00:00:00 → 00:00:12[เพลง]
00:00:12 → 00:00:17วันนี้ก็ก็พูดคุยเรื่องของไทรอยดต่อๆนะฮะ
00:00:17 → 00:00:21แต่ว่าแต่ว่ามันอาจจะจะเกี่ยวข้องกับกับ
00:00:21 → 00:00:25ตัวไทรรอยด์น้อยนะฮะนะคือที่ผ่านมา 2
00:00:25 → 00:00:27ครั้งเนี่ยที่เกี่ยวกับไทรรอยด์เนี่ยโดย
00:00:27 → 00:00:31เฉพาะครั้งแรกอ่ะเราพูดถึงผลของโปรตีนใน
00:00:31 → 00:00:34รูปแบบต่างๆที่มีผลต่อไทรรอยด์แล้วก็มี
00:00:34 → 00:00:38ตัวอย่างเคสแล้วก็มีผลนะฮะที่มันจะเกิดใน
00:00:38 → 00:00:40เรื่องของภาวะพุงไทรรอยด์อันนั้นเป็น
00:00:40 → 00:00:44ลักษณะทางกายภาพนะฮะอันต่อมาเนี่ย
00:00:44 → 00:00:46อ่าสัปดาห์ที่แล้วเนี่ยก็เป็นเรื่อง
00:00:46 → 00:00:50ไทรรอยด์ที่มันมันดูค่อนข้างละเอียดไป
00:00:50 → 00:00:53หน่อยนะก็อย่างนี้แหละนะฮะเพราะว่าเเป็น
00:00:53 → 00:00:57ฮอร์โมนตัวที่มีความซับซ้อนมากที่สุดนะที
00:00:57 → 00:00:59นี้หลังจากนั้นเนี่ยก็จะเป็นเรื่องอื่น
00:01:00 → 00:01:03อื่นๆที่จะเกี่ยวกับไทรรอยด์โดยเฉพาะ 2
00:01:03 → 00:01:07อ่าแมคโครนิวเทรียนน่ะก็คือคาฟกับไขมันนะ
00:01:07 → 00:01:11ฮะแต่ว่าไขมันกับไทรรอยด์เนี่ยเอ่ออันนี้
00:01:11 → 00:01:14ไม่ค่อยมีผลอะไรเพราะว่าปกติไทรรอยด์เค้า
00:01:14 → 00:01:18ก็เค้าก็มีหน้าที่ในการสลายไขมันน่ะสลาย
00:01:18 → 00:01:21เผาผลาไขมันอยู่แล้ว Only Only One
00:01:21 → 00:01:24ด้วยนะฮะก็คือเไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับ
00:01:24 → 00:01:26อย่างอื่นๆในแง่ของการสลายเผ่าผลาญพลัง
00:01:27 → 00:01:30งานนะเขาก็จะสลายไขมันทั้งไขมันที่ที่
00:01:30 → 00:01:34เป็น DIY Fat แล้วก็ไขมันที่เราเราสะสม
00:01:34 → 00:01:37ไว้นะฮะเราสะสมไว้แต่ส่วนใหญ่แล้ว
00:01:37 → 00:01:40ไทรรอยด์ก็จะสลายไขมันที่เราสะสมไว้ที่
00:01:40 → 00:01:45ไม่ใช่สับคน Fat นะฮะนะแล้วก็ 3 ตำแหน่ง
00:01:45 → 00:01:493-4 ตำแหน่งเนี่ยที่ไทรรอยด์เ้าพุ่งเป็น
00:01:49 → 00:01:51เป้าเลยของพลังงานที่เขาต้องสลายให้ได้
00:01:51 → 00:01:55เนี่ยอันที่ 1 คือตับนะอันที่ 2 ก็คือ
00:01:55 → 00:01:58visceral Fat นะฮะอันที่ 3 ก็คือที่
00:01:58 → 00:02:03กล้ามเนื้อนะแล้วก็ที่ไตแล้วก็ที่ไตนะฮะ
00:02:03 → 00:02:06เนี่ยตรงเนี้ยเป็นเป็นเป็นหลักการทำงาน
00:02:06 → 00:02:07ของไทรรอยด์
00:02:07 → 00:02:11ส่วนตัวที่จะไปสลายสับ Cut Fat คือ
00:02:11 → 00:02:15เลปตินคือเลปตินนะนะอ่าอันเนี้ยอันนี้ก็
00:02:15 → 00:02:19เข้าข้าวนะทีนี้ไทรรอยด์เนี่ยนะในวันนี้
00:02:19 → 00:02:22เราจะพูดถึงอ่าสารอาหารหลักอีก 2 ตัวที่
00:02:22 → 00:02:25จะมีผลต่อไทรรอยด์แต่ว่าก็จะเน้นตัวที่
00:02:25 → 00:02:30สำคัญที่สุดก็คือคาฟนะฮะนะทีนี้ลักษณะของ
00:02:30 → 00:02:33สารอหารหลักที่จะมีผลต่อไทรรอยด์เนี่ยนะ
00:02:33 → 00:02:36เราเรียกว่า Car Dependent Hormone นะ
00:02:36 → 00:02:38ก็ร่างกายเราก็จะมีฮอร์โมนอยู่ 5 อย่าง
00:02:38 → 00:02:41ที่มันจะเกี่ยวข้องกับคฟนะก็จะแบ่งเป็น 2
00:02:41 → 00:02:44กลุ่มกลุ่มที่เป็น cf Dependent ฮอร์โมน
00:02:44 → 00:02:48กับเป็นคฟ relatively Hormone นะ Car
00:02:48 → 00:02:50Dependent ฮอร์โมนเนี่ยก็คือไทรรอยด์
00:02:50 → 00:02:52เรตินแล้วก็โปรเจสเตอโรน
00:02:52 → 00:02:57นะส่วน Car relatively รมนนะฮะก็คือ 2
00:02:57 → 00:03:00ตัวนี่แหละตัวพ่อตัวแม่อินซูลินคอร์ติซอล
00:03:00 → 00:03:01นะ
00:03:01 → 00:03:05เออทีนี้อาจจะต้องมีเลคเชอร์เพราะฉะนั้น
00:03:05 → 00:03:09นักเรียนหน้าห้องต่างๆมาพร้อมกัน
00:03:09 → 00:03:13มมาครับมีบางคนเตรียมหมอนมาด้วยครับเหรอ
00:03:13 → 00:03:16เออไม่ต้องเตรียมหมอนเตรียมเลอีมเลคเชอ
00:03:17 → 00:03:19เพราะว่าหมอเว้นช่องบ้านไว้ให้เติมไว้ให้
00:03:19 → 00:03:23เติมนะฮะนะครับเราก็จะไม่บรรยายอะไร
00:03:23 → 00:03:26ละเอียดเยอะหรอกยกเว้นปากปากมันจะพาไปอ่ะ
00:03:26 → 00:03:30นะฮะมันก็หลุดไปนู่นไปนี่ไปแบบบางทีกู่
00:03:30 → 00:03:35ไม่กลับนะทีนี้เรื่องาฟนะฮะอาฟเนี่ยจริงๆ
00:03:35 → 00:03:39แล้วอันนี้เป็นหมวดนะความรู้ของาฟอันใหญ่
00:03:39 → 00:03:44ๆเลยก็ได้นะฮะว่าอ่าาฟสำคัญที่ 2 เรื่อง
00:03:44 → 00:03:48นะฮะคือปริมาณกับเวลาที่จะกินอันนี้เป็น
00:03:48 → 00:03:51หัวใจสำคัญเลยของการมองหรือโฟกัสในเรื่อง
00:03:51 → 00:03:55ของาฟเพราะฉะนั้นเรื่องของาฟเนี่ยนะอ่า
00:03:55 → 00:03:58เนี่ย depend on หรือต้องโฟกัสเรื่องอ่า
00:03:58 → 00:04:02ปริมาณปิปมาณนะฮะนะโดยเฉพาะการอยู่ในแวด
00:04:02 → 00:04:06วงของชการาฟต่ำเนี่ยนะาฟต่ำเนี่ยก็คือมัน
00:04:06 → 00:04:10ต่ำที่เรื่องของจำนวนปริมาณหรือระดับนะฮะ
00:04:10 → 00:04:13นะอีกอันนึงก็คือต้องรู้ว่าเวล่ำเวลาที่
00:04:13 → 00:04:16เหมาะสมในการที่จะกินคาฟเนี่ยว่าเมื่อ
00:04:16 → 00:04:20ไหร่เมื่อไหร่นะฮะนะวันเนี้ยเราก็จะดูใน
00:04:20 → 00:04:23เรื่องราวเหล่านี้นะฮะอทีนี้เรื่องของ
00:04:23 → 00:04:27ปริมาณของคที่ต้องิงเข้าล่างนะอ่าแล้วก็
00:04:27 → 00:04:31จะมีประเด็นแยกย่อยนะฮะนะก็ค่อยๆตามหมอไป
00:04:31 → 00:04:34เรื่อยๆแล้วกันนะฮะคือสิ่งที่เราต้องได้
00:04:34 → 00:04:38รับจากาฟมีอะไรบ้างนะฮะนะอ่ามี 2 เรื่อง
00:04:39 → 00:04:42เรื่องแรกเลยนะคิดว่าอะไรอ่ะที่เราควรจะ
00:04:42 → 00:04:46ต้องได้จากการกินาฟเนี่ยนะฮะคือต้องมอง
00:04:46 → 00:04:49สิ่งเหล่าเนี้ยให้ออกฮะคือความเป็นคาฟ
00:04:49 → 00:04:52เนี่ยคาฟมันก็มีทั้งพลังงานแล้วก็สาร
00:04:52 → 00:04:55อาหารนะฮะพลังงานสารอาหารพลังงานสารอาหาร
00:04:55 → 00:04:59เนี่ยงนะพลังงานที่อยู่ในรูปของคาฟนะซึ่ง
00:04:59 → 00:05:03เป็นพืชนั่นแหละนะหลักๆมันก็คือพวกพวกน้ำ
00:05:03 → 00:05:08ตาลนะสิ่งนี้เราไม่ต้องการที่จะได้เราไม่
00:05:08 → 00:05:10ต้องการที่จะได้นะไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลรูป
00:05:10 → 00:05:13แบบไหนก็ตามนะฮะนะแต่สิ่งที่เราต้องการจะ
00:05:13 → 00:05:18ได้เนี่ยนะอันดับ 1 เลยก็คืออคือไฟเบอร์
00:05:18 → 00:05:22คือไฟเบอร์คือใยอาหารนะฮะแล้วเราก็จัดว่า
00:05:22 → 00:05:25ใยอาหารเนี่ยเป็นสารอาหารนะฮะนะมันก็คือ
00:05:25 → 00:05:28คล้ายๆโปรตีนเราจัดเป็นสารอาหาร
00:05:28 → 00:05:31คอเลสเตอรอลจัดเป็นสารสอาหารใยอาหารก็
00:05:31 → 00:05:35เป็นสารอาหารนะเพราะว่าใยอาหารต้องทำงาน
00:05:35 → 00:05:38ควบคู่กับโปรตีนเพฉะนั้นถามว่าโปรตีน
00:05:38 → 00:05:42เนี่ยเวลากินเนี่ยนะจะกินคู่กับอะไรดีที่
00:05:42 → 00:05:46สุดก็ต้องกินคู่กับไฟเบอร์นะฮะทั้งโปรตีน
00:05:46 → 00:05:49ทั้งไฟเบอร์เเป็นใยอาหารที่จะเข้าเข้าสู่
00:05:49 → 00:05:51ร่างแล้วก็ไปเกิดเอวิถีทางที่จะเกิด
00:05:51 → 00:05:55ประโยชน์นะฮะอันที่ 1 ใยอาหารนะฮะนะจากย
00:05:55 → 00:06:00อาหารก็จะมีวิตามินมีแร่ธาตุมีสารไฟไนิน
00:06:00 → 00:06:03นะฮะที่ละลายในน้ำเพราะคาฟเนี่ยละลายน้ำ
00:06:03 → 00:06:06นะอ่าสารไฟโตนิวเทรียนท์
00:06:06 → 00:06:09ที่มากับคาฟมันไม่ได้เยอะแยะเหมือนกับมา
00:06:09 → 00:06:13กับไขมันดีนะนะส่วนใหญ่ก็อยู่ในสัดส่วน
00:06:13 → 00:06:18ไม่เกิน 20% ไตนิเทส 100% เนี่ยนะ 80% ก็
00:06:18 → 00:06:20อยู่ในไขมันโดยเฉพาะ Good Healthy Fat
00:06:20 → 00:06:23นะสหรับอยู่ในคาฟที่ละลายในน้ำเนี่ยส่วน
00:06:23 → 00:06:28ใหญ่ 20% นะต่อไปก็คือเอนไซม์ต่างๆนะฮะ
00:06:28 → 00:06:31แล้วก็อาจจะมีฮอร์โมนด้วยนะฮะนะเหล่า
00:06:31 → 00:06:34เนี้ยเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เราเบอกว่า
00:06:34 → 00:06:38มันเป็นสารอาหารรองอเป็นสารอาหารลองนะะนะ
00:06:38 → 00:06:41ส่วนไฟเบอร์เนี่ยจะจัดเป็นรองก็ได้เป็น
00:06:41 → 00:06:44หลักก็ได้นะฮะแล้วแต่นะฮะแต่ถ้าเราจัดว่า
00:06:44 → 00:06:47คาฟเป็นสารอาหารหลักเนี่ยนะเพราะฉะนั้น
00:06:48 → 00:06:50สิ่งที่เราต้องการหลักๆก็คือไฟเบอร์นะฮะ
00:06:50 → 00:06:53นะนอกนั้นก็วิตามินแร่ธาตุเอนไซม์สาร
00:06:53 → 00:06:57ศึกษาเคมีฮอร์โมนนะฮะนะนี้นี้อันเนี้ย
00:06:57 → 00:07:01เป็นอันแรกเลยนะที่เราจะต้องได้รับจากคาฟ
00:07:01 → 00:07:05นะส่วนอันที่ 2 คิดว่าเราต้องได้รับน้ำ
00:07:05 → 00:07:09ตาลจากคาฟมเออเราคิดว่าเราควรจะต้องได้
00:07:09 → 00:07:13รับน้ำตาลใดๆจากคาฟบ้างมยเพราะว่าในใน
00:07:13 → 00:07:15คาร์โบไฮเดรตเนี่ยมันก็จะมีแป้งที่จะ
00:07:15 → 00:07:18เปลี่ยนเป็นน้ำตาลต่างๆหรือในกลุ่มผลไม้เ
00:07:18 → 00:07:22ก็มีฟุกโตดอะไรต่างๆหลายรูปหลายแบบนะฮะอ
00:07:22 → 00:07:25จริงๆแล้วมนุษย์เนี่ยต้องการมยนะคำตอบก็
00:07:26 → 00:07:29คือต้องการนะจริงๆแล้วต้องการแต่ต้องการ
00:07:29 → 00:07:35ในปริมาณอ่าที่ไม่มากเออที่ไม่มากนะฮะ
00:07:35 → 00:07:38เนี่ยอันนี้สำคัญนะฮะนะเพราะงั้นถามว่า
00:07:38 → 00:07:42น้ำตาลเนี่ยเอ่อมันยังมีผลอะไรต่อร่างกาย
00:07:42 → 00:07:46มยก็มีนะฮะก็มีนะเพราะว่าเดี๋ยวเราจะต้อง
00:07:46 → 00:07:50เอาไปใช้กับอวัยวะบางอย่างด้วยนะฮะนะ
00:07:50 → 00:07:52เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องการจากาฟเนี่ยขอ
00:07:52 → 00:07:56ให้เข้าใจนะฮะนะมี 2 เรื่องนะแล้วน้ำตาล
00:07:56 → 00:07:58ก็เป็นส่วนหนึ่งด้วยนะแต่อันเนี้ยต้อง
00:07:58 → 00:08:02จำกัดปริมาณนะส่วนจะจำกัดเท่าไหร่ในแต่ละ
00:08:02 → 00:08:06คนอ่าเกินได้มากได้น้อยแค่ไหนอันนี้แล้ว
00:08:06 → 00:08:10แต่แล้วแต่นะในกรณีที่เราป่วยแล้วสุขภาพ
00:08:10 → 00:08:14ไม่ดีแล้วอันนั้นเนี่ยก็ยิ่งต้องลดนะฮะลด
00:08:14 → 00:08:16ตัวคำว่าน้ำตาลเนี่ยนะหรือบางคนต้องตัด
00:08:16 → 00:08:20ออกไปเลยนะฮะแต่ยังไงสารอื่นๆนะยอาหาร
00:08:20 → 00:08:23วิตามินแร่ธาตุเอนไซม์นะฮอร์โมนอะไรพวก
00:08:23 → 00:08:27นี้สษาเคมีงนี้สำคัญนะฮะสำคัญนะเพราะงั้น
00:08:27 → 00:08:30ในคาฟจึงไม่มีคำว่า essential นะฮะนะ
00:08:30 → 00:08:32เพราะว่าประเด็นของน้ำตาลเนี่ยร่างกาย
00:08:32 → 00:08:36สร้างเองได้นะแต่มันมีคำว่า Important
00:08:36 → 00:08:38Important มันจะเป็นความหมายของข้อแรก
00:08:38 → 00:08:41เนี่ยนะที่ว่ามันมีสารอาหารอะไรที่เรา
00:08:42 → 00:08:45ต้องการจากคาฟนะแล้วเราหาหรือสังเคราะห์
00:08:45 → 00:08:48ขึ้นมาเองไม่ได้พวกไฟบงไฟเบอร์วิตามินแร่
00:08:48 → 00:08:52ธาตุอะไรพวกนี้นะอันต่อมานะฮะคาฟมีความ
00:08:52 → 00:08:55จำเป็นต่อ 2 อวัยวะนี้เท่านั้นในร่างกาย 2
00:08:55 → 00:09:00อวัยวะนะฮะนะที่จำเป็นนะอที่ต้องมีคาฟใน
00:09:00 → 00:09:03รูปแบบของความเป็นน้ำตาลเข้าไปอยู่นะฮะ
00:09:03 → 00:09:05เนี่ยอันนี้ก็เป็นความต่อเนื่องจากข้อ 2
00:09:05 → 00:09:10ข้อนี้นะอาฟจำเป็นต่ออะไรบ้างอันดับ 1 ก็
00:09:10 → 00:09:15คือคือตันะฮะอันดับ 2 คือกล้ามเนื้อนะ
00:09:15 → 00:09:19แล้ว 2 อวัยวะเนี่ยเป็น 2 อวัยวะที่เขามี
00:09:19 → 00:09:21วิธีการหรือเขามีกระบวนการที่จะต้อง
00:09:21 → 00:09:24บริหารจัดการกับคาร์โบไฮเดรตหรือคาฟนะ
00:09:24 → 00:09:27เพราะฉะนั้นกินคาฟเพื่อไปที่ตับกับไปที่
00:09:27 → 00:09:33กล้ามเนื้อนะนี้อันต่อมานะฮะอันต่อมานะ
00:09:33 → 00:09:36น้ำตาลกลูโคสในระบบของร่างกายมาจากอะไร
00:09:36 → 00:09:39บ้างนะฮะเพราะฉะนั้นในร่างกายเวลาเจาะ
00:09:39 → 00:09:41เลือดขึ้นมาแล้วเนี่ยก็ต้องทราบว่าเลือด
00:09:41 → 00:09:43ที่ได้ออกมาเนี่ยนะฮะหรือเลือดที่มันวน
00:09:43 → 00:09:47เวียนหมุนเวียนไถ่เทนะอยู่ในร่างกายเหล่า
00:09:47 → 00:09:50เนี้ยนะก็เป็นองค์ประกอบระหว่าง Diary
00:09:50 → 00:09:54Food นะฮะนะคือถ้าเป็นเป็นเป็นเป็นส่วน
00:09:54 → 00:09:57ที่มาจากอาหารที่กินเข้าไปนะในแต่ละมื้อ
00:09:57 → 00:10:00นะฮะนะกับอันที่ 2 คือร่างกายสร้างเองนะ
00:10:00 → 00:10:03ฮะซึ่งในปัจจุบันเเรียกว่า adaptive
00:10:03 → 00:10:06glucose sparing Effect นะฮะเนี่ยเ
00:10:06 → 00:10:09เป็นคำนี้นะฮะซึ่งก็จะมีความหมายกว้าง
00:10:09 → 00:10:13ขวางกว่ากว่ากูโค neogenesis นะฮะซึ่งอัน
00:10:13 → 00:10:16นั้นเจะโฟกัสไปที่ตับเป็นหลักนะแต่มันก็
00:10:16 → 00:10:20คือกูโค neogenesis เนี่ยนะเ่อส่วนใหญ่
00:10:20 → 00:10:22มันก็รู้ว่าเออมันเป็นหน้าที่ของตับที่จะ
00:10:22 → 00:10:25ต้องสร้างน้ำตาลอะไรอย่างงี้นะฮะนะแต่คำ
00:10:25 → 00:10:28ว่า adaptive glucose อ่า sparing
00:10:28 → 00:10:31effect เนี่ยนะส่วนใหญ่มีหลายอวัยวะนะฮะ
00:10:31 → 00:10:34นะก็แล้วแต่ช่วงที่ฟีดช่วงที่ฟาอะไรต่างๆ
00:10:34 → 00:10:38นะอย่างไตเนี่ยเวลาเราฟาเนี่ยนะอ่า
00:10:38 → 00:10:40adaptive glucose fing effect ของไต
00:10:40 → 00:10:44เยอะมากนะฮะนะเยอะมากเลยเยอะที่สุดเยอะ
00:10:44 → 00:10:49กว่าตอีกอืนะเคยมีรูปให้ดูแล้วนะฮะงั้น
00:10:49 → 00:10:52น้ำตาลที่อยู่ในร่างกายเนี่ยนะส่วนหนึ่ง
00:10:52 → 00:10:55ก็ต้องมาจาก Diary Food นั้นสิ่งเนี้ย
00:10:55 → 00:10:59กินเข้าไปแล้วเนี่ยนะร่างกายมุ่งหมายจะ
00:10:59 → 00:11:03เอาไปที่ 2 อวัยวะที่บอกนะคือตับกับกล้าม
00:11:03 → 00:11:06เนื้อเท่านั้นแหละนะฮะเพราะฉะนั้นคำว่าเ
00:11:06 → 00:11:10จะกินคาฟได้เท่าไหร่นะฮะนะเนี่ยอันนี้นะ
00:11:10 → 00:11:14เป็นสเต็ปต่อมานะกินคาฟได้เท่าไหร่คนที่
00:11:14 → 00:11:19จะมาคอยกำหนดหรือบงการนะในปฏิในในในใน
00:11:19 → 00:11:22ปริมาณที่เราจะกินน่ะหรือในการเกิด
00:11:22 → 00:11:25ปฏิกิริยาที่จะมีการตอบสนองก็คือฮอร์โมน
00:11:25 → 00:11:29อ่าก็มีฮอร์โมนนะฮะนะนะอันนี้ก็จะก็ต้อง
00:11:29 → 00:11:33มีรายละเอียดเมาเรื่อยๆไปเรื่อยๆนะพวกนี้
00:11:33 → 00:11:36มันต่อเนื่องกันนะฮะในองค์ความรู้ที่ต้อง
00:11:36 → 00:11:42เข้าใจนะฮะทีนี้มีคำถามว่านะแล้วทั้งหมด
00:11:42 → 00:11:45เนี้ยที่กล่าวมาตอนต้นเนี่ยนะหมอยังจะไม่
00:11:45 → 00:11:48ไปต่อนะฮะเอาเอาล็อคไว้ถึงฮอร์โมนก่อนนะ
00:11:48 → 00:11:52ฮะทั้งหมดเนี่ยครับเนี่ยที่เรารู้ตอน
00:11:52 → 00:11:56เนี้ยนะเราคิดว่าเราคิดว่านะเออร่างกาย
00:11:56 → 00:12:01เนี่ยต้องการาฟเอาไปทำอะไรนะฮะเรารู้มว่า
00:12:01 → 00:12:04โดยสรุปแล้วในเบื้องต้นแค่เนี้ยนะฮะนะ
00:12:04 → 00:12:08เดี๋ยวจะกินแล้วเดี๋ยวจะกินแล้วเนี่ยนะ
00:12:08 → 00:12:11แล้วทั้งหมดเหล่าเนี้ยนะคาฟเนี่ยมันมี
00:12:11 → 00:12:13ความจำเป็นที่ร่างกายเขาจะต้องเอาไปทำ
00:12:13 → 00:12:19อะไรฮะเต้องไปทำอะไรนะเออนะอันนี้หมอไม่
00:12:19 → 00:12:23ได้เขียนไว้นะฮะนะแต่เลคเชอไปเลยนะ 2
00:12:23 → 00:12:25เรื่องนะฮะ 2 เรื่อง 2 เรื่องนี้เกิด
00:12:25 → 00:12:30พร้อมๆกันนะฮะในแง่ของการกินาฟนะฮะอันที่
00:12:30 → 00:12:331 ร่างกายเขาอยากจะได้าฟเพื่อเอาไปซ่อม
00:12:33 → 00:12:36แล้วไปสร้างกล้ามเนื้อเอาไปซ่อมกับไป
00:12:36 → 00:12:41สร้างกล้ามเนื้อนะฮะเนี่ยอันที่ 2 นะร่าง
00:12:41 → 00:12:47กายเต้องการาฟเพื่อไปสร้างอินซูลินนะฮะ
00:12:47 → 00:12:51และนะและอ่าความต่อเนื่องอีกอย่างนึงก็
00:12:52 → 00:12:56คือเมื่อสร้างอินซูลินแล้วนะเคต้องการให้
00:12:56 → 00:13:00อินซูลินเนี่ยช่วยให้เกิดขบวนการ
00:13:00 → 00:13:05อก็มีมีวโปจินะฮะแต่จุดมุ่งหมายจริงๆแล้ว
00:13:05 → 00:13:10เนี่ยเต้องการให้อินซูลินนะไปกำกับนะ
00:13:10 → 00:13:13กำกับกระบวนการอะไรต่างๆที่ตับที่จะเอาไข
00:13:13 → 00:13:18มันออกจากตับนะฮะนะเพราะฉะนั้นเอ่อในรูป
00:13:18 → 00:13:21ชาร์จแห่งปีเนี่ยนะฮะเบอร์ 5 เบอร์ 5
00:13:21 → 00:13:25ซึ่งมันเป็น vldl ที่จะออกมานะซึ่ง
00:13:25 → 00:13:29อันเนี้ยตับก็ต้องมีอ่า repacking ไอ้ตัว
00:13:29 → 00:13:34ไตกีสไลตัวใหม่นะแล้วก็สร้างไอ้เรือ vldl
00:13:34 → 00:13:37หรือเป็นอนุภาคนำส่งพลังงานเนี่ยนะแล้วก็
00:13:37 → 00:13:42ออกมาเป็น vldl ต่างๆนะในในในกระแสเลือด
00:13:42 → 00:13:46ที่จะเอาพลังงานต่างๆเนี่ยไปสะสมหรือไป
00:13:46 → 00:13:50แจกจ่ายนะอันเนี้ยนะจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้า
00:13:50 → 00:13:53ถ้าไม่มีอินซูลินมาเป็นฮอร์โมนนะฮะในการ
00:13:53 → 00:13:57ที่จะเกิดกระบวนการนี้นะฮะนะเพราะฉะนั้น
00:13:57 → 00:14:02เนี่ยก่อนที่จะจะถึงอ่าเวลาที่อินซูลินเข
00:14:02 → 00:14:05จะมามาบังคับตับหรือว่าจะมาสั่งการตับ
00:14:05 → 00:14:07เนี่ยว่าให้เกิดกระบวนการนี้ขึ้นมาเนี่ย
00:14:07 → 00:14:11นะฮะเราก็จะต้องมีการกระตุ้นนัแหละแล้ว
00:14:11 → 00:14:14ตัวกระตุ้นอินซูลินก็คือคาร์โบไฮเดรตนะ
00:14:14 → 00:14:16แล้วก็ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการกระตุ้นก็
00:14:16 → 00:14:20คือตาม physiologic insulin อ่าอะไรอ่ะ
00:14:20 → 00:14:24sensitivity นะฮะก็คือช่วงมื้อเย็นครับ
00:14:24 → 00:14:27ผมเพราะฉะนั้นอันเนี้ยนะต้องรู้เรื่องนิด
00:14:27 → 00:14:33นึงนะฮะว่าว่าเออนะคาฟก็ดูจะดีเนาะเออ
00:14:33 → 00:14:37แล้วคาฟก็เป็นที่มาของอินซูลินนะฮะเนี่ย
00:14:37 → 00:14:40แล้วก็เนี่ยทั้งคาฟทั้งอินซูลินอะไรต่างๆ
00:14:40 → 00:14:44เนี่ยนะหลักๆแล้วร่างกายก็ต้องการ 2
00:14:44 → 00:14:48เรื่องนะฮะก็คือนะคาฟไปช่วยในการซ่อมและ
00:14:48 → 00:14:51สร้างกล้ามเนื้อซึ่งเวลากล้ามเนื้อซ่อม
00:14:51 → 00:14:55แซมเนี่ยนะเขาคก็จะต้องมีมีฮอร์โมนมาเป็น
00:14:55 → 00:14:59ตัวกำกับนะฮะฮอร์โมนกำกับก็คือ IG F1 ก็
00:14:59 → 00:15:02อีกนั่นแหละไ gf1 เนี่ยจะเกิดขึ้นได้
00:15:02 → 00:15:05เนี่ยก็ต้องมีอินซูลินตัวพ่อนะฮะนะก็คือ
00:15:05 → 00:15:09อินซูลินตัวพ่อเนี่ยนะไปเปลี่ยนโดฮอร์โมน
00:15:09 → 00:15:14ที่ตัดนะให้เปลี่ยนเป็น IG F1 และ IG F1
00:15:14 → 00:15:17ถึงจะต้องทำงานต่อไปอีกครั้งหนึงนะฮะ
00:15:17 → 00:15:19เพราะฉะนั้นมันต้องมีความเชื่อมต่อของ
00:15:19 → 00:15:23อินซูลินนะอินซูลินจะจะเกิดขึ้นได้จะมา
00:15:23 → 00:15:28ได้นะก็ต้องมาจากการกระตุ้นโดยคาฟนะฮะโดย
00:15:28 → 00:15:31คาร์โบไฮเดรตนะนะเพราะฉะนั้นสิ่งเหล่า
00:15:31 → 00:15:36เนี้ยนะก็คือข้อสรุปว่าแล้วาฟเนี่ยเกิด
00:15:36 → 00:15:38ประโยชน์อะไรขึ้นกับร่างกายแล้วทำไมร่าง
00:15:38 → 00:15:42กายยังต้องการาฟนะฮะนะสร้างกล้ามเนื้อ
00:15:42 → 00:15:45ซ่อมด้วยสร้างด้วยนะฮะนะแล้วก็พยายามเอา
00:15:45 → 00:15:48แฟตออกจากตับนะฮะเหตุผลอีกเหตุผลนึงที่
00:15:49 → 00:15:51ที่จะต้องมีการเอาแฟตออกจากตับเนี่ยเพื่อ
00:15:52 → 00:15:55จะเคลียร์เค้าเรียกว่าเคลียร์สอกนะฮะให้
00:15:55 → 00:15:59ตับเนี่ยมีพื้นที่ที่ว่างนะพะพอเกิดความ
00:15:59 → 00:16:02ว่างขึ้นไปแล้วเนี่ยนะฮะนะจะเห็นว่าข้อ
00:16:02 → 00:16:05เนี้ยนะพื้นที่ว่างของตับและกล้ามเนื้อนะ
00:16:05 → 00:16:08ฮะนะอันนี้ไงเพราะฉะนั้นทั้งตับทั้งกล้าม
00:16:08 → 00:16:10เนื้อเนี่ยต้องมีการเคลียร์เคลียร์พลัง
00:16:10 → 00:16:14งานที่สะสมอยู่นะฮะถ้าเกิดตับมี fy วอร
00:16:14 → 00:16:17หรือว่ามีไขมวงไขมันอยู่นะฮะเนี่ยก็ต้อง
00:16:18 → 00:16:20เคลียร์ออกนะอ่าหรือกล้ามนมกล้ามเนื้อ
00:16:20 → 00:16:23อะไรต่างๆเห่าเนี้ยมีอยู่เงี้ยนะก็ต้องมี
00:16:23 → 00:16:26วิธีการเคลียร์ออกนะแต่เวลาตับที่จะ
00:16:26 → 00:16:30เคลียร์ไอ้ตัวไขมันให้เกิดเกิดความว่างนะ
00:16:30 → 00:16:32เพราะว่าเมื่อว่างแล้วเนี่ยนะคาฟเหล่า
00:16:32 → 00:16:35นั้นก็จะไปเปลี่ยนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของ
00:16:35 → 00:16:40ตัเลยคือน้ำตาลไกลโคเจนนะนะเพราะฉะนั้น
00:16:40 → 00:16:43เรื่องของเรื่องในแต่ละวันแต่ละวันในใน
00:16:43 → 00:16:46แต่ละมื้อที่ผ่านไปเนี่ยร่างกายและตั
00:16:46 → 00:16:50เนี่ยก็ต้องมีกระบวนการนี้เกิดขึ้นนะฮะนะ
00:16:50 → 00:16:54อ่าเพราะฉะนั้นตอนนี้เรารู้แล้วนะว่าต้อง
00:16:54 → 00:16:57มี 2 2 เรื่องนี้นะทนี้เวลาจะกินคาฟเท่า
00:16:57 → 00:17:01ไหร่เนี่ยมีข้อพิจารณาอะไรบ้างนะก็นะมี
00:17:01 → 00:17:06ประมาณเนี่ยนี้นะฮะ 1 2 3 3 ก็จะมี 3.1
00:17:06 → 00:17:093.2 นะฮะแล้วทั้งหมดเนี้ยนะมันจะเกี่ยว
00:17:09 → 00:17:10ข้องกับ
00:17:10 → 00:17:13ฮอร์โมนข้อแรกเลยก็คือประเภทชนิดของคาฟนะ
00:17:13 → 00:17:18ฮะนะเราก็มี cf ต่างๆนะฮะ Good cf เ cf
00:17:18 → 00:17:22Bad cf อะไรอย่างงี้นะฮะเนี่ยเออนะอัน
00:17:22 → 00:17:25นี้เราก็ต้องมีความเข้าใจเพราะว่าคฟเมี
00:17:26 → 00:17:29รายละเอียดเมีกลุ่มต่างๆซึ่งเราก็พอรู้
00:17:29 → 00:17:34อ่ะผักใบผักหัวแป้งเชิงซ้อนผลไม้นะเหล่า
00:17:34 → 00:17:36นี้มีความแตกต่างกันแล้วก็เป็นไส้ในของ
00:17:36 → 00:17:41อาหารนะฮะซึ่งก็ไม่ค่อยมีคนพูดก็แปลกใจ
00:17:41 → 00:17:44อยู่นะฮะคือจะไปยึดโยงตามเรื่องหนังสือ
00:17:44 → 00:17:47สุขศึกษาโ่ไม่ใช่แล้วอันนั้นมันเป็นอะไร
00:17:47 → 00:17:50ก็ไม่รู้อ่ะมันมันใช้ไม่ได้นะฮะนะกับเหตุ
00:17:50 → 00:17:54การณ์ในยุคพ.ศนี้นะฮะเออนะอาจจะต้องพูด
00:17:55 → 00:17:58เป็นศตวรรษไปเลยนะเอ่อเราก็ต้องเปลี่ยน
00:17:58 → 00:18:01น่ะเปลี่ยนแนวนะที่จะรับรู้ข้อมูลแล้วก็
00:18:01 → 00:18:05เอ่อเข้าใจนะฮะนะาฟก็มีรายละเอียดของเขา
00:18:05 → 00:18:08เนาะเพราะงั้นประเภทชนิดอะไรต่างๆอันนี้
00:18:08 → 00:18:11ต้องรู้นะฮะเนี่ยซึ่งจะต้องมีการเลือกกิน
00:18:11 → 00:18:14ให้ถูกให้เหมาะนะโดยเฉพาะการเน้นที่
00:18:14 → 00:18:17เรื่องปริมาณปริมาณสิ่งเหล่านี้ในที่สุด
00:18:17 → 00:18:22จะไปอยู่ที่เรื่องปริมาณที่จะกินนะไม่ใช่
00:18:22 → 00:18:25กินอย่างคือคือถ้าไม่มีรู้เรื่องอะไร
00:18:25 → 00:18:29เงี้ยมันก็เรียกว่ากินมั่วนะกินมั่วมั่ว
00:18:29 → 00:18:31ไม่ได้ครับมั่วไม่ได้เพราะว่านี่เดี๋ยว
00:18:31 → 00:18:35ตัวนี้เนี่ยฮอร์โมนนี่เไม่มั่วด้วยนะนะก็
00:18:35 → 00:18:37คือตัวพ่อตัวแม่อินซูลินคอร์ติซอลนี่แหละ
00:18:37 → 00:18:41เจ้องอยู่โดยเฉพาะอินซูลินนะฮะอ่ะต่อมา
00:18:41 → 00:18:44พื้นที่ว่างของตับกล้ามเนื้อนะฮะนะเอ่อ
00:18:45 → 00:18:47อันนี้เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องมี
00:18:47 → 00:18:50กิจกรรมมี activity อะไรต่างๆนะฮะที่จะ
00:18:50 → 00:18:54ต้องทำให้เกิดความว่างลงของตับกับกล้าม
00:18:54 → 00:18:59เนื้อนะฮะนะตับเนี่ยอ่าการว่างของตับพื้น
00:19:00 → 00:19:03ที่ว่างของตับก็คือการใช้ไกลโคเจนนะเพราะ
00:19:03 → 00:19:06ฉะนั้นไกลโคเจนในตับของแต่ละบุคคลมันก็มี
00:19:06 → 00:19:09ข้อจำกัดนะฮะนะซึ่งมันก็จะหมดไปเร็วนะ
00:19:09 → 00:19:13หลังจากนั้นถ้าตับเนี่ยมันมีการสะสมของ
00:19:13 → 00:19:16ตัวไขมันด้วยนะโดยเฉพาะไตกีสรายกลายเป็น
00:19:16 → 00:19:19ไขมันพอกตับอันเนี้ยก็จะต้องมีวิธีการ
00:19:19 → 00:19:23นั่นแหละนะฮะที่จะเกิดการเค้าเรียกอ่าการ
00:19:23 → 00:19:27ลดปริมาณการสะสมไขมันไตกีสไลดแล้วก็ทำให้
00:19:27 → 00:19:31ดับเนี่ยมันเกิดที่ว่างนะฮะอ่าเพราะว่า
00:19:31 → 00:19:34หลักๆแล้วก็คือก็คือการสะสมไกลโคเจนนะฮะ
00:19:35 → 00:19:38ไกลโคเจนซึ่งเป็นหน้าที่อันดับแรกของตับ
00:19:38 → 00:19:43นะที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นนะเอนะเพราะ
00:19:43 → 00:19:46ฉะนั้นก็เราก็มีหลายวิธีอ่ะนะนะทั้งการ
00:19:46 → 00:19:52อะไรฟาทั้งการกินอ่าทั้งการอ่าทำไอะไร
00:19:52 → 00:19:55ต่างๆรวมทั้งออกแรงออกกำลังนะฮะแรกๆเลย
00:19:55 → 00:19:59เนี่ยนะไกลโคเจนก็ถูกเผาที่ตับก่อนนะแต่
00:19:59 → 00:20:03มันก็หมดเร็วนะฮะต่อไปก็คือถ้าอ่าเรา
00:20:03 → 00:20:07สามารถใช้สต๊อกนะเอ่อของกล้ามเนื้อนะต่าง
00:20:07 → 00:20:10ๆเ่าเนี้ยนะฮะคือกล้ามเนื้อเนี่ยเขาสะสม
00:20:10 → 00:20:15ไกลโคเจนแต่เขาไม่เหมือนตับนะฮะเขาเกก่อน
00:20:15 → 00:20:18รัดฟัดเบี่ยงไว้นะเไม่ยอมที่จะอ่าให้ใคร
00:20:18 → 00:20:22มาสลายไกลโคเจนจากกล้ามเนื้อเาได้ง่ายๆนะ
00:20:22 → 00:20:24นะเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่กล้ามเนื้อเนี่ย
00:20:24 → 00:20:27เวลาเรามี activity ต่างๆต่างๆนะกล้าม
00:20:27 → 00:20:30เนื้อเจะพยายามใช้เเรียกว่า inra Mascara
00:20:30 → 00:20:34อ่า Fat deposit นะฮะนะก็คือการใช้ไขมัน
00:20:34 → 00:20:38สะสมนะฮะนะแต่ถ้าเกิดเป็นคนผอมๆแล้วก็ Fat
00:20:38 → 00:20:41deposit ไม่ได้เยอะอะไรอย่างเงี้ยนะฮะใน
00:20:41 → 00:20:45ที่สุดนะหรือมันมีเหตุการณ์น่ะนะอ่ามีมี
00:20:45 → 00:20:47บางสิ่งบางอย่างในรูปแบบของการออกแรงออก
00:20:47 → 00:20:51กำลังเ่ะนะที่กล้ามเนื้อเนี่ยจะต้องเช่น
00:20:51 → 00:20:54การฮิตไงที่จะต้องใช้พวกพลังงานเยอะๆนะ
00:20:54 → 00:20:56เพราะฉะนั้นไกลโคเจนในกล้ามเนื้อก็ถูกถูก
00:20:56 → 00:21:00เอามาใช้นะในวิถีการการในวิถีทางแบบนี้
00:21:00 → 00:21:03ด้วยนะฮะเนี่ยอันนี้ก็คือวิธีการเนี่ยที่
00:21:03 → 00:21:06จะทำให้เกิดการมีพื้นที่ว่างนะของทั้งตับ
00:21:06 → 00:21:10ทั้งกล้ามเนื้อนะจุดประสงค์เลยเนี่ยจุด
00:21:10 → 00:21:12ประสงค์เลยก็คือการทำงานของฮอร์โมนต่างๆ
00:21:12 → 00:21:15โดยเฉพาะอินซูลินนะฮะเขาก็จะต้องทำหน้า
00:21:15 → 00:21:18ที่ให้ทั้งตับทั้งกล้ามเนื้อเนี่ยมี
00:21:18 → 00:21:21ไกลโคเจนสะสมอยู่ก่อนนะอันเนี้ยสำคัญที่
00:21:21 → 00:21:24สุดนะะนะแต่ส่วนใหญ่เนี่ยความหมายก็คือ
00:21:24 → 00:21:29อินซูลินเนี่ยนะจะต้องให้ตับนะมีไกจนนะ
00:21:29 → 00:21:32เอ่อสะสมไว้อย่างเรียบร้อยก่อนแล้วนะโดย
00:21:32 → 00:21:36เฉพาะในมื้อเย็นนะก็แล้วแต่ว่าใครอ่ะนะจะ
00:21:36 → 00:21:40สะสมได้ขนาดไหนนะขึ้นอยู่กับเรื่องของรูป
00:21:40 → 00:21:44ร่างะคนตัวใหญ่ๆเนี่ยอาจจะมีเรื่องของ
00:21:44 → 00:21:48พื้นที่ว่างสะสมตัวไคเจนได้ถึง 100 กรัม
00:21:48 → 00:21:52นะฮะนะแต่ตัวตัวเล็กๆผอมๆก็ 50 60 อะไร
00:21:52 → 00:21:56ประมาณนี้นะอันนี้ก็แล้วแต่มันแี่กันไปนะ
00:21:56 → 00:21:58ตามขนาดรูปร่างนะฮะส่วนกล้ามนี้ก็เช่น
00:21:58 → 00:22:02เดียวกันนะฮะสายเนื้อนะกับสายแป้งอะไร
00:22:02 → 00:22:05ต่างๆเห่าเนะหรือรูปแบบของมวลกล้ามเนื้อ
00:22:05 → 00:22:09ของแต่ละบุคคลเนี่ยมันก็ไม่เท่ากันนะ
00:22:09 → 00:22:12เพราะฉะนั้นนะยุ้งฉางหรือพื้นที่ที่จะมา
00:22:12 → 00:22:16เก็บไกลโคเจนอะไรต่างๆนะมันก็แตกต่างกัน
00:22:16 → 00:22:20นะอันนี้เนี่ยก็เป็นเรื่องของการอ่าทำงาน
00:22:20 → 00:22:25ของฮอร์โมนนะฮะนะต่อตับต่อกล้ามเนะต่อไป
00:22:25 → 00:22:28ความสัมพันธ์ของคาร์โบไฮเดรตกับฮอร์โมน
00:22:28 → 00:22:31ต่างต่างๆนะซึ่งอันเนี้ยก็เป็นรายละเอียด
00:22:31 → 00:22:34นะฮะนะนะที่เราต้องรู้นะมี Car Dependent
00:22:34 → 00:22:39ฮอร์โมนใช่มยฮะนะนะก็มี 3 ตัวนะมี
00:22:39 → 00:22:43ไทรรอยด์มีเลปตินมีโปรเจสเตอโรนนะฮะจาก
00:22:43 → 00:22:46นั้นก็มีคาร์โบไฮเดรต relatively Hormone
00:22:46 → 00:22:49นะนะอันนี้ก็คือตัวพ่ออินซูลินเป็นตัว
00:22:49 → 00:22:50หลักเลย
00:22:50 → 00:22:54นะก็คือตัวคาร์โบไฮเดรตต่างๆเหล่าเนี้ยนะ
00:22:54 → 00:22:58ฮะนะอย่างออๆอันแรกก่อนนะฮะเป็นค ent
00:22:58 → 00:23:02ฮอร์โมนเนี่ยนะตัวสำคัญที่สุดเลยนะนะอัน
00:23:02 → 00:23:04นี้ก็เป็นประโยชน์ในแง่เป็นโครงสร้างนะฮะ
00:23:05 → 00:23:08โครงสร้างนะก็ไทรรอยด์ไทรรอยด์เป็น
00:23:08 → 00:23:11ฮอร์โมนที่มาจากโปรตีนนะฮะแต่โครงสร้าง
00:23:11 → 00:23:14ไทรรอยด์บางส่วนจะต้องมีองค์ประกอบที่มัน
00:23:14 → 00:23:17เป็นคาร์โบไฮเดรตนะแล้วคาร์โบไฮเดรตที่
00:23:17 → 00:23:19เป็นองค์ประกอบของโครงสร้างไทรอยด์เนี่ย
00:23:19 → 00:23:22นะก็คือแป้งเชิงซ้อนนะต้องเป็นลักษณะแป้ง
00:23:22 → 00:23:25เชิงซ้อนเท่านั้นนะอ่านะเพราะฉะนั้น
00:23:26 → 00:23:30ไทรรอยด์ก็เลยสำคัญมากเลยนะนะที่จะต้องมี
00:23:30 → 00:23:33อ่าวัตถุดิบที่สำคัญที่สุดเนี่ยนะก็คือ
00:23:33 → 00:23:35แป้งเชิงซ้อนนะเพราะฉะนั้นคาฟจำเป็นต่อ
00:23:35 → 00:23:39ไทรรอยด์ในแง่โครงสร้างนะะก็คือกลุ่มแป้ง
00:23:39 → 00:23:44เชิงซ้อนนะฮะอันนี้อันต่อมาเลปตินเลปติน
00:23:44 → 00:23:47ก็เป็นโปรตีนนะเป็นเป็นฮอร์โมนประเภท
00:23:47 → 00:23:51โปรตีนนะฮะนะแต่เลปตินก็ทำหน้าที่ในการ
00:23:51 → 00:23:55เผาผลาญไขมันนะฮะพอผ่านไขมันนะแต่หน้าที่
00:23:55 → 00:23:59อันดับแรกเลยที่ต้องผ่านก่อนก็คือนะคือไป
00:23:59 → 00:24:03เไปบอกสมองเว่าให้เกิดความอิบความพอหรือ
00:24:03 → 00:24:07การหยุดกินนะฮะนะหลังจากนั้นเต้องทำหน้า
00:24:07 → 00:24:10ที่อันดับต่อไปก็คือการเผาผลาญไขมันแต่จะ
00:24:10 → 00:24:12ทำได้หรือไม่ได้อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับ
00:24:12 → 00:24:16เงื่อนไขนะฮะซึ่งคราวที่แล้วเราก็เคยบอก
00:24:16 → 00:24:19ไปแล้วนะฮะว่าต้องมีความพอดีของ
00:24:19 → 00:24:23คาร์โบไฮเดรตที่จะไม่ก่อให้เกิดการสะสมนะ
00:24:23 → 00:24:25ซึ่งจะไปกระตุ้นหรือไป activate อินซูลิน
00:24:25 → 00:24:27มาเพราะเมื่อไหร่อินซูลินยังออกมาเพื่อจะ
00:24:27 → 00:24:31สะสมพลังงานนะเลปตินก็จะถูกบล็อกนะฮะทำ
00:24:31 → 00:24:36งานต่อไม่ได้นะฮะพวกนี้ก็คืออินซูลินใหญ่
00:24:36 → 00:24:38ที่สุดนั่นแหละนะฮะส่วนในแง่ของไทรรอยด์
00:24:38 → 00:24:41เนี่ยนะฮะนะเ่อก็เช่นเดียวกันนะฮะนะโครง
00:24:41 → 00:24:44สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ต่างๆที่อยู่บริเวณ
00:24:44 → 00:24:46ต่อมไทรอยด์ที่จะเป็น t4 ซึ่งมันเป็น
00:24:46 → 00:24:49inactive form เนี่ยนะฮะเราก็ต้องมี
00:24:49 → 00:24:53อินซูลินเนี่ยเป็นตัวพาเอาสารอาหารต่างๆ
00:24:53 → 00:24:56นะเข้าไปสร้างเข้าไปสร้างนะฮะนะอันนี้
00:24:56 → 00:24:58อินซูลินมีความสำคัญ
00:24:59 → 00:25:02นะในแง่ของไทรอยด์อินซูลินสำคัญในแง่ที่
00:25:02 → 00:25:05อ่าจะส่งเสริมนะฮะการสร้างฮอร์โมน
00:25:05 → 00:25:09ไทรรอยด์แต่ว่ามันก็เกิดเป็นพวกอ่า
00:25:09 → 00:25:11inactive form หลังจากนั้นเนี่ยฮอร์โมน
00:25:11 → 00:25:14ไทรรอยด์ก็ต้องพึ่งพาสิ่งต่างๆโดยเฉพาะ
00:25:14 → 00:25:16พวกอวัยวะที่จะมาเปลี่ยนโครงสร้างให้เป็น
00:25:16 → 00:25:20Active form นะส่วนเลปตินเนี่ยนะเลปติน
00:25:20 → 00:25:26นี่มันก็จะมาหลังจากที่อินซูลินนะฮะนะเเ
00:25:26 → 00:25:28ทำงานเรียบร้อยแล้วผ่านไป 2 ชั่วโมงมง
00:25:28 → 00:25:31เนี่ยอินซูลินเริ่มเเรียกา regulate หือ
00:25:31 → 00:25:35เริ่มลดปริมาณลงไปแล้วนะเนี่ยอ่าเรตินก็
00:25:35 → 00:25:38จะเริ่มมาทำงานต่อนะฮะแต่เป็นการทำงานโดย
00:25:38 → 00:25:42การเผาผลาญพลังงานนะคือตอนแรกๆเนี่ยนะ
00:25:42 → 00:25:46หลังจากกินจบมื้อเนี่ยนะเลปตินก็ถูกสั่ง
00:25:46 → 00:25:50ออกมาจากเซลล์เเยื่อไขมันแล้วก็ไปที่สมอง
00:25:50 → 00:25:54เพื่อบอกให้อิ่มนะฮะอิ่มนะฮะหลังจากนั้น
00:25:54 → 00:25:59ก็ต้องรอไทเอ่ออินซูลินลงไปก่อนนะฮะนะ
00:25:59 → 00:26:02เค้าก็เลยจะต้องมาทำงานต่อนะแต่ตรงนี้
00:26:02 → 00:26:06เนี่ยมันก็จะมีทริกอันนึงอ่ะว่าอ่าว่านะ
00:26:06 → 00:26:09ว่าเรื่องของคาร์โบไฮเดรตเรื่องของการ
00:26:09 → 00:26:11กระตุ้นอินซูลินเนี่ยมันจะต้องกระตุ้นไม่
00:26:11 → 00:26:14เยอะนะแล้วไม่เป็นชนิดของอินซูลินที่ก้าว
00:26:14 → 00:26:18ร้าวนะฮะเนี่ยนะเลปตินถึงจะทำงานต่อได้
00:26:18 → 00:26:21แล้วเลปตินนี่ทำงานทั้งวันทั้งคืนนะฮะ
00:26:21 → 00:26:23ทั้งวันทั้งคืนก็คือเป็นฮอร์โมนที่เา้าทำ
00:26:23 → 00:26:26งานหลังมื้ออาหารหลังมื้ออาหารนะเพราะ
00:26:26 → 00:26:29ฉะนั้นมื้อแรกเนี่ยถ้ากินถูกต้องร่างกาย
00:26:29 → 00:26:32อิ่มอ่าหลังจากนั้นไม่มีตัวกวนไม่มี
00:26:32 → 00:26:36อินซูลินอ่ามามาเป็นแบบอินซูลินก้าวรุ้ง
00:26:36 → 00:26:40ก้าวร้าวหรืออินซูลินแบบชนิดที่เยอะๆอ่ะ
00:26:40 → 00:26:43นะฮะนะเป็น10ิๆหลายสิบอะไรอย่างเงี้ยนะิน
00:26:43 → 00:26:47ก็จะทำงานต่อในการเผาผลาพลังงานนะซึ่งเรา
00:26:47 → 00:26:52ก็จะเข้าคีโตซิสอะไรต่างๆพวกนี้แหละนะ
00:26:52 → 00:26:56ฮะอันต่อมาก็คือโปรเจสเตอโรนโปรเจสเตอโรน
00:26:56 → 00:26:59เนี่ยเป็นแฟตฮอร์โมนนะฮะแต่เป็นแฟต
00:26:59 → 00:27:02ฮอร์โมนที่ที่เป็นไขมันอิ่มตัวและจะต้อง
00:27:02 → 00:27:06มีคอเลสเตอรอลมาเป็นส่วนในโครงสร้างด้วย
00:27:06 → 00:27:07นะ
00:27:07 → 00:27:10ฮะคือพวกนี้นะแต่โปรเจสเตอโรนเนี่ยมันก็
00:27:10 → 00:27:13เป็นเฉพาะของผู้หญิงนะฮะนะแล้วเก็ทำงาน
00:27:13 → 00:27:17เฉพาะในเวลาของรอบเดือนที่เขามานะฮะเนี่ย
00:27:17 → 00:27:21อย่างความต้องการคาฟใน 3 ฮอร์โมนเนี่ยมัน
00:27:21 → 00:27:24ต่างกันยังไงนะต่างกันยังไงคือไทรรอยด์
00:27:24 → 00:27:27เนี่ยมันต้องแป้งเชิงซ้อนใช่มล่ะเลปติน
00:27:27 → 00:27:30เนี่ยต้องต้องต้องเป็นคาฟประเภทไหนฮะรู้
00:27:30 → 00:27:35มั้ยเลปตินเนี่ยเต้องการคาฟประเภทไหนเออ
00:27:35 → 00:27:38นะที่จะมาเป็นโครงสร้างของ
00:27:38 → 00:27:40เ้า
00:27:40 → 00:27:43เออครับ
00:27:43 → 00:27:48พวกโปรตีนจากพกครับไม่ใช่เลปตินเนี่ยเ
00:27:48 → 00:27:53ต้องการาฟที่เป็นอ่อไฟติเป็นสารภิกษาเคมี
00:27:53 → 00:27:57นะฮะเอ่อเไม่ต้องการแป้งนะไม่ต้องการแป้ง
00:27:57 → 00:27:59เไม่ต้องการวิตามินแร่ธาตุอะไรมากมายนะ
00:27:59 → 00:28:03แต่เต้องการไฟโตนิวตรอนึกษาเคมีอ่ามาเป็น
00:28:03 → 00:28:06ส่วนของโครงสร้างเค้าแล้วเจะได้ทำงานเก่ง
00:28:06 → 00:28:10ๆนะฮะอ่าส่วนไทรรอยด์เนี่ยเต้องการค้าฟ
00:28:10 → 00:28:14ประเภทแป้งเชิงซ้อนนะฮะซึ่งจะทำให้โครง
00:28:14 → 00:28:17สร้างไทรรอยด์เป็น Active form ที่
00:28:17 → 00:28:20สามารถทำงานได้แบบขยันยันไทรรอยด์เราใช้
00:28:20 → 00:28:24คำว่าขยันเลปตินเราใช้คำว่าเก่งอต่อไป
00:28:24 → 00:28:28โปรเจสเตอโรนนะโปรเจสเตอโรนเนี่ยเป็นเป็น
00:28:28 → 00:28:32ค Dependent ฮอร์โมนที่เขาต้องการอ่าส่วน
00:28:32 → 00:28:36ใหญ่เต้องการวิตามินแร่ธาตุนะอ่าแล้วก็
00:28:36 → 00:28:39วิตามินแร่ธาตุเอนไซม์นะอันเนี้ยสำคัญที่
00:28:39 → 00:28:44สุดที่โปรเจสเตอโรนเาต้องการจะคาฟนะนะ
00:28:44 → 00:28:47เพราะฉะนั้นเนี่ยจะเห็นว่าผู้หญิงเ่ะเวลา
00:28:47 → 00:28:52ใกล้ที่จะตกไข่นะโปรเจสเตอโรนจะออกมานะ
00:28:52 → 00:28:55ซึ่งซึ่งการสร้างโปรเจสเตอโรนเนี่ยจะทำ
00:28:55 → 00:28:58ให้ผู้หญิงอยากที่จะกินขนมของหวานหรือ
00:28:58 → 00:29:03อยากจะกินผลไม้นะฮะเพราะว่าส่วนของคาฟนะ
00:29:04 → 00:29:08เอ่อที่โครงสร้างของโปรเจสเตอโรนเต้องการ
00:29:08 → 00:29:12เนี่ยนะก็คือพวกวิตามินแร่ธาตุอ่าที่อยู่
00:29:12 → 00:29:15ในพืชผักผลไม้นะฮะไม่ได้อยู่ในสัตว์นะ
00:29:15 → 00:29:18เพราะฉะนั้นไม่แปลกใช่มั้ยที่ผู้หญิงเ่ะ
00:29:18 → 00:29:20จะชอบกินผลมุ้งผลไม้กินกระจุ๊กกระจิ๊ก
00:29:20 → 00:29:23อย่าเงี้เออนะโดย
00:29:23 → 00:29:28เฉพาะเวลาผู้หญิงรอบเดือนมาจะอยากกินพวก
00:29:28 → 00:29:32พกผลม้งผลไม้ของหวานอะไรมากมายนั่นก่อน
00:29:32 → 00:29:35ที่จะเ่ารอบจะมาเนี่ยเขาจะสร้าง
00:29:35 → 00:29:38โปรเจสเตอโรนนะเเขาก็เลยต้องมีมีสิ่ง
00:29:38 → 00:29:40เหล่าเนี้ยมาเป็นโครงสร้างของ
00:29:40 → 00:29:43โปรเจสเตอโรนเพราะหลักๆโปรเจสเตอโรนเเป็น
00:29:43 → 00:29:46แฟตฮอร์โมนกับคอเลสเตอรอลนะฮะ Fat เที่
00:29:46 → 00:29:49นี้เป็นอ่าเป็น saturated Fat เป็นไข่
00:29:49 → 00:29:56ไม้อืมตัวนะนะครับผมเออทีนี้เอ่อสำคัญที่
00:29:56 → 00:29:59สุดนะอันต่อมาเนี่ยก็คืออินซูลินกับ
00:29:59 → 00:30:04คอร์ติซอลนะฮะอันนี้บทบาทของคาฟเนี่ยนะ
00:30:04 → 00:30:09ก็ก็คืออินซูลินเนี่ยนะเค้าก็เป็นอ่า
00:30:09 → 00:30:13ฮอร์โมนที่ว่าอ่าเขาคจะต้องออกมาจัดการ
00:30:13 → 00:30:17กับอาหารนะถ้าเกิดเมื่อไหร่อาหารนั้นๆ
00:30:17 → 00:30:20อาหารจานนั้นๆหรืออาหารมื้อนั้นๆเนี่ยนะ
00:30:20 → 00:30:24ฮะมีความเป็นพลังงานเยอะนะฮะนะมีความเป็น
00:30:24 → 00:30:27พลังงานเยอะเนี่ยตัวที่จะต้องมาจัดการ
00:30:27 → 00:30:31เรื่องของของพลังงานที่มากนะที่มากนะฮะนะ
00:30:31 → 00:30:35ก็คืออินซูลินนะโดยพลังงานที่มากเนี่ยจะ
00:30:35 → 00:30:38มาจากคาฟหรือจะมาจากทั้งคาร์โบไฮเดรต
00:30:38 → 00:30:42โปรตีนไขมันหรือจะมาจากอ่าสารอาหารหลัก
00:30:42 → 00:30:45ตัวไหนก็ตามนะฮะที่เราเรียกว่า Energy
00:30:45 → 00:30:49imbalance นะอันเนี้ยอินซูลินก็จะมาก็
00:30:49 → 00:30:52คือมันเป็นภาวะ Energy imbalance ของ
00:30:52 → 00:30:55คาร์โบไฮเดรตโปรตีนไขมันที่ที่มักจะเกิน
00:30:56 → 00:31:00นะะนะมันผิดแล้วมันเกินนะหมายถึงอัตรา
00:31:00 → 00:31:03ส่วนหมายถึงปริมาณที่กินเนี่ยไม่ถูกต้อง
00:31:03 → 00:31:08นะไม่ถูกต้องอ่าแล้วก็มากเกินแคลอรี่วอร์
00:31:08 → 00:31:12แคลอรี่แคลอรี่มันเกินนะนะเพราะงั้นเนี่ย
00:31:12 → 00:31:16เป็นการกระตุ้นอินซูลินนะฮะแต่ถ้าเฉพาะนะ
00:31:16 → 00:31:18เฉพาะที่เราเรียกว่า Random Cycle เมัน
00:31:18 → 00:31:22ก็คือคาฟกับไขมันนะอันนี้เนี่ยก็คือในแง่
00:31:22 → 00:31:26ของพลังงานเนี่ยมันก็ถือว่าอาจจะไม่ถูกนะ
00:31:26 → 00:31:28แล้วก็อาจจะเกินไปด้วยถ้าสัดส่วนไม่เหมาะ
00:31:28 → 00:31:32สมนะฮะนะนะอินซูลินก็ต้องออกมาจัดการเช่น
00:31:32 → 00:31:36เดียวกันนะส่วนในแง่ของคอร์ติซอลนะฮะนะ
00:31:36 → 00:31:41คอร์ติซอลเนี่ยก็ส่วนใหญ่มันจะออกมาใน
00:31:41 → 00:31:46ความหมายที่มักจะขาดนะนะก็คือ 1 พลังงาน
00:31:46 → 00:31:51มันขาด 2 มันกินพลังงานผิดนะกินพลังงาน
00:31:51 → 00:31:55ผิดนะเนี่ยนะบางทีก็จะไปแหย่ไอ้ตัว
00:31:55 → 00:31:58คอร์ติซอลออกมาด้วยนะฮะนะเพราะฉะนั้นทั้ง
00:31:58 → 00:32:01อินซูลินคอร์ติซอลเนี่ยส่วนใหญ่บทบาทใน
00:32:01 → 00:32:03แง่ของพลังงานและในแง่ของความเป็น
00:32:03 → 00:32:07คาร์โบไฮเดรตนะฮะนะอ่าอินซูลินเขาจะเอา
00:32:07 → 00:32:11เรื่องมากกว่านะฮะส่วนคอร์ติซอลหมายถึง
00:32:11 → 00:32:15ว่าไม่ได้กินกินน้อยนะฮะหรืออ่าหรือเป็น
00:32:15 → 00:32:18การกินรูปแบบของไดเอตที่ที่มีความต่อ
00:32:18 → 00:32:22เนื่องยาวนานโดยไม่เข้าใจนะโดยไม่เข้าใจ
00:32:22 → 00:32:24เช่นมีการตัดค้งตัดคาฟทำให้สัดส่วนของ
00:32:25 → 00:32:28คาร์โบไฮเดรตโปรตีนไขมันมันไม่ถูกต้องนะ
00:32:28 → 00:32:32นะเนี่ยเรียกว่ากินผิดนะแล้วมันไม่
00:32:32 → 00:32:35Balance เไม่เกิดภาวะ Energy Balance
00:32:35 → 00:32:41นะฮะอ่าเนี่ยอันนี้ก็จะมีผลจะมีผลนะนะ
00:32:41 → 00:32:45อันเนี้ยตรงนี้มีใครสงสัยอะไรมยนะฮะใน
00:32:45 → 00:32:47ทั้งหมดเนี้ยเป็นเรื่องของปริมาณก่อนนะฮะ
00:32:47 → 00:32:51เนี่ยเพราะฉะนั้นในแง่ของาฟและปริมาณของ
00:32:51 → 00:32:55าฟนะต้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้ให้ได้นะฮะนะ
00:32:55 → 00:32:58ต้องเข้าใจให้ให้ได้นะแล้วแล้วในที่สุด
00:32:58 → 00:33:03แล้วในแง่ของปริมานาฟจะไปที่ไหนก็คือจะไป
00:33:03 → 00:33:08ที่อ่าไปที่กล้ามเนื้อนะฮไปที่กล้ามเนื้อ
00:33:08 → 00:33:13นะนั่นแหละไปซ่อมไปสร้างนะและไปที่เอ่อทำ
00:33:13 → 00:33:18ให้ตับมีการสลายหรือว่ามีการเอาเอาแฟต
00:33:18 → 00:33:23เนี่ยออกจากตับนะนะเพื่ออะไรเพื่อที่จะ
00:33:23 → 00:33:26ให้เกิดพื้นที่ว่างนะในการที่จะบรรจุพลัง
00:33:27 → 00:33:31งานใหม่นะแต่ว่าพวกนี้มันไม่ได้ทำให้เกิด
00:33:31 → 00:33:35พื้นที่อะไรเยอะแยะมากเนาะครับผมประเด็น
00:33:35 → 00:33:38ที่ 2 นะเรื่องของคาฟก็คือเรื่องช่วงเวลา
00:33:38 → 00:33:42ที่เหมาะสมในการกินคาฟนะนะเพราะฉะนั้นจะ
00:33:42 → 00:33:47กินาฟเนี่ยนะ 1 ปริมาณอ่ะก็มีสิ่งเหล่า
00:33:47 → 00:33:52นี้เนี่ยนะอ่ามาเป็นตัวกำหนดนะต่อไปในแง่
00:33:52 → 00:33:56ของเอ่อช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะกินนะอ่า
00:33:56 → 00:33:59ก็จะมีอะไรบ้างนะฮะก็มี 3 เรื่องนี้นะฮะ 3
00:34:00 → 00:34:03เรื่องนี้เรื่องแรกเลยนะฮะในคนปกติทั่วไป
00:34:03 → 00:34:07ที่ยังไม่ได้เจ็บป่วยอะไรนะฮะความเวลาที่
00:34:07 → 00:34:12เหมาะสมที่สุดในการกินคาฟก็คือก่อนและ
00:34:12 → 00:34:16หลังการเวทหรือการฮิทนะฮะนะก่อนก็ได้หลัง
00:34:16 → 00:34:21ก็ได้นะเทก็ได้ฮิทก็ได้นะฮะเนี่ยอันนี้
00:34:21 → 00:34:26เหมาะสมในการกินคานะนะจะเห็นว่าไม่มี
00:34:26 → 00:34:29เรื่องคาร์ดิโอไม่มีมีทั้งคาร์ดิโอนะยก
00:34:29 → 00:34:33เว้นคาร์ดิโอที่เป็นออกเป็นฮิตไปเลยนะฮะ
00:34:33 → 00:34:36หรือไม่ก็เป็นกีฬาเนี่ยที่มีสัดส่วนของ
00:34:36 → 00:34:40การฮิตนะฮะในการเล่นนะค่อนข้างมากค่อน
00:34:40 → 00:34:43ข้างมากเช่นหมอไปตีแบตอย่าเงี้ยนะเมื่อ
00:34:44 → 00:34:47วานนี้ก็ตีซะจนแบบเอ่อเกือบ 3 ชั่วโมงก็
00:34:47 → 00:34:52ปวดเมื่อยไปหมดนะฮะนะแบบิดนะฮะคือแบต
00:34:52 → 00:34:55เนี่ยมันเป็นฮิตเพราะอะไรนะมันก็แล้วแต่
00:34:55 → 00:34:58ลักษณะของเกมนะเนี่ยเพราะเดี๋ยวเร็ว
00:34:58 → 00:35:01เดี๋ยวช้าอะไรต่างๆเนี่ยใช่มนะคือการ
00:35:01 → 00:35:05adapt ในเรื่องของชนิดของกีฬาประเภทของ
00:35:05 → 00:35:09กีฬาเนี่ยนะอันนี้ก็จะมีความสำคัญนะฮะนะ
00:35:09 → 00:35:13คือแบตส่วนใหญ่เนี่ยถ้าเล่นกันแบบเป็นเกม
00:35:13 → 00:35:16เอาแพ้เอาชนะเอาเป็นเอาตายกูไม่ยอมมึง
00:35:16 → 00:35:19อะไรต่างๆมึงไม่ยอมกูอะไรอย่าเงี้ยนะเอ่อ
00:35:19 → 00:35:22ก็ต้องสู้กันทั้งเกมลุกเกมลับเนี่ยพวกนี้
00:35:22 → 00:35:26สัดสนความเป็นกีฬาแบบฮิตจะเยอะนะเก็
00:35:26 → 00:35:28สามารถจะกินคาฟได้
00:35:28 → 00:35:32นะเออจะก่อนหรือหลังก็ได้แต่ส่วนใหญ่เ่อ
00:35:32 → 00:35:34หลังนะฮะกินหลังกันเป็นส่วนใหญ่แล้วแหละ
00:35:34 → 00:35:38นะนะทนี้ในคนที่มีปัญหาสุขภาพเจ็บป่วยอ่า
00:35:38 → 00:35:41มีกลุ่มโรคทางด้าน ncd ต่างๆนะโดยเฉพาะ
00:35:41 → 00:35:45ภาวะด้วยอินซูลินนะฮะนะอ่าลักษณะแบบนี้
00:35:45 → 00:35:49เนี่ยถ้าเรามีการเวทมีการฮิตนะควรจะเป็น
00:35:49 → 00:35:52การกินคาฟหลังจากเวทจากฮิตเรียบร้อยแล้ว
00:35:52 → 00:35:56นะฮะนะเนี่ยก็แล้วแต่จะกินช่วงเร็วๆหน่อย
00:35:56 → 00:36:01นะฮะคือักอ่า 30 นาทีนะหรือจะเนกินที่
00:36:01 → 00:36:04ประมาณสักชั่วโมงครึ่ง 90 นาทีขึ้นไปนะฮะ
00:36:04 → 00:36:08อันนี้แล้วแต่คนอ้วนคนผอมนะแต่ว่าหลักการ
00:36:08 → 00:36:12ก็คือถ้าไม่ใช่คนปกตินะฮะส่วนใหญ่ให้กิน
00:36:12 → 00:36:16หลังนะไม่กินกอดไม่กินกอดอ่านะอันนี้คือ
00:36:16 → 00:36:19ช่วงเวลาที่เหมาะสมนะ
00:36:19 → 00:36:22นะอันต่อมาก็คือถ้าเราไม่ได้ออกกำลังกาย
00:36:22 → 00:36:26เลยล่ะวันๆนึงหรือหรือวันนี้ออกวันนี้ไม่
00:36:26 → 00:36:28ได้ออกอะไรเงี้ยกรณีที่ไม่ได้ออกกำลังกาย
00:36:28 → 00:36:31เนี่ยนะการกินคาฟจะต้องอยู่ในมื้อสุดท้าย
00:36:31 → 00:36:34เท่านั้นนะฮะมื้อสุดท้ายเท่านั้นอันนี้
00:36:34 → 00:36:37มันก็แล้วแต่นะเพราะอะไรเพราะว่าฮอร์โมน
00:36:37 → 00:36:40อินซูลินกับคอร์ติซอลเนี่ยนะจะเป็นตัว
00:36:40 → 00:36:44กำหนดที่สำคัญถูกมั้ยล่ะนะฮะก็คืออิซูลิน
00:36:44 → 00:36:47เข้ามาตาม physiologic insulin
00:36:47 → 00:36:51sensitivity ตอนมื้อเย็นนะฮะเพราะงั้น
00:36:51 → 00:36:54เวลาเมานะเอยากจะทำงานตอนนี้นะเป็นความ
00:36:54 → 00:37:00เหมาะสมของของของทำชาตินะที่กำหนดมานะฮะ
00:37:00 → 00:37:03นะเพราะฉะนั้นเมื่อเขมาเไม่มีงานทำมันจะ
00:37:03 → 00:37:07เกิดอะไรขึ้นนะนะเพราะฉะนั้นเราก็ต้องใส่
00:37:07 → 00:37:10าฟไปให้เขาทำงานนะเพราะอินซูลินเขาจะต้อง
00:37:10 → 00:37:13ใช้คาฟในการทำงานเป็นหลักนะฮะจะเติมมาก
00:37:13 → 00:37:17เติมน้อยอะไรยังไงก็ตามนะดีไม่ดีอะไรต่าง
00:37:17 → 00:37:20ๆเนี่ยอินซูลินก็ต้องทำงานอยู่แล้วนะฮะนะ
00:37:20 → 00:37:23แต่ถ้าเรามีหลักมีเกณฑอะไรต่างๆอ่าเราก็
00:37:23 → 00:37:25จะต้องเติม good to get CL อะไรอย่าง
00:37:25 → 00:37:29เงี้ยอ่าปริมาณสำสคัญนะแล้วหลังจากนั้นไป
00:37:29 → 00:37:32เลือกประเภทชนิดนะเวรัมเวลาเนี่ยก็มื้อ
00:37:32 → 00:37:36สุดท้ายนะฮะมื้อสุดท้ายนะฮะเพราะอะไรอ่ะ
00:37:36 → 00:37:39เพราะว่าอินซูลินเนี่ยนะที่สำคัญในมื้อ
00:37:39 → 00:37:42สุดท้ายก็คือเขาออกมาเพื่อที่จะเพื่อที่
00:37:42 → 00:37:47จะเอาคาฟไปไหนอ่ะไปสมองนะฮะไปทำให้เกิดวง
00:37:47 → 00:37:53จรการนอนหลับอืนะออันนี้ก็เลยเนี่ยนะอ่า
00:37:53 → 00:37:58ฮอร์โมนเป็นตัวควบคุมใช่มั้ยล่ะนะฮะเนี่ย
00:37:58 → 00:38:02แล้วถ้าเกิดเราหลับนะตัวแม่อะไรต่างๆเก็
00:38:02 → 00:38:05จะต้องไม่ออกมากวนนะฮะนะคือมันก็ต้อง
00:38:05 → 00:38:09เริ่มแบบนี้ก่อนแหละนะว่าเพราะอินซูลินเ
00:38:09 → 00:38:12มามื้อเย็นนะฮะแต่คอร์ติซอลเนี่ยมามื้อ
00:38:12 → 00:38:17เช้านะฮะอินซูลินมามื้อเย็นอ่าเมาทำงานนะ
00:38:18 → 00:38:20หลักธรรมชาติที่สุดเลยก็คือเขาให้
00:38:20 → 00:38:25อินซูลินมาทำงานกับคาฟเราก็ต้องใส่คาฟไป
00:38:25 → 00:38:28ให้เคนะฮะนะต้องใส่คาฟให้เขาเพราะว่า
00:38:28 → 00:38:33อินซูลินเนี่ยนะเขาเป็นฮอร์โมนที่จะทำงาน
00:38:33 → 00:38:38กับกับ di Food นะฮะนะอินซูลินเขาไม่ได้
00:38:38 → 00:38:44ทำงานกับกับน้ำตาลนะฮะนะอ่าอะไรต่างๆที่
00:38:44 → 00:38:47อยู่ภายในตัวเราแล้วนะฮะไม่ใช่นะเขาจะทำ
00:38:47 → 00:38:51งานกับสิ่งที่เข้ามาจากภายนอกนะฮะนะใน
00:38:51 → 00:38:55ช่วงเวลาสั้นๆก็คือประมาณ 2-3 ชั่วโมง
00:38:55 → 00:38:59เอ่อเป็นอย่างนี้นะฮะนะแล้วเมีเวล่ำเวลา
00:38:59 → 00:39:02ด้วยนะฮะเมีกะเมีเวล่ำเวลาตามธรรมชาติ
00:39:02 → 00:39:05อะไรต่างๆเขาจะมาจะไปอะไรต่างๆพวกเนี้ยนะ
00:39:05 → 00:39:09นี่แหละนะเพราะฉะนั้นก็คือต้องจัดสรรเวลา
00:39:09 → 00:39:12ส่วนในแง่ของฮอร์โมนตัวแม่คอร์ติซอลนะไม่
00:39:12 → 00:39:15เหมือนกันใช่มั้ยล่ะเพราะว่าตัวแม่เนี่ย
00:39:15 → 00:39:19อ่าเขาไม่ได้ทำงานตอนเย็นนะฮะเไม่ได้ทำ
00:39:19 → 00:39:23งานตอนเย็นแต่เขาจะจ้องในตอนเช้านะแล้ว
00:39:23 → 00:39:26ตัวแม่เนี่ยเขาไม่ได้ทำงานกับอาหารภายนอก
00:39:26 → 00:39:29นะฮะคอร์ติซอลเนี่ยนะการทำงานของ
00:39:29 → 00:39:34คอร์ติซอลที่สำคัญก็คือเขาจะสลายนะสิ่ง
00:39:34 → 00:39:39ที่อยู่ข้างในร่างกายนะโดยนะเคสั่งการไป
00:39:39 → 00:39:44ที่อวัยวะนะที่เขาบังคับการได้เก็คือตับ
00:39:44 → 00:39:48นะฮะนะให้ตับเนี่ยมีการอ่าสลายพลังงาน
00:39:49 → 00:39:51อะไรก็ตามที่สะสมนะแต่ที่สำคัญที่สุดคือ
00:39:51 → 00:39:54ไกลโคเจนนะฮะเพื่อจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลให้
00:39:54 → 00:39:59เค้าเพราะว่าแม่จะมาตอนรุ่งเช้าประมาณ
00:39:59 → 00:40:044:00 นอ่ามาแล้วเนี่ยก็จะต้องมีพลังงาน
00:40:04 → 00:40:09นะให้แม่ได้ใช้เพราะแม่จะมาปลุกให้ตื่นนะ
00:40:09 → 00:40:12ฮะอินซูลินมาเพื่อที่ให้เราหลับเราพัก
00:40:12 → 00:40:17ผ่อนแล้วเราซ่อมแซมร่างกายแต่คอร์ติซอลมา
00:40:17 → 00:40:20เพื่อจะปลุกให้เราตื่นนะฮะนะเพื่อสลาย
00:40:20 → 00:40:24เผ่าผลาพลังงานนะแล้วก็ดำเนินกิจกรรมอะไร
00:40:24 → 00:40:29ต่างๆต่อเนื่องกันไปนะฮะคิอทำงานเนี่ยเขา
00:40:29 → 00:40:34ไม่ได้ทำงานกับอาหารนะภายนอกนะฮะเค้าทำ
00:40:34 → 00:40:37งานกับสิ่งที่เป็นเค้าเรียกเป็นอาหารสาร
00:40:37 → 00:40:41อาหารภายในที่สะสมอยู่นะฮะเนี่ยอันนี้มัน
00:40:41 → 00:40:44ก็ต่างกันตัวพ่อตัวแม่นะเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:40:44 → 00:40:48เรารู้ว่าคอร์ติซอลเนี่ยเทำงานตอนเช้านะ
00:40:48 → 00:40:51แล้วก็ทำให้น้ำตาลมันพุ่งขึ้นไปนะหลังจาก
00:40:51 → 00:40:54นั้นเนี่ยเ้าทำงานเรียบร้อยแล้วเคก็จะไป
00:40:54 → 00:40:59พักอ่าเขาจะไปพักเนี่ยนะการที่คอซอเริ่ม
00:40:59 → 00:41:02ดา regulate ที่จะไปพักตอน 8 น 900 นแล้ว
00:41:02 → 00:41:06เนี่ยนะะระดับตามันก็จะลงมานะฮะนะเพราะ
00:41:06 → 00:41:10ขบวนการกลูโคนิจิหรือกลูโคเอ่อกลูโค
00:41:10 → 00:41:11ไกลโคเจน
00:41:11 → 00:41:15ไคจินอะไรต่างๆเนี่ยนะมันก็จะลดลงไม่
00:41:15 → 00:41:17สร้างน้ำตาลต่อเพราะคอร์ติซอลเพราะ
00:41:17 → 00:41:20คอร์ติซอลเจะไปแล้วนะฮะแต่ถ้าเราไม่รู้
00:41:20 → 00:41:24เรื่องรู้ราวมื้อเช้าเราไปกินนะแล้วไปกิน
00:41:24 → 00:41:27สิ่งที่ทำให้มันเกิดอินซูลินก้าวร้าวมา
00:41:27 → 00:41:32ชูตน้ำตาลขึ้นนะฮะนะคอร์ติซอลพอพอน้ำตาล
00:41:32 → 00:41:35พุ่งเนี่ยอินซูลินจะตามประกบทันทีแต่เป็น
00:41:35 → 00:41:38ลักษณะของอินซูลินที่มันก้าวร้าวดุดันนะ
00:41:38 → 00:41:41แล้วมันจะด้มน้ำตาลลงระหว่างที่น้ำตาลด้ม
00:41:41 → 00:41:45ลงนี่แหละคอร์ติซอลจะตกใจนะฮะนะจะเสีย
00:41:45 → 00:41:48ศูนยทันทีนะแล้วก็จะออกมาอาละวาดแบบบ้าน
00:41:48 → 00:41:52แตกเหมือนกันนะฮะนะแล้วกลายเป็นการทะเลาะ
00:41:52 → 00:41:55กันของอินซูลินกับคอร์ติซอลตัวพ่อตัวแม่
00:41:55 → 00:41:58นะอันนี้เราเราก็พอเข้าใจแล้วล่ะนะฮะ
00:41:58 → 00:42:01เพราะฉะนั้นเรื่องของเวรัมเวลานะฮะนะที่
00:42:01 → 00:42:05อินซูลินคอร์ติซอลจะมาทำงานนะแล้วนี่คือ
00:42:05 → 00:42:09เหตุผลว่าทำไมจึงต้องกินคาฟในมื้อสุดท้าย
00:42:09 → 00:42:13นะฮะเราก็ต้องล้อไปตาม physiology ตาม
00:42:13 → 00:42:16ปกติของร่างกายซึ่งสิ่งเหล่านี้เนี่ยใคร
00:42:16 → 00:42:20เป็นตัวกำหนดนะก็คือธรรมชาติเป็นตัวกำหนด
00:42:20 → 00:42:23นะฮะนะแล้วธรรมชาติอะไรมาเป็นตัวกำหนด
00:42:23 → 00:42:28ร่างกายมาเป็นตัวกำหนดฮอร์โมนต่างๆนะ
00:42:28 → 00:42:29คำตอบก็
00:42:29 → 00:42:34คือก็คือก็คือพระอาทิตย์พระจันทร์และความ
00:42:34 → 00:42:38เป็นกลางวันกลางคืนนะฮะซึ่งสิ่งเหล่า
00:42:38 → 00:42:43เนี้ยนะมันมันครอบงำมนุษยชาติอยู่ในโลก
00:42:43 → 00:42:47นี้นะในจักรวาลใบนี้นะฮะอ่าเพราะฉะนั้น
00:42:47 → 00:42:50อินซูลินนะหลักการก็คือต้องถูกกระตุ้นออก
00:42:50 → 00:42:55มาน้อยๆต่ำๆและจะต้องเป็นอินซูลินพ่อพระ
00:42:55 → 00:42:58คือไม่ก้าวร้าวนะไม่เก้าร้าวนะไม่
00:42:58 → 00:43:02aggressive ไม่ดุไม่โมโหไม่เหวี่ยงไม่
00:43:02 → 00:43:07สวิงนะออินซูลินเนี่ยออกมาน้อยๆต่ำๆแต่
00:43:07 → 00:43:12ขยานขยันที่จะทำงานในการเก็บนะเก็บพลัง
00:43:12 → 00:43:16งานเก็บสารอาหารอะไรต่างๆนะฮะเนี่ยนะก็
00:43:16 → 00:43:19เรียกว่า sensitivity หรือประสิทธิภาพ
00:43:19 → 00:43:22คุณภาพที่ดีนะฮะนะอันนี้ก็คืออินซูลินใน
00:43:22 → 00:43:27ด้านดีนะฮะเนี่ยทีนี้เวลาอินซูลินเนี่ยนะ
00:43:27 → 00:43:30เข้ามาตอนเย็นเนี่ยนะเขาก็จะเอาลูกสาวคน
00:43:30 → 00:43:35กลางมาด้วยจริงๆแล้วถามว่าอ่าอินซูลินไม่
00:43:35 → 00:43:39ได้เอามาหรอกนะลูกสาวคนกลางก็แอบมานะฮะ
00:43:39 → 00:43:41เพราะว่าลูกสาวคนกลางเนี่ยก็จะเกิดบทบาท
00:43:41 → 00:43:45การทำงานอะไรต่างๆนะเขาจะต้องทำงานหลัง
00:43:45 → 00:43:49อินซูลินตลอดนะฮะเนี่ยไทรอยด์จะถูก
00:43:49 → 00:43:53กระตุ้นออกมาได้มากๆและขยันๆในการทำงานนะ
00:43:53 → 00:43:56หรือเป็นตัวไทรอย Active form เนี่ยนะฮะ
00:43:56 → 00:44:00นะก็คือจะเป็นช่วงหลังอินซูลินทำงานแล้ว
00:44:00 → 00:44:04และกลับไปแล้วนะฮะนะก็เรียกว่าอินซูลิน
00:44:04 → 00:44:07เนี่ยมาเก็บพลังงานเก็บสารอาหารอะไรทุก
00:44:07 → 00:44:11สิ่งทุกอย่างไว้ให้ก่อนนะฮะนะขณะเดียวกัน
00:44:11 → 00:44:14อ่าถ้าเกิดตับเนี่ยมันสร้างไกลโคเจนเรียบ
00:44:14 → 00:44:17ร้อยแล้วนะฮะมันสร้างน้ำดีแล้วนะฮะหน้า
00:44:17 → 00:44:20ที่อันดับต่อๆไปเนี่ยเนี่ยมันก็คือการ
00:44:20 → 00:44:23เปลี่ยนไ้รอยเปลี่ยนวิตามินดีอะไรต่างๆนะ
00:44:23 → 00:44:26ให้กลายเป็น Active form อะไรก็ตามนะฮะ
00:44:26 → 00:44:29นะเพะฉะนั้นเนี่ยอินซูลินมาก่อนนะนะเอา
00:44:29 → 00:44:32โน่นเอานี่นะเข้าตรงโน้นเข้าตรงนี้เข้า
00:44:32 → 00:44:35ตับเข้าสมองอะไรต่างๆนะเนี่ยแล้วมันก็จะ
00:44:35 → 00:44:39เกิดไทรรอยด์ตัวแคีออกมาทำงานต่อนะหลัง
00:44:39 → 00:44:44จากอินซูลินค่อยๆค่อยๆไปพักเรียบร้อยนะฮะ
00:44:44 → 00:44:48นะอันนี้เช่นเดียวกันนะฮะเนี่ยเนี่ยในการ
00:44:48 → 00:44:51มองว่ากินคาฟแล้วจะให้เกิดผลลัับนะฮะ
00:44:51 → 00:44:56เลปตินนะเลปตินนะคือปกติอ่ะเลปตินเนี่ยเ
00:44:56 → 00:45:01จะออกมาหลังการกินอาหารแล้วนะเสมอเสมอโดย
00:45:01 → 00:45:05กลไกก็คือมื้อแรกเนี่ยเราไม่ได้กินคาฟนะ
00:45:05 → 00:45:09นะเราไม่ได้กินคาฟใช่มมื้อแรกนะเพราะ
00:45:09 → 00:45:13ฉะนั้นโปรตีนกับไขมันดีต่างๆในรูปน้ำสลัด
00:45:13 → 00:45:17ทีออยเนี่ยนะก็พวกนี้อ่าไม่มีอินซูลินมา
00:45:17 → 00:45:21นะนะเพราะฉะนั้นการเกิดอ่าพีคหรือการเกิด
00:45:21 → 00:45:24ไอ้ปริมาณเลปตินเนี่ยที่จะกระตุ้นออกมา
00:45:24 → 00:45:27จากแฟตเซลล์เนี่ยนะมันก็จะเยอะนะนะนะแล้ว
00:45:27 → 00:45:30ประกอบกับอินซูลินที่ต่ำนะเพราะเรากิน
00:45:30 → 00:45:33เป็นกินถูกนะฮะนะเพราะฉะนั้นหลังจาก
00:45:33 → 00:45:37เลปตินทำให้เราอิ่มแล้วนะหน้าที่อันดับ 2
00:45:37 → 00:45:41ต่อไปก็คือเขาจะเผาเผาผานพลังงานนะฮะก็
00:45:41 → 00:45:44เผาๆๆอ่ะนะฮะเนี่ยนะเพราะฉะนั้นเลตินจะทำ
00:45:44 → 00:45:47งานได้เก่งนะฮะนะก็ต้องมีเงื่อนไขสิ่ง
00:45:47 → 00:45:51เหล่านี้เกิดขึ้นเสมอนะโดยเฉพาะในมื้อแรก
00:45:51 → 00:45:54นะฮะส่วนมื้อที่ 2 เนี่ยมื้อที่ 2 นะฮะ
00:45:54 → 00:45:58มื้อที่ 2 เนี่ยเอ่อมันมีอินซูลินมาก่อน
00:45:58 → 00:46:04นะแล้วไทรรอยด์มานะฮะนะหลังจากนั้นเนี่ย
00:46:04 → 00:46:09พอพอพอตัวอินซูลินไปแล้วเนี่ยนะฮะเลปติน
00:46:09 → 00:46:13เขาถึงจะค่อยๆมานะฮะเพราะว่าถ้าอินซูลิน
00:46:13 → 00:46:16อยู่เลปตินมาไม่ได้นะเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:46:16 → 00:46:20มื้อเย็นเนี่ยก็เลยมี Gap นะของเลปติน
00:46:20 → 00:46:22เนี่ยนะอยู่ช่วงนึงก็คือช่วงที่อินซูลิน
00:46:22 → 00:46:27เข้ามานะฮะอินซูลินมาก่อนไทรรอยด์ก็มาเผา
00:46:27 → 00:46:30นะส่วนใหญ่เลปตินกว่าจะมาได้ก็ 233 น 2 น
00:46:30 → 00:46:31ไปแล้ว
00:46:31 → 00:46:35นะทีนี้ทั้งไทรรอยด์ทั้งเลปตินเนี่ยเขา
00:46:35 → 00:46:38เรียกว่าเป็นคู่หูหรือคู่รักนะฮะนะที่เขา
00:46:38 → 00:46:42จะเผาผลาไขมันเป็นพลังงานอย่างไทรอยด์
00:46:42 → 00:46:45เนี่ยเขาเผาไขมันอยู่แล้วนะฮะนะแล้วไขมัน
00:46:45 → 00:46:49ที่ไทรรอยด์จะเผาอ่ะบอกไปเมื่อกี้นี้นะก็
00:46:49 → 00:46:54คืออันดับ 1 คือไขมันที่ตับที่ตับนะฮะ
00:46:54 → 00:46:58อันดับ 2 ก็คือก็คือ HD ที่เอาไตทีไลไป
00:46:58 → 00:47:02ที่ไตอ่ะนะฮะนะอันนี้แหละไทรอยด์เจะไปเผา
00:47:02 → 00:47:06นะเ่อเขจะไปเผานะในช่วงที่เผาผลานไขมัน
00:47:06 → 00:47:10ที่ตับเนี่ยไทรรอยด์ก็จะส่ง signal นะไป
00:47:10 → 00:47:13ให้ตัว vial Fat exc Fat เที่อยู่ใน
00:47:13 → 00:47:17ท้องเนี่ยนะให้สลายมาให้สลายออกมาเขจะทำ
00:47:17 → 00:47:21หน้าที่ในการเผาผๆๆนะฮะนี่แหละนะฮะแล้ว
00:47:21 → 00:47:24อีกอันดับที่ 4 เนี่ยนะก็คือไทรรอยด์
00:47:24 → 00:47:28เนี่ยนะฮะนะเเป็นโปรตีนฮอร์โมนแล้วเละลาย
00:47:28 → 00:47:31ในน้ำนะพวกนี้เวลาเขไปถึงกล้ามเนื้อถ้าเ
00:47:31 → 00:47:35ออกมาเยอะๆหรือเขแคีดีๆนะฮะนะนี่แหละนะ
00:47:36 → 00:47:38เขาก็จะสั่งให้กล้ามเนื้อนี่แหละมีการเผา
00:47:38 → 00:47:42อินต้าอ่าอินต้า masa Fat deposit ไป
00:47:42 → 00:47:45ด้วยนะเพราะฉะนั้นจะเห็นว่าอย่างคน
00:47:45 → 00:47:48ไฮเปอร์ไทรรอยด์ไทรรอยเป็นพิษเนี่ยนะร่าง
00:47:48 → 00:47:51กายกล้ามนงกล้ามเนื้ออะไรต่างๆมันรีบฟีบ
00:47:51 → 00:47:55นะอ่ามันซูบไปหมดเลยนะฮะเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:47:55 → 00:47:58มันสั่งเผาแหลกรานนะแต่อันนี้มันมันเกิน
00:47:58 → 00:48:04การควบคุมนะมันถึงว่าป่วยนะงั้นไทรรอยด์
00:48:04 → 00:48:08เผาไขมันนะฮะนะเลปตินก็เผาไขมันแต่เลปติน
00:48:08 → 00:48:12ก็มีเงื่อนไขนะซึ่งเ่อเงื่อนไขของเลปติน
00:48:12 → 00:48:16ในมื้อเย็นเนี่ยนะฮะนะเขาจะทำงานหลังจาก
00:48:16 → 00:48:19อินซูลินไปแล้วนะแล้วก็ไทรรอยด์ก็มาตาม
00:48:19 → 00:48:23อินซูลินแล้วก็ไทรรอยด์ก็จะค่อยๆอ่าลดลง
00:48:23 → 00:48:26แล้วก็หายไปเมื่อช่วงเที่ยงคืนนะฮะช่วง
00:48:27 → 00:48:29เที่ยคืนนะซึ่งวนั้นเนี่ยเลปตินเค้าก็จะ
00:48:29 → 00:48:33ค่อยๆโผล่มานะแล้วก็มาทำงานต่อนะฮะเพียง
00:48:33 → 00:48:37แต่ว่าไขมันสะสมในร่างกายที่เลปตินจะเอา
00:48:37 → 00:48:41มาเผาในมื้อค่ำเนี่ยมันก็คือไขมันที่อยู่
00:48:41 → 00:48:46ในสับคิว Fat นะนะเนี่ยเพนั้นเลปตินจะเผา
00:48:46 → 00:48:50ไขมันที่เป็นไขมันสะสมในร่างกายเมื่อตอน
00:48:50 → 00:48:53เราหลับเมื่อตอนเราหลับโดยเฉพาะหลับไปไป
00:48:54 → 00:48:57ไปไปแล้วหลังเที่ยงคืนแล้วนะฮะนะนะขณะ
00:48:57 → 00:49:01เดียวกันเลปตินจะเผาผลาญไขมันนะที่กิน
00:49:01 → 00:49:05เข้าไปในช่วงมื้อแรกนะฮะนะเพราะฉะนั้น
00:49:05 → 00:49:09เนี่ยการเผาผลาญพลังงานเนี่ยนะระหว่าง
00:49:09 → 00:49:13ช่วงที่กินกับช่วงที่หลับนะมันก็จะต่าง
00:49:13 → 00:49:17กันแต่มันทำงานโดยฮอร์โมนหลักตัวเดียวกัน
00:49:17 → 00:49:22นะก็คือตัวเลปตินตัวเลปตินนะอันนี้พอเข้า
00:49:22 → 00:49:26ใจเนาะเลปตินต้องเก่งนะฮะนะต้องเก่งนะถึง
00:49:26 → 00:49:32จะเผาผลาญดีนะฮะนะเลปตินจะเก่งได้นะอ่า
00:49:32 → 00:49:35โครงสร้างเลปตินคือโปรตีนต้องกินโปรตีน
00:49:35 → 00:49:39คุณภาพเยอะๆนะฮะขณะเดียวกันเลปตินเ
00:49:39 → 00:49:43ต้องการสารพฤกษสักดเคมีนะฮะเพราะฉะนั้น
00:49:43 → 00:49:46ต้องป้อนสารพฤกษะเคมีซึ่งเป็นมาจากคาฟนี่
00:49:46 → 00:49:49แหละให้เขานะส่วนใหญ่เราก็รู้ว่ามันเป็น
00:49:49 → 00:49:55พวกพวกเบอร์รี่สีสันเข้มๆนะนะอ่าแล้วก็
00:49:55 → 00:49:59เลปตินจะทำงานได้เก่งๆนะมื้อแรกไม่ค่อยจะ
00:49:59 → 00:50:02มีปัญหาถ้าเรากิน ow C High Fat TE
00:50:02 → 00:50:06Oil นะฮะแต่มื้อเย็นนะมื้อเย็นก็คือต้อง
00:50:06 → 00:50:11ควบคุมปริมาณของคาฟที่ดีนะที่ดีเพื่อ
00:50:11 → 00:50:15เพื่อที่ว่านะคาฟมันจะได้พอดีไม่เหลือ
00:50:15 → 00:50:19เพราะถ้าคาฟเหลือเมื่อไหร่นะถ้ากินเกินนะ
00:50:19 → 00:50:23กินผิดสัดส่วนผิดปริมาณนะคาฟเหลือคาฟ
00:50:23 → 00:50:26เหลือนี่ก็เรียบร้อยอินซูลินจะต้องออกมา
00:50:26 → 00:50:29ใหม่เพื่อสะสมพลังงานเพราะงั้นเลปตินก็จะ
00:50:29 → 00:50:33ไม่กล้านะมันก็เลยแค่ทำให้อิ่มแต่เผาต่อ
00:50:33 → 00:50:36ไม่ได้อย่างเงี้ถ้ามีอินซูลินมาเป็น
00:50:36 → 00:50:39อินซูลินก้าวร้าวด้วยอย่างเงี้ยนะฮะเ
00:50:39 → 00:50:44เรตินจะถูกเบรกนะฮะครับผมส่วนคอร์ติซอลนะ
00:50:44 → 00:50:47ฮะนะคอร์ติซอลหลักการของคอร์ติซอลกับคาฟ
00:50:47 → 00:50:51เนี่ยนะฮะคือคอร์ติซอลเนี่ยเไม่ได้ยุ่ง
00:50:51 → 00:50:54อะไรเกี่ยวกับคาฟที่ต้องกินนะฮะนะแต่
00:50:54 → 00:50:58คอร์ติซอลเเป็นตัวเช็คนะอ่าระดับพลังงาน
00:50:58 → 00:51:03ที่อยู่ในร่างกายนะว่าปริมาณหรือสัดส่วน
00:51:03 → 00:51:07หรือความถูกต้องเหมาะสมการน้อยไปมากไปขาด
00:51:07 → 00:51:12ไปเกินไปอะไรต่างๆเนี่ยมันสมดุลมนะฮะนะ
00:51:12 → 00:51:14เนี่ยนะอันนี้ก็คือ
00:51:14 → 00:51:18อ่าถ้าทุกอย่างนะฮะที่เราเรียกว่า Energy
00:51:19 → 00:51:23Balance นะมันเกิดขึ้นได้อย่างพอดีนะนะ
00:51:23 → 00:51:27ได้อย่างพอดีนะคอร์ติซอลก็จะไม่วุ่นวายนะ
00:51:27 → 00:51:30เขาก็จะมีการกระตุ้นออกมานิดๆหน่อยๆและมี
00:51:30 → 00:51:34ระดับที่เกิดความเสถียรไม่พุ่งไม่พุ่งนะ
00:51:34 → 00:51:38เสถียรคงที่นะเนี่ยเพราะฉะนั้นคอร์ติซอล
00:51:38 → 00:51:41นะก็จะเป็นฮอร์โมนตัวที่ไม่ค่อยมีบทบาท
00:51:41 → 00:51:45อะไรนักถ้าเราทำอะไรถูกต้องนะฮทั้งหมด
00:51:45 → 00:51:48เนี่ยเราจะเห็นว่าฮอร์โมนต่างๆเหล่าเนี้ย
00:51:48 → 00:51:51ถูกกำหนดให้ออกมาทำงานตามธรรมชาตินะใน
00:51:51 → 00:51:55ช่วงเวลาของเตึมนะพระอาทิตย์พระจันทร์
00:51:55 → 00:52:00กลางวันกลางคืนนะซึ่งอ่าฮอร์โมนเขาถูก
00:52:01 → 00:52:06กำหนดออกมานะไม่ได้เกี่ยวกับการกินนะไม่
00:52:06 → 00:52:10ได้เกี่ยวกับการกินนะฮะฮอร์โมนจะต้องออก
00:52:10 → 00:52:14มาเพื่อกำหนดให้เรากินอ่าเพราะฉะนั้นง่าย
00:52:14 → 00:52:19ๆก็คือนะมีฮอร์โมนอะไรออกมาเวลาไหนเรา
00:52:19 → 00:52:21ต้องกินสิ่งเหล่านั้นตามเวลาที่ฮอร์โมน
00:52:21 → 00:52:25เคาะออกมาและให้ฮอร์โมนเป็นผู้กำหนดนะฮะ
00:52:25 → 00:52:29แต่มันมนุษย์ยุคนี้พ.ศนี้นะหรือความ
00:52:29 → 00:52:33วิวัฒนาการของมนุษย์นะเราผิดหลักเกณฑ์ตาม
00:52:33 → 00:52:38ธรรมชาติก็คือเรากินกิงกินที่เรียกว่า
00:52:38 → 00:52:42hedonic eating นะฮะนะก็คือกินนะเพราะ
00:52:42 → 00:52:46ความแปรรูปของอาหารต่างๆเนี่ยมามาไดฟหรือ
00:52:46 → 00:52:51มาเป็นตัวกำหนดนะให้เรากินกินไปกินมาการ
00:52:51 → 00:52:55กินของเราก็เลยมาเป็นผู้กำหนดฮอร์โมนนะ
00:52:55 → 00:52:58ซึ่งการกินผู้กำหนดฮอร์โมนเนี่ยมันผิด
00:52:58 → 00:53:01ธรรมชาติมันฟื้นธรรมชาตินะเราก็เลยต้อง
00:53:01 → 00:53:05รับเวรรับกรรมคือเจ็บป่วยอ่าอันนี้มัน
00:53:05 → 00:53:08ต่างกันนะเพราะหลักการธรรมชาติเนี่ย
00:53:08 → 00:53:11ธรรมชาติให้ฮอร์โมนมาเป็นผู้กำหนดการกิน
00:53:11 → 00:53:17นะฮะแต่มนุษยชาติฝืนธรรมชาตินะนะโดยอ้าง
00:53:17 → 00:53:20ของเรื่องของความวิวัฒนาการเรื่องของความ
00:53:20 → 00:53:24เจริญก้าวหน้าอะไรต่างๆนะก็เลยก่อให้เกิด
00:53:24 → 00:53:29วงจรอุบาทนะในแง่ของนะการกินกลับหัวกลับ
00:53:29 → 00:53:33หางมาเป็นตัวกำหนดฮอร์โมนนะฮะเพราะฉะนั้น
00:53:33 → 00:53:34การกินเป็นตัวกำหนดฮอร์โมนมันจะได้
00:53:34 → 00:53:37ฮอร์โมนแบบไหนอ่ะนะฮะก็คือฮอร์โมนพวกเรา
00:53:37 → 00:53:40มีปัญหากันอยู่นี่แหละนะฮะนะเพราะฉนั้น
00:53:40 → 00:53:44ไม่ใช่ไม่ใช่ต้องย้อนกลับไปตามแถบเลเบลสี
00:53:44 → 00:53:48เขียวๆให้ให้ให้เข้าใจนะฮะนะแล้วจากนี้ก็
00:53:48 → 00:53:52อินซูลินยังไงไทรอย์ยังไงเรตินยังไงคอซอ
00:53:52 → 00:53:55ยังไงอะไรอย่าเงี้ยนะเนี่ยที่หมอพูดมา
00:53:55 → 00:53:59ทั้งหมดเเก็คือข้ออธิบายนะของเรื่องเวรัม
00:53:59 → 00:54:03เวลาที่เราจะกินาฟอย่างเหมาะสมนะอย่าง
00:54:03 → 00:54:07เหมาะสมนะฮะนะส่วนคอิเซอกับอินซูลินเนี่ย
00:54:07 → 00:54:13ก็ที่พูดๆไปนี่แหละนะฮะว่าเออว่าเค้าเค้า
00:54:13 → 00:54:16ยังไงบ้างนะฮะนะในเรื่องของ
00:54:16 → 00:54:21เอ่อหลักการที่เามีปฏิกิริยากับคาฟนะฮะนะ
00:54:21 → 00:54:24คืออินซูลินเนี่ยมันมาตอนกลางคืนที่เรามี
00:54:24 → 00:54:27ศัพท์คำว่ากินอิ่มนอนหลับนะนะเพรางั้น
00:54:27 → 00:54:29หลักการของอินซูลินเนี่ยเ้าเก็บพลังงาน
00:54:29 → 00:54:34เก็บสารอาหารนะซึ่งเราจะต้องจัดความครบนะ
00:54:34 → 00:54:38ฮะความครบความพอดีในแง่ของความที่จะต้อง
00:54:38 → 00:54:42ครบทั้งคาร์โบไฮเดรตโปรตีนไขมันนะเนี่ย
00:54:42 → 00:54:45อ่าแล้วก็มื้อเย็นเนี่ยเป็นมื้อหลักนะฮะ
00:54:45 → 00:54:49นะเพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าครบเมื่อไหร่ครบ
00:54:49 → 00:54:53เมื่อไหร่นะเราก็จะหลับเพราะว่าอินซูลิน
00:54:53 → 00:54:57มาเพื่อให้เราหลับคำว่าครบเราก็จะอิ่ม
00:54:57 → 00:55:00เมื่ออิ่มเราก็จะหลับนะจึงเป็นคำว่ากิน
00:55:00 → 00:55:07อิ่มนอนหลับนะฮะแต่ถ้าไม่ครบเพราะไม่รู้
00:55:07 → 00:55:11ไม่เข้าใจหรืออะไรก็ไม่รู้อ่ะนะฮะนะเค้า
00:55:11 → 00:55:13เรียกว่าที่หมอใช้คำว่ากินไม่เป็นกินมั่ว
00:55:13 → 00:55:17กินซีซัวกินเอ่อไม่เหมาะสมอะไรงี้แหละนะ
00:55:17 → 00:55:21ฮะนะมันก็ต้องไม่ครบนะพลังงานไม่ครบสาร
00:55:21 → 00:55:23อาหารไม่ครบอะไรต่างๆนะเราก็เรียกว่า
00:55:23 → 00:55:27Energy imbalance นะฮะนะนะแล้วตัวที่จะ
00:55:27 → 00:55:30ตอบสนองต่อเอี imbalance เนี่ยมันก็ไม่
00:55:30 → 00:55:32ได้เกี่ยวอะไรกับอินซูลินและนะมันจะกลาย
00:55:32 → 00:55:37เป็นตัวแม่คอร์ติซอลนะนะซึ่งสัญญาณของ eny
00:55:37 → 00:55:42Balance นะฮะก็คือคอร์ติซอลเขาออกมาแผง
00:55:42 → 00:55:45ฤทธิ์เนี่ยนะเอยู่ไม่ได้เอยู่ไม่สุขนะฮะ
00:55:45 → 00:55:49เพราะร่างกายเสียสมดุลนะนะเพราะฉะนั้นเ
00:55:49 → 00:55:53ต้องให้เราตื่นนะเพื่อจะปรับสมดุลเพื่อจะ
00:55:53 → 00:55:56หาอยู่หากินเพื่อจะเติมเพื่อจะอ่าทำให้
00:55:56 → 00:55:59มันเหมาะสมอะไรอย่างนี้แหละนะฮะนะมันก็
00:55:59 → 00:56:02เลยเกิดการตื่นขึ้นมานะเพราะคอร์ติซอล
00:56:02 → 00:56:04เป็นฮอร์โมนของการปลุกให้ตื่นไม่ใช่ให้
00:56:04 → 00:56:09หลับไม่ใช่ให้หลับนะเนี่ยเขาก็สวิงไปสวิง
00:56:09 → 00:56:12มาอย่างเงี้ยนะตัวพ่อตัวแม่นะฮะนะเพราะ
00:56:12 → 00:56:17ฉะนั้นใครที่ไม่หลับตื่นกลางดึกนะเนี่ย
00:56:17 → 00:56:20ส่วนใหญ่มันจะเป็นผลนะของตัวแม่คอร์ติซอล
00:56:20 → 00:56:26นะแต่การที่ตัวแม่คอร์ติซอลออกมาแสดงว่า
00:56:26 → 00:56:29ว่าไม่ได้ไม่ถูกไม่เหมาะอ่านะมันก็จะมี
00:56:29 → 00:56:33เรื่องราวนำมาก่อนก็คือเนี่ยการกินที่ไม่
00:56:33 → 00:56:38ถูกต้องแล้วก็อินซูลินเนะมาทำให้เกิดการ
00:56:38 → 00:56:42เ่อพุ่งขึ้นลดลงอะไรต่างๆเหล่านี้นะฮะนะ
00:56:42 → 00:56:46เนี่ยมันก็เลยเกิดวงจรขึ้นมานะฮะนะเพราะ
00:56:46 → 00:56:51ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ต้องมีความเข้าใจนะคือ
00:56:51 → 00:56:55เดี๋ยวนะหมอจะพูดอะไร
00:56:55 → 00:56:58อีกอืก็ก็อย่างนี้นะฮะนะทั้งหมดเนี่ยนเรา
00:56:58 → 00:57:02น่าจะเข้าใจแล้วหรือยังนะเข้าใจหมดแล้ว
00:57:02 → 00:57:07เนาะครับผมมีใครสงสัยอะไรมยนะก็เป็น
00:57:07 → 00:57:10เรื่องสรุปนะฮะเรื่องสรุปนะเกี่ยวกับความ
00:57:10 → 00:57:11สัมพันธ์ของ
00:57:11 → 00:57:15คาร์โบนะแล้วก็ฮอร์โมนต่างๆนะซึ่งมันไม่
00:57:16 → 00:57:18ได้โฟกัสแต่ไทรรอยด์อย่างเดียวนะฮะนะแต่
00:57:18 → 00:57:22ไทรรอยด์เนี่ยนะเขาก็มากเนื่องออกการน่ะ
00:57:22 → 00:57:24เพราะว่าเขคเเรียกว่าไป involve อ่ะนะฮะ
00:57:24 → 00:57:27ก็คือไปสัมพันธ์กับฮอร์โมนตัวนั้นตัวนี้
00:57:27 → 00:57:30อะไรต่างๆเหล่าเนี้ยนะฮะนะเนี่ยอย่างเช่น
00:57:30 → 00:57:34กรณีคอร์ติซอลเนี่ยแผงฤทธิ์ออกมาเนี่ยนะ
00:57:34 → 00:57:35เพราะว่ามื้อเย็นเนี่ยสมมุติว่ามื้อเย็น
00:57:35 → 00:57:39เนี่ยอ่าไม่กินจะลดความอ้วนจะลดน้ำหนัก
00:57:39 → 00:57:41อ่าหรือเป็นการกินมื้อเดียวแล้วกินเร็วๆ
00:57:41 → 00:57:44อ่ะนะฮะอ่าเวล่ำเวลาไม่เหมาะสมอะไรต่างๆ
00:57:44 → 00:57:48เหล่าเนะเอ่อปรากฏว่าตัวตอบสนองที่สำคัญ
00:57:48 → 00:57:51ก็คือไทรรอยด์เดี้ยงไปเรียบร้อยแล้วนะฮะ
00:57:51 → 00:57:54เพราะว่าเอนเนอร์ยีมัน imbalance นะสาร
00:57:54 → 00:57:57อาหารแคลอรี่พลังงานานอะไต่างๆไปหมดนะฮะ
00:57:57 → 00:58:01นะอ่าพอไทรรอยด์เดี้ยงไปเรียบร้อยแล้วนะ
00:58:01 → 00:58:05ตัวแม่ก็จะต้องออกมาตามมาติดปิดอ่ะนะฮะนะ
00:58:05 → 00:58:09นี่แหละนะฮะเออเพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าถ้า
00:58:09 → 00:58:12สมมติว่าไทรอยไทรรอยเี้ยงนี่คือตัวแม่จะ
00:58:12 → 00:58:14ออกมาเยอะที่สุดใช่มั้ยครับ
00:58:14 → 00:58:18เอ่อคือไทรรอยด์เี่มันจะไปก่อนนะฮะเวลา
00:58:18 → 00:58:22เอนเนอร์ยี้านนะฮะนะครับแล้วไทรอยไปเรียบ
00:58:22 → 00:58:27ร้อยแล้วนะไม่มีใครเผาผลาญพลังงานอ่าพลัง
00:58:27 → 00:58:31งานก็มันมันผิดอ่ะมันไม่ถูกอ่ะนะฮะนะ
00:58:31 → 00:58:34เนี่ยในที่สุดคอร์ติซอลมันก็มาอยู่แล้วนะ
00:58:34 → 00:58:37เพราะคซเ้าก็จะไวในการรับรู้ว่าในบ้าน
00:58:37 → 00:58:41เนี้ยนะมันมีอะไรขาดตกบกพร่องเออเออมี
00:58:42 → 00:58:45อะไรที่มันไม่สมดุลเ่ะนะนะเพราะว่าตัวแม่
00:58:45 → 00:58:50เจะไวที่สุดนะฮะที่จะต้องจัดการน่ะนะฮะนะ
00:58:50 → 00:58:53อ่ามันมันยังไงอ่ะมันมันอะไรมันขาดอะไร
00:58:53 → 00:58:57มันเกินนะฮะนะอย่างพงานมันขาดเนี่ยนะก็
00:58:57 → 00:59:01ต้องกลูโคเจนิสนะหาน้ำตาลมาก่อนนะเพราะ
00:59:01 → 00:59:06น้ำตาลน่ะมันเร็วมันเร็วนะฮะนะเอ่อแรกๆก็
00:59:07 → 00:59:11เอ้าเอาน้ำตาลออกมานะฮะพอน้ำตาลหมดนะหรือ
00:59:11 → 00:59:15น้ำตาลก็ไม่พอนะฮะนะก็ต้องไปเอาไขมันมา
00:59:15 → 00:59:19สลายแต่เวลาคอซอเนี่ยเขาจะมีการสลายไขมัน
00:59:19 → 00:59:22สลายโปรตีนอะไรต่างๆเหล่าเนี้ยนะนะพวกนี้
00:59:22 → 00:59:27นี่นะเจะมีมีลูกคนเล็กมาช่วยด้วยนะคือ
00:59:27 → 00:59:30แอรีนเออเพราะว่าตัวตัวทำงานจริงๆคือ
00:59:30 → 00:59:34แอรีนน่ะนะแต่คอร์ติซอลเป็นผู้เป็นเหมือน
00:59:34 → 00:59:38เป็นศูนย์น่ะเซ็นเตอร์ที่จะสั่งกรานะครับ
00:59:38 → 00:59:39ผม
00:59:39 → 00:59:42เออันนี้มันก็เป็นเรื่องเล่าเป็นข้อ
00:59:42 → 00:59:47อธิบายอะไรได้จ๊อยๆไปเลยนะฮะครับผมทีนี้
00:59:47 → 00:59:51หมอก็จะมีอีก 2 เรื่องนะฮะนะที่ต้อง
00:59:51 → 00:59:55อธิบายควบคู่กันไปในวันนี้นะฮะนะก็คือเรา
00:59:55 → 00:59:59อยู่ในวังวนของยการโคต่างๆนะมันมี Diet
01:00:00 → 01:00:03DIY Gu LINE เนี่ยเยอะไปหมดใช่มั้ยล่ะ
01:00:03 → 01:00:05นะฮะนะแต่ยังไงก็ตามทุกอย่างเนี่ยเราก็
01:00:05 → 01:00:10เรียกว่าโจคฟต่ำนะฮะมีการสรุปประเด็นข้อ
01:00:10 → 01:00:14ผิดพลาดของการกินคาฟนะนะกินคฟเนี่ยอันนี้
01:00:14 → 01:00:17หมายถึงอ่าเรื่องของการกินแบบ ow C แล้ว
01:00:17 → 01:00:22นะนะส่วนไอ้กินคฟแปรูปกินคแบบสนารเก Day
01:00:22 → 01:00:24นี่ก็โอ้โหอันนี้อันนี้เรื่องราวเยอะไป
01:00:24 → 01:00:29หมดนะนะทีนี้เวลาเราเราเรากินคฟที่เป็นฟ
01:00:29 → 01:00:34เนี่ยนะเพื่อจะหวังผลใดๆก็ตามนะฮะในแง่
01:00:34 → 01:00:37ของชกครับต่ำเนี่ยนะอันเนี้ยมันจะมีข้อ
01:00:37 → 01:00:40ผิดพลาดอะไรนะมันมี 8 ข้อผิดพลาดที่เราจะ
01:00:40 → 01:00:46ใช้คำว่าพิษ f นะคำว่า F เนี่ย FA เนี่ย
01:00:46 → 01:00:49แล้วก็มีบวกอีก 2 L นะเพราะฉะนั้นข้อผิด
01:00:49 → 01:00:52พาท์เหล่านี้เนี่ยหรือ p f เมันมี 8 ข้อ
01:00:52 → 01:00:55ผิดพลาดนะฮะตามสัญลักษณ์อันนี้ทั้งหมดนะ
01:00:55 → 01:00:56ฮะนะ
01:00:56 → 01:00:59อันนี้เราเข้าใจแล้วว่าในวิชา low C
01:00:59 → 01:01:03High Fat นะฮะนะ Energy เนี่ยนะเราจะมี
01:01:03 → 01:01:06ความหมายว่าแคลอรี่บวกนินเแล้วเอนเนอร์ยี
01:01:07 → 01:01:10ในที่นี้จะต้องมาจากสารอาหารหลักเป็นหลัก
01:01:10 → 01:01:15ก็คือคาร์โบไฮเดรตโปตีนไขมันนะฮะนะซึ่ง
01:01:15 → 01:01:18ความปกติไม่ปกติเรามีศัพท์เรียกว่า Energy
01:01:18 → 01:01:21Balance หรือ Energy inbalance นะฮะมัน
01:01:21 → 01:01:24จะ Balance หรือไม่ Balance เนี่ยนะมันก็
01:01:24 → 01:01:28ขึ้นอยู่กับนี่คบบดสโปรตีนไขมันเนี่นะฮะ
01:01:28 → 01:01:31กินมากกินน้อยกินถูกกินเกินกินขาดหรือสัด
01:01:31 → 01:01:35ส่วนไม่ดีเวลาไม่ถูกอะไรก็ตามนะฮะเนี่ย
01:01:35 → 01:01:38อ่าซึก็จะไปส่งผลให้ทั้งแคลอรี่และ
01:01:38 → 01:01:43นิวเทรียนเนี่ยนะผิดปกติไปนะแคลอรีเกินนะ
01:01:43 → 01:01:47นิวเทรียนขาดนะหรือไม่เหมาะสมอะไรอย่าง
01:01:47 → 01:01:50งี้ก็ตามนะฮะแล้วก็มีศัพท์คำว่านี้แหละนะ
01:01:50 → 01:01:54Balance หรือไม่บานนะฮะนะเยีจากคาฟทีนี้
01:01:54 → 01:01:59เอาเรื่องคาฟนะฮะนะนะคฟเนี่ยในแง่ของความ
01:01:59 → 01:02:03เป็นเยีต่างๆเนี่ยเราขึ้นอยู่กับนะเ้า
01:02:03 → 01:02:07เรียกว่า quantity นะคือปริมาณปริมาณไม่
01:02:07 → 01:02:12ใช่คุณภาพนะฮะปริมาณมาก่อนอ่าปริมาณคือ
01:02:12 → 01:02:16คือ quanti นะฮะนะคุณภาพก็ Quality นะฮะ
01:02:16 → 01:02:18นะโปรตีนนี่เป็นเรื่อง Quality เรื่อง
01:02:18 → 01:02:21โปรตีนคุณภาพแต่คฟเนี่ยเป็นเรื่องของ
01:02:21 → 01:02:25quantity นะฮะก็คือปริมาณปริมาณสำคัญสุด
01:02:25 → 01:02:29นะโดยเฉพาะเราถึงได้มีคำว่า low C นะอ่ะ
01:02:29 → 01:02:34ทีนี้แคลอรี่จากคาฟนะคุณเเน้นที่ความพอดี
01:02:34 → 01:02:37พอดีแคลอรี่จะาฟต้องพอดีนะฮะซึ่งก็แล้ว
01:02:37 → 01:02:41แต่ว่าคุณจะเน็ตาฟเท่าไหร่อ่า 20 25 นะ
01:02:41 → 01:02:4750 60 นะหรือ 100 อ่า 100 นะฮะนะหรือจะ
01:02:47 → 01:02:51กว่า 100 นะนิดหน่อยนะฮะนะอันเนี้ยนะอัน
01:02:51 → 01:02:55นี้ก็แล้วแต่แล้วแต่อะไรนะฮะแล้วแต่ตับ
01:02:55 → 01:02:57กับกล้ามนเนื้อนะแล้วแต่ตับกับกล้ามเนื้อ
01:02:57 → 01:03:02นะว่าจะมีพื้นที่ว่างนะให้เกิดการสะสม
01:03:02 → 01:03:07แคลอรี่นะที่จะผลิตพอดีต่อการใช้มากหรือ
01:03:07 → 01:03:11น้อยแค่ไหนนะฮะเนี่ยนะตับเนี่ยค่อนข้าง
01:03:11 → 01:03:14ฟิกตัวเลขค่อนข้างฟิกใช่มล่ะแต่กล้าม
01:03:14 → 01:03:17เนื้อเนี่ยมันเกิดแี่ก็ขึ้นอยู่กับการใช้
01:03:17 → 01:03:21การออกแรงออกกำลังนะฮะแล้วก็ตัวมวลกล้าม
01:03:21 → 01:03:24เนื้อมันใหญ่โตแค่ไหนนะสำหรับคนๆนั้นสาย
01:03:24 → 01:03:28เนื้อสายแป้งนะนะเพราะงั้นแคลอรี่จากคาฟ
01:03:28 → 01:03:32เนี่ยนะต้องพอดีพอดีต่อการใช้นะฮะต่อการ
01:03:32 → 01:03:37ใช้นะอก็คือใช้ก็คือการไปเติมเต็มที่ตับ
01:03:37 → 01:03:41กับที่กล้ามเนื้อนะแต่จะมากจะน้อยเนี่ย
01:03:41 → 01:03:44หลักๆอยู่ที่ตัวกล้ามเนื้อแต่ถ้าวันๆนึง
01:03:44 → 01:03:46ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้ออะไรเลยหรือใช้น้อย
01:03:46 → 01:03:52มากนะนะโอกาสที่จะกินคาฟนะอ่าเข้าไปเข้า
01:03:52 → 01:03:55ไปเยอะๆอ่ะนะมันมันไม่ได้นะเพราะฉะนั้น
01:03:55 → 01:03:57อยากกินคาฟเยอะหน่อยนะหรือจะเป็นแบบบอ
01:03:57 → 01:04:01Builder กินข้าวเป็นชามกะละมังอะไรต่างๆ
01:04:01 → 01:04:04นะอันนี้ก็ต้องเนี่ยต้องต้องพัฒนากล้าม
01:04:04 → 01:04:07เนื้อนะแล้วก็ต้องใช้กล้ามเนื้อในการทำ
01:04:07 → 01:04:10งานนะนะตัวแี่ก็เลยตัวกล้ามเนื้อเป็นหลัก
01:04:10 → 01:04:15นะในกรณีของค้านะฮะเนี่ยเราถึงได้ว่าถ้า
01:04:15 → 01:04:18เป็นคนผอมๆหรือเฉพาะสายแป้งพุงตับเนี่ย
01:04:18 → 01:04:21คุณตสร้างก้ามเหนือนะแต่โดยเฉพาะพุงตับก็
01:04:21 → 01:04:24สร้างยากสร้างเย็นเราก็เห็นๆกันอยู่นะแต่
01:04:24 → 01:04:27ก็ต้องมีความพยายามนะฮะนะอย่างอาจารย์จรุ
01:04:27 → 01:04:31ก็ยังสร้างได้นะดูบึกบักไปเลยนะฮะผิดหู
01:04:31 → 01:04:34ผิดตาไปเลยเนาะอิจฉาไทรอยดมากเลยพี่หมอ
01:04:34 → 01:04:38ไทรอยดไทรอยดแต่อิจฉาอ่าแต่ไทรรอยด์เนี่ย
01:04:38 → 01:04:42เขาสนอร์อยู่แล้วเขามีพรสวรรค์แต่ก็อย่าง
01:04:42 → 01:04:46ว่านะไทรอยเนี่ยจะโดนภูมิเพี้ยนเล่นงานนะ
01:04:46 → 01:04:49นะถ้าภูมิตับเนี่ยมันโดนภูมิแพ้ภูมิตก
01:04:49 → 01:04:52เล่นง่าแต่ภูมิเพี้ยนมันร้ายกว่าภูมิแพ้
01:04:52 → 01:04:57ภูมิตกเออเออบอ type แต่ละบอ type ก็มี
01:04:57 → 01:05:01เวรมีกรรมต่างกันนะพอพอยิ้มออกได้หน่อย
01:05:01 → 01:05:04นึงครับเออก็ดีอย่างเสียอย่างแล้วแต่จะ
01:05:04 → 01:05:06เลือกนะ
01:05:06 → 01:05:11ฮะอ่ะทีนี้เราพิจารณาาฟในแง่นินเนะฮะก็
01:05:11 → 01:05:14แบบที่พูดไปตั้งแต่แรกเลยว่าเราต้องการาฟ
01:05:14 → 01:05:18เพื่ออยากจะได้สารอาหารอะไรนะคือแคลอรี่
01:05:18 → 01:05:20คือน้ำตรงน้ำตาลเนี่ยเราไม่โอเคเราไม่
01:05:20 → 01:05:24ต้องการนะเพราะเราสร้างได้นะฮถ้าจะ
01:05:24 → 01:05:26ต้องการน้ำตาลบ้างเนี่ยก็ขึ้นอยู่ข้างบน
01:05:26 → 01:05:29เนี่ยนะฮะนะที่เป็นในรูปแบบของความเป็น
01:05:29 → 01:05:33แคลอรี่นะฮะนะนะแต่ว่าส่วนใหญ่ผมก็แค่ตับ
01:05:33 → 01:05:35นี่ก็พอแล้วนะกล้ามเนื้อคนยุคปัจจุบัน
01:05:35 → 01:05:38เนี้ยนะที่อยู่ใน Building blx เนี่ยนะ
01:05:38 → 01:05:43ฮะแล้วก็มี activity มีอะไรน้อยมากนะฮะนะ
01:05:43 → 01:05:47มันคือเขาคบอกว่าไกลโคเจนที่สามารถแพ็ค
01:05:47 → 01:05:49เข้าไปในกล้ามเนื้อได้เนี่ยมันเท่าไหร่
01:05:49 → 01:05:53300-500 ใช่มั้ยฮะนะเน็ตาฟเนี่ยมันได้
01:05:53 → 01:05:57300-500 แต่ถามว่าจริงๆแล้วคนเนี่ยนะ
01:05:57 → 01:06:01ส่วนใหญ่เนี่ยนะจะแพคกิ้งไกลโคเจนเข้าไป
01:06:01 → 01:06:04ในกล้ามเนื้อได้เท่าไหร่อย่างในตับก็
01:06:04 → 01:06:09ประมาณ 50-80 เน็ตคนะนะในในกล้ามเนื้อ
01:06:09 → 01:06:13เนี่ยส่วนใหญ่ก็คือคือประมาณประมาณ 120
01:06:13 → 01:06:19-150 นะฮะนะไม่ถึง 300 นะฮะไอ้ 300 500
01:06:19 → 01:06:23เนี่ยมันสำหรับพวกอะไรอ่ะพวกพวกอ่าพวกคน
01:06:23 → 01:06:28ที่ที่อยู่ในยิมน่ะนะพวกที่เป็นเนอรพวก
01:06:28 → 01:06:32ที่เวทนะนะส่วน Body Builder เนี่ยอาจจะ
01:06:32 → 01:06:36ไปได้ถึง 500 อ่ะ 500 600 อ่ะนะนะฝรั่ง
01:06:36 → 01:06:39ตัวใหญ่ๆอย่างเงี้ยแล้วพวกซูซูโม่เงี้ย
01:06:39 → 01:06:42ครับมันไปเท่าไหร่เอ่อซูโม่
01:06:43 → 01:06:48ก็คือซูโม่ก็น่าจะได้เยอะอ่ะนะฮะนะเยอะพอ
01:06:48 → 01:06:51กับ Body Builder อ่ะนะเออ
01:06:51 → 01:06:55เอคือคือจะบอกว่าอย่างงี้นะฮะว่าว่าไอ้
01:06:56 → 01:06:58เคิฟเนี่ยเคิฟในการกินคาฟของคนเราเนี่ยนะ
01:06:59 → 01:07:01มันเป็นรูปมันเป็นรูปอะไรมันเป็นรูปภูเขา
01:07:01 → 01:07:05อ่ะนะฮะนะอืครับผมอ่าแล้วมันก็จะแบ่ง
01:07:05 → 01:07:09เปอร์เซ็นต์นะฮะเราพอรู้มยว่าว่าคนที่เ
01:07:09 → 01:07:12เป็นเป็นพวกกลุ่มนักกีฬาที่เป็นเทรนเนอร์
01:07:12 → 01:07:15ที่ที่จะเอาเป็นเอาตายกับการสร้างบอดี้
01:07:15 → 01:07:17อะไรต่างๆเนี่ยในทั่วโลกเนี่ยมันมีกี่
01:07:17 → 01:07:20เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับประชากรทั้งโลก
01:07:20 → 01:07:24เราคิดว่ามันสักกี่เปอร์เซ็นต์อ่ะไม่เกิน
01:07:24 → 01:07:2610% เองครับ
01:07:26 → 01:07:30มีน้อยกว่านั้นน้อยกว่านั้นจริงหรอครับโ
01:07:30 → 01:07:36เออ 5 ครับ 5% ครับเออคือเครับไม่ฮะมาก
01:07:36 → 01:07:39กว่านั้นคือเ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3 -3.5 นะ
01:07:39 → 01:07:44ฮะมันมีแค่ 3% เหรอพี่หมอ 3 -3.5 เนะฮะ
01:07:44 → 01:07:51นะนะเนี่ยก็คือคนที่บ้าๆที่จะมากินคฟเยอะ
01:07:51 → 01:07:55ๆโชว์แล้วก็เป็นบอ Builder เป็นเทนเนอร์
01:07:55 → 01:07:57เป็นอะไรต่างๆอยู่ในยิมทำงานกับยิมอะไร
01:07:57 → 01:08:01ต่างๆเหล่าเนี้ยนะฮะนะเนี่ยนะคือเป็น
01:08:01 → 01:08:06อาชีพเลยอ่ะอาชีพที่จะมีมีก้ามเยอะๆแล้ว
01:08:06 → 01:08:09กินคาฟได้เยอะๆอะไรต่างๆเหล่าเนี้ยพวกนี้
01:08:09 → 01:08:13คือ 3 -3.5 เนะฮะไม่ใช่ส่วนใหญ่นะฮะไม่
01:08:13 → 01:08:17ใช่ส่วนใหญ่นะเออเอ่อส่วนใหญ่มันไม่ได้
01:08:17 → 01:08:20ขนาดนั้นหรอกฮะนะคนส่วนใหญ่เนี่ยนะ
01:08:20 → 01:08:23ไกลโคเจนที่กล้ามเนื้อเนี่ยประมาณ 120
01:08:23 → 01:08:26ไม่เกิน 150 กรัม่ะฮะมันจุได้แค่นั้นแหละ
01:08:26 → 01:08:33นะจุได้แค่นั้นนะที่ตับก็ประมาณ 50-80 นะ
01:08:33 → 01:08:37เออจะเห็นว่าคนพวกนี้มามีบทบาทอะไรแต่
01:08:37 → 01:08:40อะไรเยอะแยะไปหมดนะแล้วจริงๆไกลโคเจนที่
01:08:40 → 01:08:42กล้ามเนื้อเนี่ยมันไม่ได้สลายออกมาง่ายๆ
01:08:42 → 01:08:45ใช่มั้ยพี่หมอเค้าเคจะเก็บไว้ใช้ยาม
01:08:45 → 01:08:49ฉุกเฉินนะเออเพราะฉะนั้นการที่มันเไว้ใช้
01:08:49 → 01:08:51ยามฉุกเฉินเนี่ยคุณก็ต้องมีภาวะฉุกเฉิน
01:08:51 → 01:08:52น่ะ
01:08:52 → 01:08:56นะซึ่งคนทั่วๆไปเนี่ยเขาไม่มีภาวะฉุกเฉิน
01:08:56 → 01:08:58ไงเพราะฉะนั้นกล้ามเนื้อเขแทบจะไม่ได้ใช้
01:08:58 → 01:09:02ไกลโคเจนนะนะแต่ทีนี้พวก Body Builder
01:09:02 → 01:09:05หรือว่าพวกเน่งเทนเนอร์อะไรต่างๆหรือเรา
01:09:05 → 01:09:07ไปเข้ายิมเข้าอะไรแล้วถูกเ่อเทรนเนอร์
01:09:07 → 01:09:10บังคับว่าอย่างโง้นอย่างงี้อะไรต่างๆ
01:09:10 → 01:09:13เนี่ยหรือเราไปกำหนดร่างกายของเราเนี่ยนะ
01:09:13 → 01:09:16อย่างหมอไปตีแบตเนี่ยให้มันเกิดภาวะฮิต
01:09:16 → 01:09:18อะไรต่างๆเหล่าเยนี่แหละกล้ามเนื้อมันจะ
01:09:18 → 01:09:21ได้ใช้ไกลโคเจนต่อเมื่อมีสถานการณ์แบบ
01:09:21 → 01:09:24คล้ายๆฉุกเฉินนะซึ่งเป็นการหายใจแบบไม่
01:09:24 → 01:09:29ใช้ออกซิเจนเออต้องมีอย่างเงี้ยนะถ้าคุณ
01:09:29 → 01:09:32ไปน็อคตีแบตอะไรต่างๆชิลๆอะไรอย่างเงี้ย
01:09:32 → 01:09:35อันนี้มันมันเป็นเ้าเรียกเป็นคาร์ดิโอ่ะ
01:09:35 → 01:09:38ฮะเป็นแค่คาร์ดิโอไม่ได้เป็นฮิตนะฮะนะไม่
01:09:38 → 01:09:42ได้เป็นฮิตแล้วคนเราอ่ะจะมาฮิตกันแบบชนิด
01:09:42 → 01:09:45เ่อทั้งวันทั้งคืนอะไรต่างๆมันไม่ใช่มัน
01:09:45 → 01:09:49ไม่ได้ฮิตกันนานเน่อนานเนี่ยมันมันมัน
01:09:49 → 01:09:52เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินวิกฤตน่ะนะเราเราไม่
01:09:52 → 01:09:55ได้เอาสถานการณ์ฉุกเฉินวิกฤตมาเป็น Normal
01:09:55 → 01:09:57ร้ายอะไรของเราอย่าง
01:09:57 → 01:10:01งั้นใช่ครับเออเพราะฉะนั้นโอกาสที่กล้าม
01:10:01 → 01:10:04เนื้อจะถูกใช้ไกลโคเจนไม่ได้เยอะนะฮะไม่
01:10:04 → 01:10:06ได้เยอะ
01:10:06 → 01:10:09เอนะเพราะฉะนั้นเราต้องโฟกัสที่ตับนี่
01:10:09 → 01:10:16แหละเออครับผมอืนะอ้าต่อไปเรื่องนนยังไง
01:10:16 → 01:10:20บ้างเกี่ยวกับาฟก็คือต้องพอดีๆดีพอดีใน
01:10:20 → 01:10:23แง่ที่จะนำไปซ่อมไปสร้างนะฮะนะโดยเฉพาะ
01:10:23 → 01:10:26การสร้างกล้ามเนื้อนั่นแหละนะนะซ่อมสร้าง
01:10:26 → 01:10:30เท่าที่จำเป็นนะนะสิ่งเหล่านี้ร่างกายก็
01:10:30 → 01:10:33ต้องการแค่ไหนอ่ะนะถ้าจะเป็นการกินสูตร
01:10:33 → 01:10:35คาร์โบไฮเดรตโปรตีนไขมันนะตามสูตรทั่วไป
01:10:36 → 01:10:39เนี่ยนะก็คือคาฟต้องประมาณ 10 ถึงไม่เกิน
01:10:39 → 01:10:4320% โปรตีนก็ 20 ถ3แล้วที่เหลือเป็นแฟต
01:10:43 → 01:10:48นะแต่โดยเฉลี่ยแล้วแฟตควรจะมากกว่าคาฟบวก
01:10:48 → 01:10:53โปรตีนนะอันนี้ก็เป็นสูตรในการกินแบบ low
01:10:53 → 01:10:57C High Good Fat ที่จะเกิดความพอดี
01:10:57 → 01:11:01และเอ่อเกิดการตอบสนองต่อฮอร์โมนในฝั่ง
01:11:01 → 01:11:05สะสมเผาผลาญพลังงานเป็นไปดังที่ต้องการ
01:11:05 → 01:11:08เพื่อจะให้เกิด metabolic effectivity
01:11:08 → 01:11:12และภาวะ optimal Health Performance นะ
01:11:12 → 01:11:15ฮะก็เป็นครับผมอ่า 8 ข้อผิดพลาดในแง่ของ
01:11:16 → 01:11:21พิ fall ของการกินาฟเนี่ยนะตัว P คือพ
01:11:21 → 01:11:27Quality nutrient Den นะก็คือเป็นาฟนะ
01:11:27 → 01:11:32ที่เราไม่เข้าใจนะในแง่ที่จะต้องได้รับนะ
01:11:32 → 01:11:37ตัวนิตร density นะฮะนะอ่าคำว่า p
01:11:37 → 01:11:39Quality nutrient density nutrient
01:11:39 → 01:11:44density จากฟคืออะไรนะฮะคืออะไรนะก็ตาม
01:11:44 → 01:11:48ที่บอกก็คือ 1 เส้นใหญ่หรือไฟเบอร์นะฮะ
01:11:48 → 01:11:50ไฟเบอร์เส้นใหญ่นะซึ่งต้องมีทั้งละลายไม่
01:11:50 → 01:11:55ละลายน้ำวิตามินแร่ธาตุอ่าสารศึกษา E
01:11:55 → 01:12:02แล้วก็เอนไซม์นะฮะนะซึ่งเอ่อในการกินคาฟ
01:12:02 → 01:12:06เนี่ยนะคาฟเนี่ยเรากินเพื่อที่จะเรียก
01:12:06 → 01:12:10เรียกให้ตัวพ่อเออกมาทำงานนะฮะนะนะเพราะ
01:12:10 → 01:12:13ฉะนั้นเนี่ยในส่วนประกอบนะที่เป็นเรื่อง
01:12:13 → 01:12:17ของนินเดนเนี่ยนะฮะนะเวลาอินซูลินเค้าทำ
01:12:17 → 01:12:20งานเราก็เคยเรียงลำดับให้แล้วนะว่าเขาจะ
01:12:20 → 01:12:23เอาอะไรเข้าเซลล์ก่อนหลังนะฮะนะเพราะ
01:12:23 → 01:12:27ฉะนั้นปริมาณสารอาหารเนี่ยที่จะได้รับยาก
01:12:27 → 01:12:31ที่สุดน้อยที่สุดเลยเนะก็คือ 2-3 ตัวหลัง
01:12:31 → 01:12:36ๆเนะก็คืออะไรบ้างก็คือแร่ธาตุมิเนอนะฮะ
01:12:36 → 01:12:41แล้วก็สารพรึกษาเคมีแล้วก็เอนไซม์นะฮะ 3
01:12:41 → 01:12:44อย่างนี้แหละนะนะโดยเฉพาะเอนไซม์เนี่ยแทบ
01:12:44 → 01:12:48ไม่ได้เข้าเลยนะฮะนะนะเพราะฉะนั้นเป็น
01:12:48 → 01:12:52วิธีการเมื่อกินเจำกัดคาฟอะไรต่างๆเนี่ย
01:12:52 → 01:12:55เราก็มักจะขาดนะในเรื่องราวเหล่านี้นะฮะ
01:12:55 → 01:13:00ที่เราต้องเติมนะก็คือมินอหรือแร่ธาตนะ
01:13:00 → 01:13:03แล้วก็พฤกสาพฤษาเคมีสาพฤกษาเคมีเนี่ยถ้า
01:13:03 → 01:13:07เรากินเอ่ออะไรอ่ะทอยในรูปของน้ำสลัดเรา
01:13:07 → 01:13:10ก็ได้อยู่แล้วล่ะนะฮะนะแล้วต่อมาก็คือพวก
01:13:10 → 01:13:14เอนไซม์เอนไซม์ก็คือกินจากผักใบผักหัวโดย
01:13:14 → 01:13:18เฉพาะผักสดผักดองนะอันเนี้ยเราล้อมกรอบไ
01:13:18 → 01:13:22หมดแล้วถ้ากินแบบโลคไอยอ่ะนะฮะเนี่ยมันก็
01:13:22 → 01:13:25จะปิดประตูในเรื่องของเ่อพัว Quality
01:13:25 → 01:13:28nutrient D นะฮะนะอัน
01:13:28 → 01:13:33นี้ทีนี้มันจะมีคำอีกคำนึงนะฮะนะคำอีกคำ
01:13:33 → 01:13:36นึงที่จะต้องบอกไว้ตรงนี้เลยในแง่ของความ
01:13:36 → 01:13:39สูงสุดของความเป็นสารอาหารนะฮะนะสูงสุด
01:13:39 → 01:13:43ของความเป็นสารอาหารนะเนี่ยนะที่ร่างกาย
01:13:44 → 01:13:48เค้าต้องการมากที่สุดนะเค้าจะใช้คำ
01:13:48 → 01:13:53ว่าคำว่าสารอาหารสูงสุดนะฮะคำว่าสารอาหาร
01:13:53 → 01:13:57สูงสุดคือนะ Maximum nutrient density
01:13:57 → 01:14:00อเรียก Maximum Quality nutrient
01:14:00 → 01:14:03density นะ Maximum Quality nutrient
01:14:03 → 01:14:09นะนะตรงข้ามกับ P Quality nutrient
01:14:09 → 01:14:14Maximum Quality นอ่าแปลเป็นภาษาไทยคือ
01:14:14 → 01:14:18สารอาหารสูงสุดคำๆนี้นะฮะนะเป็นองค์
01:14:18 → 01:14:22ประกอบอะไรบ้างนะฮะนะก็คือ 1 Real
01:14:22 → 01:14:28Natural Food นะอเรอ่าหรือ law Natural
01:14:28 → 01:14:32Food ก็คือสารอาหารตามธรรมชาตินะพวกนี้
01:14:32 → 01:14:37ก็ต้องมาจากค้าโปรตีนและไขมันงลูกใช่่มฮะ
01:14:37 → 01:14:43นะนะแต่แค่เนี้ยนะมันก็คือเป็นเรฟเรฟเรฟ
01:14:43 → 01:14:46ที่เราบอกกันนะฮะแต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรา
01:14:46 → 01:14:52บวกเอเราบวกอะไรเขาบอกว่าถ้าเราบวก Super
01:14:52 → 01:14:55Quality process
01:14:55 → 01:14:58หรือ Super Quality process f เข้าไป
01:14:58 → 01:15:03นะมันก็จะกลายเป็น Maximum Quality New
01:15:03 → 01:15:05เทันที
01:15:05 → 01:15:11นะพี่หมอตอบใครไปนะว่ากิน CD แล้วจะยังไง
01:15:11 → 01:15:14อะไรเนี่ยนะเอ่อแล้วหมอก็เลยบอกว่าคุณ
01:15:14 → 01:15:18ต้องกิน CD กับ TE Oil นะฮะนะแล้วคุณจะ
01:15:18 → 01:15:21ได้สารอหารสูงสุดเเรียกว่า maximal
01:15:21 → 01:15:25Quality nutrient นะฮะ
01:15:25 → 01:15:28คือถ้าเรียวก็คือพรึกษาเคมีเองไใช่มคุณ
01:15:28 → 01:15:32หรอไม่ถึงจุดนะนะสิ่งที่ทำให้ถึงจุดจริงๆ
01:15:32 → 01:15:35เลยเนี่ยนะก็คือต้องสารพฤกษาเคมีหรือสาร
01:15:36 → 01:15:40ยาที่มาจากน้ำมันสกัดเย็นนะเพราะั้นในรูป
01:15:40 → 01:15:43แบบของความเป็น low C High Good Fat
01:15:43 → 01:15:46E Oil ต่างๆที่กินใน 1 วันที่ถูกต้อง
01:15:46 → 01:15:48มื้อแรกมื้อเย็นอะไรอย่าเงี้ยนะฮะอันนี้
01:15:48 → 01:15:51เขาเรียกว่าล้อมกรอบไหมดเรียบร้อยแล้วนะ
01:15:51 → 01:15:57เพราะคุณจะได้ทั้งพลังงานและสารอาหารที่
01:15:57 → 01:16:01จำเป็นสูงสุดที่ร่างกายเขาส่งสัญญาณว่าเ
01:16:01 → 01:16:04ต้องการอย่างนี้
01:16:04 → 01:16:08เออเพราะฉะนั้นตอนเยเราได้หรือยังถ้าเรา
01:16:08 → 01:16:11ยังไม่ได้เราต้องไปปรับไปเติมไปตบไปแต่ง
01:16:11 → 01:16:17นะให้มันได้นะฮะนะเพราะงั้นพิ f อันดับ 1
01:16:17 → 01:16:22เลยนะของความผิดพลาดในการกินาฟก็คือนนเนะ
01:16:22 → 01:16:25ฮะซึ่งเราไม่เข้าใจและเราไม่ได้ได้เติมนะ
01:16:25 → 01:16:29ฮะเราไม่ได้เติมนะเพหลายคนที่มีการกินไป
01:16:29 → 01:16:34ทางพการแบบ CD kcd เก่าอะไรต่างๆนะใน
01:16:34 → 01:16:36ปัจจุบันถึงได้มีการต้องมาเติมไงฮะเพราะ
01:16:36 → 01:16:39ต่างประเทศเเติมมานานแล้วแล้วหมอก็บอก
01:16:39 → 01:16:43แล้วนะว่าไอ้นนที่สำคัญเนี่ยนะในปัจจุบัน
01:16:43 → 01:16:46ที่เขาเติมกันเนี่ยโดยเฉพาะกลุ่ม Heart
01:16:46 → 01:16:50แอนซอยนะที่เขาก็กินแบบซีดีไออนเเลยเก็
01:16:50 → 01:16:53ต้องมาเติมเบอร์รี่ฮะมาเติมน้ำผึ้งมาเติม
01:16:53 → 01:16:56อ่าพวกาฟอะไรต่างๆเที่มันมีเรื่องของ
01:16:56 → 01:17:00nutrient density อ่ะ
01:17:00 → 01:17:03นะนะแต่ฝรั่งเนี่ยเขาอาจจะกินไปทาง
01:17:03 → 01:17:06เมดิเตอเรเนียนไดเอตซึ่งเขาก็จะกินเป็น
01:17:06 → 01:17:10น้ำมันมะกอกหรือพวกมูฟ่าต่างๆนะที่มันมี
01:17:10 → 01:17:14ตัวนิวนเนดีๆนะฮะผมเพราะว่าร่างกายเ
01:17:14 → 01:17:17วิวัฒนาการมาแล้วเก็ชินกับสิ่งนี้ไปเรียบ
01:17:17 → 01:17:20ร้อยแล้วนะฮะแต่เราเนี่ยทางเอเชียทางใกล้
01:17:20 → 01:17:23เส้นสุนสูตรเนี่ยนะเราไม่ได้กินแบบนี้
01:17:23 → 01:17:26เป็นหลักเรากินแต่ข้าวกินแบผลไม้นะเพราะ
01:17:26 → 01:17:29ฉะนั้นวิธีการจะปรับให้มันเป็นสารอาหาร
01:17:29 → 01:17:32สูงสุดนะเนี่ยเราก็ต้องปรับโดยการใช้น้ำ
01:17:32 → 01:17:35มันที่เป็นเพียว Oil เยีนี่แหละนะฮะแล้ว
01:17:35 → 01:17:39ก็กินในรูปน้ำสละนะก็ถ้ากิน CD kcd คุณ
01:17:39 → 01:17:44ก็เติมนะน้ำสลัดไปตอนมื้อแรกจบนะฮะก็ครบ
01:17:44 → 01:17:50นะฮะอ่าอันต่อมาพิษตัว I นะฮะตัว I ก็คือ
01:17:50 → 01:17:54inadequate calor นะนะอันนี้ก็คือเป็น
01:17:54 → 01:17:57เรื่องเรื่องของพลังงานที่มันเป็นแคลอรี่
01:17:57 → 01:18:02นะนะนะในแง่ของคาฟเนี่ยนะถามว่าจำเป็นมย
01:18:02 → 01:18:06ก็มีความจำเป็นนะเถึงแม้จะเป็นน้ำตาลก็
01:18:06 → 01:18:11เหอะนะเพราะเพราะว่าสิ่งที่อวยวะ 2 อย่าง
01:18:11 → 01:18:16ที่ยังจะต้องได้เนี่ยนะก็คือตับกับอะไร
01:18:16 → 01:18:20ตับกับกล้ามเนื้อเนื้อครับผมครับผมเออที
01:18:20 → 01:18:24นี้มันมันต้องเข้าใจนิดนึงเนี่ยนะว่าเ้า
01:18:24 → 01:18:27ถ้าอย่างงั้นเนี่ยน้ำตรงน้ำตาลนะแป้งน้ำ
01:18:27 → 01:18:30ตาลอะไรต่างๆเนี่ยก็ยังจำเป็นใช่่ไหมถือ
01:18:30 → 01:18:34ว่ายังจำเป็นนะฮะนะแต่ไม่ใช่ essential
01:18:34 → 01:18:38นะฮะนะก็คือเป็นความจำเป็นที่เป็นแบบ
01:18:38 → 01:18:42Important นะฮะเป็นความสำคัญนะนะที่เขา
01:18:42 → 01:18:45แค่ไปเติมไงไปเติมนะ
01:18:45 → 01:18:49ฮะทีนี้ที่บอกว่าร่างกายสร้างเองได้ด้วย
01:18:49 → 01:18:51ขบวนการ adaptive glucose spanning
01:18:51 → 01:18:56effect นะฮะนะเป็น adaptive เนี่ยนะฮะนะ
01:18:56 → 01:18:59กลไกการสร้างอันนี้เนี่ยร่างกายไม่ได้มี
01:18:59 → 01:19:02จุดมุ่งหมายนะฮะที่จะเอาไปสะสมเป็นไก
01:19:02 → 01:19:05โคเจนที่ตับกับกล้ามเนื้อนะเพราะว่า
01:19:05 → 01:19:08adaptive glucose baring เนี่ยร่างกาย
01:19:08 → 01:19:13เนี่ยนะเขาสร้างให้ 3 อวัยวะเป็นหลักนะฮะ
01:19:13 → 01:19:163 อวัยวะเป็นหลักนะอันดับ 1 คือเม็ด
01:19:16 → 01:19:19เลือดแดงเพราะว่าเขาไม่มีเม็ดตกคอนดีอ่ะ
01:19:19 → 01:19:24นะเขาต้องใช้น้ำตาลนะฮะอันดับ 2 ก็คือ
01:19:24 → 01:19:29ส่วนของสมองนะฮะนะส่วนของสมองประมาณ 5%
01:19:29 → 01:19:32นะฮะที่มีความจำเป็นยิ่งยวดนะที่ใช้อะไร
01:19:32 → 01:19:36ไม่ได้เลยใช้คีโตนก็ไม่ได้ใช้อ่ากดไขมัน
01:19:36 → 01:19:39อิสระอะไรก็ไม่ได้ใช้ได้แต่น้ำตาลที่เป็น
01:19:39 → 01:19:44กูโคสนะฮะกูโคสเท่านั้นนะฮะนะจริงๆแล้ว
01:19:44 → 01:19:47มันมีส่วนของสมองเนี่ยประมาณ 20% นะที่
01:19:47 → 01:19:52ใช้ใช้น้ำตาลได้นะฮะอ่าใช้น้ำตาลได้อ่ะนะ
01:19:52 → 01:19:56ฮะแต่ 5% ของ 20% อันเนี้ยนะอันนี้ใช้ไม่
01:19:56 → 01:20:00ได้ใช้ไม่ได้นะฮะที่เหลืออีก 15% น่ะนะก็
01:20:00 → 01:20:03สามารถถ้าไม่มีน้ำตาลก็ใช้คีโตนได้นะแต่
01:20:03 → 01:20:07สมองส่วนใหญ่ 80% นะเไม่ได้ใช้น้ำตาลเใช้
01:20:07 → 01:20:13คีโตนเใช้คีโตนนะฮะนะเพราะฉะนั้น adaptive
01:20:13 → 01:20:15glucose sping effect เนี่ยอันเนี้ย
01:20:15 → 01:20:20มันก็เป็นความสำคัญนะฮะที่ร่างกายนะเขา
01:20:20 → 01:20:24กำหนดขึ้นนะเพื่อให้อวัยวะบางอย่างนะฮะ
01:20:24 → 01:20:26เซลล์บางอย่างเท่านั้นนะฮะที่จะต้องได้
01:20:26 → 01:20:29รับสิ่งเหล่าเนะฮะนะซึ่ง
01:20:29 → 01:20:33เอ่อซึ่งการเกิดน้ำตาลในลักษณะที่ว่า
01:20:33 → 01:20:37เนี่ยจะต้องมีการผ่านตับนะนะมันเป็นขบวน
01:20:38 → 01:20:41การกลูโคนิสิทที่ต้องผ่านตับนะแล้วก็นำไป
01:20:41 → 01:20:45ให้สิ่งเหล่านี้นะอันเนี้ย
01:20:45 → 01:20:51อแต่แต่ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายนะฮะนะที่จะ
01:20:51 → 01:20:55เกิดกลูโค genasis นะแล้วเอาไปสะสมเป็น
01:20:55 → 01:20:58ไกลโคเจนที่ตับกับที่กล้ามเนื้อนะ
01:20:58 → 01:21:02ไกลโคเจนที่ตับที่กล้ามเนื้อต้องเป็น di
01:21:02 → 01:21:07คาฟนะที่กินเข้าไปจากภายนอกจากภาย
01:21:07 → 01:21:11นอกเพราะฉะนั้นก็ต้องเข้าใจและรู้ที่จะ
01:21:11 → 01:21:14กินให้ถูกให้เป็น้อันนี้
01:21:14 → 01:21:18แหละอันนี้ก็คือความหมายในแง่ของแคลอรี่
01:21:18 → 01:21:21นะฮะนะแคลอรีเพราะน้ำตาลมันเป็นแคลอรีนะ
01:21:22 → 01:21:26นะแต่คนเรานะถึงจะกินโลคาฟแล้วก็กินผิด
01:21:26 → 01:21:30กินน้อยหรือบางคนก็กินเกินไปไม่เหมาะสม
01:21:30 → 01:21:34ไม่เกิดความผลิตพอดีกับตัวเราตัวเองนะฮะ
01:21:34 → 01:21:38เนี่ยแคลอรี่มันต้องพอดีนะนะตับกับกล้าม
01:21:38 → 01:21:40เนื้อถึงจะดี
01:21:40 → 01:21:44นะตัว T คือไทรรอยด์ฟังก์ชันนะฮะนะเนี่ย
01:21:44 → 01:21:47ไทรรอยดิฟฟังก์ชันนะฮะ
01:21:47 → 01:21:53นะคือถ้าคาฟไม่ถูกต้องไม่เหมาะสมนะฮะดัง
01:21:53 → 01:21:56ที่บอกนะเนี่ยไทรรอยด์เนี่ยเขเป็นคฟ
01:21:56 → 01:21:59Dependent ฮอร์โมนอันดับ 1 นะแล้วเราไป
01:21:59 → 01:22:02กินอะไรมาก็ไม่รู้อ่ะนะนะคือไทรรอยด์ก็
01:22:02 → 01:22:06ต้องการแป้งเท่านั้นนะแป้งแป้งอ่ะนะคาฟ
01:22:06 → 01:22:09ที่เป็นแป้งนะฮะคาฟที่เป็นแป้งเนี่ยก็มา
01:22:09 → 01:22:12จากแป้งเชิงซ้อนกับมาจากผักหัวมาจากผัก
01:22:12 → 01:22:15หัวนะฮะเพราะฉะนั้นน่ะถึงเป็นเบาหวาน
01:22:15 → 01:22:18เนี่ยแป้งเชิงซ้อนกินไม่ได้แต่คุณก็ยัง
01:22:18 → 01:22:22ต้องกินผักหัวนะฮะนะผักใบผักหัวนะเราจะ
01:22:22 → 01:22:27นับคราฟจากผักหัวนะฮะเพื่อกินเพื่ออะไรนะ
01:22:27 → 01:22:28เพื่อ
01:22:28 → 01:22:33อ่าให้เกิดการสร้างไทรอยฮอร์โมนนะนะที่
01:22:33 → 01:22:37เพียงพอนะฮะนะเพราะถ้ากินไม่ถูกนะฮะกิน
01:22:38 → 01:22:41ไม่ถูกไม่ไม่เข้าใจในเรื่องของการกินผัก
01:22:41 → 01:22:46ใบผักหัวนะฮะอ่าโทษทีผักหัวกับแป้งเชิง
01:22:46 → 01:22:48ซ้อนเนี่ยก็จะเกิดปัญหาเรื่องไทรรอย
01:22:48 → 01:22:51ฟังก์ชันซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการ
01:22:51 → 01:22:57ทำงานที่ลดลงหรือไม่ขยันนะเนี่ยนะอันนี้
01:22:57 → 01:23:01กรณีที่เรามากินพวกนี้แล้วนะฮะนะพวกโคฟ
01:23:01 → 01:23:05แล้วนะต่อไปตัว f ก็คือ Food mania นะฮะ
01:23:05 → 01:23:09นะเนี่ยเขาเรียกว่า Food L ก็ได้นะฮะ
01:23:09 → 01:23:12Food mania ก็ได้นะนะอันนี้ก็คือเราจะ
01:23:12 → 01:23:18ได้ฟุกโตดมยล่ะนะเนี่ยเรากินไม่เข้าใจ
01:23:18 → 01:23:20เรื่องเราคือเราไม่มีความรู้เรื่องผลไม้
01:23:20 → 01:23:25อย่าเงี้ยนะฮะแล้วเราก็ติดยึดติดอยากติด
01:23:25 → 01:23:27ความเชื่อเดิมๆน่ะอู้ผลไม้จะเป็นอะไรไป
01:23:27 → 01:23:31เ่อใครๆก็กินเราอยู่ในประเทศไทยไม่กิน
01:23:31 → 01:23:33ผลไม้ได้ยังไงล่ะแปลกประหลาดอะไรอย่า
01:23:33 → 01:23:38เงี้ยนะครับผมมันไม่ใช่แล้วยุคสมัยนี้มัน
01:23:38 → 01:23:422568 แล้วนะฮะมันต้องมีองค์ความรู้อ่ะนะ
01:23:42 → 01:23:45นะเพราะฟุกโตสเอยเนี่ยร่างกายก็ถือว่า
01:23:45 → 01:23:47ฟลุกโตสโดยเฉพาะตับนะฮะฟลุ๊กโตสคือ
01:23:47 → 01:23:52แอลกอฮอล์นะกตัวคือแอลกอฮอล์นะเพราฉะนั้น
01:23:52 → 01:23:55กินผลไม้ได้มยได้
01:23:55 → 01:23:58นะแล้วต้องกินอะไรนะฮะนะอย่างเช่นการกิน
01:23:58 → 01:24:01เบอร์รี่อะไรเงี้ยแต่เดี๋ยวทางด้านขวามือ
01:24:01 → 01:24:05เนี่ยก็จะมาบอกนะฮะเนี่ยถึง 3 กลุ่มผลไม้
01:24:05 → 01:24:10นะที่กินเพื่อจะควบคุมและลดน้ำตาต่อไปคือ
01:24:10 → 01:24:15a activity นะฮะ activity นะเนี่ยอก็
01:24:15 → 01:24:21ดังที่รู้อ่ะนะฮะกินคาฟยังไงนะไม่เหมาะสม
01:24:21 → 01:24:25แ่ activity ยังไงนะฮะนะคือ activity ของ
01:24:25 → 01:24:28คนเราเนี่ยส่วนใหญ่เราหลายคนก็คือไม่ทำใน
01:24:28 → 01:24:31ปัจจุบันมันสะดวกสบายเกินไปนะหรือทำแต่ทำ
01:24:31 → 01:24:36น้อยทำไม่พอทำแล้วไม่เหมาะนะหรือทำผิดนะ
01:24:36 → 01:24:39เช่นบางคนมี activity นะอย่างเช่น
01:24:39 → 01:24:44คาร์ดิโอโซน 3 โซน 4 นะฮะนะเ่อแล้วก็เ่า
01:24:44 → 01:24:47เนี่ยนะไม่ใช่โซน 2 ไม่ใช่โซน 1 อะไร
01:24:48 → 01:24:51อย่างเงี้ยนะฮะนะเนี่ยมันก็มันก็ไม่ถูก
01:24:51 → 01:24:55อ่ะนะฮะนะเอ่อเอ่อพอไม่ถูกต้องเหล่าเนี้ย
01:24:55 → 01:24:59นะนะพวกเนี้นะมันก็เติมคาฟไม่เป็นอีกนะฮะ
01:24:59 → 01:25:04นะคอร์ติซอลก็มานะนะหรือจำกัดไม่กินคาฟนะ
01:25:04 → 01:25:08ฮะนะแต่ไปคาร์ดิโอโซน 3 นะในวันนั้นอย่าง
01:25:08 → 01:25:13เงี้ยนะฮะนะนะคือพวกเนี้ยนะเต้องใช้คาฟนะ
01:25:13 → 01:25:17แต่เติมเติมผิดอ่ะนะกินผิดนะเติมคาฟไม่พอ
01:25:17 → 01:25:21นะฮะนะมันก็จะเป็นความผิดพลาดในแง่ของการ
01:25:21 → 01:25:24กินาฟนะอันเนื่องมาจากมี activity ที่
01:25:24 → 01:25:29เอ่อน้อยไปมากไปไม่เหมาะสมนะฮะส่วนตัว L
01:25:29 → 01:25:323 ตัวเนี่ยนะฮะ L 3 ตัวก็คือ low
01:25:32 → 01:25:37อิซูลินนะฮะก็คือหลายคนกินโการคต่ำนะ
01:25:37 → 01:25:42เนี่ยมาเป็นเวลานานๆนะฮะนานๆนะแล้วก็ไม่
01:25:42 → 01:25:46เข้าใจนะคือไม่มีการ cheating rotating
01:25:46 → 01:25:51circulating อ่าเอ่อหรืออ่าไม่มีการฝึก
01:25:51 → 01:25:54นะอ่าการออกมาทำงานอะไรต่างๆของอินซูลิน
01:25:54 → 01:25:58นะอย่างเหมาะสมนะในบางช่วงเวรัมเวลาอะไร
01:25:58 → 01:26:04ต่างๆนะฮะคือสำคัญที่สุดก็คืออินซูลินนะ
01:26:04 → 01:26:06ที่จะต้องมีการเปลี่ยนโกดฮอร์โมนให้เป็น
01:26:06 → 01:26:11IG F1 เพราะว่านะตัวอินซูลินนี่จะ
01:26:11 → 01:26:14สัมพันธ์กับกล้ามเนื้อโดยมีเค้าเรียกว่า
01:26:14 → 01:26:17มีนกต่อหรือว่ามีตัวกลางนะก็คือ IG F1
01:26:18 → 01:26:20นะเพราะ i1 เนี่ยจะเป็นตัวกระตุ้นการ
01:26:20 → 01:26:23สร้างกล้ามเนื้อนะแล้วก็การเอาสารอาหาร
01:26:23 → 01:26:26อะไรต่างๆนะเข้าสู่กล้ามเนื้อคอเลสเตอรอล
01:26:26 → 01:26:30สารอาหารนะอ่ารวมทั้งเอ่อไกลโคเจนแต่จริง
01:26:30 → 01:26:34ๆไกลโคเจนก้ากล้ามเนี่ยมันเข้าได้เลยนะฮะ
01:26:34 → 01:26:37มันไม่ต้องมีตัวตัวฮอร์โมนเป็นตัวควบคุม
01:26:37 → 01:26:39นะ
01:26:39 → 01:26:44ฮะนะแต่อินซูลินเนี่ยนะเราเราคือไงอ่ะเรา
01:26:44 → 01:26:48โลอินซูลินซะจนแบบนะเ่อกล้ามเนื้อเนี่ย
01:26:48 → 01:26:53ไม่มี AG F1 นะที่จะไปเกิดการพัฒนาต่อนะ
01:26:53 → 01:26:56อันนี้ไม่ได้นะนะอันนี้ต้องมีความเข้าใจ
01:26:56 → 01:27:00นะนะเพราะฉะนั้นจะไม่โอินซูลินต้องเติม
01:27:00 → 01:27:03คาฟให้เป็นเติมให้ถูกเติมให้พอดีนะฮะนะ
01:27:04 → 01:27:07หรือมีการฝึก heating Car rotating Car
01:27:07 → 01:27:10circulating Car นะแล้วแต่ความเหมาะสม
01:27:10 → 01:27:13หรืออย่างน้อยก็กินแบบ TR me a day
01:27:13 → 01:27:16แบบ low C High Good Fat อ่ามื้อแรก
01:27:16 → 01:27:20กินเป็นคล้ายๆอ่า very low cf นะฮะแต่
01:27:20 → 01:27:25มื้อเย็นเนี่ยกินแบบครบนะฮะนะซึ่งก็มีคาฟ
01:27:25 → 01:27:28เนี่ยนะแล้วอินซูลินก็มีการตอบสนองตาม
01:27:28 → 01:27:32ธรรมชาติที่เขาจะมาตามเซคเดียวในมื้อเย็น
01:27:32 → 01:27:33นะ
01:27:33 → 01:27:38อันคือโลคไอยเนี่ยมันคุมไวหมดแล้วทั้ง
01:27:38 → 01:27:41ระยะสั้นระยะยาวแล้วก็คุมสิ่งที่หมอบอกนะ
01:27:41 → 01:27:45ที่เป็นพิ f ข้อผิดพลาดพวกนี้นะต่อไป low
01:27:45 → 01:27:51sal low วามินนะกินโลคราฟนะเนี่ยนะมัน
01:27:51 → 01:27:57ก็จะขาดในเรื่องของเนี่ยนะเกลือแร่กับ
01:27:57 → 01:28:01วิตามินนะฮะซอซิออนะฮะนะเพราะฉะนั้น
01:28:01 → 01:28:07โปแตสเซียมแมกนีเซียมนะอ่าแล้วก็โซเดียม
01:28:07 → 01:28:12นะวิตามินก็ส่วนใหญ่ BC นะฮะนะมันจะไม่พอ
01:28:12 → 01:28:14มันไม่พอนะ
01:28:14 → 01:28:19อตัว L ตัวสุดท้ายนะ ow long fasting
01:28:19 → 01:28:24นะฮะก็คือโล Fast นะ
01:28:24 → 01:28:30คือโปฟมีผลยังไงนะก็ตัวแม่มานะฮะครับพอ
01:28:30 → 01:28:35ตัวแม่มาก็จะมาบังคับตับให้กลูโคเจนิส
01:28:35 → 01:28:40สร้างน้ำตาลนะเพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าอง fing
01:28:40 → 01:28:43เมื่อไหร่นะเหมาะหรรือไม่เหมาะไม่รู้ล่ะ
01:28:43 → 01:28:47นะฮะนะนะอันนี้นะก็ต้องมีการเติมคาฟให้
01:28:47 → 01:28:52เป็นนะฮะนะไม่งั้นแล้วไอ้ตัวไกลโคเจนที่
01:28:52 → 01:28:55ตักอะไรต่างๆมันพร่องนะยิ่งมันตัวแม่
01:28:55 → 01:28:59ก็จะยิ่งพุ่งอ่าพุ่งไปพุ่งมาก็ไปสลาย
01:28:59 → 01:29:02กล้ามเนื้อหรือไปสลายไขมันแต่ส่วนใหญ่
01:29:02 → 01:29:05ยิ่งช้านานไปเรื่อยๆนะก็จะสลายกล้ามเนื้อ
01:29:05 → 01:29:08มากกว่าไขมันนะฮะนะนะทั้งหมดเนี่ยเา้า
01:29:09 → 01:29:13เรียกพิ f ในการกินคาฟที่มีความผิดพลาดนะ
01:29:13 → 01:29:18ฮะนะนี้ในส่วนที่เป็นผลไม้นะนะซึ่งเป็น
01:29:18 → 01:29:22ส่วนนึงของคาฟนะในกลุ่มที่ 4 นะก็คือผัก
01:29:22 → 01:29:26ใบผักหัวแป้งเชียงซ้อนแล้วก็ผลไม้นะเรา
01:29:26 → 01:29:29เคยไล้เรื่องนี้ไปค่อนข้างละเอียดแต่ก็
01:29:29 → 01:29:32นานไปละนะฮะนะนี้หมอก็มาเติมให้ว่าใน
01:29:32 → 01:29:36ปัจจุบันเนี่ยมันมีงานวิจัยที่เกิดการแยก
01:29:36 → 01:29:40แยะนะในเรื่องของการกินพการคับต่ำและมี
01:29:40 → 01:29:43หลักเกณฑ์ที่จะพิจารณาเติมคาฟที่เป็น
01:29:43 → 01:29:48ผลไม้นะอยู่ 3 เรื่องนะฮะ 1 นะฮะผลไม้ที่
01:29:48 → 01:29:53จะมาเติมเนี่ยมีอ่าปริมาณฟุกโตสนะต่ำแค่
01:29:53 → 01:29:57ไหนไนะฮะต่ำแค่ไหนคำว่าฟุสต่ำนะที่ร่าง
01:29:57 → 01:30:01กายพอจะบริหารจัดการได้หรือตับเนี่ยนะไม่
01:30:01 → 01:30:04เป็นการที่จะทำลายตับทำร้ายตับมากเกินไป
01:30:04 → 01:30:07คือต้องน้อยกว่า 10 กรัมนะเอคือวันนึง
01:30:07 → 01:30:10เนี่ยตับมันจะรับฟลุกโตสได้ไม่เกิน 20-25
01:30:10 → 01:30:15กรัมนะเท่านั้นแหละนะฮะนะนะเพราะฉะนั้น
01:30:15 → 01:30:19เนี่ยนะเนี่ยฟุกโตสนะในเกณฑ์เฉลี่ยของ
01:30:19 → 01:30:22ผลไม้ 1 ขีดหรือ 100 กรัมเนี่ยนะควรจะ
01:30:22 → 01:30:25ต้องไม่เกิน 10 กรัมนะเดี๋ยวมีอะไรบ้างนะ
01:30:25 → 01:30:28ฮะนะอันที่ 2 เนี่ยหลักเกณฑ์ในการพิจารณา
01:30:28 → 01:30:32คือต้องมีสารยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลนะนะ
01:30:32 → 01:30:37น้ำตาลในผลไม้เนี่ยมันก็จะมีอะไรมีกลูโคส
01:30:37 → 01:30:40มีฟรุกโตสฟรุกโตสจะเป็นส่วนใหญ่แล้วมี
01:30:40 → 01:30:43ซูโคสซูโคสมันจะเป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่นะ
01:30:43 → 01:30:47ที่จะเป็นฟรุกโตสกับกลูโคสอยู่ด้วยกันนะ
01:30:47 → 01:30:51อก็จะมีน้ำตาลอื่นๆอีกนะแต่เป็นส่วนน้อย
01:30:51 → 01:30:55แต่หลักๆก็คือ 3 อย่างนี้ซูโคสฟุกโตส
01:30:55 → 01:30:59กูโคสนะนะทีนี้น้ำตาลพวกเนี้ยนะนะโดย
01:30:59 → 01:31:03เฉพาะนะกูโคสกับฟุกโตสเนี่ยมันจะมีประตู
01:31:03 → 01:31:08ทางเข้านะประตูทางเข้าสารที่อยู่ในผลไม้
01:31:08 → 01:31:12เนี่ยมันมีผลในการที่จะเป็นบล็อกนะประตู
01:31:12 → 01:31:15ช่องประตูทางเข้าของกูโค้ดนะประตูนี้เ
01:31:16 → 01:31:21เรียกว่าเนี่ยเป็นชื่อย่อ SG lt1 นะฮะนะ
01:31:21 → 01:31:24อะไรทอตอะไรอย่างเงี้ยนะฮะนะถ้าถ้าบล็อก
01:31:24 → 01:31:28ฟุสเนี่ยก็คือกัดไฟทนะกัดไฟทุไฟทกัดไฟท
01:31:28 → 01:31:32อะไรนะนะเพราะฉะนั้นเนี่ยเราพิจารณาสาร
01:31:32 → 01:31:36ยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสฟรุกโตสนะฮะ
01:31:36 → 01:31:38ต่อไปพิจารณาว่าผลไม้นั้นมีสารยับยั้ง
01:31:38 → 01:31:43เอนไซม์ย่อยแป้งคืออเลสนะเราเอา 3 เรื่อง
01:31:43 → 01:31:47เนี้ยมาเป็นตัวพิจารณาที่จะจัดสรรกลุ่มนะ
01:31:47 → 01:31:52ของผลไม้ที่พอจะกินได้สลับไปสลับมานะฮะนะ
01:31:52 → 01:31:54เพราะฉะนั้นกลุ่มแรกเลยเนี่ยอะโวคาโดนำ
01:31:54 → 01:31:57หน้าเลยแล้วก็เลมอนแล้วก็มะนาวนะกลุ่มนี้
01:31:57 → 01:32:01ฟรุกโตสน้อยเนาะน้อยคือน้อยกว่า 1 กรัม
01:32:01 → 01:32:05ต่อ 1 ขีดนะฮะนะมีสารยับยั้งการดูดซึมน้ำ
01:32:05 → 01:32:11ตาลนะฮะนะคือบล็อกฟุกโตสทางกัดไฟนะฮะนะ
01:32:11 → 01:32:15เนี่ยนะเพราะฉะนั้นอะโวคาโดเลมอนมะนาวนะ
01:32:15 → 01:32:19ก็อาจจะกินได้บ่อยๆอกว่าชนิดอื่นๆ
01:32:19 → 01:32:23นะต่อไปกลุ่มที่ 2 คือพวกเบอร์รี่ที่เป็น
01:32:23 → 01:32:26สีดำดำๆเข้มๆมีแบคเบอรี่ราสเบอรี่
01:32:27 → 01:32:30สตอเบอร์รี่นะฮะพวกนี้ฟุกโตสก็ไม่เยอะนะ
01:32:30 → 01:32:34ฮะ 2-5 กรัมต่อขีดนึงแล้วมีสารยับยั้ง
01:32:34 → 01:32:38เอนไซมเป็น am inhibit นะฮะนะอสเป็นตัว
01:32:39 → 01:32:41ย่อยแป้งนะฮะนะเพราะฉะนั้นพวกนี้เนี่ย
01:32:41 → 01:32:45เอ่อก็จะมีประโยชน์นะฮะในการที่จะนำมาใช้
01:32:45 → 01:32:48เลือกกินกลุ่ม 1 กล่อม 2 เนี่ยจึงได้รับ
01:32:48 → 01:32:52ความนิยมเยอะมากนะกลุ่มที่ 3 คือเฟกับ
01:32:52 → 01:32:55บลูเบอร์รี่นะฮะแต่กลุ่มนี้ฟุสเนี่ยก็จะ
01:32:55 → 01:32:59เยอะหน่อยก็คือ 6-10 กรัมต่อขีดนึงนะแต่
01:32:59 → 01:33:04เขาจะมีอ่าสารตัวบล็อกกลูโคสเนี่ยนะนะ
01:33:04 → 01:33:09ด้วยด้วยนะเกฟกับบลูเบอร์รี่นะอเพราะ
01:33:09 → 01:33:11ฉะนั้นนะฮะนะอันนี้ก็เป็นเรื่องราวของ
01:33:11 → 01:33:16ผลไม้ที่เราจะเลือกกินเอ่อเพื่อจะเเรียก
01:33:16 → 01:33:20ว่าปรับระดับน้ำตาลหรือพยายามที่จะเ่อควบ
01:33:20 → 01:33:25คุมน้ำตาลในเลือดมันไม่ให้สวิงนะฮะ
01:33:25 → 01:33:30ก็หมดแล้วอ่ะจริงๆวันเนี้หมดแค่นี้แหละ
01:33:30 → 01:33:35นะมีใครสงสัยอะไรมั้ยจริงๆเนี่ยมันจะมี 2
01:33:35 → 01:33:39หน้านี่แหละเป็น 2 หน้าหลักนะอไอ้พวกเพ
01:33:39 → 01:33:44ว่าลม้ที่เป็นเบอร์รี่เี่ต้องกินเน้นเป็น
01:33:44 → 01:33:47เป็นสดอย่างเดียวใช่มครับหรือเป็นพวกอ๋อ
01:33:48 → 01:33:53ฟีดอะไรได้มครับผมได้สดก็ได้ฟีดก็ได้นะ
01:33:53 → 01:33:55แต่ว่าอย่างกลุ่มที่ 1 เนี่ยส่วนใหญ่เรา
01:33:55 → 01:33:58ก็กินสดนะแล้วก็ค่อนข้างคุ้นน่ะโวคาโด
01:33:58 → 01:34:02เลมอนมะนาวเนี่ยใช่ครับแล้วอย่างส้มจี๊ด
01:34:02 → 01:34:04นี่จัดอยู่ในหมวดไหนอ่ะครับส้มจี๊ดจัด
01:34:05 → 01:34:09อยู่มะนาวนะฮะมะนาวครับผมกลุ่มแรกนะแล้ว
01:34:09 → 01:34:15ก็มีอะไรอนะที่ฝาดๆหน่อยอ่ะนะส้มจี๊ดมัน
01:34:15 → 01:34:17ไม่ใช่เกฟุเหรอ
01:34:17 → 01:34:20ครับส้ม
01:34:20 → 01:34:24จี๊ดส้มจี๊ดบ้านเราใช่มยส้มจี๊ดบ้านเรา
01:34:24 → 01:34:27ไม่ใช่เกฟน่ะ
01:34:27 → 01:34:32นะมะขามป้อมครับเออมะขามป้อมนะพวกเอยู่ใน
01:34:32 → 01:34:37เนี้ยคือมันไม่สากลไงนะอย่างส้มจี๊ดมะขาม
01:34:37 → 01:34:38ป้อมเนี่ย
01:34:38 → 01:34:42เอ่อมันก็เป็นผลไม้เฉพาะถิ่นน่ะนะมันไม่
01:34:42 → 01:34:47ไม่ไม่ไม่สากลแบบมะนาวลามใช่มนะเลมอน
01:34:47 → 01:34:50อโวกาโดอะไรอย่าเงี้ยตอนนี้ก็กระจายไป
01:34:50 → 01:34:52ทั่วโลกะนะหรือแบคเบอรี่ราสเบอรี่
01:34:52 → 01:34:58สตรอเบอร์รี่อะไรเงี้ย
01:34:58 → 01:35:01คือผลไม้ตามพื้นถิ่นของเราอ่ะนะมันก็น่า
01:35:02 → 01:35:05จะอยู่ในกลุ่มที่ 1 นี่แหละคิดว่านะนะ
01:35:05 → 01:35:08เพียงแต่มันไม่ได้ World Wi ไม่เป็นแบบ
01:35:08 → 01:35:11อินเตอร์หน่อย
01:35:11 → 01:35:20อแล้วก็คล้ายๆเบอร์รี่
01:35:20 → 01:35:25อือครับมีคำถามครับพี่หมอเออคุณมิกกี้ถาม
01:35:25 → 01:35:27ว่าจะสังเกตได้ยังไงว่ามันคืออินซูลิน
01:35:27 → 01:35:31ก้าวล้าวอ่ะครับโอ้โห
01:35:31 → 01:35:37เอ๊เราโพสต์ไปเยอะอยู่แล้วอ่ะ
01:35:37 → 01:35:42นะอาการแสดงคร่าวๆนะฮะพี่หมออาการแสดง
01:35:42 → 01:35:46เหรอ
01:35:46 → 01:35:50อืประมาประมาณว่าหิวเร็วหิวบ่อยหรือว่า
01:35:50 → 01:35:52กินเสร็จกินแล้วก็รู้สึกว่าทำไมมันรู้สึก
01:35:52 → 01:35:54วูบวาบ
01:35:54 → 01:35:59น้ำตาลตกหว่าจะหิวโหยจะเร็วขึ้นใช่มครับ
01:35:59 → 01:36:01ในในเรื่องอาการเนี่ยเขายังไม่มี
01:36:01 → 01:36:05ไครทีเรียที่จะระบุมาเพราะว่าคำๆเนี้ยนะ
01:36:05 → 01:36:08ที่เเรียกว่านี่แหละ aggressive insulin
01:36:08 → 01:36:12เนี่ยมันก็เป็นคำที่ที่่งเกิดขึ้นใหม่ๆ
01:36:12 → 01:36:16เหล่าเยนะเยังไม่มีการบัญญัติ definition
01:36:17 → 01:36:21เนี่ยแต่เขาก็บอกว่ามันไม่ใช่แค่ปริมาณไ
01:36:21 → 01:36:24คือไม่ใช่แค่จำนวนหรือปปริมาณอินซูลิน
01:36:24 → 01:36:27เนี่ยนะที่มันเป็นตัวเลขขึ้นไปที่เราจะ
01:36:27 → 01:36:31วัดได้นะแต่มันเป็นเรื่องของของลักษณะ
01:36:31 → 01:36:34พฤติกรรมหรือคาแรคเตอร์ของตัวอินซูลิน
01:36:34 → 01:36:38เนี่ยมันเป็นอย่างนี้นะซึ่งในแง่ของอาการ
01:36:38 → 01:36:42และอาการแสดงเนี่ยมันมันก็ยังไม่มีการ
01:36:42 → 01:36:45ระบุออกมานะเนี่ยแต่เราก็มาใช้ทับศัพท์
01:36:45 → 01:36:49เป็นคำว่าอย่างเงี้ยอินซูลิน้าล้าวนะแล้ว
01:36:49 → 01:36:52อะไรบ้างที่มันเป็นอินซูลินก้าวร้าวเนี่ย
01:36:52 → 01:36:56อันเนี้ยลองไปพิมพ์ในเพจเลยนะซึ่งหมอก็
01:36:56 → 01:37:00เคยฉายไปหลายครั้งะนะจริงๆพูดเยอะมากเลย
01:37:00 → 01:37:04นะครับอืใช่พูดเยอะมากอยู่อินซูลิน้าร้าว
01:37:04 → 01:37:10ดูนะอินซูลิน้าร้าว
01:37:10 → 01:37:12นะ
01:37:12 → 01:37:16ต้องย้อนไปดู EP ต้นๆนะครับประมาณ Ep ที่
01:37:16 → 01:37:2130 กว่ามีพูดไลฟเกี่ยวกับอินซูลินดุเด่น
01:37:21 → 01:37:24ดื้อครับผมใช่ได้
01:37:24 → 01:37:31โออเดี๋ยวหมอมีอะไรกนิดนึงนะฮะลืมไปนะคือ
01:37:31 → 01:37:33คือวันเนี้ยเราจะจบเรื่องไทรรอยด์นะฮะแต่
01:37:33 → 01:37:36อย่างนึงที่อยากจะให้พวกเรารู้เนี่ยก็คือ
01:37:36 → 01:37:41ไทรรอยด์มีความสัมพันธ์ยังไงกับไตกับไตนะ
01:37:41 → 01:37:45คือเรารู้ว่านะในกฎเกณฑ์ของพลังงานเนี่ย
01:37:45 → 01:37:49นะนะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามี Energy
01:37:49 → 01:37:52inbalance นะนะซึ่งมักจะเป็นเรื่องไม่พอ
01:37:52 → 01:37:57ไม่ถึงขไปอะไรต่างๆนะหรือกินผิดนี่แหละ
01:37:57 → 01:38:01เราใช้คำว่ากินผิดนะฮะเนี่ยอวัยวะที่รับ
01:38:01 → 01:38:05ผลกระทบอันดับแรกเลยคือไตนะฮะส่วนฮอร์โมน
01:38:05 → 01:38:07นะฮอร์โมนที่ได้รับผลกระทบอันดับแรกคือ
01:38:08 → 01:38:11ต่อมไทรอยนะคือไทรรอยด์อ่ะนะไทรรอยด์ก
01:38:11 → 01:38:15ต่อมไทรอยด์นะแล้วสุดท้ายฮอร์โมนตัวลำดับ
01:38:15 → 01:38:19ต่อไปก็คือคอร์ติซอลนะฮะนะคอร์ติซอลนะนะ
01:38:19 → 01:38:23อ่ะนะทีนี้ผลต่างๆเหล่าเนี้ยนะ
01:38:23 → 01:38:28เราเคยมีการพูดถึงนะฮะอย่างอันนี้ขอบอกนะ
01:38:28 → 01:38:30ฮะว่าเรื่องของไทรรอยด์เนี่ยเขามากับ
01:38:30 → 01:38:35อินซูลินแต่อินซูลินที่ไทรรอยด์เจะมาด้วย
01:38:35 → 01:38:38เนี่ยนะต้องเป็นอินซูลินในตอน physiologic
01:38:38 → 01:38:42อิซู sensitivity นะฮะนะก็คือตอนเย็นๆ
01:38:42 → 01:38:46เท่านั้นเท่านั้นนะนะอันนี้เป็นกฎเกณฑ์นะ
01:38:46 → 01:38:50ของธรรมชาติร่างกายนะนะไม่ใช่อินซูลิน
01:38:50 → 01:38:53ก้าวร้าวนะฮะนะแล้วขณะเดียวกันเนี่ยการ
01:38:53 → 01:38:57Activate ไทรรอยเนี่ยนะก็มีที่ตับลำไส้
01:38:57 → 01:39:01แล้วก็ไตนะฮะหลักๆคือที่ตับนะฮะถ้าตับเรา
01:39:01 → 01:39:06ดีตับเราดีปกติดีเลยเนี่ยนะฮะนะการ
01:39:06 → 01:39:09Activate ไทรรอยที่ตับจะประมาณเกือบ 80%
01:39:09 → 01:39:14นะฮะแล้วที่เหลือประมาณ 15 -20% เนี่ย
01:39:14 → 01:39:18เป็นการ Activate ที่ลำไส้นะฮะเอ้ยโทษที
01:39:18 → 01:39:22เป็นการ activate ที่ไตนะฮะที่ไตแต่เมื่อ
01:39:22 → 01:39:26ไหร่เนี่ยตับไม่ดีนะฮะนะลำไส้จะมาช่วยใน
01:39:26 → 01:39:30การ Activate ไทรรอยนะฮะนะเนี่ยเพราะ
01:39:30 → 01:39:34ฉะนั้นสัดส่วนเนี่ยนะถ้าเกิดนะอ่าตามปกติ
01:39:34 → 01:39:37ก็คือประมาณอยู่ในตัวเลขที่แสดงเหนะฮะแต่
01:39:37 → 01:39:41ถ้าเมื่อไหร่ถ้าเมื่อไหร่นะตับนะอ่าไม่
01:39:41 → 01:39:45ค่อยปกตินักนะนะการ Activate ไทรอยที่ตับ
01:39:45 → 01:39:49ก็จะลดลงนะนะร่างกายจะเรียก compensate
01:39:49 → 01:39:52หรรือเปล่ามาให้ลำไส้กับไต activate
01:39:52 → 01:39:55เพิ่มขึึ้นนะฮะนะซึ่งไตเนี่ยสามารถ
01:39:55 → 01:39:59Activate ไทรรอยได้สูงสุดก็ประมาณ 20%
01:39:59 → 01:40:03นะ 15 -20% นะฮะนะแต่ตัวที่จะมาทำงานแทน
01:40:03 → 01:40:05ตับถ้าตับเดี้ยงตับไม่ค่อยดีอะไรอย่างี้
01:40:06 → 01:40:09นะก็คือลำไส้เนี่ยมันจะมาเป็นตัวเลขเหล่า
01:40:09 → 01:40:12เนะแต่โดยทั่วไปอ่ะลำไส้เขาจะ Activate
01:40:12 → 01:40:15ไทรอยน้อยนะฮะนะนะประมาณ 5% 10% อะไร
01:40:15 → 01:40:18อย่าเงี้ยนะนะถ้าตับดีไปที่ตับเป็นหลัก
01:40:18 → 01:40:23อันนี้การ activate ไทรรอยที่ไตก็จะส่งส
01:40:23 → 01:40:27ผลดีต่อไตนะในโดยเฉพาะในกรณีที่ไตมัน
01:40:27 → 01:40:32เสื่อมนะเราเป็น ckd นะระยะที่เท่าไหร่
01:40:32 → 01:40:34เท่าไหร่ก็ตามโดยเฉพาะที่ต่ำกว่า 90
01:40:34 → 01:40:39เนี่ยนะฮะนะเรื่องของอ่าการที่ให้ไทรอย
01:40:39 → 01:40:42เนี่ย Activate ดีๆที่ตับที่ไตเนี่ยนะจะ
01:40:42 → 01:40:46สำคัญนะเพราะว่าการซ่อมไตเนี่ยเราต้องใช้
01:40:46 → 01:40:50ไทรรอยนะฮะต้องใช้ไทรอยนะ
01:40:50 → 01:40:54เทีนี้อ่าอีกอันนึงก็คือไทรรอยด์เนี่ยนะ
01:40:54 → 01:40:56ตัวที่มีผลคือเรื่องของ Energy Balance
01:40:57 → 01:41:01รือ imbalance นะฮะโดยนะตัวแคลอรี่จะมีผล
01:41:01 → 01:41:03ต่อการทำงานของไทรรอยด์มากที่สุดตัวสาร
01:41:03 → 01:41:06อาหารจะมีผลต่อตัวการสร้างของไทรรอยด์ที่
01:41:06 → 01:41:10จะเป็น Active form ต่างๆนะฮะอ่าหลังจาก
01:41:10 → 01:41:12นั้นเนี่ยไทรรอยด์เป็นโครงสร้างนะของ
01:41:12 → 01:41:15เอนไซม์ที่มันเป็นโปรตีนนะเพราะฉะนั้นคุณ
01:41:15 → 01:41:18จะต้องได้โปรตีนคุณภาพและปริมาณและความ
01:41:18 → 01:41:21หลากหลายคุณภาพกับปริมาณโปรตีนสำคัญมาก
01:41:21 → 01:41:24ต่อไทรรอยด์นะฮะเรื่องของคาฟก็คืออยู่ที่
01:41:24 → 01:41:28ปริมาณและเวลาที่กินนะฮะนะเรื่องของไขมัน
01:41:28 → 01:41:31นะเรื่องไขมันเนี่ยมันก็จะมีทั้ง DIY Fat
01:41:31 → 01:41:35และไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายนะฮะนะเขาก็
01:41:35 → 01:41:38บอกว่า DIY Fat ที่กินโดยเฉพาะในมื้อแรก
01:41:38 → 01:41:42มื้อแรกนะฮะพวกนี้นะจะไม่ค่อยมีผลต่อ
01:41:42 → 01:41:45ไทรรอยด์คือไทรรอยด์จะไม่ออกมาทำงานใน
01:41:45 → 01:41:48ช่วงมื้อแรกๆนะเพราะไทรรอยด์เขาเป็น
01:41:48 → 01:41:50ฮอร์โมนที่เขาขึ้นอยู่กับอินซูลิน
01:41:51 → 01:41:53อินซูลินมาตอนเย็นไทรอยด์จะมาต่อจาก
01:41:53 → 01:41:57อินซูลินนะก็คือมาตอนหัวค่ำไม่เกินเที่ยง
01:41:57 → 01:42:04คืนะนะแต่นะตัว DIY Fat เนี่ยนะนะที่ที่
01:42:04 → 01:42:07กินในมื้อแรกและเกิดการเผาผลาญนะฮะถ้ากิน
01:42:07 → 01:42:11ถูกนะนะ Day มากกว่าไหนเนี่ยคือเลปตินนะฮ
01:42:11 → 01:42:13เพราะงั้นเลปตินซึ่งเป็นคู่ลักษณของ
01:42:13 → 01:42:15ไทรรอยด์เนี่ยเขาจะทำงานให้เราในช่วงกลาง
01:42:15 → 01:42:18วันนะฮะเพียแต่เมีเงื่อนไขหมอก็บอกไปแล้ว
01:42:19 → 01:42:22นะฮะส่วนไขมันที่สะสมในร่างกายเนี่ยนะ
01:42:22 → 01:42:25เนี่ยนะอันนี้เนี่ยจะเกิดการเผาผาในตอน
01:42:25 → 01:42:28กลางคืนใช่มั้ยล่ะนะเพราะว่าอะไรเพราะว่า
01:42:28 → 01:42:31ถ้าเกิดเราทำอะไรต่างๆถูกต้องที่สุดแล้ว
01:42:31 → 01:42:34เนี่ยร่างกายเราจะหลับนะอินซูลินทำให้เรา
01:42:35 → 01:42:39หลับหลับเสร็จก็จะเผาฮะนะเบิรนเบนบนๆจะ
01:42:39 → 01:42:44เกิดภายหลังเราหลับอ่าลึกสนิทยาวนานนะฮะ
01:42:44 → 01:42:47เพรางั้นการเผาผลาญสะสมไขมันเ่อของร่าง
01:42:47 → 01:42:51กายเนี่ยนะอ่าก็เกิดในเวลากลางคืนนะโดย
01:42:51 → 01:42:54ตัวประเดิมที่จะเปิดอ่ากระบวนการเผาผลาญ
01:42:54 → 01:42:57ก่อนเลยก็คือไทรรอยด์นะฮะซึ่งหลังจาก
01:42:57 → 01:43:01อินซูลินค่อยๆหายไปค่อยๆไปพักเนี่ยนะแต่
01:43:01 → 01:43:04ไทรรอยด์เนี่ยเขาจะเผาที่ไหนก่อนนะเขาจะ
01:43:04 → 01:43:08เผาที่ไตก่อนนะที่ตับนะแล้วก็พวก viser
01:43:08 → 01:43:12Fat นะฮะเขาจะเลือกไขมันสะสมเหล่านี้มา
01:43:12 → 01:43:15ทำงานมาเผาเพราะฉะนั้นอยากลดไขมันใน
01:43:15 → 01:43:18ตำแหน่งเหล่านี้อยากลดไขมันพอกตับอยากให้
01:43:18 → 01:43:22ไตทำงานดีขึ้นอยากให้ตัว viser Fat ex
01:43:22 → 01:43:24pit fat ที่อยู่ในช่องท้องให้
01:43:24 → 01:43:28เปอร์เซ็นต์มันลดลงนะคุณก็ต้องนอนนะต้อง
01:43:28 → 01:43:31หลับต้องให้อินซูลินจากไปต้องให้ไทรรอย
01:43:32 → 01:43:35เอ่อขึ้นมาอะไรต่างๆนะโดยเฉพาะก่อนเที่ยง
01:43:35 → 01:43:40คืนก่อนเที่ยงคืนนะฮะนะอันนี้ถึงจะเกิด
01:43:40 → 01:43:43มันเป็นช่วงเวลาทองอนะพี่หมอก็ใช่ถ้าถ้า
01:43:43 → 01:43:46กินมื้อเย็นผิดแล้วอินซูลินมาไม่หยุดนี่
01:43:46 → 01:43:50มันก็การสลายไขมันที่มันพอกตามไตตามตับ
01:43:50 → 01:43:55เนี่ยมันก็แย่ลงไปด้วยพี่เหมาะถูกต้องนะ
01:43:55 → 01:43:59เพราะฉะนั้นปริมาณการกินอย่างพอดีอะไร
01:43:59 → 01:44:02ต่างๆที่พูดมาทั้งหมดเนี่ยนะก็จะมีความ
01:44:02 → 01:44:05สำคัญต่อภาพรวมวันนี้โดยเฉพาะการทำงานของ
01:44:05 → 01:44:08ไทรรอยด์นะฮะการทำงานของไทรอยด์คณอยาก
01:44:08 → 01:44:11ฟื้นไตใช่มั้ยคุณเป็นไต ckd ใช่มั้ยคุณ
01:44:11 → 01:44:14ต้องให้ไทรรอยด์ทำงานแล้วไทรรอยด์เทำงาน
01:44:14 → 01:44:16เมื่อไหร่ล่ะเไม่ได้ทำงานตลอด 24 ช่วโมง
01:44:16 → 01:44:21นะฮะเทำงานตอนหลังจากอินซูลินไปแล้วก็คือ
01:44:21 → 01:44:25หลังอาหารมื้อเย็นนะนะเพราะงั้นให้ ckd
01:44:25 → 01:44:29มันเปลี่ยนสตนะจาก 3A มาเป็น 2 มาเป็น 1
01:44:29 → 01:44:33ได้ไหมอยากจะชโยหหฮิ้วอ่ะนะคุณก็ต้องนอน
01:44:33 → 01:44:38ต้องให้ไทรรอยด์เทำงานนะนะพี่หมอระหว่าง
01:44:38 → 01:44:41ไทรรอยด์กับคีโตนนะ
01:44:41 → 01:44:44ครับคือยังไงคือคีโตนเนี่ยจะเกิดขึ้น
01:44:44 → 01:44:50เพราะเลปตินนะเลปตินนะนะไทรรอยด์ก็เกิดนะ
01:44:50 → 01:44:53ฮะคีโตนก็เกิดคือคีโตนน่ะมันเป็นเรื่อง
01:44:53 → 01:44:57ของเรื่องของสารอาหารที่ตับเเก็จะเปลี่ยน
01:44:57 → 01:45:01คืออย่างงี้นะถ้าเราเราเอาเอาไทรอยด์ออก
01:45:01 → 01:45:04มาให้ได้ก่อนนะอันที่ 1 นะฮะแล้วไทรรอยด์
01:45:04 → 01:45:07เนี่ยเจะเผาไขมันที่ตับเนี่ยการเผาไขมัน
01:45:07 → 01:45:11ที่ตับเนี่ยมันจะได้ขี่โตนมันจะได้คีโตน
01:45:11 → 01:45:15นะไขมันที่ไตก็จะได้คีโตนนะนะ with Fat
01:45:15 → 01:45:20exid Fat ก็เอามาเผาที่ตับอ่านี่แหละนะ
01:45:20 → 01:45:23มันก็ได้คีโตนแต่ถ้าไม่ได้คีโนเพราะ
01:45:23 → 01:45:27สถานการณ์ไม่เหมาะสมมันก็ยังได้เป็นรี fy
01:45:27 → 01:45:31Acid อะไรต่างๆเหล่าเนี้ยนะเกิดขึ้นนะฮะ
01:45:31 → 01:45:35เเพราะ Only One เนี่ยก็คือไทรรอยด์เเผา
01:45:35 → 01:45:39เฉพาะไขมันฮะนะเลปตินก็เผาเฉพาะไขมันเไม่
01:45:39 → 01:45:42ได้เผาคาฟเไม่ได้เผาโปรตีนนะ
01:45:43 → 01:45:47ฮะเพราะฉะนั้นเนี่ยต้องมีไขมันให้เขาเผา
01:45:47 → 01:45:51นะทั้งไทรรอยด์ทั้งเลปตินเหล่าเนี้ยนะอ่า
01:45:51 → 01:45:53แล้วเลปตินเนี่ยเทำงานต่อจากไทรรอยด์หลัง
01:45:53 → 01:45:56จากไทรอยด์ลดลงระดับลงไปแล้วเนี่ยนะฮะนะ
01:45:57 → 01:46:02นี่แหละนะเปติเก็จะเผาสับคิ Fat นะเพราะ
01:46:02 → 01:46:07ฉะนั้นถ้าอยากลดขนาดของร่างกายนะโดยเฉพาะ
01:46:07 → 01:46:09ไขมันที่สะสมเนี่ยก็ต้องให้เลปตินออกมา
01:46:09 → 01:46:13เผาต่อให้ได้ให้ได้นะเพราะฉะนั้นอินซูลิน
01:46:13 → 01:46:19นะจะต้องให้หายไปนะนะไม่ใช่ยังค้างคาหรือ
01:46:20 → 01:46:23ยังเยอะอะไรอยู่อย่างเงี้ยนะนะเลตเค้าก็
01:46:23 → 01:46:26ไม่มาเผา่ะนะฮะ
01:46:26 → 01:46:31เออนะเพราะฉะนั้นนะสำคัญมากนะไทรรอยนะ
01:46:31 → 01:46:35ต้องทำงานอย่างปกติต้องถูก activate นะ
01:46:35 → 01:46:39และสามารถทำงานได้แบบขยันยนะฮะไม่เดี้ยง
01:46:39 → 01:46:42อ่าไม่ขี้เกียจอะไรอย่างี้นะฮะนะส่วน
01:46:42 → 01:46:46เลปตินเนี่ยเงื่อนไขของเขาคก็คือหลังจากเ
01:46:46 → 01:46:49ทำให้เรารู้สึกอิ่มแล้วนะนะการที่เขาจะ
01:46:49 → 01:46:53เผาผลาญต่อเนี่ยนะปริมาณคต้องพอดีไม่หลง
01:46:53 → 01:46:56เหลือที่จะไปกระตุ้นอินซูลินตัวพ่อออกมา
01:46:56 → 01:47:00เปิดบนของการสะสมพลังงานกลายเป็นไตกิสาล
01:47:00 → 01:47:03นะฮะเพราะฉะนั้นทุกอย่างก็คืออยู่ในเกณฑ์
01:47:03 → 01:47:08ที่ว่าต้องพอดีพอดีอ่านะแล้วเมื่อไหร่ก็
01:47:08 → 01:47:11ตามที่ไทรอยด์กับเลปตินสามารถเผาผลาญไข
01:47:11 → 01:47:16มันได้ทั้งกลางวันกลางคืนอย่างดีอย่างดี
01:47:16 → 01:47:20อย่างขยันนะเมื่อนั้นเนี่ยก็จะเป็นการลด
01:47:20 → 01:47:25บทบาทนะหรือเป็นการควบคุมคอซอลไปใน
01:47:25 → 01:47:29ตัวงั้นใครที่บอกว่าแล้วเนี่ยเ่อเครียด
01:47:29 → 01:47:34คอร์ติซอลเยอะนะเอ่ออะไรอ่ะต่อมหมวกไตล้า
01:47:34 → 01:47:37อะไรต่างๆเหล่าเนี้ยนะเจะจะลดคอร์ติซอล
01:47:37 → 01:47:40ยังไงจะลดคอร์ติซอลอะไรต่างๆเนี่ยก็ต้อง
01:47:40 → 01:47:45ให้ตัวไทรรอยด์กมินเนี่ยเทำงานถูกต้องนะ
01:47:45 → 01:47:51ฮะเนี่ยอย่างงนี้นะฮะนะเออพอเข้าใจหือยัง
01:47:51 → 01:47:55นะแล้วจะแก้ปัญหาฟมอยังไงมอมันมาเพราะ
01:47:55 → 01:47:58อะไรนะส่วนใหญ่มันก็มาเพราะฮอร์โมนตัวแม่
01:47:58 → 01:48:02น่ะนะเพราะอะไรอ่ะเพราะมื้อเย็นไงนะกิน
01:48:02 → 01:48:07คาฟไม่พอนะร่างกายไม่ได้ตับไม่สามารถ
01:48:07 → 01:48:11บรรจุไกลโคเจนได้เต็มอย่างเงี้ยนะเพื่อจะ
01:48:11 → 01:48:14ได้เป็นให้คอร์ติซอลเขสั่งการให้สลายออก
01:48:14 → 01:48:18มาใช้ได้เพียงพอตอนเช้านะเนี่ยนะมันก็
01:48:18 → 01:48:23เกิดฟมอนะอย่างเงี้ยนะเราก็ต้องต้องควบ
01:48:23 → 01:48:26คุมให้ได้นะฮะนะอย่างไรก็ตามเนี่ยนะเนี่ย
01:48:26 → 01:48:29ทั้งไทรรอยด์และเรตินเนี่ยนะอ่าเขาเป็น
01:48:29 → 01:48:32ตัวควบคุมคอร์ติซอลไปในตัวอยู่แล้วนะแล้ว
01:48:32 → 01:48:35ก็เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าตับเนี่ยนะมันต้อง
01:48:35 → 01:48:39มีอะไรต่างๆนะที่จะไปทำให้คอร์ติซอลเนี่ย
01:48:39 → 01:48:40นะ
01:48:40 → 01:48:45เอ่อคือตับเนี่ยมีการตอบสนองแบบดื้อด้าน
01:48:45 → 01:48:47ต่อคอร์ติซอลหน่อยนะที่จะมาให้เคเผาน้ำ
01:48:47 → 01:48:50ตาลน้ำตาลมันจะได้ไม่สูงก็ต้องมีวิตามิน
01:48:50 → 01:48:53เอไงนะเพราะฉะนั้นมื้อเย็นเนี่ยก็ต้องกิน
01:48:53 → 01:48:56เครื่องในกินตับนะเกินเลือดหมูกินอะไร
01:48:56 → 01:49:00ต่างๆนะเอ่อวันนั้นที่ไลฟเรื่องวิธีการ
01:49:00 → 01:49:06แก้ปัญหาฟมอเนานะก็เนี่ยกินโลคราฟแล้ว
01:49:06 → 01:49:09ทำไมอ่าน้ำหนักค้างเอาต่อไม่ได้เพราะส่วน
01:49:09 → 01:49:11ใหญ่มันเป็นปัญหาเรื่องของไทรรอยด์กับ
01:49:11 → 01:49:17เลปตินนะเนื่องจาก Energy imbalance นะ
01:49:17 → 01:49:21อันนี้แค่ทวนนะเดี๋ยวมันจะนานไปนะแล้วก็
01:49:21 → 01:49:24ปุงไทรรอยด์เนี่ยเนี่ยมันเป็นหาปัญหาของ
01:49:24 → 01:49:27เรื่องโปรตีนนะเรื่องโปรตีนก็คือคนที่
01:49:27 → 01:49:30เป็นทรงไทรรอยด์เนี่ยก็จะมีปัญหาอะไร
01:49:30 → 01:49:33เกี่ยวกับไทรรอยด์นะทำงานต่ำทำงานเยอะทำ
01:49:33 → 01:49:37งานเพี้ยนอะไรต่างๆนะแล้วเมื่อไหร่นะนะ
01:49:37 → 01:49:40ที่เรื่องของไทรรอยด์ส่งผลเนี่ยคุณจะมี
01:49:41 → 01:49:44ลักษณะของบอดี้เป็นแบบพุงไทรรอยด์นะฮะนะ
01:49:44 → 01:49:49แล้วตัวที่คุณต้องโฟกัสในการแก้ไขอ่าอ่า
01:49:49 → 01:49:54ดีๆเลยเนี่ยคือโปรตีนกับค้านะฮะนะก็คือ
01:49:54 → 01:49:57ทั้งโปรตีนทั้งคาร์โบไฮเดรตทั้งไขมันนั่น
01:49:57 → 01:50:00แหละนะแต่จะเพียรจะอธิบายว่าการสะสมพลัง
01:50:00 → 01:50:02งานส่วนเกินพวกเนี้ยนะปัญหาส่วนใหญ่มัน
01:50:03 → 01:50:06อยู่ที่าฟนะอันนี้หมายถึงคุณกิน ow าฟ
01:50:06 → 01:50:08แล้วด้วยนะ
01:50:08 → 01:50:12นะก็ต้องไปแก้เรื่องโปรตีนปัญหาส่อยู่ที่
01:50:12 → 01:50:15โปรตีนโทษีนะเนี่ยแต่คุณก็ต้องแก้ทั้ง
01:50:15 → 01:50:18โปรตีนทั้งคาฟทั้งไขมันนี่แหละนะฮะเวลา
01:50:18 → 01:50:22แก้ไทรรอยนะอ่าทีนี้เรามาดูเรื่องไตนิด
01:50:22 → 01:50:24นึงนะฮะว่ามันจะเกี่ยวข้องกับไทรอยด์ยัง
01:50:24 → 01:50:29ไงนะฮะก็เราเคยบอกแล้วนะฮะว่าอ่าเรื่อง
01:50:29 → 01:50:31ของไตเนี่ยเรามีสูตรที่ให้ว่าเป็นคำว่า
01:50:31 → 01:50:36คิดนี่นะฮะนะอ่า K นี่คือโปแตสเซียมนะใช่
01:50:36 → 01:50:39มั้ยล่ะอ่าโปแทสเซียมก็สัมพันธ์กับเรื่อง
01:50:39 → 01:50:42ไอโอดีนด้วยนะฮะเพราะไอโอดีนเนี่ยนะเมี
01:50:42 → 01:50:45คู่หูคือโปแตสเซียมกับวิตามิน B1 นะฮะนะ
01:50:45 → 01:50:49นะไอโอดีเนี่ยสำคัญต่อไทรรอยด์นะฮะเพราะ
01:50:49 → 01:50:52ว่าไทรรอยด์นะจะต้องเผาผลาญพลังงานไปไป
01:50:52 → 01:50:57ให้ไนะฮะนะงั้น I คือไอโอดีนนะตัว D
01:50:57 → 01:51:02วิตามิน D นะวิตามินดีต้องพอนะฮะ n คือ
01:51:02 → 01:51:06โซเดียมนะฮะนะเนี่ยแล้วก็ e คือ Energy
01:51:06 → 01:51:11นะฮะ Energy Energy ก็คือพลังงานจากไข
01:51:11 → 01:51:15มันนะฮะพลังงานจากไขมันนะอันนี้สำคัญที่
01:51:15 → 01:51:20สุดที่จะไปซ่อมไนะฮะเนี่ยอ่าแล้ว Y นะตัว
01:51:20 → 01:51:25y ก็คือตัวระบบท่อไตนะฮะต่างๆนะมีทั้ง
01:51:25 → 01:51:29เ่าหลอดเลือดแล้วมีทั้งท่อท่อไตในการกรอง
01:51:29 → 01:51:33อ่ะนะฮะนะในการกรองของเสียทิ้งนะเนี่ยเรา
01:51:33 → 01:51:36ใช้สูตรคำว่าคิดนี่นะฮะอันนี้เป็นสูตร
01:51:36 → 01:51:39คร่าวๆนะฮะส่วนภาวะไตเสื่อมไตวายหรือจะ
01:51:39 → 01:51:43แก้ปัญหาเรื่องไต ckd ต่างๆเนี่ยนะอันดับ
01:51:43 → 01:51:47แรกคือพลังงานนะฮะพลังงานแล้วพลังงานที่
01:51:47 → 01:51:50จะซ่อมตายต้องเป็นพลังงานจาก Good
01:51:50 → 01:51:54Healthy Fat นะฮะที่มีสารพฤกษาเคมีและ
01:51:54 → 01:51:59ต้องกินไว้แล้วในมื้อแรกนะในมื้อแรกนะ
01:51:59 → 01:52:02เนี่ยมันจะเกิดทั้งคีโตนเกิดทั้งเลปติน
01:52:02 → 01:52:05ไทรอยด์อะไรต่างๆที่จะเอาพลังงานเหล่านี้
01:52:05 → 01:52:08มาซ่อมไตนะแต่เวลาเวลาที่จะซ่อมไตเนี่ยนะ
01:52:08 → 01:52:11สำคัญที่สุดก็คือไทรรอยด์นะฮะที่ก็จะทำ
01:52:11 → 01:52:15งานซ่อมก่อนเที่ยงคืนน้ำต้องพอนะฮะนะสาร
01:52:16 → 01:52:19อาหารในการซ่อมไตนะฮะเนี่ยก็ต้องเป็น
01:52:19 → 01:52:21โปรตีนคุณภาพจากพืชมากกว่าสต์เอ้ยจาก
01:52:21 → 01:52:24สัตว์มากกว่าพืชนะฮะนะหรือบางครั้งเนี่ย
01:52:24 → 01:52:27ถ้าไตเสื่อมมากเนี่ยอาจจะต้องปรับนะ
01:52:27 → 01:52:30ปริมาณโปรตีนพืชสัตว์เนี่ยอยู่ในปริมาณ
01:52:30 → 01:52:345050 แต่โปรตีนสัตว์จะน้อยกว่าพืชไม่ได้
01:52:35 → 01:52:39ไม่ได้นะฮะนะแล้วตัวที่พ่วงมากับโปรตีน
01:52:39 → 01:52:42คือคอเลสเตอรอลกับโอเมก้า 3 ต้องมีต้องมี
01:52:42 → 01:52:46นะฮะถ้าคุณจะแก้เรื่องไตนะฮะในแนวโลคาฟนะ
01:52:47 → 01:52:51ฮะนะเกลือต่างๆต้องเพียบพร้อมนะฮะนะเพราะ
01:52:51 → 01:52:54รองลงมาจากโปแทสเซียมก็คือแมกนีเซียม
01:52:54 → 01:52:59โซเดียมคลอไรนะแล้วต้องมีกรดให้ไตนะเพราะ
01:52:59 → 01:53:03ไตเนี่ยเขาจะต้องทำหน้าที่ในการขับกรดไม่
01:53:03 → 01:53:06ใช่ให้ไตเป็นด่างนะฮะไตเป็นด่างไตทำงาน
01:53:06 → 01:53:11ไม่ได้ไตก็วายไตก็เสื่อม ckd นั่นแหละนะ
01:53:11 → 01:53:14ฮะอก็ต้องหากดเปรี้ยวกดไม่เปรี้ยวนะออกมา
01:53:14 → 01:53:19ให้เค้านะฮะกดซิติกกดอะซิติกกดมารินะส่วน
01:53:19 → 01:53:22ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการซ่อมไตอ่ะก็คือโด
01:53:23 → 01:53:26ฮอร์โมนหรือ ig1 นะนะอันนี้เออกมาตอนกลาง
01:53:26 → 01:53:30คืนอยู่แล้วกลูคากอนนะนะกลูคากอนส่วนใหญ่
01:53:30 → 01:53:35ออกมาในช่วงของการทำไนะฮะนะเพื่อเสลาย
01:53:35 → 01:53:38อะไรสลายไกลโคเจนที่ตับนั่นแหละนะฮะอีก
01:53:38 → 01:53:43ตัวนึงก็คือเตลแิยูติเปตนะฮะนะอันนี้เขา
01:53:43 → 01:53:46จะออกมาทำงานในการซ่อมไตในเวลากลางคืนนะ
01:53:46 → 01:53:50ตัวนี้ก็เป็นตัวเก็บเกลือนะเก็บเกลือเก็บ
01:53:50 → 01:53:55น้ำนะเนี่ยนะเพราะว่าไตต้องทำหน้าที่ใน
01:53:55 → 01:54:01การกรองน้ำกรองกดนะฮะนะเนี่ยถ้าไม่มีหน้า
01:54:01 → 01:54:04ที่ไม่มีานี่ก็ทำหน้าที่เขาก็อยู่ไม่ได้
01:54:04 → 01:54:08เขาก็ขี้น้อยใจแบบไทรรอยด์นะฮะนะกูก็ตาย
01:54:08 → 01:54:12ดีกว่ากูก็ไม่อยู่แล้วนะฮะนะทีนี้หมอมี
01:54:12 → 01:54:16อันใหม่อันนี้นะฮะนะในการฟื้นฟูไตแบบก้าว
01:54:16 → 01:54:19กระโดดแบบเร่งด่วนนะฮะใช้คำว่า water นะ
01:54:19 → 01:54:24ฮะนะนะคุณจะฟื้นฟูไอ่ะโดยเฉพาะคุณกินเอ่อ
01:54:24 → 01:54:29โชกคาต่ำแล้วทำไมอ่ะทำไมไตเนี่ยนะมันถึง
01:54:29 → 01:54:34เกิดภาวะ ckd เ่อมันไม่ 90 มันไม่ใกล้ๆ 90
01:54:34 → 01:54:39อ่ามันร่วงลงไปเป็นเ่อ kd Stage 2
01:54:39 → 01:54:42Stage 3A อะไรต่างๆเหล่าเนี้ยนะอ่าคือ
01:54:42 → 01:54:46ปิมๆล่อแร่่อแร่ใกล้ๆ E gmr 6 อะไร
01:54:46 → 01:54:50อย่างเงี้ยนะฮะนะเอออันเนี้ยนะเราจะฟื้น
01:54:50 → 01:54:53ฟืยังไงนะฮะใช้คำว่า water นะนะก็คือ 1
01:54:53 → 01:54:58ต้องน้ำถึงนะต้องน้ำถึงนะแล้วการฟื้นไต
01:54:58 → 01:55:02เนี่ยคุณต้องเติมน้ำบวกเข้าไปอีก 200-300
01:55:02 → 01:55:06ซีซีต่อวันด้วยนะฮะเนี่ยนะน้ำต้องถึงนะฮะ
01:55:06 → 01:55:10นะ W คือ Water ตัว A คือแิดนะฮะต้องมี
01:55:10 → 01:55:15กรดนะฮะมีกรดนะเพราะว่าไตเเป็นอวัยวะในทำ
01:55:15 → 01:55:19หน้าที่ในการขับกรดนะฮะนะแล้วกดที่ไตจะ
01:55:19 → 01:55:23ต้องขับออกนะก็คือกดอินทรีย
01:55:23 → 01:55:26นะนะกดอินทรีย์ก็มาจาก 2 กดนะฮะคือกด
01:55:27 → 01:55:32อะมิโนกับกด fy fy Acid นะฮะคือกดไขมัน
01:55:32 → 01:55:36นะฮะซึ่งทั้งหมดเยเป็น essential นะก็
01:55:36 → 01:55:38เป็น essential amino Acid essential
01:55:38 → 01:55:42fy Acid นะฮะร่างกายสร้างเองไม่ได้นะ
01:55:42 → 01:55:45ต้องกินเข้าไปนะเพื่อจะให้เกิดความเป็นกด
01:55:45 → 01:55:50ไปให้ทำไตทำหน้าที่นะฮะนะเพราะฉะนั้นนะจะ
01:55:50 → 01:55:54กิน essential fatty Acid เอลอิโน Acid
01:55:54 → 01:56:00คุณก็ต้องกินโปรตีนคุณภาพและกินไขมัน Good
01:56:00 → 01:56:02Healthy Fat นะฮะนะก็เป็นที่มาของการ
01:56:02 → 01:56:05กิน OC High Food Fat นะฮะเพราะในแง่
01:56:05 → 01:56:10ของคฟมันไม่มี essential นะแล้วก็ไตแทบจะ
01:56:10 → 01:56:14ไม่ต้องการอะไรเลยจากคาร์โบไฮเดรตนะฮะไต
01:56:14 → 01:56:19เวลาที่ฟานะไตสามารถกลูโคนิจิสร้างน้ำตาล
01:56:19 → 01:56:23ได้นะเอ่อประมาณเท่าไหร่นะ 30% หรรือ
01:56:23 → 01:56:27เปล่านะเนี่ยจำตัวเลขไม่ได้แล้วก็เยอะเลย
01:56:27 → 01:56:31ล่ะเยอะพตับอีกรู้สึกจะ 50% นะฮะนะตับนี่
01:56:31 → 01:56:35น่าจะเหลือซักประมาณเท่าไหร่
01:56:35 → 01:56:40เอ่อไต 50 ตับเหลือ 30 หรือเปล่าแล้วก็ลำ
01:56:40 → 01:56:45ไส้เหลือ 15% อะไรอย่างงี้นะฮะนะเนี่ยไต
01:56:45 → 01:56:48จะสร้างมากเลยเวลาเราฟาดเนี่ยไตเจะสร้าง
01:56:48 → 01:56:52น้ำตาลนะไตสร้างน้ำตาลนะอ
01:56:52 → 01:56:57อ่านะเพราะฉะนั้น Water Acid นี่สำคัญนะ
01:56:57 → 01:57:00สำคัญต่อหน้าที่การทำงานของไตและอีกอย่าง
01:57:00 → 01:57:04นึงไตกับไทรรอยด์เนี่ยนะไตเป็นอวัยวะ
01:57:04 → 01:57:08ไทรรอยด์เป็นฮอร์โมนนะพวกนี้เขาเป็น
01:57:08 → 01:57:12อวัยวะขยันฮอร์โมนขยันเคคล้ายกันนะฮะนะ
01:57:12 → 01:57:15เพราะฉะนั้นเขาด้วยเนเจอร์ของเค้าเนี่ยนะ
01:57:15 → 01:57:20เอยอยากทำงานนะเอยากทำงานอยากทำงานต้องมี
01:57:20 → 01:57:23งานให้เคทำถ้าเมื่อไหร่ไม่มีงานให้เคทำนะ
01:57:23 → 01:57:27ฮะนะเขาก็จะเหมือนแบบหงอยก๋อยแล้วก็มีอัน
01:57:27 → 01:57:32เป็นไปไปเลยนะที่เรียกว่าเดี้ยงอ่ะนะเอ่อ
01:57:32 → 01:57:35เพราะฉะนั้นจำไว้เลยว่าไตเ่อที่มันเกิด
01:57:35 → 01:57:40ภาวะไตเรื้อรัง ckd นะ E JR ต่ำลงต่ำลง
01:57:41 → 01:57:45ต่ำลงเนี่ยเพราะคุณไม่หางานมาให้ไตเทำคุณ
01:57:45 → 01:57:49ไม่ได้กำหนดงานให้เคต้องทำงานนะฮะนะแล้ว
01:57:49 → 01:57:54การทำงานของไตก็คือการกรองน้ำและการกรอง
01:57:54 → 01:57:57กดนะฮะเพราะน้ำกับกดต้องมาด้วยกันนะอัน
01:57:57 → 01:58:01นี้สำคัญนะฮะเพราะฉะนั้นต้องเติมน้ำนะ
01:58:01 → 01:58:04ต้องหาความเป็นกรดที่มันเป็นกรดอ่า
01:58:04 → 01:58:09อินทรีย์กรดธรรมชาติต่างๆนะให้ไตเได้กรอง
01:58:09 → 01:58:12นั่นก็คือกดอะมิโนกับกดไขมันจำเป็นเพราะ
01:58:12 → 01:58:14ฉะนั้นคุณก็ต้องกิน ow C High Good
01:58:14 → 01:58:20Fat นะฮะนะนี่แหละนะจะไตเจะโอเคเจะชอบนะ
01:58:20 → 01:58:25แล้วเจะฟื้นๆืๆพื้เ่าเพราะว่าเขาชอบขยัน
01:58:25 → 01:58:29ที่จะทำงานพอเทำงานแล้วเขาจะหายเขาจะดีเา
01:58:29 → 01:58:33จะกลับมาเป็นปกตินะไม่ใช่ไปพักไตหรือว่า
01:58:33 → 01:58:37ไปจำกัดโน่นจำกัดนี่เกลือกูไม่กินโปรตีน
01:58:37 → 01:58:41กูไม่ใส่นะน้ำมันโอไม่กินหรอกกินทำไมกัน
01:58:41 → 01:58:44อะไรอย่างเงี้ยมันความเข้าใจผิดไฮะนะ
01:58:44 → 01:58:49เนี่ยมันเข้าใจผิดหมดเลยนะนะแล้วยิ่งเอ่อ
01:58:49 → 01:58:52ทุกวันนี้เนี่ยนะเอ่อ
01:58:52 → 01:58:55คนไข้ล้างไตเยอะมั้ยล่ะเยอะล้างไตเสร็จ
01:58:55 → 01:58:57แล้วมาทำอะไรอ่ะก็มาจำกัดโน่นจำกัดนี่บ้า
01:58:57 → 01:59:00บ่อคอแตกอะไรอย่างเงี้ยเออเราก็ไม่รู้จะ
01:59:00 → 01:59:04ไปแก้ไขหรือไปบอกว่ายังไงนะเพราะลำพังแต่
01:59:04 → 01:59:06ตอนนี้น้ำตาลกับไขมันเนี่ยก็ยังเป็น
01:59:06 → 01:59:09สงครามทุกี่วันกันอยู่
01:59:09 → 01:59:15ตลอดไม่หยุดหรอกนะสงครามแบบการกินที่รู้
01:59:15 → 01:59:17บ้างไม่รู้บ้างหรือรู้ไม่รอบอย่าเงี้ยนะ
01:59:17 → 01:59:20ไม่รู้ไส้นงไส้ในเงี้ยก็ยิ่งไปกันใหญ่
01:59:20 → 01:59:22พลังงานสารอาหารพลังงานสารอห
01:59:22 → 01:59:26เอออันนี้ในแง่ฟื้นฟูไตอ่ะนะเติมน้ำเติม
01:59:26 → 01:59:30กดนะแต่ต้องเป็นกดที่เป็น essential นะฮะ
01:59:30 → 01:59:34ต่อไปพลังงานเนี่ยไตอ่ะพลังงานไตจะเอา
01:59:34 → 01:59:37พลังงานมาทำงานเนี่ยก็คือต้องเอาไขมันดี
01:59:37 → 01:59:43นะมาทำงานแล้วตัวที่จะมามาเมอิไขมันเนี่ย
01:59:43 → 01:59:47นะก็คือตัวนี้ฮะไทรรอยด์เนี่ยไทรรอยด์มา
01:59:47 → 01:59:51เกี่ยวกับไตวายไตเรื้อรังก็เพราะว่าถ้า
01:59:51 → 01:59:55ไทรรอยด์เี้ยงไตก็เดี้ยงนะเนี่ยแล้วฟื้น
01:59:55 → 01:59:58ฟูไตต้องใช้ฮอร์โมนไทรรอยด์ที่มัน Active
01:59:58 → 02:00:02นะฮะอ่าเพราะฉะนั้นไทรรอยด์มันจะดีมันจะ
02:00:02 → 02:00:06เก่งมันจะขยันมันจะแคีนี่นะต้องทำอะไรกับ
02:00:06 → 02:00:11มันบ้างโอ้โหนะเยอะแยะเลยนะต่อไป Energy
02:00:11 → 02:00:14Energy ในที่หมายถึงแคลอรี่เมื่อกี้บอก
02:00:14 → 02:00:19ไปแล้วว่าเนี่ยเรื่องไทรอยด์เนี่ยนะเขาเเ
02:00:19 → 02:00:22ต้องต้องถึงแคลอรี่ต้องถึงต้องพอไม่งั้น
02:00:22 → 02:00:26จะเกิดปัญหาเรื่องเนย im Balance นะแล้ว
02:00:26 → 02:00:30ก็ในการซ่อมไตเนี่ยนะก็ต้องมีแคลอรี่มา
02:00:30 → 02:00:33ให้ไทรรอยด์นะนะแคลอรี่ที่จะให้ไทรอยด์
02:00:33 → 02:00:36ไทรอยด์เเผาอะไรอ่ะเไม่ได้เผาน้ำตาลินะเ
02:00:36 → 02:00:39เผาไขมันเพราะงั้นคุณต้องใส่ไขมันดี Good
02:00:39 → 02:00:43Healthy Fat ให้ไทรอยเทำงานนะฮะไตมัน
02:00:43 → 02:00:47ถึงจะฟื้นนะแต่ทุกวันนี้ในในโลกภายนอก
02:00:47 → 02:00:52เค้าใส่อะไรกันล่ะฮะหใส่แต่แป้งปอด
02:00:52 → 02:00:57โปรตีนเออแล้วยังไงอ่ะแล้วมันตอบโจทย์มย
02:00:57 → 02:01:00นะทั้งไทรรอยด์ทั้งไตเนี่ยมันจะบอกว่ายัง
02:01:00 → 02:01:01ไงอ่ะ
02:01:01 → 02:01:07เอออยากจะให้จิกหัวด่านะว่าพวกมึงงุเกูจะ
02:01:07 → 02:01:11ตายอยู่แล้วนะใส่อะไรเข้ามาเนี่ยนะไม่รู้
02:01:11 → 02:01:15เรื่องเลยอ่ะนะก็แล้วแต่นะเอาเออก็กินไป
02:01:16 → 02:01:18เหอะแป้งปอดโปรตีนน่ะ
02:01:18 → 02:01:22เออไตมันก็โงหัวไม่ขึ้นล่ะนะพูดไปไม่ได้
02:01:22 → 02:01:25นะไลงไทรรอยด์ก็ไปหมดนะไม่รู้ใส่อะไรเข้า
02:01:25 → 02:01:28มาเนี่ยไทรรอยด์สำคัญมากนะฮะในการฟื้นฟู
02:01:28 → 02:01:33ไตนะไตไม่ฟื้นนะไทรรอยด์ก็ไม่ฟื้นนะฮนะจะ
02:01:33 → 02:01:37ฟื้นไตฟื้นไทรรอยด์ด้วยนะฮะนะเคู่ไปด้วย
02:01:37 → 02:01:41กันน่ะนะฮะเออแม้แต่ว่าแม้ว่าไตเนี่ยเขา
02:01:41 → 02:01:44จะ Activate ไทรรอยไม่เยอะนะไม่เกิน 20%
02:01:44 → 02:01:48นะฮะนะนะแต่มีความสำคัญกับเานะเพราะว่า
02:01:48 → 02:01:52ไทรรอยด์ที่ดีๆเนี่ยนะเมาฟื้นไตโดยการ
02:01:52 → 02:01:54เข้ามาจัดหาพลังงานให้กับไตนะแล้วไตก็จะ
02:01:54 → 02:01:57เกิดการทำหน้าที่แต่คุณก็ต้องใส่โน่นใส่
02:01:57 → 02:02:01นี่ให้เหมาะสมนะฮะนะนะเพราะฉะนั้น Energy
02:02:01 → 02:02:04ตัว E นะฮะนะซึ่งจะหมายถึงแคลอรี่ที่ถูก
02:02:04 → 02:02:09ต้องอย่ากินผิดนะฮะสุดท้ายคือนอนนะฮะ
02:02:09 → 02:02:13resting Energy expenditure นะนะอัน
02:02:13 → 02:02:17นี้ก็คือพลังงานที่จะเกิดขึ้นในตอนที่เรา
02:02:17 → 02:02:22ไม่ได้กินนั่นก็คือตอนหลับหรือตอนนอนนะฮะ
02:02:22 → 02:02:25ก็คือพลังงานอันเนี้ยมันเป็นพลังงานที่
02:02:25 → 02:02:28เนี่ยที่ที่มาจากไทรรอยด์นี่แหละนะฮะก่อน
02:02:28 → 02:02:33เที่ยงคืนนะนอนเพื่อให้เกิดนี่ตัว
02:02:33 → 02:02:37เอนเนอร์ยีแบบนี้นะฮะนะแล้วนี่แหละนะไตเ
02:02:37 → 02:02:40จะเอา Ring ener expenditure นี่แหละไป
02:02:40 → 02:02:45ซ่อมเค้านะฮะไปซ่อมแซมเค้านะแล้วก็ทำซะสิ
02:02:45 → 02:02:50ก็นอนซะสินะเอ่อก็เข้าใจซะหน่อยนะฮะนะนะ
02:02:50 → 02:02:53ไตจะฟื้นแบบก้าวกระโดดคุณคุณต้องมี Water
02:02:53 → 02:02:57นะนะก็คือ Water จริงๆแล้วก็ Acid ไทรรอย
02:02:57 → 02:03:00นะ Energy ที่เป็นแคลอรี่นะฮะแล้วก็
02:03:00 → 02:03:03resting eny expenditure ก็คือเซ่อม
02:03:03 → 02:03:08ตอนกลางคืนไทรอยด์ก็มากลางคืนนะอ่าอไต
02:03:08 → 02:03:12ซ่อมกลางคืนนะฮะนะไตซ่อมแถบตอนกลางคืนนะ
02:03:12 → 02:03:15ก็คือซ่อมซ่อมจากไทรรอยด์นี่ใช่มั้ครับ
02:03:15 → 02:03:19พี่หมอใช่นะก็คือไทรรอยด์มันแค่มาเป็น
02:03:19 → 02:03:25ฮอร์โมนที่จะทำให้เกิดพลังงานนะแล้วพลัง
02:03:25 → 02:03:30งานเนี่ยนะไตเจะมีแรงนะฮะในการขับของเสีย
02:03:30 → 02:03:34นะเมื่อไหร่ไตทำงานขับของเสียเมื่อนั้นไต
02:03:34 → 02:03:40ฟื้นฮะนะอ๋อคือไงานครับผมเค้าต้องทำงานนะ
02:03:40 → 02:03:44ฮะไทรรอยด์ก็ต้องทำงานเอ่อเพราะอวัยวะที่
02:03:44 → 02:03:48ขยันที่สุดในร่างกายก็คือไตนะฮะแล้วก็
02:03:48 → 02:03:52ฮอร์โมนขยันนะหรือฮอร์โมนที่มันอูอูยทำ
02:03:52 → 02:03:55นู่นทำนี่ทำนั่นนะไม่รู้กี่หน้าที่อะไร
02:03:55 → 02:03:56ต่างๆคือไทรรอยด์
02:03:56 → 02:04:00เออนั่นแหละไทรรอยด์ไทรรอยเป็นคีย์แมน
02:04:00 → 02:04:03สำคัญนะครับผมมันเกี่ยวข้องกับไตด้วย
02:04:03 → 02:04:06เกี่ยวข้องกับเบาหวานพวกน้ำตาลด้วยใช่
02:04:06 → 02:04:07มั้ยครับ
02:04:07 → 02:04:13อ่อืแต่แต่ตรงเนี้ยหมออ่ะคือไทรอยเกี่ยว
02:04:13 → 02:04:17ข้องกับเบาหวานน้ำตาลมั้ยอืไม่นะเไม่ได้
02:04:17 → 02:04:22เป็นตัวสลายเผาผลาอ่าน้ำตาลนะฮะ
02:04:22 → 02:04:26มากว่าไม่ไ้นะฮะก็มีการเผาผลาในระดับ
02:04:26 → 02:04:28เซลล์ที่ว่ามันจะต้องใช้ไทรรอยด์ด้วยนะฮะ
02:04:28 → 02:04:32แต่หลักๆของไทรอยด์เนี่ยเขาจะเผาไขมัน
02:04:32 → 02:04:38อืเผาไตคีสลยนะแล้วก็เขาจะมาตอนกลางคืนเ
02:04:38 → 02:04:41คือเขาใช้พลังงานจากไขมันแต่ว่าเขาใช้สาร
02:04:41 → 02:04:44อาหารเยอะใช้สารอาหารเยอะซึ่งต้องใชสอหาร
02:04:44 → 02:04:46คา
02:04:46 → 02:04:50เอต้องพึ่งอินซูลินนะ
02:04:50 → 02:04:52อืครับ
02:04:52 → 02:04:56นะแต่สำคัญที่สุดนะนะก็
02:04:56 → 02:05:00คือก็คือตัวที่จะต้องให้ไตทำหน้าที่หรือ
02:05:00 → 02:05:04ทำงานให้ได้เนี่ยก็คือต้องมีน้ำกับมีกดนะ
02:05:04 → 02:05:07แล้วทั้งหมดนี้ต้องไปพร้อมเพียงกันหมดนะ
02:05:07 → 02:05:12นะไตถึงได้ฟื้นไตถึงได้ฟื้นคือหลายคนกิน
02:05:12 → 02:05:16คีโตโลคาเราจะเห็นว่า egfr เนี่ยมันลดลง
02:05:16 → 02:05:20เอ่ามันลดลงนะฮะนะถามว่าแล้วทำไมมันลดลง
02:05:20 → 02:05:25อ่ะนะมันลดลงก็เพราะว่าคุณอ่าขาดตกบก
02:05:25 → 02:05:29พร่องหรือคุณไม่เข้าใจ 5 อย่างนี้นะคือคำ
02:05:29 → 02:05:34ว่า water เนี่ยคุณเติมน้ำเยอะยนะคุณใช้
02:05:34 → 02:05:36ความเป็นแิดที่เป็น
02:05:36 → 02:05:40อ่าอะไรอ่ะกดอินทรีย์อ่ะนะก็คือเ่อโปรตีน
02:05:41 → 02:05:44กับไขมันถูกต้องยังอ่ะกินกินถูกกินเป็น
02:05:44 → 02:05:47ยังเนะไปเน้นงุ่นเยอะหนี่แยะอะไรอย่าง
02:05:47 → 02:05:51เงี้ยก็ไม่ใช่แล้วนะฮะนะเอ่อเรากินน้ำมัน
02:05:51 → 02:05:55สกัดโยงสกัดเย็นมนะเพราะไทรรอยด์เรอนะที่
02:05:55 → 02:05:58จะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นพลังงานให้ไตทำงาน
02:05:58 → 02:06:01อยู่นะฮะเนี่ยนะเนี่ยต้องเข้าใจแล้วก็
02:06:01 → 02:06:06เวรัมเวลาในการซ่อมไตก็เกิดในเวลานี้นะนะ
02:06:06 → 02:06:11ก่อนเที่ยงคืนเนะ Ring Energy
02:06:11 → 02:06:15expenditure อนี้หมดแล้วนะหวังว่าเข้าใจ
02:06:15 → 02:06:18ไตมากขึ้นนะฮะแล้วเข้าใจว่าวิถีของการกิน
02:06:18 → 02:06:22โลคาฟต่างๆเนี่ยนะที่มันมีปัญหากับไตนะ
02:06:22 → 02:06:25โดยเฉพาะตัว egfr เนี่ยมันเป็นเพราะอะไร
02:06:25 → 02:06:28แล้วเราต้องแก้อะไรเราต้องโฟกัสต้องให้
02:06:28 → 02:06:33ความสำคัญกับอะไรบ้างนะฮะนะเนี่ยนะเนี่ย
02:06:33 → 02:06:36ก็ตามเนี้ยตามตามที่หน้าเนี้ยสำคัญนะฮะนะ
02:06:36 → 02:06:41หมอสรุปให้เนี่ยนะพลังงานน้ำนะฮะสารอาหาร
02:06:41 → 02:06:47ต่างๆนะเกลือกรดนะฮะกรดเนี่ยนะเนี่ยอัน
02:06:47 → 02:06:52นี้เป็นกรดนะเป็นกรดเค้าเรียกว่าเป็นกรด
02:06:52 → 02:06:57เอ่อเป็นกฎตัวสำรองอ่ะนะที่จะมา ind อ่ะ
02:06:57 → 02:07:02มามาเป็นการส่งสัญญาณนะในการทำงานนะฮะนะ
02:07:02 → 02:07:06แต่กดหลักๆเนี่ยก็คือกดจากกดอะมิโนกับกด
02:07:06 → 02:07:10ไขมันนะฮะนะเแล้วก็มีฮอร์โมนในการซ่อมไต
02:07:10 → 02:07:13นะโดยเฉพาะเนี่ยฮอร์โมนเหล่านี้มาตอนกลาง
02:07:13 → 02:07:18คืนหมดเลยนะอมาตอนกลางคืนเนี่ยนะเนี่ย
02:07:18 → 02:07:20เนี่ยเราก็ต้องมี resting Energy
02:07:20 → 02:07:22expenditure
02:07:22 → 02:07:27นะอันนี้เป็นพลังงานนะแต่ว่าเอนเนอร์ยี
02:07:27 → 02:07:30อันเนี้ยนะนะที่เป็นน้ำมันสกัดเย็นเนี่ย
02:07:30 → 02:07:33อันนี้คือตอนเช้าเราต้องเตรียมไว้นะเรา
02:07:33 → 02:07:35ต้องเตรียมน้ำมันสกัดเย็นไว้ตั้งแต่ตอน
02:07:35 → 02:07:40เช้าเลยนะแล้ว ring expenditure เนี่ยนะ
02:07:40 → 02:07:44มันจะเกิดในตอนกลางคืนนะฮะนะแล้วก็
02:07:44 → 02:07:48ฮอร์โมนพวกนี้ก็มานะหน้าเนี้ยสำคัญหมด
02:07:48 → 02:07:54เลยไปจัดให้ได้นะถ้าใครมีปัญหา efr นะเออ
02:07:54 → 02:07:57โอเคอย่างอื่นไม่มีอะไรแล้วะนะฮะหมดแล้ว
02:07:57 → 02:08:00ครับคุณจารลุวถามครับว่าไทรรอยด์เป็นพิษ
02:08:00 → 02:08:04เนี่ยสามารถรักษาให้หายได้ไหมแล้วถ้าจะ
02:08:04 → 02:08:06ต้องตรวจไทรรอยด์ต้องตรวจรายการไหนบ้าง
02:08:06 → 02:08:11ค่ะไทรอยเป็นพิษเนี่ยเราถูกสรุปว่าเป็นเป
02:08:11 → 02:08:16disease แล้วใช่ไหมยเอาจจะสรุปว่าเป็นไร
02:08:16 → 02:08:19toxicosis เป็นเฟ disease หรือเป็น
02:08:19 → 02:08:22ไฮเปอร์ไรอยถ้าเป็นแบบแบบเนี้ยนะฮะแล้วก็
02:08:22 → 02:08:26ถูกเค้าเรียกว่าถูก classify ว่าคุณป่วย
02:08:26 → 02:08:28เป็นโรคเป็นโรคนะฮะนะ
02:08:29 → 02:08:32นะถ้าเป็นโรคก็ต้องรักษาแบบการเป็นโรค
02:08:32 → 02:08:37รักษากับหมอต่อมไร้ท่อและรักษาด้วยยา
02:08:37 → 02:08:42นะซึ่งการรักษาโรคนะฮะก็จะต้องมีช่วงเวลา
02:08:42 → 02:08:46ส่วนใหญ่เขาก็จะบอกเลยว่าประมาณปีครึ่ง
02:08:46 → 02:08:50ถึง 2 ปีนะอย่างน้อย 18
02:08:50 → 02:08:54เดือนเพราะว่าไทรรอยด์เป็นโรคที่จะต้อง
02:08:54 → 02:09:00ใช้เวลาในการรักษาตสมดุลฮอร์โมนตัว
02:09:00 → 02:09:03นี้แล้วในปัจจุบันเนี่ยไอ้ตัวไฮเปอร์
02:09:03 → 02:09:06ไทรอยหรือไ toxicity หรือ G disease
02:09:06 → 02:09:09เนี่ยสนใหญ่มันจะเเรียก relation หรือ
02:09:09 → 02:09:13relate กับเรื่องพวกอ่าภูมิเพี้ยนน่ะนะ
02:09:13 → 02:09:16ที่เป็นออโตอิมมูนเพราะฉะนั้นเก็จะมีการ
02:09:16 → 02:09:21ตรวจอ่าไทคินแิอนะฮะนะแล้วก็ตรวจ
02:09:21 → 02:09:26microsomal ิออะไรอย่าเงี้ยนะฮะถ้ามีแิอ
02:09:26 → 02:09:31พวกนี้ด้วยนะก็แปลว่าเอ่อมันมีความเป็น
02:09:31 → 02:09:37พิษมันทำงานมากนะจากความเพี้ยงตัวเ่อแิบ
02:09:37 → 02:09:39หรือภูมิเพี้ยนที่เกิด
02:09:39 → 02:09:43ขึ้นงั้นพวกนี้มีแนวโน้มที่จะต้องควบคุม
02:09:43 → 02:09:47ในระยะยาวนะคือถ้าเจ็บป่วยเป็นโรคไฮเปอร์
02:09:47 → 02:09:52ไทรอย์ก็ต้องมีการรักษาจนกระทั่งอ่าดับม
02:09:52 → 02:09:54ต่างๆลงมาอยู่ในเกณฑ
02:09:54 → 02:09:58ปกติส่วนในแง่ของการปฏิบัติตัวเกี่ยวกับ
02:09:58 → 02:10:00เรื่องของไทรรอยด์แบบที่หมอพูดไปเนี่ย
02:10:00 → 02:10:02สามารถทำได้เลยไม่ว่าคุณจะเป็นไฮเปอร์
02:10:03 → 02:10:04ไฮโป
02:10:04 → 02:10:08ไทรอยส่วนการตรวจแลบนะตัวแลบเกี่ยวกับ
02:10:08 → 02:10:12ไทรรอยด์เนี่ยแลบตัวที่สำคัญที่สุดคือเ่อ
02:10:12 → 02:10:16tsh นะฮะนะไทรอยด stimulating Hormone
02:10:16 → 02:10:22นะฮะแล้วก็อีก 2 ตัวที่ต้องตรวจคู่กันไป
02:10:22 → 02:10:28เลยเนี่ยนะก็คือฟรี T3 ฟรี T 4 นะอันนี้
02:10:28 → 02:10:33สำหรับกรณีที่ป่วยแล้วกินยาหมอนัดติด
02:10:33 → 02:10:37ตามหรือหายป่วยแต่อยากติดตามโรคเพราะว่า
02:10:37 → 02:10:41ตอนนี้อาจจะออฟยาไม่ได้กินยาแล้วและเอ่อ
02:10:41 → 02:10:45อยากจะอยู่ในแนวทางของการรักษาไทรรอยด์
02:10:45 → 02:10:46แบบ
02:10:46 → 02:10:49โภชนาการหรือการ Modify Lifestyle อย่าง
02:10:49 → 02:10:54เงี้ยนะเอก็ตรวจ 3 ตัวนี้แหละฮะ tsh
02:10:54 → 02:10:57thyroid stimulating ฮอร์โมน fre T3
02:10:57 → 02:11:03fre t4 นะ
02:11:03 → 02:11:08ฮะเออไปตรวจแล้วก็เอามาให้ดูก็ได้นะแต่
02:11:08 → 02:11:11ว่าคิดว่าหมอเก็คงยังต้องนัด
02:11:11 → 02:11:12อยู่
02:11:12 → 02:11:17ครับคุณโอ๊ตครับบอกว่าเพื่อนเป็นไฮโป
02:11:17 → 02:11:21ไทรรอยด์ครับกินสตกินยาไทรอยด์มา 13 ปีละ
02:11:21 → 02:11:24ตัดมดลูกรังไข่ไปข้างนึงตอนนี้ก็มาเป็น
02:11:24 → 02:11:29ช็อกโกแลตซีซ้ำอีกหมอสูบอกห้ามกินบาซิลัส
02:11:29 → 02:11:33เพราะมีผลกับฮอร์โมนห้ามกินพวกถั่วถั่ว
02:11:33 → 02:11:36เหลืองเพื่อนเลยไม่กินเอ่อช็อกโกแลตซีไม่
02:11:36 → 02:11:41ควรกินบาซินัทเหรอค่ะ
02:11:41 → 02:11:48เอ่อบราซิลนัสคือเราไม่รู้เกี่ถั่วจะไปมี
02:11:48 → 02:11:50ผลต่อช็อกโกแลตซีสถ้าก็ไม่ให้กินเราก็ไม่
02:11:50 → 02:11:54กินถแต่เราก็ไปซื้อฮอร์โมนเสริมที่เป็น
02:11:54 → 02:11:57เซเลเนียมกินน่ะไม่ใช่ฮอร์โมนเสริมนะ
02:11:57 → 02:11:58อาหารเสริมเซเลเนียม
02:11:58 → 02:12:04เอออเคงกลัวเรื่องของเอสโตรเจนงพี่หมอ
02:12:04 → 02:12:09เอ่อก็อาจจะกลัวก็ได้นะฮะ
02:12:09 → 02:12:15นะแต่มันน่าจะกลัวถั่วเหลืองมากกว่านะใช่
02:12:15 → 02:12:17เค้าเรียกอะไรนะซีโนเหรอฮะซีโนเอสโตรเจน
02:12:17 → 02:12:20เหรอฮะอ่าก็คือถั่วเหลืองในปัจจุบันเมัน
02:12:20 → 02:12:24เป็น GM มันมีไกลโฟเซตอ่ามันมีฮอร์โมน
02:12:24 → 02:12:28disrupt หลายตัวเลยล่ะ
02:12:28 → 02:12:31นะก็เราไม่กินถั่วเหลืองแล้วผลิตภัณฑ์
02:12:31 → 02:12:37ถั่วเหลืองดีกว่านะเอ่อช็อกโกแลตซีก็เป็น
02:12:37 → 02:12:40เอสโตเจนเด่นหรือไม่ก็โปรเจสเตอโรนต่ำ
02:12:40 → 02:12:44แล้วแต่ช่วงนะเราต้องไปปรับตรง
02:12:44 → 02:12:49เนี้ยไปปรับ E1 E2 e3 เนี่ยนะฮะนะแล้ว
02:12:49 → 02:12:54ก็ไปเติมจสนให้ชซิมันหายไปนะแต่เหนืออื่น
02:12:54 → 02:13:01ใดคือคือต้องปรับโภชนาการนะให้ดีก่อนนะฮะ
02:13:01 → 02:13:05นะโดยเฉพาะ low C High Good Fat
02:13:05 → 02:13:08อสุดท้ายก็มาลงที่ตัวพ่อตัวแม่ล่ะครับพี่
02:13:08 → 02:13:12หมอใช่
02:13:12 → 02:13:16นะน่าจะเป็นผลของอินซูลินนี่แหละนะแต่เรา
02:13:16 → 02:13:20เนี่ยไม่เข้าใจเรื่องอินซูลินก้าวร้าวและ
02:13:20 → 02:13:23ปัญญหาหาเรื่องคาแฝงอ่ะฮะ
02:13:23 → 02:13:25นะ
02:13:25 → 02:13:28อืส่วนคุณแอมมี่นี่บอกว่าถ้าเป็นมะเร็ง
02:13:28 → 02:13:31ไทรรอยด์ผ่าเอาไทรรอยด์ออกแล้วกินฮอร์โมน
02:13:31 → 02:13:34แทนเนี่ยต้องกินอาหารยังไงบ้างคะกินอาหาร
02:13:34 → 02:13:37แบบนี้เลยแบบที่แนะนำมากันเนี่ยโดยเฉพาะ
02:13:37 → 02:13:42ไลฟ์ที่แล้วอ่ะนะฮะอ่าครับแต่เดี๋ยวหมอจะ
02:13:42 → 02:13:45มีแชร์เรื่องอาหารต่างๆของไทรรอยด์
02:13:45 → 02:13:51นะอีกอีกสักระยะนึงอ่ะนะฮะนะให้ไปอ่านนะ
02:13:51 → 02:13:59ฮะนะก็ปึกนึงอ่ะกลัวจะไม่ชอบ
02:13:59 → 02:14:03เอคุณผามเหรอคุณปาผามบอกว่าเวลาที่
02:14:04 → 02:14:06อินซูลินกับคอร์ติซอลทะเลาะก่อนจะเกิด
02:14:06 → 02:14:08อะไรขึ้น
02:14:08 → 02:14:14คะก็คือหลักิอ่านะอ่าอย่างงี้แล้วกัน
02:14:14 → 02:14:19สมมุติว่าเรามีปัญหาการนอนไม่หลับแล้วเรา
02:14:19 → 02:14:24ก็จะตื่นตอนัก 1 2 ตลอดเลยนะฮะอันนี้ให้
02:14:24 → 02:14:28ดู 2 ประเด็นก็ส่วนใหญ่มันจะเป็นปัญหาของ
02:14:28 → 02:14:32อินซูลินกับคอร์ติซอลที่เขมาชักกันนะฮะ
02:14:33 → 02:14:36ถ้าสมมุติเราติด cgm นะฮะดูระดับน้ำตาลใน
02:14:36 → 02:14:43เลือดนะปรากฏว่าน้ำตาลเนี่ยมันตกมันตกก็
02:14:43 → 02:14:47แปลว่าอินซูลินเนี่ยเออกมาแล้วก็มาดัมน้ำ
02:14:47 → 02:14:50ตาลลงอินซูลินที่ออกมาเป็นอินซูลินก้าว
02:14:50 → 02:14:54ร้าวเมื่อน้ำตาลตกลงนะอ่าเค้าเรียกว่า
02:14:54 → 02:14:57ร่างกายจะ compensate น่ะนะหรือกลไกแบบ
02:14:57 → 02:15:00autonomic ของร่างกายเนี่ยก็จะปลุกสมอง
02:15:00 → 02:15:04ให้ตื่นขึ้นมานะเพื่อจะมีการปรับหรือเติม
02:15:04 → 02:15:08หรือเสริมน้ำตาลน่ะนะฮะนะเนี่ยนะเพราะ
02:15:08 → 02:15:13ฉะนั้นถ้าดูจาก cgm แล้วอ่าน้ำตาลมันตกนะ
02:15:13 → 02:15:16น้ำตาลตกเพราะอะไรนะส่วนใหญ่ก็เพราะว่า
02:15:16 → 02:15:20อินซูลินนะมันผิดปกติมันเยอะอ่าหรือไม่ก็
02:15:20 → 02:15:24มันก้าวร้าวนะก็ย้อนกลับไปว่าไปกินอะไร
02:15:24 → 02:15:27มื้อเย็นไม่ถูกนะหรือก่อนจะนอนมีการแอบ
02:15:27 → 02:15:31กินอะไรเข้าไปกระตุ้นอินซูลินแค่ไหนนะฮะ
02:15:31 → 02:15:34นะแล้วไปเกิดภาวะที่อินซูลินเค้าไปทำงาน
02:15:35 → 02:15:38อวอร์ Time น่ะนะโดยที่เขาไม่เต็มใจอย่าง
02:15:38 → 02:15:42เงี้ยนะอ่าแล้วก็ดัมน้ำตาลลงแบบต่ำกว่า
02:15:42 → 02:15:45เกณฑ์อะไรอย่างเงี้ยนะมันก็เลยเกิดกลไก
02:15:45 → 02:15:47ที่จะต้องตื่นก็เลยสะดุ้งตื่นหรือไม่ก็
02:15:47 → 02:15:52ผวาตื่นอ่าเพื่อจะมาหากินหรือไม่ก็เติม
02:15:52 → 02:15:56น้ำตาลนนะฮอันที่ 1 นะอันนี้เป็นลักษณะ
02:15:56 → 02:16:03นี่นะนะผลของอินซูลินนะฮะนะแต่แต่เ่าถ้า
02:16:03 → 02:16:06ตรวจน้ำตาลแล้วน้ำตาลมันพุ่งนะน้ำตาลมัน
02:16:06 → 02:16:09พุ่งเนี่ยส่วนใหญ่มันเป็นผลของคอร์ติซอล
02:16:09 → 02:16:13นะเป็นผลของคอร์ติซอลนะก็คือคอร์ติซอล
02:16:13 → 02:16:17เนี่ยออกมาผิดำเวลาไปนิดนึงหรือออกมาเร็ว
02:16:17 → 02:16:21ไปหน่อยนึงนะเอ่อเพราะว่ามันมีอะไรบาง
02:16:21 → 02:16:25สิ่งบางอย่างนะที่อ่าที่ร่างกายจะต้อง
02:16:25 → 02:16:29ตื่นขึ้นมานะฮะเนี่ยนะก็เหมือนกันแหละน้ำ
02:16:29 → 02:16:31ตาลพุ่งก็ผวาตื่น
02:16:31 → 02:16:36เออนะคอร์ติซอลมันต้องออกมาในการกูจิ
02:16:36 → 02:16:40บังคับตับนะให้รีบทำงานสร้างน้ำตาลขึ้นมา
02:16:40 → 02:16:43นะนี่แหละพอน้ำตาลถูกสร้างขึ้นมามันจะ
02:16:43 → 02:16:46สร้างแบบเเรียกว่าเอ่อสร้างมันไม่ได้
02:16:46 → 02:16:51สร้างตามดีมานน่ะนะตามความเป็นจริงอ่ะนะ
02:16:51 → 02:16:54ฮะนะเ่อมันอว suly มันสร้างออกมาแล้วมัน
02:16:55 → 02:16:58มักจะทำงานเกินตัวนะฮะนะเพราะมันไม่ใช่
02:16:58 → 02:16:58กลุ่ม
02:16:58 → 02:17:02ฮอร์โมนในฝั่งลูกเทพอะไรเขาที่เขาจะทำงาน
02:17:02 → 02:17:06ตามดีมานนะตามความต้องการจริงๆนะฮะนะแต่
02:17:06 → 02:17:10ว่าคอซอเขจะอ suly ตลอดด้วยสัญชาตญาณของ
02:17:10 → 02:17:14ความเป็นแม่นะให้ให้เกินไว้ก่อนนะให้
02:17:14 → 02:17:17เผื่อไว้ก่อนเอนะเพราะฉะนั้นเนี่ยพวกนี้
02:17:18 → 02:17:21น้ำตาลมันจะพุ่งมันจะชูดขึ้นไปนะเพราะ
02:17:21 → 02:17:23ฉะนั้นน้ำตาลที่มันชู้ดเยอะๆนะมันก็จะ
02:17:23 → 02:17:26อย่างงี้แหะนะก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมานะ
02:17:26 → 02:17:30เนี่ยนะเพราะว่าสมองจะต้องเ่ารีบบอกให้
02:17:30 → 02:17:34ร่างกายรู้สึกตัวนะที่จะรีบเอาน้ำตาลลง
02:17:34 → 02:17:37หรือรีบใช้น้ำตาล
02:17:37 → 02:17:41นะงั้นถามว่าอะไรนะเอ่อฮอร์โมนตัวพ่อตัว
02:17:41 → 02:17:46แม่ทะเลาะกันเนี่ยนะมันเพก็เพราะว่าตัว
02:17:46 → 02:17:49พ่อนะชอบเอาน้ำตาลลงตัวแม่ชอบเอาน้ำตาล
02:17:50 → 02:17:52ขึ้น
02:17:52 → 02:17:55แลทุกอย่าคือจะไม่นิ่งครับผมเอไม่ได้เป็น
02:17:55 → 02:17:59ไปตามไม่ได้เป็นไปตามดีมานตามความเป็น
02:17:59 → 02:18:03จริง
02:18:03 → 02:18:06นะแล้วอีกอย่างนึงก็คือตัวพ่อตัวแม่ที่
02:18:07 → 02:18:11เขามาทำงานแบบไม่เป็นไปตามเซอร์เขเดี่ยว
02:18:11 → 02:18:14หรือตามพระจันทร์พระอาทิตย์ตามกลางวัน
02:18:14 → 02:18:18กลางคืนในระเวลาที่เหมาะสมเนี่ยนะถือว่า
02:18:18 → 02:18:19มันเป็นการทำ
02:18:19 → 02:18:24OT นะที่ที่ถูกบังคับนะฮะที่ถูกกลไก
02:18:24 → 02:18:29อัตโนมัติมีการบังคับอ่าอันนี้มันจะเป็น
02:18:29 → 02:18:30การทำงาน
02:18:30 → 02:18:33ที่ไม่ไม่อะไรอ่ะไม่
02:18:34 → 02:18:39ปเอ่อมันเป็นภาวะคล้ายๆภาวะวิกฤตเอหรือ
02:18:39 → 02:18:43เป็นภาวะไครซิสเกินไป
02:18:43 → 02:18:49นะอืครับคุณมิกกี้บอกรบกวนอาจารย์ยกตัว
02:18:49 → 02:18:52อย่างอาหารช้าอาหารเย็นที่สามารถทำให้
02:18:52 → 02:18:53บาลานซ์ฮอร์โมนได้
02:18:53 → 02:18:58ดีเป็นตัวอย่างสักวันนึงได้มั้ยคะจะเอาไป
02:18:58 → 02:19:03ดัดแปลงได้เออจริงๆมีมีรวมไว้ในสารบันนะ
02:19:04 → 02:19:08ฮะเออแล้วก็เนี่ยที่ตอนเนี้ยที่เไล่โพสต์
02:19:08 → 02:19:13กันในทั้งหมอมอโต้นะฮะนะทั้งหมอโต้งทั้ง
02:19:13 → 02:19:19ใครอ่ะทั้งอ่าแอะไรที่เนสดูอยู่อ่ะนะอันน
02:19:19 → 02:19:22นี้ก็เยอะแยะไปหมดเลยตามนั้นแหละฮะนะใน
02:19:22 → 02:19:25ไลฟ์ต่างๆเหล่าเเราก็เคยโชว์อาหารที่
02:19:25 → 02:19:28เหมาะสมในการกินแบบโค High Good Fat ไป
02:19:28 → 02:19:34แล้วเข้าเข้าในกลุ่มกลุ่มวิเคราะห์อาหาร
02:19:34 → 02:19:40ทอยครับผมเอออันนี้ก็มีหเออลงในรูปภาพ
02:19:40 → 02:19:45เนี่ยตามนั้นเลยนะครับผมเออกลุ่มนี้เอา
02:19:45 → 02:19:50ไว้ชี้อาหารโดยเฉพาะใช่เอออันไหนกินได้
02:19:50 → 02:19:53อันกินไม่ได้แล้วตอนเเราก็ก้ากระโดดไปถึง
02:19:53 → 02:19:57ขั้นการใช้ AI เนี่ยมาช่วยการคำนวณเอ่อ
02:19:57 → 02:20:00โครงสร้างของอาหารในแต่ละมื้ออ่ะนะอย่าง
02:20:00 → 02:20:04รวดเร็วอ่ะนะฮะเราจะได้รับข้อมูลราย
02:20:04 → 02:20:08ละเอียดที่ค่อนข้างนะหมอว่าน่าจะเป็นความ
02:20:08 → 02:20:10เป็นจริงอยู่ในความเป็นจริงถึง 80% นั่น
02:20:10 → 02:20:15แหละนะซึ่งอันนี้มันครับก็เห็นภาพได้ง่า
02:20:15 → 02:20:18ครับผมเออนะเราก็จะเห็นประโยชน์เห็นสัด
02:20:18 → 02:20:23ส่วนเห็นอะไรต่างๆอะไพอสมคนนะครับแล้วก็
02:20:23 → 02:20:27ใช้ใช้ใช้งานไม่ยากหรอกไม่ยากนะลองติดตาม
02:20:27 → 02:20:29ดูนะ
02:20:29 → 02:20:34ฮะคุณอ๋อเหรอฮะบอกว่าพูดว่าเราไม่ควรกิน
02:20:34 → 02:20:37แบบโคใช่มมคะเหมือนตอนคุณหมออธิบายเรื่อง
02:20:37 → 02:20:41อะไรวะเลือกาฟตอนแรกๆหรือ
02:20:41 → 02:20:44ป่ะ
02:20:44 → 02:20:49อหมายถึง ow c เหรออันนี้เป็น ow C
02:20:49 → 02:20:54อยู่นะเออแปลว่าเราไม่ควรกินแบบ OM วันละ
02:20:54 → 02:20:58มื้ออ่ะครับ omas เนี่ยกินได้ไม่ผิดแต่ดู
02:20:58 → 02:21:03ตามความเหมาะสมของแต่ละคนนะฮะนะอย่างเช่น
02:21:03 → 02:21:06คนสายเนื้อเนี่ยเวลามันดื้ออินซูลินมากๆ
02:21:07 → 02:21:10เนี่ยนะเราก็ต้องใช้หลัก omas นะหรือ
02:21:10 → 02:21:14โปรลอง Fast มาช่วยนะฮะแต่ถ้าเป็นสายแป้ง
02:21:14 → 02:21:18อ่าพุงตับไทรรอยด์อะไรอย่างเงี้ยนะอันนี้
02:21:18 → 02:21:22ไม่ค่อยจะโอเคกับเรื่องของของ If ของ
02:21:22 → 02:21:27โปรลอง Fast นะนะอาจจะทำได้ช่วงสั้นๆนะ
02:21:27 → 02:21:30หรือระยะเอ่อช่วงนึงอะไรต่างๆแบบลองผิด
02:21:30 → 02:21:33ลองถูกก็ได้นะ
02:21:33 → 02:21:37เนี่ยคือพวก Modify Lifestyle เนี่ยโดย
02:21:37 → 02:21:40เฉพาะ Time restricting Diet If prong
02:21:40 → 02:21:43Fast เนี่ยก็มีประโยชน์แต่มันมีความเป็น
02:21:43 → 02:21:47ประโยชน์ที่อยู่ในลำดับท้ายๆนิดนึงนะแต่
02:21:47 → 02:21:51อาหารเนี่ยต้องมามามาได้ก่อน
02:21:51 → 02:22:00นะมายพอดี
02:22:00 → 02:22:04นะครับคุณกนกพรบอกลูกหม่อนนะครับพี่หมอ
02:22:04 → 02:22:08ลูกหม่อนเรื่องผลไม้ครับลูกหมอนก็ลูก
02:22:08 → 02:22:11หม่อนลูกว่าเนี่ยได้หมดแหละไข่เน่าเงี้ย
02:22:11 → 02:22:16เออถ้ารู้จักนะก็เป็นผลไม้เป็นตระกูล
02:22:16 → 02:22:20เบอร์รี่นะฮะแต่เป็นเบอร์รี่แบบไทยๆนะรูป
02:22:20 → 02:22:23หม่อนน่าน่าจะเยอะนะฮะก็เทียบเท่ากับ
02:22:23 → 02:22:27เบอร์รี่่ะฮะนะออเทียบเท่าเบอร์รี่อื
02:22:27 → 02:22:31เทียบเท่าเบอร์รี่อ่ะอืต้องไปต้องไปย้อน
02:22:31 → 02:22:34ดูเรื่องของผลไม้ที่หมอไรฟเอาไว้เก่าๆ
02:22:35 → 02:22:40เนี่ยเออมีรูปมีอะไรเลยนะดูในแว่นขยายได้
02:22:40 → 02:22:44เลยเฮ้อไข่ไข่เน่านี่หายากด้วยไข่เน่าของ
02:22:44 → 02:22:47ดีเหมือนกันครับ
02:22:47 → 02:22:53เออบางครั้งก็มีขายอยู่นะกินจนปากดำอันดำ
02:22:53 → 02:22:58อ่ะใช่ๆๆเป็นสีม่วงนะม่วง
02:22:58 → 02:23:02ดำคุณกันคุณนารีนักเรียนหน้าห้องครับพี่
02:23:02 → 02:23:09หมอเออเออแต่ถามมายาวมากเลยอ่ะอ่าเช้า
02:23:09 → 02:23:12เช้ากินทออย 6.5 ช้อนโต๊ะตามคำแนะนำแล้ว
02:23:12 → 02:23:16ก็สันคอไก่ย่างประมาณ 150-200 กรัมครับ
02:23:16 → 02:23:20ผักใบอันนี้มื้อเช้านะฮะอือสมื้อเยเนี่ย
02:23:20 → 02:23:24กินปลาไก่สันในมะละกอ 2 ชิ้นฟักทอง 2-3
02:23:24 → 02:23:28ชิ้นถั่วลิสงถั่วและส่องกับมือกินประมาณ
02:23:28 → 02:23:33นี้มา 3-4 สัปดาห์นอนได้ 6-7 ชมงเวท 4
02:23:33 → 02:23:35ครั้งต่อสัปดาห์คาร์ดิโอ 3 ครั้งต่อ
02:23:35 → 02:23:39สัปดาห์อือ่า Week ที่ 1-2 เนี่ยน้ำหนัก
02:23:39 → 02:23:43ปกติครับแต่พอมา Week ที่ 3-4 น้ำหนักน้ำ
02:23:43 → 02:23:46หนักขึ้นข้ามคืนครึ่งกิลทั้งๆที่ไม่ได้
02:23:46 → 02:23:50กินอะไรมากน้อยน้ำหนักขึ้นมา 1.5 กครับ
02:23:50 → 02:23:54ครับอืคำถามก็คือว่าต้องปรับการกินน้ำมัน
02:23:54 → 02:23:57เพิ่มขึ้นมั้ยคะอ่าในบทความนึงใน Google
02:23:57 → 02:24:01Drive เนี่ยบอกว่าคนที่ผอมสูงอ่าสูง
02:24:01 → 02:24:04ประมาณ 160 หนัก 50 กลเนี่ยถือว่าผอมมั้ย
02:24:04 → 02:24:07อาจต้องปรับน้ำมันไม่งั้นอาจจะตัวบวมอะไร
02:24:07 → 02:24:09อย่างเงี้ย
02:24:09 → 02:24:13ครับหมายถึงปรับน้ำมันลงหรือขึ้นไม่รู้
02:24:13 → 02:24:16ปรับขึ้นครับโอ้ไม่ต้องนะ
02:24:16 → 02:24:18นะ
02:24:18 → 02:24:22คือคือเหมือนกับว่าชั่วข้ามคืนแล้วอะไรนะ
02:24:22 → 02:24:27น้ำหนักขึ้นมาเท่าไหร่ 1.5 กครับโอ้โหนะ
02:24:27 → 02:24:32วคที่ 3 ที่ 4 นะครับพี่หมออืมนะคือ
02:24:32 → 02:24:35สังเกตอาหารมื้อเย็นเมั้ยเ้าจะมีถั่วอะไร
02:24:35 → 02:24:38บ้างถั่วัวที่สงถัและ 2 กับมือนั่นแหละ
02:24:39 → 02:24:43เอาามันเหลือกับมือเดียวได้มั้ย
02:24:43 → 02:24:47นะเหลือกับมือเดียวคือคือเกรงว่าอาจจะมี
02:24:47 → 02:24:54การกระตุ้นอินซูลินในช่วงมื้อเย็นนะ
02:24:54 → 02:24:58นะแล้วก็ร่างกายเก็บสะสมพลังงานแล้วก็
02:24:58 → 02:25:01เก็บน้ำเนี่ยนะมันก็เลยเหมือนชั่วข้ามคืน
02:25:01 → 02:25:04มันขึ้นมามัน
02:25:04 → 02:25:09มัน 1.5 กลเลยใช่มั้ยพวกเนี้ยมันใช่ครับ
02:25:09 → 02:25:13เออปกติสะสมเนาไขมันมันไม่ควรที่จะขึ้น
02:25:13 → 02:25:16เร็วขนาดนี้ใช่มั้ไม่ขึ้นเร็วนะฮะนะแล้ว
02:25:16 → 02:25:18การเก็บน้ำพวกเนี้ยมันต้องมีอินซูลินมา
02:25:19 → 02:25:21เป็นตัวเก็บ
02:25:21 → 02:25:25อืนี่ก็ต้องดูวัดวัดมนต์ร่างกายด้วยเนาะ
02:25:25 → 02:25:30ว่าอะไรมันขึ้นอะไรมันลงเนาะพี่หมอเออจะ
02:25:30 → 02:25:32ได้รู้ว่ามันไขมันหรือเปล่าหรือว่าน้ำ
02:25:32 → 02:25:34หรืออะไรที่มันขึ้น
02:25:34 → 02:25:38มาก็ลองเอารายละเอียดพวกเนี้ยไปเข้า AI
02:25:39 → 02:25:43อ่ะไปถามใน AI ซิว่าเอ่อปริมาณสัดส่วน
02:25:43 → 02:25:46เนี่ยของคาร์โบโปรตีนไขมันมันเกิมเลย
02:25:46 → 02:25:50มยแต่มื้อแรกก็กินถูกแล้วนะพี่หมอมแแลก
02:25:50 → 02:25:54กินถูกฮะนะแล้วก็มันไม่ได้อ้วนเพราะไขมัน
02:25:54 → 02:25:58นะปริมาณ 6.5 ช้อนโต๊ะอะไรอย่างเงี้ยนะก็
02:25:58 → 02:26:00ถ้ากิน low Cup High Good Fat แล้ว
02:26:00 → 02:26:04กิน 2 มื้อูดอะไรต่างๆเหล่าเนี้ยก็พวกนี้
02:26:04 → 02:26:08ไม่ได้มีปัญหาการสะสมไขมันที่กินในมื้อ
02:26:08 → 02:26:11แรกนหรอกนะส่วนใหญ่ปัญหามันอยู่ที่มื้อ
02:26:11 → 02:26:15เย็นนะที่กินอาหารแบบครบแต่ระวังการเติม
02:26:15 → 02:26:23คาฟเยอะ
02:26:23 → 02:26:26น้ำหนัก 50 สูง
02:26:26 → 02:26:29160 ก็ปกตินะ BMI แต่ว่าค่อนไปทางผอมนะ
02:26:29 → 02:26:34พี่หมอ 19.5 ใช่ค่อนไปทางผอมผู้หญิงใช่มย
02:26:34 → 02:26:39ผู้หญิงครับผู้หญิงคุณกุณนารีอืต้องนี่
02:26:39 → 02:26:44แหละต้องต้องค่อยๆสร้างกล้ามเนื้อนะแต่
02:26:44 → 02:26:47ถ้าเป็นพุงตัก็อาจจะสร้างยากเย็นโดยเฉพาะ
02:26:47 → 02:26:51ผู้หญิงด้วยนะอายุเท่าไหร่นะฮะอายุเท่า
02:26:51 → 02:26:55ไหร่ประมาณวหมดประจำเดือน
02:26:55 → 02:26:59มยน่าจะยังนะครับ
02:26:59 → 02:27:04เอถ้าเป็นวัยหมดประจำเดือนเนี่ยนะฮะนะตัว
02:27:04 → 02:27:07เอสโตรเจนโปรเจสเตอโรนเนี่ยจะดา regulate
02:27:07 → 02:27:10แต่เทสโทสเตอโรนในผู้หญิงจะขึ้นนะฮะเพราะ
02:27:11 → 02:27:13ฉะนั้นเมื่ออยู่ในช่วงพีเรียดของวัยหมด
02:27:13 → 02:27:16ประจำเดือนเนี่ยสร้างกล้ามเนื้อนะนะผู้
02:27:16 → 02:27:18หญิงสร้างกล้ามเนื้อได้เยอะนะฮะเพราะมัน
02:27:18 → 02:27:20มีเทสเตอโรน relatively แล้วมันจะพุ่ง
02:27:20 → 02:27:24ขึ้นนะฮะนะในขณะที่วัยหมดประจำเดือนเนี่ย
02:27:24 → 02:27:28รังไข่ฝ่อไปแล้วเนี่ยนะไอ้ตัวเอเจน
02:27:28 → 02:27:31โปรเจสเตอโรนจะลดลงแต่เทสโทสเตอโรนในผู้
02:27:31 → 02:27:33หญิงจะเพิ่มขึ้น
02:27:33 → 02:27:37น่ะนะแล้วเทสโทสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นในวัย
02:27:37 → 02:27:40หมวดประจำเดือนหรือวัยทองเนี่ยมันเป็น
02:27:40 → 02:27:42ฮอร์โมนที่มาให้เราสร้างและสะสมกล้าม
02:27:42 → 02:27:45เนื้อนะถ้าเกิดอยู่ในช่วงเนี้ยใกล้ๆวัย
02:27:45 → 02:27:49ทองเหล่าเนี้ยเนี่ยเออก็จะได้รับประโยชน์
02:27:49 → 02:27:51นะ
02:27:51 → 02:27:56ก็ต้องพยายามอ่าเลือกไอ้พวกอะไร Muscle
02:27:56 → 02:27:57sparing
02:27:57 → 02:28:03เอ่อ synesis น่ะนะฮะนะเนี่ยหาเรื่องกิน
02:28:03 → 02:28:08โปรตีนเ่อเรื่องการเวทอะไรต่างๆอายุ 46
02:28:08 → 02:28:12ครับเวทมาหลายปีแล้วค่ะหมอขาเดี๋ยวใกล้ๆ
02:28:12 → 02:28:15หน่อยใกล้ๆใกล้ๆวัยทองอ่ะนะเนี่ย
02:28:15 → 02:28:20เทสโทสเตอโรนมันจะพุ่ง
02:28:20 → 02:28:23อ๋อครับคือผู้หญิงวัยทองเนี่ย
02:28:23 → 02:28:26เทสโทสเตอโรนจะพุ่งเลยนะฮะนะแต่ผู้ชายวัย
02:28:26 → 02:28:28ทองอ่ะมันจะ
02:28:28 → 02:28:33ดอกผู้หญิงวัยทองก็ 77 49 นะฮะเลข 7 ผู้
02:28:33 → 02:28:36หญิงเนี่ยสัญลักษณ์คือเลข 7 นะฮะถ้า 7 คู
02:28:36 → 02:28:407 หญิงคูณหญิงเนี่ยก็หมดประจำเดือนฮะวัย
02:28:40 → 02:28:43ทองแล้วช่วงเวลาของวัยทองจนถึงวัยชรา
02:28:43 → 02:28:47เนี่ยคือ 7 ปีนะฮะ 78 56 งั้นผู้หญิงจะ
02:28:47 → 02:28:53เข้าวัยชราภาพคือ 50 6 ในช่วง 49 -56
02:28:53 → 02:28:57อ่าเป็นช่วงวัยทองนะช่วงนี้เทสโทสเตอโรน
02:28:57 → 02:29:02จะพุ่งนะฮะนะต้องสร้างกล้ามเนื้อนะเพราะ
02:29:02 → 02:29:06ถ้าเกินอ่า 7 8 56 ไปแล้วนะ
02:29:06 → 02:29:10เอ่อทุกฮอร์โมนต่างๆดรอปหมดแล้วเพราะเรา
02:29:10 → 02:29:14สู่วัยชรานะก็จะสร้างยากสร้างไม่ได้เป็น
02:29:14 → 02:29:18เป็นช่วงพีเลียสุดท้ายสำหรับคุณภาพชีวิต
02:29:18 → 02:29:21ในช่วงท้ายใช่มั้ยครับเรามีความรู้นะมี
02:29:21 → 02:29:27ความรู้อืแต่ผู้ชายจะเลข 8 ไงผู้ชายนะ
02:29:27 → 02:29:31แล้วพอ 8864 เนี่ยมันก็จะ
02:29:31 → 02:29:36หมดหมดความเป็นเพศชายอ่ะนะฮะ
02:29:36 → 02:29:39นะ
02:29:39 → 02:29:44ครับดอปหายหมดเลย
02:29:44 → 02:29:50จบมีหัวเราะใครครับ
02:29:50 → 02:29:53พี่พี่หมอนำไปก่อนเลยนะพี่หมอไม่ต้องไม่
02:29:53 → 02:29:59ต้องไม่ต้องรอนะดีแล้วรอ 8864 อ่ะอืเอออ
02:29:59 → 02:30:03เอ้าเท่าพี่หมอพอดีเลยนี่หว่าตอนเนี้ยเออ
02:30:03 → 02:30:05ใช่
02:30:05 → 02:30:09อ๋อยับ
02:30:09 → 02:30:13ดิอ
02:30:13 → 02:30:17อืก็เนี่ยมันมีเรื่องที่วันนี้เห็นมีการ
02:30:17 → 02:30:21โพสต์เนี่ยอันนี้คือคืออันเนี้ยชอบมากเลย
02:30:21 → 02:30:25นะฮะนะเนี่ยที่บอกว่าออกซิได ldl เกิด
02:30:25 → 02:30:27ก่อนแล้วค่อยมุดหรือมุดก่อนแล้วค่อยเกิด
02:30:27 → 02:30:32นะอ๋อพอพอดีผมไปไปซนในเพจของคุณหมออ่ะ
02:30:33 → 02:30:38ครับเออเออแล้วคุณหมอเคุยกันผมก็เอ๊ะมัน
02:30:38 → 02:30:44มันน่าสนใจนะประเด็นเนี้ยเออเครับเคยเคย
02:30:44 → 02:30:47ไลฟ์ไปแล้วครั้งนึง
02:30:47 → 02:30:53นะเคยไลฟ์ไปนะเนี่ยเอ่อคนที่ออกมาตอบอัน
02:30:53 → 02:30:58นี้ก็คืออ่าหมอวิลเลียมคอวนะฮะนะว่าอะไร
02:30:58 → 02:31:02มันเกิดก่อนนะเอ่อออกซิไดมันเกิดในกระแส
02:31:02 → 02:31:06เลือดนะหรือออกซิได ldl เนี่ยเ่ามันไม่
02:31:06 → 02:31:09ได้เกิดในกระแสเลือดแต่มันเค้าเรียกว่า
02:31:09 → 02:31:13มันอักนะอักออกมานะจากการที่เข้าไป
02:31:13 → 02:31:16ออกซิไดซ์ใต้ชั้นผนังหลอดเลือดนะฮะซึ่ง
02:31:16 → 02:31:21อันเนี้ยในที่เขียนทั้งหมดเนี่ยเราก็อ่า
02:31:21 → 02:31:24เราก็ได้สรุปออกมาแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น
02:31:24 → 02:31:26นะแต่ตรงนี้คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจนะฮะไม่
02:31:26 → 02:31:30เข้าใจนะมันเป็นความเข้าใจ
02:31:30 → 02:31:35ที่ที่ที่ที่คนเข้าใจน้อยและไม่รู้นะแล้ว
02:31:35 → 02:31:37ก็ยังน้อยกว่าข้าง่างที่หมอเอามาเขียนว่า
02:31:37 → 02:31:40คนก็ยังคิดว่าตับเป็นตัวสร้างคอเลสเตอรอล
02:31:40 → 02:31:45นี่แหละนะอืริจอ่ะตับเป็นตัวจัดการ
02:31:45 → 02:31:49คอเลสเตอรอลว้พี่หมอใช่คือไม่ได้สร้างนะ
02:31:49 → 02:31:53ไม่ได้สร้างแต่ว่าเป็นตัวที่บริหารจัดการ
02:31:53 → 02:31:57อื
02:31:57 → 02:32:01อืก็อันเนี้ยอันนี้อันนี้ที่สำคัญที่เค้า
02:32:01 → 02:32:03มาอธิบาย
02:32:03 → 02:32:08นะคือคิดว่านะต่อไปเนี่ยอาจจะมีไลฟ์คุย
02:32:08 → 02:32:12กันในประเด็นสั้นๆน่ะถึงเงี้ยเราอยากจะ
02:32:12 → 02:32:14รู้เรื่องอย่างเงี้ยเรื่องเนี้ยเนี่ยที่
02:32:14 → 02:32:17ตั้งโจทย์ไว้เมื่อกี้เนี่ยนะฮะอ่ามุดก่อน
02:32:17 → 02:32:21อ่าเกิดก่อนแล้วมุดนะฮหรือมุดก่อนแล้ว
02:32:21 → 02:32:25ค่อยเกิดอะไรอย่างเงี้ยนะฮะเเเอามาคุย
02:32:25 → 02:32:28เป็นแบบสั้นๆแล้วก็ผู้ร่วมรายการอยากจะ
02:32:28 → 02:32:32คุยอยากจะถามอะไรในกรณีแบบนี้
02:32:32 → 02:32:38อืรูปบนนี่นะฮะรูปบนนะเนี่ยเฮ้ยหมอมยัง
02:32:38 → 02:32:41อยู่นะพี่หมอเมื่อกี้เห็นมีเสียงโผล่ออก
02:32:41 → 02:32:49มานิดนึงนะใช่นะก็คือ tic เนะอยู่อยู่อั
02:32:50 → 02:32:55เข้าไปนะแล้วก็มันก็อีฝักออก
02:32:55 → 02:33:00นะคือในทฤษฎีต่างๆเนี่ยที่เขาคุยกันเนี่ย
02:33:00 → 02:33:03นะที่เราก็พอรู้แล้วะเขาก็คิดว่าตัว ldl
02:33:03 → 02:33:07เนี่ยถ้ามันเป็น Small แล้วมันมีโอกาสอ่า
02:33:07 → 02:33:10ที่จะเกิดการออกซิไดนะจากปัจจัยหลายอย่าง
02:33:10 → 02:33:15นะฮะนะอยู่ในระบบหลอดเลือดนะแต่โทมัสเิ
02:33:15 → 02:33:18เนี่ยออกมาค้านแล้วเทำงานวิจัยเรียบร้อย
02:33:18 → 02:33:22แล้วว่าว่ามันไม่เกิดนะเพราะว่าในระบบ
02:33:22 → 02:33:25เลือดเนี่ยมันมี strongly อะไรล่ะ
02:33:25 → 02:33:29antioxidant นะฮะนะ้าไทโอนซึ่งแอนตี้
02:33:29 → 02:33:32ออกซินเหล่านี้เนี่ยนะมันจะเกิดไวมากใน
02:33:32 → 02:33:35การที่จะเค้าเรียก compensate นะฮะ
02:33:35 → 02:33:38ปฏิกิริยาออกซิเดชันนะเพราะฉะนั้นคุณไม่
02:33:38 → 02:33:41สามารถที่จะวัดนะออกซิได ldl ในกระแส
02:33:41 → 02:33:45เลือดได้นะฮะเพราะว่าร่างกายมันเกิด
02:33:45 → 02:33:49กระบวนการ compensate นะได้หมดได้หมดนะฮะ
02:33:49 → 02:33:51นะ
02:33:51 → 02:33:54นี้ถามว่าแล้วตอนหลังๆเนี่ยเวัดออกซิได
02:33:54 → 02:33:58ldl ได้เนี่ยนะฮะนะไอ้ตัวเลขหรือไอ้
02:33:58 → 02:34:00จำนวนออกซิ ldl ที่มันเกิดขึ้นในกระแส
02:34:00 → 02:34:03เลือกที่วัดออกมาได้เนี่ยนะมันเกิดเพราะ
02:34:03 → 02:34:07อะไรวิมคอเลก็มาอธิบายว่าหลังจากเกิดการ
02:34:07 → 02:34:11อ่าอิลักนะหรือทรานซิสเข้าไปแล้วนะเเรียก
02:34:11 → 02:34:15ว่าเอนดทรานซิสนะฮะนะเข้าไปในใต้ชั้นผนัง
02:34:15 → 02:34:18หลเลือดแล้วเนี่ยนะเนี่ยมันก็จะเกิด
02:34:18 → 02:34:21ปฏิกิริยาเลยอะไรต่อไปเนี่ยนะฮะแต่อย่าง
02:34:21 → 02:34:25ไรก็ตามนะฮะนะนะร่างกายก็จะมีกลไกเนี่ย
02:34:25 → 02:34:28compensate หรือกลไกที่พยายามปกป้องนะ
02:34:29 → 02:34:31ตัวร่างกายเองผนังหลอดเลือดเองเนี่ยให้
02:34:31 → 02:34:37เกิดขบวนการอักออกไป 90% นะฮะนะออกไป 90%
02:34:37 → 02:34:40นะเพราะฉะนั้นตรรงเนี้ยเข้ามา 100 นออก 90
02:34:40 → 02:34:44นะมันจะเหลืออยู่ในการเกิดปัญหา
02:34:44 → 02:34:4910% นะฮะเพราะฉะนั้นเนี่ยนะไอ้ตัว LD
02:34:49 → 02:34:52particle ldl P เนี่ยที่อยู่ในหลอด
02:34:52 → 02:34:56เลือดเนี่ยนะจำนวนจำนวนนะหรือระดับหรือ
02:34:56 → 02:35:00ปริมาณหรือจำนวน ldl particle จึงมีความ
02:35:00 → 02:35:06สำคัญถ้ามันเยอะมันเยอะตัวเลขมันเยอะนะ
02:35:06 → 02:35:11มันก็มีโอกาสเนะที่จะเข้ามาแล้วสะสมนะ
02:35:12 → 02:35:15เป็นตัวเลขเยอะๆถึงแม้ว่ามันจะอฝออกไปได้
02:35:15 → 02:35:2090% ก็ตามนะฮะนะนะเพราะฉะนั้นเนี่ย ldl
02:35:20 → 02:35:23particle เนี่ยจะต้องไม่เยอะนะหรือเรียก
02:35:23 → 02:35:27ว่า a b หรือ non hdl ต้องไม่เยอะต้อง
02:35:27 → 02:35:32ไม่เยอะนะอ่าไปปรับซะไปปรับซปรับปรับอะไร
02:35:32 → 02:35:36ซะแล้วก็ตัวออกซิได ldl พี่หมอมันถูกอั
02:35:36 → 02:35:38ออกมาแล้วเนี่ยมันยังสามารถทานไซโทซิสลง
02:35:38 → 02:35:43ไปได้อีกอีกรอบก็มีโอกาสได้เข้าๆออกๆได้
02:35:43 → 02:35:47หมดนะฮะนะเพราะว่ายังไง a b ก็ยังติด
02:35:47 → 02:35:50อยู่ถึงแม้ว่าตัวจะเล็กแค่ไหนก็ตาม
02:35:50 → 02:35:53ใช่นะเนี่ยแล้วตรงนี้ก็มาเกิดกระบวนการ
02:35:54 → 02:35:57อะไรต่างๆซึ่งเป็นกระบวนการออกซิไดซ์ใน
02:35:57 → 02:36:00เนื้อเยื่อเหตุผลก็เพราะว่าเอ่อเขาเรียก
02:36:00 → 02:36:02ว่าความเข้มข้นของแอนติออกซิแดนท์ที่อยู่
02:36:02 → 02:36:05ในกระแสเลือดเนี่ยมันเยอะนะแต่ความเข้ม
02:36:05 → 02:36:08ข้นของแอนตี้ออกซินหรือว่าตัวช่วยอ่ะที่
02:36:08 → 02:36:11อยู่ในชั้นผนังหลอดเลือดเนี่ยมันน้อยกว่า
02:36:11 → 02:36:15มันน้อยกว่านะฮะนะนะเพราะฉะนั้นเนี่ยไอ้
02:36:16 → 02:36:16ตัว
02:36:16 → 02:36:2010% นะฮะเนี่ยนะมันก็เลยจะเกิดการ
02:36:20 → 02:36:23เปลี่ยนแปลงต่อไปเรื่อยๆนะฮะเพราะฉะนั้น
02:36:23 → 02:36:27ถ้าเกิดจำนวนเนี่ยเเรียกว่าเเรียกว่าอ่า
02:36:27 → 02:36:31particle Game อฮะนะคือมันเก Number อ
02:36:31 → 02:36:33นะ Game Number of particle เนี่ยก็
02:36:33 → 02:36:37คือหมายความว่าเอ่อจำนวนนะของ particle
02:36:37 → 02:36:42ที่เยอะมากเท่าไหร่นะฮะนะการที่จะมาสะสม
02:36:42 → 02:36:47เนี่ยนะก็จะเยอะตามไปด้วยนะเนี่ยนะอ่าเ้า
02:36:47 → 02:36:50เรียก particle Game Number นะฮะนะนะ
02:36:50 → 02:36:54เพราะฉะนั้นจำนวนอนุภาคเป็นตัวเสี่ยงนะนะ
02:36:55 → 02:36:59ซึ่งในอนุภาคเหล่านี้ก็จะมีอ่า a b นะฮะ
02:36:59 → 02:37:04อยู่นะฮะนะพี่หมอครับอ่าเวลาที่มันทาน
02:37:04 → 02:37:08ไซโทซิสลงไปในผนังหลอดเลือดอ่ะครับอืออ่า
02:37:08 → 02:37:12มันมีอนุมูลอิสระสารต้านอนุมูลอิสระอะไร
02:37:12 → 02:37:15หรือว่าอะไรบางอย่างมั้ยที่มันที่มันช่วย
02:37:15 → 02:37:19ป้องกันการออกซิไดซ์ของมันนะครับหลังจาก
02:37:19 → 02:37:22เข้ามาใต้ชั้นพนังหล่อเลือดแล้วอ่ะเหรอ
02:37:22 → 02:37:26ใช่ครับมีแต่มันน้อยไง
02:37:26 → 02:37:32อืน้อยนะฮะมันน้อยนะแล้วเบอกว่าการที่เ้ B
02:37:32 → 02:37:33เนี่ยนะ
02:37:33 → 02:37:38เอ่อมันมันมีโอกาสที่จะถูกไอ้พวกเค้า
02:37:38 → 02:37:40เรียกว่า oxidative state ต่างๆที่อยู่
02:37:40 → 02:37:42ในชั้นเนื้อเยื่อเนี่ยของผนังหล่อดเลือด
02:37:43 → 02:37:45เนี่ยนะเนี่ย
02:37:45 → 02:37:50นะก็เพราะว่ามันมียีนบางอย่างด้วยนะคือใน
02:37:50 → 02:37:54ชั้นพลังหลอดเลือดเนี่ยนะเ่อมันมียีนบาง
02:37:54 → 02:37:58อย่างของตัวลับอะไรต่างๆพวกเนี้ยนะฮะนะนะ
02:37:58 → 02:38:01ที่จะทำให้ตัว a b เนี่ยนะเกิดปฏิกิริยา
02:38:01 → 02:38:06ออกซิเดชันได้ง่ายขึ้นกับอีตัวนี้นะกับอี
02:38:06 → 02:38:08ตัวสารอิิ state ที่อยู่ในชั้นมนังหลอด
02:38:08 → 02:38:10เลือด
02:38:10 → 02:38:15นะคือมันมีภาวะสิ่งแวดล้อมนะอ่าบางอย่าง
02:38:15 → 02:38:18นะที่จะไปเอื้อให้มันเกิดปฏิกิริยาต่อไป
02:38:18 → 02:38:24จนกระทั่งเอ่อกลายเป็นการอักเสบนะฮะแต่
02:38:24 → 02:38:26ทั้งหมดที่อยู่ในกระแสเลือดเนี่ยนะเกิด
02:38:26 → 02:38:31ยากเกิดน้อยนะนะเพราะว่าในสิ่งแวดล้อมของ
02:38:31 → 02:38:34ความเป็นกระแสเลือดมันมีตัวสารแอนตี้
02:38:34 → 02:38:38ออกซินตัวเก่งๆเยอะมากในการที่จะช่วย
02:38:38 → 02:38:43compensate หรือช่วยไปผมผมกำลังสผมกำลัง
02:38:43 → 02:38:47สงสัยว่าระหว่างคนคนแข็งแรงปกติอครับกับ
02:38:47 → 02:38:50คนที่ที่เริ่ม
02:38:50 → 02:38:55ป่วยที่บอกว่าแอนตี้ออกซินในผนังหลอด
02:38:55 → 02:38:57เลือดมันน้อยลงเนี่ยไม่รู้มีมันมีงาน
02:38:57 → 02:39:01วิจัยอะไรออกมาบ้างมั้ยครับว่ามันมีอะไร
02:39:01 → 02:39:06ลดลงอะไรอย่างเงี้ยออไม่มียากนะยากนะอื
02:39:06 → 02:39:10ยากนะไอ้ไอ้สารอะไรตอะไรแต่ละตัวเนี่ยไม่
02:39:10 → 02:39:13ได้ไม่ได้รู้กันขึ้นมาได้ง่าย
02:39:13 → 02:39:17ๆอืแต่ตอนนี้ก็คือรู้แค่ว่าอันนี้คือล่า
02:39:17 → 02:39:20สุดในโลกนี้เลยใช่มั้ยพี่หมอใช่ล่าสุดเลย
02:39:20 → 02:39:27นะนะว่านะออกซิได ldl นะไม่ใช่ออกซิได ldl
02:39:27 → 02:39:32ตามปกติที่หมุนเวียนหรือเกิดอะไรอ่ะหรือ
02:39:32 → 02:39:37เกิดอะไรนะแพลาสมา Resident Time นะล่อง
02:39:37 → 02:39:41ลอยอยู่ในกระแสเลือดนานๆนะแต่เป็นนะ
02:39:41 → 02:39:46ออกซิได ldl ที่เกิดการอักออกไปจากชั้น
02:39:46 → 02:39:50ผนังหลอดเลือดอืๆก็คือจุดเกิดเหตุอ่ะไม่
02:39:50 → 02:39:52ได้อยู่ในกระแสเลือดไม่ได้อยู่ในพลาสม่า
02:39:52 → 02:39:55แต่อยู่ในผนังหลอดเลือดนั่นเองเอออยู่ใน
02:39:55 → 02:39:58ผนังหลอดเลือด
02:39:58 → 02:40:03อืก็อยากจะให้คพี่หมอครับคนที่เป็นชูการ
02:40:03 → 02:40:08เนอรเนี่ย ldl มันสูงมันสูงเพราะอะไรมัน
02:40:08 → 02:40:10สูงเยอะมั้ยฮะพี่
02:40:10 → 02:40:16หมอก็สูงสูงกว่าปกติแต่ไม่ได้เยอะมากเท่า
02:40:16 → 02:40:19กับพวก Hyper responder อ๋อหรือพวกที่
02:40:19 → 02:40:25กิน very low C
02:40:25 → 02:40:27ครับแต่
02:40:27 → 02:40:30ว่าตัว ldl ที่
02:40:30 → 02:40:34สูงเนี่ยมันไม่ได้สำคัญเท่ากับ hdl ที่
02:40:34 → 02:40:37ต่ำแล้วไกิสลายที่
02:40:37 → 02:40:40เยอะเพราะว่าคุณกิน sugar เนอรกินคาฟ
02:40:41 → 02:40:44เนี่ยนะอืกลายเป็นความเด่นในเรื่องของ
02:40:44 → 02:40:51พลังงานตัวไตกีดที่เยอะนะ vdl เยอะนะ vdl
02:40:51 → 02:40:55เยอะ ldl เดี๋ยวมันก็จะเยอะนะแต่ปัญหาของ
02:40:55 → 02:40:58คุณก็คือ hdl มันน้อยไป
02:40:58 → 02:41:02ด้วย
02:41:02 → 02:41:07ครับคือแล้วสุดท้ายก็คือสุดท้ายก็คือไทย
02:41:07 → 02:41:10ตัวดูดกลับที่ตับมันก็ลดลงไปด้วยใช่มั้ย
02:41:10 → 02:41:15พี่หมอมันถึงข้างค้างเยอะขนาดนั้นน่ะใช่
02:41:15 → 02:41:17นะ
02:41:17 → 02:41:21อ่าเดี๋ยวจะบอกต่อไปเอาโอเคครับเราดู
02:41:21 → 02:41:25เรื่องนี้ก่อนนะว่าเนี่ยอ่าผ่าดูผนังหลอด
02:41:25 → 02:41:30เลือดที่อุตันก็พบพังผืดนะจากการเกิดลิ่ม
02:41:30 → 02:41:33เลือดหรือจากปฏิกริยาอับเสบพบคอเลสเตอรอล
02:41:33 → 02:41:35น้อย
02:41:35 → 02:41:40นะก็คือคำว่าพบคอเลสเตอรอลเนี่ยก็หมายถึง
02:41:40 → 02:41:46ว่าเค้าเรียกว่าภบ ldlc อ่ะนะฮะนะก็คือพบ
02:41:46 → 02:41:49สินค้าที่เป็นตัวคอเลสเตอรอลน้อยหรือไม่
02:41:49 → 02:41:53พบเลยอันนี้มันมันมันไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย
02:41:53 → 02:41:57นะฮะนะคือจะพบน้อยพบมากอะไรต่างๆเนี่ย
02:41:57 → 02:42:02คอเลสเตอรอลเนี่ยนะมันมันไม่ไม่ได้เป็น
02:42:02 → 02:42:05เรื่องเป็นราวอะไรต่างๆนะนะเพราะว่าปัญหา
02:42:05 → 02:42:07ของขบวนการออกส่งอักเสบเกิดอะไรต่างๆเกิด
02:42:07 → 02:42:11การตันเนี่ยนะมันเกิดมันไม่ได้เกิดจาก
02:42:11 → 02:42:14คอเลสเตอรอลมันเกิดจากโปรตีนเอโป้ B นะก็
02:42:14 → 02:42:17แค่นั้นแหละนะเพราะฉะนั้นเนี่ย CR
02:42:17 → 02:42:20section เออกมาอย่างงี้ไงนะคือออกมา
02:42:20 → 02:42:22อย่างงนี้ก็ออกมาอย่างงนี้เนี่ยนะฮะนะ
02:42:22 → 02:42:28เนี่ยเไฟบัสคิทิชูเนี่ยนะที่มัน 87%
02:42:28 → 02:42:31เนี่ยมันคืออะไรฮะไบ cring ทิชชูมันก็คือ
02:42:31 → 02:42:36โปรตีนเนี่ไงคือเนี่ยเนี่ยเนี่ยโปรตีน
02:42:36 → 02:42:40เนี่ยอาลเนี่ย an พเนี่ยนะก็คือปัญหามัน
02:42:40 → 02:42:43อยู่ที่ตัวโปรตีนนี่แหละเที่มันกลายเป็น
02:42:43 → 02:42:45ผังผืน
02:42:45 → 02:42:50เเออนะไม่ได้เกียบเกี่ยกับคอเลสเตอรอล
02:42:50 → 02:42:54อยู่แล้วนะมาเพะมันเกี่ยวกับโปรตีนนะ
02:42:54 → 02:42:58เเพราะฉะนั้นไม่เจอคอเลสเตอรอลก็ไม่เห็น
02:42:58 → 02:43:02เป็นไรเลยเพราะว่ามันเป็นปัญหาของโปรตีน
02:43:02 → 02:43:06นะที่พี่หมอพูดเงว่าสมัยนี้เขาคุยกันแต่
02:43:06 → 02:43:10เรื่องโปรตีนเออนะก็ยังไปคุยคอเลสเตอรอล
02:43:11 → 02:43:15ldlc อีกนะแล้วการคุยเรื่องโปรตีนเนี่ย
02:43:15 → 02:43:19เขาก็จัมาที่ ldl P หรือไม่ก็ non hdl
02:43:19 → 02:43:25หรือ a b ไปเลยนะเ่ามันก็ชัดเลยอ่ะนะฮะ
02:43:25 → 02:43:30แต่เรายังกลับไปที่ ldl เฉยๆหรือ ldlc
02:43:30 → 02:43:34ldl เฉยๆส่วนใหญ่ก็หมายถึง ldl c นะฮะ
02:43:34 → 02:43:37นะซึ่งไอ้้ตัวเนี้ยมันไม่ได้มีผลอะไรเลย
02:43:37 → 02:43:41จะน้อยจะมากอะไรต่างๆเหล่าเนี้ยนะจะไปค
02:43:41 → 02:43:44section พาโถ ly แล้วเจอแล้วอะไรต่างๆ
02:43:44 → 02:43:47เจอน้อยเจอมากมันก็ไม่ได้อธิบายก็ไม่ได้
02:43:47 → 02:43:50เกี่ยวอะไรอยู่แล้วเพราะตัวที่เกี่ยวคือ
02:43:50 → 02:43:55ldl particle หรือ Apple B นะก็ทำไม
02:43:55 → 02:43:58ไม่บอกอ่ะหรือว่าไม่มาให้รายละเอียด
02:43:58 → 02:44:00เกี่ยวกับโปรตีน Apple B อย่างงู้นอย่าง
02:44:00 → 02:44:05งี้ใช่มก็ไม่พูดถึงอ่ะก็จบที่ ldl C
02:44:05 → 02:44:09อยู่นั่นแหละนะเนี่ยถึงได้บอกนะว่ามัน
02:44:09 → 02:44:10เป็น ldl
02:44:10 → 02:44:13[เพลง]
02:44:13 → 02:44:14P ใช่
02:44:15 → 02:44:18ครับแล้ววิธีแก้แก้ยังไงก็แก้อย่างงนี้
02:44:18 → 02:44:23แหละนะฮะนะเอ
02:44:23 → 02:44:27เอ่อก็ต้องเข้าใจอ่ะนะฮะว่า a b เนี่ย
02:44:27 → 02:44:34เ่อมันมาทางไหนนะเอมันมาทางไขมันอิ่มตัวอ
02:44:34 → 02:44:38อะไรอย่างนี้นะฮะนะก็คือกินเนื้อเกลือไข่
02:44:38 → 02:44:42อ่ะกินพอทโปรตีนอะไรต่างๆพวกนี้แหละนะเรา
02:44:42 → 02:44:46ก็ไม่ยอมใช้มูฟ้าหรือูฝ้าเป็นหลักอะไร
02:44:46 → 02:44:50อย่าเงี้ยนะก็ส่วนใหญ่อัดแต่เอ่อ
02:44:50 → 02:44:53เปอร์เซ็นของคือมูฟ่ามันต้องเยอะที่สุดไ
02:44:53 → 02:44:57นะแต่ถ้าเรากินแบบไใชโปรตีนต่างๆเราไม่
02:44:57 → 02:44:59เข้าใจเรื่อง good Healthy Fat TE Oil
02:44:59 → 02:45:01อะไต่างๆนะก็แน่นอนแล้วล่ะคุณก็ได้แต่
02:45:01 → 02:45:04saturated Fat เยอะนะ saturated Fat
02:45:04 → 02:45:10เยอะ Apple B ก็เยอะนะฮะนะเอแต่ถ้าเมื่อ
02:45:10 → 02:45:14ไหร่นะเมื่อไหร่ก็ตามนะที่มันเป็นฟ่าเยอะ
02:45:14 → 02:45:19พวกนี้ apo A1 เยอะ hdl เยอะก็เลือกเอา
02:45:19 → 02:45:23แล้วกันว่าจะแก้ตรงไหนมันมีคำตอบอยู่แล้ว
02:45:23 → 02:45:27อืก็ต้องไปโฟกัสที่คุณภาพโปรตีนสัส่วนของ
02:45:27 → 02:45:31โปรตีนให้มันถูกเออนะแล้วก็โปรตีนเนี่
02:45:31 → 02:45:35ต้องคู่กับอะไรอ่ะบอกไปตั้งแต่แรกๆใกู้
02:45:35 → 02:45:38กับไฟเบอร์ต้องกู้กับ
02:45:38 → 02:45:42ไฟเบอร์เพราะฉะนั้นเนี่ยเออน้โปรตีนต่างๆ
02:45:42 → 02:45:46เนี่ยก็ปรับก็เปลี่ยนซะเสร็จแล้วนะก็ใส่
02:45:46 → 02:45:50ไฟเบอร์เข้าไปนะฮะเนี่ยเส้นใยอาารอารนะพอ
02:45:50 → 02:45:55เส้นยอาหารเป็นสารอาหนะที่เาจะต้องทำงาน
02:45:55 → 02:45:58คู่กันไปกับตัวโปรตีนต่างๆนะโปรติคุณภาพ
02:45:58 → 02:47:48ต่างๆนะ
02:47:48 → 02:47:52พก็ low C High Good fash นี่แหละถูก
02:47:52 → 02:47:55ต้องหมดที่สุดแล้ว้ยอันนี้ไม่ใช่อันนี้
02:47:55 → 02:48:42ไม่มี
02:48:42 → 02:48:47นะสำหรับคนหรือมนุษย์เนี่ยนะฮะอ่าก็อยู่
02:48:47 → 02:48:53ในกลุ่มของออมนินะฮะที่เราเรียกว่า
02:48:53 → 02:49:00ไอะไร primate นะฮะ primate นะเป็นออมนิ
02:49:00 → 02:49:03ที่เป็น primate นะฮะนะ primate มันก็จะ
02:49:03 → 02:49:07มีลิงมีอะไรต่างๆเนี่ยนะฮะ
02:49:07 → 02:49:13นะแล้วทีนี้อ่าเาก็ถามว่าแล้วมนุษย์เนี่ย
02:49:13 → 02:49:17เป็นสัตว์ชนิดไหนใน 3 ประเภทเนี้ยนะฮะนะ
02:49:17 → 02:49:22คำตอบก็คือมนุษย์เป็นออมอนะฮะกินได้ทั้ง
02:49:22 → 02:49:26พืชทั้งสัตว์แต่อ่ามันจะมีคำข้างหน้าคำ
02:49:26 → 02:49:30ว่า omn อยู่ตัวอย่างหนึก็คือ
02:49:30 → 02:49:32opportunistic นะฮะ
02:49:32 → 02:49:36อ่าก็คือ opportunistic omn ก็หมายถึง
02:49:36 → 02:49:40ว่ากินได้ทั้งพืชทั้งสัตว์แล้วแต่แล้วแต่
02:49:40 → 02:49:44สถานการณ์จะพาไปนะหรือแล้วแต่เงื่อนไขของ
02:49:44 → 02:49:47ชีวิตความเป็นอยู่นะฮะเอ่อเพราะว่ามนุษย์
02:49:47 → 02:49:50เราเนี่ยกระจายอยู่ทั่วโลกนะฮะอ่าก็แล้ว
02:49:51 → 02:49:57แต่โซนต่างๆหนาวมากร้อนมากอบอุ่นนะฮะอ่า
02:49:57 → 02:50:01หรือบางโซนก็เป็นมีน้ำไม่มีน้ำอะไรต่างๆ
02:50:01 → 02:50:03เหล่าเนี้ยนะฮะนะหรือเป็นเกาะเป็นอะไร
02:50:03 → 02:50:06ต่างๆเหล่าเนี้ยนะนะเพราะฉะนั้นเนี่ย
02:50:07 → 02:50:12นะมนุษย์ซึ่งเป็นนะไมตในกลุ่มออมนิเนี่ย
02:50:12 → 02:50:18นะอ่าแล้วก็เป็นกลุ่มของของสัตว์ที่มีิ
02:50:18 → 02:50:23วิวัฒนาการสูงสุดนะฮะนะเราก็เลย classify
02:50:23 → 02:50:26นะมนุษย์เราหรือคนเราเนี่ยว่าเป็น
02:50:26 → 02:50:31opportunistic omni นะซึ่งก็หมายถึงว่า
02:50:31 → 02:50:36การกินได้ทั้งพืชทั้งสัตว์นะทีนี้ถ้าจะมา
02:50:36 → 02:50:39เกี่ยวข้องนะฮะนะกับเรื่องของคอเลสเตอรอล
02:50:39 → 02:50:43ต่างๆนะฮะนะเขาคก็จะในปัจจุบันเนี่ยใน
02:50:43 → 02:50:46ทฤษฎีวิวัฒนาการเนี่ยเค้าก็จะมีราย
02:50:46 → 02:50:50ละเอียดนะให้มีความเข้าใจกันได้ดียิ่ง
02:50:50 → 02:50:55ขึ้นนะของของความเป็นสัตว์ในอาณาจักรต่าง
02:50:55 → 02:50:57ๆนะ
02:50:57 → 02:51:05เบวอ่าควอออมนินะฮะนะเอาเบวก่อนเบออันนี้
02:51:05 → 02:51:07อันนี้หมายถึงสัตว์นะฮะหมายถึงสัตว์ทั้ง
02:51:07 → 02:51:11หมดนะฮะอาณาจักรสัตว์นะที่เป็น
02:51:11 → 02:51:16เบวจักสัตว์ที่เป็นเบวนี่ก็เช่นอะไรบ้าง
02:51:16 → 02:51:19นะก็ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ตัวใหญ่ใหญ่เบอนี่
02:51:19 → 02:51:25จะตัวใหญ่ยักษ์ขนาดใหญ่นะฮะเเ่าแล้วก็กิน
02:51:25 → 02:51:28พืชเป็นหลักเ่าไม่ได้กินสัตว์นะฮะกินพืช
02:51:28 → 02:51:31ย่อยพืชได้รับสารอาหารหรือแปลงสารอาหาร
02:51:32 → 02:51:35ต่างๆจากพืชอ่าให้เป็นสารอาหารในการสร้าง
02:51:35 → 02:51:40พลังงานและสร้างร่างนะนะให้มีชีวิตอยู่
02:51:40 → 02:51:43รอดนะแล้วก็สามารถที่จะ
02:51:43 → 02:51:49อ่าอะไรอ่ะดำรงชีวิตไปได้นะจนหมดอายุไข
02:51:49 → 02:51:51อ่ะนะฮะ
02:51:51 → 02:51:56เวอก็คือสัตว์ที่กินพืชก็มีอะไรช้างช้าง
02:51:56 → 02:52:03ม้ากวายกวายอ่าครับผมแล้วก็อะไรอีกช้าง
02:52:03 → 02:52:08ม้าวัวควายเ่อกระต่ายเอ่ออะไรอีก
02:52:08 → 02:52:16นะแกะอันแล้วแต่นะที่กินพืชเ่ะกระดาษเแกะ
02:52:16 → 02:52:20แพะต่อไปถ้าเป็นคานิวอร์ล่ะคานิวอร์ไม่
02:52:20 → 02:52:25กินพืชกินแต่สัตว์นะก็เสือสิงโตกินสัตว์
02:52:25 → 02:52:28นะฮะเม
02:52:28 → 02:52:31เอออะไร
02:52:31 → 02:52:37อีกกินแต่สัตว์กินไม่กินพืชฮะยกเว้นอูย
02:52:37 → 02:52:41วิกฤตจำเป็นจริงๆอะไรจริงๆเหล
02:52:41 → 02:52:49เนี้ย้าแนวครับ
02:52:49 → 02:52:54ต่อไปออมนิใช่มออมนิก็คืออะไรบ้างคนนี่
02:52:54 → 02:52:59ครับมีคนแล้วมีอะไรมีหนูอ่ะมีหนูลิงลๆ
02:52:59 → 02:53:05ครับมีลิงเ่าไมทไมทต่างๆนะหนูนี่ก็มีหลาย
02:53:05 → 02:53:10อย่างนะหนูที่กินหนูที่เป็นเบวกับหนูที่
02:53:10 → 02:53:15เป็นหนูที่กินสัตว์น่ะออมนินะไก่ครับ
02:53:15 → 02:53:19ะไก่
02:53:19 → 02:53:25ออหมอมโตไก่ๆไก่ก็เป็นไอ้หมูนี่เป็นไร
02:53:25 → 02:53:27ครับ
02:53:27 → 02:53:30ซันหมูเนี่ยหมู
02:53:30 → 02:53:33เนี่ยคือเขาบอกว่าเป็น
02:53:33 → 02:53:35opportunistic
02:53:35 → 02:53:38ออมนิ
02:53:38 → 02:53:44อ่ะหมูอ่ะหมูมันแบบคล้ายๆคนน่ะนะอคือกิน
02:53:44 → 02:53:48ได้ทั้งพืชทั้งสัตว์นะเออ
02:53:48 → 02:53:51กินได้ทั้งพืทั้งสัตว์ก็มีคนมีหมู
02:53:51 → 02:53:54เ่าหมีด้วย
02:53:54 → 02:54:00มั้ยหมีเหรอหมีกินหมีเป็นเบีอเเอ่ะหมีมัน
02:54:00 → 02:54:03ก็กินปลาแซลมอนไม่ใช่เหรอที่หมีในประเทศ
02:54:03 → 02:54:07หนาวนะเออมันอาจจะเป็นมันมีหลายสายพันธุ์
02:54:07 → 02:54:11หรือเปล่านะมีหลายหลายหลายชนิดน่ะ
02:54:11 → 02:54:17นะมันตามหรือว่าตามอย่างหมีขาวมันอยู่ใน
02:54:17 → 02:54:20แถบอาร์คติกอย่างเงี้ยอากาศหนาวตลอดมีน้ำ
02:54:20 → 02:54:23กิน้ำแข็งมันก็ไม่น่าจะมีพืชให้มันกินนะ
02:54:23 → 02:54:27ใช่มันก็ต้องกินปลากินอะไรไปใช่มคานิวอร์
02:54:27 → 02:54:31นะมันก็คล้ายๆกับคนที่คนที่อยู่พวกเอ
02:54:31 → 02:54:34เอสกิโมครับเอสกิโมกินแต่เนื้อสัตว์อย่าง
02:54:34 → 02:54:36เดียวใช่
02:54:36 → 02:54:40เออนะอันนั้นน่ะแต่ว่ายังไงก็ตามความเป็น
02:54:40 → 02:54:42มนุษย์เนี่ยเค้าก็ยังเป็น opportunistic
02:54:42 → 02:54:46ออนออยู่นะฮะทีนี้ทั้งหมดเนี่ยที่จะบอก
02:54:46 → 02:54:50เนี่ยก็คืออย่าง Herb War เนี่ย Herb
02:54:50 → 02:54:55War เนี่ยนะฮะนะ Herb เค้าก็จะมีเค้าก็
02:54:55 → 02:54:59จะมีเรือนำส่งพลังงานนะฮะคือเขาจะมี a b
02:54:59 → 02:55:03อ่าพวกเนอทั้งหลายเนี่ยนะฮะคือคือช้างม้า
02:55:03 → 02:55:07วัวควายเนี่ยเวลาเจาะเลือดตรวจเนี่ยนะเรา
02:55:07 → 02:55:14ก็จะพบ Total คอสอ ldl นะ hdl ไตกีสไล
02:55:14 → 02:55:21นะนะเนี่ยคือพวกเนี้ยนะฮะพวกเนี้ย
02:55:21 → 02:55:24อ่าพวกเนี้ยส่วนใหญ่แล้วมันก็ยังมีตัวนำ
02:55:24 → 02:55:28ส่งอนุภาพนำส่งพลังงานน่ะที่มันเป็น ldl
02:55:28 → 02:55:32นะนะที่มาช่วย hdl
02:55:32 → 02:55:37นะแต่ CD อ่ะคิวดหรือว่าพวกสัตว์ที่กิน
02:55:37 → 02:55:40เนื้อเนี่ยนะฮะสัตว์ที่กินเนื้อเนี่ยมัน
02:55:40 → 02:55:44จะไม่มี AP โปรตีน B นะฮะนะมันไม่มีระบบ
02:55:44 → 02:55:48นะ A B containing ไลโปโปรตีน
02:55:48 → 02:55:54มันไม่มีฮะมีแต่ hdl นะนะคือมันมี ldl
02:55:54 → 02:55:58แต่มันก็น้อยมากนะในสัตว์ที่กินเนื้อนะฮะ
02:55:58 → 02:56:01นะอย่างเหมี่ยวมี้วอ่ะหรือหมาเนี่ยนะ
02:56:02 → 02:56:06เนี่ยพวกนี้เวลาเอาไปตรวจเลือดนะเราจะมี
02:56:06 → 02:56:09แต่ hdl เยอะ
02:56:09 → 02:56:14นะแต่เราจะไม่เจอ ldl นะฮะนะเราจะไม่เจอ
02:56:14 → 02:56:19ldl นะนี้คำถามก็คือแล้วคนน่ะน่าจะเป็น
02:56:19 → 02:56:24แบบไหนน่าจะเป็นค่อนมาทางเบีอหรือน่าจะ
02:56:24 → 02:56:26เป็น
02:56:26 → 02:56:31คนอน่าจะค่อนไปทางน่าจะค่อนมาทางสัตว์นะ
02:56:31 → 02:56:33ฮะเบวิครับ
02:56:33 → 02:56:38เอืมนะเพราะฉะนั้นเนี่ยเราก็มีคำตอบแล้วไ
02:56:38 → 02:56:41ในเพจของเราอ่ะนะซึ่งเป็น low C High
02:56:41 → 02:56:44Good Fat TE Oil อ่ะเรามีบอดี้ type
02:56:44 → 02:56:48ไงนะเพราะฉะนั้นใครที่เป็นสายแป้งเ่ามี
02:56:48 → 02:56:52แนวโน้มที่จะกินนพืชเยอะใช่ม
02:56:52 → 02:56:55เออครับผมพวกค่อนข้างไปทาง
02:56:55 → 02:57:00เบวใครที่เป็นสายเนื้อสายเนี่ยบอดี้ type
02:57:00 → 02:57:04สายพุงเครียดสายเอสโตรเจน typ นะพวกนี้มี
02:57:04 → 02:57:08แนวโน้มที่จะไปทาง CD
02:57:08 → 02:57:16คนออือซึ่งคนอเนี่ยนะพวกเนี้ยนะ hdl ldl
02:57:16 → 02:57:20มันจะต่ำนะฮะมันจะไม่สูงนะคือมันเหมือน
02:57:20 → 02:57:23มันมีการ adapt หรือวิวัฒนาการมานะจน
02:57:23 → 02:57:28กระทั่งเนี่ยนะไอ้พวก hdl ต่างๆอ่ะเวลา
02:57:28 → 02:57:32ตรวจเลือดเนี่ยมันจะไม่สูงล่ะฮะนะนะ ldl
02:57:32 → 02:57:38ก็ไม่สูงนะถ้ากินแบบถูกต้องปกติเลยนะฮะ
02:57:38 → 02:57:41เนี่ยแต่ถ้าเป็นสายแป้งเนี่ยที่มันมี
02:57:41 → 02:57:45ปัญหาที่มันมีปัญหาเนี่ยนะคือปกติสายแป้ง
02:57:45 → 02:57:48เนี่ยถ้าคุณกินแบบอ่าสแตนดาร์ดในกันไดเอด
02:57:49 → 02:57:52เนี่ยนะเวลาตรวจเลือดออกมาเนี่ยนะค่าแลบ
02:57:52 → 02:57:56เนี่ยมันก็มันก็จะไม่ไม่ได้หวือหวาไม่ได้
02:57:56 → 02:57:59มีอะไรน่าตกอกตกใจหรอกนะฮะแต่ทีนี้ถ้าคุณ
02:57:59 → 02:58:02เป็นสายแป้งเนี่ยนะคุณมีความใกล้ชิดไปใน
02:58:02 → 02:58:03ทาง
02:58:03 → 02:58:07Herb นะซึ่ง Herb เนี่ยเมันจะต้องมี
02:58:07 → 02:58:11โปตีนเยอะในการมันช่วย hdl ในการนำส่ง
02:58:11 → 02:58:15พลังงานแล้ว hdl มันจะไม่เยอะนะเนี่ย
02:58:15 → 02:58:19เพราะฉะนั้นเนี่ยนะเอ่อใครที่กินเป็นแบบ
02:58:19 → 02:58:23สายแป้งเนี่ยนะส่วนใหญ่เนี่ยถ้าคุณไม่กิน
02:58:23 → 02:58:27แป้งไม่กินพืชตามตามลักษณะที่ของความเป็น
02:58:27 → 02:58:31ความใกล้ชิดทางด้านเบวเนี่ยนะคุณปรับหัก
02:58:31 → 02:58:35ดิบเลยแล้วมากิน CD kcd เนี่ยนะเพราะ
02:58:35 → 02:58:40ฉะนั้นเนี่ยระบบนะของการขนส่งพลังงานของ
02:58:40 → 02:58:44คุณเนี่ยมันก็จะมีพวก hdl ldl พุ่งสูง
02:58:44 → 02:58:48ริบิ้วเลยนะแล้วก็เป็นปัญหาในทุกทกวันนี้
02:58:48 → 02:58:51ไงที่มาโพสต์ถามอะไรต่ออะไรกันเนี่ยนะฮะ
02:58:51 → 02:58:54นะซึ่งอันเนี้ยมันคุณก็ต้องรู้ในเรื่อง
02:58:54 → 02:58:56ของบอ typ
02:58:56 → 02:59:01ด้วยทีนี้เหตุผลที่พวกที่กินซีดีหรือกิน
02:59:01 → 02:59:06เนื้อเนื้อสัตว์นะได้ดีๆนะหรือพวกหมาพวก
02:59:06 → 02:59:12แมวที่กินเนื้อสัตว์เนี่ยนะเนี่ยเขาเขา
02:59:12 → 02:59:15ไม่มีปัญหาเขาไม่มีปัญหาอะไรเไม่มีปัญหา
02:59:15 → 02:59:18เรื่องเรื่องเรื่องไขมันอุตันเ้าไม่มี
02:59:18 → 02:59:23ปัญหาเรื่องว่ากินสัตว์ด้วยกันแล้วเนี่ยเ
02:59:23 → 02:59:27มันทำไมคอเลสเตอรอลมันถึงได้หายไปไหนไม่
02:59:27 → 02:59:31สูงไม่อะไรต่างๆเนี่ยนะเ้าไม่มีระบบตัว
02:59:31 → 02:59:35ช่วยก็คือตัว a b อ่ะหรือตัว ldl อ่ะนะ
02:59:35 → 02:59:40ฮะเมีแต่ hdl ในการนำส่งนะฮะนะแล้วเราก็
02:59:40 → 02:59:43รู้ว่า hdl เนี่ยนะองค์ประกอบต่างๆโดย
02:59:43 → 02:59:46เฉพาะที่มันเป็น aple A1 หรือเป็น aple
02:59:46 → 02:59:50E เนี่ยนะพวกเนี้ยมันกลับตับได้ดีหมดนะ
02:59:50 → 02:59:53ฮะนะเพราะฉะนั้นเรื่องระบบการนำส่งพลัง
02:59:53 → 02:59:58งานของในพวกสัตว์กินเนื้อเนี่ยหรือคิวอ
02:59:58 → 03:00:02เนี่ยนะมันก็เลยไม่ค่อยพบนะตรวจแลปออกมา
03:00:02 → 03:00:05แล้วดีเพราะแลปอะไปิดโปรไฟล์เนี่ย Total
03:00:05 → 03:00:10คอสอ ldl hdl นะไกไลอะไต่างๆเค่อนข้าง
03:00:10 → 03:00:15ต่ำเตี้ยเรี่ยดินนะนะเพราะว่าเไม่มีระบบ
03:00:15 → 03:00:21นะ A B และไม่มีมี ldl เป็นตัวช่วย hdl
03:00:21 → 03:00:27ในการนำส่งอนุภาคกับตับไม่มีนะซึ่งอ่า
03:00:27 → 03:00:30สิ่งที่ทำให้ไม่มีสิ่งเหล่าเนี้ยก็คือการ
03:00:30 → 03:00:33ไม่มีเอนไซม์
03:00:33 → 03:00:37CP เเพราะฉะนั้นพวกเไม่มีเอนไซม์ C ไอ้
03:00:37 → 03:00:40โปรตีนไม่มีโปรตีนตัวนี้นะเเรียกว่าเอ่อ
03:00:40 → 03:00:45โปรตีนไออะไรน่ะคอเลสเตอนะเอร transfer
03:00:45 → 03:00:49โปรตีนนะนะนะซึ่ง
03:00:49 → 03:00:52เอ่อซึ่งมันไม่มีอ่ะไม่มีไม่มีโปรตีนตัว
03:00:52 → 03:00:56นี้นะฮะนะเพราะฉะนั้นเมื่อไหร่การกินพวก
03:00:56 → 03:01:00เนื้อเกลือไข่อะไรต่างๆนะมันจะทำให้ CP
03:01:00 → 03:01:06เนี่ยมันลดลงนะมันลดลงแล้วการที่มันลดลง
03:01:06 → 03:01:11อะไรต่างๆนะมันก็จะมีผลนะฮะ
03:01:11 → 03:01:16นะโดยเฉพาะคนที่ผอมๆนะซึ่งร่างกายค่อน
03:01:16 → 03:01:19ข้างมาเป็น Herb War เนี่ย
03:01:19 → 03:01:25นะเพราะฉะนั้นเนี่ยนะ CP อ่ะนะมันหายไป
03:01:25 → 03:01:28จากการกินเนื้อเกลือไข่อ่ะนะแล้วปรากฏว่า
03:01:29 → 03:01:33เอ่อคุณเป็นสายแป้งที่ต้องกินพืชด้วยแต่
03:01:33 → 03:01:36คุณไปตัดพืชออกไปเนี่ยนะเพราะฉะนั้น ldl
03:01:36 → 03:01:40hdl นะ Total คอสอมันก็สูงลิบริวไปหมด
03:01:40 → 03:01:44เลยนะฮะคือมันไม่มีตัว CP มาเป็นตัวช่วย
03:01:44 → 03:01:46อ่ะนะ
03:01:46 → 03:01:51ฮะครับผมพอเข้าใจือยังเข้าใจครับผมอันนี้
03:01:52 → 03:01:55เป็นประเด็นแรกนะเป็นประเด็นแรกนะนะของ
03:01:55 → 03:02:00การที่จะเป็นสัตว์กินพืชกินเนื้อนะนะ
03:02:00 → 03:02:03ประเด็นที่ 2 ก็คือ receptor นะฮะ
03:02:04 → 03:02:06receptor receptor เนี่ยนะเค้าเรียกว่า
03:02:06 → 03:02:10receptor activity อนะที่ตัเนี่ยในการ
03:02:10 → 03:02:14ที่จะเกิดการรับตัวคอเลสเตอรอลเข้าไปใน
03:02:14 → 03:02:18ตับเนี่ยนะเขาก็บอกว่า
03:02:18 → 03:02:20เขาก็บอกว่าระหว่างสัตว์กินพืชกับสัตว์
03:02:20 → 03:02:23กินเนื้อเนี่ยนะสัตว์ประเภทไหนอ่ะมันมี
03:02:23 → 03:02:28รตรเยอะกว่ากันนะคือซต์ที่ตับที่มันจะรับ
03:02:28 → 03:02:32คอเลสเตอรอลกลับๆๆๆๆๆนะไม่ให้คอเลสเตอรอล
03:02:32 → 03:02:35ค้างๆในกระแสเลือดและไม่ต้องตกตะกอกลาย
03:02:35 → 03:02:39เป็นเส้นเลือดรกริเนี่ยนะกินเนื้อครับผม
03:02:39 → 03:02:44สายเนื้อครับสายเนื้อเนี่ยจะมีซต์เยอะนะ
03:02:44 → 03:02:49ฮะเยอะนะนะเยอะกว่านะสายพืชนะเพราะฉะนั้น
03:02:49 → 03:02:53เนี่ยคนชื่อเนสคนชื่อสุทัศน์นะก็ต้อง
03:02:54 → 03:02:58เจรียมเนื้อเตรียมตัวเพราะเราอ่ะแซตเรา
03:02:58 → 03:03:04น้อยนะถ้าเราไปกินผิดนะเราไปโอเวอร์เนื้อ
03:03:04 → 03:03:10เกลือไข่ไอทโปรตีนตามกระแสนะครับผม CP
03:03:10 → 03:03:15เราหายไปไทรรอยด์เราจะลดลงขณะเดียวกันซต
03:03:15 → 03:03:19เราก็น้อยเพราะฉะนั้นแน่นอนมันจะคั่งไป
03:03:19 → 03:03:24เต็มไปหมดนะฮะนะทั้ง Total คอสอ hdl ldl
03:03:24 → 03:03:25เนี่ย
03:03:25 → 03:03:30เนี่ยนะเพราะฉะนั้นก็มี 2 ประเด็นนะฮะนะ
03:03:30 → 03:03:32ถ้าเราเป็น
03:03:33 → 03:03:36สัตว์ค่อนข้างใกล้ชิดเป็นในทางกินแป้ง
03:03:36 → 03:03:40หรือกินเนื้อนะก็ต้องมีแนวโน้มการกินให้
03:03:40 → 03:03:44สอดคล้องกับธรรมชาติที่เกำหนดมาด้วยครับ
03:03:44 → 03:03:48ผมเอออันเนี้ยอันนี้ก็เป็น 2 เรื่องนะฮะ 2
03:03:48 → 03:03:54เรื่องั้นสรุปนะพวกอ่าสัตว์กินเนื้อเขา
03:03:54 → 03:03:59เ่อมี l l receptor ที่ตับหรือ ldl
03:03:59 → 03:04:03activity สูงนะฮะการนำคอเลสเตอรอลกลับ
03:04:03 → 03:04:08ตับดีมากนะฮะอันต่อมาก็คือนะเขาไม่มี
03:04:08 → 03:04:13เอนไซม์ CP นะฮะที่จะต้องมีการถ่ายโอน
03:04:13 → 03:04:17พลังงานหรือตัวคอเลสเตอรอลจาก hdl ให้กับ
03:04:17 → 03:04:20ldl นะเพราะว่าสิ่งเหล่านี้ธรรมชาติไม่
03:04:20 → 03:04:24ได้สร้างสรรค์มาในร่างกายของเคนะฮะนะ
03:04:24 → 03:04:27เพราะฉะนั้นระบบการหมุนเวียนอนุภาคหมุน
03:04:27 → 03:04:30เวียนถ่ายเทพลังงานมันเป็นแค่ hdl ตัว
03:04:30 → 03:04:34เดียวเลยนะอซึ่งเพราะฉะนั้นเขาก็จะไม่มี
03:04:34 → 03:04:37เรื่องของตัว ldl ต่างๆตกค้างอยู่ในกระแส
03:04:37 → 03:04:42เลือดนะก็ไม่เกิดทไซโทซิสไม่เกิดอีฟอั
03:04:42 → 03:04:44อะไรต่างๆและไม่เกิด
03:04:44 → 03:04:47osis หรือเกิด ascvd
03:04:47 → 03:04:51เพราะฉะนั้นพวกสัตว์กินเนื้อหรือกินแบบ
03:04:51 → 03:04:55ซีดีนะก็จะไม่ป่วยไม่เจ็บตายจากหลอดเลือด
03:04:55 → 03:04:58ตีแตกตันอภามาพึกเส้น้วยหัวใจแอ่งใจหน้า
03:04:58 → 03:05:01หรือไมอ
03:05:02 → 03:05:06อินฟาแต่คุณจะต้องเป็นตัดกินเนื้อนะนะ
03:05:06 → 03:05:10หรืออ่าคุณเป็นคนนี่แหละแต่คุณต้องมี
03:05:10 → 03:05:14บอดี้ type ไปในทางที่จะใกล้ชิดสายเนื้อ
03:05:14 → 03:05:18นะก็จะมีบุญมีวาสนาที่จะมีสิ่งเหล่านี้
03:05:18 → 03:05:21เกิดขึ้นพี่หมอถ้าเราไม่ใช้บอ type จับ
03:05:21 → 03:05:24นี่นะเราก็มาเถียงกันเรื่องกินพืชกิน
03:05:24 → 03:05:26เนื้อไหนเดียวกันนี่ผมว่าเข้ารกเข้าพงกัน
03:05:26 → 03:05:31ไปเลยเยอะก็ใช่แล้วเข้าใจไงเออมันไม่จบ
03:05:31 → 03:05:33เพราะว่าเนี่ยมันคือเหตุผลทางทฤษฎี
03:05:33 → 03:05:37วิวัฒนาการที่เอามาช่วยอธิบายแล้วมันก็
03:05:37 → 03:05:40เลยทำให้กระจ่างเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นนึงอ่ะ
03:05:40 → 03:05:44ว่าอ๋อก็เพราะเราอ่ะมันเป็น opportunistic
03:05:44 → 03:05:48omn นะฮะซึ่งกินได้ทั้งเนื้อทั้ง
03:05:48 → 03:05:52ทั้งสัตว์แต่เราเนี่ยอยู่ในบอ typ สายที่
03:05:52 → 03:05:57จะต้องใกล้ชิดพืชเป็นเบวนะเราอยู่ดีๆจะมี
03:05:57 → 03:06:00กระแส in Trend low C High Fat อะไร
03:06:00 → 03:06:03ต่างๆคาฟต่ำอะไรต่างๆแล้วเราก็พยายามจะ
03:06:03 → 03:06:07ตัดพืชออกไปไม่ได้กินให้สอดคล้องตามความ
03:06:07 → 03:06:09น่าจะเป็นที่เราควรจะกินให้มันถูกอ่ะนะ
03:06:09 → 03:06:13เ่าเพราะฉะนั้นเราก็รีบมากินแบบ CD kcd
03:06:13 → 03:06:17แบบหักดิบเลยเงี้ยมันก็จะเกิดปัญญหา
03:06:18 → 03:06:21เพราะพื้นฐานของร่างกายของเราเนี่ย 1 ตัว
03:06:21 → 03:06:24ลับหรือ receptor เ Lance เนี่ยมันไม่
03:06:24 → 03:06:29เยอะต้องเจียมตัวนะกับอันที่ 2 เนี่ยนะ
03:06:29 → 03:06:34เอ่อเรามีเอนไซม์ CP เยอะเกินนะ
03:06:34 → 03:06:39เออเพราะฉะนั้นเนี่ยนะมี hdl แต่ hdl
03:06:39 → 03:06:42เนี่ยซึ่งเป็นต้นตำรับที่จะมาคอยรับส่ง
03:06:42 → 03:06:46คอเลสเตอรอลเนี่ยนะเ่อมันก็จะต้องเมีการ
03:06:47 → 03:06:50มาชด้วยรับส่งไอ้ตัวไตกีสไลที่มันเยอะจาก
03:06:50 → 03:06:54การที่ต้องกินพืชเยอะด้วย
03:06:54 → 03:06:59นะมันก็เลยมาเกิดปัญหาเป็น ldl นะเอ่อ
03:06:59 → 03:07:04แล้วถ้าเกิดตัดพืชเพิ่มการกินสัตว์เข้าไป
03:07:04 → 03:07:08นะเนี่ยแหละตัว ldl มันก็จะคั่งเพราะ plma
03:07:08 → 03:07:10Resident Time มันเยอะคุณก็มีโอกาส
03:07:10 → 03:07:13เสี่ยงในการเกิด ascvd
03:07:13 → 03:07:19นะก็ต้องรีบแก้ซะโดยการลดนะการกินแบบ CD
03:07:19 → 03:07:25อ่าเรามาเพิ่มการกินไปในทางแนเบสนะหรือมา
03:07:25 → 03:07:28ปรับคุณภาพของโปรตีนเพิ่มเส้นยงเส้นใย
03:07:28 → 03:07:34ปรับเรื่องไขมันอะไรต่างๆให้มันถูก
03:07:34 → 03:07:38อืคือในส่วนของไขมันเนี่ยในประเด็นของ
03:07:38 → 03:07:42ทีออยเนี่ยนะฮะนะในส่วนที่จะมาจากพืช
03:07:42 → 03:07:45เนี่ยส่วนใหญ่เนี่ยส่วนใหญ่นะมันก็จะเป็น
03:07:45 → 03:07:48พวกอะไรอ่ะมูฟ่าูฟ่า
03:07:48 → 03:07:51เหล่าเนี้ยจะเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวแล้ว
03:07:51 → 03:07:54เป็นสายยาวนะแล้วก็มาจากพืช
03:07:54 → 03:07:58นะแต่ถ้าเป็นในอาณาจักรของสัตว์เนี่ยไข
03:07:58 → 03:08:00มันที่จะมาพร้อมกับโปรตีนเวลาเรากินเนื้อ
03:08:00 → 03:08:04เกไข่นะส่วนใหญ่ในสัตว์เนี่ยส่วนใหญ่จะ
03:08:04 → 03:08:08เป็นอิ่มตัวนะอิ่มตัวซะเยอะอิ่มตัวเด่นนะ
03:08:08 → 03:08:13ฮะเนี่ยนะแล้วก็ตัวสายของมันเนี่ยนะก็มี
03:08:13 → 03:08:17ทั้งกลางทั้งยาวอะไรต่างๆต้านกลางยาวนะ
03:08:17 → 03:08:21แต่สายยาวเไม่ได้ยาวมากแบบพืชเนี่ยเอแบบ
03:08:21 → 03:08:24ที่ขอตอบคำถามคนเข้าไป
03:08:24 → 03:08:27นะงั้นสิ่งเหล่าเเป็นรายละเอียดที่เรา
03:08:27 → 03:08:31ต้องรู้นะต้องรู้อเอ่อถ้าเรารู้แล้วเราจะ
03:08:32 → 03:08:36เก็ตเราจะเข้าใจเรื่องของไขมัน
03:08:36 → 03:08:39อ่ายิ่งตอนนี้ยิ่งมีมาเถียงโน่นเถียงนี่
03:08:39 → 03:08:42กันเหล่าเนี้ยนะเราก็จะพอนึกออกว่ามัน
03:08:42 → 03:08:47เพราะอะไรแล้วควรจะเป็นไป
03:08:47 → 03:08:50ตอนนี้ขำตรงที่ว่าพอเห็นเขาเถียงกันแล้ว
03:08:50 → 03:08:53เราก็แบบยืนยิ้มมุมปากอยู่ว่ามึงเถียง
03:08:53 → 03:08:55อะไรกัน
03:08:55 → 03:08:59วะก็นี่แหละนะเดี๋ยวมันก็วนมาเถียงกัน
03:08:59 → 03:09:03อยู่เออไอ้พืชดีกว่าสัตว์สัตว์ดีกว่า
03:09:03 → 03:09:04พืช
03:09:04 → 03:09:09เอ่อฝั่งสัตว์ก็รู้ส่วนนึงไม่รู้อีกส่วน
03:09:09 → 03:09:13นึงแล้วก็ไม่ไม่เ้าเรียกว่าไม่คมคือไม่
03:09:13 → 03:09:17ไม่เอามาจับรีทกันอธิบายร่วมกันเนะแต่เรา
03:09:17 → 03:09:22เป็นตายอยู่ไงเราก็กินหัวกินหางกินกลาง
03:09:22 → 03:09:26ตลอดตัวเรา
03:09:27 → 03:09:31ก็เห็นภาพเห็นภาพเลย
03:09:31 → 03:09:37ครับสบายใจไปเออปล่อยตาอินกตานาเเตีกัน
03:09:37 → 03:09:42เราค่อยสอยตอนเเผลอใช่นะโอ้แต่มาอธิบาย
03:09:42 → 03:09:46ได้หมดจริงๆนะพี่หมอคือหมอว่านะมันจะต้อง
03:09:46 → 03:09:49มีไลฟั้งนึงเนี่ยนะฮะที่หมอต้องมาครบทีม
03:09:49 → 03:09:53หมอโต้งหมอมอโต้อะไรต่างๆแล้วก็สมาชิกทุก
03:09:53 → 03:09:57คนเนี่ยนะนะถ้าใครรีบนอนในช่วงเนี้ยเรา
03:09:57 → 03:10:00ต้องกำหนดในช่วงบ่ายๆวันเสาร์วันอาทิตย์
03:10:00 → 03:10:03อะไรอย่างเงี้ยนะคุยเรื่องเนี้ยนะฮะแล้ว
03:10:03 → 03:10:08ก็อาจจะเปิดเปิดเป็น่นแบบที่ว่าใครที่จะ
03:10:09 → 03:10:11เข้ามาโพสต์ถามอะไรไม่เข้าใจอะไรต่างๆ
03:10:11 → 03:10:15เนี่ยจะได้คุยแบบยาวๆให้มันจบไป 1 เรื่อง
03:10:15 → 03:10:17เลยก็คือเรื่องนี้แหละฮะนะ
03:10:17 → 03:10:20เรื่องคอเลสเตอรอลเนี่ยที่ว่าร่างกาย
03:10:20 → 03:10:24สร้างขึ้นมาได้เองเอ่อแล้วก็ไปจบที่
03:10:24 → 03:10:27เรื่องของการเกิดหรือไม่เกิด
03:10:27 → 03:10:32รสิเพราะอะไรนะแล้วจะได้พอรู้เรื่องหทาง
03:10:32 → 03:10:36แก้เพราะว่าคนก็อ่านก็รู้ศึกษาหรือฟังมา
03:10:36 → 03:10:38เนี่ยมันไม่เท่ากันแล้วบางคนฟังฝ่ายนู้น
03:10:38 → 03:10:42ทีฝ่ายนี้ทีคือไม่มีฝ่ายที่เเรียกว่ามา
03:10:42 → 03:10:44เป็นตัวเชื่อมต่อ
03:10:44 → 03:10:48นะเพราะเราเนี่ยเป็นตาอยู่เราก็เชื่อมต่อ
03:10:48 → 03:10:53จะเอามั้ยล่ะถ้าเอ่อไม่เข้าใจตรงไหนอยาก
03:10:53 → 03:10:56จะให้อธิบายให้ฟังตรงไหนอะไรอย่างเงี้ย
03:10:56 → 03:11:00พี่หมอบางทีตาอยู่ก็ถูกตาอินกับตานามาตี
03:11:00 → 03:11:03หัวพร้อมกันเหมือนกันนะพี่หมอช่วงแรกๆอ่ะ
03:11:03 → 03:11:07อื
03:11:07 → 03:11:08ใช่
03:11:09 → 03:11:12เอ่อพี่หมออธิบายเรื่องไอ้นี่อีกทีนึงสิ
03:11:12 → 03:11:17ครับพยาธอ่ะยาถ่ายพยาธอ่ะครับอ
03:11:17 → 03:11:19ยังมีคนมีความเชื่อเรื่องเรื่องที่ว่า
03:11:19 → 03:11:21ต้องกินยาถ่ายพยาธอยู่อ่ะครับพี่หมอไม่
03:11:21 → 03:11:26เป็นไรถ้าเชื่อก็กินไปก่อนนะฮะถ้าเชื่อก็
03:11:26 → 03:11:32กินได้ฮะนะแล้วหมายถึงก็คืออย่างงี้คือ
03:11:32 → 03:11:35ไอ้พวกไอ้พวกอย่างเงี้ยไอ้พวกกินป้องกัน
03:11:35 → 03:11:38เนี่ยนะฮะนะเหมือนฉีดวัคซีนหมาแมวขวนหมา
03:11:38 → 03:11:43แมวกัดเ่อหแมวเลียหน้าลูกแต่ลูกอายุน้อย
03:11:43 → 03:11:46เหลือเกินเลยเห็นแมวมาเลียหน้าเลียไปเลีย
03:11:46 → 03:11:49มาอะไรต่างๆเเนี่ยพ่อแม่ก็พสดประสาทเสีย
03:11:49 → 03:11:53ไปหมดแล้วนะฮะนะครับเพราะฉะนั้นเรื่องการ
03:11:53 → 03:11:57ป้องกันเนี่ยนะทำได้เลยฮะอยากฉีดวัคซีน
03:11:57 → 03:12:00อยากกินยาถ่ายพยาธข้าวพยาธอะไรต่างๆก็
03:12:00 → 03:12:03จ่ายเลยเพราะว่าในกลุ่มยาถ่ายพยาธิอะไร
03:12:03 → 03:12:06ต่างๆหรือ่าพยาธิเนี่ยแต่ปัจจุบันก็คือยา
03:12:06 → 03:12:10่าพยาธน่ะนะครับมันก็มันก็กินในระยะสั้น
03:12:10 → 03:12:14ส่วนใหญ่ก็ไม่เกิน 3 วันเออยากกินกินไป
03:12:14 → 03:12:18เลยเพราะไม่กินเดี๋ยวจะไม่สบายใจนะฮะอ่า
03:12:18 → 03:12:20อันนี้แบบเอาแบบผู้รู้แล้วกันนะครับพี่
03:12:20 → 03:12:26หมออืถามไม่ถามแบบผู้รู้ว่าต้องกินมั้ย
03:12:26 → 03:12:29เอ่อไม่
03:12:29 → 03:12:30ต้อง
03:12:31 → 03:12:35อืไม่ต้องเพราะอุบัติการหรือ incident นะ
03:12:35 → 03:12:39เอ่อของวงจรเค้าเรียกวงอะไรนะวงจรชีวิต
03:12:39 → 03:12:42อ่ะเค้าเรียกอะไรอ่ะเออที่เวลาเรียน
03:12:42 → 03:12:46พาราไซต์อ่ะนะโอ้โหมันจะต้องเรียนวงจร
03:12:46 → 03:12:51พยาตไซคิฮะคล้ายๆอย่างงั้นแฮะนะมันเป็นวง
03:12:51 → 03:12:55จรเนี่ยนะนะในปัจจุบันเนี่ยวงจรเ้าเรียก
03:12:55 → 03:13:00ถูกอันะฮะนะนะถูกบล็อกถูกขัดขวางจากความ
03:13:00 → 03:13:02เจริญก้าวหน้าของโลก
03:13:02 → 03:13:07ของของระบบสารเคมีสารอะไรต่างๆเต็มไปหมด
03:13:07 → 03:13:12เลยและอีกอย่างนึงอ่ามาตรการเรื่องเค้า
03:13:12 → 03:13:13เรียก
03:13:13 → 03:13:17อ่าคือคความปลอดภัยทางด้านอาหารอะไรต่างๆ
03:13:17 → 03:13:20ที่เราจะกินหรือบริโภคเข้าร่างอะไรต่างๆ
03:13:20 → 03:13:24เนี่ยนะพวกนี้เนี่ยมันค่อนข้างปลอดเชื้อน
03:13:24 → 03:13:29นะคือปลอดเชื้อจากเชื้อโรคเชื้อพาราสิตนะ
03:13:29 → 03:13:34เอ่อมากแล้วนะฮะนะเพราะว่าอย่างเรียของ
03:13:34 → 03:13:36แพทย์เ่ะแพทย์ศาสตร์บัณฑิตต่างๆเนี่ยโดย
03:13:36 → 03:13:40เฉพาะเอ่อในช่วงปีคลินิกอะไรต่างๆเนี่ย
03:13:40 → 03:13:43หนังสือต่างๆทั้งฟิโอพาโถเนี่ยก็บอกเลยนะ
03:13:43 → 03:13:46ฮะเกี่ยวกับเรื่องของไดอาเรียเรื่่องของ
03:13:46 → 03:13:49ภาวะท้องสิน่ะคุณจะหาเรื่อง infectious
03:13:49 → 03:13:54di ในปัจจุบันยากมากยากมากอุบัติการณ์
03:13:54 → 03:13:58ของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดภาวะลำไส้อักเสบ
03:13:58 → 03:14:01ท้องเสียจากการติดเชื้อเนี่ยเขาบอกว่าตอน
03:14:01 → 03:14:05ที่หมอเคยรับรู้มานานแล้วนะก็คือมีไม่ถึง
03:14:05 → 03:14:103% นะฮะในปัจจุบันน้อยกว่า 1% คุณจะไป
03:14:10 → 03:14:14วินิจฉัยว่าเป็นอะไรนะอหิวาตกโลกไทฟอย
03:14:14 → 03:14:17เอ่ออีโคไล
03:14:17 → 03:14:22อะไอืๆๆชิเจลล่าอะไรต่างๆเหล่าเนี้ยนะโอ
03:14:22 → 03:14:26มันอธิบายไปแล้วเจะมานั่งหัวเราะแล้วก็
03:14:26 → 03:14:30ต้องต้องแบบเค้าเรียกคเนหน้าแหกนะฮะนะถูก
03:14:30 → 03:14:35เข้ามามันเจอยากมากนะไม่ต้องส่งศัตรูไป
03:14:35 → 03:14:38เพาะเชื้อให้มันขึ้นไทฟอยพาราไทฟอยอะไร
03:14:38 → 03:14:41มันไม่มีแล้วนะฮะนะครับคือเชื้อโรคพวก
03:14:41 → 03:14:44เนี้ยมันไปหมดแล้ว่ะฮะนะเพราะปัจจุบัน
03:14:44 → 03:14:47เนี่ยคำว่าอาหารเป็นพิษเนี่ยมันเป็นู้
03:14:47 → 03:14:49interaction นะฮะนะก็คือมันเป็นการกิน
03:14:50 → 03:14:52บุฟเฟ่ต์อ่ะแล้วกินเข้าไปเยอะๆแล้วอาหาร
03:14:52 → 03:14:55เนี่ยมันไปบูดไปหมักไปเน่าไปเสียเกิด
03:14:55 → 03:14:59ปฏิกิริยาของอาหารอยู่ในท้องในไส้อ่ะนะอื
03:14:59 → 03:15:02อาจจะอวกอาจจะปวดท้องอาจจะถ่ายเหลวอะไร
03:15:02 → 03:15:05ต่างๆแต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับการติดเชื้อ
03:15:05 → 03:15:08นะเพราะปฏิกิริยาของอาหารที่คุณกิน
03:15:08 → 03:15:12บุฟเฟ่ต์มาเนี่ยนะเอ่อมันก็ไปถ่ายเอา
03:15:12 → 03:15:15โปรไบโอติกอะไรต่างๆในในในไส้ในพุงอะไร
03:15:15 → 03:15:17คุณออกไปหมด่ะ
03:15:17 → 03:15:22ครับเออนะเพราะฉะนั้นเนี่ยเวลารักษาเนี่ย
03:15:22 → 03:15:26เอ่อถ้าไม่มีไข้ถ้าไม่มีอาการปวดเบ่งเขา
03:15:26 → 03:15:30เรียกว่าเทนนิมุอะไรต่างๆเนี่ยนะเ่าถ้า
03:15:30 → 03:15:33ไม่ถ่ายเป็นมูกเป็นเลือดอะไรต่างๆเงี้ยนะ
03:15:33 → 03:15:36เขาก็ไม่ได้ต้องให้ยาฆ่าเชื้อกันนะฮะนะ
03:15:36 → 03:15:40เพราะว่ายาหลักในการรักษาพวกท้องร่วงท้อง
03:15:40 → 03:15:43เสียในปัจจุบัน 2 อย่างก็คือผงถ่านคารบอน
03:15:43 → 03:15:49กับ ors แค่นั้นแหละนะแล้วก็การให้ทำไ
03:15:50 → 03:15:52intermittent fasting Fast ไปเลยข้าม
03:15:52 → 03:15:56มื้อข้ามวันข้ามคืนไปนะ
03:15:56 → 03:15:59ครับเห็นมไม่เห็นต้องมาจ่ายยาฆ่าเชื้อ
03:15:59 → 03:16:02อะไรเลยอันนี้ก็คือใกล้เคียงกันน่ะ
03:16:02 → 03:16:05ระหว่างการเป็นอธิบายในเรื่องของเ่อเชื้อ
03:16:05 → 03:16:08โรคที่ทำให้ท้องร่วงื้อท้องเสียจากการติด
03:16:08 → 03:16:14เชื้อไอ้พวกไอ้แบคทีเรียต่างๆกับพยาพยา
03:16:14 → 03:16:17เี่ตัวใหญ่กว่าเชื้ออีโคไลเชื้อเปซเชื้อ
03:16:17 → 03:16:21โปรเตสเชื้ออะไรพวกนี้เยอะนะฮะนะครับครับ
03:16:21 → 03:16:25นะเพราะฉะนั้นเนี่ยโอกาสยากมากนะนี่
03:16:25 → 03:16:28เหมือนวงจรชีวิตของมันเนี่ยจะมาผ่านร่าง
03:16:28 → 03:16:32กายมนุษย์นะมันสู้ไม่ไหวอ่ะกับสิ่งแวด
03:16:32 → 03:16:36ล้อมภายนอกมันเป็นที่มันเป็นสารเคมี่ะฮะ
03:16:36 → 03:16:40นะอือเพราะฉะนั้นเนี่ยท้องโ่งท้องเสียใน
03:16:40 → 03:16:42ปันเคก็ไม่ได้ให้ยาฆ่าเชื้อเป็นหลักไม่
03:16:42 → 03:16:47ได้ไปให้แบตมเริอโรนอะไรนะเคก็ให้ผม่านนะ
03:16:47 → 03:16:50ฮะอาจารย์ครับแล้วแล้วเทรนตอนเนี้ยหมาย
03:16:50 → 03:16:55ถึงในในแคทิสจริงๆเนี่ยหมอเดี๋ยวเนี้ยเ้า
03:16:55 → 03:17:00ก็จ่ายยาปฏิชิวนกันน้อยลงจริงเหรอฮะใช่ฮะ
03:17:00 → 03:17:04ในปัจจุบันหรือว่าไกกลายที่อที่เขาใช้กัน
03:17:04 → 03:17:08ตอนเนี้ยคือคือถ้าไม่ได้ปวดปวดบิดปวดเบ่ง
03:17:08 → 03:17:12ถ่ายเป็นเลือดหรือไข้สูงๆงอะไรแบบเนี้ย
03:17:12 → 03:17:14เราก็รักษาตามอาการอย่างเดียวเลยอ่ะไม่
03:17:14 → 03:17:18ต้องรักษาตามอาการให้คาอาให้
03:17:18 → 03:17:22or แล้วก็ให้พวก anty SP modic prn
03:17:22 → 03:17:25อ่าหรือให้แก้ขึ้นไส้อาเจียนอย่างเงี้ย
03:17:25 → 03:17:30แต่แนะนำการานะฮะาฟสดงว่าที่มันไอ้ที่
03:17:30 → 03:17:34ท้องเสียถ่าย 5 ครั้งแต่ 10 ครั้งอะไรมา
03:17:34 → 03:17:37หาหมอเนี่ยส่วนมากมันเป็นอะไรมันเป็นมัน
03:17:37 → 03:17:40เป็น functional เหรอมันเป็น
03:17:40 → 03:17:45ไัเป็น Food interaction นะฮะนะอืไวรัส
03:17:45 → 03:17:47เออ
03:17:47 → 03:17:50ไวรัสก็อาจจะพอมีบ้างแต่ส่วนใหญ่มันน่าจะ
03:17:50 → 03:17:53อยู่ในช่วงเด็กหรือการระบาดอะไรต่างๆ
03:17:53 → 03:17:57ออเด็กก็เป็นโลต้าโนโรอะไรพวกนั้นอันนั้น
03:17:57 → 03:18:00ก็ตามฤดูกาลของเขาในเด็กในอายุอะไรอย่าง
03:18:00 → 03:18:04เงี้ยนะแต่ในผู้ใหญ่เป็นพวกีท็อกซินจาก
03:18:05 → 03:18:09อาหารอนะแบบมันแบคทีเรียมันสร้างทึ้งไว้
03:18:09 → 03:18:11อ่ะ
03:18:11 → 03:18:15อเอ่าเป็น interaction ของอาหารที่อยู่ใน
03:18:15 → 03:18:18ท้องในไส้เราอ่ะนะเพราะคุณกินเยอะเหลือ
03:18:18 → 03:18:22เกิน 1 เนี่ยนะเอ่อคุณว eating แล้วคุณ
03:18:22 → 03:18:25กินเปรี้ยวหวานนาเค็มขมเผ็ดเย็นร้อนอ่อน
03:18:25 → 03:18:28แข็งใส่เข้าไปซะสนั่นเลยนะหวานคาวอะไร
03:18:29 → 03:18:31ต่างๆเพราะว่ามันกินบุฟเฟ่ต์
03:18:31 → 03:18:34ไงเพราะตอนเนี้ตั้งแต่ผมกลับมาช่วยตรวจ
03:18:34 → 03:18:46ที่อายุกรณ์
03:18:46 → 03:18:50แต่ว่าอาการปวดท้องอ่ะซักักักตัวแล้ว
03:18:50 → 03:18:53เนี่ยซักประวัติแล้วเนี่ยปวดปวดไม่รุนแรง
03:18:53 → 03:18:56อขึ้นไส้มีบ้างแต่แต่ว่าอาเจียนก็ไม่ค่อย
03:18:56 → 03:19:01มีอย่างมากอาเจียนครั้งเดียวไข้ก็ไม่มีอื
03:19:01 → 03:19:04แสดงว่าพวกนี้จริงๆอาจจะไม่ต้องให้ยังได้
03:19:04 → 03:19:07ด้วยซ้ำนะยาปฏิชีวนะเนี่ยจริงๆอันนี้ไม่
03:19:07 → 03:19:10ให้ไม่เคยให้
03:19:10 → 03:19:14เลยนี่อยู่โรงพาบาลเอกชนนะเราก็ไม่ากไม่
03:19:14 → 03:19:17กล้าเสียง
03:19:17 → 03:19:20เรื่องนึงอีกเรื่อง
03:19:21 → 03:19:25นึงอย่างใน rdu ของการให้ยาปฏิชีวนะเนี่ย
03:19:25 → 03:19:30เค้าก็จะมีแก่ว่าให้ว่าว่าเอิก็เผื่อมัน
03:19:30 → 03:19:33เซสิทธิอะไรอย่างเงี้ยครับก็ต้องตั้ง 5-6
03:19:33 → 03:19:37ครั้งต่อวันน่ะอืที่ที่ว่าต้องซีเวียจริง
03:19:37 → 03:19:41ๆนะที่เสี่ยงเอิไว้ก่อนอะไรอย่างเงี้ย
03:19:41 → 03:19:45ครับแปลว่าถ้าถ่าย 2 ครั้ง 3 ครั้งเหลว
03:19:45 → 03:19:48กว่าธรรมดาปวดมวลท้องนิดหน่อยอย่างเงี้ย
03:19:48 → 03:19:50ไม่ต้องให้อ่ะไม่ต้องให้ครับ Activate
03:19:50 → 03:19:56ชาโคแล้วก็ Oris แล้วก็บสก Ban prn ทุก 8
03:19:56 → 03:19:59นิดหน่อยพอละเออแล้วก็บอกให้ล้างมือให้
03:19:59 → 03:20:03สะอาดอย่ากินอาหารข้ามมื้ออะไรพวก
03:20:03 → 03:20:06เเพราะพวกนี้เวลาข้ามคืนไปแล้วถ้าคุณไ
03:20:06 → 03:20:11เนี่ยมันก็จะมันก็จะฟื้นละนะมันก็จะดีมัน
03:20:11 → 03:20:14ก็จะฟื้นแล้วแต่ส่วนใหญ่อ่ะที่มันไม่ฟื้น
03:20:14 → 03:20:17แล้วก็มันมันโปรลองไปเรื่อยๆเนี่ยเพราะ
03:20:17 → 03:20:22คุณกลับไปกินน้ำตาลน่ะนะคือกลับไปกินไอ้
03:20:22 → 03:20:28พวกไอ้พวกที่มันมันเป็นอมิเอ่อ solution
03:20:28 → 03:20:31เข้าไปอ่ะนะก็คือคุณไม่เข้าใจอ่ะคุณก็กิน
03:20:31 → 03:20:34เหมือนจะกินปกติอยู่ไปกินน้ำผลไม้ไปกิน
03:20:34 → 03:20:36น้ำตรงน้ำตาลน้ำหวานน้ำเชื่อมอะไรก็ไม่
03:20:36 → 03:20:42รู้อ่ะนะแล้วไอ้ไอ้ผง ors ที่เราจ่ายกัน
03:20:42 → 03:20:46เนี่ยมันก็มีน้ำตาลอยู่พอสมควรมั้ยฮะอ๋อ
03:20:46 → 03:20:50ผมผมผมเลยไม่ค่อยแน่ใจว่าไอ้ or
03:20:50 → 03:20:53เนี่ยมันมันมันควรจ่ายหรือเปล่าเนี่ยคน
03:20:53 → 03:20:55ไข้ท้องเสียหรือหรือควรจะให้เขาคไปหา
03:20:55 → 03:20:58เกลือมาผสมน้ำเองดีมั้ยจะได้ไม่ต้องกิน
03:20:58 → 03:21:01น้ำตควรจ่ายครับควรจ่ายครับ or นี่เป็น
03:21:01 → 03:21:06เป็นเป็นสารที่ผสมมาให้ออสโมติกดีเออแล้ว
03:21:06 → 03:21:10ก็ช่วยเหลือคนมาเยอะมากในประวัติศาสตร์
03:21:10 → 03:21:13สรุปว่าอมิมันดีแล้วใช่มั้ยแล้วก็แล้วก็
03:21:13 → 03:21:16น้ำตาลไม่ไม่ได้ไม่ได้เยอะจนน่าตกใจใช่มย
03:21:16 → 03:21:21อ๋อไม่เยอะหรอกฮะประมาณ 4% 4.5% หรือ 5%
03:21:21 → 03:21:24เท่านั้นอ๋อยกเว้นแต่ว่ามีบางบริษัทเสีย
03:21:24 → 03:21:29ที่ไปผสมน้ำผลไม้ลงไปผสมฟุกโตส
03:21:30 → 03:21:33นะคือผสมให้มันกินอร่อยอะไรอย่างเงี้ยนะ
03:21:33 → 03:21:37นะมันก็เลยจะไปท้องเสียจากฟุกโตสนะแต่
03:21:37 → 03:21:42ทั่วๆๆไปอ่ะหรือว่าจากทางอะไรอ่ะทาง
03:21:42 → 03:21:46กระทรวงสาสุขเที่ปรุงมาเนี่ยนะอันนี้เไม่
03:21:46 → 03:21:51สมพวกฟุกโตสนะกินได้
03:21:51 → 03:21:55เลยพวกนี้มันดูดซึมเลยนะฮะมันดูดซิมเลย
03:21:55 → 03:21:59มันไม่ไม่ไม่ไม่ไม่เกิดการไปตกค้างแล้วก็
03:21:59 → 03:22:03เกิดการดูดน้ำมาล้อมรอบแล้วก็ขับถ่ายออก
03:22:03 → 03:22:08ไปคุณป๊อกบอกดีที่สุดคือฟา
03:22:08 → 03:22:12อคุณป๊อกบอกกินชาโคร่วมกว่ายาอื่นไม่ได้
03:22:12 → 03:22:18เหรอครับเอ่อแนะนำให้กินหห่าง
03:22:18 → 03:22:22กันคืออย่างงี้นะหลักการทางการแพทย์เนี่ย
03:22:22 → 03:22:27นะฮะสมมุตินะคุณมีหลายโรคเนี่ยนะแล้วก็
03:22:27 → 03:22:29เป็นหวัดด้วยท้องเสียด้วยไอด้วยอะไรอย่าง
03:22:29 → 03:22:33เงี้ยนะนะหมอเนี่ยจะรักษาท้องเสียก่อน
03:22:33 → 03:22:36อย่างอื่นขอทดไว้ก่อนเพราะถ้าคุณจะกิน
03:22:36 → 03:22:40ทั้งยาแก้เจ็บคอยาแก้ไอยารดน้ำมูกยาแก้
03:22:40 → 03:22:42ท้องเสียยาอะไรต่างๆในครั้งคราวเดียวกัน
03:22:42 → 03:22:47เนี่ยนะลำไส้เไม่พร้อมที่จะรับนะเออลำไส้
03:22:47 → 03:22:50เต้องจัดการตัวเเองก่อนแก้ไขปัญหาท้อง
03:22:50 → 03:22:51เสีย
03:22:51 → 03:22:55ก่อนแล้วส่วนใหญ่เนี่ยนะถ้าระบบทางเดิน
03:22:55 → 03:22:59หายใจผิดปกติร่วมกับปัญหาท้องเสียเนี่ยนะ
03:22:59 → 03:23:01เวลาเราแก้ท้องเสียเนี่ยเดี๋ยวเยื่อบุทาง
03:23:01 → 03:23:03เดินหายใจมันจะฟื้นพร้อม
03:23:03 → 03:23:07กันเออไม่ต้องมานั่งกินยารักษาอย่างอื่น
03:23:07 → 03:23:12ต่อนะฮะนะไม่ต้องให้ยาเผื่อนะฮะรักษาท้อง
03:23:12 → 03:23:18เสียเอาให้ดีเอาให้หายก่อน
03:23:18 → 03:23:24นะเพราะฉะนั้นทางเดินอาหารสำคัญที่สุดนะ
03:23:24 → 03:23:29นะไอ้เวลาคนไข้มาตรวจสุขภาพหรืออะไรแบบเย
03:23:29 → 03:23:32ครับสมมุติว่ามันเจอไอ้เมดัขาว
03:23:33 → 03:23:35อีโอซิโนฟิลมันสูง
03:23:35 → 03:23:38เนี่ยซึ่งที่ตัวเรียนมาก็อีโอซิโนฟิลมัน
03:23:38 → 03:23:42ก็ขึ้นในกรณีเป็นพยาธิก็ได้หรือเป็นพวก
03:23:42 → 03:23:45ภูมิแพ้ใช่มั้ยฮะเออทีนี้ถ้าซักประวัติดู
03:23:45 → 03:23:47เนี่ยไอ้
03:23:47 → 03:23:50ประเด็นภูมิแพ้เนี่ยทั้งเรื่องคันเรื่อง
03:23:50 → 03:23:53พืนเรื่องน้ำมูกอะไรก็ไม่มี
03:23:53 → 03:23:56เลยเราจะคิดถึงเรื่องพยาธมั้ยฮะส่วนใหญ่
03:23:56 → 03:23:58ถ้าอย่างงี้
03:23:58 → 03:24:00เอ่อไม่
03:24:00 → 03:24:05ฮะในปัจจุบันนี้นะ
03:24:05 → 03:24:08ไม่เพราะว่าบางเคสเนี่ยความที่ eo มันสูง
03:24:08 → 03:24:13เนาะแล้วก็เอ่อประวัติเกี่ยวกับภูมิแพ้
03:24:13 → 03:24:17เนี่ยไม่มีเลยนะไม่มีเลย
03:24:17 → 03:24:22จ่ายอมตโซไปถ่ายพยาธ 3 วันมาแล้วหลังจาก
03:24:22 → 03:24:25นั้นก็มาตรวจเลือดอะไรกันอีกทีนึงก็เลย
03:24:25 → 03:24:30เช็ค CBC ไปด้วยปรากฏว่า eo มันหายไปไงอื
03:24:30 → 03:24:33ลๆมันมีมันมีไม่ใช่เคสเดียวอ่ะที่ผมเจอ
03:24:33 → 03:24:35อ่ะก็เลยไม่แน่ใจว่าเอ้าตกลง eo มันขึ้น
03:24:35 → 03:24:39จากอะไรมันเป็นพยาธจริงหรือเปล่าก็ไม่มัน
03:24:39 → 03:24:41ก็ไม่มีหลักฐานว่าเป็นอะไอย่า
03:24:41 → 03:24:45เงี้ยเออคิดว่ามันเป็นจากอะไรอาจารย์ถ้า
03:24:46 → 03:24:48อย่างงี้ถ้าถ้าคิดว่าไม่ค่อยคิดถึงเรื่อง
03:24:48 → 03:24:50พยาธิเท่าไหร่ด้วยซ้ำนะจริงๆมันก็เป็น
03:24:50 → 03:24:53ปฏิกิริยาการแพ้นี่แหละแต่มันเป็นการแพ้
03:24:53 → 03:24:56ที่ระบบไหนเนี่ย
03:24:56 → 03:25:00ออแต่ส่วนใหญ่นะส่วนใหญ่มันก็จะเป็นการ
03:25:00 → 03:25:05แพ้อาหารนะฮะเนี่ยปัจจุบันเออมันเป็น
03:25:05 → 03:25:09เรื่องของการแพ้อาหารอ๋อแต่ว่าอาการแพ้
03:25:09 → 03:25:12ชัดๆอาจจะไม่เห็นใช่อาการปวดท้องท้องเสีย
03:25:12 → 03:25:16อาจจะไม่มีอาการพวกคันไม่มีอาการพวกน้ำ
03:25:16 → 03:25:20มูกไหลจามอะไรตาแดงอะไรเไม่มีเออพวกเมัน
03:25:20 → 03:25:24ต้องไปทดสอบภูมิแพ้อหันแฝงเ่าหลักๆเนี่ย
03:25:24 → 03:25:28นะแต่ในเบื้องต้นเนี่ยเบสิค tial exam
03:25:28 → 03:25:31คุณก็ส่งศัตรู exam หรืออะไรต่างๆเนี่ย
03:25:31 → 03:25:39CBC อาจจะส่งซ้ำอีกทีนึงก็
03:25:39 → 03:25:42ได้ทีนี้แพ้อาหารแฝกเราก็ไม่รู้จะไปห้าม
03:25:42 → 03:25:46อะไรเพราะเพราะอย่างในในในสายของเราเนี่ย
03:25:46 → 03:25:49มันก็สารพัดอาหารที่มันไม่ดีที่เราก็รู้
03:25:49 → 03:25:53อยู่แล้วแต่ในทางปฏิบัติใครจะไปอดได้ทุก
03:25:53 → 03:25:56อย่างบอกให้เขากิน ow C High Good Fat
03:25:56 → 03:25:59แล้วกิน
03:25:59 → 03:26:03น้ำให้กินเร
03:26:03 → 03:26:08Food ต่ำตัดน้ำตาลตัดน้ำมัน
03:26:08 → 03:26:11พืชน้ำเนี่ยน้ำตาลกันน้ำมันนี่ตัว
03:26:12 → 03:26:17ร้ายพูดง่ายๆแเหมือนกับพวกอ้วนพวกดีๆเลย
03:26:17 → 03:26:20แหละใช่เป็นอย่างงั้น
03:26:20 → 03:26:26เลยรุดคอร์สแบบเดียวกันใช่อืเอมันพูดถึง
03:26:26 → 03:26:29เรื่องประเด็นเกี่ยวกับพยาธนะฮะไม่มีคนมา
03:26:29 → 03:26:32ถามเผมจำรายละเอียดไม่ได้หลายวันแล้วว่า
03:26:32 → 03:26:36จะถามแต่เขาก่อนลืมเบอกเเมีกระแสอนี้ที่
03:26:36 → 03:26:41แบว่ายาฆ่าพยาธไอ้ใบไม้อ่ะไอ้ตัวไอเวอร์
03:26:41 → 03:26:45แกินเนี่ยมันมันเอามามารักษามะเร็งหรือ
03:26:45 → 03:26:47มันรักษาโรคอะไอะไรอย่างอื่นได้ด้วยเหรอ
03:26:47 → 03:26:52นอกนอกเหนือจากรักษาพยาธใบไม้
03:26:52 → 03:26:55เนี่ยหรือหรือมันหรือมันข้อมูลมั่วหรือ
03:26:55 → 03:26:59เปล่าไม่ไม่ทราบอ๋อไม่มั่วไม่มั่วแต่ว่า
03:26:59 → 03:27:06เราก็เราไม่ได้ไม่ได้เคยอ่านเยเออไัวใช่
03:27:06 → 03:27:09มั้ยครับมันรักษาพวกมะเร็งพวกอะไรพวกนั้น
03:27:09 → 03:27:14ใต้เลยแหละมีด้วยฮะมีมารักษาด้วยแล้วก็
03:27:14 → 03:27:18รักษาโควิดด้วย
03:27:18 → 03:27:21ตอนนั้นน่ะมีอยู่ช่วงนึงน่ะที่เข้ามาใช้
03:27:21 → 03:27:25แต่เราก็ไม่ได้ติดตามไงอืเพราะว่าที่
03:27:25 → 03:27:27คลินิกเนี่ยไม่ได้
03:27:27 → 03:27:31ตรวจที่จะไปรักษาอะไรพวกนี้นะฮะ
03:27:31 → 03:27:35นะคือไม่มีตรวจโควิดไม่มีตรวจ influenza
03:27:35 → 03:27:38type a type b คือไปตรวจแยกสายพงสาย
03:27:38 → 03:27:43พันธุ์อะไรไม่ต้องก็เป็นหวัดมาก็รักษาแบบ
03:27:43 → 03:27:48วัดตามอาการตามกรรมการพอแล้ว
03:27:48 → 03:27:54นะไปแยกแยะเยอะไปแล้วก็เราไม่มีพวกยาพวก
03:27:54 → 03:27:58ไอ้พวกยาต้านไวรัสต่างๆไม่มียกเว้นแต่มี
03:27:58 → 03:28:00พวกอไซโคเวีย
03:28:00 → 03:28:05ตามตามปกติทั่วไปที่จะให้พวกงูสวัสดเปิม
03:28:05 → 03:28:13อะไรพวกนี้
03:28:13 → 03:28:17อืแว่าปัญหาของของคนในยุคสมัยนี้ก็จะเป็น
03:28:17 → 03:28:21เกี่ยวกับโรคจากอาหารมากกว่าแล้วใช่มั้ย
03:28:21 → 03:28:23พี่หมอมาก
03:28:23 → 03:28:27กว่า what to eat นี่แหะอาหารมันแปรรูป
03:28:27 → 03:28:30เยอะ
03:28:30 → 03:28:32นะก็อันเนี้ย
03:28:33 → 03:28:37เอ่อหมอก็มีคนไข้ที่เป็นเก๊า่ะฮะก็เป็นมา
03:28:37 → 03:28:39เกิน 10 ปีะ
03:28:39 → 03:28:45นะคือมันเป็นซะจนพิสูจน์ได้เลยว่าว่าคุณ
03:28:45 → 03:28:50ต้องต้องตัดคาฟนะฮะต้องตัดคาฟ
03:28:50 → 03:28:58นะถึงจะจะอยู่แบบอ่าแบบแบบการแอคอ่ะแบบ
03:28:58 → 03:29:02เี้แทคมันจะน้อยมากนะแต่เา้าก็ก็พูดไป
03:29:02 → 03:29:07หลายครั้งแล้วนะเค้าก็ไม่ตัดน่ะไม่ตัดเ
03:29:07 → 03:29:10แล้วก็มาฉีดยาจนกระทั่งดื้อยาอยู่เรื่อยๆ
03:29:10 → 03:29:14เรื่อยๆๆๆนะแต่ก็แปลกนะคนเก็ยังไม่มี
03:29:14 → 03:29:18ปัญหาเรื่องไตนะนะฮะแต่ว่ามันก็มี cy
03:29:18 → 03:29:23attack บ่อยมากอ่ะบ่อยมากนะคือมีการรับ
03:29:23 → 03:29:27ยาป้องกันน่ะเกินแบบป้องกันก็มีโิอกับ
03:29:27 → 03:29:32โคจิซินนะนะ 300 กับไอ้โคจิซิน 1 เมเนี่ย
03:29:32 → 03:29:35ป้องกันนะเสร็จแล้วเนี่ยมันก็มีเค้าเรียก
03:29:35 → 03:29:39recent attack เี่เดือนนึงเนี่ยนะจะไม่
03:29:39 → 03:29:43น้อยกว่า 3 ครั้งจะไม่น้อยกว่า 3 ครั้งนะ
03:29:43 → 03:29:46แล้วก็เดี๋ยวก็เกากำเริบเกากำเริบก็คือ
03:29:46 → 03:29:52เ้าปฏิเสธาฟไม่ได้อ่ะนะแต่มันเมีอยู่ช่วง
03:29:52 → 03:29:55นึงนะที่เค้ากล้าทดลองอ่ะคือตัดาฟอยู่
03:29:55 → 03:30:00ประมาณ 3 เดือนน่ะเกาไม่กำเริบเลยนะเราก็
03:30:00 → 03:30:02บอกว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นเนี่ยทำไมไม่จำ
03:30:02 → 03:30:08ไว้นะเนี่ยแล้วก็ลองไปทำตามสิเบอกว่าเ้า
03:30:08 → 03:30:11ไม่โอเคด้วยเไม่เอาด้วยแล้วก็ก็ไม่เหมือน
03:30:11 → 03:30:14เหมือนมันไม่สะดวกไม่อะไรต่างๆเหล่าเนี้ย
03:30:14 → 03:30:18นะเออในที่สุดเค้าก็เลยยอมชีวิตนี้ก็ยอม
03:30:18 → 03:30:22มาฉีดยาเอานะฉีดยาเอายาไปกินฉีดยาเอายาไป
03:30:22 → 03:30:25กินอย่างเงี้ยพกคนทำงานที่แบบไม่ค่อยได้
03:30:25 → 03:30:28ทำกับข้าวเองหรือป่ะยังไงก็หาเวลามาทำไม่
03:30:28 → 03:30:31ได้ยังไงฉันก็จะต้องซื้อกินน่ะแต่อันนี้
03:30:31 → 03:30:34เค้าก็มีเมียมีแฟนอะไรต่างๆแฟนเฟินก็รับ
03:30:34 → 03:30:39รู้นะเพราะผมเจอเคสเยอะนะที่แบบว่าก็
03:30:39 → 03:30:43พยายามจะไม่หวานไม่อะไรต่ออะไรนะแต่มามา
03:30:43 → 03:30:47ตายตรงที่ว่าซื้อกินเป็นส่วนใหญ่อือย่าง
03:30:47 → 03:30:54เงี้ยเจอคนมีใจเค้าก็มีเพบ่ะครับ
03:30:54 → 03:30:56อื
03:30:56 → 03:31:00เนี่ยคือก็จะมีเคสเก๊าทกับเคสแอสมาเนี่ย
03:31:00 → 03:31:04นะฮะนะเอแอสมาที่ที่ดื้ออ่ะ
03:31:04 → 03:31:10ดื้อดื้อยาพ่นดื้อยาฉีดดื้อเก่าอะไรต่างๆ
03:31:10 → 03:31:14เนี่ยอือแล้วก็บอกว่าให้ตัดคาฟตัดพืชออก
03:31:14 → 03:31:18จากปากกินสัตว์อย่างเดียวอะไรต่างๆนะ
03:31:18 → 03:31:22เพราะว่าผมปัญหามันอยู่ที่อินซูลินนะต้อง
03:31:22 → 03:31:26ต้องตัดฮอร์โมนตัวนี้ให้ได้นะนะก็เหมือน
03:31:26 → 03:31:31กับว่ายอมตายนะแต่มันทรมานมากนะวันนี้ก็
03:31:31 → 03:31:36มีคนไข้อ่ะมาพ่นยา 6 ครั้งฉีดเล็กซ่าอะไร
03:31:36 → 03:31:42ต่างๆก็ก็ยังดื้อยาอยู่ก็ยังแบบสงบไปได้
03:31:42 → 03:31:47สัก 3-5 นาทีมั้งนะแล้วก็แอีกนะฮะมันเกิด
03:31:47 → 03:31:50Air tring อ่ะก็คืออากาศมันคั่งแล้วมัน
03:31:50 → 03:31:56หายใจไม่ออกมันเหมือนจะหมดแรงด้วย
03:31:56 → 03:32:01อือก็ต้องฟอรต่อไปอยู่โรงพยาบาลไม่รู้
03:32:01 → 03:32:03ต้องใส่ทิ้วใส่ท่อหรือ
03:32:03 → 03:32:07เปล่าเป็น
03:32:07 → 03:32:12แสแปว่ายอมยอมเจ็บกับยอมตายแต่ไม่ยอมอด
03:32:12 → 03:32:18หวานเออก็คือเเตัดครับตัดไม่ได้เค้า
03:32:18 → 03:32:22อัญเชิญอินซูลินมาตลอด
03:32:22 → 03:32:26นะเยอะมากนะเยอะมากเค้าไม่รู้ไงฮะเไม่
03:32:27 → 03:32:31เข้าใจ
03:32:31 → 03:32:37นะคือมันไม่มีใครสอนมันก็ดื้อได้นะนะถึง
03:32:37 → 03:32:43จะเป็นยาพ่นยาฉีดอะไรก็ตามนะโอนะถ้ามัน
03:32:43 → 03:32:46ถึงจุดที่มันเซลล์หรือเนื้อเยื่อต่างๆ
03:32:46 → 03:32:49เนี่ยมันเค้าเรียกว่า
03:32:49 → 03:32:53มันมันเสียศูนย์หมดแล้วล่ะนะมันควบคุมไม่
03:32:53 → 03:32:55ได้่ะฮะนะ
03:32:55 → 03:32:59เนี่ยอก็ไม่รู้อ่ะนะมันก็ต้องเป็นสเต็ป
03:32:59 → 03:33:05ต่อๆไปอ่ะนะใส่ท่อนะ observe ICU เอหรือ
03:33:05 → 03:33:07บางคนเราท่อออกไม่ได้ก็ต้องเจาะคออะไร
03:33:08 → 03:33:11อย่าเงี้ยโอ้ยดูช่างไม่คุ้มกัน
03:33:11 → 03:33:18เลยเฮ้อ
03:33:18 → 03:33:22อือืแต่สาหัสขนาดนั้นไม่ยอมปรับนี่เราก็
03:33:22 → 03:33:26ไม่เข้าใจเค้านะบางทีเเราก็ไม่แหมมันไม่
03:33:26 → 03:33:30จะพูดว่ายังไงอ่ะนะคือฟามฝังหัวของคนน่ะ
03:33:30 → 03:33:34ฮะมันหักดิบไม่ได้เลยอ่ะนะคือเก๊ากับ
03:33:34 → 03:33:38แอสมาเนี่ยโอ้โหนะกับอินซูลินน่ะฮะที่มัน
03:33:38 → 03:33:42มาแบบเป็นตัวการเนี่ยแล้วเราเข้าใจว่ามัน
03:33:42 → 03:33:46ไม่ได้เป็นแบบอินซูลินที่มาแบบสูงๆนะฮะนะ
03:33:46 → 03:33:48มันน่าจะเป็นเค้าเรียกอินซูลินก้าวร้าว
03:33:48 → 03:33:51นี่แหละนะมาติ๊กเกอร์หรือว่ามาเป็นตัว
03:33:51 → 03:33:55กระตุ้นเค้านะแล้วเวลาทุกอย่างน่ะที่มัน
03:33:55 → 03:33:58เค้าเรียก attack หรือ ex bation ขึ้นมา
03:33:58 → 03:34:02เนี่ยมันก็จะอยู่นานกว่าจะเอาลงกว่าจะ
03:34:02 → 03:34:08โอ้โหกว่าจะค่อยๆเทป Off หรือค่อยๆลดโอ
03:34:08 → 03:34:11ตัวลงตัวลงไอ้หอบเิดนี่มันก็อินซูลินเป็น
03:34:11 → 03:34:13เป็นตัวหลักเหมือนกันนะครับอาจารย์เป็น
03:34:13 → 03:34:16ตัวติ๊กเกอร์เลยอ่ะเนี่ยที่ในปัจจุบัน
03:34:16 → 03:34:19เนี่ยเเหรอผมยังนึกว่านึยังนึกว่าเป็น
03:34:19 → 03:34:23คอร์ติซอลอะไมากกว่ามั้ไม่ใช่อินซูลิน
03:34:23 → 03:34:27เนี่ยมีผลมากๆนะโดยเฉพาะอินซูลินแบบที่
03:34:27 → 03:34:33บอกนี่แหละนะก้าวร้าวนี่แหละ
03:34:33 → 03:34:37นะแล้วอาหารเนี่ยมันแปรรูปมาก randle
03:34:37 → 03:34:41Cycle มันเยอะนะนะเพราะฉะนั้นไม่แปลก
03:34:41 → 03:34:45หรอกมีอินซูลินแต่คุณรู้มั้ยว่าเค้าเป็น
03:34:45 → 03:34:48aggressive
03:34:48 → 03:34:51อูนบางทีแล้วเนี่ยปริมาณอินซูลินที่
03:34:51 → 03:34:55กระตุ้นเนี่ยไม่ได้เยอะนะแต่ไอ้ตัว
03:34:55 → 03:34:58คุณสมบัติของอินซูลินนี่แหละนะมันเป็นตัว
03:34:58 → 03:35:02ร้ายซึ่งยังไม่รู้เลยว่าจะปับปามันยังไง
03:35:02 → 03:35:05เนี่ยก็คือสมมติมาตรวจเลือดสมมุติเราเจาะ
03:35:06 → 03:35:10inulin Level เนี่ยคำนวณม่าอาจจะไม่
03:35:10 → 03:35:14จำเป็นต้องต้องสูงเกินมากก็ได้ใช่มฮะมอาจ
03:35:14 → 03:35:17จะสูงนิดหน่อยเกิน 2 นิดๆอะไรอย่างงี้ใช่
03:35:17 → 03:35:24มแต่แต่พอกินหวานปุ๊บกินแปรรูปกินแนเข้า
03:35:24 → 03:35:26ไปนิดๆหน่อยๆเนี่ยปริมาณไม่ต้องเยอะงาน
03:35:26 → 03:35:29เข้าทันทีอ่ะใช่เนี่ยเเรียกว่าน้ำหนัก
03:35:29 → 03:35:33ขึ้นหรือจะระบบอะไรเกิดปัญหาก็แล้วแต่
03:35:33 → 03:35:42เนี่ยเเรียกว่าอท rance เ่ะเออกูโคอทเ
03:35:42 → 03:35:49เออหรือว่าอูน hens sity
03:35:49 → 03:35:53อ่ะแต่มันยังไม่มีศัพท์ที่เหมาะสมนะฮะเอ
03:35:53 → 03:35:55ในประเทศไทยมีใครพูดถึงเรื่องอินซูลิน
03:35:55 → 03:35:59ก้าวร้าวบ้างมั้ยครับพี่หมออินซูลินก้าว
03:35:59 → 03:36:03ร้าวไม่มีเดี๋ยว
03:36:03 → 03:36:07ฟังนอกจากอาจารย์ไม่ไม่ไม่น่ามีนะไม่ไม่
03:36:07 → 03:36:11มีหมอลี่ก็พูดนะหมอลี่พูดอยู่เดี๋ยวหมอ
03:36:11 → 03:36:18รีบพูดเ่อใครอีกูยสายเดียวกันญ่าพูดญ่า
03:36:18 → 03:36:20ไม่ได้พูด
03:36:20 → 03:36:24เออไม่รู้อ่ะเคยฟังแต่หมอลี่นอกนั้นไม่
03:36:24 → 03:36:28เคยฟังใครเลยออแล้วทเมืองนอกล่ะครับอ
03:36:29 → 03:36:31อินฟูสายสุขภาพเมืองนอกที่พูดเรื่องนี้
03:36:31 → 03:36:38เยอะๆอ๋อมีดรไวสก็พูดแทนี่อะไรอ่ะเอ่อกิว
03:36:38 → 03:36:43คาโฮก็พูดนะอ๋อกิวคาวาโฮอๆพูดเรื่องเนี่ย
03:36:43 → 03:36:47เรื่อง aggressive อูนเนี่ยนะแล้วก็หมอ
03:36:47 → 03:36:53อะไรอ่ะนที่เป็นสายสายเนื้อสัตว์นี่แหละ
03:36:53 → 03:37:00นะที่เอ้ยหมอหมออะไรนะมาคมาคเหรอมาอะไร
03:37:00 → 03:37:02แต่เค้าใช้คำว่า insulin depression น่ะ
03:37:02 → 03:37:04ฮะ
03:37:04 → 03:37:08อื
03:37:08 → 03:37:13เออคือคือเวลาไปกดใน Google เนี่ยก็พิมพ์
03:37:13 → 03:37:17ว่า aggressive insulin ลงไปเนี่ยอมัน
03:37:17 → 03:37:20เด้งขึ้นมาแต่แต่ aggressive insulin
03:37:20 → 03:37:23ที่เ้าหมายถึงว่าใช้อินซูลินหนักๆเลยใน
03:37:23 → 03:37:26เคสเบาหวานน่ะที่เหมือนกับว่าเค้าต้องการ
03:37:26 → 03:37:29คอนโทรลน้ำตาลลงมาให้เร็วๆก่อนเพื่อแก้
03:37:29 → 03:37:32ปัญหาเฉพาะหน้าอะไรบางอย่างอ่ะนะจะต้อง
03:37:32 → 03:37:35ผ่าตัดหรือว่าน้ำตาลมันสูง 4500 อะไรก็
03:37:35 → 03:37:37แล้วแต่ซึ่งมันจำเป็นต้องใช้อินซูรินหนัก
03:37:37 → 03:37:41หนักมืออ่ะเฉพาะหน้าไปก่อนเอาตัวรอดไป
03:37:41 → 03:37:43ก่อนอะไรประมาณอย่างเงี้ยคือคือมันจะมัน
03:37:43 → 03:37:46จะมาขึ้นมาจากไอ้เนื้อหาทรงเนี้ยซึ่งมัน
03:37:46 → 03:37:51ไม่ใช่เรื่องที่เราสนใจไงเอมันหมายมากๆ
03:37:51 → 03:37:54มันมีแต่ accessive อิซูลิน Treatment
03:37:54 → 03:37:56Exit insent therapy อะไรประมาณเงี้ย
03:37:56 → 03:37:59ที่เขาใช้สำหรับในเคสที่น้ำตาลมันดีดแรงๆ
03:37:59 → 03:38:02จากอะไรบางอย่างแล้วเต้องการจะรีบเอาลง
03:38:02 → 03:38:06อ่ะมันเป็นศัพท์ของยาของการเร่มันมันเป็น
03:38:06 → 03:38:08เรื่องของเคสที่มันหนักแล้วเข้าโรงพยาบาล
03:38:08 → 03:38:12น่ะแต่ว่าในแง่ของว่าพฤติกรรมอิลินที่มัน
03:38:12 → 03:38:15มันดื้อด้านมันดุโหด
03:38:15 → 03:38:18กินหลุดนิดหลุดหน่อยไม่ยอมเลยอะไรแบบ
03:38:18 → 03:38:21เนี้ยซึ่งเป็นกันเยอะ
03:38:21 → 03:38:25เนี่ยไม่ผมยังเสิรชไม่เจอเลยนะที่ว่าหมอ
03:38:25 → 03:38:30คนไหนพูดเนี่ยภาษาอังกฤษเถามไม่ได้เลยนั
03:38:30 → 03:38:33ก็ไม่แปลกว่าคนจะไม่เข้าใจคนก็ไม่เข้าใจ
03:38:33 → 03:38:37ใช่เพราะว่าเพราะว่าเราก็นึกไปตามรูปการ
03:38:37 → 03:38:40หรือเหตุผลน่ะฮะว่าแล้วอาหารในปัจจุบัน
03:38:40 → 03:38:45มันแปลรูปไปขนาดไหนอ่ะนะคือจากอต้าจากโส
03:38:45 → 03:38:49เป็น Ultra โสแล้วมันก็เป็นอะไรอ่ะ Super
03:38:49 → 03:38:53Ultra โสแล้วหรือยังนะแต่เขาใช้ตับคำ
03:38:53 → 03:38:55อะไรซะอย่างนึงนี่แหละนะคือมันยิ่งกว่า
03:38:55 → 03:39:00Ultra process น่ะนะโดยที่ว่าการแปรรูป
03:39:00 → 03:39:05ของมันเนี่ยยิ่งทำให้โมเลกุลเล็กลงและและ
03:39:05 → 03:39:09ใช้ในปริมาณที่น้อยๆนะนะแต่เเรียกว่า
03:39:09 → 03:39:11reaction น่ะหรือปฏิกิริยาที่มันจะไป
03:39:11 → 03:39:14กระตุ้นฮอร์โมนหรือไปติ๊กเกอร์อะไรบาง
03:39:14 → 03:39:21สิ่งบางอย่างเนี่ยพกเลยอ่ะไป
03:39:21 → 03:39:24เยอ
03:39:24 → 03:39:29อืมันแปลรูปอาหารไปเยอะมากนะจนกระทั่งเรา
03:39:29 → 03:39:32ตามเ้าไม่ทัน
03:39:32 → 03:39:36หรอก
03:39:36 → 03:39:41ครับโอ้อยู่ยากเข้าใจในแนวทางแบบของเรา
03:39:41 → 03:39:42อย่างเงี้ย
03:39:42 → 03:39:46นะแล้วก็เดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยวค่อยๆรอเวลา
03:39:47 → 03:39:50ที่มันจะมีคำมีศัพท์หรือมีนิยามอะไรมึง
03:39:50 → 03:39:51ออกมาเอง
03:39:51 → 03:39:55อ่ะเออก็คงไม่ต้องรอหรอกพี่หมอเพราะว่า
03:39:55 → 03:39:58ขนาดอะไรนะคอเลสเตอรอลยังสร้างจากตับกัน
03:39:58 → 03:40:01อยู่เลยอ่ะเออก็อย่างงี้แหละแล้วก็เมื่อ
03:40:01 → 03:40:04ไหร่มันจะรู้เนี่ยแต่ว่างานวิจัยมันตั้ง
03:40:04 → 03:40:07แต่ 1993 แล้วนะฮะนั่นน่ะสิพี่หมอมันไม่
03:40:07 → 03:40:09ใช่ว่าออก
03:40:09 → 03:40:15มาเพิ่งออกมานะมันก็นานมาแล้วนะ
03:40:15 → 03:40:19หลังจากที่เขาค้นพบไอ้ซต์ ldl ที่ตับน่ะ
03:40:19 → 03:40:25ที่มันเป็นอ่าหมออะไรไออะไร 2 คนนั้นน่ะ
03:40:25 → 03:40:29ที่ได้รับรางวัลโนเบลอ่ะนะนะซึ่งเขาก็ค้น
03:40:29 → 03:40:31พบหลายอย่างแล้วก็ได้รับกัน 2 คนคู่กันใน
03:40:32 → 03:40:35ปีนั้นปีนั้นก็คือปี
03:40:35 → 03:40:381985 หลังจากนั้นอีก 8 ปีอีก 8 ปีเนี่ย
03:40:38 → 03:40:45นะเนี่ยเออเค้าก็เคก็รู้เรื่องไอ้เรื่อง
03:40:45 → 03:40:47เซลล์ทุกเซลล์สร้างคอเลสเตอรอลนะไม่ได้
03:40:47 → 03:40:49สร้างที่
03:40:49 → 03:40:52ตัด 1993 นะ
03:40:52 → 03:40:56ฮะจนบัดนี้ 32 ปีแล้วอ่ะคนก็ยังบอกว่า
03:40:56 → 03:41:00คอเลสเตอรอลสร้างที่ตับ
03:41:00 → 03:41:02เนี่ย
03:41:02 → 03:41:05อืแล้วมันก็กลายเป็นว่าเอาคอเลสเตอรอลไป
03:41:05 → 03:41:09จ่ายให้เซลล์ที่เขาต้องการอะไรอย่างเงี้ย
03:41:09 → 03:41:14เออแล้วก็ไปกันใหญ่เลยอ่ะนะว่าเอาคอสอไป
03:41:14 → 03:41:16สร้างโนนสร้างนี่ไปสร้างผนังเซลล์ไปสร้าง
03:41:16 → 03:41:20วิตามินไปสร้างเอ่อเยื่อหุ้มเซลล์อะไร
03:41:20 → 03:41:24อย่างเงี้ยนะมันไม่
03:41:24 → 03:41:28ใช่
03:41:28 → 03:41:33อืครับผม
03:41:33 → 03:41:37อืตอนนี้ส่วนอันใหม่ๆอ่ะส่วนอันใหม่ๆอ่ะ
03:41:37 → 03:41:42ก็คือในเรื่องอะไรเบิอออมอคนออะไรต่างๆ
03:41:42 → 03:41:46อ่ะนะที่ในแต่ละ
03:41:46 → 03:41:50แต่ละกลุ่มสัตว์เนี่ยนะมันจะมีลักษณะของ
03:41:50 → 03:41:53การของการส่งผ่านพลังงานแลก็การหมุนเวียน
03:41:53 → 03:41:56คอเลสเตอรอลอย่างไร
03:41:56 → 03:42:02นะก็จะมีข้อสรุปนะว่าแต่ละแต่ละกลุ่ม
03:42:02 → 03:42:06เนี่ยมันมีตัวเเรียกว่าตัวนำส่งพลังงาน
03:42:06 → 03:42:10หรือตัวอนุภาคเอดี B เนี่ยมากน้อยแค่ไหน
03:42:10 → 03:42:13แล้วก็ตัวเอนไซม์ CP เนี่ยอะไรมีอะไรไม่
03:42:13 → 03:42:17มีแล้วก็ตัวตัว receptor activity อ่ะนะ
03:42:17 → 03:42:23เอออันไหนอ่า activity เยอะกว่ากันทั้ง
03:42:23 → 03:42:26หมดเนี้ยมีการวิจัยออกมาหมดแล้วมีข้อสรุป
03:42:26 → 03:42:30ออกมาหมดแล้วนะแล้วก็มนุษย์เนี่ยเป็น
03:42:30 → 03:42:34opportunistic พออมนิในกลุ่ม primate
03:42:34 → 03:42:39ที่ที่มี activity ของ ldl receptor ที่
03:42:39 → 03:42:42ตับต่ำที่
03:42:42 → 03:42:50สุดเพว่ามีวิวัฒนาการสูงสุดนะเนี่ยก็ต้อง
03:42:50 → 03:42:52แลกมาด้วยอันเนี้ยต่ำที่
03:42:52 → 03:42:57สุดครับนะเพราะฉะนั้นมันต่ำที่สุดเหล่า
03:42:57 → 03:43:02เนี้ยนะถ้าแล้วก็แล้วก็ความใกล้ชิดเนี่ย
03:43:02 → 03:43:04หรือ
03:43:04 → 03:43:09หรือหรือการที่ยีนหรือว่าเซลล์ร่างกายของ
03:43:09 → 03:43:12เราเนี่ยนะในการที่จะ adapt มาเนี่ยนะมัน
03:43:12 → 03:43:15ก็เป็นการ adapt ไปในสายทางต่างๆที่จะ
03:43:15 → 03:43:18เกิดเรื่องของ Body type อ่ะนะนะจะเป็น
03:43:18 → 03:43:22สายแป้งเนื้อจะเป็นทรงไหนนะแล้วก็เมันก็
03:43:22 → 03:43:27จะเกิดการที่จะต้องปรับการกินให้สอดคล้อง
03:43:27 → 03:43:31ไปทางฝั่งเวอหรือออมหรือหรือคิวอมากกว่า
03:43:31 → 03:43:35กันคือหาจุดสมดุลของตัวเองให้ดีที่สุด
03:43:35 → 03:43:39แล้วคุณก็สามารถที่จะกำหนดกำหนดไอ้ตัวนำ
03:43:39 → 03:43:43ส่งพลังงานหรืออนุภาคเอ้และโปตีน b
03:43:43 → 03:43:49กำหนด AC ของเอนไซมรวมทั้งอะไร activity
03:43:49 → 03:43:53ของ receptor ที่ตับนะได้อย่างเหมาะสม
03:43:53 → 03:43:55เมื่อคุณสามารถที่จะเข้าใจและกำหนดสิ่ง
03:43:55 → 03:44:00เหล่านี้ได้โดยใช้เก้าอี้ 4 ขาเนี่ยนะคุณ
03:44:00 → 03:44:03ก็จะค่อนข้าง optimal Health ค่าหลงค่าบ
03:44:03 → 03:44:07อะไรต่างๆมันก็จะไม่ไม่ชูตไม่ออกนอกรู่
03:44:07 → 03:44:11นอกทางไปจนกระทั่งตื่นตนกวิตกจริจิ
03:44:11 → 03:44:15สวาอืครับแล้วเสร็จแล้วเนี่ยคุณก็จะตัด
03:44:15 → 03:44:19สินใจด้วยตัวคุณเองอ่ะว่าเอาล่ะฉันทำได้
03:44:19 → 03:44:23แค่นี้แหละนะแล้วทีนี้เนี่ยเขาก็บอกว่ามี
03:44:23 → 03:44:27ยงมียาที่จะมาปรับมาลดมาแก้อะไรเงี้ยก็จะ
03:44:27 → 03:44:30ใช้หรือไม่ใช้เนี่ยนะก็คือทำทุกสิ่งทุก
03:44:30 → 03:44:34อย่างแล้วก็หาองค์ความรู้มาอธิบายนะเอ่อ
03:44:34 → 03:44:36สิ่งที่
03:44:36 → 03:44:39จะทำให้ตัวเองเนี่ยเข้าใจตัวเองได้ดีที่
03:44:39 → 03:44:43สุดเนะแล้วหลังจากนั้นจะแอดยาหรือไม่แอด
03:44:43 → 03:44:48จะแอดสั้นๆแอดยาวๆอะไก็ก็ว่าไปคุณพี่หมอ
03:44:48 → 03:44:51มีคำถามสุดท้ายมคุณป๊อกคุณป๊อกบอกว่าล่า
03:44:51 → 03:44:55สุดเกิดผื่นคันแดงตามแขนขาคันแบบมากสุดๆ
03:44:55 → 03:44:59เลยอคืออยู่ดีๆก็เป็นโดยไม่รู้สาเหตุก็
03:44:59 → 03:45:03เลยลองหยุดกินผักสดผักใบที่กินกับทีออย
03:45:03 → 03:45:06อ่ะครับแปว่าเขาคกินทีออยด้วยนะอือผ่านมา
03:45:06 → 03:45:095 วันผื่นคันเนี่ยหายเกือบ 95% คิดว่า
03:45:09 → 03:45:13น่าจะเกิดลิกิกัดจากแแนตนิวนในผักดิบอ่ะ
03:45:13 → 03:45:18ครับเกินักดิบติดต่อกันทุกวันมานานปีกว่า
03:45:18 → 03:45:22โออันนี้คือคีสรือเปล่าพี่หมอหรือว่ายัง
03:45:22 → 03:45:26ไงเอ่ยถ้าเรากินโคฟอยู่เนี่ยเราจะถือว่า
03:45:26 → 03:45:32เป็นคีชก็ได้นะฮะเนี่ยอืแล้วมันจะดูได้ไง
03:45:32 → 03:45:33ว่ามันมาจาก
03:45:33 → 03:45:40ที่ ketosis ไงนะ ketosis แล้วก็แล้วก็พอ
03:45:40 → 03:45:42ketosis แล้วมันเกิดปัญหา problem ทาง
03:45:42 → 03:45:46ด้าน Skin reaction เนี่ยอ่าเราจะถือ
03:45:46 → 03:45:49เป็นคีสอย่างนึงก็ได้เกิดช้าเกิดเร็วได้
03:45:49 → 03:45:52ทั้งนั้นนะฮะ
03:45:52 → 03:45:55อืทีนี้
03:45:55 → 03:45:59แอนตี้แเ้าเรียกว่าแแอนไทนิวนหรือเเรียก
03:45:59 → 03:46:01ว่าอะไร
03:46:01 → 03:46:05นะนั่นแหละ
03:46:05 → 03:46:09เอ่อตัวตัวสารต้าน
03:46:09 → 03:46:12ของของพืชใช่มั้ย
03:46:12 → 03:46:17อืแหล่งที่มาของของพืชเนี่ยปลูกเองหรือ
03:46:17 → 03:46:22เปล่าหรือมาจากตลาด
03:46:22 → 03:46:23เออ
03:46:23 → 03:46:27อืส่วนใหญ่เนี่ยคนพวกนี้จะเป็นสายแป้งและ
03:46:27 → 03:46:30จะเป็นสายพุงตับหรือไทรรอยด์นะเพราะ
03:46:30 → 03:46:35ฉะนั้นเนี่ยมันก็จะมีโอกาสนะโอกาสเกี่ยว
03:46:35 → 03:46:40กับพวกระบบลำไส้นะแล้วก็เกิดการเกิด
03:46:40 → 03:46:43ปฏิกิริยาของของผื่นแพ้ผื่นครรภ์หรือ
03:46:43 → 03:46:47ปฏิกิริยาอจีของของตับเอะไรต่างๆในการ
03:46:47 → 03:46:51กรองพิษอ่าลำไส้กับตับนี่
03:46:51 → 03:46:53เออ
03:46:53 → 03:46:58อ่าแล้วเคยกินเป็นดอง้วมั้ยผ่านการดองอ่ะ
03:46:58 → 03:47:03แล้วก็ปรับจากการกินสดมาเป็นกินสุกหรือ
03:47:04 → 03:47:07สุกโดยไม่ผ่านความร้อนก็คือ
03:47:07 → 03:47:09ดอง
03:47:09 → 03:47:12อือื
03:47:12 → 03:47:18ครับเอ่อท่างดไปแล้วก็หายก็โชคดีแล้วนะฮะ
03:47:18 → 03:47:22เออต่อไปลองกลับมากินใหม่แล้วมันจะเกิด
03:47:22 → 03:47:23ขึ้นอีก
03:47:23 → 03:47:27มยมัน
03:47:27 → 03:47:30อ่ามันมันคือต้องวางสมมุติฐานดีๆแล้วก็
03:47:30 → 03:47:35ต้องทดลองแบบให้มันเป็นคือสรุปบางทีสรุป
03:47:35 → 03:47:40มันสรุปยากยากเพราะว่าอย่างอย่างที่บอก
03:47:41 → 03:47:43ว่าผักอ่ะมันมาจากอย่างที่บอกว่ามันมาจาก
03:47:43 → 03:47:47แนตนิทนเของมันเองหรือว่าจะมาจากสารเคมี
03:47:47 → 03:47:50เออของมันหรือ
03:47:50 → 03:47:54ว่ามาจากอะไรแล้วบอ type แบบไหนจะเป็น
03:47:54 → 03:47:58ลักษณะแบบเดียวกับหมอมอโต้หรือเปล่าอืม
03:47:58 → 03:47:59อะไรแบบเนี้ย
03:48:00 → 03:48:03ครับแล้วเวลาเปลูกผัก
03:48:03 → 03:48:08อ่ะก็ทั้งไฮโดรโปนิคนะหรือไม่ก็ผักปลูก
03:48:08 → 03:48:12แต่ว่ามีปุ๋ยมีบางสิ่งบางอย่างอ่ะที่เร่ง
03:48:12 → 03:48:17ให้ผักมันโตเร็วๆเนี่ยพวกนี้ก็มีผล
03:48:17 → 03:48:21ได้แล้วผลบางทีแล้วค่อยๆสะสมน่ะจนกระทั่ง
03:48:21 → 03:48:24เกิด
03:48:24 → 03:48:29ปฏิกิริยาออืวิธีแก้ต้องไปดูเรื่องของ
03:48:29 → 03:48:36คีโตสใช่มั้ครับใช่แค่แบบีสไปอ่า
03:48:36 → 03:48:41โอเคครับผมหมดคำถามครับอ่ามีคุณณัฐพรครับ
03:48:41 → 03:48:45บอกอันอันนี้ไม่ได้คำถามครับบอกว่าให้คุณ
03:48:45 → 03:48:48พ่อคุณแม่อายุ 80 กับ 90 เนี่ยกินข้าว
03:48:48 → 03:48:51น้อยลงงดหวานจากที่เคยปวดเข่าบัวมมากจน
03:48:52 → 03:48:55เดินไม่ได้ต้องอุ้มไปฉีดยาแล้วก็ปรับมา
03:48:55 → 03:48:57กินแบบที่พวกเรากินกันเนี่ยเดี๋ยวนี้เขา
03:48:57 → 03:49:00ไม่มีปวดไม่มีบวมเหมือนแต่ก่อนเลยค่ะไม่
03:49:00 → 03:49:04ต้องกินไม่ต้องกินยาฉีดยาเลยเห็นผลชัดเจน
03:49:04 → 03:49:05จริง
03:49:06 → 03:49:10ค่ะเออเกินน้ำซุปต้มกระดูกเยอะ
03:49:10 → 03:49:16ๆครับน้ำซุปต้มกระดูกอ่ะนะ
03:49:16 → 03:49:21มีคอลลาเจนมีมีสารดีๆมีสเต็มเซลล์อะไร
03:49:21 → 03:49:27ต่างๆเออเนี่ยถ้าต้มดีๆเลยเนี่ยนะก็จะ
03:49:27 → 03:49:31เป็นซุปเปอร์ฟู้ดอันดับ 1 เลยของคนมีอายุ
03:49:31 → 03:49:36อืน้ำสุบต้มกระดูกนะครับเออแล้วก็ไข่นะก็
03:49:36 → 03:49:41ตามแนวทางนี้แหละนะทำได้แค่ไหนก็เอาแค่
03:49:41 → 03:49:45นั้นใดๆก็ตามที่มันเป็นปัญหาเรื้อรังมัน
03:49:45 → 03:49:49อักเสบเอ่อมันเป็นปัญหาของคนสูงวัยสูคน
03:49:49 → 03:49:56แก่อะไรต่างๆเหล่าเนี้ยจะค่อยๆฟื้นค่อยๆ
03:49:56 → 03:49:58ฟื้น
03:49:58 → 03:50:03อืครับผมหมดคำถามครับผม
03:50:03 → 03:50:07อือโอเคนั้นก็เที่ยงคืนแล้วครับพี่หมอพี่
03:50:07 → 03:50:14หมอมีอะไรกล่าวจบมั้ยครับไม่มีไม่มีแต่
03:50:14 → 03:50:15ว่า
03:50:15 → 03:50:19จะให้คุยเรื่องอะไรดีหมดเรื่องคุย
03:50:19 → 03:50:23นะสิ่งต่างๆเนี่ยมันก็เป็นของเดิมๆมของ
03:50:23 → 03:50:25เก่าๆอ่ะ
03:50:25 → 03:50:31อือว่าอยากจะคุยอะไรสั้นๆน่ะ
03:50:31 → 03:50:35อืจริงๆมันก็มาคุยสั้นๆในช่วงหลังเลยนะ
03:50:35 → 03:50:35ครับพี่
03:50:35 → 03:50:41หมอเออแต่ต้องมีคนมามาเสริมหรือว่ามาร่วม
03:50:41 → 03:50:42คุย
03:50:42 → 03:50:45เออบางทีเราไม่รู้จะ
03:50:45 → 03:50:49อ่าคือเหมือนกับว่ามาตั้งคำถามมามาคุยมา
03:50:49 → 03:50:56ตอบมาเสริมกันน่ะเพื่อให้คนอื่นเ
03:50:56 → 03:50:58รู้
03:50:58 → 03:51:01ครับมันต้องอยู่ที่ว่าช่วงนั้นอยากคุย
03:51:01 → 03:51:09เรื่องอะไรด้วยพี่หมอตามกระแส
03:51:09 → 03:51:10อื
03:51:10 → 03:51:14ฮัลโหลจะให้เค้าเสนอมาหล่าว่าอยากจะให้
03:51:14 → 03:51:19คุยเรื่องอะไรแต่ให้อยู่ในแนวของ low C
03:51:19 → 03:51:22High fash เนี่ยโดยเฉพาะเรื่องอาหง
03:51:22 → 03:51:25อาหารอะไรอย่าเงี้ยเพราะว่าบางสิ่งบาง
03:51:25 → 03:51:27อย่างมันก็ไม่ไม่ไม่ค่อยเหมาะกับการคุย
03:51:27 → 03:51:30มันก็เป็นเหมือนองค์ความรู้อ่ะที่ต้อง
03:51:30 → 03:51:35อ่านก็บางทีก็ต้องโพสต์ไป
03:51:35 → 03:51:40เอในเรื่องของคำถามเนี่ยบางทีคุยยากฮะนะ
03:51:40 → 03:51:43เพราะว่ารายละเอียดข้อมูลอะไรต่างๆเนี่ย
03:51:43 → 03:51:45มันเหมือนต้องไดค direct อ่ะมันเหมือน
03:51:45 → 03:51:48ต้องอยู่ตรงหน้าแล้วก็ต้องถามไถ่กัน
03:51:48 → 03:51:51เดี๋ยวนั้นเลยไม่งั้นแล้วข้อมูลมันไม่รอบ
03:51:52 → 03:51:57ด้านมันสรุปยากมันฟันธงยากเอรวมถามจะถาม
03:51:57 → 03:52:00อะไรเนี่ยก็มัวมาตรอพิมพ์รออะไรอยู่อย่า
03:52:01 → 03:52:03เงี้ยเบา
03:52:03 → 03:52:10ทมันดูแล้วมันไม่ไม่ไม่ต่อ
03:52:10 → 03:52:12เนื่อง
03:52:12 → 03:52:18อ่าครับก็จริงไงาเวลาถามมาแล้วบางที
03:52:18 → 03:52:23นะคุณพรบอกต้มน้ำซุปให้ใช้ทำอาหารทุกวัน
03:52:23 → 03:52:27อยู่ค่ะเออดีโอเค
03:52:27 → 03:52:32เอออุ๊ยหนูกวางคุณกวางยังอยู่นะครับเนี่ย
03:52:32 → 03:52:36เหรอเออผมว่านึไปนอนแล้วผมหรือว่าเพิ่ง
03:52:36 → 03:52:38ตื่น
03:52:38 → 03:52:42นะวันนี้วันนี้คุณวางสรุปดีนะผมตกผลึกเลย
03:52:42 → 03:52:49อ่ะอ๋อเออใช่ให้ 10 เต็ม 10 ตัดเกด 4
03:52:49 → 03:52:52+ เลยเย
03:52:52 → 03:52:56วางเออตอนแรกผมอ่านผ่านๆผมก็เออเฉยๆนะพอ
03:52:56 → 03:53:01พอพอกลับมาอ่านอีกทีนึงเฮ้ยมันใช่นี่
03:53:01 → 03:53:06หว่าครับผมคือยายกวางเนี่ยคุณหมอว่าเเป็น
03:53:06 → 03:53:10opportunistic kcd ไป
03:53:10 → 03:53:16แล้วอือยู่เนืใช่มยครับเอ่อไม่เป็น kcd
03:53:16 → 03:53:19อ่ะนะ kcd แต่ตอนนี้
03:53:19 → 03:53:22opportunistic ก็คือมีข้อดีจากกลุ่มไหน
03:53:22 → 03:53:27จากฝั่งไหนจากอ่าแนวทางไดอแบบไหนก็เอามา
03:53:27 → 03:53:29ผสม
03:53:29 → 03:53:33ผสานเออพี่หมอพี่โอ๊ตถามว่าน้ำต้มน้ำซุป
03:53:33 → 03:53:36ต้องกระดูกอ่ะถ้าต้มแค่ 4-5 ชมเนี่ย
03:53:36 → 03:53:38ประโยชน์จะต่างกับต้มเป็น 10 ชั่วมงมฮะ
03:53:38 → 03:53:44พี่หมอเออต่างกันฮะต่างกันนะ
03:53:44 → 03:53:47คือถ้าต้มนานนะฮะถ้าต้มนานเนี่ยโปรตีนมัน
03:53:47 → 03:53:51จะเสียโครงสร้าง
03:53:52 → 03:53:55นะคือจริงๆหวังกินน้ำซุปต้มกระดูกเนี่ย
03:53:55 → 03:54:00เราหวังจะได้ทั้งโปรตีนคุณภาพแล้วก็ไขมัน
03:54:00 → 03:54:04ดีนะไขมันดีคือไขมันดีมันได้แน่ไม่ว่าจะ
03:54:04 → 03:54:08ต้มต้ม 4-5 ชั่วมงหรือต้มข้ามคืนไป 10
03:54:08 → 03:54:13กว่าชั่วโมงนะนะแต่ปัญหาของต้มนานาเนี่ย
03:54:13 → 03:54:16ก็คือการดีเนเจอร์โครงสร้างของโปรตีนนะฮะ
03:54:16 → 03:54:21นะเอ่อโปรตีนในน้ำซุบต้มกระดูกอ่ะถือว่า
03:54:21 → 03:54:24ไม่ใช่โปรตีนคุณภาพนะเพราะมันเป็น
03:54:24 → 03:54:27คอลลาเจนนะมันเป็นคอลลาเจนแต่พวกเนี้ยก็
03:54:27 → 03:54:30เอาไปเสริมอ่ะเอาไปเสริมเนี่ยนะเสริม
03:54:30 → 03:54:34กระดูกเสริมผิวหนังเสริมอะไรต่างๆแต่ถ้า
03:54:34 → 03:54:37ต้มไปนานๆแล้วเนี่ยนะเนี่ยโปรตีนมันก็จะ
03:54:37 → 03:54:40เสียคุณภาพแต่ปริมาณไขมันดีมันจะได้เยอะ
03:54:40 → 03:54:43ขึ้นคือปริมาณไขมันอิ่มเดี่ยวซ้อนอะไร
03:54:43 → 03:54:46ต่างๆที่สกัดออกมาจากไขกระดูกแล้วตัว
03:54:46 → 03:54:50กระดูกเนี่ยเอ่อมันจะค่อนข้างเยอะมันได้
03:54:50 → 03:54:53อย่างเสียอย่างนึงอ๋อโอเคถ้าเราต้องการขข
03:54:53 → 03:54:57มันก็ต้องต้มนานเออนะแต่ถ้าเราต้องการ
03:54:57 → 03:55:00คอลลาเจนโปรตีนก็ต้มให้มัน 4 5 ชั่วโมง
03:55:00 → 03:55:02ก็พออย่างงี้ใช่มั้ยครับพี่หมอใช่ประมาณ
03:55:02 → 03:55:06เนี้ย 4 ประมาณไม่เกน 8 ชมเนี่ยเราจะได้
03:55:06 → 03:55:10ทั้งโปรตีนและไขมันดีนะ
03:55:10 → 03:55:14ออืคือ 45 ชั่วโมงนี่ก็เป็นเค้าเรียก
03:55:14 → 03:55:16เรียกว่าจุดที่มันกำลังเหมาะสมใช่มั้ย
03:55:16 → 03:55:20ครับใช่ๆคือได้ได้ทั้งคู่ได้ทั้งโปรตีน
03:55:20 → 03:55:26แล้วก็ไขมันเลยเอออืถ้านานๆไปเนี่ยนะเอ่อ
03:55:26 → 03:55:29ไขมันมันจะได้ค่อนข้างเยอะขึ้นมากขึ้นแต่
03:55:29 → 03:55:33โปรตีนมันจะไม่ได้มันจะเสียโครงสร้างแต่
03:55:33 → 03:55:35เสียโครงสร้างไม่เป็นไรนะกินเข้าไปเดี๋ยว
03:55:35 → 03:55:40ร่างกายมันก็เอาออกมันใช้ประโยชน์ไม่
03:55:40 → 03:55:44ได้อ๋อแต่ไม่ได้ไม่ได้สร้างอันตรายหรือ
03:55:44 → 03:55:46ว่าอะไรใช่มั้ยครับเออแล้วแต่จุดประสงค์
03:55:46 → 03:55:50อ่ะเช่นถ้าจุดประสงค์แบบเราจะกินเพื่อ
03:55:50 → 03:55:54เค้าเรียกว่าอ่อฟื้นฟูเยื่อบุลำไส้เรา
03:55:54 → 03:55:57เป็นสายแป้งเรามีปัญหาตับเรามีปัญหา
03:55:57 → 03:56:00ไทรอยด์เรามีปัญหาลำไส้แปรปรวนอะไรอย่าง
03:56:00 → 03:56:03เงี้ยนะก็ไม่ต้องนานไม่ต้อง
03:56:03 → 03:56:08นานเอ่อสายแป้งไม่ต้องกินน้ำซุปก็ต้ม
03:56:08 → 03:56:12กระดูกขี้ต้มไปนานๆมากนักนะแต่ถ้าเป็นสาย
03:56:12 → 03:56:15เนื้อเนี่ยคุณมีหมดแล้วล่ะโปรตีนสะสมคุณ
03:56:15 → 03:56:20ก็มีไขมันคุณก็เกินอะไรเงี้ยแต่ว่า
03:56:20 → 03:56:25เอ่ออยากจะได้พวกไขมันดีอะไรต่างๆนะมา
03:56:25 → 03:56:30เสริมมาเสริมไอ้ไอ้มื้อแรกมื้อหลังอะไร
03:56:30 → 03:56:35ต่างๆเนี่ยเอ่อมันก็ต้มนานๆข้ามข้ามข้าม
03:56:35 → 03:56:38คืนไปได้เลยนะเราไม่ได้สนใจโปรตีนน่ะ
03:56:38 → 03:56:42เพราะโปรตีนเราเยอะอยู่แล้วเราอ้วนครับจ
03:56:42 → 03:56:45สะสมไม่เยอะอ๋อ
03:56:45 → 03:56:49อ๋ออยู่ที่วัตถุประสงค์เออนี่ก็ถือว่า
03:56:49 → 03:56:53เป็นไส้ในของบนบอทเหมือนกันนะครับพี่หมอ
03:56:53 → 03:56:55แต่โดยทั่วไปคนเค้าก็จะประหยัดแก๊ส
03:56:55 → 03:56:59ประหยัดเวลาด้วยอ่ะนะเก็ไม่ได้ต้มนาเนเลย
03:56:59 → 03:57:03นะนะส่วนใหญ่เวลาก็ประมาณนี้แหละ 4 5 6
03:57:03 → 03:57:07ช่วโมงสูงสุดก็ประมาณ 8 ชมง
03:57:07 → 03:57:10อ่ะครับถ้าใช้หม้อแรงดันตุ๋นนะครับความ
03:57:10 → 03:57:12ร้อนทำให้คุณค่าทางอาหารเสียไปเยอะมั้
03:57:12 → 03:57:17ครับพี่หมอเออก็ไม่เยอะหรอกนะไม่เยอะ
03:57:17 → 03:57:21เพราะว่าเราเราเราช่วงแรกไฟแรงนะแล้วหลัง
03:57:21 → 03:57:25จากนั้นเราก็ลาไฟไฟอ่อนๆอื
03:57:25 → 03:57:30อ๋อไฟอ่อนๆเนี่ยถ้าในเวลาที่เหมาะสมเนี่ย
03:57:30 → 03:57:32เอ่อคุณค่าทางอหารไม่ได้เสียแต่แต่ถ้า
03:57:33 → 03:57:36ข้ามคืนเกิน 10 ช่วโมงไปเนี่ยนะตัวโปรตีน
03:57:36 → 03:57:37มัน
03:57:37 → 03:57:41เสียมันเสียเพราะว่ามันนานน่ะมันนานมัน
03:57:41 → 03:57:47โดนความร้อนลมนานน่ะนานยาวนานน่ะอปกติมัน
03:57:47 → 03:57:50เสียเพราะว่าความนานของความร้อนกับความ
03:57:50 → 03:57:52แรงของความ
03:57:52 → 03:57:55ร้อน
03:57:55 → 03:58:02อืมนอะไให้มันพอเหมาะอืมแต่เก็ไม่เสียไป
03:58:02 → 03:58:05ก็ไม่มีอะไรหรอกเพราะเดี๋ยวเราก็กินเร
03:58:05 → 03:58:07Food เ่ะที่เป็นเนื้อเกลือไข่เยอะอยู่
03:58:07 → 03:58:07แล้ว
03:58:07 → 03:58:13ล่ะอืๆๆคือน้ำซุปตกระดูเนี่ยมันเป็นตัว
03:58:13 → 03:58:17ประกอบมันเป็นเป็นตัวประกอบมาประกอบ
03:58:17 → 03:58:22นะมาประกอบเป็นน้ำอะไรน้ำสตงน้ำสต๊อกน้ำ
03:58:22 → 03:58:25แกงอะไรอย่างเงี้ยนี่เป็นไปมาๆผมกินทุก
03:58:25 → 03:58:27วันแล้วนะเนี่ยไอ้ไอ้น้ำซุปต้อง
03:58:27 → 03:58:33กระดูกกินก็ดีนะ
03:58:33 → 03:58:40เออช่วงหลังนี้เริ่มเริ่มจะมาดังกัน
03:58:40 → 03:58:43เยอะ
03:58:43 → 03:58:46อืนะครับหมอมอโต้หนีไปนอนแล้วครับเออได้ๆ
03:58:46 → 03:58:51วันนี้เราปิดไลฟ์แล้วนะครับก็เออมีใคร
03:58:51 → 03:58:56อยากจะให้ไลฟ์อะไรก็ลองแชร์ๆถามมาก็ได้นะ
03:58:56 → 03:58:57ฮะ
03:58:57 → 03:59:00เออเดี๋ยวสงสผมต้องเก็บข้อมูลหมายถึงว่า
03:59:00 → 03:59:03เก็บคำถามแล้วบางทีตอบตอบจบเลยอย่างวัน
03:59:03 → 03:59:06นี้พี่หมอตอบไอ้นี่ผมขนลุกเลยว่ะเรื่อง
03:59:06 → 03:59:08เรื่องไมเกรนนะ
03:59:08 → 03:59:13ครับที่กินที่กินซีดีแล้วก็ไมเกรนหนักเลย
03:59:13 → 03:59:14อ่ะ
03:59:14 → 03:59:18โอันนี้ก็ดีนะอันเนี่ยยแบบผมก็ูหยิบออกมา
03:59:18 → 03:59:23ทำเป็นเป็นได้อีกบทความนึงเลย
03:59:23 → 03:59:29อ่ะว่ามันเป็นข้อเสียของไขมันอิ่มตัวอืๆๆ
03:59:29 → 03:59:33ๆอือคือตามชาร์จแห่งปีของเราเนี่ยถ้า
03:59:33 → 03:59:36สมมุติว่าเรากินเป็นแบบไอใชโปรตีนแล้วไข
03:59:36 → 03:59:39มันอิตัวเยอะๆอย่าเงี้ยครับมันจะเกิดอะไร
03:59:39 → 03:59:44ขึ้นลงไปไล่ตามชารแห่งปีของเรานะเนี่ยเรา
03:59:44 → 03:59:48ก็จะเข้าใจเองอ่ะนะแล้วทำไม a b มันถึง
03:59:48 → 03:59:52ได้เยอะทำไม VL dl หรือ L มันถึงได้สูง
03:59:52 → 03:59:55อะไรเงี้ย
03:59:55 → 04:00:00อืเพราะว่าร่างกายมันจะต้องมันก็มันก็ไม่
04:00:00 → 04:00:03ค่อยได้ใช้ไงเพราะร่างกายเี่เขาพฟรหรเข
04:00:03 → 04:00:07อยากที่จะใช้มูฟ่านะที่เข้าทางระบบน้ำ
04:00:07 → 04:00:10เหลืองซึ่ง
04:00:10 → 04:00:14มันมูฟ่าเนี่ยในเร Food เนี่ย้านจาก
04:00:14 → 04:00:17อโวคาโดแล้วมันก็หายากนะ
04:00:17 → 04:00:21อืมันมีอย่างอื่นอีกมั้ยพี่หมอที่มันเป็น
04:00:21 → 04:00:23มูฟ่าเป็นเรวฟู้ด
04:00:23 → 04:00:26อ่ะหมูฟ้าเรว
04:00:26 → 04:00:30ฟู้ดจริงๆเนี่ยเรากินพวกหมูคือเรากิน
04:00:30 → 04:00:33สัตว์เนี่ยมันก็มีมูฝ้าอยู่อ่ะนะแล้วมัน
04:00:33 → 04:00:37ก็จะไปเข้าทางระบบน้ำเหลืองอืแต่ว่ามัน
04:00:37 → 04:00:41ไม่ได้สัดส่วนไงคือมันไม่ได้สอๆมีปัญหา
04:00:41 → 04:00:45ที่สัดส่วนแต่ถ้ามันเป็นเพียวออยอ่ะเรามา
04:00:45 → 04:00:50กำหนดอัตราส่วนเรามากำหนดปริมาณซีซีอะไร
04:00:50 → 04:00:55อย่างเงี้ยได้หมดนะพวกนี้มันจะเด่นใน
04:00:55 → 04:00:58เรื่องของความแม่นยำความพอดี
04:00:59 → 04:01:04นะแต่ถ้าเรากินร่วมน่ะนะก็คือในเนื้อ
04:01:04 → 04:01:06เกลือไข่อ่ะมันก็มีหมดแหละอิ่มเดี่ยวซ้อน
04:01:06 → 04:01:09นะแต่ว่าทีนี้มันจะมา
04:01:09 → 04:01:14แบบจะมาตัดจะมาจะมาเฉลี่ยเนี่ยมันจะยาก
04:01:14 → 04:01:15มากนะ
04:01:16 → 04:01:19เออมันไม่เหมือนเป็นแบบเดี่ยวๆเพียวๆ
04:01:19 → 04:01:24หน่อยคือมันมันตั้ง 50% เลยนะพี่หมอก็ใช่
04:01:24 → 04:01:28โอ้มันมันเยอะมากอ่ะแต่ว่าอาหารที่เรากิน
04:01:28 → 04:01:31ส่วนมากมันจะเป็นอิ่มตัวซะเยอะอ่ะแล้วก็
04:01:31 → 04:01:35เดี๋ยวนี้โอเมก้า 6 ก็เยอะ
04:01:35 → 04:01:37อื
04:01:37 → 04:01:41อไม่น่าอาหารเมดิเตอเรเนียนมันถึงมันถึง
04:01:41 → 04:01:45Healthy อ่ะนะพี่หมอใช่ใช่เพราะว่าพื้น
04:01:45 → 04:01:48น้ำมันมะกอก
04:01:48 → 04:01:54เอก็คือมูฟ้านี่แหละนะแล้วก็หลายกูรูเขา
04:01:54 → 04:01:59ก็ยกย่องให้น้ำมันมะกอกนี่แหละนะเป็นราชา
04:01:59 → 04:02:03แห่งน้ำมันอ่าอันดับ 1 พูดพูดถึงไอ้น้ำ
04:02:03 → 04:02:07มันมะกอกสกัดเย็นนะครับอืวันวันก่อนที่
04:02:07 → 04:02:10ที่เรามาคำนั่งคำนวณกันเนาะผมก็จำตัวเลข
04:02:10 → 04:02:14คร่าวๆมาที่ของหมอๆมอโต้เให้มาเนี่ยไอ้
04:02:14 → 04:02:19มะกอกตัวเดียวเนี่ยมันมีมูฟ่า
04:02:19 → 04:02:2473% อือมันมีอิ่มตัว 17% มั้งแล้วมันก็
04:02:24 → 04:02:26มีปูฟ่า
04:02:26 → 04:02:2910% ซึ่งถ้าแบบเนี้ยสมมุติว่าเราใช้น้ำ
04:02:29 → 04:02:33มันมะกอกตัวเดียวเลยนะเราไม่ได้มาทำมันก็
04:02:33 → 04:02:36หมายถึงว่าเป็นเป็นทรีออยที่ที่เราไม่ได้
04:02:36 → 04:02:38ใช้ออยหลายตัวเราใช้แค่ตัวเดียวแต่ว่ามัน
04:02:38 → 04:02:41ก็ได้อิ่มเดี่ยวซ้อนเนี่ยมันก็ได้สัดส่วน
04:02:41 → 04:02:43ใกล้เคียงกับที่เราต้องการพอสมควรนะคือ
04:02:43 → 04:02:47คือมูฟ่าเยอะที่สุดใช่มยแต่มันก็ยังมีมี
04:02:47 → 04:02:51อิ่มให้บ้างอ่ะอิ่ม 17% ก็ไม่ได้น้อยมาก
04:02:51 → 04:02:54อ่ะแล้วก็แล้วมันก็มีปูฝ้าแต่ปูฝ้ามันอาจ
04:02:54 → 04:02:57จะน้อยไปนิดนึงมันได้แค่ 10
04:02:57 → 04:03:00อืเพราะฉะนั้นเพราะฉะนั้นถ้าถ้านึกอะไร
04:03:00 → 04:03:03ไม่ออกเนี่ยกินมะกอกอย่างเดียวกินมะกอก
04:03:03 → 04:03:05โอลีฟหรือว่ากินน้ำมันมะกอกตัวเดียวเนี่ย
04:03:05 → 04:03:08แบบเมดิเตอร์เรเนียนเนี่ยมันก็ Healthy
04:03:08 → 04:03:10ได้ระดับนึงนะเพียงแต่ว่าโอเคมันอาจจะไม่
04:03:10 → 04:03:13ได้เป๊ะเท่ากับที่เราคำนวณที่เรามานั่งปั
04:03:13 → 04:03:18นั่งผสมกันใช่
04:03:18 → 04:03:23นะเพราะว่าในต่างประเทศหลายคนเก็กินแค่น
04:03:23 → 04:03:28มะกอกก็คือเป็นเมดิเตอร์เรเนียนแล้วก็
04:03:28 → 04:03:33มีกก็เหมือนกับเป็นแบบ CD kcd แล้วก็เรา
04:03:33 → 04:03:36ก็มีน้ำสลัดจากน้ำ
04:03:36 → 04:03:41มันเตัวหลักเลยคุณประกอูฟากแต่แต่แต่ถ้า
04:03:41 → 04:03:44เอาเอาแบบ
04:03:44 → 04:03:47เอาแบบให้ครบเครื่องจริงๆ
04:03:47 → 04:03:51เนี่ยถ้ามันก็ไม่ใช่ว่าไอ้ตัวไขมันอิ่ม
04:03:51 → 04:03:55ตัวจากสัตว์อ่ะเช่นเรากินชีสหรือว่าเรา
04:03:55 → 04:04:00กินเนื้อติดมันเนี่ยมันจะมาแทนตัวตัวตัว
04:04:00 → 04:04:03น้ำมันตัวไขมันอิ่มตัวจากพืชได้ใช่มั้ยฮะ
04:04:03 → 04:04:06ใช่มันก็มันก็แทนไม่ได้ 100% อยู่ดีถูก
04:04:06 → 04:04:08มั้ยฮะ
04:04:08 → 04:04:14ูถูกต้องเพราะว่าถ้าถ้าอย่างนั้นเนี่ยนะ
04:04:14 → 04:04:20ร่างกายมันจะตีตีเป็นตีเป็นโปรตีนงนะคือ
04:04:20 → 04:04:23คุณกินสัตว์เนี่ยมันเหมือนแนวโน้มที่
04:04:23 → 04:04:27อินซูลินมันจะมาเนี่ยมันจะมากกว่านะมาก
04:04:27 → 04:04:35กว่าการที่มันจะถูกตีเป็นไข
04:04:35 → 04:04:38มันคือจริงๆในสัตว์มันก็มีมูฝ้าเยอะ
04:04:38 → 04:04:44เหมือนกันนะพี่หมอใช่แต่ไอ้ไขมันอิตัวก็
04:04:44 → 04:04:48เยอะด้วยอย่างปลาแซลมอนอะไรพวกนี้ไงอื
04:04:48 → 04:04:51โอเมก้า 3 มีอะไรเหมือนกันแต่แต่ว่ามัน
04:04:51 → 04:04:54ไม่ใช่ตัวเดียวกับในพืชใช่ปคนละฟอร์มกัน
04:04:54 → 04:04:58ป่ะคนละฟอร์มแต่ว่าที่นี่ผมถามนี่กำลัง
04:04:58 → 04:05:01ถาม AI อยู่เบอกว่าเยอะสุดอ่ะเนื้อวัวตาม
04:05:01 → 04:05:03มาด้วยเบคอนเนื้อไก่มันหมูแล้วก็เนยตาม
04:05:03 → 04:05:09ลำดับอ่ะครับอืสูงที่สุดคือเนื้อวัวเนื้อ
04:05:09 → 04:05:13หมูแล้วก็ไก่แต่ว่ามันจะมีไขมันอิ่มตัว
04:05:13 → 04:05:16สูงไปด้วย
04:05:16 → 04:05:21อืเพราะฉะนั้นเนี่ยกิน
04:05:21 → 04:05:25แบบกินแบบที่มันไม่มีน้ำมันน่ะนะมันก็พอ
04:05:25 → 04:05:29กินได้แต่ว่ามันจัดสัดส่วน
04:05:29 → 04:05:32ยากคือถ้าถ้าเป็นถ้าเป็นบอิใช้สายเนื้อ
04:05:32 → 04:05:34เค้าก็มันก็ compensate ได้อยู่แล้วอ่ะนะ
04:05:34 → 04:05:38พี่หมออ๋อใช่ๆถูกต้องเอออืมันไม่มีปัญหา
04:05:38 → 04:05:42ไงแต่ถ้าเกิดเป็นทรงผอมทรงสายแป้งไทรอยด์
04:05:42 → 04:05:47ุงตับิได้เออใช่ๆมัน compensate ไม่ได้
04:05:47 → 04:05:50มันก็คือไอ้ไอแขมันอิ่มตัวก็ไปสร้าง
04:05:50 → 04:05:55อักเสบไปแ้ B อยยตามมาเพียบเลยใช่นี่แหละ
04:05:55 → 04:05:59นะอืแล้วก็ไปสร้าง a b แล้ว
04:05:59 → 04:06:05ก็เออ hdl ldl พุ่งเอ่าอันนี้มูฟ่าที่
04:06:05 → 04:06:08เยอะที่สุดคือมะกอกโวคาโดแมคคาเดเมียอมอน
04:06:08 → 04:06:12แล้วก็เม็ดมะม่วงหิมพานตนะพี่หมอ
04:06:12 → 04:06:17อืในพืช
04:06:18 → 04:06:22อ่ะแล้วก็ต้องมาบานโอเมก้า 3 อีกเนาะเหู
04:06:22 → 04:06:24ฝ้า
04:06:24 → 04:06:28อืแต่จับจุดได้มันก็ไม่ยากนะพี่หมอเดี๋ยว
04:06:28 → 04:06:32นี้ก็ให้ใส่ไคทีเรียไปแล้วให้ AI มันบอก
04:06:32 → 04:06:34มาเลยว่ากินได้เท่าไหร่เท่าไหร่เท่าไหร่
04:06:34 → 04:06:37อ่ะ
04:06:37 → 04:06:42อืนั่นแหละก็ต้องสอนแนะนำให้ลูกเพจค่อย
04:06:42 → 04:06:47ค่อยๆพยายามใช้ AI รวมทั้งจะได้มีคำตอบใน
04:06:47 → 04:06:51ตัวอาหารที่เรากินน่ะว่ามันเหมาะสมแค่
04:06:51 → 04:06:56ไหนอืมมันสำคัญที่คำถามละพี่หมอเออแล้ว
04:06:56 → 04:07:01เสร็จแล้วเราก็เอามาแชร์โพสต์ไว้ในใน
04:07:01 → 04:07:04กลุ่มอาหารนั่นแหละอือจะได้เป็นตัวอย่าง
04:07:04 → 04:07:08ให้คนอื่นๆ
04:07:08 → 04:07:14เอเคจะได้รู้แนวทางการถามมานะพี่หมอใช่
04:07:14 → 04:07:20อันนี้มันประโยชน์อือื
04:07:20 → 04:07:25อครับ
04:07:25 → 04:07:42[เพลง]
04:07:42 → 04:07:47ผมไ
04:07:47 → 04:07:52[เพลง]