00:00:00 → 00:00:03[เสียงดนตรี]
00:00:03 → 00:00:06You're listening to Mahidol Channel Podcast.
00:00:06 → 00:00:08Listen for a better life.
00:00:08 → 00:00:11ฟังเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
00:00:11 → 00:00:14และนี่คือรายการพอดแคสต์ของช่อง Mahidol Channel
00:00:14 → 00:00:16โดย มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:16 → 00:00:22[เสียงดนตรี]
00:00:22 → 00:00:24วันนี้คุณกินอะไร
00:00:24 → 00:00:28อาหารที่คุณกิน ส่งผลดี ส่งผลเสีย กับสุขภาพของคุณอย่างไร
00:00:28 → 00:00:31วันนี้หมอจะชวนทุกคนมาพูดคุย
00:00:31 → 00:00:34เกี่ยวกับรูปแบบของการกินอาหาร ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของเรา
00:00:34 → 00:00:38กับรายการ Food Choice กินดี สุขภาพดี เลือกได้
00:00:38 → 00:00:40กับหมอเอ๋ แพทย์หญิงดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร
00:00:40 → 00:00:43และหมอตั้ม นายแพทย์ดิษกุล ประสิทธิ์เรืองสุข
00:00:43 → 00:00:46[เสียงดนตรี]
00:00:46 → 00:00:48- สวัสดีค่ะ - สวัสดีครับ
00:00:48 → 00:00:52มาพบกันอีกครั้งสำหรับ รายการ Food Choice กินดี สุขภาพดีเลือกได้
00:00:52 → 00:00:54ทาง Mahidol Channel นะคะ
00:00:54 → 00:00:58เมื่อพูดถึงอาหาร เรื่องของการปรุงรสชาติก็เป็นสิ่งสำคัญ
00:00:58 → 00:01:00โดยเฉพาะอาหารไทยค่ะ
00:01:00 → 00:01:02ก็ได้ชื่อว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน
00:01:02 → 00:01:07แล้วก็มีการใช้เครื่องปรุง หรือว่ามีการปรุงรสที่ค่อนข้างหลากหลาย
00:01:07 → 00:01:09ทีนี้ ในกรณีที่เราจะใช้เครื่องปรุงหลากหลายนี่
00:01:09 → 00:01:12- มันก็จะเต็มไปด้วยหลาย ๆ อย่าง - โซเดียมครับผม
00:01:12 → 00:01:14ทั้งโซเดียม ทั้งน้ำมัน ทั้งอะไรก็แล้วแต่
00:01:14 → 00:01:18ทำให้มันมีความเสี่ยงกับการเกิดโรค หลาย ๆ อย่างที่เราเคยพูดกันมาแล้ว
00:01:18 → 00:01:19โดยเฉพาะถ้าโซเดียมนี่
00:01:19 → 00:01:22สิ่งที่เราจะต้องระมัดระวังก็คือ เรื่องของความดันโลหิตสูง
00:01:22 → 00:01:24แล้วก็เรื่องของไตค่ะ
00:01:24 → 00:01:29แน่นอน ดังนั้น Food Choice วันนี้ครับ จะคุยกันเรื่อง อาหารโซเดียมสูงทำร้ายไต
00:01:29 → 00:01:31[เสียงดนตรี]
00:01:31 → 00:01:33เดี๋ยววันนี้เราจะมาคุยกันนะคะ
00:01:33 → 00:01:34แล้วก็จะได้เห็นกันว่า
00:01:34 → 00:01:39มีหลาย ๆ เมนูเลยทีเดียวที่เราอาจจะนึกไม่ถึง หรือเราไม่คิดว่ามันจะมีโซเดียมสูง
00:01:39 → 00:01:41แล้วหลังจากที่เรารู้จักอาหารพวกนี้แล้ว
00:01:41 → 00:01:43เดี๋ยวหมอตั้มอยู่กับเราก็จะบอกเราว่า
00:01:43 → 00:01:47ทำอย่างไรดีถึงจะกินอาหารพวกนี้ได้ โดยที่ไม่ทำร้ายไตค่ะ
00:01:47 → 00:01:48เมื่อกี้เราคุยกันแล้วว่า
00:01:48 → 00:01:51ถ้ากินเค็มจะมีผลต่อไต อันนี้เป็นเรื่องจริง
00:01:51 → 00:01:56จริง ๆ ต้องบอกว่าของเค็มส่วนใหญ่ก่อน อาหารที่ทำให้เค็ม
00:01:56 → 00:01:58มันก็จะเป็นอาหารที่มีโซเดียมสูง
00:01:58 → 00:02:02แต่ในวงเล็บค่ะ มันก็มีอาหารบางอย่าง ที่มีโซเดียมสูงโดยที่ไม่เค็ม
00:02:02 → 00:02:03ถูกต้องครับ
00:02:03 → 00:02:06อันที่ 2 ถามว่าอะไรที่มันมีผลกับไต
00:02:06 → 00:02:08ต้องบอกว่ามันเป็นผลทางอ้อมแหละ
00:02:08 → 00:02:10ก็คือในกรณีที่เรากินอาหารที่มีโซเดียมสูงนี่
00:02:10 → 00:02:13สิ่งที่ตามมา ก็จะทำให้ความดันโลหิตสูง
00:02:13 → 00:02:15พอความดันโลหิตสูงปั๊บนี่
00:02:15 → 00:02:18อวัยวะส่วนปลายที่มีหน้าที่คอยรับเลือด
00:02:18 → 00:02:23ไตก็เป็นอันหนึ่งที่จะทำให้ได้รับผลกระทบ จากการที่มีความดันโลหิตสูงอยู่นาน ๆ
00:02:23 → 00:02:26แล้วก็ทำให้เกิดเป็นโรคไตได้เช่นเดียวกัน
00:02:26 → 00:02:31ดังนั้นถามว่า กินของเค็มแล้วทำให้มีปัญหาเรื่องไตได้ไหม
00:02:31 → 00:02:32ได้ค่ะ
00:02:32 → 00:02:35นอกจากเรื่องของไตแล้วนี่ ก็ยังมีเรื่องของความดันโลหิตสูงได้ด้วยค่ะ
00:02:35 → 00:02:38นอกจากที่พี่เอ๋พูดเรื่องการกินเค็มแล้วนี่
00:02:38 → 00:02:41ยังมีพฤติกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ส่งผลต่อไตโดยตรงเลยครับ
00:02:41 → 00:02:43เช่น การซบน้ำซุปต่าง ๆ
00:02:43 → 00:02:48หรือแม้กระทั่งการกินอาหารบางชนิด ซึ่งเราไม่รู้ว่าปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูง
00:02:48 → 00:02:49แต่ว่าไม่ได้มีรสเค็มครับผม
00:02:49 → 00:02:51แล้วก็ยังมีน้ำจิ้มอีกนะคะ
00:02:51 → 00:02:54หลาย ๆ คนกินแล้วก็จะมีพวกของน้ำจิ้ม เรื่องของเครื่องปรุง
00:02:54 → 00:02:58อย่างคนไทยกินอย่างนี้ ก็ต้องมีพริกน้ำปลาวางเอาไว้ใช่ไหม
00:02:58 → 00:03:02เพราะฉะนั้น พฤติกรรมเหล่านี้ มันจะทำให้เราได้รับโซเดียมสูงขึ้น
00:03:02 → 00:03:05แล้วก็ทำให้เราเพิ่มความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคไตได้ค่ะ
00:03:05 → 00:03:07คราวนี้เมื่อกี้พี่เอ๋พูดถึง เรื่องเครื่องปรุงครับ
00:03:07 → 00:03:08ใช่
00:03:08 → 00:03:11เรามาเจาะลึกกันเลยดีกว่าว่า แต่ละเครื่องปรุงนี่
00:03:11 → 00:03:13มีปริมาณโซเดียมอยู่เท่าไรดีไหมครับ
00:03:13 → 00:03:14โอเคค่ะ
00:03:14 → 00:03:17มันจะเริ่มต้นจากว่า ถามว่าแล้วเรากินได้เท่าไรก่อน
00:03:17 → 00:03:19โดยทั่วไปเราก็จะแนะนำว่า
00:03:19 → 00:03:22ที่เหมาะสมก็คือโซเดียม ไม่ควรจะเกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม
00:03:22 → 00:03:27หรือบางสื่อบางสำนักก็จะบอกว่า 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน
00:03:27 → 00:03:29ซึ่งอันนี้ถ้าสมมุติตีกลับไปแล้วนี่
00:03:29 → 00:03:32เป็นเกลือ เกลือแกง ผง ๆ ที่เรากิน
00:03:32 → 00:03:33ประมาณ 1 ช้อนชา
00:03:33 → 00:03:35- อันนี้คือทั้งวัน - ครับผม
00:03:35 → 00:03:39ทีนี้ถ้าสมมุติว่าไม่ใช่เกลือแกงปั๊บนี่ แล้วเป็นอย่างอื่น มีอะไรได้อีก
00:03:40 → 00:03:43ก็จะมามองว่า สมมุติเป็นซีอิ๊ว น้ำปลา โชยุ อันนี้ธีมนี้เนอะ
00:03:43 → 00:03:44- กลุ่มเดียวกัน - กลุ่มเดียวกันเลย
00:03:45 → 00:03:47พวกนี้นี่ ถ้าเกิดเรากิน
00:03:47 → 00:03:511 ช้อนโต๊ะ ก็จะได้เกือบ ๆ 2,000 หรือ 1,500 แล้ว
00:03:51 → 00:03:52ก็จะได้เยอะขึ้น
00:03:52 → 00:03:56เห็นไหมคะมันก็จะแบบประมาณอันนี้ 1 เท่า อันนี้เป็น 3 เท่านะคะ
00:03:56 → 00:03:58อีกหนึ่งอย่างที่เราเจอกันบ่อย ๆ นะคะ
00:03:58 → 00:04:00เวลาที่เราจะปรุงหรือว่าเราทำกับข้าว
00:04:00 → 00:04:02ก็จะเป็นพวกของซอสหอยนางรมนะคะ
00:04:02 → 00:04:06ซอสหอยนางรมนี่ 1 ช้อนโต๊ะ ก็อาจจะมีประมาณ 500-600 อย่างนี้
00:04:06 → 00:04:10ถามว่ามีอะไรอีกในครัวเรือน ที่เราใช้เป็นเครื่องปรุง
00:04:10 → 00:04:12แล้วทำให้มีเรื่องของโซเดียมเยอะ
00:04:13 → 00:04:15- มีอะไรอีกบ้าง กะปิ ได้ คนไทย - ผมว่าน่าจะเป็นกะปิ
00:04:15 → 00:04:16น้ำปลาร้าครับผม
00:04:16 → 00:04:18กะปิ น้ำปลาร้าได้ค่ะ
00:04:18 → 00:04:20อีกอันหนึ่งค่ะ ตอนนี้ปัจจุบันต้องอูมามิ
00:04:20 → 00:04:21- เขาเรียกอะไรคะ - ผงชูรสครับผม
00:04:21 → 00:04:22ใช่ค่ะ
00:04:22 → 00:04:25หรือแม้กระทั่งพวกของซุปก้อน หรือว่าผงปรุงรสทั้งหลาย
00:04:25 → 00:04:25ครับ
00:04:25 → 00:04:29พวกนี้ก็มีโซเดียมสูงเหมือนกัน ถึงแม้ว่ารสชาติมันจะไม่เค็มมาก
00:04:29 → 00:04:32เพราะฉะนั้น ก็ต้องระมัดระวัง ในแง่ของการทำอาหารนะคะ
00:04:32 → 00:04:37[เสียงดนตรี]
00:04:37 → 00:04:39เรื่องซอสเราพูดกันพอสมควรแล้ว
00:04:39 → 00:04:42แบบว่าเรามาเจาะทีละประเภทอาหาร เลยดีไหมครับ
00:04:43 → 00:04:46ว่าอาหารประเภทต่าง ๆ ที่เราทานกันอยู่ในชีวิตประจำวันนี้
00:04:46 → 00:04:50มีปริมาณโซเดียมเยอะแค่ไหน แล้วเราต้องระวังอะไรบ้างครับผม
00:04:50 → 00:04:51ได้เลยค่ะ
00:04:51 → 00:04:52งั้นเอาเป็นปกติก่อนเนอะ
00:04:52 → 00:04:56เวลาสมมุติบางทีพอเวลาเราดึก ๆ ทำงานเสร็จดึก ๆ
00:04:56 → 00:04:56หิว
00:04:56 → 00:04:57ไปทำอะไร
00:04:57 → 00:05:01- ผมจะชอบไปนั่งร้านข้าวต้มครับ - ถูกต้อง เพราะว่าจะเป็นร้านที่เปิดดึกค่ะ
00:05:01 → 00:05:02แล้วบางทีเราก็จะรู้สึกว่า
00:05:03 → 00:05:06มันดึกแล้ว เราไม่อยากจะกินอะไรหนัก ๆ เราก็จะไปร้านข้าวต้มใช่ไหมคะ
00:05:06 → 00:05:09เวลาที่เราสั่งเป็นยังไงคะ ทุกคนก็จะมีข้าวต้มกุ๊ยอยู่เนอะ
00:05:09 → 00:05:11- แล้วก็สั่งกับ - ใช่ครับ มีข้าวต้มกุ๊ย 1 ถ้วย
00:05:11 → 00:05:12แล้วก็กับข้าวจำนวนมาก
00:05:12 → 00:05:13ใช่
00:05:13 → 00:05:14แบบเป็นจานเล็ก ๆ เล็ก ๆ
00:05:14 → 00:05:16- ก็ดูดีนะตั้ม ก็ดูดีนะตั้ม - แต่ว่าสั่งมาเยอะ ๆ
00:05:16 → 00:05:16ใช่ ดูดีครับ
00:05:16 → 00:05:18มันไม่ได้แบบ…ไม่ได้แบบ…. ไม่อ้วนเนอะ
00:05:19 → 00:05:21เพราะว่ามันก็แคลอรีต่ำอะไรอย่างนี้
00:05:21 → 00:05:24งั้นเดี๋ยวผมยกตัวอย่างเมนู ที่สั่งประจำดีไหมครับ
00:05:24 → 00:05:24โอเค
00:05:24 → 00:05:26ผมว่าถ้าเห็นทุกโต๊ะต้องสั่งแน่นอน
00:05:26 → 00:05:28เป็นหมูผัดหนำเลี๊ยบ
00:05:28 → 00:05:31โอเค พี่มีอีกอันหนึ่ง ยำปลาสลิด
00:05:31 → 00:05:34อันนี้แน่นอน หรือแม้กระทั่งผัดเกี่ยมฉ่ายใช่ไหมครับ
00:05:34 → 00:05:34โอเค
00:05:34 → 00:05:35หรือไชโป๊วผัดไข่
00:05:35 → 00:05:39โอ้โฮ แต่ละเมนูที่ให้มานี่ คือเมนูทุกอย่างที่สั่งเป็นประจำเลย
00:05:39 → 00:05:40โซเดียมเยอะใช่ไหม
00:05:40 → 00:05:43เยอะมาก ๆ ครับ โดยเฉพาะที่เมื่อกี้ไล่มานี่
00:05:43 → 00:05:48ตัวหนําเลี๊ยบ ไชโป๊ว แล้วก็เกี่ยมฉ่ายต่าง ๆ มันมีการดองเค็มมา
00:05:48 → 00:05:48อ๋อ
00:05:48 → 00:05:51เพราะฉะนั้น ตัวเกลือนี่ มันซึมเข้าไปในแกนกลางข้างในแล้ว
00:05:51 → 00:05:54เพราะฉะนั้นพวกนี้นี่ มีปริมาณโซเดียมสูงมาก ๆ เลยครับ
00:05:54 → 00:05:54โอเค
00:05:54 → 00:05:56เวลาที่เขาทำนี่
00:05:56 → 00:05:59นอกเหนือจากตัวของวัตถุดิบ มันก็จะมีการปรุงรสเพิ่มอีก
00:06:00 → 00:06:03เพราะฉะนั้น มันก็เลยจะทำให้ได้โซเดียมเยอะ โดยไม่จำเป็น
00:06:03 → 00:06:05ซึ่งจริง ๆ จะบอกว่าปรุงรสแบบไทยนี่
00:06:05 → 00:06:07ก็ไม่ได้ปรุงรสแค่อย่างสองอย่างนะครับ
00:06:07 → 00:06:09อย่างน้อยนี่ ซีอิ๊วขาวลงแล้ว
00:06:09 → 00:06:13อย่างน้อยต้องมีผงชูรสลงนิดนึง ตามร้านข้าวต้มถูกไหมครับ
00:06:13 → 00:06:13น้ำตาลนิดนึง
00:06:13 → 00:06:14เกลืออีกนิดนึง
00:06:14 → 00:06:17เติมให้มันสะใจนิดนึงอะไรอย่างนี้
00:06:17 → 00:06:19หรือว่าจริง ๆ อาจจะมีแบบ ซอสฝาเขียวอะไรต่าง ๆ
00:06:20 → 00:06:21เพื่อให้มันมีความกลมกล่อมเพิ่มมากขึ้น
00:06:21 → 00:06:24- เพราะฉะนั้นควรเลี่ยง ควรเลี่ยงค่ะ - ควรเลี่ยงครับผม
00:06:24 → 00:06:26ถ้าอย่างนั้น แล้วถ้าอย่างอื่นล่ะคะ
00:06:26 → 00:06:30ที่จะสามารถสั่งได้ ในกรณีที่เราไปกินข้าวต้มอย่างนี้
00:06:30 → 00:06:31เราจะเปลี่ยนเป็นอะไรดี
00:06:31 → 00:06:33จริง ๆ มีอาหารอีกเยอะแยะมากมาย ในร้านข้าวต้มกุ๊ย
00:06:33 → 00:06:35เช่น ตัวปลาต่าง ๆ นี่
00:06:35 → 00:06:39ก็จะมีตั้งแต่ปลานึ่ง ปลาทอดต่าง ๆ สามารถทานได้
00:06:39 → 00:06:42หรือแม้กระทั่งเป็นไข่ต่าง ๆ เมนูไข่เยอะมาก ๆ ครับ
00:06:42 → 00:06:45ทั้งยำไข่ดาวหรือว่าเป็นไข่เจียวต่าง ๆ
00:06:45 → 00:06:49แต่ว่าต้องระวังปริมาณไขมันต่อ 1 มื้อด้วยว่า เรารับเข้าไปเยอะแค่ไหน
00:06:49 → 00:06:51โอเค แต่ว่าคงไม่ใช่ปลาสลิดเนอะ
00:06:51 → 00:06:53- เพราะปลาสลิดนี่ก็เค็มเหมือนกันใช่ไหมคะ - ปลาสลิดเค็ม ถูกต้องครับ
00:06:53 → 00:06:55เพราะฉะนั้นนี่ อาจจะต้องระมัดระวังนะคะ
00:06:55 → 00:06:58ถึงแม้ว่าเราจะเข้าไปในร้าน ที่มันเป็นแบบว่าเป็นข้าวต้ม
00:06:58 → 00:07:01ซึ่งเรามองว่า มันข้าวต้มจืด ๆ อะไรไม่มีอะไร
00:07:01 → 00:07:03แต่จริง ๆ แล้วนี่ มันก็อาจจะทำให้โซเดียมโหลดได้
00:07:03 → 00:07:06เพราะฉะนั้นระมัดระวัง ในเรื่องของการสั่งอาหารนิดนึง
00:07:06 → 00:07:08ทีนี้ถ้าเราบอกว่าข้าวต้มกุ๊ยมันมีปัญหา
00:07:08 → 00:07:11เพราะว่าเราจะต้องเลือกของเคียงเยอะ ใช่หรือเปล่า
00:07:11 → 00:07:11ครับ
00:07:11 → 00:07:14ถ้าสมมุติว่าตอนนี้คือพี่ชอบกินข้าวต้มแห้ง
00:07:15 → 00:07:17มันจะมีร้านข้าวต้มแห้ง อยู่ใกล้ ๆ บ้านอย่างนี้
00:07:17 → 00:07:20พี่ว่ามันก็โอเคนะ มันไม่ได้เค็ม อันนี้มันจะมีโซเดียมเยอะไหมคะ
00:07:20 → 00:07:21ถือว่าโอเคเลยนะครับ
00:07:21 → 00:07:24เพราะว่าข้าวต้มแห้งนี่ จริง ๆ บางร้านก็จะใช้เป็นข้าวสวยครับ
00:07:24 → 00:07:28หรือบางร้านก็จะเป็นข้าวชนิดอื่น ๆ รองไว้ก่อน
00:07:28 → 00:07:32แล้วก็ใส่เครื่อง แล้วแต่ว่าจะใส่อะไร เช่น หมูก้อน มีบะช่อเนอะ
00:07:32 → 00:07:34มีกระดูกหมู หรือว่ามีอะไรอื่น ๆ มาวางข้างบน
00:07:34 → 00:07:36แล้วก็โรยพริกไทยนิดหน่อยครับ
00:07:36 → 00:07:36ค่ะ
00:07:36 → 00:07:38แล้วเขาก็จะเสิร์ฟคู่กับตัวน้ำซุปแยก
00:07:38 → 00:07:39ใช่
00:07:39 → 00:07:41ซึ่งจริง ๆ แล้ว ปริมาณโซเดียมของตัวข้าวต้มแห้งนี่
00:07:41 → 00:07:42ส่วนใหญ่จะอยู่ในน้ำซุปนะครับ
00:07:42 → 00:07:45บางทีเราเห็นวิธีการกินนี่ ก็ไม่ได้เททั้งหมดเนอะ
00:07:45 → 00:07:48เราอาจจะตัดแค่ช้อนสองช้อน ให้มันแบบบ...พอขลุกขลิก ขลุกขลิก
00:07:48 → 00:07:50อันนี้ปริมาณโซเดียมถือว่าน้อยนะครับ
00:07:50 → 00:07:52แล้วก็กินแล้วก็กำลังอร่อยด้วยครับผม
00:07:52 → 00:07:55ระวังนิดนึงถ้าสมมุติว่าบางร้าน มันจะใช้พวกบะเต็ง
00:07:55 → 00:07:56อันนี้โซเดียมจะเยอะนิดนึง
00:07:56 → 00:07:57ถูกต้องครับ
00:07:57 → 00:08:01แต่ว่าถ้ามันเป็นพวกหมูสดหรือว่าหมูบะช่อ ที่แบบลวกธรรมดานี่โอเคนะคะ
00:08:01 → 00:08:04ลองดูในอย่างที่ 2 ดีกว่า นอกจากข้าวต้มแล้วมีอะไรอีก
00:08:04 → 00:08:06- ตั้งอยู่ข้างหน้าเราเลยครับ - นี่เลย
00:08:06 → 00:08:07ส้มตำครับผม
00:08:07 → 00:08:08สาว ๆ เวลาอยากจะลดน้ำหนัก
00:08:08 → 00:08:11ทุกคนก็จะแบบ แวะไปที่ร้านอาหารอีสานใช่ไหมคะ
00:08:11 → 00:08:13สั่งส้มตำ ยำ ลาบ นี่คือปกติ
00:08:13 → 00:08:17ใช่ แล้วยิ่งอันนี้ผมว่าน่าจะเป็นเมนูต้น ๆ ที่เวลาคนคุยกันว่า
00:08:17 → 00:08:19นี่ฉันลดน้ำหนักอยู่
00:08:19 → 00:08:19ใช่
00:08:19 → 00:08:20ขอกินส้มตำได้ไหม
00:08:20 → 00:08:22มันจะเป็นเมนูแรก ๆ แทนที่จะเป็นสลัดผัก
00:08:22 → 00:08:25เพราะสลัดผัก ก็จะเป็นกลุ่มคนที่ Extreme มาก ๆ
00:08:25 → 00:08:27ถ้าเป็นแบบคนทำงานออฟฟิศนี่
00:08:28 → 00:08:30ลดน้ำหนัก วิ่งเข้าไปเลยครับร้านส้มตำ
00:08:30 → 00:08:33เพราะว่าหนึ่งเลย มีมะละกอ มีมะเขือเทศ
00:08:33 → 00:08:35อุ๊ย แทบไม่ได้มีอะไรติดมันข้างในเลยนะครับ
00:08:35 → 00:08:35ใช่
00:08:35 → 00:08:38ไปถึงเสร็จปุ๊บ สั่งไก่ย่าง กินอกไก่ครับ
00:08:38 → 00:08:39ใช่ไหม ดูดีออก
00:08:39 → 00:08:42อยากหลีกเลี่ยงไขมันหน่อย คอหมูไม่ใส่มื้อนี้
00:08:42 → 00:08:44เราเป็นลาบหมูสับอะไรอย่างนี้
00:08:44 → 00:08:46น่าจะไขมันต่ำมาก ๆ เลยครับ
00:08:46 → 00:08:47แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่ได้ไม่รู้ตัวนี่
00:08:48 → 00:08:49โซเดียมเยอะมาก ๆ เลยนะครับ
00:08:49 → 00:08:54อันนี้ก็ได้มาจากน้ำปลาร้าเนอะที่เวลาเขาใส่ แล้วก็อาจจะมีพวกผงปรุงรสที่ใส่เข้าไปอีก
00:08:54 → 00:08:57ถูกต้อง เพราะว่าอย่างส้มตำนี่ ผมว่าโซเดียมไม่น้อยเลย
00:08:57 → 00:08:59เพราะว่าเขาใช้เครื่องปรุงรสเยอะ
00:08:59 → 00:09:01อย่างที่เห็น ๆ อยู่นะครับ
00:09:01 → 00:09:04ตัวน้ำปลาร้านี่ โซเดียมเยอะแน่นอน
00:09:04 → 00:09:07เพราะฉะนั้น โดยทั่วไปนี่ หลาย ๆ คนเวลากินส้มตำนี่
00:09:07 → 00:09:09- จะต้องสั่งข้าวเหนียวใช่ไหมคะ - ใช่
00:09:09 → 00:09:10- แล้วก็ต้องเอาข้าวเหนียวมา - จิ้มอีกครับ
00:09:10 → 00:09:14ใช่ ให้มันดูดซับน้ำปลาร้าก่อน แล้วถึงจะกินอีก
00:09:14 → 00:09:16คราวนี้จะบอกว่าไม่ใช่แค่น้ำปลาร้านะครับ
00:09:16 → 00:09:18น้ำปลาก็ต้องใส่ถูกต้องไหมครับ
00:09:18 → 00:09:20แล้วก็มีผงชูรสอีกใช่ไหมครับ
00:09:20 → 00:09:20โอเค
00:09:20 → 00:09:23ถ้าเกิดว่าเป็นตำกะปิ คือเราต้องใส่กะปิเข้าไปในนี้อีกใช่ไหมครับ
00:09:24 → 00:09:27หรือว่าจานนี้ เขามีนี่ด้วย ปูเค็มครับผม
00:09:27 → 00:09:29ปูเค็มก็ตำละเอียด
00:09:29 → 00:09:32พวกน้ำปูเค็มที่ดองเอาไว้ ก็มีโซเดียมละลายเข้าไปอยู่ข้างใน
00:09:32 → 00:09:34เพราะฉะนั้นรสชาตินัวแน่นอนครับ
00:09:34 → 00:09:35โอเคค่ะ
00:09:35 → 00:09:37ดังนั้นถ้าเป็นไปได้
00:09:37 → 00:09:39สมมุติจะสั่งจานนี้ไปแล้ว
00:09:39 → 00:09:39ครับ
00:09:39 → 00:09:43วิธีการลดโซเดียมจะกินอย่างไร หรือถ้าจะสั่งจานอื่นจะสั่งอย่างไร
00:09:43 → 00:09:44โอเค ผมก็จะแนะนำว่า
00:09:44 → 00:09:48ถ้าปริมาณโซเดียมน้อยที่สุดสำหรับส้มตำ จะเป็นส้มตำไทย
00:09:48 → 00:09:51เพราะว่าส้มตำไทยไม่ใส่ปลาร้าถูกไหมครับ
00:09:51 → 00:09:53- แล้วเขาจะใส่ถั่วเข้ามาแทน - หวานน่ะ เดี๋ยวนี้
00:09:53 → 00:09:57เพราะว่าด้วยความที่มันไม่ได้มีตัวน้ำปลาร้า หรือไม่ได้มีอะไรมาตัดแล้วนี่
00:09:57 → 00:09:59เพราะฉะนั้นรสชาติหวานของตัวน้ำตาลปึกนี่
00:09:59 → 00:10:01- มันก็จะโดดขึ้นมา - จะโดดขึ้นมา ใช่ค่ะ
00:10:01 → 00:10:03แต่ว่าอันนี้ก็ ถ้าเกิดอยากลดปริมาณโซเดียมลงนี่
00:10:03 → 00:10:06ส้มตำไทยนี่จะมีปริมาณโซเดียมน้อยสุด
00:10:06 → 00:10:06โอเค
00:10:06 → 00:10:10รวมอีกอย่างหนึ่งคืออาจจะลดพฤติกรรม การกิน เช่น เอาข้าวเหนียวมาจิ้มตัวน้ำนี่
00:10:10 → 00:10:12ก็จะช่วยลดปริมาณโซเดียมได้ครับ
00:10:12 → 00:10:14ถัดมาเลย ข้าง ๆ ค่ะ ยำค่ะ
00:10:14 → 00:10:19ลดน้ำหนักค่ะ อยากจะกินยำได้ไหมคะ จะได้มีรสชาติจัดจ้านได้บ้าง
00:10:19 → 00:10:22ไม่มีน้ำปลาร้า อันนี้ทำไมถึงจะแบบโซเดียมเยอะ
00:10:22 → 00:10:25ผมบอกว่าสมัยก่อนเราพูดถึงยำนี่
00:10:25 → 00:10:27- เราก็จะนึกถึงอะไรครับ ยำวุ้นเส้นใช่ไหม - ใช่
00:10:27 → 00:10:29พวกนี้สุขภาพดีแน่นอน
00:10:29 → 00:10:32อาจจะมียำถั่วพูใช่ไหมครับ มีแนวแบบกะทินิดนึง
00:10:33 → 00:10:36แต่ว่ายำในสมัยนี้นี่ มันเปลี่ยนไป เยอะมากเลยครับเวลาเราพูดถึงยำ
00:10:37 → 00:10:39แทบจะเหมือนส้มตำที่ไม่ใส่มะละกอเลย
00:10:39 → 00:10:42ใช่ เดี๋ยวนี้เขาจะมีน้ำยำสำเร็จด้วยเวลาขาย
00:10:42 → 00:10:43ซึ่งน้ำยำสำเร็จเขาใส่อะไรครับ
00:10:43 → 00:10:46น้ำตาลปึกละลายกับน้ำปลาให้เรียบร้อยก่อน
00:10:46 → 00:10:49- แล้วก็ตักเข้ามา แล้วก็เติมด้วยอะไรครับ - มะนาว
00:10:49 → 00:10:50มะนาว
00:10:50 → 00:10:53แล้วก็สุดท้ายลืมไม่ได้ครับ น้ำปลาร้า
00:10:53 → 00:10:53อ๋อ
00:10:53 → 00:10:56ซึ่งเยอะมากเมื่อเทียบกับส้มตำ บางทีเขาตักเป็นทัพพีเลยครับ
00:10:56 → 00:11:00แล้วก็ตบท้ายต้องมีผงชูรสแน่นอน
00:11:00 → 00:11:02อันนี้ก็คือคล้าย ๆ กับส้มตำครับ
00:11:02 → 00:11:04คือมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูงนะครับ
00:11:04 → 00:11:08ถ้าเกิดจะแนะนำจริง ๆ กลับไปทานเป็นกลุ่มยำวุ้นเส้น
00:11:08 → 00:11:11ที่เป็นน้ำ ที่เป็นออกอย่างนี้ครับ น้ำใส ๆ หรือว่าน้ำออกส้ม ๆ นิดนึงนี่
00:11:11 → 00:11:14- ก็จะรู้ว่าอาหารพวกนี้ไม่ได้มี… - เป็นเหมือนยำวุ้นเส้นโบราณเนอะ
00:11:14 → 00:11:18ใช่ครับ หรือว่าเป็นพวกยำผักต่าง ๆ อย่างพวกยำถั่วพูนี่
00:11:18 → 00:11:21ก็จะมีปริมาณโซเดียมที่ค่อนข้างต่ำนะครับ
00:11:21 → 00:11:24เพราะว่าเขาใช้เป็นพริกเผา เป็นพวกกะทิเข้ามาแทน
00:11:24 → 00:11:27หรือจะเป็นยำอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เขามีรสชาตินวล ๆ
00:11:27 → 00:11:30ไม่ได้ออกเค็มโดด เหมือนยำที่เรากินกันทั่วไปครับผม
00:11:30 → 00:11:31โอเคค่ะ
00:11:31 → 00:11:33แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือไม่พยายามซดน้ำ
00:11:33 → 00:11:38ก็อาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่สามารถจะช่วยลดในเรื่องของโซเดียมได้
00:11:38 → 00:11:38ครับผม
00:11:38 → 00:11:41โอเคค่ะ ตอนนี้ยำก็ต้องระวังแล้ว
00:11:41 → 00:11:43- แล้วก็ข้าวต้มก็ต้องระวังแล้ว - ถูกต้องครับ
00:11:43 → 00:11:46พี่จะบอกให้ว่ามื้อเที่ยงพี่นี่ ของประจำจะเป็นก๋วยเตี๋ยว
00:11:46 → 00:11:47อันนี้คือชอบมาก
00:11:47 → 00:11:48ก๋วยเตี๋ยวน้ำก็โอเคไหม
00:11:48 → 00:11:51ก๋วยเตี๋ยวนี่มันค่อนข้างหลากหลายเพราะว่า
00:11:51 → 00:11:53มันมีชนิดของก๋วยเตี๋ยวค่อนข้างเยอะ ถูกต้องไหมครับ
00:11:53 → 00:11:56เรามีตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวแห้งใช่ไหมครับ ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส
00:11:56 → 00:12:00ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวเรือใช่ไหมครับ
00:12:00 → 00:12:03ถ้าเกิดเราแยกก่อน ว่าจะเป็นกลุ่มก๋วยเตี๋ยวแห้งนี่
00:12:03 → 00:12:05แน่นอนว่าเขาปรุงรสมาให้เราแล้ว
00:12:05 → 00:12:09บางร้านนี่ปรุงออกจืดอย่างนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวถูกต้องไหมครับ
00:12:09 → 00:12:14แต่บางร้าน บางทีน้ำตาล 1 ช้อนนะครับ พริกบวกลบ ใส่ไม่ใส่แล้วแต่
00:12:14 → 00:12:16แต่ว่ามีน้ำปลา มีมะนาวนิดนึงนะครับ
00:12:16 → 00:12:17ใช่
00:12:17 → 00:12:19- แล้วก็น้ำมันกระเทียมเจียว - น้ำมันกระเทียมเจียว
00:12:19 → 00:12:23พวกนี้นี่ ปริมาณโซเดียม ก็ค่อนข้างปริ่มไปจนถึงเกิน ๆ นิดนึง
00:12:23 → 00:12:25พอมาตั้งบนโต๊ะปุ๊บ
00:12:25 → 00:12:27เป็นยังไงครับ เราก็ต้องปรุงเพิ่มอีกถูกต้องไหมครับ
00:12:27 → 00:12:28ใช่ เวลาเราไปต่อคิวนะคะ
00:12:28 → 00:12:31แล้วเราจะเจอแบบว่าคนที่อยู่ก่อนหน้าเรานี่
00:12:31 → 00:12:34พอเขารับมาปุ๊บนี่ เขาจะยังไม่ทันชิมนะ
00:12:34 → 00:12:37มันจะมีถาดเครื่องปรุงใช่ไหมคะ ทุกคนก็จะตัก 1 1 1
00:12:37 → 00:12:39แล้วคลุก ๆ เสร็จ แล้วก็ค่อยชิม
00:12:39 → 00:12:40อืม
00:12:40 → 00:12:42ซึ่งสุดท้าย มันก็จะเป็นการคูณ 2 เข้าไปแล้วนะครับ
00:12:42 → 00:12:47เพราะว่าเราปรุง 1 1 1 จากคนขายมาแล้ว แล้วก็ 1 1 1 จากคนกินอีกหนึ่งรอบ
00:12:47 → 00:12:51แล้วพอเค็มมากปุ๊บนี่ สิ่งที่ได้มาอีกทีหนึ่งก็คือน้ำซุปค่ะ
00:12:51 → 00:12:54เพราะว่าเวลาเราสั่งแห้งนี่ เขาจะให้น้ำซุปเราแยกมาใช่ไหมคะ
00:12:54 → 00:12:57- พอเรารู้สึกว่ามันเค็มหรือรสจัดเราก็จะ... - ซดน้ำซุปนิดนึง
00:12:57 → 00:13:00ซึ่งน้ำซุปนี่แหละ ตัวโซเดียมมหาศาลเลยครับผม
00:13:00 → 00:13:01โอเคค่ะ
00:13:01 → 00:13:04แล้วถ้าสมมุติไม่ใช่เป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งล่ะ เป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำล่ะ
00:13:04 → 00:13:07ก๋วยเตี๋ยวน้ำนี่ จริง ๆ ก็แล้วแต่ร้านอีกเหมือนกันครับ
00:13:07 → 00:13:09คือถ้าก๋วยเตี๋ยวน้ำใสเลยนี่
00:13:09 → 00:13:11บางร้านที่ออกจืดนิดนึง เราก็สบายใจเนอะ
00:13:11 → 00:13:14เพราะว่าส่วนใหญ่นี่เขาจะต้มจากตัวหัวไชเท้า
00:13:14 → 00:13:15น้ำสต๊อก
00:13:15 → 00:13:17หรือบางทีเราต้องจากกระดูกไก่ กระดูกหมูอยู่แล้วนี่
00:13:17 → 00:13:19รสชาติมันจะค่อนข้างเข้มข้นอยู่แล้ว
00:13:19 → 00:13:22เขาอาจจะไม่ได้เติมผงชูรส หรือผงปรุงรสอะไรมากนะครับ
00:13:22 → 00:13:25แต่บางร้านที่ต้องการจะ ร่นระยะเวลาในการเตรียมวัตถุดิบนิดนึง
00:13:25 → 00:13:26ก็ใส่ผงปรุงรส
00:13:26 → 00:13:30ใช่ เขาอาจจะใส่เป็นซุปก้อนหรือผงปรุงรส อันนี้อาจจะต้องระวังนิดนึงครับผม
00:13:30 → 00:13:32อีกเมนูหนึ่งของก๋วยเตี๋ยว ที่กำลังมาเช่นเดียวกัน
00:13:32 → 00:13:34นั่นก็คือก๋วยเตี๋ยวคลุกครับผม
00:13:34 → 00:13:34อ๋อ
00:13:34 → 00:13:36จะเห็นว่ามันจะเป็นเส้นดำ ๆ นิดนึงนะครับ
00:13:36 → 00:13:38กินกับพวกเส้นเล็กเส้นหมี่อะไรต่าง ๆ
00:13:38 → 00:13:41หรือแม้กระทั่งก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก ที่เราเคยเห็นนะครับ
00:13:41 → 00:13:43ที่จะกินกับพวกน้ำพริกกากหมู ที่กำลังเป็นเทรนด์อยู่นี่
00:13:44 → 00:13:47พวกนี้นี่ จะบอกว่า ซอสนี่เขาทำสำเร็จแล้วอยู่ครับพี่เอ๋
00:13:47 → 00:13:49แต่ว่าซอสนี่เขาใส่อะไรบ้าง
00:13:49 → 00:13:54แน่นอนมีซีอิ๊วดำ มีซีอิ๊วขาว มีฝาเขียว
00:13:54 → 00:13:563 อย่างนี้ก็คือค่อนข้างแน่นแล้วนะครับ
00:13:57 → 00:13:58ต้องมีผงชูรสอีกนิดนึงครับ
00:13:58 → 00:14:01แล้วอีกอย่างคนไทยเป็นคนชอบปรุง อย่างละนิดอย่างละหน่อย
00:14:01 → 00:14:04แต่ว่าอย่างละนิดอย่างละหน่อยนี่ จริง ๆ มันเยอะครับผม
00:14:04 → 00:14:06เราก็จะได้ปริมาณโซเดียมที่เยอะ โดยไม่รู้ตัวครับผม
00:14:06 → 00:14:07โอเค
00:14:07 → 00:14:10อีกอันหนึ่งค่ะพวกของก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น หรือพวกของก๋วยเตี๋ยวเรือ
00:14:10 → 00:14:15ที่จะเป็นน้ำข้น ๆ สีดำ ๆ อย่างนี้ พวกนี้มันจะมีโซเดียมเยอะไหม
00:14:15 → 00:14:16โซเดียมค่อนข้างเยอะครับ
00:14:16 → 00:14:19เพราะว่าหนึ่งเลยคือ เลือดหมูจะมีความค่อนข้างคาว
00:14:19 → 00:14:20แล้วก็เสียเร็ว
00:14:20 → 00:14:25บางทีเขาจะเอาพวกเลือดหมูมาใส่ตัวเกลือ ใส่อะไร ให้มันมีความเค็มขึ้นมานิดนึง
00:14:25 → 00:14:29เพื่อให้เขาเก็บได้นานขึ้น แล้วก็ไม่มีความเหม็นคาว
00:14:29 → 00:14:30โอเคค่ะ
00:14:30 → 00:14:33เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าจะเลือก ในบรรดาก๋วยเตี๋ยวทั้งหลาย
00:14:33 → 00:14:36ก็น้ำใสดูจะโซเดียมน้อยสุดนะคะ
00:14:36 → 00:14:39หรือว่าถ้าสมมุติว่าจะเป็นพวกของ ก๋วยเตี๋ยวแห้งใด ๆ
00:14:39 → 00:14:42พวกนี้ก็จะเยอะเพราะว่า มันจะเข้าไปในเนื้อของก๋วยเตี๋ยวแล้ว
00:14:42 → 00:14:44อีกอันหนึ่งก็จะเป็นอาหารใต้นะคะ
00:14:44 → 00:14:47ถ้าใครที่ชอบอาหารรสจัด หรือว่ารสชาติเผ็ดร้อนนี่
00:14:47 → 00:14:49จะต้องนึกถึงอาหารใต้มาเลยนะคะ
00:14:49 → 00:14:53แล้วในของอาหารใต้นี่ หลาย ๆ อย่างก็จะมีรสชาติที่ค่อนข้างจะเค็ม
00:14:53 → 00:14:54อืม
00:14:54 → 00:14:57ไม่ว่าจะเป็นคั่วกลิ้งเอย แกงไตปลาเอย อะไรอย่างนี้นะคะ
00:14:57 → 00:14:58อันนี้เราจะปรับอย่างไรดี
00:14:58 → 00:15:02หรือว่าเรามีอะไรที่ควรจะระมัดระวัง ถ้าเป็นคนที่ชอบกินอาหารใต้
00:15:02 → 00:15:05จะบอกว่าอาหารใต้นี่ เป็นอาหารที่ค่อนข้างรสจัดอยู่แล้วนะครับ
00:15:05 → 00:15:08แล้วก็เมนูที่เมื่อกี้พี่เอ๋พูดมานี่ เค็มด้วยครับ
00:15:08 → 00:15:11ทั้งตัวคั่วกลิ้งเอง แล้วก็ตัวแกงไตปลาเองนี่
00:15:11 → 00:15:14รสชาติจะเป็นเค็มนำ แล้วก็เผ็ดค่อนข้างโดดนะครับ
00:15:14 → 00:15:19ถามว่าทำอย่างไรให้รสชาติมันดีขึ้น หรือโซเดียมมันน้อยลงได้บ้าง
00:15:19 → 00:15:20ก็คือปรุงให้มันน้อยลงครับ
00:15:20 → 00:15:24แต่ว่าจริง ๆ แล้วพอมันปรุงให้น้อยลงนี่ คนใต้ก็จะเคืองนิดนึงแล้ว
00:15:24 → 00:15:27เขาจะบอกว่า จืดกว่านี้นี่เอาไปหยอดตาก็ได้แล้ว
00:15:27 → 00:15:29ก็เป็นคำพูดของคนใต้นะครับ
00:15:29 → 00:15:31ซึ่งจริง ๆ ก็อาจจะต้องลดปริมาณ
00:15:31 → 00:15:34- ถ้าอยากกินจริง ๆ ก็ลดน้อยลง - อ๋อ ก็คือกินให้น้อยลง ลดความถี่ลง
00:15:34 → 00:15:37เพราะจริง ๆ พอแนะนำว่าให้ปรุงน้อยลง ผมว่าคนใต้อาจจะเคืองเรา
00:15:37 → 00:15:40- โอเค ก็คือใช้ให้น้อยลง - ใช่
00:15:40 → 00:15:43อีกอันหนึ่งที่เรามองว่าเป็นอาหารสุขภาพนะคะ พวกข้าวยำ
00:15:43 → 00:15:44ครับผม
00:15:44 → 00:15:47ข้าวยำเองนี่ ก็คือจริง ๆ ดูแล้ว แทบจะไม่มีน้ำมันเลย
00:15:47 → 00:15:48เป็นข้าว แล้วก็ผัก ข้าวไม่เยอะเลย
00:15:49 → 00:15:51- แล้วก็จะมีผักเยอะแยะเลยนะคะ - ใช่ครับ
00:15:51 → 00:15:54ที่มันจะมีอีกนิดนึงก็คือตรงน้ำบูดู ที่เขาจะเอาไว้ราดนะคะ
00:15:54 → 00:15:58ซึ่งถ้าสมมุติว่าจะกิน พี่ว่ามันก็อาจจะต้องลดปริมาณลงไหม
00:15:58 → 00:15:59ลดปริมาณน้ำบูดูลงได้
00:15:59 → 00:16:02แล้วก็อาจจะเพิ่มตัวสมุนไพร ที่กินคู่กับตัวข้าวยำครับ
00:16:02 → 00:16:06ก็อาจจะทำให้ตัวข้าวยำนี่ เป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้นได้ครับ
00:16:06 → 00:16:07โอเคค่ะ
00:16:07 → 00:16:09อีกอย่างหนึ่งคือพวกผลไม้ดองครับ
00:16:09 → 00:16:12พวกมะกอกดอง มะม่วงดองต่าง ๆ
00:16:12 → 00:16:16เวลาเราดองนี่ เราใช้ปริมาณเกลือ หรือปริมาณโซเดียมที่สูงมากพอ
00:16:16 → 00:16:18ที่จะทำให้แบคทีเรีย ไม่เจริญเติบโตเช่นเดียวกัน
00:16:18 → 00:16:20ที่สำคัญคือมันจะทำให้มีความกรอบ
00:16:20 → 00:16:23เพราะว่าเวลาที่เราใส่เกลือเข้าไปนี่ มันจะดึงน้ำออก
00:16:23 → 00:16:26แล้วก็ผลไม้ยังคงมีความกรอบอยู่ค่ะ
00:16:26 → 00:16:29เพราะฉะนั้นนี่ ผลไม้ดองต่าง ๆ นี่ มันจะเค็มเข้าไปถึงเนื้อในเลยครับ
00:16:29 → 00:16:31การเอาผลไม้ไปล้างอย่างเดียวนี่
00:16:31 → 00:16:34มันอาจจะไม่ได้ช่วยมากสักเท่าไรครับผม
00:16:34 → 00:16:36ในส่วนของเนื้อสัตว์เองก็มีใช่ไหมคะ
00:16:36 → 00:16:41ซึ่งอันนี้ก็จะมีลักษณะที่จะทำให้ คนที่รับประทานได้รับโซเดียมมากขึ้น
00:16:41 → 00:16:45โซเดียมมาตั้งแต่ในกระบวนการแรกเลย ที่เขาจะเก็บนะคะ
00:16:45 → 00:16:48จนกระทั่งบางอย่างนี่ ก็จะเป็นลักษณะของการรมควันนะคะ
00:16:48 → 00:16:51หรือว่าทาเกลือก็มีใช่ไหมคะ
00:16:51 → 00:16:53อันนี้ก็จะทำให้ได้รับโซเดียมเยอะขึ้นเนอะ
00:16:53 → 00:16:56ดังนั้นนี่ถ้าสมมุติว่าเราจะเลือกผลไม้ เราก็เลือกผลไม้สด
00:16:56 → 00:16:57ครับผม
00:16:57 → 00:17:01อันที่ 2 ถ้าเป็นเนื้อสัตว์ เป็นไปได้เราก็ใช้เนื้อสัตว์ที่มีความสด
00:17:01 → 00:17:03ไม่ใช่เนื้อสัตว์ที่ผ่านการแปรรูป
00:17:03 → 00:17:04ครับผม
00:17:04 → 00:17:07นอกเหนือจากที่เราจะบอกว่า มีเรื่องของหมักดอง ดองเค็ม
00:17:07 → 00:17:10หรือว่าเป็นอาหารแปรรูป ที่เป็นเนื้อสัตว์แล้วนี่
00:17:10 → 00:17:14จริง ๆ นี่ หลาย ๆ อย่างเวลาที่ ในกระบวนการของการผลิต
00:17:14 → 00:17:15เพื่อจะให้เก็บถนอมอาหารนี่
00:17:16 → 00:17:20มันก็จะมีการเติมสารเคมีบางอย่างลงไป เช่น ทำให้มันขาวขึ้นนะคะ
00:17:20 → 00:17:23หรือว่าเป็นพวกสารกันบูด อันนี้ชัดเจนนะคะ
00:17:23 → 00:17:26พวกที่ป้องกันการติดเชื้อ เชื้อราใด ๆ นะคะ
00:17:26 → 00:17:31หรือแม้กระทั่งเวลาที่เราทำอาหารบางอย่าง เพื่อให้มันมีความคงตัวคงรูปนี่
00:17:31 → 00:17:33สารเคมีพวกนี้จะมีส่วนประกอบของโซเดียมอยู่
00:17:33 → 00:17:36ซึ่งเราไม่สามารถจะชิมแล้วเรารู้เลย
00:17:36 → 00:17:38ทางเดียวที่เราจะดูได้คือ เราดูในส่วนประกอบของอาหาร
00:17:38 → 00:17:40ทีนี้เขาจะไม่เขียนคำว่าโซเดียม
00:17:41 → 00:17:42แต่เขาจะมาเป็นโค้ด
00:17:42 → 00:17:46เขาจะมาเป็นโค้ดว่าโค้ดอย่างเช่น เลขนี้ เลขนี้อะไรอย่างนี้ค่ะ
00:17:46 → 00:17:48ซึ่งถ้าคนที่ไม่อยู่ในวงการอุตสาหกรรมอาหาร
00:17:48 → 00:17:51จะไม่รู้ว่า อ้อ อันนี้มันมีสารปรุงแต่งเข้าไป
00:17:51 → 00:17:53หรือว่ามีโซเดียมปนอยู่นะคะ
00:17:53 → 00:17:56เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้ เราก็อยากจะให้กินอาหารสด
00:17:56 → 00:17:56ครับ
00:17:56 → 00:17:58แล้วก็ไม่ใช่อาหารแปรรูปนะคะ
00:17:58 → 00:17:59สุดท้ายเลย
00:17:59 → 00:18:02สุดท้ายเลยครับ จะบอกว่าขนมนี่
00:18:02 → 00:18:05พอคนนึกว่า โอ้โฮ พวกนี้น่าจะแป้ง น้ำตาล อย่างเดียว
00:18:05 → 00:18:08จริง ๆ นะครับ โซเดียมสูงพอ ๆ กันเลยครับ
00:18:08 → 00:18:12เพราะว่าสารต่าง ๆ ที่ใส่เข้าไปในเบเกอรี เพื่อให้หนึ่งเลย ฟูนะครับ
00:18:12 → 00:18:15เพราะว่าผงฟูนี่มีโซเดียมสูงมาก ๆ
00:18:15 → 00:18:18แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือไม่ให้รสเค็มครับผม
00:18:18 → 00:18:20บางทีเราทานขนมปังเข้าไปเยอะ ๆ นี่
00:18:20 → 00:18:23เราอาจจะได้ปริมาณโซเดียม ที่ไม่รู้ตัวเลยนะครับว่า
00:18:23 → 00:18:26มันได้ไปค่อนข้างเยอะมาก ๆ แล้วต่อวัน
00:18:26 → 00:18:27เวลาที่เราทำขนมนี่
00:18:27 → 00:18:30เราก็จะต้องเติมเกลือนิดนึง เพื่อให้รสชาติมันกลมกล่อม
00:18:30 → 00:18:33แล้วทีนี้มันยังมีสารบางอย่างที่เราใส่เข้าไป
00:18:33 → 00:18:36โดยเฉพาะกลุ่มที่เราเรียกว่าเป็นเบกกิงโซดา หรือว่าเป็นพวกผงฟู
00:18:36 → 00:18:38พวกนี้มันจะมีส่วนของโซเดียมอยู่นะคะ
00:18:39 → 00:18:42ดังนั้นง่าย ๆ เลย ขนมอะไรก็ตามที่มันฟูเยอะ ๆ
00:18:42 → 00:18:44มันจะต้องมีของพวกนี้แน่นอนนะคะ
00:18:44 → 00:18:46หรือว่าของที่มันเป็นช็อกโกแลต มันจะต้องใส่พวกนี้
00:18:46 → 00:18:49เพื่อจะไปปรับความเป็นกรดเป็นด่างใช่ไหมคะ
00:18:49 → 00:18:52ดังนั้นกลุ่มนี้นี่ ถ้าเรารับประทานเป็นปริมาณมาก ๆ
00:18:52 → 00:18:55มันก็อาจจะได้รับโซเดียมเพิ่มขึ้น เหมือนกันนะคะ
00:18:55 → 00:18:58ซึ่งแน่นอนว่า ไม่มีใครกินเบเกอรีเปล่า ๆ แน่นอนครับ
00:18:58 → 00:19:01เพราะว่ากินขนมปังเปล่า ๆ นี่ มันก็จะจืดถูกต้องไหมครับ
00:19:01 → 00:19:02ใช่
00:19:02 → 00:19:03เราก็ต้องทาเนยนิดนึงครับ
00:19:03 → 00:19:05อันนี้มีเนยเค็มถูกไหมครับ
00:19:05 → 00:19:08พอเนยเค็มนี่ มันก็จะมีเกลือเสริมเข้าไปอีก
00:19:08 → 00:19:10หรือบางทีนี่ไม่พอครับ กินเป็นแซนวิชครับ
00:19:11 → 00:19:14ใส่ชีส ใส่แฮม ที่เมื่อกี้เราคุยกันไปก่อนหน้านี้แล้วว่า
00:19:14 → 00:19:16ตัวแฮม อาหารแปรรูปต่าง ๆ นี่
00:19:16 → 00:19:17โซเดียมสูงอยู่แล้ว
00:19:17 → 00:19:21ชีสก็มีสารคงรูปต่าง ๆ ที่ทำให้มีโซเดียมสูง
00:19:21 → 00:19:22ชีสจะเค็มหน่อย
00:19:22 → 00:19:26ใช่ แล้วพอใส่ขนมปังเข้าไปอีก โอ้โฮ แน่นเลยครับคราวนี้
00:19:26 → 00:19:26มายองเนสอีกตัวหนึ่ง
00:19:26 → 00:19:30ถูกต้อง พวกนี้ก็รับปริมาณโซเดียมไป ๆ เต็มเลยครับ
00:19:30 → 00:19:35[เสียงดนตรี]
00:19:35 → 00:19:36ฟังมาทั้งหมดแล้วนี่
00:19:37 → 00:19:38คนก็จะเริ่มสงสัยแล้ว
00:19:38 → 00:19:41เอ๊ะ แล้วถ้าเกิดเราอยากจะกิน ให้อร่อยเหมือนเดิม
00:19:41 → 00:19:43แต่เราอยากลดปริมาณโซเดียมนี่
00:19:43 → 00:19:45เรามีวิธีไหนกันบ้างครับพี่เอ๋
00:19:45 → 00:19:48ก็จะมีตั้งแต่ปรับแล้วก็ลดใช่ไหมคะ
00:19:48 → 00:19:51ปรับอันแรกก็คือ เหมือนเมื่อกี้ที่เราบอกว่าในหลาย ๆ เมนูนี่
00:19:51 → 00:19:53ถ้าเราทำเอง เราก็จะปรับได้ใช่ไหมคะ
00:19:53 → 00:19:55หรือว่าเราลดการปรุงเพิ่มนะคะ
00:19:55 → 00:19:59ของบางอย่างนี่ ถ้าสมมุติว่าเรารู้ว่า โซเดียมมันอยู่มากที่ไหน
00:19:59 → 00:20:01เราก็จะเป็นลดการกิน เช่น เมื่อกี้ที่ตั้มบอกว่า
00:20:01 → 00:20:03เราจะไม่ซดน้ำซุป
00:20:03 → 00:20:07ถ้าเรากินพวกของส้มตำ เราก็จะไม่ซดน้ำ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ
00:20:07 → 00:20:09เวลาเราปรุง เราก็จะไม่เติมมากขึ้น
00:20:09 → 00:20:12ตอนเราเลือกวัตถุดิบ เราก็จะไม่เลือกวัตถุดิบที่เป็นของแปรรูป
00:20:12 → 00:20:13ครับ
00:20:13 → 00:20:15อันนี้ก็อาจจะเป็นคร่าว ๆ ที่พี่จับได้จากที่ตั้มพูด
00:20:15 → 00:20:17ตั้มมีอะไรจะพูดเสริมไหม
00:20:17 → 00:20:20คราวนี้นี่ในปัจจุบัน เขาก็จะมีเครื่องปรุงอื่น ๆ นะครับ
00:20:20 → 00:20:22ที่เขาลดปริมาณโซเดียมลงนะครับ
00:20:22 → 00:20:24ซึ่งเขาจะมีลดแบบ 2 แบบ
00:20:24 → 00:20:26คือแบบแรกคือเราเปลี่ยนรูปไปเลย
00:20:26 → 00:20:29จากตัวโซเดียมไปเป็นสารอย่างอื่น เช่น เป็นโพแทสเซียม
00:20:29 → 00:20:30อ๋อ ค่ะ
00:20:30 → 00:20:32คราวนี้เขาก็จะมีเคลมแล้วว่า
00:20:32 → 00:20:35กินพวกนี้นี่ โซเดียมต่ำ เพราะฉะนั้นดีต่อไต
00:20:35 → 00:20:37แต่จริง ๆ แล้วนี่ มันก็ไม่ได้ดีต่อไตมากนะครับ
00:20:37 → 00:20:39เพราะว่าการกินปริมาณโพแทสเซียมที่สูงนี่
00:20:40 → 00:20:41ก็เป็นอันตรายเช่นเดียวกัน
00:20:41 → 00:20:41โอเค
00:20:42 → 00:20:43คือมันจะมี 2 ประเด็นค่ะ
00:20:43 → 00:20:47คือต้องบอกก่อนว่าอาหารในธรรมชาตินี่ ถ้าโซเดียมสูงนี่ ความดันจะขึ้น
00:20:47 → 00:20:51ในทางตรงข้าม ถ้ากินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง หรือว่ามีแมกนีเซียมสูง
00:20:51 → 00:20:53ความดันมันจะลดลง
00:20:53 → 00:20:57ดังนั้นนี่ พวกผลไม้ พวกธัญพืชใด ๆ ซึ่งมันมีผักผลไม้เนอะ
00:20:57 → 00:20:59มันจะมีโพแทสเซียม แล้วก็มีแมกนีเซียมสูง
00:20:59 → 00:21:01เราถึงบอกว่าช่วยลดความดัน
00:21:01 → 00:21:04ทีนี้ถ้าสมมุติว่าเราจะกินโพแทสเซียมนะคะ
00:21:04 → 00:21:07ต้องบอกก่อนว่ารสชาติของเกลือโพแทสเซียมนี่
00:21:07 → 00:21:09- มันจะไม่อร่อยเท่ากับเกลือโซเดียม - ใช่ ถูกต้องครับ
00:21:09 → 00:21:11อันที่ 2 คือถ้าเป็นโรคไตไปแล้ว
00:21:11 → 00:21:13ไตเสื่อมไปเยอะ ๆ แล้วนี่
00:21:13 → 00:21:16ไตมีหน้าที่เอาโพแทสเซียมออกไปจากร่างกาย
00:21:16 → 00:21:19ทีนี้ถ้าเกิดไตมันเสื่อม เราเอาโพแทสเซียมออกไม่ได้
00:21:19 → 00:21:22แล้วเรายังใช้เกลือ ที่เป็นเกลือโพแทสเซียมเข้าไป
00:21:22 → 00:21:25อันนี้อาจจะอันตรายนะคะ ในกรณีที่โพแทสเซียมมันสูงมาก ๆ
00:21:25 → 00:21:28เพราะมันอาจจะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหยุดเต้นได้ค่ะ
00:21:29 → 00:21:32คราวนี้เมื่อกี้เราพูดถึง ส่วนที่เติมปริมาณโพแทสเซียมเข้ามาแล้ว
00:21:32 → 00:21:37ก็จะมีซอสอีกแบบหนึ่ง ที่เขาลดปริมาณโซเดียมลงโดยตรงนะครับ
00:21:37 → 00:21:39โดยการอาจจะเจือจางให้มันบางลง
00:21:39 → 00:21:42หรือว่ามีการใส่สารอื่น ๆ ที่ให้รสชาติอื่นเข้ามา
00:21:42 → 00:21:44ให้ซอสมันมีความกลมกล่อมมากขึ้นนะครับ
00:21:45 → 00:21:47แต่ว่าข้อเสียเลยคือมันจะเค็มน้อยลง
00:21:47 → 00:21:49คราวนี้ถ้าเกิดเราเลือกแล้ว
00:21:49 → 00:21:53เราตั้งใจแล้วว่า เราจะใช้ซอสที่มีปริมาณโซเดียมลดลง
00:21:53 → 00:21:55เราก็ต้องอย่าใส่เพิ่มเป็นคูณสองนะครับ
00:21:55 → 00:21:57เพราะว่าถ้าเกิดเราใส่คูณสองนี่
00:21:57 → 00:21:59มันก็จะได้ปริมาณโซเดียมเท่าเดิมอยู่ดี
00:21:59 → 00:22:03ใช่ เพราะว่าตอนที่อยู่ในโรงพยาบาล เรามักจะบอกคนไข้ว่ากินโซเดียมต่ำนะ
00:22:03 → 00:22:05เราก็จะปรุงแบบจืด ๆ ใช่ไหมคะ
00:22:05 → 00:22:08แล้วเราก็จะให้ซีอิ๊วหรือให้น้ำปลา ที่เป็น Low Sodium ไป
00:22:08 → 00:22:09ครับ
00:22:09 → 00:22:10สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาเติม 2 ซอง
00:22:10 → 00:22:12ถูกต้อง เพื่อให้ได้รถเค็มเท่าเดิม
00:22:12 → 00:22:13ใช่ โอเค
00:22:13 → 00:22:16ก็ต้องปรับความรู้สึก แล้วก็รสชาติตัวเองนิดนึงนะคะ
00:22:16 → 00:22:18คราวนี้ถ้าเกิดคนที่เขาติดเค็มมาแล้วนะครับ
00:22:18 → 00:22:22เขาจะมีวิธีการแนะนำคือ เราต้องค่อย ๆ ลดทีละเล็กทีละน้อย
00:22:22 → 00:22:27เพราะว่าตัวลิ้นเอง มันจะมีการปรับรสชาติ ตามการกินของเราไปเรื่อย ๆ
00:22:27 → 00:22:29จากเดิมนี่ เราไม่ได้เป็นคนกินเค็ม
00:22:29 → 00:22:31- ถ้าเกิดเรากินเค็มไปเรื่อย ๆ นี่ - จะชิน
00:22:31 → 00:22:33เราจะชินกับรสเค็มมากขึ้น
00:22:33 → 00:22:35ทำให้ลิ้นเรานี่จะรับรสเค็มได้น้อยลง
00:22:35 → 00:22:37เวลาเรากินกับเพื่อนกันนะครับ
00:22:37 → 00:22:38เพื่อนบางคนอาจจะรู้สึกว่าเค็ม
00:22:39 → 00:22:42แต่เราในฐานะที่กินเค็มมาโดยตลอด
00:22:42 → 00:22:44จะรู้สึกว่ารสนี่ไม่ได้เค็มมาก
00:22:44 → 00:22:46เพราะฉะนั้นนี่ ถ้าเกิดเราค่อย ๆ ปรับลดลงไปเรื่อย ๆ นะครับ
00:22:46 → 00:22:48เรารู้สึกว่าจืดลงนิดหน่อยอย่างนี้
00:22:48 → 00:22:50แต่ลิ้นเรา ก็จะค่อย ๆ ปรับตามเช่นเดียวกันครับ
00:22:50 → 00:22:53จนในที่สุดเราอาจจะกลับมาเป็นลิ้นปกติ
00:22:53 → 00:22:55คือ จะทานอาหารได้จืดมากขึ้น
00:22:55 → 00:22:56หรือว่าเค็มน้อยลงด้วยครับผม
00:22:56 → 00:22:57ได้ค่ะ
00:22:57 → 00:23:02[เสียงดนตรี]
00:23:02 → 00:23:05ก็ฝากนะคะว่าอันที่หนึ่ง ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ
00:23:05 → 00:23:06ครับ
00:23:06 → 00:23:08การปรุง แล้วก็การเติมนะคะ
00:23:08 → 00:23:11ทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้เรามีสติ เวลาที่เราจะรับประทานอาหาร
00:23:11 → 00:23:14แล้วก็ช่วยทำให้ลดโซเดียมได้นะคะ
00:23:14 → 00:23:19สำหรับวันนี้ก็คุยกันไปมากมาย เกี่ยวกับเรื่องของอาหารโซเดียมสูงทำร้ายไต
00:23:19 → 00:23:22ในครั้งต่อไปเราจะคุยกันในเรื่องของ อาหารสุขภาพเรื่องอะไร
00:23:23 → 00:23:26ฝากติดตาม Food Choice กินดี สุขภาพดี เลือกได้
00:23:26 → 00:23:27ทาง Mahidol Channel นะคะ
00:23:27 → 00:23:29วันนี้หมอเอ๋กับหมอตั้มก็ลาไปก่อนนะคะ
00:23:29 → 00:23:31- สวัสดีค่ะ - สวัสดีครับ
00:23:31 → 00:23:36พบกับรายการ Food Choice กินดี สุขภาพดีเลือกได้
00:23:36 → 00:23:38ทุกวันจันทร์เวลา 18:00 น.
00:23:38 → 00:23:40ที่ Mahidol Channel Podcast
00:23:40 → 00:23:43ผ่านช่องทาง Facebook Mahidol Channel
00:23:43 → 00:23:44YouTube Mahidol Channel
00:23:45 → 00:23:46Apple Podcasts
00:23:46 → 00:23:47Spotify
00:23:47 → 00:23:48Anchor
00:23:48 → 00:23:48Joox
00:23:49 → 00:23:54[เสียงดนตรี]
00:23:54 → 00:23:56ความรู้ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้
00:23:56 → 00:23:58มหาวิทยาลัยมหิดล
00:23:58 → 00:23:59ปัญญาของแผ่นดิน