00:00:46 → 00:00:47ง่วงอีกแล้วค่ะคุณหมอ
00:00:47 → 00:00:49คุณแนนเป็นอะไรคุณแนนง่วงนอน
00:00:49 → 00:00:53เนี่ยตั้งแต่ช่วงมีโควิดเนี่ยติดผู้ชายค่ะคุณหมอ
00:00:53 → 00:00:57ติดโอปป้าดูซีรีย์ตี 3 ตี 4 ทุกวัน
00:00:57 → 00:00:58แนนง่วงจังเลยคุณหมอ
00:00:58 → 00:01:00คุณแนนนอนน้อยเนี่ยภูมิไม่ดี
00:01:00 → 00:01:02ทำให้เสี่ยงต่อการติดโควิดได้ง่าย
00:01:03 → 00:01:05เดี๋ยวก่อนต้องนี้ค่ะเข้ารายการก่อน
00:01:05 → 00:01:07สวัสดีค่ะ
00:01:07 → 00:01:10ขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่รายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:01:10 → 00:01:14ตายแล้วนี้เมื่อกี้เม้าท์กับคุณหมอว่านอนน้อยนี้เสี่ยงภูมิต้านทานต่ำ
00:01:14 → 00:01:14ใช่ๆ
00:01:14 → 00:01:16เพราะมันทำให้ภูมิต้านทานเราไม่ดี
00:01:16 → 00:01:19แล้วก็ทำให้เรามีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่าย
00:01:19 → 00:01:21เพราะฉะนั้นวันนี้เราชวนคุณผู้ชมนอนกันดีไหมคะคุณหมอ
00:01:21 → 00:01:23มานอนเพิ่มภูมิกันดีกว่า
00:01:23 → 00:01:25งั้นวันนี้เราจะคุยกันเรื่องนี้นะคะ
00:01:25 → 00:01:26ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด
00:01:28 → 00:01:30หมอชวนคุยช่วงที่ 1 สนับสนุนโดย
00:01:31 → 00:01:37แดดแรงแค่ไหนก็ไม่แคร์ปกป้องผิวด้วย Heliocare ทั้งกันแดดและต้านผิวแก่
00:01:40 → 00:01:42มาติดตามหมอชวนคุยกันค่ะคุณผู้ชม
00:01:42 → 00:01:43ช่วงที่1ของเรา
00:01:43 → 00:01:45สนับสนุนโดยแดดแรงแค่ไหนก็ไม่แคร์
00:01:45 → 00:01:50ปกป้องผิวด้วย Heliocare ทั้งกันแดดและต้านผิวแก่นะคะ
00:01:51 → 00:01:55ตัวนี้เป็นตัวที่แพทย์ผิวหนังก็แนะนำให้ใช้เพราะว่ามีงานวิจัยรับรองใช่ไหมคะคุณหมอ
00:01:55 → 00:01:57งานวิจัยรับรองเยอะมาก
00:01:57 → 00:01:57ค่ะ
00:01:57 → 00:02:01ตัวเดียวเอาอยู่หมด UVA UVB infrared Blue Light
00:02:01 → 00:02:02ใช่แล้ว
00:02:02 → 00:02:04จัดไปคุณผู้ชมค่ะ
00:02:04 → 00:02:07แถมยังช่วยต้านแก่ได้ด้วยเพราะว่ามันไปช่วยลดสารอนุมูลอิสระ
00:02:08 → 00:02:11เข้าสู่เนื้อหารายการของเราในวันนี้น่าสนใจมากๆ
00:02:11 → 00:02:15วันนี้เราจะชวนทุกคนนอนเพิ่มภูมิ
00:02:15 → 00:02:17เหมาะมากกับยุคCOVID-19
00:02:17 → 00:02:18ใช่
00:02:18 → 00:02:21หนึ่งในเทคนิคที่จะทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่ดีก็คือการนอนเนี่ยหรอคะ
00:02:21 → 00:02:22ถูกต้อง
00:02:22 → 00:02:22ใช่แล้ว
00:02:22 → 00:02:25งั้นเรามาดูดีกว่าว่าข้อดีของการนอน
00:02:25 → 00:02:29ที่มันส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราเนี้ย
00:02:29 → 00:02:30กลไกมันเป็นยังไงคะคุณหมอ
00:02:30 → 00:02:33คือต้องบอกว่าการนอนหลับของคนเราเนี่ยคุณแนน
00:02:33 → 00:02:35มีศูนย์ควบคุมมาจากสมอง
00:02:35 → 00:02:38สมองเขาก็จะมีส่วนหนึ่งในการควบคุมการทำงาน
00:02:38 → 00:02:41ของอวยวะต่างๆของร่างกายนะคะ
00:02:41 → 00:02:43ไม่ว่าจะเป็นตับ ไม่ว่าจะไต
00:02:43 → 00:02:44ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ ต่อมหมวกไต
00:02:44 → 00:02:46ทุกอันเนี่ยก็จะมีการทำงานประสานงาน
00:02:46 → 00:02:48การควบคุมวงจรการทำงานของร่างกาย
00:02:48 → 00:02:50ตามนาฬิกาชีวภาพ
00:02:50 → 00:02:50ค่ะ
00:02:50 → 00:02:52ก็คือช่วงที่เวลาเรานอนเนี่ย
00:02:52 → 00:02:55อวัยวะเหล่านี้มันก็ถูกส่งSignalsส่งสัญญาณไป
00:02:55 → 00:02:57ให้มันพักแล้วก็ให้มันทำงานน้อยลง
00:02:57 → 00:02:57ค่ะ
00:02:57 → 00:03:00ในขณะเดียวกับที่มันก็จะได้มีการซ่อมแซม
00:03:00 → 00:03:03มันก็จะได้มีการฟื้นฟู
00:03:03 → 00:03:04ช่วงเวลาพักก็ได้พัก
00:03:04 → 00:03:06มันจะได้มีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
00:03:06 → 00:03:07ฟื้นฟูกลับขึ้นมา
00:03:08 → 00:03:09ถ้าสมมุติว่าเราไม่นอน
00:03:09 → 00:03:11อวัยวะเหล่านี้ก็ยังทำงานอยู่
00:03:12 → 00:03:14โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสมมุติเราไม่นอน
00:03:14 → 00:03:14แล้วเรากิน
00:03:15 → 00:03:19ซึ่งจริงๆเนี่ยร่างกายจะถูกสั่งให้กินพออวัยวะทำงานมันมีการหลั่งฮอร์โมน
00:03:19 → 00:03:20มันต้องใช้พลังงาน
00:03:21 → 00:03:25แต่ว่าถ้าสมมุติว่าร่างกายของเราพอถึงเวลาแล้วเราเข้านอน
00:03:26 → 00:03:29นาฬิกาชีวิตเราก็ทำงานแล้วเวลาที่เราหลับเนี่ย
00:03:29 → 00:03:34มันก็จะไปทำให้ร่างกายมีการซ่อมแซมร่างกายมีการฟื้นฟู
00:03:34 → 00:03:38โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือระบบภูมิต้านทาน
00:03:38 → 00:03:39ยิ่งถ้าเรานอนหลับ
00:03:39 → 00:03:40ค่ะ
00:03:40 → 00:03:42โดยมีคุณภาพการนอนที่ดี
00:03:42 → 00:03:48อันนี้เขามีงานวิจัยมากมายเลยว่ามันช่วยทำให้ภูมิต้านทานร่างกายดีขึ้น
00:03:50 → 00:03:54ก็คือร่างกายมนุษย์เนี่ยมีภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นแต่กำเนิด
00:03:54 → 00:03:58พอเราโตขึ้นมาเรื่อยๆเราจะมีภูมิต้านทานที่จำเพาะขึ้นเรื่อยๆนะคะ
00:03:58 → 00:04:01ก็คือเอาไว้สำหรับฆ่าเชื้อโรคหรือขจัดสิ่งแปลกปลอม
00:04:02 → 00:04:04ซึ่งอันนี้มันก็จะเป็นภูมิต้านทานอีกแบบนึง
00:04:04 → 00:04:06ซึ่งถูกสร้างขึ้นมา
00:04:06 → 00:04:08เขาพบว่าการนอนเนี่ย
00:04:08 → 00:04:14สามารถที่จะไปช่วยทำให้การทำงานของภูมิต้านทานของร่างกายดีขึ้นทั้งสองระบบเลย
00:04:15 → 00:04:16ทั้งที่เป็นระบบที่มาแต่กำเนิด
00:04:16 → 00:04:17ค่ะ
00:04:17 → 00:04:21กับระบบที่เป็นระบบจำเพาะหรือเป็นระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาทีหลัง
00:04:22 → 00:04:24งั้นความสัมพันธ์ของมันเนี่ยเคยได้ยินไหม
00:04:24 → 00:04:26จะไปฉีดวัคซีนโควิด
00:04:26 → 00:04:26ค่ะ
00:04:26 → 00:04:27นอน
00:04:28 → 00:04:30ที่ให้เตรียมตัว
00:04:30 → 00:04:31ใช่
00:04:31 → 00:04:34เพราะถ้าสมมุติว่าเรานอนหลับพักผ่อนเพียงพอ
00:04:34 → 00:04:37เวลาฉีดวัคซีนไปปุ๊บการกระตุ้นภูมิมันจะดี
00:04:37 → 00:04:43อันนี้คือการตอบสนองต่อภูมิต้านทานเวลาที่เราฉีดวัคซีนเข้าไปแล้ว
00:04:43 → 00:04:45ก็คือมีการกระตุ้นภูมิเข้าไปแล้วเนี่ย
00:04:45 → 00:04:47มันจะสามารถกระตุ้นภูมิต้านทานของเราได้ดี
00:04:47 → 00:04:48ค่ะ
00:04:48 → 00:04:49แล้วนอกจากนี้แล้วเนี่ย
00:04:49 → 00:04:53มันทำให้เราเนี่ยไม่เกิดผลข้างเคียงหลังจากการฉีดวัคซีน
00:04:54 → 00:04:56คนไข้ทุกคนควรจะรู้ก่อนไปฉีดวัคซีน
00:04:56 → 00:04:57ไม่ใช่แต่วัคซีนโควิด
00:04:57 → 00:04:57ค่ะ
00:04:57 → 00:04:58คือทุกอย่างเลย
00:04:58 → 00:04:59ใช่
00:04:59 → 00:05:00คุณจะต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
00:05:00 → 00:05:01อันนี้คือเหตุผลของเขา
00:05:01 → 00:05:02ค่ะ
00:05:02 → 00:05:06พอพูดถึงเรื่องคำว่าภูมิต้านทานคุณหมอแล้วยิ่งยุค COVID-19
00:05:06 → 00:05:09คำนึงที่เราได้ยินมาบ่อยๆเรื่องฉีดวัคซีน
00:05:09 → 00:05:12จะไปกระตุ้นทีเซลล์ให้มันทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ
00:05:12 → 00:05:15แล้วก็พร้อมสู้รบกับไวรัสที่จะเข้ามา
00:05:15 → 00:05:17การนอนนี้ก็เป็นการเพิ่ม
00:05:17 → 00:05:20ถูกทีเซลล์ตัวนี้ก็คือเซลล์ภูมิต้านทานชนิดนึง
00:05:20 → 00:05:22ซึ่งเขามีหน้าที่หลัก
00:05:22 → 00:05:22ค่ะ
00:05:22 → 00:05:25ในการหาเซลล์ที่ติดเชื้อ
00:05:25 → 00:05:28แล้วก็ไปฆ่าไปจัดการกับเซลล์ที่ติดเชื้อ
00:05:28 → 00:05:29ค่ะ
00:05:29 → 00:05:30เพราะฉะนั้นอันนี้แหละคือ
00:05:30 → 00:05:35คือสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงว่าถ้าเรามีทีเซลล์ในปริมาณที่มากพอ
00:05:35 → 00:05:35ค่ะ
00:05:35 → 00:05:38มันก็จะช่วยในการที่เพิ่มภูมิคุ้มกัน
00:05:38 → 00:05:39ค่ะ
00:05:39 → 00:05:43การที่ทีเซลล์สร้างการจดจำสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรค
00:05:44 → 00:05:46เวลาที่ได้รับขึ้นมาอีกที
00:05:46 → 00:05:48มันก็จะตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
00:05:48 → 00:05:52แล้วเวลาที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมันจะสร้างได้มากขึ้น
00:05:52 → 00:05:54คือเหมือนกับที่เขาพยายามจะวัดอ่ะคุณแนนนึกออกไหม
00:05:54 → 00:05:57วัดว่าฉันมีภูมิดีไหมนู้นนี่นั้น
00:05:57 → 00:05:59เขามีการศึกษามากมายนะคุณแนน
00:05:59 → 00:06:03เพราะว่าการที่หลับลึกหลับดีเนี่ย
00:06:03 → 00:06:06มันจะเป็นตัวนึงที่ช่วยเรื่องของระบบภูมิต้านทานทั้งหมด
00:06:06 → 00:06:07ค่ะ
00:06:07 → 00:06:08ช่วยลดการอักเสบ
00:06:08 → 00:06:12การอักเสบมันเกิดขึ้นตลอดเวลาในร่างกายของเรา
00:06:12 → 00:06:16ถ้าเราได้พักหรือถ้าเราได้นอนหลับอย่างมีคุณภาพ
00:06:16 → 00:06:19ร่างกายเราไปจัดการการอักเสบที่เกิดขึ้น
00:06:19 → 00:06:22แต่ถ้าสมมุติว่าร่างกายเราไม่ได้หลับ
00:06:23 → 00:06:24การอักเสบก็จะ
00:06:24 → 00:06:25ดำเนินต่อไป
00:06:25 → 00:06:26ดำเนินต่อไปสะสม
00:06:26 → 00:06:27สะสม
00:06:27 → 00:06:29สะสมต่อไปเรื่อยๆ
00:06:29 → 00:06:32เขาถึงบอกว่าทำไมคนที่หลับไม่ดี
00:06:32 → 00:06:32ค่ะ
00:06:32 → 00:06:34นอนดึก นอนไม่หลับ
00:06:35 → 00:06:38คนกลุ่มนี้ทำไมถึงมีความเสี่ยงของการเป็นอัลไซเมอร์
00:06:39 → 00:06:41เพราะว่าการนอนหลับเนี่ยมันไปช่วยการทำงานของสมอง
00:06:42 → 00:06:48มันทำให้การอักเสบของในส่วนของเซลล์สมองหรือการสะสมพวกสารพิษในสมอง
00:06:48 → 00:06:51หรือการขจัดสารพิษต่างๆออกจากสมองมันทำได้ดี
00:06:51 → 00:06:52ค่ะ
00:06:52 → 00:06:54มันก็จะทำให้เซลล์เสื่อมน้อยลง
00:06:55 → 00:06:58หรืออันนี้เราพูดถึงเซลล์สมองเซลล์หลอดเลือดก็เหมือนกัน
00:06:58 → 00:06:58ค่ะ
00:06:58 → 00:06:59เหมือนกันเลยคุณแนน
00:06:59 → 00:07:02ถ้าการอักเสบไปอยู่ที่หลอดเลือดเยอะๆมันก็จะทำให้เกิดปัญหา
00:07:02 → 00:07:05ก็คือหลอดเลือดเราไม่แข็งแรง
00:07:05 → 00:07:08เราก็จะเป็นโรคกลุ่มพวกโรคหัวใจและหลอดเลือด
00:07:08 → 00:07:08ค่ะ
00:07:08 → 00:07:12งั้นการอักเสบของร่างกายมันเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรค
00:07:12 → 00:07:15และมันเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดความแก่
00:07:16 → 00:07:19แม้กระทั่งฮอร์โมนเมลาโทนินเองคุณแนนรู้ไหม
00:07:19 → 00:07:21เป็นฮอร์โมนที่ช่วย
00:07:22 → 00:07:24นอกจากจะช่วยให้หลับลึกช่วยเพิ่มภูมิต้านทานแล้ว
00:07:24 → 00:07:26มันยังเป็นตัวช่วยในการลดการอักเสบ
00:07:26 → 00:07:28ก็เพราะว่าสาเหตุอันนี้เอง
00:07:28 → 00:07:32ผู้สูงอายุเนี่ยจำนวนทีเซลล์เขาลดลง
00:07:32 → 00:07:35เพราะฉะนั้นเนี่ยเวลาที่เขาติดเชื้อ
00:07:35 → 00:07:39เขาก็จะมีอาการที่ค่อนข้างมากกว่าคนที่อายุน้อย
00:07:39 → 00:07:40ค่ะ
00:07:40 → 00:07:42คือโดยอายุเองเขาสร้างน้อยอยุ่ล่ะ
00:07:42 → 00:07:43ยิ่งถ้านอนไม่ดี
00:07:44 → 00:07:47ปัญหาระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายของเขาก็จะอ่อนแอไปด้วย
00:07:48 → 00:07:51เพราะฉะนั้นแล้วคุณผู้ชมเราทราบความสำคัญของการนอนไปแล้ว
00:07:51 → 00:07:54นอนเพิ่มภูมิทำให้เรามีภูมิต้านทานที่ดีนะคะ
00:07:54 → 00:07:56ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
00:07:56 → 00:07:59แต่บางคนบอกว่าคุณหมอเรื่องเนี้ยเรารู้ว่านอนอ่ะดี
00:07:59 → 00:08:00แต่มันนอนไม่ได้
00:08:00 → 00:08:01นอนไม่หลับ
00:08:01 → 00:08:04มันนอนไม่หลับ หลับไม่สนิทมันมีปัญหาเหลือเกิน
00:08:04 → 00:08:07เดี๋ยวช่วงหน้าเรามาดูกันว่าอะไรที่ทำให้เราหลับไม่ดี
00:08:07 → 00:08:11แล้วมันจะมีอะไรที่ช่วยทำให้เราหลับได้ดีมีคุณภาพมากขึ้น
00:08:11 → 00:08:13ช่วงหน้ากลับมาคุยกันต่อพักสักครู่ค่ะ
00:08:15 → 00:08:17หมอชวนคุยช่วงที่ 2
00:08:17 → 00:08:21สนับสนุนโดย ออติซิน ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:08:22 → 00:08:23กลับมาคุยกันต่อคุณผู้ชม
00:08:23 → 00:08:24ช่วงสุดท้ายของรายการเรา
00:08:24 → 00:08:29สนับสนุนโดย ออติซิน ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:08:30 → 00:08:31กลับมาคุณหมอค่ะ
00:08:31 → 00:08:34ช่วงที่แล้วคุณหมอบอกไว้แล้วว่าถ้าเรานอนหลับพักผ่อนดี
00:08:34 → 00:08:37ร่างกายเราดีมีภูมิต้านทานห่างไกลโรคแน่นอน
00:08:37 → 00:08:42แต่บางคนอ่ะคุณหมอนอนไม่หลับหรือหลับแล้วตื่นกลางดึกก็หลับยาก
00:08:42 → 00:08:46ปัจจัยอะไรที่ส่งผลให้การนอนของเราไม่ดีหรือไม่มีประสิทธิภาพบ้างคะคุณหมอ
00:08:46 → 00:08:49เอาง่ายๆก่อนเวลานอนคุณต้องดับไฟ
00:08:49 → 00:08:55แสงเนี่ยถือว่าเป็นปัจจัยภายนอกอันนึงที่มีผลต่อการหลับมากๆนะ
00:08:55 → 00:08:58คือร่างกายเราเนี่ยมีความsensitiveมีความไวต่อแสงมาก
00:08:58 → 00:08:58ค่ะ
00:08:58 → 00:09:02สมมุติเราอยู่ในที่มีเปิดแบบแสงนีออนไรเยอะไปหมดเลย
00:09:02 → 00:09:08ระบบประสาทที่ตาเราเนี่ยจะรับแสงแล้วก็ส่งข้อมูลไปที่สมอง
00:09:08 → 00:09:10บอกว่าอันนี้คือกลางวัน
00:09:11 → 00:09:13เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติเราจะเข้านอน
00:09:13 → 00:09:15คุณก็ต้องบอกร่างกายว่าโอเคนะ
00:09:15 → 00:09:16มืดแล้วนะ
00:09:16 → 00:09:18มืดอันนี้คือกันนอน
00:09:18 → 00:09:20คุณแนนดูเวลาเราขึ้นเครื่องบิน
00:09:20 → 00:09:20ค่ะ
00:09:21 → 00:09:22ถึงเวลาปุ๊บเขาดับไฟ
00:09:23 → 00:09:27ระบบประสาทก็จะรับรู้ตอนนี้คือไม่มีไฟฉันต้องนอน
00:09:28 → 00:09:31อันนี้ก็จะทำให้ร่างกายมันสามารถจะเข้าสู่การนอนหลับได้ง่าย
00:09:31 → 00:09:34เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าคุณนอนไม่ดี
00:09:34 → 00:09:37อันแรกที่ต้องดูก่อน ดูทีวีไหม เปิดไฟไหม ทำงานไหม
00:09:37 → 00:09:38เล่นโทรศัพท์ไหม
00:09:38 → 00:09:39อ่านหนังสือไหม เล่นโทรศัพท์ไหม
00:09:39 → 00:09:40ทุกอย่างเลย
00:09:40 → 00:09:43Light effect ทั้งหมดส่งผลต่อคุณภาพของกันนอน
00:09:43 → 00:09:43ค่ะ
00:09:43 → 00:09:45เมื่อกี้เราพูดถึงเครื่องบิน
00:09:45 → 00:09:45ค่ะ
00:09:45 → 00:09:48จริงๆแล้วกลุ่มนี้สำคัญมากคือ Jet Lag
00:09:49 → 00:09:52กับกลุ่มคนที่ทำ Shift work ก็คือ
00:09:52 → 00:09:53ทำงานเป็นกะ
00:09:54 → 00:09:56คือกลุ่มคนพวกนี้ยังไงมีปัญหาแน่นอนเรื่องของการนอน
00:09:57 → 00:10:01ถึงเวลานอนคุณต้องทำงานร่างกายก็จะต้องเปลี่ยนต้องออกมา Alert
00:10:01 → 00:10:06ต้องออกมาทำงานตาก็ต้องรับแสงเข้าไปกระตุ้นInternal clock
00:10:07 → 00:10:09ตอนนี้มันเป็นเวลากลางวันนะฉันต้องทำงาน
00:10:09 → 00:10:12ร่างกายต้อง Alert ทั้งๆที่จริงมันเป็นเวลากลางคืน
00:10:12 → 00:10:18กลุ่มคนที่มีปัญหามากก็จะ แพทย์ พยาบาล ที่ทำสายการบิน นักบินทั้งหมดพวกเนี้ย
00:10:18 → 00:10:22นอกจากนี้แล้วเนี่ยคุณแนนต้องดูอีกว่าบางคนเนี่ยนอนไม่หลับเพราะว่าอะไร
00:10:22 → 00:10:23ค่ะ
00:10:23 → 00:10:27มีอาการเจ็บปวดไหมทำให้เรานอนไม่ดีหรือบางคนมีความวิตกกังวลสูง
00:10:27 → 00:10:27ค่ะ
00:10:27 → 00:10:31ร่างกายเรามีความเครียดสูงๆมันเหมือนร่างกายมัน Alert คุณแนน
00:10:31 → 00:10:33เคยได้ยินคนพูดไหมแบบว่าร่ายกายฉัน
00:10:33 → 00:10:34เข้าใจ
00:10:34 → 00:10:35มันยังไม่ Switch Off
00:10:35 → 00:10:35ไม่Switch Off
00:10:35 → 00:10:36ค่ะ
00:10:36 → 00:10:40เวลาที่เราเป็นอย่างเงี้ยสิ่งที่ร่างกายตอบสนองคือร่างกายจะตุ้นตัวเอง
00:10:41 → 00:10:44พร้อมรับตอบสนองต่อ stress นั้น
00:10:46 → 00:10:49ร่างกายมันรับรู้ว่าฉันยังหยุดไม่ได้นะ
00:10:49 → 00:10:51เพราะว่าฉันยังต้องทำงานอยู่
00:10:51 → 00:10:52ฉันยังมีตัวกระตุ้นอยู่
00:10:52 → 00:10:53ฉันยังถูกกระตุ้นอยู่
00:10:53 → 00:10:56ฉันก็ต้องตื่นมากกว่าหลับ
00:10:56 → 00:11:00แต่ถ้าสมมุติว่าเรากำลังพยายามจะหลับมันก็จะกลายเป็นหลักตื้นๆ
00:11:00 → 00:11:00ค่ะ
00:11:00 → 00:11:01หลับไม่ลึก
00:11:02 → 00:11:06เพราะฉะนั้นเราต้องมาดูการที่เรานอนไม่หลับมันมาจากภาวะพวกนี้รึเปล่า
00:11:06 → 00:11:11หรือเรารับประทานยาหรือเราดื่มแอลกอฮอล์หรือเราดื่มกาแฟ
00:11:12 → 00:11:17พวกนี้ก็จะส่งผลต่อพวกสารเคมีที่ส่งผลต่อการหลับของเราเหมือนกัน
00:11:18 → 00:11:19สารพัดสาเหตุ
00:11:19 → 00:11:20สารพัดสาเหตุนะคะ
00:11:21 → 00:11:24แต่จริงๆคุณแนนรู้ไหมการอดอาหารหรืออย่างทำFasting
00:11:24 → 00:11:25จริงๆร่างกาย Alert นะ
00:11:25 → 00:11:26หรอคะ
00:11:26 → 00:11:29ใช่คุณแนนก็เวลาดูที่เรากินเยอะๆดิ
00:11:29 → 00:11:30กินเยอะๆแล้วง่วง
00:11:31 → 00:11:32ใช่จะหลับ
00:11:32 → 00:11:33ใช่ๆ
00:11:35 → 00:11:40การที่เราอดอาหารมันเป็นตัวนึงที่เพิ่มความตื่นตัวของร่างกาย
00:11:40 → 00:11:41ค่ะ
00:11:41 → 00:11:44เหมือนกับร่างกายจะต้องพยายามที่จะแก้ไขปรับตัว
00:11:45 → 00:11:48กับภาวะการทำงานหรือเมตาบอลิซึมของการทำงานให้มันพอดี
00:11:48 → 00:11:48ค่ะ
00:11:48 → 00:11:51ซึ่งจริงแล้วคนไข้เนี่ยมีปัญหาเยอะมากๆเลย
00:11:51 → 00:11:51ค่ะ
00:11:52 → 00:11:53เรื่องนอนใม่หลับทำยังไงดี
00:11:53 → 00:11:54นั่นน่ะสิคะ
00:11:55 → 00:11:55ตัวช่วยมีไหมคะคุณหมอ
00:11:56 → 00:11:59ตัวช่วยก็มีหลายอย่างโอเคเรารู้แล้วว่าแสงมีผล
00:11:59 → 00:11:59คุณดับไฟ
00:11:59 → 00:12:00ค่ะ
00:12:00 → 00:12:02พยายามเข้านอนให้เป็นเวลา
00:12:02 → 00:12:03ใช่
00:12:03 → 00:12:07แล้วก็หลีกเลี่ยงการดูหนังการอะไรที่ไปกระตุ้นการทำงานของร่างกายก่อนนอน
00:12:07 → 00:12:08ค่ะ
00:12:08 → 00:12:10แล้วก็พยายามไม่งีบหลับระหว่างวัน
00:12:10 → 00:12:11คือต้องฝึกต้องฝืน
00:12:12 → 00:12:16แล้วก็เวลาที่เรานอนแล้วนอนไม่หลับเนี่ย
00:12:16 → 00:12:17พยายามจะไปกดดันตัวเอง
00:12:17 → 00:12:18ต้องหลับ
00:12:18 → 00:12:22ต้องหลับทำไมถึงไม่หลับที่จะหลับก็เลยกลายเป็นไม่หลับ
00:12:22 → 00:12:24ตื่นตัวหนักเพราะกังวลอยู่ว่าไม่หลับสักที
00:12:24 → 00:12:24ใช่
00:12:24 → 00:12:29แล้วอาจจะช่วยตัวเองเช่นอาจจะดื่มน้ำอุ่นๆก่อนนอนอย่างงี้ก็ช่วยได้
00:12:29 → 00:12:31พยายามหลีกเลี่ยงตัวที่จะไปกระตุ้นระบบประสาท
00:12:31 → 00:12:34อย่างที่หมอบอกว่าอย่างเช่นกาแฟ ชา บุหรี่
00:12:34 → 00:12:37การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยได้แต่อย่าไปออกกําลังกายก่อนนอน
00:12:37 → 00:12:39ยิ่ง Alert ใหญ่เลย
00:12:39 → 00:12:42Alert สุดๆพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับ
00:12:42 → 00:12:46คือร่างกายจะยิ่งยับยั้งให้ร่างกายไม่หลั่งเมลาโทนินออกมา
00:12:46 → 00:12:47ค่ะ
00:12:47 → 00:12:49ไม่หลั่งตัวที่ธรรมชาติสร้างออกมานะ
00:12:49 → 00:12:53เพราะฉะนั้นเนี่ยพยายามหาปัจจัยให้ได้แล้วก็นอนหลับด้วยตัวเอง
00:12:53 → 00:12:53ค่ะ
00:12:53 → 00:12:55ถ้าเราหิวก่อนนอน
00:12:55 → 00:12:56ค่ะ
00:12:56 → 00:12:58หิวจริงๆเราก็อาจจะเลือกกล้วยหอม
00:12:59 → 00:13:01เพราะกล้วยหอมมันมีกลุ่มของAmino acids
00:13:01 → 00:13:04พวกกลุ่มพวกTryptophan ซึ่งช่วยทำให้เราหลับสบายขึ้น
00:13:04 → 00:13:08ถ้าไม่ไหวจริงๆเราอาจจะต้องรับประทานพวกวิตามินหรืออาหารเสริมช่วย
00:13:08 → 00:13:11ยกตัวอย่างเช่นให้ฮอร์โมนเมลาโทนิน
00:13:11 → 00:13:16ซึ่งมันก็จะเป็นตัวนึงที่ช่วยทำให้เราเข้าสู่การหลับง่ายขึ้นนะคะ
00:13:16 → 00:13:18แล้วก็ทำให้หลับลึกมากขึ้น
00:13:18 → 00:13:23มีสมุนไพรบางตัวอย่างเช่นสมุนไพรValerianซึ่งเป็นสมุนไพรที่เป็นธรรมชาติ
00:13:23 → 00:13:26เป็น Nature Remedy ซึ่งมีการใช้มานานมาก
00:13:26 → 00:13:31ซึ่งจริงๆแล้วพวกนี้เนี่ยสามารถที่จะช่วยทำให้เราหลับลึกขึ้นกว่าเดิม
00:13:31 → 00:13:35จึงเป็นตัวที่หาซื้อได้ง่ายนะคะแล้วก็ใช้ได้อย่างปลอดภัย
00:13:35 → 00:13:37อีกกลุ่มหนึ่งก็คืออาหารเสริมในกลุ่มแมกนีเซียม
00:13:37 → 00:13:42ซึ่งจริงๆอาหารเสริมตัวเนี่ยจะช่วยทำให้คุณภาพของการนอนของเราดีขึ้นนะคะ
00:13:42 → 00:13:47โดยมันไปปรับพวกสารสื่อประสาทในสมองนะทำให้เราหลับง่ายขึ้นนะ
00:13:47 → 00:13:50แมกนีเซียมก็ทำให้มีการคลายตัวของกล้ามเนื้อ
00:13:50 → 00:13:53ส่วนนอกจากนี้ก็จะมีAmino acidsตัวอื่นๆอีกนะคะ
00:13:53 → 00:13:58ที่เขามาใช้ในการที่ทำให้เกิดคราม effect ก็คือทำให้ระบบประสาทมันนิ่งขึ้น
00:13:58 → 00:14:00อย่างเช่นอาจจะเป็นกลุ่มพวกGlycineนะ
00:14:00 → 00:14:02กลุ่ม L-Theanineนะคะ
00:14:02 → 00:14:07ก็คือเป็นกลุ่มอาหารเสริมที่เอามาใช้ช่วยในการโปรโมทการหลับ sleep
00:14:07 → 00:14:08ค่ะ
00:14:08 → 00:14:09เพิ่ม relaxation นะคะ
00:14:09 → 00:14:13แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไปรวมกับกลุ่มพวกสารสื่อประสาท
00:14:13 → 00:14:16อย่างเช่นพวก GABA ก็จะทำให้การนอนมันสบาย
00:14:16 → 00:14:18กลุ่มพวกนี้ก็จะไม่มีโทษต่อร่างกาย
00:14:18 → 00:14:22ยกเว้นถ้าสมมุติว่าคุณจะใช้เมลาโทนินอาจจะต้องระวังนิดนึง
00:14:22 → 00:14:25ในกลุ่มของคนไข้ที่ทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
00:14:25 → 00:14:26ค่ะ
00:14:26 → 00:14:29อาจจะไปเพิ่มฤทธิ์ได้นะอาจจะต้องระวังนิดนึง
00:14:29 → 00:14:29ค่ะ
00:14:30 → 00:14:35ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนะคะแล้วถ้าเกิดว่าทำทุกอย่างแล้วมันยังไม่ได้หลับง่ายเลย
00:14:35 → 00:14:38ก็ตัวช่วยมีที่คุณหมอแนะนำไปเยอะแยะมากมายนะคะ
00:14:38 → 00:14:40เพื่อทำให้เราได้หลับอย่างมีประสิทธิภาพ
00:14:40 → 00:14:43ก็จะได้เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้แบบเต็มที่
00:14:43 → 00:14:45ครั้งหน้านะคะคุณหมอจะชวนเราคุยเรื่องอะไร
00:14:45 → 00:14:48ก็กลับมาติดตามได้กับรายการคุยกับหมออัจจิมา
00:14:48 → 00:14:51ฝากคุณผู้ชมนะคะเป็นแฟนเพจรายการเราหน่อย
00:14:51 → 00:14:55ไม่ว่าจะเป็น Facebook IG หรือแอดไลน์ของรายการ
00:14:55 → 00:14:58ฝากคำถามก็ได้รวมไปถึงดูรายการย้อนหลังก็ มี YouTube Channel
00:14:58 → 00:15:00แล้วก็พอดแคสต์นะคะ
00:15:00 → 00:15:01เสิร์ชชื่อรายการคุยกับหมออัจจิมา
00:15:01 → 00:15:04ฝากกดไลค์ กดแชร์กด Subscribe ด้วย
00:15:04 → 00:15:07เอาละวันนี้เวลาหมดเกลี้ยงพบกันใหม่ครั้งหน้านะคะคุณหมอและแนนลาไปก่อน
00:15:07 → 00:15:09สวัสดีค่ะ