00:00:00 → 00:00:03การดื่มน้ำทุกคนคิดว่ามันก็เป็นเรื่องปกติ
00:00:03 → 00:00:06ใครๆ ก็ดื่มน้ำกันทุกวัน มันจะยากตรงไหน
00:00:06 → 00:00:08มันจะมีความสำคัญตรงไหนก็ต้องบอกว่า
00:00:08 → 00:00:11จริงๆ แล้วการดื่มน้ำมีความสำคัญต่อชีวิตมากๆ
00:00:12 → 00:00:14มากเกินกว่าที่เราคาดคิดเลยครับ
00:00:14 → 00:00:18การดื่มน้ำได้เพียงพอต่อวัน การดื่มน้ำได้ถูกวิธี
00:00:18 → 00:00:22การดื่มน้ำได้ถูกเวลาจะทำให้ชีวิตของท่านดีขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
00:00:30 → 00:00:31สวัสดีครับ ผมหมอท๊อปนะครับ
00:00:31 → 00:00:33และนี่คือ DOCTOR TOP Channel
00:00:33 → 00:00:36รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระครับ
00:00:37 → 00:00:40วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง การดื่มน้ำ
00:00:40 → 00:00:44การดื่มน้ำทุกคนก็คิดว่าให้มันก็เป็นเรื่องปกติ
00:00:44 → 00:00:47ใครๆ ก็ดื่มน้ำกันทุกวัน มันจะยากตรงไหน
00:00:47 → 00:00:49มันจะมีความสำคัญตรงไหนก็ต้องบอกว่า
00:00:49 → 00:00:52จริงๆ แล้วการดื่มน้ำมีความสำคัญต่อชีวิตมากๆ
00:00:52 → 00:00:55มากเกินกว่าที่เราคาดคิดเลยครับ
00:00:55 → 00:00:58การดื่มน้ำได้เพียงพอต่อวัน การดื่มน้ำได้ถูกวิธี
00:00:58 → 00:01:03การดื่มน้ำได้ถูกเวลาจะทำให้ชีวิตของท่านดีขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
00:01:03 → 00:01:05ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:01:05 → 00:01:08กด Subscribe และกดกระดิ่ง ขอบคุณครับ
00:01:08 → 00:01:09ก่อนที่เราจะไปต่อกันนะครับ
00:01:09 → 00:01:12ใครมีเวลาน้อย ข้ามไปดู 3 นาทีหลังก่อนได้เลย
00:01:12 → 00:01:15มีสรุปไว้ให้เรียบร้อย แต่ถ้าใครมีเวลา
00:01:15 → 00:01:17เราเริ่มไปพร้อมๆ กันเลยนะครับ
00:01:18 → 00:01:23สำหรับการดื่มน้ำคือก็ต้องบอกว่าโดยส่วนใหญ่แล้ว
00:01:23 → 00:01:26มักดื่มน้ำน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ
00:01:26 → 00:01:29ถามว่าร่างกายต้องการน้ำดื่มวันนึงประมาณเท่าไหร่
00:01:29 → 00:01:33ถ้าตัวเลขเป๊ะๆ ก็คือเอาน้ำหนักไปคูณ 33 นะครับ
00:01:33 → 00:01:38ซึ่งถ้าไม่อยากเครียด ผมก็คิดว่าคนไทยโดยทั่วไปแบบผู้ใหญ่
00:01:38 → 00:01:40วันนึงก็ประมาณ 2,000 CC นะครับ
00:01:40 → 00:01:44แต่ต้องไม่ได้เป็นโรคไต โรคอะไรที่ต้องควบคุมน้ำ
00:01:44 → 00:01:48คือคนทั่วไปเนี่ยวันนึง 2,000 CC กำลังดี
00:01:48 → 00:01:51แล้วถ้าทานแล้วปัสสาวะออกมาเป็นสีใสๆ
00:01:51 → 00:01:53แปลว่าอาจจะดื่มมากไปนิดนึง
00:01:53 → 00:01:56แต่ถ้าเกิดเป็นสีเหลืองอ่อนๆ แปลว่าน่าจะดื่มได้พอดี
00:01:56 → 00:02:00และเป็นสีเหลืองเข้มมากๆ แปลว่าดื่มน้อยเกินไป
00:02:00 → 00:02:03คราวนี้คือโดยส่วนใหญ่เราจะทานน้ำ
00:02:03 → 00:02:05เมื่อเรากระหายน้ำถูกต้องไหมครับ
00:02:05 → 00:02:08แต่จริงๆ แล้วต้องบอกว่าเมื่อเรากระหายน้ำ
00:02:08 → 00:02:13แปลว่าร่างกายเราขาดน้ำมาสักพักนึงแล้ว
00:02:13 → 00:02:16แปลว่าไม่ค่อยดี เมื่อร่างกายขาดน้ำ
00:02:16 → 00:02:19จริงๆ มันจะทำให้เราเกิดความเครียด
00:02:19 → 00:02:22ให้เราตัดสินใจได้ไม่ดี ให้เราเวียนหัวนะครับ
00:02:22 → 00:02:25ถ้าเราไม่มีโรคประจำตัวอะไรอาจจะไม่แย่เท่าไหร่
00:02:25 → 00:02:29แต่ถ้าเรามีโรคประจำตัวอยู่อาจจะแย่กว่าที่ท่านคิด
00:02:29 → 00:02:34วันนี้ก็มาคุยกันเรื่อง 8 เวลาที่ท่านควรดื่มน้ำครับ
00:02:34 → 00:02:38เวลาที่ 1 ก็คือหลังตื่นนอนครับ
00:02:38 → 00:02:40ทำไมหลังตื่นนอนท่านควรดื่มน้ำ
00:02:40 → 00:02:44เพราะว่า 8 ชั่วโมงที่ท่านนอนมา ท่านไม่ได้ดื่มน้ำเลย
00:02:44 → 00:02:46ร่างกายเนี่ยถือว่าขาดน้ำพอสมควรเลย
00:02:46 → 00:02:49เพราะฉะนั้นบางครั้งท่านจะรู้สึกได้ว่า
00:02:49 → 00:02:54เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วทำไมมันง่วงๆ มันมึนๆ
00:02:54 → 00:02:59มันเวียนหัวทั้งๆ ที่นอนเต็มที่ นอน 8 ชั่วโมงเต็มๆ เลย
00:02:59 → 00:03:01แต่ทำไมยังรู้สึกเวียนหัวมึนหัว
00:03:01 → 00:03:04ก็เพราะว่าร่างกายมีภาวะขาดน้ำ
00:03:04 → 00:03:07เสียสมดุลเกลือแร่ในร่างกายนั่นเองครับ
00:03:07 → 00:03:11เพราะฉะนั้นแล้วผมแนะนำว่าที่หัวนอนหรือที่ข้างตัว
00:03:11 → 00:03:14หลังจากฉันตื่นนอน ถ้าท่านมีน้ำสักขวดนึง
00:03:14 → 00:03:17กินสัก 1 ใน 3 ของขวดหรือกินประมาณ 1 แก้วนะครับ
00:03:17 → 00:03:22ประมาณ 200 CC หลังตื่นนอนจะทำให้ท่านสดชื่นกระปรี้กระเป๋า
00:03:22 → 00:03:24และการดื่มน้ําหลังตื่นนอนทันที
00:03:24 → 00:03:29จะช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย
00:03:29 → 00:03:34ทำให้ร่างกายมีระบบเผาผลาญที่ดีไปทั้งวัน
00:03:34 → 00:03:36แล้วทำให้เราไม่ง่วงหงาวหาวนอนด้วยครับ
00:03:36 → 00:03:41นี่คือเวลาอันที่ 1 ดื่มน้ำหลังตื่นนอนทันที 1 แก้ว
00:03:42 → 00:03:43มาดูเวลาที่ 2 กันบ้างครับ
00:03:43 → 00:03:47ช่วงเวลาที่ 2 ที่แนะนำก็คือช่วงหลังออกกำลังกาย
00:03:47 → 00:03:49อันนี้ตรงไปตรงมานะครับ
00:03:49 → 00:03:52แต่จริงๆ แล้วการออกกำลังกาย
00:03:52 → 00:03:55ถ้าท่านออกกำลังกายเป็นระยะเวลานาน
00:03:55 → 00:03:59เช่น การวิ่งที่ครึ่งชั่วโมงหรือ 45 นาที หรือ 1 ชั่วโมง
00:03:59 → 00:04:03ผมแนะนำให้จิบน้ำตลอดการออกกำลังกาย
00:04:03 → 00:04:07เราไม่จำเป็นที่เราจะต้องหิวก่อนแล้วค่อยดื่มน้ำ
00:04:07 → 00:04:09เพราะแปลว่าขาดน้ำแล้ว
00:04:09 → 00:04:13ซึ่งจะทำให้เราอาจจะหน้ามืดเป็นลมตอนที่เราออกกำลังกายก็ได้
00:04:13 → 00:04:17หรืออาจจะทำให้สมรรถภาพตอนออกกำลังกายแย่ลง
00:04:17 → 00:04:22เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำแนะนำให้ดื่มทั้งขณะออกกำลังกาย
00:04:22 → 00:04:27แล้วก็หลังออกกำลังกายก็จะช่วยให้ท่านออกกำลังกายได้นานขึ้น
00:04:27 → 00:04:29แล้วก็หลังออกกำลังกายก็สดชื่นไม่หน้ามืด
00:04:29 → 00:04:30ไม่วิงเวียน ไม่เป็นลม
00:04:30 → 00:04:34บางคนวิ่งไปสักพักนึงเป็นลมล้มหัวแตก
00:04:34 → 00:04:37โอ้โห อันตรายก็คือแบบมีอาการวูบพวกนี้
00:04:37 → 00:04:40โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนๆ แล้วออกกำลังกาย
00:04:40 → 00:04:42แนะนำเลยต้องจิบน้ำตลอดเวลา
00:04:42 → 00:04:46และนี่ก็คือช่วงเวลาที่ 2 ที่แนะนำให้ดื่มน้ำ
00:04:46 → 00:04:49ก็คือขณะออกกำลังกายและหลังออกกำลังกายครับ
00:04:49 → 00:04:52คราวนี้มาต่อกันช่วงเวลาที่ 3 บ้างที่แนะนำให้ดื่มน้ำ
00:04:52 → 00:04:56ก็คือครึ่งชั่วโมงก่อนที่ท่านจะรับประทานอาหารครับ
00:04:56 → 00:04:58ถามว่าทำไมครับ
00:04:58 → 00:05:00การดื่มน้ำก่อนการรับประทานอาหารครึ่งชั่วโมง
00:05:00 → 00:05:04มันเป็นการเหมือนว่าไปกระตุ้นเตือนร่างกายบอกว่า
00:05:04 → 00:05:07เดี๋ยวเราจะทานอาหารแล้วนะ
00:05:07 → 00:05:09เตรียมพร้อมเพื่อระบบการย่อยอาหารหน่อย
00:05:09 → 00:05:11ร่างกายก็จะเริ่มตื่นตัวครับ
00:05:11 → 00:05:13อยากที่จะย่อยอาหาร
00:05:13 → 00:05:16พอร้านอาหารหลังจากดื่มน้ำสักครึ่งชั่วโมงแล้ว
00:05:16 → 00:05:19ระบบการย่อยอาหารของเราก็จะดีเยี่ยมครับ
00:05:19 → 00:05:23ยังไม่พอครับ สำหรับท่านที่อยากจะลดน้ำหนัก
00:05:23 → 00:05:26การดื่มน้ำสักครึ่งชั่วโมงก่อนทานอาหาร
00:05:26 → 00:05:30จะช่วยทำให้ท่านกินปริมาณอาหารลดลง
00:05:30 → 00:05:34ซึ่งก็ส่งผลโดยตรงกับน้ำหนัก ทำให้ท่านควบคุมน้ำหนักได้ดี
00:05:34 → 00:05:36เพราะว่าสมองของเรานะครับ
00:05:36 → 00:05:41เวลาที่เราทานอาหารเข้าไป 10-20 นาทีแรก ไม่รู้เรื่องเลย
00:05:41 → 00:05:44ทั้งๆ ท่านที่ท่านอาจจะทานเยอะ 2-3 จาน บางคนทานเร็ว
00:05:45 → 00:05:47แต่ว่าสมองยังไม่รู้เลยว่าอิ่ม
00:05:47 → 00:05:49ทั้งที่จริงๆ แล้วได้ไปเยอะแล้ว
00:05:50 → 00:05:53แต่ท่านดื่มน้ำมาก่อนเป็นการกระตุ้นส่งไปที่สมอง
00:05:53 → 00:05:56แล้วบอกว่า เออ ทานแล้วนะ เราเริ่มทานแล้วนะ
00:05:56 → 00:05:58พอเราเริ่มทานข้าวไปจริงๆ แล้ว
00:05:58 → 00:06:00พอทานไปสัก 5-10 นาที
00:06:00 → 00:06:03ถ้าเราเริ่มแน่นหรืออิ่มท้อง กระเพาะขยาย
00:06:03 → 00:06:08สมองจะรับรู้เร็วกว่าว่าเราน่าจะหยิบน่าจะเพียงพอแล้ว
00:06:08 → 00:06:11ก็จะทำให้เราทานอาหารไม่มากจนเกินไปครับ
00:06:11 → 00:06:13และนี่คือช่วงเวลาที่ 3 ที่แนะนำ
00:06:13 → 00:06:18ก็คือดื่มน้ำครึ่งชั่วโมงก่อนทานอาหาร
00:06:18 → 00:06:21ต่อมาเรามาดูกันที่ช่วงเวลาที่ 4 บ้างที่แนะนำ
00:06:21 → 00:06:24ก็คือก่อนอาบน้ำครับ
00:06:24 → 00:06:27ถามว่าทำไมจะต้องดื่มน้ำก่อนอาบน้ำ
00:06:27 → 00:06:29มันจะต้องพิธีรีตองอะไรขนาดนั้น
00:06:29 → 00:06:31คือต้องอย่างนี้ครับว่า
00:06:31 → 00:06:36แนะนำเลยโดยเฉพาะผู้ที่ชอบอาบน้ำร้อนมากๆ
00:06:36 → 00:06:37ถามว่าทำไม
00:06:37 → 00:06:39เพราะว่าการอาบน้ำร้อนมากๆ
00:06:39 → 00:06:42เราจะรู้สึกว่าตัวเราร้อนถูกต้องไหมครับ
00:06:42 → 00:06:44เพราะว่าเส้นเลือดเราขยาย
00:06:44 → 00:06:48เลือดในส่วนต่างๆ จะวิ่งไปที่ผิวหนังเยอะ
00:06:48 → 00:06:50ถามว่าแล้วยังไง
00:06:50 → 00:06:53ก็คือเมื่อเส้นเลือดวิ่งไปที่ผิวหนังเยอะ
00:06:53 → 00:06:55มันก็จะวิ่งไปที่สมองน้อย
00:06:55 → 00:06:59จะทำให้เกิดภาวะความดันตกได้ในผู้ป่วย
00:06:59 → 00:07:01หรือว่าในคนที่ไม่ค่อยแข็งแรงมาก
00:07:01 → 00:07:05เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำเข้าไปก่อนสักพักนึงนะครับ
00:07:05 → 00:07:08หรือดื่มหนัก 1 แก้ว ก่อนอาบน้ำร้อนเนี่ย
00:07:08 → 00:07:12ก็จะทำให้โอกาสความดันตกต่ำลง แล้วก็ไม่หน้ามืดเป็นลม
00:07:12 → 00:07:15ขณะที่เราอาบน้ำร้อนๆ ด้วยครับ
00:07:15 → 00:07:18และนี่ก็คือข้อแนะนำสำหรับการดื่มน้ำเวลาที่ 4
00:07:18 → 00:07:20ก่อนอาบน้ำร้อนนั่นเองครับ
00:07:20 → 00:07:25มาดูช่วงเวลาที่ 5 ที่แนะนำก็คือก่อนเข้านอนครับ
00:07:25 → 00:07:29ก่อนเข้านอนก็เป็นเวลาที่แนะนำให้ดื่มน้ำ
00:07:29 → 00:07:31แต่ก็ไม่ควรมากเกินไป
00:07:31 → 00:07:34ถ้าดื่มน้ำมากเกินไป เช่น แบบดื่มที 2-3 แก้ว
00:07:34 → 00:07:37รับรองคืนนี้ท่านตื่นบ่อยมากๆ นะครับ
00:07:37 → 00:07:40อาจจะปัสสาวะที่ 2-3 ครั้ง หรือ 4 ครั้ง
00:07:40 → 00:07:44คือในนึงไม่ควรที่จะลุกมาปัสสาวะมากกว่า 1-2 ครั้ง
00:07:44 → 00:07:47ปัสสาวะครั้งหนึ่งนี่เรื่องปกติไม่ต้องซีเรียส
00:07:47 → 00:07:502 ครั้งนี่ก็ยังพอรับได้ แต่มันก็รบกวนการนอนไปหน่อย
00:07:50 → 00:07:52ถ้า 3 ครั้งนี่ต้องรีบพบแพทย์และ ไม่ค่อยดี
00:07:52 → 00:07:58การดื่มน้ำก่อนนอนแนะนำดื่มประมาณ 1 แก้วหรือ 200 CC
00:07:58 → 00:07:59ถามว่าดื่มทำไม
00:07:59 → 00:08:04คือการดื่มน้ำก่อนนอนเพื่อป้องการรู้สึกขาดน้ำไปทั้งคืน
00:08:04 → 00:08:07เมื่อท่านนอนไปใน 8 ชั่วโมง ท่านขาดน้ำตลอดเลย
00:08:07 → 00:08:10ช่วงนี้ร่างกายก็สูญเสียสมดุลเกลือแร่ต่างๆ นะครับ
00:08:10 → 00:08:12ทำให้ร่างกายขาดน้ำเกินไป
00:08:12 → 00:08:14เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำก่อนนอน
00:08:14 → 00:08:17ก็จะคงปริมาณสารน้ำไว้ในร่างกายได้ดี
00:08:17 → 00:08:20ทำให้ชุ่มชื่น สดชื่นทั้งคืนขณะนอนหลับ
00:08:20 → 00:08:25และนี่ก็คือช่วงเวลาที่ 5 ที่แนะนำก็คือก่อนเข้านอนนั่นเอง
00:08:25 → 00:08:30คราวนี้เรามาดูช่วงเวลาที่ 6 ที่แนะนำว่าควรดื่มน้ำ
00:08:30 → 00:08:36ก็คือเมื่อท่านรู้สึกว่าท่านจะเป็นไข้หรือไม่สบายนั่นเอง
00:08:36 → 00:08:41เพราะว่าความรู้สึกว่าจะเป็นไข้มันอาจจะไม่ได้เป็นทุกครั้งหรอก
00:08:41 → 00:08:44แต่ว่าถ้ามันเป็นขึ้นมาการที่ดื่มน้ำเข้าไปก่อน
00:08:44 → 00:08:46จะช่วยเราหลายๆ อย่างเลยครับ
00:08:46 → 00:08:51การที่น้ำเข้าไปในร่างกายทำให้ร่างกายมีสารน้ำเพียงพอ
00:08:51 → 00:08:55ระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ของร่างกายจะดีครับ
00:08:55 → 00:08:58คนที่ขาดน้ำเวลาเป็นไข้ก็จะเป็นเยอะ
00:08:59 → 00:09:01รู้สึกเวียนหัวมากกว่าปกติ
00:09:01 → 00:09:04หายไข้ก็ช้ากว่าปกตินะครับ
00:09:04 → 00:09:06แต่ถ้าเกิดท่านได้รับสารน้ำเข้าไปก่อน
00:09:06 → 00:09:08มันก็จะผ่อนหนักให้เป็นเบา
00:09:08 → 00:09:11อาการต่างๆ เนี่ยก็จะไม่มากนัก
00:09:11 → 00:09:12คือรู้สึกเป็นไข้กินน้ำเข้าไปเลย
00:09:12 → 00:09:15กินน้ำไม่เพียงพอหรืออาจจะมากกว่าปกติสักเล็กน้อย
00:09:15 → 00:09:20เพราะว่าขณะที่เราเป็นไข้ ร่างกายเราจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น
00:09:20 → 00:09:25ซึ่งจะทำให้เราทำการใช้สารน้ำมากกว่าปกติ
00:09:25 → 00:09:29เพราะฉะนั้นร่างกายจะมีโอกาสเสี่ยงที่จะขาดน้ำมากกว่าปกติ
00:09:30 → 00:09:32เพราะฉะนั้นท่านจะสังเกตได้ว่าเวลาเราเป็นไข้
00:09:33 → 00:09:35เราจะรู้สึกเพลียๆ กระหายน้ำ
00:09:35 → 00:09:38แต่บางทีเราก็ขี้เกียจกินอันนี้จำเป็นเลยนะครับ
00:09:38 → 00:09:43ที่จะต้องดื่มน้ำเข้าไปเพื่อทดแทนน้ำที่ระเหยออกจากร่างกาย
00:09:43 → 00:09:47สำคัญมากๆ และทำให้ท่านหายหวัด หายไข้เร็วมากๆ
00:09:47 → 00:09:49และนี่ก็คือช่วงเวลาที่ 6 ที่แนะนำครับ
00:09:49 → 00:09:52ดื่มน้ำเมื่อท่านรู้สึกจะเป็นไข้
00:09:52 → 00:09:55รวมทั้งตอนที่ท่านเป็นไข้ก็แนะนำให้ดื่มน้ำ
00:09:55 → 00:09:57แบบจิบน้ำไปตลอดทั้งวัน
00:09:57 → 00:10:01และอาจจะมากกว่าปกติสักเล็กน้อยด้วยซ้ำไปนะครับ
00:10:01 → 00:10:04มาต่อกันช่วงเวลาที่ 7 ที่แนะนำให้ดื่มน้ำ
00:10:04 → 00:10:08ก็คือเมื่อท่านรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียครับ
00:10:08 → 00:10:13ก็ต้องบอกว่าในบางครั้งเราดื่มน้ำน้อยจริงๆ
00:10:13 → 00:10:15น้อยจนคิดไม่ถึงเลยนะครับ
00:10:15 → 00:10:20เพราะฉะนั้นแล้วอาการดื่มน้ำ อาการขาดน้ำที่เกิดขึ้น
00:10:20 → 00:10:22ก็เกิดขึ้นเพราะว่าเราดื่มน้ำน้อยไป
00:10:22 → 00:10:26และส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิด
00:10:26 → 00:10:28เหนื่อยง่าย เวียนหัวนะครับ
00:10:28 → 00:10:31เมื่อมีอาการพวกนี้แล้วถ้าเราดื่มน้ำกลับเข้าไป
00:10:31 → 00:10:34อาการพวกนี้ก็จะลดลงอย่างชัดเจนนะครับ
00:10:34 → 00:10:38ก็แนะนำเลยวันนึงอย่างน้อยก็ 2,000 CC
00:10:38 → 00:10:41หรือประมาณ 8-10 แก้ว ก็แล้วแต่น้ำหนักคน
00:10:41 → 00:10:458 แก้ว ก็คือแก้วละ 200 CC ประมาณ 1,600 cc
00:10:45 → 00:10:48สำหรับคนที่น้ำหนัก 50-60 กิโลนะครับ
00:10:48 → 00:10:51แต่ว่าถ้าเกิด 2,000 CC ก็น้ำหนักสัก 60-70 กิโล
00:10:51 → 00:10:54ก็ดื่มน้ำได้อันนี้แนะนำเลยนะครับ
00:10:54 → 00:10:57ก็คือเมื่อท่านรู้สึกเหนื่อย รู้สึกอ่อนเพลีย
00:10:57 → 00:11:00น้ำเปล่าจะช่วยท่านได้ไม่ต้องเป็นน้ำวิเศษอะไร
00:11:00 → 00:11:04ขอแค่น้ำสะอาดก็เพียงพอหรือน้ำเย็นก็ได้สดชื่นดีนะครับ
00:11:05 → 00:11:07และช่วงเวลาสุดท้ายที่แนะนำก็คือช่วงเวลาที่ 8
00:11:07 → 00:11:14คือเมื่อท่านอยู่ในบริเวณพื้นที่ๆ มีผู้ป่วยเป็นไข้มากๆ
00:11:14 → 00:11:17เช่น ท่านไปเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาล
00:11:17 → 00:11:19หรือไปเฝ้าไข้ผู้ป่วยที่โรงพยาบาล
00:11:19 → 00:11:22หรือบริเวณนั้นเนี่ยมีคนป่วยเยอะนะครับ
00:11:22 → 00:11:26การดื่มน้ำมากๆ จะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของท่าน
00:11:26 → 00:11:30ทำให้ท่านโอกาสที่จะติดเชื้อโรคต่างๆ ก็น้อยลงนะครับ
00:11:30 → 00:11:33ทำให้ความอ่อนเพลียต่างๆ ก็น้อยลงนะครับ
00:11:33 → 00:11:35ความเครียดต่างๆ ก็น้อยลง
00:11:35 → 00:11:38เพราะฉะนั้นทุกอย่างดีขึ้น ภูมิคุ้มกันดีขึ้น
00:11:38 → 00:11:41โอกาสติดเชื้อ ติดไข้หวัดต่างๆ ก็น้อยลง
00:11:41 → 00:11:44เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่แนะนำเป็นช่วงเวลาที่ 8
00:11:44 → 00:11:51ก็คือช่วงเวลาที่ท่านไปอยู่ในบริเวณที่มีผู้ป่วยมากๆ นั่นเอง
00:11:51 → 00:11:54โอเคครับ ผมขออนุญาตสรุปนะครับ
00:11:54 → 00:11:588 ช่วงเวลาแนะนำที่ควรดื่มน้ำ
00:11:58 → 00:12:03เพื่อจะทำให้ร่างกายของท่านสดชื่น แข็งแรง ห่างไกลโรค
00:12:03 → 00:12:07เวลาแรกที่แนะนำก็คือหลังตื่นนอนครับ
00:12:07 → 00:12:10ท่านขาดน้ำมาตั้ง 8 ชั่วโมง หลังจากนอนหลับ
00:12:10 → 00:12:14เวลาตื่นมาทั้งๆ ที่นอนเต็มที่ก็ยังเวียนหัวคลื่นไส้ไม่อยากลุก
00:12:14 → 00:12:18แต่ถ้าได้น้ำสัก 1 แก้ว อาการทุกอย่างจะดีขึ้นนะครับ
00:12:18 → 00:12:21ระบบต่างๆ ในร่างกาย ระบบเผาผลาญในร่างกาย
00:12:21 → 00:12:25ได้รับการกระตุ้นจากการดื่มน้ำจะทำให้เรากระปรี้กระเป๋า
00:12:25 → 00:12:28แล้วก็พร้อมรับวันใหม่นะครับ
00:12:28 → 00:12:31มาต่อกันที่ช่วงเวลาที่ 2 ก็คือช่วงเวลาที่ออกกำลังกาย
00:12:31 → 00:12:33และหลังออกกำลังกาย
00:12:33 → 00:12:36ก็แนะนำเลยสำหรับท่านที่ออกกำลังกายโดยเฉพาะ
00:12:36 → 00:12:37เช่น ออกกำลังกายยาวนาน
00:12:37 → 00:12:39เช่น การวิ่งไปเรื่อยๆ ครึ่งชั่วโมง
00:12:39 → 00:12:43หรือว่า 45 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ก็แนะนำให้จิบน้ำไปตลอด
00:12:43 → 00:12:45โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีอากาศร้อนนะครับ
00:12:45 → 00:12:49เพราะว่าขณะที่เรารู้สึกว่าอยากดื่มน้ำ
00:12:49 → 00:12:51แปลว่าเราขาดน้ำมากเกินไปแล้ว
00:12:52 → 00:12:57ซึ่งบางครั้งเราไม่รู้ตัว วิ่งไปออกกำลังกายไปถึงกับเป็นลมได้
00:12:57 → 00:13:00อันนี้อันตรายอาจจะถึงเสียชีวิตได้มีมาเยอะแล้วนะครับ
00:13:01 → 00:13:03ต่อมาช่วงเวลาที่ 3 ที่แนะนำให้ดื่มน้ำคือ
00:13:03 → 00:13:06ครึ่งชั่วโมงก่อนทานอาหารครับ
00:13:06 → 00:13:08เมื่อท่านได้ดื่มน้ำครึ่งชั่วโมงก่อนทานอาหารเนี่ย
00:13:08 → 00:13:11มันก็เหมือนเป็นการกระตุ้น
00:13:11 → 00:13:13บอกกระเพาะ บอกระบบขับถ่าย
00:13:13 → 00:13:16บอกว่าฉันกำลังจะทานอาหารแล้วนะ
00:13:16 → 00:13:20ร่างกายก็จะเตรียมระบบขับถ่าย ระบบย่อยอาหารให้พร้อมครับ
00:13:20 → 00:13:24เวลาเราทานอาหารเข้าไป การย่อยอาหารต่างๆ ก็จะดีครับ
00:13:24 → 00:13:27แล้วก็ยังมีประโยชน์กับผู้ที่อยากจะควบคุมน้ำหนักด้วยนะครับ
00:13:27 → 00:13:29การดื่มน้ำครึ่งชั่วโมงไปก่อนเนี่ย
00:13:29 → 00:13:35ก็จะมีผลให้เราทานข้าวน้อยลงกว่าปกติพอสมควรเลย
00:13:35 → 00:13:38ซึ่งก็จะทำให้การควบคุมน้ำหนักนั้นง่ายขึ้นครับ
00:13:38 → 00:13:41มาต่อกันที่ช่วงเวลาที่ 4 ที่แนะนำ
00:13:41 → 00:13:43ก็คือช่วงเวลาก่อนการอาบน้ำครับ
00:13:43 → 00:13:46โดยเฉพาะผู้ที่ชอบอาบน้ำร้อนมากๆ
00:13:46 → 00:13:50การอาบน้ำร้อนมากๆ จะทำให้เส้นเลือดโป่ง
00:13:50 → 00:13:52ขยายตัวที่ผิวหนังเยอะ
00:13:52 → 00:13:55มันจะทำให้เลือดในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
00:13:55 → 00:13:59มาที่ผิวหนังเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไปที่สมองน้อยลง
00:14:00 → 00:14:03บางครั้งจะทำให้หน้ามืด เวียนหัว เพราะความดันตก
00:14:03 → 00:14:08เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำก่อนที่จะอาบน้ำร้อนมากๆ ก็แนะนำเลย
00:14:08 → 00:14:10ก็จะทำให้ปลอดภัยนะครับ
00:14:10 → 00:14:14ต่อมาช่วงเวลาที่ 5 ที่แนะนำก็คือก่อนเข้านอนครับ
00:14:14 → 00:14:17เพราะว่าอะไร เพราะว่าเดี๋ยวเราจะเข้านอนแล้วใช่ไหมครับ
00:14:17 → 00:14:23การที่เราดื่มน้ำก็เพื่อเตรียมตัวว่า 8 ชั่วโมงต่อไปเนี่ย
00:14:23 → 00:14:26เราไม่ได้ดื่มน้ำเลย 8 ชั่วโมง ในการนอนหลับ
00:14:26 → 00:14:29ถ้าเราน้ำให้เพียงพอ เราก็จะนอนหลับไม่สนิทไม่สบาย
00:14:29 → 00:14:32เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำไปก่อนแล้วค่อยเข้านอน
00:14:32 → 00:14:35ก็จะทำให้เราสุขภาพดีขึ้น นอนหลับได้ดีขึ้น
00:14:35 → 00:14:39แล้วทุกอย่างก็จะดีตามมา แต่ก็อย่าดื่มมากเกินไปครับ
00:14:39 → 00:14:43ผมแนะนำว่าดื่มสักแก้วนึง ไม่เกิน 200 CC
00:14:43 → 00:14:44เพราะว่าถ้าดื่มมากเกินไป
00:14:44 → 00:14:47อาจจะทำให้เราต้องลุกมาปัสสาวะบ่อยมากเกินไป
00:14:47 → 00:14:50แล้วก็ทำให้การนอนโดนขัดขวาง
00:14:50 → 00:14:53ทำให้นอนหลับไม่เต็มอิ่มนั่นเองครับ
00:14:53 → 00:14:56ต่อมาช่วงเวลาที่ 6 ที่แนะนำก็คือ
00:14:56 → 00:14:58เมื่อท่านรู้สึกเป็นไข้ครับ
00:14:59 → 00:15:03เมื่อเช้ารู้สึกเป็นไข้ หรือว่าไม่สบาย หรือว่าเป็นไข้แล้ว
00:15:03 → 00:15:07การดื่มน้ำช่วยให้ท่านหายเร็วขึ้นมากๆ นะครับ
00:15:07 → 00:15:09เพราะว่าร่างกายของเราเนี่ย
00:15:09 → 00:15:14เขาเรียกว่าเวลาเป็นไข้เราจะขาดน้ำมากนะครับ
00:15:14 → 00:15:17เพราะว่าอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
00:15:17 → 00:15:20ทำให้น้ำระเหยจากร่างกายได้เร็วนะครับ
00:15:20 → 00:15:23แล้วก็จะขาดน้ำ เพราะงั้นเราต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ
00:15:23 → 00:15:25ซึ่งท่านจะสังเกตได้ว่าเวลาท่านนอนโรงพยาบาล
00:15:26 → 00:15:28คุณหมอก็จะให้น้ำเกลือนั่นแหละครับ
00:15:28 → 00:15:31แต่ถ้าเราไม่ได้น้ำเกลือ เราก็ต้องดื่มน้ำเข้าไป
00:15:31 → 00:15:36เพื่อให้ร่างกายเราสดชื่น ทำให้ภูมิคุ้มกันต่างๆ ดีขึ้น
00:15:36 → 00:15:39แล้วก็กำจัดเชื้อโรคออกไปจากร่างกายนั่นเอง
00:15:39 → 00:15:41มาต่อกันที่ช่วงเวลาที่ 7 ครับ
00:15:41 → 00:15:45ช่วงเวลาที่ 7 ก็คือเมื่อท่านรู้สึกเหนื่อย รู้สึกอ่อนเพลีย
00:15:45 → 00:15:48คือบางครั้งเนี่ยเราดื่มน้ำน้อยไป
00:15:48 → 00:15:50จนรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติจนชิน
00:15:50 → 00:15:53จนทำให้เราเกิดอาการเหนื่อยโดยไม่รู้สาเหตุ
00:15:53 → 00:15:54เพลียโดยไม่รู้สาเหตุ
00:15:55 → 00:15:58ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะเกิดจากเพียงแค่การขาดน้ำเท่านั้นเอง
00:15:58 → 00:16:01ถ้าท่านรู้สึกเหนื่อย รู้สึกเพลีย ดื่มน้ำเย็นๆ สักแก้วนึง
00:16:01 → 00:16:04จะทำให้ฉันรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น
00:16:04 → 00:16:09แล้วก็จะทำให้ร่างกายของเรามีภูมิคุ้มกันแข็งแรง
00:16:09 → 00:16:10อันนี้ก็แนะนำเลยนะครับ
00:16:10 → 00:16:13และช่วงเวลาสุดท้าย ช่วงเวลาที่ 8 ก็คือ
00:16:13 → 00:16:16เมื่อท่านต้องไปอยู่ในพื้นที่ๆ มีผู้ป่วยมากๆ
00:16:16 → 00:16:18เช่น ท่านไปเฝ้าไข้คนป่วย
00:16:18 → 00:16:20หรือบริเวณที่ท่านอยู่มีคนป่วยเยอะแยะไปหมด
00:16:20 → 00:16:25การดื่มน้ำจะทำให้ร่างกายเราแข็งแรง ภูมิคุ้มกันต่างๆ เราดี
00:16:25 → 00:16:29เชื้อโรคมาหาเราปุ๊บ เราภูมิคุ้มกันดี มันทำอะไรเราไม่ได้
00:16:29 → 00:16:33เพราะฉะนั้นถ้าท่านอยากมีสุขภาพแข็งแรงตลอดนะครับ
00:16:33 → 00:16:37การดื่มน้ำอย่างถูกวิธี อย่างถูกเวลา อย่างถูกปริมาณ
00:16:37 → 00:16:39ก็จะทำให้ท่านแข็งแรงตลอดไปนะครับ
00:16:39 → 00:16:41ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:16:41 → 00:16:42กด Subscribe และกดกระดิ่งครับ
00:16:42 → 00:16:43สวัสดีครับ