- คำถาม:
- ควรกินโพแทสเซียมวันละกี่มิลลิกรัม และมีแหล่งอาหารอะไรบ้าง?
- คำตอบ:
- ควรกินโพแทสเซียมอย่างน้อยวันละ 3,500 มิลลิกรัม หรือสูงสุดถึง 5,000 มิลลิกรัม เพื่อช่วยลดความดันเลือด แหล่งอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงได้แก่ กล้วย มะละกอ แตงโม มะขามหวาน อะโวคาโด ผักใบเขียว เช่น บรอกโคลี่ สะระแหน่ ผักกาด ถั่วฝักยาว และเห็ดฟาง
กินโพแทสเซียมลดความดันโลหิตสูง | Top to Toe EP.137
จากช่อง:THE STANDARD PODCAST
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:04:28จะกินโพแทสเซียมให้ให้ได้มากกว่าวันละ
00:04:313,500 มกรจริงๆเนี่ยกินได้ตั้งแต่ 3,500
00:04:36ไปจนถึง 5,000 มกก็คือตั้งแต่ 3.5 กรัมไป
00:04:39จนถึง 5 กรัมเลยนะครับเพราะว่าการกิน
00:04:42โพแทสเซียมที่มากเพียงพอจะช่วยลดระดับของ
00:04:45ความดันเลือดได้ครับทีนี้แล้วมันลดได้ยัง
00:04:48ไงการที่จะเข้าใจกลไกว่าโพแทสเซียมไปช่วย
00:04:51ลดความดันเลือดได้ยังไงเนี่ยก็อยากจะ
00:04:53อธิบายถึงระบบเลือดนิดนึงครับเพราะว่าถ้า
00:04:57เกิดว่าทุกคนเข้าใจว่าระบบเลือดมันทำงาน
00:04:59ยังไงแล้วความดันเลือดของเราเนี่ยมันสูง
00:05:02หรือมันต่ำได้ยังไงเนี่ยเราสามารถจะดูแล
00:05:04ตัวเองได้ดีมากยิ่งขึ้นนะครับเวลาที่จะ
00:05:06จริงตนาการถึงระบบไหลเวียนเลือดเนี่ยครับ
00:05:09มันก็คล้ายๆกับระบบประปาในบ้านเราอ่ะเน
00:05:13เวลาที่เราจะส่งน้ำจากแทงค์น้ำไปที่ห้อง
00:05:15น้ำเราเพื่ออาบน้ำอะไเงี้ครับมันมีองค์
00:05:17ประกอบคล้ายกันเลยคือมีองค์ประกอบ 3
00:05:19อย่างครับอย่างแรกคือต้องมีปั๊มน้ำปั๊ม
00:05:22น้ำเทียบได้กับหัวใจของเราที่ต้องทำหน้า
00:05:25ที่ในการปั๊มเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆทั่ว
00:05:28ร่างกายนะครับอย่างที่ 2 ที่ต้องมีนะครับ
00:05:30ก็คือท่อน้ำหรือว่าท่อประปาก็เทียบได้กับ
00:05:34เส้นเลือดที่อยู่ในร่างกายของเรานะครับ
00:05:37อย่างที่ 3 ที่ต้องมีนะครับก็คือน้ำที่
00:05:39ถูกปั๊มจากตัวปั๊มน้ำส่งไปยังห้องน้ำ
00:05:42เพื่อให้เราได้ใช้นะครับก็เทียบเท่ากับ
00:05:44น้ำเลือดในร่างกายของเราซึ่งน้ำเลือด
00:05:47เนี่ยหน้าที่ของมันหลักๆเนี่ยคือการนำพา
00:05:49สารอาหารแล้วก็นำพาออกซิเจนเพื่อไปยัง
00:05:52อวัยวะไปยังเซลล์ของเราเพื่อให้เซลล์กับ
00:05:55อวของเราเนี่ยได้พลังงานแล้วก็ทำงานได้
00:05:58ปกตินะครับมีองค์ประกอบกอบเหมือนกันเลย 3
00:06:00อย่างนะครับทีนี้มาที่ความดันเลือดแล้ว
00:06:02ความดันเลือดคืออะไรหลายๆคนน่าจะคุ้นเวลา
00:06:04ไปโรงพยาบาลเราต้องวัดความดันเนาะตอนที่
00:06:07เราวัดเนี่ยมีอะไรมาพันที่รอบแขนเราแล้ว
00:06:09ก็จะได้ค่าออกมาเป็นตัวเลข 2 ค่าตัวเลข
00:06:12ความดันที่มันปกติเนี่ยตามทฤษฎีตามตำรา
00:06:15เลยเนาะมันคือ
00:06:17120/80 นะครับเดี๋ยวค่อยมาว่ากันว่า
00:06:20120/80 เนี่ยแต่ละตัวเลขมันคืออะไรนะ
00:06:23ครับเวลาที่หัวใจต้องการจะปั๊มเลือดแล้ว
00:06:25ก็ส่งเลือดไปยังส่วนต่างๆของร่างกายนะ
00:06:27ครับหัวใจมาทำงาน 2 จังหวะจังหวะแรกคือ
00:06:29จังหวะที่หัวใจมันบีบบีบเค้นเพื่อจะดัน
00:06:32เลือดให้ไหลไปตามท่อจังหวะนั้นนะครับเป็น
00:06:35จังหวะที่ความดันมันจะสูงที่สุดมันคือตัว
00:06:39เลขตัวแรกเรียกว่าค่าความดันตัวบนนะครับ
00:06:42ก็คือตัว 120 หน่วยจะเป็นมิลลิเมตรปลอดนะ
00:06:45ครับหลังจากที่หัวใจบีบเค้นสุดแล้วนะครับ
00:06:48สเต็ปต่อมาหัวใจจะคลายตัวผ่อนคลายกลับ
00:06:51เข้าสู่สภาวะปกติไอ้จังหวะนั้นเนี่ยเป็น
00:06:53จังหวะที่ความดันเลือดเนี่ยก็จะลดลงนะ
00:06:56ครับซึ่งค่าตัวเลขนั้นเนี่ยเป็นค่าความ
00:06:59ดันตัวล่างก็คือค่า 80 ไอ้ตัวเลขที่เป็น
00:07:01ทฤษฎีความดันเลือดที่เป็นปกตินะครับทีนี้
00:07:05ถามว่าแล้วมันมีอะไรที่จะเป็นแฟกเตอร์ที่
00:07:09ทำให้ความดันเนี่ยมันสูงขึ้นหรือว่าต่ำลง
00:07:11ได้นะครับวิธีการที่จะทำความเข้าใจหรือ
00:07:14ว่าอธิบายเนี่ยมันต้องใช้หลักของ fluid
00:07:16mechanics ก็คือการไหลของของไหลในท่อนะ
00:07:20ครับง่ายๆเนี่ยมันก็คือกฎฟิสิกส์นั่นแหละ
00:07:23ครับมันก็จะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบ 3
00:07:25อย่างของระบบเลือดก็คือตัวปั๊มตัวท่อแล้ว
00:07:28ก็ตัวน้ำเลือดนะครับเดี๋ยวเราจะไปทีละตัว
00:07:32นะครับเริ่มจากตัวน้ำเลือดก่อนแล้วกันนะ
00:07:34ครับในน้ำเลือดเนี่ยครับมันจะมีอยู่ 2
00:07:36ปัจจัยที่มันจะส่งผลกระทบต่อความดันเลือด
00:07:39ได้นะครับ 2 อย่างนะก็คือ 1 คือความหนืด
00:07:42ของเลือดแล้วก็ 2 เนี่ยคือปริมาณของเลือด
00:07:45ครับมาเริ่มที่ความหนืดก่อนครับเรา
00:07:47จินตนาการง่ายๆเนาะสมมุติว่าเราจะต้องแบบ
00:07:49เป่าของเหลวอ่ะให้มันผ่านเข้าไปในหลอดอ่ะ
00:07:52ถ้าเกิดว่าของเหลวนั้นเนี่ยมันค่อนข้าง
00:07:54เหลวคือมันไม่หนืดนะครับแรงที่เราต้องออก
00:07:56แรงเป่าเนี่ยมันก็น้อยถูกมั้ยทุกคนแต่ถ้า
00:07:58เกิดว่าของเหลวนั้นเป็นของเหลวที่มีความ
00:08:00หนืดมากยิ่งขึ้นน่ะอย่างเช่นแบบน้ำผึ้ง
00:08:02อย่างเงี้ยเวลาเราเป่าเราก็ต้องออกแรง
00:08:04เยอะมากยิ่งขึ้นครับแค่นั้นเลยครับถ้า
00:08:06เกิดว่าของเหลวมันหนืดหัวใจต้องออกแรงมาก
00:08:08ยิ่งขึ้นแรงดันเลือดมันก็จะสูงขึ้นตาม
00:08:10ความหนืดของของเหลวนะครับทีนี้ถามว่าแล้ว
00:08:13เลือดเราเนี่ยมันมันหนืดขึ้นมันข้นขึ้น
00:08:16ได้ยังไงมันขึ้นกับปริมาณของเม็ดเลือดแดง
00:08:19ที่อยู่ในเลือดคนบางคนเนี่ยมีโรคบางอย่าง
00:08:22เป็นโรคทางพันธุกรรมหรือว่าเจ็บป่วยบาง
00:08:24อย่างทำให้ร่างกายเนี่ยสร้างเม็ดเลือดแดง
00:08:26มามากผิดปกติก็จะทำให้เลือดเนี่ยมีความ
00:08:29ข้นมากยิ่งขึ้นซึ่งถ้าใครอยู่ในภาวะนั้น
00:08:31เนี่ยครับความดันเลือดก็จะสูงขึ้นได้ครับ
00:08:34ทีนี้มาที่ปริมาณของเลือดครับอันเนี้ย
00:08:36เกี่ยวข้องกับการกินเกลือนะครับถ้าเกิด
00:08:39ว่าเรากินเกลือโดยเฉพาะโซเดียมนะต้องย้ำ
00:08:43เนโซเดียมกับเกลือเนี่ยมันไม่เหมือนกันนะ
00:08:45ครับพูดว่าโซเดียมดีกว่าการกินโซเดียมที่
00:08:47มากเกินไปเนี่ยนะครับแล้วมีโซเดียมอยู่ใน
00:08:51เลือดเราเยอะนะครับโซเดียมเนี่ยมันเป็น
00:08:53โมเลกุลที่ดูดน้ำครับยิ่งเรากินโซเดียม
00:08:56เยอะน้ำทั้งหมดที่มีในร่างกายครับมันจะ
00:08:58ถูกดูดให้เข้าไปอยู่ในหลอดเลือดครับทีนี้
00:09:02ปริมาณน้ำที่อยู่ในหลอดเลือดมันก็จะเยอะ
00:09:04ขึ้นทันทีครับพอมันมีปริมาตรของน้ำในหลอด
00:09:07เลือดเยอะขึ้นนะครับแล้วพอหัวใจเนี่ยมัน
00:09:10ออกแรงดันปริมาณน้ำที่มันเยอะขึ้นเหล่า
00:09:13นั้นนะครับน้ำที่เยอะขึ้นมันก็จะวิ่งไป
00:09:15กระแทกกับผนังหลอดเลือดได้แรงมากยิ่งขึ้น
00:09:19เพราะฉะนั้นความดันเลือดของเราจึงสูงขึ้น
00:09:22การกินโซเดียมเยอะดูดน้ำทำให้ปริมาณน้ำ
00:09:26เยอะปริมาณน้ำเยอะก็ทำให้ความความดันสูง
00:09:30ขึ้นนี่คือลิของมันนะครับทีนี้ถ้าเกิดว่า
00:09:33การที่เรากินน้ำมากจนเกินไปแล้วทำให้มี
00:09:35น้ำในระบบก็คือมีน้ำในหลอดเลือดอเพิ่มมาก
00:09:37สูงขึ้นเนี่ยมันก็ส่งผลเดียวกันครับคือทำ
00:09:40ให้ความดันเลือดเนี่ยมันสูงขึ้นเช่นกันนะ
00:09:43ครับหลายคนเอาจจะเข้าใจผิดว่าการที่เรา
00:09:45กินเกลือหรือว่าโซเดียมมากเกินไปเนี่ยมัน
00:09:47ทำให้เลือดมันข้นมันหนืดก็เลยทำให้ความ
00:09:50ดันเลือดสูงแต่ไม่ใช่นะการกินโซเดียมที่
00:09:52มากเกินไปไปดึงน้ำเข้ามาในระบบทำให้มีน้ำ
00:09:55เยอะขึ้นแล้วก็ไปดันผนังหลอดเลือดมากยิ่ง
00:09:59ขึ้นอันนี้อยากให้จำตรงนี้ไว้ด้วยดีเพราะ
00:10:00ว่าเดี๋ยวเวลาที่ผมอธิบายเรื่อง
00:10:02โปแทสเซียมเนี่ยมันจะต้องใช้องค์ความรง
00:10:04นี้มาทำความเข้าใจนะครับอ่ะนั่นคือเรื่อง
00:10:06ของน้ำเลือดนะครับต่อมามาที่ตัวหลอดเลือด
00:10:10บ้างว่ามันส่งผลต่อความดันเลือดได้ยังไง
00:10:14นะครับหลักการของหลอดเลือดเนี่ยมันไม่ยาก
00:10:15เลยครับหลอดเลือดของเราเนี่ยครับมัน
00:10:17สามารถที่จะหดแล้วก็ขยายได้โดยมันต้องมี
00:10:21อะไรบางอย่างที่ไปควบคุมมันให้มันหดหรือ
00:10:25ว่ามันขยายนะครับอย่างแรกที่จะควบคุมหลอด
00:10:27เลือดได้คือฮอร์โมนครับเวลาที่เราอยู่ใน
00:10:30ภาวะเครียดอยู่ในภาวะตื่นเต้นอย่างเงี้ย
00:10:33อยู่ใน Fight of Flight Mode มันก็จะ
00:10:35มีฮอร์โมนหรือว่าสารสืบประสาทบางอย่าง
00:10:37เช่นคอร์ติซอลรีนีหลั่งออกมาเพื่อทำให้
00:10:40ร่างกายนะครับมันตื่นตัวนะครับไอ้เจ้า
00:10:43ฮอร์โมนหรือว่าสารสึบประสาทเหล่านั้นเ
00:10:46ครับสิ่งที่มันทำเนี่ยมันจะทำให้หลอด
00:10:48เลือดของเราเนี่ยมันหดลงครับพอหลอดเลือด
00:10:51หดลงเนี่ยครับความดันเลือดก็จะสูงขึ้นคิด
00:10:54ง่ายๆเวลาที่เราเปิดสายยางอ่ะแล้วเราเอา
00:10:56นิ้วไปอุดรูมันน่ะให้รูมันเล็กลงอ่ะน้ำ
00:10:58มันก็จะแรงขึ้นหลักการเดียวกันเลยครับถ้า
00:11:01ฮอร์โมนบางอย่างมันหลั่งโดยเฉพาะเวลาที่
00:11:04เราเครียดหรือเราตื่นเต้นเรากำลังแบบกด
00:11:06ดันอะไรบางอย่างนะครับหลอดเลือดมันจะเล็ก
00:11:09ลงความดันเลือดก็จะสูงขึ้นเพราะฉะนั้น
00:11:11เวลาที่ใครไปโรงพยาบาลแล้วเป็นคนกลัวโรง
00:11:14พยาบาลหรือว่ากลัวหมอแล้วรู้สึกตื่นเต้น
00:11:16ข้างในเนี่ยครับคุณไปวัดความดันเลือดแน่
00:11:18นอนว่าความดันเลือดคุณจะสูงผิดปกติได้นะ
00:11:20ครับหรือว่าคุณกำลังพิ่งเดินขึ้นบันได
00:11:23เหนื่อยๆเลยแล้วโดนวัดความดันเลือดอความ
00:11:25ดันก็จะสูงขึ้นเกินกว่าปกติเพราะฉะนั้น
00:11:28เวลาที่ไปวัดความดันเลือดที่โรงพยาบาลนะ
00:11:31เคถึงให้เรานั่งพักก่อนสักแป๊บนึงถึงจะ
00:11:34วัดความดันเลือดเพื่อไม่ให้ไอ้ความ
00:11:36เหนื่อยล้าความตื่นเต้นอะไรเงี้ยครับมัน
00:11:38ไปกระทบกับผลของความดันเลือดที่วัดนะครับ
00:11:41อย่างที่ 2 ที่มันกระทบได้ที่ทำให้ไอ้จ
00:11:44หลอดเลือดมันหดหรือมันขยายนะครับก็เป็น
00:11:46สารบางอย่างอย่างเช่นแอลกอฮอล์แล้วก็
00:11:48คาเฟอีนครับ 2 ตัวเนี้ยให้เอฟเฟคคล้ายๆ
00:11:51กันก็คือถ้าเรากินแอลกอฮอล์หรือว่า
00:11:52คาเฟอีนเนี่ยนะครับทั้ง 2 อย่างเนี่ยมัน
00:11:55จะทำให้หลอดเลือดเนี่ยนะครับมันขยายตัว
00:11:58ไม่ค่อยดีคือมันไปบล็อกสารบางอย่างที่มัน
00:12:01จำเป็นที่ต้องใช้ในการขยายตัวของหลอด
00:12:03เลือดทำให้ไอ้เจ้ากล้ามเนื้อบริเวณหลอด
00:12:06เลือดเครับมันคลายตัวไม่ดีพอมันคลายตัว
00:12:08ไม่ดีเนี่ยมันก็ไม่ค่อยขยายอ่ะมันก็เลยหด
00:12:11ตัวมากเป็นพิเศษความดันเลือดเนี่ยมันก็
00:12:13เลยจะสูงขึ้นนั่นเองนะครับเวลาที่เรากิน
00:12:16แอลกอฮอล์หรือว่ากินคาเฟอีนมากเกินไปก็จะ
00:12:19เห็นว่าใครที่ไม่ค่อยได้กินกาแฟแล้วนานๆ
00:12:21มากินทีเนี่ยใจมันถึงสั่นเพราะว่าหลอด
00:12:24เลือดเนี่ยมันหดตัวลงเลือดมันก็จะวิ่ง
00:12:27ด้วยความดันที่สูงมากยิ่งขึ้นข้นั่นเองนะ
00:12:29ครับอย่างที่ 3 ที่ยังเกี่ยวข้องกับหลอด
00:12:32เลือดแล้วทำให้ความดันมันสูงคือมันต้องมี
00:12:34อะไรสักอย่างนึงอ่ะมาบล็อกไม่ให้เลือดเ
00:12:37มันไหลได้ดีมากยิ่งขึ้นซึ่งอันเนี้ยเป็น
00:12:40สิ่งที่คนน่าจะคุ้นเคยก็คือมีไขมันมาอุด
00:12:43ตันในเส้นเลือดนั่นแหละก็คือเวลาที่ผมพู
00:12:45ว่าพวกพลาก็คือพลาไขมันนะครับที่มันมาอุด
00:12:48นะครับซึ่งถามว่ามันเกิดจากอะไรมันก็เกิด
00:12:51มาตั้งแต่การที่เรากินน้ำตาลมากเกินไปกิน
00:12:53น้ำตาลเยอะหรือว่ากินไขมันที่เยอะเกินไป
00:12:57โดยเฉพาะไขมันที่อิ่มตัวนะครับไขมันตัว
00:12:59ที่ไม่ดีทั้งหลายเนี่ยพอกินน้ำตาลมากเกิน
00:13:01ไปหรือไขมันมากเกินไปเนี่ยนะครับมันก็ส่ง
00:13:04ผลทำให้เกิดภาวะ insulin resistance ก็
00:13:07คือดื้ออินซูลินดื้ออินซูลินเนี่ยมันก็
00:13:09ส่งผลให้ความดันเลือดเนี่ยสูงขึ้นยิ่ง
00:13:12ความดันเลือดสูงขึ้นน่ะเลือดที่วิ่งมาชน
00:13:14ผนังหอเลือดมันกระแทกกระแทกบ่อยๆขึ้น
00:13:16เนี่ยครับผนังหลอดเลือดที่แม้ว่ามันจะ
00:13:18เหนียวมันจะแข็งแรงเนี่ยเจอกระแทกนานๆ
00:13:21เข้าเนี่ยมันก็ได้รับความเสียหายพอมัน
00:13:23เสียหายหรือเป็นแผลเนี่ยนะครับมันก็ทำให้
00:13:26เกิดการอักเสบก็ทำให้ทั้งเม็ดเลือดขาวเอย
00:13:28ไปอุดตันแล้วก็ทำให้ถุงไขมันต่างๆเนี่ยไป
00:13:32อุดไปเกาะได้ง่ายมากยิ่งขึ้นแล้วเกิดเป็น
00:13:35พลาพอเป็นพลาเนี่ยครับมันก็จะไปบังทำให้
00:13:38เลือดไหลได้ยากขึ้นความดันเลือดก็จะสูง
00:13:40ขึ้นนั่นเองนะครับสุดท้ายครับมาที่ตัว
00:13:43ปั๊มน้ำคือตัวหัวใจครับหัวใจของเราเนี่ย
00:13:45ก็มีผลในการเพิ่มความดันเลือดได้นะถ้า
00:13:48เกิดว่าหัวใจของเราแข็งแรงคือถ้าเกิดว่า
00:13:51เราไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเนี่ยนะ
00:13:53ครับแล้วกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงเวลาที่
00:13:55มันจะปั๊มเลือดในปริมาณเท่ากันไปเลี้ยง
00:13:57ทั่วร่างกายนะครับมันก็ออกแรงน้อยลงเพราะ
00:14:00ฉะนั้นเนี่ยความดันเลือดเราก็จะไม่สูงมาก
00:14:02เพราะฉะนั้นคนที่ไปออกกำลังกายอย่างสม่ำ
00:14:04เสมอนะครับกล้ามเนื้อหัวใจจะแข็งแรงก็คือ
00:14:06หัวใจเราแข็งแรงนั่นครับมันไม่ต้องทำงาน
00:14:08หนักเลยมันปั๊มเลือดด้วยความถี่น้อยลง
00:14:12แล้วก็ด้วยความแรงน้อยลงก็มากเพียงพอที่
00:14:14จะส่งเลือดเนี่ยไปเลี้ยงทั่วร่างกายแล้ว
00:14:17นะครับเพราะฉะนั้นถ้าเราอยากลดความดัน
00:14:19เลือดนะครับวิธีง่ายๆคือการไปออกกำลังกาย
00:14:22เพื่อให้หัวใจของเราแข็งแรงนะครับนั่นคือ
00:14:253 องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับความดัน
00:14:29เลือดนะครับหวังว่าพอทุกคนเข้าใจเนี่ยก็
00:14:31จะเริ่มรู้แล้วว่าทำยังไงในการลดความดัน
00:14:34เลือดได้นะครับทวนอีกครั้งนึงน้ำเลือดถ้า
00:14:37น้ำเลือดมันมีมากขึ้นมาจากการกินโซเดียม
00:14:41ทำให้ความดันสูงวิธีการง่ายๆคือกิน
00:14:44โซเดียมให้น้อยลงนะครับเส้นเลือดมีหลาย
00:14:48อย่างเช่นฮอร์โมนฮอร์โมนไปทำให้หลอดเลือด
00:14:51เล็กลงนะครับเพราะฉะนั้นเราควรจะต้อง
00:14:54พยายามบริหารความเครียดบริหารอารมณ์ไม่
00:14:56ให้เราอยู่ในภาวะที่มันเครียดนานเกินไป
00:14:58เพื่อเพื่อที่ทำให้ความดันเลือดเนี่ยไม่
00:15:00ได้สูงแล้วก็ลดลงมาอยู่ในภาวะปกตินะครับ
00:15:03อย่างที่ 3 เรารู้ว่ามันมีไขมันปอุตัน
00:15:05หรือมีพารเนี่ยก็ทำให้ความดันเลือดสูง
00:15:07เพราะฉะนั้นต้องดูแลตัวเองในการปรับ
00:15:08พฤติกรรมในการกินอาหารลดน้ำตาลลดไขมันนะ
00:15:11ครับอย่างที่ 4 มารู้ว่าหัวใจที่แข็งแรง
00:15:15ช่วยทำให้ความดันเลือดต่ำลงก็พาตัวเองไป
00:15:18ออกกำลังกายทีนี้มาถึงตัวที่ 5 คือ
00:15:21โพแทสเซียมเชื่อว่าเป็นเรื่องใหม่ของหลาย
00:15:23ๆคนจริงๆรวมทั้งตัวผมเองด้วยนะครับผมก็
00:15:25เพิ่งไปอ่านงานวิจัยแล้วก็เพิ่งรู้ว่า
00:15:27เอ้อทำไมนะการกินโปแทสเซียมที่เพิ่มมาก
00:15:31ยิ่งขึ้นเนี่ยมันถึงช่วยทำให้ blood
00:15:34pressure หรือว่าความนเรืมันต่ำลงครับ
00:15:37หลักการเนี่ยมันมีงี้ครับทุกคนมันมี 2
00:15:39เหตุผลว่าโปแทสเซียมไปช่วยยังไงมันไป
00:15:41เกี่ยวข้องกับน้ำเลือดแล้วก็ไปเกี่ยวข้อง
00:15:43กับหลอดเลือดครับไปที่หลอดเลือดก่อน
00:15:46ปริมาณโปแทสเซียมที่สูงขึ้นเครับมันทำให้
00:15:48แคลเซียมอ่ะวิ่งเข้าไปที่เซลล์บริเวณผนัง
00:15:51หลอดเลือดได้น้อยลงและก็ทำให้หลอดเลือด
00:15:53เนี่ยมันรีกแล้วก็สามารถจะขยายได้ดีมาก
00:15:56ยิ่งขึ้นแค่นั้นเลยครับการที่หลอดเลือดย่
00:15:59ได้ดีมากยิ่งขึ้นเนี่ยมันก็เป็นการลดความ
00:16:01ดันเลือดแล้ว 1 สเต็ปนะครับทีนี้มาที่นำ
00:16:04เลือดบ้างครับนักวิทยาศาสตร์เนี่ยเคเจอ
00:16:06ว่าการที่เรากินโปแตสเซียมที่สูงมากยิ่ง
00:16:09ขึ้นเนี่ยครับมันทำให้ไตของเราครับสามารถ
00:16:12ที่จะกำจัดโซเดียมได้ดีมากยิ่งขึ้นครับก็
00:16:16คือจะเก็บโซเดียมเอาไว้ในระบบน้อยลงน้ำก็
00:16:19จะถูกดึงเข้ามาน้อยลงพอมีน้ำในระบบน้อยลง
00:16:22เนี่ยครับไม่เยอะจนเกินไปความดันเลือด
00:16:24เนี่ยมันก็จะลดลงนั่นเองครับนั่นคือคำ
00:16:26อธิบายง่ายๆนะครับอยากจะขยายความนิดนิด
00:16:29นึงเพราะนี่เป็นความรู้ใหม่สำหรับผมแล้ว
00:16:30ผมรู้สึกว่ามันวาวมากเลยครับผมเพิ่งรู้นะ
00:16:33ว่าไตของเราเนี่ยครับมันถูกออกแบบมาให้
00:16:37กำจัดโปแตสเซียมและพยายามที่จะเก็บรักษา
00:16:40โซเดียมเอาไว้ในร่างกายครับซึ่งมันเป็น
00:16:44เหตุผลทางวิวัฒนาการครับคือมนุษย์เราสมัย
00:16:47ก่อนในยุคก่อนในยุคโบราณเนี่ยนะครับอาหาร
00:16:50การกินของเราอ่ะมันมีโพแทสเซียมที่สูงแต่
00:16:53มันมีโซเดียมที่ต่ำเพราะฉะนั้นเนี่ยร่าง
00:16:56กายของเราเนี่ยมันถูกพัฒนาให้พยายามที่จะ
00:16:59กำจัดโปแตสเซียมที่มันเยอะที่เราได้จาก
00:17:01อาหารเนี่ยออกไปไม่งั้นเดี๋ยวมันเยอะเกิน
00:17:03ไปแล้วก็พยายามจะเก็บรักษาโซเดียมเอาไว้
00:17:06ให้ได้มากที่สุดเพราะว่าเราได้โซเดียม
00:17:08น้อยจากการกินอาหารครับกลับมาที่ยุค
00:17:10ปัจจุบันครับทุกอย่างมันกลับกันเนาะอาหาร
00:17:12การกินของเราเนี่ยเป็นอาหารที่มีโซเดียม
00:17:14สูงนะครับแต่ว่าร่างกายของเราเนี่ยครับ
00:17:16มันยังมีกลไกที่ถูกวิวัฒนาการมาอยู่ให้
00:17:20กำจัดโพแทสเซียมแล้วก็รักษาโซเดียมเอาไว้
00:17:23นะครับซึ่งมันมีกลไกนึงที่ไตนะครับเขา
00:17:26เรียกมันว่าโพแทสเซียม Switch ครับนักา
00:17:29เค้าเจอว่าถ้าเรากินโปแทสเซียมสูงเนี่ยนะ
00:17:31ครับเซลล์ที่ตายที่เรียกว่าโปแทสเซียม
00:17:32สวิชเนี่ยครับพอมันเซนส์ได้ว่าโปแทสเซียม
00:17:34สูงสิ่งที่มันจะทำคือมันจะเก็บโซเดียมเอา
00:17:38ไว้ในร่างกายน้อยลงคือมันจะกำจัดโซเดียม
00:17:40ออกไปได้ดีมากยิ่งขึ้นนะครับซึ่งไตเอง
00:17:43เนี่ยกำจัดโปแทสเซียมออกไปได้ดีมากอยู่
00:17:45แล้วเพราะฉะนั้นถ้าเรากินโปแตสเซียมสูง
00:17:47สิ่งที่เกิดขึ้นคือไตสามารถจะกำจัด
00:17:50โซเดียมได้มากขึ้นแล้วก็ยังกำจัด
00:17:52โปแทสเซียมได้ดีอยู่เหมือนเดิมเพราะ
00:17:54ฉะนั้นในเลือดเราก็จะมีปริมาณของโซเดียม
00:17:58ที่ลดลงน้ำที่จะถูกดึงเข้ามาในหลอดเลือด
00:18:02ก็จะมีน้อยลงก็จะส่งผลให้ความดันเลือดของ
00:18:05เราเนี่ยมันต่ำลงนั่นเองครับทีนี้หลายคน
00:18:08อาจจะสงสัยว่าเฮ้ยจริงๆโซเดียมโปแตสเซียม
00:18:11เราเรียนมาในเคมีมัธยมเนี่ยครับจริงๆมัน
00:18:13คล้ายกันมากมันเป็นไอออนที่มีประจุ + 1
00:18:17คล้ายๆกันแล้วอย่างงี้การที่เรามี
00:18:19โปแตสเซียมอยู่ในเลือดเยอะๆเนี่ยมันไม่
00:18:21ดึงน้ำเข้ามาในระบบหรอจริงๆแล้วทั้ง
00:18:24โซเดียมและโปแทสเซียมนะครับมันเป็น
00:18:26โมเลกุลที่ดูดน้ำทั้งคู่นะครับแต่สิ่งที่
00:18:29มันต่างกันคือว่าโซเดียมเนี่ยนะครับมันจะ
00:18:32ดูดน้ำให้ออกจากเซลล์ให้มาอยู่ในบริเวณ
00:18:36นอกเซลล์ก็คือในเลือดเนี่ยมันคือนอกเซลล์
00:18:38ถูกมั้ยครับเพราะฉะนั้นโซเดียมที่อยู่ใน
00:18:40น้ำเลือดนะครับก็เลยจะล่อน้ำให้เข้ามา
00:18:42สะสมอยู่ในเส้นเลือดครับแตกต่างกันก็คือ
00:18:44โปรแตสเซียมเนี่ยดูดน้ำได้ก็จริงแต่มันทำ
00:18:47ให้ดูดน้ำเข้าไปไว้ในเซลล์ครับเพราะงั้น
00:18:50เซลล์เราเนี่ยก็จะบวมน้ำแล้วก็เต่งน้ำนะ
00:18:53ครับเพราะฉะนั้นโปแตสเซียมที่มันอยู่ใน
00:18:56น้ำเลือดเนี่ยครับมันไม่ได้ดึงน้ำให้เข้า
00:18:59อยู่ในระบบความดันเลือดเนี่ยก็เลยไม่ได้
00:19:01สูงขึ้นนั่นเองนั่นคือความแตกต่างกัน
00:19:03ระหว่างโซเดียมแล้วก็โปแตสเซียมครับทีนี้
00:19:05มาที่จุดสำคัญแล้วอ้ารู้แล้วว่า
00:19:07โปแทสเซียมกินเข้าไปเนี่ยมันมี mechanism
00:19:10แบบนี้ทำให้สามารถที่จะลดความดันเลือดได้
00:19:12เราควรจะกินยังไงนะครับมี 3 วิธีที่ทำได้
00:19:15ครับอย่างแรกคือการกินเกลือที่มีโซเดียม
00:19:18ต่ำคือ low Sodium salt นะครับซึ่งส่วน
00:19:20ใหญ่มักจะมีราคาแพงถ้าเกิดเข้าไปดูในฉลาก
00:19:23แลดูสัดส่วนของของที่มันอยู่ในเกลือ
00:19:25โซเดียมต่ำนะครับมันมีอะไรบ้างสิ่งที่เา
00:19:27recom นะครับควรจะเลือกเกลือโซเดียมต่ำ
00:19:29ที่มีสัดส่วนของโซเดียมคลอไรด์ 75% และ
00:19:33โปแตสเซียมคลอไรด์ 25% เป็นเรชที่ณวันนี้
00:19:38ทางข้อมูลทางงานวิจัยเนี่ยเจอว่าเป็นสัด
00:19:40ส่วนที่ดีที่สุดกับร่างกายนะครับ 75
00:19:42โซเดียม 25 โปแตสเซียมเป็นโ Sodium ซออาจ
00:19:47จะแพงนิดนึงครับเป็นวิธีที่ 1 นะครับวิธี
00:19:49ที่ 2 คือการกินอาหารซึ่งมักจะเป็นผัก
00:19:53แล้วก็ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมอยู่เยอะนะ
00:19:56ครับถามว่ามีอะไรบ้างครับมาเริ่มที่ผลไม้
00:19:59ก่อนเลยครับสิ่งที่คนมักจะคุ้นเคยคือ
00:20:01กล้วยนะครับแต่นอกจากกล้วยเนี่ยมันยังมี
00:20:03อีกหลายอย่างเลยเดี๋ยวผมขออนุญาตอ่านนะ
00:20:04ครับมันก็จะมีแก้วมังกรแคนตาลูปแตงโมแตง
00:20:09ไทยฝรั่งส้มมะละกอทุเรียนมะขามหวานลำไย
00:20:13อะโวคาโดแล้วก็สตรอว์เบอร์รี่ครับมาที่
00:20:16ผักที่มีโพแทสเซียมเยอะจริงๆผักเนี่ยที่
00:20:18เป็นผักใบสีเขียวเลยนะครับหรือว่าผัก
00:20:21ตระกูลกะหล่ำเนี่ยมีโพแทสเซียมเยอะอยู่
00:20:23แล้วนะครับมีอะไรบ้างมีดอกกะหล่ำกะหล่ำปี
00:20:27ม่วงกระช้ากระถินแครอทถั่วฝักยาวลูกหย่อ
00:20:32ใบขี้เหล็กสะเดาสะตอมะรุมบรอกโคลี่มะเขือ
00:20:37เทศหัวปลีมะเขือมะระจีนผักหวานหัวผักกาด
00:20:42เห็ดฟางเห็ดหูหนูหอมแดงหน่อมไม้แห้วเผือก
00:20:46มันฟักทองรากบัวอันนี้เป็นลิสต์ผักผลไม้
00:20:51ไทยๆที่พอจะหามาให้ทุกคนได้นะครับเพราะ
00:20:54ว่าหลายคนมักจะบอกว่าเวลาแนะนำเนี่ยช่วย
00:20:56เลือกผักผลไม้ไทยๆให้หน่อยผมพยายามลองหา