00:00:00 → 00:00:03กับการที่เราสูบบุหรี่ก็จะทำให้มีการบวม
00:00:03 → 00:00:06การอักเสบของแท่งนั้นหายใจการที่เราดื่ม
00:00:06 → 00:00:09สุราซึ่งจะไปมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อก็
00:00:09 → 00:00:11เพิ่มความเสี่ยงของการที่จะมีภาวะอยู่ใน
00:00:11 → 00:00:17ใจขณะหลับจากการอุดก้านเช่นเดียวกันค่ะ
00:00:17 → 00:00:24[เพลง]
00:00:24 → 00:00:26ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นนะคะ
00:00:26 → 00:00:29คือการที่เรามีทางเดินหายใจอุดกั้นเวลา
00:00:29 → 00:00:32ที่เรานอนหลับพอมีการอุดกั้นแล้วค่ะมันก็
00:00:32 → 00:00:35จะทำให้มีการตกลงของออกซิเจนเป็นพักๆแล้ว
00:00:35 → 00:00:37ก็ทำให้สมองตื่นตัวเพราะฉะนั้นก็ทำให้
00:00:37 → 00:00:40ระบบประสาทอัตโนมัติต้องทำงานเพิ่มขึ้น
00:00:40 → 00:00:43พวกนี้ค่ะจะเพิ่มโอกาสกลายเป็นโรคต่างๆ
00:00:43 → 00:00:47ที่ร้ายแรงเช่นโรคหัวใจขาดเลือดโรคความ
00:00:47 → 00:00:51ดันโลหิตสูงรุนแรงโรคเส้นเลือดสมองอุด
00:00:51 → 00:00:53กั้นเป็นต้นเพราะฉะนั้นพวกนี้ก็จะเพิ่ม
00:00:53 → 00:00:56โอกาสการเสียชีวิตจากโรคต่างๆเหล่านี้ได้
00:00:56 → 00:00:57ค่ะ
00:00:57 → 00:01:00[เพลง]
00:01:00 → 00:01:02อันนี้เป็นคำถามที่เจอได้บ่อยเลยค่ะว่า
00:01:02 → 00:01:05หยุดหายใจขณะหลับมันคือโรคไหลตายหรือ
00:01:05 → 00:01:08เปล่าจริงๆมันคือคนละโรคกันโรคไหลตายคือ
00:01:09 → 00:01:12โรคของหัวใจเต้นผิดจังหวะซึ่งเกิดขณะที่
00:01:12 → 00:01:14เราหลับส่วนใหญ่จะเจอในผู้ชายนะคะอายุ
00:01:14 → 00:01:18ค่อนข้างน้อยพลเอเชียพอมีการเต้นหัวใจผิด
00:01:18 → 00:01:21จังหวะก็ทำให้เกิดการเสียชีวิตแต่โรคที่
00:01:21 → 00:01:23กล่าวถึงคือภาวะอยู่ในใจขณะหลับอันนี้
00:01:23 → 00:01:26เป็นการอุดกั้นของทางเดินหายใจมีออกซิเจน
00:01:26 → 00:01:29ตกก็จะกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะมัน
00:01:29 → 00:01:32ภาวะเหนื่อยใจขณะหลับสามารถกระตุ้นให้
00:01:32 → 00:01:35เกิดโรคไหลตายได้แต่ว่าเป็นคนละโรคกันค่ะ
00:01:36 → 00:01:38[เพลง]
00:01:38 → 00:01:41ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะ
00:01:41 → 00:01:44หลับสามารถแบ่งคร่าวๆได้เป็นความผิดปกติ
00:01:44 → 00:01:47ของสรีระกับความผิดปกติของการทำงานของ
00:01:48 → 00:01:50ระบบกล้ามเนื้อนะคะเรื่องของความผิดปกติ
00:01:50 → 00:01:53ของสรีระค่ะเกิดได้ตั้งแต่ลักษณะโครง
00:01:53 → 00:01:56สร้างกระดูกเช่นเรื่องของคางสั้นคางเล็ก
00:01:56 → 00:01:59เพราะว่าการที่คางสั้นก็จะทำให้เรื่องของ
00:01:59 → 00:02:02ทางเดินหายใจข้างหลังมันติดแคบลงนอกจาก
00:02:02 → 00:02:04นั้นเองก็อาจจะเป็นเรื่องของน้ำหนักตัว
00:02:04 → 00:02:07น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นก็จะทำให้มีปัจจัย
00:02:07 → 00:02:10เสี่ยงเพิ่มได้เช่นเดียวกันนะคะนอกจาก
00:02:10 → 00:02:12นั้นเองนะคะก็อาจจะเป็นเรื่องของโครง
00:02:12 → 00:02:16สร้างอื่นๆเช่นจมูกบางคนจมูกโค้ชหรือมี
00:02:16 → 00:02:19จมูกอักเสบจากภูมิแพ้อย่างนี้เป็นต้นก็
00:02:19 → 00:02:21อาจจะเพิ่มเรื่องของความเสี่ยงตรงนี้ได้
00:02:21 → 00:02:23เช่นกันนอกจากนั้นนะคะก็จะมีปัจจัยเสี่ยง
00:02:23 → 00:02:26ในแง่ของการทำงานของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ
00:02:26 → 00:02:30ค่ะเช่นกรณีผู้ชายผู้ชายถ้าเทียบกับผู้
00:02:30 → 00:02:33หญิงอ่ะผู้หญิงจะมีแรงตึงตัวของกล้าม
00:02:33 → 00:02:35เนื้อที่มากกว่านะคะน้อยผู้ชายเนี่ยเพิ่ม
00:02:35 → 00:02:38ความเสี่ยงของการที่จะมีภาวะหยุดหายใจขณะ
00:02:38 → 00:02:42ค่ะในทางตรงข้ามผู้หญิงถ้าหมดประจำเดือน
00:02:42 → 00:02:44แล้วก็จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นภาวะ
00:02:44 → 00:02:47นี้เช่นเดียวกันนอกจากนั้นการที่เราทานยา
00:02:47 → 00:02:50บางอย่างนะคะเช่นยาที่มีฤทธิ์คลายกล้าม
00:02:50 → 00:02:53เนื้อนะคะยานอนหลับบางประเภทยาแก้ปวดที่
00:02:54 → 00:02:57มีส่วนผสมของมอร์ฟีนก็จะเพิ่มความเสี่ยง
00:02:57 → 00:03:00ในการมีภาวะนี้เช่นเดียวกันนะคะนอกจาก
00:03:00 → 00:03:03นั้นแล้วเนี่ยนะคะการที่เราสูบบุหรี่ก็จะ
00:03:03 → 00:03:06ทำให้มีการบวมการอักเสบของท่านเดินหายใจ
00:03:06 → 00:03:09การที่เราดื่มสุราซึ่งจะไปมีฤทธิ์คลาย
00:03:09 → 00:03:11กล้ามเนื้อก็เพิ่มความเสี่ยงของการที่จะ
00:03:11 → 00:03:14มีภาวะอยู่ในใจขณะหลับจากการอดกลั้นเช่น
00:03:14 → 00:03:18เดียวกันค่ะ
00:03:18 → 00:03:20อาการของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุด
00:03:21 → 00:03:23กั้นนะคะสามารถแบ่งได้เป็นอาการตอนกลาง
00:03:23 → 00:03:26วันและอาการตอนกลางคืนค่ะอาการตอนกลางวัน
00:03:26 → 00:03:29ก็ประกอบไปด้วยการที่เราตื่นมาแล้วเราไม่
00:03:29 → 00:03:30สดชื่น
00:03:30 → 00:03:33การที่เรามีปวดศีรษะตอนเช้านะคะการที่เรา
00:03:33 → 00:03:37มีอาการง่วงนอนอ่อนเพลียในตอนกลางวันต้อง
00:03:37 → 00:03:38รู้สึกว่าต้องนอนกลางวันตลอดอย่างนี้เป็น
00:03:38 → 00:03:42ต้นอาการตอนกลางคืนนะคะก็ประกอบด้วยอาการ
00:03:42 → 00:03:45นอนกรนอาการนอนกรนจะเป็นอาการที่พบบ่อย
00:03:45 → 00:03:47ที่สุดในผู้ป่วยที่มีภาวะอยู่ในใจขณะหลับ
00:03:47 → 00:03:50ค่ะนอกจากนั้นก็จะมีเรื่องของอาการสำลัก
00:03:50 → 00:03:53การที่มีคนเห็นว่าเรามีอยู่หายใจขณะหลับ
00:03:53 → 00:03:56การที่เรามีการตื่นขึ้นมาปัสสาวะมากกว่า 1
00:03:56 → 00:04:00ครั้งต่อคืน
00:04:00 → 00:04:03เราอาจจะเริ่มจากการที่เราใช้แบบสอบถามใน
00:04:03 → 00:04:06การคัดกรองได้นะคะโดยแบบสอบถามนี้เรียก
00:04:06 → 00:04:10ว่า Stop Band นะคะถ้าเราได้คะแนนครบ
00:04:10 → 00:04:13เกณฑ์รวมกันตั้งแต่ 3 ขึ้นไปจะถือว่ามี
00:04:13 → 00:04:16ความเสี่ยงและถ้าได้ 5 ควรจะต้องพบแพทย์
00:04:16 → 00:04:19เพราะมีโอกาสสูงเลยค่ะที่จะมีภาวะหยุดหาย
00:04:19 → 00:04:22ใจขณะหลับจากการอุดก้านค่ะหลังจากนั้น
00:04:22 → 00:04:25แล้วเราควรจะต้องรับการตรวจการนอนหลับ
00:04:25 → 00:04:28ซึ่งเป็นการวินิจฉัยมาตรฐานที่จะดูว่าเรา
00:04:28 → 00:04:30มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกลั้น
00:04:30 → 00:04:33หรือเปล่านะคะและแพทย์จะประเมินอีกทีนึง
00:04:33 → 00:04:37นะคะว่าถ้าเรามีภาวะจุดใจขณะหลับแล้วเรา
00:04:37 → 00:04:39ควรจะต้องมีลักษณะตรวจเพิ่มเติมอย่างอื่น
00:04:39 → 00:04:42หรือเปล่าเช่นอาจจะต้องมีการส่องกล้องดู
00:04:42 → 00:04:44ว่าเรามีการทางเดินหายใจอุดกั้นอะไรส่วน
00:04:44 → 00:04:47ไหนในทางเดินหายใจส่วนบนหรือเปล่านะคะนอก
00:04:47 → 00:04:49จากนั้นบางคนอาจจะต้องมีการเอกซเรย์เพิ่ม
00:04:49 → 00:04:52เติมเช่นจะต้องรับการผ่าตัดหรือว่าจะต้อง
00:04:52 → 00:04:54ใช้อุปกรณ์ทางทันตกรรมเป็นต้นค่ะ
00:04:54 → 00:04:58[เพลง]
00:04:58 → 00:05:01ถ้าพบว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุด
00:05:01 → 00:05:04กั้นเป็นในระดับที่ไม่รุนแรงเราอาจจะ
00:05:04 → 00:05:06เริ่มจากการปรับพฤติกรรมก่อนได้นะคะเช่น
00:05:06 → 00:05:10การลดน้ำหนักประมาณ 5-10% การที่เราลดการ
00:05:10 → 00:05:14สูบบุหรี่ลดการดื่มสุราการที่เราหยุดยา
00:05:14 → 00:05:17ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการที่จะมีภาวะ
00:05:17 → 00:05:19หยุดหายใจขณะหลับหรือการที่เรารักษาโรค
00:05:19 → 00:05:23ที่มีความเกี่ยวข้องเช่นการรักษาโรคจมูก
00:05:23 → 00:05:26อักเสบจากภูมิแพ้การปรับท่านอนพบว่าการ
00:05:26 → 00:05:29ที่นอนตะแคงภาวะอยู่ในใจขณะหลับจากการอุด
00:05:29 → 00:05:32กั้นจะดีขึ้นได้หรือถ้าเราไม่ถนัดนอน
00:05:32 → 00:05:36ตะแคงสามารถนอนศีรษะสูงประมาณ 30-45 องศา
00:05:36 → 00:05:39ก็สามารถช่วยได้ค่ะแต่ว่าถ้าเรามีภาวะ
00:05:39 → 00:05:41อยู่ในใจขณะหลับจากการอุดก้านในระดับ
00:05:41 → 00:05:45รุนแรงปานกลางขึ้นไปเนี่ยการรักษาหลักจะ
00:05:45 → 00:05:47เป็นการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวมหรือ
00:05:47 → 00:05:50เรียกว่าเครื่องซีแพคนอกจากนั้นการรักษา
00:05:50 → 00:05:53อื่นๆก็จะมีการใช้อุปกรณ์ทางทันตกรรมซึ่ง
00:05:53 → 00:05:56จะเลื่อนการร่างมาด้านหน้าก็จะทำให้ทาง
00:05:56 → 00:05:59เดินหายใจเนี่ยเปิดกว้างขึ้นนอกจากนั้นนะ
00:05:59 → 00:06:02คะก็มีการรักษาด้วยการผ่าตัดอันประกอบไป
00:06:02 → 00:06:05ด้วยการผ่าตัดเนื้อเยื่ออ่อนเช่นการตัด
00:06:05 → 00:06:09ทอนซิลการตัดเพดานอ่อนเป็นต้นนอกจากนั้น
00:06:09 → 00:06:12ก็มีการผ่าตัดใหญ่เช่นการผ่าตัดเรื่องของ
00:06:12 → 00:06:14โครงกระดูกเพื่อรักษาภาวะอยู่ในใจขณะหลับ
00:06:14 → 00:06:18ด้วยค่ะภาวะหยุดหายใจขณะหลับก็เป็นภาวะ
00:06:18 → 00:06:20ที่เจอได้ค่อนข้างบ่อยนะคะแล้วก็เพิ่ม
00:06:20 → 00:06:23ความเสี่ยงในการที่จะเป็นโรคร้ายแรงนะคะ
00:06:23 → 00:06:26ถ้าท่านใดก็ตามนะคะมีอาการที่เข้าได้กับ
00:06:26 → 00:06:29ภาวะอยู่ในใจขณะหลับเช่นการที่นอนกรน
00:06:29 → 00:06:32เสียงดังการที่หยุดหายใจนะคะก็อยากให้มา
00:06:32 → 00:06:36รับการตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาลนะคะหรือ
00:06:36 → 00:06:39จะมาที่ศูนย์นิทราเวชโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
00:06:39 → 00:06:43สภากาชาดไทยเพื่อรับการตรวจรักษาได้ค่ะ
00:06:43 → 00:06:47ฟังหมอจุฬาทุกปัญหามีคำตอบอย่าลืมกดไลค์
00:06:47 → 00:06:50กดแชร์กด Subscribe กดกระดิ่งรายการฟัง
00:06:50 → 00:06:52ความคาดหวังด้วยนะคะ
00:06:52 → 00:07:05[เพลง]