00:00:00 → 00:00:02ก็
00:00:02 → 00:00:05สวัสดีครับผมเอาประเวศเปลี่ยนจิตแพทย์
00:00:05 → 00:00:10ครับเราพบกันทุกคืนวันอาทิตย์เวลา 8:00 น
00:00:10 → 00:00:12เหมาะสำหรับคืนวันนี้วันอาทิตย์ที่ 4
00:00:12 → 00:00:17กันยายนพุทธศักราช 2560 5 เรามีนัดกันใน
00:00:17 → 00:00:21หัวข้อคิดอย่างไรให้เข้าใจกันมากขึ้น
00:00:21 → 00:00:25หัวข้อนี้มาจากการที่ผมได้มีโอกาสจะถูก
00:00:25 → 00:00:27พรมให้กับอาสาสมัครคนไทยในญี่ปุ่นกลุ่ม
00:00:27 → 00:00:31หนึ่งนะครับซึ่งเป็นเหมือนที่ปรึกษาของคน
00:00:31 → 00:00:36ไทยในแต่ละพื้นที่ครับเอ่อในหัวข้อเทคนิค
00:00:36 → 00:00:38การให้คำปรึกษาครอบครัวซึ่งก็ประกอบด้วย
00:00:38 → 00:00:42คนที่ทำงานด้านการช่วยเหลือคนไทยกันเองใน
00:00:42 → 00:00:46สังคมญี่ปุ่นครับสถานทูตที่โตเกียวก็ทำ
00:00:46 → 00:00:48โครงการนี้มา
00:00:48 → 00:00:52ถ้าเกิดอย่างน้อย 15 ปีนะครับทำต่อเนื่อง
00:00:52 → 00:00:56มีบางช่วงซาไปบ้างบางช่วงก็เข้มข้นบ้างนะ
00:00:56 → 00:00:59ครับผมมีโอกาสทำงานนี้กับทางสถานทูตที่
00:00:59 → 00:01:03ญี่ปุ่น 10 ปีก่อนจะเกษียณแล้วกำลัง
00:01:03 → 00:01:06เกษียณมาแล้วเข้าปีที่ 6 นั้นก็ทำงานมา 16
00:01:06 → 00:01:10ปีได้นะครับคันนี้ก็เป็นการกับไปเจอกัน
00:01:10 → 00:01:14ทางโปรแกรมวีดีโอออนไลน์กับคนที่รู้จัก
00:01:14 → 00:01:17กันมา 10 กว่าปีครับในระดับที่ว่าเขาบอก
00:01:17 → 00:01:19ว่าถ้ามาญี่ปุ่นให้ไปนอนบ้านก็ได้ครับแต่
00:01:19 → 00:01:23ไม่เคยไปใช้บริการนะครับก็จะพูดคุยกันถึง
00:01:23 → 00:01:26โจทย์ที่เขาเจอเวลาที่เข้าไปให้การปรึกษา
00:01:26 → 00:01:30กับกับคนไทยที่นั่นนะครับมีทั้งคนไทยที่
00:01:30 → 00:01:35เป็นภรรยาของสามีที่เป็นคนญี่ปุ่นมีปัญหา
00:01:35 → 00:01:39กับสามีมาปรึกษาเรื่องสามีมีทั้งสามีมา
00:01:39 → 00:01:42ปรึกษากับคนไทยที่เป็นที่ปรึกษาเพื่อขอคำ
00:01:42 → 00:01:44แนะนำเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติกับพญาคนไทย
00:01:44 → 00:01:48แล้วก็มีมีคนไทยผู้หญิงมาปรึกษากิจผู้ชาย
00:01:48 → 00:01:53กับแม่ของสามีนะครับมีปัญหากับลูกโดย
00:01:53 → 00:01:56เฉพาะลูกไปรุ่นหรือลูกติดที่เป็นคนไทยที่
00:01:56 → 00:01:58มีอยู่ที่นั่นรับปรับตัวไม่ได้
00:01:58 → 00:02:04ว่าโจทก์ทั้งหมดเนี่ยเราก็นำมาฝึกวิธีการ
00:02:04 → 00:02:07จัดการนะครับซึ่งก็มีหลักคิดหลายอย่างที่
00:02:07 → 00:02:10อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้นั้นแต่พอ
00:02:10 → 00:02:11ผม
00:02:11 → 00:02:14ผู้จัดกระบวนการจนใกล้จบ
00:02:14 → 00:02:16หมอเขาก็ได้เขาคิดอย่างไรว่าเออจริงๆแล้ว
00:02:16 → 00:02:20นี่มันเป็นเรื่องความไม่เข้าใจกันซึ่งไม่
00:02:20 → 00:02:23ใช่เรื่องของแค่ปัญหาภาษาหรือวัฒนธรรมที่
00:02:23 → 00:02:26ต่างกันด้วยนะครับคือปัญหาที่เข้าปรึกษา
00:02:26 → 00:02:29มาเนี่ยประเทศไหนที่พูดภาษาเดียวกัน
00:02:29 → 00:02:32วัฒนธรรมเดียวกันก็ยังมีปัญหาได้
00:02:32 → 00:02:35ก็เลตคิดขึ้นมาวันนี้มานั่งคุยกันดีกว่า
00:02:35 → 00:02:38นะครับสำหรับท่านที่ติดตามทาง YouTube
00:02:38 → 00:02:40และ Facebook ว่าคิดอย่างไรให้เข้าใจกัน
00:02:40 → 00:02:44ผมก็จะสกัดเอาข้อคิดต่อมาเป็น 6 ประเด็น
00:02:44 → 00:02:48นะครับ 6 ประเด็นนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวโดยตรง
00:02:48 → 00:02:50กับประเด็นที่เราคุยกันเป็นกรณีศึกษาแต่
00:02:50 → 00:02:54ว่ามันสกัดข้อคิดใหม่อีกทีหนึ่งเขาจะไล่
00:02:54 → 00:02:57ไปทีละประเด็นนะครับประเด็น
00:02:57 → 00:03:01ต่างๆที่จะพูดเนี่ยมันจะเป็นธรรมชาติของ
00:03:01 → 00:03:05คนในบริบทความสัมพันธ์ซึ่งถ้าเราเข้าใจ
00:03:05 → 00:03:09ธรรมชาติข้อนี้ได้ดีนะครับเราก็จะเพิ่ม
00:03:09 → 00:03:12โอกาสในการที่เข้าใจกันมากขึ้นแล้วก็ลด
00:03:12 → 00:03:16โอกาสในความขอแย้งจนถึงกับขั้นที่มีปัญหา
00:03:16 → 00:03:18ในความสัมพันธ์ระหว่างกัน
00:03:18 → 00:03:21ข้อแรกครับความเป็นจริงของมนุษย์อย่าง
00:03:21 → 00:03:25หนึ่งก็คือคนทุกคน
00:03:25 → 00:03:29ก็จะมองอะไรจะมุมของตัวเองแล้วก็สิ่งที่
00:03:29 → 00:03:32ต่างๆที่คนละทำก็จะทำก็ตอบคำต้องกันตัว
00:03:32 → 00:03:32เอง
00:03:32 → 00:03:36เขาไม่ได้ตระหนักและไม่ได้ตั้งใจไม่มี
00:03:36 → 00:03:39เจตนาที่เขาจงใจจะไปทำร้ายใครอันนี้ในภาพ
00:03:39 → 00:03:43รวมกันนะครับเงินเวลาที่เราอยู่กันเป็น
00:03:43 → 00:03:48เอ่อในครอบครัวเนี่ยแฟนกันพ่อแม่ลูกนะ
00:03:48 → 00:03:51ครับบางทีเราก็ทำสิ่งที่เราคิดว่าตอบคำ
00:03:51 → 00:03:54ต้องการของเราแต่บางทีมาเป็นกระทบความรู้
00:03:54 → 00:03:57สึกคนอื่นได้และคนเสียก็ไม่ตระหนักว่า
00:03:57 → 00:04:00สิ่งที่ตัวเองทำในกระทบคนอื่นยังไงซึ่งก็
00:04:00 → 00:04:03จะเกิดความเสียใจเจ็บปวดน้อยใจกันได้จาก
00:04:03 → 00:04:07การกระทำที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้กันเพราะ
00:04:07 → 00:04:10มองเห็นแต่มุมของตัวเองนี่เป็นภาพรวมนะ
00:04:10 → 00:04:14ครับความเข้าใจจะเกิดดีขึ้นได้ก็เกิดจาก
00:04:14 → 00:04:17ความตระหนักนี้ก่อนนะครับว่าเราต้องเชื่อ
00:04:17 → 00:04:20กันว่าแต่สิ่งที่เขาทำเนี่ยเข้าไปอยากจะ
00:04:20 → 00:04:22ตอบโจทย์ตอบคำต้องการตัวเองเข้าไม่ได้
00:04:22 → 00:04:24ตั้งใจจะมาทำร้ายเราก็ต้องชื่อตรงนี้ก่อน
00:04:24 → 00:04:29นะครับยกเว้นคุณมีปัญหาอยู่กับคนที่มี
00:04:29 → 00:04:31ปัญหาทาง
00:04:31 → 00:04:34เปิดการควบคุมอารมณ์หรือว่าการตัดสินใจ
00:04:34 → 00:04:37ตอนนั้นจะเป็นโจรหนึ่งจะโดยรวมแล้วคนที่
00:04:37 → 00:04:39อยู่บ้านเดียวกัน
00:04:39 → 00:04:41ส่วนใหญ่แค่ต้องการตอบคำต้องกันตัวเอง
00:04:41 → 00:04:46ครับคะนี้ก็จะทำยังไงถ้าเราตระหนักแบบนี้
00:04:46 → 00:04:48นะครับเราก็ต้องรู้ว่าทุกๆสิ่งที่เขาทำ
00:04:48 → 00:04:51เนี่ยเขาบางทีเขามองไม่เห็นว่ามันกำลัง
00:04:51 → 00:04:55กระทบยังไงความสามารถในการที่จะจะมีวิธี
00:04:55 → 00:05:00การสื่อสารเพื่อสื่อความรู้สึกหรือผล
00:05:00 → 00:05:02กระทบหรือเวลาที่สื่อและความสามารถในการ
00:05:02 → 00:05:05จัดการกล่าวคำขอโทษเนื่องจากเราไม่
00:05:05 → 00:05:09ตระหนักในวงเล็บแต่อย่าทำผิดซ้ำบ่อยในแบบ
00:05:09 → 00:05:13เดิมนะครับการรู้จักเรียนรู้ตัวเองด้วย
00:05:13 → 00:05:16กันหมั่นสังเกตนะครับแล้วก็ตระหนักว่า
00:05:16 → 00:05:18สิ่งที่เราทำมันอาจจะกระทบคนที่อยู่ใกล้
00:05:18 → 00:05:22ตัวเราที่เราแคร์ยังไงบ้าง
00:05:22 → 00:05:25ค่ะวันนี้ทั้งหมดเนี่ยมันเป็นความฉลาด
00:05:25 → 00:05:27อย่างหนึ่งสมัยก่อนเค้าก็เรียกเป็นความ
00:05:27 → 00:05:31ฉลาดทางอารมณ์ในมิติที่เราเข้าใจคนอื่น
00:05:31 → 00:05:36สมัยหลังเอ่อนักวิชาการคนเดียวกันคุณ
00:05:36 → 00:05:38Daniel โกแมนก็เรียกเป็นความฉลาดทาง
00:05:38 → 00:05:43สังคมนะครับแต่จุดก็คือว่าเรามีนมจะมอง
00:05:43 → 00:05:46เห็นแต่มุมเราและเราไม่เห็นบุ๋มคนอื่น
00:05:46 → 00:05:48เช่นเดียวกันคนอื่นก็มีโน๊ตจะมองเห็นแต่
00:05:48 → 00:05:51มุมเขาข้าจะมองไม่เห็นมุมเราและสิ่งที่ทำ
00:05:51 → 00:05:54มันกระทบต่อกันนะครับถ้าเราเชื่อตรงนั้น
00:05:54 → 00:05:58ก่อนเราก็จะไม่รีบตัดสินแล้วก็จะทำให้
00:05:58 → 00:06:01พื้นที่การพูดคุยเพื่อทำให้เกิดความเข้า
00:06:01 → 00:06:03ใจกันมากขึ้นว่า
00:06:03 → 00:06:06หมอเขาทำอะไรเพื่อตอบโจทย์อะไรแล้วมัน
00:06:06 → 00:06:09กระทบเรายังไงเนี่ยเรื่องนี้ก็จะทำให้
00:06:09 → 00:06:12เกิดความเข้าใจกันดีขึ้นแต่คนจะเย็นไม่
00:06:12 → 00:06:14ได้เข้าใจแบบนี้นะครับงั้นพอมีเรื่องเกิด
00:06:14 → 00:06:18ขึ้นก็จะจะค่อยสะสมจนกลายเป็นการทะเลาะ
00:06:18 → 00:06:20เบาะแว้งที่เกิดขึ้นเป็นประจำได้
00:06:20 → 00:06:23และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรารู้สึกว่าเค้า
00:06:23 → 00:06:26ทำไมพี่เค้าไม่แคร์เลยครับเมื่อไม่นานมา
00:06:26 → 00:06:30นี้มีคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งนะครับเอ่อ
00:06:30 → 00:06:34พระยาก็ทำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการตัวเอง
00:06:34 → 00:06:36ชัดเจนมากในการวางแผนการเงินวางแผนชีวิต
00:06:36 → 00:06:40การตอบโจทย์ดูแลครอบครัวของเธอนะครับแต่
00:06:40 → 00:06:42เธอไม่แต่หนักว่าสิ่งที่เธอคิดและทำในมัน
00:06:42 → 00:06:45กระทบความรู้สึกของสามียังไง
00:06:45 → 00:06:49ใช้เวลานานครับแล้วก็ยังไม่จบลงนะครับใน
00:06:49 → 00:06:53การที่จะคลี่คลายความไม่เข้าใจนั้นเพราะ
00:06:53 → 00:06:55มันเจ็บปวดและที่ถูกกระทบจากการกระทำของ
00:06:55 → 00:06:57คนที่ใกล้ตัวเรา
00:06:57 → 00:07:01อันนี้ตลาดข้อแรกครับให้ตระหนักเสมอว่า
00:07:01 → 00:07:03เรามาจะเธอมองเห็นในมุมตัวเองแล้วไม่
00:07:03 → 00:07:07ตระหนักเนผลกระทบต่อคนอื่นคนอื่นเขาก็ทำ
00:07:07 → 00:07:09ในมุมตัวเค้าแล้วก็ไม่จะหนักว่ามันกระทบ
00:07:09 → 00:07:13เราก็ต้องใช้การสื่อสารที่ดี
00:07:13 → 00:07:17ที่ 2 นะครับเวลาที่เกิดปัญหาขึ้นเนี่ย
00:07:17 → 00:07:20ก็เกือบจะทั้งหมดนะครับการละคนที่เกี่ยว
00:07:20 → 00:07:23ข้องในเหตุการณ์เรื่องราวนั้นเนี่ยจะมอง
00:07:23 → 00:07:26ปัญหาไม่เหมือนกันนะครับต่างคนต่างก็เห็น
00:07:26 → 00:07:30ปัญหาในมุมของตัวเองนะครับยกตัวอย่างนะ
00:07:30 → 00:07:35ครับเอ่อถ้าลูกสอบคะแนนได้ไม่ดีเนี่ย
00:07:35 → 00:07:39ถ้าพ่อหรือแม่จะไปแคร์ว่าคนอื่นจะมองยัง
00:07:39 → 00:07:42ไงนะครับเออคนอื่นจะคิดว่าเราเลี้ยงลูก
00:07:42 → 00:07:46ไม่ดีหรือเปล่าหรือลูกเราจะรู้สึกยังไง
00:07:46 → 00:07:50แต่ละคนจะมีประเด็นที่สนใจเหมือนกัน
00:07:50 → 00:07:54ถ้าอย่างนั้นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่า
00:07:54 → 00:07:57จะเป็นเรื่องอะไรก็ตามนะครับ
00:07:57 → 00:07:59ว่าแต่ละคนจะมองเรื่องนั้นไม่เหมือนกัน
00:07:59 → 00:08:03แล้วก็ความที่ไม่เหมือนกันเนี่ยก็จะรู้
00:08:03 → 00:08:07สึกถึงความเป็นปัญหาต่างกันนะครับเช่นถ้า
00:08:07 → 00:08:09สามีกลับบ้านดึก
00:08:09 → 00:08:13ก็เพราะมีเหตุของงานเจ้านายชวนไปสังสรรค์
00:08:13 → 00:08:17เขาก็รู้สึกเกรงใจเขาอยากจะสร้างความมั่น
00:08:17 → 00:08:20คงทางการเงินให้ครอบครัวเขาก็ตัดสินใจไป
00:08:20 → 00:08:23ครับเขาก็มองว่าเนี่ยเขาทำเพราะว่าเขา
00:08:23 → 00:08:27ต้องการความก้าวหน้าเราก็จะเป็นความมั่น
00:08:27 → 00:08:30คงให้ครอบครัวแน่นอนนั่นก็เป็นมองในมุม
00:08:30 → 00:08:34ของเขาเหตุผลที่เขาคิดก็เป็นความเข้าใจ
00:08:34 → 00:08:37ของเขานะครับแต่พญาก็อาจจะมองความเป็น
00:08:37 → 00:08:39ปัญหาตรงนี้ต่างกันสามีไม่ที่เราเรียน
00:08:39 → 00:08:42ปัญหาแต่ภรรยารู้สึกก็เป็นปัญหาเพราะว่า
00:08:42 → 00:08:45มันทำให้พัทยารู้สึกเหมือนสามีไม่แค่เธอ
00:08:45 → 00:08:50ให้ความที่มองจากแต่ละมุมจากข้อ 1 มันก็
00:08:50 → 00:08:52นำไปสู่ว่าเวลาที่เกิดปัญหาสองฝ่ายหรือ
00:08:52 → 00:08:55หลายฝ่ายก็มองปัญหาไม่เหมือนกันครับแล้ว
00:08:55 → 00:08:59ในกรณีของคู่สามีภรรยาหรือแฟนนะครับสิ่ง
00:08:59 → 00:09:03ที่เจอบ่อยก็คือคือถ้าต่างฝ่ายต่างคิดว่า
00:09:03 → 00:09:05ปัญหาที่เกิดขึ้นเนี่ยมันเป็นพระเอกฝ่าย
00:09:05 → 00:09:09หนึ่งนะครับแล้วถ่ายฝ่ายนึงเข้าใจยอมรับ
00:09:09 → 00:09:13และเปลี่ยนตัวเองซะหน่อยนะครับเปลี่ยนตัว
00:09:13 → 00:09:15เองเปลี่ยนการกระทำของตัวเองปัญหาก็จะจบ
00:09:15 → 00:09:18สิ้นลงนะครับในวงเล็บถ้าเธอเปลี่ยนแปลง
00:09:18 → 00:09:20ให้ถูกต้องฉันก็จะมีความสุข
00:09:20 → 00:09:24ด้วยบุญมองแบบนี้นะครับก็ทำให้ปัญหาแกรยา
00:09:24 → 00:09:27เพราะว่าต่างฝ่ายต่างคาดหวังว่าอีกฝ่าย
00:09:27 → 00:09:30หนึ่งก็มีคนเปลี่ยนนะครับแล้วก็ปัญหา
00:09:30 → 00:09:34กะหรี่ยังคงมีอยู่ต่อไปมันก็จะนำไปสู่การ
00:09:34 → 00:09:39ต่อสู้กันในการแย่งชิงการควบคุมอำนาจบาง
00:09:39 → 00:09:43อย่างเพื่อให้พิสูจน์ว่าฉันในฝ่ายถูกเธอ
00:09:43 → 00:09:45เป็นไฟผิดเมื่อไหร่ก็ตามที่อยู่ในส่วน
00:09:45 → 00:09:47อาการแบบนี้นะครับที่จะพยายามพิสูจน์ว่า
00:09:47 → 00:09:50เธอผิดฉันถูกเนี่ยสำนักงานเช่นนั้นก็จะ
00:09:50 → 00:09:53เป็นสัญญาการที่เหมือนกับต่างฝ่ายต่างมี
00:09:53 → 00:09:56เหตุผลของตัวเองต่างฝ่ายต่างมีทำอธิบาย
00:09:56 → 00:09:58ของตัวเองมีความรู้สึกเป็นปัญหาของตัวเอง
00:09:58 → 00:10:01ในแบบตัวเองแล้วก็คิดว่าไอ้ฟ้านี่คือตัว
00:10:01 → 00:10:05ปัญหานะครับซึ่งมันไม่พาไปไหนในความ
00:10:05 → 00:10:09สัมพันธ์นะครับการที่เราจะเข้าใจกันได้
00:10:09 → 00:10:10มากขึ้นแล้วก็มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นจึง
00:10:10 → 00:10:14ต้องการเครื่องมือทางความคิดที่แตกต่าง
00:10:14 → 00:10:17กันไปคือความตระหนักว่าแต่ละคนมองต่างกัน
00:10:17 → 00:10:21เค้าจะเห็นปัญหาต่างกันในวิธีการอย่าง
00:10:21 → 00:10:24หนึ่งก็คือเราจะต้องฝึกมุมมองที่เรียกว่า
00:10:24 → 00:10:28มุมมอง 3 มุมมองนะครับเทคนิคที่ผมก็ใช้ใน
00:10:28 → 00:10:31หลายกรณีนะครับรวมถึงเอาไปคุยกันในคลาส
00:10:31 → 00:10:33ด้วยนะครับอ่ะ
00:10:33 → 00:10:35ก็สวัสดีคะเสียเราคุยกันว่าเอ๊ะเราจะรู้
00:10:35 → 00:10:37นะว่าคนที่มาหาเราก็พูดความจริงนี่คือคำ
00:10:37 → 00:10:40ถามของคนที่เป็นผู้ปรึกษาช่วยกันปรึกษา
00:10:40 → 00:10:44ซึ่งเป็นอาสาสมัครกันนะครับอ่ะแต่มันไม่
00:10:44 → 00:10:47สำคัญว่าความจริงคืออะไรเพราะแต่ละคนก็จะ
00:10:47 → 00:10:49เห็นความจริงในมุมของตัวเองนะครับแต่เรา
00:10:49 → 00:10:53สามารถตั้งคำถามเพื่อให้เขาเห็นมุมมองของ
00:10:53 → 00:10:57คู่กรณีกับเขาเข้าใจตัวเองด้วยกันถามความ
00:10:57 → 00:11:01รู้สึกนึกคิดของคนที่มาเรานะครับเห็นบอก
00:11:01 → 00:11:04ของคู่คู่แล้วก็ก็เห็นบอกว่าของคนที่เป็น
00:11:04 → 00:11:08กลางด้วยซึ่งกรณีแบบนี้ก็จะมีเช่นภรรยามา
00:11:08 → 00:11:13ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาของแม่สามีนะครับเรา
00:11:13 → 00:11:15ก็จะตั้งกำลังเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด
00:11:15 → 00:11:18และการกระทำของตัวภรรยาที่มาปรึกษาจาก
00:11:18 → 00:11:20นั้นเราก็จะถามเข้าเกี่ยวกับความรู้สึก
00:11:20 → 00:11:23นึกคิดและการกระทำของแม่สามีที่เข้า
00:11:23 → 00:11:27สังเกตได้หรือที่เค้ารับรู้เพื่อให้ข้อ
00:11:27 → 00:11:30เข้าใจมุมมองของแม่สามีเช่นความคาดหวัง
00:11:30 → 00:11:34ความพอใจความไม่พอใจนะครับแล้วก็ถามใคร
00:11:34 → 00:11:37ล่ะที่เป็นกลางคนที่จะรู้ได้ก็จะเป็นสามี
00:11:37 → 00:11:39ซึ่งอาจจะเข้าข้างฝ่ายใดเพลงหนึ่งก็ตามนะ
00:11:39 → 00:11:42ครับแต่เขาจะมีมุมมองอีกมุมหนึ่งการเรียน
00:11:42 → 00:11:47รู้ที่ขอราคามุมมองของตัวเราให้ชัด
00:11:47 → 00:11:50เนื้อคู่การของเราให้ชัดแล้วก็อีกสักคน
00:11:50 → 00:11:53นึงน่ะเป็นหมูที่แตกต่างไปเนี่ยจะทำให้
00:11:53 → 00:11:55เราข้อมูลมาปะติดปะต่อกันแล้วก็เข้าใจ
00:11:55 → 00:11:58ความเป็นปัญหามากขึ้นว่าขอคนเขามองเห็น
00:11:58 → 00:12:02แบบนี้เราเห็นแบบนี้ส่วนการจะคลี่คลายยัง
00:12:02 → 00:12:05ไงเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับว่าจะคุยกัน
00:12:05 → 00:12:09ได้แค่ไหนนะครับกรณีของแม่สามีลูกสะใภ้
00:12:09 → 00:12:12เนี่ยในวัฒนธรรมต่างชาติเนี่ยก็ต้องขึ้น
00:12:12 → 00:12:15อยากเพราะว่าเมื่อเราชวนให้คนไทยที่ไป
00:12:15 → 00:12:18อยู่ที่นั่นตระหนักในความแตกต่างตัวนี้
00:12:18 → 00:12:22แล้วเขาเห็นทางเลือกอะไรที่จะเป็นการปรับ
00:12:22 → 00:12:25ความสัมพันธ์ครับเพราะว่ามันไม่ใช่แม่
00:12:25 → 00:12:28สามีลูกสะใภ้จะต้องมีปัญหาทุกบ้างมีหลาย
00:12:28 → 00:12:30บ้านที่ผมไปเจอรวมทั้งที่อยู่ต่างประเทศ
00:12:30 → 00:12:34ก็น่ารักกันมากครับอันนี้เป็น 1 1 ตัว
00:12:34 → 00:12:38อย่างว่าต้องสุดมอง 3 มุมนะครับมุมเรามุม
00:12:38 → 00:12:40เขาและมุมของคนอื่นที่มีความเป็นกลางมาก
00:12:40 → 00:12:41กว่า
00:12:41 → 00:12:44แล้วก็ต้องตระหนักด้วยนะครับว่าทุกๆ
00:12:44 → 00:12:46เรื่องที่เราคิดว่าเป็นปัญหาเนี่ย
00:12:46 → 00:12:50เนื้อคู่ของเราคนใกล้ชิดของเราไม่คิดว่า
00:12:50 → 00:12:52เป็นปัญหาครับยกตัวอย่างง่ายๆเลยนะครับ
00:12:52 → 00:12:56ลูกของเราที่เป็นลูกวัยรุ่นนะครับเล่นเกม
00:12:56 → 00:13:00นอนดึกเรารู้สึกเป็นปัญหาเขาไม่รู้สึก
00:13:00 → 00:13:03เป็นปัญหาเขารู้สึกเป็นปัญหาตอนที่เราไป
00:13:03 → 00:13:05เติมให้เขาเข้านอนนะครับเขารู้สึกว่านั้น
00:13:05 → 00:13:08เป็นปัญหานะครับงั้นทุกคนก็เลยมองปัญหา
00:13:08 → 00:13:10ไม่เหมือนกันแล้วตรงนี้ก็เกิดจากการที่
00:13:10 → 00:13:13ทุกคนก็มองอีกมุมของตัวเองมาเป็นข้อหนึ่ง
00:13:13 → 00:13:16ต่อกับข้อ 2 ซึ่งเราก็จะเห็นนะครับถ้าทุก
00:13:16 → 00:13:19คนปักหลักยิงอยู่ในมุมตัวเองเห็นปัญหาจาก
00:13:19 → 00:13:22มุมตัวเองมันเป็นไปไม่ได้เลยครับที่คนเรา
00:13:22 → 00:13:25จะเข้าใจกันนอกจากเราต้องตระหนักว่าทุกคน
00:13:25 → 00:13:28เป็นแบบนี้แล้วก็วิธีการเนี่ยเราต้องรู้
00:13:28 → 00:13:32ว่าความสัมพันธ์นั้นสำคัญสำหรับเรามากพอ
00:13:32 → 00:13:35ที่เราจะพยายามเรียนรู้
00:13:35 → 00:13:38มีความรู้สึกไม่คิดและมุมมองของคู่กรณี
00:13:38 → 00:13:42ของเรารวมถึงความสามารถในการสื่อสารอย่าง
00:13:42 → 00:13:44ที่พูดไปในข้อ 1 และ 2 นี้อันนี้คือ 2
00:13:44 → 00:13:46ข้อแรก
00:13:46 → 00:13:50มาข้อสามครับเอ่ออันนี้ก็เป็นธรรมชาติกัน
00:13:50 → 00:13:52อย่างที่ผมสังเกตเห็นในตัวเองตอนอายุใน
00:13:52 → 00:13:58น้อยๆแล้วก็สังเกตเห็นในคนที่มาปรึกษา
00:13:58 → 00:14:02แต่นั่นก็คือคนเราอาจจะมีความคิดขัดแย้ง
00:14:02 → 00:14:06กันในตัวเราเองได้คนคนนึงพูดเรื่องนึงใน
00:14:06 → 00:14:10สัญญาการหนึ่งแบบหนึ่งพูดอีกสำนักานหนึ่ง
00:14:10 → 00:14:13เป็นแปดหนึ่งนะครับเหมือนกับอ่ะทำไมเขา
00:14:13 → 00:14:16เปลี่ยนไปเปลี่ยนมานะครับหรือบางทีสิ่ง
00:14:16 → 00:14:18ที่พูดก็เรื่องหนึ่งแต่สิ่งที่ทำก็อีก
00:14:18 → 00:14:20เรื่องนึงเองเค้าโกหกหรือเปล่านะครับ
00:14:20 → 00:14:23อันเนี้ย
00:14:23 → 00:14:25เต็มที่ผมสังเกตเห็นตัวเองตอนอายุยังน้อย
00:14:25 → 00:14:29ผมก็เข้าใจว่าอ้อตัวเราในสัญญาการหนึ่ง
00:14:29 → 00:14:32เนี่ยมันมีความรู้สึกแบบหนึ่งแล้วมัน
00:14:32 → 00:14:34กระตุ้นให้เรามีข้อคิดชุดหนึ่งออกมามันมี
00:14:34 → 00:14:38ความต้องการตัวหนึ่งปรากฏขึ้นเราก็พูดใน
00:14:38 → 00:14:40มุมนั้นนะครับแต่พอไปอยู่ในสัญญาการอีก
00:14:41 → 00:14:43มุมหนึ่งในอีกสถานการณ์หนึ่งเราถูก
00:14:43 → 00:14:45กระตุ้นความรู้สึกแบบหนึ่งเรามีความ
00:14:45 → 00:14:47ต้องการแปบหนึ่งราชพุทธิรังษีสิ่งที่ไม่
00:14:47 → 00:14:49ได้เข้ากันได้หรือขัดกันเองด้วยซ้ำในบาง
00:14:49 → 00:14:50ครั้ง
00:14:50 → 00:14:54จนกระทั่งนะครับอายุเรามากขึ้นเราสังเกต
00:14:54 → 00:14:57เห็นตัวเองว่าบางทีเราตระหนักว่าเราไม่
00:14:57 → 00:15:00ค่อยมีความสม่ำเสมอในความนึกคิดใน
00:15:00 → 00:15:04ปฏิกิริยาต่างๆแล้วเราก็จะหนักว่ามันเป็น
00:15:04 → 00:15:07เพราะมีความต้องการที่หลากหลายนะแล้วบาง
00:15:07 → 00:15:09ครั้งเราก็เลยพูดไม่ค่อยเหมือนกัน
00:15:09 → 00:15:12this App ที่มันไม่ใช่เป็นเต่าครับคู่
00:15:12 → 00:15:14ของเราก็เป็นรูปของเราก็เป็นนะครับโดย
00:15:14 → 00:15:17เฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ยังไม่โตเนี่ยคุณ
00:15:17 → 00:15:20เคยเห็นเด็กเล็กๆใช่ไหมครับพูดไม่เหมือน
00:15:20 → 00:15:23กันเลยเขาไม่ได้โกหกนะครับเขาแค่พูดจาก
00:15:23 → 00:15:25ความรู้สึกและความต้องการของเขาในเวลา
00:15:25 → 00:15:29นั้นแล้วคุณเคยเห็นตัวเองไหมครับว่ายกตัว
00:15:29 → 00:15:34อย่างนะครับคุณนั่งอยู่คุยกับเพื่อนคุย
00:15:34 → 00:15:39กับคนที่กำลังชวนกันลดน้ำหนักคุณก็จะมี
00:15:39 → 00:15:41วิธีคิดว่าโอเคฉันควรจะทำอย่างนั้นควรจะ
00:15:41 → 00:15:43ทำอย่างนี้ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะทำอย่าง
00:15:43 → 00:15:47จริงจังครับถ้าพ่อคุณมีเรื่องเครียดเอา
00:15:47 → 00:15:51คุณอดนอนคุณไปเจอเครื่องดื่มที่เคยชอบและ
00:15:51 → 00:15:54รู้ว่าไม่ควรเดิมคุณมีเจอขนมหวานเนี่ยคุณ
00:15:54 → 00:15:57เหมือนเป็นอีกคนหนึ่งนะครับอ่ะ
00:15:57 → 00:16:01แต่มันไม่ได้แปลว่าไอ้คนแรกของตัวคุณที่
00:16:01 → 00:16:04ตั้งใจจะลดน้ำหนักด้วยกันตั้งปณิธานกับ
00:16:04 → 00:16:07อีกตัวนึงของคุณตอนที่คุณนุชนอนแล้วก็
00:16:07 → 00:16:10เครียดแล้วก็ไปกินของหวานเนี่ยเป็นเป็นคน
00:16:10 → 00:16:11ที่
00:16:12 → 00:16:16ปากอยากจะอย่างครับจริงๆแล้วมันเป็นเพียง
00:16:16 → 00:16:19ตัวบอกว่าความเป็นตัวคนของคนคนหนึ่งนี้
00:16:19 → 00:16:22มันมีหลายเสี้ยวหลายส่วนแล้วในบางขณะแต่
00:16:22 → 00:16:25ละเสี้ยวแต่ละส่วนจะถูกกระตุ้นออกมาไม่
00:16:25 → 00:16:28เหมือนกันมันทำให้คนที่เป็นคู่ของเราคน
00:16:28 → 00:16:31ที่เป็นลูกของเราคนรักของเราลูกน้องเรา
00:16:31 → 00:16:34ควรหน้าเราเนี่ยพูดไม่ค่อยเหมือนกันทำไม่
00:16:34 → 00:16:37ค่อยตรงกับที่พูด
00:16:37 → 00:16:40อีกแล้วมันแปลว่าอะไรครับมันแปลว่าทุกคน
00:16:40 → 00:16:44ต่างมีหน้าที่ที่ต้องหมั่นสังเกตสิ่งที่
00:16:44 → 00:16:46ตัวเองคิดรู้สึกและพูดและทำอยู่ในเรื่อยๆ
00:16:46 → 00:16:50ซึ่งแล้วก็จะเริ่มค่อยๆกับเรานะครับความ
00:16:50 → 00:16:53เป็นตัวเราให้มันกลมกล่อมและกลมกลืนมาก
00:16:53 → 00:16:56ขึ้นด้วยน้ำมันต้องมาเสียเวลานะครับเอ่อ
00:16:56 → 00:16:58พอเรามีประสบการณ์มากขึ้นเราสังเกตตัวเอง
00:16:58 → 00:17:02มากขึ้นเราก็จะพบว่าเราเห็นนะครับเราเห็น
00:17:02 → 00:17:04ตัวเองมากขึ้นเวลาเราจะพูดอะไรเราก็
00:17:04 → 00:17:08ตระหนักว่ามันจะมีมุมตรงถ้ามีมุมอื่นๆนะ
00:17:08 → 00:17:12ครับเราก็จะไม่พูดแบบสุดโต่งแล้วก็จะ
00:17:12 → 00:17:13ตระหนักหรือว่ามีอีกด้านหนึ่งของตัวเรา
00:17:14 → 00:17:17ซึ่งอาจจะออกมาได้ในบางสถานการณ์ครับ
00:17:17 → 00:17:20อันนี้เป็นเรื่องที่เราต้องค่อยๆขัดเกลา
00:17:20 → 00:17:23ตัวเองแล้วก็สังเกตตัวเองและถ้าคุณมีลูก
00:17:23 → 00:17:26หรือคุณยังอายุไม่มากขอให้รู้ไว้ว่าสภาวะ
00:17:26 → 00:17:28ที่เห็นว่ามันเหมือนกับเป็นที่มีความขัด
00:17:28 → 00:17:30แย้งภายในตัวเองเนี่ยมันเป็นเรื่องที่
00:17:30 → 00:17:33เกิดขึ้นได้ครับมันไม่ใช่ความผิดปกติ
00:17:33 → 00:17:37ตรงกันข้ามครับมันเป็นเพียงตัวสะท้อนทำ
00:17:37 → 00:17:39ช่วงเวลาของมนุษย์ที่มีความต้องการที่
00:17:39 → 00:17:43หลากหลายและอาจจะแสดงด้านแต่ละด้านของตัว
00:17:43 → 00:17:46เองออกมาในสัญญาการที่ต่างกันได้นิถ้าเขา
00:17:46 → 00:17:48เป็นคนรักของคุณล่ะคนอาจจะรู้สึกว่า x
00:17:48 → 00:17:52ทำไมทำไมเขาไม่ค่อยมีความสม่ำเสอในความ
00:17:52 → 00:17:54เป็นตัวเองทำไมเค้าพูดไม่ตรงกับสิ่งที่
00:17:54 → 00:17:57เขาทำถ้าไม่เข้าพูดอะไรเหตุการณ์เหมือน
00:17:57 → 00:18:00กันทำให้คำอธิบายของข้าวในการตัดสินใจ
00:18:00 → 00:18:01เรื่องเรื่องเดียวกันถึงเปลี่ยนไปเปลี่ยน
00:18:01 → 00:18:03มา
00:18:03 → 00:18:06ผมเจอคนมามากและผมก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็น
00:18:06 → 00:18:09เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยแล้วก็การที่คนคน
00:18:09 → 00:18:11นึงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาง่ายหรือมีความขัด
00:18:11 → 00:18:14แย้งกันเยอะเนี่ยมันสะท้อนว่าเขาไม่มี
00:18:14 → 00:18:17โอกาสได้ขัดเกลาเพื่อทำความรู้จักกับตัว
00:18:17 → 00:18:19เองมากพอ
00:18:19 → 00:18:21แต่ละคนคนนี้ก็ไม่ได้มีความสุขนะครับเวลา
00:18:21 → 00:18:25ที่เค้ารับรู้ได้ถึงการละส่วนของตัวเค้า
00:18:25 → 00:18:29ที่ไม่ได้ไปในทางเดียวกันอ้ะ
00:18:29 → 00:18:32ดีแล้วมีทางท่าทีอะไรได้บ้างครับแล้วก็
00:18:32 → 00:18:35สามีถ้าสามารถมีท่าทีได้ตั้งแต่ว่าโอเค
00:18:35 → 00:18:38เลยคนเราอาจจะมีความเป็นตัวเองที่แตกต่าง
00:18:38 → 00:18:42กันได้ในสัญญาการต่างกันแต่แกนกลางของเขา
00:18:42 → 00:18:43เนี่ย
00:18:43 → 00:18:46ควรจะมีความ
00:18:46 → 00:18:49อย่าสม่ำเสมอและ
00:18:49 → 00:18:52ดีและมีความน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้
00:18:52 → 00:18:56อะไรบ้างที่คือความแกนกลางเดี๋ยวเราจะคุย
00:18:56 → 00:18:58กันในข้อ 6 นะครับอ่ะ
00:18:58 → 00:19:01แล้วแต่คุณจะยอมรับการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
00:19:01 → 00:19:04ของตัวเองมากแค่ไหนแล้วคุณจะยอมรับการ
00:19:04 → 00:19:07เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของคู่รักคุณของลูกคุณ
00:19:07 → 00:19:11ได้มากแค่ไหนนะครับถ้าคุณมีทัศนะข้อความ
00:19:11 → 00:19:14เข้าใจว่าคนเราเป็นอย่างนี้กันได้คุณก็จะ
00:19:14 → 00:19:17พร้อมที่จะรับฟังเพื่อช่วยเขามีความ
00:19:17 → 00:19:20ตระหนักในตัวเองแล้วก็ซักถามเพื่อทำให้
00:19:20 → 00:19:23เราเข้าใจเขามากขึ้นแต่สิ่งที่คุยกันใน
00:19:23 → 00:19:27เวลานั้นนะครับมันไม่ใช่ตัวตนของเขาทั้ง
00:19:27 → 00:19:30หมดนะครับเพราะตัวตนที่เหลือมันยังมันยัง
00:19:30 → 00:19:32ไม่ถูกกระตุ้นให้ปรากฏขึ้นนี่ก็เป็น
00:19:32 → 00:19:35ธรรมชาติข้อหนึ่งที่ถ้าเรามีความเข้าใจ
00:19:35 → 00:19:39และก็คิดอย่างถูกต้องว่าคนเราเป็นอย่าง
00:19:39 → 00:19:42นี้ได้นะครับเพียงแต่เรายังอยากจะเข้าใจ
00:19:42 → 00:19:45เพื่อจะได้ช่วยขัดเกลาให้แต่ละคนมีความ
00:19:45 → 00:19:49ไว้วางใจและน่าเชื่อถือขึ้นตามเวลาเนี่ย
00:19:49 → 00:19:52ตัวนี้ก็ทำให้เปิดโอกาสการเข้าใจกันมาก
00:19:52 → 00:19:56ขึ้นเริ่มต้นจากทัศนคติที่ถูกต้องของการ
00:19:56 → 00:20:00มองคนว่ามันเป็นอย่างก็ได้ครับชั้นนี้คือ
00:20:00 → 00:20:03ข้อ 3 นะครับอธิบายเสื้อยืดยาวเป็นพิเศษ
00:20:03 → 00:20:07แล้วก็ต้องย้ำอีกทีหนูว่าในเด็กโดยเฉพาะ
00:20:07 → 00:20:12ในวัยรุ่นในคนที่ยังอายุไม่มากในคนที่ยัง
00:20:12 → 00:20:16ขาดการตระหนักรู้ในตัวเอง
00:20:16 → 00:20:19แต่บางครั้งจะเหมือนกับเข้าเป็นคนละคนใน
00:20:19 → 00:20:21สนะการคนละบริบท
00:20:21 → 00:20:25ซึ่งตรงเนี้ยไม่ใช่โลกหลายบุคลิกภาพครับ
00:20:25 → 00:20:28เพราะแต่ละคนก็จะมีหลายแง่มุมของตัวเอง
00:20:28 → 00:20:32ที่เอามาใช้โดยไม่รู้ตัวในแต่ละสถานการณ์
00:20:32 → 00:20:33ครับ
00:20:33 → 00:20:35คะอันนี้คือข้อ 3
00:20:35 → 00:20:39ข้อ 4 ครับด้วยความที่คนเป็นทั้งสาม
00:20:39 → 00:20:43ประเด็นแรกนะครับก็คือมองอะไรจากมุมตัว
00:20:43 → 00:20:46เองเป็นหลักอาจจะไม่จะหนักในคู่ก็ Learn
00:20:46 → 00:20:50คู่กรณีหรือคนที่เขารักอ่าเห็นปัญหาไม่
00:20:50 → 00:20:53เหมือนกันนะครับแล้วก็ภายในตัวของคนคน
00:20:53 → 00:20:57นั้นก็จะขัดแย้งกันเองได้ก็จะนำมาสู่ค่า
00:20:57 → 00:21:00สีครับว่าเวลาที่คุณเห็นคนคนนึงทำอะไรบาง
00:21:00 → 00:21:03อย่างที่คุณไม่ชอบหรือเป็นการกระทำที่คุณ
00:21:03 → 00:21:05มองว่าไม่ดี
00:21:05 → 00:21:09ก็อย่าเพิ่งตัดสินเขาจากการกระทำของเขาใน
00:21:09 → 00:21:12เวลานั้นนะครับแต่ลองพยายามเปิดใจทำความ
00:21:12 → 00:21:16เข้าใจสิ่งที่อยู่ภายใต้การกระทำนั้นนะ
00:21:16 → 00:21:19ครับลองดูซิว่ามันเกิดจากเจตนาไรมันเกิด
00:21:19 → 00:21:22จากความต้องการอะไรภายใต้การกระทำนั้นนะ
00:21:22 → 00:21:26ครับแม้แต่การกระทำที่เป็นลบก็ยังเกิดจาก
00:21:26 → 00:21:28เจตนาที่เป็นบวก
00:21:28 → 00:21:31คะเดี๋ยวเป็นเกิดจากความต้องการที่เข้าใจ
00:21:31 → 00:21:35ได้ผมใช้ตัวอย่างที่อัดสมัครคนไทยส่งมา
00:21:35 → 00:21:38ถามเลยนะครับโดยเริ่มต้นจากกรณีเราทำให้
00:21:38 → 00:21:42ผมคิดถึงหัวข้อที่ 4 นี้นะครับก็เลยนี้
00:21:42 → 00:21:46เขาส่งมาก็คือมีแม่คนไทยปรึกษาเรื่องลูก
00:21:46 → 00:21:50วัยรุ่นกรีดข้อมือตัวเองครับ
00:21:50 → 00:21:52การกรีดข้อมือตัวเองแล้วก็จะคิดว่าเป็น
00:21:52 → 00:21:55พฤติกรรมทางลบใช่ไหมครับเป็นเกณฑ์การทำ
00:21:55 → 00:21:57ร้ายตัวเองเราก็บอกว่าทุกคนคนละตัวเองไม่
00:21:57 → 00:22:01ควรทำร้ายตัวเองครับผมก็บอกว่านั่นคือ
00:22:01 → 00:22:04ระดับพฤติกรรมสิ่งที่เราจะต้องต้องเรียน
00:22:04 → 00:22:07รู้ก็คืออะไรมา
00:22:07 → 00:22:11การขับเคลื่อนมาผักดันให้ลูกวัยรุ่นของ
00:22:11 → 00:22:16เขาเนี่ยใช้มีดกรีดข้อมือตัวเองผมก็จะยก
00:22:16 → 00:22:18ตัวอย่างกรณีที่ผมเคยเจอเพราะผมเคยถาม
00:22:18 → 00:22:21เด็กวัยรุ่นมาเออให้กรีดข้อมือตัวเองมัน
00:22:21 → 00:22:25เป็นความรู้สึกยังไงครับเขาก็บอกว่ามัน
00:22:25 → 00:22:27สะใจดี
00:22:27 → 00:22:30คะภายใต้ความสะใจนั้นมันคือความรู้สึก
00:22:30 → 00:22:34อะไรบ้างครับผมก็อธิบายแบบ
00:22:34 → 00:22:39ก็เข้าๆว่าเมื่อไหร่จะเป็นการทำให้ความ
00:22:39 → 00:22:43เจ็บปวดทางกายช่วยกบความเจ็บปวดทันใจซึ่ง
00:22:43 → 00:22:46หลายคนบรรยายอย่างนั้นมันจะเป็นการระบาย
00:22:46 → 00:22:50ความโกรธที่ไม่รู้จะออกไปยังไงเมื่อไหร่
00:22:50 → 00:22:54จะจัดการแต่เอ่อความรู้สึกที่คำบรรยายไม่
00:22:54 → 00:22:56ถูกแต่รู้แต่ว่าความเจ็บปวดทำให้มัน
00:22:56 → 00:23:00เปลี่ยนจุดสนใจทำให้ใจเขาสงบลงได้
00:23:00 → 00:23:04ดีหรือมันอาจจะเกิดว่าเมื่อเขาทำแล้วดู
00:23:04 → 00:23:08เหมือนพ่อแม่จะสนใจมากขึ้น
00:23:08 → 00:23:11มีเงินพฤติกรรมแบบนี้แน่นอนนะพฤติกรรมที่
00:23:11 → 00:23:14เป็นลบและเราก็มีนกจะตัดสินเข้าที่
00:23:14 → 00:23:16พฤติกรรมลบนี่ผมยกตัวอย่างสุดขั้วให้ฟัง
00:23:16 → 00:23:18นะครับ
00:23:18 → 00:23:20แล้วแต่
00:23:20 → 00:23:23แต่ถ้าเราเข้าใจเจตนาที่อยู่ภายใต้นั้น
00:23:23 → 00:23:27มันจะนำไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์ได้ดี
00:23:27 → 00:23:28ขึ้น
00:23:28 → 00:23:33ก็เพราะว่าทันทีที่เราเข้าใจว่าสิ่งหนึ่ง
00:23:33 → 00:23:36ที่คนเราทำแม่จะเป็นลบมันเกิดจากความตั้ง
00:23:36 → 00:23:39ใจหรือเจตนาทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวนะ
00:23:39 → 00:23:41ครับที่เป็นบวกได้เราจะสามารถเชื่อมต่อ
00:23:41 → 00:23:45และเยียวยาเขาได้ง่ายขึ้น
00:23:45 → 00:23:48ถ้างั้นหลักการข้อนี้ก็คือถ้ามีใครทำอะไร
00:23:48 → 00:23:50ไม่ถูกใจคุณ
00:23:50 → 00:23:53ก็ให้ให้คิดตั้งแต่คนหนึ่งในนะว่าเผลอก็
00:23:53 → 00:23:55ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังทำทำให้คุณไม่
00:23:55 → 00:23:58ถูกใจเขาแค่ทำแบบที่เขาอย่างครับในข้อ 1
00:23:58 → 00:24:00นั้นสองคือข้าจะไม่เห็นเป็นปัญหาหรือด้วย
00:24:00 → 00:24:03ซ้ำในข้อ 2 ครับ
00:24:03 → 00:24:07ดีและข้อ 4 ก็คือเราอย่าเพิ่งไปตัดสินเขา
00:24:07 → 00:24:12ครับให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นภายใต้การ
00:24:12 → 00:24:14กระทำนั้นคือความรู้สึกอะไรคือความ
00:24:14 → 00:24:15ต้องการอะไร
00:24:15 → 00:24:19ซึ่งหมายคนก็ตอบไม่ได้ยังอย่างกรณีของ
00:24:19 → 00:24:22เด็กวัยรุ่นที่ฉันกรีดข้อมือตัวเองเวลาผม
00:24:22 → 00:24:25คุยด้วยเขาก็จะตอบได้สั้นๆท่านเองเช่น
00:24:25 → 00:24:28สะใจดีมัน
00:24:28 → 00:24:30ก็ประมาณนั้นแหละกันขึ้นคือเขาจะไม่เข้า
00:24:30 → 00:24:33ไม่รู้ตัวมากนักนอกจากรู้สึกลงในการระบาย
00:24:33 → 00:24:35แรงกดดันแล้วคำตอบที่ผมยกตัวอย่างมา 3 4
00:24:35 → 00:24:38คำตอบมาเกียรติไม่ได้มาจากคนคนเดียวกัน
00:24:38 → 00:24:40มันมาจากหลายและคนที่ทำให้เห็นว่าอ้อ
00:24:40 → 00:24:43พฤติกรรมหนึ่งของคนคนนึงมันเกิดจากสิ่ง
00:24:43 → 00:24:46ครับเครื่องได้หลายอย่างและก็เจ้าตัวเอง
00:24:46 → 00:24:49ก็ไม่ค่อยรู้ตัวว่าอะไรมาขับเคลื่อนการ
00:24:49 → 00:24:51กระทำนั้นนั้นถ้าเราจะมีความสัมพันธ์และ
00:24:51 → 00:24:55ความเข้าใจที่ดีต่อกันเนี่ยเราต้อง
00:24:55 → 00:24:58มาทำความเข้าใจสิ่งที่อยู่ภายใต้พฤติกรรม
00:24:58 → 00:25:01ที่เราไม่ชอบอ่ะ
00:25:01 → 00:25:03คะเดี๋ยวจะไปอย่างยิ่งถ้าคนคนนั้นเป็นคน
00:25:03 → 00:25:06ที่มีความสำคัญในชีวิตคุณ
00:25:06 → 00:25:08มีแต่ถ้าคนคนนั้นไม่มีความสำคัญในชีวิต
00:25:08 → 00:25:12คุณคุณก็จะเลือกที่ไม่ต้องสนใจก็ได้
00:25:12 → 00:25:16อ่าอันนี้คือภาษีนี่มาดูข้อ 5 ก็ 5 นี้
00:25:16 → 00:25:19เป็นเรื่องของปฏิสัมพันธ์เหมือนกัน
00:25:19 → 00:25:24ระหว่างเรากับคู่กรณีของเราคนรักเธอคนที่
00:25:24 → 00:25:26เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตเราก็คือ
00:25:26 → 00:25:29อุ้ยอย่ามองตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำโดยอีก
00:25:29 → 00:25:32ฝ่ายนึงนะครับในทุกๆสถานการณ์เนี่ยอย่า
00:25:32 → 00:25:35มองว่าเราเป็นผู้ถูกกระทำ
00:25:35 → 00:25:39และแน่นอนเค้าเป็นคนทำเราเป็นผู้ได้รับผล
00:25:39 → 00:25:40กระทบ
00:25:40 → 00:25:45นี้นะครับเขาอาจจะทำยังไม่รู้ตัวตามข้อ 1
00:25:45 → 00:25:48มีความรู้สึกของเราที่ได้รับผลกระทบเรา
00:25:48 → 00:25:53คือผู้รับผิดชอบนะครับแล้วเมื่อเราได้รับ
00:25:53 → 00:25:55ผลกระทบและยังคิดว่าความสัมพันธ์ที่เรา
00:25:55 → 00:25:58ต้องการดูแลนะครับเราต้องรับผิดชอบในการ
00:25:58 → 00:26:01ที่จะเปิดพื้นที่ในการพูดคุยเพื่อทำความ
00:26:01 → 00:26:05เข้าใจร่วมกันอย่างอนแล้วก็ไม่พูดด้วย
00:26:05 → 00:26:09ให้เขารู้ว่าฉันไม่พอใจนั้นนะครับ
00:26:09 → 00:26:12มีแต่ไม่บอกว่ามันคืออะไรเพราะคิดว่าเธอ
00:26:12 → 00:26:15ต้องรู้เองสิก็เธอทำมานี่นาครับอย่าง
00:26:15 → 00:26:18เงี้ยไปคาดหวังว่าเขาจะต้องอ่านใจเราได้
00:26:18 → 00:26:21นะครับโดยไม่รู้หรอกคำว่าเขาไม่รู้อะไร
00:26:21 → 00:26:24เลยเพราะเขาไม่เห็นมุมของเรา
00:26:24 → 00:26:27แน่นอนนะครับคนที่พัฒนาไปเรื่อยๆก็จะเข้า
00:26:27 → 00:26:31ใจและก็สามารถเห็นมุมมองของคนที่เขาอยู่
00:26:31 → 00:26:34ด้วยได้มากขึ้นแต่คนทั่วๆไปมักจะมองไม่
00:26:34 → 00:26:37เห็นนั้นถ้าคุณรู้สึกว่าคุณเป็นผู้ถูก
00:26:37 → 00:26:41กระทำนะครับขอให้แยกแบบนี้นะครับขอให้แยก
00:26:41 → 00:26:43ระหว่างการกระทำของคนอื่นเป็นส่วนหนึ่ง
00:26:43 → 00:26:46กับผลกระทบที่เกิดกับตัวคุณเป็นส่วนหนึ่ง
00:26:46 → 00:26:50การกระทำของเขาคะอาจจะทำโดยไม่ตั้งใจที่
00:26:50 → 00:26:53จะมากระทบเราหรือบางทีต่อให้เขาตั้งใจก็
00:26:53 → 00:26:57ตามนะครับผลกระทบในใจเราไม่จำเป็นต้อง
00:26:57 → 00:27:01เป็นไปตามการกระทำของเขาเช่น
00:27:01 → 00:27:05We Are ผมชอบยกตัวอย่างนี้นะครับถ้า
00:27:05 → 00:27:10เกิดว่าแฟนของคุณลืมนัดหมายสำคัญเช่นลืม
00:27:10 → 00:27:13วันสำคัญของคุณนะครับคุณอาจจะรู้สึกว่า
00:27:13 → 00:27:17เขาไม่แคร์แล้วนะครับแต่จริงๆแล้วเนี่ย
00:27:17 → 00:27:20แล้วคุณรู้สึกยังไงว่าแค่เข้าไปแครอทก็
00:27:20 → 00:27:23เกิดความน้อยใจแล้วก็งอนขึ้นมา
00:27:23 → 00:27:27แต่ถ้าคุณใช้แบบที่ผมพูดก็คือเขาไม่ได้จำ
00:27:27 → 00:27:29รายละเอียดได้เพราะว่าเขามัวแต่ยุ่งอยู่
00:27:29 → 00:27:33กับปัญหาของเขาครับแต่ตัวเราที่รู้สึก
00:27:33 → 00:27:38น้อยใจและรู้สึกว่าเราอยากให้แฟนของเรา
00:27:38 → 00:27:43ถ้ารู้วันสำคัญของเราอยากให้เขาจำได้เรา
00:27:43 → 00:27:45มีหน้าที่ต้องสื่อสารรับผิดชอบความรู้สึก
00:27:45 → 00:27:48ตัวเองว่าเรารู้สึกเสียใจใช่แล้วก็จะหนัก
00:27:49 → 00:27:51หรือว่าเราคาดหวังก็จะจำได้แล้วก็รับผิด
00:27:51 → 00:27:55ชอบที่จะเปิดประเด็นว่าเธอวันนี้วันเกิด
00:27:55 → 00:27:59ของฉันเธอจำได้ไหมนะครับเข้าจับคู่ขอโทษ
00:27:59 → 00:28:03ลืมไปเลยก็ได้ครับคะนี้ถ้าปีหน้าล่ะคุณจะ
00:28:03 → 00:28:07ทำยังไงที่จะทำให้คุณไม่ต้องเสียใจอย่าไป
00:28:07 → 00:28:10คิดว่าฉันจะดูเช่นจะดูสิว่าเขาจะจำได้ไหม
00:28:10 → 00:28:13ครับมันจะเป็นบททดสอบว่าเข้ารักฉันจริง
00:28:13 → 00:28:17ไหมครับอันนี้มันเป็นกับดักที่ทำให้คุณ
00:28:17 → 00:28:20รู้สึกแย่ถ้าเกิดก็ลืมจริงๆครับแล้วมันก็
00:28:20 → 00:28:24เกิดขึ้นได้เหมือนกันคุณก็จะมีมาตรการบาง
00:28:24 → 00:28:25อย่าง
00:28:25 → 00:28:29สิ่งที่ทำให้เขาจำได้ล่วงหน้า Z อาทิตย์
00:28:29 → 00:28:30นึงหรือไม่กี่วัน
00:28:30 → 00:28:33ก็เพราะอะไรครับเพราะถ้าความสัมพันธ์นั้น
00:28:33 → 00:28:37มันสำคัญอย่าเดาใจกันแล้วก็อย่าปล่อยให้
00:28:37 → 00:28:40ตัวเองรู้สึกว่าเราเป็นผู้ถูกกระทำนะครับ
00:28:40 → 00:28:42แต่ให้รับผิดชอบความรู้สึกตัวเองว่าให้
00:28:42 → 00:28:44รับผิดชอบที่จะเปิดประเด็นการสื่อสาร
00:28:44 → 00:28:47เพื่อเข้าใจร่วมกันอย่างอนอย่าน้อยใจจน
00:28:47 → 00:28:49กระทั่งเราเราไม่สื่อสารเพราะนั่นจะทำให้
00:28:49 → 00:28:52ปัญหาแย่ลงนี่คือข้อ 5
00:28:52 → 00:28:57ข้อสุดท้ายนะครับคือข้อ 6 ข้อ 6 เมียมัน
00:28:57 → 00:29:00ไม่มีประเด็นชัดในระหว่างการพูดคุยกับ
00:29:00 → 00:29:02และที่ปรึกษานะครับอาจสมัครคนไทยนี้
00:29:02 → 00:29:07ญี่ปุ่นกลุ่มนี้แต่ว่าเพราะมาแถมให้เพราะ
00:29:07 → 00:29:10ว่ามันเป็นหลักการสำคัญมากในการที่เราจะ
00:29:10 → 00:29:13เข้าใจกันในการที่เราจะมีความสัมพันธ์ที่
00:29:13 → 00:29:17ดีต่อกันครับประการข้อนี้ผมนำมาจากความ
00:29:17 → 00:29:21เชื่อของคนที่ทำงานด้านจิตบำบัดแนวซา
00:29:21 → 00:29:22เทียร์นะครับ
00:29:22 → 00:29:26พูดไว้ว่าความสัมพันธ์ที่ดีตั้งอยู่บน
00:29:26 → 00:29:29พื้นฐานของคุณค่าที่เท่าเทียมกัน
00:29:29 → 00:29:33ถ้ามันมาจากความเชื่อที่เราจะต้องตระหนัก
00:29:33 → 00:29:38ว่าคุณค่าของความเป็นมนุษย์ไม่ว่าจะเป็น
00:29:38 → 00:29:43จะยากดีมีจนการศึกษาระดับใดสถานะอะไรล้วน
00:29:43 → 00:29:46แต่มีคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็น
00:29:46 → 00:29:48มนุษย์
00:29:48 → 00:29:51ออกด้วยท่าทีเช่นนี้
00:29:51 → 00:29:53ถ้าเราก็จะปฏิบัติต่อกันด้วยกันให้
00:29:53 → 00:29:55เกียรติเราจะเชื่อในศักดิ์ศรีและคุณค่า
00:29:55 → 00:29:59เราจะเปิดรับเราจะเข้าใจสิ่งที่อยู่ภาย
00:29:59 → 00:30:02ใต้การกระทำเราจะตระหนักว่าคนเรามีข้อ
00:30:02 → 00:30:06จำกัดที่เข้าใจเห็นมุมมองของตัวเองนะครับ
00:30:06 → 00:30:08ที่เขาจะไม่เข้าใจปัญหาในมุมที่เราเห็น
00:30:08 → 00:30:09อยู่
00:30:09 → 00:30:11ไล่ไปทุกข้อเลยนะครับ
00:30:11 → 00:30:15เอาละเราก็ด้วยคำเห็นคุณค่าที่เท่าเทียม
00:30:15 → 00:30:21กันนี้เราก็เลือกโดยรู้ตัวที่จะไม่บังคับ
00:30:21 → 00:30:23ควบคุมกันเพื่อให้เขาตอบความต้องการของ
00:30:23 → 00:30:26เราแต่เราอาจจะสามารถสื่อความต้องการของ
00:30:26 → 00:30:29เราให้กับเขารับรู้ได้บอกความรู้สึกของ
00:30:29 → 00:30:32เราให้เขารับรู้ได้ส่วนเค้าจะทำให้ทำ
00:30:32 → 00:30:36เป็นพื้นที่ของเขาแน่นอนนะครับถ้าเขาแคร์
00:30:36 → 00:30:40เราเขาก็จะหาวิธีแสดงความแค่นั้น
00:30:40 → 00:30:43ขอให้เขาแคร์เราบางส่วนเข้าก็แสดงความแค่
00:30:43 → 00:30:46เราได้วิธีของเขาจะทำแพ้เรามากขึ้นเขาก็
00:30:46 → 00:30:49อาจจะเลือกวิธีที่เค้าว่ามันจะตรงกับใจ
00:30:49 → 00:30:52เรามากขึ้นครับแต่เราจะไม่พยายามที่จะ
00:30:52 → 00:30:55บังคับควบคุมกันและมีสละให้แก่กันในพื้น
00:30:55 → 00:30:58ที่ของตัวเองนะครับเพราะทุกคนมีคุณค่าและ
00:30:58 → 00:31:02มีสิทธิ์ที่จะมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง
00:31:02 → 00:31:04แต่ถ้าจะมีจุดยืนนี้ได้นะครับเราจะต้องมี
00:31:04 → 00:31:07ความเชื่ออย่างหนึ่งที่สัมพันธ์กันก็คือ
00:31:07 → 00:31:10ชีวิตเราเนี่ยถ้าเราอยู่คนเดียวอยู่ได้
00:31:10 → 00:31:13แต่ถ้าเราอยู่กับคนที่เข้าใจกันมันก็ดี
00:31:13 → 00:31:16อย่างที่ผมพูดบ่อยว่าอยู่คนเดียวก็ได้
00:31:16 → 00:31:18อยู่ด้วยกันได้ก็ดี
00:31:18 → 00:31:22ดังนั้นถ้าคุณจะอยู่คนเดียวก็ได้อยู่ด้วย
00:31:22 → 00:31:25กันได้ก็ดีนะครับคุณต้องเชื่อในคุณค่าที่
00:31:25 → 00:31:28เท่าเทียมกันของมนุษย์และปฏิบัติกับทุกคน
00:31:29 → 00:31:31ด้วยคำเท่าเทียมธรรมะเท่าเทียมนี้ก็ต้อง
00:31:31 → 00:31:35ดูบริบทดูความเหมาะสมนะครับเช่นเล่าจะ
00:31:35 → 00:31:38เท่าทีมกับลูกในการที่เราให้เกียรติเขา
00:31:38 → 00:31:41เขาไม่ทำให้เขาเสียหน้าให้พื้นที่ส่วนตัว
00:31:41 → 00:31:44ของเขาให้เหมาะสมกับวัย
00:31:44 → 00:31:47แต่เราก็ยังต้องตีกรอบความปลอดภัยให้เขา
00:31:47 → 00:31:50วางกติกาให้เขาโดยเฉพาะตอนนี้ก็เป็นเด็ก
00:31:50 → 00:31:54เล็กแต่เราก็ยังยังให้เกียรติใน
00:31:54 → 00:31:58คุณค่าในความเป็นตัวเขา
00:31:58 → 00:32:01อันนี้ 6 ข้อที่ผม
00:32:01 → 00:32:05ก็ขัดขึ้นมาจากการได้คุยกับโจทย์ต่างๆที่
00:32:05 → 00:32:07เป็นโจทย์ของคนที่มาปรึกษาคนไทยในประเทศ
00:32:07 → 00:32:11ญี่ปุ่นนะครับบอกว่าว่าการพูดคุยหัวข้อ
00:32:11 → 00:32:14นี้นี้จะให้แง่คิดกับบางเรื่องที่คุณอาจ
00:32:14 → 00:32:15จะปรับ
00:32:15 → 00:32:18อ่ะเปลี่ยนความเชื่อเปลี่ยนความนึกคิด
00:32:18 → 00:32:22ความเข้าใจและเปลี่ยนวิธีปฏิบัติกับคนที่
00:32:22 → 00:32:26คุณให้ความสำคัญเพื่อที่ว่าคุณจะได้มี
00:32:26 → 00:32:29ความเข้าใจกันมากขึ้น
00:32:29 → 00:32:31ค่ะวันนี้ผมจะมาดู
00:32:31 → 00:32:33ม.ค
00:32:33 → 00:32:36หัวข้อความที่ส่งเข้ามา
00:32:36 → 00:32:40เต็มถังเซฟบุ๊คออกขออภัยที่ YouTube ก่อน
00:32:40 → 00:32:45นะครับ
00:32:45 → 00:32:48ถ้ามีคนส่งเข้ามาทักทายจำนวนหนึ่งนะครับ
00:32:48 → 00:32:51ผมจะอ่านให้ฟังเลยนะครับหัวข้อน่าสนใจ
00:32:51 → 00:32:55ปัญหาแต่ละครอบครัวต่างกันปัญหาทำร้ายก็
00:32:55 → 00:32:57มีอยู่ให้เห็นในสังคมอารมณ์ร้อนไม่มีสติ
00:32:57 → 00:33:00ทำร้ายกันในรูปแบบต่างๆต้องมีเมตตาก่อน
00:33:00 → 00:33:04ไหมคะและถ้าเรายังแก้ปัญหาความตัวเล็กไม่
00:33:04 → 00:33:06มีคุณค่าของเราไม่ได้เราก็จะอยู่ประ
00:33:06 → 00:33:08ศักดิ์ในการคุยกับคนอื่นมันเป็นเรื่องยาก
00:33:08 → 00:33:11มากคุณหมอทุกวันนี้หันหลังคุยกัน
00:33:11 → 00:33:14น่าสนใจนะครับผมไม่รู้ว่าหันหลังคุยกัน
00:33:14 → 00:33:17นี่เป็นเป็นการเปรียบเปรยหรือเปล่านะครับ
00:33:17 → 00:33:20แต่ในการฝึกนักสื่อสารอย่างหนึ่งก็คือ
00:33:20 → 00:33:24เค้าจะให้ลองดูว่าถ้าเราหันหลังคุยกันมัน
00:33:24 → 00:33:27จะเกิดอะไรขึ้นนะครับกับเมื่อเราหันหน้า
00:33:27 → 00:33:30คุยกันมันจะมีการเชื่อมต่อที่ต่างกันยัง
00:33:30 → 00:33:32ไงนี้เป็นส่วนของกิจกรรมการเรียนรู้
00:33:32 → 00:33:35เรื่องการสื่อสารด้วยนะครับคนขับขับรถ
00:33:35 → 00:33:39เร็วทั้งที่ไม่มีใครรีบเราเตือน
00:33:39 → 00:33:42ถ้าแม่ถามเหตุผลว่าทำไมต้องขับเร็วเราพูด
00:33:42 → 00:33:45ว่าให้ระวังนึกถึงใจคนนั่งในรถมาด้วยกลาย
00:33:45 → 00:33:47เป็นประเด็นทำให้โกรธ
00:33:47 → 00:33:50แต่ถ้าเป็นคนสมบูรณ์แบบอยากพัฒนาความ
00:33:50 → 00:33:55สัมพันธ์กับผู้ครองหรือรูปหรือลูกทำอย่าง
00:33:55 → 00:33:58ไรควรทำอย่างไรครับเมื่อสักครู่นี้ผมพูด
00:33:58 → 00:34:00ไป 6 ประเด็นคุณลองดูว่าคุณจะหยิบประเด็น
00:34:00 → 00:34:04ไหนจะใช้นะครับเป็นเรื่องดีมากสำหรับที่
00:34:04 → 00:34:09มีสภาพเหมือนแก้วที่แตกแล้วมันแย่มากจะรอ
00:34:09 → 00:34:11ฟังค่ะ
00:34:11 → 00:34:14แต่ถ้าเหมือนแก้วที่แตกแล้วจะยากที่ตึง
00:34:14 → 00:34:17เพราะเราต้องการการเยียวยาเราต้องการฟื้น
00:34:18 → 00:34:19ฟูความไว้วางใจ
00:34:19 → 00:34:26แล้วมันต้องการมีการแสดงเจตจำนงที่ตั้งใจ
00:34:26 → 00:34:29ที่จะกลับมาฟื้นฟูนะครับแต่บางครั้งเนี่ย
00:34:29 → 00:34:33สองฝ่ายต่างก็ไม่สามารถทำได้เพราะทำไม่
00:34:33 → 00:34:34เป็น
00:34:34 → 00:34:37ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ
00:34:37 → 00:34:40เอะอะนะครับตอนนี้จะมาดูที่ตัวของเพจ
00:34:40 → 00:34:48สำหรับข้อความที่ส่งมาก่อนล่วงหน้าครับ
00:34:48 → 00:34:50นะ
00:34:50 → 00:34:55ขอขอบคุณมากค่ะรอติดตามมีคำถามมากว่าการ
00:34:55 → 00:34:59ดูแลผู้ดูแลการเยียวยาผู้เยียวยาควรทำ
00:34:59 → 00:35:04อย่างไรเออผู้ดูแลและผู้เยียวยาต้องดูแล
00:35:04 → 00:35:07ตัวเองให้เป็นก่อนอ่ะ
00:35:07 → 00:35:11คะและถ้าสามารถมีพื้นที่เวทีของคนที่ทำ
00:35:11 → 00:35:14หน้าที่ดูแลคนอื่นได้มาดูแลกันก็จะเป็น
00:35:14 → 00:35:18เรื่องดีๆ
00:35:18 → 00:35:21คะแล้วก็ที่สำคัญต้องรู้ตัวถ้ารู้ว่าเรา
00:35:21 → 00:35:24ต้องการความช่วยเหลือเราก็ต้องขอความช่วย
00:35:24 → 00:35:26เหลือซึ่งส่วนใหญ่ก็จะขอความช่วยเหลือจาก
00:35:26 → 00:35:29คนที่เราไว้วางใจ
00:35:29 → 00:35:33รอฟังครับขอบคุณคุณหมอสำหรับคำแนะนำดีๆมี
00:35:33 → 00:35:37คำถามถ้าเราเปิดใจคุยกับภรรยาตรงๆเขากับ
00:35:37 → 00:35:40เปิดใจหมดพูดแค่ว่าไม่ได้รักแบบสามีภรรยา
00:35:40 → 00:35:43แล้วถ้าอยู่ด้วยกันแค่ทำหน้าที่แม่ของลูก
00:35:43 → 00:35:46ได้ก็อยู่ถ้าไม่ได้ก็อย่าเราควรทำยังไงดี
00:35:46 → 00:35:49ผมเคยถามว่ามีปัญหายังไงเขาก็ไม่พูดพูด
00:35:49 → 00:35:52แค่ไม่ได้รักแล้วอ่ะ
00:35:52 → 00:35:55แต่ตอนนี้ก็คือปัญหาการสื่อสารแต่ผมอยาก
00:35:55 → 00:35:58จะลองให้คุณลองทบทวน 6 ประเด็นที่คุยกัน
00:35:58 → 00:36:03แล้วดูว่าคุณจะเริ่มตรงไหนนะครับถ้าคุณ
00:36:03 → 00:36:07ไม่เห็นอะไรเลย
00:36:07 → 00:36:11ถ้าคุณอาจจะต้องเรียบเรียงดูว่าสิ่งที่
00:36:12 → 00:36:14คุณเคยทำโดยไม่ตระหนักมันกระทบอะไรเข้า
00:36:14 → 00:36:17บ้างแล้วถ้า
00:36:17 → 00:36:22ว่ามันเป็นการกระทบที่ยาวนานบางครั้งมัน
00:36:22 → 00:36:27ไปถึงจุดที่เขาหมดใจก็ได้แต่คุณอยากลอง
00:36:27 → 00:36:31แล้วผมเคยลองให้ไอ้คู่สมรสที่มีปัญหามา
00:36:31 → 00:36:33นานโดยไม่รู้ตัวเนี่ยเมื่อเข้าตระหนัก
00:36:33 → 00:36:36แล้วเนี่ยความจะหนักนั้นทำไมเขาพูดคำขอ
00:36:36 → 00:36:39โทษครับและแน่นอนแม้ว่ามันจะช้าไปหน่อย
00:36:39 → 00:36:43หนึ่งแต่คำขอโทษนั้นที่ออกมาจากใจจริง
00:36:43 → 00:36:46เนี่ยมันก็ช่วยเยียวยาความรู้สึกได้ส่วน
00:36:46 → 00:36:50มันจะคุณจะเห็นมุมนั้นไหมนะครับเห็นมุม
00:36:50 → 00:36:53ที่คุณอาจจะกระทำโดยไม่ตั้งใจเพราะมองไม่
00:36:53 → 00:36:56เห็นไปกระทบเขาเนี่ยถ้าคุณฟังตรงนี้คุณ
00:36:56 → 00:36:58เริ่มรวบรวมหรือว่าอาจจะมีอะไรบ้างเขาเคย
00:36:58 → 00:37:00พูดบ่นอะไรบ้างนะครับลองเอาตัวนั้นมารวม
00:37:00 → 00:37:03กันดูครับเพราะเขาอาจจะสื่อสารกับคุณมา
00:37:03 → 00:37:07หลายรอบจนเขาไม่อยากสื่อสารถ้าคุณยังนึก
00:37:07 → 00:37:09อะไรไม่ออกคุณจะต้องการความช่วยเหลือก็
00:37:09 → 00:37:12ได้เพียงแต่ถ้าคุณจะเปิดพื้นที่ขอที่
00:37:12 → 00:37:17ปรึกษาเนี่ยพญาคุณอาจจะต้องประเมินว่าเขา
00:37:17 → 00:37:20พร้อมหมอสุขพลการไหมอ่ะ
00:37:20 → 00:37:23ถ้าท่านถัดมานะครับบอกว่ารอฟังแล้วก็หัว
00:37:23 → 00:37:26ข้อดีขอบคุณนะครับความเห็นที่แตกต่างมา
00:37:26 → 00:37:29จากประสบการณ์ที่ต่างกันเราอายุ 40 ให้
00:37:29 → 00:37:33ความสำคัญกับการนอนคนอายุ 30 ยังขยันทำ
00:37:33 → 00:37:35งานนอนน้อยได้ถ้าเราเป็นห่วงอยากให้
00:37:35 → 00:37:38Balance ชีวิตแนะนำอย่างไรดีเพราะ
00:37:38 → 00:37:40ประสบการณ์เรารู้ว่าการพักผ่อนไม่พอทำให้
00:37:40 → 00:37:43สุขภาพดีตามมา
00:37:43 → 00:37:46ขอเบอร์
00:37:46 → 00:37:48ว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะว่า
00:37:48 → 00:37:51ธรรมชาติของมนุษย์อีกข้อนึงนะครับก็คือ
00:37:51 → 00:37:56มนุษย์มักจะมองไม่เห็นผลตามมาในระยะยาว
00:37:56 → 00:37:59จนกระทั่งเขาต้องเจอกับมันเองแต่มนุษย์
00:37:59 → 00:38:02ที่มีปัญญาก็จะพอที่จะเห็นล่วงหน้าและใช้
00:38:02 → 00:38:07บทเรียนของคนอื่นได้นะครับในการสอนที่ผม
00:38:07 → 00:38:11มีกับลูกนะครับผมก็จะให้ข้อมูลและก็ทำ
00:38:11 → 00:38:13เป็นตัวอย่าง
00:38:13 → 00:38:16คะแล้วก็บางอย่างลูกก็ซึมซับไปบางอย่าง
00:38:16 → 00:38:21ลูกไม่เอาไปใช้เราก็ก็รู้ดีว่ามันยังไม่
00:38:21 → 00:38:25ถึงเวลาที่เค้าจะจะทราบซึ้งเลยเห็นคุณค่า
00:38:25 → 00:38:28ของประสบการณ์หรือว่าประเด็นที่เราเคยพูด
00:38:28 → 00:38:34คุยกันเราจะได้แต่นั่งรอดูว่าจะเกิดการ
00:38:34 → 00:38:38เปลี่ยนแปลงในจังหวะไหนซึ่งการนั่งรอดู
00:38:38 → 00:38:41เช่นนี้เนี่ยมันก็เป็นธรรมะอย่างหนึ่ง
00:38:41 → 00:38:44สำหรับคนเป็นคนที่มีอายุมากกว่านะครับ
00:38:44 → 00:38:48กรณีของผมคือเป็นพ่อแม่กับลูกแต่กรณีของ
00:38:48 → 00:38:51คุณไม่แน่ใจว่ามีความสัมพันธ์กันยังไง
00:38:51 → 00:38:53ระหว่าง 40 กับ 30 นะครับพี่น้องหรือว่า
00:38:53 → 00:38:58เป็นแฟนมันไม่รู้อ่ะ
00:38:58 → 00:39:01ก็พยายามที่จะเข้าใจลูกแต่ญาติจังเข้าใจ
00:39:01 → 00:39:04ไม่ตรงกันบ่อยกระทบความสัมพันธ์อยากเป็น
00:39:04 → 00:39:06แม่ที่เข้าใจลูกคุณเอา 6 ข้อเมื่อกี้นี้
00:39:06 → 00:39:10มาลองทำดูนะครับฟังคลิปคุณหมอมา 4 ปีตอน
00:39:10 → 00:39:12นี้ได้ฉายาใหม่จากลูกว่าเป็นแม่ที่น่ารัก
00:39:12 → 00:39:15ที่สุดในโลกมีความสุขมากขอบคุณคุณหมอมาก
00:39:15 → 00:39:19ที่แบ่งปันและชี้แนะเป็นเพื่อนร่วมทางบน
00:39:19 → 00:39:23ถนนสายเล็กๆนี้รอฟังน่าสนใจมากชอบหัวข้อ
00:39:23 → 00:39:27นี้รอติดตามปัญหาแต่ละครอบครัวต่างกัน
00:39:27 → 00:39:31เวลาโมโหก็ตัดขาดกันได้ทำร้ายกันด้วยคำ
00:39:31 → 00:39:36พูดด่าต่อปากต่อคำเราเป็นคนกลางก็ได้แต่
00:39:36 → 00:39:39เตือนสติบางครั้งใช้กำลังพี่น้องทำร้าย
00:39:39 → 00:39:43กันต่างคนต่างคิดความคิดมันแตกหัก
00:39:43 → 00:39:46มีกรณีแบบนี้มันจะมีประสบการณ์ทางอารมณ์
00:39:46 → 00:39:50และร่องความเคยชิมในการจัดการปัญหาที่
00:39:50 → 00:39:54เป็นการสร้างปัญหานะครับเอ่อการจะแก้ไข
00:39:54 → 00:39:56ยาวต้องเริ่มต้นจากความถนัดในปัญหาร่วม
00:39:56 → 00:39:59กันก่อนนะผมเข้าใจว่ากรณีของคุณคงนำมา
00:39:59 → 00:40:01เล่าให้ฟังเพราะคุณอาจจะยังนึกไม่ออกเลย
00:40:01 → 00:40:05ว่าจะทำยังไงนะครับวันนี้ผมจะมาอ่านข้อ
00:40:05 → 00:40:07ความที่ส่งเข้ามาในตอนราซสดนี้นะครับ
00:40:07 → 00:40:10ขอบคุณทุกท่านที่ส่งเข้ามาทักทายนะครับ
00:40:10 → 00:40:14แล้วก็ขอบคุณท่านที่ช่วยแชร์ด้วยครับเวลา
00:40:14 → 00:40:17รู้จักที่มาที่ไปของคนคนนึงเราจะตัดสิน
00:40:17 → 00:40:20ข้าวน้อยลงและเมตตาเขามากขึ้น
00:40:20 → 00:40:22อีกหรือ
00:40:22 → 00:40:24แต่มันเหมือนบทเรียนข้อหนึ่งที่ผมสอนใน
00:40:24 → 00:40:26หลักสูตรเลยนะครับอ่ะ
00:40:26 → 00:40:29มาดูทาง youtube กับที่จัดอเมริกายินดีนะ
00:40:29 → 00:40:34ครับอ่ะ
00:40:34 → 00:40:37หมอเขาก็พูดว่าคนเดิมที่บอกว่าเวลาเรารู้
00:40:37 → 00:40:39จักที่มาที่ไปของคนๆนึงเราจะตัดสินข้าว
00:40:39 → 00:40:43น้อยลงและเมตตาเขามากขึ้นมีกรณีตรงข้าม
00:40:43 → 00:40:45จากนี้ไหมว่ายิ่งรู้จักกันยิ่งตัดสิน
00:40:45 → 00:40:50จันทร์ยิ่งเกลียดยิ่งโกรธมีครับเพราะว่า
00:40:50 → 00:40:51ม.ค
00:40:51 → 00:40:55นี่มันเวลาที่รู้จักกันเนี่ยมันตอกย้ำ
00:40:55 → 00:41:00ผ่านความรู้สึกที่ที่เจ็บปวดผิดหวังซ้ำๆ
00:41:00 → 00:41:04มันเป็นเหมือนปุ่มที่ถูกกดให้ปฏิกิริยา
00:41:04 → 00:41:06ทางอารมณ์พอเราพูดออกไปได้ง่ายแต่มันก็
00:41:06 → 00:41:09เป็นตัวสะท้อนว่าปัญหาระหว่างกันมัน
00:41:09 → 00:41:11ดำเนินต่อเนื่องมานานโดยไม่รับกันใส่ใจ
00:41:11 → 00:41:14หรือยังหาวิธีที่จะเข้าใจกันไม่ได้
00:41:14 → 00:41:18จากจันทบุรีไม่ทราบอำเภอไหนนะครับจังหวัด
00:41:18 → 00:41:21จันทบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ผมเล็งเป็น
00:41:21 → 00:41:22ที่อยู่อาศัยนะครับ
00:41:22 → 00:41:25คิดอะไรไปเองล่วงหน้ามากต้องปรับความคิด
00:41:25 → 00:41:27ยังไงอ่ะ
00:41:27 → 00:41:30เอ่อเอ่อเออต้องรู้ตัวครับแล้วก็ต้อง
00:41:30 → 00:41:32เตือนตัวเอง
00:41:32 → 00:41:35และฝึกเป็นคนลงมือทำผมใช่เพราะว่าฝึก
00:41:35 → 00:41:39นิสัยการลงมือทำนะครับคนลองไปฟังร้ายที่
00:41:39 → 00:41:41เกี่ยวข้องกับเรื่องความกังวลดูผมจะพูด
00:41:41 → 00:41:43เรื่องนี้อยู่ครับ
00:41:43 → 00:41:46กดติดตามสดได้เกือบทุกอาทิตย์แล้ว
00:41:46 → 00:41:49ติดตามฟังย้อนหลังเพื่อทุกถุงคำที่อีกที
00:41:49 → 00:41:53นะครับฟังสดดูย้อนเพื่อทบทวนขอบคุณมากหนู
00:41:53 → 00:41:56เป็นแพนิคพอเจอคลิปคุณหมออาการดีขึ้นแบบ
00:41:56 → 00:42:00ไม่ต้องใช้ยาขอบคุณหมอมากจะติดตามและฟัง
00:42:00 → 00:42:02และเข้าใจในการใช้ชีวิตมากครับยินดีนะ
00:42:02 → 00:42:06ครับดูสดครั้งแรกจากเชียงใหม่เหนื่อยกับ
00:42:06 → 00:42:09ครอบครัวค่ะการอยู่ร่วมกันกับครอบครัวที่
00:42:09 → 00:42:12ท็อกซิกทำให้การซึมเศร้าวิตกกังวลไม่หาย
00:42:12 → 00:42:15จะแยกออกไปอยู่เองก็ไม่มีกำลังทรัพย์มาก
00:42:15 → 00:42:18พอดูเหมือนคุณหมายถึงครอบครัวที่อยู่กับ
00:42:18 → 00:42:21พ่อแม่ใช่ไหมครับ
00:42:21 → 00:42:23คะหรือคุณหมายถึงความสัมพันธ์ที่อยู่กับ
00:42:23 → 00:42:25สามีครับ
00:42:25 → 00:42:27ก็เพราะว่ามันจะต่างกันต่างกันยังไงนะ
00:42:27 → 00:42:30ครับความสัมพันธ์ที่คุณอยู่กับพ่อแม่
00:42:30 → 00:42:32เนี่ยคุณอยู่กับเข้ามาตั้งแต่เด็ก
00:42:32 → 00:42:36มันจะมีคนกระทบในการพัฒนาการของตัวตนของ
00:42:36 → 00:42:39คุณแต่ถ้าเป็นสามีเนี่ยคุณได้พัฒนาตัวเอง
00:42:39 → 00:42:41ขึ้นมาในระดับหนึ่งแล้วเราไปเจอแล้วอยู่
00:42:41 → 00:42:45กับเขานะครับความสามารถที่จะที่จะแยกออก
00:42:45 → 00:42:48มาที่จะเดินที่จะเติบโตมันจะไม่เหมือนกัน
00:42:48 → 00:42:52ถ้าคุณมองก็เป็นปัญหาที่เรื่องเงินมันก็
00:42:52 → 00:42:56จะเป็นข้อเท็จจริงภายนอกที่จำกัดตัวเลือก
00:42:56 → 00:43:00แต่ถ้าคุณตระหนักว่า
00:43:00 → 00:43:03มีอารมณ์เศร้าของคุณเกิดจากการความรู้สึก
00:43:03 → 00:43:07ว่าเป็นผู้ถูกกระทำอือ
00:43:07 → 00:43:10ๆแล้วการที่คุณไม่ได้สามารถจัดการการเงิน
00:43:10 → 00:43:12จนยืนได้ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการที่
00:43:12 → 00:43:15คุณยังขาดการเตรียมการในเรื่องนี้ให้ดีพอ
00:43:15 → 00:43:18ดังนั้นถ้าคุณตระหนักว่าคุณไม่ควรจะอยู่
00:43:18 → 00:43:19ที่นี่ต่อ
00:43:19 → 00:43:23คุณจำเป็นที่ต้องมีแผนระยะ
00:43:23 → 00:43:25อยู่กลางเพื่อจะได้ทำให้คุณสามารถมีที่
00:43:25 → 00:43:28ยืนออกมาข้างนอกได้อย่างน้อยก็มีระยะห่าง
00:43:28 → 00:43:30เพิ่มขึ้นได้แล้วแต่ธรรมชาติความสัมพันธ์
00:43:30 → 00:43:33ของคุณนะครับหัวข้อดีมากตัวหนูเปลี่ยนไป
00:43:33 → 00:43:38มาง่ายมากเพราะบัญชีคุมอารมณ์ไม่ได้ครับ
00:43:38 → 00:43:41มารู้จักช่องยูทูปทุกตอนได้รับความรู้มาก
00:43:41 → 00:43:44เหลือเกินตอนนี้ฟังจากสุโขทัยฝนตกหนักที่
00:43:44 → 00:43:46นี่ก็กำลังตกอยู่เลยครับคุณหมอเป็นผู้มี
00:43:46 → 00:43:49พระคุณและเป็นที่พึ่งของผู้คนมากมายขอให้
00:43:49 → 00:43:52คุณมีความสุขสุขภาพแข็งแรงวันนี้โชคดีมา
00:43:52 → 00:43:55ธัญรัตน์สดสวัสดีค่ะสวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ
00:43:55 → 00:44:00ตรงกับชีวิตตอนนี้เลยลูกชายเป็นแบบคุณหมอ
00:44:00 → 00:44:05ให้ความรู้อยู่ค่ะกดติดตามคุณหมอตลอดลอง
00:44:05 → 00:44:09ฟังดูเขาขอบพระคุณมากครับมีคุณมากที่ได้
00:44:09 → 00:44:11รับฟังขอบคุณขอบคุณ
00:44:11 → 00:44:13นี้นะครับ
00:44:13 → 00:44:17และขอให้คุณหมอมีความสุขขออาจารย์หมอที่
00:44:17 → 00:44:20มาพูดให้ความรู้ทุกอาทิตย์
00:44:20 → 00:44:22ถ้าชอบปีกนี้ครับคุณหมอบางทีผมมีความคิด
00:44:22 → 00:44:25ระแวงบ่อยๆกำลังสุดตั้งสติให้มีมากขึ้น
00:44:25 → 00:44:29พยายามเช็คความเข้าใจเพราะว่าการกระทำของ
00:44:29 → 00:44:31เขาก็จะมีรู้และที่สำคัญมันกระทบเรายังไง
00:44:31 → 00:44:34อันนี้เจอบ่อยอยู่แล้วบ่อยจนไม่น่าเชื่อ
00:44:34 → 00:44:37นะครับญี่ปุ่นชัดเจนนะครับขอบคุณสำหรับ
00:44:37 → 00:44:41หัวข้อในวันนี้ไม่สบายมา 2-3 วันไม่เสีย
00:44:41 → 00:44:44แรงที่พยายามฟังเนื้อหาดีมากที่ผ่านมา
00:44:44 → 00:44:47ทะเลาะกับแฟนเรื่องคำพูดเขาถามเรื่อง
00:44:47 → 00:44:49จุกจิกบางครั้งทำให้ตัวเองหงุดหงิดเพราะ
00:44:49 → 00:44:52เป็นคำถามที่มากเกินเป็นคนไม่ชอบความ
00:44:52 → 00:44:54จุกจิกควรทำยังไง
00:44:54 → 00:44:58มีแฟนคุณอาจจะเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการและนะ
00:44:58 → 00:45:00เจ้าระเบียบหรือ 2 บุญแบบหรือขี้กังวล
00:45:00 → 00:45:04อยู่ในนั้นครับถ้าใช่เนี่ยอย่าง
00:45:04 → 00:45:07หมอเขาต้องการเยียวยาพัฒนาตัวเองด้วยคุณ
00:45:07 → 00:45:09ก็ต้องการจัดการตัวเองด้วยในการที่จะเข้า
00:45:09 → 00:45:11ใจเค้านะครับมันทำต้องทำทั้งสองฝ่ายครับ
00:45:11 → 00:45:14ถ้าความสัมพันธ์มิตรสำคัญสำหรับคุณ
00:45:14 → 00:45:17ก็ต้องชวนกันเปลี่ยนแปลงครับเพื่อจะได้
00:45:17 → 00:45:22อยู่กันได้ดีขึ้นหัวข้อดีมากติดตามดูย้อน
00:45:22 → 00:45:24หลังเกือบทุกคลิปได้วิธีคิดแนะนำไปใช้กับ
00:45:24 → 00:45:27สัญญาการชีวิตได้ดีมากอยู่คนเดียวก็ได้
00:45:27 → 00:45:30อยู่แล้วเข้ากันได้ก็ดีไม้ความคล้ายกัน
00:45:30 → 00:45:33กับศีลเสมอกันเลยนะครับแต่ในความเป็นจริง
00:45:33 → 00:45:36ทุกคู่คงต้องเข้าใจตัวเองให้ได้ก่อนแล้ว
00:45:36 → 00:45:38จะรู้ว่าคนปรับตัวเองเข้ากับผู้อย่างไร
00:45:38 → 00:45:42ยากแต่ต้องฝึกรบกวนคุณหมอมีวิธีเรียนภาษา
00:45:42 → 00:45:44อังกฤษแบบเรียนด้วยตัวเองอย่างเห็นผลและ
00:45:44 → 00:45:48นิติทราบไหมครับสมัยเป็นเด็กผมเรียนภาษา
00:45:48 → 00:45:50อังกฤษด้วยการไปดูหนังที่เป็นภาษาอังกฤษ
00:45:50 → 00:45:53แล้วก็ฟังรายการวิทยุที่เดินภาษาอังกฤษ
00:45:53 → 00:45:57แล้วก็อ่านหนังสือหรือหนังสือพิมพ์นะครับ
00:45:57 → 00:46:00ที่เป็นภาษาอังกฤษอันนี้หมายถึงตอน
00:46:00 → 00:46:04มัธยมนะครับจริงๆผมอยู่ในรุ่นที่ไม่มี
00:46:04 → 00:46:05โอกาสในการเรียนภาษาอังกฤษนะครับกว่าจะ
00:46:05 → 00:46:08ได้เรียนภาษาอังกฤษในอยู่ปอปฐมอะไรก็ไม่
00:46:08 → 00:46:11รู้แล้วแล้วก็จำได้เลยว่าในปฐม 2 ผสม 3
00:46:11 → 00:46:13ก็ยังพึ่งมาเริ่มเรียน
00:46:13 → 00:46:15แต่ว่าคะ
00:46:15 → 00:46:19แต่มันเป็นความอยากรู้นะครับแล้วก็ก็เอา
00:46:19 → 00:46:22หลักง่ายที่สุดเอาตัวเองไปสัมพันธ์กัน
00:46:22 → 00:46:25เรื่องนี้ให้มากที่สุดไม่ต้องกลัวผิดอัน
00:46:25 → 00:46:28นี้ไม่มีละกันอื่นละกัน
00:46:28 → 00:46:30ผู้ผลิตให้ฟังรักสดครั้งแรกขอบคุณคุณหมอ
00:46:30 → 00:46:33สุขภาพจิตดีขึ้นมากจากการฟังคุณหมอให้คำ
00:46:33 → 00:46:36ปรึกษาวิธีคิดและการนำมาใช้ได้จริงใน
00:46:36 → 00:46:38ชีวิตประจำวันค่าการปฏิบัติตามหลัก
00:46:38 → 00:46:42พรหมวิหาร 4 ของพุทธศาสนาเลยเจอปัญหา
00:46:42 → 00:46:45ทัศนคติไม่ตรงกับผู้ชีวิตคุยเชิญทัศนาเรา
00:46:45 → 00:46:48จบลงด้วยการทะเลาะทุกครั้งคือด้วยหลัก
00:46:48 → 00:46:51แล้วนะครับการจะคุยทัศนคติเนี่ยเรา
00:46:51 → 00:46:55ต้องการให้รับรู้ว่าแต่ละคนคิดยังไงมอง
00:46:55 → 00:46:58ยังไงรู้สึกยังไงแต่ไม่ต้องทำให้คิด
00:46:58 → 00:47:01เหมือนกันนะครับเมื่อไหร่ก็ตามที่พยายาม
00:47:01 → 00:47:03จะบังคับให้คิดเหมือนกันตัวนั้นจะนำไปสู่
00:47:03 → 00:47:07การสู้กันทะเลาะกันนะเราต้องบอกว่าโอเค
00:47:07 → 00:47:09เลยหรอคิดเหมือนกันในเรื่องนี้แล้วต้อง
00:47:09 → 00:47:12ตกลงกันว่าเราจะทำยังไงในเชิงท่าทีได้
00:47:12 → 00:47:15อยากไปควบคุมกันเพราะการควบคุมกันจะ
00:47:15 → 00:47:18บังคับให้คิดเหมือนกันนะครับเป็นตัวทำให้
00:47:18 → 00:47:20ทะเลาะกันอันนี้แล้วยังจะอยู่กันยังไงก็
00:47:20 → 00:47:23คือทุกคนก็มีพื้นที่ความคิดแต่การที่คน
00:47:23 → 00:47:26เราจะอยู่กันได้มันต้องมีพื้นที่ที่เรา
00:47:26 → 00:47:29อยู่ด้วยกันในเชิงความรู้สึกมีประสบการณ์
00:47:29 → 00:47:31ความเป็นสุข
00:47:31 → 00:47:35ส่วนที่ที่ไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นไรไม่
00:47:35 → 00:47:38ต้องทำให้มันเป็นประเด็นใหญ่เกินแต่ถ้า
00:47:38 → 00:47:40ประเด็นที่มันต่างกันมากๆมันใหญ่มากแล้ว
00:47:40 → 00:47:42มันไม่มีประเด็นที่เชื่อมกันและมีความ
00:47:42 → 00:47:45ใกล้ชิดเชื่อมต่อกันได้ไม่ได้จะเป็นตัว
00:47:45 → 00:47:47บอกความสัมพันธ์ของคุณต้องมาตั้งคำถาม
00:47:47 → 00:47:50เหมือนกันว่าคุณจะวางความสัมพันธ์ต่อกัน
00:47:50 → 00:47:53ไว้อย่างไรนะครับ
00:47:53 → 00:47:56ค่ะหนูกำลังพยายามอยู่ค่ะพยายามรักษาตัว
00:47:56 → 00:47:59เองจากการฟังคุณหมอเพิ่งเข้ามาทันฟังมี
00:47:59 → 00:48:01ปัญหาเก็บกดมานานก้าวข้ามเขารู้สึกเบื่อ
00:48:01 → 00:48:03โลก
00:48:03 → 00:48:08จะ 60 แล้วสุขภาพแย่ตามสังขารไม่เคย
00:48:08 → 00:48:11อย่าคุยกันเลยการดูแลแม่เป็นหน้าที่ของ
00:48:11 → 00:48:11เรา
00:48:11 → 00:48:16คุณคงหมายถึงว่าพี่น้องคุณไม่ได้มาช่วยดู
00:48:16 → 00:48:18แลใช่ไหมครับ
00:48:18 → 00:48:22ชื่อหรือหมายถึงคู่ของคุณไม่ได้ช่วยดูแล
00:48:22 → 00:48:24มีแต่ว่าการดูแลแม่คนเดียวถือเป็นงานหนัก
00:48:24 → 00:48:25มาก
00:48:25 → 00:48:28เออผมจะบอกนะครับว่าสำหรับคนไว้ 60
00:48:28 → 00:48:30เดี๋ยวนี้เขาไม่เรียกว่าอยู่เยอะนะครับ
00:48:30 → 00:48:34เอ่อเพราะว่าคุณอายุเท่าผม
00:48:34 → 00:48:37การดูแลตัวเองเป็นหน้าที่ของเรามอบให้ใคร
00:48:37 → 00:48:39ไม่ได้
00:48:39 → 00:48:41มีแต่ผมก็จะหนักว่าถ้าคุณต้องดูแลคุณแม่
00:48:41 → 00:48:45โจทย์ก็คือคุณจะจับเวลายังไงเพื่อดูแลตัว
00:48:45 → 00:48:49เองได้ด้วยซึ่งตรงนี้ผมไม่กล้าตัดสินนอก
00:48:50 → 00:48:51จากอยากจะให้คุณลองดูว่า
00:48:51 → 00:48:55คุณจะหาพื้นที่สำหรับที่คุณจะมีพื้นที่
00:48:55 → 00:48:57ส่วนตัวในเรื่องของเวลาเพื่อดูแลตัวเอง
00:48:57 → 00:48:58ได้ยังไง
00:48:58 → 00:49:03ตรงนี้ไม่มีใครมารับผิดชอบแทนเรา
00:49:03 → 00:49:05บ่เคยไปอยู่จันทบุรี 1 ครั้งข่าวนะครับ
00:49:05 → 00:49:08เป็นบทเรียนที่ได้จากการฟังรายเก่าของ
00:49:08 → 00:49:11อาจารย์ครับตรงใจมาก
00:49:11 → 00:49:13ก็เพราะผมมัดตัดสินและขาดความเห็นอกเห็น
00:49:13 → 00:49:16ใจผู้อื่นขอบคุณหมอเทศความรู้ฟังจาก
00:49:16 → 00:49:19อเมริกาผมเดาจังหวัดหัวเล็งไว้ 2 ที่คือ
00:49:19 → 00:49:21นครสวรรค์จากจันทบุรี
00:49:21 → 00:49:24เมื่อกี้ฟังคุณหมอบอกจันทบุรีบอกอำเภอได้
00:49:24 → 00:49:28ไหมเออ
00:49:28 → 00:49:31นี่คือจริงๆถ้าพูดถึงฝุ่นนะพอเลยอำเภอ
00:49:31 → 00:49:34แกลงไปหน่อยมันเริ่มดีขึ้นแต่ว่ามันมีบาง
00:49:34 → 00:49:38ช่วงเหมือนกันที่แถวจันทบุรีกากาศก็มีการ
00:49:38 → 00:49:41เผาในบางพื้นที่นะครับมันที่มีจังหวะที่
00:49:41 → 00:49:44หน้าแล้งหน้าช่วงมกรากุมภามีกันเผาอยู่
00:49:44 → 00:49:47เหมือนกันเลยนั้นของผมก็เป็นรอยต่อ
00:49:47 → 00:49:50ระหว่างแกล้งกับจันทบุรีส่วนนครสวรรค์ที่
00:49:50 → 00:49:55ไม่เลือกเพราะว่าเอ่อเขาเขาภาคกลางตอนบน
00:49:55 → 00:49:58นะครับกับภาคเหนือตอนล่างเนี่ยผมไม่รู้
00:49:58 → 00:50:00นครสวรรค์อยู่การตอนบุหรี่ในตอนล่างนะ
00:50:00 → 00:50:03ครับเข้าใจว่าเป็นในตอนล่างมีช่วงเวลาที่
00:50:03 → 00:50:06เผาเยอะเหมือนกันครับจริงๆก็คือใช้ค่า
00:50:06 → 00:50:09ฝุ่นเป็นตัวตัวเลือก
00:50:09 → 00:50:12ขอขอบพระคุณคุณหมอที่มอบความรู้ดีๆนะครับ
00:50:12 → 00:50:15บุญรักษาคุณป่วยพรเหมือนกันทุกอาทิตย์เลย
00:50:15 → 00:50:18นะครับขอบคุณมากขอบคุณมากคุณหมอตอบคำถาม
00:50:18 → 00:50:20ปัญหาครอบครัว Top สีของหนูเป็นปัญหาพ่อ
00:50:20 → 00:50:21แม่
00:50:21 → 00:50:24ค่ะวันนี้สั่งมาจ่ายสงบขึ้น
00:50:24 → 00:50:28ถ้าปัญหา Top 10 เกิดจากพ่อแม่นะครับ
00:50:28 → 00:50:31แต่ผมอยากจะแนะนำเลยว่าคุณต้องการเวลาบาง
00:50:31 → 00:50:34ส่วนที่ถอยมาอาจจะไม่ได้หมายถึงแยกบ้านนะ
00:50:34 → 00:50:37ครับแต่หมายถึงการมีเวลาไปอยู่กับตัวเอง
00:50:37 → 00:50:42เช่นอ่าการไปเที่ยวในที่ธรรมชาติการไปออก
00:50:42 → 00:50:43กำลังกายเป็นประจำ
00:50:43 → 00:50:48การทำกิจกรรมที่ช่วยคุณได้กลับมาอยู่กับ
00:50:48 → 00:50:51ตัวเองและเยียวยาความรู้สึกตัวเองแล้วก็
00:50:51 → 00:50:55ถ้าคุณไม่ติดขัดอะไรให้มาทักเพื่อเรียนบท
00:50:55 → 00:50:58เรียนแก้ปมครั้งใจกันนะครับเพราะว่ามันจะ
00:50:58 → 00:51:00ช่วยแก้อาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวลของคุณ
00:51:00 → 00:51:01ได้
00:51:01 → 00:51:04ถ้ามีคนบอกผมเองนั้นก็คือผู้เรียนครับผม
00:51:04 → 00:51:08อยากเข้าเรียนในคอร์สต้องทำยังไงติดต่อไป
00:51:08 → 00:51:10ที่ LINE หมอประเวศสะกดตัวเดียวกันกับ
00:51:10 → 00:51:14เว็บไซต์ของขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำฟังคุณ
00:51:14 → 00:51:16หมอแล้วเข้าใจคุณแม่คุณพ่อเลยขอบคุณมาก
00:51:16 → 00:51:18เลยนะครับที่ช่วยบอกมาเคยไปอยู่จันทบุรี
00:51:18 → 00:51:21อากาศเหนียวเหนอะหนะเหมือนหายใจไม่สะดวก
00:51:21 → 00:51:24แต่ห้างการกินไม่เลือกมากมายยังไม่มั่นใจ
00:51:24 → 00:51:26บริการทางการแพทย์เมื่อเจ็บป่วย
00:51:26 → 00:51:29ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับเออตั้งใจอยู่
00:51:29 → 00:51:31เหมือนกันเค้าว่าถ้าไปอยู่ไหนจะไม่ห่วง
00:51:31 → 00:51:34บริการทางการแพทย์นะครับอ่ะ
00:51:34 → 00:51:37แม้แต่การนิ้วหน้าที่เป็นไปได้มากเพราะ
00:51:37 → 00:51:39ว่ามันมีความชื้นสูง
00:51:39 → 00:51:42มีแต่มีความรับอย่างนึงนะครับคิดที่ผม
00:51:42 → 00:51:44เลือกไม่ได้เลือกไปอยู่ริมทะเลนะครับผมไป
00:51:44 → 00:51:46เลือกอยู่ที่นั่นเขานะครับ
00:51:46 → 00:51:49ชอบฟังคุณหมอทุกตอนน้องสาวคนเล็กอยู่กับ
00:51:49 → 00:51:52แม่น้องสาวอีกคนมีอาการเห็นภาพหลอนคิดว่า
00:51:52 → 00:51:56คนทำของใส่ระแวงใครๆก็เข้าหน้าไม่ติดไม่
00:51:56 → 00:51:59คิดว่าตัวเองผิดปกติไม่ยอมไปหาหมอคนที่
00:51:59 → 00:52:02อยู่ด้วยทุกข์มากควรดูแลยังไงถ้าเขามี
00:52:02 → 00:52:05อาการอย่างนี้นะครับผมแนะนำให้คุณไป
00:52:05 → 00:52:07ปรึกษาจิตแพทย์เพื่อจะได้วางแผนว่าจะดูแล
00:52:07 → 00:52:11เขายังไงครับเอ่อแม้ว่าตัวเค้าไม่ยอมไป
00:52:11 → 00:52:14เนี่ยแต่อย่างน้อยกิจจะแพทย์อาจจะมีคำแนะ
00:52:14 → 00:52:17นำในรายละเอียดกับคุณนะครับเอ่อราย
00:52:17 → 00:52:19ละเอียดบางอย่างผมพูดทองออกอากาศเป็นไม่
00:52:19 → 00:52:20ได้ด้วยนะครับพอนี้เรื่องนี้เป็นเรื่อง
00:52:20 → 00:52:23ที่ต้องคุยกันจนกระทั่งชัดแล้วค่อยแนะนำ
00:52:23 → 00:52:28ได้มีน้องที่โปรไฟล์ดีจะไม่มีใครอยากดูแล
00:52:28 → 00:52:31มีบุพการีล่าสุดคุณแม่ติดโควิชลงปอดตัว
00:52:31 → 00:52:35เองก็มีโรคกลุ่มเสี่ยงจะน้องก้มกราบให้ไป
00:52:35 → 00:52:38เฝ้าแม่ที่วอนอ้างเรื่องงานว่าไม่สามารถ
00:52:38 → 00:52:40ไปได้
00:52:40 → 00:52:42ก็กลับโจทย์ของคุณเจอกันไรบ้างนะครับแล้ว
00:52:42 → 00:52:45ก็เป็นโจทย์ยากของคนที่พ่อแม่เริ่มป่วย
00:52:45 → 00:52:50เริ่มอายุมากขณะที่ลูกอายุประมาณ 50 65
00:52:50 → 00:52:5317 บ่อยแล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลูกคน
00:52:53 → 00:52:57นั้นเป็นโสดหรือเป็นคนที่ใกล้ชิดทางบ้าน
00:52:57 → 00:53:00ด้วยเหตุอะไรก็ตามจะโดนมากกว่าน้องหรือ
00:53:00 → 00:53:03พี่คนอื่นที่ไปทำงานนอกบ้านมันต้องมี
00:53:03 → 00:53:05กระบวนการจะ
00:53:05 → 00:53:07จะประชุมร่วมแต่ว่าผมไม่รู้บ้านคุณจะทำ
00:53:07 → 00:53:10ได้ไหมครับเพราะผมชื่ออะไรบ้างลำบาก
00:53:10 → 00:53:13เยอรมันชอบฟัง YouTube คุณหมอครับฟังแล้ว
00:53:14 → 00:53:16ผ่อนคลายได้กำลังใจได้แนวคิดช่วงนี้รับ
00:53:16 → 00:53:19ศึกหนักกับลูกวัยรุ่นกลางคืนไม่นอนในวง
00:53:19 → 00:53:21เล็บผมก็ยังไม่สามารถจัดการลูกตัวเองได้
00:53:21 → 00:53:24นะครับหมายความว่าเราได้ในระดับหนึ่ง
00:53:24 → 00:53:28นะแต่ว่ามันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านครับ
00:53:28 → 00:53:30นี่หมายความว่าไงหมายความว่าเมื่อเขาโต
00:53:30 → 00:53:35ขึ้นเขาเรียนมหาลัยเค้าทำงานเค้าจะรู้เอง
00:53:35 → 00:53:38ว่าเขาต้องมาผิดชอบซึ่งเราจะทำได้ไงก็คือ
00:53:38 → 00:53:41เราก็ต้องวางรากฐานด้านอื่นคู่กันไปนะ
00:53:41 → 00:53:44ครับเรื่องการเล่นเกมการอดนอนนอนดึกของ
00:53:44 → 00:53:46เด็กวัยรุ่นสมัยนี้เป็นโจทก์ร่วมเลยนะ
00:53:46 → 00:53:49ครับขอบคุณคุณหมอมากเข้ามารับฟังผู้พัฒนา
00:53:49 → 00:53:53ตัวเองที่ซิดนีย์เที่ยงคืนพอดีนะครับผม
00:53:53 → 00:53:55กำลังดูข้อมูลที่เมลเบิร์นกับโคบาทอยู่นะ
00:53:55 → 00:53:57ครับที่ทัสมาเนีย
00:53:57 → 00:54:01ฟังจากญี่ปุ่นถ้าปัญหาตกสิทธิ์จากพ่อแม่
00:54:01 → 00:54:04ของคู่ครองควรทำอย่างไร
00:54:04 → 00:54:08แต่ถ้าคุณอยู่ในบ้านเดียวกันคุณต้องดูว่า
00:54:08 → 00:54:11คุณจะมีพื้นที่ส่วนตัวได้ไหมถ้าคุณอยู่คน
00:54:11 → 00:54:14ละบ้านคุณต้องหาวิธีวางความสัมพันธ์ที่ดี
00:54:14 → 00:54:16และบริหารความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับพ่อ
00:54:16 → 00:54:21แม่เขากับคุณกับตัวเขานะครับแต่
00:54:21 → 00:54:24แต่บางทีเนี่ยมันต้องเหมือนกับเราต้องยอม
00:54:24 → 00:54:27รับว่ามันทำได้ประมาณหนึ่งคือการยอมรับ
00:54:27 → 00:54:30ความเป็นจริงว่ามันทำได้ประมาณนี้นะครับ
00:54:30 → 00:54:35อาจจะเป็นศิลปะชั้นสูงที่คุณต้องทำใจนะก็
00:54:35 → 00:54:37รักษาระยะห่างแล้วก็ทำสิ่งที่คุณคิดว่า
00:54:37 → 00:54:40เหมาะสมโดยไม่คาดหวังว่าเขาจะต้องเปลี่ยน
00:54:40 → 00:54:42แปลง
00:54:42 → 00:54:45และแม้ว่าใจเราอยากให้เขาเปลี่ยน
00:54:45 → 00:54:50ถ้ามาช้าค่ะพ่อแม่ทำร้ายจิตใจเราตลอดคุณ
00:54:50 → 00:54:52ต้องการการเยียวยาครับการเปลี่ยนคนอื่น
00:54:52 → 00:54:54ให้เข้าใจเราไม่ได้นอกจากเปลี่ยนตัวเอง
00:54:54 → 00:54:56เช่นเดียวกับที่เราไม่เปลี่ยนเพื่อคนอื่น
00:54:56 → 00:54:59พี่น้องโสดอยู่กับแม่สามคนตัวเองแม้มีที่
00:54:59 → 00:55:02พักห่างจากบ้าน 3 กิโลโดนเรียกด้วยแม่
00:55:02 → 00:55:06ป่วยตัวเองเป็นคนไข้จิตเวชโดนเอาเป็นคน
00:55:06 → 00:55:08บ้ารักษาโรงบาลเฉพาะทางก็ยังผิด 6
00:55:08 → 00:55:11สัปดาห์ไม่มีใครไปเยี่ยมนะครับ
00:55:11 → 00:55:14น้องชายอยู่ 36 ยังไม่สามารถเลือกเล่นเกม
00:55:14 → 00:55:16ได้เลยติดเกมส์ออนไลน์มากจะไม่ต้องพาไปพบ
00:55:16 → 00:55:17จิตแพทย์ไหม
00:55:17 → 00:55:21ผมเจอคนที่มีโจทย์นี้มากขึ้นเรื่อยๆใน
00:55:21 → 00:55:24ช่วงหลังนะครับเรากับว่าคนในยุคปัจจุบัน
00:55:24 → 00:55:28เนี้ยเริ่มไม่สามารถที่จะออกไปเผชิญกับ
00:55:28 → 00:55:33งานกับโลกภายนอกได้ดีพอนะครับเวลาที่จะพา
00:55:33 → 00:55:35ไปพบจิตแพทย์เนี่ยเจ้าตัวจะต้องตระหนักใน
00:55:35 → 00:55:39ปัญหาก่อนต้องดูว่าเขารู้สึกในปัญหาไหม
00:55:39 → 00:55:43ซึ่งเราต้องคุยด้วยการรับฟังนะครับถ้าเขา
00:55:43 → 00:55:46ตระหนักในปัญหาเนี่ยการปจะเป็นประโยชน์
00:55:46 → 00:55:48มากขึ้นครับ
00:55:48 → 00:55:51ค่ะวันนี้ทะเลาะกับลูกสาว 28 ปีหนักมาก
00:55:51 → 00:55:53โทษเราทุกเรื่องทำให้เขามีป้อมค้างใจ
00:55:53 → 00:55:57พฤติกรรมผิดประชดเรารอบนี้คงดีกันยากถ้า
00:55:57 → 00:56:00คุณตระหนักว่าคุณอาจจะเคยเข้มงวดอาจจะเคย
00:56:00 → 00:56:02ทำร้ายความรู้สึกเขาตอนนี้เขาเป็นเด็กนะ
00:56:02 → 00:56:06ครับตอนนี้เนี่ยเขาจะมีก้อนก้อนหนึ่งที่
00:56:06 → 00:56:09มีปฏิกิริยาในใจที่เร็วมากกับท่าทีของคุณ
00:56:09 → 00:56:13เขาต้องการการเยียวยาแล้วไม่ค่อยอยากขึ้น
00:56:13 → 00:56:15ดีขึ้นเค้าจะรับผิดชอบความรู้สึกของตัว
00:56:15 → 00:56:18เองมากขึ้นนะครับ
00:56:18 → 00:56:21ส่วนตัวคุณนะครับคืนจะมีแม่ที่อายุ 60
00:56:21 → 00:56:23กว่ามาเรียนกับผม
00:56:23 → 00:56:26คะแล้วก็เราต้องเขาก็จะหนักว่าเขาสร้างผม
00:56:26 → 00:56:29ให้กับลูกนะครับหน้าตอนนี้ลูกก็โทษเค้า
00:56:29 → 00:56:33สิ่งที่เราทำได้ก็คือเราดูแลตัวเราเรา
00:56:33 → 00:56:35เปลี่ยนวิธีดูแลตัวเองเราเปลี่ยนวิธี
00:56:35 → 00:56:40ปฏิบัติกับเขาแต่ลูกยังมีความรู้สึกโทษ
00:56:40 → 00:56:43แม่อยู่ไม่หายนะครับตรงเนี้ยสิ่งที่แม่คน
00:56:43 → 00:56:47นั้นกำลังเรียนรู้ก็คือเรารอคอยด้วยการ
00:56:47 → 00:56:49เปลี่ยนท่าทีหรือความเข้าใจแต่ว่าไม่หวัง
00:56:49 → 00:56:52ว่าลูกจะเปลี่ยนเร็วลูกจะใช้เวลากี่ปี
00:56:52 → 00:56:55กว่าจะเข้าใจไม่รู้แต่ลูกมีโจทย์ที่ต้อง
00:56:55 → 00:56:58เยียวยาตัวเองปัญหาของคนกลุ่มนี้ก็คือลูก
00:56:58 → 00:57:02ไม่อยากมาเยียวยาเพราะเขาจะมองว่าฉันยอม
00:57:02 → 00:57:05รับว่าฉันผิดปกติเช่นถึงก็มาเยียวยานะ
00:57:05 → 00:57:08ครับแต่เมื่อไรก็ตามที่ลูกตระหนักว่าเขา
00:57:08 → 00:57:10มีความทุกข์และอยากจะทำชีวิตให้ดีขึ้นและ
00:57:11 → 00:57:14ยอมมาเยียวยาเนี่ยเมื่อนั้นเขาจะกลับมา
00:57:14 → 00:57:16รับผิดชอบความรู้สึกตัวเองได้แล้วโทษคน
00:57:16 → 00:57:18อื่นน้อยลงโทษแม่น้อยลงแต่ปลอมไม่รู้ว่า
00:57:18 → 00:57:20จะถึงวันนั้นเมื่อไหร่ครับอ่ะ
00:57:20 → 00:57:22นะ
00:57:22 → 00:57:26แต่ทำไมคนเราชอบผมเห็นกันธรรมชาติคน
00:57:26 → 00:57:29เปลี่ยนได้ไหมธรรมชาติคือไม่ใช่คนทุกคน
00:57:29 → 00:57:32ที่ชอบผมเห็นกันนะครับจริงๆคนที่ชอบใช้
00:57:32 → 00:57:35อำนาจต่อคนอื่นเนี่ยมักจะมีความรู้สึกลึก
00:57:35 → 00:57:39ๆที่ไร้พลังอำนาจและต้องการอำนาจเพื่อ
00:57:39 → 00:57:43ความรู้สึกที่ตัวเองมีความสำคัญและผู้ที่
00:57:43 → 00:57:46ให้โอกาสจะมีปมของเขาแต่นั่นไม่ใช่เหตุผล
00:57:46 → 00:57:49ที่เราจะยอมให้เขาทำเราให้แยกระหว่างสิ่ง
00:57:49 → 00:57:52ที่เขาทำกับผลกระทบในใจเราแล้วก็ให้ดูว่า
00:57:52 → 00:57:54คุณจะเลือกมีความสัมพันธ์กับเท่าแบบไหนนะ
00:57:54 → 00:57:58ครับดูแลผู้ป่วยสารเสพติดที่ศูนย์บำบัด
00:57:58 → 00:58:00เอกชนปัญหาเยอะมากมีวิธีจัดการความรู้สึก
00:58:00 → 00:58:03ตัวเองยังไงอ่ะแต่บางครั้งก็ดาวเป็นนัก
00:58:03 → 00:58:06กิจกรรมบำบัดผมคิดว่าคุณต้องการการพัฒนา
00:58:06 → 00:58:09ด้านในซึ่งผมอยากจะแนะนำให้คุณไปลองเข้า
00:58:09 → 00:58:13อบรมหลักสูตรที่สมาคมจิตบำบัดแนวซาเทียร์
00:58:13 → 00:58:17จะนะครับคุณอาจจะได้วิธีการดูแลตัวเองนะ
00:58:17 → 00:58:19ครับมีเป็นลุยอยู่ระยะเราไปหา Facebook
00:58:19 → 00:58:22ของเขาดูนะครับผมเป็นกรรมการสมาคมอยู่นะ
00:58:22 → 00:58:24ครับแต่ว่าไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากตรงนี้
00:58:24 → 00:58:28นะครับเข้ามาฟังจากภูเก็ตก็ซึมเศร้าบ่อย
00:58:28 → 00:58:32ชอบฟังมากทำให้ใจสงบได้หลายเรื่องขอพระ
00:58:32 → 00:58:34เจ้าอวยพรขอบคุณครับแล้วก็สุดท้ายเขียน
00:58:34 → 00:58:37ว่าสวัสดีค่ะอาจารย์นั่นคือทั้งหมดที่เรา
00:58:37 → 00:58:40จะคุยกันในวันนี้นะครับคิดอย่างไรให้เข้า
00:58:40 → 00:58:42ใจกันมากขึ้นซึ่งหัวข้อทั้งหมดผมได้พูด
00:58:42 → 00:58:46ถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่ที่มีคนสมบัติ
00:58:46 → 00:58:50ต่างๆแล้วก็วิธีการที่เราจะมองกับวิธีการ
00:58:50 → 00:58:53ที่เราจะปฏิบัติต่อกันซึ่งใน 6 ข้อที่พูด
00:58:53 → 00:58:57ไปหวังว่าจะทำให้เรามีแนวทางในการที่จะ
00:58:57 → 00:58:59ตั้งหลักในตัวเราและรับผิดชอบให้ความ
00:58:59 → 00:59:01สัมพันธ์ระหว่างกันเริ่มต้นจากตัวละแต่
00:59:01 → 00:59:05ก่อนนะครับสัปดาห์หน้าพบกันใหม่เวลา 8:00
00:59:05 → 00:59:10นจับได้นี้สวัสดีทุกท่านครับ e