00:00:13 → 00:00:14น้ำตาล
00:00:14 → 00:00:16คือสิ่งที่ใครหลายๆ คนฟังแล้ว
00:00:16 → 00:00:18ไม่รู้สึกหวาดกลัวอะไร
00:00:18 → 00:00:19แต่ในความเป็นจริงแล้ว
00:00:19 → 00:00:21มีน้ำตาลชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า
00:00:21 → 00:00:23ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป (HFCS)
00:00:23 → 00:00:25ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ก่อให้เกิด
00:00:25 → 00:00:27โรคร้ายแรงต่างๆ ตามมา
00:00:27 → 00:00:28ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ
00:00:28 → 00:00:31โรคความดัน โรคเบาหวาน
00:00:31 → 00:00:34น่าสนใจใช่ไหมล่ะคะคุณผู้ชม
00:00:34 → 00:00:35และวันนี้เราจะมาติดตาม
00:00:35 → 00:00:37เรื่องราวของเจ้าน้ำตาล
00:00:37 → 00:00:38ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป (HFCS)
00:00:38 → 00:00:39ว่าจะน่ากลัว
00:00:39 → 00:00:41และก่อให้เกิดโรคอะไรได้บ้างนั้น
00:00:41 → 00:00:44มาติดตามได้ในช่วงใกล้หมอชะลอวัย
00:00:44 → 00:00:45กับหมอแอมป์กันเลยค่ะ
00:00:57 → 00:00:58สวัสดีครับ
00:00:59 → 00:01:01สวัสดีคุณผู้ชมอาทิตย์นี้
00:01:01 → 00:01:04กลับมาพบกับรายการสุขใจใกล้หมอ
00:01:04 → 00:01:07ในช่วงใกล้หมอชะลอวัยกับหมอแอมป์
00:01:07 → 00:01:09อาทิตย์นี้หมอจะมาเล่าให้ฟัง
00:01:09 → 00:01:11เกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ใกล้ตัว
00:01:11 → 00:01:14แต่เราบางคนก็คาดไม่ถึง
00:01:14 → 00:01:17อาทิตย์นี้เราจะมาคุยกับปัจจัย
00:01:17 → 00:01:20หรือศัตรูตัวร้ายที่สุดของ
00:01:20 → 00:01:21มนุษย์ในปัจจุบันนี้
00:01:21 → 00:01:24นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่าน้ำตาล
00:01:24 → 00:01:25น้ำตาลนี่คุยกันจริงๆ
00:01:25 → 00:01:27ต้องมีหลายอาทิตย์ หลายตอน
00:01:27 → 00:01:29ถึงจะสรุป ถึงจะจบได้
00:01:29 → 00:01:31เพราะน้ำตาลนี่คือสิ่งที่
00:01:31 → 00:01:33หมอพูดมาหลายๆ ครั้ง
00:01:33 → 00:01:37แล้วก็สอนคนไข้หลายๆ คน สอนลูกศิษย์
00:01:37 → 00:01:38สอนใครก็ตามแต่ว่า
00:01:38 → 00:01:40นี่แหละคือสนิมร้าย
00:01:40 → 00:01:42ที่คอยกัดกินร่างกายเรา
00:01:42 → 00:01:44เพราะฉะนั้นคำว่าน้ำตาลคืออะไร
00:01:44 → 00:01:46น้ำตาลจริงๆ เป็นหนึ่งในอนุพันธ์ุ
00:01:46 → 00:01:49ของกลุ่มที่เรียกว่าคาร์โบไฮเดรต
00:01:49 → 00:01:51คาร์โบไฮเดรตก็คือกลุ่มแป้งนั่นเอง
00:01:51 → 00:01:53เราเรียนตั้งแต่เด็กๆ ว่า
00:01:53 → 00:01:57เรากินอาหารมีอยู่ 3 4 หมู่คือ
00:01:57 → 00:02:01เนื้อสัตว์ 1 กรัมมี 4 แคลอรี่
00:02:01 → 00:02:04ไขมัน 1 กรัมมี 9 แคลอรี่
00:02:04 → 00:02:05คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม
00:02:05 → 00:02:07มี 4 แคลอรี่เหมือนกัน
00:02:07 → 00:02:09คาร์โบไฮเดรตนี่มีหลายอย่าง
00:02:09 → 00:02:11เวลาเราระวังเรื่องน้ำตาลนี่
00:02:11 → 00:02:12บางคนระวังแค่ของหวานๆ
00:02:12 → 00:02:16บางคนระวังแค่อาหารหวานๆ ลูกอม
00:02:16 → 00:02:17หรืออะไรก็ตามแต่นี่
00:02:17 → 00:02:19ต้องระวังไปถึงแป้งด้วย
00:02:19 → 00:02:21แป้งก็เป็นน้ำตาลที่สำคัญ
00:02:21 → 00:02:24ผลไม้เองก็มีหลายอย่างที่น้ำตาลสูงมาก
00:02:24 → 00:02:27บางคนลดน้ำหนักโดยการกินผลไม้
00:02:27 → 00:02:30แล้วไม่ประสบความสำเร็จ เพราะว่าน้ำตาลสูง
00:02:30 → 00:02:31ก็ยังอ้วนอยู่ดี
00:02:31 → 00:02:33ในเวลาที่มีจำกัดอาทิตย์นี้
00:02:34 → 00:02:36หมอจะมาเล่าถึงน้ำตาลที่อยู่ใกล้ตัว
00:02:36 → 00:02:38และเป็นภัยมากกว่าน้ำตาลทั่วๆ ไป
00:02:38 → 00:02:40กลุ่มนี้เองคือกลุ่มที่เรียกว่า
00:02:40 → 00:02:43ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป
00:02:43 → 00:02:44หรือน้ำตาลฟรุกโตส
00:02:44 → 00:02:46ชนิดพิเศษที่ถูกผลิตขึ้นมา
00:02:46 → 00:02:48น้ำตาลชนิดนี้จริงๆ ถูกผลิตขึ้นมา
00:02:48 → 00:02:51ในปีคริสต์ศักราช 1966
00:02:51 → 00:02:56โดยคนญี่ปุ่นชื่อโยชิยูกิ ทาคาซากิ
00:02:56 → 00:02:59คนๆ นี้เองนี่เขาผลิตสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา
00:02:59 → 00:03:01เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร
00:03:01 → 00:03:04น้ำตาลชนิดนี้หวานกว่าน้ำตาลกลูโคส
00:03:04 → 00:03:08ประมาณ 1.7 เท่า และมีราคาถูกกว่าเยอะ
00:03:08 → 00:03:10ส่วนใหญ่ทำมาจากพวกน้ำตาลอ้อย
00:03:10 → 00:03:12มาเคี่ยว มาบด มาผ่านกรรมวิธี
00:03:12 → 00:03:13จนเข้มข้นมากๆ
00:03:13 → 00:03:17น้ำตาลนี้แหละที่เป็นศัตรูอันตราย
00:03:17 → 00:03:19ของโลกในปัจจุบันนี้
00:03:19 → 00:03:20อันตรายอย่างไร
00:03:20 → 00:03:23น้ำตาลตัวนี้คือน้ำตาลที่
00:03:23 → 00:03:25เวลาเราดูผลิตภัณฑ์
00:03:25 → 00:03:27บางครั้งเราจะเห็นว่าเขาเขียน Sugar Free
00:03:27 → 00:03:29คือปราศจากน้ำตาล
00:03:29 → 00:03:30บางอันน้ำตาลน้อย
00:03:30 → 00:03:33โดยกลไกของอุตสาหกรรมนี่
00:03:33 → 00:03:35บางครั้งเขาเขียนน้ำตาล 0%
00:03:35 → 00:03:36หรือ Sugar Free จริง
00:03:36 → 00:03:37แต่เขาไปเขียนข้างล่าง
00:03:37 → 00:03:39เราต้องลงมาดูข้างล่างด้วยว่าเขาเขียน
00:03:39 → 00:03:40คอร์นไซรัป
00:03:40 → 00:03:43คือมีน้ำตาลข้าวโพดหรือน้ำตาลอ้อย
00:03:43 → 00:03:45หรืออะไรก็ตาม ซึ่งเป็นไฮฟรุกโตส
00:03:45 → 00:03:46ตัวนี้เขาเรียกน้ำตาลเหมือนกัน
00:03:46 → 00:03:48และอันตรายยิ่งกว่าเสียอีก
00:03:48 → 00:03:50เพราะเป็นน้ำตาลที่ผลิตขึ้นมา
00:03:50 → 00:03:51ไม่ใช่น้ำตาลธรรมชาติ
00:03:51 → 00:03:52เพราะฉะนั้นในอุตสาหกรรมนี่
00:03:52 → 00:03:53มีอะไรบ้างที่ใส่พวก
00:03:53 → 00:03:55ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัปตัวนี้
00:03:55 → 00:03:57ไล่ไปเลย ใกล้ตัวมากนะ
00:03:57 → 00:03:59ตั้งแต่พวกเครื่องดื่มหวานๆ
00:03:59 → 00:04:02เครื่องดื่มน้ำอัดลมทั้งหลาย
00:04:02 → 00:04:04ไปจนถึงพวกซอสมะเขือเทศ
00:04:04 → 00:04:07หรือซอสที่เราใช้กันทั้งหลายใน
00:04:07 → 00:04:10ครัวเรือนเรา บางครั้งในพวก
00:04:10 → 00:04:12ซีเรียล หรือพวกอาหารธัญพืช
00:04:12 → 00:04:14ในตอนเช้าๆ หวานๆ
00:04:14 → 00:04:17ขนมต่างๆ นี่ใส่แน่นอน
00:04:17 → 00:04:18ใกล้ตัวเข้าไปอีก
00:04:18 → 00:04:20บางทีนมผงเด็กที่มีรสหวาน ก็ยังใส่
00:04:20 → 00:04:22นี่คือความน่ากลัว
00:04:22 → 00:04:23เพราะฉะนั้นเวลาเราดูนี่
00:04:23 → 00:04:25คนหลายคนในปัจจุบันนี้
00:04:25 → 00:04:26มีปัญหากับเรื่องของน้ำหนัก
00:04:26 → 00:04:28หมอเคยพูดมาหลายตอนแล้วว่า
00:04:28 → 00:04:31เมื่อน้ำหนักเยอะ คุณภาพชีวิตคุณก็เสียไป
00:04:31 → 00:04:33น้ำหนักคุณมาก ความอ้วนมาเยือน
00:04:33 → 00:04:37อายุที่เหลืออยู่ก็สั้นลง และมีคุณภาพน้อย
00:04:37 → 00:04:40นี่ยังไม่นับโรคหัวใจ โรคเบาหวาน
00:04:40 → 00:04:41โรคความดัน เส้นเลือดแตก
00:04:41 → 00:04:44เส้นเลือดตีบ อัลไซเมอร์ พาร์คินสัน
00:04:44 → 00:04:46โรคหัวเข่าเจ๊ง โรคน้ำหนักเยอะ
00:04:46 → 00:04:48อะไรก็ตามแต่ที่เคยพูดมา
00:04:48 → 00:04:51ในตอนเก่าๆ ก่อนหน้านี้
00:04:51 → 00:04:53นี่คือสิ่งสำคัญที่เราจะลดน้ำหนัก
00:04:53 → 00:04:56หรือเราจะคุมร่างกายให้มีคุณภาพที่ดี
00:04:56 → 00:04:58เราต้องลงไปดูเพื่อตัวเอง
00:04:58 → 00:05:00ไม่มีใครมานั่งบอกเราแน่
00:05:00 → 00:05:01แต่ทั้งหมดทั้งปวงเราสามารถ
00:05:01 → 00:05:04ศึกษาได้ด้วยตัวเองได้
00:05:04 → 00:05:05เพราะฉะนั้นไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัปเอง
00:05:05 → 00:05:07ในเมืองนอกนี่ถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก
00:05:07 → 00:05:09เพราะอยู่ใกล้ตัวเหลือเกิน
00:05:09 → 00:05:12ยกตัวอย่าง
00:05:12 → 00:05:13เวลาเขาใส่ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัปไปแล้วนี่
00:05:13 → 00:05:15พวกนี้คือตัวทำลาย
00:05:15 → 00:05:16ทำไม
00:05:16 → 00:05:19อุตสาหกรรมอาหารถึงใช้ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป
00:05:19 → 00:05:21หรือน้ำตาลกลุ่มนี้
00:05:21 → 00:05:23เป็นตัวแทนน้ำตาลทั่วไปที่เรากินกัน
00:05:23 → 00:05:26ก็คือพวกน้ำตาลทราย น้ำตาลกลูโคส
00:05:26 → 00:05:28เพราะ 1) HFCS
00:05:28 → 00:05:31หรือไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัปนี้
00:05:31 → 00:05:34เป็นน้ำตาลที่พอเรากินเข้าไปปุ๊บ
00:05:34 → 00:05:37ร่างกายจะไม่ได้เอาน้ำตาลตัวนี้
00:05:37 → 00:05:38ไปย่อยเป็นพลังงาน
00:05:38 → 00:05:40เหมือนเรากินน้ำตาลในผลไม้
00:05:40 → 00:05:43แต่ร่างกายจะย่อยน้ำตาลตัวนี้ไม่ได้
00:05:43 → 00:05:45และถูกเก็บสะสมไปอยู่ในตับ
00:05:45 → 00:05:49นี่คือผลร้ายข้อที่หนึ่งของน้ำตาลกลุ่มนี้
00:05:49 → 00:05:51คือทำให้เกิดไขมันพอกตับ
00:05:51 → 00:05:53ไขมันพอกตับเดี๋ยวจะคุยกันในตอนต่อไปนะ
00:05:53 → 00:05:55นี่คือความน่ากลัวอันที่หนึ่งที่
00:05:55 → 00:05:57หลายคนไม่กินเหล้า หลายคนใช้ชีวิตดี
00:05:57 → 00:05:59แต่กินน้ำหวานเยอะ กินชาเขียวเยอะ
00:05:59 → 00:06:02กินน้ำอัดลมเยอะ กินพวกหวานๆ เยอะ
00:06:02 → 00:06:04เราไม่รู้หรอก น่ากลัว
00:06:04 → 00:06:05หมอแซมตรงนี้หน่อย
00:06:05 → 00:06:08น้ำอัดลมที่อัดโซดา น้ำอัดลมที่อัดแก๊ส
00:06:08 → 00:06:09กินแล้วชื่นใจเหลือเกิน
00:06:09 → 00:06:121 กระป๋อง 325 ซีซี
00:06:12 → 00:06:14เท่ากับกินน้ำตาล 12 ก้อน
00:06:14 → 00:06:1712 ก้อนนะ 1 ก้อนเท่ากับ 1 ช้อนชา
00:06:17 → 00:06:18ใหญ่ขึ้นไปหน่อย
00:06:18 → 00:06:20ถ้าเป็นขวดประมาณ 500 ซีซี
00:06:20 → 00:06:23เท่ากับประมาณสัก 18 ก้อน
00:06:23 → 00:06:24ถ้าเราเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ
00:06:24 → 00:06:28เราหยิบแก้วอันใหญ่สุด มีชื่อแต่หมอไม่พูด
00:06:28 → 00:06:31ตักน้ำแข็งเสร็จ กดน้ำอัดลมเสร็จออกมานี่
00:06:31 → 00:06:331 แก้วอันใหญ่สุดที่เขาคิดนี่
00:06:33 → 00:06:36เท่ากับใส่น้ำตาลลงไปทั้งหมด 40 ก้อน
00:06:36 → 00:06:37นี่คือความน่ากลัวนะ
00:06:37 → 00:06:41ชาเขียว 1 ขวดก็ประมาณสัก 13 ก้อน
00:06:41 → 00:06:43เครื่องดื่มชูกำลัง 1 อันประมาณ 8 ก้อน
00:06:43 → 00:06:44เพราะฉะนั้นทุกอันเลย
00:06:44 → 00:06:45เรากินก๋วยเตี๋ยวเราใส่ 2 ช้อน
00:06:45 → 00:06:47เราก็ว่าหวานแล้ว
00:06:47 → 00:06:49กลายเป็นเรากินอาหารพวกนี้
00:06:49 → 00:06:50เครื่องดื่มเหล่านี้
00:06:50 → 00:06:53มีน้ำตาลอยู่เยอะมากจนเราคาดไม่ถึง
00:06:53 → 00:06:55ซอสมะเขือเทศ 1 ขวด
00:06:55 → 00:06:571 ใน 4 นั้นคือน้ำตาล
00:06:57 → 00:06:58น้ำตาลล้วนๆ เลยนะ
00:06:58 → 00:06:59ที่เหลือคือมะเขือเทศ
00:06:59 → 00:07:01กับพวกเครื่องปรุงทั้งหลาย
00:07:01 → 00:07:02เพราะฉะนั้นน้ำตาลคือสิ่งที่
00:07:02 → 00:07:03เข้ามาใกล้ตัวมาก
00:07:03 → 00:07:05เด็กๆ กินนมหวานบางทีก็มี
00:07:05 → 00:07:07เราไปกิน Snack หรือขนมกรุบกรอบ
00:07:07 → 00:07:08หรืออะไรก็ตาม
00:07:08 → 00:07:09เขาใส่ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัปหมด
00:07:09 → 00:07:11เพราะอะไรไปว่าต่อ
00:07:11 → 00:07:132) เป็นอันตรายเพราะ
00:07:13 → 00:07:15มนุษย์เราเวลากินอาหารนี่
00:07:15 → 00:07:17จะมีฮอร์โมนตัวหนึ่งหลั่งออกมาเรียกว่า
00:07:17 → 00:07:18เกรอลิน (Ghrelin)
00:07:18 → 00:07:19เพราะฉะนั้นเวลาเรากินที่อิ่ม
00:07:19 → 00:07:21เริ่มอิ่มขึ้นหรือกระเพาะเริ่มขยาย
00:07:21 → 00:07:24เกรอลินมันก็จะถูกยับยั้ง ส่งไปที่สมองว่า
00:07:24 → 00:07:27ห้ามหิวแล้วนะ หยุดกินได้
00:07:27 → 00:07:28ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป
00:07:28 → 00:07:30เป็นน้ำตาลชนิดพิเศษ
00:07:30 → 00:07:31ที่ไม่กระตุ้นฮอร์โมนตัวนี้
00:07:31 → 00:07:33ยับยั้งเขาไม่ได้
00:07:33 → 00:07:34นี่คือสาเหตุที่น้ำตาลตัวนี้
00:07:34 → 00:07:36ยิ่งกินยิ่งไม่รู้สึกอิ่ม
00:07:36 → 00:07:39หลายครั้งที่เรากินน้ำอัดลม น้ำผลไม้
00:07:39 → 00:07:41น้ำอะไรก็ตามที่ใส่สิ่งเหล่านี้
00:07:41 → 00:07:43กินได้เรื่อยๆ ไม่รู้สึกอิ่มเลย
00:07:43 → 00:07:463) ก่อนเวลาจะหมด
00:07:46 → 00:07:50น้ำตาลตัวนี้ไม่หยุด
00:07:50 → 00:07:54หรือไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกพอเพียง
00:07:54 → 00:07:56หรือรู้สึกว่าเรากินอาหารไปแล้ว
00:07:56 → 00:07:58เพราะฉะนั้นในข้อมูลตรงนี้ทั้งหมดนี่
00:07:58 → 00:08:00ในอุตสาหกรรมต้องใช้น้ำตาลกลุ่มนี้
00:08:00 → 00:08:02เพราะเป็นน้ำตาลที่พอคุณกินแล้ว
00:08:02 → 00:08:04คุณไม่อิ่ม คุณกินได้ต่อ
00:08:04 → 00:08:06คุณยังไม่รู้สึกว่ามันอิ่มขึ้นเลย
00:08:06 → 00:08:09กินไปได้เรื่อยๆ และแก้กระหายได้ดี
00:08:09 → 00:08:11นี่คือสิ่งที่เขาขายสิ่งเหล่านี้
00:08:11 → 00:08:13ได้ทั้งโลกเลย
00:08:13 → 00:08:15เพราะฉะนั้นแล้วฝากไว้ในอาทิตย์นี้ว่า
00:08:15 → 00:08:17ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป
00:08:17 → 00:08:20เข้าไปกดดูในเว็บไซต์ หรืออะไรก็ตามแต่
00:08:20 → 00:08:23เพื่อเป็นความรู้ประดับตัวเอง
00:08:23 → 00:08:26High ที่แปลว่าสูง
00:08:26 → 00:08:29Fructose
00:08:29 → 00:08:30แล้วก็ Corn Syrup
00:08:30 → 00:08:32เดี๋ยวทีมงานจะขึ้นให้ข้างล่าง
00:08:32 → 00:08:33เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เป็น
00:08:33 → 00:08:35ภัยอันตรายใกล้ตัวมากที่สุด
00:08:35 → 00:08:37หมอขอฝากไว้เลยว่า
00:08:37 → 00:08:38ควรจะศึกษา เรียนรู้
00:08:38 → 00:08:41และอ่านข้างสลากทุกครั้ง
00:08:41 → 00:08:43นี่คือปัจจัยที่ทำให้มนุษย์เรามีชีวิต
00:08:43 → 00:08:47อายุขัยสั้นลงโดยเราไม่รู้ตัว
00:08:47 → 00:08:48ฝากไว้เท่านี้ในอาทิตย์นี้
00:08:48 → 00:08:52ในเรื่องวิชาการเบาๆ กับน้ำตาลที่น่ากลัว
00:08:52 → 00:08:54เจอกันใหม่อาทิตย์หน้า สวัสดีครับ
00:09:00 → 00:09:02โอ้โห ไม่น่าเชื่อเลยว่า
00:09:02 → 00:09:04จะร้ายแรงขนาดนี้เลยนะคะ
00:09:04 → 00:09:06เพราะฉะนั้นก่อนรับประทานอาหารต่างๆ
00:09:06 → 00:09:07ก็ควรจะสำรวจฉลาก
00:09:07 → 00:09:09ก่อนรับประทานทุกครั้งนะคะ
00:09:09 → 00:09:10เพื่อสุขภาพที่ดี
00:09:10 → 00:09:12ห่างไกลโรคกันดีกว่าค่ะ