กินนมขมิ้นแล้วควรกินทีละเท่าไหร่

Q&A ตอบคำถามสุขภาพจากทางบ้าน | วันใหม่ไกลโรค EP.14

จากช่อง : Healthy Daisy สุขภาพดีไปด้วยกัน


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:02หลากหลายคำถามจากผู้ชม
00:00:0200:00:03>> เรามาดูคำตอบกันค่ะ
00:00:0400:00:13>> พบกันในรายการวันใหม่ไกลโรคไก
00:00:1300:00:17>> สืบทอดภูมิปัญญาไทยใส่ใจคุณภาพยาร้าน
00:00:1700:00:22เจริญสุขโอสถนครปฐม
00:00:2200:00:25สวัสดีค่ะพบกันในรายการวันใหม่ไกลโรค่ะ
00:00:2500:00:26รายการที่จะพาทุกท่านไปเปิดมุมมองเกี่ยว
00:00:2600:00:29กับยาแผนไทยและสมุนไพรไทยเพื่อคนไทย
00:00:2900:00:31สุขภาพดีเพราะทุกวัยเริ่มใหม่ได้เสมอกับ
00:00:3100:00:33วันใหม่ไกลโลกนะคะวันนี้อยู่กับอาจารย์
00:00:3300:00:35รุ่งรวีค่ะอาจารย์คณะเพศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:00:3600:00:37ธรรมศาสตร์ค่ะอาจารย์สวัสดีค่ะ
00:00:3700:00:38>> สวัสดีค่ะ
00:00:3800:00:41>> อาจารย์วันนี้จะเป็นตอนพิเศษค่ะหลากหลาย
00:00:4100:00:44คำถามจากผู้ชมนะคะ Q&A ที่ถามมาใน
00:00:4400:00:46คอมเมนต์ใน YouTube นะคะซึ่งบางคำถาม
00:00:4600:00:48เนี่ยก็ต้องบอกว่าอาจารย์เข้าไปตอบเรียบ
00:00:4800:00:50ร้อยแล้วเนาะบางคำถามก็เข้าไปตอบแล้วแต่
00:00:5000:00:53ว่าคำถามที่กรุ๊ปมาเนี่ยก็มีหลายๆอันที่
00:00:5300:00:55เราไม่อยากเข้าไปตอบแบบสั้นๆเนาะอาจารย์
00:00:5500:00:59เราอยากมาให้ความรู้ให้มันแบบเป็นมีข้อ
00:00:5900:01:01ให้ทุกคนเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้นก็เลยรวม
00:01:0100:01:03กันมาตอบในวันนี้นะคะเพราะฉะนั้นหัวข้อ
00:01:0300:01:06แรกค่ะที่จะนำมาคุยกันก็คือเรื่องของ
00:01:0600:01:09comมิค่ะพอเราทำคลิประบบย่อยไปเนี่ยคำถาม
00:01:0900:01:11มาเยอะมากเลยอาจารย์มีแนะนำอันนึงที่บอก
00:01:1100:01:14ว่าถ้าเกิดว่าคุณเป็นแผลในตรงหลอดอาหาร
00:01:1400:01:18ใช่มั้คะกดไหลย้อนให้ทานนมผสมขมิ้นคราว
00:01:1800:01:20นี้นมผสมขมิ้นเนี่ยก็มีหลายๆคนกังวลเพราะ
00:01:2000:01:22ว่าคนเป็นโรคกระเพาะเนี่ยก็จะมีแหละกินนม
00:01:2200:01:26มากๆแพ้นมท้องอืดพอนมผสมขมิ้่นจะไปใช้นม
00:01:2600:01:28อะไรดีอาจารย์ก็มีตอบไปว่านมถั่วก็ได้
00:01:2800:01:31กะทิก็ได้นะคะแต่คราวนี้มีคำถามนึงน่าสน
00:01:3100:01:34ใจค่ะอาจารย์ว่าขมิ้่นผสมกับนมเอ็นชัวร์
00:01:3400:01:35ได้มค่ะอาจารย์ค่ะ
00:01:3500:01:38>> ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่านมแอนชัวร์เนี่ย
00:01:3800:01:41จริงๆแล้วเรียกว่านมเอ็นชัวนะคะแต่โดย
00:01:4100:01:44วัตถุประสงค์ที่เขาสร้างขึ้นเนี่ยเ้าเป็น
00:01:4400:01:47ผลิตภัณฑ์ที่มีสารอาหารทุกชนิดครบถ้วนนะ
00:01:4700:01:51คะก็เอาไว้สำหรับเอ่อคนที่ทานอาหารไม่
00:01:5100:01:54ค่อยได้หรือคนที่มีปัญหาจะต้องจำกัดพวก
00:01:5400:01:56ปริมาณโปรตีนไขมันอะไรอย่างเงี้ยค่ะเพราะ
00:01:5700:02:00ฉะนั้นในเอชัวเนี่ยก็จะมีตั้งแต่เอ่อสาร
00:02:0000:02:04อาหารคือไขมันโปรตีนคาร์โบไฮเดรตนะคะแล้ว
00:02:0400:02:05ก็เกลือแร่และอื่นๆอีก
00:02:0500:02:06>> ครบเลย
00:02:0600:02:09>> ครบเลยค่ะทีนี้พอมันมีไขมันเนี่ยเวลาเรา
00:02:0900:02:12เอาขมิ้นเข้าไปละลายเนี่ยก็ละลายได้ค่ะ
00:02:1200:02:15แต่ปัญหาก็คือว่าเนื่องจากมันมีครบถ้วนนะ
00:02:1500:02:18คะสัดส่วนของไขมันก็จะมีน้อยดังนั้นเวลา
00:02:1800:02:21เอาขมิ้นละลายก็จะละลายได้น้อยค่ะมันก็จะ
00:02:2100:02:23แตกต่างกับการละลายนมอื่นนะคะเหมือนเรา
00:02:2300:02:27กินไป 1 แคปซูลเนี่ยแทนที่เราจะได้สาร
00:02:2700:02:30เคิมนอยจากขมิ้นเนี่ยเท่ากับการละลายนม
00:02:3000:02:33เนี่ยมันก็ไม่เท่าละมันก็จะลดลงนะคะถ้า
00:02:3300:02:36ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากก็พอใช้ได้นะคะพอใช้
00:02:3600:02:38ได้เพียงแต่ให้รู้ว่าการละลายมันลดลงแล้ว
00:02:3800:02:41ก็ไม่ต้องไปเอ่อไปเอาแบบ 2 แคปซูล 3
00:02:4100:02:44แคปซูลใส่เข้าไปเพิ่มเติมนะคะเพราะว่าไข
00:02:4400:02:46มันมันมีจำกัดเท่านั้นเพราะฉะนั้นมันก็
00:02:4600:02:49ละลายได้แค่นั้นน่ะค่ะนะฮะซึ่งละลายได้
00:02:4900:02:51แค่นั้นเนี่ยบางครั้งเวลาเรากินเข้าไป
00:02:5100:02:54เยอะๆเพราะเอชัวเต้องกินทีเลยพอสมควร
00:02:5400:02:59>> ค่ะก็อาจจะช่วยทำให้เอ่อเอ่อเกิดผลทางการ
00:02:5900:03:01รักษาได้เช่นเดียวกันนะคะเอ่อมันก็อาจจะ
00:03:0200:03:05น้อยไปนิดนึงนะคะเวลามันก็อาจจะยาวไปอีก
00:03:0500:03:08หน่อยนึงหลายคนก็อาจจะบอกว่าเอ๊ะถ้างั้น
00:03:0800:03:10เราไปละลายกับนมธรรมดาแหละมากินคู่กับ
00:03:1100:03:11เอ็นชัวได้มั้ย
00:03:1100:03:12>> อ
00:03:1200:03:15>> นะคะจริงๆในตามหลักเนี่ยมันได้อยู่แต่
00:03:1500:03:18ต้องไปดูเอ่อสภาวะของคนๆนั้นว่าการที่เขา
00:03:1800:03:21กินเอชัวจริงๆเขาต้องการควบคุมพวกปริมาณ
00:03:2100:03:24สารพวกนี้อยู่ด้วยหรือเปล่านะคะถ้าเขา
00:03:2400:03:26ต้องการควบคุมไขมันแล้วเราไปเอาไขมันในนม
00:03:2600:03:30มาเพิ่มเค้าก็มีปัญหานะฮะในการเอ่อควบคุม
00:03:3000:03:34ไอ้ตัวปริมาณนมตรงนั้นนะคะคำถามถัดมาก็
00:03:3400:03:37คือว่าเอ๊ะถ้ายังอยากกินอยู่จะทำยังไงนะ
00:03:3700:03:38คะ
00:03:3800:03:40>> เอ่อมันก็มี 2 ประเด็นค่ะ
00:03:4000:03:43>> ประเด็นที่ 1 ต้องการใช้ขมิ้นรักษาทาง
00:03:4300:03:46เดินอาหารรักษาแผลในทางเดินอาหารจริงหรือ
00:03:4600:03:47เปล่านะคะ
00:03:4700:03:49>> อวัตถุประสงค์ของการกินนมขมิ
00:03:4900:03:53>> ใช่ค่ะถ้าต้องการในการรักษาแผลในทางเดิน
00:03:5300:03:56อาหารซึ่งเราต้องการสารที่มันไปรักษาแผล
00:03:5600:03:58และให้ต้องสัมผัสแผลด้วยนะคะเราก็มีทาง
00:03:5800:04:01เลือกซึ่งเราก็ได้คุยกันไปแล้วแต่ว่าวัน
00:04:0100:04:03นี้มากล่าวย้ำอีกครั้งนะคะก็คือทางเลือก
00:04:0300:04:05อื่นๆมีอีก 3 ถังค่ะก็คืออาจจะใช้กล้วย
00:04:0500:04:08ดิบแทนซึ่งกล้วยดิบเนี่ยถ้าเป็นผงแล้ว
00:04:0800:04:12ละลายละลายน้ำธรรมดาเนี่ยก็สามารถที่จะลด
00:04:1200:04:16ไอ้ตัวการเกิดแผลหรือการเป็นแผลได้นะคะลด
00:04:1600:04:19การอักเสบอ่ามันมีสารที่ลดการอักเสบแล้ว
00:04:1900:04:21ก็เป็นสารที่ช่วยทำให้แผลหายได้เช่นเดียว
00:04:2100:04:25กันนะคะแต่ก็ข้อเสียของกล้วยดิบก็คือมัน
00:04:2500:04:28อาจจะทำให้เค้าท้องผูกหรือท้องอืดได้นะคะ
00:04:2800:04:30ถ้ากรณีที่เป็นอย่างนี้ได้ก็เลี่ยงกล้วย
00:04:3000:04:33ดิบเสียเพราะเรายังมีอีก 2 ตัวให้เลือกนะ
00:04:3300:04:35คะ 2 ตัวที่ให้เลือกก็มีเอ่อวุ้นว่านหาง
00:04:3500:04:39จระเข้กับเอ่อกระเจี๊ยบนะคะซึ่งทั้ง 2
00:04:3900:04:41อันเนี่ยกินไม่ยากนะคะก็ใช้แทนได้เหมือน
00:04:4100:04:42กัน
00:04:4200:04:44>> กระเจี๊ยบก็อย่างที่อาจารย์เคยเล่าว่าไป
00:04:4400:04:45ต้มแล้วก็มากินได้
00:04:4500:04:48>> อ่าก็เคี้ยวกินเลยหรือถ้าอยากจะปั่นก็ได้
00:04:4900:04:52เช่นเดียวกันนะคะปั่นแล้วก็กลืนเลยก็ได้
00:04:5200:04:55ปั่นกรองเอาแต่ตัวน้ำก็ได้อีกเหมือนกัน
00:04:5500:04:55>> อือื
00:04:5500:04:59>> นะคะไม่ได้แตกต่างคุณภาพพอๆกันอาจจะด้อย
00:04:5900:05:02กว่าขมินิดหน่อยแต่ก็ไม่นานเหมือนกันนะ
00:05:0200:05:04ค่ะเท่าที่เคยสังเกตแล้วก็ดูจากไอ้รายงาน
00:05:0400:05:06การวิจัยทั้งหลายนะคะ
00:05:0600:05:08>> แต่กระเจี๊ยบต้องเป็นฝักนะคะเป็นเขียวๆนะ
00:05:0800:05:10คะบางคนอาจจะรู้สึกว่าเอ้มันจะไปเข้าใจ
00:05:1100:05:12เป็นน้ำเป็นดอกแดงๆไม่ใช่เนาะ
00:05:1200:05:14>> อ๋อมันเป็นกระเจี๊ยบคนละชนิดกัน
00:05:1400:05:17>> นะคะกระเจี๊ยบอันที่เป็นฝักเขียวเราเรียก
00:05:1700:05:19ว่ากระเจี๊ยบเขียวหรือกระเจี๊ยบมอนหรือ
00:05:1900:05:22มะเขือมอนมันก็จะอยู่ในตลาดเป็นผักแต่ถ้า
00:05:2200:05:26เป็นกระเจี๊ยบแดงเนี่ยพวกนี้ก็จะมีสีแดงๆ
00:05:2600:05:27นะคะเป็นดอก
00:05:2700:05:30>> อ่าเป็นจริงๆมันคือกลีบเลี้ยงแล้วก็เอา
00:05:3000:05:32ตัวผลข้างในเนี่ยทิ้งไปแล้วพวกนั้นน่ะมี
00:05:3200:05:35ฤทธิ์ขับปัสสาวะแล้วก็มีสภาวะเป็นกรดจะ
00:05:3500:05:37ไม่มีฤทธิ์ในเรื่องของการรักษาแผลในทาง
00:05:3700:05:38เดินอาหาร
00:05:3800:05:40>> อืเพราะฉะนั้นก็เป็นกระเจี๊ยบเขียว
00:05:4000:05:44>> ค่ะคราวนี้เราก็ค้างอีกประเด็นนึงว่าถ้า
00:05:4400:05:47สมมุติต้องกินขมิ้นชันแต่ไม่ใช่เพื่อ
00:05:4700:05:51รักษาแผลนะคะแล้วก็ไม่สามารถมาละลายเอชัว
00:05:5100:05:54ได้เพราะว่ามีปัญหาเรื่องเรื่องไขมัน
00:05:5400:05:59เรื่องอะไรอื่นๆนะคะจะทำยังไงนะฮะก็มี
00:05:5900:06:02ผลิตภัณฑ์วิ้นชันประเภทนึงค่ะที่ช่วยทำ
00:06:0300:06:06ให้พวกสารเคลือคิมนอยเนี่ยสามารถที่จะดูด
00:06:0600:06:08ซึมเข้าไปในร่างกายนะฮะในกรณีที่เขาไม่
00:06:0900:06:10ต้องการรักษาแผลแต่เขาต้องการให้มันดูด
00:06:1000:06:13ซึมเข้าไปข้างในเพื่อรักษาอย่างเช่นเอ่อ
00:06:1300:06:16รักษาโรคนะฮะรักษาพวกโรคข้ออะไรต่างๆซึ่ง
00:06:1600:06:20อยู่ภายใต้การดูแลนะคะหรือเอ่อบางคนอาจจะ
00:06:2000:06:23ไปใช้รักษาอาการอักเสบที่เราเรียกว่า
00:06:2300:06:26อักเสบเรื้อรังนะฮะซึ่งมันจะเป็นนานแล้ว
00:06:2600:06:29ก็เป็นบ่อยๆแล้วก็มีคำแนะนำว่าให้ใช้พวก
00:06:2900:06:33นั้นก็ให้ไปใช้ผลิตภัณฑ์เอ่อขมิ้นชานเป็น
00:06:3300:06:37สารสกัดนะคะซึ่งมันจะเติมสารอีกตัวนึง
00:06:3700:06:40ช่วยให้มันดูดซึมได้ดีเราเรียกสารพวกนี้
00:06:4000:06:43ว่าbihanอซึ่งที่เราใช้ๆกันอยู่มันก็มี
00:06:4300:06:46พวกวิปรีนที่เราได้จากเอ่อพริกไทย
00:06:4600:06:50>> นะคะแต่การที่นำผงขมิ้นกับผงพริกไทยมาผสม
00:06:5000:06:52กันอันนี้ไม่ช่วยนะคะนะครับต้อง
00:06:5200:06:52>> เป็นสารสกัด
00:06:5200:06:55>> ต้องเป็นสารสกัดค่ะแต่นี้สารสากาศพวกนี้
00:06:5500:06:57มีแความแรงค่อนข้างเยอะนะคะเพราะฉะนั้น
00:06:5700:07:01ใช้จะต้องอยู่ในการดูแลนะคะของของแพทย์นะ
00:07:0100:07:03คะเพื่อให้ได้รู้ได้ควบคุมขนาดว่าไม่ให้
00:07:0300:07:06มันเกินไปไม่ให้ระยะเวลามันยาวเกินไปด้วย
00:07:0600:07:06ค่ะ
00:07:0600:07:09>> อืเพราะฉะนั้นเหมือนกะต้องเอาให้ชัดก่อน
00:07:0900:07:12เนาะว่าเราจะกินขมิ้่นเพื่ออะไรถ้าหวังผล
00:07:1200:07:14เพื่อเคลือบทางเดินอาหารอันเนี้ยต้องผสม
00:07:1400:07:16กับนมนั่นแหละเพราะว่ามันเป็นของเหลวกิน
00:07:1600:07:18เข้าไปมันจะได้เคลือบเนอะแต่ถ้าเราอยาก
00:07:1800:07:20กินขมิ้นเพื่ออย่างที่อาจารย์บอกว่าเป็น
00:07:2000:07:23อาการอื่นน่ะต้านการอักเสบอะไรก็แล้วแต่
00:07:2300:07:25อันนั้นต้องเป็นแคปซูลเป็นสารสกัดต้องเอา
00:07:2500:07:27ให้ชัวร์ก่อนเนาะคราวนี้ก่อนที่จะข้ามไป
00:07:2700:07:29อีกคำถามนึงที่บอกว่ากินขมิ้่นนานๆจะเป็น
00:07:2900:07:31อะไรมั้นะคะมันจะมีอีกคำถามนึงก็คือว่านม
00:07:3100:07:35ขมิ้่นค่ะอาจารย์ทำไมต้องรอให้มันตกตะกอน
00:07:3500:07:36>> เสียดายอ่ะ
00:07:3600:07:38>> ทำไมต้องกินแต่ไอ้ชั้นที่มันเป็นนมอ่ะใช่
00:07:3800:07:40ๆจริงๆแล้วเนี่ยเราใส่เข้าไปเนี่ยมันสกัด
00:07:4100:07:43ไม่หมดจริงๆค่ะไอ้ตัวผงที่ออกมามันยังมี
00:07:4300:07:46สีเหลืองนิดๆนะคะหลายคนก็เสียดายที่จริง
00:07:4600:07:49การติดตะกอนลงไปมันก็ไม่ได้เสียหายอะไร
00:07:4900:07:52เพียงแต่ว่าปัญหาก็คือว่าบางครั้งเวลามัน
00:07:5200:07:55มีตะกอนเข้าไปเนี่ยตัวตะกอนน่ะค่ะมันจะไป
00:07:5500:07:58แตะอยู่ที่ตามแผลนะคะแล้วมันก็ทำให้เกิด
00:07:5800:08:01การระคายเคืองแผลดังนั้นเนี่ยสิ่งที่เรา
00:08:0100:08:03จะเลี่ยงก็คือเราไม่ต้องการให้แผลที่มัน
00:08:0300:08:05เกิดขึ้นตามทางเดินไม่ว่าจะเป็นไอ้ตรง
00:08:0500:08:08หลอดอาหารหรือว่าในตัวกระเพาะอาหารนะคะ
00:08:0800:08:10เอ่อเราไม่ต้องการให้มันสัมผัสกับอะไรที่
00:08:1000:08:12ระคายเคืองเพราะว่าพอยิ่งระคายเคืองมัน
00:08:1200:08:13ยิ่งหายช้า
00:08:1300:08:14>> ออ
00:08:1400:08:16>> นะฮะเพราะฉะนั้นก็เลยบอกว่าตัดใจทิ้งมัน
00:08:1600:08:19ไว้ไม่เป็นไรค่ะนิดเดียวนะฮะเอ่อถ้าเทียบ
00:08:1900:08:22กับการกินขมิ้นทั้งแคปซูลเข้าไปเนี่ยเรา
00:08:2200:08:24สูญเสียน้อยกว่าด้วยซ้ำไปนะคะเพราะฉะนั้น
00:08:2500:08:28ใช้เฉพาะตัวที่เป็นของเหลวเป็นนมที่เป็น
00:08:2800:08:31สีเหลืองเท่านั้นนะคะแล้วทิ้งไปค่ะ
00:08:3100:08:33>> อาจารย์มีอีกคำถามนึงค่ะคุณเฮงๆกับ
00:08:3300:08:36หม่ามี้นะคะบอกว่าอยากทราบว่านมอุ่นผสม
00:08:3600:08:39ขมิ้นครั้งเดียวทาน 3 มือได้มั้คะ
00:08:3900:08:43>> เอ่อไม่แนะนำไม่แนะนำเพราะว่าตัวขมิ้น
00:08:4300:08:46เนี่ยเวลามันละลายสารเคลือคิมนอยละลายออก
00:08:4600:08:49มาแล้วเนี่ยเวลามันเผชิญกับอากาศอะไร
00:08:4900:08:50เงี้ยความที่มันมีฤทธิ์ที่เราเรียกว่า
00:08:5000:08:53แอนตี้ออกซidantนหรือต้านการเอ่อ
00:08:5300:08:57ออกซิเดชันะคะมันเวลามันเจออากาศนานๆเข้า
00:08:5700:09:00เนี่ยมันก็จะสลายตัวเ้าเรียกว่าเปลี่ยน
00:09:0100:09:03แปลงสภาพเพราะมันไปทำปริยากับออกซิเจนใน
00:09:0300:09:06อากาศเพราะฉะนั้นเวลาทำเนี่ยจริงๆแนะนำ
00:09:0600:09:10ว่าให้ละลายเป็นมื้อต่อมื้อค่ะถ้าคิดว่า
00:09:1000:09:13วันนึงจะกินแค่แคปซูลแคปซูลเดียวแล้วเอา
00:09:1300:09:17ไม่หมดก็แบ่งทีละอันทีละนั่นก็ได้ค่ะ
00:09:1700:09:19เพราะว่าเราไม่ได้จำเป็นต้องกินเท่ากัน
00:09:1900:09:23ตลอดใช่มั้ยคะก็วันนึงก็ถ้าจะกินแบบรักษา
00:09:2300:09:27แผลเนี่ยก็ประมาณซักเอ่อไม่ 1 กรัมนะฮะก็
00:09:2700:09:29คือ 500 มกรัม 2 ครั้งหรืออาจจะไม่ถึง 1
00:09:3000:09:32กรัมก็ได้ประมาณ 800 ก็ยังได้อยู่ค่ะ
00:09:3200:09:33>> อื
00:09:3300:09:33>> นะคะ
00:09:3300:09:35>> โอเคกินเป็นครั้งๆดีกว่า
00:09:3500:09:37>> ค่ะทำเป็นครั้งแล้วที่สำคัญอีกอันนึงก็
00:09:3800:09:42คือว่าการละลายในนมเนี่ยมันละลายได้ดีใน
00:09:4200:09:45นมอุ่นพอทิ้งเอาไว้เนี่ยบางส่วนมันก็ไม่
00:09:4500:09:45ออกมาละ
00:09:4500:09:47>> โอเคค่ะเพราะฉะนั้นถ้าถ้าจะให้ได้ผลก็
00:09:4800:09:49อย่างที่อาจารย์บอกว่าเป็นครั้งอุ่นนม
00:09:4900:09:52เนาะแล้วก็แกะแคปซูลออกมาเราก็แบ่งส่วน
00:09:5200:09:55นึงพอมันละลายเสร็จปุ๊บให้มันตกตะกอนเรา
00:09:5500:09:57ก็กินเฉพาะส่วนที่เป็นเป็นนมที่ขมิ้นมัน
00:09:5700:09:59ละลายออกมาแล้วนะคะไอ้ที่เป็นตะกอนก็ทิ้ง
00:09:5900:10:02ไปนะคะคราวนี้อีกคำถามนึงค่ะอาจารย์พอรู้
00:10:0200:10:05สึกว่ามันดีปุ๊บกินขมิ้นนานๆได้ไหม
00:10:0500:10:07>> ค่ะมีหลายคนคิดว่า 1 มันมีฤทธิ์ด้านต้าน
00:10:0700:10:11อนุมูลอิสระ 2 มันมีฤทธิ์ต้านการอักเสบดู
00:10:1100:10:13ดีมากเลยอ่ะอยากกินแล้วก็เจอหลายคนด้วย
00:10:1300:10:17ว่ากินยาวนะคะคราวนี้เรามาดูกันก่อนว่า
00:10:1700:10:21จริงๆแล้วเนี่ยเราเคยเจอปัญหามั้ยถ้ากมิ
00:10:2100:10:25กินยาวๆนะคะก็เลยไปลองค้นดูก็พบว่าจริงๆ
00:10:2500:10:27แล้วเนี่ยตัวขมิ้นเนี่ยนะเวลากินนะฮะ
00:10:2800:10:29ลักษณะของการกินเนี่ยเขาบอกว่าถ้ากิน
00:10:2900:10:32ลักษณะผงเนี่ยเให้กินวันนึงไม่เกิน 1
00:10:3200:10:35กรัมนะคะถ้าเป็นผงนะฮะวันนึงไม่เกิน 1
00:10:3500:10:38กรัมจริงๆแล้วก็จะนานได้ที่รายงานเค้าเจอ
00:10:3800:10:42ก็เป็นปีนะคะ 1 กรัมเนี่ยในส่วนตัวนะใน
00:10:4200:10:45ส่วนตัวก็ยังบอกว่ามันก็ดูเยอะไปนะฮะใน
00:10:4500:10:48กรณีที่กินติดต่อกันทุกวันเนี่ยถึง 1 ปี
00:10:4800:10:51เพราะตามประสบการณ์นะถ้ามองว่าขมิ้นคือ
00:10:5100:10:54สารต้านอนุมูลอิสระคมิ้นคือสารต้านการ
00:10:5400:10:57อักเสบนะคะเอ่ออนุมูลอิสระหรือว่าเอ่อการ
00:10:5800:11:01ออกซิเดชเนี่ยเป็นเรื่องที่มีทั้งดีและ
00:11:0100:11:03ไม่ดีนะคะเหมือนกับการอักเสบเหมือนกันมี
00:11:0300:11:05ทั้งดีและไม่ดีเพราะโดยพื้นฐานพวกเนี้ย
00:11:0500:11:08มันเกิดขึ้นเพื่อปรับให้ร่างกายเราเนี่ย
00:11:0800:11:10มันสามารถทำงานได้
00:11:1000:11:12>> อือักเสบเหมือนเป็นสัญญาณใช่มั้คะอาจารย์
00:11:1200:11:15>> ค่ะถ้าถ้าพูดถึงเรื่องออกซิเชออกซิเดช
00:11:1500:11:17เนี่ยในกระบวนการเราเนี่ยมีสิ่งที่เรา
00:11:1700:11:20เรียกว่า Metabolism นะคะก็คือว่ามีการ
00:11:2000:11:23เค้าเรียกว่าเผาผลาญไอ้กระบวนการเผาผลาญ
00:11:2300:11:25เนี่ยแหละค่ะมันทำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้น
00:11:2500:11:27มาทำให้เกิดพลังงานขึ้นมาถ้าเราไปใช้สาร
00:11:2700:11:31ที่มันต้านอ่าอนุมูลอิสระหรือต้านการทำ
00:11:3100:11:34งานพวกเนี้ยมันทำให้การเผาผลาลดลงค่ะ
00:11:3400:11:36เพราะฉะนั้นพลังงานเราก็ลดลง
00:11:3600:11:40>> นะฮะเคยเจอคนที่กินขมิ้นนานๆแล้วมีความ
00:11:4000:11:43รู้สึกเหมือนกับเค้าเซึมลงเ้าตื้อลงอะไร
00:11:4300:11:46ลักษณะอย่างนั้นน่ะที่เคยเห็นนะคะนั่นคือ
00:11:4600:11:48ประเด็นนึงและอีกประเด็นนึงก็คือว่า
00:11:4800:11:50เรื่องของการอักเสบกระบวนการอักเสบอักเสบ
00:11:5000:11:53ที่ที่เมื่อกี้หมอแดงบอกว่ามันมีสัญญาณนะ
00:11:5300:11:55คะกระบวนการอักเสบนี่มันเป็นกระบวนการที่
00:11:5500:11:59เ้าเรียกว่าตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งที่
00:11:5900:12:01เข้ามาสู่ร่างกายเป็นสิ่งที่ไม่ดีอย่าง
00:12:0100:12:04เช่นเรากระแทกหรือเอ่อเรามีปัญหาสุขภาพ
00:12:0400:12:07ต่างๆเนี่ยมันก็บางครั้งมันมีการอักเสบนะ
00:12:0700:12:09คะแล้วก็ส่งสัญญาณพอส่งสัญญาณเี่มันก็จะ
00:12:0900:12:12ไปหาภูมิคุ้มกันไปหาตัวต้านการอักเสบเข้า
00:12:1200:12:14มาเพื่อจะมาแก้ไขปัญหาตรงนี้
00:12:1400:12:15>> เป็นธรรมชาติด้วย
00:12:1500:12:17>> อ่าเป็นธรรมชาติของเขาพอเราไปกินเข้า
00:12:1700:12:20เนี่ยมันก็คือไประงับสัญญาณธรรมชาตินะบาง
00:12:2000:12:23ครั้งเนี่ยการระงับสัญญาณธรรมชาติเนี่ย
00:12:2300:12:25มันก็ดูว่าเออมันไม่อักเสบนะมันไม่อะไรนะ
00:12:2500:12:28แต่ว่าไอ้ตัวที่มันกระตุ้นยังอยู่ค่ะ
00:12:2800:12:30>> อ่าเราไม่ได้ไปแก้ต้นเหตุอะไรเลย
00:12:3000:12:32>> ใช่ไม่ไม่ได้แก้ไขปัญหาอะไรเลยเพราะตัว
00:12:3200:12:34กระตุ้นมันอยู่ไอ้สุขภาพตรงนั้นหรือปัญหา
00:12:3400:12:36ตรงนั้นมันก็ยังอาจจะขยายลุกรามได้ด้วย
00:12:3600:12:40เพราะว่าไม่มีเอ่อกลุ่มศาลทั้งหลายเข้ามา
00:12:4000:12:42coverเวอร์ตรงนี้แล้วไม่ได้แก้ไขปัญหาตรง
00:12:4200:12:43นี้แล้ว
00:12:4300:12:46>> นะคะในระยะยาวก็อาจจะเป็นปัญหาได้
00:12:4600:12:48>> โอเคเพราะฉะนั้นก็ไม่ควรเนาะอาจารย์ที่จะ
00:12:4800:12:51กินติดต่อกันไปเป็นปีโดยที่มองว่ามันมี
00:12:5100:12:52แต่ประโยชน์อย่างเดียวเพราะจริงๆอย่างที่
00:12:5200:12:54บอกว่าอักเสบมันก็เป็นการส่งสัญญาณอย่าง
00:12:5400:12:58นึงอใช่ค่ะคราวนี้คงต้องบอกว่ามีบางคนที่
00:12:5800:13:01กินเยอะๆแล้วกินยาวเกิดอะไรขึ้นมีความ
00:13:0100:13:03เสี่ยงต่ออะไรนะคะเพราะนอกจากเรื่องที่
00:13:0400:13:07พูดกันเนี่ยมันมีชัดเจนเลยที่เขา้ารายงาน
00:13:0700:13:10มานะคะอันที่ 1 คือความเสี่ยงต่อปัญหาทาง
00:13:1000:13:12เดินอาหารมันมีความเสี่ยง 5 ข้อนะคะอัน
00:13:1200:13:14นี้กินเยอะและกินนาน
00:13:1400:13:16>> อ่าอันนี้เราพูดถึงกินเยอะและกินนานเนาะ
00:13:1600:13:18ความเสี่ยง 5 ข้ออันที่ 1 คือปัญหาทาง
00:13:1800:13:20เดินอาหารเพราะว่าขมิ้นเนี่ยส่วนหนึ่งจะ
00:13:2000:13:23ทำให้ท้องผูกเพราะฉะนั้นทางเดือนอาหารคุณ
00:13:2300:13:25จะรวนถ้าคุณท้องผูกบ่อยๆแล้วคุณไปแก้
00:13:2500:13:27ปัญหาท้องผูกโดยคุณไม่รู้ว่าต้นเหตุมัน
00:13:2700:13:27คือขม
00:13:2700:13:29>> อืเพราะมันฝาดใช่มั้คะอาจารย์
00:13:2900:13:32>> มันฝาดค่ะแล้วก็ในยาไทยเนี่ยเขาใช้ขมิ้น
00:13:3200:13:34สำหรับเอ่อรักษาโรคท้องเสีย
00:13:3500:13:35>> อือ
00:13:3500:13:38>> นะคะแล้วเใช้ในเป็นน้ำกับสายด้วยนะคะแสดง
00:13:3800:13:41ว่าฤทธิ์มันก็แรงพอสมควรนะฮะแล้วก็มีผล
00:13:4100:13:44ต่อไอ้การทำงานของทางเดินอาหารพอสมควรอัน
00:13:4400:13:46นี้คือความเสี่ยงข้อแรกความเสี่ยงข้อที่ 2
00:13:4600:13:51ก็คือเรื่องของการที่เลือดไหลหยุดไหลยาก
00:13:5100:13:54นะคะเพราะขมิ้นเนี่ยมันมีฤทธิ์ในการต้าน
00:13:5400:13:56การจับตัวของเกล็ดเลือดซึ่งตามปกติเวลา
00:13:5600:13:59เรามีดบาตรเราอะไรเงี้ยทำการอะไรก็ตาม
00:13:5900:14:01เนี่ยแล้วมีเลือดออกมาหรือแม้กระทั่งใน
00:14:0100:14:04ตัวเราเนี่ยบางทีมันมีการหลอดเลือดมันมัน
00:14:0400:14:06ฉีกขาดมีอะไรเงี้ยนะคะซึ่งมันจะซ่อมแซม
00:14:0600:14:08โดยธรรมชาติโดยใช้ไอ้เกล็ดเลือดพวกนี้
00:14:0800:14:11เข้าไปรวมตัวแล้วก็เป็นปลั๊กอุดเอาไว้นะ
00:14:1100:14:11คะ
00:14:1100:14:15>> พอขมิ้นไปอย่างี้ปั๊บมันเกิดการต้านทานพอ
00:14:1500:14:18เกิดการความการต้านทานขึ้นมามันก็ทำให้
00:14:1800:14:21เลือดเนี่ยมันไหลไม่หยุดไหลไม่แข็งตัวนะ
00:14:2100:14:23คะบางคนนี่ก็จะเกิดการเรียกว่าเลือดออกใน
00:14:2300:14:26ไปในจุดที่เราไม่ต้องการเช่นเลือดออกที่
00:14:2600:14:28สมองเลือดออกตามปลายทั้งหลายอะไรอย่าง
00:14:2800:14:31เงี้ยแล้วมันก็เกิดปัญหารุนแรงตามมา
00:14:3100:14:33>> โดยที่บางทีเราก็ไม่รู้เอทำไมเราเป็นแบบ
00:14:3300:14:33นี้
00:14:3300:14:37>> ใช่ค่ะอันนี้คือจุดเสี่ยงโดยเฉพาะผู้สูง
00:14:3700:14:41อายุนะคะข้อที่ 3 ก็คือเรื่องของถุงน้ำดี
00:14:4100:14:44นะคะเพราะว่าขมิ้นเนี่ยกระตุ้นทำให้น้ำดี
00:14:4400:14:47เนี่ยหลั่งอยู่ฉะนั้นนั้นมันก็อาจจะมี
00:14:4700:14:51ปัญหาทำให้มีเ่อถุงน้ำดีทำงานเยอะมีการ
00:14:5100:14:55หลับมากมายแล้วก็ตับก็ทำงานเยอะขึ้นนะคะ
00:14:5500:14:59แล้วก็ข้อที่ 4 ขมิ้นมีปัญหาต่อการดูดซึม
00:14:5900:15:00ธาตุเหล็ก
00:15:0000:15:03>> ออตรงนี้ไงคะอาจารย์นะคะซึ่งตรงนี้เนี่ย
00:15:0300:15:06คนที่มีปัญหาคือ 1 คนที่เอ่อเป็นโรคโลหิต
00:15:0600:15:09จางนะคะซึ่งต้องการธาตุเหล็กอยู่พอกิน
00:15:0900:15:13เข้าไปมันก็ลดการดูดซึมก็แย่ลงนะคะก็ไม่
00:15:1300:15:15สามารถจะทำงานได้จะให้ยาให้ยาเท่าไหร่
00:15:1500:15:16เท่าไหร่แต่ก็ไม่ดีขึ้น
00:15:1600:15:19>> เหมือนอยากกินยาบำรุงเลือดอะไรแต่บางทีหา
00:15:1900:15:21รู้มั้ว่าเอ้ยเรากินขมิ้นทุกวันมัน
00:15:2100:15:21>> ไม่ได้
00:15:2200:15:25>> นะคะความเสี่ยงข้อ 5 ก็คือเรื่องของการทำ
00:15:2500:15:27งานของตับซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยมันก็เกี่ยว
00:15:2700:15:30เนื่องกับถุงน้ำดีนั่นแหละแต่มันมากกว่า
00:15:3000:15:32นั้นนะคะก็คือมันกระตุ้นการทำงานของตับ
00:15:3200:15:35ทั้งหมดซึ่งเรื่องนี้เนี่ยถ้าตามหลักการ
00:15:3500:15:37แพทย์แผนไทยเนี่ยมันก็ใช่เพราะว่ามันมี
00:15:3700:15:40ตัวสส่วนนึงมันมีตัวร้อนอยู่ที่กระตุ้น
00:15:4000:15:44การทำงานของตับด้วยนะคะเอ่อในในแง่ของ
00:15:4400:15:47ความเป็นจริงเนี่ยเราก็เจอเจอกรณีของคน
00:15:4700:15:52ไข้ที่กินขมิ้นในขนาดสูงแล้วก็นานนะฮะพบ
00:15:5200:15:56ว่าเกิดปัญหาค่าตับมันเพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้
00:15:5600:15:58ไม่ไม่ได้อยู่ที่เมืองไทยนะคะมีที่อิตาลี
00:15:5800:16:01กับที่อเมริกานะคะที่เราเจอแล้วก็มีราย
00:16:0100:16:04งานออกมาแต่พวกเนี้ยจะเกิดขึ้นกับคนที่
00:16:0400:16:08กินกลุ่มผลิตภัณฑ์ขมิ้นที่ผสมพวกสารที่มา
00:16:0900:16:10จากพริกไทยที่เราเรียกพิปรีนที่เราพูดจาก
00:16:1000:16:13ตอนต้นน่ะนะคะที่เรียกว่าbihanอซึ่งพวก
00:16:1300:16:17เนี้ยมันทำให้มีการดูดซึมตัวสารเคมีนอย
00:16:1700:16:20เข้าไปในตัวเยอะนะคะเพราะฉะนั้นมันก็จะมี
00:16:2000:16:22ปัญหาทำให้ตับต้องทำงานเยอะขึ้นนะคะแล้ว
00:16:2200:16:24ก็มีต้องมีปัญหากับตับทีละ
00:16:2500:16:28>> อืโออันนี้อันนี้สำคัญเลยนะคะอาจารย์
00:16:2800:16:30เพราะว่ายิ่งว่ามันเป็นเม็ดด้วยเป็นสาร
00:16:3000:16:32สกัดด้วยยิ่งกินสะดวกด้วยยิ่งเราเชื่อว่า
00:16:3200:16:35เขาดีด้วยแล้วกินติดต่อกันนานๆ
00:16:3500:16:38>> เนี่ย 5 อย่างเนี้ยขนาดสูงต้องระวัง
00:16:3800:16:42>> ค่ะนี้จิ้งๆต้องเตือนนิดนึงก็คือว่าจริงๆ
00:16:4200:16:44แล้วคมิ่งไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนไม่ใช่
00:16:4400:16:48ว่าใครใครก็กินขมิ้นได้ถึงแม้ขนาดต่ำนะคะ
00:16:4800:16:52มีคนบางคนที่จะต้องยกเว้นไม่ควรกินขมิ้น
00:16:5200:16:55นะคะใครมั่งที่ไม่ควรกินขมิ้นนะอันที่ 1
00:16:5500:16:57คนที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี
00:16:5700:16:59>> นะคะอันนี้เจอบ่อยค่ะตอนหลังเราก็เจอว่า
00:16:5900:17:02เอ่อมีคนไทยจำนวนนึงเลยเป็นนิ่วในถุง
00:17:0200:17:05นับดีแล้วพวกนี้ไม่เราไม่รู้ตัวนะคะอย่าง
00:17:0500:17:08ที่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนแรกๆเนี่ยถ้าพอกิน
00:17:0800:17:10ขมิ้นไปปั๊บจะรู้สึกว่าแทนนี้รู้สึกดีจะ
00:17:1000:17:13รู้สึกแย่ลงเพราะว่าพอถุงน้ำดีอุดตันพวก
00:17:1300:17:15นี้กระตุ้นพอยิ่งกระตุ้นมันยิ่งเพิ่มแรง
00:17:1500:17:18ดันเพราะนั้นอาจจะป่วนมากขึ้นนะคะหรือว่า
00:17:1800:17:20ถ้ายังไม่ทันไม่ไม่รู้ตัวให้สังเกตก่อน
00:17:2000:17:23ว่าตอนนี้เรากินไขมันแล้วมันย่อยยากหรือ
00:17:2300:17:23เปล่า
00:17:2300:17:25>> อ่าใช่อันนี้อาการเบื้องต้นเลยของคนเป็น
00:17:2500:17:26นิ้วในถุงน้ำดี
00:17:2600:17:30>> ค่ะอันที่ 2 ก็คือคนที่มีภาวะผิดปกติใน
00:17:3000:17:32เรื่องของการแข็งตัวของเลือดพวกนี้ก็ไม่
00:17:3200:17:35ควรทานก็อย่างที่พูดกันตอนแรกนะฮะเรื่อง
00:17:3500:17:37ว่ามันต้านการจับตัวของเกล็ดเลือดแล้วก็
00:17:3700:17:39คนที่ใช้ยาที่เกี่ยวข้องกับภาวะการแข็ง
00:17:4000:17:42ตัวของตรงนี้ก็ใช้ไม่ได้
00:17:4200:17:44>> อย่างงี้คนที่เขาเป็นโรคหัวใจหรือว่าเป็น
00:17:4400:17:46โรคความดันที่เกินยาอยู่แล้วอันนี้ก็อาจ
00:17:4600:17:47จะไม่ไม่ต้อง
00:17:4700:17:49>> ไม่ได้ไม่ได้ค่ะให้ให้ปรึกษาเลยถ้าเอา
00:17:4900:17:52เป็นรบหัวใจหรือกลุ่มคนที่ล้างไต
00:17:5200:17:52>> อื
00:17:5200:17:54>> นะคะเพราะฉะนั้นจะต้องปรึกษาเพราะว่า
00:17:5400:17:57กลุ่มคนที่ล้างไต่เนี่ยเอ่อเขาจะฉีดยาตัว
00:17:5700:17:59นึงที่ละลายพวกลิ่มเลือดพวกนี้ซึ่งอาจจะ
00:17:5900:18:01ทำให้เกิดการเสริมฤทธิ์ขึ้นมาได้ถ้า
00:18:0100:18:04จำเป็นต้องกินจริงๆก็ควรจะต้องอยู่ในความ
00:18:0400:18:05ดูแลของแพทย์
00:18:0500:18:07>> ถ้ายังไม่ถึงกับล้างไตคะอาจารย์มันมีหลาย
00:18:0700:18:09ระยะมากเลยสมมุติระยะต้นๆอย่างเงี้ยยัง
00:18:0900:18:10ควรจะกินมั้คะ
00:18:1000:18:13>> เอ่อเลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะคะเพราะว่าพวกนี้
00:18:1300:18:16ถ้ากินจริงๆถ้าจำเป็นต้องกินจริงๆอ่ะต้อง
00:18:1600:18:20ไปคุมขนาดคุมค่าต่างๆซึ่งจะต้องดูแลเยอะ
00:18:2000:18:24นะคะกลุ่มอีก 2 อันก็คือสตรีมคันนะคะอัน
00:18:2400:18:27นี้แน่นอนรายงานเราไม่ได้ชัดเจนว่าเค้ามี
00:18:2700:18:30ปัญหาอะไรนะคะเพราะว่าเมื่อไหร่ที่สำหรับ
00:18:3000:18:32กลุ่มสติคันทั้งหมดตัวไหนที่ไม่มีรายงาน
00:18:3200:18:34ว่ามันปลอดภัยเราไม่ให้เกียรติ
00:18:3400:18:35>> นะคะ
00:18:3500:18:38>> แล้วก็กลุ่มที่มียาในโรคเรื้อรังหลายๆ
00:18:3800:18:39หลายๆอย่าง
00:18:3900:18:40>> อ่ากินยาอยู่หลายๆขนาด
00:18:4000:18:43>> อ่าที่เมื่อกี้เราคุยกันเนี่ยนะคะก็ให้
00:18:4300:18:45ปรึกษาปรึกษาก่อนนะคะพิษากรแล้วก็ปรึกษา
00:18:4500:18:45ก่อน
00:18:4500:18:50>> อืก็เคลียร์คัดเลยนะคะถามมาประมาณ 2-3 คำ
00:18:5000:18:52ถามแต่ว่าเนี่ยแหละค่ะเป็นความสำคัญที่
00:18:5200:18:54ทำไมเราถึงอยากเอามาตอบเป็นคลิปเนาะไม่
00:18:5400:18:57สามารถตอบเป็นสั้นๆในในข้อความได้เพราะ
00:18:5700:18:59มันมีรายละเอียดค่ะแล้วยิ่งถ้าเราเข้าใจ
00:18:5900:19:02ว่ามันดีนะแต่มันมีข้อควรระวังอะไรควรจะ
00:19:0200:19:05กินประมาณไหนกินเพื่อวัตถุประสงค์อะไรเรา
00:19:0500:19:08ก็จะกินยาอย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้นเนาะ
00:19:0800:19:10แล้วก็อาจจะปรับมาใช้อาหารเป็นยาได้ด้วย
00:19:1000:19:12นะคะเพราะฉะนั้นอาจารย์มีอะไรจะฝากเพิ่ม
00:19:1200:19:14เติมมั้คะสุดท้ายเกี่ยวกับพวกขมิ้น
00:19:1400:19:16>> เอ่อก็คงไม่มีอะไรมากแล้วค่ะเพราะว่าเรา
00:19:1600:19:19พูดกันเยอะแล้วนะคะเพียงแต่ให้รู้ว่าก่อน
00:19:1900:19:22กินเนี่ยให้กินให้ระมัดระวังเช็คสุขภาพ
00:19:2200:19:25ก่อนนะคะว่าตัวเองมีปัญหาตรงไหนตัวเอง
00:19:2500:19:29อยู่ในประเภทที่กินได้มยนะคะอันที่ 2 ก็
00:19:2900:19:33คือเอ่อพอจะกินแล้วก็ดูขนาดนะคะอันที่ 3
00:19:3300:19:36ก็ดูวัตถุประสงค์ตัวเองว่าอยากได้อะไรนะ
00:19:3600:19:38คะอยากกินอะไรกับขมิ้นแล้วก็ที่สำคัญก็
00:19:3800:19:41คืออยากกินขนาดสูงและติดต่อกันนาน
00:19:4100:19:44>> กับอีกอันนึงค่ะที่จะขาดไปไม่ได้เลยมันมา
00:19:4400:19:47คู่กันนะคะขิงกับขมิ้นมีคำถามนึงบอกว่า
00:19:4700:19:50จากคุณเจนนี่โมเมนะคะขอบคุณมากค่ะได้ความ
00:19:5000:19:53รู้รบกวนถามค่ะไม่ทราบว่าขิงสกัดกับผง
00:19:5400:19:56ขมิ้นชันกินนานต่อเนื่องได้มั้คะคุณหมอ
00:19:5600:19:58อันนี้มีขิงเข้ามาแล้วค่ะอาจารย์
00:19:5800:20:02>> ตอนนี้กินกันเยอะนะคะก็ให้รู้ก่อนว่าขนาด
00:20:0200:20:06ของขิงเนี่ยที่สามารถกินได้นะคะก็คือ 1-2
00:20:0600:20:09กรัมต่อวันนะคะแต่ก็บอกไม่ได้ว่านานเท่า
00:20:0900:20:13ไหร่นะฮะทีนี้เอ่อถ้ากินแล้วรักษาโรคอะไร
00:20:1300:20:16ก็ตามกินแล้วหายแล้วก็เลิกกันนะคะอีก
00:20:1600:20:19ประเภทนึงคือสารสกัดนะคะซึ่งตอนหลังเนี่ย
00:20:1900:20:22เข้ามาเยอะเลยสารสกัดขิงเนี่ยให้ดูฉลาก
00:20:2200:20:25ค่ะถ้าเป็นสารสกัดขิงให้อ่านข้างฉลากว่า
00:20:2500:20:29เขาควบคุมสารอะไรสารที่ต้องระวังก็คือจิง
00:20:2900:20:32อันนี้ไม่ใช่ต้องระวังนะฮะเป็นเป็นสารออก
00:20:3200:20:35ฤทธิ์นะคะซึ่งจะต้องควบคุมขนาดเนี่ยเขาจะ
00:20:3500:20:41ให้ใช้ประมาณ 50-1 มกรัต่อวันนะคะประมาณ
00:20:4100:20:44เท่าเนาะคราวนี้แล้วตั้งงั้นจะรู้ได้ไง
00:20:4400:20:46จิงจอกจะเท่าไหร่ก็ต้องไปดูว่าเ้ามี
00:20:4600:20:48จิงจalกี่เปอร์เซ็นต์นะอย่างบริษัทนึงบอก
00:20:4800:20:52ว่าจิงจอ 5% ก็คำนวณจาก 5% นั้นล่ะค่ะว่า
00:20:5200:20:56เ่อเขาให้กินในแคปซูลนั้นน่ะมีสารสกัด
00:20:5600:20:58เท่าไหร่สมมุติว่าแคปซูลนั้นมีเอ่อ 100
00:20:5800:21:01มลกรัมหรือว่า 500 มกัอ่ะสมมุติ 500
00:21:0100:21:02>> มกร 500 มกรั
00:21:0200:21:06>> อ่าถ้าเป็น 500 มกรัเนี่ยจริง 5% ก็คือ 25
00:21:0600:21:10มกัถูกมั้คะถ้ากิน 2 แคปซูลก็คือ 50 มกั
00:21:1000:21:14นั่นก็แปลว่าทั้งวันกินได้แค่ 2 แคปซูล
00:21:1400:21:14>> อื
00:21:1400:21:18>> นะคะแล้วเอ่อถ้าสมมุติจะกินมากกว่านั้นก็
00:21:1800:21:21ดูตามฉลากแต่ไม่ให้กินยาวล่ะระยะที่จะกิน
00:21:2100:21:25ยาวได้แล้วก็ปลอดภัยพอสมควรก็คือประมาณมี
00:21:2500:21:28จริงจะว่าประมาณ 50-1 มิลกรัมหลายคนอาจจะ
00:21:2800:21:30สงสัยเรื่องมิลลิกรัมปกรัมนะอยากอธิบาย
00:21:3000:21:34นิดนึงเพราะว่าคนงงเวลาแคปซูลเนี่ยก็จะ
00:21:3400:21:36เขียนเป็นกรัมบางครั้งก็เขียนเป็นกรัม
00:21:3600:21:38เอ่อ 1 กรัมเนี่ยมีค่าเท่ากับ 1000
00:21:3800:21:39มิลลกรั
00:21:3900:21:42>> นะคะเพราะฉะนั้นแค่แคปซูลเวลาเขียนข้างๆ
00:21:4200:21:44ฉลาบางทีก็จะเขียนว่า 1 กรัมหรือ 500
00:21:4400:21:47มลกรัหรืออะไรเงี้ยให้รู้ว่าถ้า 500
00:21:4700:21:49มลกรัคือครึ่งกรัมนั่นเอง
00:21:4900:21:52>> เพราะฉะนั้นก็ตอบคำถามนี้นะอะไรที่เป็น
00:21:5200:21:55สกัดนะคะพูดเลยว่ามันเข้มข้นสุดๆเพราะ
00:21:5500:21:58ฉะนั้นวัตถุประสงค์คุณต้องชัดว่าคุณกิน
00:21:5800:22:00เพื่ออะไรนะคะสามารถปรับเป็นแค่เบเๆอาหาร
00:22:0100:22:03เป็นยาได้มยนะคะถ้าวัตถุประสงค์ชัดอ่ะเรา
00:22:0300:22:05จะเลือกถูกว่าอันเนี้แค่อาหารอันนี้แค่ยา
00:22:0500:22:07แล้วกินยาวนานแค่ไหนนะคะ
00:22:0700:22:11>> ถ้าพูดถึงเรื่องขิงว่ากินนานๆแล้วมีปัญหา
00:22:1100:22:14ไหมนะคะขิงถ้ากินนานๆเนี่ยมีปัญหาอยู่อัน
00:22:1400:22:18นึงที่ใหญ่มากกว่าขมิ้นก็คือเรื่องของการ
00:22:1800:22:20ต้านการจับตัวของเกิดเลือดเพราะขิงมี
00:22:2000:22:22คุณสมบัติในการต้านการจับตัวของเกิดเลือด
00:22:2200:22:24เนี่ยเยอะกว่าค่ะ
00:22:2400:22:26>> เพราะมันกระจายเนาะอาจารย์เนาะมันเหมือน
00:22:2600:22:30ช่วยมันร้อนกว่าขมิ้นนะฮะอันถ้าพูดถึงแผน
00:22:3000:22:32ไทยมันร้อนกว่าขมิ้นแล้วพูดถึงเรื่องทาง
00:22:3200:22:34หลักการวิจัยเนี่ยเขาก็พบว่าความแรงมัน
00:22:3400:22:39เยอะกว่านะคะแล้วก็เอ่อมีอุบัติการหลาย
00:22:3900:22:42อย่างพี่บอกชัดเจนเลยค่ะว่าอาการข้าง
00:22:4200:22:45เคียงของขิงเนี่ยมันมีปัญหากับเรื่อง
00:22:4500:22:49เนี้ยเยอะกว่าเพราะฉะนั้นอะไรที่เอ่อ
00:22:4900:22:51เกี่ยวข้องกับเรื่องของการการจับตัวของ
00:22:5100:22:53เกล็ดเลือดหรือคนที่มีปัญหาเรื่องเลือด
00:22:5300:22:56เนี่ยก็การกินขิงก็จะเป็นเรื่องที่เสี่ยง
00:22:5600:23:00มากกว่าแล้วก็ในกรณีที่จะต้องมีการผ่าตัด
00:23:0000:23:03ขิงเนี่ยต้องหยุดนานถึง 1 เดือนนะคะเพราะ
00:23:0300:23:06ว่าเวลาผ่าตัดลงมีดไปทีนึงนั่นคือเลือด
00:23:0600:23:09มันไหลเยอะแล้วถ้าเกิดเลือดไม่สามารถที่
00:23:0900:23:12จะกดให้หยุดได้เนี่ยมันก็ยิ่งทำให้เกิด
00:23:1200:23:14ความเสี่ยงมากขึ้นนะคะเพราะฉะนั้นเอ่อคน
00:23:1400:23:17ที่กินขิงเป็นประจำนะคะแจ้งแพทย์นะคะไม่
00:23:1700:23:19ว่าเ้าจะถามหรือไม่ถามรีบแจ้งเค้าก่อนเลย
00:23:1900:23:21นะคะเพราะว่าเอ่อจริงๆแล้วตอนนี้เค้าก็
00:23:2100:23:23เริ่มมีเช็คลิสต์เหมือนกันนะคะถามว่าคุณ
00:23:2300:23:26กินสมุนไพรอะไรนะคะเพราะฉะนั้นบอกให้หมด
00:23:2600:23:28ทุกอย่างที่เรากินนะคะถึงแม้จะเป็นชื่อ
00:23:2800:23:31การค้าอะไรก็ไปเอาไอ้ฉลากอะไรมาให้ดูด้วย
00:23:3100:23:34นะคะเพื่อที่ให้เกิดความปลอดภัยกับตัวคุณ
00:23:3400:23:37เองนะคะเพราะงั้นเพราะว่าเวลาหมอผ่าตัด
00:23:3800:23:39โดยที่ไม่รู้เนี่ยเนี่ยความเสียหายมัน
00:23:3900:23:42เกิดขึ้นที่เรานะคะค่ะคือนอกนอกจากนั้น
00:23:4200:23:45เนี่ยนะคะขิงอาจจะทำให้เกิดปัญหานิ่วใน
00:23:4500:23:48ถุงน้ำดีได้อันนี้มีรายงานนะคะแต่ว่าก็
00:23:4800:23:52ยังไม่ค่อยเกิดเจออุบัติการที่มากนัก
00:23:5200:23:55เหมือนกับไอ้การอ่าเหมือนกับขมิ้นแล้วก็
00:23:5600:23:58ไม่เหมไม่เหมือนกับไอ้ฤทธิ์ต้านการจับตัว
00:23:5800:24:01ของเกล็ดเลือดนะคะมีเอ่อรายงานของฝรั่งเ
00:24:0100:24:04บอกว่าอาจจะเกิดอาการแพ้เกิดผื่นนะกิน
00:24:0400:24:07เยอะๆนานๆอาจจะเกิดผื่นแต่จริงๆถ้าอธิบาย
00:24:0700:24:10ตามหลักแผนไทยเนี่ยเนี่ยตัวขิงเนี่ยมันมี
00:24:1000:24:13คุณสมบัติคือทำให้ร่างกายร้อนขึ้นทำให้
00:24:1300:24:15เลือดเนี่ยอุ่นขึ้นนะคะเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:24:1500:24:17การเกิดผื่นเนี่ยเกิดเนื่องจากว่าเลือด
00:24:1800:24:19มันร้อนเกินไป
00:24:1900:24:19>> อื
00:24:1900:24:22>> ตามภาวะของแพทย์แผนไทยเเราบอกเมื่อไหร่
00:24:2200:24:25เลือดร้อนมันก็จะกระจายมันจะขึ้นบนนะคะ
00:24:2500:24:25>> คลายความร้อน
00:24:2600:24:29>> อ่าคลายความร้อนออกมันก็ขึ้นที่บนหัวขึ้น
00:24:2900:24:33บนเอ่อตามผิวต่างๆนะคะแล้วก็แล้วก็ไม่ใช่
00:24:3300:24:35แค่นั้นเนาะเราก็จะพบว่าคนที่กินขิงเนี่ย
00:24:3500:24:38ให้สังเกตนะคะถ้ายิ่งกินนานมากเท่าไหร่จะ
00:24:3800:24:41รู้สึกว่าตัวเองเนี่ยหัวร้อนขึ้นนะคะมง
00:24:4100:24:42ง่ายขึ้น
00:24:4200:24:45>> อ่าแล้วก็นเบาะก็คือร้อนในเป็นแผลในปาก
00:24:4500:24:48อันเนี้ยให้เห็นว่าระบบประจำตัวของเรา
00:24:4800:24:51เนี่ยเริ่มมีปัญหาแล้วค่ะ
00:24:5100:24:53>> อือันนี้ก็เป็นข้อควรระวังเนาะจริงๆขิง
00:24:5400:24:55อย่างที่บอกประโยชน์สารพัดเลยแต่ว่าถ้า
00:24:5500:24:58เกิดกินนานเกินไปก็จะไม่ดีนะคะสุดท้าย
00:24:5800:25:00อาจารย์มีอะไรอยากจะฝากทิ้งท้ายเกี่ยวกับ
00:25:0000:25:02ขิงกับขมิ้นมั้คะเพราะว่าคำถามเนี่ยมันมา
00:25:0200:25:04เยอะจริงๆเวลาที่เราจะกินสมุนไพรคำถามยอด
00:25:0400:25:07ที่เลยกินนานๆได้มั้ยเป็นอะไรมยอยากให้
00:25:0700:25:08อาจารย์ทิ้งทายตรงนี้ค่ะ
00:25:0800:25:11>> ก็ก็คือว่าทั้งขิงและขมิ้นเนี่ยจริงๆแล้ว
00:25:1100:25:14ก็เป็นสมุนไพรที่ที่ดีนะแต่ไม่ควรกินนาน
00:25:1400:25:17นะคะประเด็นที่ 1 ก็คือให้กินในขนาดที่
00:25:1700:25:20ไม่สูงและก็กินไม่นานให้ดูว่า
00:25:2000:25:24วัตถุประสงค์อยากอยากทำอะไรแล้วก็ดูว่าผล
00:25:2400:25:26ลัพธ์มันเป็นไงได้ตามที่ต้องการแล้วก็
00:25:2600:25:29เลิกนะคะแล้วนอกจากนี้เนี่ยคนที่มีโรค
00:25:2900:25:32ประจำตัวก็ให้ปรึกษาก่อนนะคะว่ามันจะมี
00:25:3200:25:35ปัญหากับยาแผนปัจจุบันมั้ยนะคะโดยเฉพาะ
00:25:3500:25:38อย่างยิ่งยาที่เกี่ยวข้องกับการจับตัวของ
00:25:3800:25:43เกล็ดเลือดนะคะหรือยาที่เอ่อทำให้เลือด
00:25:4300:25:46มันไหลดีขึ้นนะคะอย่างเช่นแอสเปอีนนะคะ
00:25:4600:25:50หรือพวกไอ้อะไรอ่ะวัฟฟลินเอ่อโพิโดเกล
00:25:5000:25:53อะไรเงี้ยซึ่งกลุ่มพวกเนี้ยรู้สึกว่าเออ
00:25:5300:25:55มันมันไม่รู้จักไม่รู้ว่าเราจริงๆเราใช้
00:25:5500:25:56หรือเปล่า
00:25:5600:25:59>> ก็ให้ปรึกษาไปใส่ก่อนนะคะจริงๆแล้วกลุ่ม
00:25:5900:26:01ยาต้านการอักเสบอย่างพวกเอเซตทั้งหลาย
00:26:0100:26:04เนี่ยก็อาจจะมีส่วนที่จะมีปฏิกิริยากับ
00:26:0400:26:06ทั้งขิงและขมิ่งได้นะคะ
00:26:0600:26:09>> อือืเพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ต้องใช้ยาแล้ว
00:26:0900:26:12เมื่อไหร่อยากใช้สมุนไพรก็ให้มาดูนะคะ
00:26:1200:26:15ยิ่งสมุนไพรตัวไหนที่มันฮิตฮิที่ใช้เยอะๆ
00:26:1500:26:17เนี่ยก็ให้ตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนก่อน
00:26:1700:26:19ที่จะเริ่มรับประทานค่ะ
00:26:1900:26:22>> อันนี้สำคัญสำคัญจริงๆค่ะเพราะว่ายาหลายๆ
00:26:2200:26:25อย่างเนี่ยบางทีมันออกฤทธิ์เสริมกันโดย
00:26:2500:26:27ที่เราก็คิดว่ามันดีแต่เราไม่รู้ว่ามัน
00:26:2700:26:29เสริมแล้วมันอาจจะพอดีมากเกินไปมันก็ไม่
00:26:2900:26:31ดีแล้วนะคะมันก็คือเกินสมดุลนั่นเองเนาะ
00:26:3100:26:33เพราะฉะนั้นวันนี้ก็หวังว่าทุกคนจะได้ข้อ
00:26:3300:26:36มูลกันอย่างเต็มที่เลยนะคะสำหรับทางขมิ้น
00:26:3600:26:38แล้วก็ทั้งขิงแล้วก็จริงๆใหม่รวมถึง
00:26:3800:26:41สมุนไพรอื่นๆด้วยเนาะกินมากไปก็ไม่ดีนะคะ
00:26:4100:26:43ก็เดี๋ยวคลิปต่อไปก็ยังจะมีคำถามที่ทุกคน
00:26:4300:26:46ฝากไว้นะคะเดี๋เราจะทยอยมาตอบนะคะเพราะ
00:26:4600:26:49ว่าในแต่ละอันก็ค่อนเราเราอยากลึกจริงๆ
00:26:4900:26:51เนาะอาจารย์เนาะคือเราแบบว่า 1 คำถามของ
00:26:5100:26:53คุณน่ะสั้นๆน่ะแต่ว่าอาจารย์หาข้อมูลมา
00:26:5300:26:55เยอะมากนะคะแล้วก็อยากให้เป็นประโยชน์กับ
00:26:5500:26:56ทุกคนจริงๆเพราะฉะนั้นคลิปต่อไปเดี๋ยวเรา
00:26:5600:26:58มาดูว่า Q&A เราจะเลือกอันไหนมาเราก็มา
00:26:5800:27:01ตอบกันนะคะวันนี้แดงกับอาจารย์ก็ขอลาไป
00:27:0100:27:03ก่อนนะคะพบกันใหม่ในคลิปต่อไปค่ะบ๊ายบาย
00:27:0300:27:10ค่ะ
00:27:1000:27:20[เพลง]