00:00:00 → 00:00:03[เสียงดนตรี]
00:00:03 → 00:00:06You're listening to Mahidol Channel Podcast.
00:00:06 → 00:00:08Listen for a better life.
00:00:08 → 00:00:11ฟังเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
00:00:11 → 00:00:14และนี่คือรายการพอดแคสต์ของช่อง Mahidol Channel
00:00:14 → 00:00:16โดย มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:16 → 00:00:22[เสียงดนตรี]
00:00:22 → 00:00:24วันนี้คุณกินอะไร
00:00:24 → 00:00:28อาหารที่คุณกิน ส่งผลดี ส่งผลเสีย กับสุขภาพของคุณอย่างไร
00:00:28 → 00:00:31วันนี้หมอจะชวนทุกคนมาพูดคุย
00:00:31 → 00:00:34เกี่ยวกับรูปแบบของการกินอาหาร ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของเรา
00:00:34 → 00:00:38กับรายการ Food Choice กินดี สุขภาพดี เลือกได้
00:00:38 → 00:00:40กับหมอเอ๋ แพทย์หญิงดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร
00:00:40 → 00:00:43และหมอตั้ม นายแพทย์ดิษกุล ประสิทธิ์เรืองสุข
00:00:43 → 00:00:46[เสียงดนตรี]
00:00:46 → 00:00:48- สวัสดีค่ะ - สวัสดีครับ
00:00:48 → 00:00:51กลับมาพบกับ Food Choice กินดี สุขภาพดี เลือกได้
00:00:51 → 00:00:54เวลาใกล้เวลามื้ออาหารปั๊บนี่
00:00:54 → 00:00:56อย่างแรกที่ต้องคิด กินอะไรดี
00:00:56 → 00:00:57ใช่ ถูกต้องครับ
00:00:57 → 00:01:00แล้วก็จะเลือกยากมาก ๆ เลย ว่าจะกินอะไรดี
00:01:00 → 00:01:04แล้วร้านยอดฮิตที่เราจะเดินไปหา ก็คือร้านอาหารตามสั่ง
00:01:04 → 00:01:07เหตุผลเพราะว่ามันมีหลากหลายเมนูให้เราเลือก
00:01:07 → 00:01:10แล้วส่วนใหญ่นี่ อาหารที่ตั้มสั่งจะเป็นอะไร
00:01:10 → 00:01:13สำหรับผมนี่ ต้องข้าวผัดกะเพราเลยครับ ง่าย ๆ
00:01:13 → 00:01:17แต่ว่ากะเพรานี่ตั้มรู้ไหมคะว่า เป็นอาหารที่มีแคลอรีค่อนข้างมาก
00:01:17 → 00:01:19แล้วก็ถ้ากินเป็นประจำเองนี่
00:01:19 → 00:01:21ก็อาจจะทำให้มีผลกับสุขภาพได้
00:01:21 → 00:01:23ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโซเดียม
00:01:23 → 00:01:25ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำมันนะคะ
00:01:25 → 00:01:28เรื่องของความดัน เรื่องของเบาหวานอะไรก็จะตามมา
00:01:28 → 00:01:29ครบเลยครับ
00:01:29 → 00:01:32นอกจากกะเพรา ยังมีอาหารอื่น ๆ อีกที่พลังงานสูงมาก ๆ
00:01:32 → 00:01:35แล้วก็อาจจะทำให้ก่อโรคในอนาคตด้วยนะครับ
00:01:35 → 00:01:37วันนี้รายการ Food Choice ของเรา ก็เลยจะคุยกันเรื่อง
00:01:37 → 00:01:40อาหารตามสั่ง พลังงานสูง ยิ่งกิน ยิ่งอ้วน
00:01:40 → 00:01:46[เสียงดนตรี]
00:01:46 → 00:01:50เรามาคุยกันเรื่องโรคอ้วนกันก่อนเลยครับว่า เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง
00:01:50 → 00:01:53จะมีส่วนที่เราเรียกว่าปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอกก่อนเนอะ
00:01:53 → 00:01:55เรื่องเหตุผลที่จะทำให้เกิดอ้วนนี่
00:01:55 → 00:01:59มันก็จะมีปัจจัยภายนอก เช่น โรคประจําตัว
00:01:59 → 00:02:02อันที่ 2 จะเป็นเรื่องของยาใด ๆ ที่เรากินเข้าไป
00:02:02 → 00:02:04เพราะฉะนั้น อันนี้เราตัดทิ้งไปก่อนเนอะ
00:02:04 → 00:02:08เพราะว่าถ้าเรารู้สาเหตุที่ชัดเจน เราก็จะไปรักษาโดยตรง
00:02:08 → 00:02:11ทีนี้อีกอันหนึ่งเราก็จะมาคุยกัน เมื่อกี้ตั้มบอกว่าพลังงานเยอะเนอะ
00:02:11 → 00:02:14เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วนี่ ความอ้วนคือสมดุลพลังงาน
00:02:14 → 00:02:14อืม
00:02:15 → 00:02:16ถ้ามากเกินไป ร่างกายก็เอามาเก็บ
00:02:16 → 00:02:17ครับ
00:02:17 → 00:02:19ถ้าน้อยไป ก็เอาของที่เก็บไปใช้
00:02:19 → 00:02:22ทีนี้ถามว่าพลังงานที่จะมากเกินไป มันมาจากตรงไหน
00:02:22 → 00:02:24ก็คือมาจากของที่เรากิน
00:02:24 → 00:02:26ส่วนของที่เราใช้นี่
00:02:26 → 00:02:29มันมีของที่เราใช้ในพื้นฐาน คือชีวิตประจำวันของเรา
00:02:29 → 00:02:29ครับผม
00:02:29 → 00:02:32กับอันที่ 2 ก็คือการที่เราไปออกกำลังกาย
00:02:32 → 00:02:34แล้วตัวสุดท้ายก็คือการเผาผลาญของเรา
00:02:34 → 00:02:38ซึ่งอันนี้จะบอกว่า เราจะกินมากหรือเราจะกินน้อย
00:02:38 → 00:02:39โดยทั่วไปของผู้หญิงนะคะ
00:02:39 → 00:02:42ผู้หญิงไทยก็จะกินอยู่ที่ประมาณ 1,600-1,800 กิโลแคลอรี
00:02:42 → 00:02:46ในขณะที่ผู้ชายก็ควรกินอยู่ที่ประมาณ 1,800 - 2,000 กิโลแคลอรี
00:02:46 → 00:02:48ซึ่งอันนี้เราจะพูดถึงคนทั่ว ๆ ไป
00:02:48 → 00:02:53ซึ่งถ้าสมมุติว่า คน ๆ นั้นเขากินมากเกินไป จากที่เขาควรจะใช้
00:02:53 → 00:02:54ก็จะเอาไปสะสมเนอะ
00:02:54 → 00:02:57สะสมที่เราเห็น เราก็จะมองออกแหละว่าอ้วน
00:02:57 → 00:03:00ถ้าเกิดอ้วนแล้ว ถามว่ามีปัญหาสุขภาพยังไงนะคะ
00:03:00 → 00:03:02ตอนนี้เราจะแบ่งออกมาเป็น 3M
00:03:03 → 00:03:04อันแรกเราเรียกว่า Machanic
00:03:04 → 00:03:05Machanic แปลว่า เชิงกล
00:03:05 → 00:03:06ครับ
00:03:06 → 00:03:07ก็คือพอเวลาเราอ้วนขึ้น
00:03:07 → 00:03:09เราก็จะแบกไขมันเยอะขึ้นใช่ไหมคะ
00:03:09 → 00:03:11นึกภาพเป็นตัวมาสคอต
00:03:11 → 00:03:11อา...
00:03:11 → 00:03:12เราต้องแบกของแล้ว
00:03:12 → 00:03:14ฉะนั้น พอเราแบกของปุ๊บ
00:03:14 → 00:03:16กระดูกและกล้ามเนื้อเรา มันก็จะต้องทำงานหนักขึ้น
00:03:16 → 00:03:20ก็จะมีปัญหาปวดหลัง ปวดขา ปวดเอว ปวดเข่า
00:03:20 → 00:03:20ครับ
00:03:20 → 00:03:21อันนี้เจอบ่อย ๆ เลย
00:03:21 → 00:03:24อีกอันหนึ่งที่เจอได้ปัจจุบันนี้ ก็จะเป็นเรื่องของนอนกรน
00:03:24 → 00:03:26หรือว่าหยุดหายใจขณะหลับ
00:03:26 → 00:03:27อันนี้มาจาก M แรก
00:03:27 → 00:03:29M ที่ 2 เราเรียกว่าเป็น Metabolic
00:03:29 → 00:03:34Metabolic เราได้ยินโรคเยอะแยะเลย ที่เป็นเกี่ยวกับ Metabolic ใช่ไหมคะ
00:03:34 → 00:03:38เบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจ
00:03:38 → 00:03:40โรคตับ เช่นว่าจะเป็นเรื่องของไขมันพอกตับ
00:03:40 → 00:03:42อันนี้จะเป็น M ที่ 2 นะคะ
00:03:42 → 00:03:44ทีนี้ในส่วนย่อยของ Metabolic
00:03:44 → 00:03:47นอกจากโรคพวกนี้ค่ะ มะเร็งจะอยู่ในนี้ด้วย
00:03:47 → 00:03:50ใครบอกว่า คนเป็นมะเร็งต้องผอม
00:03:50 → 00:03:51คนอ้วนก็เสี่ยงมะเร็ง
00:03:51 → 00:03:55โดยเฉพาะมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน ยกตัวอย่างเช่น
00:03:55 → 00:03:57มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม
00:03:57 → 00:03:59หรือว่ามะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกในผู้หญิง
00:03:59 → 00:04:02มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย
00:04:03 → 00:04:06เพราะฉะนั้นอันนี้คือ M ที่ 2 แล้วนะ ที่เสี่ยงหลังจากที่เราอ้วน
00:04:06 → 00:04:07และ M สุดท้ายค่ะ
00:04:07 → 00:04:08เรื่องของสุขภาพจิต
00:04:08 → 00:04:11คนที่มีปัญหาซึมเศร้าเองนี่
00:04:11 → 00:04:12ก็จะทำให้อ้วน
00:04:12 → 00:04:16หรือว่าคนที่อ้วนเอง ก็จะมีปัญหาเรื่องของซึมเศร้าได้
00:04:16 → 00:04:18เพราะฉะนั้นนี่ อันนี้คือสิ่งที่จะเกิดขึ้น
00:04:18 → 00:04:22แล้วเราควรจะมองให้รอบสำหรับคนที่อ้วนขึ้น แล้วมีปัญหาสุขภาพค่ะ
00:04:22 → 00:04:26คราวนี้มีคนเข้าใจผิดว่า น้ำหนักเยอะเท่ากับอ้วน อันนี้จริงไหมครับ
00:04:26 → 00:04:30อา...ทีนี้ต้องบอกก่อน เวลาเราชั่งน้ำหนัก มันมีอะไรบ้างที่เราชั่งได้
00:04:30 → 00:04:30ใช่ครับ
00:04:30 → 00:04:32อันแรกก็คือกระดูกเนอะ
00:04:32 → 00:04:34หลาย ๆ คนก็จะชอบคิดว่า โอ๊ย ฉันกระดูกใหญ่ ฉันอ้วน
00:04:34 → 00:04:35ใช่
00:04:35 → 00:04:38เอาจริง ๆ ต้องบอกว่า กระดูกใหญ่หรือเล็กก็ตาม
00:04:38 → 00:04:41แต่กระดูกไม่หนักค่ะ อยู่ประมาณสัก 2 กิโล ถึง 5 กิโลกรัมแล้วแต่เลย
00:04:42 → 00:04:44อันที่ 2 ค่ะ ก็คือส่วนของกล้ามเนื้อ
00:04:44 → 00:04:47ซึ่งในที่นี้นี่ ในกล้ามเนื้อ มันจะมีน้ำปนมาด้วยเนอะ
00:04:48 → 00:04:50แล้วสุดท้ายก็จะแบ่งเป็นส่วนที่เป็นไขมัน
00:04:50 → 00:04:52อันนี้คือคร่าว ๆ เนอะ ที่เราจะแบ่งเป็นสัดส่วน
00:04:52 → 00:04:57ส่วนที่จะมีผลกับเรื่องของการเผาผลาญของเรา ก็คือปริมาณกล้ามเนื้อเป็นหลัก
00:04:57 → 00:04:57ครับ
00:04:57 → 00:05:01ถ้ากล้ามเนื้อเราเยอะ เราก็จะเผาผลาญได้ดี
00:05:01 → 00:05:03ที่เราพูดว่าน้ำหนักเยอะ แล้วเท่ากับอ้วนจริงไหม
00:05:03 → 00:05:05ถ้าตอนเราเด็ก ๆ
00:05:05 → 00:05:07เราสูงขึ้น เราโตขึ้น
00:05:07 → 00:05:10เพราะฉะนั้น น้ำหนักมันจะเยอะขึ้น ตามอายุที่เพิ่มขึ้น
00:05:10 → 00:05:11ใช่ครับ
00:05:11 → 00:05:13แต่พอเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว แปลว่าเราไม่สูงแล้ว
00:05:13 → 00:05:17น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เราก็คิดว่าส่วนใหญ่ มันมักจะเป็นเรื่องของไขมันแล้วแหละ
00:05:18 → 00:05:19ก็กินเยอะ แล้วก็สะสม
00:05:19 → 00:05:21แต่ทีนี้เราต้องแยกอีกนิดนึงค่ะ
00:05:21 → 00:05:25ในบางทีนี่ น้ำหนักที่เยอะ อาจจะเป็นกล้ามเนื้อก็ได้ เช่น นักกีฬา
00:05:25 → 00:05:30หรือน้ำหนักที่เยอะ จะเป็นน้ำหนักน้ำ เช่น คนไข้บวม คนไข้มีโรคประจำตัว
00:05:30 → 00:05:32เช่น อาจจะเป็นโรคไต โรคตับ
00:05:32 → 00:05:35มีปัญหาเรื่องน้ำในช่องท้องอย่างนี้ค่ะ
00:05:35 → 00:05:38พวกนี้เวลาชั่งน้ำหนัก มันจะเยอะขึ้นได้
00:05:38 → 00:05:43[เสียงดนตรี]
00:05:43 → 00:05:47คราวนี้เราพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับน้ำหนัก แล้วก็โรคอ้วนพอสมควรแล้วครับ
00:05:47 → 00:05:49วันนี้เราจะมาโฟกัสเกี่ยวกับ อาหารบนโต๊ะของเราดีกว่า
00:05:49 → 00:05:50โอเค
00:05:50 → 00:05:52นั่นก็คืออาหารจานด่วน หรืออาหารตามสั่งนั่นเองครับ
00:05:52 → 00:05:57ว่าอาหารเหล่านี้นี่สามารถส่งเสริม ให้เกิดโรคอ้วนได้จริงหรือเปล่า
00:05:57 → 00:05:59- เดี๋ยวเรามาโฟกัสกันทีละอย่างแล้วกันเนอะ - ได้เลยครับ
00:05:59 → 00:06:03อย่างสมมุติในกรณีของอาหารผัด เช่นเวลาเราสั่งข้าวนี่
00:06:03 → 00:06:04มันจะมี 2 อย่างคือ หนึ่ง ข้าวราด
00:06:04 → 00:06:06กับอันที่ 2 คือข้าวผัด
00:06:06 → 00:06:07ครับผม
00:06:07 → 00:06:11อันแรกก่อน ข้าวราดที่เราจะสั่งกันบ่อย ๆ ก็จะเป็นพวกกะเพราไก่ไข่ดาว
00:06:11 → 00:06:14พวกนี้จะอยู่ที่ประมาณ 500-600 กิโลแคลอรี
00:06:14 → 00:06:15อันนี้คือข้าวราดจานเดียว
00:06:16 → 00:06:17สิ่งที่มันจะอ้วนมาจากไหน
00:06:17 → 00:06:18- น้ำมัน - ครับ
00:06:19 → 00:06:20ซอสหอยนางรม
00:06:20 → 00:06:22แล้วก็วัตถุดิบค่ะ เราใช้เนื้อเป็นอะไร
00:06:22 → 00:06:26แคลอรีมันก็จะเพิ่มขึ้น ตามวัตถุดิบที่เราเลือกใช้
00:06:26 → 00:06:26ครับ
00:06:26 → 00:06:29อันที่ 2 คืออยู่ที่ว่าเรามี Topping ไหม
00:06:29 → 00:06:31ถ้าสมมุติว่าเป็นไข่ต้ม ไม่มีอะไรเลย
00:06:31 → 00:06:33อันนี้ก็…ฟองนึงก็จะประมาณ 70 แคลอรี
00:06:33 → 00:06:35พอเราเอามาทำไข่ดาว แบ่งเป็น 2 กลุ่มแล้ว
00:06:36 → 00:06:36ครับ
00:06:36 → 00:06:39ไข่ดาวแบบโรงแรมซึ่งมันจะไม่ค่อยฟู ใช้น้ำมันน้อยหน่อย
00:06:39 → 00:06:41น่าจะประมาณสักแถว ๆ 100 กิโลแคลอรี
00:06:41 → 00:06:45กับไข่ดาวที่ 2 คือฟู ๆ กรอบ ๆ น้ำมันท่วม ๆ
00:06:45 → 00:06:48อันนี้ก็จะได้ประมาณสัก 2 เท่า 150
00:06:48 → 00:06:50อันที่ 2 เราผัดมันลงไปเลย
00:06:51 → 00:06:51อันนี้เป็นพวกข้าวผัด
00:06:52 → 00:06:54ทีนี้ถ้าเป็นข้าวผัดนี่ ต้องนึกภาพว่า
00:06:54 → 00:06:57- ข้าวทุกเมล็ดจะต้องมีน้ำมันเคลือบ - ถูกต้องครับ
00:06:57 → 00:07:00แล้วก็จะต้องใส่ทุกอย่างลงไปในนั้นเลย
00:07:00 → 00:07:04ดังนั้น ในกลุ่มของข้าวผัด จะมีแคลอรีมากกว่าข้าวราด
00:07:04 → 00:07:05ครับ
00:07:05 → 00:07:07เฉลี่ยก็จะอยู่ประมาณสัก เกือบ ๆ 700 กิโลแคลอรี
00:07:08 → 00:07:10ถ้าเป็นกลุ่มพวกที่เด็ก ๆ ชอบกิน ข้าวผัดอเมริกัน
00:07:11 → 00:07:14อันนี้นอกจากข้าวผัดในน้ำมันแล้ว ใส่ซอสแล้วนี่
00:07:14 → 00:07:18- มันก็จะมีพวกไส้กรอก ซึ่งทอด - แล้วก็ไก่ทอดด้วย
00:07:18 → 00:07:19ไก่ทอด แล้วอาจจะมีไข่ดาวอีก
00:07:19 → 00:07:20ใช่ครับ
00:07:20 → 00:07:22เพราะฉะนั้นพวกนี้ 700 แคลอรีขึ้นแน่นอน
00:07:22 → 00:07:26ผัดซีอิ๊วเอง ถ้าเกิดผัดแล้วมีน้ำมันราดท่วม ๆ
00:07:26 → 00:07:29- พวกนี้จะอยู่ที่จานละประมาณ 700 แคลอรี - ครับผม
00:07:29 → 00:07:31- ฟัง ๆ ดูนี่เยอะมาก ๆ เลยนะครับพี่เอ๋ - ค่ะ
00:07:31 → 00:07:34คราวนี้มาดูวิธีว่าจะทำอย่างไร ให้ลดปริมาณแคลอรีต่อจานลงดีกว่า
00:07:34 → 00:07:35อันนี้ให้ตั้ม
00:07:35 → 00:07:36โอเค
00:07:36 → 00:07:38คราวนี้ผมค่อย ๆ แยกกันทีละจานแล้วกัน
00:07:38 → 00:07:42อย่างแรกเลย พยายามเลือกเป็นแบบราดข้าว มากกว่าแบบผัดรวมกับข้าว
00:07:42 → 00:07:44อย่างที่ 2 คือเลือกเป็นเนื้อไก่ก่อน
00:07:44 → 00:07:47ไก่สับนี่ส่วนใหญ่ก็จะใช้เป็น เนื้อสะโพกหรือเนื้อน่องนะครับ
00:07:47 → 00:07:50หรือบางร้านนี่ถ้าเกิดคลีนเลย เขาจะใช้เป็นเนื้ออกไก่
00:07:50 → 00:07:52เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดเลือกได้นี่
00:07:52 → 00:07:54เป็นกะเพราไก่จะได้แคลอรีที่น้อยที่สุด
00:07:54 → 00:07:55ค่ะ
00:07:55 → 00:07:56ถัดขึ้นมา นั่นก็คือหมูสับ
00:07:56 → 00:07:58เอ๊ะ มันก็คล้าย ๆ ไก่สับถูกไหมครับ
00:07:58 → 00:08:03แต่จริง ๆ แล้ว หมูสับมันเกิดจากการเอาผสม ตัวไขมันสัตว์หรือตัวมันสัตว์นี่
00:08:03 → 00:08:05เข้ามาผสมกับตัวเนื้อด้วยนะครับ
00:08:05 → 00:08:07อัตราส่วนอาจจะประมาณ 70 : 30
00:08:07 → 00:08:09หรืออาจจะไปถึง 50 : 50 เลยก็ได้
00:08:10 → 00:08:10โอเค
00:08:10 → 00:08:11แล้วก็อย่างสุดท้ายก็คือ
00:08:11 → 00:08:13เพราะเวลามันมีน้ำเจิ่งนองนี่ครับ
00:08:13 → 00:08:16เราพยายามหลีกเลี่ยง ที่จะกินตัวน้ำตรงนั้นแหละครับ
00:08:16 → 00:08:18ให้กินบริเวณข้าวสวยที่ไม่ได้โดนน้ำราด
00:08:18 → 00:08:21กับตัวเนื้อสัตว์ที่เป็นตัวผักแทน
00:08:21 → 00:08:26ใช่ แล้วก็ Top Up ถ้าสมมุติว่าเปลี่ยนได้ เราก็อาจจะเปลี่ยนเป็นไข่ต้มแทนนะคะ
00:08:26 → 00:08:29คราวนี้เมนูถัดไป นั่นก็คือส่วนของผัดซีอิ๊วครับผม
00:08:29 → 00:08:33คราวนี้เราก็เปลี่ยนจากผัดซีอิ๊ว ที่เป็นเส้นใหญ่ไปเป็นเส้นอื่น
00:08:33 → 00:08:35ก็จะช่วยลดแคลอรีได้นะครับ
00:08:35 → 00:08:39บางร้านนี่เขาก็จะใช้เป็นเส้นเล็กก็มีครับ หรือบางทีก็ใช้เป็นวุ้นเส้นก็มี
00:08:39 → 00:08:41หรือบางทีก็เป็นเส้นหมี่ครับ
00:08:41 → 00:08:44พวกนี้ก็จะลดปริมาณซอส ที่มันเคลือบบริเวณเส้นลงได้
00:08:44 → 00:08:47ถ้าสมมุติจะกินของแบบนี้ พี่เปลี่ยนไปกินหมี่คลุก
00:08:47 → 00:08:49แคลอรีมันอาจจะลดลง
00:08:49 → 00:08:51ใช่ เพราะหมี่คลุกนี่ เขาจะไม่ได้เอาไปผัดในกระทะ
00:08:51 → 00:08:51ใช่ ๆ
00:08:52 → 00:08:56อันนี้น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่ง ในกรณีของคนที่ชอบกินอาหารประเภทนี้
00:08:56 → 00:08:57แล้วก็เปลี่ยนเป็นหมี่คลุก
00:08:57 → 00:09:00อันนี้อาจจะช่วยทำให้แคลอรีมันลดลงได้ค่ะ
00:09:00 → 00:09:02แล้วก็สุดท้ายที่เมื่อกี้พี่เอ๋พูดถึง คือข้าวผัดอเมริกันครับ
00:09:02 → 00:09:04ใช่ เด็ก ๆ ชอบมาก
00:09:04 → 00:09:07จะบอกว่าข้าวผัดอเมริกันนี่ แคลอรีสูงที่สุดที่เราพูดถึงมาเลยนะครับ
00:09:07 → 00:09:11คราวนี้ถามว่าแล้วทำอย่างไรให้มัน ลดปริมาณแคลอรีให้ลง
00:09:11 → 00:09:13ผมว่าสำหรับข้าวผัดอเมริกันนี่ยากมาก
00:09:13 → 00:09:16เพราะว่าด้วยองค์ประกอบทุกอย่างนี่มันเป็นทอด
00:09:16 → 00:09:21แล้วก็ไม่ได้มีร้านตามสั่งที่เขาจะสามารถ เปลี่ยนไก่ทอดเป็นไก่ย่างได้
00:09:21 → 00:09:24หรือสามารถเปลี่ยนไส้กรอกเป็นแบบย่างได้
00:09:24 → 00:09:27เพราะฉะนั้น อาจจะแนะนำว่าหลีกเลี่ยง
00:09:27 → 00:09:28ไม่สั่งเมนูนี้
00:09:28 → 00:09:32ใช่ หรือว่าถ้าจะสั่งจริง ๆ อาจจะลดจำนวนความถี่ต่อสัปดาห์ลง
00:09:33 → 00:09:34สัปดาห์ละครั้ง
00:09:34 → 00:09:37หรืออาจจะค่อย ๆ ขยับเป็น 2 สัปดาห์ครั้ง เป็นเดือนละครั้งน่าจะดีกว่า
00:09:37 → 00:09:38แล้วถ้าเป็นข้าวผัดอย่างอื่นล่ะคะ
00:09:38 → 00:09:42ข้าวผัดอย่างอื่นนี่คล้ายกันเพราะว่า ข้าวผัดอย่างอื่นต้องใช้น้ำมันในการผัด
00:09:42 → 00:09:43อย่างที่พี่เอ๋พูดเนอะว่า
00:09:43 → 00:09:46เราต้องให้น้ำมันมาเคลือบที่ตัวข้าว ทุกเมล็ดนะครับ
00:09:46 → 00:09:50แต่ถ้าถามว่าอะไรที่แคลอรีน้อยที่สุด แน่นอนข้าวผัดไข่
00:09:50 → 00:09:52เพราะว่าปรุงน้อย ใช้แค่ซีอิ๊วขาว
00:09:53 → 00:09:55แล้วก็อาจจะใช้ซีอิ๊วดำนิดนึงแต่งสีนะครับ
00:09:55 → 00:09:57แล้วก็ใส่ไข่ แล้วก็ใส่เนื้อสัตว์นิดหน่อย
00:09:57 → 00:10:00หรือว่าถ้าไม่งั้นนี่ก็สั่งเป็นอย่างอื่น แล้วเป็นข้าวราดน่าจะดีกว่า
00:10:00 → 00:10:03ในกรณีที่จะเลือกเป็นกลุ่มของข้าวผัดนะคะ
00:10:03 → 00:10:06อันที่ 2 เมื่อกี้ผัดไปแล้วก็จะเป็นเมนูทอด
00:10:06 → 00:10:08ซึ่งเมนูทอดนี่เราชอบมาก
00:10:08 → 00:10:10สมมุติว่าเวลาที่เราสั่ง เราสั่งข้าวไข่เจียว
00:10:10 → 00:10:10ครับ
00:10:10 → 00:10:12เราไม่สั่งข้าวไข่เจียวธรรมดา เราจะมีไข่เจียวหมูสับ
00:10:12 → 00:10:13ถูกต้อง ถูกต้อง
00:10:13 → 00:10:18ไข่เจียวหมูสับนี่ เบ็ดเสร็จจานนึงก็จะ ประมาณสักเกือบ ๆ 600 กิโลแคลอรีแล้ว
00:10:18 → 00:10:20โดยที่เขาจะใช้ไข่ประมาณ 2 ฟอง
00:10:20 → 00:10:22เหมือนที่ตั้มบอกเมื่อสักครู่นี้ว่า
00:10:22 → 00:10:24ในหมูสับเองนี่ก็จะมีไขมันอยู่
00:10:24 → 00:10:27อีกอันนึงที่เวลาเราสั่ง อาจจะไม่ได้เป็นสั่งเป็นอาหาร
00:10:27 → 00:10:29แต่จะเป็น Top Up, Topping ใด ๆ
00:10:29 → 00:10:32หรือว่าเราสั่งเนอะ อย่างเช่น เป็นพวกทอดมัน
00:10:32 → 00:10:32ครับ
00:10:32 → 00:10:34หรือว่าจะเป็นพวกกุนเชียง
00:10:34 → 00:10:37ในกุนเชียงจะมีน้ำมันค่อนข้างเยอะ
00:10:37 → 00:10:41แล้วถามว่าแคลอรีของกุนเชียงนี่ จริง ๆ ขึ้นกับวิธีการมาก ๆ เลย
00:10:41 → 00:10:44บางคนเอากุนเชียงไปแค่ย่าง แล้วก็กิน อันนี้น้ำมันจะเต็ม
00:10:44 → 00:10:45ครับ
00:10:45 → 00:10:47แต่ถ้าเอากุนเชียงไปทอดแบบทอดโดยใช้น้ำ
00:10:47 → 00:10:48อืม
00:10:48 → 00:10:51อันนี้มันจะไม่ติดกระทะใช่ไหม มันจะไม่กระเด็น
00:10:51 → 00:10:53แต่ว่ามันจะมีน้ำมันออกมา
00:10:53 → 00:10:56แล้วทอดจนกระทั่งมันกรอบ มันก็จะลดน้ำมันลงไปได้ส่วนหนึ่ง
00:10:56 → 00:10:57ถ้าสมมุติว่าเป็นกุนเชียงนี่
00:10:57 → 00:11:02คิดเป็นกรัม 100 กรัมก็จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ สักแถว ๆ 300-400 กิโลแคลอรี
00:11:02 → 00:11:04ขึ้นกับว่าเราทำแบบไหน
00:11:04 → 00:11:06ถ้าสมมุติว่าเป็นพวกหมูกรอบนี่
00:11:06 → 00:11:09- 100 กรัม ก็ 500 กิโลแคลอรีได้นะคะ - เยอะอยู่พอสมควร
00:11:09 → 00:11:12แล้วก็ส่วนพวกของทอดมันเฉลี่ยขนาดปกติ
00:11:12 → 00:11:15ก็ชิ้นหนึ่งประมาณสัก 30-35 กิโลแคลอรีอย่างนี้ค่ะ
00:11:15 → 00:11:18เมนูทอดจริง ๆ นี่ ส่วนใหญ่มัน deep fried
00:11:18 → 00:11:20เพราะว่าง่ายกว่าการจัดการด้วยนะครับ
00:11:20 → 00:11:22แล้วอีกอย่าง พอ deep fried นี่
00:11:22 → 00:11:24แน่นอนน้ำมันนี่ใช้ซ้ำไม่รู้กี่ครั้งนะครับ
00:11:24 → 00:11:28ก็อาจจะเกิดสารก่อมะเร็งด้วย แล้วก็เพิ่มตัวไขมันเลวในหลอดเลือดด้วย
00:11:28 → 00:11:30ทีนี้ส่วนตัวเนอะ เวลาอุ่นน่ะค่ะ
00:11:31 → 00:11:33เอาไปใช้พวกหม้อทอดไร้น้ำมัน
00:11:33 → 00:11:35ซึ่งอันนี้มันจะช่วยเอาน้ำมันออก
00:11:35 → 00:11:37นอกเหนือจากนี้นะคะ หลายคนทำกัน
00:11:37 → 00:11:38ก็คือจะเอากระดาษมาซับ
00:11:38 → 00:11:41ที่มันจะเป็นฟู้ดเกรด ที่มันจะเป็นกระดาษบาง ๆ ที่เราใช้
00:11:41 → 00:11:43อย่างเช่นเวลาเราทอดของเสร็จปุ๊บ เราวางเอาไว้
00:11:43 → 00:11:47ส่วนที่ออกมาคือน้ำมัน แทนที่มันจะอยู่ในเนื้อสัตว์
00:11:47 → 00:11:48มันก็จะออกมาอยู่ข้างนอก
00:11:48 → 00:11:51ถามว่าลดได้เยอะไหม ลดได้ค่ะ แต่ไม่เยอะ
00:11:51 → 00:11:55ยิ่งถ้าเราชุบแป้งทอดนี่ มันจะอยู่ตรงแป้งกรอบ ๆ ที่เราชุบทอดมากกว่า
00:11:55 → 00:11:57อันที่ 2 คือที่อาจจะแย่กว่านั้น
00:11:57 → 00:11:59คือบางคนใช้กระดาษทิชชูแล้วมาซับ
00:11:59 → 00:12:01อันนี้เห็นไหม เชฟหัวเราะเลย
00:12:01 → 00:12:04เหตุผลเพราะว่าจริง ๆ แล้วกระดาษทิชชูค่ะ
00:12:04 → 00:12:07มันเป็นวัสดุที่... ใช้คำว่ามันไม่ได้สะอาดเนอะ
00:12:07 → 00:12:07ใช่ครับ
00:12:07 → 00:12:08มันไม่ได้สะอาด
00:12:08 → 00:12:12เพราะฉะนั้นการเราเอาทิชชูไปซับ โดยไม่ใช่ฟู้ดเกรดด้วยเนอะ
00:12:12 → 00:12:14อันนี้ไม่แนะนำ
00:12:14 → 00:12:18แต่ถ้าสมมุติบอกว่า อันนี้มันเป็นฟู้ดเกรดที่เขาเอามาทำ
00:12:18 → 00:12:20แล้วบอกว่าวางไว้เพื่อที่จะสำหรับซับมันค่ะ
00:12:20 → 00:12:23อันนี้โอเคทำได้นะคะ จะเป็นลักษณะนี้
00:12:23 → 00:12:26คราวนี้บางคนครับ ซับแบบกดอย่างนี้เลย
00:12:26 → 00:12:29คือถามว่าช่วยได้ไหม ผมว่ามันก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง
00:12:29 → 00:12:31อย่างที่พี่เอ๋บอกว่ามันสามารถดึงไขมันได้
00:12:32 → 00:12:33- แต่ว่าไม่ได้เยอะมากนะครับ - ใช่
00:12:33 → 00:12:34แต่ว่าข้อเสียเลยคือ
00:12:34 → 00:12:36ในเมื่อเราอยากกินกรอบ ๆ ฟู ๆ
00:12:36 → 00:12:38แล้วเราไปกด ๆ แบบนี้ออกนี่
00:12:38 → 00:12:39- มันก็จะไม่ได้ผลดังใจ - มันก็จะไม่ได้แล้ว
00:12:39 → 00:12:40ใช่
00:12:40 → 00:12:41Texture มันก็จะไม่ได้อร่อยครับ
00:12:41 → 00:12:43เพราะฉะนั้น แนะนำว่าถ้าจะกิน
00:12:43 → 00:12:47กินธรรมดานั่นแหละ แต่ว่าลดปริมาณลงต่อสัปดาห์ครับ
00:12:47 → 00:12:50คราวนี้เรามาถึงเมนูเส้นกันต่อครับพี่เอ๋
00:12:50 → 00:12:51เวลาเราไปร้านอาหารตามสั่ง
00:12:52 → 00:12:55นอกจากข้าวราดนี่ เมนูเส้นก็ยอดฮิตเช่นเดียวกันครับ
00:12:55 → 00:12:56เริ่มจากผัดไทยครับผม
00:12:57 → 00:12:59ผัดไทยนี่ดูเหมือนจะแคลอรีน้อย
00:12:59 → 00:13:01- แต่จริง ๆ แคลอรีน่าจะเยอะพอสมควรเลย - 600-700 ค่ะ
00:13:01 → 00:13:03ปกติผัดไทยประมาณ 600-700 ค่ะ
00:13:03 → 00:13:07ซอสผัดไทยนี่ เริ่มจากหนึ่งเลยน้ำตาลปี๊บ เคี่ยวรวมกับตัวน้ำมะขามเปียกนะครับ
00:13:07 → 00:13:09แล้วก็ใส่น้ำปลาเล็กน้อยเพื่อปรุงรส
00:13:09 → 00:13:10แล้วก็เคี่ยวเขาจนงวด
00:13:10 → 00:13:14แล้วก็เอาหัวเชื้อตรงนี้ไปผัดกับตัวผัดไทยต่อ
00:13:14 → 00:13:15แต่ว่าจริง ๆ มันต้องมีน้ำมันด้วยเนอะ
00:13:15 → 00:13:17เส้นพวกนี้ที่มันเป็นผัดนี่
00:13:17 → 00:13:20ไม่งั้นถ้ามันไม่มีน้ำมันเลยนี่ มันจะติดกระทะแย่เลยค่ะ
00:13:20 → 00:13:22แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง เราต้องห่อไข่ด้วยครับผม
00:13:22 → 00:13:25ก็จะได้ไข่ แล้วก็จะมีน้ำมันราดไปอีกทีหนึ่ง on top
00:13:25 → 00:13:30คราวนี้จะต้องดูว่า แล้ววิธีการเราจะเลือกทำ อย่างไรให้กินผัดไทยแล้วดีต่อสุขภาพมากขึ้น
00:13:30 → 00:13:34จะบอกว่าสูตรน้ำผัดไทยตั้งต้น มันก็ต้องเป็นสูตรของทางร้านอยู่แล้ว
00:13:34 → 00:13:37สิ่งที่เราต้องรู้ไว้คือ มันมีปริมาณน้ำตาลสูงนะครับ
00:13:37 → 00:13:39แล้วก็มีปริมาณโซเดียมสูงแล้วนะครับ
00:13:39 → 00:13:43เพราะฉะนั้นหลีกเลี่ยง การปรุงน้ำตาลเพิ่มจะดีที่สุด
00:13:43 → 00:13:45แล้วก็หลีกเลี่ยงการปรุงน้ำปลาเพิ่มนะครับ
00:13:45 → 00:13:47ก็ปรุงเพิ่มได้อาจจะเป็นถั่วลิสงที่เขาใส่มา
00:13:48 → 00:13:50หรือว่าเป็นตัวพริกป่นที่เขาใส่มา เพิ่มเล็กน้อย
00:13:50 → 00:13:52วิธีหนึ่งที่พี่ทำก็คือว่า
00:13:52 → 00:13:54ผัดไทยเวลาเรากินนี่จะมีผักแนม
00:13:54 → 00:13:54ใช่ครับ
00:13:54 → 00:13:56ส่วนตัวนะคะ ก็คือเส้นจะน้อยหน่อย
00:13:57 → 00:13:59หรือว่าใช้เป็นวุ้นเส้น เหมือนที่บอกเมื่อสักครู่นี้
00:13:59 → 00:14:00พอมันเป็นวุ้นเส้นนี่
00:14:01 → 00:14:05มันก็จะดูดซับน้ำมันหรืออะไรอย่างนี้ น้อยกว่าหน่อย ใช้น้ำมันน้อยกว่าหน่อย
00:14:05 → 00:14:09อันที่ 2 คือใส่ส่วนที่เป็นถั่วงอก ให้เยอะขึ้น หรือใส่ผักให้เยอะขึ้น
00:14:09 → 00:14:12แล้วพอมันคลุกกับเส้น กลายเป็นว่า
00:14:12 → 00:14:16เราจะอิ่มโดยที่เราจะกินปริมาณของ เนื้อเส้นผัดไทยน้อยลงอย่างนี้ค่ะ
00:14:16 → 00:14:21แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา ว่าผัดไทยมีแคลอรีสูงอยู่แล้ว
00:14:21 → 00:14:24พยายามเลือกโปรตีนที่กินมาคู่นี่ ให้ได้ลีนที่สุด
00:14:24 → 00:14:25หรือปริมาณไขมันน้อยที่สุด
00:14:25 → 00:14:27ถ้าเรียงลำดับในร้านผัดไทยเลยจริง ๆ นี่
00:14:27 → 00:14:30ถ้าดูตามตรง กุ้งจะน้อยที่สุด
00:14:30 → 00:14:32แล้วกุ้งนี่เขาก็จะผัดน้ำมันนิดเดียวครับ
00:14:32 → 00:14:35ไม่ได้เอาลงไปผัดน้ำมันหรือเอาไปทอด เหมือนเนื้อสัตว์ชนิดอื่นนะครับ
00:14:35 → 00:14:36โอเคค่ะ
00:14:36 → 00:14:38ถัดไปก็จะเป็นพวกสุกี้
00:14:38 → 00:14:41สุกี้นี่ มันจะมีทั้งสุกี้น้ำ สุกี้แห้งเนอะ เวลาเขาสั่งนี่
00:14:41 → 00:14:44แล้วหลายคนก็จะแบบ สุกี้แห้งแล้วกัน ง่ายดี
00:14:44 → 00:14:46แล้วก็จะได้กลิ่นคั่วกระทะด้วยเวลาผัดนะครับ
00:14:46 → 00:14:49สำหรับตัวสุกี้แห้งนี่ ค่าพลังงานประมาณเท่าไรครับพี่เอ๋
00:14:49 → 00:14:53คือจริง ๆ กลุ่มนี้ทั้งกลุ่มค่ะ ให้ไปเลยประมาณ 600-700
00:14:53 → 00:14:56และถ้ามี Topping ก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกค่ะ
00:14:56 → 00:14:58สุกี้ก็ประมาณ 600 ค่ะ
00:14:58 → 00:15:00ผัดไทยเมื่อกี้ 700 อะไรอย่างนี้ค่ะ
00:15:00 → 00:15:02ซึ่งสุกี้นี่แน่นอนว่า
00:15:02 → 00:15:03ส่วนผสมก็วุ้นเส้น
00:15:03 → 00:15:08เพราะฉะนั้นตัวเลือกของเส้นนี่ น่าจะโอเคอยู่แล้วถูกต้องไหมครับ
00:15:08 → 00:15:09แต่ว่าสิ่งที่เขาไปผัด แน่นอนน้ำมันก่อน
00:15:10 → 00:15:11น้ำมันเยอะ ๆ เลยครับ
00:15:11 → 00:15:13รวมถึงซอสสุกี้ด้วยแล้วแต่สูตรเลยครับ
00:15:13 → 00:15:17ว่าจะเป็นสุกี้แบบเผ็ดสีแดง หรือว่าจะเป็นแบบเต้าหู้ยี้นะครับ
00:15:17 → 00:15:21ซึ่งกลุ่มนี้ก็จะ หนึ่งเลย ปริมาณน้ำตาลสูง
00:15:21 → 00:15:23สองคือปริมาณโซเดียม ก็ค่อนข้างสูงเช่นเดียวกัน
00:15:23 → 00:15:26เพราะฉะนั้น เทคนิคคล้าย ๆ กับผัดไทยเลยครับว่า
00:15:26 → 00:15:29ตัวซอสนี้เปลี่ยนไม่ได้ แล้วก็ต้องพยายามอย่าปรุงเพิ่มครับ
00:15:29 → 00:15:33แล้วก็บางทีเขาก็จะหลอกล่อ ด้วยการให้ซอสสุกี้มาเพิ่มอีกนะครับ
00:15:33 → 00:15:35ชิมก่อนว่าตัวรสชาตินี้เป็นยังไง
00:15:35 → 00:15:38แล้วก็ถ้าเกิดยังไม่ถูกใจ สามารถเติมได้เล็กน้อยครับ
00:15:38 → 00:15:39แต่ว่าอย่าเติมหมดซอง
00:15:40 → 00:15:43ถ้าอย่างนั้นแปลว่าตั้มแนะนำ ให้กินเป็นสุกี้น้ำมากกว่าสุกี้แห้ง
00:15:43 → 00:15:45แนะนำเป็นสุกี้น้ำดีกว่า
00:15:45 → 00:15:48เพราะว่าหนึ่งเลยคือปริมาณไขมัน เขาน้อยกว่าอยู่แล้วนะครับ
00:15:48 → 00:15:52อย่างที่ 2 คือปริมาณการปรุง มันก็จะถูกการเจือจางด้วยน้ำซุปด้วยครับ
00:15:52 → 00:15:54เพราะฉะนั้นโดยสรุปนะคะ พวกกลุ่มเส้นนี่
00:15:54 → 00:15:56ก็คืออันที่ 1 ถ้าเป็นเส้นที่ผัดทั้งน้ำมันนี่
00:15:56 → 00:16:00ส่วนใหญ่ก็จะมีปัญหา เรื่องของน้ำมันเยอะอยู่แล้ว
00:16:00 → 00:16:03ในขณะที่ถ้าเป็นพวกของผัดไทยหรือสุกี้นี่
00:16:03 → 00:16:04ก็จะมีส่วนของน้ำตาล
00:16:05 → 00:16:07แล้วก็พวกโซเดียมที่ปนเข้ามาอีก
00:16:07 → 00:16:09มีข้อควรระวังนะคะ
00:16:09 → 00:16:11แล้วก็ถามว่าเส้นนี่ใช้เส้นอะไร
00:16:11 → 00:16:14ถ้าเป็นพวกเส้นเล็ก วุ้นเส้น ใด ๆ นี่
00:16:14 → 00:16:16ก็น่าจะดูแคลอรีต่ำกว่าหน่อยนึง
00:16:16 → 00:16:17นอกจากผัดอะไรทั้งหลายแล้วนี่
00:16:18 → 00:16:19ก็จะมีร้านข้าวมันไก่
00:16:19 → 00:16:22อันนี้ก็จะเป็นของยอดฮิตที่หาง่ายเหมือนกัน
00:16:22 → 00:16:23ถูกต้องครับ
00:16:23 → 00:16:26ถ้าสมมุติเป็นข้าวมัน ข้าวมันไก่ทั่วไป จะอยู่ที่ประมาณ 500 แคลอรีต่อจาน
00:16:26 → 00:16:28แล้วทีนี้เวลาจะกินนี่
00:16:28 → 00:16:30ข้าวมันไก่นี่ตั้มทำยังไง
00:16:30 → 00:16:33จริง ๆ ข้าวมันไก่นี่ ถ้าเกิดว่าเรา ตั้งใจว่าจะกินเพื่อลดน้ำหนัก
00:16:33 → 00:16:35หรือว่าต้องการควบคุมปริมาณแคลอรีจริง ๆ นี่
00:16:36 → 00:16:38สามารถขอเป็นข้าวสวยแทนได้
00:16:38 → 00:16:42ก็จะลดปริมาณแคลอรีได้เกิน 3 เท่านะผมว่า
00:16:42 → 00:16:43เพราะข้าวมันเองนี่
00:16:43 → 00:16:47มันเป็นการหุงข้าวพร้อมกับตัวหนังไก่ แล้วก็น้ำมันไก่ที่เหลือ
00:16:47 → 00:16:51เพราะฉะนั้น ไขมันที่มันเพิ่มขึ้นไปนี่ หรือปริมาณแคลอรีที่เพิ่มขึ้นไปนี่
00:16:51 → 00:16:54ผมว่าประมาณ 200-300 ได้นะครับ เมื่อเทียบกับตัวข้าวสวย
00:16:54 → 00:16:55ค่ะ
00:16:55 → 00:16:56อย่างที่ 2 คือเนื้อไก่เองนี่ครับ
00:16:57 → 00:16:59ก็พยายามเลือกส่วนที่ปริมาณไขมันต่ำนะครับ
00:16:59 → 00:17:02แน่นอนว่าเรียงลำดับก็คืออกไก่
00:17:02 → 00:17:04ตามลงมาคือ สะโพก น่อง นะครับ
00:17:04 → 00:17:06แล้วก็สุดท้ายก็คือกลุ่มปีก ที่มันจะมีหนังเยอะ ๆ นะครับ
00:17:07 → 00:17:10อะลุ่มอล่วยที่สุดคือข้าวมันครึ่งนึง ข้าวสวยครึ่งนึง
00:17:10 → 00:17:13ให้มันพอแบบให้มีกลิ่นหอมของมันไก่บ้าง
00:17:13 → 00:17:16แล้วก็เป็นส่วนอกไก่ ที่ติดหนังเล็กน้อยครับผม
00:17:16 → 00:17:18อันนี้ตั้มพูดยังไม่โหดที่สุด
00:17:18 → 00:17:20เดี๋ยวนี้ที่เราเจอคือข้าวมันไก่ทอด
00:17:20 → 00:17:20อา...ใช่
00:17:21 → 00:17:24แล้วไก่ทอดที่เวลาขายกับข้าวมัน ไม่เคยเป็นไก่ทอดปกติ
00:17:24 → 00:17:26ต้องเป็นไก่ชุบแป้งทอดนะคะ
00:17:26 → 00:17:27ใช่ครับ
00:17:27 → 00:17:30ถ้าเป็นข้าวมันไก่ทอดนี่ บวกไปเลยค่ะ 600 ขึ้น ๆ ด้วยเนอะ
00:17:30 → 00:17:31อาจจะถึง 700 ด้วย
00:17:31 → 00:17:33เพราะว่าไก่นี่มันจะเป็นไก่ชุบแป้งทอด
00:17:33 → 00:17:33ใช่
00:17:33 → 00:17:37แล้วซอสที่ราดค่ะ ถ้าเป็นข้าวมันไก่ทอดจะเป็นซอสหวาน
00:17:37 → 00:17:41ในขณะที่ถ้ามันเป็นพวกข้าวมันไก่ธรรมดา จะเป็นซีอิ๊วนะคะ
00:17:41 → 00:17:42หรือเป็นเต้าเจี้ยวครับผม
00:17:42 → 00:17:44แต่ถ้าเกิดรักจะกินไก่ทอดแล้วนี่
00:17:44 → 00:17:47ผมว่า Option ที่จะกินเป็นข้าวมันนี่ อาจจะต้องตัดออกเลย
00:17:47 → 00:17:47ใช่
00:17:47 → 00:17:49ก็อาจจะเริ่มเป็นข้าวสวยไก่ทอดก่อน
00:17:49 → 00:17:51แล้วก็ใส่ซอสน้อย ๆ นะครับ
00:17:51 → 00:17:53หรือว่าถ้าเกิดอยากกินข้าวมันจริง ๆ
00:17:53 → 00:17:55ก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นไก่ต้มครับ
00:17:55 → 00:17:56อีกอันนึง ข้าวขาหมู
00:17:57 → 00:17:59โอ้โฮ อันนี้สุด ๆ ไปเลยครับผม
00:17:59 → 00:18:00ว่าไงดี
00:18:00 → 00:18:04ถามว่าจริง ๆ ข้าวขาหมูนี่ เป็นอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเลยไหม
00:18:04 → 00:18:06ก็ต้องตอบว่า ไม่ขนาดนั้น
00:18:06 → 00:18:10เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ตัวที่พลังงานสูง ๆ เลย คือหนังกับไขมันใช่ไหมครับ
00:18:10 → 00:18:12บางคนบอกว่าจะกินคากิเลย
00:18:12 → 00:18:15- อันนี้คือกำลังกินมันกินหนังใช่ไหมคะ - มันล้วนครับ มันล้วน
00:18:15 → 00:18:16ก็หนึบ ๆ
00:18:16 → 00:18:19แต่ถามว่าแคลอรีนี่ค่ะ 700 ขึ้นแน่นอน ถ้าจะกินแบบนั้น
00:18:19 → 00:18:22อีกอันนึงที่อาจจะ…คนไม่ค่อยคิดถึงเนอะ
00:18:22 → 00:18:26จริง ๆ ต้องบอกว่าเคยเห็นน้ำ ที่เขาต้มขาหมูใช่ไหมคะ
00:18:26 → 00:18:28แล้วจะมีมันลอยย่องเลยใช่ไหมคะ
00:18:28 → 00:18:30เวลาเขาราดให้เรา คือราดอันนั้นเนอะ
00:18:30 → 00:18:33เพราะจริง ๆ นี่ในส่วนของข้าวขาหมูค่ะ
00:18:33 → 00:18:35ถ้าจะลดเนอะ ก็ลดส่วนที่เป็นน้ำราดด้วย
00:18:35 → 00:18:36ใช่ครับ
00:18:36 → 00:18:37ถามว่าพี่กินไหม กินค่ะ
00:18:37 → 00:18:39แต่เวลากินนี่บอกเขาว่าน้ำน้อยหน่อย
00:18:39 → 00:18:42หรือไม่ก็แยกมาเนอะ มากินที่บ้านอย่างนี้ค่ะ
00:18:42 → 00:18:43แล้วก็เป็นเนื้อล้วนอีก
00:18:43 → 00:18:46ถ้าเกิดเราเลือกที่จะเป็นเนื้อส่วนขานี่ หรือเป็นแฮมนี่
00:18:46 → 00:18:48จริง ๆ แล้วไขมันแทรกก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น
00:18:48 → 00:18:51เมื่อเทียบกับตัวหน้าท้อง ที่เอาไปทำเป็นตัวหมูกรอบ
00:18:51 → 00:18:53อีกอย่างหนึ่งที่ช่วยได้คือเวลากินขาหมูนี่
00:18:53 → 00:18:55เนื่องจากว่าน้ำราดมันหวานนะครับ
00:18:55 → 00:18:57เราก็ใช้เป็นผักแนมมาเยอะ ๆ นะครับ
00:18:57 → 00:18:59เขาก็จะมีอยู่แล้ว เช่น พวกพริกขี้หนู กระเทียม
00:18:59 → 00:19:02แล้วก็เป็นผักต่าง ๆ ก็จะช่วยเพิ่มปริมาณไฟเบอร์
00:19:02 → 00:19:05แล้วก็ลดการดูดซึมไขมัน เวลาเราทานตัวข้าวขาหมูได้ครับ
00:19:05 → 00:19:06โอเคค่ะ
00:19:06 → 00:19:08สุดท้ายครับ ข้าวราดแกงครับ
00:19:08 → 00:19:12เรามาคุยกันเรื่องแกงกะทิดีกว่าว่า มันมีปริมาณแคลอรีประมาณเท่าไร
00:19:12 → 00:19:14ในส่วนของกะทิเองนี่
00:19:14 → 00:19:16- จริง ๆ มันก็เป็นไขมันชนิดหนึ่งเหมือนกัน - ใช่ครับ
00:19:16 → 00:19:17ถ้าสมมุติเทียบกันเนอะ
00:19:17 → 00:19:19กะทิ 1 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนโต๊ะนะคะ
00:19:19 → 00:19:22ก็จะมีแคลอรีหรือพลังงาน เท่ากับน้ำมันประมาณ 1 ช้อนชา
00:19:22 → 00:19:22ครับผม
00:19:23 → 00:19:26เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วตัวกะทิเองนี่ ก็ถือว่ามีพลังงานสูง
00:19:26 → 00:19:28ทีนี้ถามว่าอ้วนที่สุดอยู่ตรงไหนก่อน
00:19:28 → 00:19:32ต้องบอกว่าเนื่องจากมันเป็นซุป แล้วมันเป็นกะทิ
00:19:32 → 00:19:34ถ้าเรากินจนหมดชาม
00:19:34 → 00:19:36- อันนี้ก็คือแคลอรีเยอะใช่ไหมคะ - มันก็ได้เต็ม ๆ
00:19:36 → 00:19:39เพราะฉะนั้นนี่มันก็จะมีตั้งแต่ว่า น้ำซุปเราตักราดเยอะไหม
00:19:39 → 00:19:42ถ้าเราตักแบบขลุกขลิกเนอะ แล้วก็ไม่ได้มีน้ำราดเยอะ
00:19:42 → 00:19:44อันนี้แคลอรีมันก็จะลดลงมา
00:19:44 → 00:19:46อันที่ 2 เหมือนที่บอกเมื่อกี้ค่ะ เนื้อสัตว์ที่ใส่
00:19:46 → 00:19:47ครับ
00:19:47 → 00:19:49ว่าจะใส่เนื้อที่มันติดหนังติดมัน
00:19:49 → 00:19:51ถ้าเป็นแบบนั้น มันก็จะมีแคลอรีเยอะขึ้น
00:19:51 → 00:19:56โดยทั่วไปเฉลี่ยจานนึงก็น่าจะอยู่ที่ ประมาณสัก500 แคลอรีขึ้นค่ะ
00:19:56 → 00:19:58สำหรับพวกแกงกะทิพวกนี้
00:19:58 → 00:20:01อีกอย่างหนึ่งเลยคือ แกงกะทิที่เรารู้จักกันอย่าง…
00:20:01 → 00:20:02ถ้าเกิดเป็นชาม ๆ อย่างนี้ครับ
00:20:02 → 00:20:04เขาจะมีส่วนผสมของหัวกะทิกับหางกะทิ
00:20:04 → 00:20:06อาจจะประมาณครึ่ง ๆ
00:20:06 → 00:20:06ค่ะ
00:20:06 → 00:20:08หรืออาจจะหัวกะทิน้อยหน่อยนะครับ
00:20:08 → 00:20:10แต่ถ้าเกิดเป็นข้าวราดแกง ที่มันต้องการความข้น
00:20:11 → 00:20:12ต้องการความหนาของตัวซอสนี่
00:20:12 → 00:20:13ค่ะ
00:20:13 → 00:20:14บางทีเขาจะใช้เป็นหัวกะทิล้วน
00:20:14 → 00:20:17เพราะฉะนั้นอาจจะต้องระวังนิดนึงว่า การใช้เป็นหัวกะทิล้วนนี่
00:20:17 → 00:20:20ปริมาณไขมันนี่มักจะสูงกว่าแน่นอน
00:20:20 → 00:20:21ถ้าเกิดเทียบกันระหว่างแกงเขียวหวานแห้ง
00:20:21 → 00:20:23กับแกงเขียวหวานที่เป็นแกงน้ำแบบนี้
00:20:23 → 00:20:25อ๋อ หมายถึงว่าในกรณีที่เป็น แกงเขียวหวานแห้งใช่ไหมคะ
00:20:25 → 00:20:28แสดงว่าเวลาที่เราสั่งพวกแกง หรือเครื่องแกงที่เป็นกะทิ
00:20:28 → 00:20:29ใช่ครับ
00:20:29 → 00:20:32เราก็ควรจะเอาแบบที่มันเป็นน้ำ มากกว่าที่มันจะแห้ง ๆ
00:20:32 → 00:20:33ถูกต้องครับ
00:20:33 → 00:20:37[เสียงดนตรี]
00:20:38 → 00:20:40หลังจากที่เราคุยกันไปในหลายเรื่องราว
00:20:40 → 00:20:43ของอาหารที่เราจะเลือกสั่งว่าจะกินอะไรดี
00:20:43 → 00:20:44เราจะปรับยังไงได้บ้าง
00:20:44 → 00:20:48อันที่ 1 เราปรับตั้งแต่เรื่องของ ปริมาณและความถี่ใช่ไหมคะ
00:20:48 → 00:20:51ของบางอย่างที่เราไม่สามารถ จะไปปรับเขาได้เลยจริง ๆ
00:20:51 → 00:20:52แล้วถ้าเราอยากกินนี่
00:20:52 → 00:20:54เราอาจจะกินให้น้อยลง
00:20:54 → 00:20:58คือปริมาณให้น้อยหน่อย หรือว่ากินไม่บ่อยเท่าที่ควรจะเป็น
00:20:58 → 00:21:01อันที่ 2 เราจะปรับวัตถุดิบที่ใช้
00:21:01 → 00:21:03อันที่ 1 ก็คือเนื้อสัตว์แหละที่เราคุยกัน
00:21:04 → 00:21:08อันที่ 2 ถ้ามันเป็นซอส หรือถ้ามันเป็นเรื่องของซุปใด ๆ นี่
00:21:08 → 00:21:09ก็อย่ากินเยอะ
00:21:09 → 00:21:12แล้วก็พยายามชิมก่อนที่เราจะปรุงเพิ่ม
00:21:12 → 00:21:14แล้วก็สุดท้ายนะคะ Topping ที่เราจะใช้
00:21:14 → 00:21:15ถ้าเกิดว่าเลือกได้
00:21:15 → 00:21:19เราก็จะเลือก Topping ที่ มันอาจจะไม่ใช่ของทอดเพิ่มขึ้นอีกแล้ว
00:21:19 → 00:21:20อย่างเช่นยกตัวอย่างนะคะ
00:21:20 → 00:21:24แทนที่เราจะกินเป็นไข่ดาว เราก็มากินเป็นไข่ต้มอย่างนี้เป็นต้น
00:21:24 → 00:21:26ครั้งหน้าเราจะคุยกันเรื่องอาหารสุขภาพอะไร
00:21:26 → 00:21:30ต้องติดตามกันในรายการ Food Choice กินดี สุขภาพดี เลือกได้
00:21:30 → 00:21:32วันนี้หมอเอ๋กับหมอตั้มลาไปก่อนนะคะ
00:21:32 → 00:21:34- สวัสดีค่ะ - สวัสดีครับ
00:21:34 → 00:21:39พบกับรายการ Food Choice กินดี สุขภาพดีเลือกได้
00:21:39 → 00:21:41ทุกวันจันทร์เวลา 18:00 น.
00:21:41 → 00:21:43ที่ Mahidol Channel Podcast
00:21:43 → 00:21:45ผ่านช่องทาง Facebook Mahidol Channel
00:21:45 → 00:21:47YouTube Mahidol Channel
00:21:47 → 00:21:48Apple Podcasts
00:21:48 → 00:21:49Spotify
00:21:50 → 00:21:50Anchor
00:21:50 → 00:21:51Joox
00:21:51 → 00:21:57[เสียงดนตรี]
00:21:57 → 00:21:59ความรู้ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้
00:21:59 → 00:22:00มหาวิทยาลัยมหิดล
00:22:00 → 00:22:02ปัญญาของแผ่นดิน