00:00:00 → 00:00:03[เสียงดนตรี]
00:00:03 → 00:00:06You're listening to Mahidol Channel Podcast.
00:00:06 → 00:00:08Listen for a better life.
00:00:08 → 00:00:11ฟังเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
00:00:11 → 00:00:14และนี่คือรายการพอดแคสต์ของช่อง Mahidol Channel
00:00:14 → 00:00:16โดย มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:16 → 00:00:20[เสียงดนตรี]
00:00:20 → 00:00:23เครียด เศร้า มีความทุกข์ หาทางออกไม่ได้ ไม่รู้จะคุยกับใคร
00:00:23 → 00:00:26อยากให้ทุกคนมาฟังมหิดลแชนแนลพอดแคสต์
00:00:26 → 00:00:29ที่จะมาช่วยคุณในการจัดการ ปัญหาสุขภาพทางใจ
00:00:29 → 00:00:33ในรายการ Re-Mind รู้ทันปัญหาสุขภาพจิต สำรวจอารมณ์ความคิด
00:00:34 → 00:00:36เข้าใจพฤติกรรมของตนเองและคนใกล้ตัว
00:00:36 → 00:00:39กับผม หมอหลิว นายแพทย์สมบูรณ์ หทัยอยู่สุข
00:00:40 → 00:00:45จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:45 → 00:00:49วันนี้หมออยากจะมาชวนคุณผู้ฟังทุกท่าน ได้มาคุยกันเรื่องความเครียดครับ
00:00:50 → 00:00:54แค่ได้ยินคำนี้ บางคนก็กุมหัวแล้วนะ รู้สึกว่า โอ๊ย หมอ...
00:00:54 → 00:00:59อุตส่าห์พักผ่อน ผ่อนคลาย มาวันนี้ เพิ่งเปิดมาวันจันทร์ มาชวนคุยเรื่องเครียด ๆ
00:01:00 → 00:01:03แหม แต่ชีวิตเรา มันก็มีเรื่องเครียดเป็นของคู่กันนะครับ
00:01:04 → 00:01:08นึกย้อนไปนะครับ เมื่อตอนมีนา ปี 63 ที่ผ่านมา
00:01:08 → 00:01:11เราเผชิญกับภาวะวิกฤต COVID-19 ใช่ไหมครับ
00:01:11 → 00:01:12รู้สึกอย่างไรกันบ้าง
00:01:13 → 00:01:15ได้ยินชื่อก็เครียดนะครับ
00:01:15 → 00:01:17หลาย ๆ คนตอนนี้ก็ยังรู้สึกอยู่ว่า
00:01:17 → 00:01:19โควิดมันช่างยาวนาน
00:01:19 → 00:01:21ยืดเยื้อ เรื้อรัง
00:01:21 → 00:01:24ดังนั้น อยากจะมาชวนคุยกันว่า
00:01:24 → 00:01:28แล้วความเครียดที่มันเกิดขึ้น ในชีวิตประจำวันคนเรานี่
00:01:29 → 00:01:30มันเป็นอย่างไร
00:01:31 → 00:01:32ความเครียดมันคืออะไร
00:01:32 → 00:01:36สาเหตุของความเครียดมีอะไรบ้าง
00:01:37 → 00:01:40แล้วความเครียดมันส่งผลกระทบกับเราอย่างไร
00:01:40 → 00:01:41แล้วสุดท้ายนะครับ คือเรื่องของ
00:01:42 → 00:01:44วิธีการรับมือกับความเครียดครับ
00:01:44 → 00:01:45อันแรกนะครับ
00:01:45 → 00:01:47ความเครียดคืออะไรครับ
00:01:47 → 00:01:49มีคนให้คำจำกัดความไว้มากมาย
00:01:49 → 00:01:52หมออยากจะขอสรุปให้สั้น ๆ นะครับว่า
00:01:52 → 00:01:58ความเครียด เป็นภาวะของอารมณ์หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้น
00:01:58 → 00:02:02เมื่อบุคคลต้องเผชิญกับเรื่องราวต่าง ๆ
00:02:02 → 00:02:03แยกย่อยไปทีละคำนะครับ
00:02:03 → 00:02:06คำว่า ภาวะ หมายความว่า มันไม่ยั่งยืน ไม่ถาวรครับ
00:02:07 → 00:02:09มันมา เดี๋ยวมันก็ไป
00:02:09 → 00:02:13มันมา แล้วมันก็มาใหม่ได้ แล้วมันก็ไปใหม่ได้ สลับไปสลับมา
00:02:14 → 00:02:16ดังนั้นเมื่อไหร่ที่เราใช้คำว่าเป็นภาวะ
00:02:16 → 00:02:17แสดงว่าอะไรครับ
00:02:18 → 00:02:20แสดงว่าเป็นเรื่องปกติ
00:02:21 → 00:02:22มันยังไม่ได้เป็นโรคนะครับ
00:02:23 → 00:02:25อยากให้เริ่มตรงนี้ก่อนว่า
00:02:25 → 00:02:28คนเราเวลาที่เครียด เมื่อรู้คำจำกัดความแล้ว
00:02:28 → 00:02:32เราจะเข้าใจว่า อ๋อ มันปกติ
00:02:33 → 00:02:37นึกตามนะครับคุณพ่อคุณแม่ หรือว่าผู้ฟังทางบ้าน
00:02:37 → 00:02:38ไม่ว่าจะเป็นบทบาทไหนก็ตาม
00:02:38 → 00:02:41แต่ถ้าเป็นคนทั่ว ๆ ไป มนุษย์วัยทำงานอย่างพวกเรา
00:02:41 → 00:02:46บางทีตื่นเช้ามาบางทีก็ต้องคิดแล้ว โอ้โฮ วันนี้รถจะติดไหม
00:02:46 → 00:02:49ออกตอนนี้ เท่านี้โมง รถจะเป็นอย่างไร
00:02:49 → 00:02:53หรือจะมีสื่อสารขนส่งมวลชนต่าง ๆ นานา จะเสียหรือเปล่า
00:02:53 → 00:02:55ก็เครียดแล้วใช่ไหมครับ
00:02:55 → 00:03:00ความเครียดในวันจันทร์ เมื่อเช้านะ ไม่เท่ากับความเครียดในวันศุกร์
00:03:00 → 00:03:02วันศุกร์บางทีตื่นมาเราก็ไม่ค่อยเครียด
00:03:02 → 00:03:04รู้สึกว่า เดี๋ยวฉันจะได้ไปใช้ชีวิตวันหยุดแล้ว
00:03:05 → 00:03:08บางคนตื่นมาวันจันทร์ก็ โอ้โฮ เดี๋ยวหนักหน่วงทั้งสัปดาห์
00:03:09 → 00:03:14ดังนั้น จะเห็นไหมครับว่าความเครียด มีตั้งแต่ตื่นนอน คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น
00:03:14 → 00:03:15ระหว่างทางมันมีอยู่ตลอด
00:03:15 → 00:03:19บางคนแค่คิด ตอนเย็นว่าเดี๋ยวเย็นนี้ ฉันจะกินอะไรก็เครียด
00:03:19 → 00:03:22ดังนั้น จริง ๆ ความเครียดเป็นเรื่องปกติครับ
00:03:22 → 00:03:25จะบอกว่ามนุษย์ปกตินะครับทุก ๆ ท่าน
00:03:25 → 00:03:29มีเหมือนสมดุลการใช้ชีวิต ที่เป็นเหมือนตาชั่งหนึ่งอัน
00:03:30 → 00:03:32ซึ่งมันอยู่ของมันแบบสมดุลแบบนี้นะครับ
00:03:33 → 00:03:37แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งมันมีอะไรสักอย่าง เป็นภาวะภายนอกที่มันเข้ามากระทบ
00:03:38 → 00:03:40แล้วตาชั่งนี้ก็อาจจะเอียง
00:03:40 → 00:03:41พอตาชั่งที่เอียง
00:03:41 → 00:03:43อาจจะเป็นความเครียดที่เกิดขึ้น
00:03:44 → 00:03:47แต่มนุษย์ปกติ พอมีอะไรที่เข้ามากระทบ แล้วเกิดตาชั่งที่เอียง
00:03:48 → 00:03:51ร่างกายหรือกลไกในจิตใจของเรานะครับ
00:03:51 → 00:03:52จะปรับให้กลับเข้าสู่สมดุลใหม่
00:03:53 → 00:03:55แล้วจะเกิดสมดุลใหม่ในชีวิต
00:03:55 → 00:03:58อันนี้เรียกว่าเราเผชิญความเครียด แล้วผ่านมันไปได้
00:03:58 → 00:04:00ความเครียดเล็ก ๆ น้อย ๆ
00:04:00 → 00:04:04ทำให้มนุษย์เราพัฒนาได้มากขึ้น
00:04:05 → 00:04:07ทุกท่านลองนึกย้อนกลับไปดูนะครับว่า
00:04:07 → 00:04:10อุปกรณ์หรือนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เกิดในโลก
00:04:10 → 00:04:13บางอย่างมันเกิดจากความเครียดของคนนะ
00:04:14 → 00:04:16หมอยกตัวอย่างเช่น
00:04:16 → 00:04:19นักวิทยาศาสตร์นั่งอยู่ใต้ต้นแอปเปิล แล้วก็มีแอปเปิลตกใส่หัว
00:04:20 → 00:04:23เครียดเหมือนกันนะ นั่งอยู่ดี ๆ แล้วก็มีแอปเปิลตกใส่หัว
00:04:23 → 00:04:26แต่เขาไปคิดกฎของเขาขึ้นมาใหม่
00:04:26 → 00:04:30เป็นกฎเรื่องของกฎธรรมชาติ กฎแรงโน้มถ่วงต่าง ๆ นานา
00:04:30 → 00:04:32โอ้โฮ น่าสนใจไหมครับ
00:04:33 → 00:04:35ความเครียดแม้เพียงเล็กน้อย ที่แอปเปิลตกใส่หัว
00:04:35 → 00:04:38ทำให้เกิดกฎทางฟิสิกส์ เกิดกฎแรงโน้มถ่วง
00:04:38 → 00:04:41ซึ่งขับเคลื่อนเรื่องต่าง ๆ นานา ตามมาอีกมากมาย
00:04:42 → 00:04:47ดังนั้น ความเครียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จะช่วยให้สร้างสิ่งดี ๆ ตามมามากมาย
00:04:48 → 00:04:50หรือในเรื่องของวิวัฒนาการของมนุษย์ก็ได้ครับ
00:04:51 → 00:04:55มนุษย์เรานะแต่ก่อน ถ้านึกภาพสารคดีตามไปนะครับ
00:04:56 → 00:04:58เราเป็นเหมือนลิงโลกเก่านะ
00:04:58 → 00:05:01เราเป็นเหมือนมนุษย์ดึกดำบรรพ์ยุคหินนะครับ
00:05:01 → 00:05:05ไม่มีเสื้อผ้าใส่ มีอาวุธยุคหิน หมออาจจะพูดผิดนะ ยกตัวอย่างเฉย ๆ นะ
00:05:05 → 00:05:10เออ...ทำไมอยู่ดี ๆ วันหนึ่งเราถึงมีเสื้อผ้า เพราะเราเครียดไง เราเครียดว่าเราหนาว
00:05:10 → 00:05:12เราก็เลยต้องหาเครื่องนุ่มห่ม
00:05:13 → 00:05:16เราเครียดว่าเราไม่สามารถหาของกินในป่า ได้ปกติ เราก็เลยต้องผลิตอาวุธ
00:05:17 → 00:05:18เพื่อไปล่าสัตว์
00:05:18 → 00:05:20มันเกิดจากความเครียดใช่ไหมครับ
00:05:20 → 00:05:24มันเกิดจากภาวะ ที่มันมีปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบ
00:05:24 → 00:05:28แล้วรู้สึกว่าเราไม่สามารถผ่านมันไปได้ เราก็เลยต้องอยู่รอดไงครับ
00:05:29 → 00:05:32หน้าที่ของมนุษย์อย่างหนึ่งคือต้องอยู่รอด ต้องมีชีวิตรอด
00:05:33 → 00:05:35ความเครียดนี้แหละ ที่จะทำให้คนอยู่รอด
00:05:35 → 00:05:36มันคือความเครียดที่ปกติ
00:05:36 → 00:05:37มนุษย์เรานะครับ
00:05:37 → 00:05:42ถ้าเติบโตหรือว่าดำรงชีวิตโดยที่ไม่เครียดเลย
00:05:42 → 00:05:43อันนี้สิเป็นปัญหา
00:05:44 → 00:05:45ถ้าไม่เครียดเลยนี่
00:05:45 → 00:05:47ทั้ง ๆ ที่เรื่องนั้นควรจะเครียด
00:05:48 → 00:05:53โอ้โฮ แสดงว่าคนนั้นต้องมีปัญหาในการจัดการ หรือในการควบคุมอารมณ์แล้วล่ะ
00:05:53 → 00:05:58เขาทำไมเขาไม่ตระหนักถึงสิ่งที่มันมากระตุ้น แล้วทำให้เขาเครียด
00:05:58 → 00:06:04ทำไมเขาถึงไม่คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า ว่าเรื่องนี้มันจะส่งผลกระทบต่อเขาอย่างไร
00:06:04 → 00:06:05อันนี้เกิดปัญหาแล้ว
00:06:05 → 00:06:08ไม่เป็นปัญหากับตัวเขาเอง ก็ต้องเป็นปัญหากับคนรอบข้างที่อยู่กับเขา
00:06:09 → 00:06:11ความเครียดในระดับน้อยเกินไป มันเป็นปัญหา
00:06:11 → 00:06:14ในขณะเดียวกัน ความเครียดที่มากเกินไป
00:06:15 → 00:06:17เช่น เรื่องนิดเดียว เรื่องเท่านี้
00:06:17 → 00:06:22คนทุกคน ไปถามคนร้อยคน ไม่มีใครเครียดเลย มีคนนี้เครียดอยู่คนเดียว
00:06:23 → 00:06:25อุ๊ย แสดงว่า มันกำลังเยอะไปใช่ไหม
00:06:25 → 00:06:27ถ้าเยอะไป เราต้องมาฟังตรงนี้ว่า
00:06:27 → 00:06:30เดี๋ยวเราจะทำอย่างไร หรือเราจะจัดการกับมันอย่างไร
00:06:30 → 00:06:32รู้จักความเครียดกันไปแล้วนะครับว่า
00:06:32 → 00:06:33เป็นเรื่องปกตินะครับ
00:06:33 → 00:06:35ถัดไปอันที่สองนะครับ
00:06:35 → 00:06:38เรื่องของสาเหตุแห่งความเครียดนะครับ
00:06:38 → 00:06:40สำหรับสาเหตุของความเครียด
00:06:40 → 00:06:43หมออยากจะแบ่งออกเป็น 2 ข้อย่อยนะครับ
00:06:43 → 00:06:44อันแรกคือว่า
00:06:45 → 00:06:47ปัจจัยภายในตัวบุคคลนั้น ๆ เอง
00:06:47 → 00:06:50อันที่สองคือเรื่องของปัจจัยภายนอกนะครับ
00:06:51 → 00:06:53มาดูทีละอย่างนะครับสำหรับสาเหตุความเครียด
00:06:53 → 00:06:55ปัจจัยภายในที่ทำให้เกิดความเครียดมีอะไรบ้าง
00:06:56 → 00:06:59คนเรานะครับ เติบโตมา
00:07:00 → 00:07:04เวลาที่มีเรื่องบางเรื่อง มันเป็นเรื่องของชุดความเชื่อ
00:07:05 → 00:07:06ชุดประสบการณ์
00:07:06 → 00:07:09คุณผู้ฟังทุกท่านลองคิดตามกันไปนะครับว่า
00:07:09 → 00:07:12เอ...ฉันเองมีแนวคิดอย่างไร
00:07:12 → 00:07:14ฉันเป็นคนแบบไหน
00:07:15 → 00:07:18เวลาฉันเผชิญกับเรื่องทำนองนี้
00:07:18 → 00:07:21เอ๊ะ...ฉันคิดเหมือนเพื่อนหรือเปล่า
00:07:22 → 00:07:25ฉันคิดเหมือนแฟนฉันหรือเปล่า ฉันคิดเหมือนคนข้าง ๆ หรือเปล่า
00:07:25 → 00:07:29ถ้าไม่เหมือน ลองคิดตาม เอ๊ะทำไมแตกต่างกัน
00:07:29 → 00:07:33มันมีอะไรนะที่ทำให้คนเราไม่เหมือนกัน
00:07:34 → 00:07:35ลองไปตามด้วยกันนะครับ
00:07:36 → 00:07:39ปัจจัยภายใน คือสาเหตุที่จะทำให้เกิดความเครียดแล้วนะครับ
00:07:39 → 00:07:44ถ้าคนเราอย่างที่บอกครับว่าเป็นเหมือนตาชั่ง เป็นเหมือนคานชั่งอย่างนี้นะครับ
00:07:44 → 00:07:47ถ้าปัจจัยภายนอกที่มันเข้ามากระทบเบา ๆ
00:07:48 → 00:07:52คานนี้ ตาชั่งนี้สามารถเอียงกลับมา แล้วสู่สมดุลได้
00:07:52 → 00:07:56แต่ถ้าปัจจัยภายนอกที่เข้ามากระทบนี้ ใหญ่เกินไป
00:07:56 → 00:07:59บางทีรับไม่ไหวหรอกครับ
00:07:59 → 00:08:02รับไม่ไหวจนกระทั่งเกิดความเครียด ที่มากจนเกินพอดี
00:08:02 → 00:08:04จนทำให้เกิดความเครียดสะสม
00:08:04 → 00:08:06จะเห็นได้ว่าปัจจัยภายนอก
00:08:08 → 00:08:09มีผลจริง ๆ
00:08:09 → 00:08:12แต่ปัจจัยภายนอกที่ไม่เหมือนกัน เช่น
00:08:12 → 00:08:14ถูกลดเงินเดือน 10%
00:08:14 → 00:08:16กับถูกออกจากงาน อันนี้ไม่เหมือนกันใช่ไหมครับ
00:08:16 → 00:08:18ความสำคัญของปัญหาต่างกัน
00:08:19 → 00:08:20และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ
00:08:20 → 00:08:23ปัจจัยสองอันที่สะท้อนซึ่งกันและกันคือ
00:08:23 → 00:08:26ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ที่กระทำซึ่งกันและกันนี่ครับ
00:08:27 → 00:08:29ถ้าปัจจัยภายนอกที่เหมือนกัน
00:08:29 → 00:08:32แต่คนมี Mindset ที่แตกต่างกัน
00:08:33 → 00:08:36จะทำให้คน ๆ นั้น ตอบสนองต่อความเครียดนั้น ไม่เหมือนกันครับ
00:08:36 → 00:08:38ดังนั้น จะเห็นได้เลยว่า
00:08:38 → 00:08:40สาเหตุของความเครียดมีทั้งสองอย่าง
00:08:40 → 00:08:44แล้วสองอย่างกระทำซึ่งกันและกัน และกระทำด้วยตัวมันเองอยู่แล้วเหมือนกัน
00:08:44 → 00:08:49[เสียงดนตรี]
00:08:49 → 00:08:52ผลกระทบของความเครียดที่เกิดกับร่างกายนะครับ
00:08:52 → 00:08:54ลองนึกตามไปด้วยกันนะครับ
00:08:54 → 00:08:55เวลาเครียดเกิดอะไรขึ้นกันบ้างครับ
00:08:56 → 00:08:57ให้เวลานึกแป๊บนึง
00:08:59 → 00:09:01หมอเชื่อว่าที่ตอบกันมาจะต้องมีแน่ ๆ เลยคือ
00:09:02 → 00:09:03ปวดหัวใช่ไหมครับ
00:09:04 → 00:09:05ปวดคอ บ่า ไหล่
00:09:05 → 00:09:09โอ้ ธุรกิจนวดเฟื่องฟูเลยเพราะว่ามนุษย์ ออฟฟิศอย่างเราเป็นออฟฟิศซินโดรมกันหมด
00:09:10 → 00:09:11ท้องเสีย
00:09:12 → 00:09:13ท้องผูก
00:09:15 → 00:09:16กินอาหารไม่อร่อย
00:09:17 → 00:09:18นอนไม่หลับ
00:09:20 → 00:09:22มีไหมครับ มีใครมีอาการเหล่านี้ไหมครับ
00:09:23 → 00:09:25อาการเหล่านี้นะครับ เป็นนิด ๆ หน่อย ๆ
00:09:25 → 00:09:29เราก็รู้สึกว่า ไม่เป็นไร ฉันยังโอเค
00:09:29 → 00:09:31แต่บางคนเรื้อรังจริง ๆ นะครับ
00:09:31 → 00:09:34มีเพื่อนของหมอบางคนเหมือนกัน ที่ปวดคอ บ่า ไหล่
00:09:34 → 00:09:37จนกระทั่งไม่สามารถสะพายเป้ได้เลยนะ
00:09:37 → 00:09:40ต้องเหมือนกับ ไปไหนมาไหนต้องลากกระเป๋าเดินทาง
00:09:40 → 00:09:41เพราะว่าปวดจริง ๆ
00:09:41 → 00:09:43มันสัมพันธ์กับความเครียดนะครับ
00:09:43 → 00:09:47บางคนสังเกตตัวเองเลยนะครับ เวลาที่เครียด ๆ แล้วเป็นหวัดง่ายขึ้น
00:09:49 → 00:09:52ไอ จาม น้ำมูกไหล ไข้ขึ้น
00:09:52 → 00:09:54ร้อนในในปาก หวัดอะไรอย่างนี้ นิด ๆ หน่อย ๆ
00:09:54 → 00:09:56สัมพันธ์กับความเครียด
00:09:56 → 00:09:59เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่ามีการศึกษามากมายเลยที่ยืนยันว่า
00:09:59 → 00:10:03ความเครียดส่งผลกระทบต่อ ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
00:10:04 → 00:10:06เวลาที่เราเครียดเยอะ ๆ นี่
00:10:06 → 00:10:08สัมพันธ์กับเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่มีการเพิ่มขึ้น
00:10:08 → 00:10:11หรือบางทีระบบภูมิคุ้มกันทีเซลล์ บีเซลล์ ต่าง ๆ นานานี่
00:10:11 → 00:10:12มันสัมพันธ์กับความเครียดทั้งหมด
00:10:12 → 00:10:14แต่ถ้าเป็นเยอะขึ้น เกิดอะไรขึ้น
00:10:15 → 00:10:20ไปสัมพันธ์กับเรื่องของระบบหัวใจและหลอดเลือด
00:10:20 → 00:10:22โอ้โฮ น่ากลัวเหมือนกันใช่ไหมครับ
00:10:23 → 00:10:26ที่คนชอบบอกว่า เครียดระวังเป็นโรคหัวใจ
00:10:26 → 00:10:28อืม...จริง ๆ เกี่ยวข้องกัน
00:10:29 → 00:10:31โอเคแหละ มันมีปัจจัยอื่น ๆ เนอะ
00:10:31 → 00:10:33ไม่ว่าจะเป็นโรคทางกายต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อโรคหัวใจ
00:10:33 → 00:10:36แต่พบเจอว่า คนที่เครียดนี่
00:10:36 → 00:10:38จะมีโรคหัวใจที่มากกว่าคนปกติ
00:10:38 → 00:10:42หรือสัมพันธ์กับเรื่องของ โรคความดันโลหิตสูงได้เช่นเดียวกัน
00:10:42 → 00:10:49บางคนจะมีเรื่องของหลอดเลือดในสมอง ที่เป็นหลอดเลือดแตกหรือหลอดเลือดตีบ
00:10:49 → 00:10:51ที่ภาษาทางการแพทย์เราเรียกว่า Stroke
00:10:52 → 00:10:55หรือว่าทั่ว ๆ ไป เราก็จะเรียกว่า โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
00:10:55 → 00:10:57ก็พบเจอว่าสัมพันธ์กับโรคเครียดนะ
00:10:58 → 00:11:02จะบอกแบบนี้ว่าเวลาที่หมอพูดทั่ว ๆ ไปว่า สัมพันธ์ หรือเวลาทุกท่านได้ฟังได้อ่าน
00:11:02 → 00:11:05ที่ใครต่อใคร คุณหมอชอบมาบอกว่าสัมพันธ์นี่
00:11:05 → 00:11:08มันแปลว่าอาจจะไม่ได้เป็นปัจจัยโดยตรง
00:11:09 → 00:11:11แต่เราพบเจอว่ามันมีความเกี่ยวข้องนะครับ
00:11:11 → 00:11:15เวลาฟังงานต่าง ๆ ที่คุณหมอชอบพูดถึง จะได้ไม่งงกันนะครับ
00:11:15 → 00:11:20ถ้ารุนแรงถึงชีวิต เมื่อสักครู่พูดถึงไป โรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาตนะ
00:11:20 → 00:11:22สัมพันธ์กับมะเร็งครับคุณผู้ฟัง
00:11:22 → 00:11:24มะเร็งต่าง ๆ สัมพันธ์กับเรื่องเครียดนะ
00:11:24 → 00:11:29นอกจากพันธุกรรม นอกจากพวกสารก่อมะเร็ง หรือสารอนุมูลอิสระต่าง ๆ แล้วนี่
00:11:29 → 00:11:33ความเครียดก็ทำให้เกิด เรื่องของมะเร็งได้เช่นเดียวกันนะครับ
00:11:33 → 00:11:35ผลกระทบต่อร่างกายว่าไปแล้ว
00:11:35 → 00:11:39ถัดมาเป็นเรื่องของผลกระทบต่อ จิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรมนะครับ
00:11:39 → 00:11:42ถ้าเชื่อมโยงกับเรื่องทางกาย
00:11:42 → 00:11:46จะพบเจอว่าคนที่เครียดง่าย ๆ นี่ บางทีจะมีอาการแรก ๆ ก็คือนอนไม่หลับ
00:11:46 → 00:11:50เมื่อไหร่เราสังเกตว่าตัวเราเองนอนไม่หลับ แสดงว่าจิตใจเราไม่ปกติแล้ว
00:11:50 → 00:11:53เป็นไหมครับ เวลาที่บางทีเราตื่นเต้นเหมือนกันว่า
00:11:53 → 00:11:58เช้าวันถัดมา เราจะต้องไปทำกิจกรรมสำคัญบางอย่าง
00:11:58 → 00:11:59แล้วเรานอนไม่หลับ
00:12:00 → 00:12:02เพราะเราเครียดไง ใช่ไหมครับ
00:12:02 → 00:12:06แต่ถ้าความเครียดหรือเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น มันซ้ำ ๆ
00:12:06 → 00:12:08นอนไม่หลับติดต่อกันอาทิตย์นึง
00:12:08 → 00:12:09โอเคไหมครับ
00:12:09 → 00:12:14หมอไม่โอเคนะ มันส่งผลต่อหน้าที่การงานอาชีพ กิจวัตรประจำวันของเรา
00:12:14 → 00:12:15ดังนั้น นอนไม่หลับ เริ่มต้นเลย
00:12:15 → 00:12:18ที่เป็นเรื่องของอารมณ์หรือพฤติกรรม ที่เปลี่ยนแปลงไป
00:12:18 → 00:12:21พอเป็นซ้ำ ๆ ก็รู้สึกว่า ฉันไม่มีความสุข
00:12:22 → 00:12:23ฉันไม่โอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้น
00:12:23 → 00:12:26ตั้งคำถามกับตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้น
00:12:26 → 00:12:31ส่งผลต่อเรื่องของความรู้สึก สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง
00:12:31 → 00:12:35เวลาเครียดซ้ำ ๆ เยอะ ๆ บางทีการออกไปทำอะไรบางอย่าง มันแย่ลง
00:12:35 → 00:12:38ทางการแพทย์เราอาจจะเรียกว่า Performance มันแย่ลงใช่ไหมครับ
00:12:38 → 00:12:41เป็น Performace anxiety หรืออะไรก็ตาม
00:12:41 → 00:12:42แล้วเราก็รู้สึกว่าเราไม่มีความสุข
00:12:42 → 00:12:44จากเดิมเราทำอะไร ๆ ได้ดี
00:12:44 → 00:12:47เรารู้ว่าเราเป็นพนักงานที่ดี เรารู้ว่าเราเป็นแม่ที่ดี
00:12:47 → 00:12:50เรารู้ว่าเราเป็นเพื่อนที่ดี
00:12:50 → 00:12:52แต่กลายเป็นว่าพอเวลาที่มันเครียดซ้ำ ๆ
00:12:52 → 00:12:55เวลาทำหน้าที่ต่าง ๆ เหล่านี้ในชีวิตประจำวัน
00:12:56 → 00:12:57มันทำได้ไม่เหมือนเดิม
00:12:57 → 00:12:59พอมันทำได้ไม่เหมือนเดิม
00:12:59 → 00:13:01คนจะกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า
00:13:02 → 00:13:03แล้วฉันยังมีคุณค่าอะไรอยู่
00:13:03 → 00:13:06พอเราเครียดเยอะ ๆ
00:13:06 → 00:13:08เครียดซ้ำ ๆ สะสม ๆ
00:13:08 → 00:13:10บางทีมันจะกลายเป็นสู่ภาวะเศร้านะครับ
00:13:10 → 00:13:12ภาวะเศร้านิด ๆ หน่อย ๆ ไม่เป็นไร
00:13:12 → 00:13:15แต่ถ้าเริ่มเยอะ ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ กลายไปเป็นโรคซึมเศร้า
00:13:15 → 00:13:18โรคซึมเศร้าเป็นอย่างไร เดี๋ยว EP ถัด ๆ ไป เราจะมาฟังกันนะครับ
00:13:18 → 00:13:21วันนี้อดใจไว้แป๊บนึง ยังไม่ได้ไปพูดเรื่องนั้นนะ
00:13:21 → 00:13:23จิตใจ และอารมณ์ พฤติกรรมนี่ ถ้าเกิดในผู้ใหญ่
00:13:23 → 00:13:27บางทีก็อย่างที่บอกครับว่ามันก็จะกลายเป็น อาการเรื่องของหงุดหงิด
00:13:27 → 00:13:30หรือว่าเรื่องของตั้งคำถามกับตัวเอง
00:13:30 → 00:13:33อารมณ์เปลี่ยนแปลง ไม่ภูมิใจในตัวเอง วิตกกังวลต่าง ๆ นานา
00:13:33 → 00:13:36บางทีเป็นโรคซึมเศร้าก็ตาม เป็นโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ตามมาก็ตามนะครับ
00:13:37 → 00:13:40แต่ถ้าเกิดในเด็กล่ะ เผื่อมีพ่อแม่ผู้ปกครองฟังอยู่ตรงนี้
00:13:40 → 00:13:43มีการศึกษาวิจัยในต่างประเทศนะครับ
00:13:43 → 00:13:46เขาไปศึกษาในอเมริกาแล้วบอกว่า
00:13:46 → 00:13:50เด็กที่เติบโตมาภายใต้เหตุการณ์รุนแรง
00:13:50 → 00:13:54ในภาษาวิชาการเขาเรียกว่า Adverse Childhood Experiences (ACEs)
00:13:55 → 00:13:56ซ้ำ ๆ ซ้ำ ๆ เช่น
00:13:57 → 00:13:59เกิดการกระทำทารุณกรรมเกิดขึ้นในบ้าน
00:13:59 → 00:14:02มีพ่อแม่ที่ติดสารเสพติด
00:14:02 → 00:14:05มีพ่อแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า มีการกระทำทารุณกรรมกับเด็ก
00:14:05 → 00:14:09มีการใช้ความรุนแรงทางอารมณ์ หรือมีการฆ่าตัวตายเกิดขึ้น
00:14:09 → 00:14:11เมื่อติดตามไปแล้วพบว่า
00:14:11 → 00:14:13สิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กเครียด
00:14:13 → 00:14:16แล้วไปศึกษาตอนโต กลับพบเจอว่า
00:14:16 → 00:14:21ไปสัมพันธ์กับคน ๆ นั้น เมื่อเติบโต เป็นผู้ใหญ่ แล้วกลายไปเป็นโรคมะเร็ง
00:14:21 → 00:14:23กลายไปเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
00:14:24 → 00:14:25น่าสนใจไหมครับ
00:14:25 → 00:14:27จากใจไปสู่กายได้อย่างไร
00:14:27 → 00:14:30ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์หรือว่าทางการแพทย์ ยังตอบไม่ได้ทั้งหมดครับ
00:14:30 → 00:14:32เพียงแต่ว่ามันมีความเกี่ยวข้องกัน
00:14:32 → 00:14:35อาจจะเป็นเรื่องของฮอร์โมน ที่กระตุ้นความเครียด
00:14:35 → 00:14:37อาจจะเป็นเรื่องของยีน
00:14:37 → 00:14:39อาจจะเป็นเรื่องของสารสื่อประสาทบางตัว
00:14:39 → 00:14:42แต่ทีนี้ก็มีคำถามว่า เอ๊ะ แล้วถ้าตัวเราไม่เครียดล่ะ
00:14:42 → 00:14:44ถ้าคนรอบข้างเครียด
00:14:44 → 00:14:46อะไรที่ควรทำ อะไรที่ไม่ควรทำ
00:14:47 → 00:14:48หมอคิดว่าอย่างแรกเลยนะครับ
00:14:48 → 00:14:51สังเกตเขาก่อนครับว่า เขากำลังเครียดอยู่ใช่ไหม
00:14:51 → 00:14:52ว่าเขากำลังเครียดอยู่หรือเปล่า
00:14:53 → 00:14:57พอสังเกตแล้ว เราลองดูว่าจังหวะนั้น
00:14:57 → 00:14:59เราจะทำอะไรได้
00:15:00 → 00:15:03หมอเชื่อว่า เวลาที่เราจะเข้าไปช่วยคนที่เครียด
00:15:03 → 00:15:04มักจะเป็นคนที่เราคุ้นเคย
00:15:05 → 00:15:07ส่วนใหญ่แล้วมันจะเป็นคนในครอบครัว
00:15:07 → 00:15:08หรือเพื่อนสนิทอะไรพวกนี้นะครับ
00:15:08 → 00:15:11ที่เวลาเราเห็นเขาเครียด แล้วเราอยากจะช่วยนะครับ
00:15:12 → 00:15:13เราสังเกตก่อน
00:15:13 → 00:15:15ว่าเขากำลังเครียดใช่ไหม หนึ่ง
00:15:15 → 00:15:18สอง เรารู้ก่อนว่า
00:15:18 → 00:15:24เอ๊ะ คน ๆ นี้เวลาเขาเครียด แล้วเขาชอบให้จัดการแบบไหน
00:15:24 → 00:15:27บางคนไม่ต้องการให้คนเข้าไปยุ่งเลยนะ เวลาเครียดน่ะ
00:15:27 → 00:15:29แต่บางคนก็ตาม สลับกันเลย
00:15:29 → 00:15:34เขาชอบให้คนเข้าไปหาเวลาที่เครียด ชอบให้คนไปชวนหาของอร่อย ๆ ทาน
00:15:34 → 00:15:38ชอบให้คนเข้าไปพูดคุยเพื่อรับฟัง ดังนั้น คนไม่เหมือนกันนะครับ
00:15:38 → 00:15:42ไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จตายตัว ในการไปบริหารจัดการความเครียดของคนอื่นได้
00:15:42 → 00:15:45ต้องรู้จักธรรมชาติของเขา รู้ว่าเขากำลังเครียด
00:15:45 → 00:15:50[เสียงดนตรี]
00:15:50 → 00:15:55หมออยากให้ทุกท่านลองหยิบ กระดาษกับปากกาหรือดินสอขึ้นมาดูนะ
00:15:55 → 00:16:00อยากจะชวนกันมาคุยเรื่องของ วิธีการทดสอบความเครียดด้วยตัวเองครับ
00:16:01 → 00:16:04คุณผู้ฟังพร้อมแล้วใช่ไหมครับ กับกระดาษและปากกาที่อยู่ในมือนะ
00:16:05 → 00:16:06อยากให้ชวนนึก
00:16:06 → 00:16:09อันนี้หมอกับทีมงาน ลองไปค้นหาแบบทดสอบมานะครับ
00:16:09 → 00:16:11แบบทดสอบทางสุขภาพจิตนะว่า
00:16:11 → 00:16:13เขาใช้อะไรกันเรื่องความเครียด
00:16:13 → 00:16:15แล้วก็พบเจอว่าอันนี้น่าสนใจ และทุกคนน่าจะใช้ได้
00:16:15 → 00:16:17ลองคิดตามนะครับว่า
00:16:17 → 00:16:20ในะระยะสัก 6 เดือนที่ผ่านมา
00:16:20 → 00:16:24เรามีความรู้สึกอย่างไร กับเหตุการณ์ที่หมอจะพูดให้ฟังนะครับ
00:16:25 → 00:16:26มีความรู้สึกอย่างไรก็คือ
00:16:26 → 00:16:27เราไม่เครียดเลย
00:16:28 → 00:16:30เราเครียดนิดหน่อย
00:16:30 → 00:16:32เราเครียดระดับปานกลาง
00:16:32 → 00:16:34เราเครียดมาก
00:16:34 → 00:16:35ลองไปทีละข้อนะ
00:16:36 → 00:16:38ส่วนใหญ่แล้วเราเชื่อว่าคุณผู้ฟังหลาย ๆ คน
00:16:38 → 00:16:41เป็นวัยเป็นวัยทำงาน แล้วก็อาจจะเป็นน้อง ๆ นักศึกษา
00:16:41 → 00:16:43ลองดูว่าอันแรกเป็นอย่างไรบ้างนะ
00:16:43 → 00:16:45เรากลัวไหมที่เราจะทำงานผิดพลาด
00:16:47 → 00:16:51เรากลัวไหมว่ามันจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
00:16:51 → 00:16:55หรือมันจะไม่เป็นไปตามมาตรฐานของเรา หรือสิ่งที่เคยเป็น
00:16:55 → 00:16:59มีไหมนะครับ ความเครียดของเราอยู่ในระดับไหน
00:17:02 → 00:17:03อันที่สองนะครับ
00:17:03 → 00:17:08เรากลัวไหมว่า เราจะไปไม่ถึงเป้าหมายที่เราวางไว้
00:17:08 → 00:17:11อันนี้น่าสนใจตรงที่ว่า หลาย ๆ คนอาจจะไม่เคยวางเป้าหมายในชีวิต
00:17:11 → 00:17:13ถ้าอย่างนั้นอาจจะต้องลองกลับไปวางเป้าหมายดู
00:17:14 → 00:17:16แล้วลองคิดตามว่า มันไปถึงไหมนะ
00:17:17 → 00:17:19ตอนนี้มันอยู่ที่ไหนของแผนที่ชีวิต
00:17:19 → 00:17:22ถ้ามันไปไม่ถึง แล้วเราเครียดระดับไหน
00:17:23 → 00:17:27อันถัดมาคือ กลับมาเรื่องครอบครัวแล้วนะครับ
00:17:28 → 00:17:33ครอบครัวเรามีเรื่องขัดแย้งในบ้านเราเอง หรือเรื่องเศรษฐกิจในบ้าน
00:17:33 → 00:17:35เราเครียดกับเรื่องนี้ในระดับไหน
00:17:37 → 00:17:38ลองคิดตามนะครับ
00:17:39 → 00:17:40สี่นะครับ
00:17:40 → 00:17:46เราเองรู้สึกหรือเปล่าว่า ตัวเราต้องมีการแข่งขันกับคนอื่นตลอดเวลา
00:17:46 → 00:17:49หรือเปรียบเทียบกับคนอื่นตลอดเวลา
00:17:49 → 00:17:53เราเครียดกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ใน 6 เดือนที่ผ่านมา
00:17:54 → 00:17:58อันที่ห้าคือ เรามีปวดหัวไหมจากความเครียด
00:17:58 → 00:18:01เราอยู่ในระดับไหน เล็กน้อย ปานกลาง
00:18:03 → 00:18:04ถัดมาเป็นเรื่องของอารมณ์
00:18:04 → 00:18:06เรามีโกรธไหม
00:18:06 → 00:18:08เรามีหงุดหงิดไหม
00:18:09 → 00:18:10มากน้อยแค่ไหน
00:18:11 → 00:18:13เจ็ด เรื่องของความเศร้านะครับ
00:18:14 → 00:18:17เราอยู่ในระดับไหนนะครับ
00:18:18 → 00:18:22จิตใจ อารมณ์แล้วส่งผลต่อร่างกายระดับอย่างไร เรามีเหนื่อยง่ายไหมครับ
00:18:22 → 00:18:24เรามีบ่อยแค่ไหนครับ
00:18:24 → 00:18:26ไม่มีแรง อ่อนเพลีย
00:18:27 → 00:18:32คิดว่า 7-8 ข้อนี้ทุกคนทำเสร็จกันหมดแล้ว ลองมานั่งดูภาพรวมของตัวเองกันนะครับว่า
00:18:32 → 00:18:34เราให้ระดับความเครียดของตัวเองไว้มากแค่ไหน
00:18:35 → 00:18:37ถ้าตอบเครียดสุด ๆ ทุกข้อ 7-8 ข้อ นะ
00:18:37 → 00:18:39รีบหาทางช่วยเหลือตัวเอง
00:18:39 → 00:18:42แต่ถ้าชิลล์ ๆ หมอ ไม่มีเลย หรือว่าน้อย ๆ นะ
00:18:42 → 00:18:44ไม่ต้องไปทำอะไรครับ อันนี้คือปกติ
00:18:44 → 00:18:46แต่ถ้ามันเยอะ อย่าลืมนะครับ
00:18:46 → 00:18:48รีบกลับมาดูแลตัวเอง หรือว่ารีบขอความช่วยเหลือนะครับ
00:18:49 → 00:18:54[เสียงดนตรี]
00:18:54 → 00:18:56เราได้รับรู้แล้วว่าความเครียดคืออะไร
00:18:56 → 00:18:59ปัจจัยต่าง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง แล้วมันส่งผลอะไร
00:18:59 → 00:19:02หมอว่ามาถึงตรงนี้แล้ว หลาย ๆ คนคงรอฟังอยู่แล้วแหละ
00:19:03 → 00:19:05แล้วทำอย่างไรถ้าเกิดเครียด
00:19:05 → 00:19:11เราจะมาช่วนกันคุยต่อนะครับ เรื่องของ 3 วิธีรับมือความเครียดนะครับ
00:19:11 → 00:19:12ไปทีละข้อครับ
00:19:13 → 00:19:14อันแรกนะครับ
00:19:14 → 00:19:15อย่างที่บอกเลยครับ
00:19:16 → 00:19:20เรายอมรับก่อนว่าความเครียดเป็นเรื่องปกติ
00:19:20 → 00:19:25เวลาบอกว่าให้ยอมรับนี่ เราพูดแบบปกติตอนนี้เราไม่เครียดนี่
00:19:25 → 00:19:26ไม่อยากหรอกครับ
00:19:27 → 00:19:31แต่เวลาที่เราอยู่ภายใต้สถานการณ์ หรือสภาวะที่เครียดจริง ๆ
00:19:32 → 00:19:36บางทีมันยากเหมือนกันนะครับที่จะบอกว่า ฉันกำลังเครียด
00:19:36 → 00:19:38ก็เลยบอกอย่างนี้ครับว่า
00:19:38 → 00:19:42ให้ไปหมั่นสังเกตอาการทางกายของเรา ว่าปกติแล้วเวลาเราเครียด เราเป็นอย่างไร
00:19:42 → 00:19:45ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหัวอย่างที่บอกไป นอนไม่หลับ
00:19:46 → 00:19:47หงุดหงิดง่าย
00:19:48 → 00:19:50อารมณ์ สมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
00:19:50 → 00:19:53อันนี้ครับเป็นสัญญาณ ที่กายเริ่มบอกเราแล้วว่า
00:19:53 → 00:19:57มันไม่ไหว มันเลยมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นมา
00:19:57 → 00:20:00เราต้องยอมรับก่อนว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น
00:20:00 → 00:20:03แต่ถ้ายอมรับไม่ได้ว่าตัวเองกำลังเครียด
00:20:04 → 00:20:07หมอเชื่อว่าทุกคนมีญาติสนิทมิตรสหาย
00:20:07 → 00:20:10คู่ชีวิต คู่รัก คนรอบตัวที่หวังดีกับเรา
00:20:11 → 00:20:13เขาอาจจะเป็นคนคอยช่วยเตือนเราได้ครับว่า
00:20:13 → 00:20:15เธอกำลังเครียดแล้วนะ
00:20:16 → 00:20:19เธอกำลังไม่โอเคหรือเปล่า
00:20:20 → 00:20:23แล้วกลับมาตั้งสติ เป็นคำที่พูดง่ายแต่ทำยาก
00:20:24 → 00:20:26แต่เริ่มอย่างนี้ก่อนนะครับว่า
00:20:26 → 00:20:28รู้ตัวว่ากำลังเครียด แล้วมันจะตั้งสติได้เอง
00:20:28 → 00:20:30แต่ชีวิตที่ผ่าน ๆ มา
00:20:30 → 00:20:32เราไม่เคยรู้ตัวว่าเรากำลังรู้สึกอะไร
00:20:32 → 00:20:35จนกระทั่งเราปล่อยให้ความเครียด มันมาทำงานจนเยอะเกินไป
00:20:36 → 00:20:38ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติ ยอมรับว่ากำลังเครียด
00:20:38 → 00:20:39Step ที่ 1 นะครับ
00:20:39 → 00:20:40Step ที่ 2
00:20:40 → 00:20:43หาสาเหตุของความเครียด
00:20:44 → 00:20:47แบบที่พูดไปแล้วนะครับว่า สาเหตุของความเครียดมีอะไรบ้าง
00:20:47 → 00:20:49ปัจจัยภายในกับปัจจัยภายนอก
00:20:50 → 00:20:54ขอพูดอันที่คนเราชอบทำกันก่อน
00:20:54 → 00:20:55คือแก้ที่ปัจจัยภายนอก
00:20:56 → 00:20:59เช่น ตกงาน ก็อาจจะไปหางานใหม่
00:20:59 → 00:21:02ถูกลดรายได้ อาจจะหาอาชีพเสริมทำ ขายของออนไลน์
00:21:02 → 00:21:06ขายของในตลาดนัดต่าง ๆ ของที่ทำงานตัวเอง
00:21:07 → 00:21:10อันนี้ก็คือสาเหตุปัจจัยภายนอก ที่คนทั่วไปมักจะใช้
00:21:11 → 00:21:12แต่ว่าบางที
00:21:13 → 00:21:17บางเรื่องนะ มนุษย์เราก็เผชิญกับ ความเครียดเดิม ๆ ซ้ำ ๆ
00:21:17 → 00:21:20แล้วเราไปวิ่งแก้ที่ปัจจัยภายนอก
00:21:21 → 00:21:22บางทีมันอาจจะไม่ใช่เหมือนกัน
00:21:23 → 00:21:25เพราะบางทีสาเหตุจริง ๆ ที่มันทำให้เกิดความเครียด
00:21:26 → 00:21:28มันคือปัจจัยภายในอย่างที่บอกไปนะครับ
00:21:28 → 00:21:29Mindset
00:21:30 → 00:21:31ความเชื่อ
00:21:31 → 00:21:33ประสบการณ์ การมองโลก
00:21:34 → 00:21:39ส่งผลต่อการตีความสิ่งที่เข้ามากระตุ้น ความเครียดที่เข้ามากระทบทั้งหมดเลย
00:21:39 → 00:21:41ทำให้เกิดความเครียดใช่ไหมครับ
00:21:41 → 00:21:43จริง ๆ ส่วนนี้มันคือเชื่อมโยงกับข้อที่ 3
00:21:43 → 00:21:45คือ แล้วเราจะจัดการกับมันอย่างไร
00:21:46 → 00:21:48เรารู้สาเหตุแล้วว่าเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
00:21:48 → 00:21:50เป็นเพราะเรา เป็นเพราะปัจจัยภายใน เพราะเรา
00:21:50 → 00:21:51เป็นเพราะปัจจัยภายนอกอย่างนั้นอย่างนี้
00:21:51 → 00:21:53มาสู่ข้อที่ 3 คือ จัดการมันอย่างไร
00:21:54 → 00:21:55เอาง่าย ๆ เลยนะครับว่า
00:21:56 → 00:21:57เวลาปกติ
00:21:58 → 00:22:00เวลาเครียด ลองนึกตามครับ
00:22:00 → 00:22:02คุณผู้ฟังทุกท่าน เอากระดาษปากกาขึ้นมาจดก็ได้ว่า
00:22:02 → 00:22:05ฉันจัดการอย่างไรบ้างเวลาที่ฉันเครียด
00:22:07 → 00:22:10หมอเชื่อว่า เวลาให้ลิสต์ขึ้นมา ก็จะมีใช่ไหมครับ
00:22:10 → 00:22:11ดูหนัง
00:22:12 → 00:22:13ฟังเพลง
00:22:15 → 00:22:16เล่นโซเชียลมีเดีย
00:22:17 → 00:22:18กิน
00:22:19 → 00:22:20ออกกำลังกาย
00:22:20 → 00:22:21เลี้ยงสัตว์
00:22:23 → 00:22:247-8 อย่างประมาณนี้
00:22:24 → 00:22:28เชื่อว่าอาจจะไม่หนีจากนี้ มีอ่านหนังสือ แล้วก็ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร อะไรก็ว่าไป
00:22:28 → 00:22:33อันนี้แหละครับ คือสิ่งที่อยากให้ทุกคน ช่วยกันนึกตอนที่ยังไม่เครียดนะ
00:22:33 → 00:22:36ว่าเรามีอาวุธอะไร จะไปรับมือกับเวลาที่เราเครียด
00:22:36 → 00:22:39เราจะเบี่ยงเบนตัวเราอย่างไร ออกมาจากเรื่องที่กำลังเครียด
00:22:40 → 00:22:4680-90% เชื่อว่าจัดการกับความเครียดได้ จากเหล่านี้ที่เราทำอยู่แล้วมันเวิร์คนะครับ
00:22:46 → 00:22:47พูดคุยให้เพื่อนฟัง
00:22:50 → 00:22:54แต่ทีนี้บางทีใช้วิธีจัดการด้วยแบบนี้ บางทีมันก็ไม่เวิร์ค
00:22:54 → 00:22:55บางทีมันต้องกลับมาที่ว่า
00:22:56 → 00:22:57เรื่องของตัวร่างกายเราเช่น
00:22:57 → 00:22:59ฝึกผ่อนคลายอย่างไร
00:22:59 → 00:23:01ลองเปิดคลิปใน Mahidol Channel เราก็มีนะครับ
00:23:01 → 00:23:04วิธีการผ่อนคลายความเครียด การหายใจผ่อนคลาย
00:23:04 → 00:23:07การยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อผ่อนคลาย
00:23:07 → 00:23:10มีพูดไว้หมดเลย การนวด การสำรวจใจตัวเอง
00:23:10 → 00:23:13การใช้จินตนาการนึกไปถึงเรื่องต่าง ๆ นะครับ
00:23:13 → 00:23:16อันนี้คือวิธีการจัดการความเครียดด้วยตัวเอง
00:23:17 → 00:23:21แต่ถ้าเกิดว่าจัดการด้วยตัวเองด้วยวิธีง่าย ๆ
00:23:21 → 00:23:25ฝึกผ่อนคลาย ฝึกหายใจต่าง ๆ แล้วยังไม่เวิร์ค
00:23:25 → 00:23:29แนะนำให้ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
00:23:30 → 00:23:34เป็นอย่างไรกันบ้างครับ วันนี้ก็ได้รับฟังเรื่องของความเครียดนะครับ
00:23:34 → 00:23:38ทั้งหมดทั้งมวลเลยนะครับ สาเหตุส่งผลอย่างไร แล้วก็เราจะจัดการมันอย่างไร
00:23:39 → 00:23:41คิดว่าคุณผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านทุกคน
00:23:41 → 00:23:43ก็คงได้รับข้อมูลส่วนนี้ไปแล้ว
00:23:43 → 00:23:46ได้รู้แล้วว่า อย่างน้อย ๆ ความเครียดเป็นเรื่องปกติ
00:23:46 → 00:23:47ถ้าเกิดว่าเป็นเรื่องที่สมควรเครียด
00:23:47 → 00:23:50แล้วก็เป็นปัจจัยที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้
00:23:50 → 00:23:54ในชีวิตประจำวันนะครับ ความเครียดอยู่คู่กับมนุษย์มาโดยตลอดเวลา
00:23:54 → 00:23:57ความสำคัญคือ เรายอมรับมันได้หรือเปล่า
00:23:57 → 00:24:01แล้วเราจะจัดการกับความเครียด ที่เกิดขึ้นอย่างไร
00:24:02 → 00:24:05คิดว่าถ้าชีวิตเราจัดการกับความเครียด
00:24:05 → 00:24:08แล้วอยู่กับมันได้อย่างมีความสุข มากยิ่งขึ้นนะครับ
00:24:08 → 00:24:12เราจะมีเวลาในการที่ใช้ชีวิตกับเรื่องที่สุข
00:24:12 → 00:24:13เรื่องที่สนุก
00:24:13 → 00:24:14จัดการอารมณ์
00:24:14 → 00:24:16จัดการจิตใจของเรา
00:24:16 → 00:24:19แล้วส่งผลต่อพฤติกรรม และความสุขของเราได้อย่างยั่งยืน
00:24:19 → 00:24:23แล้วก็ทำให้เราจะมีความสุข และมีรอยยิ้มได้ในทุก ๆ วันนะครับ
00:24:23 → 00:24:27พบกับรายการ Re-Mind รู้ทันปัญหาสุขภาพจิต
00:24:27 → 00:24:31สำรวจอารมณ์ความคิด เข้าใจพฤติกรรมของตนเองและคนใกล้ตัว
00:24:32 → 00:24:34ทุกวันจันทร์ เวลา 18.00 น.
00:24:34 → 00:24:36ที่ Mahidol Channel Podcast
00:24:36 → 00:24:38ผ่านช่องทาง Facebook Mahidol Channel
00:24:39 → 00:24:40YouTube Mahidol Channel
00:24:40 → 00:24:42Apple Podcasts
00:24:42 → 00:24:43Spotify
00:24:43 → 00:24:44Anchor
00:24:44 → 00:24:45Blockdit
00:24:47 → 00:24:52ดำเนินรายการโดย หมอหลิว อาจารย์นายแพทย์สมบูรณ์ หทัยอยู่สุข