00:00:00 → 00:00:03สวัสดีครับกลับมาพบกันอีกแล้วนะครับกับ
00:00:03 → 00:00:07วันนี้นะครับเ่อหมอคอเล่านะฮะวันนี้เราก็
00:00:07 → 00:00:10กลับมาพบกันอีกครั้งนึงหลังจากที่ห่างหาย
00:00:10 → 00:00:12กันไปนานแล้วนะครับกับ Facebook ไลฟของ
00:00:12 → 00:00:15เรากันนะครับวันนี้ก็เป็นบ่ายวันพฤหัสบดี
00:00:15 → 00:00:18นะครับที่ 17 พฤศจิกายนวันนี้ก็หมอก็มี
00:00:18 → 00:00:21โอกาสนะครับมาพบนะฮะพูดคุยนะครับทักทาย
00:00:21 → 00:00:25กับทุกท่านอีกครั้งนึงนะครับวันนี้ใครที่
00:00:25 → 00:00:29เป็นแฟนเพจของเรานะครับมีช่วงระยะเวลาที่
00:00:29 → 00:00:32กว้างอยู่นะครับก็แวะเข้ามาฟังได้เลยนะ
00:00:32 → 00:00:36ครับวันนี้เป็นหัวข้อที่ได้นำเสนอนะครับ
00:00:36 → 00:00:39เตรียมมาเล่าให้กับทุกคนฟังก็เป็นเรื่อง
00:00:39 → 00:00:42ใกล้ตัวเราแล้วก็พวกเราก็มีโอกาสที่จะได้
00:00:42 → 00:00:45อ่านนะครับได้ฟังนะฮะเรื่องนี้กันบ่อย
00:00:45 → 00:00:48นั่นก็คือนะฮะเป็นเรื่องของ intermittent
00:00:48 → 00:00:50fasting นะครับ intermittent fasting
00:00:50 → 00:00:53ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการลดน้ำหนัก
00:00:53 → 00:00:57นั่นเองครับโอเคทางบ้านใครฟังอยู่บ้าง
00:00:57 → 00:01:01ครับวันนี้เรามาไลฟ์ในรูปแบบเชิงวิชาการ
00:01:01 → 00:01:03กันหน่อยนะครับเพราะฉะนั้นก็จะมีการ
00:01:03 → 00:01:05เตรียมความพร้อมก่อนหน้านี้นิดหน่อยนะ
00:01:05 → 00:01:08ครับวันนี้ก็มาพบกับทุกท่านนะฮะเอ่อเรท
00:01:08 → 00:01:11กว่า 15:00 น.นิดนึงนะครับทางบ้านเสียง
00:01:11 → 00:01:14เป็นอย่างไรบ้างเอ่ยภาพและเสียงของเราวัน
00:01:15 → 00:01:20นี้ครับก็ถ้าใครที่เข้ามาชมแล้วนะครับ
00:01:20 → 00:01:23เสียงเราได้ยินชัดเจนนะครับสัญญาณพลาดชัด
00:01:23 → 00:01:29เจนก็ฝากพิมพ์เข้ามาบอกหมอกันหน่อยนะครับ
00:01:29 → 00:01:32อ่ะเราลองมาเช็คกันดีกว่านะครับวันนี้ใคร
00:01:32 → 00:01:35เข้ามาแล้วนะครับมาทักทายกันหน่อยเร็วนะ
00:01:35 → 00:01:38เราจะได้พูดคุยกันนะครับวันนี้เป็นหัวข้อ
00:01:38 → 00:01:42ที่ต้องบอกว่าเอามาแชร์นะครับเอามาบอก
00:01:42 → 00:01:50เล่าให้กับทุกท่านฟังนะครับ
00:01:50 → 00:01:54โอเคเยี่ยมเลยนะครับวันนี้หลายๆท่านรับชม
00:01:54 → 00:01:57กันอยู่ที่ไหนบ้างนะครับก็ส่งสัญญาณนะ
00:01:57 → 00:02:00ครับเข้ามาได้เลยเนาะวันนี้หมอก็ไลฟ์จาก
00:02:00 → 00:02:03นะครับ West Wellnesset Clinินะครับ
00:02:03 → 00:02:07สัญญาณของเราจากที่นี่คมชัดนะครับทุกคน
00:02:07 → 00:02:11โอเคโอเควันนี้นะครับเป็นอีกเรื่องนึงที่
00:02:11 → 00:02:13ต้องบอกว่ามีโอกาสนะครับได้ไปบรรยายนะ
00:02:13 → 00:02:16ครับในวันเสาร์ที่ผ่านมาเนาะหลายๆท่านก็
00:02:16 → 00:02:20คงเห็นรูปของหมอนะครับได้ไปเป็น speaker
00:02:20 → 00:02:23นะครับหรือเป็นวิทยากรในการบรรยายนะครับ
00:02:23 → 00:02:25ในเรื่องของการทำ intermittent fasting
00:02:25 → 00:02:28นะครับว่าในเรื่องของการลดน้ำหนักนั้นเรา
00:02:28 → 00:02:30จะทำ IF อย่างไรนะครับแล้วก็ข้อมูลการ
00:02:31 → 00:02:33ศึกษาในยุคปัจจุบันนี้เกี่ยวข้องกับ
00:02:33 → 00:02:35เรื่องของ IF นั้นมีอะไรกันบ้างนะครับวัน
00:02:35 → 00:02:38นี้ก็จะเอามาฝากทุกคนกันนะครับอ่าเรามาดู
00:02:38 → 00:02:43กันเลยนะครับอ่า
00:02:43 → 00:02:45ทางบ้านเมาดูความเห็นเพื่อนๆทางบ้านกัน
00:02:45 → 00:02:48ด้วยนะครับใครที่รับชมอยู่ตอนนี้นะครับ
00:02:49 → 00:02:51อยากจะสื่อสารนะครับหรือสอบถามนะฮะก็
00:02:51 → 00:02:54พิมพ์เข้ามาได้เลยนะครับนะฮะคำถามแรกเลย
00:02:54 → 00:02:57นะครับหลายๆคนคงจะมีข้อสงสัยว่าเอ๊ะเราจะ
00:02:57 → 00:03:00มีวิธีการลดน้ำหนักยังไงที่ไม่ต้องใช้
00:03:00 → 00:03:02เงินถูกต้องมั้ครับวิธีการลดน้ำหนักอย่าง
00:03:02 → 00:03:05ไรที่ไม่ต้องเสียตังค์แน่นอนครับว่าสิ่ง
00:03:05 → 00:03:07สำคัญที่สุดก็คือการหยุดหยุดกินนั่นเอง
00:03:07 → 00:03:10ครับทุกคนอ่าการหยุดกินนั่นเองนอกจากจะ
00:03:10 → 00:03:13ไม่ต้องเสียเงินแล้วยังประหยัดแล้วก็ได้
00:03:13 → 00:03:16สุขภาพที่ดีอีกด้วยนะครับแต่คราวนี้เราจะ
00:03:16 → 00:03:20ทำยังไงกันนะครับให้การหยุดกินของเรานั้น
00:03:20 → 00:03:23นะครับเกิดผลดีกับร่างกายแล้วก็เหมาะสม
00:03:23 → 00:03:27กับสุขภาพของเรานะครับอ่ามาชมกันเลยนะ
00:03:27 → 00:03:30ครับคราวนี้นะครับหมอมีวิธีที่จะเอามาฝาก
00:03:30 → 00:03:32กันก็คืออ่าเป็นคอนเซปตของ IF ของเรานี่
00:03:32 → 00:03:35แหละครับก็คือฟรีนะครับสามารถทำได้ฟรีเลย
00:03:35 → 00:03:37ไม่ต้องเสียตังค์นะครับหยุดกินนี่ไม่ต้อง
00:03:37 → 00:03:40เสียเงินนะแต่ถ้าเรากินบ่อยๆไปซื้ออะไรมา
00:03:40 → 00:03:42กินบ่อยๆเนี่ยเสียเงินแน่นอนนะครับแล้วก็
00:03:42 → 00:03:45ที่สำคัญครับมีความ flexible หมายถึงยืด
00:03:45 → 00:03:48หยุ่นได้นะครับไม่ได้จำกัดว่าเราจะต้องทำ
00:03:48 → 00:03:51แบบไหนทำเหมือนใครนะครับแล้วก็ที่สำคัญ
00:03:51 → 00:03:54เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายนะครับแล้วก็ทำได้
00:03:54 → 00:03:57ทุกคนอีกด้วยนะครับ
00:03:57 → 00:04:00โอเคอ่านะครับหลายๆท่านนะครับวันนี้รับชม
00:04:00 → 00:04:03อยู่นะครับเรามาทักทายกันหน่อยดีกว่านะ
00:04:03 → 00:04:06ครับวันนี้เกริ่นนำไปแล้วนะครับอ่ะวันนี้
00:04:06 → 00:04:09เห็นหลายๆท่านเข้ามารับชมกันนะครับสวัสดี
00:04:09 → 00:04:13คุณกาญจนานะครับอ่าคุณแต้วนะครับสวัสดีนะ
00:04:13 → 00:04:18ครับพี่เอ่อคุณภูชานะครับคุณเอ่ออ่านว่า
00:04:18 → 00:04:22อะไรนะฮะอ่าสวัสดีครับคุณฉวีวงศ์นะครับ
00:04:22 → 00:04:26คุณจักรวาลนะครับแล้วก็อีกท่านนึงชื่อคุณ
00:04:26 → 00:04:30แฟบทแฟบอมมั้ครับอ่าคุณอ้อยนะครับคุณ
00:04:30 → 00:04:32พิชญาสัญญาณไม่ค่อยดีเลยเดี๋ยวลองเชื่อม
00:04:32 → 00:04:35ต่อใหม่ดูนะครับอ่ะคุณปราโมทย์นะฮะสวัสดี
00:04:35 → 00:04:37นะครับโอวันนี้หลายคนนะครับคุณศรีรัตน์นะ
00:04:37 → 00:04:40ครับเข้ามาแล้วนะครับสวัสดีครับอันดับแรก
00:04:40 → 00:04:43ครับหมอขอเล่าให้ฟังก่อนเนาะนะฮะหลายๆ
00:04:43 → 00:04:46ครั้งที่เราพูดถึงเรื่องของโรคอ้วนนะครับ
00:04:46 → 00:04:49ปัจจุบันนี้เราถือว่า Obesity นะครับหรือ
00:04:49 → 00:04:51โรคอ้วนเนี่ยเป็นโรคเรื้อรังนะครับทุกคน
00:04:51 → 00:04:53แล้วก็เป็นโรคที่มีความซับซ้อนนะครับ
00:04:53 → 00:04:55เพราะว่าอะไรเพราะว่าไม่ว่าจะเป็นองค์การ
00:04:55 → 00:04:59อนามัยโลกนะครับหรือ WHO นะหรือแม้
00:04:59 → 00:05:02กระทั่งองค์กรที่เค้าดูแลเกี่ยวข้องกับ
00:05:02 → 00:05:05เรื่องของสุขภาพโรคอ้วนในระดับโลกนะครับ
00:05:05 → 00:05:08อย่างเช่น World Obesty นะครับ Obesty
00:05:08 → 00:05:12Society เนาะเค้าก็จัดว่า Obestity นะ
00:05:12 → 00:05:15ครับเป็นโรคเรื้อรังที่เราจะต้องเริ่มต้น
00:05:15 → 00:05:19นะครับในการที่จะตรวจคัดกรองรักษาแล้วก็
00:05:19 → 00:05:22ติดตามรวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกใน
00:05:22 → 00:05:25คนที่สามารถรักษาลดน้ำหนักได้แล้วนะครับ
00:05:25 → 00:05:28เหมือนกับเราเป็นโรคเบาหวานโรคความดันสูง
00:05:28 → 00:05:31นะครับโรคเอ่อไขมันในเลือดผิดปกติแบบนั้น
00:05:31 → 00:05:34เลยครับนะเรารู้แล้วว่าถ้าเรามีเรื่องของ
00:05:34 → 00:05:37โรคโคอ้วนนำมาก่อนนะครับร่างกายของเราก็
00:05:37 → 00:05:41จะเปลี่ยนแปลงนะครับนำไปสู่โรค NCD ต่างๆ
00:05:41 → 00:05:44ที่หมอพูดถึงได้นั่นเองนะครับ
00:05:44 → 00:05:46คราวนี้นะครับคอนเซปใหม่เลยเกี่ยวข้องกับ
00:05:46 → 00:05:48เรื่องของ obity นะครับหรือโรคอ้วนเนี่ย
00:05:49 → 00:05:52เขาจะพูดถึงเรื่องของ A B C D ครับ
00:05:52 → 00:05:55ซึ่งย่อมาจากคำว่า Adiposity Base
00:05:55 → 00:05:57Chronic Disease นะครับซึ่งเค้ามองว่า
00:05:57 → 00:06:00โรคอ้วนนี่นะครับไม่ใช่เป็นแค่เรื่องของ
00:06:00 → 00:06:03น้ำหนักนะครับหรือขนาดบอดี้ตัวที่ใหญ่
00:06:03 → 00:06:06เท่านั้นแต่มันคือความผิดปกติของเซลล์ไข
00:06:06 → 00:06:09มันที่มากในร่างกายของเราครับเส่งผลให้
00:06:09 → 00:06:12เกิดหลายๆกระบวนการที่เปลี่ยนแปลงในร่าง
00:06:12 → 00:06:14กายของเรานะครับซึ่งเป็นข้อมูลนะครับมา
00:06:14 → 00:06:16จากไกด์ไลน์นะครับของทางฝั่งยุโรปนะครับ
00:06:16 → 00:06:20ก็คือมาจาก European Association นะครับ
00:06:20 → 00:06:23ที่เค้าศึกษาเกี่ยวข้องกับเรื่องของโรค
00:06:23 → 00:06:26อ้วนนะครับเค้ามองว่าเวลาเรามีโรคอ้วน
00:06:26 → 00:06:28เกิดขึ้นนะครับเรามีมวลไขมันในร่างกายมาก
00:06:28 → 00:06:31เนี่ยจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งนะครับก็คือ
00:06:31 → 00:06:34ฝั่งที่เป็นโรคไขมันป่วยนะครับเราเรียก
00:06:34 → 00:06:37ว่า six fat disease เนาะซึ่งเกิดขึ้น
00:06:37 → 00:06:40จากการกระบวนการต่างๆในร่างกายนะครับทั้ง
00:06:40 → 00:06:43เรื่องของฮอร์โมนนะเรื่องของระบบภูมิคุ้ม
00:06:43 → 00:06:46กันร่างกายที่ทำงานเปลี่ยนแปลงไปนะครับ
00:06:46 → 00:06:48แล้วก็มีผลกับเรื่องของการทำงานในระบบ
00:06:48 → 00:06:51ต่างๆของร่างกายเนาะรวมไปถึงนะครับอีก
00:06:51 → 00:06:54กลุ่มนึงเราเรียกว่ากลุ่มโรคมวลไขมันเยอะ
00:06:54 → 00:06:57ก็คือ fat mas disease นะครับอันนี้ก็
00:06:57 → 00:07:00มีผลเหมือนกันนึกถึงการที่เรามีมวลไขมัน
00:07:00 → 00:07:04ในร่างกายมากๆครับเราก็จะมีเรื่องของโหลด
00:07:04 → 00:07:07ของน้ำหนักนะครับที่บริเวณข้อต่อกระดูก
00:07:07 → 00:07:09ของเรามากขึ้นอ่าหรือบางคนอาจจะมีผล
00:07:09 → 00:07:12เกี่ยวข้องกับเรื่องของระบบทางเดินหายใจ
00:07:12 → 00:07:16นะครับแล้วก็ระบบทางเดินอาหารมากขึ้นเนาะ
00:07:16 → 00:07:19คราวนี้เรามาดูกันครับนะ 2 กลุ่มหลักๆที่
00:07:19 → 00:07:23เป็นปัญหาของโรคอ้วนนะครับที่หมอพูดถึง
00:07:23 → 00:07:26ข้อแรกเลยก็คือเรียกว่ากลุ่มโรคไขมันป่วย
00:07:26 → 00:07:28นะครับหรือว่า six fat disease เนาะ
00:07:28 → 00:07:31ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนอ่ะเกี่ยว
00:07:31 → 00:07:34ข้องกับเรื่องของระบบเผ่าผันที่ผิดปกติ
00:07:34 → 00:07:37หรือเปลี่ยนแปลงไปนะครับประกอบไปด้วยภาวะ
00:07:37 → 00:07:39น้ำตาลในเลือดสูงนะครับภาวะดื้อต่อ
00:07:39 → 00:07:42อินซูลินนะหรืออินซูลิน resistance นะ
00:07:42 → 00:07:46ครับโรคเบาหวานประเภทที่ 2 นะครับความดัน
00:07:46 → 00:07:48ในเลือดที่สูงอ่าไขมันในเลือดที่ผิดปกติ
00:07:48 → 00:07:51อย่างเช่นคนที่มีระดับไตรกีซลในเลือดที่
00:07:51 → 00:07:55สูงนะครับมีเอ่อปริมาณของระดับของ HDL
00:07:56 → 00:07:58คอเลสเตอรอลในเลือดที่ต่ำนะซึ่ง 2
00:07:58 → 00:08:01มาเกอร์นี้นะครับจำได้เนาะถ้าเราเช็คสัด
00:08:01 → 00:08:04ส่วนกันแล้วนะครับไตรกิซลายหารด้วย HDL
00:08:04 → 00:08:06คอเลสเตอรอลนะครับมากกว่า 2 เนี่ยก็จะ
00:08:06 → 00:08:09เป็นอีกหนึ่งมาเกอร์นึงครับในการที่จะบอก
00:08:09 → 00:08:12ว่าเรามีความเสี่ยงแล้วนะกับเรื่องของการ
00:08:12 → 00:08:15เกิดภาวะดื้ออินซูลินและที่สำคัญเวลาเรา
00:08:15 → 00:08:18เกิดภาวะนี้ครับตัว LDL คอเลสเตอรอลของ
00:08:18 → 00:08:22เราที่หลายๆคนรู้จักหรือเข้าใจกันว่าเป็น
00:08:22 → 00:08:24ไขมันเลวอันนี้แหละครับเป็นไขมันเลวของ
00:08:24 → 00:08:27จริงแล้วเพราะเขาจะเปลี่ยนแปลงขนาด
00:08:27 → 00:08:29โมเลกุลนะครับหรือ particle เป็นแบบ small
00:08:30 → 00:08:32dense particle ซึ่งมีความเสี่ยงในการ
00:08:32 → 00:08:35เกิดการอักเสบของหลอดเลือดได้ง่ายครับ
00:08:35 → 00:08:38ซึ่งตรงกันข้ามนะฮะกับหลายๆท่านที่ปรับ
00:08:38 → 00:08:42เปลี่ยนโภชนาการในรูปแบบโลขาบหรือการทำ IF
00:08:42 → 00:08:45นะครับหรือออกกำลังกายที่จะมีลักษณะของ
00:08:45 → 00:08:48large type LDL นะเดี๋เราไปขยายความ
00:08:48 → 00:08:50ต่อไปนะครับ
00:08:50 → 00:08:53รวมถึงมีการอักเสบเรื้อรังที่เกิดขึ้นอ่า
00:08:53 → 00:08:55ภาวะหลอดเลือดแข็งตัวง่ายนะครับเสี่ยงต่อ
00:08:55 → 00:08:58การเกิดอัมพฤกษอัมพาตโรคเส้นเลือดหัวใจ
00:08:58 → 00:09:00ตีบนะครับกลุ่มนี้เรียกว่า sick fat
00:09:00 → 00:09:02disease อีกฝั่งนึงครับกลุ่มกลุ่มกรณี
00:09:02 → 00:09:05ที่มีมวลไขมันในร่างกายเยอะเราเรียกว่า
00:09:05 → 00:09:07Fat M disease นะครับก็เกิดจากการที่
00:09:07 → 00:09:10มวลไขมันเนี่ยมันโหลดมากเกินไปในร่างกาย
00:09:10 → 00:09:12อ่ะแล้วสังเกตเห็นคนที่ตัวใหญ่ๆหน่อยหรือ
00:09:12 → 00:09:16คนที่มีภาวะโรคอ้วนจะมีอาการปวดหลังง่าย
00:09:16 → 00:09:19นะครับปวดเข่าปวดเอวนะครับบางท่านก็จะ
00:09:19 → 00:09:22เคลื่อนไหวลำบากเนาะหรือแม้กระทั่งมีภาวะ
00:09:22 → 00:09:24โกรธไหลย้อนนะครับเพราะเค้าเชื่อเพราะมี
00:09:24 → 00:09:27ข้อมูลเอ่อเพราะว่าไขมันนะครับเา้าจะมี
00:09:27 → 00:09:30การเอ่อกดเบียดบริเวณหลอดอาหารทำให้เกิด
00:09:30 → 00:09:34การเอ่อรีฟักหรือว่ารีฟuของแก๊สหรือว่า
00:09:34 → 00:09:37การย้อนกลับขึ้นมานะครับของอาหารที่เรา
00:09:37 → 00:09:42กินได้ง่ายรวมไปถึงเวลานอนกลางคืนอ่าหลาย
00:09:42 → 00:09:44ๆคนที่มีปัญหาเรื่องของน้ำหนักตัวที่เยอะ
00:09:44 → 00:09:47ขึ้นอ้วนขึ้นนะครับก็จะมีภาวะที่เราเรียก
00:09:47 → 00:09:51ว่าภาวะนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับครับ
00:09:51 → 00:09:54เราเรียกว่าอะไรเอ่ยเราเรียกว่าภาวะ
00:09:54 → 00:09:56Obstructive Sleep Abne นะครับก็เป็น
00:09:56 → 00:09:57หนึ่งเหมือนกันครับในกลุ่มโรคที่เรียกว่า
00:09:57 → 00:10:00Fat M disease เนาะแล้วก็บางคนจะเห็น
00:10:00 → 00:10:03ว่ามีเรื่องของ
00:10:03 → 00:10:06เอ่อภาวะความผิดทางด้านผิวหนังอย่างเช่น
00:10:06 → 00:10:09ภาวะการติดเชื้อเอ่อราแบคทีเรียนะครับ
00:10:10 → 00:10:12บริเวณผิวหนังเจเกิดจากการหมักหมมอันนี้
00:10:12 → 00:10:15ก็เกิดจากการที่มีมวลไขมันเยอะเช่นเดียว
00:10:15 → 00:10:18กันนะครับเอาล่ะนะฮะเรามาดูถัดไปกันเลยนะ
00:10:18 → 00:10:21ครับคราวนี้ครับการที่เราจะรักษาโรคอ้วน
00:10:21 → 00:10:23อันนี้หมอสรุปให้ฟังอย่างรวดเร็วนะฮะวัน
00:10:23 → 00:10:25นี้เราจะเน้นเรื่องของ IF กันเนาะเค้าก็
00:10:25 → 00:10:28แบ่งออกเป็น 3 ขาครับทุกคนก็คือการปรับ
00:10:28 → 00:10:30ไลฟ์สไตล์นะครับซึ่งตรงเนี้ยเป็นสิ่งที่
00:10:30 → 00:10:33หมอให้ความสำคัญมากๆเลยนะครับไม่ว่าจะ
00:10:33 → 00:10:35เป็นในเรื่องของอาหารการกินรูปแบบอาหาร
00:10:35 → 00:10:38แบบไหนเนาะที่จะทำให้เราลดน้ำหนักได้นะ
00:10:38 → 00:10:41ครับก็ต้องขึ้นอยู่กับคนนะครับที่มีปัญหา
00:10:41 → 00:10:43สุขภาพที่แตกต่างกันออกไปนะฮะโดยเฉพาะ
00:10:43 → 00:10:46อย่างยิ่งคนที่มีปัญหาดื้อต่ออินซูลินอ่า
00:10:46 → 00:10:48เราก็ต้องจำเป็นจะต้องควบคุมปริมาณ
00:10:48 → 00:10:51คาร์โบไฮเดรตของเรานะครับให้ไม่มากจนเกิน
00:10:51 → 00:10:54ไปนะการทำ intermittent fasting นะครับ
00:10:54 → 00:10:57เราจะมาเน้นกันนะครับในครั้งนี้นะครับ
00:10:57 → 00:10:59แล้วก็การออกกำลังกายอันนี้สำคัญมากๆเช่น
00:10:59 → 00:11:02กันนะครับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนะครับทำ
00:11:02 → 00:11:05ควบคู่กันไปนะครับ
00:11:05 → 00:11:08ยาลดน้ำหนักนะครับปัจจุบันก็มีการใช้แต่
00:11:08 → 00:11:11ก็ต้องใช้ตามข้อบ่งชี้แล้วก็ไม่มีข้อห้าม
00:11:12 → 00:11:15ใช้นะครับดูแลรักษาโดยแพทย์นะครับไม่แนะ
00:11:15 → 00:11:19นำให้ซื้อกินเองซื้อใช้เองซื้อทานเองหรือ
00:11:19 → 00:11:22ว่าเอ่อซื้อตามแหล่งต่างๆนะครับที่ไม่ได้
00:11:22 → 00:11:24มีการดูแลโดยแพทย์นะครับแล้วก็คนที่อ้วน
00:11:24 → 00:11:27มากๆอย่างเช่นคนที่มีค่าดัชนีมวลกายที่
00:11:27 → 00:11:30เกิน 3540 นะครับน้ำหนัก 100 กว่ากิโล
00:11:30 → 00:11:33เป็นต้นไปเนี่ยก็มักจะพบว่าการทำ
00:11:33 → 00:11:36ไลฟ์สไตล์การใช้ยาอาจจะไม่ได้ผลนะครับอาจ
00:11:36 → 00:11:39จำเป็นจะต้องมีการเอ่อผ่าตัดนะครับเพื่อ
00:11:39 → 00:11:42ที่จะลดน้ำหนักทำให้ลดความเสี่ยงภาวะแทรก
00:11:42 → 00:11:46ซ้อนจากโรคอ้วนได้นะครับ
00:11:46 → 00:11:49เอาล่ะครับคราวนี้อ่าทุกคนนะฮะเราจะเข้า
00:11:49 → 00:11:51เรื่องกันแล้วนะครับเราจะมาพูดถึงเรื่อง
00:11:51 → 00:11:54ของ concept IF กับการลดน้ำหนักนะครับ
00:11:55 → 00:11:56หรืออีกคำนึงเราจะใช้คำว่า wet
00:11:56 → 00:11:59management นะครับก็คือเรื่องของการจัด
00:11:59 → 00:12:01การน้ำหนักนะครับหมอชอบคำว่า management
00:12:01 → 00:12:04มากกว่า loss เพราะว่าการลดน้ำหนักเนี่ย
00:12:04 → 00:12:06ในช่วงแรกอ่ะทำได้ง่ายครับทุกคนแต่การที่
00:12:06 → 00:12:10จะรักษาน้ำหนักที่เราลดได้แล้วนั้นให้ต่อ
00:12:10 → 00:12:13เนื่องยืนยาวแล้วก็ยั่งยืนทำได้ยากกว่า
00:12:13 → 00:12:15ครับซึ่งเราเรียกว่าเป็น wet maintenance
00:12:15 → 00:12:18นะครับการที่เรา loss ได้แล้วเราสามารถ
00:12:18 → 00:12:20maintain น้ำหนักนั้นต่อไปได้นะครับ
00:12:20 → 00:12:23อย่างมีสุขภาพดีเราเรียกว่าการทำ wet
00:12:23 → 00:12:25management นะครับคราวนี้ intermittent
00:12:25 → 00:12:28fasting นะครับต่อไปเราเรียกว่า IF เนาะ
00:12:28 → 00:12:31มันเป็นเอ่อเค้าเรียกว่าเป็นวิธีนึงครับ
00:12:31 → 00:12:34ทุกคนที่ปัจจุบันเนี้ยเป็นการนำเอามาใช้
00:12:34 → 00:12:36นะครับในเรื่องของการปรับเกี่ยวข้องกับ
00:12:36 → 00:12:39การลดน้ำหนักหรือการดูแลสุขภาพนะครับที่
00:12:39 → 00:12:42เกี่ยวข้องกับเอ่อการทำให้ระบบเผ่าผ่านใน
00:12:42 → 00:12:45ร่างกายของเราดีขึ้นนะครับ IF ไม่ใช่รูป
00:12:45 → 00:12:47แบบการกินอาหารนะไม่เหมือนกับ Low CB
00:12:47 → 00:12:51Low Fat Mediterเนียน Dash diet Plant
00:12:51 → 00:12:54Bสietนะครับ IF เป็นเพียงแค่ Concept
00:12:54 → 00:12:58เรื่องของการจัดสรรเวลาการกินแล้วก็เวลา
00:12:58 → 00:13:01การอดที่สลับกันนะครับเราถึงเรียกว่า
00:13:01 → 00:13:04intermittent ซึ่งแปลว่าเป็นช่วงๆนะครับ
00:13:04 → 00:13:08fasting แปลว่าอดหรือว่าเว้นนั่นเองครับ
00:13:08 → 00:13:10อ่ะถัดมาครับจริงๆแล้วเนี่ยการทำ fasting
00:13:10 → 00:13:13เนี่ยมันเป็นส่วนนึงของชีวิตประจำวันของ
00:13:13 → 00:13:15เราอยู่แล้วครับเพราะว่าอะไรอ่ะเรามาดู
00:13:15 → 00:13:19กันช่วงที่เรากินเราเรียกว่าเป็นเนะครับ
00:13:20 → 00:13:22ช่วงเนี้ยเรากินอาหารเข้าไปเนี่ยแน่นอน
00:13:22 → 00:13:25ครับว่าอาหารที่เรากินก็ประกอบไปด้วยแป้ง
00:13:25 → 00:13:28อ่ามีน้ำตาลน่ะมีโปรตีนนะครับย่อยด้วยกรด
00:13:28 → 00:13:31อะมิโนแล้วก็มีไขมันนะครับที่ย่อยด้วยกรด
00:13:31 → 00:13:34ไขมันเนี่ยเอ่อโดยเฉพาะน้ำตาลกลูโคสแล้ว
00:13:34 → 00:13:36ก็กรดอะมิโนเเนี่ยครับเ้าเป็นปัจจัยสำคัญ
00:13:36 → 00:13:40เลยในการที่จะกระตุ้นนะครับอ่าในการที่จะ
00:13:40 → 00:13:44กระตุ้นเค้าเรียกว่าเรื่องของ
00:13:44 → 00:13:46ฮอร์โมนอินซูลินนะครับในร่างกายของเรานะ
00:13:46 → 00:13:49ครับหมอขออนุญาตย่อจากนี้ลงก่อนอ่านะครับ
00:13:49 → 00:13:52ก็คือฮอร์โมนอินซูลินนะครับในร่างกายของ
00:13:52 → 00:13:56เราเนาะให้ออกมามากขึ้นนะครับหน้าที่ของ
00:13:56 → 00:13:59อินซูลินคืออะไรคือการที่เค้านะครับทำ
00:13:59 → 00:14:02หน้าที่ในการเก็บสารอาหารที่เราได้รับ
00:14:02 → 00:14:05เข้ามานะครับให้อยู่ในรูปของพลังงานสำรอง
00:14:05 → 00:14:08นะครับได้แก่ไกลโคเจนที่ตับแล้วก็ที่
00:14:08 → 00:14:11กล้ามเนื้อรวมไปถึงนะครับมีการสะสมพลัง
00:14:11 → 00:14:14งานส่วนเกินนั้นนะครับในรูปของไขมันที่
00:14:14 → 00:14:18เนื้อเยื่อไขมันอีกด้วยนะครับเวลาที่เรา
00:14:18 → 00:14:21งดกินอ่าก็คือช่วงที่เราไม่ได้กินอะไร
00:14:21 → 00:14:23แล้วนะครับเราเรียกว่าเป็นช่วง fast
00:14:23 → 00:14:25state นะครับก็คือระดับฮอร์โมนอินซูลิน
00:14:25 → 00:14:28เนี่ก็จะลดลดลงนะพออินซูลินลดลงปุ๊บร่าง
00:14:28 → 00:14:31กายของเราก็จะสวิตชingครับก็คือเปลี่ยนมา
00:14:31 → 00:14:34ใช้พลังงานสำรองที่เราเก็บไว้นะครับในรูป
00:14:34 → 00:14:37ของไกลโคเจนอ่าจากตับใช่มยนะครับตับก็จะ
00:14:37 → 00:14:40มีการสลายไกลโคเจนออกมาให้เป็นน้ำตาลนะ
00:14:40 → 00:14:44ครับเราเรียกว่าเอ่อภาวะไกลโคไลisสนะครับ
00:14:44 → 00:14:47แล้วก็รวมไปถึงที่กล้ามเนื้อที่กล้าม
00:14:47 → 00:14:49เนื้อถ้าทำfastิ้อย่างเดียวเนี่ยเอ่อ
00:14:49 → 00:14:51ไกลโคเจนที่กล้ามเนื้ออาจจะไม่สลายออกมา
00:14:52 → 00:14:54ให้เป็นพลังงานครับอาจจะต้องมีการกระตุ้น
00:14:54 → 00:14:57ให้เกิดเรื่องของการเคลื่อนไหวของกล้าม
00:14:57 → 00:15:00เนื้ออย่างเช่นการที่เราไปเดินไปวิ่งการ
00:15:00 → 00:15:02ออกกำลังกายการ movement ครับเพราะฉะนั้น
00:15:02 → 00:15:06เนี่ยคนที่มีไกลโคเจนสะสมในกล้ามเนื้อ
00:15:06 → 00:15:08เนี่ยมันก็คือเป็นเหมือนพลังงานสำรองแหละ
00:15:08 → 00:15:11ให้เรา movement ให้เราวิ่งให้เราเดินให้
00:15:11 → 00:15:13เราเคลื่อนไหวนะครับทั้งหมดนี้ฮะเราจะ
00:15:13 → 00:15:16เห็นว่าร่างกายของเราก็จะอยู่ใน 2 ภาวะ
00:15:16 → 00:15:18นี้ครับก็คือ first state แล้วก็ fastest
00:15:18 → 00:15:21นะครับทุกคนทำ fasting กันอยู่แล้วครับ
00:15:21 → 00:15:23เพียงแต่ว่าระยะเวลาอาจจะแตกต่างกันเท่า
00:15:23 → 00:15:26นั้นเองนะครับ
00:15:26 → 00:15:28อินซูลินจึงเป็นฮอร์โมนสำคัญเลยในการที่
00:15:28 → 00:15:32จะควบคุมเรื่องของระบบการใช้พลังงานใน
00:15:32 → 00:15:34ร่างกายของเรานะครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งการ
00:15:34 → 00:15:37ใช้น้ำตาลการใช้ไขมันนะครับถือว่าเป็น
00:15:38 → 00:15:40regulูเตอร์ที่สำคัญเป็นตัวควบคุมที่
00:15:40 → 00:15:43สำคัญของน้ำหนักแล้วก็ไขมันในร่างกายของ
00:15:43 → 00:15:46เราครับปัจจุบันนี้นะครับใครที่ติดตามเพจ
00:15:46 → 00:15:49หมอมานะครับรวมถึงเพจของคลินิกหมอนะครับ
00:15:49 → 00:15:51Dr. Vet clinic เนี่ยก็จะเห็นว่าเรา
00:15:51 → 00:15:54ให้ความสำคัญพูดถึงเกี่ยวข้องกับเรื่อง
00:15:54 → 00:15:56ของปัญหาฮอร์โมน Imbalance นะครับโดย
00:15:56 → 00:15:59เฉพาะอย่างยิ่งอซูลิน Resistance ภาวะการ
00:15:59 → 00:16:02ดื้ออินซูลินเนี่ยเป็นสาเหตุที่สำคัญทำ
00:16:02 → 00:16:04ให้เราเกิดการสะสมไขมันส่วนเกินหรือโรค
00:16:04 → 00:16:07อ้วนนะครับซึ่ง Conceptory in calor
00:16:07 → 00:16:10out นั้นอาจจะถูกพูดถึงน้อยลงในปัจจุบัน
00:16:10 → 00:16:13ครับเพราะว่า calor is not calor ครับ
00:16:13 → 00:16:15แคลอรี่จากอาหารที่มีประโยชน์อย่างเช่น
00:16:15 → 00:16:18เรากินอกไก่ 100 กรัมอย่างี้ใช่มั้ยครับ
00:16:18 → 00:16:22อาจจะให้แครี่ประมาณซัก 150-2
00:16:22 → 00:16:25กับเรากินโดนัทครัวซอง 1 ชิ้นให้แคลอรี่
00:16:25 → 00:16:28เท่ากันอ่ะลองถามทุกคนสิครับว่าอาหาร
00:16:28 → 00:16:31ประเภทไหนที่ทำให้เราอ้วนได้ง่ายกว่าทุก
00:16:31 → 00:16:33คนก็ต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอาหาร
00:16:33 → 00:16:36ประเภทครัวซองโดนัทหรือfastฟู้ดใช่มั้ย
00:16:36 → 00:16:38ครับนั่นเป็นเพราะว่าแคลอรี่ที่เท่ากัน
00:16:38 → 00:16:41นั้นแคลอรี่จากอาหารที่เป็นกลุ่มรีฟาย
00:16:41 → 00:16:44คาร์โบไฮเดรตนั้นมีผลกับฮอร์โมนในร่างกาย
00:16:44 → 00:16:46ของเรามากกว่านั่นเองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
00:16:46 → 00:16:49การกระตุ้นอินซูลินครับเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:16:49 → 00:16:52obity จึงเป็นฮอร์โมน Imbalance นะครับ
00:16:52 → 00:16:55เป็นปัญหาสำคัญที่เกิดจากความผิดปกติของ
00:16:55 → 00:16:57ฮอร์โมนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน
00:16:57 → 00:17:00นี้ก็คือเรื่องของภาวะดื้อต่ออินซูลิน
00:17:00 → 00:17:04นั่นเองครับ
00:17:04 → 00:17:07เวลาที่เราฟาสเกิดอะไรขึ้นอ่ามาดูถัดมานะ
00:17:07 → 00:17:09ครับเวลาที่เราฟาสหรือไม่กินนะครับสิ่ง
00:17:09 → 00:17:12สำคัญเลยจำได้เนาะระดับฮอร์โมนอินซูลินนะ
00:17:12 → 00:17:15ครับในร่างกายของเราก็จะลดลงระดับฮอร์โมน
00:17:15 → 00:17:17กลูคารอนนะครับซึ่ง 2 ตัวนี้มาจากตับอ่อน
00:17:18 → 00:17:21ก็จะมากขึ้นนะครับมีผลกับเอ่อไกลโคเจนที่
00:17:21 → 00:17:26ตับนะครับทำให้ไกลโคเจนที่ตับนั้นนะฮะ
00:17:26 → 00:17:30มีการเอ่อสลายไปนะครับแต่ว่าในช่วงถัดมา
00:17:30 → 00:17:33นะครับระยะเวลาถัดมาหลังจากที่ไกลโคเจน
00:17:33 → 00:17:36บางส่วนถูกสลายไปแล้วเนี่ยจะมีสัญญาณนะ
00:17:36 → 00:17:38ครับกระตุ้นให้อิโพสทิชชูหรือว่าเนื้อ
00:17:38 → 00:17:42เยื่อไขมันนะครับที่บริเวณในเอ่อหน้าท้อง
00:17:42 → 00:17:45ต้นแขนต้นขานะครับที่สะสมในร่างกายของเรา
00:17:45 → 00:17:47นั้นเกิดการสล่ายออกมานะฮะนั่นแปลว่าเรา
00:17:48 → 00:17:51ต้องมี low อซูลินแล้วก็มีกลูคารกอนที่
00:17:51 → 00:17:53มากขึ้นนะครับเดี๋จะเพิ่มอีก 1 อย่างนะฮะ
00:17:53 → 00:17:57ก็คือการมีกลุ่มฮอร์โมนที่กระตุ้นนะครับ
00:17:57 → 00:18:00เอ่อให้เกิดการหลั่งพวกกลุ่มสารสื่อ
00:18:00 → 00:18:03ประสาทadดรนาลีนเนาะadเดนลีนนะครับที่
00:18:03 → 00:18:06เซลล์ไขมันเนี่ยทำให้เกิดภาวะการสลายไข
00:18:06 → 00:18:08มันนะฮะหรือที่เราเรียกว่าเป็น fat burn
00:18:08 → 00:18:11หรือภาษาทางด้านหมอหรือภาษาทางด้าน
00:18:11 → 00:18:14วิทยาศาสตร์เจะเรียกว่าเป็นไโปไลิisสเนาะ
00:18:14 → 00:18:16ให้เกิดการสลอกออกมาเป็นกรดไขมันให้ร่าง
00:18:16 → 00:18:19กายเรานำเอาไปใช้นะครับแล้วก็เป็น
00:18:19 → 00:18:22กลีเซอรอลให้ตับเอาไปสร้างเป็นน้ำตาลนะฮะ
00:18:22 → 00:18:25ซึ่งกรดไขมันนี่แหละครับบางส่วนนั้นจะถูก
00:18:25 → 00:18:28เอาไปใช้นะครับที่เซลล์กล้ามเนื้อเซลล์
00:18:28 → 00:18:30กล้ามเนื้อลายกล้ามเนื้อหัวใจนะครับเซลล์
00:18:30 → 00:18:33ต่างๆที่สามารถใช้ได้บางส่วนจะถูกลำเลียง
00:18:33 → 00:18:36ไปที่ตับครับไปเปลี่ยนเป็นสารคีโตนบอี้
00:18:36 → 00:18:39อ่ะเพราะฉะนั้นทุกคนครับผลิตคีโตนบอดได้
00:18:39 → 00:18:42อยู่แล้วเนาะอ่าไม่ใช่เรื่องแปลกเลยนะ
00:18:42 → 00:18:44ครับไม่ได้แปลว่าเอ้ยเอ่อการที่เรามี
00:18:44 → 00:18:47คีโตนบอดี้ในเลือดนั้นเป็นสิ่งที่ผิดปกติ
00:18:47 → 00:18:49ปติทุกคนมีภาวะที่เรียกว่าเป็น
00:18:49 → 00:18:52physiologicalis
00:18:52 → 00:18:54หรือว่า nutritional keตosisเกิดขึ้นอยู่
00:18:54 → 00:18:58แล้วครับเพียงแต่การกินอาหารที่ทำให้ร่าง
00:18:58 → 00:19:00กายเราสามารถสร้างคีโตนบอี้ได้มากขึ้น
00:19:00 → 00:19:03นั้นเราเรียกรูปแบบนี้ว่าคีโตจนิ diet นะ
00:19:03 → 00:19:05ครับอ่าอันนี้ก็เป็นรูปที่หมออธิบายให้
00:19:05 → 00:19:07ฟังนะครับ
00:19:07 → 00:19:10ทางบ้านนะฮะมีคำถามไหนนะครับเข้าถามเข้า
00:19:11 → 00:19:13มาได้เลยนะในช่วงที่เราไลฟ์กันอยู่นะครับ
00:19:13 → 00:19:17ก็จะได้เป็นการพูดคุยนะครับแลกเปลี่ยนกัน
00:19:17 → 00:19:20ได้นะครับก็เอ่อเรารู้จักกันแล้วนะครับ
00:19:20 → 00:19:22เกี่ยวข้องกับเรื่องความหมายของ IF นะฮะ
00:19:22 → 00:19:24ในปัจจุบันนี้รวบยอดเป็นยังไงหมอสรุปให้
00:19:24 → 00:19:28ฟังแล้วก็การที่เราทำ Fasting นั้นจริงๆ
00:19:28 → 00:19:30แล้วมันเป็นส่วนนึงในชีวิตประจำวันของเรา
00:19:30 → 00:19:33นะครับการทำ Fasting มีผลอย่างไรกับ
00:19:33 → 00:19:36ฮอร์โมนก็คือที่สำคัญคือ 2 ตัวครับก็คือ
00:19:36 → 00:19:38lower insulin นะครับแล้วก็ higher
00:19:38 → 00:19:42glูคารอนส่งผลให้เกิดการใช้ไกลโคเจนหรือ
00:19:42 → 00:19:45น้ำตาลสะสมในร่างกายที่ตับรวมไปถึง
00:19:45 → 00:19:49กระตุ้นให้เกิดการสลายไขมันสะสมที่เนื้อ
00:19:49 → 00:19:51เยื่อไขมันของเรานะครับเอาล่ะครับถัดมานะ
00:19:52 → 00:19:56ถัดมาเราจะมาดูกันนะครับว่า
00:19:56 → 00:19:59ชนิดของการทำ IF ในปัจจุบันนี้ในงานวิจัย
00:19:59 → 00:20:02นะครับทั้งหมดที่สรุปมาเนี่ยมีอะไรบ้างนะ
00:20:02 → 00:20:04ครับหลายๆคนก็เคยได้ยินว่าโอ้ IF มีหลาย
00:20:04 → 00:20:07ประเภทนะฮะแต่ในข้อมูลล่าสุดนะครับจาก
00:20:07 → 00:20:10วารสารการแพทย์นะครับ Nature Review
00:20:10 → 00:20:13Endocinology นะครับในปี 2022 ที่ผ่านมา
00:20:13 → 00:20:16เนี่ยเค้าสรุปว่าหลักๆแล้วนะครับในการ
00:20:16 → 00:20:19ศึกษาที่ผ่านมาพบ Intermittent fasting
00:20:19 → 00:20:22หลักๆมี 3 รูปแบบนะครับรูปแบบแรกเลยนะฮะ
00:20:22 → 00:20:24เราเรียกว่า alternate day fasting
00:20:24 → 00:20:28หรือย่อว่า ADF นั่นแปลว่าเราจะมีวันที่
00:20:28 → 00:20:31เรากินปกติเลยนะครับสลับกับวันที่เราทำ
00:20:31 → 00:20:34Fastting นะซึ่งปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้ทำ
00:20:34 → 00:20:36Fasting แบบไม่กินอะไรเลย 100% ครับวิธี
00:20:37 → 00:20:39ง่ายที่สุดก็คือเขาจะเรียกว่าทำ Modify
00:20:39 → 00:20:41alternate Day Fast ครับคือกิน 1 มื้อ
00:20:41 → 00:20:44ต่อวันแคลอี่อาจจะอยู่ที่ประมาณซัก
00:20:44 → 00:20:46500-600 แคลอรี่หรือพูดง่ายๆว่ากิน 1
00:20:46 → 00:20:49มื้อต่อวันนะครับ One M a day นั่นเอง
00:20:49 → 00:20:51ทำสลับกันนะครับเป็น alternate day
00:20:51 → 00:20:54fasting นะวันที่ Fast Day นะครับก็จะ
00:20:54 → 00:20:59ทำมีทานอาหาร 1 มื้อนะครับหรือมีแค total
00:20:59 → 00:21:02อยู่ที่ไม่เกิน 1500 กแคลอรีนะครับวันที่
00:21:02 → 00:21:05Fish Day ก็คือวันที่กินเนี่ยเขา้าก็
00:21:05 → 00:21:08กินปกตินะครับไม่ได้มีการจำกัดรูปแบบ
00:21:08 → 00:21:10อาหารอะไรนะฮะ Alternate Dayfast ก็เป็น
00:21:10 → 00:21:13รูปแบบนึงของการทำ Intermittent fasting
00:21:13 → 00:21:16นะครับสำหรับการลดน้ำหนักที่มีการพูดถึง
00:21:16 → 00:21:18แล้วก็มีข้อมูลเยอะนะฮะหลายๆคนอ่านจากเพจ
00:21:18 → 00:21:21หมอก็จะเห็นว่าการทำ alternate day
00:21:21 → 00:21:24fasting 36 ชมงเนี่ยก็มีผลกับร่างกาย
00:21:24 → 00:21:27ของเราให้เกิดข้อดีหลายอย่างเช่นกันครับ
00:21:27 → 00:21:29ถัดมาครับรูปแบบที่ทำง่ายหน่อยนะฮะไม่ได้
00:21:29 → 00:21:33เข้มข้นมากเหมือนกับวิธีแรกก็คือการทำ 5:2
00:21:33 → 00:21:36ไดเอ็ดนะครับก็มีวันที่ฟ้า 2 วันสลับกับ
00:21:36 → 00:21:39วันที่กินปกติ 5 วันซึ่งวันที่ฟ้า 2 วัน
00:21:39 → 00:21:42นี้อาจจะเป็น consecutive day ก็คือ 2
00:21:42 → 00:21:44วันติดกันก็ได้นะฮะแต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่
00:21:45 → 00:21:48ค่อยทำติดกันครับจะเป็นการทำ 1 วันอ่า
00:21:48 → 00:21:52สลับกับกินปกติประมาณสซัก 3 วัน 2 วันนะ
00:21:52 → 00:21:54ครับอย่างี้ฮะก็คือพูดง่ายๆว่า 7 วันจะมี
00:21:54 → 00:21:57วัน fast 2 วันนะครับวัน fast 2 วันก็
00:21:57 → 00:21:59จะกินน้อยๆหน่อยครับก็จะกินอยู่ที่ประมาณ
00:21:59 → 00:22:02500 ไม่เกิน 1,000 แคลอรี่นะครับวันที่
00:22:02 → 00:22:05กินก็กินปกติครับก็เป็นรูปแบบนึงนะครับ
00:22:05 → 00:22:07ที่มีการทำเยอะเหมือนกันครับก็ทำได้ง่าย
00:22:07 → 00:22:09นะฮะ
00:22:09 → 00:22:12คราวนี้ครับรูปแบบที่ 3 นะครับอ่ารู้สึก
00:22:12 → 00:22:16ว่ารูปหมอจะบังข้อมูลอ่ะเดี๋เราจะเอารูป
00:22:16 → 00:22:20หมอออกไปนะครับโอเคอ่ะรูปแบบที่ 3 นะครับ
00:22:20 → 00:22:24เราเรียกว่าการทำ alternate day เอ่อการ
00:22:24 → 00:22:28ทำ time restric eating นะครับอ่า time
00:22:28 → 00:22:31restric eating อ่าแปหรือย่อว่า tre นะ
00:22:31 → 00:22:33ครับเป็นรูปแบบที่พวกเรารู้จักกันดีมากๆ
00:22:33 → 00:22:36เลยก็คือ if 16/8 นั่นแหละครับมีช่วง
00:22:36 → 00:22:40จำกัดการกินในแต่ละวันไม่ให้เกิน 8 ชมง
00:22:40 → 00:22:43แล้วก็มีช่วงการฟาอยู่ที่ 16 ชมงครับเรา
00:22:43 → 00:22:45จะเรียกเรียกว่า time restric feeding
00:22:45 → 00:22:48หรือ time restric eating ก็ได้นะครับ
00:22:48 → 00:22:52ก็จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเลยก็คือช่วงหรือ
00:22:52 → 00:22:55ว่า Easting period ครับเป็นช่วงที่เรา
00:22:55 → 00:22:57อนุญาตให้เรากินอะไรได้นะครับส่วนใหญ่ก็
00:22:57 → 00:22:59อยู่ประมาณสัก 2-3 มื้อเนาะแล้วก็ช่วงที่
00:22:59 → 00:23:01fasting นะครับก็คือส่วนใหญ่ก็จะเป็น
00:23:01 → 00:23:04ช่วงหลังจากมื้อสุดท้ายที่เราทานแล้วจน
00:23:04 → 00:23:07กระทั่งเอ่อเริ่มต้นนะครับก่อนที่จะกิน
00:23:07 → 00:23:10มื้อถัดไปในวันถัดไปนั่นเองครับคราวนี้
00:23:10 → 00:23:12เรามาดูกันนะครับการทำ intermittent
00:23:12 → 00:23:14fasting นี้นะฮะในงานวิจัย 3 รูปแบบนี้
00:23:14 → 00:23:17นะครับใน Nature Review เนี่ยเค้าก็สรุป
00:23:17 → 00:23:20ออกมาว่าทำให้การลดการกินพลังงานจากการ
00:23:21 → 00:23:24กินเนี่ยประมาณ 10-30% นะครับต่อวันเนาะ
00:23:24 → 00:23:26ถ้าเทียบกับรูปแบบการกินปกติแล้วก็สัด
00:23:27 → 00:23:30ส่วนของแมคโครนิวก็คือขาโปรตีนแฟชไม่ได้
00:23:30 → 00:23:32ต่างกันนะครับไมโครนิวเทียนเนี่ยยังไม่มี
00:23:33 → 00:23:35ข้อมูลนะฮะก็คือพวกวิตามินแร่ธาตุต่างกัน
00:23:35 → 00:23:38หรือไม่แต่จากประสบการณ์ความเห็นส่วนตัว
00:23:38 → 00:23:41ของหมอต่างกันแน่นอนครับยิ่งเราทำ IFing
00:23:41 → 00:23:44นานๆนะฮะโอกาสที่เราจะกินอาหารได้มากพอ
00:23:44 → 00:23:47ได้หลากหลายได้ครบถ้วนเนี่ยจะน้อยลงเพราะ
00:23:47 → 00:23:50ฉะนั้นเนี่ยการที่เราจะพร่องกลุ่มที่เป็น
00:23:50 → 00:23:53วิตามินแร่ธาตุไมโครนิวรียนมีโอกาสเยอะ
00:23:53 → 00:23:56มากๆเลยครับรูปแบบเอ่อส่วนเรื่องของการ
00:23:56 → 00:23:59ดื่มน้ำนั้นก็ไม่ได้แตกต่างกันนะครับ
00:23:59 → 00:24:01Body Wight ครับการทำ alternate
00:24:01 → 00:24:04Dayfast เนี่ยลดได้ประมาณ 4-8% นะฮะแล้ว
00:24:04 → 00:24:08ก็การทำ 5:2 diอetนะครับโดยรวมก็ประมาณ
00:24:08 → 00:24:124-8% แล้วก็ tre จะน้อยหน่อยนะครับก็
00:24:12 → 00:24:15ประมาณประมาณ 3-4% ในงานวิจัยนี้นะครับ
00:24:15 → 00:24:17อ่า Body Composition นะฮะก็คือองค์
00:24:17 → 00:24:21ประกอบร่างกายเราพบว่าการทำ IF นั้นช่วย
00:24:21 → 00:24:24ลดไขมันใต้ชั้นผิวหนังครับเราหรือสับ
00:24:24 → 00:24:28คิวเนียส Fat M นะแต่แล้วก็ที่สำคัญนะฮะ
00:24:28 → 00:24:31ลด Viseral Fat ได้ด้วยก็คือไขมันที่
00:24:31 → 00:24:33อยู่ในช่องท้องของเรานะซึ่งตัวเนี้ยเป็น
00:24:33 → 00:24:36ไขมันที่มีผลนะครับกับเรื่องของการสร้าง
00:24:36 → 00:24:39สารเกาะอักเสบในร่างกายมากมายนะครับแล้ว
00:24:39 → 00:24:43ก็masสหรือมวลกล้ามเนื้อหรือ Fat Freat
00:24:43 → 00:24:45นะครับในการทำ Intermittent fasting
00:24:45 → 00:24:48เนี่ยจากข้อมูลงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่ามี
00:24:48 → 00:24:50แนวโน้มที่จะลดลงด้วยนะครับทุกคนเพราะ
00:24:50 → 00:24:53ฉะนั้นเวลาเราทำ IF เนี่ยก็มีโอกาสที่มวล
00:24:53 → 00:24:56กล้ามเนื้อจะลดลงด้วยนะการที่เรา combine
00:24:56 → 00:24:59หรือออกกำลังกายร่วมด้วยนะครับมีข้อมูล
00:24:59 → 00:25:02การศึกษานะที่ผ่านมาซึ่งหมอได้ไปรีวิวมา
00:25:02 → 00:25:05แล้วเนี่ยก็พบว่าช่วยในการที่จะพีerิร์ve
00:25:05 → 00:25:09นะครับหรือรักษามวลกล้ามเนื้อของเราไว้
00:25:09 → 00:25:11ได้นะครับหรือเรียกว่า Fat Freat นั่น
00:25:11 → 00:25:14เองในส่วนของทางด้าน anti edging ล่ะผล
00:25:14 → 00:25:17ของการชะลอไวกับ IF นะครับพบว่าการทำ
00:25:17 → 00:25:19intermittent fasting นั้นนะครับโดยภาพ
00:25:19 → 00:25:22รวมก็ลดเรื่องของ oxidative stress
00:25:22 → 00:25:25อนุมูลอิสระได้นะครับซึ่งเขามีการตรวจ
00:25:25 → 00:25:27ตัวที่เรียกว่าเป็น oxidative straight
00:25:27 → 00:25:29marker ในเลือดนะครับแต่ผลเรื่องของ
00:25:29 → 00:25:32inflammation นั้นยัง consistency ครับ
00:25:32 → 00:25:36คือจากการศึกษาที่ลงใน nature review
00:25:36 → 00:25:38ครั้งเนี้เพบว่าไม่ได้แตกต่างกันมากนะ
00:25:38 → 00:25:43ครับทั้งการดูค่าที่เป็นเอ่อ inflammatory
00:25:43 → 00:25:45marker อย่างเช่น Tumor Necrosive
00:25:45 → 00:25:47Factor Alpha Interlokin 6 นะครับ C
00:25:47 → 00:25:49Reactive โปรteหรือแม้กระทั่งตัว
00:25:49 → 00:25:52Hosซตอินก็ตามนะครับคาร์ดิโอวาสคูารมี
00:25:52 → 00:25:55อะไรบ้างนะครับก็แนวโน้มก็อาจจะพบว่า
00:25:55 → 00:25:58บางปเปอร์นะครับที่เค้ารีวิวมาก็พบว่าลด
00:25:58 → 00:26:01ความดันได้นะครับลด LDL คอสเตอรอลลด HDL
00:26:02 → 00:26:04คอสเตอรอลหรือเท่าเดิมนะครับแล้วก็ลด
00:26:04 → 00:26:07ไตรกิไซนการคุมระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น
00:26:07 → 00:26:11นะครับโดยภาพรวมแล้วเราก็จะเห็นว่าการทำ
00:26:11 → 00:26:13intermittent fasting นะฮะจากงานวิจัย
00:26:13 → 00:26:16ครั้งเนี้ยเา้าบอกว่าลดน้ำหนักได้ประมาณ
00:26:16 → 00:26:203-8% นะครับจากเบสลนอย่างเช่นตั้งต้นอ่ะ
00:26:20 → 00:26:23สมมุติตั้งต้นเรามาน้ำหนักประมาณ 100 กก.
00:26:23 → 00:26:26การทำ IF นะครับ 3 วิธีนี้นะครับซึ่งเค้า
00:26:26 → 00:26:28ไม่ได้ฟันไม่ได้สรุปว่าวิธีไหนนะภาพรวม
00:26:28 → 00:26:31เนี่ยนะครับอยู่ที่ประมาณ 3-8 ก.นั่นเอง
00:26:31 → 00:26:34ครับแต่ถ้าเราดูนะครับชนิดของ IF แล้วนะ
00:26:34 → 00:26:37ฮะเราจะพบว่า
00:26:37 → 00:26:40การทำ alternate defast กับการทำ 5:2
00:26:40 → 00:26:41diet เนี่ยก็จะช่วยนะฮะมีเปอร์เซ็นต์
00:26:41 → 00:26:44เรื่องของ weight loss ที่มากกว่าเช่น
00:26:44 → 00:26:47กันนะฮะในช่วงประมาณสมมุติเราเริ่มทำ IF
00:26:47 → 00:26:50ในช่วงประมาณ 2-3 สัปดาห์แรกนะฮะน้ำหนัก
00:26:50 → 00:26:53เนี่ยจะลงประมาณสซัก 3-4% อ่าตีง่ายว่า
00:26:53 → 00:26:56ประมาณ 5% แล้วกันนะครับถ้าถัดจากนั้น
00:26:56 → 00:26:58ประมาณ 6-8 สัปดาห์เป็นต้นไปอ่ะพูดง่ายๆ
00:26:58 → 00:27:02ว่า IF ประมาณเดือนนึงน้ำหนักลงประมาณ
00:27:02 → 00:27:033-5%
00:27:03 → 00:27:06IF 2 เดือนขึ้นไปน้ำหนักนะฮะจะลงประมาณ
00:27:06 → 00:27:10ซัก 6-8% นะฮะภาพรวมจึงอยู่ประมาณซัก
00:27:10 → 00:27:143-10% นั่นเองครับการที่น้ำหนักจะลดลง
00:27:14 → 00:27:18มากน้อยแค่ไหนนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำ
00:27:18 → 00:27:20อย่างเดียวเรารู้เนาะขึ้นอยู่กับเรื่อง
00:27:20 → 00:27:23ของอาหารการกินอ่าที่เรากินนะครับไม่ใช่
00:27:23 → 00:27:27แค่ to eat what to eat สำคัญนะครับ
00:27:27 → 00:27:29ชนิดของ intermittent fasting ระยะเวลา
00:27:29 → 00:27:33fasting ที่เราทำการออกกำลังกายนะครับ
00:27:33 → 00:27:36การนอนหลับพักผ่อนความเครียดยาที่เรากิน
00:27:36 → 00:27:39ภาวะสุขภาพต่างๆอีกด้วยนะครับคราวนี้ฮะ
00:27:39 → 00:27:42เราจะเห็นว่าข้อมูลจากวิจัยเนี่ยส่วนใหญ่
00:27:42 → 00:27:45เขาจะทำกันแค่ประมาณซักไม่เกิน 12 เดือน
00:27:45 → 00:27:47ใช่มั้ครับคราวนี้มีมั้ยข้อมูลการศึกษา
00:27:47 → 00:27:50ที่พบว่าเฮ้ยทำ IF แบบระยะเวลาที่นานกว่า
00:27:50 → 00:27:5312 เดือนนะครับอันนี้หมอก็ไปค้นมาให้ดู
00:27:53 → 00:27:56นะครับ
00:27:57 → 00:28:00อ่าโอเคอ่าคราวนี้นะครับเราก็มาดูข้อมูล
00:28:00 → 00:28:03นะฮะจากวารสารการแพทย์ Jama Netเwิorkนะ
00:28:03 → 00:28:05ครับในปี
00:28:05 → 00:28:082021 นะครับอ่าที่ลงมานะครับล่าสุด
00:28:08 → 00:28:13เหมือนกันอ่าโอเคเดี๋ยวขออนุญาต
00:28:13 → 00:28:15โอเคอ่าขออนุญาต
00:28:15 → 00:28:18อ่ารูปมานะฮะตรงนี้นะแล้วก็จะเห็นว่านะ
00:28:18 → 00:28:20ครับเอ่อ
00:28:20 → 00:28:24เค้าสรุปนะครับ IF ทั้งหมดเนี่ยก็คือมี
00:28:24 → 00:28:27ทั้งหมด 11 งานวิจัยเออเป็น 11 meta
00:28:27 → 00:28:29analysis ก็คือ 11 งานวิจัยแบบ
00:28:29 → 00:28:32สังเคราะห์นะครับที่มีการศึกษาวิจัยที่ทำ
00:28:32 → 00:28:34เกี่ยวกับเรื่องของ IF กับลดน้ำหนักเนี่ย
00:28:34 → 00:28:37ประมาณ 100 อยู่ที่ 130 การศึกษาวิจัย
00:28:37 → 00:28:39ครับระยะเวลาที่นานที่สุดก็อยู่ที่ประมาณ
00:28:39 → 00:28:4212 เดือนนะฮะจะเห็นได้ว่าปีนึงเลยที
00:28:42 → 00:28:45เดียวนะครับซึ่งผลนะฮะเราก็จะเห็นนะฮะ
00:28:45 → 00:28:47เป็นตัวเลขมากมายพวกนี้ไม่ต้องสนใจนะฮะ
00:28:47 → 00:28:49หมอสรุปให้ฟัง IF ทั้ง 3 แบบนั้นนะฮะมี
00:28:49 → 00:28:52การศึกษาวิจัยตั้งแต่ 1 เดือนถึง 12
00:28:52 → 00:28:55เดือนเนี่ยก็พบว่ามีผลนะครับในการที่จะ
00:28:55 → 00:28:58ช่วยลดน้ำหนักช่วยลดมวลไขมันแล้วก็ค่า
00:28:58 → 00:29:01เลือดต่างต่างๆนะครับได้ดีขึ้นอีกด้วยนะ
00:29:01 → 00:29:03ครับคราวนี้ถ้าเราดูเกี่ยวข้องกับเรื่อง
00:29:03 → 00:29:07ของลดน้ำหนักในผู้ที่มีโรคอ้วนโดยตรงนะฮะ
00:29:07 → 00:29:10ยกมา 3 งานวิจัยนะครับมีการศึกษาตั้งแต่
00:29:10 → 00:29:14ปี 2016 2017 แล้วก็ 2020 นะฮะเราก็จะพบ
00:29:14 → 00:29:16ว่าวิธีที่เขา้าทำนั้นก็คือ IF แบบ
00:29:16 → 00:29:20alternate dayfast แบบ tre เอ่อ TRF
00:29:20 → 00:29:23Tre นะครับส่วนใหญ่ก็จะเปรียบเทียบกับ
00:29:23 → 00:29:26การทำแคoric restriction ก็คือการลด
00:29:26 → 00:29:28แคลอรี่ที่กินต่อวันนั่นเองครับระยะเวลา
00:29:28 → 00:29:31การศึกษามีตั้งแต่ประมาณ 6 เดือนนะครับจน
00:29:31 → 00:29:34กระทั่งถึง 24 เดือนเลยก็เพราะว่ามีผลใน
00:29:34 → 00:29:37การช่วยลดน้ำหนักเนาะช่วยลดไขมันสะสมใน
00:29:37 → 00:29:40ร่างกายได้เช่นกันนะฮะจะเห็นว่าการศึกษา
00:29:40 → 00:29:42วิจัยทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการลดน้ำ
00:29:42 → 00:29:45หนักใน AF นั้นก็ได้ข้อมูลที่ดีนะทุกคน
00:29:45 → 00:29:47ถ้าสมมุติว่าเราสามารถที่จะปรับประยุกต์
00:29:47 → 00:29:50ให้เหมาะกับเรานะครับ
00:29:50 → 00:29:53เอาล่ะครับคราวนี้นะฮะสิ่งสำคัญเลยนะและ
00:29:53 → 00:29:58เชื่อว่าหลายๆคนนะครับคงเคยอ่าถัดมานะฮะ
00:29:58 → 00:30:01เชื่อว่าหลายๆคนนะครับคงเคยได้ยินว่าเอ๊ะ
00:30:01 → 00:30:03จริงๆแล้วเนี่ยการทำ intermittent
00:30:03 → 00:30:07fasting ก็คือการที่เรามีช่วงระยะเวลา
00:30:07 → 00:30:10จำกัดในการกินนะครับกับวิธีนึงก็คือการทำ
00:30:10 → 00:30:12Dairy caloric restriction คือการ
00:30:12 → 00:30:15จำกัดพลังงานที่เรากินเนี่ยโดยที่เออเรา
00:30:15 → 00:30:18ก็กินแคลอรี่แบบน้อยลงอย่างเงี้ยครับมัน
00:30:18 → 00:30:20มันต่างกับ intermittent fasting หรือ
00:30:20 → 00:30:23เปล่าเออบางคนก็บอกว่าจริงๆแล้วก็คมแคว
00:30:23 → 00:30:27ไม่ให้เกินนะครับก็น่าจะเพียงพอนะมันน่า
00:30:27 → 00:30:30จะจะได้ result หรือได้ผลที่เอ่อไม่ได้
00:30:30 → 00:30:32แตกต่างกันนะครับจากการทำ intermittent
00:30:32 → 00:30:34fasting เพราะว่า concept if จริงๆเรา
00:30:34 → 00:30:36จะเห็นว่าเขา้าจะไม่ได้มีการนับแคลอรี่
00:30:36 → 00:30:38ถูกมั้ครับไม่ต้องมานั่งคำนวณว่าเอ้ยเรา
00:30:38 → 00:30:41ต้องกินแคลอรี่เท่านั้นเท่านี้นะฮะเพียง
00:30:41 → 00:30:43แต่ว่าเรากินให้อยู่ในช่วงระยะเวลาที่
00:30:43 → 00:30:45กำหนดแล้วก็เรา fast ในช่วงเวลาที่เป็น
00:30:45 → 00:30:47fasting window นั่นเองแต่ concept
00:30:47 → 00:30:49เรื่องของการทำ CR นะครับหรือ character
00:30:49 → 00:30:51restriction ก็จะมีการจำกัดว่าอ่ะผู้
00:30:51 → 00:30:54หญิงไม่เกิน 1,500 แครี่ต่อวันผู้ชายไม่
00:30:54 → 00:30:57เกิน 1,800 นะครับคราวนี้ฮะก็มีข้อมูลใน
00:30:57 → 00:31:01งานวิจัยนะครับที่มีการตีพิมพ์มาล่าสุดนะ
00:31:01 → 00:31:03ครับในวารสารการแพทย์ New England
00:31:03 → 00:31:05Journal Medicine ในปีนี้นะครับมาดูกัน
00:31:05 → 00:31:09นะฮะคำถามของเค้าก็คืออ่าเค้ามีคำถามว่า
00:31:09 → 00:31:12การทำ IF หรือคุมการกินแบบไม่ให้แครี่มาก
00:31:12 → 00:31:15เกินไปแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่ากันนะครับ
00:31:15 → 00:31:17ก็ลงในวารสาร New England Journal
00:31:17 → 00:31:19Medicine นะครับเดือนประมาณน่าจะเป็น
00:31:19 → 00:31:22เดือนเอ่อเมษายนที่ผ่านมาครับซึ่งต้องบอก
00:31:22 → 00:31:24ว่าวารสาร New England Journal
00:31:24 → 00:31:26Medicine นี้นะครับในแวดวงทางด้านการ
00:31:26 → 00:31:29แพทย์นั้นถือว่าเป็นวารสารการแพทย์ที่ทรง
00:31:29 → 00:31:32อิทธิพลมากครับเวลาข้อมูลงานวิจัยอะไรที่
00:31:32 → 00:31:35ออกในวารสารเนี้ยคุณหมอทุกคนนะครับเจะให้
00:31:35 → 00:31:38ความใส่ใจแล้วก็สนใจมากเพราะว่ากว่างาน
00:31:38 → 00:31:40วิจัยจะลงได้ในวารสารนี้เนี่ยต้องบอกว่า
00:31:41 → 00:31:43ต้องเป็นงานวิจัยที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี
00:31:43 → 00:31:46แล้วก็มีแนวทางในการทำศึกษาวิจัยที่ค่อน
00:31:47 → 00:31:50ข้างที่จะเอ่อชัดเจนนั่นเองครับงานวิจัย
00:31:50 → 00:31:52นี้นะครับเชื่อว่า Carry restriction
00:31:52 → 00:31:54with or without time restric
00:31:54 → 00:31:56Eating in Vet loss นะครับเป็นการ
00:31:56 → 00:32:00ศึกษานะครับในกลุ่มผู้ใหญ่นะทำที่เอเชีย
00:32:00 → 00:32:02ของเราก็คือที่เมืองกวว่างเจานะครับ
00:32:02 → 00:32:05ประเทศจีนนะทำที่เมืองกวว่างเจามีคนที่
00:32:05 → 00:32:08เข้าร่วมการศึกษาวิจัยเนี่ยก็คือคนที่
00:32:08 → 00:32:11เข้าเกณฑ์โรคอ้วนนะครับมีค่าดัชนีมวลกา
00:32:11 → 00:32:14อยู่ที่ตั้งแต่ 28-45
00:32:14 → 00:32:15ต้องบอกว่าอ้วนเยอะเลยทีเดียวครับเพราะ
00:32:15 → 00:32:19ว่าเกณฑ์เอ่ออ้วนในคนเอเชียบ้านเราเนี่ย
00:32:19 → 00:32:22มากกว่าเท่ากับ 25 กกัต่อตรม.ถูกต้องมั้ย
00:32:22 → 00:32:27ครับจำนวนเท่าไหร่เอ่ยจำนวน 139 คนครับ
00:32:27 → 00:32:29เค้าจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มครับก็คือกลุ่ม
00:32:29 → 00:32:33แรกเลยนะให้กินเอ่อแบบจำกัดแคลอรี่นะครับ
00:32:33 → 00:32:36ผู้ชายไม่เกิน 1,800 นะผู้หญิงไม่เกิน
00:32:36 → 00:32:391,500 นะครับต่อวันนะครับนะแล้วก็อีก
00:32:39 → 00:32:42กลุ่มนึงให้ทำ IF แบบ Time Brestic
00:32:42 → 00:32:45Feeding นะครับให้กินอยู่ในช่วงระยะเวลา
00:32:45 → 00:32:508:00 น.ไม่เกิน 1600 น.นะครับก็คือทำ IF
00:32:50 → 00:32:5416/8 นั่นเองโดยที่จำกัดแคลอรี่ให้เท่า
00:32:54 → 00:32:56กันเออจำกัดแคลอรี่ด้วยนะครับเพราะฉะนั้น
00:32:56 → 00:32:59เนี่ยก็จะเห็นว่าเป็นการศึกษาวิจัยที่
00:32:59 → 00:33:02เป็น RCT หรือว่าเอ่อเป็นเค้าเรียกว่า
00:33:02 → 00:33:05เป็น randomized control trial ครับ
00:33:05 → 00:33:07ซึ่งในงานศึกษาวิจัยทางด้านการแพทย์ก็ถือ
00:33:07 → 00:33:10ว่าเป็น Design study ที่ดีเหมือนกัน
00:33:10 → 00:33:12ครับคราวนี้ครับศึกษาวิจัยนานเท่าไหร่นะ
00:33:12 → 00:33:16ครับทำที่ 12 เดือนหรือประมาณ 1 ปีครับ
00:33:16 → 00:33:18ได้ผลออกมาว่านะครับทั้ง 2 วิธีนั้นนะ
00:33:18 → 00:33:21ครับสามารถที่จะช่วยให้น้ำหนักลดได้นะ
00:33:21 → 00:33:25ครับแต่นะครับคำตอบก็คือลดได้แบบไม่ได้มี
00:33:25 → 00:33:28นัยยะสำคัญคือแตกต่างกันนะฮะไม่ได้แตก
00:33:28 → 00:33:32ต่างกันแบบมีนัยยะสำคัญทางสถิติทั้ง 2
00:33:32 → 00:33:35วิธีทั้งวิธีที่ทำ IF แล้วก็วิธีที่ทำ
00:33:35 → 00:33:40แoric restriction ครับอ่าหลายๆคนที่
00:33:40 → 00:33:42ได้ฟังแบบนี้ก็จะบอกว่าโอ๊ยถ้าอย่างงั้น
00:33:42 → 00:33:44หมอการทำ IF มันก็ไม่ต่างจาก character
00:33:44 → 00:33:47restriction สิถูกต้องมั้ฮะหลายๆคนก็จะ
00:33:47 → 00:33:49มีคำถามนี้นะครับเกิดขึ้นเนาะแต่สำหรับ
00:33:50 → 00:33:53งานวิจัยนี้นะฮะต้องบอกว่าเค้าก็จะมีข้อ
00:33:53 → 00:33:56จำกัดหลายๆอย่างเหมือนกันครับที่เรายัง
00:33:56 → 00:34:02ไม่สามารถที่จะเอ่อสามารถที่จะนำมา apply
00:34:02 → 00:34:04หรือว่าตอบโจทย์ให้กับเราได้นะครับไม่ว่า
00:34:04 → 00:34:07จะเป็นจำนวนอ่าจำนวนเอ่อคนที่เข้าร่วมการ
00:34:07 → 00:34:10ศึกษาวิจัยเนี่ย n ค่อนข้างน้อยก็คือ
00:34:10 → 00:34:12จำนวน sample siiz ค่อนข้างน้อยครับแบ่ง
00:34:12 → 00:34:14ออกเป็นกลุ่มแล้วอยู่ที่ประมาณกลุ่มละ
00:34:14 → 00:34:16ประมาณจบการศึกษาเนี่ยนะครับอยู่ที่กลุ่ม
00:34:16 → 00:34:19ละประมาณ 60 คนเท่านั้นเองนะครับก็คือ 60
00:34:19 → 00:34:22แบบกลุ่มที่ 1 60 แบบที่ 2 ครับอย่างที่
00:34:22 → 00:34:272 ครับการที่ทำ intermittent fasting
00:34:27 → 00:34:31ในกลุ่มเอ่อในกลุ่มตัวอย่างที่ทำ IF นั้น
00:34:31 → 00:34:34นะครับเป็นแบบ TRF ซึ่งมีช่วงการกิน 8 นะ
00:34:35 → 00:34:37ครับช่วงฟาอยู่ที่ 16 ชมงซึ่งทำในคนที่
00:34:37 → 00:34:40อ้วนครับทุกคนดัชนีมวลกาย 20 เท่าไหร่นะ
00:34:40 → 00:34:4428-45 ต้องบอกว่าอ้วนมากนะครับมีตั้งแต่
00:34:44 → 00:34:47อ้วนแบบระดับ 1 2 จนกระทั่งสึ 3 เลย
00:34:47 → 00:34:49เนี่ยซึ่งในคนที่อ้วนนั้นแน่นอนครับว่า
00:34:49 → 00:34:52เค้ามีภาวะดื้อต่ออินซูลินเกิดขึ้นในร่าง
00:34:52 → 00:34:55กายแน่นอนครับคราวเนี้ยครับคนที่ยิ่งดื้อ
00:34:55 → 00:34:57ต่ออินซูลินมากเนี่ยฮะเรารู้กันอยู่แล้ว
00:34:57 → 00:35:00ว่าการฟ้า 16 ชม.เนี่ยไม่สามารถนะครับที่
00:35:00 → 00:35:03จะิกหรือว่าแก้ปัญหาการดื้ออินซูลินได้
00:35:03 → 00:35:06เลยนะครับทุกคนเพราะว่าไอเอ่อการทำ IF
00:35:06 → 00:35:09จริงๆในการที่จะแก้reรีเรื่องของดื้อต่อ
00:35:09 → 00:35:11อินซูลินได้นั้นเนี่ยจริงๆแล้วเนี่ยในคน
00:35:11 → 00:35:14ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินที่เป็นระดับที่
00:35:14 → 00:35:17เยอะมากเนี่ยจำนวนระยะเวลาการทำfastิ้นะ
00:35:17 → 00:35:21ครับต้องมากกว่า 16 ชมงด้วยนะและที่สำคัญ
00:35:21 → 00:35:25ครับใน study นี้เนี่ย 2 กลุ่มที่กิน
00:35:25 → 00:35:28อาหารนะฮะแครี่เท่ากันนั้นเอ่อเรื่องของ
00:35:28 → 00:35:31แมคโครนิวทรียนหรือว่าสัดส่วนของสารอาหาร
00:35:31 → 00:35:33หลักนั้นเราพบว่าคาร์โบไฮเดรตอยู่ที่
00:35:33 → 00:35:35ประมาณ 40-45%
00:35:35 → 00:35:38ครับซึ่งต้องบอกว่าเยอะมากๆเลยทีเดียว
00:35:38 → 00:35:42ซึ่งก็ไม่สามารถที่จะทำให้อซsulิน lower
00:35:42 → 00:35:45ได้ครับรูปแบบนี้นะฮะต้องบอกว่าก็เลยไม่
00:35:45 → 00:35:49ได้ซัพพอร์ตนะครับการประสิทธิภาพของการทำ
00:35:49 → 00:35:51intermittent fasting ไม่ได้ตอบโจทย์
00:35:51 → 00:35:53เท่าไหร่นะครับเพราะว่าดีไซน์เรื่องของ
00:35:53 → 00:35:58อาหารที่เป็นเอ่ออาหารสำหรับ loss นั้นก็
00:35:59 → 00:36:02ก็ยังเป็นรูปแบบอาหารแบบ High Club อยู่
00:36:02 → 00:36:04นะครับ
00:36:04 → 00:36:07เสียงหายไปหน่อยนะครับอ่าก็โดยสรุปแล้วนะ
00:36:07 → 00:36:10ครับก็เป็นงานวิจัยที่บอกให้เราเห็นว่า
00:36:11 → 00:36:14เราจำเป็นนะครับที่จะต้องดูข้อมูลอื่นๆ
00:36:14 → 00:36:17ต่อไปจากนี้อีกนะครับอย่างเช่นบางกลุ่ม
00:36:17 → 00:36:19ที่เป็นอย่างเช่นคนไข้ที่เป็นเบาหวานด้วย
00:36:19 → 00:36:21อย่างเงี้ยครับ typ diดิติหรือคนไข้ที่มี
00:36:21 → 00:36:23ภาวะดื้อต่ออินซูลินเยอะๆอย่างเงี้ยฮะ
00:36:23 → 00:36:27เอ่อก็ต้องมาชเอ่อดูเรื่องของรูปแบบการทำ
00:36:27 → 00:36:29intermittent fasting กับ
00:36:29 → 00:36:31characteristic ว่าต่างกันหรือเปล่านะ
00:36:31 → 00:36:34ครับแต่ว่าสิ่งที่แน่นอนครับสิ่งที่
00:36:34 → 00:36:36benefit ของ IF ที่ก่อให้เกิดประโยชน์
00:36:36 → 00:36:41ของเราก็คือเค้าจะช่วยให้เรานะครับมีผล
00:36:41 → 00:36:43กับเรื่องของการทำให้เราเนี่ยสามารถที่จะ
00:36:43 → 00:36:46เอามาทำได้ง่ายขึ้นนะแล้วก็ที่สำคัญ
00:36:46 → 00:36:49practice ได้ง่ายนะฮะเพราะว่าเราไม่
00:36:49 → 00:36:51จำเป็นจะต้องแบบไปนั่งเคแคลอี่เนาะไม่
00:36:51 → 00:36:53ต้องมานั่งคำนวณช่างนั่นนู่นนี่วัดให้
00:36:53 → 00:36:56ลำบากครับพูดง่ายๆคือทำได้ง่ายแล้วก็ทำ
00:36:56 → 00:36:59ได้ทุกผลนะ
00:36:59 → 00:37:02โอเคอ่ะถัดมานะครับเรามาถึงช่วงที่เอาไป
00:37:03 → 00:37:05ใช้กันแล้วนะครับทำอย่างไรกันบ้างนะฮะ
00:37:05 → 00:37:08คอนเซปของหมอเลยนะครับที่สำคัญไม่ใช่แค่
00:37:08 → 00:37:10to eat อย่างเดียว what to eat สำคัญ
00:37:10 → 00:37:13มากๆเลยนะครับการกินอาหารอย่างไรในช่วง
00:37:13 → 00:37:16ที่ที่เรากินอย่างเงี้ยสำคัญมากไม่ใช่ว่า
00:37:16 → 00:37:21โอ้โหฉันทำ IF 16/8 18/6 แต่ 2-3 มื้อ
00:37:21 → 00:37:25ที่ฉันกินนั้นยังมีแป้งยังมีขาบยังมีขนม
00:37:25 → 00:37:29นมเนยนะครับยังมีครัวซองยังมีโดนัทยังมี
00:37:29 → 00:37:32ชาไข่มุกยังมีของหวานอยู่แบบเนี้ยครับก็
00:37:32 → 00:37:35ไม่ได้ส่งเสริมให้การทำ IF ของเรานั้นได้
00:37:35 → 00:37:38ผลในเรื่องของการลดน้ำหนักนะครับอ่า IF
00:37:38 → 00:37:42เหมือนกันครับเราไม่จำเป็นที่จะต้องทำแบบ
00:37:42 → 00:37:45ไหนเหมือนใครเราเลือกชนิดที่เราทำได้นะ
00:37:45 → 00:37:48ครับเอ่อแล้วก็เหมาะกับบริบทในชีวิตของ
00:37:48 → 00:37:50เรานะครับเรามาดูง่ายๆครับอย่างเช่นข้อ
00:37:50 → 00:37:54มูลการศึกษานะฮะที่ลงในendดีนรีวิวปีนี้
00:37:54 → 00:37:56เหมือนกันครับเค้าก็บอกว่าเราทำ Time
00:37:56 → 00:37:58Restic Eating นั้นกินนะครับให้อยู่ใน
00:37:58 → 00:38:02ช่วงน้อยกว่า 12 ชมงต่อวันนะลดโรคอ้วนได้
00:38:02 → 00:38:05ลดความเสี่ยงโรคหัวใจการนอนดีขึ้นคุณภาพ
00:38:05 → 00:38:09ชีวิตดีขึ้นนะครับอ่าอาจจะเลือกทำจากเป็น
00:38:09 → 00:38:1314/10 ก็ได้นะครับอ่าเก่งขึ้นมาหน่อยก็
00:38:13 → 00:38:1516/8 นะครับหรือว่า Challeng หน่อยก็
00:38:15 → 00:38:19ประมาณซัก 18/6 นะฮะก็คือฟ้า 16 ชม.เอ่อ
00:38:19 → 00:38:22ฟ้า 18 ชม.กินอยู่ในช่วง 6 ชม.นะครับคราว
00:38:22 → 00:38:24นี้เรามาดู common กันเลยนะฮะที่พวกเรา
00:38:24 → 00:38:27รู้จักกันก็คือ IF แบบ 16/8 นะครับเรา
00:38:27 → 00:38:29เรียกว่าเป็น Dairy Intermittent
00:38:29 → 00:38:33fasting นะครับช่วงที่กินก็คืออ่าเที่น
00:38:33 → 00:38:36ถึงอ้าถอยถอยกลับไปก่อน 12 นถึง 20:00 น.
00:38:36 → 00:38:39นะฮะเนี่ยแหละช่วงที่ส้มๆนี่แหละครับนะ
00:38:39 → 00:38:41อ่าซึ่งแบบนี้นะฮะก็ต้องบอกว่าเหมาะ
00:38:41 → 00:38:45สำหรับคนที่ไม่สะดวกกินมื้อเช้าอ่าเป็น
00:38:45 → 00:38:48เรทเบรคนะครับหลายๆคนก็ถามหมอเสมอเลยว่า
00:38:49 → 00:38:51โอ๊ยคุณหมอไม่กินมื้อเช้าอย่างนี้เนี่ยจะ
00:38:51 → 00:38:54เป็นอะไรมยไปอ่านข้อมูลงานวิจัยมาว่ามัน
00:38:54 → 00:38:56เพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อมเพิ่มความ
00:38:56 → 00:38:58เสี่ยงหลอดเลือดหัวใจนะฮะคำตอบปัจจุบัน
00:38:58 → 00:39:02นี้ต้องบอกว่างานวิจัยก็ยังไม่ได้ที่จะ
00:39:02 → 00:39:04con conclusion นะครับพูดง่ายๆว่ายัง
00:39:04 → 00:39:07ไม่ได้มีงานวิจัยที่แบบว่าทำเป็นแบบที่
00:39:08 → 00:39:11เป็น casual relation คือศึกษาผลโดยตรง
00:39:11 → 00:39:13นะฮะออกมาว่าเฮ้ยไม่ได้กินมื้อเช้าแล้วทำ
00:39:13 → 00:39:15ให้เราสมองเสื่อมสมองไม่ดีนะครับสิ่ง
00:39:15 → 00:39:18สำคัญเลยนะครับอันนี้พูดถึงในวัยผู้ใหญ่
00:39:18 → 00:39:21นะสำคัญที่สุดก็ยังคงเป็นเรื่องของสาร
00:39:21 → 00:39:24อาหารที่เรากินครับนิวทรนที่เรากินในมื้อ
00:39:24 → 00:39:27นั้นๆนะฮะแม้ว่าเราจะกินมื้อเช้าแต่มื้อ
00:39:27 → 00:39:31เช้าที่เรากินคืออะไรเอ่ยปลาทองโก๋ขนมปัง
00:39:31 → 00:39:35กาแฟหมูปิ้งนะฮะแบบเนี้ยซึ่งเรารู้กันดี
00:39:35 → 00:39:38ว่าเออมันเป็นอาหารที่มันไม่ดีต่อสุขภาพ
00:39:38 → 00:39:41อาหารแปรรูปเป็นอาหารfastฟู้ดนะฮะเป็น
00:39:41 → 00:39:44อาหารก่อเอ่อพวกกลุ่มสารก่ออักเสบทั้ง
00:39:44 → 00:39:47หลายพวกนี้ก็อีวentหรือแม้ว่าเราจะกิน
00:39:47 → 00:39:49มื้อเช้านะฮะมันก็ไม่ได้เป็นมื้อที่จะ
00:39:49 → 00:39:52ซัพพอร์ตให้เรามีอายุที่ยืนยาวหรือชะลอ
00:39:52 → 00:39:55โรคต่างๆได้นะฮะเพราะฉะนั้นเบรคฟาสเมื่อ
00:39:55 → 00:39:58ไหร่ก็ได้จะกินเช้าก็ได้จะกิน 10:00 น.
00:39:58 → 00:40:0111: น.น.ก็ได้ขึ้นอยู่กับความพร้อมบริบท
00:40:01 → 00:40:04ของเราเพียงแต่ว่ามื้อที่เรากินต่างหาก
00:40:04 → 00:40:06ครับอาหารที่เรากินในมื้อนั้นนะฮะเป็น
00:40:06 → 00:40:09สิ่งที่สำคัญนะครับคราวนี้ครับหลายๆท่าน
00:40:10 → 00:40:12อ่าก็บอกว่าโอ้คุณหมอถนัดกินเช้าดีกว่านะ
00:40:12 → 00:40:19ครับก็ทำเป็นแบบ CC เอ่อ IF หรือว่า CCAN
00:40:19 → 00:40:21Intermittent Fast ได้ครับซึ่งการกิน
00:40:21 → 00:40:23ตามนาฬิกาชีวิตของเรานะครับเราเรียกว่า
00:40:23 → 00:40:25Follow Biological Clock นะครับก็อาจ
00:40:25 → 00:40:29จะเริ่มที่ประมาณเบรคที่ 8:00 น.อ่าที่
00:40:29 → 00:40:32ประมาณสักเที่นถึง 13:00 น.แล้วก็ dinner
00:40:32 → 00:40:34ก่อน 18:00 น.อย่างเงี้ครับก็เป็นอีก
00:40:34 → 00:40:37หนึ่งวิธีที่ดีนะครับซึ่งเราเรียกว่า
00:40:37 → 00:40:39early time restric feeding นะครับก็
00:40:39 → 00:40:41มีข้อมูลงานวิจัยมาให้พวกเราอ่านกันเยอะ
00:40:41 → 00:40:44แล้วครับก่อนหน้านี้ครับเรากิน 3 มื้อน้ำ
00:40:44 → 00:40:46ตาลเราขึ้น 3 ครั้งหลักๆนะครับแล้วก็
00:40:46 → 00:40:49อินซูลินก็จะขึ้นเห็นมั้ฮะอินซูลินเป็น
00:40:49 → 00:40:52ฮอร์โมนที่ respons ตอบสนองกับการเพิ่ม
00:40:52 → 00:40:54ขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดนะครับถ้าเรา
00:40:54 → 00:40:57กิน 2 มื้ออินซูลินก็ขึ้น 2 มื้อครับทุกๆ
00:40:57 → 00:40:59ครั้งที่อินซูลิน spiking up เนี่ยมันจะ
00:40:59 → 00:41:03เป็นการเก็บสะสมไขมันในร่างกายเพราะ
00:41:03 → 00:41:07ฉะนั้นถ้าเรากินของหวานกินถี่ๆกินหลายๆ
00:41:07 → 00:41:10มื้อ 5-6 มื้อต่อวันโอเก็บทั้งวันครับไม่
00:41:10 → 00:41:13มีช่วงที่ร่างกายของเรานั้นจะสามารถใช้
00:41:13 → 00:41:16พลังงานที่สะสมได้เลยนะฮะการที่กิน
00:41:16 → 00:41:18ปัจจุบันเนี้ยถ้าคนไข้ของหมอมาปรึกษา
00:41:18 → 00:41:20เรื่องลดน้ำหนักใช่มั้ยครับมีเรื่องดื้อ
00:41:20 → 00:41:22อินซูลินด้วยก็จะแนะนำให้กินอยู่ที่
00:41:22 → 00:41:24ประมาณสัก 2 มื้อต่อวันนะครับถ้ามีมื้อ
00:41:24 → 00:41:27นึงที่หิวอาจจะต้องกินเป็นอะไรที่มันไม่
00:41:27 → 00:41:30ใช่แป้งขาบข้าวน้ำตาลครับอาจจะเป็นพวก
00:41:30 → 00:41:33กลุ่มโยเกิร์ตที่เป็นnonชูการ์นะครับหรือ
00:41:33 → 00:41:36แม้กระทั่งพวกถั่วหรือผลไม้บ้างนิดนึง
00:41:36 → 00:41:39อย่างี้ครับ
00:41:39 → 00:41:42เอาล่ะคราวนี้เรามาดู concept ของการทำ
00:41:42 → 00:41:45Early Time Restic Eating หรือ Feding
00:41:45 → 00:41:48นะครับก็มีข้อมูลที่เป็น systematic
00:41:48 → 00:41:50review ก็คือเป็นข้อมูลที่เขา้าเก็บเอา
00:41:50 → 00:41:52งานวิจัยต่างๆเลยที่มีการทำเรื่อง IF
00:41:52 → 00:41:55เนี่ยนะฮะที่เริ่มกินตั้งแต่เช้าตาม
00:41:55 → 00:41:57นาฬิกาชีวิตนะครับเราเรียกรูปแบบการกิน
00:41:58 → 00:42:02อาหารนี้ว่าเป็นโครนก็คือการกินอาหารที่
00:42:02 → 00:42:06ล้อไปกับนะครับนาฬิกาชีวิตของเรานะเพราะ
00:42:06 → 00:42:08ว่าอะไรเพราะว่าเค้าเชื่อว่าเราทำแบบ
00:42:08 → 00:42:11เนี้ยจะส่งผลดีนะเพราะว่าเราใช้ชีวิตนะ
00:42:11 → 00:42:14ครับเอ่อตอบสนองเอ่อเราใช้ชีวิต follow
00:42:14 → 00:42:17หรือไปควบคู่ไปกับนาฬิกาชีวิตของเราเนี่ย
00:42:17 → 00:42:19มันสัมพันธ์กับ activity อย่างเช่นการ
00:42:19 → 00:42:23ตื่นการนอนหลับนะฮะการออกมาใช้ชีวิตการทำ
00:42:23 → 00:42:25งานของระบบต่างๆในร่างกายของเราเนี่ยเรา
00:42:25 → 00:42:28พบว่าเค้าจะเป็นวิธีที่ช่วยให้สุขภาพเรา
00:42:28 → 00:42:31ดีขึ้นพร้อมกับการลดน้ำหนักได้ด้วยนะครับ
00:42:31 → 00:42:33อันนี้ก็เป็นคอนเซปตที่ดีมาดูตัวอย่างกัน
00:42:33 → 00:42:37ครับทุกคนใครอยากจะทำ IF อ่าหมอเริ่มต้น
00:42:37 → 00:42:40นะก็จะแนะนำว่าอาจจะเบรคastที่ประมาณ
00:42:40 → 00:42:4210:00 น.เท้านะครับรูปแบบอาหารก็เลือก
00:42:42 → 00:42:45แบบ low ขาบหน่อยนะครับเลือกแบบเป็นข้าว
00:42:45 → 00:42:48กล้องข้าวไสเบอร์รี่นะครับเน้นเป็นโปรตีน
00:42:48 → 00:42:52ธรรมชาติอย่างเช่นไก่หมูไข่นะครับมีผักนะ
00:42:52 → 00:42:55ฮะมีพวกกลุ่มไฟเบอร์นะเนี่ยรูปแบบนี้นะ
00:42:55 → 00:42:58ครับมื้อร้านอาจจะลดขาบลงมาหน่อยอาจจะ
00:42:58 → 00:43:02เหลือเฉพาะกลุ่มเนื้อปลาเนื้อไก่นะครับมี
00:43:02 → 00:43:05คอมเพล็กขาบที่เป็นผักนะฮะมีไขมันที่ดี
00:43:05 → 00:43:08ไม่ว่าจะเป็นพวกเอ่อจากไข่แดงจากปลา
00:43:08 → 00:43:11อะโวคาโด้ถั่วนะครับแล้วก็ระหว่างมื้อแนะ
00:43:11 → 00:43:14นำให้ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆดื่มเพนcอฟฟี่กาแฟ
00:43:15 → 00:43:18ดำนะครับหรือดื่มพวกชาที่ไม่เติมน้ำตาล
00:43:18 → 00:43:21ได้นะครับดินเนอร์ก่อน 18:00 น.นะครับ
00:43:21 → 00:43:23ก็มื้อสุดท้ายแล้วเนี่ยของวันก็ไม่อยาก
00:43:23 → 00:43:26ให้กินแป้งเลยนะครับนะเราเรียกรูปแบบนี้
00:43:26 → 00:43:29ว่าการทำ Time Resttic Feeding หรือ
00:43:29 → 00:43:32Eating ก็คือกินให้อยู่ในช่วง 8 ชม.นะ 8
00:43:32 → 00:43:34ชม.ก็ไม่ใช่กินซะถี่ยิบเลยทีเดียวนะฮะจะ
00:43:34 → 00:43:37เห็นว่าหลักๆกินแค่ 3 มื้อก็พอนะฮะ
00:43:37 → 00:43:40ระหว่างมื้อเลี่ยงได้ควรเลี่ยงดื่มน้ำนะ
00:43:40 → 00:43:43ครับดื่มกาแฟดำดื่มชานะครับช่วยเนาะไม่
00:43:43 → 00:43:47หยอดพวกขนมหวานไม่หยอดพวกcอฟeเบรกนะครับ
00:43:47 → 00:43:50ไม่หยอดผลไม้ไม่หยอดของกินเล่นนะไม่งั้น
00:43:50 → 00:43:53มื้อเรามันจะมากขึ้นนะครับอ่าโอเคคราวนี้
00:43:53 → 00:43:55เราดื่มอะไรได้บ้างในช่วงfastิ้นะครับ
00:43:55 → 00:43:58ดื่มน้ำเปล่าน้ำแร่ได้เลยดื่มชาเขียวไม่
00:43:58 → 00:44:02เติมน้ำตาลนะครับดื่มกาแฟดำได้บางคนก็
00:44:02 → 00:44:05apply ก็ก็คือใช้ cider vนicaประมาณ 1-2
00:44:05 → 00:44:07ช้อนชาผสมในน้ำเปล่านะครับแล้วก็จิบ
00:44:07 → 00:44:10เรื่อยๆก็มีข้อมูลการศึกษาบอกว่าแอปเปิ้ล
00:44:10 → 00:44:13ไเดอร์เบน้าผสมน้ำเนี่ยก็ชะลอความหิวของ
00:44:13 → 00:44:17เราได้นะครับนี้ก็น่าลองนะครับคราวนี้เรา
00:44:17 → 00:44:19มาดูกันครับว่า
00:44:19 → 00:44:21ช่วงEating้เราแบ่งออกเป็น 2 มื้อใช่มั้ย
00:44:22 → 00:44:24ครับหน้าตาอาหารเราเป็นแบบนี้นะครับอ่า
00:44:24 → 00:44:27แล้วก็มื้ออีกมื้อนึงนะครับก็หน้าตาอาหาร
00:44:27 → 00:44:30เป็นแบบนี้ช่วงFastิ้เราดื่มน้ำได้เรา
00:44:30 → 00:44:33ดื่มกาแฟนะครับดื่ม Infuse Water นะครับ
00:44:33 → 00:44:36แล้วก็บางคนอาจจะ apply ใช้กาแฟนะครับผสม
00:44:36 → 00:44:39กับพวกกลุ่มเนยหรือว่า MCT Oil นะครับ
00:44:39 → 00:44:41เราเรียกว่าเป็น Bullet Proof Coffee
00:44:41 → 00:44:45นะครับ BPC เนาะอ่าถ้าเราอยากจะทำ IF แบบ
00:44:45 → 00:44:4916/8 นะครับก็เลือกเลยครับว่า timing
00:44:49 → 00:44:52ช่วงไหนอ่าที่เราสะดวกนะเริ่มแบบเช้าก็
00:44:52 → 00:44:55ได้
00:44:55 → 00:44:57เริ่ม 8:00 น. 9:00 น. 10:00 น. 11:00 น.
00:44:57 → 00:45:00นะได้หมดเลยนะครับอ่าก็บอกว่าเป็นวิธีที่
00:45:00 → 00:45:03เราสามารถเริ่มได้ตามความสะดวกนะฮะพี่
00:45:03 → 00:45:06สะดวกอย่างี้นะฮะน้องสะดวกอย่างี้นะฮะหมอ
00:45:06 → 00:45:09สะดวกแบบนี้ปัจจุบันของหมอก็เริ่มประมาณ
00:45:09 → 00:45:12กินอยู่ที่ประมาณสซัก 10:00 น.แล้วก็อาจ
00:45:12 → 00:45:14จะกินแบบเรทอยู่ที่ไม่เอ่อปิดจบก่อน
00:45:14 → 00:45:18ประมาณ 19- 20:00 น.นะครับ
00:45:18 → 00:45:22การทำ IF not only leaner but also
00:45:22 → 00:45:25younger ไม่ใช่แค่ lean หุ่นดีอย่าง
00:45:25 → 00:45:28เดียวแต่เรายังเด็กคลื่นชะลอไวได้ขึ้นอีก
00:45:28 → 00:45:31ด้วยนะครับคำตอบก็คืออยู่ในข้อมูลวาร
00:45:31 → 00:45:33England Journal Medicine ปี 2019 นะ
00:45:33 → 00:45:36ฮะพบว่าการทำ Intermittent fasting นั้น
00:45:36 → 00:45:39Concept สำคัญคือ Metabolic Switching
00:45:39 → 00:45:42ครับคือการเปลี่ยนจากการใช้กลูโคสนะให้
00:45:42 → 00:45:45ร่างกายปรับมาใช้พลังงานจากไขมันในรูปของ
00:45:45 → 00:45:48ฟี Faty Acid หรือว่าคีโตนี้อย่างที่หมอ
00:45:48 → 00:45:51อธิบายให้ฟังตอนข้างต้นแล้วนะครับนอกจาก
00:45:51 → 00:45:54นี้ยังทำให้ร่างกายเราใช้พลังงาน ATP มี
00:45:54 → 00:45:57การผลิต ATP ได้ดีขึ้นนะครับมีการสร้าง
00:45:57 → 00:46:00ไมโตคอนเดรียที่เป็นเตาเผาของเซลล์ได้ดี
00:46:00 → 00:46:03ขึ้นมีกระบวนการที่เรียกว่ามีการ
00:46:03 → 00:46:06รีไซเคิleของเซลล์นะครับของเสียในเซลล์
00:46:06 → 00:46:09ที่เรียกว่าเป็นนะครับทำให้เราลดความ
00:46:09 → 00:46:11เสี่ยงในการเกิด chronic disease โรค
00:46:12 → 00:46:14มะเร็งโรคเรื้อรังต่างๆได้อีกด้วยนะครับ
00:46:14 → 00:46:18ทำให้เซลล์ของเราทนทานมากขึ้นอ่าพูดง่ายๆ
00:46:18 → 00:46:22ว่าตอบสนองเอ่อต่อสิ่งต่างๆที่จะเข้ามา
00:46:23 → 00:46:25กระทบกับร่างกายเราได้ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็น
00:46:25 → 00:46:29อนุมูลอิสระสารเกาะอักเสบเชื้อโรคนะครับ
00:46:29 → 00:46:31ต่างๆพวกนี้เราเรียกว่าเป็นเพิ่ม stress
00:46:31 → 00:46:34resistance ให้กับเซลล์นะครับกระตุ้นการ
00:46:34 → 00:46:36ทำงานการสร้างเซลล์ประสาทนะครับเราเรียก
00:46:36 → 00:46:39ว่าการอ่าเพิ่มขึ้นของneurรogenesisนะ
00:46:40 → 00:46:43ครับผ่านตัวเอ่อกระตุ้นตัวนึงที่สำคัญก็
00:46:43 → 00:46:45คือเอ่อเขาค้าเรียกว่า grth factor นะนะ
00:46:45 → 00:46:47ครับที่ชื่อว่าเป็น Brain Delight
00:46:47 → 00:46:50Neurotropic Factor อ่านี้นะฮะใครที่
00:46:51 → 00:46:52เคยได้ยินเนาะคนที่ทำ Farting ที่เค้าบอก
00:46:52 → 00:46:56ว่าเออเค้าคิดงานออกสมองมี creative
00:46:56 → 00:46:59power ทำนั่นนู่นนี่ได้แบบดีมากๆฮะส่วน
00:46:59 → 00:47:02ใหญ่ก็เกิดจากการที่ร่างกายของเรามีการ
00:47:02 → 00:47:04ปรับตัวขึ้นแล้วก็ที่สำคัญก็คือลดเรื่อง
00:47:04 → 00:47:06ของกระบวนการอักเสบในร่างกายได้อีกด้วยนะ
00:47:07 → 00:47:10ครับโดยสรุปแล้วนะครับ What to eat ลด
00:47:11 → 00:47:14ขาบลงเลือกโปรตีนที่ดีอย่างเหมาะสมกินไข
00:47:14 → 00:47:17มันดีมากขึ้นทำ intermittent fasting
00:47:17 → 00:47:20ที่เหมาะกับเรานะครับอย่างน้อยก็ต้อง fast
00:47:20 → 00:47:22ให้ได้ 16 ชมงเป็นต้นไปในคนที่อยากจะลด
00:47:22 → 00:47:25น้ำหนักนะครับร่วมกับการปรับเปลี่ยน
00:47:25 → 00:47:27ไลฟ์สไตล์อื่นๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ
00:47:27 → 00:47:30ออกกำลังกายอ่าที่สำคัญเนาะ Fat loss
00:47:30 → 00:47:33fat burn จะเกิดขึ้นได้นั้นเราจำเป็นจะ
00:47:33 → 00:47:35ต้องมีการกระตุ้นร่างกายนะครับให้เกิด
00:47:35 → 00:47:38กระบวนการที่เรียกว่าเอ่อการกระตุ้นระบบ
00:47:38 → 00:47:41ประสาทอัตโนมัตินะครับระบบประสาทซิมพาทติ
00:47:41 → 00:47:43นะให้เกิดการกระตุ้นนะครับการหลั่งสาร
00:47:43 → 00:47:46สื่อประสาทไม่ว่าจะเป็นadดenีนนอ
00:47:46 → 00:47:50adดรนาลีนกลูคารอนนะครับโสฮอร์โมนคอร์ติ
00:47:50 → 00:47:52นะฮะฮอร์โมนกลุ่มเนี้ยนะครับเขาจะเป็น
00:47:52 → 00:47:55ฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นเซลล์ไขมันนะครับทำ
00:47:55 → 00:47:58ให้เกิดการเอ่อดึงเอาไขมันออกมาหรือว่า
00:47:58 → 00:48:00Fat Breakdown ออกมาได้นั่นเองเพราะ
00:48:00 → 00:48:02ฉะนั้น lower อินซูลินแล้วก็ต้องเพิ่ม
00:48:02 → 00:48:05physical activity หรือ exercise ร่วม
00:48:05 → 00:48:07ด้วยครับอันนี้แหละเป็นหัวใจของการลดน้ำ
00:48:08 → 00:48:10หนักลดไขมันแบบยั่งยืนนะครับซึ่งมันเป็น
00:48:11 → 00:48:14สิ่งที่ต้องบอกว่าทำได้ยากในบางคนที่แบบ
00:48:14 → 00:48:16ไม่ชอบการออกกำลังกายแต่มันก็ต้องทำครับ
00:48:16 → 00:48:19ทุกคนมันจะมีจุดๆนึงที่ถ้าเราทำผ่านไปได้
00:48:19 → 00:48:22แล้วจะกลายเป็น habit หรือเป็นพฤติกรรม
00:48:22 → 00:48:25ใหม่ของเรานะครับโดยหากเราทำได้อย่างน้อย
00:48:25 → 00:48:28ประมาณ 3 สัปดาห์เป็นต้นไปนะครับสิ่งที่
00:48:28 → 00:48:30เราปรับเปลี่ยนแล้วนั้นจะเป็นพฤติกรรม
00:48:30 → 00:48:32ใหม่ของเรานะฮะอันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
00:48:32 → 00:48:36นะครับการนอนความเครียดต่างๆเอยก็ateจัด
00:48:36 → 00:48:40การให้ดีนะครับก็วันนี้นะครับโอเคเลยก็จะ
00:48:40 → 00:48:45เห็นว่าเรื่องราวของการทำ IF นั้นนะฮะ
00:48:45 → 00:48:47เป็นสิ่งที่ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่แต่วัน
00:48:47 → 00:48:50เนี้ยหมอรวบสรุปนะฮะข้อมูลทั้งหมดเนาะที่
00:48:50 → 00:48:53ได้ไปมีโอกาสไปบรรยายในเอ่องานเวชศาสตร์
00:48:53 → 00:48:56ชะลอวัยนะครับของสำนักวิชาเวชศาสตร์
00:48:56 → 00:48:58ชลอวัยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนะครับในวัน
00:48:58 → 00:49:00เสาร์ที่ผ่านมาต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งหัว
00:49:00 → 00:49:03ข้อที่ท้าทายนะครับแล้วก็ทำให้ตัวเอง
00:49:03 → 00:49:05เนี่ยได้อ่านข้อมูลนะฮะเกี่ยวข้องกับ
00:49:05 → 00:49:08เรื่องของ IF มากขึ้นนะครับเอาล่ะครับ
00:49:08 → 00:49:13ช่วงสุดท้ายนะครับเรามาตอบคำถามกันดีกว่า
00:49:13 → 00:49:16มาเร็วนะครับทุกคนมีใครมีคำถามอะไรบ้างนะ
00:49:16 → 00:49:22ครับ
00:49:22 → 00:49:25อ่าสวัสดีนะครับทุกท่านเนาะวันนี้ก็เข้า
00:49:25 → 00:49:28มารับชมกันอ่ะคุณอ่าขออนุญาตอ่านชื่อนะ
00:49:28 → 00:49:30ครับคุณพงพรบอกว่าทำ alternate de
00:49:30 → 00:49:34fasting 16 นะครับ/12มา 5 week น้ำ
00:49:34 → 00:49:37หนักลง 7 kg อ่าน้ำหนักลงเท่าไหร่นะน้ำ
00:49:37 → 00:49:41หนักลง 7 kg ทานปกติมากกำลังกายใครมันจะ
00:49:41 → 00:49:43ต้องลดลงอ่าแน่นอนครับว่าเราเห็นแล้วจาก
00:49:43 → 00:49:46study การทำ intermittent fasting
00:49:46 → 00:49:48เนี่ยในช่วงมากกว่า 6-8 สัปดาห์เนี่ยเรา
00:49:48 → 00:49:50จะเห็นแล้วเปอร์เซ็นต์ w loss เนี่ยจะ
00:49:50 → 00:49:53อยู่ที่ประมาณ 6-10% หรือ 6-8% เนาะแล้ว
00:49:53 → 00:49:56ก็ที่สำคัญเราจะเห็นเรื่องของ subcutanous
00:49:56 → 00:49:59fat ไขมันใต้ชั้นผิวหนังนะครับลดลง
00:49:59 → 00:50:02Viseral Fat น้ำหนักเราก็เลยลดลงแต่
00:50:02 → 00:50:05สิ่งที่สำคัญครับต้องอย่าลืมนะเพิ่มการ
00:50:05 → 00:50:07ออกกำลังกายร่วมด้วยเพื่อที่จะพีเอิร์ve
00:50:07 → 00:50:10นะครับมวลกล้ามเนื้อของเราหรือ Lean MAS
00:50:10 → 00:50:13หรือ Fatf ปี Max ไปด้วย