00:00:00 → 00:00:01ไม่นวดใช่ไหม กินยาหลับ
00:00:01 → 00:00:03แต่ถามว่าท่านจะกินไปตลอดชีวิตไหม
00:00:03 → 00:00:05เพราะการกินยาทำให้ท่านติดยานอนหลับ
00:00:05 → 00:00:06แล้วเมื่อไหร่ที่ท่านไม่ได้ใช้นะ
00:00:06 → 00:00:10โอ้โห งานงอกเลย ลืมเอายาไปไม่ต้องนอนกันพอดี
00:00:10 → 00:00:12การนอนได้ด้วยตัวเองคือสุดยอด
00:00:21 → 00:00:24สวัสดี ผมหมอท๊อปและนี่คือ DOCTOR TOP Channel
00:00:24 → 00:00:27รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระ
00:00:28 → 00:00:31วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง การนอนหลับ
00:00:31 → 00:00:33ท่านนอนหลับยากไหม
00:00:33 → 00:00:37ถ้าท่านนอนหลับยาก ต้องดู มันจะช่วยชีวิตท่านได้
00:00:37 → 00:00:40มันจะทำให้ชีวิตท่านเปลี่ยนไปชีวิตท่านดีขึ้น
00:00:40 → 00:00:43สำหรับการแก้ไขการนอนหลับยากวันนี้
00:00:43 → 00:00:48นอนหลักยากแก้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้ยา
00:00:48 → 00:00:51เน้นไม่ต้องใช้ยา ใช้ยามันง่ายอยู่แล้ว
00:00:52 → 00:00:54ไม่ง่วงใช่ไหม กินยาหลับ
00:00:54 → 00:00:57แต่ถามว่าท่านจะกินไปตลอดชีวิตไหม ใช่ไหม
00:00:57 → 00:00:59เพราะการกินยาทำให้ท่านติดยานอนหลับ
00:00:59 → 00:01:00แล้วเมื่อไหร่ท่านไม่ได้ใช้นะ
00:01:00 → 00:01:05โอ้โหงานงอกเลย ลืมเอายาไปไม่ต้องนอนกันพอดี
00:01:05 → 00:01:08เพราะฉะนั้นการนอนได้ด้วยตัวเองคือสุดยอด
00:01:08 → 00:01:12เพราะฉะนั้นวันนี้เราไปดูกันว่าวิธีการแก้ไขนอนหลับยาก
00:01:12 → 00:01:16โดยที่ไม่ต้องใช้ยามีอะไรบ้าง
00:01:16 → 00:01:19คราวนี้เรามาเจาะลึกประเด็นการนอนหลับยาก
00:01:19 → 00:01:22ที่สาเหตุกันก่อนนิดนึง คือถ้าเรารู้สาเหตุนี้
00:01:22 → 00:01:25เราก็ไปแก้ไขปลายเหตุได้ง่ายถูกต้องไหม
00:01:25 → 00:01:28ถ้าเราไม่รู้สาเหตุเลย เราไปแก้มันก็มั่วซั่วใช่ไหม
00:01:28 → 00:01:31เพราะฉะนั้นต้องแก้ที่ต้นเหตุแล้วชีวิตเราจะดี
00:01:32 → 00:01:35สาเหตุที่มักจะทำให้คนในปัจจุบันนอนไม่หลับ
00:01:35 → 00:01:38ข้อแรกเลยผมว่าทุกท่านรู้กันอยู่ คือความเครียดนั่นเอง
00:01:39 → 00:01:42คือความเครียดนี่มันเป็นอะไรที่มันโรคจิตมากๆ เลยนะ
00:01:42 → 00:01:45ผมว่ามันเซงมากๆ เลย มันทุกคนอะ
00:01:45 → 00:01:48เหมือนเวลาเรามีเรื่องเครียดใช่ไหม
00:01:48 → 00:01:53เราก็มักจะคิดอยู่เรื่องเดิม แล้วมันก็ซ้ำๆ วนอยู่เรื่องเดิม
00:01:53 → 00:01:55เหมือนมีด เอามีดมาแทงตัวเองซ้ำๆ
00:01:55 → 00:02:01มันก็ยิ่งทำให้เครียดๆ เหมือนบางทีพอเราคิดไปเยอะๆ
00:02:01 → 00:02:05มันเหมือนมีคนเอาของมารัดหัว
00:02:05 → 00:02:07ซึ่งภาวะนี้เขาเรียกว่า Tension Headache
00:02:07 → 00:02:12ก็คือภาวะการปวดหัวแบบรอบขมับจากความเครียดนั่นเอง
00:02:12 → 00:02:14เพราะฉะนั้นถ้าเราแก้ไขภาวะหรือสาเหตุนี้ได้
00:02:14 → 00:02:17ท่านอาจนอนหลับดี นอนหลับง่ายขึ้นแล้วก็ได้
00:02:17 → 00:02:20แต่ความเครียดในปัจจุบันมันแก้ยากเหลือเกินเนอะ
00:02:20 → 00:02:22ก็ต้องฝึกฝนต้องพยายามกันไป
00:02:22 → 00:02:24ข้อ 2 อายุที่มากขึ้น
00:02:24 → 00:02:26อายุที่มากขึ้นจะทำให้ท่านนอนหลับยาก
00:02:26 → 00:02:28อันนี้คลาสสิคอยู่แล้วมันเกี่ยวกับทั้งฮอร์โมน
00:02:28 → 00:02:32เกี่ยวกับทั้งสภาวะร่างกายหลายๆ อย่าง
00:02:32 → 00:02:35เพราะฉะนั้นแล้วอายุที่มากขึ้นเป็นปัญหาไหม
00:02:35 → 00:02:38บอกเป็นแต่ถ้าเกิดท่านปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง
00:02:38 → 00:02:41ซึ่งผมจะกล่าวต่อไปในตอนหลัง
00:02:42 → 00:02:43ท่านก็จะได้นอนหลับได้ดีขึ้น
00:02:43 → 00:02:46อย่างน้อยนอนได้วันละ 6-7 ชั่วโมง
00:02:46 → 00:02:49อย่าไปต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ผมว่าโอเคแล้วสำหรับผู้สูงอายุ
00:02:50 → 00:02:53แล้วผู้สูงอายุมักจะนอนเร็วตื่นเช้า ซึ่งไม่ผิดผมบอกเลย
00:02:53 → 00:02:56บางคนบอกนอนเร็วแล้วตื่นตี 3 ตี 4
00:02:57 → 00:03:00ไม่ได้ผิดอะไร ถ้าวันหนึ่งนอนได้ครบไม่มีปัญหา
00:03:00 → 00:03:04ขอให้ช่วงที่นอนของท่านเป็นเวลา 4 ทุ่ม ถึง ตี 2
00:03:04 → 00:03:07แล้วก็บอกไปอีก 2 ชั่วโมงหรือก่อนนั้น 2 ชั่วโมง
00:03:07 → 00:03:10เช่น ท่านจะนอน 2 ทุ่ม ถึง ตี 4 ก็ไม่มีใครว่าอะไร
00:03:10 → 00:03:13หรือท่านจะนอน 4 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้าก็โอเค
00:03:13 → 00:03:16แต่ช่วงเวลาทองนี่คือ 4 ทุ่ม ถึง ตี 2
00:03:16 → 00:03:18ช่วงนี้โกรทฮอร์โมนหลั่ง
00:03:18 → 00:03:21หลั่งทุกช่วงอายุถ้าท่านได้นอนช่วงนี้นะ
00:03:21 → 00:03:24ท่านจะแก่ยาก ท่านจะดูใส
00:03:24 → 00:03:28ท่านจะไม่ต้องไปทำหน้า ทำอะไรเยอะแยะ
00:03:28 → 00:03:30ท่านไม่ต้องไปฉีดโบท็อกอะไรมากมาย
00:03:30 → 00:03:34มักจะดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง 5-10 ปี
00:03:34 → 00:03:36โดยไม่ต้องใช้แอปด้วย
00:03:36 → 00:03:38ต่อมาจากพฤติกรรมต่างๆ
00:03:38 → 00:03:40เช่น ท่านนอนกลางวันมากไป
00:03:40 → 00:03:43แบบมีนเวลานอนและไรงี้ก็ไม่ใช่เรื่อง
00:03:44 → 00:03:47คือนอนกลางวันมันมีการนอนที่ดี
00:03:47 → 00:03:50คือเรานอนวันละประมาณซัก
00:03:51 → 00:03:53กลางวันเขาเรียกว่า Naping
00:03:53 → 00:03:58ซึ่งเทคนิคที่เรียกเขาเรียกว่า คาปูชิโน แนปปิ้ง
00:03:58 → 00:04:05ก็คือกินกาแฟก่อนสักแก้วหนึ่งแล้วก็หลับสัก 20 นาที
00:04:05 → 00:04:08เพราะว่าหลังจาก 20 นาที ตัวกาแฟมันจะกระตุ้นให้ท่านตื่น
00:04:08 → 00:04:09ท่านจะสดใสทั้งวัน
00:04:09 → 00:04:12การนอนเพียงแค่ 20 นาที ในตอนกลางวัน
00:04:12 → 00:04:14เขาบอกว่าจะช่วยให้สมองท่านไบรท์ขึ้นดีขึ้น
00:04:14 → 00:04:16แล้วก็มีสุขภาพที่ดีขึ้น
00:04:16 → 00:04:18ทดแทนการนอนกลางคืนที่นอนน้อยได้
00:04:18 → 00:04:20ถึง 2 ถึง 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว
00:04:20 → 00:04:22แต่ถ้าท่านนอนกลางวันมากไป
00:04:22 → 00:04:24เช่น มากกว่า 1 ชั่วโมง อันนี้ไม่ดี
00:04:24 → 00:04:26ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามนอนกลางวันมากกว่า 1 ชั่วโมง
00:04:26 → 00:04:27กลางคืนท่านจะนอนหลับยาก
00:04:27 → 00:04:31แล้วการนอนกลางวันมากกว่า 1 ชั่วโมง ไม่สดชื่น
00:04:31 → 00:04:34เพราะว่าเขาเรียกว่าวงรอบของการนอนท่านผิดปกติ
00:04:34 → 00:04:37เพราะฉะนั้นนอนกลางวันเต็มที่คือไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง
00:04:37 → 00:04:40แนะนำคือประมาณ 20-30 นาที เพียงพอแล้ว
00:04:40 → 00:04:43ข้อที่ 4 การทานอาหารต่างๆ ก็เป็นสาเหตุได้
00:04:43 → 00:04:45เช่น ท่านทานชา กาแฟเยอะมากเลย
00:04:45 → 00:04:47กินกาแฟทั้งวันหรือท่านสูบบุหรี่เยอะ
00:04:47 → 00:04:50ท่านดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเยอะ
00:04:50 → 00:04:53หรือว่าท่านดื่มพวกน้ำดำต่างๆ เพราะมันมีคาเฟอีนสูง
00:04:53 → 00:04:55อันนี้ก็เป็นสาเหตุ
00:04:55 → 00:04:57เป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านนอนหลับได้ยากผม
00:04:59 → 00:05:01คราวนี้มาดูข้อต่อไป
00:05:01 → 00:05:05ข้อที่ 5 ก็เป็นภาวะที่ท่านทานยานอนหลับ
00:05:05 → 00:05:07แล้วติดยานอนหลับเป็นประจำ
00:05:08 → 00:05:11เพราะไร เพราะว่าพอท่านเลิกยานอนหลับ
00:05:11 → 00:05:13ท่านก็นอนไม่หลับแล้วไง
00:05:13 → 00:05:17คือการทานยานอนหลับไปนานๆ โดยเฉพาะนานเป็นสัปดาห์
00:05:17 → 00:05:19หรือบางคนคือเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านทานยานอนหลับ
00:05:19 → 00:05:23มากกว่า 1 เดือน ติดต่อกันนะ เสร็จเลย งานนี้งานงอกเลย
00:05:23 → 00:05:27เพราะไร เพราะท่านจะหลับได้ต้องทานยาเท่านั้น
00:05:28 → 00:05:29ถ้าท่านไม่ทานยาท่านจะไม่หลับเลย
00:05:29 → 00:05:32มันเหมือนร่างกายแบบตอบสนองว่าฉันต้องกินยาตัวนี้
00:05:32 → 00:05:34ฉันถึงจะหลับได้ อันนี้งานงอกแล้ว
00:05:34 → 00:05:36กว่าจะแก้ได้ยากเพราะฉะนั้น
00:05:36 → 00:05:39ยานอนหลับ เช่น ท่านมีภาวะเครียดตอนนี้หรือทำงานเครียด
00:05:40 → 00:05:42คุณหมอให้ยาเขาเรียกว่ายาคลายเครียดมา
00:05:42 → 00:05:46ซึ่งเป็นยานอนหลับอ่อนๆ ท่านก็ทานสักอาทิตย์หนึ่งแล้วก็พอ
00:05:46 → 00:05:49พัก อย่าไปทานติดต่อกันสองสามสัปดาห์อย่างงี้ไม่ดี
00:05:49 → 00:05:52ถ้าท่านติดยานอนหลับแล้วมันเลิกยาก
00:05:52 → 00:05:53มันเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่งเลยทีเดียว
00:05:53 → 00:05:57ค่อนข้างอันตราย อันนี้ก็คือเขาเรียกว่าสาเหตุ
00:05:57 → 00:06:00แล้วก็ข้อที่ 6 สาเหตุอีกอันหนึ่ง
00:06:00 → 00:06:04ก็คือเรื่องของนาฬิกาชีวิตที่ท่านเสียไป
00:06:04 → 00:06:08อะไรคือนาฬิกาชีวิต ก็คือร่างกายของเราจะหลั่งตรงเวลา
00:06:08 → 00:06:11และจะตื่นตรงเวลา นี่ร่างกายเรามักจะเป็นอย่างนี้
00:06:11 → 00:06:13แต่โดยชีวิตของเราในปัจจุบัน
00:06:13 → 00:06:16มันจะมีงาน มันจะมีการทำงานเป็นกะ
00:06:16 → 00:06:20เป็นเวลาซึ่งทำให้เรานอนหลับได้ไม่ตรงรอบของเรา
00:06:20 → 00:06:23ซึ่งจะก่อให้เกิดภาวะนอนหลับยาก
00:06:23 → 00:06:25หรือว่าการเดินทางต่างๆ ซึ่งมีภาวะเจ็ทแลค
00:06:25 → 00:06:28เช่น เดินทางไปอเมริกา เดินทางกลับจากอเมริกา
00:06:28 → 00:06:30เดินทางไปอังกฤษกลับจากอังกฤษไรเงี้ย
00:06:31 → 00:06:34มันก็จะมีปัญหาทำให้ท่านนอนหลับยาก
00:06:34 → 00:06:37อันนี้ก็คือสาเหตุต่างๆ ที่ถ้าท่านแก้ไขสาเหตุพวกนี้ได้
00:06:37 → 00:06:38ท่านก็จะนอนหลับง่ายและ
00:06:38 → 00:06:40อันนี้แค่แก้สาเหตุนอนหลับง่าย
00:06:41 → 00:06:44คราวนี้เดี๋ยวผมจะเสริมเทคนิคเข้าไปอีกเสริมเข้าไปอีก
00:06:44 → 00:06:47แก้ได้แล้วเสริมเข้าไปอีก ให้นอนหลับได้ง่ายนอนหลับได้ดี
00:06:47 → 00:06:52ซึ่งเป็นเทคนิคที่แบบครีมมากเดี๋ยวจัดให้
00:06:52 → 00:06:55แล้วเทคนิคนี้บอกเลยไม่ต้องใช้ยา
00:06:55 → 00:06:58เทคนิคนี้ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบใหญ่ๆ
00:06:58 → 00:07:02คือ 1. แก้ตรงพฤติกรรมการนอนของท่าน
00:07:03 → 00:07:072. ควบคุมสิ่งที่มากระตุ้นให้ท่านนอนไม่หลับ
00:07:07 → 00:07:09แบ่งง่ายๆ แค่นี้เอง
00:07:09 → 00:07:14อันดับแรกก่อนเลย สำหรับการปรับพฤติกรรมการนอนของท่าน
00:07:14 → 00:07:16ข้อที่ 1 พยายามนอนให้ตรงเวลา
00:07:17 → 00:07:20ผมรู้ว่าบางท่านก็บอก เฮ้ย! หมอ
00:07:20 → 00:07:23ใครมันจะนอนตรงเวลาได้ไปทุกวัน
00:07:23 → 00:07:26ผมบอกงี้ ถ้าท่านบอกว่าชีวิตของท่านสำคัญ
00:07:26 → 00:07:28ร่างกายของท่านสำคัญ
00:07:28 → 00:07:30ชีวิตของท่านมันมีค่ามากกว่าสิ่งอื่นในโลกเนี้ย
00:07:30 → 00:07:34ท่านก็นอนให้ตรงเวลาเชื่อผม ชีวิตท่านจะดีเอง
00:07:34 → 00:07:36อะไรที่เราเห็นว่าสำคัญเราจะทำได้
00:07:36 → 00:07:39อะไรที่เราเห็นว่าสำคัญเพียงพอ เราจะทำมันจนได้
00:07:39 → 00:07:43ข้อที่ 2 นอนระหว่างวันอย่างมีชั้นเชิง
00:07:44 → 00:07:47เขาเรียกว่า คาปูชิโน แนปปิ้ง ไงที่สอนไปเมื่อกี้
00:07:48 → 00:07:51คือดื่มกาแฟสักแก้วหนึ่ง หลับตาสัก 20 นาที
00:07:51 → 00:07:55ไม่ต้องหลับจริงก็ได้ หลับตาพักผ่อนสายตา
00:07:55 → 00:07:58เหมือนนั่งสมาธิก็ได้สัก 20-30 นาที แค่นี้
00:07:58 → 00:08:02ทดแทนการนอนตอนกลางคืนได้ถึง 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว
00:08:02 → 00:08:04แต่กลางคืนไม่ใช่ไม่ให้นอนนะ ก็นอนเหมือนเดิม
00:08:04 → 00:08:07ก็อย่างน้อยต้องนอน 4-6 ชั่งโมง
00:08:07 → 00:08:10ถ้าให้ดีก็ได้ 7-8 ชั่งโมงก็เพอร์เฟ็คตอนกลางคืน
00:08:11 → 00:08:16แล้วก็ อันที่ 3 ที่นอนคือที่นอน
00:08:16 → 00:08:22ที่นอนเอาไว้นอนและเอาไว้กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว
00:08:22 → 00:08:25เช่น อ่านนิทานให้ลูกฟังไง
00:08:25 → 00:08:29อ่านนิทานให้ลูกฟัง อยู่กับภรรยาอยู่กับคนที่เรารัก
00:08:30 → 00:08:32เขาเรียกว่าที่นอนเอาไว้นอน
00:08:32 → 00:08:34และกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวผม
00:08:34 → 00:08:36อย่าเอางานขึ้นไปทำบนที่นอน
00:08:36 → 00:08:40มันจะกระตุ้นความเครียด แล้วท่านจะไปนอนหลับได้ไง ไม่ต้องนอนน
00:08:40 → 00:08:43แถมงานก็ทำไม่ได้เรื่อง หลับๆ ตื่นๆ
00:08:44 → 00:08:47ความรู้สึกเหมือนขยันไม่ได้ทำให้งานเสร็จ
00:08:47 → 00:08:49งานเสร็จคือเสร็จ
00:08:49 → 00:08:53รู้สึกขยันทำคล้ายขยัน แหมไปหลับคาเตียงเลย
00:08:53 → 00:08:54งานไม่เสร็จ ไม่เกิดประโยชน์
00:08:54 → 00:08:58จะทำก็ลุกขึ้นมานั่งทำ อย่าไปนอนทำบนเตียงไม่มีประโยชน์ไร
00:08:59 → 00:09:08ข้อที่ 4 นอนไม่หลับ 20-30 นาที ให้ลุกขึ้นมาแล้วอย่าฝืน
00:09:08 → 00:09:10ถ้านอนไม่หลับ 20-30 นาที
00:09:10 → 00:09:12ท่านลุกขึ้นมาได้และอย่าไปฝืนนอนต่อ
00:09:12 → 00:09:14มันไม่เกิดประโยชน์
00:09:14 → 00:09:21ส่วนข้อที่ 5 พยายามตื่นเวลาเดิมทุกวัน
00:09:21 → 00:09:25พยายามตื่นเวลาเดิมทุกวันเพื่อให้นาฬิกาในร่างกายของท่าน
00:09:25 → 00:09:30มันทำงานได้ดีตลอด นี่ก็คือการปรับพฤติกรรมการนอน
00:09:31 → 00:09:35คราวนี้มาดูส่วนที่ 2
00:09:35 → 00:09:39ก็คือควบคุมสิ่งที่มากระตุ้นให้ท่านอนไม่หลับ
00:09:40 → 00:09:43สิ่งที่กระตุ้นให้ท่านนอนไม่หลับมันมีหลายอย่างเลย
00:09:43 → 00:09:44เราจะควบคุมได้อย่างไร
00:09:44 → 00:09:47ข้อแรก หลีกเลี่ยงอาหารที่จะกระตุ้นการนอนไม่หลับ
00:09:47 → 00:09:51ก็คือชา กาแฟ น้ำดื่ม น้ำดำต่างๆ
00:09:51 → 00:09:54พวกนี้ยาชูกำลงชูกำลังหลังบ่ายสามไม่แนะนำ
00:09:54 → 00:09:56หลังบ่ายสามโมงเย็นอย่าทาน
00:09:56 → 00:09:59ถ้าท่านทานหลังสามโมงเย็นงานงอกเลย
00:09:59 → 00:10:02นอนไม่หลับและ ตานี่ถ่างเลย
00:10:02 → 00:10:06ข้อ 2 การออกกำลังกายหนักเกินไป
00:10:06 → 00:10:07ออกกำลังกายเบาๆ ได้
00:10:08 → 00:10:11แต่ถ้าท่านออกแบบวิ่ง 10 กิโล
00:10:11 → 00:10:13แล้วอีกครึ่งชั่วโมงท่านจะนอนอย่างเงี้ย
00:10:13 → 00:10:16นอนไม่หลับ เพราะว่าร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกมา
00:10:16 → 00:10:20มันกระตุ้นให้ร่างกายคึกคักเร่าร้อน
00:10:20 → 00:10:21นอนไม่หลับหรอก
00:10:21 → 00:10:24ออกกำลังกายเบาๆ ได้ ออกกำลังกายหนักไม่แนะนำ
00:10:24 → 00:10:27ถ้าให้ดีออกกำลังกายก่อนที่จะเข้านอนสัก 3-4 ชั่วโมง ได้
00:10:27 → 00:10:29ร่างกายมันจะเหมือน Calm down ลงมา
00:10:29 → 00:10:31มันจะนอนหลับได้ดีขึ้น
00:10:31 → 00:10:33คือเหนื่อยด้วยแล้วก็นอนหลับได้ดีขึ้น
00:10:33 → 00:10:36บางคนบอกว่าออกกำลังกายหนักๆ จะได้นอนหลับดี
00:10:36 → 00:10:39ใช่ แต่ว่าจะต้องออกกำลังกายหนักๆ
00:10:39 → 00:10:42ก่อนที่จะนอนสักประมาณ 4 ชั่วโมง
00:10:42 → 00:10:45อย่างน้อยๆ ก็ต้องมี 2 ชั่วโมงกำลังดี
00:10:45 → 00:10:48เช่น ท่านออกสัก 5-6 โมงเย็นแล้วท่านไปนอน 4 ทุ่ม
00:10:48 → 00:10:51อย่างเงี้ยโอเคแนะนำก็เพอร์เฟ็ค
00:10:51 → 00:10:53ข้อ 3 อาบน้ำร้อนก่อนนอน
00:10:54 → 00:10:56อาบน้ำร้อนก่อนนอนทำไม
00:10:56 → 00:10:57เพราะว่ามันจะทำให้ร่างกายเรา
00:10:57 → 00:10:59พอเราอาบน้ำร้อนเสร็จ
00:10:59 → 00:11:02ร่างกายเราจะปรับตัวให้เราเย็นสู้กับน้ำร้อน
00:11:02 → 00:11:04อุณหภูมิในร่างกายเราจะลดลงมา
00:11:04 → 00:11:05เมื่ออุณหภูมิในร่างกายเราลด
00:11:05 → 00:11:09มันจะบ่งบอกว่าคุณเข้านอนได้แล้ว
00:11:09 → 00:11:11เหมือนร่างกายสมองมันสั่งให้เราเข้านอนได้แล้ว
00:11:11 → 00:11:12เราจะหลับง่ายให้สังเกตดู
00:11:12 → 00:11:15อาบน้ำร้อนจะหลับง่ายกว่าน้ำเย็น
00:11:15 → 00:11:17ถ้าตอนเช้าแนะนำให้อาบน้ำเย็นกระตุ้น
00:11:17 → 00:11:21โอ้โห ตาลุกโพรงเลย ตื่น ดึ๋งดั๋งเลย
00:11:21 → 00:11:23อยากตื่นอยากสดชื่นอาบน้ำเย็น
00:11:24 → 00:11:26อยากนอนสบายอาบน้ำร้อน
00:11:26 → 00:11:28ข้อ 4 อย่าอ่านหนังสือที่กระตุ้นมากเกินไป
00:11:28 → 00:11:31คืออ่านหนังสือก่อน เอาหนังสือวางไว้หัวนอนได้
00:11:32 → 00:11:36แต่ท่านไม่ใช่อ่านหนังสือแบบซีเรียส หุ้นเหิ้น
00:11:36 → 00:11:40โอ้โห เครียด การสู้รบ กำลังจีนภายใน
00:11:40 → 00:11:43เตะ ต่อย ปล่อยพลัง มันไม่ได้
00:11:43 → 00:11:46มันกระตุ้นสมอง ท่านควรจะอ่านแบบนิยายเบาๆ
00:11:46 → 00:11:48หรือฟังเพลงเบาๆ ที่ทำให้ท่านแบบ
00:11:48 → 00:11:51เขาเรียกว่าเข้าสู่การหลับอย่างสบายจะดีกว่า
00:11:51 → 00:11:54ข้อ 5 ห้องนอนควรมือสนิท
00:11:54 → 00:11:57ให้ท่านสังเกตเวลาท่านไปเที่ยวตามโรงแรมไรเงี้ย
00:11:57 → 00:11:59ไฟในห้องนอนมักจะเป็นสีส้ม
00:11:59 → 00:12:02ซึ่งมันมีเขาเรียกกำลังไฟประมาณ 3,000 เควิน
00:12:02 → 00:12:05ท่านไปดูที่หลอดไฟมันหลอดไฟสีส้ม
00:12:05 → 00:12:08ไฟพวกนี้เขาวิจัยมาแล้วว่าจะทำให้ท่านนอนหลับได้ดี
00:12:08 → 00:12:10ก่อนที่จะเข้านอน ถ้าเกิดห้องนอนเป็นสีส้ม
00:12:10 → 00:12:14เทียบกับสีขาวแบบไฟสว่างๆ ไฟนีออน
00:12:14 → 00:12:17ไฟสีส้มจะทำให้ท่านหลับได้ดีกว่า
00:12:17 → 00:12:22ถ้าท่านเป็นไปได้ก็คือว่าก่อนนอนให้เปิดไฟหัวเตียงก่อน
00:12:22 → 00:12:27อ่านหนังสือก่อนนอนสัก 15-20 นาที แล้วค่อยเข้านอน
00:12:27 → 00:12:29ซึ่งเป็นหนังสือที่สบายๆ
00:12:29 → 00:12:35ก็จะทำให้ท่านหลับหรือนอนได้ดีขึ้น อันนี้ก็แนะนำ
00:12:35 → 00:12:38ก็อย่างที่บอกสำหรับการนอนและการแก้ไขโดย
00:12:38 → 00:12:42การนอนหลับโดยไม่ใช้ยาก็มีดังนี้อย่างที่ผมว่าไป
00:12:42 → 00:12:48คือปรับพฤติกรรมการนอน และควบคุมสิ่งที่กระตุ้นท่านนั่นเอง
00:12:48 → 00:12:51ก็ขอให้ทุกท่านนอนหลับฝันดีทุกๆ คน สวัสดีครับ