ทำไมการใส่น้ำตาลหรือนมลงในมัจฉะถึงไม่แนะนำ

มัทฉะ ชาเขียว ของดีที่เชียร์ให้ดื่ม | โรงหมอ

จากช่อง : Thai PBS Podcast


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:03This is Thai PBS podcast vi the
00:00:0300:00:06world by the voice.
00:00:0600:00:08สารสำคัญที่อยู่ในตัวมัดฉาหรือชาเขียว
00:00:0800:00:11เนี่ยตัวนึงเนี่ยซึ่งเป็นสารต่อต้าน
00:00:1100:00:14อนุมูลอิสระสูงแล้วอีกตัวนึงมีฤทธิ์เพิ่ม
00:00:1400:00:17คลื่นสมองalฟ่าเวฟแต่มันก็มีสิ่งที่ต้อง
00:00:1700:00:20พึงระวังด้วยนะเพราะบางคนเอามัฉะไปใส่น้ำ
00:00:2000:00:25ตาลใส่นมน้ำตาลเองเนี่ยมันจะไปบล็อกการ
00:00:2500:00:28ออกฤทธิ์ของมัจฉะทำให้ออกฤทธิ์น้อยลงนม
00:00:2800:00:31เหมือนกันครับบางคนบอกว่าอาจารย์งั้นใส่
00:00:3100:00:33นมเข้าไปสิโปรตีนตัวนึงที่อยู่ในนมเรา
00:00:3300:00:37เรียกว่าเคซีนมันจะไปจับกับสาร EGCG ใน
00:00:3700:00:40มัชฉะแล้วทำให้มัฉะออกฤทธิ์ลดลงครับดีที่
00:00:4000:00:41สุดคือกินแบบ
00:00:4100:00:42>> เพียว
00:00:4200:00:45>> ถูกต้องเลย 100%
00:00:4500:00:49>> ฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัยฟังราย
00:00:4900:00:52การโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงษ์สถิตพรค่ะ
00:00:5200:00:55>> This is Thai PBS Podcast
00:00:5500:00:58>> คุณผู้ฟังเราจะมาคุยกันกับเรื่องของ
00:00:5800:01:01เครื่องดื่มสุดฮิตนะคะโอ้โหตอนนี้ฮิตมาก
00:01:0100:01:03สิ่งเนี้ยจะอยู่ในเครื่องดื่มหลากหลาย
00:01:0300:01:05ประเภทนะคะแม้กระทั่งขนมหวาน
00:01:0500:01:08นะอาหารบางอย่างนี้ก็เอามาผสมกันนะคะก็
00:01:0800:01:11คือมัจฉะนั่นเองนะคะโอ้โหฮิตมากเดี๋ยวนี้
00:01:1100:01:13ไปไหนก็มัจฉะมัฉะก็บอกว่าเพื่อสุขภาพเอ๊ะ
00:01:1300:01:17จริงหรือเปล่าแล้วมัฉะกับชาเขียวเอ๊ะยัง
00:01:1700:01:19ไงเหมือนกันมยนะคะคุยกับผู้ช่วย
00:01:1900:01:22ศาสตราจารย์ดร.เอกราชบำรุงพืชจากวิทยาลัย
00:01:2200:01:24การแพทย์บูรณาการมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต
00:01:2400:01:26ค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์คะ
00:01:2600:01:27>> สวัสดีครับผม
00:01:2700:01:31>> โอ้โหตอนนี้ฮิตมากค่ะอาจารย์ทั้งมัฉะชง
00:01:3100:01:36แบบไม่ผสมอะไรเลยมัจฉะนมเป็นเครื่องดื่ม
00:01:3600:01:40เนาะถามอาจารย์นิดนึงเพราะมันมีข้อสงสัย
00:01:4000:01:41มัฉะกับชาเขียว
00:01:4200:01:43>> มันอันเดียวกันมั้ยคะ
00:01:4300:01:46>> อ่าจริงๆแล้วเนาะต้องบอกก่อนเลยว่ามัจฉะ
00:01:4600:01:48เนี่ยมันก็คือชาเขียวนี่แหละครับ
00:01:4800:01:48>> อื
00:01:4800:01:52>> ทำมาจากใบชาเขียวเขียวแล้วก็เอามาผ่าน
00:01:5200:01:55กระบวนการอาจจะไปนึ่งแล้วก็ไปทำให้มัน
00:01:5500:01:59แห้งนะครับแล้วก็มาบดเป็นผงละเอียดอย่าง
00:01:5900:02:02ที่เราเห็นแล้วก็เอามาประยุกต์ใช้ใน
00:02:0200:02:05>> อุตสาหกรรมอาหารต่างๆอย่างที่คุณรีบอกไม่
00:02:0500:02:06ว่าจะเป็นเมนูเครื่องดื่มต่างๆหรือ
00:02:0600:02:11ไอศครีมช็อกโกแลตนะคือโอ้โหสารพัดเมนูที่
00:02:1100:02:14>> เรียกว่ากระแสมัฉะฟีเวอร์อ
00:02:1400:02:16>> นะครับมาสักช่วงนึงแล้วแหละนะจริงๆแล้ว
00:02:1600:02:18มันก็คือชาเขียวนี่แหละที่เอามาผ่าน
00:02:1800:02:21กระบวนการบดเป็นผงละเอียดแล้วก็เอามาใช้ง
00:02:2100:02:24ดื่มเลยก็ได้นะหรือในเมนูต่างๆส่วนไอ้จา
00:02:2400:02:27เขียวที่เราพูดถึงส่วนใหญ่เนี่ยมาจากใบชา
00:02:2700:02:29เขียวเหมือนกันแต่ว่ามันอาจจะไปตากแห้งอบ
00:02:2900:02:33แห้งใดๆก็ตามแต่แล้วก็มาเป็นใบชาที่อยู่
00:02:3300:02:34ในซอง
00:02:3400:02:37>> นึกออกใช่มั้ยครับอ่าที่เราเอามาแช่น้ำ
00:02:3700:02:41ร้อนนะครับหรือบางทีเนี่ยเอาไปผ่านกระบวน
00:02:4100:02:45การต่างๆแล้วเอาไปชงเรียบร้อยแล้วเป็นชา
00:02:4500:02:46เขียวสำเร็จรูปพร้อมดื่ม
00:02:4600:02:47>> ออ
00:02:4700:02:50>> นะฮะพวกนั้นเนี่ยสารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์
00:02:5000:02:53มันจะไม่เข้มข้นเท่ากับมัจฉะ
00:02:5300:02:55>> แล้วมัจฉะเวลาใช้เนี่ยปริมาณเนี่ยนิด
00:02:5500:02:58เดียวมันก็มีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ในการต่อ
00:02:5800:03:02ต้านอนุมูลอิสระเนี่ยสูงกว่าพวกชาเขียว
00:03:0200:03:06ที่เราแช่น้ำนะเป็นซองๆนะหรือยิ่งเป็นชา
00:03:0600:03:08เขียวที่เป็นพร้อมดื่มอันนั้นเนี่ยสาร
00:03:0800:03:10สำคัญมันก็อาจจะถูกเจือจางไป
00:03:1000:03:13>> แต่ว่าก่อนหน้าที่จะมามัฉาเนี่ยก่อนหน้า
00:03:1300:03:15นู้นชาเขียวก็โอ้โหฮิตเหมือนกันนะคะซ
00:03:1500:03:16>> ฮิตเลยครับผม
00:03:1600:03:19>> ฮิตมากเอะอะชาเขียวเอะชาเขียวเขียวนะคะ
00:03:1900:03:22แล้วก็มีแบบมาเป็นแบบพร้อมดื่มแต่ผสมความ
00:03:2200:03:23หวานเยอะไปหน่อย
00:03:2300:03:26>> ใช่ครับผมอันเนี้ยจะต้องพึงระวังพอมัน
00:03:2600:03:29เป็นผงมัฉาปุ๊บที่มันเป็นแบบความเข้มข้น
00:03:2900:03:30สูงเนาะ
00:03:3000:03:33>> มันก็สามารถที่จะเอาไปดื่มได้โดยตรงโดย
00:03:3300:03:35ที่เราให้สารสำคัญเนี่ยออกฤทธิ์เนี่ย
00:03:3500:03:37สำคัญเนี่ยในมัจฉะหรือชาเขียวเนี่ย
00:03:3700:03:40>> เข้มข้นเลยนะครับซึ่งสารสำคัญที่อยู่ใน
00:03:4000:03:43ตัวมัจฉะเองเนี่ยนะครับหรือชาเขียวเนี่ย
00:03:4300:03:45มันจะมีอยู่ 2 ตัวด้วยกันนะเปรียบประดุจ
00:03:4500:03:49ดังพระเอกนางเอกอ่าสารตัวนึงเนี่ยอยู่ใน
00:03:4900:03:52กลุ่มของฟาวนอยนะครับอ่าเราเรียกว่า
00:03:5200:03:53แคติชิน
00:03:5300:03:56>> นะซึ่งไอ้เจ้าแคติชินตัวเนี้ยมันมีสารใน
00:03:5600:03:59กลุ่มเนี้ยอีกเยอะมากเลยบางคนเคยได้ยินคำ
00:03:5900:04:00ว่า
00:04:0100:04:03>> นะหรืออภิแกโลแคติชิน
00:04:0300:04:05แกเลตท่านผู้ฟังอาจจะแบบโอ้โหอาจารย์
00:04:0500:04:06>> นะ
00:04:0600:04:07>> ไม่ต้องไม่จำก็ได้
00:04:0700:04:09>> อ่าไม่จำก็ได้แต่ง่ายๆเลยว่าเฮ้ยชาเขียว
00:04:0900:04:12เนี่ยมันมี EGCG ซึ่งเป็นสารต่อต้าน
00:04:1200:04:14อนุมูลอิสระสูง
00:04:1400:04:17>> นะชะลอความเสื่อมความแก่การตายของเซลล์
00:04:1800:04:20เซลล์การกลายพันธุของเซลล์ได้ดีนะครับ
00:04:2000:04:24อันเนี้คือ EGCG ที่อยู่ในมัฉะนะครับหรือ
00:04:2400:04:27ชาเขียวนะแล้วอีกตัวนึงเป็นกรดอะมิโนที่
00:04:2700:04:29อยู่ในชาเขียวเหมือนกัน
00:04:2900:04:31>> เขาเรียกว่าLอนีน
00:04:3200:04:33>> กรดอะมิโนตัวเนี้ย
00:04:3300:04:36>> จะมีฤทธิ์โดดเด่นในแง่ของการไป
00:04:3600:04:38>> เพิ่มคลื่นสมองalฟ่าเวฟ
00:04:3800:04:38>> โอ
00:04:3800:04:42>> ทำให้เรารู้สึกสงบผ่อนคลายลดความเครียด
00:04:4200:04:45ความวิตกกังวลทีนี้ชาเขียวมันก็มีอยู่
00:04:4500:04:46หลายรูปแบบ
00:04:4600:04:46>> ใช่
00:04:4600:04:50>> มัจฉะเป็นรูปแบบที่โหมันมีสารสำคัญเนี่ย
00:04:5000:04:51เข้มข้นเลย
00:04:5100:04:54>> นะแล้วกระบวนการที่เก็บนะครับอย่างที่ต้น
00:04:5400:04:56ตำรับเลยประเทศญี่ปุ่นเนี่ยเค้าก็จะมี
00:04:5600:04:59วิธีการของเขาว่าเช่นก่อนที่จะเก็บเนี่ย
00:04:5900:05:03ก็ใช้อารมณ์ประมาณเหมือนกลางมุ้งอ่ะครับ
00:05:0300:05:03>> อื
00:05:0300:05:08>> อ่าให้ใช่ใช่ครับผมเพื่อกันแดดนะให้แสง
00:05:0800:05:09แดดเนี่ย
00:05:0900:05:11>> มันส่องแบบลำไล
00:05:1100:05:16>> อ่าซัก 15% นะ 20% อะไรอย่างเงี้ยครับ
00:05:1600:05:20เพื่อให้มันมีสารสำคัญในกลุ่มของแtีน
00:05:2000:05:22เนี่ยกรดอะมิโนตัวเนี้ย
00:05:2200:05:23>> นะครับ
00:05:2300:05:24>> สูงขึ้น
00:05:2400:05:28>> แล้วก็ไปเก็บนะเก็บเอาเฉพาะยอดใบอย่างที่
00:05:2800:05:30เราเคยเห็นมั้เพื่อคัดใบชาออกมาแล้วมีสาร
00:05:3000:05:31สำคัญสูง
00:05:3200:05:34>> นะครับมันก็จะมีมูลค่าสูง
00:05:3400:05:34>> ค่ะ
00:05:3400:05:37>> อ่าเพราะมันมีคุณค่าเนี่ยสูงมาก
00:05:3700:05:38>> อื
00:05:3800:05:40>> นะต่อในแง่ของโภชนาการ
00:05:4000:05:43>> โอแค่พิถีพิฐานการเก็บก็ส่วนนึงแล้วนะ
00:05:4300:05:46>> ใช่อ่ามันไม่เหมือนแบบเฮ้ยเราเอาใบรองของ
00:05:4600:05:50ยอดชาเราเอาใบอื่นๆอย่างเงี้ยครับแล้วเอา
00:05:5000:05:53มาใช้บางทีมันมีหลายเกรดถ้าเกรดพิธีการ
00:05:5300:05:55เลยของมัชฉะนะคงเคยได้ยินใช่มั้คุณคงเคย
00:05:5500:05:58ได้ยินเกรดพิธีการแบบมาจากญี่ปุ่นเลยใช้
00:05:5800:06:01ในงานพิธีการชนชั้นสูงบริโภคราคาก็จะสูง
00:06:0100:06:04มากเพราะสารสำคัญเข้มข้นสารออกฤทธิ์สำคัญ
00:06:0400:06:05เข้มข้น
00:06:0500:06:08>> แต่พอมาแบบเกรดธรรมดาหน่อยมันก็จะแี่กัน
00:06:0800:06:13ไปโดยเฉพาะในบ้านเราถ้าใช้ในอุตสาหกรรม
00:06:1300:06:16เครื่องดื่มบางทีเครื่องดื่มทั่วไปนะที่
00:06:1600:06:19เราเห็นกันอยู่ที่เป็นชาเขียวพร้อมดื่ม
00:06:1900:06:19>> ค่ะ
00:06:1900:06:22>> อันนั้นเนี่ยสารแอนตี้ออกซิดนหรือสารต้าน
00:06:2200:06:24อนมูอิสระเนี่ยก็จะมีอยู่น้อยครับเพราะ
00:06:2400:06:27ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นน้ำตาลฟุกโตสฟุกโตส
00:06:2700:06:28คอนไซลับ
00:06:2800:06:30>> นึกออกมั้ครับที่เราเห็นขวดต่างๆเนี่ย
00:06:3000:06:34สารพัดยี่ห้อเลยนะอันนั้นเนี่ยสารสำคัญ
00:06:3400:06:36มันก็จะน้อยมันก็ไม่เหมือนกับ
00:06:3600:06:39>> เป็นซองอย่างที่คุณลีบริโภคอยู่เป็นซองชง
00:06:3900:06:42ใช่มั้ยครับอ่าอันนั้นมันก็มีสารสำคัญ
00:06:4200:06:42อยู่นะ
00:06:4300:06:44>> อ่าในระดับนึง
00:06:4400:06:47>> ในระดับนึงอ่าแต่ถ้าจะเอาแบบเข้มข้นเลยก็
00:06:4700:06:50จะเป็นมัจฉะนี่แหละอ
00:06:5000:06:54>> แต่แบบว่าคือหลายคนก็อาจจะแบบมีวิธีในการ
00:06:5400:06:56ที่จะกินมัฉะแตกต่างกันไปเพราะอย่าง
00:06:5700:06:58อาจารย์บอกว่าถ้าแบบในพิธีการที่เราจะ
00:06:5800:07:00เห็นกว่าจะชงชา
00:07:0000:07:06>> ใช่ครับน้ำร้อนลวกแกลของน้ำนู่นนี่นั่น
00:07:0600:07:09>> เยอะมากเพราะกระบวนการเนี่ยจริงๆแล้ว
00:07:0900:07:11เนี่ยอาจารย์บอกเลยว่ากว่าจะถึงมือผู้
00:07:1100:07:12บริโภคเนาะ
00:07:1200:07:13>> ตั้งแต่ต้นน้ำเลยครับ
00:07:1300:07:19>> อืต้นน้ำเนี่ยคือดินฟ้าอากาศอุณหภูมิ
00:07:1900:07:23กระบวนการเพาะปลูกนะต่างๆมีผลต่อสารออก
00:07:2300:07:26ฤทธิ์สำคัญที่อยู่ในมัฉหรือฉาเขียว
00:07:2600:07:27>> อื
00:07:2700:07:30>> อ่าแล้วกระบวนการผลิตต่างๆจนมาถึงมือผู้
00:07:3000:07:34บริโภคเองวิธีการชงก็ส่งผลอ่าฮะ
00:07:3400:07:38>> นะว่าอุณหภูมิความร้อนของน้ำนะคือ
00:07:3800:07:42>> หลายสิ่งมากนะจนรับเข้าสู่ร่างกายของเรา
00:07:4200:07:44เนี่ยกว่าจะได้คุณประโยชน์จากมันแล้วมัน
00:07:4400:07:48มีมันมีงานวิจัยอันนึงที่นักศึกษาปริญญา
00:07:4800:07:50ทโวของที่หลักสูตรวิทยาการชะลอวัยและฟื้น
00:07:5000:07:51ฟูสุขภาพ
00:07:5100:07:53>> เนาะที่จะเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรอยู่
00:07:5300:07:55เนี่ยทำการศึกษาวิจัยเอามัจฉะเนี่ยครับ
00:07:5600:07:59ที่ขายอยู่ในประเทศไทยมาเปรียบเทียบนะ
00:07:5900:08:02ศึกษาฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระในห้อง
00:08:0200:08:06ปฏิบัติการซึ่งเขาเรียกค่านี้ว่าค่าโกคนะ
00:08:0600:08:10ครับคือคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
00:08:1000:08:13ในรูปแบบของออกซิเจนที่เป็นฟรี radical
00:08:1300:08:15หรือเป็นอนุมูลอมูลอิสระเพราะคนเราทุกคน
00:08:1500:08:18เนี่ยตราบใดที่ดินไม่กบหน้าเราจะมีอนุมูล
00:08:1800:08:21อิสระเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลานึกออกมั้ครับ
00:08:2100:08:25คือเราหายใจอ่ะทุกครั้งที่เราหายใจนะล้วน
00:08:2500:08:27แล้วแต่มีการสันดาบของ
00:08:2700:08:29>> สารอาหารต่างๆที่เราได้รับเข้าไปกินเข้า
00:08:2900:08:32ไปเพื่อให้ได้พลังงานอาจารย์เปรียบชีวิต
00:08:3200:08:33คนเราเนี่ยครับ
00:08:3300:08:33>> อ
00:08:3300:08:35>> เหมือนกับรถยนต์
00:08:3500:08:36>> ค่ะ
00:08:3600:08:38>> ที่สตาร์ทอยู่ตลอดเวลานะครับ
00:08:3800:08:40>> ติดเครื่องอยู่ตลอดเวลา
00:08:4000:08:40>> ค่ะ
00:08:4000:08:42>> อ่าไม่มีวันดับนะ
00:08:4200:08:43>> ต่อให้เราหลับเป็นไงครับ
00:08:4400:08:45>> มันก็ยังคับเคลื่อน
00:08:4500:08:47>> ถูกต้องเราไม่ได้เหยียบคันเร่งนี่เราออก
00:08:4700:08:49มาทำงานทุกวันเนี้ยเหมือนเหยียบคันเร่งนะ
00:08:4900:08:51เคลื่อนไหวร่างกายถูกมั้ยเกิดการเผาผ่าน
00:08:5100:08:52เยอะขึ้น
00:08:5200:08:53>> แต่ถ้าเกิดว่าเราไม่ได้เหยียบคันเร่ง
00:08:5300:08:54>> อื
00:08:5400:08:56>> จอดไว้เฉยๆเรายังสตาร์ทเครื่องอยู่นะ
00:08:5600:08:57>> ค่ะ
00:08:5700:08:59>> อ่าเหมือนร่างกายของเราอ่ะหลับแล้วก็ยัง
00:08:5900:09:02หายใจอ่ะการทำงานต่างๆของร่างกายของเรา
00:09:0200:09:05มันก็ยังมีการใช้พลังงานมันก็เกิดการเผา
00:09:0500:09:06ผลาญ
00:09:0600:09:07>> ไอ้พลังงาน
00:09:0700:09:09>> จากอาหารที่เรากินก็เหมือนน้ำมันที่เรา
00:09:0900:09:12เติมเข้าไปในรถแล้วเกิดการสันดาบเผาผลาญ
00:09:1200:09:14แล้วมันมีทอดอ้อยเสียเห็นมั้ยครับอ่าของ
00:09:1400:09:14เสีย
00:09:1400:09:16>> อ่ามันก็เหมือนกับของเสียนี่แหละอนุมูล
00:09:1600:09:18อิสระเนี่ยก็เป็นของเสียที่ร่างกายเนี่ย
00:09:1800:09:22มันผลิตขึ้นซึ่งมีความเป็นพิษต่อเซลล์
00:09:2200:09:24เพราะมันทำให้เซลล์ของเราเนี่ยเสื่อมแก่
00:09:2400:09:26ตายแล้วกายพันธุ์เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ
00:09:2600:09:27เกิดขึ้นแล้ว
00:09:2700:09:30>> แล้วสารต้านอนุอิสระก็คือจากอาหารที่เรา
00:09:3000:09:34กินวิตามิน A C E อะไรต่างๆเหล่านี้รวม
00:09:3400:09:38ไปถึงกลุ่มของแอนตี้ออกซิดนที่อยู่ในชา
00:09:3800:09:40เขียวที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระก็คือพวก
00:09:4000:09:41แคติชิน
00:09:4100:09:41>> อค่ะ
00:09:4100:09:44>> อ่าพวกนี้แหละครับหรือ EGCG นี่แหละที่
00:09:4400:09:47กำจัดอนุมูลอิสระทีนี้พอไปทดลองในห้อง
00:09:4700:09:50ปฏิบัติการเนี่ยโอหเราจะเห็นเลยเก็บมานัก
00:09:5000:09:52ศึกษาเก็บตัวอย่างมา 10 ยี่ห้อที่ขายอยู่
00:09:5200:09:55ตามร้านสะดวกซื้อนะครับให้ผลในการต่อต้าน
00:09:5500:09:57อนุมูลอิสระเนี่ยสูงมาก
00:09:5700:09:58>> อ๋อ
00:09:5800:10:01>> อ่าค่าที่วัดออกมาเนี่ยสูงมากเมื่อเทียบ
00:10:0100:10:04กับงานวิจัยที่วัดผลด้วยค่าเดียวกันก็คือ
00:10:0400:10:08เอาชาเขียวพร้อมดื่มที่เราเห็นขวดขวดๆ
00:10:0800:10:11ทั้งหลายแหล่ขวดน้ำที่อยู่ในขวดแช่อยู่
00:10:1100:10:13ตามตู้เย็นต่างๆตามร้านสะดวกซื้อต่างๆ
00:10:1300:10:15หรือซุเปอร์มาร์เก็ตต่างๆเนี่ยก็เก็บมา
00:10:1500:10:16ค่ะ
00:10:1600:10:18>> ผลเนี่ยมันต่างกันเยอะมากเลยนะ
00:10:1800:10:21>> มัชฉะเนี่ยมีค่าโอคเนี่ยหลักร้อยยี่ห้อ
00:10:2100:10:24ที่สูงเนี่ยเป็นพันเลยก็มีถามว่าเอ้ยของ
00:10:2400:10:26ไทยเราเองเนี่ยค่าก็หลายร้อยมากในการต่อ
00:10:2600:10:27ต้านอนุมูลอิสระ
00:10:2700:10:28>> ก็ได้อยู่
00:10:2800:10:31>> ได้อยู่เพราะในขวดพร้อมดื่มเนี่ยค่าเนี่ย
00:10:3100:10:33มันอยู่แค่หลักสิบ
00:10:3300:10:36>> อ่าฉะนั้นแล้วเนี่ยมันจะต่างกันเยอะนะ
00:10:3600:10:40แล้วถ้าเรากินมัฉะอันเนี้ยฤทธิ์ในการ
00:10:4000:10:43>> ต่อต้านอนุอิสระเนี่ยที่เราจะได้รับเนี่ย
00:10:4300:10:46มันสูงกว่าที่เป็นชาเขียวพร้อมดื่มสำเร็จ
00:10:4600:10:49รูปพร้อมดื่มนะพวกนั้นส่วนใหญ่มันก็จะ
00:10:4900:10:52เป็นพวกฟลุกโต๊ดนะน้ำตาลฟรุกโต๊ดคอนไซลับ
00:10:5200:10:55นะแล้วมันก็มีกลิ่นรสของชาเขียวปรุงแต่ง
00:10:5500:10:58ขึ้นมานะมีถามว่ามีชาเขียวอยู่มั้ยก็มี
00:10:5800:11:02แหละแต่มันถูกเจือจางไปมันก็น้อยแล้วคนก็
00:11:0200:11:04จะมาฮิตกินแบบเฮ้ยเนี่ยมัฉะแบบ
00:11:0400:11:05>> เพียวๆ
00:11:0500:11:07>> เข้มข้นเลยเพียวๆเลยเพราะฤทธิ์เนี่ยในการ
00:11:0700:11:11ต่อต้านอนุมูลอิสระมันสูงแล้วประโยชน์ของ
00:11:1100:11:14มัฉะหรือชาเขียวเนี่ยมันไม่ใช่แค่เป็น
00:11:1400:11:17แอนตี้ออกซิดนะต่อต้านความเสื่อมชราของ
00:11:1700:11:19เซลล์เนาะไอ้สารต้านอนุิสระมันก็ช่วยชะลอ
00:11:2000:11:22ความเสื่อมของเซลล์ไม่เพียงเท่านั้นนะจาก
00:11:2200:11:25การศึกษาวิจัยเนี่ยนะอันนี้อาจารย์บอกเลย
00:11:2500:11:27ว่าเยอะมากที่มีการศึกษาวิจัยทางคลินิก
00:11:2700:11:31หรือการศึกษาวิจัยในมนุษย์ถึงสารสำคัญนะ
00:11:3100:11:33EGCG ที่อยู่ในชาเขียวเนี่ย
00:11:3300:11:36>> โดยเฉพาะมัจฉะเนี่ยมันช่วยเพิ่มกระบวนการ
00:11:3600:11:38เผาผลาญไขมันของร่างกาย
00:11:3800:11:39>> อุย
00:11:3900:11:42>> ก็มีผลในการช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้
00:11:4200:11:43>> ออ
00:11:4300:11:47>> อ่าแต่ไม่ใช่ว่าหูคุณลีฟาดมัชะดื่มมัชฉะ
00:11:4700:11:48ไปทุกวันทุกวันแล้ว
00:11:4800:11:49>> อย่างเดียวเลย
00:11:4900:11:52>> อย่างเดียวเลยโดยที่อาหารฉันไม่คุมกำลัง
00:11:5200:11:54กายฉันไม่ออกหรือเคลื่อนไหวร่างกายฉันไม่
00:11:5400:11:57เคลื่อนย้ายใดๆเลยนึกออกมั้ครับคือแบบ
00:11:5700:11:59เดินฉันก็ไม่เดินนะไม่เดิน
00:11:5900:12:01>> เออกำลังจะถามอยู่เพราะว่าถ้าเกิดกินอัน
00:12:0100:12:02นี้ไปแล้วอ่ะแต่ว่าเรายังใช้ชีวิตเหมือน
00:12:0200:12:03เดิมนะ
00:12:0300:12:07>> อ่านั่งๆนอนเ้าเรียกไสลหรือพฤติกรรมนวย
00:12:0700:12:07นิ่ง
00:12:0700:12:12>> เออก็อยากจะให้มัจฉะได้ช่วยผลาญ
00:12:1200:12:15>> ก็ได้แต่ว่ามันเกินต้าน
00:12:1500:12:17>> นึกออกมั้ยพฤติกรรมเราแบบว่าเนยนิ่งเกิน
00:12:1700:12:21ไปนะเราก็จะต้องควบคุมอาหารร่วมด้วยเพื่อ
00:12:2100:12:23ประสิทธิผลที่ดีอย่าลืมว่าพวกเนี้ยมัน
00:12:2300:12:25เหมือนเป็นตัวช่วยเสริม
00:12:2500:12:27>> นะเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอ
00:12:2700:12:27>> อ่า
00:12:2700:12:30>> แต่ตัวหลักของเราเนี่ยเราต้องคุมอาหาร
00:12:3000:12:30>> ค่ะ
00:12:3000:12:32>> นะเราก็จะต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายบาง
00:12:3300:12:35คนบอกออกกำลังกายพอพูดออกกำลังกายปุ๊บแค่
00:12:3500:12:37พูดก็คิดก็เหนื่อยแล้วอาจารย์
00:12:3700:12:40>> ไม่ต้องอะไรมากเลยคุณแค่แค่ลุกขึ้นมาเดิน
00:12:4000:12:41หลังมื้ออาหาร
00:12:4100:12:41>> ค่ะ
00:12:4100:12:44>> คุณจะเผาผ่านไขมันเผาผ่านน้ำตาลหลังมื้อ
00:12:4400:12:46เนี่ยแล้วเพิ่มความไวของอินซูลินเนี่ยได้
00:12:4600:12:49ดีขึ้นเนี่ยไม่ต่ำกว่า 10-20% และ
00:12:4900:12:49>> อ
00:12:4900:12:52>> นะคุณควบคุมน้ำตาหลังมื้ออาหารได้ดีขึ้น
00:12:5200:12:54>> คุณลีเดินหลังมื้ออาหารแค่ 10 นาที -1
00:12:5400:12:56นาทีวันนึง 3 มื้อเลยอ่ะ
00:12:5600:12:57>> เดิน
00:12:5700:12:58>> เดินไปได้ 45 นาทีแหละ
00:12:5800:12:59>> อ่า
00:12:5900:13:02>> อ่าโดยเราแทรกพฤติกรรมเหล่าเนี้ยในชีวิต
00:13:0200:13:03ประจำวันของเรา
00:13:0300:13:03>> ค่ะ
00:13:0300:13:06>> เราไม่ต้องไปหาเวลาว่าเฮ้ยเดี๋ยวฉันต้อง
00:13:0600:13:08มีเวลาฉันไม่มีเวลาเลยเช้ามาก็ต้องรีบ
00:13:0800:13:11ตื่นอื่นไปทำงานรีบไปส่งลูกรีบไปประชุม
00:13:1100:13:11>> อือ
00:13:1100:13:14>> นะเจ้านายเรียกตามตัวนู่นนี่นั่นแล้วพอ
00:13:1400:13:16เย็นมาโอ้ยเหนื่อยฉันไม่มีอะไรออกกำลัง
00:13:1600:13:19>> เราก็ต้องพยายามที่จะสอดแทรกเข้าไป
00:13:1900:13:19>> อื
00:13:1900:13:22>> ในการเคลื่อนไหวร่างกายให้เข้ากับ
00:13:2200:13:24>> วิถีชีวิตของเรานี่แหละ
00:13:2400:13:27>> นะมีการเดินมันก็โอเคแล้วนะทุกวันเนี้ย
00:13:2700:13:28เมื่อก่อนเราแนะนำเดิน 19,000 ใช่มั้ย
00:13:2800:13:29ครับ
00:13:2900:13:30>> อ่า
00:13:3000:13:33>> มันมีงานวิจัยออกมาล่าสุดว่าเฮ้ยเดินแค่
00:13:3300:13:354-5,900 เนี่ยขึ้นไปต่อวัน
00:13:3500:13:36>> อ้าว
00:13:3600:13:37>> ก็มีประโยชน์
00:13:3700:13:39>> ก็เพียงพอกับสุขภาพร่างกายของเราแล้ว
00:13:3900:13:42>> ใช่เพราะว่าเคอ่าใช้นาฬิกาวัดในการเดิน
00:13:4200:13:45ตลอดนี่แหละค่ะแล้วแบบวันไหนแบบ
00:13:4500:13:47>> ไม่ถึง 19,000 เนี่ยรู้สึกแบบเอาอีกแล้ว
00:13:4700:13:50ไม่ถึงแต่คือปกติวิสัยในชีวิตประจำวันมัน
00:13:5000:13:51ไม่ถึงไงคะ
00:13:5100:13:53>> ใช่คนปกติทั่วไปเราเดินไม่ถึงอยู่แล้ว
00:13:5300:13:56ยิ่งหนุ่มสาวชาวออฟฟิศไม่ถึงเลย
00:13:5600:13:59>> นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ต่างๆเนี่ย
00:13:5900:14:01อาจารย์บอกเลยว่ามันไม่ถึง
00:14:0100:14:02>> ไม่ถึงใช่
00:14:0200:14:04>> ต่อให้ออกไปประชุมเดินห้องนู้นห้องนี้ยัง
00:14:0400:14:06ไงก็ไม่ถึงแต่อย่างน้อยเนี่ยอาจารย์ว่า
00:14:0600:14:08ให้สัก 5,900 กำลังโอเค
00:14:0800:14:11>> ถูกต้องครับเราก็ยังลดอัตราการตายเนี่ย
00:14:1100:14:13ไม่ต่ำกว่า 4-50% และ
00:14:1300:14:16>> อ่าแล้วมันมีการเคลื่อนไหวร่างกาย
00:14:1600:14:19>> เนาะมันก็มันก็ช่วยได้ร่วมกับไอ้ตัวมัฉะ
00:14:1900:14:20นี่แหละ
00:14:2000:14:21>> ที่เราอ
00:14:2100:14:23>> ดื่มๆเข้าไปเนี่ยเพิ่มการเผาผ่านไขมันใน
00:14:2300:14:24ร่างกาย
00:14:2400:14:26>> คือนั่นจะหมายความว่ามัจฉะเนี่ยไม่ใช่
00:14:2700:14:29เป็นตัวที่จะมาช่วยลดความอ้วนนะอันนี้บอก
00:14:2900:14:30ไว้ก่อนเออ
00:14:3000:14:33>> ก็แค่เอ่อเค้าเรียกอะไรคุณสมบัติเขาก็
00:14:3300:14:34ช่วยในเรื่องการเผาผลา
00:14:3400:14:36>> เผาผลาถูกต้องครับเน้นที่การเผาผลาทีนี้
00:14:3600:14:39มันจะทำให้คุณน้ำหนักลดได้หรือไม่คุณก็
00:14:3900:14:40ต้องผสานกับการ
00:14:4000:14:41>> ควบคุมการกิน
00:14:4100:14:44>> ควบคุมอาหารเพิ่มกิจกรรมทางกายนะมีการ
00:14:4400:14:47เคลื่อนไหวร่างกายถ้าคุณไม่อยาก exercise
00:14:4700:14:49คุณก็เคลื่อนไหวร่างกายเนาะก็คือเดินเอา
00:14:4900:14:52ง่ายๆนะหรือจะเดินเร็วก็ได้เดินเร็วเนี่ย
00:14:5200:14:56อุ๊ยอาจารย์แค่ไหน 1 นาทีมันมี 60 วินาที
00:14:5600:14:58ใช่มั้ครับคุณต้องเดินให้ได้ 80-19 ใช่
00:14:5800:15:00อ่ะก็เพิ่มสเต็ปความเร็วขึ้นหน่อย
00:15:0000:15:03>> นิดนึงคุณก็ได้แล้ว 89 ก็เดินเร็วไปแล้ว
00:15:0300:15:06ก็เก็บสะสมแต้มไปในแต่ละวันอย่างเงี้ย
00:15:0600:15:08ครับอแล้วอ่ะ
00:15:0800:15:12>> นะแล้วก็นอนไม่ให้ดึกนะแค่เนี้ยเราก็
00:15:1200:15:14มัจฉะก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีแทนที่จะ
00:15:1400:15:16กินน้ำหวานน้ำอรมชานมไข่มุก
00:15:1600:15:17>> อือ
00:15:1700:15:20>> เราปรับไปเป็นมัฉะมันก็จะเกิดประโยชน์กับ
00:15:2000:15:23สุขภาพร่างกายเรามากขึ้นดีต่อระบบหัวใจ
00:15:2300:15:25และหลอดเลือดด้วยเพราะมันควบคุมน้ำตาลควบ
00:15:2500:15:29คุมไขมันได้ด้วยอ่าเพิ่มการเผาผลาญของ
00:15:2900:15:31ร่างกายแล้วช่วยในการเสริมภูมิคุ้มกัน
00:15:3100:15:32ต้านมะเร็งได้อีก
00:15:3200:15:35>> อืคุณสมบัติเยอะขนาดนี้
00:15:3500:15:36>> เยอะคนเลยฮิตมาก
00:15:3600:15:39>> เดี๋ยวกลัวว่าจะแบบว่าไปเน้นกินจะมัดฉะ
00:15:3900:15:41มัฉะมัฉะกันอย่างเดียวคือ
00:15:4100:15:44>> เอาที่สะดวกใจสบายใจกระเป๋าสตางค์ด้วยนะ
00:15:4400:15:45เพราะว่าถูกต้อง
00:15:4500:15:48>> บางทีบางอย่างบางบางยี่ห้อบางร้านที่เขา
00:15:4800:15:52ใช้อ่ะนะมันก็มีราคาสูงอยู่
00:15:5200:15:54>> ถูกต้องใช่เลยครับบางทีแบบโอราคาสูงแล้ว
00:15:5400:15:56โหเข้าไม่ถึงแล้ว
00:15:5600:15:58>> กลุ่มชาวบ้านทั่วไปล่ะอาจารย์แล้วจะไปกิน
00:15:5800:16:01มัชฉะได้ยังไงนะคุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้อง
00:16:0100:16:03แบบขนาดนั้นก็ได้ไม่จำเป็นต้องแบบอุยเกรด
00:16:0300:16:07แบบพิธีการ G F G มันก็มีค่ะ
00:16:0700:16:09>> อ่า Food G ก็มี
00:16:0900:16:12>> อ้อแสดงว่าอย่างงั้นมันก็ต้องมีเป็นเป็น
00:16:1200:16:12หลายเกรดเลย
00:16:1300:16:14>> ถูกต้องใช่ครับ
00:16:1400:16:17>> มีเกรดสูงเกดกลางเกรดธรรมดาธรรมดาคือใช้
00:16:1700:16:18ในอุตสาหกรรมอาหาร
00:16:1800:16:21>> แต่ถามว่าเกรดธรรมดาเนี่ยค่าจากการศึกษา
00:16:2100:16:24วิจัยแล้วเนี่ยสกรีนดูแล้วมันก็ยังมี
00:16:2400:16:26ฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระดีอยู่
00:16:2600:16:28>> อ่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีก็
00:16:2800:16:31>> และดีกว่าพวกที่เป็นชาเขียวพร้อมดึง
00:16:3100:16:32>> สำเร็จรูป
00:16:3200:16:34>> ถูกต้องสำเร็จรูปยังอยู่ในหลักร้อยอ่ะอ่ะ
00:16:3400:16:37>> เพราะฉะนั้นก็คืออันเนี้ยก็บริโภคได้บ่อย
00:16:3700:16:41ครั้งมากขึ้นเพราะว่ามันเป็นแบบเกรดมัน
00:16:4100:16:41>> ราคาได้อยู่แล้ว
00:16:4100:16:44>> ใช่ใช่ถูกต้องครับแล้วมันไม่ใช่แค่มีสาร
00:16:4400:16:46แคตชินอย่างเดียวที่อาจารย์บอก EGCG
00:16:4600:16:49เนี่ยมันยังมีแอนีนที่เป็นกรดอะมิโนที่ทำ
00:16:4900:16:51ให้เราลดความเครียดความวิตกกังวลหลังๆเ
00:16:5100:16:55อาจารย์เจอเยอะขึ้นคนค่อยๆงดกาแฟเพราะ
00:16:5500:16:57กาแฟเนี่ยมันมีคาเฟอีนเข้มข้นใช่มั้ครับ
00:16:5700:17:00กว่าชาแล้วเรากินกาแฟเนี่ยเพื่อให้ร่าง
00:17:0000:17:03กายเนี่ยตื่นตัวไม่ง่วงนะแต่พอกาแฟหมด
00:17:0300:17:03ฤทธิ์ปุ๊บเป็นไงครับ
00:17:0400:17:04>> อง่วงค่ะ
00:17:0400:17:07>> โอ้โหตอบเลยแต่ชาเขียวเนี่ยมันจะไม่ใช่
00:17:0700:17:08อย่างงั้น
00:17:0800:17:09>> มันจะค่อยๆปรับ
00:17:0900:17:10>> อื
00:17:1000:17:13>> อ่าทำให้เรารู้สึกเนี่ยมีสมาธิมันจะไม่
00:17:1300:17:16ใช่แบบอุ้ยขึ้นมาแล้วแบบขึ้นมาเลยทันทีคน
00:17:1600:17:19ก็ค่อยๆใช้มัจฉะแทนที่กาแฟกันมากขึ้นนะ
00:17:1900:17:23อาจารย์เห็นหลายเคสเลยแต่มันก็ต้องมีสิ่ง
00:17:2300:17:24ที่ต้องพึงระวังด้วยนะ
00:17:2400:17:24>> ค่ะ
00:17:2400:17:29>> อ่าเพราะบางคนเอามัฉะไปใส่น้ำตาลใส่นม
00:17:2900:17:31เข้มข้นเลย
00:17:3100:17:33>> ใช่ตอนนี้คือแบบว่าถ้าใครที่แบบว่ากิน
00:17:3300:17:36เพียวๆไม่ได้อ่ะต้องใส่นมใส่อะไรก็น้ำตาล
00:17:3600:17:39ถูกต้องอันเนี้ยอาจารย์บอกว่าได้ไม่คุ้ม
00:17:3900:17:40เสีย
00:17:4000:17:41>> อ้า
00:17:4100:17:43>> ไม่เจ๊าก็เจ๊งนึกออกมั้ยครับ
00:17:4300:17:46>> คือเรารู้ว่าสารสำคัญในมัจฉะมันดีนะแต่พอ
00:17:4600:17:47เราไปใส่น้ำตาลปุ๊บเนี่ย
00:17:4700:17:51>> น้ำตาลเองเนี่ยมันจะไปบล็อกการออกฤทธิ์
00:17:5100:17:54ของมัจฉะทำให้ออกฤทธิ์น้อยลง
00:17:5400:17:56>> อันเนี้มันมีการศึกษาวิจัยที่น่าสนใจในคน
00:17:5600:18:00ในมนุษย์เนี่ยเขาพบว่าสาร EGCG ในมัจฉะ
00:18:0000:18:03หรือชาเขียวเนี่ยมันสามารถลดการดูดซึมน้ำ
00:18:0300:18:06ตาลได้นะครับเพียวๆนะในขณะเดียวกันน้ำตาล
00:18:0600:18:08มันสู้กับอ
00:18:0800:18:08>> อื
00:18:0800:18:11>> คือเธอมาลดการดูดซึมฉันใช่มั้ยฉันแก้แค้น
00:18:1100:18:15เธอโดยฉันน่ะทำให้เธอออกฤทธิ์ลดลง
00:18:1500:18:16>> อ๋อมาต้านการออกฤทธิ์
00:18:1600:18:19>> ถูกต้องมันก็จองเวรจองกันไม่จดไม่สิ้น
00:18:1900:18:21แล้วเราอยากที่จะตัดภพจัดชาติไม่ให้มัน
00:18:2100:18:24จองเวรจองกรรมกันเราก็อย่าไปให้มันเจอกัน
00:18:2400:18:24>> เออ
00:18:2400:18:26>> กินชาเขียวเพียวๆไม่ต้องใส่น้ำตาล
00:18:2600:18:27>> ค่ะ
00:18:2700:18:29>> นมเหมือนกันครับบางคนบอกว่าอาจารย์งั้น
00:18:2900:18:34ใส่นมเข้าไปสิอ้ามีประโยมพเนยนมอ่า 0%
00:18:3400:18:37>> ส่วนใหญ่คนชอบนมวัวเพราะอะไรมัน
00:18:3700:18:40>> หวานมันนะคุณจะพร่องมันเนยหรือไขมันต่ำ
00:18:4000:18:43หรือใดๆก็ตามแต่โปรตีนตัวนึงที่อยู่ในนม
00:18:4300:18:48เราเรียกว่าเคซีนมันจะไปจับกับสาร EGCG
00:18:4800:18:51ในมัจฉะแล้วทำให้มัจฉะออกฤทธิ์ลดลงครับ
00:18:5100:18:52>> ดีที่สุดคือกินแบบ
00:18:5300:18:53>> เพี้ยว
00:18:5300:18:55>> ถูกต้องเลย 100%
00:18:5500:18:56>> โอ้โหแต่ว่า
00:18:5600:18:59>> ทุกวันนี้ก็มีแบบว่าพอแค่แค่คำว่ามัฉาเรา
00:18:5900:19:01ก็รู้สึกว่าเอ้ยมันมีประโยชน์แหละอย่าง
00:19:0100:19:03ที่อาจารย์บอกมาเมื่อสักครู่เนี้ยแต่แบบ
00:19:0300:19:07มันอยู่ในขนมอยู่ในเบอรี่อะไรพวกเนี้ย
00:19:0800:19:11จริงแล้วเจะพยายามที่จะใช้ต้านฤทธิ์เช่น
00:19:1100:19:14เ้าไปอยู่ในขนมเบอร์เกอรี่เพื่ออะไรเพราะ
00:19:1400:19:17มันบล็อกการดูดซึมน้ำตาลไงน้ำตาลมันส่งผล
00:19:1700:19:20ไม่ดีกับสุขภาพเขาก็ไปลดว่าเฮ้ยไม่ให้น้ำ
00:19:2000:19:22ตาลเนี่ยที่ส่งผลเสียเนี่ย
00:19:2200:19:24>> มันส่งผลเสียกับสุขภาพเยอะ
00:19:2400:19:25>> อ๋อ
00:19:2500:19:28>> เหมือนเรากินสะเดาน้ำปลาหวานที่อาจารย์
00:19:2800:19:30บอกอ่ะเรากินน้ำปลาหวานโอ้โหน้ำตาลสูงใช่
00:19:3000:19:30มั้ยครับ
00:19:3100:19:35>> สะเดามันมีสารพฤกษเคมีไฟโตicalที่ช่วย
00:19:3500:19:37บล็อกการดูดซึมน้ำตาลอย่างเงี้ย
00:19:3700:19:41>> อ่ามันเหมือนลดผลกระทบของสิ่งเหล่านั้น
00:19:4100:19:44อ่าถ้าฝรั่งเนี่ยเขาใช้ซินามอนหรืออบเชย
00:19:4400:19:45>> อือๆ
00:19:4500:19:47>> ที่อยู่ในเบเกอรี่เพราะมันมีฤทธิ์ควบคุม
00:19:4800:19:48น้ำตาล
00:19:4800:19:48>> อ๋อ
00:19:4900:19:51>> แต่แค่ว่าคุณใส่ไปเฉพาะวิญญาณหรืออะไร
00:19:5100:19:54หรือเปล่าเหมือนกันมัฉะเพื่ออะไรเพื่อลด
00:19:5400:19:57การดูดซึมน้ำตาลหรือผลกระทบที่ไม่ดีเขาก็
00:19:5700:19:59ไปใส่ในน้ำตาลในไอศกรีมอะไรต่างๆ
00:19:5900:20:01>> แต่ถ้าดีที่สุดปุ๊บเนี่ยพวกเนี้ยมันพลัง
00:20:0100:20:04งานสูงไงคุณอีรีถูกมั้ยอ่าความหวานจัดน้ำ
00:20:0400:20:06ตาลเยอะไขมันสูงอ
00:20:0600:20:06>> ค่ะ
00:20:0600:20:08>> เราเราเลี่ยง
00:20:0800:20:11>> ไม่ใส่เลยดีกว่าอ่าแต่ถ้าอยากเราอยากกิน
00:20:1200:20:15เฮ้ยมันมีใส่มันก็ส่งผลกระทบกับสุขภาพ
00:20:1500:20:17น้อยกว่าดีกว่าเรากินเพียวๆเลยถูกมั้ครับ
00:20:1700:20:18ถ้าเรากินชานมเพียวๆเลยอ่ะ
00:20:1800:20:19>> ออฮึ
00:20:1900:20:22>> อันเนี้ยคือร้ายกาดสุด
00:20:2200:20:22>> อ่า
00:20:2200:20:26>> อ่าอันเนี้ยก็พูดง่ายๆว่ามันร้ายนะแต่มัน
00:20:2600:20:28ร้ายน้อยลงแต่ยัง
00:20:2800:20:29>> ยังร้ายอยู่นะอย่าลืม
00:20:2900:20:32>> นึกออกมั้ครับว่าน้ำตาลถ้าไม่ไม่ใส่ได้ดี
00:20:3200:20:34ที่สุดถ้าใส่ก็อ่ะใส่เล็กน้อยอย่างเงี้ย
00:20:3400:20:37อย่างอย่างดีก็ต้องให้ประโยชน์เนี่ยมัน
00:20:3700:20:41มากกว่าสิ่งที่มันไม่ดีกับร่างกายแล้วบาง
00:20:4100:20:43คนกินมัจฉาปุ๊บอุ๊ยขม
00:20:4300:20:45>> นะอุ้ยขมๆนั่นน่ะ
00:20:4500:20:47>> รู้สึกว่าเออมันมีสารสำคัญเยอะจริงๆแล้ว
00:20:4700:20:51อาจารย์จะบอกเลยว่าความขมเนี่ยในชาส่วน
00:20:5100:20:53ใหญ่เนี่ยมันคือสารแทนนิน
00:20:5300:20:54>> สารแทนนิน
00:20:5400:20:57>> ที่มีรสฝาดรสขมซึ่งสารแทนินเนี่ยมันเป็น
00:20:5700:21:00ผลมันมีผลกระทบที่ไม่ดีกับสุขภาพคือถ้า
00:21:0000:21:02ได้กเยอะ 1 ทำให้ท้องผูก
00:21:0300:21:03>> อ๋อ
00:21:0300:21:07>> 2 คือไปขัดขวางการดูดซึมของแร่ธาตุ
00:21:0700:21:11>> เช่นแคลเซียมเอยเหล็กเอยแล้วถ้าเรากินชา
00:21:1100:21:15เขียวหรือมัฉะที่มีรสฝาดรสขมปุ๊บเนี่ยไม่
00:21:1500:21:16โอเคและ
00:21:1600:21:16>> อ้าว
00:21:1600:21:19>> ถ้ากินหลังมื้ออาหารจะไปลดการดูดซึมพวก
00:21:1900:21:20แคลเซียมธาตุเหล็ก
00:21:2000:21:21>> ค่ะ
00:21:2100:21:23>> แร่ธาตุหลังมื้ออาหารที่เรากิน
00:21:2300:21:23>> ั้นแล้วเนี่ย
00:21:2400:21:24>> อ
00:21:2400:21:27>> ถ้าให้ดีไม่ควรที่จะมีรสฝาดรสขมอาจารย์ไป
00:21:2800:21:31ญี่ปุ่นล่าสุดโอ้โหเค้าเสิร์ฟบนสายการบิน
00:21:3100:21:31ของญี่ปุ่น
00:21:3100:21:32>> ค่ะ
00:21:3200:21:35>> โหทำไมชาเขียวเนี่ยมันไม่ใส่น้ำตาลเลยนะ
00:21:3500:21:37มันหวานจากธรรมชาติมันมีพวกกรด
00:21:3700:21:38อะมิโนแอทิโอนีนอยู่สูง
00:21:3800:21:39>> อืละมุนเลยใช่มั้
00:21:4000:21:43>> ใช่ครับฮะแล้วเนี่ยมันก็จะแบบโอหละมุน
00:21:4300:21:46>> นะอันเนี้ยคือสิ่งที่เราต้องพึงระวังนะ
00:21:4600:21:49แล้วเราต้องลองเทสก่อนว่าฝาดหรือเปล่าขม
00:21:4900:21:50หรือเปล่า
00:21:5000:21:52>> แล้วหวานเป็นลมขมเป็นยาไม่ใช่แล้วใช่มั้
00:21:5200:21:54>> ไม่ใช่เสมอไป
00:21:5400:21:56>> อ่าไม่ใช่เสมอไปเป็นยาเหมือนกันแทนิน
00:21:5600:21:58เนี่ยเป็นยาไว้
00:21:5800:22:00>> ลดอาการท้องเสียท้องร่วง
00:22:0000:22:02คือมันทำให้ท้องผูกไงแล้วคนที่ท้อง
00:22:0200:22:03>> ท้องเสีย
00:22:0300:22:06>> ท้องเสียท้องร่วงมันก็ไปผูกท้องไว้ไม่ให้
00:22:0600:22:09ร่วงอันนี้คือประโยชน์ของแทนนินที่เขามัก
00:22:0900:22:12สกัดมาจากพวกเอ่อใบฝรั่งอ่ะถ้าภูมิปัญญา
00:22:1200:22:14ชาวบ้านเนี่ยมันฝาดมากอ่ะ
00:22:1400:22:18>> อ่าเขาก็เอาแทนินเนี่ยไปลดอาการท้องผูก
00:22:1800:22:20ท้องเสียเพราะมันมีฤทธิ์ต้านพวกเอ่อการ
00:22:2000:22:24เจริญเติบโตของจุลินทรีย์ของเชื้อโรคต่าง
00:22:2400:22:27ๆแล้วมันก็ทำให้ท้องผูกแต่คนปกติถ้าได้
00:22:2700:22:28รับแทนินสูงมากก็ไม่ดี
00:22:2900:22:31>> ค่ะนะครับแล้วเนี่ยมันก็ไม่ควรฝาดมากแล้ว
00:22:3100:22:34คาเฟอีนก็ต้องพึงระวังบางคนกินมัฉะอย่า
00:22:3400:22:36ลืมนะมันก็ยังมีคาเฟอีนอยู่หลัง 15:00 น.
00:22:3600:22:38ไม่ควรกินและเพราะเดี๋ยวเกิดนอนไม่หลับ
00:22:3800:22:41ขึ้นมาล่ะอ่าเราก็ควรจะต้องระมัดระวังใน
00:22:4200:22:45กลุ่มเหล่าเนี้ยน้ำตาลนมเอ่อแทนินคาเฟอีน
00:22:4500:22:50หรือสารปนเปื้อนที่มันอาจจะมีตกค้างเราก็
00:22:5000:22:52ควรจะเลือกออร์แกนิคนะเพราะบางทีเนี่ยมัน
00:22:5200:22:55มีพวกยาฆ่าแมลงสารเคมีตกค้าง
00:22:5500:22:58>> กลายเป็นว่าเราอ่ะอยากจะได้สารต้านอนุมูล
00:22:5800:23:02อิสระแต่อาจจะมีสารก่อมะเร็งปนเปื้อนมาก็
00:23:0200:23:04ต้องเลือกแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือไม่ใช่
00:23:0400:23:06เฮ้ยมัจฉะเหมือน
00:23:0600:23:09แต่ถูกอ่ะบางทีนำเข้ามาปลูกที่ไหนก็ไม่
00:23:0900:23:11รู้มาเป็นตันๆเลยแล้วก็มาขายแบบ
00:23:1200:23:14>> ถูกๆอันเนี้ยเราก็ต้องเลือกแหล่งที่มี
00:23:1400:23:16คุณภาพน่าเชื่อถือได้เนาะมันก็จะทำให้เรา
00:23:1700:23:18เนี่ยได้ประโยชน์
00:23:1800:23:22>> อนะฮะแล้วมีกลุ่มคนที่ไม่ควรกินมั้ยคะ
00:23:2200:23:22ต้องระวัง
00:23:2200:23:25>> กลุ่มคนที่ไม่ควรกินส่วนใหญ่เนาะคนที่
00:23:2500:23:29เอ่อมีโรคประจำตัวกินยาอยู่นะกลุ่มโรคหัว
00:23:2900:23:32จงหัวใจอะไรต่างๆเพราะบางทีเนี่ย
00:23:3200:23:35>> ไอ้พวกเหล่าเอ่อสารอาหารต่างๆเนี่ยนะโดย
00:23:3500:23:38เฉพาะเพราะพวกกลุ่มของสมุนไพรพืชสมุนไพร
00:23:3900:23:41ต่างๆหรือวิตามินบางตัวนะหรืออาหารเสริม
00:23:4100:23:42เนี่ย
00:23:4200:23:44>> คือต้องพิจารณาเลยในเรื่องของปฏิสัมพันธ์
00:23:4400:23:48ระหว่างเอ่อสารที่อยู่ในพืชผักสมุนไพร
00:23:4800:23:50หรืออาหารเสริมที่เรากินเนี่ยนะจะมี
00:23:5000:23:52ปฏิสัมพันธ์กับยาได้
00:23:5200:23:55>> แล้วคนที่มีโรคประจำตัวแล้วรับประทานยา
00:23:5500:23:56อยู่
00:23:5600:23:57>> นะก็ต้องพึงระวัง
00:23:5700:23:58>> อื
00:23:5800:24:01>> อ่าเพราะบางทีสารบางอย่างเนี้ยมีฤทธิ์ใน
00:24:0100:24:03การต้านการแข็งตัวของเลือด
00:24:0300:24:04>> อย่างเงี้ย
00:24:0400:24:06>> มันช่วยสลายสายลิ่มเลือดแล้วแล้วผู้ป่วย
00:24:0600:24:10เช่นโรคหัวใจกินยาในกลุ่มของเอ่อยาที่
00:24:1000:24:15ช่วยสายนะพวกวัฟเฟอรินนะหรือเอ่อแอสไพin
00:24:1500:24:18อะไรพวกเนี้ยนะครับในการที่ต้านการแข็ง
00:24:1800:24:19ตัวของเลือดแล้ว
00:24:1900:24:23>> กินพวกสารจากธรรมชาติจากหหงอาหารอะไร
00:24:2300:24:25อย่างเงี้ยบางทีเรามองว่าก็มันธรรมชาติไง
00:24:2500:24:27>> แต่ยาคุณก็กินแล้วมันออกฤทธิ์อ
00:24:2700:24:28>> ต้านกัน
00:24:2800:24:31>> อ่าหรือบางทีเสริมกันเสริมกันก็ไม่ดีนะ
00:24:3100:24:31ครับ
00:24:3100:24:32>> อค่ะ
00:24:3200:24:35>> เกิดเลือดออกมาปุ๊บข้าง
00:24:3500:24:38มันก็หยุดยากมันก็มีปัญหาอีกและนะครับนะ
00:24:3800:24:41แล้วเนี่ยก็ต้องพึงระวังนะใช้อย่างเหมาะ
00:24:4100:24:44สมแต่ถ้าเราบริโภคเป็นอาหารเนี่ยมีความ
00:24:4400:24:47ปลอดภัยสูงกว่าในก่อกว่าพวกเป็นเม็ดเป็น
00:24:4700:24:50แคปซูลเพราะพวกนั้นเนี่ยมันสกัดมามีความ
00:24:5000:24:51เข้มข้น
00:24:5100:24:53>> นะค่อนข้างแบบสูงกว่าปกติ
00:24:5300:24:57>> อืก็ต้องระวังคืออ่าอาหารบางอย่างดี
00:24:5700:24:58>> ใช่
00:24:5800:24:59>> แต่มันอาจจะมี
00:24:5900:25:01>> มีปฏิสัมพันธ์กับยา
00:25:0100:25:01>> เออ
00:25:0100:25:05>> แต่ถ้าเกิดว่าเราดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ
00:25:0500:25:07อย่างที่บอกก่อนที่จะไปกินยา
00:25:0700:25:07>> ค่ะ
00:25:0700:25:11>> เรากินอาหารเหล่าเนี้ยมันช่วยในการที่จะ
00:25:1200:25:16ชะลอหรือป้องกันอ่าแบบเฮ้ยบางคนเริ่มไข
00:25:1600:25:19มันเริ่มสูงนะอ่าน้ำตาลเริ่มขึ้นอย่าง
00:25:1900:25:21เงี้ยครับคืออยู่ในภาวะปริ่มน้ำแล้วอ่ะ
00:25:2100:25:24คุณรู้มั้คือคือปริ่มน้ำแล้วอ่ะฉันยังไม่
00:25:2400:25:27กินยานะสิ่งเหล่าเนี้ยอาจารย์ว่ามันมี
00:25:2700:25:32หลักฐานการศึกษาวิจัยที่ช่วยในการชะลอ
00:25:3200:25:34หรือช่วยในการบำบัดได้เบื้องต้น
00:25:3400:25:35>> อื
00:25:3500:25:37>> อ่าเช่นไขมันฉันเริ่มสูงและ
00:25:3700:25:37>> ค่ะ
00:25:3700:25:44>> อ่าเราออกกำลังเอ่อควบคุมอาหารนะแล้วก็
00:25:4400:25:47แทนที่จะไปกินน้ำหวานน้ำอัดลมเราดื่มมัฉะ
00:25:4700:25:50มันก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดี
00:25:5000:25:52>> ร่วมกับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือวิถี
00:25:5200:25:53ชีวิตของเรา
00:25:5300:25:56>> นะก่อนที่เราจะไปกินยาส่วนคนที่กินยาแล้ว
00:25:5600:26:00>> ก็อย่าไปคาดหวังว่าเฮ้ยเนี่ยเดี๋ยวมันจะ
00:26:0000:26:02ทำให้ฉันหายจากโรค
00:26:0200:26:04>> เพราะอาหารมันคืออาหารนี่แหละต่อให้มันจะ
00:26:0400:26:07ใช้ในลักษณะของยาก็ตามแต่นั่นคือคุณต้อง
00:26:0700:26:10อยู่ในภาวะที่พึ่งเริ่ม
00:26:1000:26:10>> อื
00:26:1000:26:13>> อ่าเล็กน้อยปิ่มๆแต่ถ้าเกิดว่ามันเกิน
00:26:1300:26:15ป้ายไปไกลแล้วอย่างเงี้ยบางคนไขมันสูง
00:26:1500:26:17ปรี๊ดแล้วคุณจำเป็นต้องกินยา
00:26:1700:26:19>> แต่คุณจะมาหวางผึ้งมัฉะ
00:26:1900:26:19>> อือ
00:26:1900:26:20>> ก็ไม่ใช่แล้ว
00:26:2000:26:21>> ใช้ยาเถอะ
00:26:2100:26:24>> อ่าอันนี้ยก็ฝากไว้ว่าเฮ้ยใช้ยาแล้วค่อยๆ
00:26:2400:26:26ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมเพราะอนาคต
00:26:2600:26:29>> คุณก็สามารถที่จะลดยาได้โดยอยู่ภายใต้การ
00:26:2900:26:33ควบคุมดูแลของแพทย์อืนะคะเห็นมั้ยคะว่ามี
00:26:3300:26:36ประโยชน์มากแหละฟังดูแล้วเดี๋ยวว่าคงได้
00:26:3600:26:39ไปหามาอีกแน่ๆฟังอะไรก็ไปหามาตลอดเลยนะคะ
00:26:3900:26:41เพื่อสุขภาพที่ดีนั่นเองแต่ต้องปรับ
00:26:4100:26:42เปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองเหมือนกันเพราะว่า
00:26:4200:26:45ค่อนข้างจะเหนื่อยนิ่ง
00:26:4500:26:46อย่างที่อาจารย์บอกนะคะขอบคุณอาจารย์
00:26:4700:26:48เอกราชค่ะที่มาให้ความรู้กับเราในวันนี้
00:26:4800:26:50ค่ะขอบคุณค่ะ
00:26:5000:26:51>> สวัสดีค่ะ
00:26:5100:26:54>> หมดเวลาแล้วค่ะคุณผู้ฟังเราจะกลับมาพบกัน
00:26:5400:26:56ใหม่ครั้งหน้ากับรายการโรงหมอทาง Thai
00:26:5600:26:58PBS Podcast นะคะวันนี้ลาไปก่อนสวัสดี
00:26:5800:26:59ค่ะ
00:26:5900:27:02>> This is Thai PBS Podcast
00:27:0200:27:05>> ไวรรัฐ HIV มาจากสัตว์ชนิดใดทำลายร่างกาย
00:27:0500:27:08ของเราได้อย่างไร HIV ต่างจากเอดอย่างไร
00:27:0800:27:10ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จันทวิภาดีลก
00:27:1000:27:12สัมพันธ์ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์และ
00:27:1200:27:15ครอบครัวมาเล่าให้ฟังครับ
00:27:1500:27:18>> HIV เนี่ยมันคือชื่อของเชื้อโรคต้น
00:27:1800:27:21กำเนิดของไวรัสตัวเนี้ยมันเป็นไวรัสที่มา
00:27:2100:27:25จากลิงชื่อว่า SIV
00:27:2500:27:28SIV เนี่ยมันเป็นไวรัสที่มีอยู่ในลิง
00:27:2800:27:31หลายสายพันธุ์เลยนะฮะโดยเฉพาะทางแอฟริกา
00:27:3100:27:34เป็นไวรัสอยู่ในตัวลิงแต่ลิงเ้าไม่ได้
00:27:3400:27:36เป็นอันตรายจากไวรัสส่วนนี้มันอยู่ในลิง
00:27:3600:27:39ของมันดีๆอ่ะค่ะมันก็ไม่เป็นไรแต่ปรากฏ
00:27:3900:27:41ว่ามันเข้ามาอยู่ในคนพอมันเข้ามาในคนแล้ว
00:27:4100:27:45เนี่ยมันแปลงตัวค่ะจาก SIV ของลิงกลาย
00:27:4500:27:47เป็น HIV ในคน
00:27:4700:27:50>> ก็คงสงสัยว่าเอ๊ะมันเข้ามาในจากลิงมาคน
00:27:5000:27:53ได้ไงล่ะในขณะที่เกิดการล่าเนี่ยลิงก็อาจ
00:27:5300:27:56จะมากัดขวนหรือจะอะไรก็แล้วแต่แล้วเชื้อ
00:27:5600:27:58ไวรัสพวกเนี้ยมันก็จะอยู่ในสารคัดหลังของ
00:27:5900:28:03ลิงเช่นน้ำลายนะฮะในเลือดในน้ำมูกในอะไร
00:28:0300:28:05พวกเนี้ยมันก็เลยผ่องถ่ายเข้าสู่กระแส
00:28:0500:28:08เลือดของคนได้แต่ที่ประหลาดที่สุดเลยก็
00:28:0800:28:11คือคนที่เป็นโรคจิตแล้วมีเซ็ก์กับลิงมัน
00:28:1100:28:14ก็เลยเริ่มที่จะเกิดการโยงถ่ายจากลิงไป
00:28:1400:28:18สู่คนเนี่ยประมาณศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา
00:28:1800:28:20เนี่ยแล้วก็กระจายไปทั่วโลกซึ่งเข้าสู่
00:28:2000:28:23ประเทศไทยเราเนี่ยประมาณปี 2527 พอมัน
00:28:2300:28:26เข้ามาในร่างกายคนเราแล้วเนี่ยมันจะเข้า
00:28:2600:28:30ไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันโรคของเราค่ะมันจะ
00:28:3000:28:33ทำให้ไอ้เม็ดเลือดขาวตัวสำคัญของเราเนี่ย
00:28:3300:28:37นะคะเขาเรียกว่า CD4 ลดลงทำให้ภูมิต้าน
00:28:3700:28:40ทายของร่างกายต่ำลงเรื่อยๆก็เลยรับโรค
00:28:4000:28:42เนี่ยได้ง่ายกว่าคนอื่นเค้าจะเทียบ
00:28:4200:28:45อย่างี้ค่ะ HIV นี่คือเชื้อโรคแต่ถ้าคน
00:28:4500:28:48ที่รับเชื้อ HIV เข้าไปแล้วภูมิต้านทาน
00:28:4800:28:50หรือเจ้า CD4 เนี่ยมันต่ำลงเรื่อยๆเรื่อย
00:28:5000:28:53ๆจนกระทั่งเกิดโรคอื่นที่เราเรียกว่าโรค
00:28:5300:28:57ฉวยโอกาสตรงนี้แหละเขาจึงจะให้นิยามของคน
00:28:5700:28:59ๆนี้ว่าเป็นอ
00:28:5900:29:02>> มีหลายแบบหลายอย่างมากเลยแตกต่างกันไป
00:29:0200:29:05แล้วแต่ว่าเราป่วยด้วยโรคฉวยโอกาสอะไรมัน
00:29:0500:29:08ก็มีวิธีการติดต่อที่สำคัญสำคัญเพราะจริง
00:29:0800:29:10ๆเราทราบอยู่แล้วว่าเชื้อเนี่ยมันจะมี
00:29:1000:29:14ตั้งแต่ในน้ำลายน้ำมูกนะคะในเลือดในสาร
00:29:1500:29:17คัดหลังช่องคลอดในน้ำอสุจิในน้ำนมมันมี
00:29:1700:29:20หมดแต่ปริมาณของเชื้อในแต่ละจุดไม่เท่า
00:29:2000:29:23กันที่มากที่สุดที่จะทำให้เกิดการติด
00:29:2300:29:25เชื้อได้มากที่สุดก็คือการมีเพศสัมพันธ์
00:29:2500:29:27โดยไม่มีการป้องกันคือไม่สมถุงยางอนามัย
00:29:2700:29:30เพราะว่าทั้งน้ำคัดหลังทางทวันหนักหรือใน
00:29:3000:29:33ช่องคลอดไม่ว่าจะเป็นเซ็ก์ระหว่างชายกับ
00:29:3300:29:36ชายหญิงกับหญิงหรือชายกับหญิงนะคะโอกาส
00:29:3600:29:38ติดเชื้อเหมือนกันหมดเพราะฉะนั้นเราพบว่า
00:29:3900:29:43คนที่ติดเชื้อ HIV เนี่ยส่วนใหญ่ 80% ค่ะ
00:29:4300:29:46ที่มาจากการมีเพศสัมพันธ์
00:29:4600:29:48[เพลง]
00:29:4800:29:52This is Thai PBS Podcast
00:29:5200:29:55ติดตามรายการของ Thai PBS Podcast ได้
00:29:5500:29:57ทางเว็บไซต์ www.thaipspodcast.com
00:29:5700:30:00thaippbspodcast.com
00:30:0000:30:03แอปพลิเคช Thai PBBS Podcast รวมถึงฟัง
00:30:0300:30:08ผ่านพcastช่องทางอื่นๆ Spotify YouTube
00:30:0800:30:11Apple Podcast และ Soundcloud เ้า
00:30:1100:30:14[เพลง]