00:00:00 → 00:00:03มีคอมเมนต์มาจากแฟนรายการ Top to นะครับ
00:00:03 → 00:00:06อยากจะทราบว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ
00:00:06 → 00:00:08กินวิตามินแต่ละตัวเนี่ยคือตอนไหนพอเห็น
00:00:08 → 00:00:11คอมเมนต์นั้นเนี่ยก็น่าสนใจมากเลยนะครับ
00:00:11 → 00:00:14จึงเป็นที่มาว่าทำไมเนี่ยผมถึงไปรีเสิร์ช
00:00:14 → 00:00:16แล้วก็ทำข้อมูลมาแชร์กับทุกคนในวันนี้
00:00:16 → 00:00:18ปัญหาในปัจจุบันของคนหลายคนนะครับคือเรา
00:00:18 → 00:00:20ก็พยายามจะกินอาหารให้หลากหลายแล้วแหละ
00:00:21 → 00:00:23เพื่อให้ได้วิตามินเพียงพอแต่บางทีเนี่ย
00:00:23 → 00:00:25มันก็ยุ่งเกินกว่าที่จะดูแลตัวเองแล้วก็
00:00:25 → 00:00:27ได้รับสารอาหารที่หลากหลายนะครับหลายๆ
00:00:27 → 00:00:30ครั้งเนี่ยมนพวกวิตามินเกรต่างเนี่ยจึง
00:00:30 → 00:00:32เป็นสิ่งที่ช่วยในการดูแลสุขภาพเราได้
00:00:32 → 00:00:35เพราะฉะนั้นวันนี้เดี๋ยวมาดูกันครับว่า
00:00:35 → 00:00:37วิตามินแต่ละตัวหรือว่าเกแร่สำคัญๆที่
00:00:37 → 00:00:40ร่างกายเรามักจะขาดเนี่ยควรจะกินตอนไหน
00:00:40 → 00:00:42ถึงจะเป็นประโยชน์กับเรามากที่สุดครับ
00:00:42 → 00:00:45This is the Standard podcast Eye
00:00:45 → 00:00:47Opening for your
00:00:47 → 00:00:51ears Top to Toe podcast สุขภาพที่
00:00:51 → 00:00:55ใช้วิทยาศาสตร์ไขปัญหาตั้งแต่หัวจด
00:00:55 → 00:00:58เท้าเวลาเราจะบอกว่าวิตามินตัวนี้เนี่ย
00:00:58 → 00:01:01ควรจะกินตอนไหนถึงจะดีเราดูจากอะไรนะครับ
00:01:01 → 00:01:04เราดูจาก 1 ช่วงเวลาที่เรากินวิตามินตัว
00:01:04 → 00:01:06นั้นเนี่ยร่างกายสามารถที่จะดูดซึมได้
00:01:06 → 00:01:09เต็มประสิทธิภาพและก็เอาไปใช้ได้เต็มเม็ด
00:01:09 → 00:01:12เต็มหน่วยหรือเปล่านะครับ 2 ดูว่าไอ้ช่วง
00:01:12 → 00:01:14เวลาที่กินเนี่ยมันตอบโจทย์กับฟังก์ชัน
00:01:14 → 00:01:16ของวิตามินตัวนั้นหรือเปล่ายกตัวอย่าง
00:01:16 → 00:01:18เช่นถ้าเกิดวิตามินตัวนั้นเ่ะกินเพื่อ OST
00:01:18 → 00:01:21ให้ร่างกายมี Energy มีพลังงานโฟกัสทำงาน
00:01:21 → 00:01:23เนี่ยก็ควรจะกินตั้งแต่ตอนเช้าเพื่อที่
00:01:23 → 00:01:25ร่างกายเนี่ยจะได้เอาไปใช้ได้เลยตลอดทั้ง
00:01:25 → 00:01:27วันนะครับแต่ถ้าเกิดวิตามินตัวไหนเนี่ย
00:01:27 → 00:01:30ควรจะกินเพื่อให้เรารู้สึกหลับสบายบาย
00:01:30 → 00:01:32ขึ้นแน่นอนก็ต้องกินนตอนกลางคืนนั่นเองนะ
00:01:32 → 00:01:35คะอย่างที่ 3 นะครับควรจะดูจากว่ากิน
00:01:35 → 00:01:36วิตามินตัวนั้นเข้าไปแล้วเนี่ยมันทำให้
00:01:36 → 00:01:39เกิด Side เอฟเฟคอะไรหรือเปล่าถ้าเกิดว่า
00:01:39 → 00:01:41กินเข้าไปแล้วอ้าวเกิดทำให้เรารู้สึกง่วง
00:01:42 → 00:01:44เราก็ควรจะเลี่ยงในการกินตอนเช้าหรือตอน
00:01:44 → 00:01:46กลางวันที่เราต้องทำงานนั่นคือหลักการ
00:01:46 → 00:01:49คร่าวๆนะครับแต่จริงๆแล้วเนี่ยโดยทั่วไป
00:01:49 → 00:01:52เลยเนาะ in General กินเวลาที่คุณสะดวก
00:01:52 → 00:01:55ครับเป็นคำตอบที่อาจจะดีที่สุดเลยนะครับ
00:01:55 → 00:01:58เพราะว่ามันจะทำให้เราจำได้ว่าโอเคเรา
00:01:58 → 00:02:00ต้องกินวิตามินหรือกินซัมตัวนั้นตัวนี้
00:02:00 → 00:02:03บางทีถ้าเกิดโหมานั่งจำว่าเอ๊ะเดี๋ยว
00:02:03 → 00:02:0410:00 นต้องกินตัวนี้เที่ยงต้องกินตัว
00:02:05 → 00:02:07นี้กลางคืนต้องกินตัวนี้บางทีเราลืมสุด
00:02:07 → 00:02:09ท้ายเนี่ยก็ได้รับวิตามินไม่เพียงพอเพราะ
00:02:09 → 00:02:12ฉะนั้น General Ru ช่วงไหนที่ตอบโจทย์
00:02:12 → 00:02:14ชีวิตคุณและสะดวกเนี่ยกินเวลานั้นได้เลย
00:02:14 → 00:02:18ครับแต่มันก็มีวิตามินแล้วก็เกลือแร่บาง
00:02:18 → 00:02:21ตัวนะครับถ้าเรากินเข้าไปในช่วงเวลาที่
00:02:21 → 00:02:23เหมาะสมเนี่ยมันก็จะเป็นประโยชน์กับร่าง
00:02:23 → 00:02:25กายของเรามากกว่างั้นผมจะแบ่งกลุ่มอย่าง
00:02:25 → 00:02:27นี้เพื่อความง่ายและการเอาไปใช้นะครับผม
00:02:27 → 00:02:29จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มกลุ่มที่ 1 คือ
00:02:30 → 00:02:33วิตามินที่ควรกินตอนที่เราท้องว่างหรือ
00:02:33 → 00:02:35ว่าตอนเช้าเลยนะครับมันจะดุซึมไปใช้งาน
00:02:36 → 00:02:38ได้ที่สุดกลุ่มที่ 2 คือวิตามินที่ควรจะ
00:02:38 → 00:02:41กินไปพร้อมกับมื้ออาหารและควรจะเป็นมื้อ
00:02:41 → 00:02:43อาหารที่มีไขมันด้วยนะครับไม่ว่าจะเป็น
00:02:43 → 00:02:45มื้อกลางวันหรือมื้อเย็นที่คนไทยเรามักจะ
00:02:45 → 00:02:48กินหนักๆเนาะแล้วก็กลุ่มที่ 3 คือวิตามิน
00:02:48 → 00:02:51ที่ควรจะกินก่อนเข้านอนอาจจะก่อนเข้านอน
00:02:51 → 00:02:53สักประมาณชั่วโมงนึงเพราะว่าอาจจะช่วย
00:02:53 → 00:02:56เรื่องการให้ร่างกายรู้สึกสงบผ่อนคลาย
00:02:56 → 00:02:58แล้วก็ช่วยในการนอนหลับหรือว่าดีท็อกซ์
00:02:58 → 00:03:00นั่นเองเดี๋ยวเราไปไล่กันกันทีละกลุ่มเลย
00:03:00 → 00:03:02นะครับแต่ก่อนที่จะไปไล่กันอยากจะฝากไว้
00:03:02 → 00:03:04นิดนึงครับไอ้ที่สรุปมาเป็น 3 กลุ่มเนี่ย
00:03:04 → 00:03:07จริงๆมันเป็น General recommendation
00:03:07 → 00:03:10เป็นการแนะนำแบบกลางๆนะครับต้องบอกว่าคำ
00:03:10 → 00:03:13แนะนำเนี้ยมันมีข้อยกเว้นเสมอเพงั้นทุกคน
00:03:13 → 00:03:15เนี่ยควรจะต้องทดลองด้วยตัวเองเพราะแต่ละ
00:03:15 → 00:03:17คนตอบสนองกับวิตามินไม่เหมือนกันถ้าเกิด
00:03:17 → 00:03:19เวลาที่ผมแนะนำมันไม่เวิร์คกับคุณคุณลอง
00:03:19 → 00:03:22ทดลองได้แล้วก็หาเวลาที่เหมาะสมได้นะครับ
00:03:22 → 00:03:24กลุ่มแรกครับคือกลุ่มที่ควรจะกินตอนท้อง
00:03:24 → 00:03:26ว่างหรือกินตอนเช้าเลยนะครับถามว่าเป็น
00:03:26 → 00:03:30กลุ่มไหนคือกลุ่มที่เป็นวิตามินที่ละลาย
00:03:30 → 00:03:33ในน้ำครับวิตามินที่ละลายในน้ำมี 2 ตัว
00:03:33 → 00:03:36คือวิตามิน b กับวิตามิน C ทวนนิดนึง
00:03:36 → 00:03:39วิตามินที่ละลายในน้ำเป็นสิ่งที่ถ้าเรา
00:03:39 → 00:03:42กินเข้าไปปึ๊บร่างกายดูดซึมเอาไปใช้ถ้า
00:03:42 → 00:03:46มันเหลือร่างกายเนี่ยจะขับมันออกตลอดเวลา
00:03:46 → 00:03:48นะครับเพราะมันละลายน้ำเพราะฉะนั้นมันออก
00:03:48 → 00:03:50มาพร้อมกับปัสสาวะร่างกายไม่สามารถที่จะ
00:03:51 → 00:03:52เก็บได้นะครับคุณไม่สามารถจะเก็บสะสม
00:03:52 → 00:03:56วิตามินบและซีไว้ได้เช่นวันนี้อัดกินเข้า
00:03:56 → 00:03:58ไปเลยแล้วก็หวังว่าเฮ้ยกินเผื่อ 2-3 วัน
00:03:58 → 00:04:00ข้างหน้าหรืออาทิตย์นึงเนี่ยไม่ได้ทุกวัน
00:04:00 → 00:04:03มันปล่อยออกหมดเพราะฉะนั้นเทคนิคในการกิน
00:04:03 → 00:04:06วิตามินที่ละลน้ำคือ b กับ C เนี่ยร่าง
00:04:06 → 00:04:08กายเราควรจะได้มันเรื่อยๆครับดีที่สุดคือ
00:04:08 → 00:04:11กินให้มันเรื่อยๆตลอดทั้งวันสม่ำเสมอแล้ว
00:04:11 → 00:04:13ก็ไม่ต้องกินเผื่อวันรุ่งขึ้นเพราะวัน
00:04:13 → 00:04:15รุ่งขึ้นเราต้องกิน b กับ C เข้าไปใหม่
00:04:15 → 00:04:18แล้วนะครับไล่กันวิตามิน B ครับวิตามิน B
00:04:18 → 00:04:21เนี่ยโดยทั่วๆไปมันเป็นวิตามินที่ทำให้
00:04:21 → 00:04:24เรามีพลังงานรู้สึกกระปรี้กระเป๋าสมองทำ
00:04:24 → 00:04:26งานได้ดีร่างกายฟังก์ชันได้ดีเพราะว่า
00:04:26 → 00:04:28วิตามินบีเนี่ยกินเข้าไปแล้วเนี่ยมัน
00:04:28 → 00:04:31เปลี่ยนอาหารที่เรากินให้กลายไปเป็นพลัง
00:04:31 → 00:04:33งานเพราะฉะนั้นเวลาที่ดีที่สุดแนะนำเลย
00:04:33 → 00:04:36ครับตื่นเช้ามากินได้เลยวิตามินบีตั้งแต่
00:04:36 → 00:04:38เช้านะครับตอนที่ท้องว่างยิ่งท้องว่าง
00:04:38 → 00:04:40เนี่ยดูดซึมดีและดื่มน้ำเข้าไปเยอะๆเพราะ
00:04:40 → 00:04:43มันละลายน้ำน้ำจะได้พาวิตามินบเข้าไปใน
00:04:43 → 00:04:47การดูดซึมได้เต็มที่แต่ถ้าเกิดว่าใครไม่
00:04:47 → 00:04:49สะดวกตอนเช้าจริงๆเ่ะวิตามิน B หรือ C
00:04:49 → 00:04:53กินตอนไหนก็ได้ที่ตอบโจทย์คุณนะครับอ่ะมา
00:04:53 → 00:04:56ดูกันว่าวิตามินบควรจะกินเท่าไหร่จริงๆ
00:04:56 → 00:04:58เนี่ยทุกคนสามารถไปเสิร์ชข้อมูลนี้ได้นะ
00:04:59 → 00:05:01ครับคีย์เวิร์ดในการเสิร์ชคือพิมพ์
00:05:01 → 00:05:03วิตามินเลย B1 B2 B3 เนี่ยแล้วแต่เลย
00:05:03 → 00:05:07แล้วพิมพ์ rda ก็คือ recommend Daily
00:05:07 → 00:05:09allowance หรือ recommend Daily dose
00:05:09 → 00:05:12หรือว่าวันนึงแนะนำเท่าไหร่อะไเงี้ยพิมพ์
00:05:12 → 00:05:14ได้หมดเลยแล้วมันจะขึ้นมานะครับตัวเลขเจะ
00:05:14 → 00:05:17เป็นตัวเลขที่องค์กรทางด้านสุขภาพเนี่ยเค
00:05:17 → 00:05:19รวบรวมข้อมูลแล้วเาก็สรุปมาให้อันนี้ผมยก
00:05:19 → 00:05:21มาให้แล้วกันนะครับเพื่อความสะดวกของทุก
00:05:21 → 00:05:25คนมาวิตามิน B เนี่ยมันมีทั้งหมด 8 ตัว
00:05:25 → 00:05:28ที่คนมักจะกินเนาะ B1 คำแนะนำคือให้กิน
00:05:28 → 00:05:34ประมาณ 1.2 มต่อวัน B2 1.3 มกต่อวัน B3
00:05:34 → 00:05:4016 มกต่อวัน b5 5 มกรต่อวัน b6 1.3
00:05:40 → 00:05:45มกรต่อวันนะครับ b7 30 ไมโครกรัมไมโคร
00:05:45 → 00:05:48เนี่ยเล็กกว่ามิลลินะครับเพราะงั้นเวลา
00:05:48 → 00:05:50ได้ยินคำว่าไมโครกรัมเนี่ยโอหมันน้อยมากๆ
00:05:50 → 00:05:55เลยนะครับ b9 400 ไมโครกรัมแล้วก็ B12
00:05:55 → 00:05:582.4 ไมโครกรัมนะครับตัวเลขนี้ไม่อยากให้
00:05:58 → 00:06:00จำเลยถ้าอยากรู้เสิร์ชเอาดูแต่ละครั้งนะ
00:06:00 → 00:06:02ครับแต่สิ่งที่อยากให้ทุกคนเข้าใจมากกว่า
00:06:02 → 00:06:05คือโดยปกติผู้หญิงกับผู้ชายเนี่ยต้องการ
00:06:05 → 00:06:08วิตามิน B พอๆกันแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่
00:06:08 → 00:06:10เป็นผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตรนะครับหรือ
00:06:10 → 00:06:12ว่าผู้หญิงที่กำลังมีน้องตั้งครรภ์เนี่ย
00:06:12 → 00:06:16อาจจะต้องการวิตามิน B ที่มากกว่าปกติอีก
00:06:16 → 00:06:18อย่างนึงที่อยากจะให้รู้ก็คือว่าเวลาที่
00:06:18 → 00:06:21เรากินบีบางทีคนกินบ Complex ก็คือรวมมา
00:06:21 → 00:06:24เลยนะครับซึ่งโดยปกติผู้ผลิต B Complex
00:06:24 → 00:06:27เนี่ยเามักจะดีไซน์ Content ของวิตามิน B
00:06:27 → 00:06:30ทั้ง 8 ตัวเนี่ยครอบคลุมปริมาณที่ต้องการ
00:06:30 → 00:06:31ต่อวันอยู่แล้วนะครับบางทีเพื่อความสะดวก
00:06:31 → 00:06:34กิน B Complex ไปเลยก็ได้ยกเว้นว่าเรามี
00:06:34 → 00:06:37ปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ต้องการเน้น B บาง
00:06:37 → 00:06:40ตัวนั้นค่อยไปกินเสริม make sure ว่าเรา
00:06:40 → 00:06:42ได้พอนะครับอีกอย่างนึงที่อยากให้รู้
00:06:42 → 00:06:44เกี่ยวกับวิตามิน B และจริงๆ b กับ C
00:06:44 → 00:06:47ด้วยนะครับด้วยความที่ร่างกายเราอ่ะขับ
00:06:47 → 00:06:50มันออกตลอดเวลาผมแนะนำว่าถ้าใครอยากจะกิน
00:06:50 → 00:06:53นะครับลองดูว่ากินวิตามินที่มันเขียนว่า
00:06:53 → 00:06:56slow release sustain release slow
00:06:56 → 00:06:58release sustain release คืออะไรมัน
00:06:58 → 00:07:00คือการที่เรากินเข้าไปแล้วมันร่างกาย
00:07:00 → 00:07:04เนี่ยค่อยๆดูดซึมมันจะมีกลไกของมันที่ตัว
00:07:04 → 00:07:07วิตามินเนี่ยค่อยๆออกมาจากยาด้วยจุด
00:07:07 → 00:07:10ประสงค์ว่าเพื่อทำให้ระดับของวิตามิน
00:07:10 → 00:07:13เนี่ยมันสูงต่อเนื่องในเลือดเราอยู่ตลอด
00:07:13 → 00:07:16เวลาเป็นระยะเวลานึนะครับประมาณ 6-8 ชม
00:07:16 → 00:07:18เพราะฉะนั้นแทนที่กินเข้าไปแล้วถ้าเกิด
00:07:18 → 00:07:20มันเป็น Burst release คือกินเข้าไปปึ๊บ
00:07:20 → 00:07:23ดูดซึมปึ้ม 100% เลยดูดซึมเพนี้ถ้าเกิด
00:07:23 → 00:07:25ว่าร่างกายจะกำจัดออกมันก็กำจัดทิ้งหมด
00:07:25 → 00:07:27เลยนะครับแต่ถ้าเรากินแบบ slow หรือ
00:07:27 → 00:07:30sustain release เนี่ยมันค่อยๆเพิ่มใน
00:07:30 → 00:07:32เลือดของเราเพราะงั้นร่างกายก็เอาไปใช้
00:07:32 → 00:07:35ได้ทันท่วงทีไอ้ที่มันโดนกำจัดเนี่ยมันก็
00:07:35 → 00:07:37ไม่โดนกำจัดเยอะนะครับก็เรียกได้ว่าคุ้ม
00:07:37 → 00:07:40ค่ากว่านั่นเองสำหรับวิตามิน B นะครับอ่ะ
00:07:40 → 00:07:43วิตามินซีวิตามินซเนี่ยหลักๆคุณสมบัติมัน
00:07:43 → 00:07:45คือเป็น
00:07:45 → 00:07:49แอนติออกซิแดนท์
00:07:49 → 00:07:52มาช่วยเราตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจดเย็นนะ
00:07:52 → 00:07:54ครับเพรางั้นกินซีได้แต่เช้าเลยนะครับนอก
00:07:54 → 00:07:57จากเซียังช่วยบูสอิมมูนผลิตคอลลาเจนผลิต
00:07:57 → 00:07:59สารสืบประสาทด้วยเพราะฉนั้นกินตั้งแต่
00:07:59 → 00:08:01เช้าร่างกายเอาไปใช้ได้เลยแต่ถ้าไม่สะดวก
00:08:01 → 00:08:04ตอนเช้ากินตอนไหนก็ได้ครับ b กับ C เนาะ
00:08:04 → 00:08:06แต่ว่าเวลาที่กินน่ะกินน้ำตามเข้าไปเยอะๆ
00:08:06 → 00:08:09เพราะน้ำเป็นตัวพามันไปในการดูดซึบการ
00:08:09 → 00:08:11เก็บซีนี่ sensitive นิดนึงนะครับวิตามิน
00:08:11 → 00:08:12ซีเป็นสิ่งที่ควรจะใส่ใจนิดนึงนะครับ
00:08:12 → 00:08:15เพราะว่าวิตามินซีเนี่ยมัน sensitive กับ
00:08:15 → 00:08:17แสงสว่างแล้วก็ความร้อนเพราะฉะนั้นคุณควร
00:08:17 → 00:08:20จะเก็บวิตามินซีของคุณในที่มืดแล้วก็ใน
00:08:20 → 00:08:23ที่เย็นก็จะรักษา activity หรือว่า
00:08:23 → 00:08:25คุณสมบัติการทำงานของมันน่ะให้คงอยู่ได้
00:08:25 → 00:08:28ยาวนานนะครับถามว่าต้องการ C เท่าไหร่ต่อ
00:08:28 → 00:08:31วัน 1,000 มิลกรครับถ้าเกิดกินเกินกว่า
00:08:31 → 00:08:33เนืร่างกายก็ขับออกและนะครับและหลายๆ
00:08:33 → 00:08:35ครั้งบางคนอาจจะ
00:08:35 → 00:08:38เอ้ในวิตามินที่เราซื้อมานะครับบางทีเห็น
00:08:38 → 00:08:40หน่วยมันไม่ใช่หน่วยมิลลิกรัมมันเป็น
00:08:40 → 00:08:43หน่วย I จุด U จุดหรือว่าหน่วย IU นะครับ
00:08:43 → 00:08:46ชื่อเต็มๆมันคือ International Unit คือ
00:08:46 → 00:08:48หน่วยเนี้ยมันเป็นหน่วยที่ทางวิทยาศาสตร์
00:08:48 → 00:08:51เนี่ยเขาไว้ใช้วัดความสามารถหรือ activity
00:08:51 → 00:08:55ของวิตามินแต่ละตัวนะครับคือก็ไม่อยากให้
00:08:55 → 00:08:57จำเพราะว่าจำไปก็เท่านั้นมันซับซ้อนมากนะ
00:08:57 → 00:08:59ครับวิตามินแต่ละตัวเนี่ย 1 IU ไม่ไม่
00:08:59 → 00:09:02สามารถจะเทียบทอบเป็นจำนวนมิลลิกรัมหรือ
00:09:02 → 00:09:04ไมโครกรัมได้เท่ากันเพราะฉะนั้นถ้าคุณ
00:09:04 → 00:09:07อยากจะแปลงหน่วยนะครับให้ไปเสิร์ชเอาเลย
00:09:07 → 00:09:10ครับดูซิว่าวิตามินซี 1 IU เทียบเท่ากับ
00:09:10 → 00:09:12กี่มิลลิกรัมนะครับตัวอย่างเช่นอย่าง
00:09:12 → 00:09:15วิตามินซีเนี่ย 1 IU เท่ากับ 50
00:09:15 → 00:09:19ไมโครกรัมเรารู้ว่าโอเควิตามินซี 1 วัน
00:09:19 → 00:09:22เนี่ยต้องการประมาณ 1,000 มิลลิกรัมเพราะ
00:09:22 → 00:09:24ฉะนั้นเนี่ยเอาไปตั้งหาเนี่ยครับก็จะเจอ
00:09:24 → 00:09:27ว่าต้องการวันละประมาณ 20 IU นะครับ
00:09:27 → 00:09:29เพราะงั้นแต่ละตัวเนี่ยโอ้โหค่า IU มันจะ
00:09:29 → 00:09:31ไม่เท่ากันั้นไปเสิร์ชเอาได้เนาะเหมือน
00:09:31 → 00:09:33เดิมครับเหมือนวิตามิน B เลยเราแนะนำให้
00:09:33 → 00:09:35กินวิตามิน C แบบ slow release เพื่อให้
00:09:35 → 00:09:39มีระดับของวิตามิน C ในเลือดสูงอยู่ตลอด
00:09:39 → 00:09:41เวลาในร่างกายก็จะเป็นประโยชน์กับเรานะ
00:09:41 → 00:09:43ครับหรือถ้าเกิดว่าใครรู้สึกว่าอ้อมีเวลา
00:09:43 → 00:09:46ว่างจำได้ว่าเราควรจะกินวิตามินตอนไหนก็
00:09:46 → 00:09:49แนะนำเลยครับแบ่งก็ได้สลิกินครึ่งนึงตอน
00:09:49 → 00:09:51เช้ากินครึ่งนึงตอนบ่ายๆเย็นๆก็ได้เพื่อ
00:09:51 → 00:09:54ให้วิตามิน b และ c เนี่ยสูงในเลือดตลอด
00:09:54 → 00:09:56เวลานะครับโอ้ก่อนจะหมดครับมีอีก 1 ตัว
00:09:56 → 00:09:58เป็นตัวแถมสำหรับการกินตอนท้องว่างคือ
00:09:58 → 00:10:02ธาตุเหล็กครับคือที่ผมเอาธาตุเหล็กมาไว้
00:10:02 → 00:10:05ในกลุ่มเดียวกับ b กับ C เพราะธาตุเหล็ก
00:10:05 → 00:10:08เนี่ยนะครับมันสามารถจะดูดซึมได้ดีถ้ากิน
00:10:08 → 00:10:10พร้อมกับวิตามินซีนั่นเองงั้นถ้าเกิดว่า
00:10:10 → 00:10:12เราเริ่มกินวิตามินซีตอนเช้าเนี่ยใคร
00:10:12 → 00:10:15ต้องการธาตุเหล็กก็กินไปพร้อมกับซเลยก็
00:10:15 → 00:10:17ได้เพราะมันจะช่วยในการดูดซึมให้มันมี
00:10:17 → 00:10:19ประสิทธิภาพนะครับแต่ว่าธาตุเหล็กเนี่ย
00:10:19 → 00:10:22ระวังอย่างอย่ากินพร้อมกับแคลเซียมเพราะ
00:10:22 → 00:10:24ว่าแคลเซียมเนี่ยมันจะไปรบกวนการดูดซึม
00:10:25 → 00:10:27ของธาตุเหล็กนะครับและก็ไม่ควรกินพร้อม
00:10:27 → 00:10:30กับชากาแฟเพราะมีโพลิฟีแล้วก็ไม่ควรกิน
00:10:30 → 00:10:32ธาตุเหล็กพร้อมกับถั่วและธัญพืชเพราะว่า
00:10:32 → 00:10:34เป็นไฟเตสนะครับกินเข้าไปแล้วเนี่ยมันจะ
00:10:34 → 00:10:37รบกวนการดุซึมของธาตุเหล็กถามว่าธาตุ
00:10:37 → 00:10:39เหล็กต้องการเท่าไหร่ผู้ชายต้องการ 8
00:10:39 → 00:10:42มิลกรัมผู้หญิงต้องการ 18 มลกคือผู้หญิง
00:10:42 → 00:10:45ต้องการมากกว่าผู้ชายนะครับงั้นวิตามิน
00:10:45 → 00:10:48ที่ควรกินตอนเช้าตอนท้องว่างมี 3 ตัวก็
00:10:48 → 00:10:51คือวิตามิน B วิตามิน C แล้วก็ธาตุเหล็ก
00:10:51 → 00:10:53ครับกลุ่มต่อมาครับคือวิตามินที่ควรจะกิน
00:10:53 → 00:10:55ไปพร้อมกับมื้อหาแลมื้อนั้นเนี่ยควรจะมี
00:10:55 → 00:10:58ไขมันด้วยเพราะว่าวิตามินกลุ่มนี้เป็น
00:10:58 → 00:11:00วิตามินกลุ่มที่ละลายในไขมันเพราะฉะนั้น
00:11:00 → 00:11:02ถ้ามันกินไปพร้อมกับไขมันเนี่ยมันจะดูด
00:11:02 → 00:11:05ซึมได้ดีได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่านะครับ
00:11:05 → 00:11:07ถามว่าอเราต้องกินตอนไหนอ่ะก่อนก่อนกิน
00:11:07 → 00:11:09ข้าวระหว่างกินข้าวหรือว่าหลังกินข้าว
00:11:09 → 00:11:12จริงๆอ่ะกินได้หมดะครับเอาที่สะดวกแล้ว
00:11:12 → 00:11:14กันนะเพราะมันเวลามันไม่ได้ต่างกันแบบมี
00:11:14 → 00:11:17นัยยะสำคัญมากนะครับกินได้แค่ว่ากินไป
00:11:17 → 00:11:19พร้อมกับมื้ออาหารแล้วกันมีอะไรบ้าง 4
00:11:19 → 00:11:22ตัวครับที่เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันคือ
00:11:22 → 00:11:27a d e แล้วก็ k ครับเดี๋ยวเราไปไล่กัน
00:11:27 → 00:11:31ทีละตัวเลยผมอยากพูดถึงวิตามินดีก่อน
00:11:31 → 00:11:33วิตามินดีเนี่ยต้องบอกว่าเป็นวิตามินที่
00:11:33 → 00:11:36เป็นที่นิยมในต่างประเทศมากๆนะครับเพราะ
00:11:36 → 00:11:39ว่าเป็นวิตามินที่ค่อนข้างจะครอบจักรวาล
00:11:39 → 00:11:43พอสมควรแล้วก็เป็นวิตามินที่คนประชากร
00:11:43 → 00:11:46เกินครึ่งของโลกเนี่ยครับมักจะขาดวิตามิน
00:11:46 → 00:11:48ดีแล้วเป็นภาวะวิตามินดี deficiency คน
00:11:48 → 00:11:51ไทยก็เหมือนกันเพราะฉะนั้นวิตามินดีเป็น
00:11:51 → 00:11:54หนึ่งในช้อยแรกๆที่เราควรจะกินเสริมเข้า
00:11:54 → 00:11:56ไปเพราะคนเรามักจะขาดนะครับถามว่าดีช่วย
00:11:56 → 00:11:59อะไรโหช่วยครอบจักรวาลมากมันช่วย cardian
00:11:59 → 00:12:02rym ก็คือวงจรนาฬิกาชีวิตของเราทำให้
00:12:02 → 00:12:05ร่างกายของเราทำงานได้เป็นปกติซึ่งสำคัญ
00:12:05 → 00:12:07มากๆกับ overall Health แล้วก็เรื่องของ
00:12:07 → 00:12:10aging นะครับดูแลเรื่องอิมมูนดูแลเรื่อง
00:12:10 → 00:12:13สเตมเซลล์การที่การเติบโตของเซลล์นะครับ
00:12:13 → 00:12:15แล้วก็ดูแลสุขภาพโดยรวมเลยนะครับอย่างที่
00:12:15 → 00:12:17บอกวิตามินดีควรกินพร้อมมื้ออาหารเพราะ
00:12:17 → 00:12:20ดูดซึมได้ดีพร้อมไขมันเนาะแล้ววิตามินดี
00:12:20 → 00:12:22เนี่ยจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากเลยนะ
00:12:22 → 00:12:25ครับถ้าเกิดว่าเรามีแมกนีเซียมเพียงพอ
00:12:25 → 00:12:27เดี๋ยวเราค่อยว่ากันว่าแมกนีเซียมควรกิน
00:12:27 → 00:12:29ตอนไหนเพราะงั้นรู้ไว้ว่าถ้าเกิดเราอยาก
00:12:29 → 00:12:32จะเสริมวิตามินดีเนี่ยแมกนีเซียมต้องพอ
00:12:32 → 00:12:34ด้วยมันถึงจะทำงานเสริมกันได้ดีนะครับเรา
00:12:35 → 00:12:37มักจะรู้นะว่าร่างกายเราสามารถจะ
00:12:37 → 00:12:40สังเคราะห์วิตามินดีได้จากแสงอาทิตย์อ่อน
00:12:40 → 00:12:43ๆตอนเช้านะครับแต่มีงานวิจัยเนี่ยเขาเจอ
00:12:43 → 00:12:46ว่าถ้าเรากินวิตามินดีในรูปแบบมนเนี่ยนะ
00:12:46 → 00:12:49ครับร่างกายจะดูดซึมได้ดีที่สุดในช่วง
00:12:49 → 00:12:52เย็นเพราะงั้นมื้ออาหารมื้อเย็นเนี่ยเป็น
00:12:52 → 00:12:55ช่วงเหมาะสมที่ควรจะกินวิตามินดีเลยนะ
00:12:55 → 00:12:58ครับแล้วเท่านั้นยังไม่พอวิตามินดีเนี่ย
00:12:58 → 00:13:01มันไปเสริมการทำงานของแมกนีเซียมด้วยคือ
00:13:01 → 00:13:03แมกนีเซียมเนี่ยถ้าใครฟัง Episode ก่อน
00:13:03 → 00:13:05หน้าจะรู้ว่าแมกนีเซียมช่วยให้เรานอนหลับ
00:13:05 → 00:13:08ได้เต็มที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะงั้น
00:13:08 → 00:13:11ดีกับแมกนีเซียมควบคู่กันกินมื้อเย็นหรือ
00:13:11 → 00:13:14ว่าช่วงก่อนนอนเนี่ยก็จะช่วยในการนอนหลับ
00:13:14 → 00:13:17ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นผมถึงแนะนำว่ากิน
00:13:17 → 00:13:19มื้ออาหารเลือกได้เป็นมื้อเย็นนะครับ
00:13:19 → 00:13:23ต้องการเท่าไหร่จริงๆจากที่ดูมาเนี่ยนะ
00:13:23 → 00:13:26ครับวิตามินดีเนี่ยถ้าจะกินเสริมประมาณ
00:13:26 → 00:13:27วันละ
00:13:27 → 00:13:3010-15 ไมโครแกมกรัมต่อวันเนี่ยก็นับว่า
00:13:30 → 00:13:34เพียงพอแล้วถ้าจะแปลงเป็น IU ประมาณ
00:13:34 → 00:13:38400-600 IU นะครับแต่เชื่อว่าหลายคนอาจ
00:13:38 → 00:13:40จะกินเยอะกว่านั้นหรือว่าแท็บเล็ตหรือ
00:13:40 → 00:13:41อะไรที่เค้าขายเมันอาจจะเยอะกว่านั้นนะ
00:13:41 → 00:13:44ครับผมก็เลยไปดูมาว่าอ้าแล้วโดสนี่มัน
00:13:44 → 00:13:46เยอะสุดที่ร่างกายจะทนได้แล้วมันยังปลอด
00:13:46 → 00:13:50ภัยอยู่คือ 4,000 IU ครับเพราะฉะนั้น
00:13:50 → 00:13:53อยากกินเยอะกว่า 4,000 I ต่อวันนะครับ
00:13:53 → 00:13:55ถ้าจะแปลงหน่วย IU เป็นไมโครกรัมนะครับ
00:13:55 → 00:13:57วิตามิน D 1 ไมโครกรัมเนี่ยจะเทียบเท่า
00:13:57 → 00:14:01กับ 40 ูถ้าเกิดใครอยากจะแปลงตัวเลขแปลง
00:14:01 → 00:14:04หน่วยเนาะอย่างที่บอกไปว่า a d e k
00:14:04 → 00:14:07เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันร่างกายเนี่ย
00:14:07 → 00:14:10เก็บสะสมไว้ได้นะครับเพราะงั้นเราไม่มี
00:14:10 → 00:14:12ความจำเป็นที่ต้องรีบอัดๆๆกินเข้าไปเพราะ
00:14:12 → 00:14:17บางทีเนี่ยกินเยอะเกินไปจริงๆเค้าก็ไม่มี
00:14:17 → 00:14:19ตัวเลขไม่มี Data ที่ชัดเจนว่ากินแล้วมัน
00:14:19 → 00:14:21จะทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายแต่จริงๆ
00:14:21 → 00:14:23อะไรก็ตามที่มันเยอะเกินไปเนี่ยมันไม่ดี
00:14:23 → 00:14:25อยู่แล้วเพราะฉะนั้นกินพอประมาณค่อยๆกิน
00:14:25 → 00:14:29น้อยๆทุกวันทุกวันเน้นความสม่ำเสมอเนี่ย
00:14:29 → 00:14:32จะดีกว่านะครับนั่นคือสำหรับวิตามิน D มา
00:14:32 → 00:14:35อีกตัวนึงคือวิตามิน a วิตามิน a เนี่ย
00:14:35 → 00:14:39เป็นแอนติออกซิแดนท์
00:14:39 → 00:14:42ร่างกายต้องการแต่แนะนำให้กินพร้อมอาหาร
00:14:42 → 00:14:45เพราะมันละลายในไขมันนะครับผู้ชายต้องการ
00:14:45 → 00:14:48ประมาณ 900 ไมโครกรัมต่อวันผู้หญิง
00:14:48 → 00:14:52ต้องการ 700 ไมโครกรัมต่อวันนะครับถ้าจะ
00:14:52 → 00:14:56แปลงหน่วยสำหรับวิตามิน A 1 IU เนี่ยจะ
00:14:56 → 00:14:59เท่ากับ 0.6 ไมโครกรัม
00:14:59 → 00:15:03วันนึงกินไม่ควรจะเกิน 10,000 IU อย่าง
00:15:03 → 00:15:06ที่บอกไปมันสะสมในร่างกายเพราะฉะนั้นไม่
00:15:06 → 00:15:08ควรจะกินเยอะจนเกินไปนะครับยกเว้นเรามี
00:15:08 → 00:15:11ภาวะหรือมีโรคบางอย่างแล้วคุณหมอแนะนำว่า
00:15:11 → 00:15:13เฮ้ยเราควรจะกินวิตามิน a เสริมค่อยกิน
00:15:13 → 00:15:16เยอะหน่อยแต่ถ้าคนทั่วไปเนี่ยกินพอประมาณ
00:15:16 → 00:15:19ครับประมาณ 900 ไมโครกรัมของผู้ชาย 700
00:15:19 → 00:15:21ไมโครกรัมผู้หญิงก็เพียงพอแล้วนะครับ
00:15:22 → 00:15:24สำหรับ a กับ D เนี่ยจริงๆแล้วต้องบอกว่า
00:15:24 → 00:15:26ถ้าจะกินเสริมนะส่วนใหญ่บางทีคนเราไม่ได้
00:15:26 → 00:15:30ซื้อ a เสริม D เสริมตรงๆแต่มักจะกิน a
00:15:30 → 00:15:33กับ D ในรูปของน้ำมันตับปลาครับเพราะว่า
00:15:33 → 00:15:35แคปซูลของน้ำมันตับปลาเนี่ยมันเหมือนเป็น
00:15:35 → 00:15:38แบบแพ็คเกจเลยมันมักจะมาเป็น Tri นะครับ
00:15:38 → 00:15:41คือรวม a รวม D แล้วก็น้ำมันตับปลาด้วย
00:15:41 → 00:15:43เพราะว่าถ้ากินไปพร้อมกับน้ำมันตับปลา
00:15:43 → 00:15:45เนี่ยไม่ต้องแคร์เลยว่าต้องกินพร้อมมื้อ
00:15:45 → 00:15:47อาหารเพราะกินเข้าไปแล้วมันมีไขมันอยู่
00:15:47 → 00:15:49แล้วมันสามารถจะดูดซึมได้ดีอยู่แล้วเพราะ
00:15:49 → 00:15:51ฉะนั้นเถึงพ่วง AD และน้ำมันตับปลาเข้าไป
00:15:51 → 00:15:53ด้วยกันนะครับทนี้พูดถึงน้ำมันตับปลา
00:15:53 → 00:15:55หน่อยเพราะว่ามีประโยชน์นะครับน้ำมันตับ
00:15:55 → 00:15:57ปลาเนี่ยอย่างที่บอกว่าเ้าจะมักจะพ่วง a
00:15:57 → 00:15:59กับ D เข้าไปด้วยนะครับถามว่ามันสกัดมา
00:15:59 → 00:16:02จากไหหนมันสกัดมาจากตับของปลาทะเลน้ำลึก
00:16:02 → 00:16:05เลยนะครับซึ่งมีประโยชน์มากถามว่ามันช่วย
00:16:05 → 00:16:08อะไรนะครับอ่ามันช่วยในเรื่องของตาช่วยใน
00:16:08 → 00:16:10เรื่องของกระดูกนะครับกินไปแล้วเนี่ยมี
00:16:10 → 00:16:13ประโยชน์ถามว่ากินตอนไหนจริงๆแล้วกินตอน
00:16:13 → 00:16:15ไหนก็ได้นะครับเวลาไหนก็ได้มื้ออาหารไหน
00:16:15 → 00:16:18ก็ได้แต่ขอให้กินไปพร้อมกับมื้ออาหารก็จะ
00:16:18 → 00:16:20ดีนะครับคือคือตัวมันเองเนี่ยมันดูดซึม
00:16:20 → 00:16:22ได้ดีเพราะว่ามันมีความเป็นไขมันแต่ถ้า
00:16:22 → 00:16:24เรากินไปพร้อมกับมื้ออาหารที่มีไขมันอยู่
00:16:24 → 00:16:26แล้วก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการดูซึมเดี
00:16:26 → 00:16:30ขึ้นไปอีกนะครับเมื่อกี้น้ำมันตับปลาอย่า
00:16:30 → 00:16:33สับสนมันมีน้ำมันปลาด้วยนะครับน้ำมันตับ
00:16:33 → 00:16:35ปลาเนี่ยภาษาอังกฤษมันคือ Fish rer Oil
00:16:35 → 00:16:37มักจะเป็นปลาคอตครับคือคอ R Oil นะครับ
00:16:37 → 00:16:40ถ้าเกิดจะเจอหาซื้อได้เนาะแต่น้ำมันปลา
00:16:40 → 00:16:42มันคือ Fish Oil นะครับถามว่า Fish Oil
00:16:42 → 00:16:44เนี่ยมันเอามาจากไหนมันก็มาจากปลาทะเล
00:16:44 → 00:16:47เหมือนกันนี่แหละแต่มันสกัดมาจากส่วนอื่น
00:16:47 → 00:16:50อาจจะมีมาจากตับบ้างแต่ว่ามันเอามาจาก
00:16:50 → 00:16:53สกินของปลามาจากก้างของปลานะครับเอาจาก
00:16:53 → 00:16:55ทุกส่วนของปลาเนี่ยมาทำเป็นน้ำมันปลานะ
00:16:55 → 00:16:58ครับน้ำมันปลาเนี่ยมีประโยชน์มากคือมันจะ
00:16:58 → 00:17:01มีโอเมก้า 3 อยู่เยอะเรามักจะได้ยิน
00:17:01 → 00:17:03โอเมก้า 3 อยู่เรื่อยๆนะครับโอเมก้า 3
00:17:03 → 00:17:05ที่สำคัญ 2 ตัวที่มีในน้ำมันปลาเนี่ยมัน
00:17:05 → 00:17:09คือ epa กับ dha นะครับซึ่งเจ้า 2 ตัวเ
00:17:09 → 00:17:12กินเข้าไปแล้วเนี่ยมันช่วยในเรื่องของ Fat
00:17:12 → 00:17:14metabolism ใครอยากจะลดไขมันโดยเฉพาะ
00:17:15 → 00:17:17ไตรกีซาไลน์เนี่ยกินน้ำมันปลาเนี่ยช่วย
00:17:17 → 00:17:20ได้นะครับนอกจากจะดูแลเรื่องการเบิร์นไข
00:17:20 → 00:17:22มันแล้วยังดูแลเรื่องความดันบำรุงหัวใจ
00:17:22 → 00:17:24แล้วก็บำรุงสมองด้วยเพราะฉะนั้นมี
00:17:24 → 00:17:27ประโยชน์เยอะนะครับน้ำมันปลาเนี่ยเหมือน
00:17:27 → 00:17:29กันควรจะกินไปเพราะพร้อมกับมื้ออาหารที่
00:17:29 → 00:17:32มีไขมันก็จะดูดซึมได้ดีมากยิ่งขึ้นถามว่า
00:17:32 → 00:17:35ควรจะกินเท่าไหร่ต่อวันนะครับจริงๆ Range
00:17:35 → 00:17:38มันกว้างมากคือ 250 จนถึง 5,000 มิลกรัม
00:17:38 → 00:17:40เลยนะครับถ้าใครอยากจะกินคือ 5,000 เนี่ย
00:17:40 → 00:17:43เป็น Maximum ose ที่ร่างกายทนได้และผม
00:17:43 → 00:17:45แนะนำว่ากินประมาณ 1,000 นึงอ่ะจริงๆก็พอ
00:17:45 → 00:17:48แล้วแค่เรากินให้มันสม่ำเสมอเนี่ยจะดี
00:17:48 → 00:17:51กว่านะครับเมื่อกี้ลืมพูดไปน้ำมันตับปลา
00:17:51 → 00:17:55ที่มี a กับดีเนี่ยควรจะกินอยู่ที่ 250
00:17:55 → 00:17:57-500 มกรนะครับไม่ได้ต้องการเยอะเลย
00:17:57 → 00:18:00เพราะฉะนั้นอยกินเยอะเกินไปเนาะทั้งน้ำำ
00:18:00 → 00:18:03มันตับปลาและน้ำมันปลากินพร้อมมื้ออาหาร
00:18:03 → 00:18:05นะครับเหลือวิตามินอีก 2 ตัวที่ยังไม่พูด
00:18:05 → 00:18:08คือ E กับ K จริงๆต้องบอกว่า E กับ K
00:18:08 → 00:18:11เนี่ยเป็นสิ่งที่ร่างกายเราอ่ะไม่ค่อยขาด
00:18:11 → 00:18:13นะครับยกเว้นว่าเรามีภาวะอะไรบางอย่าง
00:18:13 → 00:18:16อย่าง K เนี่ยเรามักจะรู้กันว่ามีความ
00:18:16 → 00:18:18สำคัญกับการแข่งตัวของเลือดเพราะฉะนั้น
00:18:18 → 00:18:21ถ้าเรามีภาวะบางอย่างที่สุ่มเสี่ยงในการ
00:18:21 → 00:18:23ที่จะเกิด Bleeding คือเลือดไหลไม่หยุด
00:18:23 → 00:18:25เนี่ยอาจจะต้องกิน K เสริมนะครับซึ่งทั้ง
00:18:25 → 00:18:27E ทั้ง K ถ้าจะกินเสริมกินพร้อมกับมื้อ
00:18:27 → 00:18:30อาหารเพราะมันเป็นิิที่ละลายได้ดีในไขมัน
00:18:30 → 00:18:33นะครับ K ต้องการเท่าไหร่ K เนี่ยเรา
00:18:33 → 00:18:36ต้องการประมาณ 1 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1
00:18:36 → 00:18:39กกรนะครับแล้วก็จริงๆแล้วไม่ควรจะกินเกิน
00:18:39 → 00:18:421,000 ไมโครกรัมก็จะเซฟกับร่างกายของเรา
00:18:42 → 00:18:45ส่วน E เนี่ยต้องการน้อยมากครับต้องการ
00:18:45 → 00:18:48ประมาณแค่ 15 มกรต่อวันหรือเทียบเท่า 22
00:18:48 → 00:18:50IU นะครับถ้าเรากินอาหารทั่วไปเนี่ยส่วน
00:18:50 → 00:18:53ใหญ่ได้วิตามินอีเพียงพอแล้วแหละนะครับยก
00:18:53 → 00:18:55เว้นเป็นโรคบางโรคปรึกษาคุณหมอได้เนาะแถม
00:18:55 → 00:18:58นิดนึงแล้วกันสารอาหารหลายอย่างที่สกัดมา
00:18:58 → 00:19:00จากพืชแล้วเป็นประโยชน์กับร่างกายนะครับ
00:19:00 → 00:19:04ยกตัวอย่างเช่นแคโรทีนอยหรือว่าานอยเรา
00:19:04 → 00:19:06มักจะเคยได้ยินคำพวกนี้เนาะพวกสารสกัดจาก
00:19:07 → 00:19:10พืชพวกเนี้ยมันละลายได้ดีในไขมันเพราะ
00:19:10 → 00:19:12ฉะนั้นเป็นหลักเลยครับถ้าเกิดว่าคุณจะกิน
00:19:12 → 00:19:14อาหารเสริมหรือลายสารสกัดอะไรลองไปเสิร์ช
00:19:14 → 00:19:17ดูสักนิดซิว่ามันละลายในน้ำหรือมันละลาย
00:19:17 → 00:19:20ในไขมันถ้าคุณเจอว่ามันละลายในไขมันเนี่ย
00:19:20 → 00:19:22ครับกินพร้อมกับมื้ออาหารก็จะช่วยให้การ
00:19:23 → 00:19:25ดูดซึมเนี่ยดีที่สุดนั่นคือหลักการคิดนะ
00:19:25 → 00:19:29ครับโอเคเราผ่านไป 2 กลุ่มเหลือกลุ่มสุด
00:19:29 → 00:19:31ท้ายครับคือวิตามินที่ควรจะกินก่อนนอน
00:19:31 → 00:19:34ครับถามว่าทำไมต้องกินก่อนนอนมันอาจจะ
00:19:34 → 00:19:38ช่วยให้เรารู้สึกสงบผ่อนคลายรีกเนาะช่วย
00:19:38 → 00:19:41ให้การนอนหลับหรือช่วยเรื่องดีท็อกซ์หรือ
00:19:41 → 00:19:44อาหารเสริมกลุ่มนี้เนี่ยบางทีมันมีฤทธิ์
00:19:44 → 00:19:46เป็นเบสพอมีฤทธเป็นเบสปุ๊บเนี่ยนะครับก็
00:19:46 → 00:19:49จะไม่ค่อยแนะนำให้กินช่วงที่เรากินข้าว
00:19:49 → 00:19:53เพราะมันจะไปกระทบกับพีในระบบทางเดิน
00:19:53 → 00:19:55อาหารการย่อยก็จะมีปัญหาอีกนะครับถามว่า
00:19:55 → 00:19:58มีอะไรบ้างที่ควรจะกินก่อนนอนจริงๆตัวส
00:19:58 → 00:20:01สำคัญสำคัญเมี 2 ตัวที่ผมลิสมาครับก็คือ
00:20:01 → 00:20:04แมกนีเซียมกับแคลเซียมเราไปเริ่มที่
00:20:04 → 00:20:06แมกนีเซียมก่อนแล้วะกันแมกนีเซียมเนี่ย
00:20:06 → 00:20:09เพิ่งทำไป Episode ก่อนหน้านะครับว่ากิน
00:20:09 → 00:20:11แมกนีเซียมช่วยในการนอนหลับเพราะ
00:20:11 → 00:20:14คุณสมบัติของมันคือช่วยให้เราสงบคือมันไป
00:20:14 → 00:20:17เสริมการทำงานของกาบแล้วก็เสริมการทำงาน
00:20:17 → 00:20:20ของเมลานินทั้งกาบและเมลานินเนี่ยเป็นทีม
00:20:20 → 00:20:23งานที่ช่วยในการ Build ให้เรารู้สึกสงบ
00:20:23 → 00:20:26ผ่อนคลายอยากจะพักผ่อนนะครับเพราะงั้นกิน
00:20:26 → 00:20:28แมกนีเซียมก่อนที่เราจะนอนสักประมาณ 1
00:20:28 → 00:20:30ช่วโมงเนี่ยกำลังดีเลยถามว่าควรจะกินมา
00:20:31 → 00:20:33เท่าไหร่ 350 มกประมาณช่วงเนี้ยค่อนข้าง
00:20:33 → 00:20:37ปลอดภัยแล้วก็เวิร์คนะครับกินในรูปไหนเคย
00:20:37 → 00:20:39เล่าไป 2 รูปที่ควรจะกินนะครับคือ
00:20:39 → 00:20:43แมกนีเซียมรีตกับแมกนีเซียมบิกิตครับเป็น
00:20:43 → 00:20:462 ตัวที่ไปเสริมการทำงานของกาบแล้วก็
00:20:46 → 00:20:49เสริมการทำงานของเมลาโทนินได้ดีครับอีก
00:20:49 → 00:20:52ตัวนึงคือแคลเซียมครับหลายคนมักจะรู้จัก
00:20:52 → 00:20:56แคลเซียมว่าอ้อมันช่วยบำรุงกระดูกแต่สิ่ง
00:20:56 → 00:20:58ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ผมเองก็เพิ่งทราบ
00:20:58 → 00:21:00นะครับครับคือถ้าเกิดว่าร่างกายเรามี
00:21:00 → 00:21:03แคลเซียมในปริมาณที่น้อยเนี่ยครับมันจะ
00:21:03 → 00:21:05ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับด้วยเพราะฉะนั้น
00:21:05 → 00:21:08เราควรจะได้รับแคลเซียมในปริมาณที่สูง
00:21:08 → 00:21:11สม่ำเสมอในทุกๆวันนะครับมันก็จะเสริมให้
00:21:11 → 00:21:14อ่ากระบวนการการนอนหลับของเราเนี่ยมันนอน
00:21:14 → 00:21:17หลับได้ดีมีประสิทธิภาพอ่ะถามว่าเมื่อกี้
00:21:17 → 00:21:21พูดไปเนาะแคลเซียมกับ D3 เนี่ยมันเป็น
00:21:21 → 00:21:23ทีมเวิร์คกันในในการดูดซึมนะครับเพราะ
00:21:23 → 00:21:26ฉะนั้นกินแคลเซียมพร้อม D3 จะดีที่สุดนะ
00:21:26 → 00:21:29ครับอย่างที่บอกไปดีกินตอนเมื้ออาหารแล้ว
00:21:29 → 00:21:32แคลเซียมควรกินตอนก่อนจะนอนเนื่องเหตุผล
00:21:32 → 00:21:35ว่าแคลเซียมบางทีมันเป็นเบสนะครับบางที
00:21:35 → 00:21:38มันอาจจะรบกวนการกินอาหารได้เพราะฉะนั้น
00:21:38 → 00:21:40ก็จะแนะนำครับว่าหลังจากที่เรากินมื้อ
00:21:40 → 00:21:43เย็นไปแล้วสักแป๊บนึงชั่วโมงนึง 2
00:21:43 → 00:21:45ชั่วโมงเนี่ยอาจจะกิน D3 พร้อมกับ
00:21:45 → 00:21:48แคลเซียมก็ได้มันก็จะเสริมกันพอดีแล้วก็
00:21:48 → 00:21:52มันจะไม่ไปรบกวนค่าพีชแล้วก็รบกวนระบบการ
00:21:52 → 00:21:54ย่อยอาหารหลังจากที่เรากินมื้อเย็นนะครับ
00:21:54 → 00:21:57แล้วพอกินก่อนนอนเนี่ยมันก็จะไปเสริมการ
00:21:57 → 00:22:00ทำงานของของแมกนีเซียมด้วยทำให้เรานอน
00:22:00 → 00:22:02หลับได้ดีอีกหนึ่งอย่างครับที่ผมเพิ่ง
00:22:02 → 00:22:05ทราบที่เขาแนะนำให้กินแคลเซียมตอนกลางคืน
00:22:05 → 00:22:07เนี่ยเพราะว่าในช่วงกลางคืนเนี่ยครับตาม
00:22:07 → 00:22:09นาฬิกาชีวิตเนี่ยครับกระดูกของเราเนี่ย
00:22:09 → 00:22:12มันจะถูกย่อยสลายและถูกสร้างขึ้นมาใหม่ใน
00:22:13 → 00:22:15ช่วงตอนกลางคืนเพราะฉะนั้นการที่เราเสริม
00:22:15 → 00:22:18แคลเซียมเข้าไปมื้อดึกเนี่ยครับมันก็ไป
00:22:18 → 00:22:21ช่วยทำให้การซ่อมแซมกระดูกเนี่ยมันทำได้
00:22:21 → 00:22:23ดีมีประสิทธิภาพด้วยนะครับต้องการ
00:22:23 → 00:22:25แคลเซียมเท่าไหร่ต้องการแคลเซียมประมาณ
00:22:25 → 00:22:301,000 ถึง 1,200 มิมิลลิกรัมนะครับจริงๆ
00:22:30 → 00:22:32เนี่ยผู้หญิงต้องการแคลเซียมมากกว่าผู้
00:22:32 → 00:22:35ชายเนาะแล้วก็ถ้าเกิดว่าแน่นอนถ้าต้องการ
00:22:35 → 00:22:37เป็นช่วงที่ให้นมลูกอาจจะต้องการแคลเซียม
00:22:37 → 00:22:41สูงมากยิ่งขึ้นนะครับซึ่งแคลเซียมถ้าใคร
00:22:41 → 00:22:45สะดวกที่จะกินหลายๆรอบก็อาจจะสปลิตเช้า
00:22:45 → 00:22:47ครึ่งนึงเย็นครึ่งนึงก็ได้นะครับเช้า 500
00:22:47 → 00:22:50มกก่อนอน 500 มกรก็ได้นะครับเพราะว่าตอน
00:22:50 → 00:22:53เช้าถ้าเราเจอแสงแดดเนี่ยเราได้วิตามินดี
00:22:53 → 00:22:54อยู่แล้วการกินแคลเซียมเข้าไปเนี่ยมันก็
00:22:55 → 00:22:57จะดูซึมได้ดีแล้วก็ร่างกายสามารถจะเอา
00:22:57 → 00:22:59แคลเซียมแล้วแล้วก็วิตามินดีไปใช้ได้ทัน
00:22:59 → 00:23:03ทีนะครับอ้าหมดแล้วสำหรับ 3 กลุ่มนะครับ
00:23:03 → 00:23:06มีเสริมนิดนึงแล้วะกันที่ยังไม่ได้พูดนะ
00:23:06 → 00:23:09ครับเป็นหลักกว้างๆแล้วกันเนาะอ่าอย่าง
00:23:09 → 00:23:12อาหารเสริมตัวไหนที่เรารู้สึกว่าเราอยาก
00:23:12 → 00:23:15กินเข้าไปแล้วเค้าศึกษามาว่ามันสามารถ
00:23:15 → 00:23:19ช่วยบูสสมองตั้งแต่ตอนเช้าอะไรพวกเนะครับ
00:23:19 → 00:23:21เราต้องการเอาไปใช้ทันทีเนี่ยผมแนะนำเลย
00:23:21 → 00:23:24ให้กินตอนที่ท้องว่างตื่นมาเนี่ยกินเลย
00:23:24 → 00:23:26อย่างเราเคยทำตอนคานีนไปนะครับแล้วผมแนะ
00:23:26 → 00:23:29นำว่าคานีนควรกินตอนท้องว่างพวกกดอะมิโน
00:23:30 → 00:23:32เนี่ยครับตัวเล็กๆเนี่ยครับถ้าเรากินตอน
00:23:32 → 00:23:34ที่มันท้องว่างเนี่ยร่างกายสามารถจะดูด
00:23:34 → 00:23:37ซึมแล้วเอาไปใช้ได้ทันทีงั้นอะไรก็ตามที่
00:23:37 → 00:23:39รู้สึกว่าเราต้องการใช้อย่างเร่งด่วนนะ
00:23:39 → 00:23:42ครับกลิ่นตอนท้องว่างนั่นคือหลักคิดนะ
00:23:42 → 00:23:46ครับถ้าเกิดว่าเป็นพวก tics หรือว่าสาร
00:23:46 → 00:23:48สมุนไพรต่างๆที่เขาบอกว่าช่วยในการ
00:23:48 → 00:23:50ดีท็อกซ์แนะนำให้กินก่อนนอนนะครับดูแลลำ
00:23:50 → 00:23:53ไส้ไงกินก่อนนอนตื่นเช้ามาเนี่ยการเข้า
00:23:53 → 00:23:56ห้องน้ำจะได้ทำได้แบบอ้อ Smooth นะครับ
00:23:56 → 00:23:58ถ้าเกิดว่าเป็น supplement ที่เป็นพวก
00:23:59 → 00:24:01เกลือร่อิเล็กโทรไลต์หรือว่ามีโปแตสเซียม
00:24:01 → 00:24:03นะครับแนะนำให้กินช่วงตอนเช้าเพราะว่า
00:24:03 → 00:24:06ร่างกายจะเอาไปใช้ได้เลยไม่ควรกินตอนกลาง
00:24:06 → 00:24:09คืนหรือก่อนนอนเพราะว่าโปแตสเซียมเนี่ยนะ
00:24:09 → 00:24:11ครับจะทำให้เราขับน้ำออกจากร่างกายเยอะจะ
00:24:11 → 00:24:13ทำให้เราปวดฉี่อ่ะเพราะฉะนั้นการนอนเราจะ
00:24:13 → 00:24:16interrupt แล้วก็ทำให้ไม่มีประสิทธิภาพ
00:24:16 → 00:24:18นะครับใครกิน Apple Cider นะครับถ้าจุด
00:24:18 → 00:24:21ประสงค์คือเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลนะครับ
00:24:21 → 00:24:23จัดไปตั้งแต่เช้าเลยหรือว่ากินก่อนมื้อ
00:24:23 → 00:24:25อาหารสักครึ่งชั่วโมงเนี่ยมันก็จะช่วย
00:24:25 → 00:24:29เรื่องการดูดซึมน้ำตาลไม่ให้มันดูซึมเร็ว
00:24:29 → 00:24:31มากจนเกินไปป้องกันการเกิดภาวะการดื้อ
00:24:31 → 00:24:34อินซูลินนะครับหรือถ้าเกิดว่าใครอยากจะ
00:24:34 → 00:24:36กินเพื่อ Over Health กินก่อนนอนจิบนิดๆ
00:24:36 → 00:24:38ก็จะเป็นประโยชน์เหมือนกันนะครับ Apple
00:24:38 → 00:24:41cer ถ้าเกิดว่าใครกินมนที่ช่วยเรื่องของ
00:24:41 → 00:24:44การย่อยแน่นอนคุณควรจะกินก่อนมื้ออาหารนะ
00:24:44 → 00:24:46ครับไม่งั้นมันก็จะไม่เกิดประโยชน์เนาะ
00:24:46 → 00:24:49แต่ดูนิดนึงครับไอ้มนตัวนั้นเนี่ยถ้ามัน
00:24:49 → 00:24:52มีฤทธิ์เป็นกรดกินก่อนมื้ออาหารเนี่ยโอเค
00:24:52 → 00:24:55เลยนะครับแต่ถ้าเกิดว่ากินลนช่วยการย่อย
00:24:55 → 00:24:57แต่มันมีฤทธิ์เป็นด่างหรือมีฤทธิ์เป็นเบส
00:24:57 → 00:25:01เนี่ยนะครับพวกบ salt ควรจะกินหลังอาหาร
00:25:01 → 00:25:05เพราะมันเป็นด่างเนาะมันจะไปรบกวนการทำ
00:25:05 → 00:25:08งานของพวกนำย่อยเอนไซม์ต่างๆเพราะเอนไซม
00:25:08 → 00:25:11เหล่านั้นทำงานได้ดีในภาวะที่เป็นกรดนั่น
00:25:11 → 00:25:13เองงั้นทั้งหมดทั้งมวลคือ overall ที่เอา
00:25:13 → 00:25:16มาฝากนะครับอ้อแถม 1 อย่างใครที่ทำ If นะ
00:25:16 → 00:25:19ครับบอกเลยถ้าคุณทำ If มาในช่วงนั้นท้อง
00:25:19 → 00:25:22คุณจะโล่งใช่ป่ะกินมนอะไรเนี่ยร่างกายดูด
00:25:22 → 00:25:24ซึมบืดทันทีแน่นอนนะครับงั้นใครทำ If
00:25:24 → 00:25:27แล้วกินซัมก่อนที่จะหมดช่วง If เนี่ยดูด
00:25:27 → 00:25:31ซึมได้เต็มที่มีประสิทธิภาพแน่ๆนะครับ Rap
00:25:31 → 00:25:34up นิดนึงเวลาที่ดีที่สุดในการกินมนคือ
00:25:34 → 00:25:37เวลาที่คุณสะดวกครับแต่ถ้าเกิดว่าอยากจะ
00:25:37 → 00:25:40ให้มันแบบเ้ยเอาให้มันมันมีประสิทธิภาพ
00:25:40 → 00:25:42แน่ๆแบ่งเป็น 3 กลุ่มให้แล้วตอนท้องว่าง
00:25:42 → 00:25:45ตอนมื้ออาหารและก่อนนอนนะครับแต่ทั้งหมด
00:25:45 → 00:25:48ทั้งมวลก็อยากจะให้เราโฟกัสกับการกิน
00:25:48 → 00:25:49อาหารให้หลากหลายด้วยเพราะถ้าเกิดเรากิน
00:25:49 → 00:25:52อาหารหลากหลายเพียงพออยู่แล้วเนี่ยมนอาจ
00:25:52 → 00:25:55จะไม่จำเป็นยกเว้นว่าช่วงนั้นเราไม่พอ
00:25:55 → 00:25:58จริงๆมันหนักมันเหนื่อยจริงๆกินซเเสริม
00:25:58 → 00:26:01ได้นะครับแต่ว่าเสริมเนี่ยถ้าเกิดใครมี
00:26:01 → 00:26:04โรคประจำตัวหรือกินมียาอะไรที่เรากินอยู่
00:26:04 → 00:26:06แล้วปรึกษาคุณหมอหน่อยก็ดีเพราะว่า sup
00:26:06 → 00:26:10บางตัวมันไป interf การทำงานของยาแล้วมัน
00:26:10 → 00:26:12อาจจะกระทบกับกระบวนการรักษาได้นะครับเพ
00:26:13 → 00:26:15งั้นลองไปกินดูครับแล้วถ้าเกิดว่าคุณผู้
00:26:15 → 00:26:18ชมคนไหนมีคำถามอะไรอยากรู้อะไรอีกพิมพ์มา
00:26:18 → 00:26:19ได้ในคอมเมนต์เลยนะครับแล้วเดี๋ยวผมไป
00:26:19 → 00:26:23รีเสิร์ชและเอาคำตอบมาแชร์ให้
00:26:23 → 00:26:27ครับ Top to Toe The Standard
00:26:27 → 00:26:32podcast I Opening for your ears