00:00:01 → 00:00:06ยังจำเมื่อ 2 เดือนก่อนได้ไหมที่หมอท้าลด
00:00:06 → 00:00:07น้ำหนักในผู้สูงอายุ
00:00:08 → 00:00:138 กิโลใน 8 สัปดาห์มาดูกันว่าหมอทำ
00:00:13 → 00:00:16สำเร็จไหมและหมอค้นพบอะไรในการลดน้ำหนัก
00:00:16 → 00:00:23ครั้งนี้
00:00:23 → 00:00:26สวัสดีครับทุกท่านเพจหมอทรัพย์ทางบาด
00:00:27 → 00:00:34เดียวและ YouTube
00:00:34 → 00:00:38ในเรื่องของคำถามทางบ้านนะครับที่เคยถาม
00:00:38 → 00:00:42ทิ้งไว้แล้วก็เคยท้าทิ้งเอาไว้ว่าเอ๊ะใน
00:00:42 → 00:00:43คนอายุ
00:00:43 → 00:00:48สูงวัยสามารถลดน้ำหนักได้หรือเปล่านะครับ
00:00:48 → 00:00:52นะแล้วถ้าลดควรจะลดวิธีไหนแล้วคนที่ออกมา
00:00:52 → 00:00:56พูดเนี่ยหมอที่เขาออกมาพูดกันหรือแม้แต่
00:00:56 → 00:00:59ฟิตเนสเทรนเนอร์อะไรก็แล้วแต่เนี่ยออกมา
00:00:59 → 00:01:01พูดเกี่ยวกับการลดน้ำหนักเขาเคยใช้วิธี
00:01:01 → 00:01:04การลดน้ำหนักอย่างที่เขาพูดไหมนะครับนะ
00:01:04 → 00:01:08ตัวหมอเองนะอย่างที่บอกว่าในชีวิตนี้ไม่
00:01:08 → 00:01:10เคยลดน้ำหนักเลยนะเกิดมาก็มีแต่น้ำหนัก
00:01:10 → 00:01:15เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆมาครั้งนี้เป็น
00:01:15 → 00:01:18ครั้งแรกที่ทำการลดน้ำหนักนะครับคลิปนี้
00:01:18 → 00:01:23อาจจะยาวนิดนึงถ้าสมมุติว่าเราอดทนทำฟัง
00:01:23 → 00:01:27ไม่เคลื่อนไหวก็เลื่อนไปที่ท้ายๆคลิปได้
00:01:27 → 00:01:31เลยแต่ท่านจะคล้ายๆว่าเสียเสียโอกาสในการ
00:01:31 → 00:01:33ที่จะรับรู้รายละเอียด
00:01:33 → 00:01:38ปริศนาว่าทำไมเราสามารถลดน้ำหนักได้
00:01:38 → 00:01:43มาฟังทางนี้การลดน้ำหนัก 8 กิโลใน 8
00:01:43 → 00:01:46สัปดาห์เนี่ยด้วยกฎ 8 ข้อเนี่ยทำอย่างไร
00:01:46 → 00:01:50นะครับนะเดี๋ยวหมอจะค่อยๆพูดให้ฟัง
00:01:50 → 00:01:54อย่างที่บอกก่อนหน้านี้เมื่อ 8 สัปดาห์
00:01:54 → 00:01:57ที่แล้วหรือ 2 เดือนที่แล้วเนี่ยหมอเคย
00:01:57 → 00:02:00เท้าลดน้ำหนักว่าเราสามารถลดน้ำหนักได้
00:02:00 → 00:02:04ไหมโดยวิธีการผสมผสานผสมผสานในที่นี้คือ
00:02:04 → 00:02:08การทำ is นะครับแล้วก็บวกการที่คุม
00:02:08 → 00:02:11แคลอรี่การทำ If หลายคนคงรู้อยู่แล้วล่ะ
00:02:11 → 00:02:13ก็คือ
00:02:13 → 00:02:18มีช่วงระยะเวลาในการกินสักช่วงหนึ่งแต่
00:02:18 → 00:02:21ชั่วโมงบ้าง 4 ชั่วโมงบ้างและที่เหลือ
00:02:21 → 00:02:23ทั้งวันก็
00:02:23 → 00:02:26อาหารนะครับนะแต่หมอเนี่ยบวกในเรื่องของ
00:02:26 → 00:02:30การคุมแคลอรี่เข้าไปด้วยเพราะหมอมองว่า
00:02:30 → 00:02:33ความรู้ตั้งแต่ตอนที่เรียนมาตอนเด็กๆก็
00:02:33 → 00:02:36คือว่า intake น้อย
00:02:36 → 00:02:39output มากๆก็คือจะผอมลงเพราะฉะนั้นเรา
00:02:39 → 00:02:43จะต้อง resist ก็คือคุมตัวแคลอรี่ไม่ใช่
00:02:43 → 00:02:47ว่าเราทำ If แล้วเราจะกินได้เต็มที่ใน
00:02:47 → 00:02:49ช่วงที่เขาปล่อยให้เรากินอันนั้นหมอมอง
00:02:49 → 00:02:53ว่าไม่ถูกต้องนะเรากินได้ก็จริงแต่เราควร
00:02:53 → 00:02:56จะกินเป็นมื้อมาดูกันต่อ
00:02:56 → 00:03:00นะครับอย่างที่บอกว่า If คือการอดอาหารใน
00:03:00 → 00:03:04ช่วงระยะเวลานะ 16 8 18 6 หรือ 24 ก็
00:03:04 → 00:03:08แล้วแต่ช่วงกินก็ให้กินช่วงอดแต่ก็ให้อด
00:03:08 → 00:03:11นะแต่หมออย่างที่บอกว่าทำ If บวกกับ
00:03:11 → 00:03:14แคลอรี่และ section คือคุมอาหารคุมอาหาร
00:03:14 → 00:03:17แบบไหนก็อย่างที่บอกว่ากินเฉพาะในมื้อไม่
00:03:17 → 00:03:21กินจุกนะเขาให้กินเที่ยงก็กินเที่ยงให้
00:03:21 → 00:03:25กินเย็นก็กินเย็นช่วงใช้เวลาระหว่างนั้น
00:03:25 → 00:03:28ไม่กินเลยนะครับถ้าหิวก็กินน้ำเอานะครับ
00:03:28 → 00:03:30โดยจำกัด
00:03:30 → 00:03:35แคลอรี่แต่ละวันอย่างที่บอกว่าเคยเคยพูด
00:03:35 → 00:03:39ไปแล้วว่าเราจะต้องคำนวณก่อนว่าเราจะ
00:03:39 → 00:03:43ใช้แคลอรี่ต่อวันเนี่ยเท่าไหร่อย่าง
00:03:43 → 00:03:46สมมุติหมอเคยคำนวณไว้แล้วแคลอรี่ของหมอ
00:03:46 → 00:03:50เนี่ยใช้ 2,100 กิโลแคลอรี่ต่อวันหมอก็ทำ
00:03:50 → 00:03:55การจำกัดแคลอรี่ลงคือลดแคลอรี่ลง 1 ใน 3
00:03:55 → 00:03:581 ใน 3 ก็คือวันหนึ่งหมอก็จะเหลือแค่
00:03:58 → 00:04:001,400 กิโลแคลอรี่
00:04:00 → 00:04:031,400 กิโลแคลอรี่หมอก็จะแบ่งเป็น 2
00:04:03 → 00:04:07มื้อง่ายๆเลยมื้อกลางวัน 700 กิโลแคลอรี่
00:04:07 → 00:04:12มื้อเย็น 700 กิโลแคลอรี่นะครับนะ
00:04:12 → 00:04:17เกิดอะไรขึ้นสรุปผลงานการลดน้ำหนักนะ
00:04:17 → 00:04:21อย่างที่บอกว่าหมอเคยเท้าไว้ใครที่ลดน้ำ
00:04:21 → 00:04:25หนักสำเร็จทำภาพนี้มาส่งได้เลย
00:04:25 → 00:04:29หมอเริ่มน้ำหนักนะครับวันที่ 29 นะเดือน 9
00:04:29 → 00:04:33จากน้ำหนัก 76.2 กิโลกรัมนะครับนะมาในวัน
00:04:33 → 00:04:36ที่ 15 เดือน 11 คือจริงๆก็อย่างที่บอก
00:04:36 → 00:04:39ว่า 8 สัปดาห์จริงๆ 7-8 สัปดาห์เนี่ยลด
00:04:39 → 00:04:40ได้
00:04:40 → 00:04:4468.6 ก็คือโดยรวมแล้วเฉลี่ยนะก็คือเกือบ
00:04:44 → 00:04:478 กิโลกรัมก็แล้วกัน 8 กิโลกรัมจริงๆตอน
00:04:47 → 00:04:51นี้วันนี้วันที่ 27 ก็ 8 กิโลกรัมเป็น
00:04:51 → 00:04:53แล้วล่ะนะครับนะ
00:04:53 → 00:04:58โดยมีข้อสังเกตคือจริงๆมันไม่ได้ลด
00:04:58 → 00:05:01กิโลกรัมละ 1 สัปดาห์นะมันไม่ใช่อย่าง
00:05:01 → 00:05:04นั้นนะเวลาลดจริงๆมันกลายเป็นว่าช่วงแรก
00:05:04 → 00:05:07เนี่ย 2 สัปดาห์แรกหมอลดได้ 4 กิโลกรัม
00:05:07 → 00:05:12แต่พอในช่วงถัดมาเนี่ยในช่วงสัปดาห์ที่
00:05:12 → 00:05:152-3 เดือนที่ 6 เนี่ยโอ๊ยกว่าจะลดลงได้
00:05:15 → 00:05:21ยากมากเลยนะครับนะ 2 กิโลเอง 2 กิโลใน 1
00:05:21 → 00:05:23เดือนและ
00:05:23 → 00:05:26หลังจากผ่านไอ้แนวต้านมาแล้วเนี่ยก็จะได้
00:05:26 → 00:05:282 กิโลกรัมใน 2 สัปดาห์
00:05:29 → 00:05:33มันมีอะไรหมอบอกอย่างนี้นะคือในช่วง 4
00:05:33 → 00:05:35กิโลกรัมแรกเนี่ยหมอมองว่ามันจะมี 1
00:05:35 → 00:05:37กิโลกรัมแรกเนี่ยเป็น
00:05:38 → 00:05:42กิโลที่คล้ายๆว่าไม่ constant หมายความ
00:05:42 → 00:05:46ว่าเรากินอะไรเข้าไปก็แล้วแต่หรือไม่ถ่าย
00:05:46 → 00:05:51ท้องผูกกินเยอะน้ำหนักมันก็ขึ้นแต่ถ้าได้
00:05:51 → 00:05:55ถ่ายกินน้อยลงหรือว่าปัสสาวะออกไปน้ำหนัก
00:05:55 → 00:05:57มันก็จะลดเพราะฉะนั้นเนี่ยไอ้หนึ่งกิโล
00:05:57 → 00:05:59แรกหมอมองว่ามันไม่ constant ไม่คงที่
00:05:59 → 00:06:02หลังจากนั้นน้ำหนักที่ลงเป็นน้ำหนักที่
00:06:03 → 00:06:06แท้จริงคล้ายๆอย่างนั้นนะแต่คราวนี้มันก็
00:06:06 → 00:06:09จะมาติดในช่วงอย่างที่บอกว่าช่วงสัปดาห์
00:06:09 → 00:06:12ที่ 2 ถึงสัปดาห์ที่ 6 ก็คือเดือนนึงน่ะ
00:06:12 → 00:06:15กว่าจะลดลงได้เนี่ย 2 กิโลเนี่ยยากมากเลย
00:06:15 → 00:06:19ก็คือเฉลี่ยลดลงได้
00:06:19 → 00:06:23ครึ่งกิโลกรัมต่อ 1 สัปดาห์นะครับนะมัน
00:06:23 → 00:06:25เกิดอะไรขึ้น
00:06:25 → 00:06:28หมอเรียนรู้อะไรก็คืออย่างที่บอกว่าครึ่ง
00:06:28 → 00:06:30กิโลกรัมเนี่ยใน
00:06:30 → 00:06:341 สัปดาห์หรือ 2 กิโลกรัมใน 1 เดือนหมอ
00:06:34 → 00:06:37มองว่ามันแรงต้านหมอจะขอใช้ความรู้ basic
00:06:37 → 00:06:41พื้นฐานก่อนคือเวลาเราเกิดปัญหานะเราก็จะ
00:06:41 → 00:06:44กลับไปคิดถึง basic ที่เราเรียนมาก่อนคือ
00:06:44 → 00:06:48พลังงานของร่างกายเนี่ยก็คือน้ำตาล
00:06:48 → 00:06:52พลังงานของรถก็คือน้ำมันใช่ไหมมันคือน้ำ
00:06:52 → 00:06:54เหมือนกันเพราะฉะนั้นเนี่ยอย่างที่บอกว่า
00:06:54 → 00:06:58ถ้าเรารับประทานน้ำตาลเข้าไปเนี่ยร่างกาย
00:06:58 → 00:07:01จะเอาน้ำตาลไปเป็นพลังงานน้ำตาลส่วนที่
00:07:01 → 00:07:04เกินนะครับนะร่างกายจะผลิต
00:07:04 → 00:07:07อินซูลินออกมาคืออินซูลินเนี่ยจะหลั่งออก
00:07:07 → 00:07:10จากตับอ่อนนะดูภาพตามนะหลังออกจากตับอ่อน
00:07:10 → 00:07:15เพื่อเก็บสะสมตัวน้ำตาลเป็นพลังงานชนิด
00:07:15 → 00:07:19หนึ่งก่อนพลังงานที่ใช้ง่ายๆเขาเรียกว่า
00:07:19 → 00:07:23ไกลโคเจนและถ้ามันเหลือขึ้นไปอีกเขาก็จะ
00:07:23 → 00:07:28สะสมมันในรูปของไขมันมันเข้าใจแล้วนะและ
00:07:28 → 00:07:31เมื่อภาวะที่น้ำตาลในร่างกายมันต่ำมันจะ
00:07:31 → 00:07:34มีฮอร์โมนอีกตัวหนึ่งที่ชื่อว่ากูคาก้อน
00:07:34 → 00:07:38จำชื่อนี้ไว้เลยนะกูขากั้นหลั่งออกมาจาก
00:07:38 → 00:07:41แผ่นเคสเหมือนกันแต่คนละเซลล์กันนะครับนะ
00:07:41 → 00:07:46มาสลายแก่โคเจนที่เคยเก็บสะสมไว้ในตับนะ
00:07:46 → 00:07:51และสลายไขมันมาใช้เป็นพลังงานจากนั้นถ้า
00:07:51 → 00:07:55ยังไม่พอก็จะขนาดสลายไกลโคเจนจากกล้าม
00:07:55 → 00:07:58เนื้อเป็นลำดับท้ายๆคือสรุปง่ายๆว่า
00:07:58 → 00:08:02น้ำตาลที่เราทานเข้าไปเนี่ยมันจะถูกสะสม
00:08:02 → 00:08:07เป็นเขาเรียกว่าสะสมเป็นใจคอลเจนในส่วน
00:08:07 → 00:08:12ของกล้ามเนื้อและในส่วนที่ต่ำนะสะสมใน
00:08:12 → 00:08:16ส่วนที่ตับประมาณสัก 1 ส่วนสะสมในส่วนของ
00:08:16 → 00:08:20กล้ามเนื้อ 4 ส่วนแล้วจากนั้นค่อยสะสม
00:08:20 → 00:08:25เป็นไขมันใกล้เล่นเป็นส่วนที่นำมาใช้ได้
00:08:25 → 00:08:30ง่ายกว่าไขมันก็แล้วกันนึกออกไหมอันนี้จำ
00:08:30 → 00:08:33ตรงนี้ให้ดีๆนะ
00:08:33 → 00:08:37เมื่อกี้นี้หมอลืมพูดไปบอกว่าเอ้ยในเมื่อ
00:08:37 → 00:08:40เรารู้แล้วว่าเรากินอาหารเข้าไปแล้วอาหาร
00:08:40 → 00:08:42เนี่ยมันกลายเป็นกลูโคสมันเป็นน้ำตาล
00:08:42 → 00:08:46เนี่ยเราก็ควรที่จะศึกษาว่าน้ำตาลเนี่ย
00:08:46 → 00:08:49มันเปลี่ยนแปลงอย่างไรเรากินอะไรเข้าไป
00:08:49 → 00:08:52แล้วน้ำตาลมันเพิ่มขึ้นลดลงเวลาไหนมันก็
00:08:52 → 00:08:56จะมีความสำคัญแต่แน่นอนว่าคงจะไม่มีใคร
00:08:56 → 00:08:59บ้าที่จะมาตรวจระดับน้ำตาลในเลือดตลอด 24
00:08:59 → 00:09:03ชั่วโมงใช่ไหมแต่หมอเนี่ยบ้าพอ
00:09:03 → 00:09:07ซึ่งตรงนี้อย่างที่บอกว่าคุณไม่สามารถหา
00:09:07 → 00:09:10ได้จากคลิปไหนเลยนะว่าจะมีหมอคนไหนจะมา
00:09:10 → 00:09:14สามารถติดตามลำดับน้ำตาลในเลือดได้ตลอด 24
00:09:14 → 00:09:15ชั่วโมงมา
00:09:15 → 00:09:20อันนี้การติดตามนะระดับน้ำตาลในเลือดตลอด
00:09:20 → 00:09:2324 ชั่วโมงโดยที่ไม่ต้องเจาะเพราะอย่าง
00:09:23 → 00:09:25ที่บอกก็คือว่า
00:09:25 → 00:09:29จะเจาะเลือดที่ไปนิ้วมันก็ทรมานตัวเองก็
00:09:29 → 00:09:31ไม่ได้เป็นเบาหวานนะจะมานั่งเจาะเลือดที่
00:09:31 → 00:09:34ปลายนิ้วให้เจ็บตัวทำไมแต่หมอมีวิธี
00:09:34 → 00:09:40เดี๋ยวขอขอให้ดูคลิปนี้ก่อนนิดนึง
00:09:40 → 00:09:45อันนี้จะให้ดูอุปกรณ์ใช้คำว่าอุปกรณ์นะ
00:09:45 → 00:09:48ที่สามารถตรวจระดับน้ำตาลในเลือดได้
00:09:48 → 00:09:53นี่มันคล้ายๆนาฬิกาแต่คุณอย่าไปซื้อ
00:09:53 → 00:09:57นาฬิกาตามท้องตลาดนะมันไม่ใช่นะไอ้นั่น
00:09:57 → 00:10:01น่ะหลอกลวงแต่ไอ้เนี่ยของจริงนะครับนะหมอ
00:10:01 → 00:10:04ทดสอบมาแล้วนั่นก็คือมันเป็นอุปกรณ์วัด
00:10:04 → 00:10:06ระดับน้ำตาลในเลือดโดยที่เราไม่ต้องเจาะ
00:10:06 → 00:10:10เลือดนะครับนะอันนี้เขาพิสูจน์ว่าเออเขา
00:10:10 → 00:10:13ก็จะลองเจาะเลือดดูแหละที่ปลายนิ้วนะครับ
00:10:13 → 00:10:17นะว่าเฮ้ยอุปกรณ์ตัวนี้มันวัดระดับน้ำตาล
00:10:17 → 00:10:20ในเลือดได้จริงหรือเปล่าเท่ากันไหมนะครับ
00:10:20 → 00:10:24นะซึ่งผลลัพธ์ Amazing และตัวตัวหมอเอง
00:10:24 → 00:10:28เนี่ยก็พิสูจน์แล้วว่าเอ้ยมันวัดได้จริง
00:10:28 → 00:10:32และค่อนข้าง accuracy คือค่อนข้างตรงมากๆ
00:10:32 → 00:10:35ด้วยจริงๆเนี่ยอุปกรณ์ชนิดนี้มันดีกับ
00:10:35 → 00:10:37ความการวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเดียว
00:10:37 → 00:10:40นะจริงๆมันวัดอย่างอื่นได้ด้วยนะวัดระดับ
00:10:40 → 00:10:43ยูริก Asics ในร่างกายก็ได้นะ
00:10:43 → 00:10:47ตะกี้นี้เราก็ได้เห็นแล้วว่าอุปกรณ์ชนิด
00:10:47 → 00:10:50นั้นนะมันวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้ยังไง
00:10:50 → 00:10:54นะอันนี้คือกราฟที่มันต่อเข้ากับตัวมือ
00:10:54 → 00:10:58ถือหมอจะให้ดูอะไรก็คือคือตอนช่วงที่หมอ
00:10:58 → 00:11:01น้ำหนักตัวไม่ลงเนี่ยหมอว่าทำไมมันน้ำ
00:11:01 → 00:11:05หนักตัวลงช้ามากๆหมอก็เลยวัดระดับน้ำตาล
00:11:05 → 00:11:07ในเลือดแล้วมันค้นพบอะไรบ้างคืออย่างที่
00:11:07 → 00:11:10บอกว่าเรารู้อยู่แล้วล่ะว่าถ้าสมมุติเรา
00:11:10 → 00:11:13กินอาหารเข้าไปอย่างนึงเนี่ยประมาณสัก 1-2
00:11:13 → 00:11:16ชั่วโมงนะตามเนื้อหาระดับน้ำตาลในเลือด
00:11:16 → 00:11:18เราจะขึ้นแต่
00:11:18 → 00:11:22มันมีช่วงที่เราทำ fasting ใช่ไหมช่วงที่
00:11:22 → 00:11:25ของงดอาหารตั้งแต่ 2 ทุ่มเนี่ยจนถึงตอน
00:11:25 → 00:11:28ช่วงเที่ยงเนี่ยเราไม่ได้กินอะไรเข้าไป
00:11:28 → 00:11:32แต่ระดับน้ำตาลในเลือดเรากลับสูงขึ้นถ้า
00:11:32 → 00:11:35ดูจากกราฟเนี่ยจะเห็นว่าหมอนรองวัดระดับ
00:11:35 → 00:11:38น้ำตาลในเลือดตอนสักเที่ยงคืนซึ่งผ่านจาก
00:11:39 → 00:11:43อาหารมื้อสุดท้ายหมอตอนทุ่มนึงมาเกือบ 5-6
00:11:43 → 00:11:45ชั่วโมงแล้วระดับน้ำตาลในเลือดเหมาะสูง
00:11:45 → 00:11:48ขึ้นซึ่งตอนนั้นเนี่ยหมอรู้สึกว่าหมอหิว
00:11:48 → 00:11:51นะรู้สึกหิวแต่ไม่อยากกินแต่ไม่กล้ากิน
00:11:51 → 00:11:55ปรากฏว่าพอเราท้องร้องปุ๊บร่างกายเรามี
00:11:55 → 00:11:59การพยายามหลั่งน้ำตาลแห่งพยายามเขาเรียก
00:11:59 → 00:12:01ว่าหลัง
00:12:01 → 00:12:05ออกมากูคาก้อนก็คือสารที่จะไปฮอร์โมนที่
00:12:05 → 00:12:08จะไปสลายไกลโคเจนให้กลายเป็นน้ำตาลใช่ไหม
00:12:08 → 00:12:12คือกลายเป็นว่าระดับน้ำตาลตอนเที่ยงคืนนะ
00:12:12 → 00:12:15กลับก่อนเที่ยงช่วงที่เราจะหิวเนี่ยมัน
00:12:15 → 00:12:18สูงขึ้นโดยที่เราไม่ได้กินอาหารแปลกมั้ย
00:12:18 → 00:12:20ล่ะใช่มั้ย
00:12:20 → 00:12:22มาดูอันนี้
00:12:22 → 00:12:25อันนี้เป็นกลไกอธิบายทั้งหมดเลยของร่าง
00:12:25 → 00:12:28กายนะครับสำคัญมากๆ
00:12:28 → 00:12:31โลกูโคสเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเราต่ำนะ
00:12:31 → 00:12:35หรือเราตัดแว่นตาในเลือดเราต่ำปุ๊บเนี่ย
00:12:35 → 00:12:39พอร่างกายจะหลั่งกูขับก้อนออกมากูคาก้อน
00:12:39 → 00:12:42คือพระเอกของเรื่องนี้เลยคือกูคากอนเนี่ย
00:12:42 → 00:12:45จะไปสลายตัวไกลโคเจนและสลายไขมันใช่ไหม
00:12:45 → 00:12:50เพื่อให้กายเป็นกลูโคสดูดูเขาเรียกยังไง
00:12:50 → 00:12:56ลูกศรสีเขียวอันล่างนะเห็นไหมกูคาก้อนไป
00:12:56 → 00:12:59ที่ไกลโคเจนและเปลี่ยนไกลโคเจนให้เป็น
00:12:59 → 00:13:03กลูโคสเป็นพลังงานกูขับก้อนอยู่ทั้งในตับ
00:13:03 → 00:13:06และอยู่ในถังของกล้ามเนื้อแต่มันจะเลือก
00:13:06 → 00:13:10สลายที่ตับก่อนเพราะว่ามันอยู่ใกล้กับตับ
00:13:10 → 00:13:14อ่อนใช่ไหมจะไปสลายตัวกล้ามเนื้อไกลโคเจน
00:13:14 → 00:13:17ในกล้ามเนื้อก็ต่อเมื่อมันสลายไขมันแล้ว
00:13:17 → 00:13:21นะครับนะไกลโคเจนอีกลูกศรนึงที่เลือกขึ้น
00:13:21 → 00:13:26ไปก็คือใจสลายตัวเซลล์ไขมันให้ออกมาเป็น
00:13:26 → 00:13:29fatty Acid กับ ketone Body หลายคนคง
00:13:29 → 00:13:33จะคุ้นกับคำว่าคีโตนใช่ไหมที่โต๊ะในที่
00:13:33 → 00:13:36นี้เมื่อมันหลังออกมามันจะทำให้เราร่าง
00:13:36 → 00:13:39กายรู้สึกอิ่ม
00:13:39 → 00:13:41เพราะฉะนั้นอย่างที่บอกว่าบางคนรู้สึกว่า
00:13:41 → 00:13:45หิวไปนานๆแต่พอไม่กินแล้วมันอิ่มเองอัน
00:13:45 → 00:13:47นี้คือเป็นตัวที่บอกว่าเมื่อคีโตนหลั่ง
00:13:48 → 00:13:51ออกมาก็จะทำให้เรารู้สึกอิ่มไม่หิวแล้วนะ
00:13:51 → 00:13:54ครับนะเพราะฉะนั้นอย่างที่บอกว่า
00:13:54 → 00:13:57กลูโคสเป็นพลังงานนะคีโตนบอดี้ก็เป็นพลัง
00:13:57 → 00:14:00งาน fatty assist ก็เป็นพลังงานที่ร่าง
00:14:00 → 00:14:04กายสามารถนำไปใช้ได้เข้าใจนะเพราะฉะนั้น
00:14:04 → 00:14:08ความหิวมันจึงมีความจำเป็นกับร่างกายของ
00:14:09 → 00:14:14เราเข้าใจไหมเพื่อให้เราสมองเราเนี่ยไป
00:14:14 → 00:14:18กระตุ้นการหลั่งไกลโคเจนออกมากระแสนะ
00:14:18 → 00:14:22ไกลโคเจนจะไปสลายเพื่อ
00:14:23 → 00:14:28เพื่อให้สมองเราหลังกลูคากอนออกมาและ
00:14:28 → 00:14:31กลูคากอนจะไปสลายไกลโคเจนให้กลายเป็น
00:14:31 → 00:14:32กลูโคส
00:14:32 → 00:14:38กูคากอนไปสลายไขมันให้เป็นคีโตนและเป็น
00:14:38 → 00:14:42Factory Acid มาใช้เป็นพลังงานคีโตน
00:14:42 → 00:14:46หลังออกมาแล้วทำให้รู้สึกหิวๆอยู่แล้วก็
00:14:46 → 00:14:46อิ่ม
00:14:47 → 00:14:51โอเคดูต่อ
00:14:51 → 00:14:54กูคาก้อนมาเกี่ยวอะไรกับตอนกลางคืนยัง
00:14:54 → 00:14:56เมื่อกี้เนี่ยที่หมอบอกว่าหมอเจาะเลือด
00:14:57 → 00:15:01ตอนกลางคืนแล้วปรากฏว่าระดับน้ำตาลใน
00:15:01 → 00:15:03เลือดมันสูงขึ้น
00:15:03 → 00:15:06ระดับน้ำตาลเม็ดเลือดในสูงขึ้นจะพูดย้อน
00:15:06 → 00:15:09กลับไปในยุคดึกดำบรรพ์มนุษย์เนี่ยมันถูก
00:15:09 → 00:15:12ดีไซน์มาก็คือว่าตอนกลางวันให้หาอาหารใช่
00:15:12 → 00:15:17ไหมบางคนหาอาหารเมื่อหาอาหารกินอาหารเข้า
00:15:17 → 00:15:18ไป
00:15:18 → 00:15:21อินซูลินก็จะหลั่งออกมาอินซูลินออกมา
00:15:21 → 00:15:24เพื่อเก็บเหมาะสมอาหารส่วนเกินหรือน้ำตาล
00:15:24 → 00:15:28ส่วนเกินเพื่อมาเก็บถนอมเอาไว้ในภาวะที่
00:15:28 → 00:15:30เราหาอาหารไม่ได้
00:15:30 → 00:15:34ดังนั้นอินซูลินมักจะหลั่งตอนกลางวันถูก
00:15:34 → 00:15:38ไหมแต่ตอนกลางคืนอย่างที่บอกว่าพอตอนกลาง
00:15:38 → 00:15:41คืนเราหลับไหลไม่ได้หาอาหารร่างกายยัง
00:15:41 → 00:15:45ต้องทำงานต่อไปกูคาก้อนจึงออกฤทธิ์ตอน
00:15:45 → 00:15:46กลางคืน
00:15:46 → 00:15:50กูค่อยๆออกฤทธิ์ตอนกลางคืนเพื่อมาสลายใจ
00:15:50 → 00:15:53คอลเจนให้กลายเป็นกลูโคสในช่วงที่เราไม่
00:15:53 → 00:15:57ได้หาอาหารหรือตอนที่เราหลับอยู่อันนี้
00:15:57 → 00:16:01เข้าใจตรงกันแล้วนะเพราะฉะนั้นกูคากอนตาม
00:16:01 → 00:16:04หลักคือหลังตอนกลางคืนอินซูลินหลังตอน
00:16:04 → 00:16:07กลางวันและเป็นอย่างนี้มาช้านานตั้งแต่
00:16:07 → 00:16:10ดึกดำบรรพ์แล้วนะครับนะนี่
00:16:10 → 00:16:15หมอจึงบอกว่าอินซูลินเป็นซันกูคากอนเป็น
00:16:15 → 00:16:19มูลเห็นไหมเอาหนังเกาหลีมาเลยนะครับนะและ
00:16:19 → 00:16:22อย่างที่บอกว่าไอ้นี่ก็คือ
00:16:22 → 00:16:26ภาพนี้ที่ให้ดูก็คือเขาเรียกว่า Caribian
00:16:26 → 00:16:29Little มันเป็นวงจรชีวิตหรือนาฬิกาชีวิต
00:16:29 → 00:16:33ที่ดำเนินมาตั้งแต่ 80000 ปีที่แล้วและ
00:16:33 → 00:16:36ยังเป็นอย่างนี้ต่อดังนั้นคนที่อดหลับอด
00:16:36 → 00:16:40นอนตอนกลางคืนเม็ดแต่บริซึมเลยพังเพราะ
00:16:40 → 00:16:43ว่าอะไรเพราะว่าร่างกายแทนที่ตอนกลางคืน
00:16:43 → 00:16:46เราหลับไหลแล้วกูขับก้อนมันจะล้างออกมา
00:16:46 → 00:16:49มันไม่ได้หลับเข้าใจไหมเมื่อมันไม่ได้
00:16:49 → 00:16:54หลั่งแทนที่ว่ามันจะสลายไขมันได้มันก็ไม่
00:16:54 → 00:16:57ได้สลายไขมันแล้วจับใช้อินซูลินอยู่ตลอด
00:16:57 → 00:17:01เวลา
00:17:01 → 00:17:05และคราวนี้เรารู้แล้วว่ากูขาดมันเป็นตัว
00:17:05 → 00:17:08ที่ทำให้เราผอมใช่ไหมเพราะมันสลายไขมัน
00:17:08 → 00:17:12แล้วเราจะทำอย่างไรจะล่อมันยังไงให้มัน
00:17:12 → 00:17:16หลั่งออกมาแบบฉลาดๆนะบางคนก็บอกว่าอด
00:17:16 → 00:17:20อาหารไปเลยสิใช่ไหมทหารไปเลยให้น้ำตาลใน
00:17:20 → 00:17:23เลือดมันต่ำแบบนั้นทำแบบนั้นให้ฉลาดมันจะ
00:17:23 → 00:17:26ต้องมีวิธีการที่ฉลาดกว่านั้นนะที่ยังดู
00:17:26 → 00:17:30แลสุขภาพได้ดีบางคนอย่างที่บอกว่าเด็กบาง
00:17:30 → 00:17:34คนบอกว่าเฮ้ย If ไปเลย 20/4 เกิดปัญหา
00:17:35 → 00:17:39เกิดปัญหาร่างกายพังพินาศนะ
00:17:39 → 00:17:43หลักการล่อให้กูคากอนมาออกฤทธิ์มากๆตอน
00:17:43 → 00:17:47กลางคืนก็คือยังไงอย่างที่บอกก็คือหมอทำ
00:17:47 → 00:17:49If ตอนเที่ยงกับตอน
00:17:49 → 00:17:54เขาเรียกทำ If ตอนช่วง
00:17:54 → 00:17:582 ทุ่มจนถึงเที่ยงนั่นคือช่วง
00:17:58 → 00:18:01intermittent fasting นะและกินตอน
00:18:01 → 00:18:05เที่ยงกับตอนหนุ่มทุ่มนะห้ามกินจุกจริงๆ
00:18:05 → 00:18:08ห้ามกินระหว่างมื้อนะแต่นี้สำคัญ
00:18:08 → 00:18:12ทานอาหารเท่ากันไหมต้องบอกว่าถ้าเรา
00:18:12 → 00:18:15ต้องการให้กูขับปั้นมันออกมากตอนกลางคืน
00:18:15 → 00:18:19เนี่ยเราต้องทานอาหารมื้อเย็นให้น้อยกว่า
00:18:19 → 00:18:23มื้อกลางวันเข้าใจไหมเพราะก็อย่างที่บอก
00:18:23 → 00:18:27ว่าถ้าน้ำตาลในเลือดเราต่ำใช่ป่ะแต่ตอน
00:18:27 → 00:18:30กลางคืนเราไม่ได้ใช้พลังงานแล้วใช่ป่ะเรา
00:18:30 → 00:18:33ก็ต้องการให้น้ำตาลในเลือดมันต่ำกูขับ
00:18:33 → 00:18:37ก้อนจะได้ออกมาเยอะๆเพื่อเปลี่ยนใจคอลเจน
00:18:37 → 00:18:39ให้กลายเป็นกลูโคสน้ำตาลในเลือดมันก็จะ
00:18:39 → 00:18:43ได้สูงใช่ไหมแต่ถ้าเราไปกินมื้อเย็นเยอะๆ
00:18:43 → 00:18:47พอเรากินมื้อเย็นเยอะๆมันก็สะสมเป็นไขมัน
00:18:47 → 00:18:50สิถูกตามอินซูลินก็จะหลั่งออกมาแล้วก็จะ
00:18:50 → 00:18:53ไปสะสมกลูโคสให้กลายเป็นไขมันซึ่งเราไม่
00:18:53 → 00:18:56ต้องการนะครับตอนคือเราใช้พลังงานน้อย
00:18:56 → 00:18:58อยู่แล้วนะ
00:18:58 → 00:19:03คราวนี้ทุกคนก็จะสงสัยว่าแล้วอย่างนี้หมอ
00:19:03 → 00:19:08ทานแต่ละมื้ออย่างไรมาดูกัน
00:19:08 → 00:19:11นี่คือสิ่งที่หมอทานเลยในช่วงที่อย่างที่
00:19:11 → 00:19:14บอกว่าน้ำหนักน้ำหนักน้ำหนักมันตันไปไม่
00:19:14 → 00:19:18เป็นก็คือหมอกินก็คือต้องกินคาร์โบไฮเดรต
00:19:18 → 00:19:22น้อยๆใช่ไหมกินคาร์โบไฮเดรตน้อยๆ
00:19:22 → 00:19:25มันเปลี่ยนเป็นกลูโคสได้ง่ายเพราะฉะนั้น
00:19:25 → 00:19:28เรากินน้อยหน่อยกินพอประมาณแต่ไม่ใช่ห้าม
00:19:28 → 00:19:33กินนะเราต้องกินนะเราต้องกินนะแต่กินน้อย
00:19:33 → 00:19:36ๆแต่ถ้าถามว่าอุ๊ยจำกัดกี่มิลลิกรัมกี่
00:19:36 → 00:19:40กรัมหมอไม่สนใจเลยก็คือกินข้าวอ่ะจานนึง
00:19:40 → 00:19:43หรือครึ่งจานเท่านั้นเองนะ
00:19:44 → 00:19:47คราวนี้อย่างที่บอกว่ามื้อเที่ยงหมอจะกิน
00:19:47 → 00:19:52เขาเรียกเนื้อสัตว์เยอะหน่อยนะกินผัก 1
00:19:52 → 00:19:56ส่วนกินข้าว 1 ส่วนนะถ้ามื้อเย็นนะบอกว่า
00:19:56 → 00:20:00จะกินผักเยอะหน่อยกินเนื้อสัตว์ลดลงเห็น
00:20:00 → 00:20:03ไหมมื้อเย็นกินเนื้อหนึ่งผักสองข้าวหนึ่ง
00:20:03 → 00:20:08เพราะอะไรกินผักเยอะหน่อยเพื่อที่ว่าผัก
00:20:08 → 00:20:10เนี่ยมันเป็นไฟเบอร์เพื่อให้เราได้ถ่าย
00:20:10 → 00:20:14ได้เราไม่อยากท้องผูกใช่ไหมกินอาหารเข้า
00:20:14 → 00:20:22ไปแล้วเนี่ยมันต้องมีสมดุลนะ
00:20:22 → 00:20:25วันทั้งวันทั้งคืนไม่ใช่นะครับนะหมอสลับ
00:20:25 → 00:20:30กินแบบนี้กินก็หายโปรตีนตอนกลางวันแล้วก็
00:20:30 → 00:20:35ลงโปรตีน low Cub ตอนเย็นและกินผักเยอะๆ
00:20:35 → 00:20:39คราวนี้บางคนบอกว่ากินคีโตนได้ไหมพันธุ์
00:20:39 → 00:20:42ลีโอได้ไหมแอบกินได้ไหมหมอมองอย่างนี้
00:20:42 → 00:20:46ต้องบอกว่าถ้าเรารู้กลไกอ่ะเราก็จะสงสัย
00:20:46 → 00:20:50นะกินคีโตก็คือเขาบอกว่ากินไขมันให้มัน
00:20:50 → 00:20:53เยอะเพื่อที่จะให้เรารู้สึกอิ่มแล้วพอเรา
00:20:53 → 00:20:56อิ่มแล้วร่างกายเราเห็นน้ำตาลน้อยจะได้
00:20:56 → 00:20:58เอามาใช้เป็นพลังงาน
00:20:58 → 00:21:01แล้วไอ้พลังไอ้ไขมันที่เรากินเข้าไปมันจะ
00:21:01 → 00:21:04หายไปไหนมันไม่ได้ถ่ายออกมันก็มันยังสะสม
00:21:04 → 00:21:08หรือเปล่านึกออกไหมแต่เข้าใจหลักการเข้า
00:21:08 → 00:21:11หาว่าคือให้คีโตนมันหลั่งออกมาแต่ว่าคิด
00:21:11 → 00:21:13โดนออกมาก็จะให้เรารู้สึกอิ่มใช่ไหมแต่
00:21:13 → 00:21:18ว่าของหมอก็ใช้ได้นะอย่าง pario ก็กินแบบ
00:21:18 → 00:21:22ก็อย่างที่บอกว่ากินผักอย่างที่หมอกินผัก
00:21:22 → 00:21:26ได้ไหมแล้วกินผักแบบโปรตีนกินใช้โปรตีน
00:21:26 → 00:21:29เป็นโปรตีนเป็นผักแทน
00:21:29 → 00:21:33เราก็มองว่าก็ไม่ต้องตึงถึงขนาดนั้นนะกิน
00:21:33 → 00:21:36ผักอะไรก็กินได้สำหรับหมอๆมองว่ากินให้
00:21:36 → 00:21:40มันง่ายเข้าว่าหากินง่ายๆไม่ต้องเรทติ๊ก
00:21:40 → 00:21:41ไม่ต้องไป
00:21:41 → 00:21:47ซื้อมากนะครับนะสรุปเลยอย่างที่บอกว่าแนะ
00:21:47 → 00:21:50นำวิธีการลดน้ำหนัก 8 ข้อแบบหมอเฉพาะทาง
00:21:50 → 00:21:53บาดเดียวคือ 1 ทานอาหาร 2 มื้อให้เลือก
00:21:53 → 00:21:56มื้อเที่ยงกับมื้อเย็นนะครับนะไม่ทาน
00:21:56 → 00:22:00อาหารระหว่างมื้อจำกัดปริมาณแคลอรี่ลดลง 1
00:22:00 → 00:22:04ใน 3 ของความต้องการพลังงานต่อวันทานมื้อ
00:22:04 → 00:22:07เที่ยงให้มากกว่ามื้อเย็นนะโดยคุณก็แบ่ง
00:22:07 → 00:22:11เอาก็แล้วกันว่ามื้อนี้เที่ยงคุณอาจจะกิน
00:22:11 → 00:22:14พันนึงก็ได้หรือเย็นคุณจะกิน 400 ก็ได้
00:22:14 → 00:22:19น้ำตาลคือตัวร้ายในการที่ทำให้น้ำหนัก
00:22:19 → 00:22:22เพิ่มเพราะฉะนั้นให้จำเสมอว่า
00:22:22 → 00:22:24อะไรที่เป็นน้ำตาลอะไรที่เป็นของหวานให้
00:22:24 → 00:22:29งดจำไว้เลยมันจะได้ไม่ต้องคิดยากนึกออก
00:22:29 → 00:22:29ป่ะ
00:22:29 → 00:22:345 อาหาร 5 ผลไม้ในการลดน้ำหนักห้ามกิน
00:22:34 → 00:22:37อะไรอย่างนี้ต้องบอกเลยว่าอะไรที่คุณรู้
00:22:37 → 00:22:39ว่ามันเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ง่ายคุณไม่
00:22:39 → 00:22:41ต้องกินนะ
00:22:41 → 00:22:45บางทีที่ง่ายที่สุดในการคุมแคลอรี่ก็คือ
00:22:45 → 00:22:48เรื่องอาหารแช่แข็งมันจะมีจำนวนจำนวน
00:22:48 → 00:22:51แคลอรี่คำนวณอยู่แล้วที่ตัวเขาเรียกอะไร
00:22:51 → 00:22:57หีบห่อนะอาหารอบนึ่งดีกว่าทอดที่มีน้ำตาล
00:22:57 → 00:23:01อันนี้แน่นอนอบนึ่งนะดีกว่าเพราะฉะนั้น
00:23:01 → 00:23:05หมอในช่วงที่ผ่านมากินอาหารกับอบนึ่งหมู
00:23:05 → 00:23:09อบบ้างนะไก่อบบ้างนะครับนะและสุดท้ายคุณ
00:23:09 → 00:23:13ต้องออกกำลังกายนะเพื่อเผาผลาญแคลอรี่การ
00:23:13 → 00:23:15ออกกำลังกาย
00:23:15 → 00:23:1969 หรือ 30 หรือ 45 นาทีเนี่ยมันไม่ได้
00:23:19 → 00:23:23เยอะหรอกมันเผาผลาญแคลอรี่ไม่ได้มากนะหมอ
00:23:23 → 00:23:25ไม่ได้ออกกำลังกายฟิตบอกโอ้โหออกมาเป็น
00:23:25 → 00:23:28กล้ามเน้นๆนะไอ้ประเภทนั้นน่ะถ้าคุณออก
00:23:28 → 00:23:31กำลังกายเยอะเกินไปเนี่ยร่างกายมันจะต้อง
00:23:31 → 00:23:36ไปสลายตัวไกลโคเจนในตัวกล้ามเนื้อแล้วคุณ
00:23:36 → 00:23:39จะเกิดภาวะกล้ามเนื้อสลายแต่ถ้าสมมติคุณ
00:23:39 → 00:23:41ทำแบบหมอเนี่ยคุณจะไม่เกิดภาวะกล้ามเนื้อ
00:23:41 → 00:23:45สลายเดี๋ยวสรุปเดี๋ยวลืมทิ้งท้ายอย่างที่
00:23:45 → 00:23:49บอกอันนี้อุปกรณ์ที่ใส่อยู่ก็คือเรื่อง
00:23:49 → 00:23:53ของอุปกรณ์วัดระดับน้ำตาลในเลือดเดี๋ยวจะ
00:23:53 → 00:23:56มาพูดเน้นๆอีกทีนึงว่าเอ้ยทำยังไงแบบนี้
00:23:56 → 00:24:00ไม่ต้องเจาะเลือดอีกต่อไปแล้วนะวัดได้มาก
00:24:00 → 00:24:04กว่า 15 ฟังก์ชันนะครับนะอีกเรื่องคือก็
00:24:04 → 00:24:09คือเรื่องหนังสือนะเป็นหนังสือญี่ปุ่น
00:24:09 → 00:24:12ซื้อมาเป็น 10 ปีแล้วมีจะมีโอกาสได้พูดก็
00:24:12 → 00:24:14คราวนี้แหละก็คือหนังสือเรื่องเอดส์ก็คือ
00:24:14 → 00:24:18อย่างที่บอกว่าน้ำตาลเป็นตัวปัญหาในการ
00:24:18 → 00:24:22ที่จะเขาเรียกว่าอะไรล่ะลดน้ำหนักและทำ
00:24:22 → 00:24:25ให้แก่ง่ายด้วยหนังสือเล่มนี้
00:24:25 → 00:24:27เขาจะบอกว่า
00:24:27 → 00:24:32อาหารอะไรมีทั้งแคลอรี่สูงและก็จะมีค่า
00:24:32 → 00:24:35ตัวเอดส์สูงด้วยเพราะฉะนั้นยิ่งกินน้ำตาล
00:24:35 → 00:24:40จึงยิ่งแก่นะมันจะอย่างนี้สุดท้ายก็คือ
00:24:40 → 00:24:45ถ้าใครสามารถทำได้นะ 8 กิโลกรัมใน 8
00:24:45 → 00:24:49สัปดาห์อย่างที่หมอทำส่งผลมานะครับนะหมอ
00:24:49 → 00:24:52ก็จะแจกโปรไบโอติกที่เพื่อนหมอที่เป็น
00:24:52 → 00:24:56เภสัชเนี่ยเข้าไปเขาเรียกยังไง
00:24:56 → 00:25:00แกะสูตรออกมาจาก Paper เพื่อกินแล้วแก้ไข
00:25:00 → 00:25:02ปัญหาไม่ว่าจะเป็น
00:25:02 → 00:25:06immunity ไม่ดีถ่ายไม่ดี
00:25:06 → 00:25:10หลอดเลือดไม่ดีอะไรพวกนี้นะเดี๋ยวเราก็จะ
00:25:10 → 00:25:13แจกกันก็ไปทดลองกินกันก็แล้วกันนะเดี๋ยว
00:25:13 → 00:25:16หมอก็จะทดลองด้วยโอเคสาระความรู้ดีๆจาก
00:25:16 → 00:25:18เพจหมอเส้าทางบาดเดียวและยูทูปชาแนลของ
00:25:18 → 00:25:21ช่องทางบัตรเดียวเอ้ยสุดท้ายฝากติดตาม
00:25:21 → 00:25:24สั่นกระดิ่งด้วยนะถ้าครบ 100,000
00:25:24 → 00:25:27Subscribe จะเล่าเรื่องลึกหลักเรื่องลึก
00:25:27 → 00:25:29ลับเรื่องที่ 2 นะครับนะโอเคครับสวัสดี
00:25:29 → 00:25:32ครับ