- คำถาม:
- วิตามินหรืออาหารเสริมที่ช่วยบำรุงตับมีจริงหรือไม่?
- คำตอบ:
- อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น กาแฟดำ ผักผลไม้ บรอกโคลี องุ่น เมล็ดองุ่น และปลาที่มีโอเมก้า 3 ช่วยสนับสนุนการทำงานของตับได้ แต่วิตามินเสริมหรือการฉีดวิตามินในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ตับทำงานหนักขึ้น และบางชนิด เช่น วิตามินเอในโดสสูง อาจทำให้ตับอักเสบได้
[PODCAST] Food Choice | EP.17 - อาหารบำรุงตับ
จากช่อง:Mahidol Channel มหิดล แชนแนล
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:12:09เอ๊ะ มันมีไหมอาหารหรือวิตามิน ที่ช่วยบำรุงตับ
00:12:12หลักการง่าย ๆ ก่อน อันแรกเลยก็คือ
00:12:15ถ้าเรารู้ว่าตับเราอยู่กับเราได้อย่างยาวนาน
00:12:18ตับของเรามีการซ่อมแซมตัวเองได้
00:12:21หลักการข้อแรกเลยค่ะ
00:12:22ห้ามใส่อะไรที่มันจะไปทำร้ายตับ
00:12:26ในกรณีของยา คุยกับคุณหมอที่ดูแล
00:12:29ว่ายาตัวนี้มันจำเป็นมากไหมนะคะ
00:12:32ถ้ายามันจำเป็น
00:12:33แล้วมีโอกาส ใช้คำนี้นะ มีโอกาส ที่อาจจะทำให้มีปัญหากับตับ
00:12:37สิ่งที่คุณหมอเขาจะทำก็คือ เขาจะติดตามค่ะ
00:12:40มอนิเตอร์หรือว่าเจาะเลือดดูเป็นระยะ
00:12:43ว่าค่าตับเรามีการอักเสบหรือเปล่า มีอะไรหรือเปล่า
00:12:46ในขณะเดียวกัน ถ้ามันจำเป็นต้องใช้ เราก็ต้องไปลดความเสี่ยงอื่น ๆ
00:12:50ที่มันอาจจะทำให้ตับเราแย่ เช่น
00:12:52เราจำเป็นต้องกินยาตัวนี้
00:12:54เพราะว่ารักษาโรคเรา
00:12:56แต่เราก็ไม่ควรจะไปดื่มเหล้า
00:12:58เราก็ไม่ควรจะทำให้เราอ้วน
00:13:00เพื่อที่จะทำให้ตับเราแย่ลงไปอีก
00:13:01อันนี้นึกภาพออกใช่ไหมคะ
00:13:03แล้วทีนี้ในแง่ของอาหารที่จะช่วยนี่
00:13:06โดยหลัก ๆ จะเป็นอาหารกลุ่มที่มี เรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระ
00:13:11เพราะเวลาที่มันมีการบาดเจ็บ
00:13:13หรือเวลาที่มันมีการทำร้ายตับ
00:13:16ตรงนั้นนี่ อนุมูลอิสระมันจะเยอะขึ้น
00:13:18เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะแนะนำก็คือ
00:13:20อาหารที่มันมีวิตามินเกลือแร่เพียงพอ
00:13:22แล้วก็จะเสริมในกลุ่มที่จะเป็นเรื่องของ แอนติออกซิแดนท์หรือสารต้านอนุมูลอิสระ
00:13:27อันแรกเลยก็จะมีคนพูดถึงกาแฟ
00:13:29กาแฟเองนี่ ก็มีรายงานเหมือนกันว่า ช่วยในเรื่องของไขมันพอกตับ
00:13:34แต่เราพูดถึงกาแฟ เราไม่ได้พูดถึงกาแฟใส่นมหรือใส่น้ำตาล
00:13:39เพราะฉะนั้นอันนี้ที่แนะนำคือเป็นกาแฟดำ
00:13:42ไม่ใช่กาแฟที่เติมน้ำตาล
00:13:44เพราะว่ากาแฟที่เติมน้ำตาล
00:13:46หรือว่าเป็นเครื่องดื่มที่ใส่นมข้น หรืออะไรพวกนี้ค่ะ
00:13:49แคลอรีมันจะเยอะ
00:13:50อันนี้จะยิ่งไปทำให้ไขมันพอกตับเป็นมากขึ้น
00:13:54ชากาแฟก็จะมีทั้งกาเฟอีน แล้วก็จะมีแอนติออกซิแดนท์บางตัว
00:13:57เพราะฉะนั้นชากาแฟนี่ไปด้วยกันได้เลย
00:14:00ตัวที่สองก็จะเป็น กลุ่มที่เป็นพืชหรือว่าผักผลไม้ก็แล้วแต่
00:14:04พวกนี้จะมีอะไรบ้าง มีวิตามินเอค่ะ
00:14:07ในคนไข้โรคตับ ต้องบอกว่าวิตามินเอนี่
00:14:10เราจะสะสมและเก็บเอาไว้ที่ตับ
00:14:12ถ้าเมื่อไหร่ตับเราแย่ลง เซลล์ตับเราพัง
00:14:15สิ่งที่เกิดขึ้นคือวิตามินเอเราจะดรอปลงด้วย
00:14:18เพราะฉะนั้นเขาอาจจะให้เรากิน พวกที่มันมีวิตามินเอเยอะขึ้น
00:14:22มีแอนติออกซิแดนท์เยอะขึ้น แคร์รอตอย่างนี้ใช้ได้
00:14:25หรือว่าจะเป็นพวกของบรอกโคลี
00:14:29กะหล่ำปลี องุ่น เมล็ดองุ่นนะคะ
00:14:31พวกนี้จะช่วยในเรื่องของ การให้สารที่มีเรื่องของแอนติออกซิแดนท์
00:14:36แล้วบางตัวจะไปเพิ่มตัวที่เราเรียกว่า กลูตาไธโอน
00:14:39กลูตาไธโอน เมื่อกี๊เราได้ยินแล้ว
00:14:41เอ๊ะ ตัวนี้ทำให้มันผิวขาวใช่ไหม มันดีหรืออะไรอย่างนี้
00:14:45จริง ๆ แล้วตัวนี้ จะเป็นสารตัวหนึ่งที่เราเอาไว้ใช้
00:14:49เวลาที่คนไข้รับประทานยา ที่เราเรียกว่าพาราเซตามอล
00:14:54มากจนเกินขนาด
00:14:55โดยทั่วไปเวลาที่เรากินพาราเซตามอลนี่
00:14:57พาราเซตามอลจะถูกทำลายที่ตับ
00:15:00ถ้าพาราเซตามอล เรากินโดสเยอะเกินไป
00:15:02แล้วตับเราทำลายไม่ทัน
00:15:04สิ่งที่เกิดขึ้น มันก็จะทำให้ตับมีการบาดเจ็บ
00:15:07แล้วถ้ามันเยอะเกินไป
00:15:09หลังจากนั้นนี่ มันอาจจะทำให้เกิด ภาวะที่เราเรียกว่าตับวายได้
00:15:12ในช่วงต้น ถ้ามาเร็ว มาทัน แล้วยามันเยอะนี่
00:15:15เราจะมียาตัวหนึ่งซึ่งจะไปทำให้ ฤทธิ์ของยาพวกนี้มันหมดฤทธิ์
00:15:20แล้วก็ช่วยป้องกันตับนะคะ
00:15:21ก็จะเป็นกลุ่มของกลูตาไธโอน
00:15:23เพราะฉะนั้น เวลาที่เราไปกินอาหาร ที่มันมีพวกของกลูตาไธโอนเยอะขึ้น
00:15:27มันก็อาจจะช่วยซ่อมแซม หรือว่าช่วยบำรุงตับได้เช่นกัน
00:15:31ยกตัวอย่างเช่นกินกะหล่ำปลีพวกนี้
00:15:33หรือว่าอาจจะเป็นพวกของบรอกโคลี
00:15:35บรอกโคลีก็จะมีแอนติออกซิแดนท์ค่อนข้างเยอะ
00:15:37อีกตัวหนึ่งที่มาด้วยกัน เวลาที่เราดูผลไม้ เราจะเห็นตลอดเวลา
00:15:41ก็คือกลุ่มที่เป็นเบอร์รี
00:15:42เบอร์รี นอกจากจะมีพวกของ แอนติออกซิแดนท์แล้วนี่
00:15:45ก็จะมีพวกที่เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ
00:15:48ซึ่งพวกนี้ก็จะช่วยในเรื่องของ เป็นแอนติออกซิแดนท์
00:15:50แล้วก็ช่วยในเรื่องของการทำงานที่ตับ
00:15:53แล้วก็ช่วยในส่วนที่จะ ลดการบาดเจ็บที่ตับได้ด้วย
00:15:57ในส่วนของการเลือก ถ้าเป็นน้ำมัน
00:16:00เมื่อกี้เราบอกแล้วว่า น้ำมันไขมันอิ่มตัว หรือว่าน้ำมันที่มันเป็นไขเป็นก้อนเราไม่ชอบ
00:16:05เราก็มาเลือกน้ำมันที่ไม่อิ่มตัว หรือว่าเป็นกลุ่มของน้ำมันมะกอก
00:16:09ช่วยลดเรื่องของความดื้ออินซูลินนะคะ
00:16:11อันนี้ก็จะช่วยทำให้ตับทำงานได้ดีขึ้น
00:16:15เลือกคาร์โบไฮเดรตที่เป็นพวกของถั่ว ธัญพืช
00:16:18แต่ต้องระวังนิดนึงถ้าจะใช้ถั่ว
00:16:20ควรจะกินถั่วที่ใหม่ ๆ นะคะ
00:16:22อาจจะคั่วหรืออบเอง
00:16:24ที่ไม่ได้เป็นถั่วบดซึ่งเรามองไม่ออกเลย ว่ามันจะมีเชื้อราปนอยู่หรือเปล่า
00:16:29ถ้ามีเชื้อรา ไม่ต้องเสียดาย ทิ้งไปเลย
00:16:31พวกถั่วพวกนี้ควรจะกิน ซื้อมาปริมาณน้อย ๆ แล้วก็อบกินทีละนิดเดียว
00:16:35เพราะว่า ถือว่าเป็นสารที่มีน้ำมันค่อนข้างเยอะ
00:16:40ทิ้งเอาไว้แล้ว มันจะเกิดภาวะหืนได้ค่อนข้างง่าย
00:16:43บางทีเราเก็บถั่วไว้สักพักนึง เราจะรู้สึกว่ามันมีกลิ่นแล้ว มันหืนแล้ว
00:16:46อันนี้ก็คือกรดไขมันที่มีอยู่ในถั่ว ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ
00:16:50อันนี้ถ้าสมมุติว่าจะแก้ไข
00:16:52อันแรกลองไปอบซ้ำดูอีกทีหนึ่งเพื่อไล่อากาศ
00:16:55ถ้ามันช่วยไม่ได้ ก็ทิ้งไปเถอะค่ะ
00:16:56แล้วก็สุดท้ายค่ะ
00:16:58เราจะไปลดการอักเสบได้อย่างไร
00:16:59ก็จะเป็นพวกของโอเมกา 3 ซึ่งมีอยู่ในปลาที่มีน้ำมันเยอะ ๆ
00:17:05ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นปลาทะเลน้ำลึก
00:17:07ปลาน้ำจืดบ้านเราก็ถือว่ามีโอเมกา 3 หรือว่ามี Fish oil
00:17:10เรากินพวกนี้ได้
00:17:12ถามว่าปริมาณที่ควรกิน ก็ประมาณ 1 ฝ่ามือ อาจจะบวกไปอีกสักข้อนิ้วนึง
00:17:17อันนี้เรากินสักประมาณอาทิตย์ละ 2 ครั้ง
00:17:19อันนี้ก็จะช่วยทำให้เราได้รับ พวกของ Fish oil เพียงพอค่ะ
00:17:23[เสียงดนตรี]
00:17:28อันสุดท้ายที่เราจะคุยกันก็คือ
00:17:30เราจะเห็นโดยภาพรวมในอินเทอร์เน็ต
00:17:32หรือว่าคำบอกกล่าว ไม่ว่าจะส่งต่อมาใน LINE หรืออะไรก็ตาม
00:17:36คำโฆษณาชวนเชื่อบอกว่า
00:17:37วิตามินอันนี้เป็นวิตามินบำรุงตับ ทั้งแบบที่ฉีดและแบบที่กิน
00:17:40เหมือนที่บอกเมื่อสักครู่ค่ะ
00:17:42อันนึงเลยที่อาจจะต้องระวังก็คือ
00:17:45การฉีดวิตามิน มันก็จะทำให้เราได้รับวิตามิน ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง
00:17:50ถ้าเราไปดู
00:17:51แล้วเราสามารถที่จะมีความรู้ หรือขอเขาดูได้ว่า
00:17:54วิตามินที่จะฉีดนี้คืออะไรนะคะ
00:17:56ส่วนใหญ่ที่เขาจะผสมให้ก็คือวิตามินซี วิตามินอี ซึ่งอันนี้จะเป็นอะไรคะ
00:18:01มีคุณสมบัติเป็นแอนติออกซิแดนท์ หรือว่าสารต้านอนุมูลอิสระ
00:18:04อาจจะเพิ่มวิตามินบี
00:18:06เพราะว่าวิตามินบีเป็นตัวช่วยที่สำคัญ ในแง่ของการเผาผลาญสารอาหารทั้งหลาย
00:18:12ซึ่งเมื่อกี้บอกไปแล้วว่าตับมีหน้าที่หลัก ในการจัดการเรื่องของสารอาหารใช่ไหมคะ
00:18:16อีกตัวหนึ่งอาจจะเพิ่ม ในตัวของกลูตาไธโอนเข้าไป
00:18:19หรือว่าใส่อะมิโนแอซิด หรือใส่เพปไทด์บางอย่างเข้าไป
00:18:23อันนี้ก็จะบอกว่า แล้วมาเคลมว่าอันนี้จะช่วยเรื่องตับ
00:18:27อันหนึ่งเลยคือวิตามินเอ ระวังนะคะ
00:18:30ในกรณีของวิตามินเอเองนี่
00:18:32จริง ๆ แล้วในคนไข้โรคตับ วิตามินเออาจจะต่ำ
00:18:35เพราะฉะนั้นเติมวิตามินเอได้
00:18:37แต่ในบางรายที่กินวิตามินเอในโดสที่เยอะ ๆ หรือเมกะโดสนี่นะคะ
00:18:42สิ่งที่เกิดขึ้นเขาเรียกว่า ภาวะเป็นพิษจากวิตามินเอหรือกินมากเกินไป
00:18:45สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือจะทำให้ตับอักเสบได้
00:18:48อาจจะทำให้เกิดพังผืดที่ตับได้
00:18:50เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วนี่ วิตามินเอในโดสต่ำ ๆ หรือวิตามินเอที่ขาด
00:18:56อันนี้ก็จะเกิดในคนไข้โรคตับได้