00:00:00 → 00:00:13[เพลง]
00:00:13 → 00:00:14[ปรบมือ]
00:00:14 → 00:00:24สวัสดีครับพี่หมอครับสวัสดีครับ
00:00:24 → 00:00:27พ่อเมื่อวานนี้เราสิ้นสุดที่สไลด์ใน
00:00:27 → 00:00:30เรื่อง 4 หลักของการปรับสมดุลฮอร์โมน
00:00:30 → 00:00:35เราต้องรู้อะไรมากที่เราจะปรับสมดุลของ
00:00:35 → 00:00:37ฮอร์โมนให้มันเกิด
00:00:37 → 00:00:45ความเป็นปกติหรือว่า
00:00:45 → 00:00:54หลักการของพลังงานสะสม
00:00:54 → 00:00:57และอีกอย่างหนึ่งก็เป็นหลัก 4r ในแง่ของ
00:00:57 → 00:00:59การ
00:00:59 → 00:01:05จะเป็นเรื่องกว้างๆในการ
00:01:05 → 00:01:11ทดแทนสารเสริมอาหารมีการซ่อมแซมมีการปรับ
00:01:11 → 00:01:13สมดุลอะไรอย่างนี้
00:01:13 → 00:01:15เมื่อวานพูดไปแล้ว
00:01:15 → 00:01:20สำหรับวันนี้หมอจะต่อ
00:01:21 → 00:01:24วันนี้ขอสรุปตรงนี้ก่อนหน้าที่หลักๆของ
00:01:24 → 00:01:28อินซูลินที่เราพูดกันไปเมื่อวานนี้นะ
00:01:28 → 00:01:30ก็อันนี้
00:01:30 → 00:01:33เมื่อวานนี้ก็มีอยู่แล้ว
00:01:33 → 00:01:37ที่เราจะเอาเรื่องอินซูลินมาใช้ในการดูแล
00:01:37 → 00:01:40ทางด้านโภชนาการครับต่ำรวมทั้งค่าผลแลป
00:01:40 → 00:01:44อะไรต่างๆเราก็จะดูในประเด็นไม่ได้มากมาย
00:01:44 → 00:01:48พวกนี้เท่านั้นเป็นหลักเลยก็คือเขา
00:01:48 → 00:01:52อินซูลินเนี่ยมันลดน้ำตาลในเลือดได้อย่าง
00:01:52 → 00:01:55มีประสิทธิภาพมีคุณภาพหรือปริมาณมันมาก
00:01:55 → 00:01:58มันน้อยมัน Action ได้ดีขนาดไหนนะ
00:01:58 → 00:02:02แล้วก็อินซูลินนี่จะเป็นตัวฮอร์โมนตัวนึง
00:02:02 → 00:02:07ใน 3 ตัวนะที่จะช่วยในการสร้างมัสโซ่แม้
00:02:07 → 00:02:11สร้างมวลกล้ามเนื้อนะเอาอาหารเข้าไปส่ง
00:02:11 → 00:02:18ก็จะมีอินซูลินมีไอจี F1 จากโกนฮอร์โมน
00:02:18 → 00:02:21อันนี้เป็นตัวสร้างกล้ามเนื้อโดยเฉพาะใน
00:02:21 → 00:02:23กลุ่มคนที่
00:02:23 → 00:02:26อ่าสายแป้งหรือว่าค่อนข้างผอมสูงส่วนนะ
00:02:26 → 00:02:29อันนี้เราต้องอาศัย 3 ตัวเนี้ยฮอร์โมน 3
00:02:29 → 00:02:31อย่างเนี่ยกับสารอาหารที่สำคัญคือพวก
00:02:31 → 00:02:34โปรตีนและความครบถ้วนของสารอาหารในมื้อ
00:02:34 → 00:02:37เย็นในการสร้างกล้ามเนื้อนะ
00:02:38 → 00:02:42หน้าที่งานอื่นๆก็จะมีตามที่ได้บอกไป
00:02:42 → 00:02:46อันหนึ่งก็คือความสัมพันธ์ของการทำงานของ
00:02:46 → 00:02:47ต่อมไทรอยด์
00:02:48 → 00:02:51ซึ่งจะเป็นปกติหรือไม่ปกติเพราะว่า
00:02:51 → 00:02:54ไทรอยด์ฮอร์โมนเป็นฮอร์โมนที่มีความ
00:02:54 → 00:02:57sensitive มากนะต่อเรื่องโภชนาการต่างๆ
00:02:57 → 00:03:01หรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆในหน้าที่ความผิด
00:03:01 → 00:03:07ปกติของร่างกายโดยเฉพาะระบบพลังงาน
00:03:07 → 00:03:10ถ้าเกิดเป็นอวัยวะก็คือไตอันนี้เราก็รู้
00:03:10 → 00:03:13ไปแล้วนะอีกอันนึงก็คือเรื่องอินซูลิน
00:03:13 → 00:03:16เนี่ยมีผลต่อ
00:03:16 → 00:03:20ในการที่จะรับไอ้ตัวคอเลสเตอรอลเนี่ยกลับ
00:03:20 → 00:03:25เข้าสู่ต่ำ
00:03:25 → 00:03:29ที่นี้อันนี้นะหน้าที่หมอสรุปนะหน้าที่
00:03:29 → 00:03:32ของอินซูลินเนี่ยหน้าที่หลักคือการเอาน้ำ
00:03:32 → 00:03:34ตาลเข้าเซลล์
00:03:34 → 00:03:37หรือการเปลี่ยนแปลงน้ำตาลที่เหลือให้เป็น
00:03:37 → 00:03:41พลังงานสะสมในรูปของไตรกลีเซอไรด์แล้วก็
00:03:41 → 00:03:45เกิดการเก็บสะสมนะถ้าเก็บได้มันก็เก็บตาม
00:03:45 → 00:03:46อวัยวะที่บอก
00:03:46 → 00:03:49ถ้าเก็บไม่ได้มันก็ต้องรออยู่ในกระแส
00:03:49 → 00:03:52เลือดเวลาเราเช็คอัพไลน์ปิดโปรไฟล์
00:03:52 → 00:03:55ไตรกลีเซอไรด์มันก็ขึ้น
00:03:55 → 00:03:58หน้าที่รองของอินซูลินก็คือเรื่องของการ
00:03:58 → 00:04:02เอาโปรตีนกรดอะมิโนในโปรตีนแล้วก็สาร
00:04:02 → 00:04:04อาหารรองต่างๆพวกเกลือแร่วิตามินเข้าสู่
00:04:04 → 00:04:06เซลล์
00:04:06 → 00:04:09อันนี้ก็คือไปสร้างเซลล์ไปซ่อมแซมเซลล์ไป
00:04:09 → 00:04:11สร้างกล้ามเนื้อ
00:04:11 → 00:04:14แต่อินซูลินไม่มีหน้าที่ในเรื่องของการ
00:04:14 → 00:04:17เอาไขมันต่างๆเข้าสู่เซลล์
00:04:17 → 00:04:20ซึ่งหน้าที่อันนี้มันมีบทบาทน้อยมากนะ
00:04:20 → 00:04:23เพราะว่าเราก็รู้ว่าไขมันเนี่ยกระตุ้น
00:04:23 → 00:04:27อินซูลินน้อยใครบ้างก็มีแค่ 0.5 ไม่เกิน 1
00:04:27 → 00:04:31เท่าของเบโซ่อินซูลินนะ
00:04:31 → 00:04:33แต่
00:04:33 → 00:04:36โปรตีนกรดอะมิโนนี้กระตุ้น 3 เท่าในขณะ
00:04:36 → 00:04:40ที่เรื่องของกราฟกระตุ้นเศรษฐกิจ
00:04:40 → 00:04:43ก็สรุปไว้อย่างนี้ก่อนครับ
00:04:43 → 00:04:45ทีนี้ฮอร์โมนอีกตัวนึงที่มีบทบาทไม่แพ้
00:04:45 → 00:04:48กับอินซูลินเลยก็คือตัวแม่
00:04:48 → 00:04:53ก็คือตัวคอตีซอลนะฮะนะวันเนี้ยอยากจะให้
00:04:53 → 00:04:59พวกเรารู้จักคอร์ติซอลใน 10 บทบาทนะตาม
00:04:59 → 00:05:03เหตุและผลรวมทั้งความสำคัญ
00:05:03 → 00:05:06หมอก็เลยเจอหัวเอาไว้ตัวเล็กไปนิดนึงแต่
00:05:06 → 00:05:08พอมองเห็นมั้ง
00:05:08 → 00:05:14เห็นอยู่ครับผลของฮอร์โมนต่อร่างกายเมื่อ
00:05:14 → 00:05:18เรามีการใช้โภชนาการแบบคราฟต่ำรวมการทำ
00:05:18 → 00:05:26iff หรือการออกแรงออกกำลังแล้วก็การนอน
00:05:26 → 00:05:30มีบทบาทโดยสรุป 10 หัวข้อดังต่อไปนี้นะ
00:05:30 → 00:05:35สำคัญทุกอย่างเลยนะผมกับความเป็นแม่ที่จะ
00:05:35 → 00:05:39ต้องมาดูแลลูก
00:05:39 → 00:05:43แล้วก็การกินการไม่กินก็จะมีผลกระทบต่อ
00:05:43 → 00:05:44คอร์ติซอล
00:05:44 → 00:05:48ทั้งทั้งสองทั้งสองเรื่อง
00:05:48 → 00:05:52อันที่ 1 ก็คือต้องมีบทบาทในการลดการ
00:05:52 → 00:05:54อักเสบ
00:05:54 → 00:05:58อันนี้เขาเรียกว่ายาครอบจักรวาล
00:05:58 → 00:06:01มีการเกษตรเมื่อไหร่ข้อที่ซ่อนก็จะต้อง
00:06:01 → 00:06:01ออกมา
00:06:01 → 00:06:05การเกษตรเหมือนจะมาจากทิศทางไหนก็ตามนะ
00:06:05 → 00:06:08โดยเฉพาะอินซูลินคือตัวสร้างไอ้พวกโคนิค
00:06:09 → 00:06:14อินเฟรมชันนะหรือการอักเสบแบบแบบเรื้อรัง
00:06:14 → 00:06:18อ่ะเอออันนี้ปฏิกิริยานี้ก็จะต้องมีการ
00:06:18 → 00:06:20เรียกให้คอร์ติซอลออกมาหรือเพิ่มขึ้นอยู่
00:06:20 → 00:06:22เรื่อยๆ
00:06:22 → 00:06:26อันต่อมาก็คือข้อติซอลเป็นตัวปรับความดัน
00:06:26 → 00:06:28เลือดให้สูงขึ้น
00:06:28 → 00:06:33เพราะฉะนั้นคนที่มีปัญหาความดันโลหิตสูง
00:06:33 → 00:06:38ส่วนใหญ่แล้วมันก็คือบทบาทของ
00:06:38 → 00:06:40เป็นแค่
00:06:40 → 00:06:44เป็นแค่ตัวที่ทำให้เกิดปัญหานะมันจะต้อง
00:06:44 → 00:06:48มีเหตุของเหตุที่ทำให้คอติซอลมันเป็น
00:06:48 → 00:06:52ปัญหาให้แรงดันมันขึ้นก็แล้วแต่ว่าเกิด
00:06:52 → 00:06:53จากอะไร
00:06:53 → 00:06:56อันนี้ต้องไปพิจารณา
00:06:56 → 00:06:58เหมือนกับว่าน้ำตาลมันสูง
00:06:58 → 00:07:01เพราะอิทธิพลของฮอร์โมนอินซูลินแต่ทำไม
00:07:01 → 00:07:04อินซูลินน่ะมันถึงมีแอคชั่นทำให้น้ำตาล
00:07:04 → 00:07:09สูงมีเหตุเหตุของมันคืออะไรต้องไปแก้ทุน
00:07:09 → 00:07:12เองดับทุกข์ดับที่เหตุ
00:07:12 → 00:07:16เขาก็บอกว่าในเรื่องของเอ่อการมีภาวะแรง
00:07:16 → 00:07:19ดันเลือดเนี่ยนะ
00:07:19 → 00:07:22อันนี้มันเป็นผงคอสีซอกนะ
00:07:22 → 00:07:24แต่เขาเรียกว่าเป็นผลจากการปรับตัวของคน
00:07:24 → 00:07:25เรา
00:07:25 → 00:07:32เมื่อไหร่คนเรามีการปรับปรุง
00:07:33 → 00:07:35ฮัลโหล
00:07:35 → 00:07:41ฮัลโหล 1
00:07:41 → 00:07:45เปรียบเสมือนแม่บ้านอ๋อครับผมแม่ก็ต้องดู
00:07:45 → 00:07:47แลบ้านเป็นหลัก
00:07:47 → 00:07:51แล้วเขาก็จะมีการหวงหาอาทรดูแลลูกดูแล
00:07:51 → 00:07:52สามี
00:07:52 → 00:07:55ก็คืออินซูลิน
00:07:55 → 00:07:59เมื่อบ้านหรือร่างกายคนเราเนี่ยมันมีการ
00:07:59 → 00:08:08เปลี่ยนแปลงมีการปรับตัวอย่างไรก็ตาม
00:08:08 → 00:08:10ออกมา
00:08:10 → 00:08:13คอยดูแลออกมาสังเกต
00:08:13 → 00:08:16ออกมาคอยระแวก
00:08:16 → 00:08:20มีใครมาทำอะไรเกิดเกิดขึ้นมาเปลี่ยนแปลง
00:08:20 → 00:08:26ขึ้นมาแล้วมันดีไม่ดียังไงอะไรอย่างนี้
00:08:26 → 00:08:33ก็คือหน้าที่ในการปรับแรงดันเลือด
00:08:33 → 00:08:37สูงความดันมันสูงข้อติ้งก็สูงความหมาย
00:08:37 → 00:08:39อย่างนี้นะ
00:08:39 → 00:08:42อันที่ 3 เนี่ยอันนี้ก็หน้าที่สำคัญไม่
00:08:42 → 00:08:45แพ้กันเลยมีการจัดเตรียมพลังงาน
00:08:45 → 00:08:47การจัดเตรียมพลังงานของร่างกาย
00:08:47 → 00:08:50ก็จะเป็นเรื่องของการสลายและเผาผลาญพลัง
00:08:50 → 00:08:52งาน
00:08:52 → 00:08:53อันนี้
00:08:53 → 00:08:59ร่างกายสามารถทำได้ตลอดนะ 24 ชั่วโมงโดย
00:08:59 → 00:09:01ไม่ต้องกินอะไรเข้าไป
00:09:01 → 00:09:04ซึ่งหน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของข้อที่ 2
00:09:04 → 00:09:08เขาจะต้องจัดหาพลังงานรีเสิร์ฟให้กับร่าง
00:09:08 → 00:09:12กายเพื่อให้ร่างกายมีชีวิตรอด
00:09:12 → 00:09:14แล้วอวัยวะที่เป็นแหล่งของพลังงานที่
00:09:15 → 00:09:17คอติซอลจะเอามา
00:09:17 → 00:09:19[เพลง]
00:09:19 → 00:09:22เปลี่ยนเป็นน้ำตรงน้ำตาลให้กับร่างกายก็
00:09:22 → 00:09:24มี 3 หน่วยอยู่
00:09:24 → 00:09:26คืออันที่ 1 คือตอบ
00:09:26 → 00:09:29นะ
00:09:29 → 00:09:32[เพลง]
00:09:33 → 00:09:35ใครคือตับสะสมไว้
00:09:35 → 00:09:39ก็เป็นตัวเอามาสลายเปลี่ยนแปลงเป็นพลัง
00:09:39 → 00:09:44งานหรือเป็นน้ำตาลให้กับร่างกายนะอันต่อ
00:09:44 → 00:09:46มาก็คือกล้ามเนื้อนะซึ่งแหล่งพลังงานจาก
00:09:46 → 00:09:50กล้ามเนื้อคอจะชอบจะไปเอาโปรตีนในรูปของ
00:09:50 → 00:09:52กรดอะมิโนแล้วเปลี่ยนเป็นน้ำตาลให้กับ
00:09:52 → 00:09:54ร่างกาย
00:09:54 → 00:09:57แล้วอวัยวะเนี่ยหรือกล้ามเนื้อเนี่ยคือ
00:09:57 → 00:09:59เป้าสำคัญที่สุดของคอติซอล
00:09:59 → 00:10:02กล้ามเนื้อนะครับใช่กล้ามเนื้อจะเป็นเป้า
00:10:02 → 00:10:04สำคัญที่สุด
00:10:04 → 00:10:09ไกลโคเจนเนี่ยก็จะเป็นพื้นๆของตับนะแต่
00:10:09 → 00:10:11เมื่อไหร่เป็นการสลายโปรตีน
00:10:11 → 00:10:15จากกล้ามเนื้อเมื่อไหร่
00:10:15 → 00:10:18อันนี้เป็นเรื่องค่อนข้างใหญ่โตแล้วก็
00:10:18 → 00:10:19เป็น
00:10:19 → 00:10:21เรื่องสำคัญเลยที่คอร์ติซอลเขามุ่ง
00:10:21 → 00:10:24ประเด็นมุ่งเป้าไป
00:10:24 → 00:10:27เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่มีปัญหาเรื่อง
00:10:27 → 00:10:30ฮอร์โมนคอร์ติซอลโดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น
00:10:30 → 00:10:35บอดี้ไทด์สายพุงเครียดสายพุ่ม
00:10:35 → 00:10:37หรือ adminal Type
00:10:37 → 00:10:40คนพวกนี้นะร่างกายใหญ่โตก็จริงนะแต่มันจะ
00:10:40 → 00:10:41ใหญ่ส่วนบน
00:10:41 → 00:10:44นะส่วนล่างบริเวณ
00:10:44 → 00:10:48ก้นหรือบริเวณขาต้นขา
00:10:48 → 00:10:51ยึดขาส่วนล่างอะไรต่างๆพวกนี้กล้ามเนื้อ
00:10:51 → 00:10:56มันจะฟีบเรียวเล็ก
00:10:56 → 00:10:59เพราะว่าบริเวณเหล่านี้เป็นบริเวณที่มี
00:10:59 → 00:11:04ตัวรับฮอร์โมนคอร์ติซอลมากที่สุดอ๋อ
00:11:04 → 00:11:07ที่จะหาพลังงาน
00:11:07 → 00:11:10เขาก็เลยต้องไปเอาจากโปรตีนในกล้ามเนื้อ
00:11:10 → 00:11:11พวกนี้
00:11:11 → 00:11:15รูปร่างร่างกายมันก็เลยออกมาเป็นอย่างนี้
00:11:15 → 00:11:17แขนขาด
00:11:17 → 00:11:20เนี่ยถ้าคุณเครียดเนี่ยนะ
00:11:20 → 00:11:22ข้อที่ 2 เขาก็
00:11:22 → 00:11:28มุ่งเป้าไปที่กล้ามเนื้อส่วนล่างนั่นแหละ
00:11:28 → 00:11:31เพราะฉะนั้นในทางกลับกันเนี่ยถ้าเราจะลด
00:11:31 → 00:11:35ความเครียดเราก็ต้องพยายามนะเคลื่อนไหว
00:11:36 → 00:11:39ออกแรงออกกำลังแล้วก็นวดๆๆ
00:11:39 → 00:11:42กล้ามเนื้อช่วงล่างร่างกาย
00:11:42 → 00:11:46ไล่ตั้งแต่กล้ามเนื้อเรียกพุ่มหมาน้อยใช่
00:11:46 → 00:11:49ไหมกล้ามเนื้อท้องส่วนล่างใช่ครับแล้วก็
00:11:49 → 00:11:53มานวดต้นขามันนวดนวดเท้านวดขาเลยต่างๆพวก
00:11:53 → 00:12:02นี้รถคอร์ติซอลได้หมดเลย
00:12:02 → 00:12:05สุดท้ายก็คือเนื้อเยื่อไขมันนะอันนี้ก็ใน
00:12:05 → 00:12:09รูปแบบของกรดไขมัน
00:12:09 → 00:12:13ตัวอย่างเช่นเนี่ยการทำ If เนี่ยนะฮะโดย
00:12:13 → 00:12:16เฉพาะ If ที่เราไม่ค่อยมีพลังงาน Research
00:12:16 → 00:12:20อาจจะเป็นคนค่อนข้างผอมๆหน่อยนะพลังงาน
00:12:21 → 00:12:25สะสมเราน้อยไขมันสะสมเราน้อยนะ
00:12:25 → 00:12:29เพราะฉะนั้นถ้าถึงคราวที่เราทำผิดเช่นโปร
00:12:29 → 00:12:34รองไอเอฟโดยยังไม่เข้าใจเรื่องเรื่องราว
00:12:34 → 00:12:37ต่างๆแบบลึกซึ้งของ If เนี่ยอ่าครับข้อ
00:12:37 → 00:12:41ที่ 2 เขาออกมาเนี่ยนะก็แน่นอนล่ะนะ
00:12:41 → 00:12:44เวลาเรากิน low Craft เราก็ไม่มีครับไม่
00:12:44 → 00:12:46มีใครคอลเจนเพียงพอให้คอติซอลใช้
00:12:46 → 00:12:49คอร์ติซอลก็จะต้องใช้พวกโปรตีน
00:12:49 → 00:12:53สัดส่วนก็ประมาณ 60% แล้วเขาก็จะใช้ไขมัน
00:12:53 → 00:12:5740%
00:12:57 → 00:12:59เราจะใช้โปรตีน
00:12:59 → 00:13:03จากกลายเป็นน้ำตาลกรวดไมโครเป็นน้ำตาลอัน
00:13:03 → 00:13:06นี้ 60% แล้วก็ใช้เนื้อเยื่อไขมันเป็นแบบ
00:13:06 → 00:13:10CZ อันนี้ก็ประมาณ 40%
00:13:10 → 00:13:14แต่ในระยะยาวๆเลยนะที่ความเครียดมัน
00:13:14 → 00:13:17ดูดื้อเด่น
00:13:17 → 00:13:21เยอะมากๆเลยเนี่ยสัดส่วนของการสลายโปรตีน
00:13:21 → 00:13:25จะเยอะขึ้นเรื่อยๆ
00:13:25 → 00:13:29อันนี้ข้อต่อมาข้อ 4 นะข้อ 4 เนี่ยนะ
00:13:29 → 00:13:32ในทางตรงกันข้ามกับข้อ 3 เนี่ยข้อที่เช่า
00:13:32 → 00:13:37เองก็มีผลต่อการสะสมและกิจการพลังงาน
00:13:37 → 00:13:39เพราะว่าคอยติซอลเนี่ยเราจัดอยู่ในกลุ่ม
00:13:39 → 00:13:40ฮอร์โมน
00:13:40 → 00:13:45สะสมพลังงานก็คืออินซูลิน
00:13:45 → 00:13:49ข้อที่ซ่อนเนี่ยเวลาเค้าเก็บกลับสะสมพลัง
00:13:49 → 00:13:50งานเนี่ย
00:13:50 → 00:13:52ตัวพลังงานส่วนเกินที่เขาจะไปสะสมคือ
00:13:53 → 00:13:58ไตรกลีเซอไรด์ในทุกรูปคือ
00:13:58 → 00:14:02จะมีบทบาทที่จะเอาไปสะสมแต่เขาไม่ได้เอา
00:14:02 → 00:14:06ไปสะสมที่เนื้อเยื่อไขมันเหมือนกับ
00:14:06 → 00:14:08ไตรกลีเซอไรด์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงมาจาก
00:14:08 → 00:14:11อินซูลิน
00:14:11 → 00:14:14ข้อที่ 2 จะเอาไตรกลีเซอไรด์ที่ล้นเกินไป
00:14:14 → 00:14:16สะสมที่บริเวณ
00:14:16 → 00:14:21บริเวณหน้าท้องส่วนบนและรอบๆสะดือ
00:14:21 → 00:14:25เพราะฉะนั้นเวลาไขมันส่วนเกินของพวกที่
00:14:25 → 00:14:41เครียด
00:14:41 → 00:14:45มีเรื่องของเอสโตรเจนมาผนัง
00:14:45 → 00:14:49ทั้งตัวแม่และลูกสาวคนโตเนี่ยแอคชั่นเขา
00:14:49 → 00:14:53เนี่ยนะเขาก็จะลงมาที่ท้องน้อยส่วนล่าง
00:14:53 → 00:14:59อ่ะท้องส่วนล่าง
00:14:59 → 00:15:02แล้วเนี่ยมันจะเกิดอะไรขึ้น
00:15:02 → 00:15:07นะในขณะที่ขารีบเอาเล็กเอา
00:15:07 → 00:15:12คือมันเหมือนมันอยู่จะเซจะล้มอ่ะนะ
00:15:12 → 00:15:14[เพลง]
00:15:14 → 00:15:19อันต่อมาก็คือที่บริเวณแก้มนะ
00:15:19 → 00:15:24เนี่ยคนที่แก้มป่องแก้มห้อยย้อยอะไรต่างๆ
00:15:24 → 00:15:27นะครับก็คือการสะสมของไขมันไตรกลีเซอไรด์
00:15:27 → 00:15:32จากอิทธิพลของคอร์ติซอลแก้มลำคอนะแล้วก็
00:15:32 → 00:15:37โหนกหรือหน่อทางด้านหลังส่วนบน
00:15:37 → 00:15:58บริเวณที่เขาเอาคาดเทียมไฟล์
00:15:58 → 00:16:02นี้มีความเครียดมีข้อ
00:16:02 → 00:16:05มันเยอะอ่ะมันเยอะอาจจะเรียกว่า
00:16:05 → 00:16:13มันเด่นมันดื้อ
00:16:13 → 00:16:17อ่าๆๆแม่ไม่มีคำว่าแพ้หน้าที่อย่างต่อ
00:16:17 → 00:16:22เนื่องก็คือการขับโกรธ
00:16:22 → 00:16:27นะออกนะพร้อมกับแคลเซียมในทางปัสสาวะ
00:16:27 → 00:16:31เพื่อจะปรับให้เลือดมีสภาพเป็นด่าง
00:16:31 → 00:16:34คุณเครียดเนี่ยเลือดเป็นด่างนะไม่ได้เป็น
00:16:34 → 00:16:35กฎ
00:16:35 → 00:16:39เพราะคอติซอลเนี่ยเขาขับกรดต่างๆคือขับ
00:16:39 → 00:16:43ไฮโดรเจนไอออนออกพร้อมกับแคลเซียมทาง
00:16:43 → 00:16:44ปัสสาวะ
00:16:44 → 00:16:46อันนี้ก็
00:16:46 → 00:16:49นี่แหละร่างกายก็สูญเสียกฎเพราะฉะนั้น
00:16:49 → 00:16:51เลือดมันก็เลยมีความเป็นด่างเพิ่มขึ้น
00:16:51 → 00:16:55เลือดเป็นด่างนี่ภูมิตกนะ
00:16:55 → 00:16:58ภูมิไม่ดี
00:16:58 → 00:17:04ภูมิแพ้ภูมิเพี้ยนภูมิตก
00:17:04 → 00:17:07คอติซอลฮอร์โมนเครียดเลือดเป็นด่านไม่ได้
00:17:07 → 00:17:10ดีนะ
00:17:10 → 00:17:13อันต่อมาก็คือข้อ 6 เนี่ย
00:17:13 → 00:17:18จะยับยั้งการหลั่งน้ำย่อยจากกระเพาะลำไส้
00:17:18 → 00:17:23และน้ำดีจากตับรวมทั้งการเก็บน้ำดีหรือ
00:17:23 → 00:17:25ถูกน้ำดี
00:17:25 → 00:17:30เซลเยอะเนี่ยนะระบบการย่อยการดูดซึมการ
00:17:30 → 00:17:35ย่อยสารอาหารอะไรต่างๆเนี่ยมันจะลดลง
00:17:35 → 00:17:38แล้วจะมีผลเยอะๆเลยต่อการดูดกลับของเกลือ
00:17:38 → 00:17:40น้ำดีที่ลำไส้เล็ก
00:17:40 → 00:17:43ต้องย้อนกลับมา 95% แล้วมาสะสมไว้ที่ถูก
00:17:43 → 00:17:56น้ำดี
00:17:56 → 00:18:04ทีนี้ข้อ 7
00:18:04 → 00:18:09ข้อทำหน้าที่ในการปลุกสมองให้ตื่นจาก
00:18:09 → 00:18:10ภวังค์หลับ
00:18:10 → 00:18:13พอวางที่เราหลับ
00:18:13 → 00:18:16แล้วก็คอร์ติซอลจะเริ่มทำงานเมื่อประมาณ
00:18:16 → 00:18:22ราวๆผ่านช่วงเวลานาฬิกาชีวิตของตับไปแล้ว
00:18:22 → 00:18:25เป็นช่วงเวลานาฬิกาชีวิตของปอดคือตี 3
00:18:25 → 00:18:26ถึงตี 5
00:18:27 → 00:18:28ครับ
00:18:28 → 00:18:32ก็ประมาณตี 3 ตี 4 ข้อจะเริ่มมา
00:18:32 → 00:18:36แล้วก็ค่อยๆพีคเพิ่มขึ้นประมาณสักเนี่ย 6
00:18:36 → 00:18:40โมงหรือ 7 โมงก็จะเริ่มมีการปลุกให้ตื่น
00:18:40 → 00:18:43แต่ตัวพีคของคอร์ติซอลที่จะเยอะมากที่สุด
00:18:43 → 00:18:47ก็คือ 8-9 โมงเช้า
00:18:47 → 00:18:49ตามระบบนาฬิกาชีวิต
00:18:49 → 00:18:51และอันนี้ก็จะเป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่ง
00:18:51 → 00:18:54เลยเพราะคนเราต้องตื่น
00:18:54 → 00:18:58ไม่มีคอยไม่ได้
00:18:58 → 00:19:00อันต่อมาก็คือ
00:19:00 → 00:19:04คอร์ติซอลที่มีมากเกินไปจะลดการสร้าง
00:19:04 → 00:19:07Growth Hormone นะถ้าแม่มาเนี่ยโกส
00:19:07 → 00:19:09ฮอร์โมนเนี่ยมาไม่ได้
00:19:09 → 00:19:13เวลาโทนนินซีโร่
00:19:13 → 00:19:16เพราะฉะนั้นเนี่ยถึงได้บอกว่าตอนเย็นๆ
00:19:16 → 00:19:18เนี่ยพออินซูลินมาแล้วเนี่ย
00:19:18 → 00:19:21นะอย่าไปทำอะไรให้คอร์ติซอลมา
00:19:21 → 00:19:25เพราะมาประกบอินซูลินมา Balance เมื่อ
00:19:25 → 00:19:27ไหร่นะเมื่อนั้นเนี่ยฮอร์โมนลูกๆเช่น
00:19:27 → 00:19:34ไทรอยด์
00:19:34 → 00:19:37จะทะเลาะกับคอติซอลวนไปเรื่อยๆจนถึงเช้า
00:19:37 → 00:19:43วันใหม่
00:19:43 → 00:19:45อีกเรื่องนึงก็คือการยับยั้งการสร้าง
00:19:45 → 00:19:48ฮอร์โมนไทรอยด์และโปรเจสโตโรล
00:19:48 → 00:19:52มีผลต่อโปรเจสเตอโรนมากกว่า m07
00:19:52 → 00:19:54คือแม่กับลูกสาวคนโตเนี่ยมักจะเป็นมิตร
00:19:54 → 00:19:59กันนะไม่ค่อยจะทำอะไรมากมายนะนะแต่กับลูก
00:19:59 → 00:20:03สาวคนคนเล็กเนี่ยนะ
00:20:03 → 00:20:09ข้อที่ 2 นี่อืมเกลียดพูดหรือเปล่าคนกลาง
00:20:09 → 00:20:12เกลียดลูกสาวคนเล็กแต่ยังชอบลูกสาวคนโต
00:20:12 → 00:20:15หรือเอสโตรเจนอยู่
00:20:15 → 00:20:19แล้วก็ลูกชายคนเล็กเทสโตโซโลนดิซอลก็ไม่
00:20:19 → 00:20:26ได้สว่างนะ
00:20:26 → 00:20:31ต่อมาข้อสุดท้ายเนี่ยนะ
00:20:31 → 00:20:34ที่จะมีการร่างกายเขาจะสร้างเพิ่มขึ้นมาก
00:20:34 → 00:20:37ขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆเพราะมันเป็นปฏิกิริยา
00:20:37 → 00:20:41การตอบสนองต่อพฤติกรรมต่างๆ
00:20:41 → 00:20:46ที่เปลี่ยนไปนะอาหารนะถ้าอาหารเปลี่ยนไป
00:20:46 → 00:20:50สารเคมีมีการได้รับอย่างพวกนี้จะเป็นการ
00:20:50 → 00:20:54กระตุ้นให้เพิ่มขึ้น
00:20:54 → 00:20:57เขาเรียกว่ามีการเปลี่ยนแปลงนะหรือมีการ
00:20:57 → 00:20:59ปรับเปลี่ยนสภาพร่างกายไปจากเดิมเมื่อ
00:20:59 → 00:21:00ไหร่
00:21:00 → 00:21:05พอจึงต้องจะต้องมีการสะสมเด่นดื้อดูนะโดย
00:21:05 → 00:21:11ที่เรามักจะไม่รู้ตัว
00:21:11 → 00:21:14จริงๆเนี่ยมันก็มีจุดแยกข้อสิ่งที่สำคัญ
00:21:14 → 00:21:17นะหมอเน้นนะเพราะว่าเราจะทำอะไรก็ตามที่
00:21:17 → 00:21:22จะเป็นการเปลี่ยนแปลงร่างกายของเรา
00:21:22 → 00:21:24ตัวแม่หรือข้อที่ซ่อนเนี่ยเขาจะกล้ารับ
00:21:24 → 00:21:28รู้เขาจะต้องมาสังเกตสังกานะก็จะมาน้อยมา
00:21:28 → 00:21:31มากมายดีมาไม่ดีมา
00:21:31 → 00:21:37ก็จะต้องมีคอร์ติซอลเอาเป็นหน้าที่ของเขา
00:21:37 → 00:21:38ทีนี้
00:21:38 → 00:21:42ถ้าเกิดเราก็ต้องเปลี่ยนนะ
00:21:42 → 00:21:46มันก็ต้องมีจิตหนึ่งพี่ก็ได้จุดคัดออก
00:21:46 → 00:21:50ที่ว่าเราจะต้องรู้แล้วว่าเรามีขีดความ
00:21:50 → 00:21:52สามารถที่จะทำในการปรับเปลี่ยนในการทำ
00:21:52 → 00:21:55อะไรก็ตามได้ถึงแค่นี้ไม่งั้นแล้วเนี่ย
00:21:55 → 00:21:58ระดับคอร์ติซอลมันจะมากจนกระทั่งเราจะมี
00:21:58 → 00:22:01ความผิดปกติแล้วเราจะป่วยจากฮอร์โมน
00:22:01 → 00:22:06คอร์ติซอลทุกคนยิ่งเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งจะ
00:22:06 → 00:22:10ทำหน้าที่ผิดผิดเพี้ยนผิดปกติไป
00:22:10 → 00:22:14เหมือนที่อินซูลินน่ะนะฮะ
00:22:14 → 00:22:19ส่วนใหญ่ที่คอร์ติซอลมันเด่นหรือว่ามัน
00:22:19 → 00:22:22นะอันนี้มันจะมีบทบาทกระทบต่อฮอร์โมนอื่น
00:22:22 → 00:22:26ๆแล้วก็กระทบต่อการทำงานของอัยวะอื่นๆ
00:22:26 → 00:22:28เยอะแยะไปหมดเลยครับ
00:22:28 → 00:22:31มันมีเหตุผล
00:22:31 → 00:22:33เพราะฉะนั้นจุดนึงเนี่ยที่เราต้องรู้อ่ะ
00:22:33 → 00:22:37ว่าแค่นี้พอแล้วนะก็ต้องรีบกลับ
00:22:37 → 00:22:41แล้วไปต่อไม่ได้
00:22:41 → 00:22:44อันนี้สำคัญมากนะฮะในการที่คุณจะดูแลตัว
00:22:44 → 00:22:47เองแบบ low Cup High Fat หรือทำ is
00:22:47 → 00:22:54ออกแรงออกกำลังหรือจะนอนให้ถูกให้ดีอ่ะ
00:22:54 → 00:22:57มีคำอีกคำหนึ่งก็คือความเคยชินเพราะว่าคน
00:22:57 → 00:23:01เรามันเสียตรงนี้นะกับเรื่องคอร์ติซอลคน
00:23:01 → 00:23:04เราก็จะใช้ความเคยชิน
00:23:04 → 00:23:07มาเป็นตัวตัดสิน
00:23:07 → 00:23:09ก็เหมือนกับว่า
00:23:09 → 00:23:13รู้ว่าทำเครียดสูบบุหรี่เครียดนอนไม่หลับ
00:23:13 → 00:23:16ฝืนเขาเรียกว่า
00:23:16 → 00:23:19ทำงานทำให้มันเสร็จไปนะแต่ร่างกายมันก็
00:23:19 → 00:23:24เครียดนะฮอร์โมนมันก็เครียดพอ
00:23:24 → 00:23:27แต่มันกลายเป็นอะไรที่มันกลับมาทำเป็น
00:23:27 → 00:23:29นิสัยจึงเกิดความชาญ
00:23:29 → 00:23:32แล้วคุณก็บอกว่า
00:23:32 → 00:23:34เดี๋ยวร่างกายมันก็ปรับตัวได้แต่จริงๆนะ
00:23:34 → 00:23:37ไอ้กายเนื้อหรือไก่หยาบเนี่ยเขาก็ไม่ได้
00:23:37 → 00:23:41ปรับได้อ่ะแบบที่คุณใช้กายละเอียดมาคิดนะ
00:23:41 → 00:23:44เนี่ยความเคยชินเหล่านี้ทำให้เราเลยเถิด
00:23:44 → 00:23:48และเราก็จะมีปัญหากับคอติซอลที่เขาเพิ่ม
00:23:48 → 00:23:49ขึ้น
00:23:50 → 00:23:55เขาดูเอ่อเค้าอะไรดื้อดุเอ่อเด่นเออผิด
00:23:55 → 00:24:00ปกติไปโดยที่เราไม่รู้ตัวอ่าๆๆ
00:24:00 → 00:24:03ตรงเนี้ย
00:24:03 → 00:24:07เราต้องมีจุดคัด off นะฮะที่จะทำอะไรต่าง
00:24:07 → 00:24:11ๆนะว่าจะไปต่อได้ไม่ได้ด้วยนะต้องมีความ
00:24:11 → 00:24:13สังเกต
00:24:13 → 00:24:16แล้วก็มันจะมีอะไรต่างๆที่เป็นตัวมาบอก
00:24:16 → 00:24:18อย่างเช่น
00:24:18 → 00:24:23การนอนไม่หลับกล้ามเนื้อฝ่อลีบผิวผมผม
00:24:23 → 00:24:27ร่วงผิวพรรณไม่ดี
00:24:27 → 00:24:34อะไรอ่ะหน้าแก่ไม่ชะลอวัยอะไรอย่างนี้
00:24:34 → 00:24:37สุดท้ายเนี่ยหมอสรุปเรื่องข้อ Digital
00:24:37 → 00:24:38ตรงนี้นะ
00:24:38 → 00:24:40นะอินซูลินเนี่ยก็เป็นฮอร์โมนที่ไม่ได้
00:24:40 → 00:24:43ขึ้นอยู่กับสมองกับระบบประสาทอัตโนมัติ
00:24:43 → 00:24:46สมองและระบบประสาทอัตโนมัติสั่งการก็ไม่
00:24:46 → 00:24:48ได้อินซูลินเนี่ยเขาดีเพ็นอ่อนหรือขึ้น
00:24:48 → 00:24:51อยู่กับอาหารอย่างเดียว
00:24:51 → 00:24:54นะเขาเลยเป็นฮอร์โมนตัวพ่อเป็น King of
00:24:54 → 00:24:56hormone
00:24:56 → 00:24:59เขาไม่ต้องต้องแคร์อะไรมากมายนะฮะแต่ข้อ
00:24:59 → 00:25:03ที่ 2 เนี่ยรวมทั้งฮอร์โมนอื่นๆเนี่ยนะฮะ
00:25:03 → 00:25:07มันๆๆขึ้นอยู่กับอาหารอารมณ์อากาศ
00:25:07 → 00:25:11คนที่อยู่กับอารมณ์เนี่ยก็แปลว่าคอติซอล
00:25:11 → 00:25:13ก็เป็นฮอร์โมนที่จะต้อง
00:25:13 → 00:25:16นะมีการรับรู้มีการสั่งการผ่านสมองและ
00:25:16 → 00:25:18ระบบประสาทอัตโนมัติ
00:25:18 → 00:25:21ยิ่งมันก็เหมือนๆกับฮอร์โมนส่วนใหญ่ของ
00:25:21 → 00:25:22ร่างกาย
00:25:23 → 00:25:25อันเนี้ยมันแตกต่างจากอินซูลินตรงนี้
00:25:25 → 00:25:29เพราะฉะนั้นเมื่อใดก็ตามนะที่อาหาร
00:25:29 → 00:25:34อากาศอารมณ์นะฮะโดยการเปลี่ยนแปลงถูกไม่
00:25:34 → 00:25:37ถูกมากน้อยขาดเกินอะไรก็ตามสมองระบบ
00:25:37 → 00:25:40ประสาทอัตโนมัติก็ต้องเสียสมดุลและต้อง
00:25:40 → 00:25:45ปรับสมดุลซึ่งก็จะมีผลกระทบต่อฮอร์โมนทุก
00:25:45 → 00:25:48ๆอย่างที่มันขึ้นอยู่กับสมองและระบบ
00:25:48 → 00:25:52ประสาทอัตโนมัติซึ่งไม่ใช่
00:25:52 → 00:25:56อินซูลินอลและฮอร์โมนลูกๆตัวอื่นได้รับผล
00:25:56 → 00:25:57กระทบหมดเลย
00:25:57 → 00:26:02ถ้าแม่นะมีความผิดปกติก็ทายได้เลยว่าลูกๆ
00:26:02 → 00:26:05ก็ไม่รอดหรอก
00:26:05 → 00:26:09ลูกๆนี่หมายถึงเอสโตรเจน addinary
00:26:09 → 00:26:15ไทรอยด์ processories
00:26:15 → 00:26:17ทั้งหมดเลยเพราะพวกนี้มันก็ขึ้นอยู่กับ
00:26:17 → 00:26:20สมองกับระบบประสาทส่วนกลาง
00:26:20 → 00:26:22อย่างนี้ก็จะแตกต่างกัน
00:26:22 → 00:26:28นะเขาบอกว่าเกิดความผิดปกติแบบโดมิโน
00:26:28 → 00:26:30พังหมดเป็นนั่นเลยนะอันนี้ก็จะเป็นข้อแตก
00:26:30 → 00:26:32ต่างนะฮะระหว่างอินซูลินกับขอบที่ซ่อน
00:26:32 → 00:26:36แล้วก็บทบาทใน 10 เรื่องเนี่ยหมอขอร้อง
00:26:36 → 00:26:40ว่าให้ทำความเข้าใจนะฮะเพราะเราจะนำมาใช้
00:26:40 → 00:26:43แล้วมาช่วยในการอธิบาย
00:26:43 → 00:26:47เรื่องเรื่องความเป็นปกติหรือไม่ปกติของ
00:26:47 → 00:26:51การใช้โภชนาการครับต่ำทำ If ออกกำลัง
00:26:51 → 00:26:56กายเวทอ่ารีเซ็ตนิ่งหรือฮิสอะไรต่างๆ
00:26:56 → 00:27:01เราใช้ 2 ตัวนี้เป็นส่วนที่อธิบาย
00:27:01 → 00:27:04ทีนี้หมอจะตั้งคำถามอย่างนี้นะ
00:27:04 → 00:27:08ครับข้อที่ 2 มันจะมาเยอะๆตอนไหน
00:27:08 → 00:27:11ระหว่าง 3 เรื่องนี้
00:27:11 → 00:27:15ระหว่างเรากินกับเราไม่กินหรืออดระหว่าง
00:27:15 → 00:27:18เราสงบนิ่ง
00:27:18 → 00:27:20เฉยๆ
00:27:20 → 00:27:23กลับออกแรงออกกำลังระหว่างเราหลับกำลัง
00:27:23 → 00:27:24ตื่น
00:27:24 → 00:27:30ฝั่งไหนคอจะเศร้ามาฝั่งไหน
00:27:30 → 00:27:49ครับ
00:27:49 → 00:27:51อันนี้ข้อติ้งไม่เป็นทุกข์เป็นร้อยเลยไม่
00:27:51 → 00:27:56มีแอคชั่นไม่สวิงสวายไม่อะไรมากมายเลย
00:27:56 → 00:27:59แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราโอนนะจะตั้งใจไม่
00:27:59 → 00:28:03ตั้งใจจะทำไอเอฟอะไรขนาดไหนหรือจะโปรรอง
00:28:03 → 00:28:05ฟ้าหรือจะใดฟาดอะไรก็ตาม
00:28:05 → 00:28:08เราออกแรงออกกำลัง
00:28:08 → 00:28:12เราต้องตื่นที่จะทำมาหากินหรือเคลื่อนไหว
00:28:12 → 00:28:21ออกอะไรอ่ะ
00:28:21 → 00:28:22[เพลง]
00:28:22 → 00:28:25ในขณะนี้เราจะใช้การปรับเปลี่ยนโภชนาการ
00:28:25 → 00:28:29แบบลูกค้าเราจะทำ If เราจะออกแรงออกกำลัง
00:28:29 → 00:28:34จะเวทจะยึดนะ
00:28:34 → 00:28:36อะไรต่างๆ
00:28:36 → 00:28:40เหล่านี้ขอให้ทราบว่าหรือเรานอนไม่ดีนอน
00:28:40 → 00:28:43ไม่หลับนอนไม่มีคุณภาพ
00:28:43 → 00:28:45อันนี้คอติซอลเข้ามานะ
00:28:45 → 00:28:46เข้ามา
00:28:46 → 00:28:50จะมาแบบเงียบๆมาแบบจะมีแอคชั่นขนาดไหน
00:28:50 → 00:28:54อะไรก็แล้วแต่แต่ละบุคคลนะมามากมายน้อยมา
00:28:54 → 00:28:57เร็วมาช้า
00:28:57 → 00:29:01ร่างกายจะค่อยๆสะสมความเครียดที่เพิ่ม
00:29:01 → 00:29:05ขึ้นโดยเราแทบจะไม่รู้ตัว
00:29:05 → 00:29:08หมอเน้นย้ำตรงนี้ว่าอันนี้เราจะหมายถึง
00:29:08 → 00:29:12ค่อนข้างหมายถึงในการทำพวกเนี่ยเราทำ
00:29:12 → 00:29:18ไปนานๆแล้วทำบ่อยๆทำนานๆนะทำแล้วติดใจขอ
00:29:18 → 00:29:20โปโลฟ้า
00:29:20 → 00:29:258 ชมเป็น 5 วันโอเคไหมอะไรอย่างเงี้ย
00:29:25 → 00:29:29หรือว่าบ้าออกกำลังออกกำลัง
00:29:29 → 00:29:32ทั้งเวททั้งคาร์ดิโอ
00:29:32 → 00:29:35ได้ดูขีดความสามารถอะไร
00:29:35 → 00:29:37อย่างนี้มันจะเลอะเทอะ
00:29:37 → 00:29:40คือคนเราเนี่ยตามที่หมอบอกเมื่อกี้เนี่ย
00:29:40 → 00:29:45จากความเคยชินน่ะเราก็ต้องมีจุดคัดออกแต่
00:29:45 → 00:29:47ไอ้ความเคยชินเนี่ยมันจะทำให้เรามักจะ
00:29:47 → 00:29:49ค่อนข้างเลยเถิด
00:29:49 → 00:29:52ใช่ครับมันจะเป็นเลยเถิดแบบไหนใน 4 แบบ
00:29:52 → 00:29:58เนี่ยนะก็จะมีผลต่อเรื่องของความเครียด
00:29:58 → 00:30:01ก็เลยย้ำตรงนี้ว่าคุณต้องแยกแยะนะต้องมี
00:30:01 → 00:30:02ความรู้
00:30:02 → 00:30:06ขนาดเดียวกันต้องรู้จุดของความเคยชิน
00:30:06 → 00:30:09เพราะสิ่งที่จะตามมาคือความที่ยังเป็น
00:30:09 → 00:30:13ปกติดีหรือความที่จะเกิดความผิดปกติจะ
00:30:13 → 00:30:21เศร้าที่มันดุเด่นดื้อๆๆ
00:30:21 → 00:30:24เมื่อเวลาผ่านไปนานๆเนี่ยไอ้นี่ก็คือรูป
00:30:24 → 00:30:26แบบหนึ่งนะฮะนะ
00:30:26 → 00:30:29คือในแง่ของการทำ low Car เนี่ยนะ
00:30:29 → 00:30:32จุดใหญ่ใจความเนี่ยที่เราต้องการเนี่ยก็
00:30:32 → 00:30:35คือภาวะเม็ดกระบด flexity
00:30:35 → 00:30:38เป็นความยืดหยุ่นในการใช้พลังงานได้ทั้ง
00:30:38 → 00:30:42Craft ทั้งไขมัน
00:30:42 → 00:30:46แล้วก็ใช้ได้อย่างดีเหมาะสมมีครับใช้ครับ
00:30:46 → 00:30:49มีไขมันใช้ไขมัน
00:30:49 → 00:30:53แต่ถ้าเลือกได้เราก็เลือกไขมันอยู่แล้ว
00:30:53 → 00:30:58ถ้าเมื่อไหร่เราก้าวถึงจุดเหล่านี้
00:30:58 → 00:31:02จึงเหล่านี้เนี่ยคือจุดที่พอเพียงแล้วนะ
00:31:02 → 00:31:06ครับที่เราจะหยุดยั้งแล้วเราอาจจะต้อง
00:31:06 → 00:31:11ปรับบวกลบนะนิดๆหน่อยๆกับโภชนาการที่เรา
00:31:11 → 00:31:15ทำมาตลอดโดยเฉพาะโภชนาการครับต่ำขั้นไหน
00:31:15 → 00:31:19แล้วเราก็จะต้องมีการเขาเรียกว่านี่แหละ
00:31:19 → 00:31:20ชีวิตจริง
00:31:20 → 00:31:27ที่พูดไป
00:31:27 → 00:31:30ก็คือเป็นการ metabolic Festival
00:31:30 → 00:31:33เหมือนกันนะฮะ
00:31:33 → 00:31:36คุณทำได้ขนาดไหนเนี่ยเมื่อถึงจุดนึงแล้ว
00:31:36 → 00:31:41เนี่ยคุณก็ต้องเซอร์คูเลท
00:31:41 → 00:31:44ปรับเป็นยาวบ้างสั้นบ้างนะ
00:31:44 → 00:31:49อือปล่อยธรรมดาธรรมดาไม่ไอ้เอฟบ้าง
00:31:49 → 00:31:54การออกแรงออกกำลังต้องสลับคาร์ดิโอเวทยืด
00:31:54 → 00:31:57หยุ่นแล้วก็ต้องมีเวลาพัก
00:31:57 → 00:32:01คือทุกอย่างเนี่ยมันก็ต้องพอดีพอเหมาะนะ
00:32:01 → 00:32:06ที่เป็นแบบมีการหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยน
00:32:06 → 00:32:10ส่วนการนอนนี่ก็ขอให้เป็นการ Deep Sleep
00:32:10 → 00:32:16ให้ดีที่สุดแล้วกัน
00:32:16 → 00:32:20เพราะว่าอะไรเพราะว่าการที่คุณเนี่ย Stay
00:32:20 → 00:32:23on หรือว่าอยู่กับสิ่งต่างๆที่มันนาน
00:32:23 → 00:32:26เกินไปโดยไม่มีการหมุนเวียนปรับเปลี่ยน
00:32:26 → 00:32:31เหล่านี้อันนี้ข้อที่ 2 ไม่ได้โอเคด้วยนะ
00:32:31 → 00:32:36แล้วความผิดปกติที่เป็นผลมาจากคอติซอล
00:32:36 → 00:32:41ร่างกายก็ร่างกายสุดที่จะทานคนได้นะส่ง
00:32:41 → 00:32:44สัญญาณออกมาเป็นแบบนี้นะ
00:32:44 → 00:32:48ต่างที่ผิดปกตินะโดยเฉพาะ Lab ทางด้าน
00:32:48 → 00:32:51พลังงานของน้ำตาลแล้วก็ไขมันเหมือนกล้าม
00:32:51 → 00:32:54เนื้อลดลงการนอนไม่ดีนอนไม่หลับไม่มี
00:32:54 → 00:32:57คุณภาพ
00:32:57 → 00:33:00หรือเกิดภาวะภูมิเพี้ยน
00:33:00 → 00:33:06ผมร่วงผมหงอก
00:33:06 → 00:33:16ผมสุขภาพ
00:33:16 → 00:33:20มีความผิดปกติ
00:33:20 → 00:33:24มีความแปรปรวนทางด้านอารมณ์และจิตใจ
00:33:24 → 00:33:28อันนี้มักจะต้องคิดถึงเรื่องของข้อติซอล
00:33:28 → 00:33:29โดดเด่นดื้อ
00:33:30 → 00:33:34ครับและสิ่งเหล่านี้ระหว่างคนอ้วนกับคน
00:33:34 → 00:33:36ผอม
00:33:36 → 00:33:44ใครมันจะมีผลมากกว่ากัน
00:33:44 → 00:33:48มันก็จะมีแนวโน้มที่จะเครียด
00:33:48 → 00:33:52ที่จะมีปฏิกิริยาหรือที่จะเซนซิทีฟต่อไอ้
00:33:52 → 00:33:57เรื่องฮอร์โมนเครียดกว่า
00:33:57 → 00:33:59[เพลง]
00:33:59 → 00:34:01มีอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องอาหารในมื้อ
00:34:01 → 00:34:03เย็น
00:34:03 → 00:34:06เป็นอาหารที่มีผล
00:34:06 → 00:34:10หรือมีบทบาทต่อเรื่องคอติซอลมากที่สุด
00:34:10 → 00:34:14ก็คืออาหารมื้อแรกเนี่ยเราต้องการพลังงาน
00:34:14 → 00:34:15ที่เราจะ
00:34:15 → 00:34:18อ่าให้ร่างกายมันได้รับเรื่องของพลังงาน
00:34:18 → 00:34:21นะแต่มื้อเย็นเนี่ยให้ได้สารอาหารครบ
00:34:21 → 00:34:26ถ้าได้ครบแล้วเนี่ยนะข้อที่ 2 ก็จะไม่มา
00:34:26 → 00:34:31มาเพราะว่าลูกกินอิ่มนี้กี่วันแล้ว
00:34:31 → 00:34:34ทีนี้มันจะมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับใน
00:34:34 → 00:34:36เรื่องการกินมื้อเย็นอยู่ 5 เรื่องนะครับ
00:34:36 → 00:34:38ที่คนในส่วนใหญ่
00:34:38 → 00:34:42ก็จะอยู่ในลักษณะ 5 อย่างเนี่ย
00:34:42 → 00:34:47โดยธรรมชาตินะของเรื่องโภชนาการเราถือว่า
00:34:47 → 00:34:49มื้อเย็นเนี่ยเป็นอาหารมื้อหลักที่เรา
00:34:49 → 00:34:51เรียกว่า Big Milk
00:34:51 → 00:34:53[เพลง]
00:34:53 → 00:34:56อาหารเป็นมื้ออาหารแห่งความสุขก่อนที่
00:34:56 → 00:34:59ร่างกายจะได้รับการพักผ่อนแล้วนอนหลับ
00:34:59 → 00:35:02เพราะฉะนั้นต้องจับให้ฟิน
00:35:02 → 00:35:05คือจัดให้ได้สารอาหารครบ
00:35:05 → 00:35:08เพราะว่าศาลทหารเหล่านี้เนี่ยคืออาหารของ
00:35:08 → 00:35:10กายเนื้อหรือไก่หยาบ
00:35:10 → 00:35:14หรือเครืออาหารของโครงสร้างร่างกายรวม
00:35:14 → 00:35:17ทั้งหมดสมองโดยเฉพาะสมองส่วน
00:35:17 → 00:35:20ส่วนที่จะทำให้เกิดการหลับนะ
00:35:20 → 00:35:22เค้าเรียกว่าเป็นสมองในส่วนของกายหยาบ
00:35:22 → 00:35:26หรือกายเนื้อเป็นเรื่องของจิตใต้สำนึกเรา
00:35:26 → 00:35:29จะหลับได้จิตใต้สำนึกเป็นหลัก
00:35:29 → 00:35:30เพราะฉะนั้น
00:35:30 → 00:35:34มื้อนี้ก็ต้องเป็นมื้อสำคัญนะที่จะช่วย
00:35:34 → 00:35:36ให้เราหลับ
00:35:36 → 00:35:40คนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้มีความคิดเห็นยังไงกับ
00:35:40 → 00:35:43อาหารมื้อเย็นกระแสสังคมก็ดีกระแสของ
00:35:43 → 00:35:48อาหารที่เสียสุขภาพต่างๆก็ดีเขาไม่ได้
00:35:48 → 00:35:50เอื้ออำนวยนะให้คนเราคิดเป็นแบบถูกต้อง
00:35:51 → 00:35:54ว่ามื้อเย็นคือมื้อมื้อหลักและเป็นมื้อ
00:35:54 → 00:35:57ที่สำคัญที่เราจะต้องกินอย่างมีความสุข
00:35:57 → 00:36:00แล้วเราจะได้หลับ
00:36:00 → 00:36:03หลับก็เพื่อรับอะไรหลับไม่ใช่หลับเพื่อ
00:36:03 → 00:36:06นอนหลับนะเราหลับเพื่อจะไปซ่อมร่างกายให้
00:36:06 → 00:36:10กลับคืนมาให้มันดีที่สุด
00:36:10 → 00:36:14เราหลับที่จุดประสงค์แบบนี้
00:36:14 → 00:36:17ทีนี้อันที่ 2 เนี่ยการกินมื้อเย็นใน
00:36:17 → 00:36:22สังคมทั่วไปที่คนยังไม่รู้ลึกๆ
00:36:22 → 00:36:26นะหรือไม่กินมื้อเย็นนะเพราะว่าพวกนี้เขา
00:36:26 → 00:36:29มีความหวังเขาคิดว่าร่างกายจะได้เอาพลัง
00:36:30 → 00:36:33งานต่างๆที่สะสมและทำให้เขาอ้วนหรือทำให้
00:36:33 → 00:36:36เขาอวบอะไรต่างๆออกมาเผาผลาญเป็นพลังงาน
00:36:36 → 00:36:40แต่เหตุผลอันนี้มันผิด
00:36:40 → 00:36:43เพราะธรรมชาติของร่างกายก็ตามที่บอกร่าง
00:36:43 → 00:36:45กายต้องได้อาหารมื้อเย็นอย่างเต็มอัตรา
00:36:45 → 00:36:50ศึกแล้วต้องได้พบเพื่อจะเกิดการซ่อมแซม
00:36:50 → 00:36:53การนอนเนี่ยมันเป็นกลวิธีอย่างหนึ่งของ
00:36:53 → 00:36:56ร่างกายเท่านั้นที่ร่างกายจะปรับเข้าสู่
00:36:56 → 00:36:59โหมดของการ Repair นะ
00:36:59 → 00:37:02หรือรีเจนเนอเรชั่นนะทั้งซ่อมแซมซึ่ง
00:37:02 → 00:37:05สร้างใหม่โดยเฉพาะกล้ามเนื้อเนี่ยเราก็
00:37:05 → 00:37:08สามารถที่จะสร้างมวลกล้ามเนื้อใหม่ได้
00:37:08 → 00:37:11เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือสารอาหารหลักต้อง
00:37:11 → 00:37:14มีครบสารอาหารหลักก็คือคาร์โบไฮเดรต
00:37:14 → 00:37:18โปรตีนไขมันและต้องเป็นสารอาหารหลักที่
00:37:18 → 00:37:23เป็น Real Food ให้มากที่สุดนะไม่แปรรูป
00:37:23 → 00:37:27รวมทั้งพลังงานเนี่ยนะร่างกายต้องการน้อย
00:37:27 → 00:37:30มากนะเพราะการนอนเราไม่ต้องใช้พลังงาน
00:37:30 → 00:37:33อะไรเยอะแยะ
00:37:33 → 00:37:37เราต้องได้เราโฟกัสที่เรื่องศาลทหาร
00:37:37 → 00:37:41แล้วก็คนยังไม่เข้าใจนะฮะว่าในเรื่องสาร
00:37:41 → 00:37:44อาหารรองเนี่ยหลายๆตัวนะโดยเฉพาะในกลุ่ม
00:37:44 → 00:37:46นี้จะมีแร่ธาตุเนี่ยร่างกายไม่ได้เก็บนะ
00:37:46 → 00:37:46ฮะ
00:37:46 → 00:37:49ร่างกายไม่ได้มีการเก็บสิ่งเหล่านี้นะ
00:37:49 → 00:37:54ร่างกายได้มาแล้วใช้ไปวันต่อวัน
00:37:54 → 00:37:58คุณจะได้สารอาหารครบเพื่อให้หลับและเพื่อ
00:37:58 → 00:38:01เกิดการซ่อมแซมจุดประสงค์การซ่อมแซมนะ
00:38:01 → 00:38:04เพราะศาลทหารหลักศาลทหารรองต้องอลังการ
00:38:04 → 00:38:10ต้องพบต้องพบอ่ะนะฮะ
00:38:10 → 00:38:14อันที่ 3 เนี่ยนะถ้าข้อ 2 เนี่ยเป็นไปไม่
00:38:14 → 00:38:16ได้ร่างกายจะซ่อมแซมไม่ได้
00:38:16 → 00:38:19เมื่อร่างกายซ่อมแซมไม่ได้เนี่ยก็ตาม
00:38:19 → 00:38:21ธรรมชาติ
00:38:21 → 00:38:26ของของคนเรานะซ่อมไม่ได้ก็นอนไม่ได้
00:38:26 → 00:38:30นอนไม่ได้ก็ต้องหิวแล้วก็ถูกปลุกขึ้นมา
00:38:30 → 00:38:33กิน
00:38:33 → 00:38:34กินเพื่อให้มันได้
00:38:34 → 00:38:38ได้แล้วมันจะได้ไปหลับแล้วก็ไปซ่อม
00:38:38 → 00:38:42ไม่งั้นเราก็จะมีความรู้สึกนอนไม่หลับนะ
00:38:42 → 00:38:44หรือหลับแล้วต้องตื่นขึ้นมา
00:38:44 → 00:38:46แต่ก็หาความหมายไม่ได้เหมือนคนตื่นแล้ว
00:38:46 → 00:38:51หิวคนหิวน้ำตื่นแล้วไปฉี่บางคนตื่นแล้วก็
00:38:51 → 00:38:54ไม่รู้จะหลับต่อไม่ได้อะไรอย่างเงี้ย
00:38:54 → 00:38:55[เสียงหัวเราะ]
00:38:55 → 00:38:58อันนี้ก็ต้องสำรวจตรวจตาอาหารมื้อเย็นล่ะ
00:38:58 → 00:39:01นะก็เกิดความบกพร่องเกิดการขาดเกินเกิด
00:39:01 → 00:39:04การทำอะไรผิดๆหรือเปล่าอืม
00:39:04 → 00:39:07ครับ
00:39:07 → 00:39:11อันต่อมานะฮะนะเราถ้าเรามีการกินที่มีถูก
00:39:11 → 00:39:16กินน้อยกินผิด
00:39:16 → 00:39:19แต่ปรากฏว่าการกระทำแบบนี้นะฮะซึ่งเราเอง
00:39:19 → 00:39:22ก็ไม่รู้อ่ะว่าถูกหรือผิดแต่เออมันเห็น
00:39:22 → 00:39:26ได้ผลในแง่ที่ว่าผอมลงน้ำหนักลดนะฮะ
00:39:26 → 00:39:29ถ้าทำเช่นนี้แล้วเกิดปรากฏการณ์อย่างนี้
00:39:29 → 00:39:34นะมันจะหมายถึงว่าร่างกายมีฮอร์โมนเครียด
00:39:34 → 00:39:37คอติจูดที่มาทำให้เกิดเวทร้อนหรือทำให้
00:39:37 → 00:39:39น้ำหนักลด
00:39:39 → 00:39:45ซึ่งไม่ใช่หนทางของการมีภาวะสุขภาพที่ดี
00:39:45 → 00:39:49คือมันลดแต่น้ำหนักแต่ค่าเงินมันจะมีความ
00:39:49 → 00:39:53ผิดปกติซึ่งเวลาตรวจแลปออกมา
00:39:53 → 00:39:58มันจะโชว์มาให้เห็นเลยครับแล้วก็อันนี้
00:39:58 → 00:40:01เนี่ยก็คือเหตุที่ฮอร์โมนเครียดออกมาแล้ว
00:40:01 → 00:40:04ไม่รู้จะทำยังไงก็ต้องมาจัดหาพลังงานโดย
00:40:04 → 00:40:10การเผาโปรตีนในกล้ามเนื้อ
00:40:10 → 00:40:13ที่มันไปแก่
00:40:13 → 00:40:27ตัว
00:40:27 → 00:40:33ตัวโตตัวหนาแต่ขาเล็ก
00:40:33 → 00:40:37สุดท้ายก็คือเราจะเกิดเอาไว้โยโย่
00:40:37 → 00:40:41แล้วก็เกิดการเจ็บป่วย
00:40:41 → 00:40:43เพราะว่าการกินมื้อเย็นที่ไม่ถูกต้อง
00:40:43 → 00:40:47กินไม่ถูกต้องในมื้อเย็นเช่นการกินที่ผิด
00:40:47 → 00:40:49เวลา
00:40:49 → 00:40:51หลักการของอาหารมื้อเย็นก็คือให้ห่างจาก
00:40:51 → 00:40:57ช่วงเวลาที่จะนอนหลับ 3-4 ชั่วโมงครับ
00:40:57 → 00:41:00แต่คนส่วนใหญ่บางทีก็กินเร็วเกินไป
00:41:00 → 00:41:01นะ
00:41:01 → 00:41:05ชั่วโมง 2 ชั่วโมงไปนอนแล้วนะเพราะว่ามัน
00:41:05 → 00:41:08จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
00:41:08 → 00:41:10สิ่งเหล่านี้เราถือว่ากินผิด
00:41:10 → 00:41:19ก็ไม่หลับ
00:41:19 → 00:41:21ต่อไปในเรื่องความถูกต้องของตัวอาหารและ
00:41:21 → 00:41:24ความครบถ้วนของสารอาหารหลักคาร์โบไฮเดรต
00:41:24 → 00:41:28โปรตีนไขมัน
00:41:28 → 00:41:32ทุกอย่างต้องเป็นเลี้ยว food
00:41:32 → 00:41:37อ่า Natural Craft นะต้องมีโปรตีนคุณภาพ
00:41:37 → 00:41:39ทั้งพืชและสัตว์
00:41:39 → 00:41:43จะต้องมีไขมันคงรูป
00:41:43 → 00:41:47อันนี้สมองจะหลับ
00:41:47 → 00:41:51มื้อเย็นต้องแป้งเชิงซ้อนกับผักหัว
00:41:51 → 00:41:54แล้วก็มีการจำกัดปริมาณ
00:41:54 → 00:41:56ไม่ใช่นม
00:41:56 → 00:42:00น้ำเต้าหู้น้ำตาลแป้งขัดขาวผลไม้น้ำผลไม้
00:42:00 → 00:42:03โปรตีนผงโปรตีนแปรรูปเวย์
00:42:03 → 00:42:06อันนี้ไม่ใช่นะ
00:42:06 → 00:42:09แต่ถ้ามื้อเย็นเนี่ยเรามีอาหารหลักของ
00:42:09 → 00:42:12มื้อเย็นที่ถูกต้องครบถ้วนแล้วแล้วเราไป
00:42:12 → 00:42:14ออกแรงออกกำลังมา
00:42:14 → 00:42:18ของพวกนี้อาจจะกินเติมกินเสริมไปได้
00:42:18 → 00:42:21อยากสร้างกล้ามเนื้อเราก็มาโฟกัสทางด้าน
00:42:21 → 00:42:26พวกโปรตีนผงโปรตีนแปรรูปหรือเวย์โปรตีน
00:42:26 → 00:42:32แต่กินพร้อมกันในเมื่ออาหารนะฮะ
00:42:32 → 00:42:34หรืออาจจะเติมพวก
00:42:34 → 00:42:38เชิงเดี่ยวครับเชิงซ้อน
00:42:38 → 00:42:41หรือจะเป็นผลไม้ก็ได้นะแต่มีความหมายว่า
00:42:42 → 00:42:45คุณต้องออกแรงออกกำลังกาย
00:42:45 → 00:42:48ที่ไม่มีการหรือพรรค
00:42:48 → 00:42:51มีกินไม่ได้นะกินไม่ได้
00:42:51 → 00:42:54คือไม่ได้ห้ามซะเลยทีเดียว
00:42:54 → 00:42:56แต่ถ้าใครก็ตามที่ยังดื้ออินซูลินอยู่ยัง
00:42:56 → 00:42:59เจ็บป่วยอยู่อันนี้ก็ขอให้งดไปเลยตัดไป
00:42:59 → 00:43:03เลยสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อาหารที่จะเอามากิน
00:43:03 → 00:43:07กันในมื้อเย็นเช่นหลายคนชอบกินนมอุ่นๆชอบ
00:43:07 → 00:43:11กินโยเกิร์ตชอบกินน้ำเต้าหู้
00:43:11 → 00:43:17ชอบกินผลไม้สลัดผลไม้ส้มตำผลไม้
00:43:17 → 00:43:21เลยพี่หมอเป็นกะละมังเลย
00:43:21 → 00:43:23อันนี้ให้รู้ไว้
00:43:23 → 00:43:37เพราะอะไรอ่ะสมมุติเรากินผลไม้อ่ะในผลไม้
00:43:37 → 00:43:40แต่อินซูลินที่ถูกกระตุ้นออกมาเนี่ย
00:43:40 → 00:43:42เขาจะทำอะไรก่อนฮะ
00:43:42 → 00:43:45นะในเมื่อตอนเนี้ยสิ่งที่คุณกินคือผลไม้
00:43:45 → 00:43:49ซึ่งไม่มีน้ำซุปโต๊ดกับกลูโคสครับเนี่ย
00:43:50 → 00:43:53เขายังจะทำอะไรกับกูค้นไม่ได้เพราะเขาถือ
00:43:53 → 00:43:57ว่าโต๊ดเนี่ยมีความเป็นพิษเป็นสิ่งที่ไม่
00:43:57 → 00:43:59ดีต่อร่างกายมากกว่า
00:43:59 → 00:44:06อินซูลินก็จะต้องไปบอกตับนะเลวๆๆนะ
00:44:06 → 00:44:09แกก็รีบเปลี่ยนแปลงเป็นไตรกลีเซอไรด์เอ่อ
00:44:09 → 00:44:12สะสมไว้ในตัวแกก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยๆ
00:44:12 → 00:44:14ลำเลียงออกไปที่อื่น
00:44:14 → 00:44:20เขาจะมาห่วงหาอาทรในการทำหน้าที่แบบนี้นะ
00:44:20 → 00:44:24ก็รอก่อนรอก่อนฉันมีหน้าที่หลักอันนี้มัน
00:44:24 → 00:44:29เป็น Emergency มากกว่า
00:44:29 → 00:44:33สมมุติว่าถ้ากินนม
00:44:33 → 00:44:34นมมีอะไร
00:44:34 → 00:44:51และ
00:44:51 → 00:44:53มันเห็นและโต๊ด
00:44:53 → 00:44:54โอ้ย
00:44:54 → 00:44:56กลูโคสหรอก
00:44:56 → 00:44:57เดี๋ยวจัดการ
00:44:57 → 00:44:59บริหารจัดการเรื่องและโพสต์ให้เรียบร้อย
00:44:59 → 00:45:12ก่อน
00:45:12 → 00:45:15แล้วหลังจากนั้นเจ๊แอ็กชันอะไรต่อไปอ่ะนะ
00:45:15 → 00:45:18ก็เปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์แล้วก็สาปสม
00:45:18 → 00:45:22เออหรือจะไปเอาไปให้ใครใช้นะ
00:45:22 → 00:45:24ไม่มีใครใช้ก็เปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์
00:45:24 → 00:45:29แล้วก็เอาไปลอยอยู่ในกระแสเลือด
00:45:29 → 00:45:32ก็คือมื้อเย็นเราไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่า
00:45:32 → 00:45:38นี้นะครับให้อินซูลินไปทำงานที่ผิดทิศผิด
00:45:38 → 00:45:39ทาง
00:45:39 → 00:45:42เราต้องการอินซูลินที่จะมาย่อยแป้งเชิง
00:45:42 → 00:45:47ซ้อนแบบค่อยเป็นค่อยไปในปริมาณจำกัด
00:45:48 → 00:45:51อันนี้นะเราไม่ต้องการที่ว่าจะต้องมาจัด
00:45:51 → 00:45:58การเกี่ยวกับฟรุกโตสกาแลคโตส
00:45:58 → 00:46:01ก็ต้องเข้าใจ
00:46:01 → 00:46:03ส่วนโปรตีน
00:46:03 → 00:46:06ในมื้อเย็นก็คือโปรตีนจากสัตว์ที่มีไขมัน
00:46:06 → 00:46:09ต่ำถึงต่ำมากเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่เนี่ยเรา
00:46:09 → 00:46:11จะกินสัตว์ขนาดเล็ก
00:46:11 → 00:46:19มีมีอะไรอ่ะมีตีนน้อยๆถ้าอยู่บนบกแต่ส่วน
00:46:19 → 00:46:23ใหญ่เราก็เน้นกินสัตว์น้ำครับ
00:46:23 → 00:46:27เราไม่ได้ต้องการพลังงานจากไขมันอะไรที่
00:46:27 → 00:46:30มันเยอะแยะ
00:46:30 → 00:46:33เดี๋ยวเราก็จะนอนแล้ว
00:46:33 → 00:46:35แล้วก็กลุ่มสัตว์น้ำก็จะมีคลอเรสเตอรอล
00:46:35 → 00:46:38เยอะมีโอเมก้า 3 เยอะ
00:46:38 → 00:46:42เพราะอะไรฮะเพราะพลังงานที่เราต้องการใน
00:46:42 → 00:46:44การซ่อมแซมที่จะเอาสารอาหารให้พวก
00:46:44 → 00:46:48คอเลสเตอรอลไอ้พวกโปรตีนพวกนี้ไปซ่อมร่าง
00:46:48 → 00:46:52กายเนี่ยเราจะใช้พลังงานจากที่เราสะสมไว้
00:46:52 → 00:46:54คือเราจะให้ตับเนี่ย
00:46:54 → 00:46:59เกิดการสร้างคีโตนออกมาจากพลังงานที่เรา
00:46:59 → 00:47:01สะสมไว้ในร่างกาย
00:47:01 → 00:47:05ในตอนกลางคืนเราจะใช้คีโตนที่จะไปซ่อม
00:47:05 → 00:47:08ร่างกายเพราะฉะนั้นมื้อเย็นเราไม่ต้องการ
00:47:08 → 00:47:14พวกน้ำมันนะหรือพลังงานจากไขมันที่มันมัน
00:47:14 → 00:47:18สูงมันสูงเป็นโปรตีนไขมันสูงนะ
00:47:18 → 00:47:21นอกจากนี้ก็อาจจะต้องมีโปรตีนจากพืชที่
00:47:21 → 00:47:27ผ่านการหมักก็แล้วแต่เทมเปญ
00:47:27 → 00:47:31Balance กับโปรตีนจากสัตว์สำหรับคนบางคน
00:47:31 → 00:47:35ก็แล้วแต่ Body tight นะฮะแล้วแต่
00:47:35 → 00:47:38แล้วก็อาจจะต้องมีไขมันคงรูปสักหน่อยนึง
00:47:38 → 00:47:39นะ
00:47:39 → 00:47:40อันนี้
00:47:40 → 00:47:48ครับ
00:47:48 → 00:47:55เราไม่ใช้น้ำมัน
00:47:55 → 00:48:00ทีนี้ก็จะจบในเรื่องคอร์ติซอลแล้ว
00:48:00 → 00:48:07คอติซอลตอนนี้เราก็จะเอามาใช้งานแล้ว
00:48:07 → 00:48:12ในคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องเบาหวาน
00:48:12 → 00:48:16เข้าสู่วงการ locus High Fat ทำ
00:48:16 → 00:48:20ออกแทนออกกำลังนอน
00:48:20 → 00:48:22อย่างดีแล้ว
00:48:22 → 00:48:25แต่ก็มีปรากฏการณ์หนึ่งที่มักจะเกิดอยู่
00:48:25 → 00:48:26เสมอ
00:48:27 → 00:48:30เขาก็เรียกว่าดอนหรือปรากฏการณ์น้ำตาล
00:48:30 → 00:48:33รุ่งอรุณ
00:48:33 → 00:48:38เนี่ย High Fast but Sugar
00:48:38 → 00:48:42สาเหตุก็เป็นไปได้จากเรื่องของฟิสิกส์นะ
00:48:42 → 00:48:42ฮะ
00:48:42 → 00:48:45ก็คือดอน effect หรือ Don't dominal อีก
00:48:45 → 00:48:48อันนึงคือทรงเอฟเฟค
00:48:48 → 00:48:50อันนี้จะเป็นคนที่ยังต้องมีการใช้ยาอยู่
00:48:50 → 00:48:55นะมักจะเป็นการใช้ยาแบบออกฤทธิ์ยาวนานนะ
00:48:55 → 00:48:56ฮะ
00:48:56 → 00:49:02การใช้ยาตอนเย็นตอนค่ำหรือก่อนว่า
00:49:02 → 00:49:05มันจะเกิดการดรอป
00:49:05 → 00:49:09ของน้ำตาล
00:49:09 → 00:49:11ดรอป
00:49:11 → 00:49:13ต่ำกว่า
00:49:13 → 00:49:17เกณฑ์ที่เราจะโอเคเกณฑ์ของน้ำตาลที่ยอม
00:49:18 → 00:49:26รับได้ก็คือไม่ต่ำกว่า 70 แล้วไม่เกิน
00:49:26 → 00:49:31ขึ้นมาอันนี้มักจะเป็นผลจากยา
00:49:31 → 00:49:33ก็มีการปรับยา
00:49:33 → 00:49:37ส่วนดอนพี่โดมินอลเนี่ยนะส่วนใหญ่มันก็จะ
00:49:37 → 00:49:39มีการ
00:49:39 → 00:49:41คือการลดลงของน้ำตาลเนี่ยมันเป็นไปตามที่
00:49:42 → 00:49:45อยู่แล้วนะฮะอันนี้ไม่มีผ่านหรอกแต่จะมี
00:49:45 → 00:49:51การพุ่งทะยานขึ้นมาในช่วงเช้ามืดเช้ามืด
00:49:51 → 00:49:54อันนี้มันมีข้ออธิบายจากอะไรนะฮะ
00:49:54 → 00:49:57เขาก็บอกว่าบัตร Sugar spike
00:49:57 → 00:50:03information Morning
00:50:03 → 00:50:07resis Stand นะฮะอันที่ 2 คำนี้ก็แยก
00:50:07 → 00:50:08กันนะฮะ
00:50:08 → 00:50:13ถ้าอ่าอินซูลิน Production ไม่ดีไม่ดี
00:50:13 → 00:50:16ก็จะหมายถึงเบต้าเซลล์ที่ตับอ่อนมันยัง
00:50:16 → 00:50:21ฟื้นตัวมาสร้างอินซูลินเพื่อจะมาลดน้ำตาล
00:50:21 → 00:50:25ในตอนรุ่งอรุณได้ไม่ดีนะเพราะฉะนั้นพวก
00:50:25 → 00:50:28นี้มันก็จะเกิดจากคนที่เป็นเบาหวาน
00:50:28 → 00:50:31ที่เป็นนานๆจนกระทั่ง
00:50:31 → 00:50:36เบต้าเซลล์มันมันฝ่อตัวไปเลยอ่ะมัน
00:50:36 → 00:50:39ไม่ขึ้นเลย
00:50:39 → 00:50:43แต่ก็ต้องใช้เวลาต้องใช้เวลา
00:50:43 → 00:50:44ซึ่ง
00:50:44 → 00:50:47วิธีแก้ไขส่วนใหญ่เราก็ต้องพูดกันถึง
00:50:47 → 00:50:52mitoch regeneration ของเบต้าเซลล์
00:50:52 → 00:50:56ของตัวเซลล์ตับอ่อนแล้วก็ตัวตักช่วยกันนะ
00:50:56 → 00:51:02เราต้องไปฟื้นฟูในระดับไมโครคอนเดรียครับ
00:51:02 → 00:51:05อีกอันนึงก็คือการเกิดภาวะอินซูลิน
00:51:05 → 00:51:07resistance
00:51:07 → 00:51:11ก็คือยังเป็นผลคืออินซูลินเนี่ยมันดีหมด
00:51:11 → 00:51:14แล้ว Action ได้อะไรได้
00:51:14 → 00:51:17แต่ว่าเซลล์เนี่ยฮะมันเป็นปัญหาที่ตัว
00:51:17 → 00:51:19เซลล์อ่ะเค้าไม่ยอมรับ
00:51:19 → 00:51:22ไม่ยอมให้อินซูลินเปิดประตูกลับสู่ให้น้ำ
00:51:22 → 00:51:31ตาลเข้าสิ
00:51:31 → 00:51:34แต่อันแรกที่หมอพูดว่าอินซูลิน Production
00:51:34 → 00:51:40ของเบต้าเซลล์ที่ตับอ่อนไม่ค่อยดี
00:51:40 → 00:51:44แต่ยังไงก็ตามมันเกิดได้ทั้ง 2 รูปแบบ
00:51:44 → 00:51:54เป็นส่วนใหญ่ส่วนใหญ่เท่าที่สังเกต
00:51:54 → 00:51:59อะไรมากมายบางคนก็สูงเยอะ 200 กว่าอะไรก็
00:51:59 → 00:52:00มี
00:52:00 → 00:52:06แต่ก็ต้องใช้ความเอื้ออาทร
00:52:06 → 00:52:09อันนี้เป็นในแง่ที่สุรินทร์เนี่ยมันจะมี
00:52:09 → 00:52:13ลักษณะการแอคชั่นแบบนี้นะฮะ
00:52:13 → 00:52:15อีกอันนึงก็คือเป็น Action ของฮอร์โมนตัว
00:52:15 → 00:52:19อื่นนะที่ไม่ใช่อินซูลินโดยตรง
00:52:19 → 00:52:23ซึ่งอันนี้ก็เป็นผลทั้งคนที่ที่เป็นเบา
00:52:23 → 00:52:25หวานแล้วเริ่ม remission นี้จะ Recover
00:52:25 → 00:52:30อ่ะหรือแม้แต่คนปกติ
00:52:30 → 00:52:36เศร้านะ EP นี้หรือแอดดิน
00:52:36 → 00:52:40แล้วก็อาจจะมีกลุ่มเขาก้อนมาแจมด้วย
00:52:40 → 00:52:44ก็คือเป็นฮอร์โมนในฝั่งคอติซอลและตัวลูกๆ
00:52:44 → 00:52:46ของมัน
00:52:46 → 00:52:51ที่มันมีการ Action มากเกินไปนะ
00:52:51 → 00:52:54แล้วก็เลยทำให้เกิดการสลายตัวของน้ำตาล
00:52:54 → 00:52:56จากตับ
00:52:56 → 00:53:01ของพลังงานจากตับออกมาเป็นน้ำตาลเยอะนะ
00:53:01 → 00:53:15ก็คนปกติก็เกิดได้ครับ
00:53:15 → 00:53:39[เพลง]
00:53:39 → 00:53:45แต่ว่าอันนี้เป็นๆมันเป็นความรู้เก่านะ
00:53:45 → 00:53:48ก็อ่านผ่านๆนะ
00:53:48 → 00:53:50[เพลง]
00:53:50 → 00:53:53นอกจากตัวอินซูลินแล้วเนี่ยก็จะเป็น
00:53:53 → 00:53:57เรื่องของตัว addinary หรือalเราโกน
00:53:57 → 00:54:02ฮอร์โมน
00:54:02 → 00:54:10ส่วนอันนี้ไม่ค่อยถูกต้องนะ
00:54:10 → 00:54:14วิธีการแก้เรื่องดอนเมือง
00:54:14 → 00:54:20เขาก็เขาก็จะให้อะไรนอนเร็วๆนะนอนให้พอ 8
00:54:20 → 00:54:21ชั่วโมง
00:54:21 → 00:54:25แล้วก็ให้ลดการกินคาร์โบไฮเดรต
00:54:25 → 00:54:28ในมื้อเย็นมื้อเย็น
00:54:28 → 00:54:31ก็ไม่ถึงขนาดนั้นเลย
00:54:31 → 00:54:35ได้แต่เรากินอยู่ในปริมาณที่ควบคุมและก็
00:54:35 → 00:54:44ต้องจัดเป็นผักหัวหรือแป้งเชิงซ้อนสุขภาพ
00:54:44 → 00:54:47และมีการบอกว่าให้อี๊ดดินเนอร์เออดิเออร์
00:54:47 → 00:54:49ยินดีนะฮะ
00:54:49 → 00:54:53ก็ให้กินเร็วขึ้นนะเพื่อจะหลีกเลี่ยงเอ่อ
00:54:53 → 00:54:56การพีคขึ้นของตัวน้ำตาลอันนี้ไม่ใช่ฮะไม่
00:54:56 → 00:54:57ใช่
00:54:57 → 00:55:01อันนี้ไม่ต้องไม่ต้องไปดูก็ได้นะมันเป็น
00:55:01 → 00:55:03มันเป็น
00:55:03 → 00:55:09องค์ความรู้แบบเก่า
00:55:09 → 00:55:13แล็บนะ
00:55:13 → 00:55:18อินซูลินก็เคย 4.1 ดูแล้วมันปกติ
00:55:18 → 00:55:19นะ
00:55:19 → 00:55:24ค่าน้ำตาลก่อนอาหารนะค่าน้ำตาลหลังอาหาร
00:55:24 → 00:55:26นะ
00:55:26 → 00:55:29ตอนเช้าก่อนอาหาร 166 นะ
00:55:29 → 00:55:30ปกติเราก็
00:55:30 → 00:55:38ดูว่าไม่ควรจะเกินอะไร 126 นะ
00:55:38 → 00:55:41แต่หลังอาหารกับน้อยกว่า
00:55:41 → 00:55:47เพราะว่าเวลามีอาหารเข้าไปแล้วเนี่ยนะ
00:55:47 → 00:55:51แต่น้ำตาลของที่อินซูลินเก็บไว้อ่ะนะที่
00:55:51 → 00:55:54ตับอ่อนมันสีขีดมันผลิตออกมาแล้วเก็บไว้
00:55:54 → 00:55:58ในแอนนู่ของมันเนี่ยอ่ามันผลิตออกมาไม่
00:55:58 → 00:56:00ได้
00:56:00 → 00:56:02ต้องมีการติ๊กก็จากอาหาร
00:56:02 → 00:56:10นะ
00:56:10 → 00:56:12สำหรับวันนี้เนี่ยนะฮะนะก็เป็นเรื่องของ
00:56:12 → 00:56:14ค่าระดับน้ำตาล
00:56:14 → 00:56:19น้ำตาลหลังตื่นนอนตอนเช้าเกิดจากอะไรบ้าง
00:56:19 → 00:56:23เกิดจากอะไรบ้าง
00:56:23 → 00:56:25อันที่ 1 นะ
00:56:25 → 00:56:29ก็เกิดจาก itf1 จากตับเปลี่ยนไขมันไปเป็น
00:56:29 → 00:56:31น้ำตาล
00:56:31 → 00:56:33เกิดจากกลูคากอนจากตับอ่อนเปลี่ยน
00:56:33 → 00:56:37ไกลโคเจนที่สะสมอยู่ในตับเป็นน้ำตาลเกิด
00:56:37 → 00:56:39จากคอติซอล
00:56:39 → 00:56:44เปลี่ยนกรดอะมิโนจากกล้ามเนื้อเป็นน้ำตาล
00:56:44 → 00:56:48แต่ทีนี้ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจนิดนึง
00:56:48 → 00:56:52คือพอมื้อเย็นเนี่ยมื้อเย็นเนี่ยอินซูลิน
00:56:52 → 00:56:56ไปพักตอน 4 ทุ่มแล้วนะฮะ
00:56:57 → 00:57:02ตัวฮอร์โมนที่จะทำงานต่อไปคือไทรงาม
00:57:02 → 00:57:06ลดบทบาทลดหน้าที่ไปแล้วเนี่ยไทรอยด์เขา
00:57:06 → 00:57:07ออกมา
00:57:07 → 00:57:09เขาออกมาเนี่ยไทรอยด์เป็นฮอร์โมนเผาผลาญ
00:57:09 → 00:57:12พลังงานจะออกมาตอนประมาณสัก 4 ทุ่ม 5
00:57:12 → 00:57:14ทุ่มไปจนถึงเที่ยงคืน
00:57:14 → 00:57:18ช่วงนี้เนี่ยไทรอยด์จะทำงานโดยการที่จะ
00:57:18 → 00:57:21เอาไปกฤษณ์มาเผา
00:57:21 → 00:57:23นะแล้วไตรกลีเซอไรด์ที่เอามาเผาผลาญเนี่ย
00:57:23 → 00:57:27มันก็จะมีทั้งจีเซอรอลที่จะเปลี่ยนเป็น
00:57:27 → 00:57:30น้ำตาลแล้วก็มีไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นกรดไข
00:57:30 → 00:57:33มันอิสระก็เปลี่ยนเป็นพลังงาน
00:57:33 → 00:57:36พื้นร่างกายก็จะมีการใช้พลังงานในช่วงนี้
00:57:36 → 00:57:39ที่อาจจะนอนแล้วนะแล้วไม่ได้กินอะไรแล้ว
00:57:39 → 00:57:41ต่อต่อ
00:57:41 → 00:57:44ด้วยการทำงานของ
00:57:44 → 00:57:48ของไทรอยด์ประมาณสัก 2-3 ชั่วโมง
00:57:48 → 00:57:50แต่ว่า
00:57:50 → 00:57:54พี่ก็อาจจะออกมาช่วยๆไทรอยด์ทำงานด้วยคือ
00:57:54 → 00:58:00กูขาดก่อนคือกูฆ่าก่อน
00:58:00 → 00:58:03นะรวมทั้งไขมันด้วย
00:58:03 → 00:58:06คือเนี่ยเขาไม่ได้ว่ามีบทบาทแค่จะเอา
00:58:06 → 00:58:09ไกลโคเจนที่ตับมาสลาย
00:58:09 → 00:58:14กูก็สามารถสลายโปรตีนสลายครับ
00:58:14 → 00:58:18แล้วก็สลายไขมันได้คล้ายๆกับไอ้ Ghost
00:58:18 → 00:58:19Hormone เลย
00:58:19 → 00:58:22นะ
00:58:22 → 00:58:25ตอนตอนกลางคืน
00:58:25 → 00:58:31แต่บทบาทดีมากไม่มากเท่ากับตอนกลางวัน
00:58:31 → 00:58:34พอไทรอยด์เนี่ยเริ่มหมดบทบาทไปตอนสัก
00:58:34 → 00:58:36เที่ยงคืนหรือเกือบ 1:00 นคราวนี้กด
00:58:36 → 00:58:38ฮอร์โมนมาทำ
00:58:38 → 00:58:40แต่ว่า Ghost Hormone เนี่ยแหล่งพลังงาน
00:58:40 → 00:58:43หลักเนี่ยเขาก็จะเป็นการสลายไอ้ตัว
00:58:43 → 00:58:46ไตรกลีเซอไรด์ต่อจากไทรอยด์
00:58:46 → 00:58:49เพราะว่า
00:58:49 → 00:58:51พนักงานของ Growth Hormone ที่ก็จะมา
00:58:51 → 00:58:53สลายแล้วเปลี่ยนเป็นคีโตน
00:58:53 → 00:58:56ก็คือเนี่ยก็คือไตรกลีเซอไรด์ที่เราสะสม
00:58:56 → 00:58:58อยู่
00:58:58 → 00:59:02เขาก็จะทำหน้าที่ให้พลังงานกับร่างกายไป
00:59:02 → 00:59:05จนกระทั่งถึงประมาณตี 3
00:59:05 → 00:59:08ซึ่งตรงนี้เขาก็จะรู้แล้วว่าเดี๋ยวกู
00:59:08 → 00:59:13คาก้อนจะมา
00:59:13 → 00:59:18พอแม่มาเนี่ย
00:59:18 → 00:59:21สลายไขมันต่อไม่ได้
00:59:21 → 00:59:24เพราะว่าแม่มาเนี่ยลูกๆต้อง
00:59:24 → 00:59:26หลบเข้าห้องหมด
00:59:26 → 00:59:31ครับ
00:59:31 → 00:59:33เขาก็จะมาเล็งแล้ว
00:59:33 → 00:59:36ไหนอ่าเดี๋ยวจะต้องตื่นและต้องจัดหาพลัง
00:59:36 → 00:59:39งานให้กับลูกนะเพื่อจะได้ดำเนินชีวิตใน
00:59:39 → 00:59:43ตอนกลางวันต่อไป
00:59:43 → 00:59:48แกมีพลังงานเต็มสะสมไว้เต็มที่เมื่อตอน
00:59:48 → 00:59:56มื้อเย็นหรือยัง
00:59:56 → 01:00:01สะสมไก่โคเจนในมื้อเย็นให้เต็มเลยให้ไว้
01:00:01 → 01:00:08เต็มเลยก็ประมาณนี้ 50 จนถึง 100 กรัม
01:00:09 → 01:00:12ถ้าตับมีไขโคเจนเต็มเนี่ย
01:00:12 → 01:00:16Action ของคอร์ติซอลก็จะสลายไกลโคเจน
01:00:16 → 01:00:18เป็นน้ำตาลให้กับร่างกาย
01:00:18 → 01:00:22มันก็จะสลายไปเรื่อยๆเลยจนกระทั่งถึงตอน
01:00:22 → 01:00:24เช้า
01:00:24 → 01:00:32อันนี้ก็คือที่บอกว่ามีบทบาทนะ
01:00:32 → 01:00:35อันนี้เป็นบทบาทโดยตรงของคอติซอล
01:00:35 → 01:00:39ในการสลายไกลโคเจนที่ต่ำเป็นน้ำตาล
01:00:39 → 01:00:43แล้วไม่มีลูกๆอื่นๆมายุ่งด้วยเพราะว่า
01:00:43 → 01:00:48เนี่ยเดี๋ยวแม่จะปลูกแม่จะตี
01:00:48 → 01:00:50ทีนี้พอมาตอนสัก
01:00:50 → 01:00:538 โมง 9 โมงเนี่ยคอนติเนลเขาทำงานเต็ม
01:00:53 → 01:00:54ที่สุดแล้ว
01:00:54 → 01:00:58เขาก็เหนื่อยละจะไปพัก
01:00:58 → 01:01:02หลังจากนั้นเนี่ยถ้าเราสามารถ
01:01:02 → 01:01:04ต่อไปอีก
01:01:04 → 01:01:07นะก็คือไม่กินอะไรสักชั่วโมงสองชั่วโมง
01:01:07 → 01:01:13ให้มันทน 10:11:00 นไปครับเราอาจจะเอา
01:01:13 → 01:01:15Water fasting กินน้ำ
01:01:15 → 01:01:19หรือเราจะกินกาแฟกินอะไรต่างๆที่เขาบอก
01:01:19 → 01:01:21ว่ากินได้กินได้
01:01:21 → 01:01:26แต่ยังไม่ไม่ได้ไม่ได้เบรคเบรคคีโตซีอะไร
01:01:26 → 01:01:28อย่างนี้
01:01:28 → 01:01:31ถ้าในสภาวะอย่างนี้นะ
01:01:31 → 01:01:36ตรงนี้นะฮอร์โมนที่จะออกมาทำงานเนี่ย
01:01:36 → 01:01:38ก็คือ
01:01:38 → 01:01:43ก็คือถ้าคุณฟ้า
01:01:43 → 01:01:48ก้อนมาไทรอยด์แต่ไทรอยด์ที่จะมา Action
01:01:48 → 01:01:49ตอนเช้าๆเนี่ย
01:01:49 → 01:01:52เขาบทบาทเขาไม่เด่นเหมือนกับตอนกลางคืน
01:01:52 → 01:01:55ตอน 4 ทุ่มครับ
01:01:55 → 01:01:58ก็จะแอคชั่นมากกว่าไทรอยด์
01:01:58 → 01:02:02แล้วก็ฮอร์โมนเพราะฉะนั้นในช่วงเวลานี้จะ
01:02:02 → 01:02:05เป็นช่วงเวลาที่ Ghost Hormone กับ
01:02:05 → 01:02:09กลูคากอนเนี่ยก็จะมีการสลายทั้งไขมันทั้ง
01:02:09 → 01:02:15น้ำตาที่ยังพอมีเหลืออยู่ต่อไปจากข้อที่ 2
01:02:15 → 01:02:19เพราะข้อความแล้ว
01:02:19 → 01:02:23หลังจากนั้นพอไปถึงตอนไหนอ่ะพอไปถึงตอน
01:02:23 → 01:02:27ประมาณเกือบเที่ยงเราก็เริ่มเบรคฟ้าแล้ว
01:02:27 → 01:02:31เราก็กินอาหารมื้อใหญ่เป็นโปรตีนกับไขมัน
01:02:31 → 01:02:35ดีรวมทั้งน้ำมันน้ำสลัดทีออยล์อะไรต่างๆ
01:02:35 → 01:02:39ที่จะให้พลังงานเข้าไป
01:02:39 → 01:02:41อันนี้ก็คือจะเป็นการ Action การสร้าง
01:02:41 → 01:02:44พลังงานให้กับร่างกายต่อจาก Ghost
01:02:44 → 01:02:45Hormone
01:02:45 → 01:02:52แล้วก็อุปกรณ์
01:02:52 → 01:02:56แล้วก็การที่เราใช้น้ำมันสกัดเย็นอะไร
01:02:56 → 01:03:08ต่างๆนะครับ
01:03:08 → 01:03:10จนกระทั่งโน้นเนี่ย
01:03:10 → 01:03:13ไปถึงมื้อเย็น
01:03:13 → 01:03:18มาก็ค่อยๆกลับมาเติมครับ
01:03:18 → 01:03:30รอบของ Action ของฮอร์โมนมันก็จะวน 24 ชม
01:03:30 → 01:03:32ข้างๆหน่อยครับปิด Message อ่ะครับมัน
01:03:32 → 01:03:41เด้งขึ้นมา
01:03:41 → 01:03:52ทีนี้ก็แล้วแต่นะว่านะ Action ของดอนบิน
01:03:52 → 01:03:56การสลายไขมันค่อนข้างเยอะนะ
01:03:56 → 01:03:59มันก็อาจจะเป็น
01:03:59 → 01:04:05สูงจากเนี่ยจากการสลายของโกสฮอร์โมนของ
01:04:05 → 01:04:08มันที่สะสมแล้วกลายเป็นน้ำตาลขึ้นมาตาม
01:04:08 → 01:04:14ซึ่งอันนี้ตับก็จะเป็นตัวจัดหาพลังงาน
01:04:14 → 01:04:15หรือ
01:04:15 → 01:04:19หรืออะไรหรือกูคาก้อนเนี่ยนะมา
01:04:19 → 01:04:23มาออกจากตับอ่อนแล้วมาเปลี่ยนใจคอลลาเจน
01:04:23 → 01:04:26ที่ตับให้เป็นน้ำตาล
01:04:26 → 01:04:28พร้อมกับ
01:04:28 → 01:04:31แต่ว่าอันเนี้ยส่วนใหญ่แล้วก็คือ Google
01:04:31 → 01:04:36เป็นตัวเปลี่ยนนะคู่กับไอ้ตัวคอติซอล
01:04:36 → 01:04:38ซึ่งการเปลี่ยนแปลงพวกนี้มันจะเปลี่ยน
01:04:38 → 01:04:42แปลงแบบพอดีพอดีนะฮะพอดีพอดีหมายถึงว่า
01:04:42 → 01:04:45ส่วนใหญ่น้ำตาลเนี่ยมันจะไม่พุ่งสวิงกลาย
01:04:45 → 01:04:49เป็นดอนเมืองอินโดมินอล
01:04:49 → 01:04:57ส่วนใหญ่ก็คือคือไม่เกิน 110 70-110
01:04:57 → 01:05:00แต่ถ้าเรากินไม่ถูกเราไม่เข้าใจเรื่องการ
01:05:00 → 01:05:04กินมื้อแรกไม่เข้าใจเรื่องการกินมื้อเย็น
01:05:04 → 01:05:08คราวนี้มันจะเป็น Action เดียวๆเลยของปู
01:05:08 → 01:05:10คาก้อนอย่างต่อมหมวกไต
01:05:10 → 01:05:12[เพลง]
01:05:12 → 01:05:16ซึ่ง Action อันนี้มันเป็น Action ที่มัน
01:05:16 → 01:05:20รุนแรง
01:05:20 → 01:05:38มันมักจะรุนแรงแล้วก็เลยเถิด
01:05:38 → 01:05:43หรือ
01:05:43 → 01:05:46เขาก็อาจจะโกรธแล้วเขาก็จะไปสลายจากอะไร
01:05:46 → 01:05:50กฎอะมิโนในกล้ามเนื้อกับไขมันเนาะ 60-40
01:05:50 → 01:05:52นะ
01:05:52 → 01:05:54ซึ่งถ้าเป็นเมื่อไหร่ที่เป็น Action ของ
01:05:54 → 01:05:59เนี่ยนะส่วนใหญ่มันจะเกิดดอนเมือง
01:05:59 → 01:06:01เพราะฉะนั้น
01:06:01 → 01:06:07มาจากฮอร์โมนที่หลายๆตัวอ่ะ
01:06:07 → 01:06:12โกสฮอร์โมนก็ดีนะแต่ส่วนใหญ่นะสำหรับคน
01:06:12 → 01:06:16ที่ค่อนข้างมีปัญหานะในเรื่องโรคภัยไข้
01:06:16 → 01:06:19เจ็บมันจะมีบทบาทมาจากคอร์ติซอลเป็นหลัก
01:06:19 → 01:06:25อ๋อครับ
01:06:25 → 01:06:28ก็ต้องดู
01:06:28 → 01:06:32อาจจะเกิดดอนฟีโนมินอลได้แต่เขาเนี่ยมัก
01:06:32 → 01:06:35จะเกิดจากภาวะดื้ออินซูลินที่มันยังไม่
01:06:35 → 01:06:37เคลียร์
01:06:37 → 01:06:45ที่มันยังไม่ไม่สงบดีนะ
01:06:45 → 01:06:49ส่วนใหญ่มันเป็นเรื่องของเซลล์
01:06:49 → 01:06:52เซลล์ที่มันปิดประตูไม่ยอมเปิดประตูรับ
01:06:52 → 01:06:55อินซูลินสุรินทร์
01:06:56 → 01:06:59มีปริมาณเพียงพอแล้วทำงานได้ปกติเวลาจอด
01:07:00 → 01:07:02อินซูลิน Level เนี่ยมันมันก็ไม่น้อยอ่ะ
01:07:02 → 01:07:05เอ่อมันก็อยู่ในเกณฑ์ดีอ่ะนะแล้วมันสูง
01:07:05 → 01:07:06เกินน่ะ
01:07:06 → 01:07:08แต่มันทำงานไม่ได้ครับเพราะไอ้ตรวจเซลล์
01:07:09 → 01:07:12ที่มันดื้อของคนอ้วนน่ะมันจะปิดประตูไม่
01:07:12 → 01:07:14ยอมให้น้ำตาลเข้าเซลล์เพราะฉะนั้นน้ำตาล
01:07:14 → 01:07:17ตอนเช้ามันก็เลยพุ่ง
01:07:17 → 01:07:22ในขณะที่ถ้าถ้าเป็นในคนผอมๆคนสมส่วนหรือ
01:07:22 → 01:07:26คนเจ็บป่วยแบบเรื้อรังอ่านะอันนี้มันมัก
01:07:26 → 01:07:28จะมีผลมาจากทางด้านคอจะมากกว่าอีก
01:07:28 → 01:07:30สุรินทร์
01:07:30 → 01:07:34แล้วถ้ามาจากคอร์ติซอลเนี่ยส่วนใหญ่ก็คือ
01:07:34 → 01:07:40คอร์ติซอลจะทำงานแบบโมโหแบบดุ
01:07:40 → 01:07:45จะมีการสลายไกลโคเจนที่สะสมไว้แบบรุนแรง
01:07:45 → 01:07:51ไปนายแบบกระชากแบบ Swing
01:07:51 → 01:07:55ไม่พอเพราะว่ากินมื้อเย็นไม่ถูกสะสมไม่
01:07:55 → 01:07:59ได้น้อยไปนะก็จะไปเอาจากกล้ามเนื้อกับจาก
01:07:59 → 01:08:00ไขมัน
01:08:00 → 01:08:06เอามาสลายแต่ก็จะสลายแบบรุนแรง
01:08:06 → 01:08:15นะอย่างนี้พอเข้าใจเรื่องดอน pinominal
01:08:15 → 01:08:20อันนี้ก็เป็นตัวอย่างเคสน้ำตาลรุ่งอรุณ
01:08:20 → 01:08:22ซึ่งอันนี้หมออยากจะให้ดูในเรื่องของ
01:08:22 → 01:08:26อาหารการกินแล้วก็เหตุผลของการเกิด
01:08:26 → 01:08:29คือคนส่วนใหญ่
01:08:29 → 01:08:32ถ้าคุณเจ็บป่วยไปแล้วเนี่ยแล้วเวลาคุณดู
01:08:32 → 01:08:36แลรักษาตัวเองในแนวของ low
01:08:36 → 01:08:39ก็พูดยากอ่ะนะเพราะว่าถ้าองค์ความรู้มัน
01:08:39 → 01:08:42ไม่ถึงนี่มันไม่รอบด้านนะ
01:08:42 → 01:08:45การที่จะ Recover หรือว่าการที่จะปรับมา
01:08:45 → 01:08:47เป็นภาวะปกติได้
01:08:47 → 01:08:50มันก็ลำบากซะหน่อย
01:08:50 → 01:08:53อย่างคนนี้เขาก็จะมีภาวะน้ำตาลรุ่งอรุณ
01:08:53 → 01:08:57อยู่นานเลยแม้ว่าเขาจะพยายามปรับอาหาร
01:08:57 → 01:09:01มื้ออาหารทำ If อะไรก็ตาม
01:09:01 → 01:09:03แต่เรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับไส้ในอาหาร
01:09:03 → 01:09:08เนี่ยมันยังไม่ถูกเนี่ย
01:09:08 → 01:09:11ร่างกายมันมีความเครียดนะ
01:09:11 → 01:09:15ในระยะยาวๆแล้วเนี่ย Action ของข้อที่
01:09:15 → 01:09:17ซ่อนมันจะเด่นมากกว่าอินซูลิน
01:09:17 → 01:09:22อย่างดูตัวอย่างนะเนี่ยในวันนี้นะอยู่ใน
01:09:22 → 01:09:23ช่วง
01:09:23 → 01:09:27182-188 เขาทำให้ f 8 ชั่วโมง
01:09:27 → 01:09:33แต่น้ำตาเนี่ยหลังอาหาร 4 ชั่วโมง
01:09:33 → 01:09:35คือน้ำตาลหลังอาหารมันดีอ่ะแต่น้ำตาลตอน
01:09:35 → 01:09:36เช้ามันคุมไม่ได้
01:09:36 → 01:09:40เออเป็นเบาหวานไม่ได้กินยาแล้ว
01:09:40 → 01:09:44นะแล้วก็กินมื้อเดียวนะกินเกาเหลาไก่
01:09:44 → 01:09:49นะแล้วก็ MK
01:09:49 → 01:09:52เรื่องของไขมัน
01:09:52 → 01:09:55เขาไม่ได้เห็นความสำคัญไขมันเป็นพลังงาน
01:09:55 → 01:10:01หลักครับเออแต่ว่าอาจจะตัดครับ
01:10:01 → 01:10:04แล้วก็โปรตีนเยอะนะ
01:10:04 → 01:10:07แต่ไม่มีอ่ะพอมันไม่มีร่างกายมันก็ยัง
01:10:07 → 01:10:08เครียดอยู่
01:10:08 → 01:10:12หรือสารอาหารหรือว่าพลังงานมันไม่ได้
01:10:12 → 01:10:16แต่เขาไม่บอกรายละเอียดมากกว่านี้นะ
01:10:16 → 01:10:22หรือวันต่อมาเนี่ยก็ 179 หลังตื่นนอนตอน
01:10:22 → 01:10:24สายๆนะ
01:10:24 → 01:10:29นอนดึกตื่นสายน้ำไม่รู้ทรง
01:10:29 → 01:10:33แบบชูก้าก่อนอาหารมื้อแรกก็ 150 บาทก็คือ
01:10:33 → 01:10:34เนี่ย
01:10:34 → 01:10:45แล้วก็มามาก่อนอาหารมื้อแรกตอน 4 โมงเย็น
01:10:45 → 01:10:50จาก 179 คนลดลงมา
01:10:50 → 01:10:54แล้วก็หลังอาหารนะหลังอาหาร 1302 หลัง
01:10:54 → 01:10:56อาหารมื้อแรกคือหลัง
01:10:56 → 01:10:5916:00 นไป
01:10:59 → 01:11:02ก็อันนี้หมอก็ไม่รู้อ่ะมาเขาถามมิ่งในการ
01:11:03 → 01:11:07กินเค้าไม่แน่ไม่โดน
01:11:07 → 01:11:13ก็มีไก่อบ 3 ชิ้นไข่ต้ม 2 ฟองไม่ได้กิน
01:11:13 → 01:11:15แล้วก็
01:11:15 → 01:11:18น้ำตาลหลังอาหารมื้อที่ 2 มีมื้อที่ 2
01:11:18 → 01:11:23อีกนะ 146 ก็ดูเหมือนจะดีคือน้ำตาลหลัง
01:11:23 → 01:11:24อาหารไม่มีปัญหา
01:11:24 → 01:11:29ก็มีปัญหาน้ำตาลในช่วงตื่นนอนนอน
01:11:29 → 01:11:34ก็กินสะโพกไก่อบไข่ต้ม 1 ฟองแหนมหมู +
01:11:34 → 01:11:39ผัก
01:11:39 → 01:11:43ไม่มีน้ำมันไม่มีไม่มีความครบถ้วนในแง่
01:11:43 → 01:11:47ของคาร์โบไฮเดรตโปรตีนไขมันตามสัดส่วน
01:11:47 → 01:11:50ความปริมาณ
01:11:50 → 01:12:00มันก็ถ้าสูตรนี้ไม่ได้อย่างนี้มันก็กินซะ
01:12:00 → 01:12:0420 ชม
01:12:04 → 01:12:06แต่น้ำตาลหลังอาหาร
01:12:06 → 01:12:145 ชั่วโมงก่อนจะนอนแล้วนะ
01:12:14 → 01:12:16คงที่คงทางนะ
01:12:16 → 01:12:20ไม่ได้กินยาเบาหวานกินสะโพกไก่อบกินผัด
01:12:20 → 01:12:21แตงกวา
01:12:21 → 01:12:28ไก่ใส่หมูกินไข่ต้มฟอง
01:12:28 → 01:12:32คนนี้ก็เหมือนกับเขาทำ If 23/1 สลับกับ
01:12:32 → 01:12:36อะไรอ่ะ 18-6 2 มื้อ
01:12:36 → 01:12:42[เพลง]
01:12:42 → 01:12:47นะในเรื่องอาหารเนี่ยต้องโอเคก่อน
01:12:47 → 01:12:51ในการพิจารณานะ
01:12:51 → 01:12:53ไม่รู้ว่าฮอร์โมนเครียดเลยฮอร์โมน
01:12:53 → 01:13:00อินซูลินเลยอย่างนี้
01:13:00 → 01:13:02นะ
01:13:02 → 01:13:11เออ
01:13:11 → 01:13:19น้ำหนักค่ากลางมีกี่คนเนี่ยน่าจะสัก 65
01:13:19 → 01:13:22อยู่ระดับดีอ่ะแต่ต่ำ
01:13:22 → 01:13:26ระดับต่ำคือ 60-70 นะ
01:13:27 → 01:13:34เป็นเบาหวานไขมันความดันสูงต่อมลูกหมาก
01:13:34 → 01:13:39โต้งแต่หยุดยามา 4 เดือนแล้วนะกินคีโตมา 6
01:13:39 → 01:13:42เดือน If 16/8 ออกกำลังกายเดินวิ่งวันละ
01:13:42 → 01:13:4930 40 นาทีน้ำหนักลดนะ BMI 21.1
01:13:49 → 01:13:51อันนี้
01:13:51 → 01:13:54อันนี้ก็คือ 6 เดือนเหรอ
01:13:54 → 01:14:016 เดือนก็ 3 เดือนแรกก็ยังดูไม่ดี
01:14:01 → 01:14:06ขึ้นในช่วง 3 เดือนนี้แต่นะน้ำตาลตอนเช้า
01:14:06 → 01:14:09ไม่ลดไม่ลดเท่าไหร่
01:14:09 → 01:14:12แต่ก็ไม่ได้สูงมากไม่ได้สูงมาก
01:14:12 → 01:14:14อันนี้เขาเพิ่งหยุดยาไปเมื่อวันที่ 23
01:14:14 → 01:14:18เมษายนช่วงนี้ยังเป็นช่วงกินยาอยู่แต่ก็
01:14:18 → 01:14:20เหมือนกับเริ่มกินแล้วล่ะเริ่มกินโลคะทำ
01:14:20 → 01:14:25อะไรแล้ว
01:14:25 → 01:14:31ก็เป็นเป็นอย่างนี้นะฮะ
01:14:31 → 01:14:36กินผัดเผ็ด 3 อย่างใช้น้ำมันมะกอกใช้น้ำ
01:14:36 → 01:14:37มันมะกอกไปผัดนะ
01:14:37 → 01:14:39เออไม่รู้อ่ะ
01:14:39 → 01:14:43แล้วก็มีท้องปลาแซลมอนไปถั่ววอลนัทผลไม้
01:14:43 → 01:14:46อะโวคาโด
01:14:46 → 01:14:50อะไรก็ไม่รู้อ่ะนะก๊องแก๊งๆอ่ะเออ
01:14:50 → 01:15:00เนี่ยดูสินะ
01:15:00 → 01:15:02เห็ดนี่เป็นอะไรฮะ
01:15:02 → 01:15:10เห็ดไม่ใช่โปรตีนเห็ดเป็น Craft นะ
01:15:10 → 01:15:13ครับแล้วก็มันมีสารลดความเครียดลด
01:15:13 → 01:15:15คอร์ติซอลได้
01:15:15 → 01:15:21เห็ดเป็นอาหารในมื้อเย็นนะ
01:15:21 → 01:15:24แต่ดูแล้วเนี่ยไม่พอ
01:15:24 → 01:15:28แล้วคนไข้คนนี้บอกว่าเนี่ยอายุน้ำหนัก 601
01:15:28 → 01:15:32นะ
01:15:32 → 01:15:38ครับผมอยากจะทำ If 36/12 นะเออคือ
01:15:38 → 01:15:43Alternate ช่วยแนะนำหน่อยนะแล้วจะเข้า
01:15:43 → 01:15:46ฟิตเนสจะไหวไหมเนี่ย
01:15:46 → 01:15:50นะ 61 กกอ่ะอืมๆ
01:15:51 → 01:15:52นะ
01:15:52 → 01:15:55เออก็คืออาหารเนี่ยมันต้องมากมื้อนี้นะ
01:15:55 → 01:15:58แล้วปริมาณอาหารอาจจะต้องพละอลังการกว่า
01:15:58 → 01:16:00นี้หน่อย
01:16:00 → 01:16:03หมอว่ามันเหมือนขาดทั้งพลังงานและศาลทหาร
01:16:03 → 01:16:04น่ะ
01:16:04 → 01:16:08เพราะฉะนั้นดอนฟีโนมินอลก็มาจากอะไรอ่ะก็
01:16:08 → 01:16:14มาจากคอติซอล
01:16:14 → 01:16:18อย่างคนนี้ก็เป็นอีกเคสนึงนะมี 3 เคส
01:16:18 → 01:16:22อันนี้ก็เป็นผลแลปนะของคนที่ remission
01:16:22 → 01:16:26จากเบาหวานแล้วนะ
01:16:26 → 01:16:31คือภาวะน้ำตาลตอนเช้าเนี่ยมันสูงนะแต่
01:16:31 → 01:16:34ฮีโมโกลบินเอฟซีน้ำตาลสะสมเนี่ยปกติมาก
01:16:34 → 01:16:38เลยปกติคือค่าอินซูลินเลเวลเนี่ยอยู่ใน
01:16:38 → 01:16:40เกณฑ์ปกติหมดเลย
01:16:40 → 01:16:44ก็ดีหมดเลย 4 กว่าๆไม่เคยถึง 5 เลย
01:16:44 → 01:16:48แต่ทำไมน้ำตาลตอนเช้ามัน 150 140 1330
01:16:48 → 01:16:54
01:16:54 → 01:16:57มาจนถึงปี 65
01:16:57 → 01:17:01อันนี้ก็คือปรากฏการณ์
01:17:01 → 01:17:05สุรินทร์หายแล้วนะ
01:17:05 → 01:17:07ก็มีมาสวิงไปทีนึง
01:17:07 → 01:17:09อีตอนเนี้ย
01:17:09 → 01:17:10เอ่อ
01:17:10 → 01:17:14มีนา 65 อันนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น
01:17:14 → 01:17:1611 เลยหรอพี่หมอ
01:17:16 → 01:17:21โอ้จาก 1.5 นะกระโดดเป็น 11 เลยเพราะว่า
01:17:21 → 01:17:24ตัวเนี้ยไตรกลีเซอไรด์ก็ขึ้น 300 กว่า
01:17:24 → 01:17:26ไม่ถึง 100
01:17:26 → 01:17:28ติดไปทำอะไรมา
01:17:28 → 01:17:33อันนี้
01:17:33 → 01:17:38แต่คำว่ากดลงนะ
01:17:38 → 01:17:41สวิงมากเลยเนี่ย
01:17:41 → 01:17:49ก็อธิบายว่าเป็นเบาหวานมานานๆ
01:17:50 → 01:17:54ที่จะทำให้อินซูลินหลั่งออกมาเป็นระดับ
01:17:54 → 01:18:05First state First
01:18:05 → 01:18:08คนที่เป็นเบาหวานหรือว่าเป็นรายได้หรือ
01:18:08 → 01:18:12อาจจะเป็นเป็นถึงขั้น DM ไทยใช้วันแล้ว
01:18:12 → 01:18:15เนี่ยส่วนใหญ่หลักการของตับอ่อนเนี่ยก็
01:18:15 → 01:18:18คือการฟื้นฟูไมโครคอนเดี่ยว
01:18:18 → 01:18:22เป็นการฟื้นฟูระดับไปตัวคนเดียว
01:18:22 → 01:18:27แต่พวกเนี้ยก็จะมีปัญหาเรื่องดอนเมือง
01:18:27 → 01:18:32เป็นปีๆเลย
01:18:32 → 01:18:35แล้วก็อาจจะมีเอี่ยวจากเรื่องของ Action
01:18:35 → 01:18:39ของเนี่ยกูคาก้อนข้อที่ซ่อนโกสฮอร์โมนไอ้
01:18:39 → 01:18:40นี่
01:18:40 → 01:18:45คืออยากจะบอกว่าตัวสำคัญคือคอติซอล
01:18:45 → 01:18:50เพราะว่าถ้าคอยที่ซ่อนเนี่ยมันดุดื้อเด่น
01:18:50 → 01:18:55จากเหตุผลอะไรต่างๆที่หมอเล่าสาเหตุให้ 10
01:18:55 → 01:18:57หัวข้อนั้นก็ดี
01:18:57 → 01:19:00ไอ้ตัวฮอร์โมนอื่นๆเนี่ยก็อยู่ไม่สุขเท่า
01:19:00 → 01:19:13นั้นแหละไม่ว่าจะเป็นครู
01:19:13 → 01:19:16ก็ยังไงต้องรอเวลา
01:19:17 → 01:19:21วันเดือนปีที่จะ reverse
01:19:21 → 01:19:25เราต้องใช้เวลามันเป็นปีใช่ไหม
01:19:25 → 01:19:29เนี่ยนะ
01:19:29 → 01:19:32กับ Second friend creation นะครับคำ
01:19:32 → 01:19:35ว่า First เนี่ยนะฝรั่งเศสเนี่ยหมายถึง
01:19:35 → 01:19:36ว่า
01:19:36 → 01:19:40คือเบต้าเซลล์ตอนที่เขาพักอยู่เนี่ยนะถ้า
01:19:40 → 01:19:44เกิดเขาทำงานได้ตามปกติตามธรรมชาติของเขา
01:19:44 → 01:19:47เนี่ยเขาก็จะมีการสร้างโมเลกุลของตัว
01:19:47 → 01:19:50อินซูลินเนี่ยมาอยู่ใน grando ในกระป๋อง
01:19:50 → 01:19:52นะฮะนะ
01:19:52 → 01:19:56เขาจะมีการสร้างหรือเก็บอินซูลินแบบพร้อม
01:19:56 → 01:19:59ใช้ไว้ใน cc dolly granny
01:19:59 → 01:20:02แต่มันไม่ได้เยอะแยะอะไรนะมันอยู่ในขนาด
01:20:02 → 01:20:04เนี่ยนะ
01:20:04 → 01:20:080.25-1.5 ที่เรารู้ว่าค่าอินซูลินเนี่ย
01:20:08 → 01:20:12นะค่าปกติก็คือ
01:20:12 → 01:20:142-62-6
01:20:14 → 01:20:19แต่ว่าอินซูลินที่เป็น First Phase
01:20:19 → 01:20:24ไม่ได้สร้างแบบทันทีทันใดหน้างานเลยตอน
01:20:24 → 01:20:27ที่มีพลังงานเข้าไปเขาจะสร้างมาอยู่ใน
01:20:27 → 01:20:33ระดับ 50% ก็คือเนี่ย 0.25 ถึงไม่ถึงถึง
01:20:33 → 01:20:341.5
01:20:34 → 01:20:43เนี่ย 50% ถ้า 100% ก็คือ 0.5 ถึง 3
01:20:43 → 01:20:47ในขณะที่ค่าในทางการแพทย์เราเนี่ยนะ
01:20:47 → 01:20:49เราถือว่า
01:20:49 → 01:20:562-6 เป็นค่าปกติของอินซูลิน
01:20:56 → 01:21:01เนี่ยก็คือถ้ามีเรื่องของพลังงานไม่ว่าจะ
01:21:01 → 01:21:04กินเข้าไปหรือว่าเป็นดอนฟีโนมินอลที่เป็น
01:21:04 → 01:21:08ชุดขึ้นมาจากค่าปกติก็จะมี Action ของ
01:21:08 → 01:21:12อินซูลินในเฟิร์สเฟตต์ออกมาแต่มันก็แค่
01:21:12 → 01:21:16เนี้ยมันน้อยๆแค่เนี้ยฮะนะ
01:21:16 → 01:21:28แล้วถ้าเกิดเป็นนานๆเป็นเบาหวานนานๆ
01:21:28 → 01:21:33เขาก็จะออกมานะออกมาทันทีทันใดเลยนะเขา
01:21:33 → 01:21:38บอกว่าออกมาในช่วงเท่าไหร่เนี่ย
01:21:38 → 01:21:41ออกมาอย่างรวดเร็วภายใน 1 นาทีเมื่อมี
01:21:41 → 01:21:44พลังงานที่เข้าไปกระตุ้น
01:21:44 → 01:21:49แล้วก็จะพีคสูงสุดที่ระดับ 3-5 นาทีแล้ว
01:21:49 → 01:21:51ก็อยู่นานถึง 10 นาที
01:21:51 → 01:21:57หลังจากนั้นก็หมดหมดแล้วแค่นี้
01:21:57 → 01:22:00ตัวอาหารเนี่ยจะไปกระตุ้นไอ้ตัว
01:22:00 → 01:22:04เบต้าเซลล์ให้สร้างเฟสของอินซูลิน
01:22:04 → 01:22:06ซีเคชั่นออกมา
01:22:06 → 01:22:08อันนี้ก็แล้วแต่ว่าจะสร้างมากสร้างน้อย
01:22:08 → 01:22:10สร้างไว้
01:22:10 → 01:22:13อะไรยังไงก็แล้วแต่
01:22:13 → 01:22:16นั้น
01:22:17 → 01:22:19นะ
01:22:19 → 01:22:21ก็จะ
01:22:21 → 01:22:24ครับ
01:22:24 → 01:22:26อันนี้เนี่ยคนปกติทั่วไป
01:22:26 → 01:22:31แต่ในคนที่เป็นเบาหวานระยะแรกๆเนี่ย
01:22:32 → 01:22:36ไม่ค่อยมีอินซูลินออกมานะเพราะมันน้อยมาก
01:22:36 → 01:22:41มันต้องมาสร้างเอาเองในช่วง Second Phase
01:22:41 → 01:22:44แต่ถ้าเป็นเรท Stage ของ type2
01:22:44 → 01:22:46ใดไป
01:22:46 → 01:23:02ระดับอินซูลินไม่มีเลยฮะ
01:23:02 → 01:23:06ที่เป็นเบาหวานแบบเขี้ยวๆหรือเบาหวานแบบ
01:23:06 → 01:23:10เป็นนานๆเป็นแบบล้านๆตับอ่อนล้าไปหมดแล้ว
01:23:10 → 01:23:11เนี่ย
01:23:11 → 01:23:14เพราะฉะนั้นบางทีก็ต้องฉีดรอง
01:23:14 → 01:23:17อินซูลินแบบขนาดน้อยๆไปช่วยเขาคือเหมือน
01:23:17 → 01:23:20ไปเติมอินซูลินน่ะให้มันอยู่ในระดับอย่าง
01:23:20 → 01:23:22น้อย 2-6
01:23:22 → 01:23:25หรือไม่เกิน 10 ยูนิตอะไรอย่างเงี้ยครับ
01:23:25 → 01:23:30เนี่ยเราก็ต้องเลือกชนิดของอินซูลินด้วย
01:23:30 → 01:23:33นะซึ่งการที่จะเติมมีสุรินทร์เนี่ยเราทาง
01:23:33 → 01:23:37การแพทย์เราเราจะหวังผลไปในการลดระดับ
01:23:37 → 01:23:39อินซูลินจากพลังงานหรือจากอาหารที่มา
01:23:39 → 01:23:40กระตุ้น
01:23:40 → 01:23:43แต่เราก็ไม่ได้ไปเติมอินซูลินอะไรที่จะ
01:23:43 → 01:23:47หวังผลในการลดเรื่องดอน pinom
01:23:47 → 01:23:48ครับ
01:23:48 → 01:23:52ก็เป็นอย่างนี้
01:23:52 → 01:23:57ทีนี้เราจะปฏิบัติยังไงที่จะลดภาวะน้ำตาล
01:23:57 → 01:23:59รุ่งอรุณได้
01:23:59 → 01:24:01เกณฑ์ในการปฏิบัติเนี่ยเราก็ยึดหลักทั่ว
01:24:01 → 01:24:05ไปเลยที่คุณหมอเคยให้หลักการไว้ก็คือการ
01:24:05 → 01:24:09กินอาหารที่ถูกใน 1 วันทั้งมื้อแรกและ
01:24:09 → 01:24:10มื้อที่ 2
01:24:10 → 01:24:14มื้อแรกต้องงดและตัดครับให้สำเร็จในมื้อ
01:24:14 → 01:24:18แรก
01:24:18 → 01:24:22เพื่อจะไม่มีการกระตุ้นอินซูลินออกมาออก
01:24:22 → 01:24:24มาซ้ำเติมร่างกาย
01:24:24 → 01:24:27เพราะฉะนั้นใครที่มีดอน pinominal แล้ว
01:24:27 → 01:24:30กินอาหารมื้อแรกไม่ถูกยังมีกินครับกิน
01:24:30 → 01:24:34ผลไม้กินขนมปังกินข้าวต้มกินโจ๊กอะไร
01:24:34 → 01:24:37อย่างนี้นะอันนี้ยากนะยากเลยยากเย็นเลย
01:24:37 → 01:24:39ที่จะแก้ไข
01:24:39 → 01:24:43คุณต้องค่อนข้างเป็น very low cart นะ
01:24:43 → 01:24:45หรือเป็นซีดีไดเอทไปเลยในมื้อแรกเน้น
01:24:45 → 01:24:51โฟกัสแต่โปรตีนกับไขมันดีนะ
01:24:51 → 01:24:53ที่แนะนำไว้
01:24:53 → 01:24:57อันนี้จะเป็นข้อที่สำคัญมากที่สุดเราจะ
01:24:57 → 01:25:02ไม่มาพุ่งอินซูลินให้มาผนวกหรือมาบวกกับ
01:25:02 → 01:25:06อินซูลินจากภาวะดอนฟิโนมินอล
01:25:06 → 01:25:09ไม่งั้นแล้วเนี่ยอินซูลินก็จะสูงลอยแล้ว
01:25:09 → 01:25:13ก็ค้างเกือบตลอดทั้งวันคุณจะดื้อสุรินทร์
01:25:13 → 01:25:19แบบโหดๆนะแล้วก็แก้ไขค่อนข้างยากโดยเฉพาะ
01:25:19 → 01:25:24การดื้อของเซลล์ตับและกล้ามเนื้อ
01:25:24 → 01:25:27อันนี้อย่าทำผิดพลาดอย่าทำไม่ถูกต้องนะ
01:25:27 → 01:25:32เราอาจจะอ่านผลดูนะถ้าเราทำผิดเนี่ยตับก็
01:25:32 → 01:25:35ดีกล้ามเนื้อก็ดีมันจะ Reverse ยากมากยาก
01:25:35 → 01:25:37มากๆ
01:25:37 → 01:25:40นะอาหารมื้อแรกสำคัญมากที่สุด
01:25:40 → 01:25:43ต่อมาก็คือเรื่องของเนี่ยความเครียด
01:25:43 → 01:25:47เรื่องของไอ้ตัว Add on วิธีการทางด้าน
01:25:47 → 01:25:50สุขภาพต่างๆนะฮะ
01:25:50 → 01:25:53การจัดสรรการนอนนะฮะนะอย่าให้มี
01:25:53 → 01:25:57เซอร์เดียนเบรคนะฮะเออการออกกำลังกายการ
01:25:57 → 01:26:03ทำการทำโปรรองฟ้าให้ดูให้เหมาะสมที่สุด
01:26:03 → 01:26:07โดยเฉพาะคนที่ผมผอมน้ำหนักตัวน้อยๆหรือ
01:26:07 → 01:26:11แม้แต่คนที่สัดส่วนสมดุลน่ะ
01:26:11 → 01:26:16เพราะพวกนี้เราก็ต้องลดการกระตุ้น
01:26:16 → 01:26:20เพราะว่าถ้าเกิดคอร์ติซอลเขาออกมาเยอะๆก็
01:26:20 → 01:26:23เรียบร้อยเพราะว่าการสร้างน้ำตาลการ
01:26:23 → 01:26:27กลูโคโน genesis เขามันไม่อยู่ในระดับ
01:26:27 → 01:26:31Level ที่พอดีพอดีนะ
01:26:31 → 01:26:34อีกอันนึงเนี่ยอันนี้ก็สำคัญนะคนยังไม่
01:26:34 → 01:26:38ค่อยรู้ครับก็คือการเพิ่มสิ่งที่จำเป็น
01:26:38 → 01:26:42กระตุ้นเซลล์นะให้เปิดรับให้เปิดประตูให้
01:26:42 → 01:26:46เปิดกัดฟูในการที่อินซูลินเขาจะพาน้ำตาล
01:26:46 → 01:26:49เข้าเซลล์
01:26:49 → 01:26:51อันนี้มักจะเป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่
01:26:51 → 01:26:56อ้วนๆแต่คนผอมก็มีประโยชน์เช่นเดียวกันใน
01:26:56 → 01:26:59แง่บางคนผอมเนี่ยมันขาดสารอาหารเนี่ยเรา
01:26:59 → 01:27:01ก็ต้องเติมอ่ะนะ
01:27:01 → 01:27:02แล้วก็
01:27:02 → 01:27:06หรือว่าด้วยมันไม่ลด
01:27:06 → 01:27:10ขอให้เห็นความสำคัญของเรื่องการจ่ายไฟฟ้า
01:27:10 → 01:27:12หลังดายฟาสแล้วก็ Water Fast ต่อด้วยน้ำ
01:27:12 → 01:27:14อุ่น
01:27:14 → 01:27:22ไม่ได้ทำทุกวันนะฮะ
01:27:22 → 01:27:26ไม่กินอะไรเลยกินอากาศอย่างเดียว
01:27:26 → 01:27:34นะครับ
01:27:34 → 01:27:37ชั่วโมง 2 ชั่วโมงพอเราไม่ได้ดายฟ้ากัน
01:27:37 → 01:27:39เป็นสิบๆชั่วโมง
01:27:39 → 01:27:43อ๋อ
01:27:43 → 01:27:46ครับติ้งที่มีประโยชน์มากกว่า
01:27:46 → 01:27:49ฝ่าชุ่มชุบรูปแบบสักกี่ชั่วโมงละ 2
01:27:49 → 01:27:53ชั่วโมงจากตื่นแล้วก็ไม่ได้
01:27:53 → 01:27:56คุณต้อง
01:27:56 → 01:28:15ขี่ตรงเอ้ย
01:28:15 → 01:28:19ในช่วงไม่เกิน 2 ชั่วโมง
01:28:19 → 01:28:21ครับแต่ไฟล์คือไม่กินอะไรเลยไม่กินอะไร
01:28:21 → 01:28:25เลยน้ำก็ไม่กินเออหายใจหายคอกินอากาศไป
01:28:25 → 01:28:29ได้อย่างเดียว
01:28:29 → 01:28:32เอาละมีน้ำอุ่นนะเกลือแร่ชนิดเกลือแร่ที่
01:28:32 → 01:28:35สำคัญเนี่ยก็คือโพแทสเซียมแมกนีเซียม
01:28:35 → 01:28:39โซเดียมอ่าแคลเซียมก็อาจจะสำคัญน้อยหน่อย
01:28:39 → 01:28:45นะ
01:28:45 → 01:28:49อาหารที่จะมีแร่ธาตุพวกนี้ก็มีอะไร
01:28:49 → 01:28:53ก็มีพวกเกลือเกลือสีๆเกลือสีๆชมพู่เกลือ
01:28:53 → 01:28:57ดำอะไรอย่างนี้ผักใบเขียวนะทั้งผักใบผัก
01:28:57 → 01:29:01หัวถั่วเมล็ดแห้ง
01:29:01 → 01:29:05แล้วก็เป็นออแกนิคนะธัญพืชท่านสามารถกิน
01:29:05 → 01:29:08ครับเชิงซ้อนแป้งเชิงซ้อนได้ถั่วเปลือก
01:29:08 → 01:29:11แข็ง
01:29:11 → 01:29:12แล้วก็อาจจะเป็น
01:29:12 → 01:29:14บนบอร์ด
01:29:14 → 01:29:21ก็มีแมกนีเซียมเยอะ
01:29:21 → 01:29:25วิตามินดีอยากจะให้ได้จากนิวทริลนะฮะ
01:29:25 → 01:29:27เพราะนี่เป็นแหล่งวิตามินดีที่สมบูรณ์แบบ
01:29:27 → 01:29:30นะแล้วก็เซลล์ต้องการมากที่สุดนะแล้ว
01:29:30 → 01:29:34เซลล์มันได้แบบถึงๆมากที่สุดนะฮะ
01:29:35 → 01:29:38เค้าเรียกว่าแอดออนเป็นอาหารในมื้อไหนก็
01:29:38 → 01:29:39ได้
01:29:39 → 01:29:45ช้อน 1 ถึง 1 ถึง 2 ช้อนโต๊ะช้อนชาโทษที
01:29:45 → 01:29:465-10 กรัม
01:29:46 → 01:29:50เราจะได้ทั้งโปรตีนกับวิตามินดี
01:29:50 → 01:29:54เราถือว่ายีสต์อันนี้เป็นศัพท์นะฮะเราถือ
01:29:54 → 01:29:55ว่าเป็น
01:29:55 → 01:29:58เป็นโปรตีนสัตว์แล้วก็เป็นวิตามินบีที่มา
01:29:58 → 01:30:00จากสัตว์
01:30:00 → 01:30:03ส่วนวิตามินซีก็ได้จากพืชผักนะแล้วก็
01:30:03 → 01:30:06ผลไม้รสเปรี้ยวๆ
01:30:06 → 01:30:08เพราะว่าสิ่งเหล่านี้นะซึ่งมันจะเป็น
01:30:08 → 01:30:13วิตามินแร่ธาตุหรือว่าเป็นเป็นน้ำมันจะไป
01:30:13 → 01:30:15ทำให้
01:30:15 → 01:30:20ลดการกระตุ้นการบล็อกของตัวรับอินซูลิน
01:30:20 → 01:30:22ที่เซลล์ต่างๆ
01:30:22 → 01:30:27คือจะไม่เกิดการบล็อกตัวรับ receptor
01:30:27 → 01:30:30ของอินซูลินที่จะมาจับแล้วก็พาน้ำตาลเข้า
01:30:30 → 01:30:34สู่
01:30:34 → 01:30:52อันนี้หมอก็สรุปไว้
01:30:52 → 01:31:06[เพลง]
01:31:06 → 01:31:09ทำให้เกิดภาวะอินซูลิน sensitivity หรือ
01:31:09 → 01:31:11sensitive นะ
01:31:11 → 01:31:15ถ้าขาดโพแทสเซียมอินซูลินจะเฉื่อยเหนื่อย
01:31:15 → 01:31:19ไม่ว่องไวนะแล้วการดื้ออินซูลินจะลดยาก
01:31:19 → 01:31:23ถ้าโพแทสเซียมไม่ถึงนี่ไม่พอโซเดียมก็
01:31:23 → 01:31:26เกลือชมพูเกลือดำ
01:31:26 → 01:31:29น้ำซุปต้มกระดูกก็มีโพแทสเซียมแมกนีเซียม
01:31:29 → 01:31:33มีที่ Channel ยีสต์วิตามินบีพวกผงผักที่
01:31:33 → 01:31:38ผ่านการ dry feed
01:31:38 → 01:31:42พวกนี้ตระกูลกะหล่ำคะน้าที่เขามาทำนะอาจ
01:31:42 → 01:31:47จะผสมเข้าไปในไอ้พวกอะไรก็ได้น้ำชงน้ำซุป
01:31:47 → 01:31:52ต้มกระดูกอะไรอย่างนี้ก็ได้
01:31:52 → 01:31:55โพแทสเซียมแมกนีเซียมโครเมียมวิตามินบี
01:31:55 → 01:31:59วิตามินซีแล้วก็อีกตัวนึงคือวิตามินดี Dog
01:31:59 → 01:32:03ครับอันนี้สำคัญมากต่อเอ่ออินซูลิน
01:32:03 → 01:32:05sensitivity
01:32:05 → 01:32:10ซึ่งก็จะทำให้ปรากฏการณ์ดีขึ้น
01:32:10 → 01:32:14ก็ต้องลองดู
01:32:15 → 01:32:18เซียมมาจากอะไรบ้างนะอันนี้ลองไปอ่านดู
01:32:18 → 01:32:21ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกพืชผักนะไม่ใช่จาก
01:32:21 → 01:32:25ผลไม้นะฮะไม่ใช่จากผลไม้
01:32:25 → 01:32:27ทั้งโปแตสเซียมแมกนีเซียม
01:32:27 → 01:32:32เราเน้นที่พืชผักนะพืชผัก
01:32:32 → 01:32:35เราไม่เอาจากผลไม้เด็ดขาดเพราะถ้าคุณเอา
01:32:35 → 01:32:39ผลไม้มาผลไม้มีทั้งฟรุกโตสซึ่งก็ไม่ดี
01:32:39 → 01:32:43อยู่แล้วแล้วก็มีอะไรกลูโคสนะแล้วกูโคตร
01:32:43 → 01:32:47เนี่ยมันจะพาอินซูลินมาด้วยแล้วอินซูลิน
01:32:47 → 01:32:50เขาก็จะมาบอกว่าเฮ้ยโปแตสเซียมวิตามินดี
01:32:50 → 01:33:01วิตามินซีที่ละลายน้ำรอก่อนรอก่อนอ่า
01:33:01 → 01:33:06ๆเออมันไม่ได้
01:33:06 → 01:33:09ซึ่งจริงๆเนี่ยในการกินแบบ low cap High
01:33:09 → 01:33:10Fat เนี่ยนะฮะ
01:33:10 → 01:33:13นะไอ้ตัวโปรเซียมเนี่ยเราก็จะได้จากอาหาร
01:33:13 → 01:33:16คงรูปต่างๆ
01:33:16 → 01:33:18ที่เรากินอย่างถูกต้องนะไม่ว่าจะเป็นกราฟ
01:33:18 → 01:33:21ไขมันคงลูกโปรตีน
01:33:21 → 01:33:26นะรวมทั้งสารอาหารที่จะมาแอดออนในในชีวิต
01:33:26 → 01:33:28ประจำวันน่ะเช่นมีการกินน้ำซุปต้มกระดูก
01:33:28 → 01:33:32อ่ามีการกินน้ำส้มสายชูหมักมะพร้าวหมัก
01:33:32 → 01:33:37แอปเปิ้ลมีการผัดผงใดซี๊ดมีการกินผักดอง
01:33:37 → 01:33:41ถั่วดาวหรือบางคนกินชาสมุนไพรกินโกโก้ดิบ
01:33:41 → 01:33:43อะไรอย่างเงี้ย
01:33:43 → 01:33:47หรือเนยโกโก้หรือกาแฟดีครับ
01:33:47 → 01:33:51พวกนี้ก็มีสารอาหารมีสารพฤกษาเคมีวิตามิน
01:33:51 → 01:33:53แร่ธาตุเพียบ
01:33:53 → 01:33:54[เพลง]
01:33:54 → 01:33:57ก็อาจจะไม่จำเป็นถึงขนาดต้องไปกินอาหาร
01:33:57 → 01:34:00เสริมแต่ก็ไม่ขาดเยอะๆเราก็ประเมินดูอ่ะ
01:34:00 → 01:34:07นะก็กินอาหารเสริมช่วงแรกก็ได้ตามฐานะนะ
01:34:07 → 01:34:13มีเงินก็ซื้อมากินช่วยๆกันไปเยี่ยม
01:34:13 → 01:34:16นะเนี่ยมันก็มีอยู่หลากหลายทั้งพืชทั้ง
01:34:16 → 01:34:19สัตว์นะแต่ในพืชส่วนใหญ่จะเยอะในเมล็ด
01:34:19 → 01:34:21กัญชา
01:34:21 → 01:34:25แล้วก็มีเมล็ดฟักทองแต่เมล็ดฟักทองเนี่ย
01:34:25 → 01:34:27มันจะได้โอเมก้า 6 ด้วย
01:34:27 → 01:34:31นะเมล็ดกัญชงก็มีโอเมก้า 3
01:34:31 → 01:34:34แล้วก็มีหมู่ฝ้ามีตัวเชิงเดี่ยว
01:34:34 → 01:34:38ถ้าผักที่เราจะกินได้ก็คือผักโขม
01:34:38 → 01:34:41ผักโขมเอามาทอดไข่
01:34:41 → 01:34:47ใส่เนยใสใส่เกียร์นะฮะอืออร่อย
01:34:47 → 01:34:50ผมกิน 5 คนนั้นทำอะไรผมไม่ได้แล้วตอน
01:34:50 → 01:34:53เนี้ยใส่มะระนิดหน่อย
01:34:53 → 01:34:57ว่า 50 บาท
01:34:57 → 01:35:00แต่ไม่รู้หิมะอันนี้ก็ไม่ค่อยแนะนำ
01:35:00 → 01:35:04อัลมอนด์ก็พอสลับได้บ้าง Dark Chocolate
01:35:04 → 01:35:07นี่โอเคนะฮะได้เลย
01:35:07 → 01:35:10ต้องเลือกที่ไม่มีน้ำตาลไม่มีนมนะ
01:35:10 → 01:35:20แมคคาเดเมียนะปลาแซลมอนอะโวคาโด
01:35:20 → 01:35:25ถ้าคนที่กินแบบอะไรค่อนข้างมาทางซีดี kcd
01:35:25 → 01:35:28ไอ้พวกนั้นก็อยู่ๆในอะไร
01:35:28 → 01:35:32ตายแองโชวี่ปลากระป๋องปลาทูน่า
01:35:32 → 01:35:47ไก่งวงอกไก่อกไก่ก็นะ
01:35:47 → 01:35:50เมื่อวานนี้นะ
01:35:50 → 01:35:52เคส
01:35:52 → 01:35:57ที่ว่าอายุ 32 กิโลครับไม่กินกาแฟกิน
01:35:57 → 01:36:01ผลไม้นิดหน่อยไม่กินระหว่างมื้อ
01:36:01 → 01:36:04เขากินอะโวคาโดกินน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ
01:36:04 → 01:36:06นะ
01:36:06 → 01:36:09แล้วก็เน้นการทำอาหารด้วยน้ำมันหมูกิน 3
01:36:09 → 01:36:12มื้อเพราะว่ายังให้นมลูกให้ลูกกินนมแม่
01:36:12 → 01:36:17อยู่มีการกินน้ำขิงน้ำขิงคือคาร์ฟนะฮะ
01:36:17 → 01:36:23นะครับจากน้ำขิงนี่เยอะเยอะอยู่นะ
01:36:23 → 01:36:26กินน้ำขิงเกือบทุกวันนะอาหารเสริมที่กิน
01:36:26 → 01:36:29ก็มีโปรไบโอติกวิตามินซีน้ำมันปลา
01:36:29 → 01:36:34แคลเซียมแมกนีเซียม K2 วิตามินรวมครับ
01:36:34 → 01:36:38หลังจากปรับมาทาน low carp นะ
01:36:38 → 01:36:42งดผลไม้เกือบทุกชนิดต้องใช้คำนี้
01:36:42 → 01:36:44อาการภูมิแพ้ที่เป็นมา 20 กว่าปีหายเกือบ
01:36:44 → 01:36:48100% ไม่เป็นหวัดง่ายไม่คันตามร่างกาย
01:36:48 → 01:36:53แล้วและไม่หิวบ่อยไม่มีปัญหาสุขภาพใดๆอ่า
01:36:53 → 01:36:58ปัจจุบันน้ำหนัก 47 สูง 160 น้อง 60
01:36:58 → 01:37:10เนี่ยน้ำหนักคาดการณ์ก็ 505
01:37:10 → 01:37:14ก็น่าจะเป็นถ้าเกิดมีภูมิแพ้ด้วยก็น่าจะ
01:37:14 → 01:37:14เป็นพวก
01:37:14 → 01:37:20River type นะ
01:37:20 → 01:37:25คนนี้น้ำตาล 76 ก็คือคนนี้หมอเคยบอกไป
01:37:25 → 01:37:32แล้วว่าเขาเป็นคีโต
01:37:32 → 01:37:40สูงกว่า
01:37:40 → 01:37:43แล้วไตรกลีเซอไรด์มันจะไม่เกิน 88
01:37:43 → 01:37:45มิลลิกรัม
01:37:45 → 01:37:47คนนี้ไตรกลีเซอไรด์ก็ค่อนข้างไปทางต่ำ
01:37:48 → 01:37:48หน่อย
01:37:48 → 01:37:5329 เอง 29 ต่ำกว่า 40
01:37:53 → 01:37:57ต่ำกว่า 40 ถือว่าต่ำ
01:37:57 → 01:38:09ส่วนอย่างอื่นเนี่ยค่าไตค่าไตก็คือ
01:38:09 → 01:38:13จะเห็นว่าอัตราการเผาผลาญเขาดี
01:38:13 → 01:38:16อาจจะตัวเล็กด้วยอ่ะนะแต่น่าจะมีการออก
01:38:16 → 01:38:19แรงออกกำลังหรือว่าน่าจะแบบร่างกาย
01:38:19 → 01:38:21เคลื่อนไหวอยู่ไม่สุขอ่ะถึงแม้จะเป็นตัว
01:38:21 → 01:38:24เล็กเพราะว่าให้ลูกกินนมแม่
01:38:24 → 01:38:26เลี้ยงลูกนี่เหนื่อย
01:38:26 → 01:38:33ท้าแกยังไม่มีลูกแกมีลูกแล้วจะรู้สึก
01:38:33 → 01:38:36หลายคนหลายคนก็บอกอย่างนี้เลย
01:38:36 → 01:38:37[เพลง]
01:38:37 → 01:38:41คือในทางเอ่อคีโตโร่ครับหรือทางอ่าเรื่อง
01:38:41 → 01:38:43เมทริกซ์มาร์คเกอร์นะฮะนะ
01:38:43 → 01:38:47เราถือค่า uric ที่จะต้องต่ำกว่า 5.5 ถ้า
01:38:47 → 01:38:51เกิน 5.5 เนี่ยเราถือว่าระดับการเผาผลาญ
01:38:51 → 01:38:52ร่างกาย
01:38:52 → 01:38:56โตโต้มิสเตอร์บีนเกรดเนี่ยมันลดลงมันลดลง
01:38:56 → 01:39:07คนนี้ก็ถือว่าไม่ลดนะฮะเพราะว่าเขา 4.9
01:39:07 → 01:39:11ตับสะอาดนะแล้วแกมม่า GT เนี่ยหมอลืมมาลง
01:39:11 → 01:39:17แกมม่า GT เนี่ยก็ 9 เองนะครับแจ่มม่า GT
01:39:17 → 01:39:20ค่าปกติมันจะอยู่ในช่วงประมาณเท่าไหร่
01:39:20 → 01:39:27ประมาณไม่เกินไม่เกิน 42 หรืออะไรเนี่ย
01:39:27 → 01:39:31ก็เกือบต่ำ 10 แกรมม่า GT ต่ำกว่า 10
01:39:31 → 01:39:32ก้าว
01:39:32 → 01:39:41นะอันนี้ตับเขาดีเลิศประเสริฐศรีเลยนะ
01:39:41 → 01:39:44Festival จนกระทั่งมีสารคีโตนออกมาเยอะๆ
01:39:44 → 01:39:47นะ
01:39:47 → 01:39:52อัตราส่วนเกิน 1 ไปตั้งเยอะนะฮะ
01:39:52 → 01:39:55แล้วก็รูปแบบของอะไรปิดโปรไฟล์
01:39:55 → 01:39:58ในลักษณะนี้ก็เป็นลักษณะของคีโต
01:39:58 → 01:40:01เนี่ยร่างกายมันจะไม่ได้สร้างเรือที่จะ
01:40:01 → 01:40:07ต้องมาแครี่ไตรกลีเซอไรด์มากมายเลยนะ
01:40:07 → 01:40:09คุณหมอมีตัวอะไรบ่งชี้บ้างครับจากค่า
01:40:09 → 01:40:13เลือดตรงนี้ครับที่ๆ
01:40:14 → 01:40:18เราต้องดูโดยรวมนะ
01:40:18 → 01:40:22แต่ Picture ของ lybrid Profile เนี่ยนะ
01:40:22 → 01:40:26ส่วนใหญ่แล้วเมื่อเกิด
01:40:26 → 01:40:30โปรไฟล์จะอยู่ในเกณฑ์ปกติของค่าที่ยึดถือ
01:40:30 → 01:40:33กันในห้องแลปก็คือโตโต้คอเลสเตอรอลไม่
01:40:33 → 01:40:37เกิน 200 นะแล้วก็ ldl เนี่ย ldl ส่วน
01:40:37 → 01:40:40ใหญ่ส่วนใหญ่ก็คือไม่เกินร้อย
01:40:40 → 01:40:42ไม่เกินร้อย
01:40:42 → 01:40:47แล้วก็ไตรกลีเซอไรด์ก็ไม่เกิน 88
01:40:47 → 01:40:59ส่วน hdl ก็ไม่เกินร้อย
01:40:59 → 01:41:02แบบที่หมอบอกเมื่อวานนี้เพียงแต่ว่าหมอ
01:41:02 → 01:41:04สงสัยในเรื่องไตรกลีเซอไรด์ที่มันต่ำกว่า
01:41:04 → 01:41:0740 เป็นไปหน่อย
01:41:07 → 01:41:10แต่ค่าเนี่ยมันเป็นค่าที่มันไม่คงที่อ่ะ
01:41:10 → 01:41:13นะเจาะวันนี้เป็นอย่างนี้เจาะวันพรุ่งนี้
01:41:13 → 01:41:18มันอาจจะกระโดดขึ้นไปถึง 60
01:41:18 → 01:41:20ก็เป็นไปได้ต้องดูที่พี่ป๋อเราต้องดูรวมๆ
01:41:20 → 01:41:23หลายๆครั้งนะฮะประกอบกัน
01:41:23 → 01:41:30หมดเลยถึงได้กล้าฟันธงว่าคุณน่ะเสร็จแล้ว
01:41:30 → 01:41:32เพราะว่า
01:41:32 → 01:41:36สิ่งต่างๆมันเกินโลกครับแต่แอดไปแล้ว
01:41:36 → 01:41:39มันก็ไม่เกิน 84
01:41:39 → 01:41:43ทุกอย่างค่าทุกอย่างมันบอกได้หมดเลยเพียง
01:41:43 → 01:41:45แต่ว่าเรื่อง creatinine เนี่ยคิดว่า
01:41:45 → 01:41:47Muscle Mass มันน้อยไปหน่อย
01:41:47 → 01:41:50นะพวกที่กล้ามเนื้อพอเพียงส่วนใหญ่มักจะ
01:41:50 → 01:41:53เกิน 0.7
01:41:53 → 01:41:57แล้วทำไมคน Fat adap บางคนถึง
01:41:57 → 01:42:07ข้ามมาเป็นคีโตระดับไม่ได้ครับ
01:42:07 → 01:42:11มันก็ติดตรงอินซูลินกับคอติซอล
01:42:11 → 01:42:19ให้ 2 ตัวนี้อีกแล้ว
01:42:19 → 01:42:22ก็คือคือติดเรื่องอะไรที่มันแสงๆมาใน
01:42:22 → 01:42:25อาหาร
01:42:25 → 01:42:28มันไม่ต่ำจริงเลยมันไม่ต่ำจริงคือ
01:42:28 → 01:42:29อินซูลินเนี่ย
01:42:29 → 01:42:33มันก็ต้องดูเฟสวันเฟสทรูอ่ะนะอย่างเช่น
01:42:33 → 01:42:36ที่เราเคยดูเคสไปนะครับว่าเขากินโปรตีน
01:42:36 → 01:42:39เยอะนะแล้วก็ไขมันอาจจะไม่ถูกต้อง
01:42:39 → 01:42:44มีปัญหาเรื่องของอินซูลินเศษ 2 นะ
01:42:44 → 01:42:47ซึ่งชุดเจาะน้ำตาลหลังอาหาร 2 ชั่วโมง
01:42:47 → 01:42:51เนี่ยมันก็ดี๊ดี 100 ต้นๆ 100 ต้นๆนะ
01:42:51 → 01:42:54แล้วก็มีเคสที่คุณหมอก็เคยเอามาเนี่ยว่า
01:42:54 → 01:42:57พอไปเจาะน้ำตาลตอนหลังอาหาร 4 ชั่วโมง
01:42:57 → 01:43:01เนี่ยมันก็กระโดดขึ้นไป 160 100 อะไร
01:43:01 → 01:43:06ขึ้นทำไมเขาจอดน้ำตาลนานๆกว่า 2 ชั่วโมง
01:43:06 → 01:43:09ไปแล้วมันเป็นอย่างนี้
01:43:09 → 01:43:11มันก็เป็นเรื่องเนี่ยเรื่องของเรื่องของ
01:43:11 → 01:43:14what to eat เรื่องของการแสงเร้นของ
01:43:14 → 01:43:17ตัวอินซูลินกับคอติซอล
01:43:17 → 01:43:20นะที่มากับอาหารหรือมากับพฤติกรรมไม่ว่า
01:43:20 → 01:43:26จะเป็นเอ่อ
01:43:26 → 01:43:27ครับ
01:43:27 → 01:43:29อินซูลินก็มีต่อเทรดนะ
01:43:29 → 01:43:32ก็มาจังหวะของเขานะ
01:43:32 → 01:43:35[เพลง]
01:43:35 → 01:43:39บางทีเราก็อาจจะไม่ต้องไปดูถึงว่าคีโต
01:43:39 → 01:43:43ได้เนี่ยมันก็น้อยคนแหละแต่มันก็ดีเลิศ
01:43:43 → 01:43:47ประเสริฐศรีอ่ะแต่ถ้าคุณแค่ Fat เนี่ยมัน
01:43:47 → 01:43:49ก็อู้ยดีแสนดีแล้ว
01:43:49 → 01:43:53เพราะว่าฝากคุณจะหลุดจากไอ้ดื้ออินซูลิน
01:43:53 → 01:43:56ดื้อคอติซอลได้เนี่ยมันไม่ง่ายเนาะ
01:43:56 → 01:43:57[เพลง]
01:43:57 → 01:44:00ฮอร์โมนตัวพ่อตัวแม่เนี่ยเวลาเข้ามาจอง
01:44:00 → 01:44:01อยู่เนี่ย
01:44:01 → 01:44:06มันถึงได้ป่วยกันเยอะไปหมดเลย
01:44:06 → 01:44:10แต่มันก็น้อยคนน่ะนะฮะที่จะคีย์ตัว adapt
01:44:10 → 01:44:14Fat อะแดปได้ง่ายๆนะหรือได้มาแบบไม่รู้
01:44:14 → 01:44:20ตัวแต่มันอธิบายไม่ได้เหมือนเคสนี้ใช่ๆๆ
01:44:20 → 01:44:24มันดีเลิศไปหมดเลยมันยากแล้วคุณหมอเพราะ
01:44:24 → 01:44:27ว่าเราถูกล้อมไว้หมดไงผมพูดอยู่เราถูก
01:44:27 → 01:44:31ล้อมไว้ด้วยครับแล้วก็รีไฟล์ Free Fire
01:44:31 → 01:44:33Craft ทั้งนั้นเลย
01:44:33 → 01:44:35เนี่ยแล้วคนเนี่ยเขาก็ไม่เคยเข้ามาฟังหมอ
01:44:35 → 01:44:38เขาก็ไม่เคยรู้หลักเกณฑ์หลักการอะไรต่างๆ
01:44:38 → 01:44:40เนี่ยเขาก็พิจารณามาเนี่ย
01:44:40 → 01:44:43นะหลุดหลุดมาได้ยังไง
01:44:43 → 01:44:45แต่เขาก็เป็นไม่ได้มันเป็นบุญน่ะเป็นบุญ
01:44:45 → 01:44:49เออแต่ระบบการเผาผลาญของเขานี่ชาตินี้
01:44:49 → 01:44:53นะก็โอเคเลยอ่ะนะฮะแล้ว esr ด้วยการ
01:44:53 → 01:44:56อักเสบเห็นมั้ย 10 เองอ่ะฮะ 10 10 สุด
01:44:56 → 01:44:57ยอดมากเลยนะ
01:44:57 → 01:45:00ก็จะยิ่งต่ำกว่า
01:45:00 → 01:45:03นั้น
01:45:03 → 01:45:06เอาไว้คราวหน้าถ้าไม่ลืมนะหมอจะมาไลค์คือ
01:45:06 → 01:45:09บ่ได้ Paper มาอันนึงในต่างประเทศเนี่ย
01:45:09 → 01:45:12เขาพูดถึงว่าตอนนี้มันมีใครทีเดียวที่จะ
01:45:12 → 01:45:13ดูว่าคนเรา
01:45:13 → 01:45:18อินซูลิน resistance ชัวร์ๆนะแล้วจะมีผล
01:45:18 → 01:45:20ไม่ดีมี highlis เกิดขึ้น
01:45:20 → 01:45:23จากอะไรบ้างมันจะมีแล็บอยู่ประมาณ 4-5
01:45:23 → 01:45:24ตัว
01:45:24 → 01:45:28หมอประทับใจมากเลยมันเป็นข้อมูลที่ดีๆอ่ะ
01:45:28 → 01:45:31นะ
01:45:31 → 01:45:34เดี๋ยวจะมาเขียนเป็นตัวโตๆให้พวกเราฟัง
01:45:34 → 01:45:37ยอดไว้ก่อนให้ติดตามนะ
01:45:37 → 01:45:42[เสียงหัวเราะ]
01:45:42 → 01:45:45สันนิษฐานว่าเป็นคีโต adapt แล้ว
01:45:45 → 01:45:49จะให้ทำอะไรต่อใช่ไหมที่เขาบอกเนี่ยคือ
01:45:49 → 01:45:52มันต้องดูประกอบกันเนี่ยๆเห็นไหมภูมิแพ้
01:45:52 → 01:45:56อะไรต่างๆก็หายไปหมดเลยคันเกินก็ไม่มีไม่
01:45:57 → 01:46:00เป็นหวัดง่ายๆไม่หิวบ่อยๆไม่หิวบ่อยๆ
01:46:00 → 01:46:02เพราะอะไร
01:46:02 → 01:46:04เพราะว่าคีโตอยู่เนี่ย
01:46:04 → 01:46:07นะอ๋อครับ
01:46:07 → 01:46:11มีคีโตนออกมาเนี่ยแล้วคุณบอกว่าไม่หิว
01:46:11 → 01:46:14บ่อยๆเนี่ยแต่ก็อย่าลืมนะครับว่าว่าว่า
01:46:14 → 01:46:18มันอิ่มทิพย์อ่ะมันอิ่มที่จนลืมการกินลืม
01:46:18 → 01:46:19ลืมกินจริง
01:46:20 → 01:46:24คำว่าหิวไม่หิวบ่อยเนี่ยมันคือตอบการตอบ
01:46:24 → 01:46:28สนองทางด้านกายละเอียดนะฮะทางด้าน fontal
01:46:28 → 01:46:30cortex ทางด้านสมองส่วนหน้า
01:46:30 → 01:46:33ส่วนกายหยาบเนี่ยคุณจะมาบอกอย่างนี้ไม่
01:46:33 → 01:46:34ได้นะ
01:46:34 → 01:46:37เพราะในกายหยาบเนี่ยเขาต้องการสารอาหาร
01:46:37 → 01:46:41ส่วนกายละเอียดเนี่ยเขาแค่ต้องการพลังงาน
01:46:41 → 01:46:43เขาอยู่ได้เพราะพลังงานถ้าพลังงานก็ถึง
01:46:43 → 01:46:45โดยเฉพาะคีโตนซึ่งเป็นพลังงานที่ยิ่งใหญ่
01:46:45 → 01:46:49มากแล้วมันเสถียรตัวมากนะเขาก็บอกไม่หิว
01:46:49 → 01:46:52ไม่หิวไม่กินเอาไว้ก่อนเอาไว้ก่อน
01:46:52 → 01:46:56ขอสนุกกับการโปรรองฟาสยาวๆไปก่อน
01:46:57 → 01:47:00แต่คุณรู้ไหมร้องนั่งร้องไห้น้ำตาก็คือ
01:47:00 → 01:47:06กายหยาบกายเนื้อเออคนเราไม่มีต้องมีการ
01:47:06 → 01:47:11พิจารณาไป 2 ช่องทางแบบนี้
01:47:11 → 01:47:12นะ
01:47:12 → 01:47:13เออ
01:47:13 → 01:47:15จริงๆนะ
01:47:15 → 01:47:18เคยบอกว่าใครยังไม่เคยเข้าใจว่าไอ้อาการ
01:47:18 → 01:47:21ไม่หิวไม่หิวเนี่ยต้องลองกินน้ำมันสกัด
01:47:21 → 01:47:24เย็นจริงนะครับคุณหมอเออแต่เข้าใจเลยว่า
01:47:24 → 01:47:27เวลาเวลามันที่มันอิ่มคลิปแบบพี่หมอบอก
01:47:27 → 01:47:29อ่ะ
01:47:29 → 01:47:32ต้องมาบังคับตัวเองให้กินนะ
01:47:32 → 01:47:34แล้วเนี่ยส่วนนึงเนี่ยหมอก็กลัวว่าเคส
01:47:34 → 01:47:37เนี่ยนะฮะเขาอายุ 32 ให้นมลูกอยู่ใช่ไหม
01:47:37 → 01:47:41นะแล้วก็บอกว่าน้ำหนักสูง 160 น่ะ 407
01:47:41 → 01:47:46เนี่ยแล้วบอกว่าไม่หิวบ่อยๆนะ
01:47:46 → 01:47:48อันนี้บางทีมันก็ไม่ได้อันนี้คุณต้องเติม
01:47:48 → 01:47:51แล้วต้องเติมอาหารเติมคุ้มเติมครับแล้วก็
01:47:51 → 01:47:54ต้องออกจากคีโตน
01:47:54 → 01:47:58ด้วยด้วยนะคือทุกอย่างมันต้องพอดีคุณจะ
01:47:58 → 01:48:01คีย์ตัวสี 24 ชั่วโมงนี่คุณจะป่วยนะ
01:48:01 → 01:48:05มึงจะป่วยไม่ได้ร่างกายมันต้องเม็ดไม่เคย
01:48:05 → 01:48:10เป็นถึงเวลาต้องกินเออใช้คราฟได้ใช้ไขมัน
01:48:10 → 01:48:11ได้
01:48:11 → 01:48:24เพราะต้องมามาแบ่งมาแบ่งโซนนะ
01:48:24 → 01:48:28สารอาหารขาดพลังงานขาดนะน้ำหนักอ่ะน้ำ
01:48:28 → 01:48:31หนักมันยังไม่ได้อ่ะน้ำหนักไม่โอเคนะเออ
01:48:31 → 01:48:33อย่างน้อยน่ะต้องซัก 50 อ่ะยิ่งให้นมลูก
01:48:33 → 01:48:37ด้วยอย่างเงี้ย 50-50 เลยนะ
01:48:37 → 01:48:40เออ
01:48:40 → 01:48:42ใช่ครับ
01:48:42 → 01:48:44แล้วก็เคสนี้เป็นพุงตับเพราะอะไรครับ
01:48:44 → 01:48:47เพราะว่าเนี่ยเขาบอกว่าเกือบงดผลไม้ทุก
01:48:47 → 01:48:48ชนิด
01:48:48 → 01:48:49นะ
01:48:49 → 01:48:52คนนี้ก็คือภูมิตับเนี่ยมันชอบหวานชอบ
01:48:52 → 01:48:57ผลไม้แต่มันจะดื้อ
01:48:57 → 01:49:02เพราะฉะนั้นเขาจะเขาเรียกว่าอะไร
01:49:02 → 01:49:04Food Lover Food Lover พวกนี้บ้า
01:49:04 → 01:49:11คลั่งกินผลไม้
01:49:11 → 01:49:17ส่วนไทรอยด์นี่ก็สตาร์ท Lover
01:49:17 → 01:49:21แล้วก็ส่วนอะไรข้อที่เท่าเด่น
01:49:21 → 01:49:23อะไรนะ
01:49:23 → 01:49:37เอสโตรเจนเด่นใช่ไหมฮะ
01:49:37 → 01:49:39แต่ก็ไม่ได้
01:49:39 → 01:49:40[เพลง]
01:49:40 → 01:49:46แค่นี้ก็ดีนะ
01:49:46 → 01:49:49ถ้าเราดูออกอ่ะถ้าเราดูออก
01:49:49 → 01:49:51การอักเสบไม่มีเลยนะ
01:49:51 → 01:49:59เออ
01:49:59 → 01:50:00หมดแล้ว
01:50:00 → 01:50:02นะโอเค
01:50:02 → 01:50:05ก็หมอก็หวังว่าทั้งอินซูลินเขาคอยเนี่ย
01:50:05 → 01:50:09น่าจะพอเป็นข้อมูลที่ใครที่อยากจะรู้เชิง
01:50:09 → 01:50:12ลึกแล้วก็เอาไปอธิบายอะไรต่างๆโดยเฉพาะ
01:50:12 → 01:50:15อย่างเช่นตัวอย่างเคสหลังเนี่ยที่เราคุย
01:50:15 → 01:50:19กันเนี่ยนะฮะนะ
01:50:19 → 01:50:23อันนี้เป็นขั้นของคีโต
01:50:23 → 01:50:27ถ้าถามว่าทำไมบางคนที่ว่า Fat adapt แต่
01:50:27 → 01:50:33ไม่ยอมคีโตใช่ครับมันน้อยไง
01:50:33 → 01:50:36แต่ส่วนใหญ่คนอยู่ในเรื่องของ Fat adap
01:50:36 → 01:50:37กลายเป็นส่วนใหญ่สำหรับการเป็น fat
01:50:37 → 01:50:39burner
01:50:39 → 01:50:41เพราะว่าเงื่อนไขที่คุณจะคีย์ตัวแอปเนี่ย
01:50:42 → 01:50:44อันดับ 1 เลยเนี่ยก็คือ
01:50:44 → 01:50:47ก็คืออินซูลินจะต้องต่ำ
01:50:47 → 01:50:48แต่ไม่
01:50:48 → 01:50:52แต่ต่ำแต่ยัง Active อยู่คือต่ำแต่ไม่ได้
01:50:52 → 01:50:55ฟังก์ชัน
01:50:55 → 01:50:58สำคัญที่สุดนะครับ
01:50:58 → 01:51:03แล้วก็คุณจะต้องได้พลังงานที่เสถียร
01:51:03 → 01:51:07พร้อมกับมียาเข้าไปด้วยก็คือการได้น้ำมัน
01:51:07 → 01:51:09สกัดเย็น
01:51:09 → 01:51:14ไปให้ในตัวคนเดียวทั้งใช้เป็นเผาผลาญเป็น
01:51:14 → 01:51:17พลังงานแล้วก็ซ่อมซ่อมตัวมันเองไปในตัว
01:51:17 → 01:51:22จากการใช้ตัวยาสารพฤกษศาสตร์เคมีพวกนี้
01:51:22 → 01:51:25แล้วคุณก็จะต้องมีการปั๊มออกซิเจนนะเข้า
01:51:25 → 01:51:28เซลล์เข้าไมโครคอน
01:51:29 → 01:51:33ค่อนข้างดีค่อนข้างดีคือไม่ไม่ให้
01:51:33 → 01:51:37พร็อกซีเมียไม่มีภาวะแบบขาดออกซิเจนซึ่ง
01:51:37 → 01:51:40คุณเบื้องต้นอาศัยในเรื่องของการออกแรง
01:51:40 → 01:51:43ออกกำลัง
01:51:43 → 01:51:45เพราะว่าหลักการของ
01:51:45 → 01:51:49ไมโตคอนเดียวรีเจน
01:51:49 → 01:51:52ก็คือ
01:51:52 → 01:51:55ก็คือการได้พลังงานที่เสถียร
01:51:55 → 01:51:59จากไขมันหรือน้ำมันสกัดเย็นที่ดี
01:51:59 → 01:52:03อันที่ 2 ก็คือการทำฟาสติ้ง
01:52:03 → 01:52:09ให้เกิดอะไรในตัวคนเดียวออโต้ฟี่
01:52:09 → 01:52:18มันจะต้องไปอยู่ที่จุดไหนถึงจะดีที่สุด
01:52:18 → 01:52:23เข้าไปด้วยวิธีการ Exercise
01:52:23 → 01:52:25ก็มีหลักการ 3 ข้อ
01:52:25 → 01:52:28ถ้าคุณได้แนวทางเหล่านี้นะ
01:52:28 → 01:52:31เออระบบเตาเผาพลังงานหรือนายตัวคนเดียว
01:52:31 → 01:52:35คุณก็จะมีประสิทธิภาพและมันก็จะมากมากมาก
01:52:35 → 01:52:41ทั้งที่ตามตับอ่อนกล้ามเนื้อแล้วก็เซลล์
01:52:41 → 01:52:47ทั่วร่างกายสมอง
01:52:47 → 01:52:51วันนี้ก็ต้องศึกษากันไป
01:52:51 → 01:52:55ครับพี่หมอหวังว่าคงไม่น่าเบื่อนะ
01:52:55 → 01:53:00กับองค์ความรู้นะมันอาจจะดูยากแต่ก็ต้อง
01:53:00 → 01:53:06ค่อยๆทบทวนดูแล้วกันนะถ้าใครอยากรู้
01:53:06 → 01:53:08ขอบคุณพี่หมอมากเลยนะครับ
01:53:08 → 01:53:15ต่อไปครับขอบคุณ
01:53:15 → 01:53:37[เพลง]