นี่
00:20:50 → 00:20:52แน่นอนดูนี่จะรู้เลยว่าเก็บมานาน
00:20:53 → 00:20:55เพราะว่าถ้าเกิดขึ้นมาใหม่ ๆ เลยนี่
00:20:55 → 00:20:57- เราจะเห็นว่ามันค่อนข้างจะเหลืองใส - ขาว ๆ เหลือง ๆ
00:20:57 → 00:20:58เหลืองใส
00:20:58 → 00:21:01พอเขาโดนลมเรื่อย ๆ ครับ โดนอากาศ โดนออกซิเจนไปเรื่อย ๆ
00:21:01 → 00:21:03ก็จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน
00:21:03 → 00:21:06ทำให้สีเขาเหลืองมากขึ้น เหลืองมากขึ้น
00:21:06 → 00:21:08จนเริ่มมีสีทองครับ
00:21:08 → 00:21:11คราวนี้พอสีทอง มันก็เริ่มประดับบ้านได้ถูกไหมครับ
00:21:11 → 00:21:11โอเค
00:21:11 → 00:21:13แต่พอมันเริ่มเก่ามากขึ้น
00:21:13 → 00:21:15มันก็จะเริ่มเป็นสีน้ำตาลเข้ม มันเริ่มเป็นสีดำ
00:21:16 → 00:21:20อันนี้เขาก็จะแสดงถึงความอายุยืนของแต่ละบ้าน ความอายุยืนของเจ้าของครับ
00:21:20 → 00:21:23ทีนี้ถ้าเรารู้แล้วว่ามันคือส่วนที่เป็นถุงลม
00:21:24 → 00:21:26แล้วก็เวลาที่เอามาทำอาหารนี่
00:21:26 → 00:21:27คำถามคือในนั้นคืออะไร
00:21:27 → 00:21:32ถ้ามันเป็นถุงลม ก็เหมือนกัน มันก็น่าจะเป็นพวกของโครงสร้างใช่ไหมคะ
00:21:32 → 00:21:34ก็จะเป็นพวกคอลลาเจน เป็นโปรตีนหลักอีกแล้วแหละ
00:21:34 → 00:21:35อืม
00:21:35 → 00:21:36ถ้าสมมุติว่ามันเป็นปลาทะเลน้ำลึก
00:21:36 → 00:21:39อีกอันหนึ่งที่เราอาจจะต้องระมัดระวังนะคะ
00:21:39 → 00:21:44ก็คือว่า ในหลาย ๆ ที่ ในเรื่องของโลหะหนัก หรือสารปนเปื้อน
00:21:45 → 00:21:46ไม่ได้บอกว่ามันจะต้องมีนะคะ
00:21:46 → 00:21:48แต่ว่าอาจจะต้องระมัดระวังนิดนึง
00:21:48 → 00:21:50เพราะว่ามันเหมือนเรากินปลาทั่วไป
00:21:50 → 00:21:52ในกรณีที่เรากินปริมาณมาก
00:21:52 → 00:21:55เราก็มีโอกาสเสี่ยง ที่จะได้รับพวกนี้เข้ามาด้วย
00:21:56 → 00:21:59แล้วก็มันก็จะเป็นคอลลาเจน แร่ธาตุใด ๆ
00:21:59 → 00:22:00ครับ
00:22:00 → 00:22:02อื่น ๆ พี่ยังนึกไม่ออกว่า มันจะมีอะไรมากไปกว่านี้
00:22:02 → 00:22:05เอ๊ะ เวลาคนทำมันจะมีหรือเปล่า
00:22:05 → 00:22:08แต่ว่าถ้ามันจะมีส่วนที่เป็น on top ก็คือน้ำมันที่เอาไปทอด
00:22:08 → 00:22:11ตอนที่เราจะเก็บตัวกระเพาะปลา
00:22:11 → 00:22:14แล้วมันมีแบบที่ราคาถูก เป็นกระเพาะปลาเทียมไหม
00:22:14 → 00:22:17จริง ๆ นี่ เนื่องจากกระเพาะปลาค่อนข้างราคาสูง
00:22:17 → 00:22:18บางร้านเขาจะใช้เป็นหนังหมูแทน
00:22:18 → 00:22:21แต่ว่าบางคนก็จะแบบ... ไหน ๆ เราสั่งกระเพาะปลาแล้ว
00:22:21 → 00:22:24เราก็อยากกินกระเพาะปลาเนอะ เราก็ไม่ได้อยากกินหนังหมูนะครับ
00:22:24 → 00:22:27ถ้าถามพี่นะ พี่ว่าไม่เหมือนเลย
00:22:27 → 00:22:30เพราะว่ากระเพาะปลามันจะมีความบางกว่า
00:22:30 → 00:22:31เวลากินมันจะไม่หยาบ แล้วก็ไม่หนา
00:22:32 → 00:22:34แต่ถ้าเป็นหนังหมู มันจะมีความหนากว่า
00:22:34 → 00:22:35ใช่ มันจะมีความหนึบ ๆ มากกว่า
00:22:35 → 00:22:36ใช่
00:22:36 → 00:22:39วิธีการเลียนแบบเขาจะคล้าย ๆ กับ กระเพาะปลาที่เอาไปทอดครับ
00:22:40 → 00:22:42เขาจะเอาหนังหมูไปตุ๋นให้มันนิ่มก่อน
00:22:42 → 00:22:44จากนั้นเขาจะทอดให้มันฟูขึ้นมา
00:22:44 → 00:22:48เพราะฉะนั้น รูปร่างมันจะคล้ายกับ กระเพาะปลาทอด
00:22:48 → 00:22:50อารมณ์แคบหมู เอาแคบหมูไปแช่น้ำคุณผู้ชม
00:22:50 → 00:22:51อย่างนั้น อย่างนั้น อย่างนั้น
00:22:51 → 00:22:54เอาแคบหมูไปแช่น้ำก่อน แช่น้ำเสร็จแล้วเอาไปตุ๋นต่อ
00:22:54 → 00:22:55ใช่ครับ
00:22:55 → 00:23:00ค่ะ วันนี้เหมือนกับเรากำลังจะไปเดินหา วัตถุดิบอยู่ตรงถนนเยาวราชเลยนะคะ
00:23:00 → 00:23:03ก็จะมีอาหารที่ราคาแพงนะคะ
00:23:03 → 00:23:06แล้วมันมีความเชื่อว่ามันดีกับสุขภาพ
00:23:06 → 00:23:11ทีนี้วันนี้เราก็มาลองดูว่าในแต่ละอย่างนี่ มันมีคุณค่าทางอาหารอะไรบ้าง
00:23:11 → 00:23:15แล้วก็ได้เรียนรู้ที่มาด้วยว่าแต่ละอย่าง ทำอะไรอย่างไรนะคะ
00:23:15 → 00:23:18คำถามคือ ณ ถึงจุดนี้ ถามคุณหมอตั้ม
00:23:18 → 00:23:20ว่าคุณหมอตั้มจะแนะนำ ในฐานะที่เป็นเชฟ
00:23:20 → 00:23:21ครับผม
00:23:21 → 00:23:24จะแนะนำให้ผู้ชม รับประทานอาหารกลุ่มนี้หรือเปล่าคะ
00:23:24 → 00:23:26จริง ๆ ถ้าเกิดตัดหูฉลามออกไปนี่
00:23:26 → 00:23:30ถ้าเกิดคนที่ชอบในเรื่องของ Texture ต่าง ๆ ก็สามารถทานได้นะครับ
00:23:30 → 00:23:33แต่ว่าถ้าเกิดจะเน้นเรื่องของโภชนาการต่าง ๆ
00:23:33 → 00:23:35หรือเรื่องการรักษาโรคต่าง ๆ
00:23:35 → 00:23:39เราอาจจะมีทางเลือกอื่นที่ให้กินมากกว่า
00:23:39 → 00:23:44มากกว่าที่จะมาทานของพวกนี้เพื่อรักษาโรค หรือการบำรุงรักษาร่างกายต่าง ๆ
00:23:44 → 00:23:47ก็วันนี้ผมว่าเนื้อหาค่อนข้างจุใจแล้ว
00:23:47 → 00:23:49เดี๋ยวครั้งหน้ามาติดตามกันครับว่า
00:23:49 → 00:23:52เราจะนำอาหารสุขภาพอะไร มานำเสนอทุกคนนะครับ
00:23:52 → 00:23:56ก็อย่าลืมติดตามรายการ Food Choice กินดี สุขภาพดี เลือกได้
00:23:56 → 00:23:57ทาง Mahidol Channel ครับ
00:23:57 → 00:23:59วันนี้พี่เอ๋กับผมก็ขออนุญาตลาไปก่อนนะครับ
00:23:59 → 00:24:01- สวัสดีครับ - สวัสดีค่ะ
00:24:01 → 00:24:06พบกับรายการ Food Choice กินดี สุขภาพดีเลือกได้
00:24:06 → 00:24:08ทุกวันจันทร์เวลา 18:00 น.
00:24:08 → 00:24:10ที่ Mahidol Channel Podcast
00:24:10 → 00:24:12ผ่านช่องทาง Facebook Mahidol Channel
00:24:13 → 00:24:14YouTube Mahidol Channel
00:24:14 → 00:24:16Apple Podcasts
00:24:16 → 00:24:17Spotify
00:24:17 → 00:24:18Anchor
00:24:18 → 00:24:18Joox
00:24:18 → 00:24:23[เสียงดนตรี]
00:24:24 → 00:24:26ความรู้ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้
00:24:26 → 00:24:28มหาวิทยาลัยมหิดล
00:24:28 → 00:24:29ปัญญาของแผ่นดิน