คนที่เป็นโรคไตควรระวังการกินโพแทสเซียมหรือไม่

กินโพแทสเซียมลดความดันโลหิตสูง | Top to Toe EP.137

จากช่อง : THE STANDARD PODCAST


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:00[เพลง]
00:00:0000:00:02มางาน Alpha skill Summit แล้วจะเจอ
00:00:0200:00:05อะไรบ้างเวทีเมน Stage งานจัดขึ้น 3 วัน
00:00:0500:00:087-9 มีนาคมวันแรกคุณชมพู่อารยาจะมากับ
00:00:0800:00:11น้องเกลจะมาพูดเรื่อง executive ฟังก์ชัน
00:00:1100:00:14การสร้างวินัยให้กับลูกซึ่งสำคัญมากต้อง
00:00:1400:00:16คนนี้เลยครับอาจารย์ปลาวิมลมาเป็นนัก
00:00:1600:00:20จิตวิทยาการกีฬาเป็นคนฝึกสอนน้องเทนนิส
00:00:2000:00:23ให้ได้เหรียญทองโอลิมปิกถึง 2 ครั้งวัน
00:00:2300:00:26ถัดมาครับ 8 มีนาคมซอฟสกิลที่สำคัญใน
00:00:2600:00:29ศตวรรษที่ 21 ให้กับลูกครับสื่อสารอย่าง
00:00:2900:00:32ไรให้เข้าถึงใจลูกของเราหมอโอ๋เลี้ยงลูก
00:00:3200:00:35นอกบ้านครับเรื่องของการเงินเราจะปลูกฝัง
00:00:3500:00:37ตั้งแต่เด็กอย่างไรก็จะเป็นพี่หนุ่มนะ
00:00:3700:00:40ครับิ Coach วันที่ 9 มีนาคมครับจะเป็น
00:00:4000:00:42วันแห่งการเสริมสร้างทักษะใหม่ๆไม่ว่าจะ
00:00:4200:00:44เป็นเรื่องของ critical Thinking แน่นอน
00:00:4400:00:47เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเฮียวสิทธิเคินนั่น
00:00:4700:00:49เองเราจะมี sess เรื่องของพ่อนะครับฟัง
00:00:4900:00:51เสียงผู้ใหญ่มาเยอะเราลองฟังเสียงเด็กดู
00:00:5100:00:53บ้างมครับ Alpha Voice ที่ซุปจะเปิด
00:00:5300:00:56โอกาสให้เด็กๆนั้นมาเล่าให้ฟังมาเรียนรู้
00:00:5600:00:59สนุกไปด้วยกันและทำให้เราสามารถเติบโตได้
00:00:5900:01:01ในโลกที่มันอยู่ยากมากขึ้นอย่างมีความสุข
00:01:0100:01:04ครับแล้วมาเจอกันนะครับ 7-9 มีนาคมนี้ที่
00:01:0400:01:07ไอคอนสยาม True ไอคอน Hall ซื้อบัตรได้
00:01:0700:01:09แล้ววันนี้ที่ SI Event ครับความดัน
00:01:0900:01:11เลือดสูงเนี่ยนะครับมันเป็นภัยเงียบที่
00:01:1100:01:14ฆ่าเราเลยนะครับเพราะว่ามันเป็นต้นเหตุ
00:01:1400:01:17สำคัญของโรคร้ายต่างๆที่ตามมาที่เกี่ยว
00:01:1700:01:19ข้องกับระบบไลเวนโลหิตไม่ว่าจะเป็นโรคหัว
00:01:1900:01:22ใจขาดเลือดรวมไปถึงสกก็คือโรคสมองขาด
00:01:2200:01:24เลือดนะครับก็คือเซลล์สมองหรือว่าเซล์หัว
00:01:2400:01:27ใจเนี่ยมันได้รับเลือดหคือรับออกซิไม่
00:01:2700:01:30เพียงพอแล้วมันก็ตายไปจริงๆสกเนี่ยนะครับ
00:01:3000:01:32เป็นโรค ncd หรือว่า non communicable
00:01:3200:01:36disease โรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่คนไทย
00:01:3600:01:38เป็นอันดับ 1 เลยนะครับเพราะฉะนั้นถ้า
00:01:3800:01:41เกิดเราไม่รู้ตัวมาก่อนว่าเรามีความดัน
00:01:4100:01:44สูงเนี่ยแฝงอยู่แล้วก็ประมาทแล้วก็ไม่ได้
00:01:4400:01:47ดูแลตัวเองเนี่ยเราก็อาจจะเป็นสกได้ในที่
00:01:4700:01:50สุดนะครับทีนี้ถามว่ามันมีสาเหตุอะไรอ่ะ
00:01:5000:01:53ที่ทำให้คนจำนวนเพิ่มมากขึ้นที่เป็นความ
00:01:5300:01:56ดันสูงครับหนึ่งในต้นเหตุสำคัญคือเกลือ
00:01:5600:01:58หลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วเนาะการกินเกลือ
00:01:5900:02:01ที่มากเกินไปเนี่ยมันทำให้ความดันเลือด
00:02:0100:02:03สูงเพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็เลยมีหน่วยงาน
00:02:0300:02:05ด้านสุขภาพเนี่ยออกมาเตือนออกมาทำ
00:02:0500:02:08ไกด์ไลน์เยอะแยะเลยนะครับว่าเราควรจะกิน
00:02:0800:02:11เกลือโดยเฉพาะโซเดียมให้น้อยลงเพื่อที่จะ
00:02:1100:02:14ลดความดันเลือดนะครับแต่ต่อให้พูดกันเยอะ
00:02:1400:02:16แยะหรือว่ามีความพยายามที่จะลดการกิน
00:02:1600:02:18เกลือนะครับมันก็ไม่ประสบความสำเร็จเพราะ
00:02:1800:02:21ว่ายังมีคนจำนวนมากเลยอ่ะที่มีความดัน
00:02:2100:02:24เลือดสูงถามว่าเพราะอะไรเพราะว่าไสลครับ
00:02:2400:02:26อย่างคนไทยนี่นะเป็นอุปสรรคมากเลยอาหาร
00:02:2600:02:29ไทยเนี่ยเป็นอาหารที่รสแซ่บเพราะงั้นจะมี
00:02:2900:02:31เกลือเป็นองค์ประกอบอยู่เยอะมากนะครับ
00:02:3100:02:34แล้วเกลือเองเนี่ยมันก็ยังซ่อนอยู่ในพวก
00:02:3400:02:37เครื่องปรุงรสต่างๆซีอิ๊วน้ำมันหอยอย่าง
00:02:3700:02:38เงี้ยที่เราต้องใช้ในการปรุงอาหารอยู่
00:02:3800:02:40แล้วนะครับรวมถึงซอสที่ใช้เหยาะใช้จิ้ม
00:02:4000:02:43ด้วยนะครับเพราะฉะนั้นแคมเปญที่บอกให้คน
00:02:4300:02:45กินเค็มน้อยลงลดโซเดียมเพื่อที่จะป้องกัน
00:02:4500:02:47ไม่ให้เป็นความดันสูงเนี่ยมันไม่ค่อย
00:02:4700:02:49เวิร์คแล้วมันทำได้ค่อนข้างยากในชีวิต
00:02:4900:02:52ประจำวันนักวิทยาศาสตร์เนี่ยเขาคก็เลย
00:02:5200:02:55พยายามจะหาวิธีแฮกร่างกายด้วยวิธีอื่นๆนะ
00:02:5500:02:57ครับที่ไม่เกี่ยวข้องกับโซเดียมแล้วเาก็
00:02:5700:03:00เจอว่าการกินโพแทสเซียมที่เพิ่มสูงขึ้นนะ
00:03:0000:03:03ครับมันสามารถที่จะช่วยให้ร่างกายเนี่ย
00:03:0300:03:06กำจัดโซเดียมได้ดีและช่วยลดความดันเลือด
00:03:0600:03:10ให้ต่ำลงได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการลดการ
00:03:1000:03:12กินโซเดียมซะอีกนะครับเพราะฉะนั้นเดี๋ยว
00:03:1200:03:15วันนี้ท to จะมาคุยประเด็นนี้ครับว่าการ
00:03:1500:03:18กินโพแทสเซียมที่เพิ่มสูงมากขึ้นเนี่ยมัน
00:03:1800:03:21ช่วยให้เราสามารถจะควบคุมความดันเลือดให้
00:03:2100:03:23มันต่ำลงแล้วก็ป้องกันการเกิดโรคร้าย
00:03:2300:03:26อย่างเช่นสกได้ยังไงแล้วเราควรจะกิน
00:03:2600:03:28โพแทสเซียมยังไงครับ This is the
00:03:2800:03:31Standard podcast Eye Opening for
00:03:3100:03:32your
00:03:3200:03:36ears Top to Toe podcast สุขภาพที่
00:03:3600:03:40ใช้วิทยาศาสตร์ไขปัญหาตั้งแต่หัวจด
00:03:4000:03:43เท้าก่อนอื่นอยากจะแชร์ตัวเลขให้ทุกคนรู้
00:03:4300:03:45ก่อนนะครับว่าตอนนี้ Who เนะครับเขา recom
00:03:4500:03:49เลยนะว่าเราทุกคนเนี่ยไม่ควรจะกินโซเดียม
00:03:4900:03:52เกินวันละ 2,000 มิลกรัมก็คือประมาณ 2
00:03:5200:03:56กรัมนะครับถ้าเทียบเป็นปริมาณของเกลือแกง
00:03:5600:03:58ที่เราปรุงในอาหารนะครับไม่ควรจะเกินวัน
00:03:5800:04:02ละ 5 กรัมจริงๆแล้วถ้าคิดง่ายๆในแบบไทยๆ
00:04:0200:04:05เนาะจริงๆอ่ะเราไม่ควรจะได้รับเกลือเกิน
00:04:0500:04:08วันละ 3 ใน 4 ช้อนชาแต่คนไทยเองเนี่ยกิน
00:04:0800:04:10เกลือประมาณวันละ 2 ช้อนชาก็คือมากกว่า
00:04:1000:04:12ที่ร่างกายต้องการประมาณ 3 เท่าครับไม่
00:04:1200:04:15แปลกใจเลยว่าทำไมคนไทยเนี่ยถึงเป็นโรคที่
00:04:1500:04:18เกี่ยวข้องกับความดันเลือดโรคสตกโรคหัวใจ
00:04:1800:04:20โรคเบาหวานเพิ่มมากยิ่งขึ้นนะครับในขณะ
00:04:2000:04:22เดียวกันนะครับ Who เองเนี่ยเขาก็มี
00:04:2200:04:26ไกด์ไลน์เพิ่มขึ้นมาครับว่านอกจากจะต้อง
00:04:2600:04:28กินโซเดียมไม่เกินเท่านั้นเท่านี้แล้วควร
00:04:2800:04:31จะกินโพแทสเซียมให้ให้ได้มากกว่าวันละ
00:04:3100:04:363,500 มกรจริงๆเนี่ยกินได้ตั้งแต่ 3,500
00:04:3600:04:39ไปจนถึง 5,000 มกก็คือตั้งแต่ 3.5 กรัมไป
00:04:3900:04:42จนถึง 5 กรัมเลยนะครับเพราะว่าการกิน
00:04:4200:04:45โพแทสเซียมที่มากเพียงพอจะช่วยลดระดับของ
00:04:4500:04:48ความดันเลือดได้ครับทีนี้แล้วมันลดได้ยัง
00:04:4800:04:51ไงการที่จะเข้าใจกลไกว่าโพแทสเซียมไปช่วย
00:04:5100:04:53ลดความดันเลือดได้ยังไงเนี่ยก็อยากจะ
00:04:5300:04:56อธิบายถึงระบบเลือดนิดนึงครับเพราะว่าถ้า
00:04:5700:04:59เกิดว่าทุกคนเข้าใจว่าระบบเลือดมันทำงาน
00:04:5900:05:02ยังไงแล้วความดันเลือดของเราเนี่ยมันสูง
00:05:0200:05:04หรือมันต่ำได้ยังไงเนี่ยเราสามารถจะดูแล
00:05:0400:05:06ตัวเองได้ดีมากยิ่งขึ้นนะครับเวลาที่จะ
00:05:0600:05:09จริงตนาการถึงระบบไหลเวียนเลือดเนี่ยครับ
00:05:0900:05:13มันก็คล้ายๆกับระบบประปาในบ้านเราอ่ะเน
00:05:1300:05:15เวลาที่เราจะส่งน้ำจากแทงค์น้ำไปที่ห้อง
00:05:1500:05:17น้ำเราเพื่ออาบน้ำอะไเงี้ครับมันมีองค์
00:05:1700:05:19ประกอบคล้ายกันเลยคือมีองค์ประกอบ 3
00:05:1900:05:22อย่างครับอย่างแรกคือต้องมีปั๊มน้ำปั๊ม
00:05:2200:05:25น้ำเทียบได้กับหัวใจของเราที่ต้องทำหน้า
00:05:2500:05:28ที่ในการปั๊มเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆทั่ว
00:05:2800:05:30ร่างกายนะครับอย่างที่ 2 ที่ต้องมีนะครับ
00:05:3000:05:34ก็คือท่อน้ำหรือว่าท่อประปาก็เทียบได้กับ
00:05:3400:05:37เส้นเลือดที่อยู่ในร่างกายของเรานะครับ
00:05:3700:05:39อย่างที่ 3 ที่ต้องมีนะครับก็คือน้ำที่
00:05:3900:05:42ถูกปั๊มจากตัวปั๊มน้ำส่งไปยังห้องน้ำ
00:05:4200:05:44เพื่อให้เราได้ใช้นะครับก็เทียบเท่ากับ
00:05:4400:05:46น้ำเลือดในร่างกายของเราซึ่งน้ำเลือด
00:05:4700:05:49เนี่ยหน้าที่ของมันหลักๆเนี่ยคือการนำพา
00:05:4900:05:52สารอาหารแล้วก็นำพาออกซิเจนเพื่อไปยัง
00:05:5200:05:55อวัยวะไปยังเซลล์ของเราเพื่อให้เซลล์กับ
00:05:5500:05:58อวของเราเนี่ยได้พลังงานแล้วก็ทำงานได้
00:05:5800:06:00ปกตินะครับมีองค์ประกอบกอบเหมือนกันเลย 3
00:06:0000:06:02อย่างนะครับทีนี้มาที่ความดันเลือดแล้ว
00:06:0200:06:04ความดันเลือดคืออะไรหลายๆคนน่าจะคุ้นเวลา
00:06:0400:06:07ไปโรงพยาบาลเราต้องวัดความดันเนาะตอนที่
00:06:0700:06:09เราวัดเนี่ยมีอะไรมาพันที่รอบแขนเราแล้ว
00:06:0900:06:12ก็จะได้ค่าออกมาเป็นตัวเลข 2 ค่าตัวเลข
00:06:1200:06:14ความดันที่มันปกติเนี่ยตามทฤษฎีตามตำรา
00:06:1500:06:17เลยเนาะมันคือ
00:06:1700:06:20120/80 นะครับเดี๋ยวค่อยมาว่ากันว่า
00:06:2000:06:22120/80 เนี่ยแต่ละตัวเลขมันคืออะไรนะ
00:06:2300:06:25ครับเวลาที่หัวใจต้องการจะปั๊มเลือดแล้ว
00:06:2500:06:27ก็ส่งเลือดไปยังส่วนต่างๆของร่างกายนะ
00:06:2700:06:29ครับหัวใจมาทำงาน 2 จังหวะจังหวะแรกคือ
00:06:2900:06:32จังหวะที่หัวใจมันบีบบีบเค้นเพื่อจะดัน
00:06:3200:06:35เลือดให้ไหลไปตามท่อจังหวะนั้นนะครับเป็น
00:06:3500:06:39จังหวะที่ความดันมันจะสูงที่สุดมันคือตัว
00:06:3900:06:42เลขตัวแรกเรียกว่าค่าความดันตัวบนนะครับ
00:06:4200:06:45ก็คือตัว 120 หน่วยจะเป็นมิลลิเมตรปลอดนะ
00:06:4500:06:48ครับหลังจากที่หัวใจบีบเค้นสุดแล้วนะครับ
00:06:4800:06:51สเต็ปต่อมาหัวใจจะคลายตัวผ่อนคลายกลับ
00:06:5100:06:53เข้าสู่สภาวะปกติไอ้จังหวะนั้นเนี่ยเป็น
00:06:5300:06:56จังหวะที่ความดันเลือดเนี่ยก็จะลดลงนะ
00:06:5600:06:58ครับซึ่งค่าตัวเลขนั้นเนี่ยเป็นค่าความ
00:06:5900:07:01ดันตัวล่างก็คือค่า 80 ไอ้ตัวเลขที่เป็น
00:07:0100:07:05ทฤษฎีความดันเลือดที่เป็นปกตินะครับทีนี้
00:07:0500:07:08ถามว่าแล้วมันมีอะไรที่จะเป็นแฟกเตอร์ที่
00:07:0900:07:11ทำให้ความดันเนี่ยมันสูงขึ้นหรือว่าต่ำลง
00:07:1100:07:14ได้นะครับวิธีการที่จะทำความเข้าใจหรือ
00:07:1400:07:16ว่าอธิบายเนี่ยมันต้องใช้หลักของ fluid
00:07:1600:07:20mechanics ก็คือการไหลของของไหลในท่อนะ
00:07:2000:07:23ครับง่ายๆเนี่ยมันก็คือกฎฟิสิกส์นั่นแหละ
00:07:2300:07:25ครับมันก็จะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบ 3
00:07:2500:07:28อย่างของระบบเลือดก็คือตัวปั๊มตัวท่อแล้ว
00:07:2800:07:32ก็ตัวน้ำเลือดนะครับเดี๋ยวเราจะไปทีละตัว
00:07:3200:07:34นะครับเริ่มจากตัวน้ำเลือดก่อนแล้วกันนะ
00:07:3400:07:36ครับในน้ำเลือดเนี่ยครับมันจะมีอยู่ 2
00:07:3600:07:39ปัจจัยที่มันจะส่งผลกระทบต่อความดันเลือด
00:07:3900:07:42ได้นะครับ 2 อย่างนะก็คือ 1 คือความหนืด
00:07:4200:07:45ของเลือดแล้วก็ 2 เนี่ยคือปริมาณของเลือด
00:07:4500:07:47ครับมาเริ่มที่ความหนืดก่อนครับเรา
00:07:4700:07:49จินตนาการง่ายๆเนาะสมมุติว่าเราจะต้องแบบ
00:07:4900:07:52เป่าของเหลวอ่ะให้มันผ่านเข้าไปในหลอดอ่ะ
00:07:5200:07:54ถ้าเกิดว่าของเหลวนั้นเนี่ยมันค่อนข้าง
00:07:5400:07:56เหลวคือมันไม่หนืดนะครับแรงที่เราต้องออก
00:07:5600:07:58แรงเป่าเนี่ยมันก็น้อยถูกมั้ยทุกคนแต่ถ้า
00:07:5800:08:00เกิดว่าของเหลวนั้นเป็นของเหลวที่มีความ
00:08:0000:08:02หนืดมากยิ่งขึ้นน่ะอย่างเช่นแบบน้ำผึ้ง
00:08:0200:08:04อย่างเงี้ยเวลาเราเป่าเราก็ต้องออกแรง
00:08:0400:08:06เยอะมากยิ่งขึ้นครับแค่นั้นเลยครับถ้า
00:08:0600:08:08เกิดว่าของเหลวมันหนืดหัวใจต้องออกแรงมาก
00:08:0800:08:10ยิ่งขึ้นแรงดันเลือดมันก็จะสูงขึ้นตาม
00:08:1000:08:13ความหนืดของของเหลวนะครับทีนี้ถามว่าแล้ว
00:08:1300:08:16เลือดเราเนี่ยมันมันหนืดขึ้นมันข้นขึ้น
00:08:1600:08:19ได้ยังไงมันขึ้นกับปริมาณของเม็ดเลือดแดง
00:08:1900:08:22ที่อยู่ในเลือดคนบางคนเนี่ยมีโรคบางอย่าง
00:08:2200:08:24เป็นโรคทางพันธุกรรมหรือว่าเจ็บป่วยบาง
00:08:2400:08:26อย่างทำให้ร่างกายเนี่ยสร้างเม็ดเลือดแดง
00:08:2600:08:29มามากผิดปกติก็จะทำให้เลือดเนี่ยมีความ
00:08:2900:08:31ข้นมากยิ่งขึ้นซึ่งถ้าใครอยู่ในภาวะนั้น
00:08:3100:08:34เนี่ยครับความดันเลือดก็จะสูงขึ้นได้ครับ
00:08:3400:08:36ทีนี้มาที่ปริมาณของเลือดครับอันเนี้ย
00:08:3600:08:39เกี่ยวข้องกับการกินเกลือนะครับถ้าเกิด
00:08:3900:08:42ว่าเรากินเกลือโดยเฉพาะโซเดียมนะต้องย้ำ
00:08:4300:08:44เนโซเดียมกับเกลือเนี่ยมันไม่เหมือนกันนะ
00:08:4500:08:47ครับพูดว่าโซเดียมดีกว่าการกินโซเดียมที่
00:08:4700:08:51มากเกินไปเนี่ยนะครับแล้วมีโซเดียมอยู่ใน
00:08:5100:08:52เลือดเราเยอะนะครับโซเดียมเนี่ยมันเป็น
00:08:5300:08:56โมเลกุลที่ดูดน้ำครับยิ่งเรากินโซเดียม
00:08:5600:08:58เยอะน้ำทั้งหมดที่มีในร่างกายครับมันจะ
00:08:5800:09:02ถูกดูดให้เข้าไปอยู่ในหลอดเลือดครับทีนี้
00:09:0200:09:04ปริมาณน้ำที่อยู่ในหลอดเลือดมันก็จะเยอะ
00:09:0400:09:07ขึ้นทันทีครับพอมันมีปริมาตรของน้ำในหลอด
00:09:0700:09:10เลือดเยอะขึ้นนะครับแล้วพอหัวใจเนี่ยมัน
00:09:1000:09:13ออกแรงดันปริมาณน้ำที่มันเยอะขึ้นเหล่า
00:09:1300:09:15นั้นนะครับน้ำที่เยอะขึ้นมันก็จะวิ่งไป
00:09:1500:09:19กระแทกกับผนังหลอดเลือดได้แรงมากยิ่งขึ้น
00:09:1900:09:22เพราะฉะนั้นความดันเลือดของเราจึงสูงขึ้น
00:09:2200:09:26การกินโซเดียมเยอะดูดน้ำทำให้ปริมาณน้ำ
00:09:2600:09:30เยอะปริมาณน้ำเยอะก็ทำให้ความความดันสูง
00:09:3000:09:33ขึ้นนี่คือลิของมันนะครับทีนี้ถ้าเกิดว่า
00:09:3300:09:35การที่เรากินน้ำมากจนเกินไปแล้วทำให้มี
00:09:3500:09:37น้ำในระบบก็คือมีน้ำในหลอดเลือดอเพิ่มมาก
00:09:3700:09:40สูงขึ้นเนี่ยมันก็ส่งผลเดียวกันครับคือทำ
00:09:4000:09:43ให้ความดันเลือดเนี่ยมันสูงขึ้นเช่นกันนะ
00:09:4300:09:45ครับหลายคนเอาจจะเข้าใจผิดว่าการที่เรา
00:09:4500:09:47กินเกลือหรือว่าโซเดียมมากเกินไปเนี่ยมัน
00:09:4700:09:50ทำให้เลือดมันข้นมันหนืดก็เลยทำให้ความ
00:09:5000:09:52ดันเลือดสูงแต่ไม่ใช่นะการกินโซเดียมที่
00:09:5200:09:55มากเกินไปไปดึงน้ำเข้ามาในระบบทำให้มีน้ำ
00:09:5500:09:58เยอะขึ้นแล้วก็ไปดันผนังหลอดเลือดมากยิ่ง
00:09:5900:10:00ขึ้นอันนี้อยากให้จำตรงนี้ไว้ด้วยดีเพราะ
00:10:0000:10:02ว่าเดี๋ยวเวลาที่ผมอธิบายเรื่อง
00:10:0200:10:04โปแทสเซียมเนี่ยมันจะต้องใช้องค์ความรง
00:10:0400:10:06นี้มาทำความเข้าใจนะครับอ่ะนั่นคือเรื่อง
00:10:0600:10:10ของน้ำเลือดนะครับต่อมามาที่ตัวหลอดเลือด
00:10:1000:10:14บ้างว่ามันส่งผลต่อความดันเลือดได้ยังไง
00:10:1400:10:15นะครับหลักการของหลอดเลือดเนี่ยมันไม่ยาก
00:10:1500:10:17เลยครับหลอดเลือดของเราเนี่ยครับมัน
00:10:1700:10:21สามารถที่จะหดแล้วก็ขยายได้โดยมันต้องมี
00:10:2100:10:25อะไรบางอย่างที่ไปควบคุมมันให้มันหดหรือ
00:10:2500:10:27ว่ามันขยายนะครับอย่างแรกที่จะควบคุมหลอด
00:10:2700:10:30เลือดได้คือฮอร์โมนครับเวลาที่เราอยู่ใน
00:10:3000:10:33ภาวะเครียดอยู่ในภาวะตื่นเต้นอย่างเงี้ย
00:10:3300:10:35อยู่ใน Fight of Flight Mode มันก็จะ
00:10:3500:10:37มีฮอร์โมนหรือว่าสารสืบประสาทบางอย่าง
00:10:3700:10:40เช่นคอร์ติซอลรีนีหลั่งออกมาเพื่อทำให้
00:10:4000:10:43ร่างกายนะครับมันตื่นตัวนะครับไอ้เจ้า
00:10:4300:10:46ฮอร์โมนหรือว่าสารสึบประสาทเหล่านั้นเ
00:10:4600:10:48ครับสิ่งที่มันทำเนี่ยมันจะทำให้หลอด
00:10:4800:10:51เลือดของเราเนี่ยมันหดลงครับพอหลอดเลือด
00:10:5100:10:54หดลงเนี่ยครับความดันเลือดก็จะสูงขึ้นคิด
00:10:5400:10:56ง่ายๆเวลาที่เราเปิดสายยางอ่ะแล้วเราเอา
00:10:5600:10:58นิ้วไปอุดรูมันน่ะให้รูมันเล็กลงอ่ะน้ำ
00:10:5800:11:01มันก็จะแรงขึ้นหลักการเดียวกันเลยครับถ้า
00:11:0100:11:04ฮอร์โมนบางอย่างมันหลั่งโดยเฉพาะเวลาที่
00:11:0400:11:06เราเครียดหรือเราตื่นเต้นเรากำลังแบบกด
00:11:0600:11:09ดันอะไรบางอย่างนะครับหลอดเลือดมันจะเล็ก
00:11:0900:11:11ลงความดันเลือดก็จะสูงขึ้นเพราะฉะนั้น
00:11:1100:11:14เวลาที่ใครไปโรงพยาบาลแล้วเป็นคนกลัวโรง
00:11:1400:11:16พยาบาลหรือว่ากลัวหมอแล้วรู้สึกตื่นเต้น
00:11:1600:11:18ข้างในเนี่ยครับคุณไปวัดความดันเลือดแน่
00:11:1800:11:20นอนว่าความดันเลือดคุณจะสูงผิดปกติได้นะ
00:11:2000:11:23ครับหรือว่าคุณกำลังพิ่งเดินขึ้นบันได
00:11:2300:11:25เหนื่อยๆเลยแล้วโดนวัดความดันเลือดอความ
00:11:2500:11:28ดันก็จะสูงขึ้นเกินกว่าปกติเพราะฉะนั้น
00:11:2800:11:31เวลาที่ไปวัดความดันเลือดที่โรงพยาบาลนะ
00:11:3100:11:34เคถึงให้เรานั่งพักก่อนสักแป๊บนึงถึงจะ
00:11:3400:11:36วัดความดันเลือดเพื่อไม่ให้ไอ้ความ
00:11:3600:11:38เหนื่อยล้าความตื่นเต้นอะไรเงี้ยครับมัน
00:11:3800:11:41ไปกระทบกับผลของความดันเลือดที่วัดนะครับ
00:11:4100:11:44อย่างที่ 2 ที่มันกระทบได้ที่ทำให้ไอ้จ
00:11:4400:11:46หลอดเลือดมันหดหรือมันขยายนะครับก็เป็น
00:11:4600:11:48สารบางอย่างอย่างเช่นแอลกอฮอล์แล้วก็
00:11:4800:11:51คาเฟอีนครับ 2 ตัวเนี้ยให้เอฟเฟคคล้ายๆ
00:11:5100:11:52กันก็คือถ้าเรากินแอลกอฮอล์หรือว่า
00:11:5200:11:55คาเฟอีนเนี่ยนะครับทั้ง 2 อย่างเนี่ยมัน
00:11:5500:11:58จะทำให้หลอดเลือดเนี่ยนะครับมันขยายตัว
00:11:5800:12:01ไม่ค่อยดีคือมันไปบล็อกสารบางอย่างที่มัน
00:12:0100:12:03จำเป็นที่ต้องใช้ในการขยายตัวของหลอด
00:12:0300:12:06เลือดทำให้ไอ้เจ้ากล้ามเนื้อบริเวณหลอด
00:12:0600:12:08เลือดเครับมันคลายตัวไม่ดีพอมันคลายตัว
00:12:0800:12:11ไม่ดีเนี่ยมันก็ไม่ค่อยขยายอ่ะมันก็เลยหด
00:12:1100:12:13ตัวมากเป็นพิเศษความดันเลือดเนี่ยมันก็
00:12:1300:12:16เลยจะสูงขึ้นนั่นเองนะครับเวลาที่เรากิน
00:12:1600:12:19แอลกอฮอล์หรือว่ากินคาเฟอีนมากเกินไปก็จะ
00:12:1900:12:21เห็นว่าใครที่ไม่ค่อยได้กินกาแฟแล้วนานๆ
00:12:2100:12:24มากินทีเนี่ยใจมันถึงสั่นเพราะว่าหลอด
00:12:2400:12:27เลือดเนี่ยมันหดตัวลงเลือดมันก็จะวิ่ง
00:12:2700:12:29ด้วยความดันที่สูงมากยิ่งขึ้นข้นั่นเองนะ
00:12:2900:12:32ครับอย่างที่ 3 ที่ยังเกี่ยวข้องกับหลอด
00:12:3200:12:34เลือดแล้วทำให้ความดันมันสูงคือมันต้องมี
00:12:3400:12:37อะไรสักอย่างนึงอ่ะมาบล็อกไม่ให้เลือดเ
00:12:3700:12:40มันไหลได้ดีมากยิ่งขึ้นซึ่งอันเนี้ยเป็น
00:12:4000:12:43สิ่งที่คนน่าจะคุ้นเคยก็คือมีไขมันมาอุด
00:12:4300:12:45ตันในเส้นเลือดนั่นแหละก็คือเวลาที่ผมพู
00:12:4500:12:48ว่าพวกพลาก็คือพลาไขมันนะครับที่มันมาอุด
00:12:4800:12:51นะครับซึ่งถามว่ามันเกิดจากอะไรมันก็เกิด
00:12:5100:12:53มาตั้งแต่การที่เรากินน้ำตาลมากเกินไปกิน
00:12:5300:12:57น้ำตาลเยอะหรือว่ากินไขมันที่เยอะเกินไป
00:12:5700:12:59โดยเฉพาะไขมันที่อิ่มตัวนะครับไขมันตัว
00:12:5900:13:01ที่ไม่ดีทั้งหลายเนี่ยพอกินน้ำตาลมากเกิน
00:13:0100:13:04ไปหรือไขมันมากเกินไปเนี่ยนะครับมันก็ส่ง
00:13:0400:13:07ผลทำให้เกิดภาวะ insulin resistance ก็
00:13:0700:13:09คือดื้ออินซูลินดื้ออินซูลินเนี่ยมันก็
00:13:0900:13:12ส่งผลให้ความดันเลือดเนี่ยสูงขึ้นยิ่ง
00:13:1200:13:14ความดันเลือดสูงขึ้นน่ะเลือดที่วิ่งมาชน
00:13:1400:13:16ผนังหอเลือดมันกระแทกกระแทกบ่อยๆขึ้น
00:13:1600:13:18เนี่ยครับผนังหลอดเลือดที่แม้ว่ามันจะ
00:13:1800:13:21เหนียวมันจะแข็งแรงเนี่ยเจอกระแทกนานๆ
00:13:2100:13:23เข้าเนี่ยมันก็ได้รับความเสียหายพอมัน
00:13:2300:13:26เสียหายหรือเป็นแผลเนี่ยนะครับมันก็ทำให้
00:13:2600:13:28เกิดการอักเสบก็ทำให้ทั้งเม็ดเลือดขาวเอย
00:13:2800:13:32ไปอุดตันแล้วก็ทำให้ถุงไขมันต่างๆเนี่ยไป
00:13:3200:13:34อุดไปเกาะได้ง่ายมากยิ่งขึ้นแล้วเกิดเป็น
00:13:3500:13:38พลาพอเป็นพลาเนี่ยครับมันก็จะไปบังทำให้
00:13:3800:13:40เลือดไหลได้ยากขึ้นความดันเลือดก็จะสูง
00:13:4000:13:43ขึ้นนั่นเองนะครับสุดท้ายครับมาที่ตัว
00:13:4300:13:45ปั๊มน้ำคือตัวหัวใจครับหัวใจของเราเนี่ย
00:13:4500:13:48ก็มีผลในการเพิ่มความดันเลือดได้นะถ้า
00:13:4800:13:51เกิดว่าหัวใจของเราแข็งแรงคือถ้าเกิดว่า
00:13:5100:13:53เราไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเนี่ยนะ
00:13:5300:13:55ครับแล้วกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงเวลาที่
00:13:5500:13:57มันจะปั๊มเลือดในปริมาณเท่ากันไปเลี้ยง
00:13:5700:13:59ทั่วร่างกายนะครับมันก็ออกแรงน้อยลงเพราะ
00:14:0000:14:02ฉะนั้นเนี่ยความดันเลือดเราก็จะไม่สูงมาก
00:14:0200:14:04เพราะฉะนั้นคนที่ไปออกกำลังกายอย่างสม่ำ
00:14:0400:14:06เสมอนะครับกล้ามเนื้อหัวใจจะแข็งแรงก็คือ
00:14:0600:14:08หัวใจเราแข็งแรงนั่นครับมันไม่ต้องทำงาน
00:14:0800:14:12หนักเลยมันปั๊มเลือดด้วยความถี่น้อยลง
00:14:1200:14:14แล้วก็ด้วยความแรงน้อยลงก็มากเพียงพอที่
00:14:1400:14:17จะส่งเลือดเนี่ยไปเลี้ยงทั่วร่างกายแล้ว
00:14:1700:14:19นะครับเพราะฉะนั้นถ้าเราอยากลดความดัน
00:14:1900:14:22เลือดนะครับวิธีง่ายๆคือการไปออกกำลังกาย
00:14:2200:14:25เพื่อให้หัวใจของเราแข็งแรงนะครับนั่นคือ
00:14:2500:14:293 องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับความดัน
00:14:2900:14:31เลือดนะครับหวังว่าพอทุกคนเข้าใจเนี่ยก็
00:14:3100:14:34จะเริ่มรู้แล้วว่าทำยังไงในการลดความดัน
00:14:3400:14:37เลือดได้นะครับทวนอีกครั้งนึงน้ำเลือดถ้า
00:14:3700:14:41น้ำเลือดมันมีมากขึ้นมาจากการกินโซเดียม
00:14:4100:14:44ทำให้ความดันสูงวิธีการง่ายๆคือกิน
00:14:4400:14:48โซเดียมให้น้อยลงนะครับเส้นเลือดมีหลาย
00:14:4800:14:51อย่างเช่นฮอร์โมนฮอร์โมนไปทำให้หลอดเลือด
00:14:5100:14:53เล็กลงนะครับเพราะฉะนั้นเราควรจะต้อง
00:14:5400:14:56พยายามบริหารความเครียดบริหารอารมณ์ไม่
00:14:5600:14:58ให้เราอยู่ในภาวะที่มันเครียดนานเกินไป
00:14:5800:15:00เพื่อเพื่อที่ทำให้ความดันเลือดเนี่ยไม่
00:15:0000:15:03ได้สูงแล้วก็ลดลงมาอยู่ในภาวะปกตินะครับ
00:15:0300:15:05อย่างที่ 3 เรารู้ว่ามันมีไขมันปอุตัน
00:15:0500:15:07หรือมีพารเนี่ยก็ทำให้ความดันเลือดสูง
00:15:0700:15:08เพราะฉะนั้นต้องดูแลตัวเองในการปรับ
00:15:0800:15:11พฤติกรรมในการกินอาหารลดน้ำตาลลดไขมันนะ
00:15:1100:15:15ครับอย่างที่ 4 มารู้ว่าหัวใจที่แข็งแรง
00:15:1500:15:18ช่วยทำให้ความดันเลือดต่ำลงก็พาตัวเองไป
00:15:1800:15:21ออกกำลังกายทีนี้มาถึงตัวที่ 5 คือ
00:15:2100:15:23โพแทสเซียมเชื่อว่าเป็นเรื่องใหม่ของหลาย
00:15:2300:15:25ๆคนจริงๆรวมทั้งตัวผมเองด้วยนะครับผมก็
00:15:2500:15:27เพิ่งไปอ่านงานวิจัยแล้วก็เพิ่งรู้ว่า
00:15:2700:15:31เอ้อทำไมนะการกินโปแทสเซียมที่เพิ่มมาก
00:15:3100:15:34ยิ่งขึ้นเนี่ยมันถึงช่วยทำให้ blood
00:15:3400:15:37pressure หรือว่าความนเรืมันต่ำลงครับ
00:15:3700:15:39หลักการเนี่ยมันมีงี้ครับทุกคนมันมี 2
00:15:3900:15:41เหตุผลว่าโปแทสเซียมไปช่วยยังไงมันไป
00:15:4100:15:43เกี่ยวข้องกับน้ำเลือดแล้วก็ไปเกี่ยวข้อง
00:15:4300:15:46กับหลอดเลือดครับไปที่หลอดเลือดก่อน
00:15:4600:15:48ปริมาณโปแทสเซียมที่สูงขึ้นเครับมันทำให้
00:15:4800:15:51แคลเซียมอ่ะวิ่งเข้าไปที่เซลล์บริเวณผนัง
00:15:5100:15:53หลอดเลือดได้น้อยลงและก็ทำให้หลอดเลือด
00:15:5300:15:56เนี่ยมันรีกแล้วก็สามารถจะขยายได้ดีมาก
00:15:5600:15:59ยิ่งขึ้นแค่นั้นเลยครับการที่หลอดเลือดย่
00:15:5900:16:01ได้ดีมากยิ่งขึ้นเนี่ยมันก็เป็นการลดความ
00:16:0100:16:04ดันเลือดแล้ว 1 สเต็ปนะครับทีนี้มาที่นำ
00:16:0400:16:06เลือดบ้างครับนักวิทยาศาสตร์เนี่ยเคเจอ
00:16:0600:16:09ว่าการที่เรากินโปแตสเซียมที่สูงมากยิ่ง
00:16:0900:16:12ขึ้นเนี่ยครับมันทำให้ไตของเราครับสามารถ
00:16:1200:16:16ที่จะกำจัดโซเดียมได้ดีมากยิ่งขึ้นครับก็
00:16:1600:16:19คือจะเก็บโซเดียมเอาไว้ในระบบน้อยลงน้ำก็
00:16:1900:16:22จะถูกดึงเข้ามาน้อยลงพอมีน้ำในระบบน้อยลง
00:16:2200:16:24เนี่ยครับไม่เยอะจนเกินไปความดันเลือด
00:16:2400:16:26เนี่ยมันก็จะลดลงนั่นเองครับนั่นคือคำ
00:16:2600:16:29อธิบายง่ายๆนะครับอยากจะขยายความนิดนิด
00:16:2900:16:30นึงเพราะนี่เป็นความรู้ใหม่สำหรับผมแล้ว
00:16:3000:16:33ผมรู้สึกว่ามันวาวมากเลยครับผมเพิ่งรู้นะ
00:16:3300:16:37ว่าไตของเราเนี่ยครับมันถูกออกแบบมาให้
00:16:3700:16:40กำจัดโปแตสเซียมและพยายามที่จะเก็บรักษา
00:16:4000:16:44โซเดียมเอาไว้ในร่างกายครับซึ่งมันเป็น
00:16:4400:16:47เหตุผลทางวิวัฒนาการครับคือมนุษย์เราสมัย
00:16:4700:16:50ก่อนในยุคก่อนในยุคโบราณเนี่ยนะครับอาหาร
00:16:5000:16:53การกินของเราอ่ะมันมีโพแทสเซียมที่สูงแต่
00:16:5300:16:56มันมีโซเดียมที่ต่ำเพราะฉะนั้นเนี่ยร่าง
00:16:5600:16:59กายของเราเนี่ยมันถูกพัฒนาให้พยายามที่จะ
00:16:5900:17:01กำจัดโปแตสเซียมที่มันเยอะที่เราได้จาก
00:17:0100:17:03อาหารเนี่ยออกไปไม่งั้นเดี๋ยวมันเยอะเกิน
00:17:0300:17:05ไปแล้วก็พยายามจะเก็บรักษาโซเดียมเอาไว้
00:17:0600:17:08ให้ได้มากที่สุดเพราะว่าเราได้โซเดียม
00:17:0800:17:10น้อยจากการกินอาหารครับกลับมาที่ยุค
00:17:1000:17:12ปัจจุบันครับทุกอย่างมันกลับกันเนาะอาหาร
00:17:1200:17:14การกินของเราเนี่ยเป็นอาหารที่มีโซเดียม
00:17:1400:17:16สูงนะครับแต่ว่าร่างกายของเราเนี่ยครับ
00:17:1600:17:20มันยังมีกลไกที่ถูกวิวัฒนาการมาอยู่ให้
00:17:2000:17:22กำจัดโพแทสเซียมแล้วก็รักษาโซเดียมเอาไว้
00:17:2300:17:26นะครับซึ่งมันมีกลไกนึงที่ไตนะครับเขา
00:17:2600:17:29เรียกมันว่าโพแทสเซียม Switch ครับนักา
00:17:2900:17:31เค้าเจอว่าถ้าเรากินโปแทสเซียมสูงเนี่ยนะ
00:17:3100:17:32ครับเซลล์ที่ตายที่เรียกว่าโปแทสเซียม
00:17:3200:17:34สวิชเนี่ยครับพอมันเซนส์ได้ว่าโปแทสเซียม
00:17:3400:17:38สูงสิ่งที่มันจะทำคือมันจะเก็บโซเดียมเอา
00:17:3800:17:40ไว้ในร่างกายน้อยลงคือมันจะกำจัดโซเดียม
00:17:4000:17:43ออกไปได้ดีมากยิ่งขึ้นนะครับซึ่งไตเอง
00:17:4300:17:45เนี่ยกำจัดโปแทสเซียมออกไปได้ดีมากอยู่
00:17:4500:17:47แล้วเพราะฉะนั้นถ้าเรากินโปแตสเซียมสูง
00:17:4700:17:50สิ่งที่เกิดขึ้นคือไตสามารถจะกำจัด
00:17:5000:17:52โซเดียมได้มากขึ้นแล้วก็ยังกำจัด
00:17:5200:17:54โปแทสเซียมได้ดีอยู่เหมือนเดิมเพราะ
00:17:5400:17:58ฉะนั้นในเลือดเราก็จะมีปริมาณของโซเดียม
00:17:5800:18:02ที่ลดลงน้ำที่จะถูกดึงเข้ามาในหลอดเลือด
00:18:0200:18:05ก็จะมีน้อยลงก็จะส่งผลให้ความดันเลือดของ
00:18:0500:18:07เราเนี่ยมันต่ำลงนั่นเองครับทีนี้หลายคน
00:18:0800:18:11อาจจะสงสัยว่าเฮ้ยจริงๆโซเดียมโปแตสเซียม
00:18:1100:18:13เราเรียนมาในเคมีมัธยมเนี่ยครับจริงๆมัน
00:18:1300:18:17คล้ายกันมากมันเป็นไอออนที่มีประจุ + 1
00:18:1700:18:19คล้ายๆกันแล้วอย่างงี้การที่เรามี
00:18:1900:18:21โปแตสเซียมอยู่ในเลือดเยอะๆเนี่ยมันไม่
00:18:2100:18:24ดึงน้ำเข้ามาในระบบหรอจริงๆแล้วทั้ง
00:18:2400:18:26โซเดียมและโปแทสเซียมนะครับมันเป็น
00:18:2600:18:29โมเลกุลที่ดูดน้ำทั้งคู่นะครับแต่สิ่งที่
00:18:2900:18:32มันต่างกันคือว่าโซเดียมเนี่ยนะครับมันจะ
00:18:3200:18:35ดูดน้ำให้ออกจากเซลล์ให้มาอยู่ในบริเวณ
00:18:3600:18:38นอกเซลล์ก็คือในเลือดเนี่ยมันคือนอกเซลล์
00:18:3800:18:40ถูกมั้ยครับเพราะฉะนั้นโซเดียมที่อยู่ใน
00:18:4000:18:42น้ำเลือดนะครับก็เลยจะล่อน้ำให้เข้ามา
00:18:4200:18:44สะสมอยู่ในเส้นเลือดครับแตกต่างกันก็คือ
00:18:4400:18:47โปรแตสเซียมเนี่ยดูดน้ำได้ก็จริงแต่มันทำ
00:18:4700:18:50ให้ดูดน้ำเข้าไปไว้ในเซลล์ครับเพราะงั้น
00:18:5000:18:53เซลล์เราเนี่ยก็จะบวมน้ำแล้วก็เต่งน้ำนะ
00:18:5300:18:56ครับเพราะฉะนั้นโปแตสเซียมที่มันอยู่ใน
00:18:5600:18:59น้ำเลือดเนี่ยครับมันไม่ได้ดึงน้ำให้เข้า
00:18:5900:19:01อยู่ในระบบความดันเลือดเนี่ยก็เลยไม่ได้
00:19:0100:19:03สูงขึ้นนั่นเองนั่นคือความแตกต่างกัน
00:19:0300:19:05ระหว่างโซเดียมแล้วก็โปแตสเซียมครับทีนี้
00:19:0500:19:07มาที่จุดสำคัญแล้วอ้ารู้แล้วว่า
00:19:0700:19:10โปแทสเซียมกินเข้าไปเนี่ยมันมี mechanism
00:19:1000:19:12แบบนี้ทำให้สามารถที่จะลดความดันเลือดได้
00:19:1200:19:14เราควรจะกินยังไงนะครับมี 3 วิธีที่ทำได้
00:19:1500:19:18ครับอย่างแรกคือการกินเกลือที่มีโซเดียม
00:19:1800:19:20ต่ำคือ low Sodium salt นะครับซึ่งส่วน
00:19:2000:19:23ใหญ่มักจะมีราคาแพงถ้าเกิดเข้าไปดูในฉลาก
00:19:2300:19:25แลดูสัดส่วนของของที่มันอยู่ในเกลือ
00:19:2500:19:27โซเดียมต่ำนะครับมันมีอะไรบ้างสิ่งที่เา
00:19:2700:19:29recom นะครับควรจะเลือกเกลือโซเดียมต่ำ
00:19:2900:19:33ที่มีสัดส่วนของโซเดียมคลอไรด์ 75% และ
00:19:3300:19:38โปแตสเซียมคลอไรด์ 25% เป็นเรชที่ณวันนี้
00:19:3800:19:40ทางข้อมูลทางงานวิจัยเนี่ยเจอว่าเป็นสัด
00:19:4000:19:42ส่วนที่ดีที่สุดกับร่างกายนะครับ 75
00:19:4200:19:47โซเดียม 25 โปแตสเซียมเป็นโ Sodium ซออาจ
00:19:4700:19:49จะแพงนิดนึงครับเป็นวิธีที่ 1 นะครับวิธี
00:19:4900:19:53ที่ 2 คือการกินอาหารซึ่งมักจะเป็นผัก
00:19:5300:19:56แล้วก็ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมอยู่เยอะนะ
00:19:5600:19:59ครับถามว่ามีอะไรบ้างครับมาเริ่มที่ผลไม้
00:19:5900:20:01ก่อนเลยครับสิ่งที่คนมักจะคุ้นเคยคือ
00:20:0100:20:03กล้วยนะครับแต่นอกจากกล้วยเนี่ยมันยังมี
00:20:0300:20:04อีกหลายอย่างเลยเดี๋ยวผมขออนุญาตอ่านนะ
00:20:0400:20:09ครับมันก็จะมีแก้วมังกรแคนตาลูปแตงโมแตง
00:20:0900:20:13ไทยฝรั่งส้มมะละกอทุเรียนมะขามหวานลำไย
00:20:1300:20:16อะโวคาโดแล้วก็สตรอว์เบอร์รี่ครับมาที่
00:20:1600:20:18ผักที่มีโพแทสเซียมเยอะจริงๆผักเนี่ยที่
00:20:1800:20:21เป็นผักใบสีเขียวเลยนะครับหรือว่าผัก
00:20:2100:20:23ตระกูลกะหล่ำเนี่ยมีโพแทสเซียมเยอะอยู่
00:20:2300:20:27แล้วนะครับมีอะไรบ้างมีดอกกะหล่ำกะหล่ำปี
00:20:2700:20:32ม่วงกระช้ากระถินแครอทถั่วฝักยาวลูกหย่อ
00:20:3200:20:37ใบขี้เหล็กสะเดาสะตอมะรุมบรอกโคลี่มะเขือ
00:20:3700:20:42เทศหัวปลีมะเขือมะระจีนผักหวานหัวผักกาด
00:20:4200:20:46เห็ดฟางเห็ดหูหนูหอมแดงหน่อมไม้แห้วเผือก
00:20:4600:20:51มันฟักทองรากบัวอันนี้เป็นลิสต์ผักผลไม้
00:20:5100:20:54ไทยๆที่พอจะหามาให้ทุกคนได้นะครับเพราะ
00:20:5400:20:56ว่าหลายคนมักจะบอกว่าเวลาแนะนำเนี่ยช่วย
00:20:5600:20:59เลือกผักผลไม้ไทยๆให้หน่อยผมพยายามลองหา
00:20:5900:21:01มาแล้วนะครับเพราะงั้นลองไปเลือกดูนะลอง
00:21:0100:21:04ไปดูด้วยว่าจริงๆผักและผลไม้บางอย่างที่
00:21:0400:21:06พูดไปเนี่ยมันอาจจะมีสารบางอย่างที่อาจจะ
00:21:0600:21:09ไม่ตอบโจทย์กับสุขภาพบางคนนะครับผักบาง
00:21:0900:21:11อย่างที่พูดไปเนี่ยอาจจะมีกรดยูริกสูง
00:21:1100:21:14ซึ่งถ้าใครมีภาวะร่างกายบางอย่างที่ไม่
00:21:1400:21:16โอเคกับยูริกก็ควรจะเลี่ยงนะครับแล้วก็
00:21:1600:21:18เลือกกินอย่างอื่นเนาะทีนี้นอกจากผัก
00:21:1900:21:22ผลไม้ที่ผมพูดไปนี่นะครับมันจะมีไกด์ไลน์
00:21:2200:21:24ในการกินอาหารแบบนึงหลายคนอาจจะเคยได้ยิน
00:21:2400:21:27เขาเรียกคำว่า Dash Diet Dash Diet
00:21:2700:21:30เนี่ยชื่อเต็มๆของมันคือ dietary
00:21:3000:21:33Approach to Stop hypertension Diet
00:21:3300:21:37คือรูปแบบการกินอาหารที่สามารถที่จะช่วย
00:21:3700:21:40หยุดการมีความดันเลือดสูงนะครับถามว่าให้
00:21:4000:21:43กินอะไรถ้าไปไปเสิร์ชได้เลยครับให้สิ่ง
00:21:4300:21:46ที่เขาให้กินนะครับก็คือผักผลไม้อาหาร
00:21:4700:21:50อะไรก็ตามที่มีปริมาณไขมันที่ไม่ดีต่ำก็
00:21:5000:21:52คือมีไขมันที่ดีๆสูงอาหารอะไรก็ตามที่มี
00:21:5200:21:55น้ำตาลต่ำแล้วก็มีเกลือต่ำแล้วก็เนื้อ
00:21:5500:21:57สัตว์ที่กินนะครับก็ควรจะเป็นเนื้อสัตว์
00:21:5700:22:00สีขาวซส่วนใหญ่ก็คือพวกปลาแล้วก็อ่าอาจจะ
00:22:0000:22:03เป็นสัตว์ปีกก็คือไก่นะครับแล้วก็เน้นการ
00:22:0300:22:07กินพวก PL Base ไม่ว่าจะเป็นถั่วธัญพืช
00:22:0700:22:10ต่างๆนะครับไม่เกินนี้ครับทีนี้ถามว่า
00:22:1000:22:12ทำไมองค์กรด้านสุขภาพเนี่ยถึงพยายามจะพูด
00:22:1200:22:15ว่าให้กินแชกินแชนะครับเพราะว่าประมาณปี
00:22:1500:22:182001 นะครับมันมี clinical study อัน
00:22:1800:22:21นึงครับเค้าจับคนมากินอาหารที่เรียกว่า
00:22:2100:22:23Dash เลยครับก็คือกินอาหารปกติกินอาหาร
00:22:2300:22:26ที่มีโซเดียมกลางๆกินอาหารที่มีโซเดียม
00:22:2600:22:29น้อยคือ Dash แล้วเก็เจอว่าคนที่กินอาหาร
00:22:2900:22:31ที่มีโซเดียมน้อยหรือว่า Dash เนี่ยนะ
00:22:3100:22:33ครับสามารถยลดความยาวเลือได้ 3-4 มลมตลอด
00:22:3300:22:36เลยครับจากนั้นมาเนี่ยครับก็ทำให้ Dash
00:22:3600:22:39Diet เนี่ยมันบูมครับแต่ปรากฏว่าถามว่า
00:22:3900:22:41มันดีจริงมั้ยมันดีจริงนะแต่ความยากคือ
00:22:4100:22:43มันไม่ง่ายเลยที่จะคุมอาหารที่มันแบบ
00:22:4300:22:45strict ขนาดนั้นเหมือนกับเวลาที่เขาทำ
00:22:4500:22:48การทดลองนะครับเพราะฉะนั้นน่ะนักวิจัยเก็
00:22:4800:22:51เลยไปพยายามจะไปหาไปวิเคราะห์ว่าเอ้ยแล้ว
00:22:5100:22:53ใน Dash di เนี่ยมันมีอะไรเขาก็เจอว่า
00:22:5300:22:56ไอ้จริงๆแล้วอ่ะไอ้สูตรอาหารที่เขาให้
00:22:5600:22:58กลุ่มทดลองกินน่ะในกลุ่มที่เป็น Dash
00:22:5800:23:00Diet น่ะมันมีโพแทสเซียมอยู่เกือบ 5
00:23:0000:23:03กรัมเลยครับ 4,700 มกรคือมีสูงมากๆมันก็
00:23:0300:23:06เลยเกิดเป็นไอเดียใหม่ว่าเฮ้ยอย่างงี้เรา
00:23:0600:23:09ก็แนะนำคนให้กินโปแทสเซียมเข้าไปเยอะๆแทน
00:23:0900:23:12ดีไหเพราะว่ามันก็น่าจะมีประโยชน์แล้วก็
00:23:1200:23:14สามารถจะทำได้ง่ายกว่าในชีวิตจริงเพราะ
00:23:1400:23:17ว่าบางทีการกินมนหรืออาหารเสริมเนี่ยมัน
00:23:1700:23:19ก็สามารถที่จะช่วยให้คนได้รับโปทเซียม
00:23:1900:23:22เพียงพอแล้วก็ได้เอฟเฟคเดียวกับการที่เรา
00:23:2200:23:24ลดโซเดียมเลยนะครับซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยงาน
00:23:2400:23:27วิจัยทำเทียบกันนะครับการลดโซเดียมมัน
00:23:2700:23:29สามารถที่จะช่วยลดความดันเลือดได้ประมาณ
00:23:2900:23:333-4 มมตลอดแต่การเพิ่มโปแตสเซียมเนี่ย
00:23:3300:23:35ครับมันสามารถจะช่วยลดความดันเลือดได้ถึง
00:23:3500:23:395 - 6 มิลเมตรปลอดเลยนะครับคือจริงๆ
00:23:3900:23:40แล้วในเชิง effectiveness หรือ
00:23:4000:23:43ประสิทธิภาพเนี่ยก็ไม่ได้ต่างจากการคุม
00:23:4300:23:45ปริมาณการกินโซเดียมอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ
00:23:4500:23:48และอาจจะทำได้ง่ายกว่าในชีวิตจริงด้วยซ้ำ
00:23:4800:23:50เพราะฉะนั้นองค์กรทางสุขภาพครับในสมัยนี้
00:23:5000:23:53พยายามที่จะออกไกด์ไลน์แล้วก็เชิญชวนทุก
00:23:5300:23:56คนให้ใส่ใจกับการกินโพแทสเซียมให้มาก
00:23:5600:23:59เพียงพอเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะควบคุมปริมาณ
00:23:5900:24:02ของความดันเลือดนั่นเองครับอ้อสิ่งนึงที่
00:24:0200:24:04ต้องระมัดระวังนิดนึงนะครับการกิน
00:24:0400:24:07โพแทสเซียมที่สูงนะครับอาจจะมีข้อควร
00:24:0700:24:09ระวังกับคนที่เป็นโรคไตโดยเฉพาะคนที่เป็น
00:24:0900:24:13โรคไตในระยะหลังๆแล้วคือมีความซีเวียร์
00:24:1300:24:15ของโรคหรือว่าความรุนแรงของโลกในระดับที่
00:24:1600:24:17สูงนะครับคือไตทำงานได้ไม่ค่อยดีแล้วครับ
00:24:1700:24:20ด้วยเหตุผลว่าคนที่เป็นโรคไตเนี่ยครับไต
00:24:2000:24:24เองไม่สามารถที่จะกำจัดโปแทสเซียมได้ดี
00:24:2400:24:26เหมือนกับคนปกติเพราะฉะนั้นคำแนะนำทั้ง
00:24:2600:24:29หมดที่ผมพูดมาวันนี้นะครับถ้าคุณเป็นโรค
00:24:2900:24:32ไตเนี่ยครับคุณอาจจะต้องปรึกษาคุณหมอก่อน
00:24:3200:24:34และคุณอาจจะไม่สามารถทำตามไกด์ไลน์นี้ได้
00:24:3400:24:36นะครับเพราะมันอาจจะทำให้โรคของคุณนะครับ
00:24:3600:24:39มันรุนแรงมากยิ่งขึ้นแล้วก็ทำให้ไตวาย
00:24:3900:24:43เร็วมากยิ่งขึ้นนะครับพูดถึงการกินยานิด
00:24:4300:24:45นึงครับปกติแล้วเวลาที่คนที่เป็นความดัน
00:24:4500:24:48สูงเนี่ยครับแล้วไปเจอคุณหมอเนี่ยคุณหมอ
00:24:4800:24:51ก็อาจจะตัดสินใจในการจ่ายยาบางอย่างนะ
00:24:5100:24:53ครับซึ่งไอ้เจ้ายาเหล่านั้นนะครับหลักการ
00:24:5300:24:55ของยาเนี่ยมันก็ไปจัดการกับไอ้น้ำเลือด
00:24:5500:24:58จัดการกับเส้นเลือดแล้วก็ไปจัดการกับหัว
00:24:5800:25:01ใจในการทำให้เส้นเลือดเี่มันขยายมากขึ้น
00:25:0100:25:03มันไปจัดการกับฮอร์โมนที่ทำให้ปริมาณน้ำ
00:25:0300:25:05เลือดอ่ะมคั่งอยู่ในเลือดน้อยลงก็จะทำให้
00:25:0500:25:08บลัด Pressure เนี่ยมันต่ำลงนะครับถ้าคุณ
00:25:0800:25:10หมอที่ดูแลคุณอยู่เนี่ยครับ prescribe
00:25:1000:25:13หรือว่าจ่ายยาให้คุณเพื่อที่จะลดความดัน
00:25:1300:25:15เลือดอ่ะผมอยากแนะนำให้คุณน่ะให้ความร่วม
00:25:1500:25:17มือกับคุณหมอครับเพราะว่าถ้าคุณหมอพิแล้ว
00:25:1700:25:19ว่าจำเป็นต้องจ่ายยาเพื่อคุมความดันเแสดง
00:25:1900:25:23ว่ามันจำเป็นจริงๆแล้วมันเป็นวิธีที่เร็ว
00:25:2300:25:26ที่สุดที่จะลดความดันลงมานะครับเชื่อฟัง
00:25:2600:25:28คุณหมอคือกินยาให้ครบควบคู่ไปไปกับการ
00:25:2800:25:31ปรับวิถีชีวิตไปด้วยนะครับเพราะว่าถ้าคุณ
00:25:3100:25:33กินยาแล้วก็คุณปรับวิถีชีวิตทั้งเรื่อง
00:25:3300:25:35การกินไม่ว่าจะเป็นการกินน้ำตาลให้น้อยลง
00:25:3600:25:38กินโซเดียมให้ลดลงเพิ่มการกินโปแทสเซียม
00:25:3800:25:41ในเคสที่ไม่เป็นโรคไตนะแล้วก็ออกกำลังกาย
00:25:4100:25:43ให้มากขึ้นดูแลอารมณ์ตัวเองไม่ให้เครียด
00:25:4300:25:46แล้วก็นอนให้เพียงพอควบคู่ไปนะครับคุณจะ
00:25:4600:25:49สามารถจะ manage ให้ความดันเลือดเนี่ยมัน
00:25:4900:25:52ลดลงกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วก็จะลดความ
00:25:5200:25:55เสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆโดยเฉพาะสกครับ
00:25:5600:25:58เพราะฉะนั้นวันนี้ที่ผมพูดมาทั้งหมดผม
00:25:5800:26:00อยากจะมาเพิ่มอีก 1 ทริกในการลดความดัน
00:26:0000:26:03เลือดคือการใส่ใจกับการกินโพแทสเซียมให้
00:26:0300:26:05มากเพียงพอเพราะฉะนั้นลองไปสำรวจตัวเองนะ
00:26:0500:26:08ครับว่าทุกวันนี้เรามีภาวะความดันโลหิต
00:26:0800:26:11สูงซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัวหรือเปล่าถ้าเป็น
00:26:1100:26:13อย่างนั้นคุณต้องใส่ใจกับการปรับพฤติกรรม
00:26:1300:26:15ตัวเองและ 1 ในทริกที่ให้วันนี้ก็คือใส่
00:26:1500:26:18ใจกับการกินโพแทสเซียมให้มากเพียงพอวันละ
00:26:1800:26:21อย่างน้อย 3,500 มกรก็จะช่วยในการคุมให้
00:26:2100:26:25ความดันเรอของคุณเนี่ยต่ำลงแล้วก็สุขภาพ
00:26:2500:26:28ดี Top tole
00:26:2900:26:31The Standard podcast I Opening for
00:26:3100:26:34Yours