00:00:00 → 00:00:03Single Being podcast about Living
00:00:03 → 00:00:07your Best Single Life โดยหมอผิง
00:00:07 → 00:00:12แพทย์หญิงธิดารุจิพัฒนกุล
00:00:12 → 00:00:15เวลาเราพูดถึงคนที่ทำงานเก่งคนที่ประสบ
00:00:15 → 00:00:17ความสำเร็จส่วนใหญ่เราจะโฟกัสกันว่าเขาทำ
00:00:18 → 00:00:21งานยังไงแต่ว่าเราไม่ค่อยโฟกัสว่าคนเก่ง
00:00:21 → 00:00:24เหล่าเนี้ยเขาพักกันยังไงซึ่งจริงๆแล้ว
00:00:24 → 00:00:27หมอว่ามันน่าสนใจไม่แพ้กันนะคะจริงๆแล้ว
00:00:27 → 00:00:31การพักเนี่ยก็สำคัญไม่แพ้กันทำงานแล้วถ้า
00:00:31 → 00:00:34เรามีกลยุทธ์ในการพักที่ดีเนี่ยบอกว่ามัน
00:00:34 → 00:00:37ส่งผลดีกับการทำงานของเรานะคะสมองของเรา
00:00:37 → 00:00:40แล้วก็สุขภาพของเราด้วยทั้งกายแล้วก็ใจ
00:00:40 → 00:00:43ค่ะวันนี้นะคะหมอจะมาคุยให้ฟังถึงเรื่อง
00:00:43 → 00:00:46ของกลยุทธ์การพักแบบคนที่ประสบความสำเร็จ
00:00:46 → 00:00:49ในการทำงาน
00:00:49 → 00:00:54ค่ะดีที่อยู่เดียว Presented by ให้รัก
00:00:54 → 00:00:57ดูแลชีวิตไทยประกัน
00:00:57 → 00:00:58[เพลง]
00:00:58 → 00:01:02ชีวิตสวัสดีค่ะคุณกำลังอยู่กับหมอผิง
00:01:02 → 00:01:05แพทย์หญิงธิดากรรุจิพัฒนกุลและ Single
00:01:05 → 00:01:08beeing podcast ที่อยากให้คุณสนุกแล้ว
00:01:08 → 00:01:10ก็มีความสุขกับการอยู่ตัวคนเดียวแล้วก็
00:01:10 → 00:01:14ฟังพแสนี้ค่ะเวลาเราพูดถึงคนที่ทำงานเก่ง
00:01:14 → 00:01:17คนที่ประสบความสำเร็จแล้วเราแบบเรียนรู้
00:01:17 → 00:01:20อะไรจากเ้าเนี่ยส่วนใหญ่เราจะโฟกัสกันว่า
00:01:20 → 00:01:24เทำงานยังไงโฟกัสลักษณะการทำงานโฟกัส
00:01:24 → 00:01:27สไตล์การทำงานซึ่งตรงเนี้ยบอกว่าคนพูดถึง
00:01:27 → 00:01:31กันมาเยอะละแต่ว่าเราไม่ค่อยโฟกัสว่าคน
00:01:31 → 00:01:34เก่งเหล่าเนี้ยเค้าพักกันยังไงซึ่งจริงๆ
00:01:34 → 00:01:37แล้วหมอว่ามันน่าสนใจไม่แพ้กันนะคะจริงๆ
00:01:37 → 00:01:40แล้วการพักเนี่ยก็สำคัญไม่แพ้การทำงาน
00:01:40 → 00:01:43แล้วถ้าเรามีกลยุทธ์ในการพักที่ดีเนี่ย
00:01:43 → 00:01:47หมอว่ามันส่งผลดีกับแน่นอนการทำงานของเรา
00:01:47 → 00:01:50นะคะสมองของเราแล้วก็สุขภาพของเราด้วย
00:01:50 → 00:01:53ทั้งกายแล้วก็ใจค่ะวันนี้นะคะหมอจะมาคุย
00:01:53 → 00:01:56ให้ฟังถึงเรื่องของกลยุทธ์การพักแบบคนที่
00:01:56 → 00:01:59ประสบความสำเร็จในการทำงานค่ะซึ่งสิ่งที่
00:01:59 → 00:02:02หมอนมาเล่าให้ฟังในวันเนี้ยนะคะเอามาจาก
00:02:02 → 00:02:05หนังสือชื่อ Rest เขียนไว้เมื่อปี 2016
00:02:05 → 00:02:07นะคะโดยนักเขียนชาวอเมริกันแต่ว่าเป็น
00:02:08 → 00:02:11โเรียนอเมริกันนะคะชื่อซูจูคิมพังไม่รู้
00:02:11 → 00:02:13ออกเสียงอาจจะผิดนะต้องขอโทษด้วยเอาเป็น
00:02:13 → 00:02:17ว่าประวัติของคุณคนเนี้ยคุณซูจูเนี่ยเา
00:02:17 → 00:02:20เป็นนักวางกลยุทธ์ทำงานอยู่ที่ิิอลยซึ่ง
00:02:20 → 00:02:24เขาก็ทำงานหนักนะคะแล้วก็มีช่วงที่แบบ
00:02:24 → 00:02:27burn Out ด้วยเลยศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง
00:02:27 → 00:02:30ของการพักนะคะว่าเอ๊ะทำยังไงที่จะทำงาน
00:02:30 → 00:02:33แล้วไม่เบิรน Out แล้วก็พักเป็นพักแล้วทำ
00:02:33 → 00:02:36ให้ตัวเองเก่งขึ้นดีขึ้นนะคะแล้วพอเศึกษา
00:02:36 → 00:02:38อันเนี้ยแล้วเคก็ค้นพบแพทเทิร์นบางอย่าง
00:02:38 → 00:02:41แล้วเขาก็ได้นำไป coaching บรรดานัก
00:02:41 → 00:02:44ธุรกิจหรือว่าคนทำงานนะคะที่รู้สึก
00:02:44 → 00:02:46เหนื่อยรู้สึก burn Out ว่าทำยังไงที่จะ
00:02:46 → 00:02:49พัฒนาตัวเองจากการพักแบบพักเป็นซึ่งบอก
00:02:49 → 00:02:51ว่าสำคัญมากๆเลยคนเราสมัยเทำงานเก่งนะแต่
00:02:51 → 00:02:54พักไม่เป็นมันก็จะทำให้เบรน out ได้ง่ายๆ
00:02:54 → 00:02:57นะคะว่ากันว่าการที่พวกเราต่างกันเนี่ย
00:02:57 → 00:02:59การที่คนบางคนเก่งหรือไม่เก่งประสบความ
00:02:59 → 00:03:01สำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จเนี่ยจริงๆ
00:03:01 → 00:03:03มันอาจจะไม่ใช่อยู่ที่ว่าคุณทำงานหนักแค่
00:03:03 → 00:03:06ไหนนะคะแต่มันอาจจะอยู่ที่ว่าคุณรู้จัก
00:03:06 → 00:03:08ที่จะอยู่ในเกมไหนแล้วก็ทำเมื่อไหร่แล้ว
00:03:08 → 00:03:11ก็ที่สำคัญคือรู้ว่าจะพักเมื่อไหร่เริ่ม
00:03:11 → 00:03:16ต้นก่อนเลยว่าเมื่อไหร่ควรที่จะทำงานนะคะ
00:03:16 → 00:03:18อันเนี้ยก็สำคัญคือเขาบอกว่าคนเราเนี่ย
00:03:18 → 00:03:22ควรจะเลือกที่จะทำงานในช่วงเวลาที่เราทำ
00:03:22 → 00:03:25ได้ดีที่สุดคือถ้าเราอ่ะไปทำในช่วงที่มัน
00:03:25 → 00:03:28ไม่พร้อมหรือว่าเป็นช่วงที่เราแบบไม่
00:03:28 → 00:03:30สามารถโฟกัสได้อมันก็จะทำให้เราต้องทำ
00:03:31 → 00:03:33จำนวนชั่วโมงยาวมากขึ้นกว่าจะได้เนื้องาน
00:03:33 → 00:03:36เท่ากันมันก็เลยทำให้จำนวนเวลาพักของเรา
00:03:36 → 00:03:39มันลดลงดังนั้นถ้าใครอยากจะพักเยอะก็จะ
00:03:39 → 00:03:42ต้องรู้ว่าเราทำงานในช่วงเวลาไหนของวัน
00:03:42 → 00:03:45แล้วเนี่ยมัน productive สุดคือได้เนื้อ
00:03:45 → 00:03:48งานมากสุดอย่างถ้าเป็นคนตื่นเช้าถือว่า
00:03:48 → 00:03:50เป็นคนที่หัวสมองลดแล่นตอนเช้าคุณก็ควรจะ
00:03:50 → 00:03:54กันเวลาตอนเช้าให้ได้เกิดการทำงานที่ต่อ
00:03:54 → 00:03:57เนื่อง 3-4 ชมงแบบที่ไม่ถูกการประชุมไม่
00:03:57 → 00:04:00ถูกอีเมลไม่ถูกอะไรมากมันเป็นช่วงๆเพื่อ
00:04:00 → 00:04:02ให้คุณสามารถที่จะทำงานในช่วง 3-4
00:04:02 → 00:04:05ชั่วโมงนั้นน่ะแต่ได้เนื้องานเหมือนกับทำ
00:04:05 → 00:04:08ไปแบบ 8-9 ช่วโมงอันเนี้ยก็จะเป็นการทำ
00:04:08 → 00:04:11งานเมื่อรู้ว่าเราควรจะทำเมื่อไหร่หลัก
00:04:11 → 00:04:14การเนี้ยจริงๆคนที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์
00:04:14 → 00:04:16นะคะ creativity หลายๆคนอย่างนักเขียน
00:04:16 → 00:04:18เนี่ยดังๆหลายคนใช้หลักการนี้เหมือนกันนะ
00:04:18 → 00:04:21คะอาจจะจากนักเขียนที่หมอชื่นชมเลยแล้ว
00:04:21 → 00:04:24จริงๆหมอก็จะพูดถึงบ่อยนะคะก็คือฮารูกิ
00:04:24 → 00:04:27มูราคามินะคะคาดว่าคนไทยหลายคนน่าจะรู้
00:04:27 → 00:04:30จักนะนักเขียนดังชาวญี่ปุ่นมูราคามิเนี่ย
00:04:30 → 00:04:32เขาก็จะเป็นคนที่หัวรดแล่นตอนเช้าเหมือน
00:04:32 → 00:04:34กันดังนั้นเนี่ยเขาคก็จะตื่นตอน 4:00 นนะ
00:04:34 → 00:04:37คะแล้วก็นั่งทำงานเขียนยาวๆเลย 500 -6
00:04:37 → 00:04:41ชมนะคะแล้วตอนสายๆบ่ายๆเนี่ยเขาก็ค่อยไป
00:04:41 → 00:04:45ออกกำลังกายวิ่งว่ายน้ำหรืออะไรก็ตามแล้ว
00:04:45 → 00:04:48ก็กลับมาพักผ่อนอ่านหนังสือฟังเพลงแล้วก็
00:04:48 → 00:04:52เข้านอน 21:00 นซึ่งเขาทำรูทีแบบเนี้ยซ้ำ
00:04:52 → 00:04:56ๆทุกวันทุกวันนะคะไม่มีแบบการดื้อหรือว่า
00:04:56 → 00:04:58เปลี่ยนแปลงอะไรเลยก็คือทำแบบเนี้ยเพราะ
00:04:58 → 00:05:00ว่ามันคือสิ่งที่ทำให้ให้เขาคอ่ะ
00:05:00 → 00:05:02productive มากสุดมีประสิทธิภาพในการทำ
00:05:02 → 00:05:05งานมากสุดเหมือนกันกับทางฝั่งของอเมริกา
00:05:05 → 00:05:08นะคะหนังสือเล่มเนี้ยก็เล่าให้ฟังถึงตัว
00:05:08 → 00:05:10อย่างของ Scott adams นะคะซึ่งเป็นคนที่
00:05:10 → 00:05:13เขียนการ์ตูนนะคะชื่อดังชื่อบดเป็น
00:05:13 → 00:05:16การ์ตูนดังของอเมริกาคนเนี้ยก็เหมือนกัน
00:05:16 → 00:05:19เลยค่ะคือชอบตื่น 5:00 นทุกวันแล้วก็มา
00:05:19 → 00:05:21นั่งจิบกาแฟก่อนจากนั้นก็คือนั่งวาด
00:05:21 → 00:05:25การ์ตูนเนี่ย 4 ชมรวดเลยซึ่งเบอกเทำอย่าง
00:05:25 → 00:05:28เงี้ยมา 20 ปีมันทำให้เขาแบบสามารถที่จะ
00:05:28 → 00:05:30ผลิตผลงานดีๆได้มากมากมายก็คือทำงานแค่
00:05:30 → 00:05:33วันละ 4 ชมเนี่ยแหละนะแล้วหลังจากนั้นเา
00:05:33 → 00:05:35ก็ไปออกกำลังทำนู่นนี่ทำอย่างอื่นแต่ว่า
00:05:35 → 00:05:39เขาได้ใช้ 4 ชมงที่สมองเขาแบบโลดแล่นที่
00:05:39 → 00:05:41สุดเนี่ยทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือวาด
00:05:41 → 00:05:44การ์ตูนซึ่งเป็นงานของเขานะคะแล้วก็ใช้
00:05:44 → 00:05:46เวลาที่เหลือทำอย่างอื่นไปดังนั้นคุณผู้
00:05:46 → 00:05:48ฟังถ้าเกิดว่าใครที่เป็นคนที่ไม่ต้องแบบ
00:05:48 → 00:05:51ทำงานตอกบัตร 925 อะไรเงี้ยโดยเฉพาะคนที่
00:05:51 → 00:05:53ทำงานที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์น่ะ
00:05:53 → 00:05:56ลองดูนะคะลองหา 4-5 ชมงหรือ 4-6 ช่วโมง
00:05:56 → 00:05:59ที่ดีที่สุดของวันของคุณแล้วก็ทำแค่ช่วง
00:05:59 → 00:06:02นั้นนเลยแล้วที่เหลือคุณพักมันอาจจะทำให้
00:06:02 → 00:06:05คุณได้งานที่ดีกว่าคุณนั่งตะบี้ตะบันทำ 10
00:06:05 → 00:06:0812 ช่ม 16 ช่วโมงก็ได้นั้นคือข้อที่ 1
00:06:08 → 00:06:11ก็คือรู้ว่าเมื่อไหร่ควรทำงานนะคะข้อที่ 2
00:06:11 → 00:06:13ค่ะรู้จักพักระหว่างวันอันนี้เป็นอีก
00:06:13 → 00:06:17กลยุทธ์นึงที่ดีนะหลายคนเนี่ยทำงานไปบ่าย
00:06:17 → 00:06:19ก็เหนื่อยละแต่ก็ไม่พักเพราะว่าอยากจะรีบ
00:06:19 → 00:06:22ทำให้เสร็จแต่เขาพบว่าจริงๆแล้วเนี่ยการ
00:06:22 → 00:06:25ที่เราได้พักระหว่างวันนิดนึงเนี่ยมัน
00:06:25 → 00:06:27ช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้นแล้วก็ความ
00:06:27 → 00:06:30เครียดน้อยลงเบิรน Out น้อยลงนะคะค่ะโดย
00:06:30 → 00:06:33ไม่ใช่พักสะเปะสะปะค่ะมี 2 อย่างที่เป็น
00:06:33 → 00:06:35การพักระหว่างวันที่ชาร์จแบตให้กับร่าง
00:06:35 → 00:06:40กายได้ดีที่สุด 1 แน่นอนค่ะการงีบการนอน
00:06:40 → 00:06:42กลางวันการนอนกลางวันที่ดีประมาณ 20 นาที
00:06:43 → 00:06:46ช่วงบ่ายนะคะช่วยชาร์จแบตให้กับเราได้ดี
00:06:46 → 00:06:49แต่อีกอันนึงที่หลายคนอาจจะไม่รู้นั่นคือ
00:06:49 → 00:06:51การเดินค่ะเพราะว่าการเดินเนี่ยในทาง
00:06:51 → 00:06:54วิทยาศาสตร์เนี่ยก็ช่วยในเรื่องของการ
00:06:54 → 00:06:56คลายความเครียดนะคะลดในเรื่องของความ
00:06:56 → 00:06:59เสี่ยงแม้เราจะไม่ได้ออกกำลังแต่ถ้าเรา
00:06:59 → 00:07:01เดินระหว่างวันเยอะๆมันก็ลดความเสี่ยงต่อ
00:07:01 → 00:07:04การเกิดโรคในกลุ่ม ncd โรคอ้วนลงพุงอะไร
00:07:04 → 00:07:07ต่างๆได้การได้ขยับเคลื่อนไหวร่างกายหรือ
00:07:07 → 00:07:09การเดินหลังอาหารเที่ยงนะคะก็พบว่าช่วย
00:07:09 → 00:07:12ให้ร่างกายจัดการกับระดับน้ำตาลในเลือด
00:07:12 → 00:07:15ได้ดีได้ซึ่งนอกจากทางวิทยาศาสตร์แล้วนะ
00:07:15 → 00:07:18คะมีคนดังคนนึงค่ะที่ชอบเดินเหมือนกัน
00:07:18 → 00:07:20นั่นก็คือมาร์ค Zuckerberg นะคะผู้ก่อ
00:07:20 → 00:07:23ตั้ง Facebook เนี่ยคุณพี่มาร์คเนี่ยชอบ
00:07:23 → 00:07:27ที่จะเดินนะคะโดยเฉพาะการเดินแบบคุย
00:07:27 → 00:07:30meetting หรือว่าคุยแบบแลธุรกิจคือหมาย
00:07:30 → 00:07:32ถึงว่าพอทำงานประชุมประชุมเหนื่อยๆเนี่ย
00:07:32 → 00:07:34เขาก็จะมีช่วงเวลาพักของเขาซึ่งเขาก็อาจ
00:07:34 → 00:07:37จะชวนคนที่อยากจะคุยธุรกิจคุยงานเนี่ยไป
00:07:37 → 00:07:40เดินไปคุยไปด้วยกันหรือว่าอีกอันนึงที่
00:07:40 → 00:07:44เขาชอบก็คือเวลาจะสัมภัสงานนะคะแล้วก็จะ
00:07:44 → 00:07:47ประเมินว่าเอ๊คนนี้จะรับไม่รับอะไรต่างๆ
00:07:47 → 00:07:50หรือว่าอยากจะชวนคนนี้มาทำงานด้วยก็พาไป
00:07:50 → 00:07:52เดินนะคะซึ่งจริงๆแล้วมันเป็น strategy
00:07:52 → 00:07:54ที่ดีมากเลยคือได้ได้คลายเครียดได้ออก
00:07:54 → 00:07:57กำลังแล้วก็เค้าพว่าการเดินไปคุยไปเนี่ย
00:07:57 → 00:07:59มันก็ดีนะคะมันเป็นสิ่งที่ดีทำให้อีกฝ่าย
00:07:59 → 00:08:01เนี่ยเนี่ยเปิดใจแล้วก็คุยด้วยมากขึ้นก็
00:08:01 → 00:08:04ลองเอาเทคนิคนี้ไปใช้ได้นะคะกรยุทธที่ 3
00:08:04 → 00:08:08นะคะในการพักก็คือว่าเราต้องรู้ว่าควรพัก
00:08:08 → 00:08:11หรือหยุดตอนไหนคือคนส่วนใหญ่อ่ะจะชอบพัก
00:08:11 → 00:08:15ตอนไหนคะตอนที่ทำงานจนตื้อแล้วคิดไม่ออก
00:08:15 → 00:08:18ใช่มั้ยคิดเท่าไหร่คิดไม่ออกและโอ๊ะ
00:08:18 → 00:08:21เหนื่อยมากๆะก็พักซึ่งจริงๆแล้วอ่ะเบอก
00:08:21 → 00:08:25ว่าผิดค่ะจริงๆคุณควรจะพักตอนที่คุณยัง
00:08:25 → 00:08:29รู้สึกว่าเอ๊ะยังคิดอะไรต่อได้อีกนะเช่น
00:08:29 → 00:08:33สมมุติเราทำสไลด์จะไปสอนนักศึกษาสมมุตินะ
00:08:33 → 00:08:36คะแล้วก็ทำไปได้ถึงสไลด์ที่ 14 แล้วก็คิด
00:08:36 → 00:08:39แล้วเอ๊เดี๋ยว 156 เราทำอันนี้ดีกว่าหยุด
00:08:39 → 00:08:43เลยค่ะหยุดไปพักค่ะก็พบว่าการที่เราหยุด
00:08:43 → 00:08:45ตอนโมเมนที่เรายังคิดอะไรต่อได้เนี่ยมัน
00:08:45 → 00:08:49จะทำให้สมองเราเนี่ยมันไปคิดต่อค่ะมันไม่
00:08:49 → 00:08:52หยุดค่ะแล้วก็มันจะตกตะกอนะแล้วกลับมาทำ
00:08:52 → 00:08:54อีกทีเนี่ยมันจะได้อะไรที่ดีกว่าเดิมอีก
00:08:54 → 00:08:57ดังนั้นเนี่ยลองแบบนี้ดูซึ่งไอ้เทคนิค
00:08:57 → 00:09:01เนี้ยในแง่ของของคนที่ประสบความสำเร็จนะ
00:09:01 → 00:09:03คะอย่าง ernest hemingway นะคะเค้าก็บอก
00:09:03 → 00:09:06ว่าสำหรับเค้าเนี่ยเวลาที่เค้าคิดเขียน
00:09:06 → 00:09:10อะไรก็ตามเขาคก็จะหยุดตอนที่เขารู้ว่าเขา
00:09:10 → 00:09:12จะเขียนอะไรต่อไปแล้วเขาจะกลับมาเขียนต่อ
00:09:12 → 00:09:15ได้นะคะบอกว่าเป็นเทคนิคที่ดีเหมือนกัน
00:09:15 → 00:09:17เพราะว่าสมองของคนเราเนี่ยจริงๆมันไม่ได้
00:09:17 → 00:09:20แบบมันไม่ได้ชัดดาวตอนที่เราหยุดทำงาน
00:09:20 → 00:09:23แล้วเราไปเดินหรือไปทำอย่างอื่นไปอาบน้ำ
00:09:23 → 00:09:25ไปอะไรก็ตามเนี่ยจริงๆแล้วอ่ะมันยังมีการ
00:09:25 → 00:09:27เดินเครื่องของสมองอยู่นะคะซึ่งตรงเนี้ย
00:09:27 → 00:09:29ถ้าเราหยุดตอนนั้นเนี่ยมันจะทำให้สมองเรา
00:09:29 → 00:09:31เดินเครื่องคิดตรงนั้นต่อไปได้อย่างแบบไป
00:09:31 → 00:09:36อีกขั้นนึงอืลองดูค่ะข้อต่อมาเราไปแล้ว 3
00:09:36 → 00:09:39กลยุทธเนาะอีกกลยุทธ์นึงที่สำคัญมากคือ
00:09:39 → 00:09:42การทำให้การนอนของเราเนี่ยเป็นการนอนที่
00:09:42 → 00:09:45มีคุณภาพเพราะว่าถ้าเรานอนได้หลับลึกนะคะ
00:09:45 → 00:09:49มี stret ของการนอนนะคะไปที่การหลับระยะ
00:09:49 → 00:09:53ที่ 4 หรือ rem อะไรต่างๆเนี่ยมันจะทำให้
00:09:53 → 00:09:55สมองของเราเนี่ยได้จัดระเบียบชุดความคิด
00:09:55 → 00:09:59อย่างแท้จริงจะมีการหลั่งของดฮอร์โมนที่
00:09:59 → 00:10:03ช่วยซ่อมแซมสมองมีการหลั่งของสารที่ช่วย
00:10:03 → 00:10:06สร้างไมอีลินนะคะซึ่งเป็นชั้นแฟตที่ช่วย
00:10:06 → 00:10:10ปกป้องสมองนะคะดังนั้นเนี่ยคนที่จะทำงาน
00:10:10 → 00:10:12ได้ดีทำงานได้เก่งประสบความสำเร็จเนี่ย
00:10:12 → 00:10:15ควรจะมีกลยุทธ์การนอนให้มีคุณภาพถามว่า
00:10:15 → 00:10:19นอนมีคุณภาพทำได้ยังไงจริงๆหมอเคยเชิญผู้
00:10:19 → 00:10:21เชี่ยวชาญในด้านนี้เลยนะคะคืออาจารย์ดาว
00:10:21 → 00:10:25รองศาสตราจารย์แพทหญิงนฤชาจิรกาลวสานนะคะ
00:10:25 → 00:10:28มาคุยในเรื่องของการนอนแบบมีคุณภาพใน EP
00:10:28 → 00:10:31ที่ 165 หนนะคะซึ่งหลักๆเลยเนี่ยอาจารย์
00:10:31 → 00:10:35ก็มีข้อที่ฝากไว้ให้ปฏิบัติเพื่อการนอน
00:10:35 → 00:10:38แบบมีคุณภาพก็คือ 1 พยายามนอนตรงเวลาทุก
00:10:38 → 00:10:41คืนตื่นตรงเวลานะคะเพื่อให้นาฬิกาชีวภาพ
00:10:41 → 00:10:43ของเราเนี่ยมันเดินได้ดีไม่ว่าจะจันทร์
00:10:43 → 00:10:46ถึงศุกร์หรือเสาร์อาทิตย์นอนตื่นเป็นเวลา
00:10:46 → 00:10:49ห้องนอนควรจะเงียบแล้วก็เย็นนะคะแล้วก็
00:10:49 → 00:10:53มืดเว้นอาหารมื้อหลักอาหารมื้อใหญ่อย่าง
00:10:53 → 00:10:56น้อย 3 ช่วโมงก่อนเข้านอนเลี่ยงคาเฟอีน
00:10:56 → 00:10:59แอลกอฮอล์นี้แน่นอนนะคะบางคนบอกว่าว่า
00:10:59 → 00:11:01ดื่มเหล้าแล้วหลับดีแต่จริงๆแล้วการหลับ
00:11:01 → 00:11:03จากการดื่มเหล้าจะเป็นการหลับที่ไม่มี
00:11:03 → 00:11:07คุณภาพนะคะออกกำลังพยายามออกช่วงเช้าถ้า
00:11:07 → 00:11:09จะออกช่วงเย็นเนี่ยอาจารย์แนะนำว่าควรจะ
00:11:09 → 00:11:12ห่างจากเวลานอนอย่างน้อย 4-6 ชมงเพราะว่า
00:11:12 → 00:11:14เวลาเราออกกำลังแล้วเนี่ยร่างกายมันก็จะ
00:11:14 → 00:11:17ตื่นตัวนะคะแล้วก็มีอุณหภูมิในร่างกาย
00:11:17 → 00:11:19ขึ้นสูงซึ่งมันก็อาจจะทำให้กว่าเราจะ
00:11:19 → 00:11:22คูลดาวร่างกายมันจะคลายลงมาได้เนี่ยมัน
00:11:22 → 00:11:25ช้าแลทำให้คุณภาพการนอนของเราไม่ดีได้ดัง
00:11:25 → 00:11:28นั้นกลยุทธ์นี้ก็คือฝึกให้เป็นคนนอนแบบมี
00:11:28 → 00:11:31คุณภาพถ้าคุณนอนแบบมีคุณภาพเนี่ยคุณนอน 6
00:11:31 → 00:11:34ชม 7 ชั่วโมงมันก็ฟื้นนะมันชาร์จแบตเต็ม
00:11:34 → 00:11:36แต่ถ้าคุณนอนแบบไม่มีคุณภาพเต่อให้นอนไป
00:11:37 → 00:11:4110 ชมงมันก็ชาร์จแบตไม่เต็มค่ะต่อมานะคะ
00:11:41 → 00:11:44กลยุทธ์ในการพักวันหยุดเนี่ยอันนึงคือควร
00:11:44 → 00:11:48ให้มีการออกกำลังกายนะจะเป็นกีฬาหรือจะ
00:11:48 → 00:11:50เป็นออกกำลังอะไรก็ได้ในโปรแกรมวันหยุด
00:11:50 → 00:11:53ของคุณนะคุณจะทำให้มันติดเป็นนิสัยเพราะ
00:11:53 → 00:11:56ว่าการออกกำลังเนี่ยมันไม่ได้ช่วยแค่ร่าง
00:11:56 → 00:11:59กายแต่มันช่วยสมองการออกกำลังเนี่ยช่วย
00:11:59 → 00:12:02ให้ร่างกายเนี่ยสร้างสารนรินซึ่งมันก็จะ
00:12:02 → 00:12:05ไปช่วยทำให้สมองเราเนี่ยซ่อมแซมตัวเองนะ
00:12:05 → 00:12:07ทำให้สมองเราเนี่ยมีการ reconnect อะไร
00:12:07 → 00:12:10ต่างๆนะคะแล้วก็การออกกำลังนะคะก็ยังพบ
00:12:10 → 00:12:14ว่าช่วยให้ลดความเสี่ยงของความจำเสื่อม
00:12:14 → 00:12:17ด้วยสมองเสื่อมด้วยนะคะดังนั้นออกกำลัง
00:12:17 → 00:12:20เนี่ยเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ควรจะทำในเวลา
00:12:20 → 00:12:22ที่คุณมีเวลาได้พักโดยเฉพาะช่วงวันหยุดนะ
00:12:22 → 00:12:25คะอีกอันนึงซึ่งหมอว่าหลายคนน่ะไม่ค่อย
00:12:25 → 00:12:28ได้ทำก็คือเรื่องของ Deep Play คุณผู้
00:12:28 → 00:12:30ฟังจะเคยได้ยินคอนเซป Deep work ใช่มั้ย
00:12:30 → 00:12:33คะ Deep work เนี่ยคือเวลาเราทำงานอะไร
00:12:33 → 00:12:36บางอย่างแล้วก็เราไหลลื่นไปกับมันเราแบบ
00:12:36 → 00:12:40สนุกไปกับมันจนเราแบบลืมวันลืมเวลาเรา
00:12:40 → 00:12:42อยู่กับมันได้อย่างเงี้ยอันเนี้ยมันก็จะ
00:12:42 → 00:12:45ทำให้เราทำงานได้ดีมีความสุขใช่มยคะหมอ
00:12:45 → 00:12:47เคยพูดถึง Concept เรื่องของ Flow state
00:12:47 → 00:12:49คือการที่ทำงานจนถึงภาวะลื่นไหลและมีความ
00:12:49 → 00:12:53สุขนะคะใน EP ที่ 12 22 ซึ่งอยากให้หลาย
00:12:53 → 00:12:55ๆคนลองไปฟังดูถ้าคนที่อยากจะทำงานเก่ง
00:12:55 → 00:12:58เพราะว่าถ้าเราฝึกทำงานแล้วเข้าสู่ Flow
00:12:58 → 00:13:00ST ได้นะคะมันก็จะทำให้เราเนี่ยทำงานได้
00:13:00 → 00:13:05มีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่พอเราวิรเป็นแล้ว
00:13:05 → 00:13:07เราต้อง Deep Play เป็นค่ะ Deep Play
00:13:07 → 00:13:10หมายถึงอะไรหมายถึงว่าเราจะต้องมีกิจกรรม
00:13:10 → 00:13:13อะไรบางอย่างงานิกบางอย่างที่ทำให้เรา
00:13:13 → 00:13:16เนี่ย challeng สำหรับเราพอสมควรคือมัน
00:13:16 → 00:13:19ท้าทายนะให้เราต้องแบบคิดวิเคราะห์อะไร
00:13:19 → 00:13:22ต่างๆนะแต่ในขณะเดียวกันเ่ะมันไม่ได้
00:13:22 → 00:13:25เครียดแล้วเราอ่ะมีแพชชั่นหรือมีความชอบ
00:13:25 → 00:13:27ในสิ่งนั้นๆนะแล้วก็เวลาเราทำสิ่งนั้น
00:13:27 → 00:13:30เนี่ยเราก็แบบลืมความเครียดหรือคลายความ
00:13:30 → 00:13:32เครียดไปได้ก็คือ Deep Play สนุกไปกับ
00:13:32 → 00:13:36มันได้ซึ่งทุกคนเนี่ยควรที่จะมี Deep
00:13:36 → 00:13:38Play หรือ Favorite hobb หรือกิจกรรม
00:13:38 → 00:13:41ที่ทำแล้วแบบไหลลื่นไปกับมันอย่างมีความ
00:13:41 → 00:13:43สุขเนี่ยอย่างน้อยสักอย่าง 2 อย่างแล้ว
00:13:43 → 00:13:46เราพยายามทำมันในวันหยุดให้ได้ทุกสัปดาห์
00:13:46 → 00:13:48นะคะการ Display ก็จะเป็นอีกหนึ่งใน
00:13:48 → 00:13:51กลยุทธ์ที่จะทำให้คุณพักได้อย่างมีคุณภาพ
00:13:51 → 00:13:54แล้วทำงานวันจันทร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
00:13:54 → 00:13:57นะคะอย่างของหมอ Display ของหมอนะหมอคิด
00:13:57 → 00:14:00ว่าน่าจะเป็นงานเขียนคือจริงๆอ่ะไม่ใช่
00:14:01 → 00:14:03งานนะเป็นการเขียนคือจริงๆหมอมีเขียนเล่น
00:14:03 → 00:14:05อะไรอย่างอื่นที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับ
00:14:05 → 00:14:07งานด้วยคือเขียนเองอ่านเองเขียนเก็บไว้
00:14:07 → 00:14:10เองแต่สนุกกับการเอาถ้อยคำมาบวกกันเป็น
00:14:10 → 00:14:13ประโยคเป็นอะไรอย่างเงี้ยค่ะแล้วก็อีกอัน
00:14:13 → 00:14:15นึงที่น่าจะเป็น EP Play ของหมอได้ก็คือ
00:14:15 → 00:14:19การทำอาหารนะก็ต้องมีการวางแผนนู่นนี่
00:14:19 → 00:14:22นั่นว่าจะทำอะไรเปิดเตานี้ในขณะที่ทำสิ่ง
00:14:23 → 00:14:24นี้อะไรเงี้ยบอกว่าอนี้ก็เป็น Deep Play
00:14:24 → 00:14:26นะคะดังนั้นกลยุทธ์อีกอย่างนึงที่จะทำให้
00:14:26 → 00:14:29คุณพักแบบมีคุณภาพก็คือ EP Play ในวัน
00:14:29 → 00:14:33หยุดแล้วก็อีกอันนึงก็คือเรื่องของการมี
00:14:33 → 00:14:37เคชนะมีการที่จะแบบออกไปท่องเที่ยวอะไร
00:14:37 → 00:14:39ต่างๆบ้างอันนี้หลายคนรู้อยู่แล้วก็แน่
00:14:39 → 00:14:41นอนสิกลยุทธในการพักก็ต้องมีเรื่องของการ
00:14:41 → 00:14:44ออกไปท่องเที่ยววันหยุดแต่ว่ามันมีอย่าง
00:14:44 → 00:14:47นึงค่ะซึ่งอยากจะฝากเวลาที่คุณหยุดลางาน
00:14:48 → 00:14:50ไปเที่ยวหรืออะไรก็ตามเนี่ยพยายามทำให้
00:14:50 → 00:14:54ได้อยู่ในกรอบ 4 อย่างนี้ก็คือ 1 รกนะ
00:14:54 → 00:14:57เวลาไปแล้วเนี่ยก็พยายามที่จะได้พักจริงๆ
00:14:57 → 00:15:00ก็คือได้รีกไม่ใช่ไปแล้วก็ยังแบบมีความ
00:15:00 → 00:15:05เครียดติดไป 2 คือ Control คือพยายามให้
00:15:05 → 00:15:07การไปเที่ยวของคุณเนี่ยมันเป็นอะไรที่คุณ
00:15:07 → 00:15:09ไม่รู้สึกว่าคุณแบบถูกควบคุมแต่เป็นสิ่ง
00:15:09 → 00:15:12ที่คุณควบคุมมันได้คุณควบคุมได้ว่าเออจะ
00:15:12 → 00:15:15ไปตรงไหนเวลาไหนอะไรต่างๆถ้าเวลาที่เราไป
00:15:15 → 00:15:17เที่ยวไปเวเคชั่นแล้วเรายังรู้สึกว่าเรา
00:15:17 → 00:15:20คอนโรลไม่ได้ควบคุมไม่ได้เนี่ยเราก็จะไม่
00:15:20 → 00:15:24รู้สึกพักผ่อนไม่รู้สึกว่ารก 3 คือพยายาม
00:15:24 → 00:15:26เลือกการเที่ยวที่มีประสบการณ์ที่มันตรง
00:15:26 → 00:15:29กับสิ่งที่คุณชอบเช่นถ้าถ้าคุณเป็นคนชอบ
00:15:29 → 00:15:32แบบความสนุกสนานตื่นเต้นก็ไปอะไรที่แบบ
00:15:32 → 00:15:34เป็นแบบได้ตื่นเต้นหรือถ้าคุณเป็นคนชอบ
00:15:34 → 00:15:37อยู่เฉยๆก็เลือก experience ที่มันตรงกับ
00:15:37 → 00:15:39สิ่งที่คุณต้องการและ 4 ที่สำคัญที่สุด
00:15:40 → 00:15:42คือเวลาไปเที่ยวหรือพักผ่อนชาร์แบตเนี่ย
00:15:42 → 00:15:47ควรที่จะ disconnect ไม่ไปเช็คงานนะอาจจะ
00:15:47 → 00:15:49ตั้งไว้เลยว่าเออปิดโนติของงานหรืออะไรก็
00:15:49 → 00:15:52ตามเพราะว่าถ้าเกิดว่าคุณเคชนะแต่ว่าใน
00:15:52 → 00:15:55ขณะที่ไปเที่ยวเนี่ยคุณก็ยัง Connect กับ
00:15:55 → 00:15:58ที่ทำงานอยู่ตลอดอ่ะมันก็จะทำให้คุณไม่
00:15:58 → 00:16:01สามารถพักได้จริงๆแล้วพอกลับมาเนี่ยมันก็
00:16:01 → 00:16:03ชาร์จแบตไม่เต็มสุดท้ายก็จะกลายเป็น burn
00:16:03 → 00:16:06Out นะคะดังนั้นเนี่ยกลยุทธ์ตรงเนี้ย
00:16:06 → 00:16:10สำคัญมากๆนะคะคือหมอมองว่าสุดท้ายแล้วอ่ะ
00:16:10 → 00:16:13การทำงานกับการพักอ่ะมันเหมือนหยินกับ
00:16:13 → 00:16:16หยางเราต้องทำให้มันสมดุลถ้าเราทำงานเยอะ
00:16:16 → 00:16:19แล้วเราพักไม่เป็นในที่สุดแล้วอ่ะเราก็จะ
00:16:19 → 00:16:23เปินเอาทแต่ถ้าเราเอาแต่พักไม่ทำงานอัน
00:16:23 → 00:16:26นี้ก็จะลำบากไปอีกแบบหนึ่งนะคะดังนั้นก็
00:16:26 → 00:16:29อยากจะฝากบอกว่าถ้าจะทำงานเก่งคุณต้อง
00:16:29 → 00:16:33เป็นคนพักเก่งด้วยอันเนี้ยจะดีกับสุขภาพ
00:16:33 → 00:16:37กายและสุขภาพใจในระยะยาวนะคะก็หวังว่า
00:16:38 → 00:16:41กลยุทธ์พักในหลายๆรูปแบบที่หมอเล่าให้ฟัง
00:16:41 → 00:16:43ในวันเนี้ยจะเป็นประโยชน์กับคุณผู้ฟังนะ
00:16:43 → 00:16:46คะแล้วก็ถ้ามีเพื่อนที่เป็นคนบ้างานนะคน
00:16:46 → 00:16:49รักที่เป็นคนบ้างานแล้วพักไม่เป็นก็ส่ง
00:16:49 → 00:16:52podcast นี้ไปให้เขาคฟังนะคะให้รักดูแล
00:16:52 → 00:16:55ชีวิตไปด้วยกัน
00:16:55 → 00:16:59ค่ะก็ถ้าใครฟังแล้วถูกใจนะคะฝากกดไกด
00:16:59 → 00:17:01Subscribe นะคะหรือว่าคอมเมนบอกหมอด้วย
00:17:01 → 00:17:04นะคะว่าอยากให้ปรับปรุงหรืออยากให้คุยใน
00:17:04 → 00:17:06หัวข้อไหนขอบคุณมากๆค่ะสำหรับการติดตาม
00:17:06 → 00:17:09ฟังในวันนี้ค่ะสวัสดี
00:17:09 → 00:17:13ค่ะ Single Being podcast about
00:17:13 → 00:17:17Living your Best Single Life โดย
00:17:17 → 00:17:21หมอผิงแพทย์หญิงธิดารุจิพัฒนกุล
00:17:21 → 00:17:26ดีที่อยู่เดียว Presented by ให้รักดูแล
00:17:26 → 00:17:30ชีวิตไทยประกัน
00:17:30 → 00:17:33ชีวิต