- คำถาม:
- อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เลือดกลายเป็นสีเหลืองและอุดตันในหลอดเลือดสมอง?
- คำตอบ:
- สาเหตุที่ทำให้เลือดกลายเป็นสีเหลืองและอุดตันในหลอดเลือดสมองเกิดจากระดับไตรกีซาไลน์ในเลือดสูงมาก ซึ่งเป็นไขมันตัวร้ายที่สะสมในร่างกาย และเมื่อระดับสูงเกินไปจะล้นออกจากถังเก็บไขมันใต้ผิวหนังและในช่องท้อง แล้วทะลักเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เลือดเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและอุดตันหลอดเลือดได้
7 เทคนิคล้างไขมันจากหลอดเลือดสมอง ใน 3 เดือน | หมอท๊อป EP527
จากช่อง:Doctor Top
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:02:19เรื่องได้แต่ลืมตาแล้วก็อ้อแอ้อ้อแอ้ช่วย
00:02:22ตัวเองก็ไม่ได้คือเจาะเลือดมาเนี่ยนะครับ
00:02:24พบว่าเลือดของเขาคเนี่ยแทนที่จะเป็นสีแดง
00:02:27อ่ะกลับกลายเป็นไขมันสีเหลืองมาป่นแล้ว
00:02:30บอกเลยครับว่าคนไทยเป็นเยอะมากๆแต่ไม่รู้
00:02:33ตัวซึ่งสิ่งเนี้ยเกิดจากภาวะที่ไขมันที่
00:02:37ชื่อว่าเจ้าไตรกีซาไลน์มันสูงใครก็ตามที่
00:02:40ไขมันไตรกีซาไลน์สูง 400 500 600 เนี่ย
00:02:44นะครับหรือบางคนถึง 1,000 นึงก็มีนะเลือด
00:02:46ของเขาจะเป็นสีเหลืองเหมือนไม่ใช่เลือด
00:02:48ของคนน่ะเออเลือดของเขาจะเป็นสีเหลืองอ่ะ
00:02:51มันก็หลอนเหมือนกันนะอันนี้ก็ค่อนข้างน่า
00:02:53กลัวคือปกติเรามักจะได้ยินเจ้าไขมันเลว
00:02:56ที่ชื่อว่าเจ้า ldl ใช่มยตัวนี้มันก็จะ
00:02:59เสียงลอดเลือดอุดตันหลอดเลือดตีบหลอด
00:03:01เลือดสมองแต่ตัวที่มันร้ายมันแรงกว่า ldl
00:03:04เนี่ยก็คือเจ้าตัวไตรกีซาไลน์นี่แหละ
00:03:06อันตรายมากๆถ้านับเป็นโจรนะ ldl เนี่ยโจร
00:03:11ทั่วไปไตรกีซาไลน์เนี่ยเค้าเรียกโจรตัว
00:03:13พ่อนะฮจัดหนักมากนะฮะคือไตรกีซาไลน์เนี่ย
00:03:17เป็นไขมันตัวร้ายที่แท้จริงนะครับซึ่ง
00:03:19เป็นไขมันที่สะสมเป็นพลังงานในร่างกายนะ
00:03:22และมักจะพบในเซลล์ไขมันนะครับทั้งที่อยู่
00:03:25ใต้ผิวหนังแล้วก็อยู่ในช่องท้องตามอวัยวะ
00:03:28ต่างๆโดยเฉพาะอยู่ในหลอดเลือดไอ้พวกนี้ก็
00:03:31ตัวเด็ดเลยนะครับเมื่อระดับไตรกีซาไลน์ใน
00:03:34เลือดเนี่ยสูงขึ้นนั่นหมายความว่าไขมัน
00:03:36ที่เราเก็บสะสมนะครับในเนื้อเยื่อต่างๆ
00:03:40เนี่ยได้ล้นเกินกว่าถังเก็บไขมันในชั้น
00:03:42ผิวหนังและในช่องท้องที่แบบมันเกินจะรับ
00:03:44ไหวและมันก็เลยทะลักมาอยู่ในเลือดเป็นไข
00:03:47มันสีเหลืองๆอ่ะและนี่บอกเลยครับว่ามัน
00:03:50ส่งสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่จะทำให้
00:03:52ท่านเกิดหลอดเลือดอุดตันในร่างกายก็คิดดู