สารใดในกาแฟที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้

กาแฟ ข้อดี ข้อเสีย เครื่องดื่มยอดฮิต by หมอแอมป์ [Dr. Amp Guide👨‍⚕️ & Dr.Amp Podcast]

จากช่อง : DrAmp Team


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:1200:00:14สวัสดีครับท่านผู้ฟังทุกท่านครับ
00:00:1400:00:18พบกับรายการ Dr.Amp Podcast กับผมหมอแอมป์
00:00:1800:00:22ในอาทิตย์นี้เราจะมาคุยกันในตอน "กาแฟ"
00:00:2200:00:26มีผู้ฟังผู้ชมหลายท่านถามเข้ามาเรื่องสรรพคุณ
00:00:2600:00:28ข้อดีของกาแฟ ข้อเสียของกาแฟ
00:00:2800:00:30เราเริ่มต้นกันเลยแล้วกัน
00:00:3000:00:36กาแฟเป็นอาหารที่อยู่กับมนุษย์เรามาช้านาน
00:00:3600:00:41กาแฟนี่จริงๆ แล้วสารออกฤทธิ์ก็คือคาเฟอีน
00:00:4100:00:44ในกาแฟนี่มีสารออกฤทธิ์หลายอย่างนะครับ
00:00:4400:00:46วันนี้หมอจะแยกเป็น 2 ส่วน
00:00:4600:00:49ส่วนที่ 1 คือ ประโยชน์ของกาแฟ
00:00:4900:00:53แล้วส่วนที่ 2 ก็คือข้อเสียของกาแฟ
00:00:5300:00:56แน่นอนนะครับกาแฟหรืออาหารทุกชนิดบนโลก
00:00:5600:01:00หมอมักจะไม่ตอบว่าอะไรดี อะไรไม่ดี
00:01:0000:01:04เพราะตัวอาหารต่างๆ ถูกสร้างมาจากธรรมชาติ
00:01:0400:01:05ให้แตกต่างกัน
00:01:0500:01:09ขึ้นอยู่กับว่าใครรับประทานแล้วดี
00:01:0900:01:11ใครรับประทานแล้วไม่ดี
00:01:1100:01:15ตัวอาหารไม่ได้ผิด เพียงแต่ว่าเหมาะกับใครแค่นั้นเอง
00:01:1500:01:17ฉะนั้นวันนี้ กาแฟก็เช่นกันครับ
00:01:1700:01:22ทุกอย่างที่เป็นอาหาร ต้องดำเนินตามทางสายกลาง
00:01:2200:01:26ทานเยอะเกินไป คิดไว้เลยอาจจะเกิน อาจจะไม่ดี
00:01:2600:01:30ทานน้อยเกินไป อาจจะไม่ออกฤทธิ์ อาจจะไม่ได้ผล
00:01:3000:01:34กาแฟนี่ก็จะมีเพื่อนๆ ที่มีสารคาเฟอีนอยู่ในนั้น
00:01:3400:01:35มีอะไรบ้างครับ
00:01:3500:01:38มีชา มีกาแฟ มีโกโก้
00:01:3800:01:43มีช็อกโกแลต มีน้ำอัดลม มีเครื่องดื่มบำรุงกำลัง
00:01:4300:01:45มียาหลายชนิดที่ใส่คาเฟอีน
00:01:4500:01:48มีพืชที่ชื่อว่า เยอบา มาเต (Yerba mate)
00:01:4800:01:50มีพืชที่ชื่อว่ากวาราน่า (Guarana)
00:01:5000:01:55ทั้งหมดคือญาติพี่น้องกัน ที่มีสารคาเฟอีนอยู่ในนั้น
00:01:5500:01:57ย้อนกลับไปเลยครับตามประวัติ
00:01:5700:02:002737 ปีก่อนคริสตกาล
00:02:0000:02:05หรือประมาณ 2157 ปีก่อนพุทธศักราช
00:02:0500:02:07ได้มีประวัติเขียนไว้ว่า
00:02:0700:02:10จักรพรรดิชาวจีน ชื่อ จักรพรรดิเฉินหนง
00:02:1000:02:12ท่านต้มน้ำเดือดอยู่
00:02:1200:02:16แล้วกิ่งใบชาหล่นลงไปในหม้อต้มนั้น
00:02:1600:02:18พอท่านเอากิ่งออก ใบไม้ออก
00:02:1800:02:20โอ้กลิ่นดี
00:02:2000:02:25นั่นเป็นจุดเริ่มต้นเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนที่มนุษย์ดื่มครั้งแรก
00:02:2500:02:29หลังจากที่กษัตริย์จักรพรรดิชาวจีนท่านค้นพบชา
00:02:2900:02:31หลังจากนั้นอีกนานหลายร้อยปี
00:02:3100:02:33มาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 9
00:02:3300:02:36เราก็มีประวัติเพิ่มเติมเข้ามาว่า
00:02:3600:02:40ชาวเอธิโอเปียเขามีรูปวาดชื่อดัง
00:02:4000:02:42คาลดี คนเลี้ยงแพะ (Kaldi and the dancing goats)
00:02:4200:02:44ชาวเอธิโอเปียคนนี้ก็เลี้ยงแพะไป
00:02:4400:02:48แล้วเจ้าแพะก็ไปกินเมล็ดกาแฟดิบ
00:02:4800:02:50แล้วก็คึกคักแรงเยอะ
00:02:5000:02:52คนเลี้ยงแพะก็เลยเอามาทานด้วย
00:02:5200:02:55แล้วก็มีพลัง กำลังวังชา
00:02:5500:02:57ในประวัติเขาว่าอย่างนั้น
00:02:5700:02:59หลังจากเวลานั้น มาจนถึงเวลานี้
00:02:5900:03:02มนุษย์ก็เลยได้รู้จักกับ กาแฟ
00:03:0200:03:06กาแฟ มี 2 สายพันธุ์หลักๆ ในโลกใบนี้
00:03:0600:03:091. ก็คือกาแฟพันธุ์โรบัสตา
00:03:0900:03:11ต้นกำเนิดนานมาแล้วครับ
00:03:1100:03:15เจอในภาคกลางและภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกา
00:03:1500:03:19อีกชนิดหนึ่งเรียกว่ากาแฟอราบิกา
00:03:1900:03:23ต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศเอธิโอเปีย และประเทศเยเมน
00:03:2300:03:24ปัจจุบันนี้ครับ
00:03:2400:03:27เขาทำการวิจัยไว้จากมนุษย์ทั่วโลก
00:03:2700:03:31ประมาณ 80% ทานคาเฟอีนทุกวัน
00:03:3100:03:3380% ของคนทั้งโลก
00:03:3300:03:33แบ่งออกเป็น
00:03:3300:03:3671% ทานกาแฟ
00:03:3600:03:4016% ทานน้ำอัดลม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง
00:03:4000:03:42แล้วก็ 12% ทานชา
00:03:4200:03:47จะเห็นว่าคาเฟอีนนี่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา
00:03:4700:03:49เด็กๆ พ่อแม่ไม่ให้ทานเนอะ
00:03:4900:03:53พอเริ่มโตขึ้นมาหน่อย เริ่มจะสอบ เริ่มจะอ่านหนังสือ
00:03:5300:03:56ก็จะเริ่มแล้ว ไม่เราทานก่อน ก็เพื่อนๆ ชักชวน
00:03:5600:03:58วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังว่า
00:03:5800:04:01เขามีประโยชน์และมีโทษอยู่ในนั้นหรือเปล่า
00:04:0100:04:03เพราะฉะนั้นเวลาเราคุยเรื่องกาแฟ
00:04:0300:04:06ก็หมายถึงคาเฟอีนไปโดยปริยาย
00:04:0600:04:08แล้วเวลาเราพูดถึงคาเฟอีน ก็หมายถึงช็อกโกแลต
00:04:0800:04:11หมายถึงโกโก้ หมายถึงน้ำอัดลม
00:04:1100:04:15คราวนี้เรามาดูระดับคาเฟอีนในอาหารและเครื่องดื่มกันหน่อย
00:04:1500:04:18ยกตัวอย่างประมาณแก้วเล็กแล้วกันนะ
00:04:1800:04:20แก้วเล็กก็ประมาณ 8 ออนซ์
00:04:2000:04:22หรือประมาณ 240 ซีซี
00:04:2200:04:25ในเอสเพรสโซ จะมีคาเฟอีนสูงถึงประมาณ
00:04:2500:04:29240-720 มิลลิกรัม
00:04:2900:04:30สูงเลยนะครับ
00:04:3000:04:34กาแฟดำ มีประมาณ 1-200 มิลลิกรัมแล้วแต่ยี่ห้อ
00:04:3400:04:37แล้วแต่เผ่าพันธุ์ แล้วแต่ชนิด
00:04:3700:04:40อะไรที่เกินกว่านี้ก็จะกระตุ้นเยอะ
00:04:4000:04:45เดี๋ยวจะดีด เดี๋ยวจะ Alert เดี๋ยวจะกะปรี้กะเปร่ามากเกินไป
00:04:4500:04:50เครื่องดื่มบำรุงกำลังมีประมาณ 50-160 มิลลิกรัม
00:04:5000:04:52ต่อ 240 ซีซี
00:04:5200:04:57ชา มีประมาณ 40-120 มิลลิกรัมคาเฟอีน
00:04:5700:04:59เยอบา มาเต เป็นพืชชนิดหนึ่ง
00:04:5900:05:04ในแอฟริกา ในอเมริกาใต้เขาเอามาต้มน้ำ
00:05:0400:05:09มีคาเฟอีนอยู่ในนั้นประมาณ 65-130 มิลลิกรัม
00:05:0900:05:11ในน้ำอัดลมก็มีนะครับ
00:05:1100:05:16ใครๆ ให้เด็กกินน้ำอัดลมต้องระวังเพราะมีคาเฟอีนเยอะ
00:05:1600:05:19ประมาณ 20-40 มิลิกรัม
00:05:1900:05:23ในโกโก้มีประมาณ 2-10 มิลลิกรัม
00:05:2300:05:25ในช็อกโกแลตก็มีนะครับ
00:05:2500:05:28ประมาณ 2-10 มิลลิกรัมเช่นกัน
00:05:2800:05:29ในกาแฟดีแคฟ
00:05:2900:05:31เขาเรียกกาแฟ Decafeiented
00:05:3100:05:34หรือว่าเอาคาเฟอีนออกไปแล้วโดยกระบวนการ
00:05:3400:05:36ก็ยังมีคาเฟอีนนะครับ
00:05:3600:05:41หลายท่านบอกว่าเข้าไปร้านกาแฟกินดีแคฟ
00:05:4100:05:43ทำไมกลางคืนนอนไม่หลับครับหมอแอมป์
00:05:4300:05:46เพราะยังเหลือคาเฟอีนประมาณ 3%
00:05:4600:05:49คือเขาสกัดแล้ว แต่สกัดได้ประมาณ 97%
00:05:4900:05:53ยังเหลือใน 1 แก้วประมาณ 3-12 มิลลิกรัม
00:05:5300:05:56ในช็อกโกแลต 1 ชิ้น ดาร์กช็อกโกแลต
00:05:5600:05:58ประมาณ 30 กรัมต่อชิ้น
00:05:5800:06:02มีคาเฟอีนประมาณ 5-35 มิลลิกรัม
00:06:0200:06:03อันนี้ตัวอย่างคร่าวๆ
00:06:0300:06:06ใครอยากรู้เพิ่มเติมลงค้นหาดูในอินเตอร์เน็ต
00:06:0600:06:10หมอแค่มาเล่าให้ฟังว่าแต่ละอย่างมีคาเฟอีนมากน้อยแค่ไหน
00:06:1000:06:13คราวนี้ก่อนจะไปเรื่องประโยชน์และโทษ
00:06:1300:06:16มีการพูดคุยกันมากเหลือเกินว่า
00:06:1600:06:18ทำไมบางคนกินกาแฟแล้วดี
00:06:1800:06:21ทำไมคนกินกาแฟก่อนนอนแล้วหลับได้
00:06:2100:06:24บางคนกินแค่ช่วงบ่ายกลางคืนไม่หลับเสียแล้ว
00:06:2400:06:26ทำไมมนุษย์เราแต่ละคนต่างกันจัง
00:06:2600:06:30ในปัจจุบันมีการวิจัยออกมารองรับแล้วนะครับว่า
00:06:3000:06:34ร่างกายมนุษย์เราไม่เหมือนกันสักคน
00:06:3400:06:37โดยเฉพาะเรื่องยีนส์ หรือ Genetics
00:06:3700:06:39ยีนส์ หรือรหัสพันธุกรรมในร่างกายเรา
00:06:3900:06:40อันนี้ฟังดีๆ
00:06:4000:06:44จะมีอยู่ประมาณ 2-3 ยีนส์ในปัจจุบันที่วิจัยว่า
00:06:4400:06:46มีส่วนรับผิดชอบสำคัญ
00:06:4600:06:48ในเรื่องของการจัดการ
00:06:4800:06:51ขจัดคาเฟอีนในร่างกายเรา
00:06:5100:06:55เวลาเรารับประทานกาแฟหรืออะไรก็ตามที่มีคาเฟอีน
00:06:5500:06:59ก็จะถูกเข้าไปในร่างกายเพื่อออกฤทธิ์
00:06:5900:07:02คาเฟอีนเวลาเรากินนี่ประมาณ 20 นาที
00:07:0200:07:04จะเข้าไปอยู่ในกระแสเลือดแล้ว
00:07:0400:07:05เริ่มออกฤทธิ์
00:07:0500:07:08แล้วจะออกฤทธิ์สูงสุดประมาณ 1 ชั่วโมง
00:07:0800:07:12แสดงว่าเวลาเรากินกาแฟไปแล้ว อีก 1 ชั่วโมงเนี่ยมาเต็ม
00:07:1200:07:15ก็รู้สึกกะปรี้กะเปร่า ทำงานได้
00:07:1500:07:19มีพันธุกรรมอยู่ 2-3 ตัวหมอจะไล่ชื่อให้ฟัง
00:07:1900:07:23ตัวที่ 1 ชื่อว่า ยีน VDR
00:07:2300:07:28ตัวที่ 2 ชื่อว่า Cytochrome P1A2
00:07:2800:07:31CYP1A2
00:07:3100:07:35ตัวที่ 3 ชื่อว่า ADORA2A
00:07:3500:07:39ชื่อง่ายๆ เขาเรียกแบบนี้ จริงๆ ก็ยังยากอยู่นะ
00:07:3900:07:43ชื่อเต็มๆ ว่า Adenosine A2A receptor D
00:07:4300:07:45ยีนส์เหล่านี้แหละครับคือตัวกำหนดว่า
00:07:4500:07:48ทำไมบางคนกินแล้วมีผลกระทบเยอะ
00:07:4800:07:50ทำไมบางคนทานแล้วมีผลกระทบน้อย
00:07:5000:07:52ตัวที่ 1 ก่อนคร้บ
00:07:5200:07:57Cytochrome P1A2 ก็คือการเผาผลาญคาเฟอีนออกจากตับ
00:07:5700:08:00บางคนก็จะมีรหัสพันธุกรรมแบบหนึ่ง
00:08:0000:08:02บางคนก็มีอีกแบบหนึ่ง
00:08:0200:08:04หมอแบ่งเป็น 2 แบบแล้วกันว่า
00:08:0400:08:07มีกลุ่มที่ 1 เรียกว่า Fast metabolism
00:08:0700:08:11หรือเอาคาเฟอีนออกจากร่างกายได้เร็วกว่าปกติ
00:08:1100:08:15กลุ่มที่ 2 คือกลุ่ม Slow metabolism
00:08:1500:08:19การเผาผลาญคาเฟอีนออกจากร่างกายช้ากว่าปกติ
00:08:1900:08:22หมอนี่เป็นชนิด Slow นะครับหรือชนิดช้า
00:08:2200:08:24เมื่อก่อนหมอก็ไม่ทราบใช่ไหมครับ
00:08:2400:08:28เวลาเราเรียนแพทย์เราก็ง่วง เราก็เหนื่อย เราก็นอนน้อย
00:08:2800:08:29เราก็เติมกาแฟ
00:08:2900:08:33เช้าเรากินไปแก้ว พอสัก 11 โมงเราก็ทานอีกแก้ว
00:08:3300:08:36พอเราทานอาหารเสร็จประมาณ บ่ายโมง บ่ายสอง
00:08:3600:08:39เริ่มง่วงอีกแล้ว ก็เดินไปซื้อกาแฟอีกแก้ว
00:08:3900:08:434 โมงง่วงอีก กินอีกแก้วนึง เมื่อก่อนหมอทานวันละ 4 แก้ว
00:08:4300:08:47ไม่รู้ตัวเลยว่า แก้วที่ 1 ก็ดี แก้วที่ 2 ก็ดี
00:08:4700:08:51ทำไมบ่ายๆ เราปวดหัว ทำไมเรามึนหัว ทำไมเราใจสั่น
00:08:5100:08:53ทำไมเรารู้สึกแปลกๆ
00:08:5300:08:56เราก็นึกว่าเรานอนน้อย เราก็เติมเข้าไปอีก
00:08:5600:08:58หลายๆ ท่านอาจจะมีประสบการณ์แบบนี้
00:08:5800:09:01เราก็ไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร
00:09:0100:09:04จนหมอมาเจาะรหัสพันธุกรรมตัวเอง
00:09:0400:09:09ก็เลยรู้ว่าตับเราเผาผลาญคาเฟอีนได้ช้ากว่าปกติ
00:09:0900:09:11รหัสพันธุกรรมเราเป็นแบบนั้น
00:09:1100:09:14ถ้ารหัสพันธุกรรมเป็นแบบ Slow metabolism
00:09:1400:09:17หรือเอาคาเฟอีนออกจากร่างกายตัวเองได้ช้า
00:09:1700:09:21คำแนะนำก็คือ 1. ไม่ทานคาเฟอีนเลยดีที่สุด
00:09:2100:09:23หรือถ้าจะทาน
00:09:2300:09:28ทานได้วันหนึ่งไม่เกิน 100-150 มิลลิกรัมคาเฟอีนต่อวัน
00:09:2800:09:31ก็คือวันละไม่เกิน 1 แก้ว
00:09:3100:09:34ถ้าเกิน 1 แก้วคาเฟอีนก็อยู่ในร่างกายของเรานาน
00:09:3400:09:39นอนไม่หลับ รู้สึกปวดหัว รู้สึกมึนหัว กระตุ้นมากเกิน
00:09:3900:09:44คราวนี้คนที่เป็นพันธุกรรมแบบเผาผลาญคาเฟอีนได้เร็ว
00:09:4400:09:47นี่แหละครับคือกลุ่มคนที่เมื่อก่อนหมอก็สงสัย
00:09:4700:09:50ว่าเราทานแค่ตอนบ่าย 3 แก้วเดียว
00:09:5000:09:53ทำไมกลางคืนเรานอนไม่หลับเลย
00:09:5300:09:56เพื่อนเราหรือบางทีเพื่อนฝรั่งเนี่ย
00:09:5600:09:58เราไปทานข้าวเย็นกับเขา
00:09:5800:10:01ประมาณ 3 ทุ่ม กำลังจะเลิกแล้ว
00:10:0100:10:05เขาสั่งเอสเพรสโซมาเฉยเลย เขาสั่งคาปูชิโนมาเฉยเลย
00:10:0500:10:08แล้วก็ทาน เขาบอกกลับไปบ้าน เขาหลับสบาย
00:10:0800:10:12ถ้าเป็น Fast metabolism ก็คือเผาผลาญได้เยอะ
00:10:1200:10:16วันนึงสามารถรับคาเฟอีนได้ถึง 400 มิลลิกรัมต่อวัน
00:10:1600:10:19ก็คือทานวันนึง 4 แก้วเขายังเฉยๆ เลย
00:10:1900:10:22อันนี้คือเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังว่า
00:10:2200:10:26ว่าทำไมบางคนกินดี บางคนกินไม่ดี
00:10:2600:10:30ยีนอีก 1 ตัวก็คือ Adenosine A2A receptor D
00:10:3000:10:34อันนี้ก็คือเป็นตัวรับสารในสมองครับ
00:10:3400:10:38ทำไมบางคนเวลาเราทานกาแฟแล้วกระตุ้นมากเกิน ปวดหัว
00:10:3800:10:41บางคนกระตุ้นดีจัง ไม่ง่วง ทำงานได้เยอะ
00:10:4200:10:43นี่คือรหัสพันธุกรรม
00:10:4300:10:46เพราะฉะนั้นก่อนที่หมอจะเดินหน้าไปสู่บทต่อไป
00:10:4600:10:49ที่ว่าประโยชน์ของกาแฟ
00:10:4900:10:53เราถึงต้องมารู้ว่า ไม่ใช่ฟังหมอแอมป์พูดเสร็จแล้ว
00:10:5300:10:56หมอแอมป์ว่าดี ทำไมผมกินแล้วแย่
00:10:5600:10:59ผมก็พยายามอยากจะกินให้ได้
00:10:5900:11:02ถ้าเราเป็นชนิดที่ร่างกายมีความอ่อนไหวต่อกาแฟ
00:11:0200:11:06เราก็ไม่ควรจะกิน เราต้องฟังเสียงร่างกายเรา
00:11:0600:11:09ของบางอย่างหมอว่าดี ของบางอย่างหมอว่าไม่ดี
00:11:0900:11:11เรายังมีอย่างอื่นทดแทนนะครับ
00:11:1100:11:14ไม่ได้แปลว่าขาดตัวนี้ไปเดี๋ยวจะแย่เลย
00:11:1400:11:17คราวนี้เราไปดูประโยชน์ของกาแฟกันครับ
00:11:1700:11:23ข้อที่ 1 กาแฟเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระ
00:11:2300:11:26คือในเมล็ดกาแฟมีสาร Antioxidant
00:11:2600:11:29สารต้านอนุมูลอิสระเยอะมาก
00:11:2900:11:32เยอะอยู่ในระดับต้นๆ ของอาหารทั้งหมด
00:11:3200:11:36บริษัทหลายบริษัทหมอเห็นเขาเอาเมล็ดกาแฟ
00:11:3600:11:38มาทำเป็นครีมทาหน้า
00:11:3800:11:40มาทำเป็นแมสก์ แมสก์หน้า
00:11:4000:11:45นั่นก็คือสรรพคุณในด้านสารต้านอนุมูลอิสระ
00:11:4500:11:49ในเมล็ดกาแฟประกอบไปด้วย วิตามินบี 1
00:11:4900:11:51วิตามินบี 2 หรือ Riboflavin
00:11:5100:11:54วิตามินบี 3 หรือ Niacin
00:11:5400:11:57วิตามินบี 5 หรือ Pantothenic acid
00:11:5700:11:59โฟลิก หรือวิตามินบี 9
00:11:5900:12:02มีแมงกานีส มีโพแทสเซียม
00:12:0200:12:04มีแมกนีเซียม มีฟอสฟอรัส
00:12:0400:12:07นั่นคือประโยชน์ของเมล็ดกาแฟ
00:12:0700:12:09ประโยชน์ข้อที่ 2
00:12:0900:12:12ในเมื่อกาแฟนั้นมีสารคาเฟอีนอยู่ในนั้นเยอะ
00:12:1200:12:16ก็จะมีฤทธิ์กระตุ้นสมอง
00:12:1600:12:20กระตุ้นยังไงทำไมคนติดกันทั้งโลก คนกินกันทุกเช้า
00:12:2000:12:22จนมีคำพูดเยอะแยะมากมายว่า
00:12:2200:12:25ถ้าเช้านี้ยังไม่ได้ทานกาแฟอย่างเพิ่งมาคุยงานกับผม
00:12:2500:12:31ก็คือคาเฟอีน ไปยับยั้งการออกฤทธิ์ของสารที่ชื่อว่าอะดีโนซีน
00:12:3100:12:34สารอะดีโนซีนมีฤทธิ์ผ่อนคลายสมอง
00:12:3400:12:36ทำให้เราง่วงนอน
00:12:3600:12:40พอคาเฟอีนไปหยุด สมองก็ตื่นตัว
00:12:4000:12:44เพราะว่าตัวหนึ่งที่ทำให้อยากง่วง อยากนอนผ่อนคลาย
00:12:4400:12:46โดนหยุดไปเสียแล้ว
00:12:4600:12:52ทำให้สมองหลั่งฮอร์โมน หรือสารที่กระตุ้นสมองมากขึ้น
00:12:5200:12:54ก็คือ โดปามีน นอร์เอพิเนฟริน
00:12:5400:12:58ทำให้สมองเราตื่นตัว ทำให้เรากะปรี้กะเปร่า
00:12:5800:13:00ทำให้เราคิดงานได้
00:13:0000:13:02นั่นก็คือเคล็ดลับที่ซ่อนอยู่
00:13:0200:13:05ว่าทำไมเวลาเราทานกาแฟเข้าไปปั๊บ
00:13:0500:13:09อีกสัก 20 นาทีเริ่มมาละ สัก 1 ชั่วโมงรู้สึกทำงานได้
00:13:0900:13:12จริงๆ แล้วนี่คือสิ่งสำคัญนะครับว่า
00:13:1200:13:14ในปัจจุบันที่หมอพูดไปหลายตอนว่า
00:13:1400:13:17ในปัจจุบันเรานอนไม่ดี
00:13:1700:13:20คุณภาพน้อยลง เรานอนดึก
00:13:2000:13:23เรานั่งสมาธิน้อย เราหลับไม่ลึก
00:13:2300:13:26พอตื่นมาพลังเราก็ขาดแคลน
00:13:2600:13:31พอพลังเราขาดแคลนเราก็เติมอาหารกระตุ้นเข้าไป
00:13:3100:13:36ถ้าทำวันนึง สองวัน ทำบางครั้ง นานๆ ทำที คงไม่เป็นไร
00:13:3600:13:38แต่หลายคนทำแบบนี้เป็นกิจวัตร
00:13:3800:13:40เกิดผลเสียนะครับ
00:13:4000:13:44ไม่ใช่เป็นการที่จะเป็นยาวิเศษว่าเมื่อคืนนอนไม่ดี
00:13:4400:13:47พอตอนเช้าปุ๊บ เติมกาแฟเข้าไป 1 แก้วแล้วดี
00:13:4700:13:48พอพลังหมดเติมอีก
00:13:4800:13:51แบบนี้เดี๋ยวจะมีปัญหาในอนาคต
00:13:5100:13:54ข้อที่ 3 มีการวิจัยไว้
00:13:5400:13:59ว่ากาแฟสามารถเพิ่มการเผาผลาญในร่างกายเราได้
00:13:5900:14:02ผ่านสารที่ชื่อว่าคาเฟอีน
00:14:0200:14:05ผ่านสารที่ชื่อว่า ทีโอฟิลลีน (Theophylline)
00:14:0500:14:08มีการวิจัยไว้ใน The American Journal of Clinical Nutrition
00:14:0800:14:12และ Annals of Nutrition and Metabolism ว่า
00:14:1200:14:16การทานกาแฟ สามารถเพิ่มการเผาผลาญ
00:14:1600:14:21และอุณหภูมิการเผาผลาญในร่างกายได้ประมาณ 3-11%
00:14:2100:14:24และมีการวิจัยไว้ใน The American Journal of Physiology
00:14:2400:14:26ในปี ค.ศ. 1995 ว่า
00:14:2600:14:32กาแฟสามารถเพิ่มการเผาผลาญ หรือเผาผลาญเซลล์ไขมันได้
00:14:3200:14:34แบบนี้หลายๆ คนชอบใช่ไหมครับ
00:14:3400:14:37ในการวิจัยยังระบุไว้ด้วยว่า
00:14:3700:14:43ในคนหุ่นปกติ สามารถเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้ถึง 29%
00:14:4300:14:47และในคนอ้วน หรือคนเป็นโรคอ้วน เพิ่มการเผาผลาญได้ 10%
00:14:4700:14:51นี่ก็คือประโยชน์ของกาแฟ ในเรื่องของการเผาผลาญ
00:14:5100:14:54ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ Boost metabolism
00:14:5400:14:58ไม่ว่าจะเป็นการสลายเซลล์ไขมันในร่างกายเป็นต้น
00:14:5800:15:01มีงานวิจัยอีก 1 อันในข้อที่ 3 นี้ว่า
00:15:0100:15:05The International Journal of Obesity ก็คือสมาคมโรคอ้วน
00:15:0500:15:07ในปี ค.ศ. 1999
00:15:0700:15:10เขาเจอว่าการกินกาแฟเข้าไป
00:15:1000:15:12คาเฟอีนไปกระตุ้น
00:15:1200:15:15Noradrenaline Lipolysis
00:15:1500:15:16ก็คือฮอร์โมนตัวหนึ่ง
00:15:1600:15:20ที่มากระตุ้นให้เซลล์ไขมันทำลายหรือเผาตัวเอง
00:15:2000:15:22แน่นอนนะครับ อย่าลืมนะครับ
00:15:2200:15:26ที่หมอพูดอยู่เนี่ย กาแฟดำนะครับ ไม่ใส่น้ำตาลนะครับ
00:15:2600:15:30ไม่ใช่ตัวคาเฟอีนมีฤทธิ์เผาผลาญไขมัน
00:15:3000:15:33แล้วเราไปเจอกับน้ำตาลหลายช้อน ครีมเทียมหลายช้อน
00:15:3300:15:36ไปเจอกับนมข้นอีกหลายช้อน เสร็จเลยนะครับ
00:15:3600:15:39บทนี้เราคุยในเรื่องของกาแฟดำอยู่นะครับ
00:15:3900:15:43แล้วเดี๋ยวตอนโทษของกาแฟจะมีหลายอย่างมาเล่าให้ฟัง
00:15:4300:15:49ข้อที่ 4 ก็คือกาแฟมีฤทธิ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกาย
00:15:4900:15:51มีการวิจัยไว้เช่นกัน
00:15:5100:15:54The International Journal of Sport Nutrition and Exercise Metabolism
00:15:5400:15:56ในปี ค.ศ. 2004
00:15:5600:15:59การทานกาแฟเนี่ยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ
00:15:5900:16:03หรือเรี่ยวแรงได้ประมาณ 11-12%
00:16:0300:16:05ข้อที่ 5 ครับ มีการวิจัยใน
00:16:0500:16:07Archives of Internal Medicine Research
00:16:0700:16:11เป็นการเอางานวิจัยหลายๆ อันเอาตัวเลขมาเก็บ
00:16:1100:16:1518 การวิจัย ในคนจำนวน 4 แสน 6 หมื่นกว่าคน
00:16:1500:16:19การรับประทานกาแฟดำวันละ 1 แก้ว
00:16:1900:16:24มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงการเป็นเบาหวานประมาณ 7%
00:16:2400:16:26ข้อสุดท้ายที่หมอสรุปมาให้
00:16:2600:16:28อันนี้หมอสรุปมาเฉพาะหลักๆ เนื้อๆ
00:16:2800:16:34ข้อที่ 6 มีการวิจัยว่ากาแฟช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท
00:16:3400:16:37ช่วยลดความเสี่ยงและชะลอโรคทางสมอง
00:16:3700:16:41เช่น โรคสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน
00:16:4100:16:44ในทฤษฎีหมอว่าน่าจะเกิดมาจากกาแฟไปกระตุ้นสมอง
00:16:4400:16:46ให้ทำงานได้ดีขึ้น
00:16:4600:16:50โรคสมองเสื่อม พาร์กินสัน อัลไซเมอร์
00:16:5000:16:52คือเซลล์สมองทำงานได้น้อยลง
00:16:5200:16:56ตัวกาแฟเลยไปออกฤทธิ์มีส่วนช่วยในหัวข้อนั้น
00:16:5600:16:59นี่ก็คือคร่าวๆ ของประโยชน์ของกาแฟ
00:16:5900:17:02กาแฟดำ ไม่ใส่น้ำตาลนะ
00:17:0200:17:05เราไปดูข้อเสียของการดื่มกาแฟกันบ้าง
00:17:0500:17:07สำหรับผู้ที่เป็น Slow metabolism
00:17:0700:17:11หรือตับมีพันธุกรรม Cytochrome P1A2
00:17:1100:17:14เผาผลาญคาเฟอีนได้ช้ากว่าปกติ
00:17:1400:17:18ใครที่เคยเจอพันธุกรรมไปดูรหัสตัวนี้กัน
00:17:1800:17:20ใครที่ไม่เคยเจาะสังเกตเอาครับ
00:17:2000:17:22การสังเกตนี่พอจะบอกได้ว่า
00:17:2200:17:25ของบางอย่างถ้าเราทานแล้วรู้สึกไม่ดี มีอาการตามนี้
00:17:2500:17:27น่าจะเผาผลาญช้า
00:17:2700:17:30เราควรจะลด ละ เลิก หรือทานน้อย
00:17:3000:17:32เวลาที่คาเฟอีนเข้าไปอยู่ในร่างกาย
00:17:3200:17:36มากกว่าที่ร่างกายอยากได้ จะเกิดอาการดังนี้
00:17:3600:17:411.กระสับกระส่าย 2.วิตกกังวล
00:17:4100:17:453.เวียนหัว คลื่นไส้ อยากจะอาเจียน
00:17:4500:17:494.ท้องไส้ปั่นป่วน อาจจะมีท้องเสียในบางคน
00:17:4900:17:555.นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท ตื่นบ่อย มาปัสสาวะเยอะ
00:17:5500:18:00ข้อต่อไป หัวใจเต้นแรง หัวใจเต้นเร็ว มีอาการปวดหัว
00:18:0000:18:02ข้อสุดท้ายมือสั่น
00:18:0200:18:04ใครมีอาการเหล่านี้พอจะอนุมานได้ว่า
00:18:0400:18:09Sensitive หรือเผาผลาญคาเฟอีนได้น้อยแน่เลย
00:18:0900:18:13การรับประทานชา กาแฟ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม
00:18:1300:18:15เครื่องดื่มชูกำลัง ต้องระมัดระวังมากๆ
00:18:1500:18:17คนที่มีอาการเหล่านี้
00:18:1700:18:21ควรจะทานไม่เกิน 100 มิลลิกรัมคาเฟอีนต่อวัน
00:18:2100:18:25กลับไปฟังที่หมอบอกเมื่อกี๊ว่า ตัวไหนมีเยอะ ตัวไหนมีน้อย
00:18:2500:18:28แล้วทานให้อย่าเกิน แล้วค่อยๆ ลด ละ เลิก ไป
00:18:2800:18:30ไปดูผลเสียข้อที่ 2
00:18:3000:18:33คาเฟอีน หรือกาแฟนี่ไม่แนะนำในคนท้อง
00:18:3300:18:38เพราะว่าคาเฟอีนสามารถข้ามไปสู่ทารกได้ทางสายสะดือ
00:18:3800:18:41อาจจะเป็นอัตรายต่อเด็กได้
00:18:4100:18:44มีการวิจัยว่า ถ้าทานคาเฟอีนในช่วงคุณแม่ตั้งท้องเยอะ
00:18:4400:18:46อาจจะทำให้คลอดก่อนกำหนด
00:18:4600:18:49อาจจะทำให้ทารกที่เกิดมาตัวเล็ก หรือน้ำหนักน้อย
00:18:4900:18:52ข้อที่ 3 ข้อสำคัญ
00:18:5200:18:55การรับประทานกาแฟ ถ้าเป็นกาแฟดำ
00:18:5500:18:58ไม่ใส่น้ำตาลก็น่าจะมีประโยชน์บ้าง
00:18:5800:19:00แต่กาแฟในปัจจุบันนี้
00:19:0000:19:02หลายคนทานเป็นอย่างไรครับ
00:19:0200:19:05ใส่น้ำตาลเยอะ ใส่ครีมเทียมเยอะ
00:19:0500:19:10ใส่นมข้นเยอะ ชอบหวานๆ ชอบมันๆ ชอบครีมๆ ใส่วิปครีมอีก
00:19:1000:19:12ต้องระวังให้มากเลยนะครับ
00:19:1200:19:15มีการวิจัยไว้นะครับ ข้อมูลจาก สสส.
00:19:1500:19:20ว่ากาแฟเย็น 1 แก้ว ที่ใส่นม ใส่น้ำตาล ใส่ครีมเทียมเนี่ย
00:19:2000:19:24ให้พลังงานสูงถึง 100-400 กิโลแคลอรี่
00:19:2400:19:26กินเยอะๆ นี่อ้วนเลยนะครับ
00:19:2600:19:30และใน 1 แก้วกาแฟเย็นขนาดประมาณ 20 ออนซ์
00:19:3000:19:33มีน้ำตาลประมาณ 3-10 ช้อนชา
00:19:3300:19:36มนุษย์เรา 1 คน 1 วัน
00:19:3600:19:39ควรจะกินน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา
00:19:3900:19:41แบ่งออกเป็นข้าวเช้า กลางวัน เย็น
00:19:4100:19:43รวมผลไม้แล้วไม่เกิน 6 ช้อนชา
00:19:4300:19:46เจอกาแฟเย็นเข้าไปแก้วเดียว 10 ช้อนชา
00:19:4600:19:48เบาหวานมาสิครับแบบนี้
00:19:4800:19:51น่ากลัวมากนะครับ ต้องระมัดระวัง
00:19:5100:19:54แถมมีไขมันสูงถึง 22 กรัมนะครับ
00:19:5400:19:57ใครชอบกินกาแฟเย็นหวานมันต้องระวังมาก
00:19:5700:20:01มีข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
00:20:0100:20:07ลาเต้เย็น 1 แก้วมีแคลอรี่สูงถึง 288 กิโลแคลอรี่
00:20:0700:20:13คาปูชิโนเย็น 1 แก้วมี แคลอรี่สูงถึง 303 กิโลแคลอรี่
00:20:1300:20:15มอคค่าเย็น อันนี้สูงเลย
00:20:1500:20:191 แก้วมีแคลอรี่สูงถึง 400 กิโลแคลอรี่
00:20:1900:20:24แฟรบปูชิโน่นี่แชมป์เลยนะ มีครีมเทียบ มีวิปครีมเข้าไปด้วย
00:20:2400:20:291 แก้วมีแคลอรี่สูงถึง 561 กิโลแคลอรี่
00:20:2900:20:30เยอะมากนะครับ
00:20:3000:20:34วิ่งแทบตาย ออกกำลังกาย วิ่ง ปั่นจักรยาน เดิน
00:20:3400:20:37ได้ 100-150 กิโลแคลอรี่
00:20:3700:20:39กินกาแฟไปแก้วนึง เสร็จเลย
00:20:3900:20:44องเผาผลาญถึง 7,700 กิโลแคลอรี่นะครับ
00:20:4400:20:47ถึงจะลดน้ำหนักไป 1 กิโลกรัม
00:20:4700:20:49ชาไข่มุกนี่ก็มีคาเฟอีนนะครับ
00:20:4900:20:52ชาไข่มุกมีน้ำตาลเฉลี่ยในตลาดประมาณ
00:20:5200:20:5410-18 ช้อนชา
00:20:5400:20:57เขาให้รับประทานได้วันละไม่เกิน 6 ช้อนชา
00:20:5700:20:59เจอไปแก้วเดียวได้ 18 ช้อนชา
00:20:5900:21:03โอ้โห เบาหวานมา ความดันมา ไขมันมา
00:21:0300:21:07โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองแตก มาเป็นชุด
00:21:0700:21:11แคลอรี่ชาไข่มุก 1 แก้วประมาณ 3-400 กิโลแคลอรี่
00:21:1100:21:14น่ากลัวไม่ใช่ตรงกาแฟนะครับ
00:21:1400:21:17สารที่ใส่เข้าไปเติมนี่แหละครับต้องระวังมากๆ
00:21:1700:21:18นี่คือสิ่งสำคัญ
00:21:1800:21:22ไปต่อข้อที่ 4 ข้อเสียของการทานกาแฟเยอะเกินไป
00:21:2200:21:27ก็คือการนอนไม่หลับ คนที่นอนไม่หลับต้องระวังมากๆ
00:21:2700:21:28โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคนอนไม่หลับ
00:21:2800:21:30หรือมีภาวะนอนไม่หลับบ่อยๆ
00:21:3000:21:33ต้องหันไปดูสิว่า ในแต่ละวันนี้ทานชา
00:21:3300:21:37ทานกาแฟ ทานน้ำอัดลม ทานช็อกโกแลต
00:21:3700:21:40ทานอะไรก็ตามที่ผสมคาเฟอีนเยอะไหม
00:21:4000:21:43ถ้ามี แล้วเราเป็นโรคนอนไม่หลับ พยายามหลายวิธีแล้วไม่หาย
00:21:4300:21:47ต้องตัดทิ้งเลยนะครับ ลด ละ เลิก
00:21:4700:21:49ถ้าเรานอนไม่หลับ โกรทฮอร์โมนก็จะหลั่งน้อย
00:21:4900:21:51ฮอร์โมนเครียดก็จะสูงขึ้น
00:21:5100:21:54ฮอรืโมนเลปติน หรือฮอร์โมนอิ่มก็จะน้อยลง
00:21:5400:21:57ก็จะตื่นมา นอนไม่หลับแล้วเป็นอย่างไรครับ แก่ไว
00:21:5700:22:01โรคภัยไข้เจ็บมา หิวเยอะ ก่อให้เกิดโรคอ้วน
00:22:0100:22:03ความดันขึ้น ฮอร์โมนเครียดขึ้น
00:22:0300:22:06เพราะฉะนั้นแล้ว คนที่มีปัญหาเรื่องนอนไ่ม่หลับ
00:22:0600:22:10ถ้าจะทานกาแฟ ห้ามทานหลังบ่าย 2
00:22:1000:22:13ทานตอนเช้าๆ ให้เช้ามากที่สุด แก้วเดียวแล้วจบ
00:22:1300:22:16หลังเที่ยงจริงๆ หมอไม่ทานกาแฟแล้ว
00:22:1600:22:17ข้อที่ 5
00:22:1700:22:23กาแฟมีสารคาเฟอีน สำหรับคนที่ Sensitive ทำให้ใจสั่นได้
00:22:2300:22:27ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ต้องระมัดระวัง
00:22:2700:22:33ข้อที่ 6 กาแฟมีสารขับปัสสาวะโดยธรรมชาติ
00:22:3300:22:35ถ้าทานเยอะไปก็จะปัสสาวะบ่อย
00:22:3500:22:37กลางวันก็ปัสสาวะเยอะ
00:22:3700:22:39กลางคืนก็ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะ
00:22:3900:22:42นอนหลับไม่ลึกอีก มีผลกับร่างกายอีก
00:22:4200:22:46แล้วข้อสุดท้ายครับ ระวังสารปนเปื้อนในกาแฟ
00:22:4600:22:50ไม่ใช่แค่กาแฟนะครับ อะไรที่เป็นพืช เป็นสมุนไพร
00:22:5000:22:53ก็จะมีการปนเปื้อนมาโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
00:22:5300:22:55พยายามเลือกกาแฟ ถ้าเลือกได้นะครับ
00:22:5500:22:58ขอเป็นกาแฟที่เป็นเมล็ดออแกนิก
00:22:5800:23:01หรือปราศจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง
00:23:0100:23:05มีการวิจัยในปัจจุบันว่า ในการคั่วเมล็ดกาแฟ
00:23:0500:23:08ก่อให้เกิดสารตัวหนึ่งชื่อ Acrylamide
00:23:0800:23:12A-C-R-Y-L-A-M-I-D-E
00:23:1200:23:17Acrylamide นี่มีการวิจัยว่าเป็นสารที่กระตุ้นก่อให้เกิดมะเร็ง
00:23:1700:23:20แต่ตรงนี้ต้องไปดูการวิจัยเพิ่มเติมว่า
00:23:2000:23:23ปริมาณมากหรือน้อยแค่ไหนที่มีอยู่ในกาแฟแต่ละแก้ว
00:23:2300:23:28กาแฟคั่วบดนี่จะเกิดสารขึ้นมาตัวหนึ่งชื่อว่า Cafestol
00:23:2800:23:32สารตัวนี้จะทำให้คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
00:23:3200:23:35ถ้าจะป้องกันก็ต้องมีกระดาษกรอง
00:23:3500:23:39นึกออกไหมครับ บางทีเราคั่วแล้วเรามาชงเลย เราจะเห็นน้ำมัน
00:23:3900:23:40เป็นมันๆ ลอยอยู่
00:23:4000:23:42เราต้องกรองเอาสารนี้ออกนะครับ
00:23:4200:23:46สารนี้ชื่อว่า C-A-F-E-S-T-O-L
00:23:4600:23:50ทำให้ไขมันสูง ถ้าเรากรองด้วยกระดาษแล้วก็โอเค
00:23:5000:23:54และทางป้องกันก็คือทานให้อยู่ในทางสายกลางนะครับ
00:23:5400:23:57ไม่มากเกิน ถ้าให้หมอฟันธงเฉพาะเจาะจงลงไป
00:23:5700:23:59หมออยากจะแนะนำให้ท่านผู้ฟังว่า
00:23:5900:24:03ควรจะรับประทานไม่เกินวันละประมาณ 2 แก้วก็พอแล้วครับ
00:24:0300:24:06เพราะคนเราถ้าออกกำลังกายดี เรี่ยวแรงดี
00:24:0600:24:09ความเครียดไม่มี จิตดี
00:24:0900:24:12หลับดี ตื่นมานี่มีพลังเยอะครับ
00:24:1200:24:15ไม่ต้องใช้พลังวิเศษที่เติมเข้าไปแบบขี้โกง
00:24:1500:24:20แต่ถ้าจะทานเพื่อได้วิตามิน ได้เกลือแร่ ได้สารบางอย่าง
00:24:2000:24:22วันละ 1-2 แก้วก็พอแล้วครับ
00:24:2200:24:25แล้วเลือกเป็นกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล
00:24:2500:24:28นี่คือสรุปของวันนี้ทั้งหมดคร่าวๆ ที่เรามาคุยกัน
00:24:2800:24:32กาแฟ ข้อดีก็มีเยอะ ข้อเสียก็มีบ้าง
00:24:3200:24:35อาจจะทำให้ฟันเหลืองด้วยนะครับ ต้องระวังนะ
00:24:3500:24:37ฟันเหลือง ฟันดำ แล้วต้องไปหาคุณหมอฟัน
00:24:3700:24:41เพราะว่าเขามี Stain ก็คือสารเคลือบทำให้ฟันไม่สวย
00:24:4100:24:44วันนี้ก็พอสมควรแก่เวลา
00:24:4400:24:48เราได้มารู้จักประโยชน์ของกาแฟ ข้อเสียของกาแฟ
00:24:4800:24:52อะไรก็ตาม ทานมากเกินไปอาจจะเกิดโทษ
00:24:5200:24:56อะไรก็ตาม ไม่ทานเลยก็อาจจะขาดแคลน
00:24:5600:24:58วันนี้หมอขอฝากไว้เท่านี้
00:24:5800:25:01ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ สุขภาพแข็งแรง
00:25:0100:25:05อายุยืนยาว อย่างมีคุณภาพ ไม่เจ็บไม่ป่วย
00:25:0500:25:07แล้วเรากลับมาพบกันในตอนหน้า
00:25:0700:25:09กับรายการ Dr.Amp Podcast
00:25:0900:25:12วันนี้หมอขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
00:25:1200:25:13ขอบคุณครับ