- คำถาม:
- อาหารที่มีเชื้อราขึ้น ถ้าตัดส่วนที่มีเชื้อออกแล้ว กินส่วนที่เหลือได้หรือไม่?
- คำตอบ:
- ขึ้นอยู่กับประเภทของอาหาร หากเป็นอาหารเนื้อแข็ง เช่น หอมใหญ่ แครอท หรือชีสชนิดแข็ง (ฮาร์ดชีส) สามารถตัดส่วนที่มีเชื้อราออกได้ โดยคว้านลึกกว่าที่เห็นประมาณครึ่งนิ้ว เพราะเชื้อราจะมีรากลึกลงไปในเนื้อ แต่หากเป็นอาหารเนื้อนิ่ม เช่น ขนมปัง เค้ก หรือโยเกิร์ต ควรทิ้งทั้งหมด เพราะเชื้อราจะแทรกซึมเข้าไปในเนื้ออย่างลึก ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการคว้าน
ตอบหลายคำถามเรื่อง Food Safety กับเชฟทักษ์ | Eat Direction | EP. 20
จากช่อง:The Cloud
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:00:00เนื้อที่แช่ช่องฟริเก็บได้นานแค่ไหนครับ
00:00:02แล้วจริงมที่มันเก็บไว้ได้ตลอดไป
00:00:05>> เก็บไว้เป็น 10 ปีก็ได้ไม่มีปัญหา
00:00:06>> จริงป่ะเนี่ย
00:00:07>> เชื้อไม่โตแต่กินได้หรือเปล่าเพราะมันหืน
00:00:10>> อ๋ออาหารที่มีเชื้อราขึ้นถ้าตัดส่วนที่มี
00:00:13เชื้อออกยังสามารถกินส่วนที่เหลือได้มั้ย
00:00:15>> โอขึ้นอยู่กับอาหารถ้าเป็นอาหารเนื้อแข็ง
00:00:18ควานได้ถ้าอาหารเนื้อนิ่มมันจะชอนลงไป
00:00:21คว้านยังไงก็ยังอยู่ข้างในอาหารเนื้อนิ่ม
00:00:24ใช้อะไรอ่ะขนมปัง
00:00:25>> เค้กอน้ำกระป๋องที่เปิดฝาแล้วเก็บในตู้
00:00:28เย็นได้มั้ครับเราเก็บนานได้แค่แค่ไหน
00:00:30>> มันมันจะไม่เสียเชิงเชื้อนะเพราะน้ำ
00:00:32กระป๋องส่วนใหญ่เขาใส่วัตถุกันเสียส่วน
00:00:34ใหญ่ใส่โซเดียมเบนโซลเอateแต่ไอ้พวกน้ำ
00:00:36กระป๋องอ่ะขอร้องหลายคนมองข้ามก่อนกินน่ะ
00:00:39>> ครับ
00:00:39>> เช็ด
00:00:40>> เออเรื่องนี้อีกเรื่องนึงที่
00:00:42>> ต้องเช็ดนะ
00:00:43>> มันมีเคสเมืองนอกอ่ะกินเข้าไปติดเชื้อโรค
00:00:46จากฉี่หนูตายเพราะบางทีกระป๋องอยู่ในโรง
00:00:48งานน่ะไม่รู้อะไรมาเราไม่รู้ว่าโรงงาน
00:00:50สะอาดแค่ไหนหรือมีฝุ่นน่ะ
00:00:52>> ครับอยากรู้มั้ครับว่านมที่เลยวันที่
00:00:54กำหนดไว้ข้างกล่องไปแล้วยังกินต่อได้ไหม
00:00:56ของที่ตกพื้น 5 วินาทียังกินได้หรือเปล่า
00:00:59คนไทยทนต่อเชื้อโรคได้มากกว่าชาวต่างชาติ
00:01:01จริงมยแล้วเนื้อที่เก็บไว้ในตู้เย็นอยู่
00:01:04ได้ตลอดไปจริงเหรอผมไปรวบรวมคำถามเกี่ยว
00:01:06กับความปลอดภัยในอาหารเหล่านี้มาตั้งแต่
00:01:08แม่บ้านยัน AI เลยครับเพื่อเอามาสุ่มให้
00:01:11เชฟทักเจ้าของเพจทัก The SHฟต่อและคำตอบ
00:01:14ของคำถามมากมายที่เกี่ยวกับความปลอดภัย
00:01:16ของอาหารเหล่านี้ติดตามชมได้ใน E
00:01:18Direction EP นี้ครับ
00:01:24Eat Direction คุยกับคนในวงการอาหารว่า
00:01:27เราควรกินอะไรถึงจะดี
00:01:30เชฟทักมาคุยกับเราเรื่องโคล่ารอบนึงแล้ว
00:01:32นะ
00:01:32>> ตอนนี้แบบ
00:01:33>> กลับมาอีกรอบนึงชวนมาอีกรอบนึงเพราะว่า
00:01:37จากเพจเชฟนั่นแหละ
00:01:38>> เพราะว่าหลายๆอย่างที่แบบจะอ่านจากเพจเชฟ
00:01:40เนี่ยมันเป็นเรื่องของ
00:01:42>> เรื่องของความอันตรายกับไม่อันตรายในใน
00:01:44อาหารใช่มั้ฮะ
00:01:45>> ทีนี้มันมีคำถามเยอะมากจากตัวผมเองเนาะ
00:01:48จากคนรอบข้าง
00:01:50>> แล้วก็จากลูกเพจเชฟเองด้วยอะไรอย่างเงี้ย
00:01:52เรื่อง Food Safety
00:01:54>> ฮะ
00:01:54>> ก็เลยเป็นที่มาของ EP นี้
00:01:57>> ครับว่าอยากคุยเรื่องความปลอดภัยของอาหาร
00:02:00ที่มันโดยเฉพาะในบ้านเนาะคือผมรู้สึกว่า
00:02:04ตอนนี้มันมีความไม่เข้าใจอยู่หลายๆอย่าง
00:02:06>> อื
00:02:07>> เอาผมเองนะคือแบบว่าของในตู้เย็นเนี่ยมัน
00:02:10มันดูแบบสามารถเก็บเข้าไปในตู้เย็นแล้ว
00:02:13มันแบบปลอดภัยขนาดนั้นเลยเหรออะไรอย่าง
00:02:15เงี้ย
00:02:15>> เรียกว่าตู้แช่แข็งใช่มั้
00:02:16>> เออตู้แช่แข็งผมก็แบบทุกอย่างยัดใส่ช่อง
00:02:19ฟิตแล้วสามารถแบบอยู่เป็นอมตะได้ขนาดนั้น
00:02:21หรือเปล่าวะอะไรอย่างเงี้ย
00:02:23>> ก็เลยไปถามคนรอบตัวหาข้อมูลมาจากเอ่อเอ่อ
00:02:27หลายๆเพจหลายๆข้อหลายๆข้อมูลรวมถึงถาม AI
00:02:32ด้วยว่าอยากดูอะไรจากเชฟทีนี้มันจะมีคำ
00:02:35ถามมาประมาณแบบก็เยอะเหมือนกันในชุดแรก
00:02:37เนาะผมเอามาใส่ในนี้ไว้ให้แล้วเชฟ
00:02:41>> โอ๊ยวันนี้เหมือนมาทำอะไรนะข้อสอบ
00:02:43>> ใช่เป็น Food Safety ก็เลยแบบวันนี้ก็
00:02:46เลยใส่กล่องแก้วนี้มาเลย
00:02:48>> เป็นแนวถามไวตอบไว
00:02:50>> ถามไวตอบไวแต่ตอบนานก็ได้ครับแต่ทีนี้แบบ
00:02:52มันจะเป็นคำถามแบบหลายๆหลายๆ
00:02:55>> หลายๆประเด็นมากครับผมก็ก็เลยแบบว่าโอเค
00:02:57งั้นผมไม่เรียงประเด็นแล้วกันใช้วิธีสุ่ม
00:03:00>> สุ่มเอาสนุกกว่าเออคล้ายๆกิริ๊งอน
00:03:03>> เหมือนเล่นเออแลบกิง
00:03:04>> เก็บเศรษฐี
00:03:06>> เชฟจับเองดีกว่าแล้วเดี๋ผมอ่านจะอ่านอัน
00:03:08แรกนะครับ
00:03:09>> ได้
00:03:10>> มา
00:03:10>> อ่ะ
00:03:12>> คำถามแรกคือเออเนี้ย
00:03:16>> ถ้าไม่แน่ใจว่าอาหารเสียหรือยัง
00:03:18>> อือ
00:03:19>> นำมาอุ่นร้อนอีกครั้งจะกินได้ปลอดภัยขึ้น
00:03:21มั้ย
00:03:22>> ขึ้นอยู่กับอาหาร
00:03:24>> อือ
00:03:24>> บางถ้าไม่มั่นใจแสดงว่ามันเริ่มมีกลิ่น
00:03:27ตุ่
00:03:28>> ใช่มั้ครับบางทีกลิ่นตุนั้นมันมาจากเชื้อ
00:03:30จุลินทรีย์ที่ไม่ได้อันตรายแต่มันทำให้
00:03:32อาหารเสียคือจุลินทรีย์แบ่งเป็น 2 ประเภท
00:03:34ก่อโรคกับไม่ก่อโรคถ้ามันถ้ามันกินตุ
00:03:37เพราะตัวไม่ก่อโรคเอามาอุ่นสามารถฆ่ามัน
00:03:41ได้
00:03:42>> อือ
00:03:42>> ก็ปลอดภัยแต่เราจะกล้ากินหรือเปล่าเพราะ
00:03:44กลิ่นมันเพี้ยนไปแล้ว
00:03:46>> มันสามารถมีกลิ่นได้ทั้งดีและไม่ดีใช่
00:03:47มั้ยหมายถึงจุลินทรีย์เนี่ย
00:03:49>> ไม่ถ้าเป็นสปอยอ่ะกลิ่นไม่ดีหมด
00:03:51>> มันก็จะตุหมดไงกลิ่นออกเปรี้ยวๆแต่บางที
00:03:54กลิ่นออกเปรี้ยวๆมันเกิดจากแลกโตบาซิั
00:03:56อย่างเงี้ย
00:03:56>> อือ
00:03:58>> มันไม่ได้สร้างสารพิษแต่มันให้กลิ่น
00:04:00เปรี้ยวเราก็ไม่กินแต่สมมุติว่าเราจะไป
00:04:01อุ่น
00:04:03>> เชื้อตายไม้ตายกินก็ปลอดภัยแต่ว่าลักษณะ
00:04:07มันไม่ควรจะกิน
00:04:07>> ไม่ควรจะกิน
00:04:08>> แต่บางอันเช่นเอ่อ
00:04:10>> เช่นอะไรดีอ่ะเช่นสมมุติ AC ตามตลาด
00:04:13>> ครับ
00:04:13>> แล้วมันไม่เสียเลยนะ
00:04:15>> อือ
00:04:16>> แต่มันอยู่นานถ้าเอาไปส่องกล้องเสียแล้ว
00:04:19แล้วเกิดจากเชื้อที่เกิดจากมือแม่ค้าเขา
00:04:21เรียกว่าstaffคั
00:04:23>> Arious ตัวเสร้างสารพิษที่ทนความร้อนมาก
00:04:26เอาไปให้ความร้อนยังไงก็ไม่ตายกินก็ท้อง
00:04:28เสีย
00:04:28>> ออ
00:04:28>> สมมุติเอาข้าวตาอบอีกรอบนึงอุ่นแต่ความ
00:04:30จริงไม่มีใครเอาไอใครเข้าตาอบแต่สมมุติ
00:04:32ว่าอ
00:04:33>> เอาข้าวตาอบจนแบบอุณหภูมิสูงกว่า 100
00:04:35>> อือ
00:04:36>> สารพิษตัวนี้ทนได้เกิน 100 องศาเรากินยัง
00:04:38ไงก็ก็ดี
00:04:39>> แล้วทนได้แค่ไหนครับหมายถึงเกิน 100
00:04:41เนี่ย
00:04:41>> โอเกิน 130 150 ต้องไปเข้าแบบตู้สเตอรี่
00:04:45แบบนั้นน่ะซึ่งมันไม่มีใครทำ
00:04:47>> เออคือ
00:04:48>> อื
00:04:48>> ถามแบบโง่ๆแบบผมเลยผมก็จะรู้สึกว่ามันจะ
00:04:51มีแบบเรียกว่าอะไรดีถ้าไม้ตายในการแบบกิน
00:04:55ก็คืออ่าไหนๆฆ่าเชื้อด้วยความร้อนใช่มั้ย
00:04:58ชาเชื้อตายทุกอันกินได้หมดแน่ๆอันไหนที่
00:05:00แบบ
00:05:01>> รู้สึกว่ามันมีกลิ่นนิดหน่อยคือยังไม่ทัน
00:05:04มีกลิ่นด้วยแต่ว่าข้ามคืนมาทั้งคืนแล้ว
00:05:07แล้วก็แบบไม่แน่ใจว่ากินได้หรือเปล่า
00:05:09>> ต้มให้ร้อนก่อนเลย
00:05:10>> ต้มให้ร้อนก่อน
00:05:11>> แล้วกิน
00:05:12>> แต่ความจริงถ้าถ้าชัวร์สุดนะอะไรในโลกเ
00:05:14ไม่ใช่แค่อาหารอะไรที่เราไม่ชัวร์
00:05:16>> อย่าไปฝืนมันเสี่ยง
00:05:18>> แต่จริงๆบางเคสแบบหน่อไม้อย่างเงี้ยครับ
00:05:20หน่อไม้เก็บมานานๆกินตุความจริงเชื้อ
00:05:23สมมุติว่าเชื้อตัวนึงเเรียกว่า
00:05:24crอสiuminัมตัวนี้อันตรายมากนะแต่บังเอิ้
00:05:28สารพิษที่มันสร้างในหน่อไม้อ่ะอ
00:05:30>> ไม่ทนความร้อนสมมุติเอาไปผัดก็กินปลอดภัย
00:05:32>> แล้วหน่อไม้มันมีกลิ่นตุกๆเป็นเอกลักษณ์
00:05:34ของมันอยู่แล้ว
00:05:35>> อือ
00:05:35>> อืแต่ถ้าตักมาจากปี๊บแล้วกินเลยตายเลยนะ
00:05:39>> เพราะว่าไม่
00:05:40>> สารพิษนั้นมันยังอยู่ไงครับแล้วมันส่งผล
00:05:42ต่อระบบประสาทอยู่
00:05:43>> ไม่ผ่านความร้อน
00:05:44>> อือๆ
00:05:44>> อือ
00:05:45>> แต่โดยสรุปอ่ะถ้าฟังเผินๆถ้าอันไหนไม่
00:05:46ชัวร์อย่าไปกินเลย
00:05:47>> แล้วกะทิอ่ะครับพวกแกงกะทิต่างๆ
00:05:50>> แกงกะทินี่ตุง่ายมากแต่แกงกะทิเนี่ยคล้าย
00:05:53ๆหน่อส่วนใหญ่แกงกะทิอ่ะจะพอตุแล้วเขายัง
00:05:57เอาไปผัดใช่มั้เพราะมันผ่านความร้อน
00:05:59>> เพราะเชื้อส่วนใหญ่ในกะทิเป็นกลุ่มสอยไม่
00:06:02ใช่เป็นกลุ่มเชื้อก่อโรค
00:06:04>> ส่วนใหญ่เป็นพวกอีคอลไรอีคอลไรมาจากไหน
00:06:07>> ผิวหนังแม่ค้าความไม่สะอาดของเครื่องคั้น
00:06:11>> อุจจาระอะไรพวกนี้พูดเหมือนน่ากลัวแต่
00:06:13ความจริงอีคอลไรด์อ่ะสายพันธุ์ส่วนใหญ่อ
00:06:16>> ไม่ทนความร้อน
00:06:17>> อื
00:06:18>> พอเอาไปผัดเอาไปอะไรแล้วมีเครื่องเรื่มมี
00:06:20กลิ่นพริกแกงมากลบก็กินได้
00:06:23>> อืออือ
00:06:24>> และอีกอันนึงคืออันนี้ถามเผื่อเลยมันมี
00:06:27อาหารคุณแม่เช่นจับฉ่ายแกงส้ม
00:06:30>> ที่จะอยู่แบบ 4 วัน 7 วันอะไรอย่างเงี้ย
00:06:33ไอ้การทำวันแรกทิ้งไว้คืนนึงตื่นเช้ามา
00:06:36อุ่นกินยังไม่หมดพรุ่งนี้อุ่นอีกทีนึง
00:06:39เงี้ยมันมันปลอดภัยมั้ยครับ
00:06:41>> มันเสี่ยงความจริงไม่ควร
00:06:43>> อาหารพวกเนี้ยอาหารที่ปรุงสำเร็จควรแช่
00:06:45เย็นครับ
00:06:46>> แต่บางทีหลายคนก็ถามว่าเฮ้ยทำไมเก็บ
00:06:48>> ไว้ในหม้อเราไม่เสียมันขึ้นอยู่กับหลาย
00:06:50ปัจจัยมาก
00:06:51>> อ
00:06:52>> เขาอาจจะทำสะอาดมากหรือต้มจนแบบเค้าเรียก
00:06:54ต้มในระบบปิดคือถ้าคือเข้าใจบางคนต้มหม้อ
00:06:57ใหญ่แล้วไม่มีตู้เย็นอยากเก็บเค้าก็ต้ม
00:06:58หม้อใหญ่แต่วิธีการที่ดีคือต้องปิดฝาแล้ว
00:07:00ต้ม
00:07:01>> อ
00:07:02>> แล้วห้ามเปิดเลยนะแล้วห้ามคนเพราะฉะนั้น
00:07:03ระบบมันจะเป็นระบบปิดที่เชื้อฆ่าตลอดใช่
00:07:06มั้ยเชื้อเชื้อใหม่จะเข้าไปไม่ได้
00:07:09>> แล้วต้องแช่น้ำเย็นด้วยให้อุณหภูมิมันหลบ
00:07:11danger zone มันก็มีสิทธิ์อ
00:07:13>> รอดได้แต่มันไม่ใช่อ่าลักษณะพฤติกรรมที่
00:07:17ถูกต้องซะทีเดียวแลที่ผมพูดคือเชิง
00:07:20ปฏิบัติความจริงทำเสร็จต้องแช่เย็นให้ไว
00:07:22ที่สุดแล้วเอามาอุ่น
00:07:23>> อ๋อโอเคนั่นคือคำถามแรก
00:07:25>> ยาวมาก
00:07:26>> ยาวมากลองดูครับอันที่ 2
00:07:29>> อ่าไม่ใช่ good practice นะครับทำไว้
00:07:32ข้ามคืน
00:07:34>> คำถามที่ 2 ครับเออเป็นเรื่องเล่าเหล้า
00:07:38เก็บไว้นานยิ่งดีจริงมยแล้วถ้าหมดอายุยัง
00:07:41กินได้อยู่หรือเปล่าเหล้าหมดอายุมั้เชิ
00:07:43>> หมดอายุมี 2 แบบ Best before กับ expire
00:07:45ใช่มั้ XP คือหมดอายุเชิงเชื้อคือกินแล้ว
00:07:48ไม่ปลอดภัย Best before คือไม่ได้หมด
00:07:50เชิงเชื้อหมดเชิงเคมีกายภาพกลิ่นเปลี่ยน
00:07:52กินเหม็นหืนแต่ยังกินได้อยู่ไม่ได้เกี่ยว
00:07:54กับเชื้ออะไรเหล้าเราเกิดมาไม่เคยเห็น
00:07:56เหล้าที่
00:07:57>> อ
00:07:58>> เชื้อขึ้นเชื้อราขึ้นเพราะเหล้าแอลกอฮอล์
00:08:00สูง
00:08:00>> เพงั้นเหล้าส่วนใหญ่มันจะเป็นเชิงของ
00:08:03ลักษณะทาง best before มากกว่า
00:08:05>> เพราะฉะนั้นเหล้าที่หมดอายุอ่ะ
00:08:07>> มันจะยังกินได้
00:08:10>> ปลอดภัยเพราะแอลกอฮอล์มันเยอะมากเชื้อที่
00:08:12ไหนมันโตไม่ได้แต่กลิ่นมันอาจจะเพี้ยนอ
00:08:14>> แต่มันจะมีแอลกอฮอล์บางตัวที่มันถึงจุด
00:08:16พีคแล้วแบบสมมุติวายเก็บไว้ 4-5 ปีแล้วดี
00:08:19สุด
00:08:19>> อื
00:08:20>> ที่หลายคนที่พวกซอมเียเค้าบอกถึงจุดพีค
00:08:22มันน่ะ
00:08:23>> แล้วพอเลยจุดพีคของปีนี้มันก็จะดรอปลงคือ
00:08:25กลิ่นจะแย่ลงแย่ลงไอ้ที่กลิ่นแย่ลงไม่ใช่
00:08:27เรื่องเชื้อ
00:08:28>> แต่เป็นกลิ่นของลักษณะ
00:08:30>> อ่า sensory หรือว่ากลิ่นเคมีกลิ่นสาร
00:08:33เคมีในนั้น
00:08:35>> ที่มันระเหยออกไปทำให้กินแล้วไม่อร่อย
00:08:37เหมือนเดิม
00:08:38>> ออแต่เอาไปทำอย่างอื่นได้ทำอาหาร
00:08:40>> ได้ทำทำอาหารก็ได้
00:08:41>> อ
00:08:41>> มันจะมีคำว่าแบบ
00:08:43>> บางคนเขาเรียกว่าหรือเหล้ามันออกซิไidiz
00:08:46ใช่มั้ย
00:08:47>> มันออกซิไซไปเยอะๆไอ้พวกไวนที่มันออกซิได
00:08:50อ่ะยังกินได้ปลอดภัยอยู่เค้ามันมีเปเปอร์
00:08:52นึงเค้าบอกว่าสารที่เกิดจากการออกซิไid
00:08:55ของไวไม่ได้ไม่ได้อันตราย
00:08:56>> อือ
00:08:57>> ไม่เหมือนใน
00:08:59พวกของแห้งที่มันเหม็นหื่นเดี๋เราค่อยคุย
00:09:02กันอีกที
00:09:03>> ได้
00:09:03>> อันนั้นอันนั้นไม่ควรกิน
00:09:04>> โอเค
00:09:05>> มาอันต่อไปครับเชฟ
00:09:07>> ไวพอมั้
00:09:09>> ยังยาวอยู่เหรอ
00:09:10>> ไม่ยาวแล้วก็โอเคนะเป็นเรื่องเนื้อสัตว์
00:09:13ครับ
00:09:13>> โอ้
00:09:14>> เนื้อสัตว์ที่ดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบกิน
00:09:17ได้หรือเปล่า
00:09:17>> ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเนื้อวัวหรือเนื้อหมู
00:09:20ถ้าปัจจุบันเนี้ยเนื้อหมูเนี่ยเนี่ยใน
00:09:21เมืองไทยค่อนข้างอันตรายเพราะมันมีเชื้อ
00:09:24โรคหูดับ
00:09:25>> อื
00:09:25>> แต่ก่อนมีหูดับมันก็มีพยาธตัวกลมไอ้
00:09:27ไตรคีนสปalิอันนั้นน่ะครับ
00:09:29>> ที่เป็นแบคทีเรียที่บ่งชี้ว่าทำไมหมูต้อง
00:09:33กินสุกทำไมเนื้อกินดิบได้เพราะวัวไม่มี
00:09:36พยาธตัวนี้
00:09:37>> อ๋อ
00:09:37>> แต่หมูมันดันมีเพราะงั้นหมูต้องกินสุก
00:09:39กว่าเนื้อ
00:09:40>> เพราะต้องทำลายพยาธตัวนี้ก่อนที่
00:09:41>> ต้องทำลายพยาธตัวนี้ถูกต้องครับ
00:09:43>> แต่วัวไม่มีโอกาสที่จะมีเลยใช่มั้ยครับ
00:09:45>> มันมีพยาธตัวอื่นซึ่งมันไม่ได้อันตราย
00:09:46เท่าพยาธตัวกลมที่มีในหมูเพราะหมูอย่าลืม
00:09:49มันตัวมันเตี้ยมันใช้มันขุดดินอะไรอย่าง
00:09:51เงี้ย
00:09:52>> แต่วัวมันเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องที่ค่อน
00:09:54ข้างอยู่สูงกว่าดินเพราะฉะนั้นเชื้อพวก
00:09:56นี้ในร่างกายมันอ
00:09:58>> มีน้อยเพราะฉะนั้นอันนี้คือสาเหตุที่ว่า
00:10:00ทำไมสเต็กกิน rare กินmediมได้กิน rare
00:10:02ได้แต่หมูต้องกิน
00:10:04>> เวลดันขึ้นไป
00:10:05>> อืแล้วถ้าเราพูดถึงพวกไก่หรือซีฟุ
00:10:07>> ไก่ไม่ควรเลยเพราะว่าไก่มีเชื้อของมันน่ะ
00:10:10เค้าเรียกซาโมเดล่า
00:10:12>> อันนี้มีไม่ว่าจะเลี้ยงสะอาดแค่ไหนก็ยัง
00:10:14มี
00:10:14>> เพราะฉะนั้นไก่เนื้อไก่เขาไม่นิยมทานดิบ
00:10:18>> อยู่ในเนื้อหรือว่าอยู่ที่ผิว
00:10:20>> อยู่เนื้อไก่ของมันอยู่แล้ว
00:10:21>> อ๋อเพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่าเชื้อโรคจะเกิด
00:10:24ที่ผิวเท่านั้นมันมีอยู่ในเนื้อ
00:10:26>> ถูกต้องถูกต้องถูกต้อง
00:10:28>> ก็ควรทำให้สุก 100%
00:10:29>> ควรทำให้สุกไก่ควรสุก 100% สุก 100% คือ
00:10:32ชัวร์ๆคืออุณหภูมิ
00:10:34จุดที่เย็นที่สุดหรือจุดที่ลึกที่สุดของ
00:10:36เหลือไก่ที่คุต้องเกิน 72
00:10:38>> ความจริงเกิน 70 ก็รอดแล้วแต่หลายคนบอก 70
00:10:4072 เพราะให้มันชัวร์ว่ามันเกินกว่า 70
00:10:42แน่ๆ
00:10:42>> เอๆ
00:10:43>> นั่นแหละครับเพราะงั้นไก่หมูควรกิน
00:10:46>> สุก
00:10:47>> ครับ
00:10:47>> อืแล้วเนื้อวัวควรกินควรกินสุกหมดทุก
00:10:51อย่างแต่เนื้อวัวมันเป็นอะไรที่สามารถกิน
00:10:53กึ่งสุกกึ่งดิบได้ครับ
00:10:56>> แต่กินสุกก็จะดีที่สุด
00:10:57>> ใช่แต่เนื้อวัวกินสุกก็ไม่อร่อยไงเวลดัน
00:10:59มันก็จะแห้ง
00:11:00>> อ่าก็แล้วแต่อืแล้วแต่คนชอบด้วยนะแล้วก็
00:11:02ผมไม่แน่ใจว่าเค้าจะถามครอบคลุมไปถึงพวก
00:11:04ซีฟู้ดหรือเปล่า
00:11:06>> กึ่งสุกกึ่งดิบ
00:11:06>> ซีฟู้ดซีฟู้ดนี่แล้วแต่ช่วงเวลาเลยหอยนาง
00:11:09รมความจริงมันกินดิบได้แต่บางช่วง
00:11:12>> อ่าน้ำทะเลมันเกิดโรคระบาดอะไรขึ้นก็มี
00:11:15บางช่วงที่เขาออกข่าวว่าช่วงนี้อย่าเพิ่ง
00:11:16กินหอยนางรมดิบนะอะไรประมาณเนี้ยส่วน
00:11:19เนื้อปลามันก็มีหลายหลายทฤษฎีมาก
00:11:22>> อ
00:11:23>> เขาบอกไอ้เนื้อปลาเกดซาซิมิอ่ะที่บอกว่า
00:11:25เกดซาซิมิเพราะมันมีการไล่เลือดไล่คาวออก
00:11:27มันถึงกินได้ทำไมแซลมอนบัง
00:11:30>> บัง
00:11:31>> คุณภาพไม่สามารถกินดิบได้ทำไมกินดิบได้
00:11:33มันอยู่ที่กระบวนการไล่เลือดหลังที่เอา
00:11:36>> ปลาขึ้นมาเพราะส่วนใหญ่พยาธอะไรพวกนี้มัน
00:11:38อยู่ในในเลือดใช่
00:11:39>> เลือดเลือดอ๋อ
00:11:40>> ที่เขาใช้อคจgเมะชินเคมนเนี่ยไล่เลือดของ
00:11:44ปลา
00:11:44>> อะไรประมาณนั้นแต่กระบวนการไล่เลือดส่วน
00:11:46ตัวผมก็ทำไม่เป็นนะ
00:11:47>> อือๆ
00:11:47>> แต่เคยเคยชาวประมงอ่ะที่เขาจัดการปลาที่
00:11:50ทำเกดซาซิมิของเขา
00:11:51>> ดึงเลือดอยู่เหมือนตัดเส้นเลือดตรง
00:11:53ตำแหน่งนึงอ่ะแล้วก็พืชออกมาเลยอ่ะ
00:11:55>> อือๆ
00:11:56>> ก็คือการไม่ให้มีเชื้อโรคในเลือดในตัวปลา
00:11:59ให้มากที่สุดโอเค
00:12:00>> ใช่ๆ
00:12:01>> อ่ะต่อไปเลยครับเชฟ
00:12:03>> อื
00:12:05>> ดีนะมันก็สุ่มๆดีนะเนี่ยชอบอย่างงั้น
00:12:07>> สสลับสมองไม่ทันล่ะ
00:12:10>> อันนี้คลาสสิคเหมือนกันครับของตกพื้น 5
00:12:14วินาทีกินได้จริงมั้ย
00:12:15>> ไม่จริง
00:12:17>> เชื้อโรคมันไม่ได้มีตาที่บอกว่าเฮ้ย 10
00:12:18วินาทีกำลังจะเกาะนะหรือ 1 วินาทีเกาะไม่
00:12:21ทันเปล่าครับตกแค่เสี้ยววินาทีมัน att ลง
00:12:24ไปมันเกาะขึ้นมาเลย
00:12:26>> อื
00:12:26>> มันไม่จำเป็นมันไม่ได้มีหลักวินาทีตก
00:12:28เสี้ยววินาทีถ้าโดนพื้นเชื้อโรคก็เกาะ
00:12:30อาหารขึ้นมาทันที
00:12:32>> อยู่ที่ว่าจะได้สุ่มได้เชื้อโรคอะไรมา
00:12:34>> เชื้อโรคอะไรมาพื้นสะอาดมั้ยพื้นสกปรก
00:12:36มั้ยถ้าเป็นโต๊ะนี้ถ้าตกผมอาจจะกิน
00:12:39>> อ๋อ
00:12:40>> เพราะเค้าเช็ดแอลกอฮอล์ตลอดใช่มั้แต่ถ้า
00:12:42เป็นพื้นที่แบบเนี่ยพื้นเนี้ย
00:12:44>> ที่มีรองเท้าจากข้างนอกมาก็ไม่กิน
00:12:46>> อืครับ
00:12:47>> แล้วมันมีอีกอันนึงคือแบบเราทำทำลูกอมตก
00:12:51ล้างน้ำให้มันแบบสักพักนึงแล้วอมต่อได้
00:12:55มั้
00:12:55>> เป็นผมผมอมนะ
00:12:56>> เออ
00:12:57>> เพราะว่าเชื้อโรคมันเกาะอยู่แค่ผิวนอก
00:12:59>> ผิวนอก
00:12:59>> ใช่มั้พอล้างไอ้น้ำตาลที่มันอยู่ข้างนอก
00:13:01มันก็ค่อยๆละลายออก
00:13:02>> สิ่งที่ผมทำบ่อยสุดอ่ะคือน้ำแข็ง
00:13:04>> อ่าๆใช่ๆน้ำแข็งอันนึง
00:13:06>> บางทีตกไปตรงโต๊ะปึ๊บขอไปล้างน้ำให้ให้
00:13:08ข้างนอกออกนิดนึงละลายไป
00:13:10>> แต่ที่สุดจะทำตกเลย
00:13:12>> จะทำตกเลย
00:13:13>> หรือไม่ก็ต้องเสียได้ขนาดนั้น
00:13:14>> ใช่หรืออาหารไหนที่มันไม่สามารถล้างแล้ว
00:13:15ละลายได้เหมือนน้ำแข็งหรือลูกอมก็ก็ไม่
00:13:17ขวดอือ
00:13:18>> เฉือนเฉือนออกเฉือนออก
00:13:20>> อ๋อ
00:13:21>> แต่ใครจะจำได้ตกพื้นตกด้านไหน
00:13:22>> ตกด้านไหนแต่น้ำแข็งมันล้างได้
00:13:24>> ใช่
00:13:25>> แต่ก็อย่าเสียดายเลยครับน้ำแข็งแค่นิด
00:13:26เดียวเอง
00:13:27>> เอาทิ้งไปเหอะ
00:13:28>> อย่าไปเสี่ยงกับพื้นรองเท้าเลยครับ
00:13:30>> ครับ
00:13:32ข้อต่อไปครับอ่าอันนี้ก็คำถามคลาสสิก
00:13:35เหมือนกันน้ำผึ้งเก็บไว้นานๆได้จริงมั้ย
00:13:39แล้วมันไม่เสียจริงหรึเปล่าน้ำ
00:13:40>> เสียได้น้ำผึ้งเสียได้หลายคนน่ะคิดว่าน้ำ
00:13:42ผึ้งเป็นของอมตะ
00:13:43>> เก็บไว้นานๆไม่เสียความจริงมันมีเชื้อตัว
00:13:45นึงเ้าเรียกว่าไซโกไซ
00:13:47คือยีสที่ทนน้ำตาลสูงๆได้
00:13:50>> ออฮะ
00:13:50>> นะครับหลายหลายครั้งลองสังเกตดิน้ำผึ้ง
00:13:52เวลาเก็บไว้นานๆเปิดมามันจะมีแก๊สใช่มั้ย
00:13:55มันจะมีเสียงแก๊สนิดหน่อย
00:13:56>> อือ
00:13:57>> อันนั้นน่ะคือยีสมันโตแล้วมันผลิตแก๊ส
00:14:00คาร์บอนไดออกไซด์อยู่
00:14:01>> แล้วมีอันตรายกับร่างกายยังไง
00:14:03>> ไม่ได้มีไม่ได้มีอันตรายแค่แค่คุณสมบัติ
00:14:05ของน้ำผึ้งมันเสียไปกลิ่นมันเพี้ยนหรือ
00:14:07ว่ามันมีกลิ่นหมักนิดหน่อย
00:14:09>> อืถามอ่ะถ้าถามว่าเสียได้มั้ยเสียได้
00:14:13>> แต่โอกาสเสียได้น้อย
00:14:14>> อ่ากินได้อาจจะไม่อันตรายแต่แค่ลดชาติ
00:14:16เปลี่ยนไปเฉยๆ
00:14:17>> ใช่อ
00:14:18>> แต่โอกาสเสียน้อยครับเจอแบบ 1 ใน 100 ขวด
00:14:20อะไรประมาณเนี้ย
00:14:21>> อือ
00:14:21>> คือมันต้องได้แจ็คพอตที่เชื้อนั้นมันปี
00:14:23จากอากาศลงน้ำผึ้ง
00:14:25>> เออ
00:14:25>> มันต้องแบบนั้น
00:14:26>> คือถ้าห้องมันสะอาดมากกระบวนการบรรจุน้ำ
00:14:29ผึ้งสะอาด
00:14:30>> ก็มีโอกาสอยู่ได้ตลอดไปเพราะน้ำผึ้งน้ำ
00:14:32ตาลน้ำตาลมันสูงมาก
00:14:34>> อืยกเว้นว่าสมมุติว่ามันมีเชื้ออะไรบาง
00:14:37ตัวมามาอยู่บนพื้นผิวของน้ำผึ้งแล้วเรา
00:14:39กินเชื้อตัวนั้นไปโดยตรงเงี้ยก็อันตรายม
00:14:42สมมุติว่าเปิดฝาขวดน้ำผึ้งทิ้งไว้มีเชื้อ
00:14:45มาเกาะอยู่บนพื้นผิวมันจะอยู่
00:14:47>> อ๋อใช่เช่นแบบสมมุตินะน้ำผึ้งเปิดฟ้าขวด
00:14:50สมมุตินี่เป็นขวดน้ำผึ้ง
00:14:51>> แล้วแม่สับไก่ดิบ
00:14:53>> เออใช่อะไร
00:14:54>> ก็มีสิทธิ์
00:14:55>> แต่มันไม่ใช่เสียเพราะพอน้ำผึ้งมันเสีย
00:14:56จากเชื้อจากไก่กระเด็น
00:14:57>> นั่นแหละ
00:14:58>> อือก็มีความเป็นปนเปื้อนได้อยู่
00:15:01>> เป็นเเรียกว่า cross contaminate ไม่ได้
00:15:02ไม่ได้สปอยโดยตรง
00:15:04>> อโอเคฮะคำถามที่เท่าไหร่นะเนี่ยไม่รู้
00:15:07แล้วไม่นับแล้ว
00:15:07>> ทำเวลามาก
00:15:10>> อ่าโอเคภาชนะอย่างกาน้ำชาครับลวกร้อนก่อน
00:15:14ใช้ค่าเชื้อได้แค่แค่ไหน
00:15:16>> มันขึ้นอยู่กับว่าลวกยังไงสมมุติว่ามีน้ำ
00:15:18เดือดอยู่แล้วเอา
00:15:20ทั้งการน้ำชาทั้งเซตอ่ะลงไปต้มมันก็ตาย
00:15:23หมดอือ
00:15:24>> ตายเกือบหมดดีกว่ายกเว้นมีสปอก็จะไม่ตาย
00:15:26แต่ว่าอ
00:15:27>> ถ้าแค่กินหลายๆปากใช่มั้ยแล้วมีเป็นชุด
00:15:30น้ำชาหยุดแล้วเทราดโอกาสฆ่าเชื้อมันไม่
00:15:33100% เพราะเราไม่รู้ว่าราดมันทั่วหรือ
00:15:35เปล่าแต่การที่มีน้ำร้อนอยู่แล้วจุ่มลงไป
00:15:37เลยมันโดนทุกพื้นผิวอ
00:15:39>> อื
00:15:39>> อันนี้น่าจะเป็นเคสที่แบบคนสมัยก่อนที่
00:15:42ไม่อยากล้างกาน้ำชาด้วยน้ำยาชาหลังจานแน่
00:15:45>> อ่าใช่อันเนี้ยมันได้มาจากเอ่อเพื่อนที่ช
00:15:48ดื่มชาครับแล้วก็คำถามเขาก็คือเค้าก็บอก
00:15:52ว่าส่วนใหญ่เขาจะไม่ค่อยใช้น้ำยาล้างจาน
00:15:54ล้างน้ำชากันเพราะว่ามันจะมีการแบบบ่มชา
00:15:58ที่เคยกินแล้วอะไรมาอยู่ซึ่งลวกน้ำร้อนผม
00:16:01ก็เข้าใจว่าได้แต่มันมีมันอาจจะมีพวกเศษ
00:16:04ใบช้าเก่าอะไรอย่างงี้ติดอยู่
00:16:06>> เศษใบช้าไม่ซีเรียสเท่ากับโรคติดต่อทาง
00:16:09น้ำลายยุคนี้มากกว่าเชื้อในน้ำลายนี่เยอะ
00:16:11กว่าเชื้อใบชาเยอะมากแต่ผมเข้าใจว่าไอ้
00:16:14ที่ถ้วยน้ำชาที่เขาไม่อยากให้ล้างคือ
00:16:16เมื่อก่อนน่าจะเป็นถ้วยดินเผาที่มันมีการ
00:16:18ดูดซึมกลิ่นชาแต่หลังๆมันเป็นถ้วยเคลือบ
00:16:21ถ้วยเซรามิกอ่ะ
00:16:21>> อือ
00:16:22>> กลิ่นชาไม่ติดอยู่แล้ว
00:16:24>> ออ
00:16:24>> น้ำยาล้างจานล้างได้ไม่เกี่ยวกับความ
00:16:26อร่อยเลย
00:16:26>> อืแต่ว่าแต่ว่าพวกดินเผานี่ก็น่าสนใจไอ้
00:16:30รูพรุนของดินเนี่ยมันสามารถกักเก็บใช้โรค
00:16:32อะไรได้
00:16:32>> ก็มีสิทธิ์มีสิทธิ์มีสิทธิ์แต่การลวกน้ำ
00:16:35ร้อนหรือต้มก็ช่วยได้เพราะว่าน้ำร้อนมัน
00:16:37ก็
00:16:38>> ซึมเข้าไปใน
00:16:39>> ดินเผาได้ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยฆ่า
00:16:42เชื้อได้
00:16:42>> ก็คือน้ำเดือดปกติ้ำปอ
00:16:45>> แต่ควรมั่นใจว่ามันจมจริงๆอ่ะไม่ใช่แค่
00:16:48ราดใช่
00:16:49>> เอครับอ่ะต่อครับ
00:16:52>> ต้องคนมั้ยเนี่ยไม่ผมว่าคนไม่คนมีค่าเท่า
00:16:55กัน
00:16:57อันนี้น่าจะเป็นเออเหมือนกันคนไทยทนเชื้อ
00:17:00โรคได้มากกว่าชาวต่างชาติจริงมั้ย
00:17:04>> เหมือนจะจริงนะแต่ผมว่าเราทนกับเชื้อที่
00:17:07เราคุ้นเคยมากกว่าไง
00:17:08>> สมมุติเรา
00:17:10>> เราก็จะทนสมมุติว่าอาหารเราเป็นอย่างข้าว
00:17:12ข้าวผัดกะเพราส้มตำลาบครับเราก็จะทนกับ
00:17:14เชื้อที่ปกติมันอยู่ในอาหาร 3 จานนี้
00:17:16เพราะมันเป็นอาหารที่เรากินบ่อย
00:17:18>> แต่สมมุติเราไปต่างประเทศเราไปเจอเชื้อ
00:17:20สมมุติเจอเชื้อในชีสที่เราไม่คุ้นเขาอาจ
00:17:22จะทนเชื้อในชีสแต่เราไม่ทนเพราะงั้นเราผม
00:17:25ไม่อยากบอกว่า
00:17:26>> เราแข็งแรงมากกว่าต่างประเทศเราแค่แข็ง
00:17:28แรงกับเชื้อที่อยู่ในอาหารไทยคุ้นกับ
00:17:32เชื้อนี้มากกว่า
00:17:33>> ซึ่งมันเยอะกว่าในต่างประเทศหรือเปล่า
00:17:35>> ส่วนใหญ่จะโหลดเยอะกว่าเพราะว่าเราเป็น
00:17:36อาหารที่
00:17:38>> อุณหภูมิห้องอ่ะเชื้อมันโตได้ไวกว่าอัน
00:17:41นี้คือสาเหตุที่ว่าทำไมคนต่างประเทศบางที
00:17:43อยู่เมืองบ้านเขาไม่เป็นไรมาบ้านเรากิน
00:17:45อาหารมื้อเดียวอ
00:17:46>> ท้องเสียเลย
00:17:46>> ท้องเสีย
00:17:47>> เออ
00:17:47>> อื
00:17:48>> เป็นเพราะว่าใช้โรคมันโตในอากาศแบบบ้าน
00:17:51เรา
00:17:51>> มัน 2 อย่างโหลดเยอะกว่าปริมาณเยอะกว่า
00:17:55กับเป็นเชื้อที่เขาไม่คุ้น
00:17:56>> อื
00:17:56>> เพราะเค้าเชุเคุ้นกับเชื้อบ้านเขาไง
00:17:59>> อ๋อโหลดเยอะกว่านี่หมายถึงว่าเราเราใส่ใน
00:18:02หลายๆอย่างในอาหารไทยอย่างงี้เหรอ
00:18:04>> จำนวนไม่โหลดก็คือว่าตอนแรกทำมาใหม่ๆก็
00:18:07อาจจะยังไม่มีแต่น้อยคนที่จะกินอาหารที่
00:18:09ปรุงสุกใหม่บางทีเเก็บไว้ 2-3 ชั่วโมง
00:18:11เชื้อที่จากน้อยๆค่อยค่อยๆโตค่อยๆโตมันโต
00:18:13ไวกว่าไงเพราะว่าอุณหภูมิบ้านเรามันอุ่น
00:18:16กว่าอ
00:18:16>> อือ
00:18:17>> โอเค
00:18:18>> นั่นแหละครับ
00:18:18>> งั้นถ้ามีเพื่อนฝรั่งมาก็ควรที่จะ
00:18:21>> อุ่น
00:18:22>> อุ่นทุกอย่าง
00:18:23>> ทำไมบ้านยูกินอาหารร้อนตลอดเวลา
00:18:25>> อ
00:18:27>> คำถามต่อไปครับอันเนี้ยก็คลาสสิคครับ
00:18:30คลาสสิกทุกอันน่ะกระป๋องเออได้ยินบ่อยๆใน
00:18:34เรื่องกระป๋องบุบแล้วก็เกิดแบบความเน่า
00:18:36เสีย
00:18:36>> อือ
00:18:37>> กระป๋องที่บุบเพราะแรงกระแทกกับกระป๋อง
00:18:39ที่เสียเนี่ยมันดูออกมั้ครับว่ามันต่าง
00:18:41กันยังไง
00:18:42>> หลักๆไม่ว่าจะบุบยังไงไม่ไม่ควรไปกินมัน
00:18:44แต่ถ้าแบบถ้าอยากเลือกจริงๆอ่ะส่วนใหญ่
00:18:46ถ้าบุบเพราะแรงกระแทกแล้วยังกินได้มันจะ
00:18:48บุบตรงบอดี้มันสมมุติว่านี่นี่คือกระป๋อง
00:18:50เงี้ย
00:18:50>> ครับ
00:18:51>> บุบตรงเไม่เป็นไรแสดงว่าบุบเข้าอ่ะบุบ
00:18:54เข้าคือโดนแรงกระแทกจากการขนส่ง
00:18:57>> แต่พองออกคือมาจากเชื้อที่หายใจแล้วเกิด
00:19:00แก๊สในนี้ความจริงการเสียของอาหารกระป๋อง
00:19:02มีหลายแบบมากบางทีไม่ต้องผ่องเลย
00:19:05>> อื
00:19:06>> เรียบทุกอย่างถ้าเป็นศัพท์เ้าเรียกว่า
00:19:08แฟลชาวด์คือข้างในเปรี้ยวแต่กระป๋องไม่
00:19:11บวมแฟลชไงแบ่ง
00:19:13>> ก็เสียได้
00:19:14>> แต่เราไม่รู้แต่ถ้ามันพองออกมาเนี่ยไม่
00:19:17ควรกินนะหรือถ้ามันบุบเข้าบุบเข้าตรงนี้
00:19:20ไม่เป็นไรใช่มั้ย
00:19:21>> แต่ถ้าบุบเข้าตรง
00:19:22>> ขอบ
00:19:23>> อ๋อ
00:19:23>> อันตรายเพราะตรงนี้มันเป็นส่วนเขาเรียก
00:19:26ว่าส่วนรอยต่อระหว่างฝากับแคนเพราะปกติ
00:19:29เวลาผลิตกระป๋องมันจะมีส่วนบอดี้กับส่วน
00:19:32แคน
00:19:33>> แต่เขาจะมาเชื่อมกันด้วยเ้าเรียกว่าซีม
00:19:35ซีมตรงขอบมันน่ะ
00:19:36>> ถ้าบุบตรงขอบมีโอกาสที่เชื้อข้างนอกจะ
00:19:39เข้าไปได้อ
00:19:40>> อ๋อ
00:19:41>> แต่ถ้าบุบตรงเนี้ยส่วนใหญ่ไม่เป็นไรอาจจะ
00:19:43เกิดการกระแทกอ
00:19:44>> แต่ถ้าพองไม่ควรกินเลย
00:19:46>> แล้วถ้าถ้ากระแทกเนี่ยมันจะทำให้เกิดการ
00:19:49เสียของกระป๋องนั้นง่ายขึ้นอีกป่ะ
00:19:51>> ง่ายขึ้นง่ายขึ้นง่ายขึ้นโดยเฉพาะตรงตรง
00:19:53ขอบจะยิ่งง่ายเพราะมันเป็นรอยต่อมันมี
00:19:55โอกาสมีรูเยอะ
00:19:56>> แต่ตรงนี้ถามว่าก็มีมั้ยมีแต่น้อยกว่า
00:19:59>> เพราะตรงนี้มันไม่ใช่เป็น
00:20:01>> ตรงบอดี้มันไม่ใช่ตรงรอยต่ออะไร
00:20:03>> อือๆ
00:20:04>> อื
00:20:04>> คือมันไม่เกิดจากข้างในอยู่แล้วแต่มัน
00:20:06เกิดจากเชื้อที่จะเข้าไป
00:20:07>> ใช่เพราะข้างในอาหารกระป๋องทุกที่ข้างใน
00:20:09เขาเรียกว่า commmercial story
00:20:12ที่แปลว่าเกือบจะพูดอพูดง่ายๆแทบไม่มี
00:20:15เชื้อเหลืออยู่เลยเพราะฉะนั้นอาหารข้างใน
00:20:16มันเลยอ
00:20:17>> ปลอดภัยมาก
00:20:18>> ยกเว้น
00:20:19>> โดนกระแทกจนเชื้อข้างนอกเข้า
00:20:21>> อ
00:20:22>> หรือเปิดแล้วเปิดแล้วปิดแล้วเก็บไม่ดีแต่
00:20:25เปิดครั้งนึงที่เปิดเชื้อเข้าทันทีไม่ว่า
00:20:28จะอยู่ในห้องสะอาดแค่ไหนอ
00:20:30>> ยกเว้นต้องไปอยู่ในห้องผ่าตัดที่เป็นแบบ
00:20:32มากๆ
00:20:33>> ใช่
00:20:34>> โอเคครับ
00:20:35>> จะหมดแล้วล้อเล่น
00:20:36>> ยังครับยังไม่ถึงครึ่งเลยมั้งครับเนี่ย
00:20:40การล้างจานด้วยฟองฟองน้ำที่ใช้ซ้ำๆมัน
00:20:42สะอาดได้จริงหรือเปล่า
00:20:43>> ไม่ฟองน้ำเป็นตัวที่เก็บเชื้อโรคเยอะมาก
00:20:47ใน
00:20:47>> เพราะมันมีรูพรุนเยอะ
00:20:49>> ใช่มั้ยมันมีรูพุนเยอะยกเว้นโหถ้าใคร
00:20:51สะอาดจัดใช้ครั้งนึงอ่ะราดน้ำร้อนทีนึง
00:20:54พ่นแอลกอฮอล์ทีนึง
00:20:55>> ฟองน้ำคุณเปลี่ยนครับพอมันเริ่มแบบเก่าๆ
00:20:58สมมุติว่าใช้อาทิตย์นึงงี้เริ่มเริ่ดำๆ
00:21:01แล้วควรควรเปลี่ยนเพราะมันเป็นแหล่งสะสม
00:21:03เชื้อ
00:21:04>> เราจัดการกับฟองน้ำในครัวเรายังไงครับทุก
00:21:06วันที่เราใช้เสร็จอ่ะ
00:21:08>> พอล้างเสร็จอ่ะหลายคนคิดว่ามันมีฟองแล้ว
00:21:10คือสะอาดความจริงไม่ใช่
00:21:12>> ออ
00:21:12>> สมมุติล้างสมมุติว่านี่คือแก้ว
00:21:16>> ล้างล้างแก้วเสร็จ
00:21:18>> แก้วสะอาดฟองน้ำมีฟองวางทิ้งไว้เนี่ยไม่
00:21:20ควร
00:21:21>> อ๋อ
00:21:21>> ควรปีบฟองทั้งหมดออกก่อน
00:21:23>> แล้วใส่ไอ้น้ำยาล้างจานอีกรอบแล้วขยำอีก
00:21:26รอบนึงแล้วบีบอีกครั้งนึง
00:21:28>> เพื่อเหมือนเป็นการทำความสะอาดฟองน้ำใน
00:21:30ตัวอ
00:21:31>> คือหลายคนล้างจานเสร็จปุ๊บล้างจานล้าง
00:21:33แก้วเสร็จปุ๊บเห็นว่าฟองน้ำยังมีฟองอยู่
00:21:36ไม่ยอมบีบคั้นออก
00:21:37>> วางไว้คิดว่ามีฟองแล้วสะอาดแต่ความจริง
00:21:40มันไม่ใช่ใช่
00:21:40>> ก็คือเชื้อที่เราไปเช็ดแหละมันก็ยังอยู่
00:21:43แล้วมันก็ไปโตในฟองน้ำ
00:21:45>> แล้วโตครั้งนึง
00:21:46>> ล้างอีกครั้งถัดไปก็จะยากแล้วเพราะว่าฟอง
00:21:48น้ำมันลึก
00:21:49>> อื
00:21:49>> แล้วคงไม่มีใครแบบเทน้ำร้อนราดอ่ะ
00:21:53>> แต่ถ้าเทน้ำร้อนราดก็จะดี
00:21:54>> ก็ช่วยก็ช่วยก็ช่วย
00:21:55>> แปลว่าเราควรทำความสะอาดฟองน้ำทุกวันนะ
00:21:58>> ทุกครั้งแต่ไม่ต้องถึงขนาดน้ำเดือดราดก็
00:22:00ได้แต่อย่างน้อยแบบพอใช้เสร็จครั้งนึงก็
00:22:03บีบออกให้หมดแล้วใส่น้ำยาล้างจันทอีกรอบ
00:22:06ขยับเหมือนซักผ้าอืเหมือนซักผ้าแค่นั้น
00:22:08แหละ
00:22:09>> ก็จะสาคือจะต้องบีบให้แห้งพอมีน้ำอยู่
00:22:11เชื้อก็โตได้อ
00:22:12>> อ๋อ
00:22:12>> ต้องบีบให้แห้งมาก
00:22:13>> แห้งแล้วก็วางไว้ตรงที่แห้ง
00:22:15>> วางไว้ตรงที่ระบายอากาศได้
00:22:17>> เพราะว่าคนก็จะใส่เข้าไปในกระป๋องที่มี
00:22:18น้ำยาอยู่
00:22:19>> อืก็ก็หมักหมมต่อ
00:22:22>> โอเคอันนี้ดีครับมีประโยชน์เห็นชัดที่
00:22:25บ้านใช้
00:22:26>> แต่มันจะมีร้านอาหารที่เขาแช่ไว้ใน
00:22:29คอนเทนเนอร์ที่มีน้ำอยู่ตลอดเวลา
00:22:31>> นั่นแหละอันนั้นแหละ
00:22:33>> มันหลายปัจจัยมาก
00:22:34>> ถ้าน้ำยาล้างจานเข้มข้นพอเชื้อก็ไม่โตแต่
00:22:37หลายที่มันเจือจางมันก็โตได้
00:22:39>> ชอบเติมน้ำลงไปในน้ำยา
00:22:40>> นั่นแหละจงแบบกลัวอะไรนะกลัวเปิแต่ Best
00:22:43Practice อ่ะต้องบีบให้แห้งแล้วผึ่งไว้
00:22:46>> อันนั้นชัวร์สุด
00:22:47>> อื
00:22:47>> ดูน่ากลัวจริงๆ
00:22:48>> นั่นแหละครับ
00:22:49>> โอเคครับ
00:22:53>> คำอย่างอ่าอันนี้เป็นเรื่องจากผมว่ายุค
00:22:57โควิดเนี่ยล้างมือก่อนกินช่วยลดเชื้อโรค
00:22:59ได้จริงมั้
00:23:00>> ลดจริงลดจริงแต่ต้องล้างล้างมือยังถูก
00:23:02วิธีไงผมก็จำไม่ได้หรอกว่ามันมีขั้นตอน
00:23:04ไหนมาแต่จำได้ว่าอย่างน้อยขั้นตอนนึงคือ
00:23:07ต้องถูกสบู่คงที่ไว้อย่างน้อย 20 วินาที
00:23:09ซึ่งหลายคนมันแค่ 5 วินาทีปัจจุบันผมก็
00:23:11เป็นบางที 5 วินาขี้เขียนอ
00:23:13>> 20 วินาทีคือลดเชื้อได้ชัดเจนที่สุด
00:23:16>> อือ
00:23:17>> มี 2 ปัจจัยถ้าอยากล้างมือให้สะอาดคือ
00:23:19ล้างนานพอและล้างถูกวิธีไงมันมี
00:23:21>> มันมีวิธีอยู่
00:23:23>> ช่วงโควิดเราน่าจะเห็นบ่อย
00:23:24>> ใช่หลายคนถูกแค่เนี้ยแล้วคงไว้ 20 วินาท
00:23:26>> เออ
00:23:26>> อ้าวไอ้ตรงข้อก็ไม่โดน
00:23:28>> อ
00:23:28>> ก็ต้องมีท่าของเขาแล้วต้องคงไว้ 20
00:23:31วินาทีด้วย
00:23:31>> น้ำเปล่าก็ไม่รอด
00:23:32>> น้ำเปล่าไม่รอด
00:23:33>> อื
00:23:34>> หลักการ sanitation ในอุตสาหกรรมอาหาร
00:23:37จริงๆอ่ะความจริงอ่ะมันมีทั้ง 3 ขั้นตอน
00:23:39ขั้นแรกล้างน้ำเปล่าเพื่อล้างส่วนใหญ่ออก
00:23:42ไปก่อนขั้นที่ 2 คือ cleaning ใช้น้ำยา
00:23:44ล้างจาน
00:23:45>> อ
00:23:45>> น้ำยาล้างจานคือเอาไขมันโปรตีนออกแต่
00:23:47เชื้อยังอยู่อันที่ 3 คือ disinfection
00:23:50ใช้แอลกอฮอล์
00:23:51>> แล้วต้องเรียงแบบนี้ด้วยนะ
00:23:52>> ถ้ามาถึงเอาแอลกอฮอล์ก่อนแล้ว cleaning
00:23:54ก็ใช่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
00:23:57>> ต้องเอาน้ำเปล่า
00:23:59>> น้ำยาล้างจานก็หรือสบู่ถ้าเป็นมือแล้วก็
00:24:02disinfection ก็คือแอลกอฮอล์
00:24:05>> ออ
00:24:05>> หรือว่าหรือว่าสารฆ่าเชื้ออย่างอื่นก็ได้
00:24:07>> อืแล้วอีกอันนี้ถามต่อเลยล้างมือก่อนกิน
00:24:11ข้าวเนี่ยกับเราไม่มีที่ล้างมือฉีด
00:24:13แอลกอฮอล์เนี่ย
00:24:15>> ฉีดแอลกอก็ยังดี
00:24:16>> ดีกว่า
00:24:16>> ดีกว่าคือแม้ว่าเราจะข้ามตัวคลีนingไอ้ 3
00:24:19อันเนี้ยคือทำให้ประสิทธิภาพมันเกือบเต็ม
00:24:21100% เลยแต่สมมุติเราข้ามน้ำเปล่ามาแล้ว
00:24:24มาแอลกอฮอล์เลยประสิทธิภาพการฆ่าเชื้ออาจ
00:24:26จะเหลือแค่ 70% แต่ยังดีกว่าไม่ได้ฆ่าเลย
00:24:29>> แต่ประสิทธิภาพมันน้อยลงเพราะมันมี dirt
00:24:32มีคือศัพทเขาเรียกว่าซอย s o ที่แปลว่า
00:24:35ดินๆซอยในที่เคือสิ่งที่ไม่ควรอยู่
00:24:38>> อื
00:24:38>> ไขมันบางทีมันไม่ควรอยู่บนมือเราแต่ถ้า
00:24:41มันมีไขมันการฆ่าเชื้อจะลดลงเพราะว่าไข
00:24:43มันมันไปปกป้องไม่ให้เชื้อโดนแอลกอฮอล์
00:24:45>> ออ
00:24:46>> อแต่ถ้าไม่มีที่ล้างมือเลยอ่ะอย่างน้อย
00:24:49แอลกอฮอล์ก็ดีกว่านอตติ้ง
00:24:51>> อ
00:24:51>> ครับ
00:24:52>> มันอันตรายแค่ไหนครับเชื้อจากมือเราไม่
00:24:54รู้เลย
00:24:54>> โอ้โหเชื้อเชื้อจากมือเราอ่ะเค้าเชื้อจาก
00:24:58เค้าเรียกว่า Normal Flora เนาะเชื้อจาก
00:25:00ผิวหนังคนเ้าเรียกว่าSTPฟิโลคอก Aus มี
00:25:03อยู่แล้ว
00:25:03>> อือ
00:25:04>> ไม่ว่าเราจะอาบน้ำแค่ไหนแล้วเชื้อตัว
00:25:06เนี้ยดันสั้นๆดันสร้างสารพิษที่ทนความ
00:25:09ร้อนด้วยโ
00:25:10>> อือันเนี้คือ
00:25:12เทพเจ้าสร้างมา
00:25:14>> ก็คือเราชะล้างเชื้อออกจากมือเราให้มาที่
00:25:16สุดก่อน
00:25:17>> ใช่เพื่อพอมันไม่มีเชื้อตัวเชื้อไม่มีพอ
00:25:19ไปจับอาหาร
00:25:20>> อ
00:25:21>> เชื้อก็ไม่สามารถโตบนอาหารได้เพราะไม่มี
00:25:23เชื้อไงอ
00:25:24>> มันก็สร้างสารพิษไม่ได้อาหารก็จะปลอดภัย
00:25:27เออโอเค
00:25:27>> อืก็ล่าสุดไงเคส 2 สัปดาห์ที่แล้วไงข้าว
00:25:30มันข้าวมันไก่มันไก่
00:25:32>> มีแผล
00:25:32>> อื
00:25:33>> แผลเป็นอะไรที่เชื้อปกติเชื้อสมมุติที่
00:25:37อย่างเชื้อที่ผิวอ่ะสมมุติมี 10 ตัวต่อ
00:25:39ตารางเซม
00:25:39>> ค่ะ
00:25:40>> แผลมันจะหัวเป็นพันเป็นหมื่นเท่าแล้วพอ
00:25:43สับเข้ามันไก่แม้ว่ามันจะติดตรงหนังไก่
00:25:47>> อ
00:25:47>> แล้วโรงเรียนนั้นสมมุติเอาไปไมโครเวฟ
00:25:50>> ก็ยังไม่รอดเพราะเชื้อทนความหลอน
00:25:52>> อ๋อ
00:25:52>> อือ
00:25:53>> คือป้องกันไม่ให้เชื้อมันมีก่อนดีกว่า
00:25:55>> ถูกต้องลดโหลดดีกว่า
00:25:57>> อือๆ
00:25:58>> โอเคครับอ่ะต่อไปครับ
00:26:01อาหารที่หมดอายุ Best before ยังกินได้
00:26:04อยู่มั้ครับที่มันเขียนว่า Best before
00:26:06เนากินได้
00:26:07>> เออๆ
00:26:07>> คำว่า best before นิยามคือมันมันหมด
00:26:10อายุเชิงเคมีกายภาพคือลักษณะมันมัน
00:26:12เปลี่ยนไปเช่นไม่กรอบเม้นหืนแต่ไม่ได้
00:26:15เกี่ยวกับเชื้อ
00:26:16>> อือ
00:26:17>> อาหารไหนที่ขึ้น Best before คือเสียไม่
00:26:19เกี่ยวกับเชื้อเลยแต่อาหารไหนที่ขึ้นว่า X
00:26:22expirate
00:26:23>> ครับ
00:26:24>> มันจะเสียเชิงเชื้อก่อนเสียเชิงคุณภาพ
00:26:28>> คือมันจะมีตัวเชื้อเกิดขึ้นมา
00:26:29>> เกิดขึ้นก่อน
00:26:30>> อื
00:26:31>> อืเกิดขึ้นก่อนเช่นแน่ๆนมสด
00:26:34>> อ่า
00:26:35>> นมพัจจอไรอย่างเงี้ยครับ
00:26:36>> ปูดก่อนเหม็นหืนแน่นอน
00:26:38>> เพราะฉะนั้นเเลยใช้ expire แต่สมมุติน้ำ
00:26:40ปลาเนยถั่ว
00:26:42>> อือ
00:26:42>> เชื้อไม่ทันได้โตครับแต่สีเปลี่ยนเหม็น
00:26:45หืนแล้วจะใช้ Best before อันนี้คือวิธี
00:26:48การจำแนกเพราะฉะนั้นถ้าเป็น Best before
00:26:51แค่สีมันเข้มขึ้นก็ไม่ได้อันตรายอะไรแค่
00:26:55ถ้าเอาไปปรุงอาหารนั้นอาจจะอ
00:26:57>> ไม่เหมือนเดิมเพราะสีอาจจะเข้มขึ้น
00:27:00>> อืเพราะฉะนั้นทุกคนไม่ใช่แค่ดูแค่วันที่
00:27:02เนาะควรจะดูว่ามันคือ best before หรือ x
00:27:04>> ใช่
00:27:06แต่ถ้าทำอุตสาหกรรมอาหารหรือร้านอาหาร
00:27:08จริงๆอ่ะ
00:27:08>> ครับ
00:27:09>> Best before ก็ไม่ควรแตะเพราะอย่าลืม
00:27:10ว่าเวลาทำเราทำอาหารให้ลูกค้าคุณภาพต้อง
00:27:13คงที่คุณภาพในที่นี้คือทั้งเชื้อและ
00:27:16>> รสชาติ
00:27:16>> รสชาติด้วยแต่ถ้าทำเองที่บ้านแล้วแบบโห
00:27:19ซื้อมาตั้งเยอะแล้ว Best before เพิ่ง
00:27:21เมื่อวานอย่างเงี้ยใช้ได้ไม่มีปัญหา
00:27:23>> อือๆ
00:27:24>> ครับ
00:27:24>> คือหลายคนก็คงแบบดูแค่วันที่เนาะโดยที่
00:27:27ไม่รู้อ่ะ
00:27:28>> แล้วก็แบบอุ้ยมัน best before แล้วก็หมด
00:27:30ไปแล้วเมื่อวานนี้
00:27:31>> ก็กินไม่ได้แล้วสิอะไรอย่างเงี้ยแต่จริงๆ
00:27:33มันยังกินได้อยู่
00:27:34>> กินได้แล้วส่วนส่วนใหญ่อ่าผลิตภัณฑ์อาหาร
00:27:36ที่เป็น Best before พวกนี้เขาจะตั้ง
00:27:38เผื่อไว้
00:27:39>> นานแค่ไหนครับ
00:27:40>> แล้วแต่ผลิตภัณฑ์เลยบางทีเขาทดสอบว่าเฮ้ย
00:27:442 ปีเหม็นหืน
00:27:46>> เ้าอาจจะตั้ง Best before เป็น 1 ปี
00:27:47ครึ่งเผื่อไว้
00:27:49>> อื
00:27:49>> ก็ก็มีโอกาส
00:27:51>> เอ้ยอยากรู้เลยครับว่าเวลาเ้าทำผลิตภัณฑ์
00:27:53กันเนี่ยเค้าไปทดสอบ Best before กันยัง
00:27:55ไง
00:27:56>> โหมันมันลึกมากคือไม่มีใครตั้งไว้ 1 ปี
00:28:00เต็มเขาจะมีเรียกว่า Accelerate Shelf
00:28:03life คือสมมุติว่าเรู้ว่าเวลาลูกค้าเอา
00:28:05ไปเก็บวางไว้ที่อุณหภูมิ 25 องศาถึงจะหมด
00:28:082 ปี
00:28:09>> แต่ถ้ารอหมด 2 ปีผลิตภัณฑ์ไม่ได้ทันออก
00:28:12>> เก็จะเร่งเจะเร่ง
00:28:13>> อ๋อ
00:28:13>> เช่นเพิ่มอุณหภูมิไปบ่มไปที่อุณหภูมิ
00:28:1640-50 องศาซิ
00:28:17>> อ
00:28:18>> เพราะงั้น Best before มันจะเร็วขึ้น
00:28:19แล้วเขาจะมีสมการของเขาอ่ะถ้าจำไม่ผิดนะ
00:28:21จะมั้งเ้าบอกว่าถ้าอุณหภูมิเท่านี้เสีย
00:28:25ภายใน 2 อาทิตย์
00:28:27>> ถ้า 25 เสียภายในกี่ปีมันเทียบได้
00:28:29>> อือ๋อมันก็จะมีการเทียบกันอยู่
00:28:32>> ใช่ของของพวกผมก็แบบเข้าใจพวกฟุไ 2 ปีมัน
00:28:34ต้องรอ 2 ปีเลยถึงแต่ expire เดไม่ค่อย
00:28:37เพราะ expire มันสั้นไง
00:28:38>> ใช่
00:28:38>> 14 วันใช่มั้ยก็รอ 14 วันแป๊บเดียวไม่
00:28:41ต้องไป accelerate ก็ได้อ
00:28:42>> อื
00:28:43>> อือ
00:28:43>> แล้วอ่ะอีกคำถามนึง Best before มัน
00:28:45สามารถ
00:28:47>> เอ่อเรียกว่าอะไรยืนระยะของมันในตู้เย็น
00:28:49ได้มั้ยฮะ
00:28:50>> ยืดได้ยืดได้เพราะส่วนใหญ่ Best best
00:28:52before ส่วนใหญ่เขาจะเขาจะทดลองที่เขียน
00:28:54ไว้คืออุณหภูมิห้อง
00:28:56>> อือ
00:28:56>> แต่ถ้าเราไปแช่เย็นกระบวนการเหม็นหืน
00:28:59กระบวนการที่สีจะเปลี่ยนก็จะช้าลงเพราะ
00:29:01ปฏิกิริยาส่วนใหญ่ในโลกเนี้ยพออุณหภูมิลด
00:29:04มันจะเกิดช้าลง
00:29:05>> อื
00:29:05>> ครับ
00:29:06>> โอเคต่อเลยครับ
00:29:10>> โอเคข้าวครับข้าวสารเนาะเก็บไว้นานแค่ไหน
00:29:14ถึงจะควรทิ้งฮะ
00:29:16>> ข้าวสาร
00:29:17>> ตามฉลากเลยครับ
00:29:18>> เพราะตามฉลากเขาจะเขียนเเหมือนเขาจะระบุ
00:29:21ไว้พอมันพอมันเกินที่เขาเขียนน่ะส่วนใหญ่
00:29:25สิ่งที่ที่สิ่งที่เสียคือมันมอดขึ้น
00:29:28>> มอดขึ้นถือว่าเป็นข้าวเสียเหรอ
00:29:30>> มันไม่ควรกินเพราะว่ามอดคือในข้าวอ่ะมัน
00:29:34จะมีไข่มอดมาตามธรรมชาติอยู่แล้วถ้าเก็บ
00:29:36ไม่ดีหรือมีออกซิเจนเยอะมันก็จะฟักเป็น
00:29:38ตัวแล้วมอดมันก็จะไปกินข้าวคือข้าวมันก็
00:29:40จะเหมือนข้าวที่โดนหมอดกิน 1 นอกจากเม็ด
00:29:44หักไม่พอบางทีเราไม่รู้ว่ามอดมันมีเชื้อ
00:29:47ถ้ามอดโตได้มีโอกาสที่จุลินทรีย์ก็โตได้
00:29:50ด้วยแล้วบางทีหมอดมันเป็นสัตว์ใช่มั้ย
00:29:52>> กินข้าวเสร็จมันก็ต้องขี้ออก
00:29:54>> อจะกินขี้มอด
00:29:56>> ไม่ควรข้าวที่ข้าวที่มอดขึ้นน่ะไม่ควรกิน
00:30:00แต่บางทีถ้ามันเริ่มขึ้นแล้วหลายคนบอก
00:30:01เฮ้ยเอาไปล้างก็ยังใช้ได้อยู่
00:30:04>> ก็ใช่เพราะเชื้ออาจจะหล่นไม่เยอะพอไปหุง
00:30:06มันก็ลดลง
00:30:07>> แต่สมมุติถ้ามันเราไม่มีทางรู้เราไม่เรา
00:30:09ไม่มีห้องแลบในการวัดถ้ามันขึ้นเยอะแล้ว
00:30:11เชื้อมันโหลดมากบางทีเอาไปหุง
00:30:14>> เชื้อตายไม่หมดอ
00:30:16>> แล้วก็อาจจะเกิดปัญหาเกิดโรคได้อ
00:30:18>> อืข้าวนี่เป็น best before หรือ expire
00:30:22นะ
00:30:22>> ข้าวใช่มั้ย
00:30:23>> ใช่ข้าวสาร
00:30:24>> พี่คิดว่าเป็น best before หรือ expire
00:30:25>> ผมน่าผมเข้าใจว่าน่าจะเป็น best before
00:30:27นะเพราะมันน่าจะมีเรื่องของกายภาพมากกว่า
00:30:32>> ไม่รู้เหมือนกัน
00:30:34>> ไม่ชัวร์มาเปล่าที่บอกว่าข้าวอ่ะ
00:30:37>> มันแล้วแต่ยี่ห้อบางยี่ห้อก็ Best before
00:30:39บางยี่ห้อก็ expired เพราะหลายหลายเจ้า
00:30:42เ้าเเห็นว่ามอดคือสิ่งมีชีวิตบางทีมันมา
00:30:46ก่อนที่จะหืนหรือกลิ่นหายเขาก็จะไปใช้
00:30:48expiry dead มันแล้วแต่เลย
00:30:51>> อืมันแล้วแต่แต่หลังๆมันมีเทคโนโลยีข้าว
00:30:53ไงคือเก็บไว้ในถุงที่
00:30:55>> ซีลไว้แบบ
00:30:56>> ซีลแล้วแบบเอาอากาศออกแล้วflัชแก๊ส
00:30:58ไนโตรเจนอย่างเงี้ย
00:30:59>> อยู่ได้นานขึ้นมันช่วยเลย
00:31:01>> พอไม่มีออกซิเจนไนโตรเจนเข้าไปแทน
00:31:02ออกซิเจนไม่มีอ
00:31:04>> ไข่มอดก็ฟักไม่ได้
00:31:05>> อ๋อ
00:31:05>> แล้วกลิ่นกลิ่นหอมๆของข้าวก็จะยังอยู่นาน
00:31:08>> ก็ต้องดูว่าซื้อแบบไหนไปใช้ที่บ้านมั้
00:31:11>> ใช่ๆแต่พูดตรงๆถ้ามอดขึ้นก็ไม่ไม่ควร
00:31:14เสี่ยงครับ
00:31:15>> อืโอเคครับ
00:31:17เพราะว่าเราก็จะแบบรู้จักการซาวข้าวเอา
00:31:20มอดออกไง
00:31:21>> อ๋อ
00:31:22>> ฝุ่นมอดอะไรอย่างเงี้ยแล้วแบบเออถ้ามอด
00:31:24โอเคเข้าใจมอดมันเกิดได้ก็แปลว่าเชื้อโรค
00:31:26เกิดได้อ
00:31:28>> คำถามต่อไปฮะอาหารที่มีเชื้อราขึ้นถ้าตัด
00:31:31ส่วนที่มีชราออกยังสามารถกินส่วนที่เหลือ
00:31:33ได้มั้ย
00:31:33>> โอเคยทำเรื่องนี้อยู่ขึ้นอยู่กับอาหาร
00:31:37>> อันนี้ความจริง WHO มีเขียนไว้ชัดถ้าเป็น
00:31:39อาหารเนื้อแข็งควานได้ถ้าเป็นอาหารเนื้อ
00:31:41อ่อนเมื่อไหร่หมายความว่าเชื้อราวเวลามัน
00:31:43เกิดมันจะมีรากของมันเค้าเรียกว่าไฮฟี่
00:31:46อะไรพวกเนี้ยสัตว์เชื้อเชื้อราเอ
00:31:48>> ถ้าอาหารเนื้อนิ่มมันจะชอนลงไปคว้านยังไง
00:31:51ก็ยังอยู่ข้างในอาหารเนื้อนิ่มเช่นอะไร
00:31:53อ่ะขนมปังเค้ก
00:31:55>> อ
00:31:55>> เยลลี่
00:31:56>> อือ
00:31:56>> แต่ถ้าเป็นอาหารเนื้อแข็ง
00:31:59WHO น่าจะยกตัวอย่างหอมใหญ่แครอทอะไรพวก
00:32:02เนี้ยที่มันค่อนข้างแข็งแล้วมีราคว้าออก
00:32:05ได้
00:32:05>> ออ
00:32:06>> เพราะว่า
00:32:08>> รากของรามันใช้ลงไปไม่ได้
00:32:11>> แล้วพวกชีสอ่ะชีสมันมีเชื้อ
00:32:12>> อ๋อ WHO ก็แบ่งเหมือนกัน
00:32:15>> ชีสมีแบบเป็นฮาร์ดชีสกับซอชีส
00:32:17>> ฮารชีส
00:32:18>> ฮารชีสเช่นอะไรอ่ะไม่ออกซอตชีสพวกบรี
00:32:21กมองแบอะไรพวกเยเป็นชีสเนื้อนิ่ม
00:32:23>> อือ
00:32:24>> ถ้าขึ้นลาควรทิ้งเพราะมันไม่มีโอกาสลงซาน
00:32:27อย่างเงี้ยควานได้เพราะมันมันแข็งอยู่อัน
00:32:30นี้เขียนไว้ชัดไม่ได้คิดเองเขียนไว้ชัดใน
00:32:32องค์การอนามัยโลกครับ
00:32:33>> อื
00:32:34>> แต่เวลาคว้านเค้าบอกให้ควานลึกนิดนึง
00:32:36>> ลึกกว่าที่มันขึ้น
00:32:36>> ลึกกว่าที่มันขึ้นลึกลงไปสัก
00:32:39>> ครึ่งนิ้วอย่างเงี้ยโอเคอยู่
00:32:40>> เออก็คือแต่ว่าโดยชีสเองอ่ะผมคุยกับพี่ทำ
00:32:44ชีสเขาก็บอกว่าบางทีเค้าก็ไม่ได้กินไอ้
00:32:46พวกที่มันเป็นแบบเชื้อราดีนะ
00:32:47>> อ่ามันจะมีมันจะมีชีสบางตัวที่รักบลูชีส
00:32:51ไง
00:32:52>> เออใช่บูชีสนี่คือราก
00:32:54>> อันนั้นเป็นเชื้อราที่เขา้ารู้อยู่แล้ว
00:32:56ว่ามันกินได้
00:32:57>> อื
00:32:57>> เพนิซีเลียม
00:32:59รุฟอร์ดอ่ะชื่อนี้แหละ
00:33:01>> คือสีเขียวมันกินได้แต่ถ้าชีสที่มันไม่
00:33:04ควรจะมีรา
00:33:05>> อือ
00:33:05>> เช่นพาเมซานมันไม่ควรจะมีราแล้วมันเกิด
00:33:08ปุยดำขึ้นมา
00:33:09>> อันนั้นก็ควรควายเพราะรู้ว่าไอ้ปุยดำนั้น
00:33:11มันไม่ใช่ราที่ใช้ผลิตชีส
00:33:13>> ออือ
00:33:13>> มันมีราที่แบบราศีเนี่ยมันมันมีสีไหนที่
00:33:17แบบกินไม่ได้แน่ๆอย่าไปกินเลย
00:33:18>> ส่วนใหญ่เป็นสีดำ
00:33:20>> ดำเหรอ
00:33:20>> ส่วนใหญ่สีดำจะไม่ควรกิน
00:33:22>> อือ
00:33:23>> แต่ผมจำไม่ได้นะว่าจะมีราสีดำบางตัวที่
00:33:25เขา้าเอาไปผลิตเต้าหขนมันจำไม่ได้อ่ะที่
00:33:28ที่เายังเถียงกันอยู่ว่ามันกินได้หรือไม่
00:33:31ได้ผมก็ไม่อยากสรุป
00:33:32>> อื
00:33:32>> เพราะนักวิทยาศาสตร์บางคนก็บอกอย่าไปกิน
00:33:34มันเลยบางคนก็บอกว่าโหเค้ากินมาเป็น 1000
00:33:36ปีแล้วยังอะไรที่อะไรที่ยังสรุปไม่ได้ผม
00:33:38ก็ยังไม่อยากสรุปแต่ให้โน้มน้าวไปในทาง
00:33:41>> ไม่ปลอดภัยก่อนดีกว่า
00:33:43>> เพราะฉะนั้นแล้วก็ขูดให้มันลึกกว่าที่
00:33:46เป็น
00:33:47>> ใช่ถ้าเป็นอาหารเนื้อแข็งถ้าอาหารเนื้อ
00:33:48นิ่มทิ้งเลยนะครับ
00:33:50>> ทิ้งเลยโอเคครับ
00:33:51>> อ่ะครับคำตอบยังไม่ทันจบอ่ะผมหยิบแล้ว
00:33:53เนี่ย
00:33:54>> ไม่เป็นไร
00:33:56คำถามต่อไปครับ
00:33:59ตับที่ยังแดงๆอยู่กินได้ไหมผมไม่รู้ตับ
00:34:02อะไรบ้างเนอ
00:34:03>> อ๋อหลังๆช่วงนี้มันช่วงหลังๆปีเนี้ยปี
00:34:052565 มันมีกระแสตับเนื้อคัสตารดที่ใช้
00:34:09อุณหภูมิไม่สูงในการต้มไว้แล้วไปกินกับ
00:34:10ข้าวมันไก่
00:34:11>> อื
00:34:12>> อืถ้ายังชมพูผมไม่อยากบอกว่าสีไหนเพราะ
00:34:14มันดูยาก
00:34:15>> อือ
00:34:16>> ชัวร์สุดคือเอาเทอร์โมอมิเตอร์
00:34:18จิ้มเลยครับ
00:34:19>> คนทำหรือคนกิน
00:34:20>> ควรคนทำ
00:34:21>> คนทำคนทำ
00:34:23>> เพื่อให้รู้ว่ามันเซฟสุดจิ้มชิ้นที่ใหญ่
00:34:26ที่สุดถ้าอุณหภูมิเกิน 70 ปลอดภัยแน่นอน
00:34:28>> อือ
00:34:29>> อือถ้าชมพูชมพูระ
00:34:32เจลที่มันเป็นแบบส่วนตับดิบอ่ะอันนั้นน่ะ
00:34:35ส่วนใหญ่เกิน 70 ส่วนใหญ่ปลอดภัยครับ
00:34:37>> อื
00:34:38>> แต่หลายร้านคิดว่าอุณหภูมิยิ่งต่ำตับยิ่ง
00:34:42นุ่ม
00:34:42>> เออ
00:34:43>> ก็ไปจิ้มอ่ะ 65 เอาขึ้นเลย
00:34:46>> โห
00:34:46>> ดิบ
00:34:47>> อือ
00:34:47>> ข้างในมันจะเป็นเนื้อเจลแบบเยี่ยนะคือ
00:34:50เนื้อตับดิบนะ
00:34:51>> อือๆ
00:34:52>> อันนี้เราพูดถึงตับไก่เนาะ
00:34:54>> ตับไก่หมูด้วยหมูก็เป็นหมูหมูหมูควรสุก
00:34:56อยู่แล้วไม่ว่าอะไรก็ตาม
00:34:58>> หมูคนสุกอยู่แล้วถูกต้อง
00:35:00>> อแล้ววัวครับ
00:35:01>> ตับวัวไม่เคยกินเลยอ่ะ
00:35:02>> ตับวัวเนี่ยส่วนใหญ่ก็จะกินแบบดิบกันนะ
00:35:05ถ้าอีสานนะ
00:35:06>> โห
00:35:07>> ตับหวานเนี่ยผมว่ามันก็จะมีความแบบ
00:35:09>> แต่ความจริงผมว่าอย่าพึ่งดีกว่าเพราะว่า
00:35:11ปีนี้มันมีโรคแractแล้วเราไม่รู้ว่าตับ
00:35:14วัวนั้นมันมาจากวัวที่
00:35:16>> เชือด properly หรือว่าเชือดในกระบวนการ
00:35:18ที่ถูกต้องหรือเปล่า
00:35:19>> อือ
00:35:19>> ถ้าตายเพราะว่าไม่รู้สาเหตุอ่ะไม่ควรกิน
00:35:22ดิบเลย
00:35:23>> อือ
00:35:23>> และไม่ควรกินสุกด้วยเพราะเชื้อแackแตกทน
00:35:26ความร้อน
00:35:27>> อือ
00:35:27>> ถ้ามันสร้างถ้ามันสร้างสปอแล้วค่อนข้างทน
00:35:30ความร้อน
00:35:31>> ถ้าแนะนำคนทำก็คือวัดอุณหภูมิ
00:35:34>> วัดอุณหภูมิควรเกิน 70
00:35:35>> ควรเกิน 70 แต่ถ้าแนะนำคนกินสุขดีกว่า
00:35:39>> สุกดีกว่าแต่เข้าใจถ้าสุกมากๆสมมุติ 90
00:35:42ขึ้นมันแข็งไง
00:35:43>> ใช่
00:35:44>> มันแข็งมันแข็ง
00:35:45>> เออแล้วเราก็มาติดตับนุ่มๆกันซะแล้วด้วย
00:35:47นะตอนนี้
00:35:48>> ใช่ถ้าใครอยากเรียนทำตับนุ่มทักทักเพจทัก
00:35:50the เชฟมา
00:35:51>> มีมีสอน
00:35:52>> ดีครับ
00:35:53>> มีสอนมีสอน
00:35:54>> ตับนุ่มโดยที่สุขด้วย
00:35:55>> สุข
00:35:55>> เออเอ
00:35:56>> แล้ววิธีการล้างตับล้างยังไงให้แบบให้
00:35:59เลือดออกให้หมดเพื่อให้มันนุ่มเหมือน
00:36:00คัตตารด
00:36:01>> อ่า
00:36:02>> ขายของอีกล่ะ
00:36:02>> โอเคครับมาเลยครับ
00:36:04>> โอเคครับต่อไปครับ
00:36:05>> จะหมดแล้วจะหมดแล้ว
00:36:06>> อือหืออ้าโอเคถ้ากินอาหารที่ไม่สะอาดเรา
00:36:10จะมีอาการภายในกี่ชั่วโมงครับ
00:36:12>> อาหารเป็นพิษมีมีหลักๆมันมี 2 แบบ
00:36:14>> ครับ
00:36:15>> ติดเชื้อเพราะสารพิษมันเหมือน
00:36:17สตฟิโลคอกคัสตะกี้ในถ้าติดเชื้อเพราะสาร
00:36:19พิษมันน่ะจะออกการภายใน 2 ไม่เกิน 6 ช่มง
00:36:22>> อือ
00:36:22>> แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 4-6 ช่มงแต่ถ้า
00:36:24ติดตัวเชื้อมันเลยไม่ใช่สารพิษมานะตัว
00:36:26เชื้อ
00:36:27>> อือ
00:36:28>> ตัวเค้าเรียกว่า vegetative cell อ่ะจะ
00:36:30เกิน 6 ขึ้นไป
00:36:31>> ก็ต้องให้มันมีระยะเวลาเพาะเชื้อ
00:36:33>> ถูกต้องแต่ถ้าเชื้อมันถ้าสารพิษมันน่ะลง
00:36:35ไปแล้วมันดูซึมเลยไง
00:36:37>> มันจะเร็วมากบางที 2 ชั่วโมงมาแล้ว
00:36:39>> อาการของการโดนสารพิษมัน 2 ชั่วโมงเนี่ย
00:36:42เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเราบ้างครับ
00:36:44>> ส่วนใหญ่มันจะติดเชื้อทางด้านอาหารส่วนบน
00:36:46มันจะอ้วกก่อน
00:36:47>> อ
00:36:48>> มันจะอ้วกสักพักมันลงไปลึกใช่มั้ยมันจะ
00:36:51เป็นท้องเสีย
00:36:52>> แต่ส่วนใหญ่อเฟกชน่ะอ
00:36:54>> แบบแรกที่เป็นสารพิษเค้าเรียกว่า
00:36:56intoxication ก็คือ toxic แต่แบบหลังที่
00:36:58ติดเชื้อที่เป็นตัวมันน่ะต้องใช้เวลานาน
00:37:02กว่ามันจะเพาะเชื้อส่วนใหญ่มันจะไปติดทาง
00:37:04เดินอาหารส่วนปลาย
00:37:06>> อื
00:37:06>> ก็คือส่วนใหญ่จะท้องเสียก่อนแต่ก็มีหลาย
00:37:08เคสที่ท้อง
00:37:10>> พุ่ง 2 ทางท้องเสียกับอ้วกพร้อมกัน
00:37:13>> แปลว่าถ้าวันไหนเรารู้สึกอาหารเป็นพิษ
00:37:16แล้วเราอ้วกเนี่ยเป็นไปได้ว่าย้อนกลับไป
00:37:19แค่ 2 ชั่วโมงก็รู้ว่า
00:37:20>> ลองดูใช่ส่วนใหญ่อาหารที่เราตั้งข้อสงสัย
00:37:22เช่นเรากินซีฟู้ดมาแล้วกินตุตุลองย้อน
00:37:25กลับไปมันจะประมาณ 2-4
00:37:27>> อื 2-4 ช่วง
00:37:28>> ใช่เหมือนล่าสุดพ่อผมอย่างเงี้ยไปกิน
00:37:30ซีฟู้ดเมื่อตอนเที่ยน 1600 นอาเจียนมั่น
00:37:33ใจมากว่าสารพิษ
00:37:34>> ว่ามื้อนั้นนั่นแหละ
00:37:35>> มื้อนั้นแหละอิxicationแน่นอน
00:37:36>> โอเคแต่ถ้าเกิดเราไม่มีอาการอ้วกท้องเสีย
00:37:40เฉยๆเนี่ยต้องดูว่ามื้อ 2 ชั่วโมง
00:37:43>> มื้อไหนมื้อไหนที่เป็นมื้อเสี่ยง
00:37:44>> อาจจะเป็นมื้อเช้าก็ได้
00:37:45>> มีสิทธิ์
00:37:45>> อ่าฮะ
00:37:46>> บางทีเราท้องเสีย 16:00 น.อื
00:37:49>> เราอาจจะมโนไปเองว่าเป็นมื้อเที่ยงแต่
00:37:52ความจริงตอนเช้าอาจจะเป็นอะไรอ่ะ
00:37:54>> โจ๊กปลาต้องโก๋ที่มันมีสิทธิ์ก็ก็ได้
00:37:57เหมือนกัน
00:37:58>> แต่การระบุอย่างเงี้ยความจริงอย่าไปเดา
00:38:00เลยครับบอกยากคนที่คนที่ระบุไว้เก่งจริงๆ
00:38:03คือหมอเพราะหมอเขาจะมีการซักประวัติ 24
00:38:05ช่โมงหลังการท้องเสียครั้งแรกแล้วเขาจะ
00:38:08วิเคราะห์แม่นกว่าอ
00:38:09>> เออ
00:38:09>> ไม่เพราะว่ามันเกิดแบบอาการที่แบบว่าไป
00:38:12กินมาแล้วก็ไปด่าร้านนั้นเลยครับว่าอาหาร
00:38:16เขาไม่ดีอ่ะ
00:38:17>> บางทีเป็นมื้อก่อน
00:38:19>> เป็นมื้อก่อนหน้านั้นอะไรอย่างเงี้ยก็มี
00:38:21>> ยกเว้นว่าไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน
00:38:24>> อือ
00:38:24>> แล้วกินมื้อเที่ยน
00:38:26>> มื้อแรก
00:38:26>> เออ
00:38:28>> แล้ว 17:00 น.ท้องเสีย
00:38:30>> อาเจียน
00:38:31>> มีโอกาสเป็นมื้อเที่ยงสูงมาก
00:38:33>> ก็มือนั้นแหละเพราะว่าก่อนหน้านี้ฉันไม่
00:38:34ได้กินอะไรก็ใช่ๆจะย้อนไปมื้อเย็นวันก่อน
00:38:38ก็ไกลไป
00:38:39>> ก็ได้ออกอ๋อไม่ไม่ถ้าเกิดเลยไปสัก 12
00:38:42ชั่วโมงนี่ถือว่าไม่ใช่มื้อนั้นแล้วป่ะ
00:38:43>> ไม่ค่อยไม่โอกาสน้อยมากโอกาสน้อยมากแต่มี
00:38:46มั้ยมีบางทีแบบเชื้อมันน้อยมากอ่ะเชื้อ
00:38:48มันน้อยมากเพราะฉะนเพาะเชื้อนานกว่า
00:38:51>> นานกว่า 12 ก็ก็มีเหมือนกันก็
00:38:54>> สุดท้ายมันจะรู้ตรงที่ว่าอ่ะเก็บอุจจาระ
00:38:56ไปเพาะเชื้อแล้วสมมุติเชื้อตัวนี้ออกมา
00:38:58รู้เลยว่าเชื้อตัวนี้อยู่ในไหนๆสมมุติออก
00:38:59มาเป็นริบริโบส่วนใหญ่เจอในสัตว์ทะเลไม่
00:39:02เจอในหมูไก่อะไรแบบเนี้ย
00:39:03>> อ๋อก็ต้องไปเช็คให้ชัวร์ก่อนแล้วค่อยไป
00:39:06เคมร้านเนาะ
00:39:07>> ถูกเพราะงั้นร้านเขาจะชอบถามไงว่าไปหาหมอ
00:39:09หรือยังมีผลเพาะเชื้อมั้ยมันจะมันจะทวน
00:39:11สอบได้ว่ามาจากวัตถุดิบตัวไหน
00:39:13>> พอพูดอย่างงั้นก็โดนด่าอีกครับบอกว่าคุณ
00:39:15จะไม่รับผิดชอบอะไรเหรอไม่เป็นไรอันนี้
00:39:17อินส่วนตัว
00:39:18>> อินใช่มั้ยแสดงว่าเพิ่งโดนมา
00:39:19>> ผมเห็นคนชอบไปเคมร้านก่อนทั้งๆที่แบบจะ
00:39:22ไม่รู้ว่ามื้อไหน
00:39:23>> อาจจะเป็นมื้อที่ตัวเองทำก็ได้
00:39:24>> เออต่อไปซื้อของสดที่ต้องแช่เย็นแต่ว่า
00:39:30เก็บไว้ในรถที่เปิดแอร์อยู่ได้นานกี่
00:39:32ชั่วโมงแล้วควรเอาเข้าตู้เย็นโหยาวเหมือน
00:39:35กันนะแล้วควรเอาเข้าตู้เย็นภายในกี่
00:39:37ชั่วโมงถึงจะปลอดภัย
00:39:38>> ความจริงตามกฎหมายอ่ะเอาออกมาข้างนอกถ้า
00:39:40ไม่ใช่อุณหภูมิตู้เย็นนะเอ้ยถ้าไม่ใช่
00:39:41อุณหภูมิตู้เย็นที่ช่วง 0-4 องศครับไม่
00:39:44ว่าจะเป็นในรถหรืออุณหภูมิห้องเ้าไม่ให้
00:39:46เกิน 2 ช่โมงแต่อันนี้คือตามกฎหมายมัน
00:39:48เป็นไปไม่ได้
00:39:49>> เออ
00:39:49>> 2 ช่โมงคือ best practice
00:39:51>> อือ
00:39:51>> ครับแต่ถ้าอยู่ในตู้เย็นน่ะ
00:39:53>> มันอาจจะยาวไปอีกได้ถึง 3 ได้ถึง 4 ช่โมง
00:39:57แต่ทางที่ดีคือควรเก็บแช่ตู้เย็นให้ได้
00:40:00เร็วที่สุด
00:40:01>> ผมลองนึกสถานการณ์ดูสมมุติว่าผมไป
00:40:04จันทบุรีแล้วกัน
00:40:05>> อื
00:40:05>> ผมไปซื้ออาหารทะเลสดมาแล้วผมก็แพ็คน้ำ
00:40:09แข็งแล้วก็กลับมากรุงเทพฯยังรอดอยู่มั้ฮะ
00:40:12>> รอดๆแพ็คน้ำแข็งอ่ะมันจะไม่ถึงกับตู้เย็น
00:40:15หรอกครับมันจะต่ำกว่า 10 องศหน่อย
00:40:17>> อ
00:40:18>> แต่จากจันทบุรีมากรุงเทพฯ 4 ชมงใช่มั้ย
00:40:20ได้อยู่ได้อยู่ได้อยู่
00:40:21>> แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเชื้อโหลดเยอะแค่
00:40:23ไหนสมมุติว่าได้ของไม่สดมาจะเก็บเย็นแค่
00:40:26ไหนเชื้อก็โตได้กลับมาก็ท้องเสียอยู่ดี
00:40:28แต่ถ้ามันสดมาก
00:40:29>> อือ
00:40:31>> บางทีเย็นไม่ได้มากก็อยู่ถึง 5-6 ชม.ก็
00:40:34ได้เหมือนกัน
00:40:35>> อือ
00:40:35>> แต่ Best Practice อ่ะคือเลข 2 แต่ใน
00:40:38เชิงปฏิบัติจริงๆอ่ะผมว่าได้ถึง 3-4
00:40:41ชั่วโมงอ
00:40:41>> อื
00:40:42>> ครับไม่ว่าจะเป็นอาหารสดหรือว่าอาหาร
00:40:43พร้อมปรุงเอ้ยอาหารไม่ใช่อาหารที่ปรุง
00:40:46เสร็จแล้วเราพร้อมรับประทานอ่า Ready to
00:40:48Eat พวกเนี้ยอ
00:40:49>> เค้าเขียนไว้ชัดเลยว่าอาหารพร้อมทานไม่
00:40:50ควรวางไว้อุณหภูมิห้องเกิน 2
00:40:52>> อือือ
00:40:53>> ถ้าเกิน 2 ควรควรเวฟ
00:40:55>> อีกสถานการณ์นึงผมไปจังหวัดไกลๆ 4 ช่โมง
00:41:00เหมือนกัน
00:41:01>> ครับ
00:41:01>> ซื้อกับข้าวมาจะฝากที่บ้าน
00:41:02>> อือ
00:41:03>> แล้วทิ้งไว้ในรถที่แบบขับรถกลับนะมีแอร์
00:41:06มีอะไรอย่างเงี้ยถึงบ้าน 4 ช่โมงยังรอด
00:41:09อยู่
00:41:09>> ขึ้นอยู่กับอาหารอีก
00:41:10>> เหรอ
00:41:11>> ถ้าเป็นข้าวผัดชื้นๆแล้วเครื่องปรุงไม่
00:41:13ได้เยอะมากก็มีโอกาสเสียได้ถ้ามันอับมาก
00:41:16อ่ะสมมุติว่าข้าวผัดซ้อนกันเยอะๆใช่มั้
00:41:18ครับ
00:41:18>> อุณหภูมิแอร์เย็นแค่ไหนแต่ในถุงนั้นมัน
00:41:22อุ่นมันชื้นอ่ะก็มีโอกาสได้แล้วถ้าเขาใช้
00:41:25ข้าวเก่ามาที่มันมีเชื้ออยู่แล้วก็มี
00:41:26โอกาส
00:41:27>> ครับ
00:41:27>> แต่ถ้ามันเป็นอะไรที่เครื่องปรุงเยอะเช่น
00:41:29น้ำพริกกะปิไข่พะโล้หรืออะไรที่มีแบบน้ำ
00:41:32ส้มใสชูปูยำที่มีรสเปรี้ยว
00:41:35>> ถ้ามีเปรี้ยวถ้ามีเครื่องปรุงเยอะโอกาส
00:41:37เสียก็จะช้าลงเพราะเชื้อโตยากขึ้น
00:41:39>> ออมันมีการคลุมเชื้อของมันอยู่
00:41:41>> แต่ถ้ากุ้งนึ่งปูนึ่งอะไรเงี้ยอับๆอ่ะมัน
00:41:43ไม่มีเครื่องปรุงมีโอกาสเสียไว
00:41:45>> ครับ
00:41:45>> อือีกสถานการณ์นึงผมแบบผมอินอันนี้เหมือน
00:41:49กันไปซื้อนมพัไลท
00:41:52>> อื
00:41:53>> แล้วผมต้องจอดรถกลางแดดร้อนๆทิ้งไว้ 2
00:41:56ช่โมงยังรอดมั้ย
00:41:58>> ขึ้นอยู่อีกว่านมยี่ห้ออะไรบางยี่ห้อพูด
00:42:00ตามตรงใส่วัตถุกันเสีย
00:42:01>> ออ
00:42:02>> บางยี่ห้อใช้อุณหภูมิในการฆ่าเชื้อค่อน
00:42:04ข้างสูงก็จะเก็บได้ค่อนข้างนานแต่กลิ่นรส
00:42:07ก็จะไม่อร่อยเท่า
00:42:09>> ออ
00:42:09>> บางยี่ห้อไม่ใส่วัตถุกันเสียเลยอุณหภูมิ
00:42:12การฆ่าเชื้อไม่ได้สูงมากเพื่อให้นมมี
00:42:14บอดี้ค่อนข้างแน่น
00:42:16>> อื
00:42:16>> ก็จะเสียง่ายกว่า
00:42:18>> แต่ความร้อนร้อนจัดในรถเนี่ยมันอาจจะไม่
00:42:21ได้ทำอะไรกับนมพระชลัยมากเท่าไหร่
00:42:24>> ไม่ควรไม่ความจริงก็ไม่ควรไม่ควรดี
00:42:26>> นมเป็นอะไรที่บูดง่ายเพราะว่า
00:42:29>> เครื่องปรุงไม่เยอะไงไม่มีเกลือไม่มีน้ำ
00:42:31ตาลแล้วสารอาหารครบเพราะฉะนั้นเชื้อโต
00:42:33ง่ายโอเค
00:42:34>> แล้วคำว่านมเนี่ยยังมีเชื้ออยู่ครับไม่
00:42:37ใช่นมสตไม่ใช่นม UHT ที่
00:42:40>> เชื้อมันแทบแตะสูงนมพัจอไลเชื้อยังมีนะ
00:42:43ครับ
00:42:44>> แต่ก็ยังไม่ได้เปิดขวดเปิดฝาเลยนะ
00:42:46>> เชื้อก็ยังมีไง
00:42:47>> อ๋อมันมีเชื้ออยู่แล้วอุณหภูมิมันพอเหมาะ
00:42:48ที่จะเข้าด้วย
00:42:49>> ใช่แต่เชื้อที่มีในนมพัจลเค้าเรียกว่า
00:42:51เชื้อ
00:42:53spoilage คือทำให้นมบูดนมเปรี้ยวแต่ไม่
00:42:57ได้ก่อโรคอ
00:42:58>> หลักการพาเจคือพาโทเจนหรือเชื้อก่อโรคอ่ะ
00:43:00
00:43:01>> แต่เชื้อที่ทำให้นม
00:43:02บูดเช็ดแลคโตบาซิัสยังมีอยู่
00:43:04>> โอเคเพียใครมีคำถามเผื่อคอมเมนต์มานะครับ
00:43:08เพิ่มเติมจากนี้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่
00:43:09แบบใกล้
00:43:10>> มันกว้างมาแล้วมันแบ่งมันแบ่งได้เป็นหลาย
00:43:12หลายเคสมากครับ
00:43:14>> อุ่นอาหารในไมโครเวฟต้องอุณหภูมิเท่าไหร่
00:43:17ถึงจะปลอดภัยมันมีอุณหภูมิมั้ครับ
00:43:18>> ไม่มีไมโครเวฟเป็นกำลังหวัตต์
00:43:21>> อือ
00:43:21>> กำลังหวัตถ้าถามเรื่องอุณหภูมิคือ
00:43:23อุณหภูมิอาหารครับ
00:43:24>> อ๋อ
00:43:25>> อืการอุ่นความจริงอ่ะต้องไมโครเวฟอ่ะการ
00:43:28อุ่นครั้งนึงอ่ะแล้วอาหารมันร้อนจัดมัน
00:43:30เกิน 70 องศอยู่แล้วเชื้ออือือ
00:43:32>> อย่างที่ผมบอกเกิน 70 เชื้อลดลงแล้ว
00:43:35>> อือ
00:43:36>> ทีเนี้ยถ้ามาพูดถึงกำลังหวัตต์อาหารที่
00:43:39ชิ้นใหญ่ควรใช้วัตต์ต่ำอาหารชิ้นเล็กใช้
00:43:42วัตต์สูงได้
00:43:43>> อาหารชิ้นใหญ่ใช้วัตต์ต่ำเพราะอะไรครับ
00:43:46>> อาหารชิ้นใหญ่ถ้าใช้วัตต์สูงมันจะร้อน
00:43:48เป็นจุดๆยิ่งหวัตต์สูงอำนาจการทะลุทะลวง
00:43:51ของคลื่นไมโครเวฟจะสั้น
00:43:53>> ออ
00:43:53>> เพราะมันถี่แบบนี้ไง
00:43:54>> อ
00:43:54>> มันก็ร้อนอยู่แค่ข้างนอก
00:43:56>> ข้างในบางทียังเป็นน้ำแข็ง
00:43:57>> สังเกตมั้อ่าโหมดละลายน้ำแข็งอ่ะครับต่ำ
00:44:00>> ส่วนใหญ่วัตต่ำอารทะลุทะลวงไปถึง
00:44:04>> ข้างใน
00:44:04>> ข้างในใช่
00:44:06>> ไมโครเวฟนี่คือมันไม่ใช่อุ่นจากข้างในออก
00:44:09มาข้างนอกใช่มั้ยผมเข้าใจถูกป่ะ
00:44:11>> มันทิศทางประมาณนั้นจากข้างในมาข้างนอก
00:44:13แต่มันขึ้นอยู่กับกำลังกำลังหวัตด้วย
00:44:16>> อาหารชิ้นใหญ่
00:44:17>> แล้วไปใช้วัตต์สูงสังเกตในข้างในก็แข็ง
00:44:20>> เออ
00:44:20>> อืเพราะฉะนั้นการบอกว่าไมโครเวฟร้อนจาก
00:44:23ข้างในมาข้างนอกสซักที่เดียวก็ก็ไม่ได้
00:44:25ไม่ได้ถูกต้องมันขึ้นอยู่กับทิศทางของ
00:44:28ไมโครเวฟที่มันมากับชิ้นอาหารกับกำลัง
00:44:30หวัดถ้าชิ้นเล็กใช้วัตต์
00:44:32>> ใช้วัตต์สูงได้เช่นขนมปังแผ่นบางๆอย่าง
00:44:34เงี้ย
00:44:34>> อ
00:44:35>> 850 วัตต์ได้วัตต์สูงคือ 850 600 ขึ้น
00:44:39นะวัตต์ต่ำคือพวก 2-300
00:44:41>> 850 บางที 10 วินาทีก็อุ่นแล้ว 5 วินาที
00:44:44ก็ร้อนแล้ว
00:44:46>> แต่ลองเอา
00:44:48>> อะไรอ่ะเนื้อแช่แข็งชิ้นใหญ่ใช้วัดสูง
00:44:50ละลายแต่ข้างนอกข้างในยังไม่ละลายผมเลย
00:44:52บอกไม่ได้ว่าไมโครเวฟร้อนจากข้างนอกมา
00:44:54ข้างในเอ้ยข้างในมาข้างนอก
00:44:56>> อ
00:44:56>> แล้วมีวิธีละลายเนื้อมั้ยครับแถมละลาย
00:44:59เนื้อให้เร็วประมาณไมโครเวฟมันมีมั้
00:45:01>> อ๋อละลายเนื้อให้เร็วต้องเก็บให้ถูกต้อง
00:45:03ก่อนอย่าเก็บทั้งชิ้นเวลาซื้อเนื้อมาจาก
00:45:06ตลาดอย่างเงี้ยครับควรตัดให้ชิ้นบางที่
00:45:08สุด
00:45:08>> อือ
00:45:09>> หมูสับก็ไม่ควรเก็บเป็นถ่วงกระปุกแบบนี้
00:45:11ควรรีดให้แบนพอมันแช่แข็งไวมันก็จะละลาย
00:45:14ไวเช่นเดียวกัน
00:45:14>> ออก็คือแบบแยกให้มัน
00:45:17>> แยกให้เป็น
00:45:19>> แล้วแช่น้ำจะละลายไวมากกว่าการวางไว้
00:45:22>> อ๋อกับโต๊ะโต๊ะแช่น้ำจะไวเพราะน้ำมันมี
00:45:24สัมประสิทธิ์การถ่ายโอนความร้อนค่อนข้าง
00:45:26ดี
00:45:27>> น้ำไม่ต้องอุ่นก็ได้น้ำสังเกตน้ำประปลา
00:45:29จากก๊อกอ่ะอื
00:45:30>> ใส่ไว้แล้วหย่อนถุงลงไปแป๊บเดียวละลาย
00:45:32แล้วครับ
00:45:32>> อื
00:45:33>> เร็วกว่าที่วางไว้อุณหภูมิวางไว้บนโต๊ะ
00:45:35แห้งๆ
00:45:36>> แต่ไอ้การวางไว้บนโต๊ะแห้งๆเนี่ยมันใช้
00:45:37เวลาน่าจะประมาณครึ่งชั่วโมงชั่วโมงนึง
00:45:40บางมันจะละลายหมด
00:45:41>> ใช่ถ้าลงน้ำแป๊บเดียว 10 นาที
00:45:43>> แล้วถ้ามันถ้ามันวางไว้อย่างงั้นน่ะมัน
00:45:45โอกาสที่เชื้อมันจะโต
00:45:46>> ใช่ก็ถึงบอกมันมันก็วนกลับไปเรื่องเชื้อ
00:45:48ด้วยถ้าอาหารมันชิ้นใหญ่มากอย่างเงี้ย
00:45:49ครับ
00:45:50>> อือ
00:45:51>> กว่าข้างในจะละลายข้างนอกอาจจะเกินไอ้ 2
00:45:54ชั่วโมงที่ผมบอกไปแล้ว
00:45:55>> ก็เกิดจะเกิดเชื้อแล้วเพราะงั้นการทำให้
00:45:58อาหารแบนก่อนเก็บมันดีทั้งเรื่องคุณภาพ
00:46:01ด้วยแช่ถ้าแช่แข็งไวละลายไว
00:46:03>> อ
00:46:03>> มันจะโปรตีนมันจะไม่เสียสภาพเยอะ
00:46:06>> อือ
00:46:06>> แล้วก็ปลอดภัยเรื่องเชื้อด้วยงั้นการพอ
00:46:09การพอการทำพอชั่นสำคัญมากอ
00:46:11>> อือ
00:46:11>> ครับ
00:46:12>> โอเคต่อเลยครับ
00:46:13>> แล้วมันทำให้เราทำอาหารได้เร็วด้วยไม่
00:46:15ต้องมานั่งรอสมมุติเรา 17:00 น.จะกิน
00:46:1718:00 น.ก็ก็ละลายไว
00:46:19>> ถ้าทำให้ทุกอย่างแบ่ง
00:46:20>> ครับ
00:46:20>> ในครัวฮะมีดที่ใช้หั่นผักกับเนื้อสัตว์
00:46:23ใช้ร่วมกันได้มั้ครับ
00:46:25>> มีดหรือเขียง
00:46:26>> มีด
00:46:26>> เอออันนี้คำถามมันมีดนะจริงๆมันเป็น
00:46:28เรื่องเขียงเนาะผมผมเคยเห็นว่าในในครัว
00:46:30เชฟที่เป็นแ่งสี
00:46:32>> ใช่ถ้าในร้านอาหารที่ซีเรียสบางทีเขามี
00:46:34การแบ่ง
00:46:36เขียงมันแบ่งอยู่แล้วแต่บางร้านที่เขา
00:46:39ต้องการแบบสตริกมาก
00:46:41>> มีดเขาก็แบ่งมีด้ามเขียวแต่ส่วนใหญ่น้อย
00:46:43ที่จะแบ่งสีมีดอ
00:46:45>> อือ
00:46:45>> ใช่น้อยที่จะแบ่งสีมีดคืออย่างน้อยอ่ะการ
00:46:47แบ่งชีวิตมันช่วยให้สมมุติว่ามีดสีแดง
00:46:50หั่นเนื้อเสร็จใช่มั้ย
00:46:52แล้วจะไปหั่นผักที่จะโรยหน้าไม่ผ่านความ
00:46:55ร้อนแล้วแล้วดันหยิบมีดที่ไม่รู้สีมาที่
00:46:58มันโดนเนื้อมาแล้วเราไปหั่นผักก็มีโอกาส
00:47:00ที่เค้าเรียกว่า crost contaminate ก็
00:47:01ได้อันนี้คือสาเหตุที่ว่าทำไมต้อง
00:47:03>> แบ่งทั้งมีดทั้ง
00:47:05>> ทั้งเขียงแต่ถ้าทำอาหารที่บ้าน
00:47:07>> อือ
00:47:08>> หลายผมมั่นใจทุกบ้านแทบไม่ได้แบ่งสีเรา
00:47:11ต้องมีสติมากพอแต่การทำอาหารที่บ้านมัน
00:47:14โฟกัสไง
00:47:15>> มันไม่ต้องแบบโหออเดอร์มาไม่ต้องไปฟังคน
00:47:16นู้นคนงั้นการโฟกัสทำให้เราแบบเขียงส่วน
00:47:19ใหญ่เราที่บ้านเป็นมีดเอ้ยเขียงไม้กับ
00:47:21เขียงสีขาวใช่มั้ใช่มันก็จะมีสติไงว่าหัน
00:47:24เนื้อสัตว์เสร็จเฮ้ยจะพอจะมาหั่นผักชีโร
00:47:26หน้าก็เอาไปล้างก่อน
00:47:27>> อือ
00:47:28>> ก็โอเคแต่ในร้านอาหารมันยุ่งมากบางทีมัน
00:47:30ไม่ได้มีเวลาโฟกัสขนาดแบบ
00:47:32>> ขนาดนั้นเขาก็เลยต้องแก้ปัญหาโดยการแบ่ง
00:47:35สีเขียวเพื่อความปลอดภัย
00:47:37>> แล้วแล้วผมถามเล่นๆว่าผมทำอาหารที่บ้าน
00:47:39อย่างเงี้ยผมหั่นไก่
00:47:41>> แล้วผมก็หั่นผักชีต่อแต่ผมก็เอาไปผัด
00:47:44พร้อมกันไม่นานนะก็ได้อยู่ในร้านทหารก็
00:47:47โดนเชฟเฮเชฟด่าเลยเพราะมันเป็นมันเป็น
00:47:50ลักษณะที่ไม่ควรจะทำมันจะติดเป็นนิสัยออ
00:47:53>> เพราะเราไม่รู้ว่ามีอยู่วันนึงเราอาจจะ
00:47:55ที่บอกเอาผักไปผัดต่อแต่บางวันอาจจะไม่
00:47:58ได้เอาผัดไปผักต่อก็ได้
00:48:00>> อ๋อต้องไปเก็บไว้อะไรอย่างงี้
00:48:01>> แต่ที่บ้านน่ะทำได้
00:48:03>> เพราะสุดท้ายผักมันก็โดน
00:48:05>> ความร้อนก็นั่นอยู่ดีใช่
00:48:06>> ยกเว้นว่าเราจะหั่นผักเพื่อไปเก็บในตู้
00:48:08เย็นเนาะ
00:48:09>> อ่าอันนั้นที่โดนเนื้อสัถูก
00:48:12>> ครับ
00:48:12>> โอเคครับ
00:48:12>> พูดง่ายๆอยู่ที่บ้านมันจะมีสติมากกว่า
00:48:14ร้านอาหารการแยกสีเขียวกับมีดที่
00:48:17>> สีเขียงสีเขียงนี่เชฟพอแบ่งให้ได้ง่ายๆ
00:48:20ป่ามันมีอะไรบ้าง
00:48:21>> แบ่งสีน้ำเงินก็ซีฟู้ดดิบสีแดงก็เนื้อ
00:48:24สัตว์ดิบ
00:48:25>> ออ
00:48:25>> สีขาวก็พวกdaี่ produc พวกชีสพวกนมสีน้ำ
00:48:28ตาลก็เป็นเนื้อสัตว์สุกอย่างเงี้ยครับ
00:48:30แบ่งประมาณนี้
00:48:31>> อื
00:48:31>> สีเขียวก็ผัก
00:48:32>> น้ำกระป๋องที่เปิดฝ่าแล้วเก็บในตู้เย็น
00:48:34ได้มั้ครับเราเก็บนานได้แค่ไหน
00:48:37>> มันมันจะไม่เสียเชิงเชื้อนะเพราะน้ำ
00:48:39กระป๋องส่วนใหญ่เขาใส่วัตถุกันเสียส่วน
00:48:40ใหญ่ใส่โซเดียมเบนโซเอateแล้วอยู่ในตู้
00:48:42เย็นก็มีอุณหภูมิเย็นอีกแต่ส่วนใหญ่มันจะ
00:48:45เสียเชิงอย่างอื่นมากกว่าแก๊สออกไปก็
00:48:48>> ก็ไม่ซ่า
00:48:50>> นะครับแต่ถ้ากินไม่หมดจริงๆอ่ะแนะนำ
00:48:52สมมุติแกะป๊อกแล้วกินเหลือครึ่งกระป๋อง
00:48:55ควรเอาพลาสติกอ
00:48:56>> ปิดหน่อย
00:48:57>> อื
00:48:58>> เพราะตู้เย็นเป็นอะไรที่กลิ่นทุกอย่างมัน
00:49:00อวนมากอ่ะบางทีมันดูดกลิ่นเนื้อสัตว์
00:49:02กลิ่นอะไรไปกลิ่นก็จะเพี้ยน
00:49:05>> เออ
00:49:06>> อืคนแลปพลาสติกแรปพลาพาตินิดนึง
00:49:08>> แค่เรื่องกลิ่นเลยใช่มั้ฮ
00:49:09>> แค่เรื่องกลิ่น
00:49:10>> ใช้โรคจากตู้เย็นอื่นๆผสม
00:49:12>> ถ้าถ้าซวยก็มีสิทธิ์สมมุติสมมุตินี่
00:49:14สมมุติอันนี้เป็นน้ำอัดลม
00:49:16>> อื
00:49:17>> แล้วเปิดไว้ไม่ได้มีพลาสติกแรป
00:49:19>> ครับ
00:49:20>> เนื้อไก่ดิบอยู่ข้างบน
00:49:21>> อือๆ
00:49:22>> ก็มีสิทธิ์
00:49:23>> อ่า
00:49:24>> แล้วถ้าคนที่กินไปภูมิไม่ดี
00:49:26>> ครับ
00:49:26>> ก็จะติดเชื้อได้แต่ถ้าภูมิดีก็อาจจะรอด
00:49:30มันมันนานาจิตตังมาก
00:49:31>> อก็คือเหมือนที่เราคุยเรื่องน้ำผึ้งเมื่อ
00:49:33กี้ว่าถ้าไปโดนเชื้ออื่นมาอยู่บนพื้นผิว
00:49:36น้ำผึ้งที่มันไม่เสียเลยเนี่ย
00:49:37>> ใช่
00:49:37>> แล้วไปกินเข้าไปก็ซวยถือว่าซวยเอาแต่ไอ้
00:49:40พวกน้ำกระป๋องอ่ะขอร้องหลายคนมองข้าม
00:49:43>> อื
00:49:43>> ช่วยก่อนกินน่ะครับ
00:49:45>> เช็ด
00:49:46>> เออเรื่องนี้อีกเรื่องนึงที่
00:49:48>> ต้องเช็ดนะ
00:49:49>> มันมีเคสเมืองนอกอ่ะกินเข้าไปติดเชื้อโรค
00:49:52จากฉี่หนูตายเพราะบางทีกระป๋องอยู่ในโรง
00:49:54งานน่ะไม่รู้อะไรมาเราไม่รู้ว่าโรงงาน
00:49:56สะอาดแค่ไหนหรือมีฝุ่นน่ะ
00:49:58>> ครับ
00:49:58>> แล้วหลายๆคนคิดว่ากระป๋องสะอาด
00:50:00>> ป๊ะ
00:50:01>> ดื่มเลย
00:50:01>> ดื่มหรือปอ้าไม่ดื่มปากไม่โดนแต่ใช้หลอด
00:50:04แต่อย่าลืมว่าเวลาลงไปครั้งนึงอ่ะมันมี
00:50:07ส่วนโลหะที่มันลงไปในน้ำ
00:50:08>> ครับ
00:50:09>> เพราะงั้นเช็ดหน่อย
00:50:10>> เช็ดด้วยอะไรครับ
00:50:12>> ก็ดีที่สุดก็แอลกอฮอล์
00:50:14>> ถ้ามีซิงก็ล้างหน่อย
00:50:15>> อ
00:50:16>> worst casสก็ทิชชู่แห้งก็ได้อย่างน้อยอื
00:50:18>> แค่ล้างนี่ถือว่าโอเคแล้วป่ะฮะ
00:50:20>> โอเคโอเคโอเค
00:50:21>> ล้างด้วยน้ำเปล่าเฉยๆ
00:50:22>> ได้ครับได้
00:50:23>> เช็ดด้วยเสื้อผมส่วนใหญ่ผมก็จะกลัวผมก็
00:50:26เช็ดด้วยเสื้อ
00:50:26>> ก็ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
00:50:29>> มันคือโรคฉี่หนูนะผมก็เคยได้ยินเรื่องนี้
00:50:31เหมือนกัน
00:50:31>> ใช่มีๆคือโรงงานเขาอาจจะสะอาดแต่บางที
00:50:34ร้านขายของชำมาตั้งไว้แล้วมูอ่ะอ่าหมูมัน
00:50:37ก็วิ่งมาบึดตั้งไว้
00:50:39>> อื
00:50:40>> ตอนกลางคืนตอนตอนเช้ามาเราก็ไม่รู้เพราะ
00:50:42ว่ารอยเท้าน้องหนูเ้าไม่ได้เห็นอะไรอ่ะ
00:50:45>> อืคือมันเท่แบบไม่ใช่เท่หรอกมันมันเป็น
00:50:47ภาพจำเราก็จะเปิดป๊อกแล้วก็ดื่ม
00:50:50>> อือๆ
00:50:50>> ถ้ามันใส่โอกาสเอ้ยถ้ามีโอกาสโฆษณาเนี่ย
00:50:54ใส่ช่วงเช็ดเข้าไปหน่อยเนี่ย
00:50:55>> ใช่
00:50:55>> น่าจะทำให้คนแบบ
00:50:56>> ดีกว่าดีกว่าปลอดภัยกว่าแต่หลังๆเคสไม่
00:50:59ค่อยมีละน่าจะเ้าน่าจะ
00:51:02>> โรงงานเ้าแก้ปัญหาตรงที่มาว่าแลบแลบไอ้
00:51:05ฟิล์มมาเลยไง
00:51:06>> อื
00:51:06>> จะกินทีนึงก็ต้องมานั่งแกะอืไม่ค่อยมี
00:51:09กระป๋องเดี่ยวๆยกเว้นว่าร้านขายของชำมัน
00:51:11เอามาแกะ
00:51:13>> มันอยู่ที่การเก็บ
00:51:14>> ใช่
00:51:16เลย 1 ช่โมงแน่เลยไม่
00:51:17>> เป็นไรล้างมือด้วยสบู่กับเชื้อมือด้วย
00:51:20อกฮออะไรปลอดภัยของกันอันนี้ถามไปแล้ว
00:51:22>> ถามไปแล้วถามไปแล้วล้างมือด้วยสบู่ไม่ได้
00:51:24เกี่ยวกับการฆ่าเชื้อเกี่ยวกับยกเว้นยก
00:51:25เว้นสบู่นั้นเผสมสารฆ่าเชื้อมานะแต่ส่วน
00:51:28ใหญ่อ่ะสบู่มันแค่เอาคราบสกปรกออกถ้าฆ่า
00:51:31เชื้อต้องไปถึงแอลกอฮอล์
00:51:33>> แอลกอฮอล์
00:51:34>> อื
00:51:34>> แอลกอฮอล์เวลาฆ่าเชื้อเนี่ยมันก็จะตาย
00:51:37อยู่บนมือเราถูกมั้ฮะ
00:51:39>> ใช่ๆแต่ซากเชื้อที่ตายไม่มีปัญหาอะไรครับ
00:51:41ปัญหาอะไรไม่มีปัญหาไม่ไม่ได้ก่อให้เกิด
00:51:44โรค
00:51:44>> มันชุบชีวิตขึ้นมาไม่ได้มันเป็นซากเชื้อ
00:51:47ไปแล้ว
00:51:47>> อ๋อ
00:51:48>> ครับเซลล์ผนังเซลล์มันระเบิดอะไรมันหดหมด
00:51:51แล้วไม่ไม่ได้เกิดปัญหาอะไร
00:51:52>> ไอ้พวกนี้มันเป็นพรีไบโอติกมั้ครับ
00:51:54>> ไม่เป็นนึกว่ามันจะไปช่วยอะไร
00:51:56>> ไม่เป็นไม่เป็นมันจะมีอีกศัพท์นึงที่เป็น
00:51:58เชื้อโปรไบโอติกซากของโปรไบโอติกที่ตาย
00:52:01แล้วอะไรประมาณเนี้ยเขาจะมีอีกศัพท์นึง
00:52:03ที่ว่าโพสไบโอติกที่เขา้าค้นพบว่ามันมี
00:52:06ประโยชน์
00:52:07>> ในบางแง่มุม
00:52:08>> อ๋อ
00:52:08>> อือ
00:52:09>> แต่เชื้อก่อโรคไม่นับ
00:52:11>> อันนั้นเชื้อดี
00:52:12>> อืออืครับ
00:52:13>> โอเค
00:52:17ถั่วพริกของแห้งควรเก็บในตู้เย็นตู้เย็น
00:52:20หรือเก็บไว้ข้างนอกดีกว่ากัน
00:52:21>> ตู้เย็นครับหลายคนเข้าใจว่าไว้ข้างนอก
00:52:24แล้วจะปลอดภัยแต่ถั่วถ้าขั้วไม่ดีมีความ
00:52:27ชื้นพริกขั่้วไม่ดีมีความชื้นแล้วจะเกิด
00:52:29เชื้อรา
00:52:30>> นั้นแล้วเชื้อรานั้นสร้างสารพิษที่ทนความ
00:52:32ร้อนมากแล้วทำให้เกิดมะเร็งตับหรือตับ
00:52:34อักเสเขาเรียกalฟ่าท็อกซิน
00:52:35>> อื
00:52:36>> ครับ
00:52:36>> อันตรายยังไงกันเราครับ
00:52:37>> โอถ้าท็อกซินมาเอาไปคั่วไปผัดก็ไม่สลาย
00:52:41ครับแล้วมันทำให้เกิดตับอักเสบแล้ว
00:52:43เหนี่ยวนำทำให้เกิดมะเร็งตับในอนาคตได้
00:52:46>> โอกาสเกิดขึ้นง่ายหรือยากครับมันหมายถึง
00:52:49ว่า
00:52:49>> ถ้ากินสะสมไปนานๆมีโอกาส
00:52:51>> ต้องเกิดจากการสะสมก่อนใช่มั้ฮะ
00:52:52>> กินบ่อยๆ
00:52:53>> เออ
00:52:53>> กินก๋วยเตี๋ยวหรือกินอะไรที่ใช้พริกแห้ง
00:52:58หรือถั่วลิสงแห้งที่ชื้นๆเก่าๆบ่อยๆก็มี
00:53:01โอกาส
00:53:02>> เราสมมุติว่าเราไม่ได้ชอบกินถั่วหรือพริก
00:53:04อะไรมาก่อนเนี่ยแล้วเรามีโอกาสซวยขนาดแบบ
00:53:07ไปกินมาแค่ครั้ง 2 ครั้งแล้ว
00:53:08>> ออไม่ๆๆ
00:53:09>> ต้องสะสม
00:53:10>> พวกนี้ต้องสะสม
00:53:11>> เออ
00:53:11>> พวกนี้สะสมผสมถ้าคนที่กินก๋วยเตี๋ยวครั้ง
00:53:13นึงอาทิตย์ละครั้ง 2 ครั้งไม่เป็นไร
00:53:15>> อื
00:53:15>> แต่มันจะมีกลุ่มคนบางคนที่กินเกือบทุกวัน
00:53:19ไง
00:53:20>> แล้วกินถั่วเก่าพริกเก่ามันก็จะทำให้ตับ
00:53:23การอักเสบของตับซ้ำๆซๆซๆก็จะมีโอกาสเป็น
00:53:27มะเร็งตับในอนาคต
00:53:29>> เก็บในตู้เย็นช่วย
00:53:30>> เพราะพอเก็บในตู้เย็นน่ะครับเชื้อราจะโต
00:53:32แต่ต้องเก็บให้ถูกต้อง
00:53:34>> อืยังไงครับ
00:53:34>> ความจริงตู้เย็นมันค่อนข้างชื้นนะถ้าเก็บ
00:53:36เปิดไว้มันก็ชื้นเหมือนกัน
00:53:38>> ควรเก็บแบบปิดฝาให้สนิท
00:53:40>> อือ
00:53:41>> หรือถ้าเป็นพริกแห้งควรอยู่ในถุงที่ความ
00:53:43ชื้นเข้าไม่ได้แล้วควรมีทิชชู่เข้าไปสัก
00:53:45แผ่น 2 แผ่นเพราะทิชชู่มันดูความชื้นเก่ง
00:53:47มาก
00:53:47>> อือ
00:53:48>> พริกแห้งจะแห้งแต่สมมุติถ้ามันกลับมาชื้น
00:53:51นะเชื้อก็จะโตยากขึ้นเพราะอุณหภูมิต่ำ
00:53:54เชื้อโตยาก
00:53:55>> อ๋อทิชชู่ที่บอกใส่เข้าไปนี่คือทิชชู่
00:53:57แห้งเลยเหรอ
00:53:58>> ทิชู่แห้งทิชชู่ครัวอย่างเงี้ยครับ
00:53:59Kitchen Toown อย่างเงี้ยพวกเนี้ย
00:54:01>> ใส่เข้าไปรวมกับตัวตัวพริกหรือถั่วนี่
00:54:04อะไร
00:54:04>> พริกหรือถั่วไม่ต้องก็ได้เพราะมันแห้ง
00:54:06อยู่แล้วไงแล้วถ้าใส่ไปมันก็แบบเป็นเศษๆ
00:54:09>> แต่เวลาพริกแห้งอ่ะเก็บเข้าไปได้กระเทียม
00:54:11กับหอมใหญ่หอมแดงก็ก็ช่วยได้เหมือนกัน
00:54:13เก็บเหมือนกัน
00:54:14>> อื
00:54:14>> เก็บในถุงปิดสนิทแล้วก็ใส่ทิชชู่ไปมันจะ
00:54:17อยู่ได้นานเลย
00:54:18>> อถามในฐานะคนชอบกินถั่วครับผมกลัวalฟ่า
00:54:20ท็อกซินมากนะ
00:54:21>> อือ
00:54:22>> แล้วแบบมันโอกาสจะเกิดในถั่วที่เราไปซื้อ
00:54:25ตามถุง
00:54:27>> ตามถุงไม่ค่อยเพราะตามถุงส่วนใหญ่มันผลิต
00:54:29มาจากโรงงานเขาจะมีค่ามาตรฐานmoอยสเจอร์
00:54:31หรือค่าความชื้นอยู่ว่าต้องต่ำกว่านี้ถึง
00:54:33จะปลอดภัยอ
00:54:34>> ออือ
00:54:34>> ยกเว้นไปซื้อถั่วที่ส่งตามท้องตลาดที่
00:54:36เขา้าแบบอาแพไว้อย่างเงี้ยก็มีโอกาสอ
00:54:39>> อื
00:54:39>> แต่อย่างน้อยอะไรที่มีฉลากมียี่ห้อมีอย.
00:54:42พอมีบาร์โคดพวกนี้มันจะมีมาตรฐานจากโรง
00:54:45งานมา
00:54:45>> อ
00:54:46>> จะค่อนข้างชัวร์แล้วถ้าซื้อแบบนั้นมาคั่ว
00:54:48เองแล้วใช้ใหม่ๆโอกาสเจอ
00:54:51>> น้อยมาก
00:54:51>> น้อยมากแทบไม่เจอเลย
00:54:53>> โอเคครับ
00:54:54>> ครับ
00:54:57>> ล้างผักผลไม้ก่อนกินใช้น้ำประปาอย่าง
00:54:59เดียวพอมั้ยครับ
00:55:01>> พอกับอะไร
00:55:02>> พอกับความปลอดภัยไม่รู้เหมือนกัน
00:55:05>> ส่วนใหญ่ความอ่าส่วนใหญ่ความไม่ปลอดภัยใน
00:55:07ผักผลไม้ส่วนใหญ่มาจากพวกพยาธกับยาฆ่า
00:55:10แมลงน้ำเปล่าไม่พอนะครับ
00:55:12>> อือ
00:55:13>> ต้องเป็นเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งน้ำส้มสาย
00:55:15ชูก็ได้เกลือก็ได้เบกิ้งโซดาก็ได้
00:55:18เบกingโซดาค่อนข้างเวิร์ค
00:55:19>> หลังๆมันมีเบกโซดาเกรดที่ใช้ล้างล้างผัก
00:55:22ผลไม้
00:55:23>> คือมันจะไม่บริสุทธิ์เท่าเกรดที่ใช้ทำขนม
00:55:26ซึ่งมันก็ถูกกว่าอ
00:55:27>> เอาไว้ล้างได้
00:55:28>> อือ
00:55:28>> แล้วอย่างหลักการล้างผักผลไม้ที่ถูกต้อง
00:55:31อ่ะต้องล้างน้ำแรกอ่ะไม่จำเป็นต้อง
00:55:33เบกิ้งโซดาน้ำแรกเป็นน้ำประปาไหลผ่านตลอด
00:55:36เวลาแต่ต้องไหลด้วยนะ
00:55:38>> ต้องไหลด้วย
00:55:38>> เพราะมีเป็นกะละมังไปแช่สารเคมีมันก็อยู่
00:55:42กับผักอย่างงั้น
00:55:43>> อือ
00:55:43>> อืตามหลักการล้างที่ถูกต้องควรน้ำไหลผ่าน
00:55:47แต่กี่นาทีจำไม่ได้แล้วอ่ะ 2-3 นาทีมั้ง
00:55:49พอน้ำไหลผ่านเสร็จปุ๊บค่อยไปแช่
00:55:51เบกิ้งโซดาแล้วน้ำไหลผ่านอีกทีนึง
00:55:54>> อื
00:55:54>> จะปลอดภัย
00:55:55>> คือผมอจะชอบเจอสมมุติว่าผมไปเอาไปจาก
00:55:57ตะกร้าของขวัญปีใหม่อะไรอย่างเงี้ย
00:56:00>> ผมก็จะแบบอยากกินน่ะก็จะล้างน้ำเปล่า
00:56:04>> อื
00:56:05>> ไม่รู้ว่ามันพอหรือเปล่าไม่น่าพอละแต่ว่า
00:56:07มันจะมีแวกอีกเรื่องแวกที่มันอยู่
00:56:09>> ความจริงแวกไม่ใช่เป็นตัวคอนเซิร์นมัน
00:56:11เป็นแความจริงแพวกนี้เป็น edible
00:56:13>> มันกินได้แต่มันแค่ความรู้สึกว่าแบบมัน
00:56:15มันอะไรก็ไม่รู้อ่ะ
00:56:17>> แวกต้องล้างน้ำร้อนแล้วมันจะลอยขึ้นมา
00:56:19ข้างบนเลย
00:56:20>> คือการล้างน้ำเปล่าเนี่ย
00:56:21>> แวกก็ไม่หาย
00:56:22>> ไม่หายเพราะแวกละลายได้แวกเป็นไขมันชนิด
00:56:25นึงเป็นลิพIDชนิดนึงละลายได้ดีที่ความ
00:56:27ร้อนสูงครับ
00:56:27>> ออือๆ
00:56:28>> แล้วถึงทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยเบกิ้งโซดา
00:56:31หรือน้ำส้มสายชูอ่ะที่ผมเล่ามาทั้งหมดอ่ะ
00:56:34มันล้างได้แค่ยาฆ่าแมลงด้านนอกนะมันจะมี
00:56:37ยาฆ่าแมลงที่มันดูดชนิดดูดซึมที่ดูดตั้ง
00:56:40แต่รากแล้วฝังอยู่ในนั้นน่ะ
00:56:43>> เออ
00:56:43>> ล้างงี้ก็ล้างไม่ออกอ
00:56:45>> อันนี้ก็ต้องรู้ต้นต่อว่าต้น
00:56:47>> ผลไม้มาจากไหนนะ
00:56:48>> ใช่แต่ล้างก็ยังดีกว่าไม่ล้างเ้าผมไปดู
00:56:50ตัวเล็กเปเปอร์มานะสมมุติเอ๊สดีไซน์หรือ
00:56:54ยาฆ่าแมลงมันมี 100% อ่ะการล้างด้วย
00:56:55เบกิ้งโซดาล้างแค่ข้างนอกออกอ่ะอย่างน้อย
00:56:58มันลดไป 30% แล้วก็เหลือ 70 ก็ยังโอเค
00:57:00กว่าเหลือ 100 แต่ 70 มันก็ยังยังสูงอ
00:57:03>> อือๆ
00:57:04>> เลี่ยงยากพูดตามตรงๆสมัยนี้ยังยกเว้นไป
00:57:07เลือกซื้อออร์แกนิค
00:57:08>> แพงอีก
00:57:09>> ครับแต่ก็แล้วแต่คนอยากปลอดภัยก็ยอมใจ
00:57:13หน่อย
00:57:14>> ทางที่ดีที่สุดกินหมุนเวียนครับเราหนีสาร
00:57:16พิษไม่ได้ในโลกนี้
00:57:18>> เออ
00:57:18>> แต่อย่าไปกินส้มซ้ำๆเราก็จะได้ยาค่าแมลง
00:57:21จากส้มซ้ำๆมันก็จะไปเหนี่ยวนำให้เกิดโรค
00:57:24ใดโรคหนึ่ง
00:57:25>> อื
00:57:26>> ตอนนี้กินส้ม 2 วันอีกวันไปกินแตงโม
00:57:29>> กินสับปะรดการหมุนเวียนสารพิษทุกงาน
00:57:31ประชุมเขาพยายามพูดเราเลี่ยงไม่ได้แต่เรา
00:57:33หมุนเวียนสารพิษได้
00:57:35>> แต่ว่าสารพิษถ้ามันไม่ถึงขั้นใช้เรียกว่า
00:57:38ซ้ำๆไปเรื่อยๆเนี่ยมันจะมีการจัดการกับ
00:57:40ร่างกาย
00:57:41>> ใช่ร่างกายมันหาวิธีการจัดการของมันเอง
00:57:42แต่พอซ้ำไปเยอะๆอ่ะอ
00:57:44>> มันจะเหนี่ยวนำให้เกิดโรคใดโรคหนึ่งได้อื
00:57:47>> ก็คือกินให้หลากหลายขึ้น
00:57:49>> กินให้หลากหลายคือคำตอบ
00:57:50>> อืครับ
00:57:51>> โอเคครับ
00:57:53>> เหนื่อยมั้ยครับ
00:57:54>> อีกนิดจะหอบแล้วไม่ใช่แล้วได้อยู่ได้อยู่
00:57:56ได้อยู่
00:57:57>> ข้าวในหม้อหุงข้าวที่เปิดอุ่นโหมดอุ่น
00:58:00ตลอดเวลาครับอยู่ได้นานแค่ไหน
00:58:01>> โหอันตรายมากมีเคสแบบนี้เยอะมากหลายคนคิด
00:58:04ว่าอุ่นตลอดเวลาจะปลอดภัยเพราะมันอุ่น
00:58:07>> แต่ความจริงคำว่าอุ่นของข้าวอ่ะคือ
00:58:08อุณหภูมิอยู่ช่วง
00:58:0950 กว่าองศาเองนะยังไม่พ้น Danger Zone
00:58:12Danger Zซนคืออุณหภูมิที่มันอันตรายคือ
00:58:145-60 องศา
00:58:16>> แล้วสังเกตข้าวที่อุ่นตลอดเวลา
00:58:17>> บูดไวกว่าข้าวที่ไม่อุ่นตลอดเวลา
00:58:20>> จริงหรอเออนึกไม่ออก
00:58:22>> เจอหลายเคอุ่นคือหลายคนอุ่นแล้วแบบทิ้ง
00:58:26ไว้พอมาเปิดอีกทีนึงโอ้โหเป็นยางมันเกิด
00:58:29จากเชื้อตัวนึงที่ทนความร้อนสูงมากคือสปอ
00:58:32ของบซิัส
00:58:34>> อ
00:58:35>> อันนี้เชื่ออีกตัวละตะกี้เราพูดถึงตัว
00:58:36อื่นเนาะบซิัสมันสร้างสปอ
00:58:39แล้วสปอมันทนความร้อนสูงมาก
00:58:41>> ครับ
00:58:42>> แล้วพอมาถึงอุณหภูมินึงเช่น 40 อุ่นๆน่ะ
00:58:44สปอจะจะงอก
00:58:46>> อ
00:58:46>> พองอกสร้างสารพิษคนกินเข้าไปก็ก็ท้องเสีย
00:58:49>> อื
00:58:50>> ข้าวดีที่สุดหุงเสร็จควรเอามาผึ่งให้มัน
00:58:54หายระอุ
00:58:55>> อื
00:58:56>> แล้วแช่เย็นจะกินค่อยเอาข้าวเย็นมาเวฟ
00:58:59แล้วข้าวเย็นมีประโยชน์กว่าด้วยเพราะว่า
00:59:01คาร์โบไฮเดรตมันลดลงนะ
00:59:03>> อ้าเหรอครับ
00:59:03>> แป้งมันลดลงมันจะมีแป้งหยตกผลึกแม้เอามา
00:59:06อุ่นมันก็ยังเป็นข้าวที่ตกผลึกอยู่
00:59:09>> อื
00:59:10>> G หรือค่าดัชนีน้ำตาลมันจะลด
00:59:12>> อ๋อ
00:59:12>> แต่ไม่ใช่ลดจากหลายคนนะชอบเข้าใจผิดว่า
00:59:14จาก 100 เหลือ 0 มันจาก 100 เหลือแค่
00:59:16ประมาณ 70-80 ประมาณนั้นนิดหน่อย
00:59:19>> ก็ลดลงนิดหน่อยแต่ก็ยังดี
00:59:21>> แล้วเราเก็บข้าวไว้ในหม้ออุ่นเนี่ยได้นาน
00:59:23มากที่สุดแค่ไหนเพราะร้านอาหารส่วนใหญ่ก็
00:59:25จะแบบทำอย่างนั้นอยู่นะ
00:59:26>> อุ่นไว้นานใช่มั้ครับ
00:59:28>> โหความจริงไม่ควรไม่ควรเกิน 4-6 ชั่วโมง
00:59:304-6
00:59:30>> 4-6 ชม
00:59:31>> อือ
00:59:32>> แต่มันมีทริกอยู่ถ้าอยากอุ่นจริงๆเพราะคง
00:59:35แบบไม่คงไม่สะดวกแช่เย็น่
00:59:37>> หรือว่าเอามาเวฟตอนหุงอ่ะครับให้ใส่น้ำ
00:59:40ส้มสายชูไปซักสมมุติหม้อหม้อหม้อหม้อปกติ
00:59:43อ่ะครับใส่ไป 1 ช้อนฉ่า
00:59:45>> อือ
00:59:45>> น้ำส้มสายชูเป็นตัวที่ป้องกันไม่ให้สปอ
00:59:48ของบาซิรัสมันงอกได้
00:59:50>> อืเหมือนเป็นยาสารพัดประโยชน์เหมือนกันนะ
00:59:53น้ำน้ำส้มสารพัดประโยชน์มาก
00:59:54>> น้ำส้มสายชูอยู่ในหลายๆข้อที่เราใช้
00:59:56>> หลายๆข้อผมก็ใช้แล้วข้าวจะหนึบขึ้นด้วย
00:59:59ไม่รู้ทำไมเหมือนกันมันจะเงาหนึบๆ
01:00:01>> อื
01:00:01>> คือ texture มันจะมันจะดีขึ้นเมื่อขุงกับ
01:00:03กรดนิดนแต่จะไซสเยอะนะมันจะเหม็น
01:00:05>> อ่า
01:00:06>> แล้วลองดูครับไม่มีวันเสีย
01:00:08>> อื
01:00:08>> ข้ามคืนยังไม่เสียเลยขนาดนี้น้ำส้มใส่ชู
01:00:10แล้วหลายร้านอาหารเช็คทริกนี้
01:00:12>> ข้ามคืนไม่เสียคืออยู่ในตู้เย็น
01:00:15>> อยู่ข้างนอก
01:00:16>> อยู่ข้างนอกก็ไม่เสีย
01:00:17>> จริงๆมันมันมหัศจรรย์มาก
01:00:19>> น้ำส้มสายชูทุกประเภทในโลกเลยป่าครับ
01:00:22>> ความจริงทุกประเภทแต่ส่วนใหญ่ที่ใช้คือ
01:00:23น้ำส้มใสชูกลั่นสีใสเพราะไม่งั้นกลิ่นมัน
01:00:25จะมีกลิ่นหมักกลิ่นแอปเปิ้ลกลิ่น
01:00:28>> อือๆ
01:00:28>> สับปะรดมากวนคาวสีด้วย
01:00:30>> อือๆยกเว้นว่าเราต้องการ
01:00:32>> ใช่หลายหลายร้านใช้เพื่อประหยัดไม่ต้อง
01:00:34ไม่ต้องแชร์เย็นไม่ต้องอะไรแบบนี้
01:00:35>> เอ
01:00:38โอเคอันนี้ไม่รู้จะตอบเถั่วมีถั่วที่
01:00:41เริ่มมีกลิ่นหืนยังกินได้อยู่หรือเปล่า
01:00:44เหมือนเมื่อกี้เราถามเรื่อง
01:00:45>> อู้อ้าที่บอกว่าเดี๋ยวกลับมาใช่มั้ย
01:00:47เรื่องถั่วมีกลิ่นหืนมันปลอดภัยเชิงเชื้อ
01:00:50นะครับเพราะการที่กลิ่นเหม็นหืนมาจากไข
01:00:52มันเปลี่ยนเป็นสารอื่นมันออกซิไซด้วย
01:00:54ออกซิเจนจากอากาศเปลี่ยนเป็นสารอื่นปลอด
01:00:56ภัยเชิงเชื้อ
01:00:58>> แต่พูดตรงๆไม่ควรกินเพราะสารที่ทำให้
01:01:00เหม็นหืนเป็นสารออกซิไiz
01:01:02>> อ
01:01:02>> มันจะมันจะเหมือนเป็นพูดง่ายๆเป็นอนุมูล
01:01:05อิสระอในร่างกาย
01:01:06>> อนุมูลอิสระคืออะไรครับ
01:01:08>> กินเข้าไปแล้วทำให้ร่างกายอักเสบอะไร
01:01:10ประมาณเนี้ยครับอ
01:01:11>> อ
01:01:12>> สารอนุมูลอิสระเมื่อร่างกายได้ดับมากๆ
01:01:15อักเสบเยอะอักเสบเยอะมีโอกาสเป็นมะเร็ง
01:01:17ได้ในอนาคต
01:01:18>> อือ
01:01:19>> สารอนุิสระเช่นเดินตามท้องถนนแล้วมีกลิ่น
01:01:21มีจากการเผาไหม้อ่ะจากควันรถยนต์นะครับ
01:01:24ไอ้พวกนี้ก็เป็นอนุมูลอิสระ UV ก็เป็น
01:01:27อนุมูลอิสระได้การกินอาหารปิ้งย่างก็เป็น
01:01:29อนุมูลอิสระได้กลิ่นเหม็นหืนจากถั่ว
01:01:32>> อือ
01:01:33>> ก็เป็นสารตั้งต้นในการทำให้เกิดอนุม
01:01:35อนุมูลอิสระได้
01:01:36>> เอไม่ควรกินเพราะมันมีอนุมูลอิสระ
01:01:39>> ใช่มันไม่ดีระยะยาวแต่มันไม่ทำให้ท้อง
01:01:41เสียเพราะมันไม่ใช่เชื้ออ
01:01:42>> ออ
01:01:42>> ครับมันเป็นไขมันที่เปลี่ยนเป็นสารเหม็น
01:01:45หื่นแล้ว
01:01:45>> โอเคถ้าเหม็นหื่นแล้วก็ไม่ต้องกินมันก็
01:01:48ได้
01:01:49>> ใช่แต่บางแต่หลายครั้งอ่ะถ้ายอมรับตามตรง
01:01:52เราต้องใช้ถั่วนั้นเลยอ่ะแล้วมันเหม็นหืน
01:01:55แบบนิดเดียวอ่ะเอาไปอบหรือเอาไปคั่วหายนะ
01:01:58>> อ๋อ
01:01:59>> กลิ่นเหม็นหัวเพราะกลิ่นเหม็นหืนส่วนใหญ่
01:02:00แล้วเหยได้ดีในความร้อน
01:02:02>> มันก็คือไขมัน
01:02:03>> ใช่มันคือมันคือไขมันที่เปลี่ยนฟอร์มไป
01:02:05แล้ว
01:02:05>> เสียดายไปแล้ว
01:02:06>> แต่ต้องระวังว่าต้องแค่เหม็นหื่นนะ
01:02:09>> อื
01:02:10>> ถ้าส่วนใหญ่กากถั่วที่เหม็นหืนคือถั่ว
01:02:13เก่าแล้วถั่วเก่าอ่ะalฟ่าท็อกซินมันก็ตาม
01:02:16มาด้วยไง
01:02:16>> นั่นดิ
01:02:17>> มันก็มาเป็นแพ็คคือทางที่ดีอ่ะทิ้งเหอะ
01:02:20>> เออๆ
01:02:20>> อทิ้งเหอะ
01:02:21>> โอเคแต่ถ้าเกิดเรามั่นใจว่าเราคั่วเอง
01:02:25แล้วทิ้งไว้วันเดียวมีกลิ่นหินนิดเดียว
01:02:27อะไรอย่างเงี้ยโอกาสที่แบบ
01:02:28>> อื
01:02:28>> ปลอดภัยมันก็จะมีมากกว่าแต่ก็ทิ้งดีกว่า
01:02:31ทิ้งทิ้งดีกว่าทิ้งดีกว่าเพื่อ
01:02:32>> ความปลอดภัยนะครับ
01:02:32>> หลายคนเก็บถั่วที่ส่งแช่แข็ง
01:02:34เออ
01:02:35>> แต่หลายคนเข้าใจผิดเก็บแช่แข็งเชื้อไม่มี
01:02:38วันโต 100% รามไม่มาแน่นอน
01:02:41>> แต่แช่แข็งหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าจะหยุด
01:02:43ได้ทุกปฏิกิริยา
01:02:44>> อือ
01:02:45>> ยกเว้นปฏิกิริยาเดียวที่หยุดไม่ได้คือ
01:02:47ปฏิกิริยาการเหม็นหืน
01:02:49>> อ
01:02:49>> แช่แข็งจะหืน
01:02:50>> อ๋อ
01:02:51>> หืนจะไม่หยุดจะหยุดไม่ได้จะมาเรื่อยๆ
01:02:53>> อือ
01:02:54>> หมู 3 ชั้นเก็บแช่แข็งสมมุติเก็บเป็นปี
01:02:56ไม่เสียนะ
01:02:57>> แต่กลิ่นเพี้ยนแล้วครับกลิ่นหืนหมดแล้วอ
01:02:59>> เออ
01:03:00>> เพราะเป็นปฏิยาเดียวในโลกที่เกิดได้ตอน
01:03:02แช่แข็ง
01:03:03>> โอ
01:03:03>> อืออื
01:03:04>> ความรู้ใหม่ตู้เย็นไม่ได้ช่วยตลอดเวลา
01:03:06>> ไม่ๆ
01:03:09>> โอเคเอ้อพูดถึงเรื่องออกซิไดต่อเลยครับ Y
01:03:11ที่ออกซิไดแล้วอันตรายมั้ยเอาไปทำอาหาร
01:03:15>> ดื่มได้
01:03:16>> อือ
01:03:17>> ถ้าไม่คเซิร์นเรื่องรสชาติไอออกซิไดกับ
01:03:19ถั่วออกซิไดต่างกันถั่วออกซิไซสารมันเป็น
01:03:22มาโนมาโลนดีไฮด์อะไรพวกเนี่ยมันจะเป็นอ่า
01:03:26อนุมูลอิสระ
01:03:27>> อ
01:03:28>> แต่โักจากไที่ออกซิไซไม่ได้อันตรายครับ
01:03:31>> เป็นสารที่ยังกินได้อยู่แค่กลิ่นมัน
01:03:32เพี้ยน
01:03:33>> อืออ
01:03:33>> ถ้าไม่อยากดื่มก็เอาไปคุกิได้ไม่มีปัญหา
01:03:36ไปทำขนมเอาไปอะไรก็ได้ครับอครับ
01:03:38>> อื
01:03:40>> ไวออกซิไซ
01:03:42เปิดไวกินไม่จบ
01:03:44>> กลิ่นกลิ่นมันไม่เชิงกลิ่นหืนนะแต่มัน
01:03:48กลิ่นfrรุตตี้กลิ่น floral กลิ่นสปiceมัน
01:03:50มันหายละ
01:03:51>> อื
01:03:51>> ครับ
01:03:52>> อือ
01:03:52>> โอเค
01:03:54นมที่ดูแล้วเป็นปกติแต่เลย One Best
01:03:56before มาแล้วยังดื่มได้มย
01:03:58>> นมนม UHT
01:04:00>> ครับ
01:04:01>> มันจะเป็น Best before เพราะว่ามันไม่
01:04:03มันแทบไม่มีวันเสียเชิงเชื้อยกเว้นว่า
01:04:05กล่องมันบุก
01:04:06>> เออ
01:04:07>> สมมุติฟมันคือ 1 ปีหลังวันผลิตอ่ะครับ
01:04:10>> ครับ
01:04:10>> พูดตามตรงนะเก็บไว้ 2 ปีกินก็ไม่ท้องเสีย
01:04:13>> อื
01:04:13>> แต่กลิ่นเพี้ยนหมดแล้ว
01:04:15>> อื
01:04:15>> เพราะมันเสียเชิงเคมีสีเปลี่ยนกลิ่นเหม็น
01:04:18หืนกลิ่นอะไร
01:04:19>> อ
01:04:20>> เพราะฉะนั้นมันเสียเชิงเคมีกายภาพมันเลย
01:04:22ใช้คำว่า best before
01:04:23>> อือ
01:04:25>> นมกระป๋องถ้ามันเลยมาซักแบบวัน 2 วันหรือ
01:04:28อาทิตย์ 2 อาทิตย์ Best before นะครับ
01:04:29>> ครับ Best before
01:04:30>> ยังๆยังยังดื่มได้ไม่ได้มีปัญหาอืแต่ต้อง
01:04:33แยกว่ามันมี Best before กับ expireate
01:04:35จริงๆนะ
01:04:36>> ใช่ถ้า expireate เลยแล้วไม่ควร
01:04:38>> เออ
01:04:39>> แล้วบอกเฮ้ยดื่มนมเกิน expiry date กิน
01:04:43เข้าไปแล้วไม่เปรี้ยวแต่การเสียของนมอ่ะ
01:04:46มันไม่ได้มีแค่เชื้อที่ให้เปรี้ยวบาง
01:04:47เชื้อโตแต่ไม่ให้รสเปรี้ยวมันก็มีเหมือน
01:04:50กัน
01:04:50>> เราก็ไม่รู้ตัว
01:04:51>> เราไม่รู้สมมุติสมมุติมีลิสเตอรียอย่าง
01:04:53เงี้ยลิซอรียmonโนซogenสไม่ได้ให้เปรี้ยว
01:04:56>> แต่ถ้ามันโตแล้วแล้วเราดื่มเข้าไปเอ้ยไม่
01:04:58เปรี้ยวนี่อีก 6 ชมง
01:05:00>> อือถ่ายท้องก็มีเหมือนกัน
01:05:03>> อ่ะถามต่อว่านมเปรี้ยวนมบูดกับโยเกิร์ต
01:05:07มันต่างกันตรงตรงไหนครับ
01:05:08>> คนละเชื้อเลยครับนม
01:05:09>> อ
01:05:10>> นมเปรี้ยว UHT ที่ไม่ได้บูดนะโยเกิร์ตมัน
01:05:13มาจากเชื้อ 2 ตัวแคโตบาซิัสกับสตปโตคอกคั
01:05:17เทอรโมฟิัส 2 ตัวนี้
01:05:18>> อือฮึ
01:05:19>> 2 ตัวนี้เป็นเชื้อปลอดภัย
01:05:21>> อือคือการตั้งใจให้เป็น
01:05:22>> ใช่ตั้งใจให้เป็นแต่ถ้านมที่ไม่ได้ใส่ 2
01:05:25ตัวนี้แล้วมันเปรี้ยวเองอาจจะเป็น
01:05:27แลคโตบาซิลัสตัวอื่นหรืออีคลอไรด์ตัวอื่น
01:05:30ที่สร้างกรดแล้วทำให้เราท้องเสียได้
01:05:32>> อืเพราะฉะนั้นอย่าคิดว่า
01:05:34>> ถ้าทิ้งนมไว้แล้วเปรี้ยวก็จะเป็นนม
01:05:36เปรี้ยวโยเกิร์ตไม่ใช่
01:05:37>> ไม่ใช่ไม่ใช่ยกเว้นแล้วจะทำโยเกิร์ตจากนม
01:05:40ใหญ่แล้วก็ตักโยเกิร์ตมา 1 ช้อนใส่ลงใน
01:05:42ขวดนี้บ่มทิ้งไว้แล้วเปรี้ยว
01:05:44>> อันนี้เราตั้งใจเพราะเราบังคับให้เชื้อ 2
01:05:47ตัวที่ปลอดภัยลงไปเพราะฉะนั้นเชื้อที่ไม่
01:05:49ปลอดภัยก็โตไม่ได้อ
01:05:50>> ครับ
01:05:50>> ก็ปลอดภัยก็กลายเป็นโยเกิร์ตใหม่อือ
01:05:53>> อ
01:05:53>> แต่ถ้าทิ้งไว้อย่างเงี้ยไม่ได้ใส่อะไรลง
01:05:55ไปอ่ะ
01:05:56>> เออ
01:05:56>> ก็ไม่ควร
01:05:57>> เมื่อกี้เชฟก็เลยให้คอร์สทำโยเกิร์ต 30
01:05:59วินาทีมาแล้วหมายทำได้ใช่คือเทนมออกนิด
01:06:03นึงก่อน
01:06:04>> จะได้มีแล้วก็ใส่เนี่ยแกลอนนึงก็ใส่
01:06:06โยเกิร์ตลงไป 2 ช้อนโต๊ะ
01:06:08>> โยเกิร์ตอะไรก็ได้เหรอครับ
01:06:10>> ความจริงมันควรเลือกโยเกิร์ตที่เชื้อยัง
01:06:12มีชีวิตบางทีโยเกิร์ตมันไม่มี
01:06:15>> เชื้อมันตายแล้วใส่ลงไปก็ไม่มีประโยชน์
01:06:17>> อือ
01:06:17>> แล้วก็ไว้อุณหภูมิห้อง
01:06:19>> อือ
01:06:19>> พันผ้าอุ่นๆไว้ก็คืนนึงก็ได้โยเกิร์ต
01:06:22>> อแต่ถ้าเกิดเป็นนมพวกอย่างเงี้ยนมแบบพอไร
01:06:24เนี่ยใส่โยเชื้อโยเกิร์ตเข้าไปก็ไม่เป็น
01:06:27ไรไม่เป็นแล้วใช่มั้
01:06:28>> เกิดโยเกิร์ตได้แต่เนื้อจะไม่ดีเพราะว่า
01:06:30โครงสร้างโปรตีนมันเสียสภาพมากกว่า
01:06:33พจอร์ไลแต่ถามว่าทำได้มั้ทำได้เหมือนกัน
01:06:35แต่เนื้อมันจะไม่เท่าที่เคยทำมันจะไม่มัน
01:06:37จะไม่ข้นมันจะไม่เนียนมาก
01:06:38>> อืออือ
01:06:39>> โอเค
01:06:40>> อ
01:06:40>> อ่ะต่อครับให้โยเกิร์ตพอดีเลย
01:06:44>> อ้าว
01:06:44>> โยเกิร์ต
01:06:45>> นี่นี่ผมไม่ได้ตั้งใจนะโยเกิร์ตหรืออาหาร
01:06:47ที่มีรสเปรี้ยวถ้าหมดอายุควรทิ้งได้มั้ย
01:06:50>> ควร
01:06:51>> โยเกิร์ตมันจะเปรี้ยวได้มากกว่านั้นอีก
01:06:53เหรอครับ
01:06:54>> ที่มันหมดอายุอ่ะคือเชื้อมันในตู้เย็นน่ะ
01:06:59แม้ว่าจะเป็นเชื้อ 2 ตัวนั้นใช่มั้ย
01:07:00แobบซิัสกับสปคอกคัเทอรโมฟิัสอ่ะ
01:07:03>> มันจะยังทำงานอยู่แต่ทำงานช้าๆ
01:07:05>> อือ
01:07:06>> บางทีเพื่อนที่ผมอยู่ในเพื่อนผมที่อยู่ใน
01:07:08โรงงานนมเอ้ยโยเกิร์ตอ่ะเขาบอกว่า expiry
01:07:10day คือเชื้อมันโตเยอะเกินไปจนมัน
01:07:14เปรี้ยวมากเกินไปคือพีมันลงเยอะเกินไป
01:07:17>> ครับ
01:07:17>> ก็ไม่ควรกินคือรสมันจะเพี้ยนไปจากเดิม
01:07:19>> แค่เรื่องรสป่ะ
01:07:20>> แค่เรื่องรถ
01:07:21>> แต่ไม่อันตรายเลย
01:07:22>> ไม่ได้อันตรายอะไรแต่เชื้อมันบางทีอ่ะ
01:07:24เชื้อเชื้อ 2 ตัวนั้นมันมันโหลดมากกว่า
01:07:26เดิมใช่มั้ยบางทีกินเข้าไปมันไม่ได้ท้อง
01:07:28เสียแบบอาหารเป็นผิดอ่ะแต่อู้ถ่ายท้อง
01:07:30เพราะว่าความเป็นกรดมันมันเยอะไปเฉยๆ
01:07:32>> อือๆ
01:07:33>> พูดตามตรงโยเกิร์ต
01:07:34>> หรือว่านมเปรี้ยวที่มันเลยวันหมดอายุมา
01:07:371-2 วันผมก็กินบ่อยนะ
01:07:40>> ก็ไม่ได้ไม่ได้มีปัญหาอะไรอย่างที่บอก
01:07:42expดเขาจะตั้งมาเผื่อ
01:07:45>> เผื่อไว้นิดนึง
01:07:46>> ครับ
01:07:46>> แต่ทางที่ดีอ่ะถ้าเราถ้าเราไม่ได้มีความ
01:07:49รู้อะไรเลยนะ
01:07:50>> เออ
01:07:50>> อะไรที่เกิน expirate มาแล้วไม่ควรกินก็
01:07:53>> แต่บางบังเอิญผมอ่ะรู้ว่าเออบางบางตัวมัน
01:07:56comomise ได้ก็ก็ยังกินได้
01:07:58>> อือ
01:07:59>> อือือ
01:07:59>> เค้าเค้าพูดถึงอาหารที่มีรสเปรี้ยวด้วยผม
01:08:01เลยนึกถึงแหนมแหนมเนี่ยมันกินได้จนแค่ไหน
01:08:06ถึงจะรู้สึกว่าอย่ากินเลย
01:08:09>> แหนมหรอครับโหแหนมมันหลายเคสมากเอ่อหมาย
01:08:13ความว่าไงนะกินได้เยอะ
01:08:14>> หมายถึงว่าแบบอ่ะโยเกิร์ตคือเรื่องนึงแต่
01:08:16ว่าแหนมเนี่ยเราก็ไม่รู้คือแหนมมัน
01:08:18เปรี้ยวอยู่แล้ว
01:08:19>> แล้วเราก็กินแช่ไว้ในตู้เย็น
01:08:21>> แล้วแบบมันก็เปรี้ยวอยู่ดีอ่ะแต่เราไม่
01:08:23รู้ว่าอันไหนคือแหนมเสียมันมีมั้ฮะ
01:08:25>> แหนมส่วนใหญ่ความจริงควรผ่านความร้อน
01:08:28>> อือืแหนมเวลาเค้าเรียกว่าอะไรครับโดย
01:08:31เฉพาะแหนมถ้าแหนมที่ออกสีชมพูมพูนิดนึง
01:08:34อ่ะส่วนใหญ่กินดิบได้แต่เรื่องนี้มันค่อน
01:08:37ข้างลึกเพราะเขาจะใส่ตัวนึงที่เรียกว่า
01:08:38ไนไตรท์ลงไปไนไตรท์มันจะไปกดเชื้อตัวเลว
01:08:41ก็คือไอ้กดคอสตเรียมโทิัไม่ให้มันโต
01:08:44>> อื
01:08:45>> ถ้าไม่ใส่สารตัวนี้มีโอกาสที่เชื้อจะโต
01:08:49ได้เค้าเลยบอกว่าสารเคมีทุกชนิดในโลก
01:08:50เนี้ยไม่ใช่เลวเสมอไป
01:08:52>> อ
01:08:52>> กินสารเคมียังเสี่ยงน้อยกว่ากลิ่นเชื้อ
01:08:56กลิ่นเชื้อเหลว
01:08:57>> เชื้ออันเนี้คือประโยชน์ของ Food
01:08:59Additive ในบางเคสครับ
01:09:01>> เพราะงั้นถ้าแหนมผมเลือกที่จะกินแหนมที่
01:09:05>> ถ้าจะกินดิบนะ
01:09:06>> อือ
01:09:06>> เลือกแหนมที่ใส่ไนไตรท์ปลอดภัยกว่า
01:09:09>> ปลอดภัยกว่าเพราะฉะนไปเจอไอ้เชื้อ
01:09:12คอสซิเดียมแล้วไม่ผ่านความร้อนไอ้สารพิษ
01:09:15นั้นคือสารพิษโบท็อก
01:09:16>> เออ
01:09:17>> โบทูมท็อกซินไง
01:09:19>> โบท็อกทำให้ระบบประสาทน็อคได้แล้วก็มี
01:09:22โอกาสเสียชีวิตได้
01:09:24>> ครับ
01:09:24>> โอเคครับ
01:09:26>> เป็นเรื่องซับซ้อนนะครับ
01:09:28>> ผมเหมือนเรียนเคมีเลยเนี่ย
01:09:31>> ไม่ใช่ไม่ใช่เรียนชีวะเหรอ
01:09:33>> เออมันมีทั้งชีวะและเคมี
01:09:36ถุงซีลสูญยากาศซิปล็ออ่ะเนาะเก็บอาหารได้
01:09:40นานแค่ไหนเอ้อสุนซีลโทษทีครับถุงซีล
01:09:43สูญยากาศเก็บอาหารได้นานแค่ไหนครับ
01:09:47>> อ๋อซิบลองไม่สูญยากาศสิ
01:09:49>> ไม่ๆอันนี้คือ
01:09:50>> อ๋อแบบเอาอากาศออกใช่มั้ยมันจะยืดได้คือ
01:09:52พอดึงอากาศออกหมดออกซิเจนต่ำ
01:09:55>> เชื้อโตยากขึ้นเชื้อเชื้อที่ส่วนใหญ่เป็น
01:09:58เชื้อสปอยเชื้อที่ทำให้เสียโต๊ะยากขึ้น
01:10:01>> ออกซิเจนไม่มีกลิ่นหื่นก็จะน้อยลงมันขึ้น
01:10:03อยู่กับอาหารด้วยครับ
01:10:04>> อือ
01:10:05>> ถ้าเป็นถั่วลิสง์สมมุติว่าไม่ได้ดึงอากาศ
01:10:07ออกอย่างเงี้ย
01:10:08>> อาจจะอยู่แค่อาทิตย์นึงเริ่มผืนแต่ถ้าดึง
01:10:10อากาศออกหมดแล้วเลือกแพคเagingที่ดีที่
01:10:12ออกซิเจนผ่านเข้าไปไม่ได้อาจจะได้ถึง
01:10:14เดือน
01:10:15>> อื
01:10:15>> โดยที่โดยที่ไม่หืน
01:10:17>> เหมือนข้าวที่เชฟบอกแต่เขาก็จะใส่เอ่อบาง
01:10:20ตัวเข้าไปแทนออกซิเจนป่ะฮะ
01:10:22>> ตัวไหนนะฮ
01:10:23>> ไม่รู้มันมีไนโตรเจนอะไรเข้าไปแทน
01:10:25>> อ๋อflัชไนโตรเจนใช่
01:10:26>> ใช่มั้ฮะ
01:10:27>> ถ้าไม่ดึงสูญยากาศแล้วถุงพองก็สามารถ
01:10:30flลัชไนโตรเจนเข้าไปได้เช่นอาหารขบเคี้ยว
01:10:33ขนมขบเคี้ยวเคี้ยว
01:10:34>> ดึงสูญชาไม่ได้ไม่งั้นแหลกหมดใช่มั้ยเก็
01:10:36จะflัชไนโตรเจนเข้าไปแทนเพื่อแทนออกซิเจน
01:10:39>> ออือ
01:10:40>> แต่เข้าใจว่าส่วนใหญ่การดึงอากาศออกทำใน
01:10:43ครัวเรดือนแล้วก็ในร้านอาหาร
01:10:45>> อ
01:10:46>> พอไม่มีร้านไหนคงฟลัชไนโตรเจนเข้าไปน้อย
01:10:48ล้านอืมันมันคือมันต้องซื้อแก๊ส
01:10:50>> คือหลักการคืออย่าให้มีออกซิเจนใน
01:10:52>> ใช่ดึงออกก็ได้หรือแทนที่ด้วยแก๊สอื่นก็
01:10:55ได้ผมว่าใกล้เคียง
01:11:00น้ำปลาซีอิ๊วซอสมะเขือเทศควรเก็บในตู้
01:11:02เย็นหรือข้างนอกถ้าใช้แล้วถ้าเปิดใช้แล้ว
01:11:05เก็บได้นานแค่ไหน
01:11:08>> อู้คำถามนี้ซับซ้อนอีกแล้ว
01:11:10>> เออ
01:11:11>> น้ำปลาอะไรซอสมะเขือเทศ
01:11:13>> อซ้อนมะเขือเทศ
01:11:15>> ซีอิ๊ว
01:11:15>> อ๋อส่วนใหญ่อ่ะเปิดไว้แล้ววางไว้อุณหภูมิ
01:11:19ห้องได้ไม่เสียไม่เสียเชิงเชื้อ
01:11:22>> เพราะ 1 ซ้อนมะเขือเทศมีน้ำส้มสายชูเยอะ
01:11:24มากอืออื
01:11:25>> น้ำส้มใสชูนี่ทำให้ซอสมะเขือเทศไม่เคย
01:11:28เสียเชิงไม่เคยขึ้นลาไม่เคยเห็นใช่มั้
01:11:31ครับน้ำปลาก็ไม่เสียแต่มันจะเสียเชิง
01:11:32อย่างอื่นเช่นสีค้ำขึ้นกลิ่นเพี้ยนอะไร
01:11:34ประมาณเนี้ยสีเสียเชิงเคมีกายภาพ
01:11:37>> มันเลยเขียนว่า best before ไงน้ำปลา
01:11:39>> ออ
01:11:39>> แต่ถามว่าต้องใช้ถ้าแช่เย็นได้ก็จะดี
01:11:41เพื่อคงไม่ให้สีมันเพี้ยนไม่ให้กลิ่นมัน
01:11:44เพี้ยน
01:11:44>> ออือ
01:11:45>> ครับ
01:11:45>> ยกเว้นเครื่องปรุงรสโซเดียม
01:11:48>> ที่เปิดแล้วพอโซเดียมมันต่ำใช่มั้ยไว้
01:11:50อุณหภูมิห้องมีโอกาสเสียได้
01:11:53>> มีโอกาสเป็นฟองได้เครื่องปรุงรสโซเดียม
01:11:56ควรแช่เย็นหลังเปิด
01:11:57>> พวกหมายถึงน้ำปลาด้วยป่ะฮะ
01:11:59>> น้ำปลาลดโซเดียม C ลดโซบางทีมันลดโซเดียม
01:12:01มาจน
01:12:01>> หมอที่ลดหมายถึงจำนวนโซเดียมมันน้อยลง
01:12:03>> ใช่เชื้อก็โตได้ไงเพราะโซเดียมมัน
01:12:05>> เกลือลดลงอะไรแบบเนี้ย
01:12:07>> เชื้อก็จะโตได้ง่ายขึ้น
01:12:09>> อื
01:12:09>> อืก็ควรหลายๆหลายอันครับเครื่องปรุงรส
01:12:12โซเดียมที่เขาพยายามเขียนตรงว่าเปิดฝาด
01:12:14แล้วแช่เย็นหน่อยนะ
01:12:15>> อือแล้วโทษทีแล้วเป็นถ้ามันเป็นแบบเอ่อ
01:12:19น้ำปลาหมักธรรมชาติไม่ได้เป็นแบบ
01:12:21อุตสาหกรรมมา
01:12:23>> อ๋อไว้อุณหภูมภูมิห้องได้ครับแต่อย่างที่
01:12:25ผมบอกมันจะเพี้ยนตรงแค่เรื่องสีแค่นั้น
01:12:27เอง
01:12:27>> เหมือนกัน
01:12:27>> อื
01:12:28>> หมักธรรมชาติส่วนใหญ่เกลือเยอะมาก
01:12:30>> อ่าๆ
01:12:31>> อืเชื้อไม่โตอยู่แล้วครับ
01:12:32>> อือ
01:12:32>> แช่เย็นครบเพราะเหตุผลเดียวอยากให้กลิ่น
01:12:34มันอยู่นานแล้วก็ไม่อยากให้
01:12:37>> สีเพี้ยนแค่นั้นเอง
01:12:37>> ก็คือ best before
01:12:38>> ครับ
01:12:39>> นี่ไง BBF เนี่ยชัดเจนน้ำปลาเป็น B4
01:12:45>> เขียนว่าโปรดเก็บในตู้เย็นด้วยนะครับ
01:12:46ยี่ห้อนี้ผมไม่บอกยี่ห้อแล้วกัน
01:12:49>> เพราะว่าถ้าน้ำปลาหลายยี่ห้อพอมันมีน้ำ
01:12:52ตาลนะครับน้ำตาลน้ำตาล
01:12:53อุณหภูมิห้องอ่ะน้ำตาลมันทำปยากับโปรตีน
01:12:56>> อือ
01:12:57>> แล้วเ้าเรียกปฏิยาเมลา
01:12:58>> สีจะเข้มขึ้นอืสีมันจะค้ำๆค้ำขึ้นพอเอามา
01:13:02ปรุงอาหารบางทีอาหารดำขึ้น
01:13:04>> ไม่ต้องใส่สีดำเลยอ
01:13:06>> สิวเป็นบ่อยอื
01:13:07>> ครับ
01:13:08>> สารกันบูด
01:13:10มันอันตรายยังไงครับ
01:13:12>> อ่าส่วนใหญ่นะเบนโซเอateซอเbตถ้ากินอ
01:13:16>> เกินที่กฎหมายกำหนดแล้วกินระยะเวลานานไป
01:13:19ตับตับจะโหลดเพราะมันไปกำจัดที่ตับ
01:13:22>> อ๋อก็คือกินเกิน
01:13:23>> กินเกิน
01:13:24>> เพราะมันมีมันมีปริมาณที่เหมาะสมอยู่
01:13:26>> มีๆๆมีกำหนดอาหารส่วนใหญ่นะผมจำไม่ได้น่า
01:13:29จะไม่เกิน 1,000 มลกรัมต่ออาหาร 1 กก.ตาม
01:13:33กฎหมายอาหารส่วนใหญ่ก็คือ 1,000 ppm อ
01:13:36>> อือ
01:13:37>> คืออาหาร 1 กไม่ควรห้ามใส่เกิน 1 กรัมพูด
01:13:40ง่ายๆอาหาร 1 ก.ไม่ควรใส่สังการเสียเกิน 1
01:13:42กรัม
01:13:42>> ครับ
01:13:43>> แต่ส่วนใหญ่ที่ตรวจเกิน
01:13:45>> อื
01:13:46>> เพราะตั้งทดลองถ้าใส่น้อยกว่า 1 กรัมไม่
01:13:49ช่วยช่วยได้นิดเดียว
01:13:50>> อืสั่งให้บุดมันคืออะไรครับ
01:13:53>> สารเคมีสารสังเคราะห์เลยครับสังเคราะห์
01:13:55ขึ้นมาแบบเพื่อทำให้อาหารเพื่อทำให้เชื้อ
01:13:59>> โตยากขึ้นสารการบูดมันจะเข้าไปในเซลล์
01:14:02เชื้อแล้วเชื้อก็จะตาย
01:14:03>> อ๋อ
01:14:04>> แต่ต้องเข้มข้นมากพอ
01:14:05>> โอ
01:14:06>> หลายเคสเวลาเค้าไปสุ่มตรวจเส้นก๋วยเตี๋ยว
01:14:08ตามท้องตลาดเลยเจอเกิน
01:14:10>> อืตามกฎหมายกำหนดไม่ใช่แค่ 2 เท่านะเกิน 4
01:14:135 6 เท่า
01:14:15>> ก็คือกินเข้าไปก็เกินที่
01:14:16>> ใช่
01:14:17>> กำหนดแล้วแหละ
01:14:19>> แต่นานๆทีได้
01:14:20>> นานากินได้ที่มีปัญหาคือกินทุกวัน
01:14:23>> อ่ะโอเคกลับมาที่เรื่องเดิมก็คือกินให้พอ
01:14:25ดีหมุนเวียนกินหมุนเวียน
01:14:26>> กินหมุนเวียนแล้วก็กินให้พอดี
01:14:30>> ผลิตภัณฑ์อย่างอาหารหรือภาชนะบรรจุต้อง
01:14:33ผ่านหน่วยงานอะไรบ้างถึงจะมั่นใจว่าปลอด
01:14:36ภัยครับ
01:14:36>> อย.
01:14:37>> แต่ถ้าเป็นของน้ำเข้าผ่านศูนย์ด้วยและอย.
01:14:39ด้วยอครับ
01:14:40>> ต้องผ่านออเพราะอยเค้าดูทั้งอาหารที่อยู่
01:14:42ในนั้นแล้วก็ดูว่าบรรจุพันธุ์มันปลอดภัย
01:14:44เหมาะสมหรือเปล่าอ
01:14:46>> อืแต่เกณฑ์ผมไม่รู้นะเพราะมันบางทีเ้า
01:14:48ต้องไปตรวจเค้าเรียกว่าการไมเกรชัของ
01:14:51พลาสติกอ่ะเพราะบางทีพลาสติกใส่เนยถั่ว
01:14:54หรือมีไขมันแบบเนี้ย
01:14:56>> บางทีเก็บไว้นานๆหรือความร้อนพลาสติกบาง
01:14:58ส่วนก็มีสิทธิ์
01:14:59>> ออกมา
01:15:00>> อ๋อแล้วก็เค้าก็เช็ค
01:15:02>> คือผ่านอยมาเนี่ยรับรองว่ามันน่าจะปลอด
01:15:05ภัยได้ประมาณนึงแล้ว
01:15:06>> เกินโหยเกิน 80-90%
01:15:08>> เพราะเก็สิอยู่
01:15:09>> ครับ
01:15:10>> แต่บางบางทีมันก็มีหลุดบ้าง
01:15:12>> เพราะผลิตภัณฑ์มันเยอะมากแล้วอย.มีอยู่
01:15:13ไม่กี่คน
01:15:14>> ก็ต้องคอยซูมตรวจกันทีนี้ผู้ประกอบการก็
01:15:17ต้องอ
01:15:18>> มีความซื้อสัตว์กับผู้บริโภคอ่ะว่าแบบไม่
01:15:20ได้ใส่สารอะไรแปลกปลอมอ่ะอ
01:15:22>> อื
01:15:23>> ครับ
01:15:25>> อันต่อไปครับเอ่อออร์แกนิคอาหารออร์แกนิค
01:15:28ที่ปลอดสารเคมีกินเลยทันทีได้มั้ยครับ
01:15:31>> ไม่ได้ต้องดูนิยามออร์แกนิคออร์แกนิคคือ
01:15:34ไม่ใช้สารเคมีตลอดห่วงโซ่อาหาร
01:15:36>> อือ
01:15:37>> แต่สมมุติเลอะดินอ
01:15:39>> ที่เขาใช้ปลูกมันไม่มีสารเคมีนะแต่อย่า
01:15:41ลืมว่าในดินมีเชื้อมีสปอ
01:15:44>> ออ
01:15:45>> ก็ต้องล้าง
01:15:46>> ครับล้างเพื่อลดจำนวนเชื้อไม่ให้มันโหลด
01:15:49มากเกินไป
01:15:50>> อือ
01:15:50>> หรือระหว่างที่เค้าขนส่งมีฝุ่นมาเกาะล้าง
01:15:53ก็ยังดีกว่า
01:15:54>> อ่า
01:15:55>> นิยามออร์แกนิคมันอยู่แค่นี้เอง
01:15:56>> โอเคไม่ใช่แบบออร์แกนิคปลอดภัยทุกอย่างนะ
01:15:58แบบไปเอามาจากเชลกัดเลยนี่แบบ
01:16:00>> ปลอดภัยจากสารเคมีเชิงเชิงสารเคมีเชิง
01:16:03เคมี
01:16:04>> อครับ
01:16:04>> แต่ไม่ได้ปอดเชื้อ
01:16:05>> เออมีเชื้อจากดินใช่เพราะนึกไม่คนไม่ค่อย
01:16:08นึกถึงเรื่องดินเรื่องอะไร
01:16:10>> ครับ
01:16:10>> เพราะเข้าใจว่าออร์แกนิคปุ๊บฉันสบายมาก
01:16:13>> ออย่าไปจำสลับกับไฮโดรโปนิคนะครับ
01:16:15>> ไฮโดรโปนิคอื
01:16:17>> อันนั้นก็ใช้สารเคมีในการปลูก
01:16:19>> อ่า
01:16:19>> บางคนบอกหลายคนน่ะเชฟหลายคนไปใช้ผัก
01:16:23ไฮโดรโปนิค
01:16:24>> แล้วเคลมว่าเป็นออร์แกนิคผิดกฎหมายนะครับ
01:16:27ไม่ได้
01:16:28>> ใช่แล้วจะเคลมอะไรออร์แกนิคมันต้องมี
01:16:30ใบเซอร์
01:16:31>> จากเกษตรอินทรีย์
01:16:32>> จากจากของทางรัฐ
01:16:34>> อื
01:16:34>> เพราะเต้องมาตรวจตั้งแต่ต้นถึงปลายน้ำ
01:16:36>> อือๆ
01:16:37>> เคลมเองไม่ได้ครับ
01:16:38>> อือโอเคฮะเมื่อกี้ผมพูดเรื่องถุงซิล็อกไป
01:16:41ผิดอันนี้คือถุงซิปล็อจริงๆละถุงซิปล็อ
01:16:44ล้างแล้วใช้ซ้ำได้มั้ครับ
01:16:46>> เอ่อขึ้นอยู่กับอาหารครับถ้าเป็นอาหาร
01:16:48แห้งๆหรืออาหารที่ไม่มีไขมันใช้แล้วใช้
01:16:51แล้วทำแล้วใช้แล้วล้างแล้วซ้ำได้แต่ต้อง
01:16:53เช็ดให้แห้งก่อนเพราะว่าการที่
01:16:56>> จะใช้ซ้ำได้หรือใช้ซ้ำไม่ได้มันขึ้นอยู่
01:16:58กับว่าบรรจุอาหารอะไรแล้วสิ่งที่เขา
01:17:01concern คือพลาสติกส่วนใหญ่มันคือ LDPE
01:17:04นะ Low Density Low Density Poly
01:17:07Eทine
01:17:08>> อือ
01:17:08>> มันจะถ้าเจอความร้อนกับเจอไขมันพลาสติก
01:17:11มันจะแพร่ออกมาอยู่ที่อาหารเป็น
01:17:12ไมโครพลาสติก
01:17:13>> แล้วก็ส่งผลกระทบต่อร่างกายได้
01:17:15>> ถ้าใส่แกงร้อนๆอย่างเงี้ยแพร่ออกมาแน่นอน
01:17:18แล้วควรใช้ครั้งเดียวทิ้ง
01:17:19>> เนื้อสัตว์
01:17:20>> ก็ครั้งเดียวทิ้ง
01:17:22>> แต่ถั่วแห้งผักสลัดอย่างเงี้ยครับ
01:17:24>> ได้ถึง 3-4 ครั้งไม่มีปัญหา
01:17:26>> ครับ
01:17:27>> แต่ต้องล้างแล้วก็ทำให้แห้ง
01:17:28>> ล้างแล้วทำให้แห้ง
01:17:29>> อื
01:17:30>> ก็ระวังถุงซิปล็อคกันครับหมายถึงว่าต้อง
01:17:33เช็คให้ดี
01:17:33>> อจะใช้ใหม่ทุกครั้งมันก็ไม่ตรงกับความ
01:17:35เป็นจริงตรงที่ว่ามันก็เปลือง
01:17:37>> เปลือง
01:17:37>> ครับอาหารแห้งๆใช้ซ้ำได้
01:17:39>> อื
01:17:39>> ครับ
01:17:40>> เนื้อที่แช่แค่ช่องฟิกเก็บได้นานแค่ไหน
01:17:42ครับแล้วจริงมั้ที่มันเก็บไว้ได้ตลอดไป
01:17:44อันนี้
01:17:44>> ใช่เก็บไว้ได้เก็บไว้ได้เก็บไว้เป็น 10
01:17:46ปีก็ได้ไม่มีปัญหา
01:17:47>> จริงป่ะเนี่ย
01:17:48>> เชื้อไม่โตแต่กินได้หรือเปล่าเพราะมันหืน
01:17:51>> อ๋อคือผมก็แบบเป็นคนเป็นคนแบบ
01:17:55>> เรียกว่าหงุดหงิดกับ
01:17:56>> ครับ
01:17:57>> ของในช่องฟิตตัวเองเหมือนกันคือมันแบบ
01:17:59โอโหตั้งแต่เมื่อไหร่เราก็ไม่รู้เนี่ยไม่
01:18:01กล้ากินหรอก
01:18:01>> เชื้อๆมันปลอดภัยเชิงเชื้อเชื้อโตไม่ได้
01:18:04ครับ
01:18:05>> ออ
01:18:05>> แต่ว่ามันจะรับกับเนื้อสัมผัสได้หรือ
01:18:08เปล่าเพราะยิ่งเก็บไว้นานๆเปิดปิดเปิดปิด
01:18:10อุณหภูมิขึ้นลงใช่มั้ครับ
01:18:12>> อ่าผลึกน้ำแข็งมันจะยิ่งแทงๆตัวมัดกล้าม
01:18:15เนื้อสัตว์
01:18:15>> เอามากินอีกทีมันอาจจะแห้งไม่มีความจูซี่
01:18:18>> หรือตะกี้ที่ผมบอกปฏิกิริยาเดียวที่
01:18:19สามารถเกิดในตู้แช่แข็งได้คือปฏิกิริยา
01:18:22การเหม็นหืน
01:18:23>> ลิปออกซิเดชมันอาจจะเหม็นหืนไขมันหมู 3
01:18:27ชั้นอาจจะหืนไปแล้วไม่หอมหมูแล้วก็ได้
01:18:29>> อ
01:18:29>> ถามว่ากินได้มั้ปลอดภัยเชิงเชื้อ
01:18:32แต่ลักษณะมันไม่พึงประสงค์ที่จะกิน
01:18:36>> โอแล้วแล้วพวกเอ่อแกงที่กินเหลือแล้วผม
01:18:40ยัดใส่ซองฟิตเลยครับ
01:18:42>> ก็ได้ก็ได้
01:18:42>> ก็ยังก็ยังเก็บมากินได้อยู่พนี้มัน
01:18:44>> มันมันปลอดภัยเชิงเชิงเชื้ออยู่แล้วแหละ
01:18:47แต่วิตามินแร่ธาตุสารอาหารที่มีประโยชน์
01:18:49บางตัวที่มันอยู่ได้นานๆไม่ได้มันก็อาจจะ
01:18:52ลด
01:18:53>> วิตามินซีไม่เสถียรก็อาจจะลดๆแต่โปรตีน
01:18:55มันยังอยู่อย่างนั้นน่ะ
01:18:56>> อือ
01:18:57>> โปรตีนมันยังอยู่แต่เนื้ออาจจะยุ่ยเละ
01:18:59แห้งไปแล้วก็ได้โอเค
01:19:00>> ถ้าเป็นแกงกะทิอาจจะเหม็นหืน
01:19:03>> ไม่หอมพริกแกงแล้วก็ได้
01:19:04>> อือ
01:19:05>> ครับ
01:19:05>> คือถ้าเราไม่อยู่ในภาวะสงครามจริงๆเราก็
01:19:09>> ไม่กลัวควร
01:19:11>> maximumันะเดือนเดียวทิ้งเหอะ
01:19:14>> ของผมมันก็แบบไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่
01:19:17>> เว้นอาหารแช่แข็งไงที่ที่เราซื้อเป็น Fen
01:19:19Food ที่เป็น Ready to Eat อ่ะอันนั้น
01:19:21โหเามีเทคโนโลยีในการแพ็คดึงอากาศออก
01:19:24>> ก็อยู่ได้ตามที่เขาระบุไว้
01:19:26>> อ่า
01:19:27>> ประมาณเท่าไหร่ปีนึงใช่มั้ย
01:19:28>> อือๆ
01:19:29>> อยู่ได้ไม่มี
01:19:29>> ปีนึงนี่คือ best before
01:19:31>> best before ใช่ๆเพราะอาหารใช้แข็งเสีย
01:19:33เชิง
01:19:34>> เชื้อไม่ได้เชื้อ
01:19:35>> เออ
01:19:36>> อืก็เป็น Best Before
01:19:38>> อืครับ
01:19:39>> แต่เดี๋ยวนี้มันก็มีเทคโนโลยีเยอะจริงคือ
01:19:41อาหารใช้แข็งที่ไม่ได้แบบเป็นอุตสาหกรรม
01:19:44>> แล้วเขาแบบเหมือนคลุกเสร็จแล้วเนี่ยเขาก็
01:19:46ทำแช่เย็นทันทีบัสิเซอร์ฟิเซอร์ครับ
01:19:49>> แล้วก็แช่ทิ้งไว้เนี่ยมันก็ยังใช้ได้อยู่
01:19:52แล้วคุณภาพมันอาจจะแบบ
01:19:53>> ดีกว่า
01:19:54>> ดีกว่าเพราะมันเร็วยิ่งแช่แข็งเร็วผลึก
01:19:56น้ำแข็งยิ่งมีขนาดเล็กพอมีขนาดเล็กมันก็
01:19:59ทิ่มเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อสัตว์น้อยลง
01:20:02>> อ
01:20:03>> พอเอามาละลายมันก็ยังฉ่ำอยู่
01:20:05>> มากกว่าการแช่
01:20:07>> แข็งตามครัวเรือนผมเลยบอกไงว่าถ้าจะแช่
01:20:09แข็งตามครัวเรือนแล้วคุณภาพใกล้เคียง
01:20:12>> อ
01:20:12>> Blast ทำยังไงก็ได้ให้มัน
01:20:15>> แข็งไวที่สุด
01:20:17>> ให้มันแบนให้มันน้อยสุด
01:20:18>> อือ
01:20:19>> ครับมันก็จะโรเzenไวผลึกน้ำแพงก็จะเล็กอ
01:20:21>> อือ
01:20:22>> แล้วอีกอันนึงสมมุติว่าผมกินกับข้าวแล้ว
01:20:25ผมก็ทิ้งเอาไว้ในช่วงที่กินประมาณชั่วโมง
01:20:28นึง 2 ชั่วโมงเนี่ยเอาสิ่งเนี้ยไปแช่ให้
01:20:31แข็งได้อยู่มั้ครับ
01:20:31>> ได้แช่ได้
01:20:32>> มันก็จะคุมเชื้อเท่านั้นอยู่
01:20:33>> มันก็มามันก็จะนิ่งอยู่แค่นั้น
01:20:35>> ออโอเคอ
01:20:37>> ได้อยู่ครับแต่ช่วยวอร์มจนร้อนอีกทีนึง
01:20:40เพราะเราไม่รู้ว่าไอ้ตอนที่เรารอก่อนแช่
01:20:42แขงเชื้อมันโตไปแล้วมากแค่ไหนอ
01:20:44>> แต่ 2 ชั่วโมงไม่มีปัญหา 3 ก็ยังพอได้แต่
01:20:47เลย 4 ไปแล้วอ่ะ
01:20:48>> เสี่ยงเพราะมันเป็นช่วงที่เชื้อกำลังขึ้น
01:20:51แบบเร็ว
01:20:51>> อื
01:20:52>> โอเคอย่าให้เกิดใกล้แล้วครับ
01:20:56อันนี้ก็น่าสนใจครับเป็นเรื่องเนื้อ
01:20:58เหมือนกันหมักเนื้อนานๆแล้วเนื้อจะนุ่ม
01:21:00ขึ้นจริงมยแล้วก็หมักไว้นานแค่ไหนมันถึง
01:21:03จะเริ่มเน่า
01:21:04>> นานไว้นุ่มจริงเพราะเกลือมันซึมเข้าไปถึง
01:21:07เหนือในสุดแล้วมันก็เปลี่ยนโครงสร้าง
01:21:08โปรตีนนิดนึงแต่คำว่านานคือ 12 ชมงเห็นผล
01:21:1224 ชมงก็ยิ่งนานกว่า 12
01:21:15>> ไม่ใช่แค่เครื่องปรุงอย่างเดียวมันจะมี
01:21:16เอนไซม์ในเนื้อที่มันย่อยเนื้อไปเรื่อยๆ
01:21:19>> แต่นานสุดอ่ะ
01:21:20>> อ
01:21:20>> ตามที่ WHO เค้าเขียนไว้อ่ะเนื้อสดเนื้อ
01:21:23หมักอย่างเงี้ยครับไม่ควรเกิน 3 วันหรือ
01:21:25ไม่ควรเกิน 72
01:21:26>> ออ
01:21:27>> นักเรียนผมในคลาสในคลาสหมูแดงขายของอีก
01:21:31แล้วผมมีคลาสหมูแดงฮ่องกงหมัก 3 ชมงอร่อย
01:21:36สุดแต่เคยเกิน 3 ช่ม 3 ชั่วโมงคือ 24 *
01:21:393 72 ใช่มั้ยครับ
01:21:40>> 72 อร่อยสุดเลย
01:21:42>> 3 ชั่วโมงคือ 3 วัน
01:21:43>> เอ้ย 3 วันขอโทษ 3 วัน 3 วัน
01:21:45>> 3 วัน 72 ชมอร่อยสุดเคยเกิน 3 แล้วแตะ 4
01:21:49>> อือ
01:21:50>> เชื้อราขึ้น
01:21:52มันตรงกับที่ WHO เขียนเลย
01:21:54>> เออ
01:21:54>> อยู่ได้ตู้เย็นอยู่ในตู้เย็นไม่ควรเกิน 3
01:21:57วัน
01:21:58>> อื
01:21:58>> อ
01:22:00>> พอเกิน 3 เริ่มมีโอกาสเชื้อราขึ้น
01:22:02>> แล้วทำไมเชื้อรามันขึ้นได้ถ้าอยู่ในตู้
01:22:03เย็นถ้าถ้าแช่ช่องฟีมันจะเป็นการหมักอยู่
01:22:06มั้ครับ
01:22:06>> ไม่หมักไม่หมัก
01:22:07>> ช่องช่องช่องฟรีอุณหภูมิติดลบการแพร่ของ
01:22:12เกลือน้ำตาลมันจะเข้าเนื้อสัตว์ได้ช้า
01:22:14หรือแทบไม่ได้เลยเพราะมันแข็งไง
01:22:17>> เครื่องปรุงมันแข็งแต่ตู้เย็นน่ะ
01:22:19>> อือ
01:22:20>> เครื่องปรุงมันยังเป็นของเหลียวอยู่
01:22:21>> อือ
01:22:22>> การฟิสู่เนื้อสัตว์มันยังมีได้
01:22:24>> ออ
01:22:25>> แต่แน่นอนช้ากว่าอุณหภูมิห้องแต่อุณหภูมิ
01:22:27ห้องเราไม่หมักอยู่แล้วเพราะมันจะบูด
01:22:29>> ใช่
01:22:29>> ใช่มั้ยครับอื
01:22:30>> ในตู้เย็นพอวันที่ 4 เริ่มมีเชื้อราแล้ว
01:22:32>> มีเชื้อราแล้วแล้วเชื้อราโตขึ้นได้ไง
01:22:34เชื้อราเชื้อราชอบโตในสภาวะที่กึ่งกึ่ง
01:22:39กึ่งเปียกกึ่งแห้ง
01:22:41>> อือๆ
01:22:41>> ซึ่งน้ำหมักมันเปียกนะแต่อย่าลืมว่าเกลือ
01:22:44กับน้ำตาลมันเยอะ
01:22:46>> อ่า
01:22:46>> อสังเกตเชื้อราจะชอบโตอะไรในที่อะไรที่
01:22:49แบบเค็มจัดหวานจัดแยมอย่างเงี้ยบางทีลาก็
01:22:53ขึ้นตรงผิวหน้า
01:22:54>> อือ
01:22:54>> แต่แบคทีเรียไม่โตแบคทีเรียชอบอะไรที่แบบ
01:22:57เนี่ยไข่สดนมสด
01:22:59>> แต่อะไรที่มีเครื่องปรุงเยอะๆ
01:23:01>> เนี่ยอ่าอะไรอ่ะสเปรย์ช็อกโกแลตแยมที่
01:23:06กึ่งเปียกกึงแห้งอ่ะครับเชื้อราจะขึ้น
01:23:07>> โอ
01:23:09โอเคแปลว่าก็ดูเชื้อราเชื้อรานี่ก็ไม่ควร
01:23:12กินเข้าไปแล้วเนาะ
01:23:13>> อื
01:23:15>> พูดตามตรงบางตัวมันก็ไม่ได้มี
01:23:17>> ผลอะไรฮะ
01:23:17>> ผลอะไรแต่เราเราไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ที่
01:23:20จะไปสามารถเห็นโคโลนีแล้วบอกได้ว่ามัน
01:23:22เป็นสายพันธุ์ที่ไม่เป็นไร
01:23:23>> คือจริงๆมันก็ไม่ก็เซ้นคนปกติเห็นเชื้อรา
01:23:26ก็ทิ้งแล้วอ่ะ
01:23:26>> ใช่ๆทิ้งเหอะครับ
01:23:28>> ครับ
01:23:29>> โอ้
01:23:29>> ยกเว้นเชื้อราในบลูชีสเนาะที่กินได้เพราะ
01:23:33นั้นชัวร์ว่ากินได้
01:23:34>> ผมกลัวอีกอันนึงบููชีสขึ้นล้าอื่นจะรู้
01:23:37มั้ย
01:23:38>> ก็ถ้ามันขึ้นปุยขาวๆหรือสีอื่นที่ไม่ใช่
01:23:40สีเขียวที่ไม่ได้มาจากไอ้ิซิเลiมรุฟอร์ด
01:23:42ก็ทิ้ง
01:23:43>> อือ
01:23:44>> ทิ้งครับ
01:23:45>> เออ Food GRดมันคืออะไรครับ
01:23:50>> Food GRดคือคุณภาพอาหารที่บริสุทธิ์
01:23:53เพียงพอที่คนสามารถกินได้มันจะมีหลายเกรด
01:23:56มาก Cosmetic GRด Food GRด Analytical
01:24:00GRดมันจะยิ่งเพียว Analytical GR คือ
01:24:01ยิ่งเพียวเลยเช่นเกลือที่เป็น
01:24:04>> Analytical
01:24:05ถ้าเป็น analical
01:24:08ยิ่งเพียวกับ Food Gดยิ่งยิ่งกินได้แต่
01:24:10มันไม่มีความจำเป็นเพราะมันเพียวเกินไป
01:24:12>> เอาไว้วิเคราะห์ในพวกเครื่องมืออะไรพวก
01:24:15เนี้ยครับเพราะถ้ามันไม่เพียวแล้วเอา Food
01:24:17Gสไปยิงเข้าเครื่องมือมันจะรบกวน
01:24:19>> อือ
01:24:19>> ความ Imperiority ความไม่บริสุทธิ์จะรบ
01:24:21กวน
01:24:21>> อือ
01:24:22>> เพราะงั้นอะไรที่เขียนว่า Food GRดคือ
01:24:23เกรดที่
01:24:25สารเจือปนไม่ได้เยอะเกินไปที่จะส่งผล
01:24:29อันตรายต่อมนุษย์ได้
01:24:31>> อืออ
01:24:31>> อย่างเช่นแบบได้ยินบ่อยๆเรื่องพวกภาชนะ
01:24:34ต่างๆที่เป็น Food GR เนี่ยมันคือ
01:24:36>> อ
01:24:36>> อาจจะมีการเจอปนแต่ไม่มีป
01:24:38>> มีแต่เค้าทดลองแล้วว่าถ้าใช้ในลักษณะที่
01:24:41สมมุติเป็นพลาสติก
01:24:43>> Food GRด
01:24:44>> เค้าทดลองแล้วว่าเอาอาหารไปวางแล้วเอาไป
01:24:47ไมโครเวฟอ
01:24:48>> แล้วอแล้วเกิดการแพร่ของชีนพลาสติกน้อย
01:24:51กว่า
01:24:53ที่กฎหมายกำหนด
01:24:54>> อือ
01:24:54>> ก็ถือว่าเป็น Food GR ได้แต่สมมุติว่าไป
01:24:56ทดสอบแล้วโอ้โหไมโครพลาสติกเต็มอาหารเลย
01:24:59>> เออ
01:25:00>> ก็
01:25:01>> ก็ไม่ใช่ Food GR
01:25:01>> ใช่ก็ไปใส่อย่างอื่นเถอะ
01:25:04มันจะมีประเด็นเรื่องถุงแกงใส่แกงร้อนนี่
01:25:06แหละที่แบบไม่รู้ food เกรดแค่ไหน
01:25:09>> แต่ส่วนใหญ่ถ้าเป็นถุงร้อนส่วนใหญ่อ่ะมัน
01:25:12เป็นเกรดอยู่ละ
01:25:13>> แล้วมันความร้อนได้แค่ไหนครับ
01:25:15>> มันแล้วแต่ชนิด
01:25:16>> เออ
01:25:16>> ถ้าเป็น PP ก็โหเกินไปตั้ง 130
01:25:19>> อ๋อโอเคเพราะว่าแกง
01:25:21>> ใช่ถ้าถุงเย็นก็ได้ไม่เยอะ
01:25:23>> อื
01:25:23>> ครับ
01:25:24>> สุดท้ายครับผมหยิบให้เลย
01:25:28>> เรื่องอะไรเนี่ยคำถามสุดท้าย
01:25:31>> เออ
01:25:31>> ยากแน่
01:25:32ซอสปลาไหลที่เก็บซ้ำๆกันมาแบบ 40 ปี 60
01:25:36ปี 100 ปีเนี่ยมันกินได้จริงมั้ยอ่ะ
01:25:39>> มันปลอดภัยเชิงเชื้อ
01:25:41>> อือ
01:25:41>> คือซอสปลาไหลส่วนใหญ่มันมาจากสิวขาวน้ำ
01:25:44ตาลมันเยอะมากครับ
01:25:46>> แล้วเวลาเขาเอามาบางร้านเค้าก็มาให้ความ
01:25:50ร้อนอีกหน่อยให้ความร้อนทุกวันน่ะ
01:25:52>> อือๆ
01:25:52>> จนเชื้อสมมุติเชื้อจะแต่พูดตรงๆเชื้อโต
01:25:55ยากมากแหละเพราะว่าเค็มจัดหวานจัดใช่มั้ย
01:25:58แต่ถึงเชื้อกำลังจะโตพอมาผ่านความร้อนอีก
01:26:01ทีนึงเชื้อมันก็กลับไปลดลงที่เดิม
01:26:03>> อือ
01:26:03>> ก็ค่อนข้างปลอดภัยเชิงเชื้อแต่ต้องมั่นใจ
01:26:07ว่า
01:26:09เพราะทุกครั้งในการชุบปลาไหลอ่ะ
01:26:10>> ครับ
01:26:11>> มันแล้วแต่ร้านบางร้านเอาปลาไหลจุ่มลงไป
01:26:14เพราะฉะนั้นน้ำจากปลาไหลก็แพร่ไปโดน
01:26:17>> แพร่ออกมาเจือจางทำให้ซอสปลาไหลมันไม่
01:26:21เข้มข้นเท่าเดิม
01:26:21>> อ
01:26:22>> พอไม่เข้มข้นเท่าเดิม
01:26:23>> มีโอกาสละมาละเชื้อราแบคทีเรีย
01:26:25>> อ
01:26:26>> แต่ถ้าเขาจุ่มซอสแล้วทาข้างบนโดยที่ไม่
01:26:31ได้เราปลาไหลจุ่มก็มีโอกาสที่มันจะไม่โดน
01:26:34ไดรูท
01:26:34>> อื
01:26:35>> มันมันไหลปัจจัยมาก
01:26:37>> แล้วมันต้องเก็บในตัวเย็นด้วยมั้มัน
01:26:39>> ไม่ไม่จำเป็น
01:26:40>> ถ้ามันเค็มจัดหวานจัดเหมือนน้ำปลาเหมือน
01:26:42ซีอิ๊วก็วางเอาไว้ข้างนอกได้
01:26:44>> แล้วการใช้ซอสปลาไหลแบบ 30-40 ปีส่วนใหญ่
01:26:47มันคือคนญี่ปุ่นโบราณน่ะสมัยก่อนมันยัง
01:26:48ไม่มีตู้เย็น
01:26:49>> ออ
01:26:50>> นะครับแล้วบ้านเค้าก็ไม่ได้เย็นทั้งปี
01:26:51ด้วยบางทีเข้าหน้าร้อนเดือนไหนนะสิงหาคม
01:26:54ใช่มั้ย
01:26:55>> กรกฎาคมมันก็กลับมาร้อนเหมือนเดิม
01:26:56>> อืเพราะอุณหภูมิอุณหภูมิห้องเนี่ยมันมี
01:27:00อุณหภูมช่วงที่มันแบบปลอดภัยกับไม่ปลอด
01:27:03ภัย
01:27:03>> อ่าเค้าเรียก dan zone
01:27:04>> dan zone คืออะไรครับ
01:27:05>> Dananger Zone คือช่วงที่อันตรายคือ
01:27:07ช่วงที่เชื้อโตได้
01:27:08>> ออ
01:27:09>> เชื้อตัวได้คือ 5-60 องศอันเนี้คือช่วง
01:27:12ที่ควรหลีกเลี่ยงอาหารไม่ให้อยู่ตรงช่วงเ
01:27:14นานเกินไป
01:27:16>> อื
01:27:17>> เพราะฉะนั้นถ้าให้ความร้อนเกิน 60 เชื้อ
01:27:19โตไม่ได้แล้วโดนฆ่าด้วย
01:27:20>> ต่ำกว่า 5 เชื้อไม่โดนฆ่าแต่เชื้อโตไม่
01:27:22ได้
01:27:22>> อือ
01:27:23>> 5-60 เนี่ย 15 20 25 30 35 40 55
01:27:27เนี่ยเชื้อโตได้หมดแต่ช่วงที่เชื้อโตได้
01:27:30ดีที่สุดแจคือ 5-60 ใช่มั้ยครับ
01:27:33>> แต่ช่วงที่ควรเลี่ยงแบบมากๆอ่ะคือช่วงที่
01:27:35อ
01:27:36>> เชื้อรักแฮปปี้มากคือช่วงประมาณ 30-35
01:27:39ช่วงนี้
01:27:39>> ก็คืออุณหภูมิห้องกับร่างกายเราเน
01:27:41>> นั่นแหละนั่นแหละนั่นแหละนั่นแหละครับ
01:27:42>> อก็คืออันตรายตรงนี้แหละอื
01:27:44>> อับๆเนี่ยข้าวผัดปูหรือว่าเส้นใหญ่มาอับๆ
01:27:49วิ่งอยู่ 35 40 โหเ้าเรียกว่า Danger
01:27:52อันนี้ผมเรียกเองนะ
01:27:53>> Super Danger Zone เลยคือเชื้อโตไวมาก
01:27:56>> 5-60 คือเชื้อโตได้แต่ไม่ได้แฮปปี้ทั้ง
01:27:59ช่วงครับ
01:28:01>> เชื้อบางตัวเชื้อส่วนใหญ่ที่ก่อโรคด้วยนะ
01:28:04แฮปปี้ช่วง 30-35 อ
01:28:06>> อื
01:28:06>> นั่นแหละครับ
01:28:07>> อื
01:28:07>> โอเคเพราะฉะนั้นพยายามจะเก็บทุกอย่างไว้
01:28:10ในอุณหภูมิห้อง
01:28:12>> อ่า
01:28:12>> อุณหภูมิห้องไทย
01:28:13>> อุณหภูมิห้องไทยเออ
01:28:15>> เพราะว่าอุณหภูมิห้องแต่ละประเทศไม่
01:28:16เหมือนกันอีก
01:28:17>> ใช่
01:28:17>> เลี่ยงได้เลี่ยงคือ 30-35
01:28:20>> หลบมา 10 ก็ยังดี
01:28:21>> อ
01:28:22>> ใช่มั้ครับแต่ยังไม่ปลอดภัย 100% ถ้าอยาก
01:28:23ปลอดภัยต้องต่ำกว่า 5
01:28:25>> อื
01:28:25>> เช่น 4 ลงมา 4 3 2 1
01:28:27>> อ
01:28:28>> แช่เย็นหรือทำให้รอร้อน
01:28:30>> ทำให้ร้อน
01:28:31>> มากๆ
01:28:31>> เกินไปเลย
01:28:32>> เออปลอดภัยสุด
01:28:33>> ปลอดภัยสุด
01:28:33>> โอเควันนี้เราคุยกันมาเป็นชั่วโมงเลยครับ
01:28:36เชฟได้ความรู้มากเหมือนผมกลับไปเรียนเคมี
01:28:38ชีวะใหม่หมดเลยเนาะแล้วก็แบบวันนี้เชฟแบบ
01:28:42เนี่ย 40 50 คำถามเนี่ย
01:28:44>> อ
01:28:44>> ไม่ผมว่ามันไม่จบแค่นี้มันจะมีต่อเออแล้ว
01:28:48ก็เยอะ
01:28:48>> วันนี้แบบเชฟน่าจะแบบสมองบวมอ่ะผมอ่ะผม
01:28:51อ่ะสมองบวมแน่นอนเพราะแบบรับเยอะมากอะไร
01:28:54อย่างเงี้ยแต่ว่าคนที่เก่งกับพวกเราเนี่ย
01:28:56ผมนับถือก็คือคนดูที่ดูมาจนถึงนาทีนี้
01:28:58เนาะ
01:28:58>> ถ้าดูจบถ้าดูจบคือแบบคุณดูจบได้ยังไงเจ๋ง
01:29:01มากแต่ว่าผมคิดว่าทุกคนน่าจะมีคำถามอ่ะ
01:29:04สามารถถามเข้ามาได้ในเอ่อช่องคอมเมนต์ของ
01:29:08รายการนี้หรือจะเข้าไปถามที่เชฟโดยตรงที่
01:29:11เพจทักtheชฟ
01:29:13>> ใช่นะครับถามได้ครับ
01:29:14>> ก็คิดว่าถ้ามีคำถามที่น่าสนใจอีกเราอาจจะ
01:29:17มีซีซีซันี้อีกสัก EP นึงก็ได้อีกัก EP
01:29:20>> ใช่ฮะก็จะคราวหน้า
01:29:22>> อาจจะเป็นคำถามจากคอมเมนต์ F นี้
01:29:24>> ใช่ๆหรือมีอะไรที่คิดว่าอยากถกเถียงหรือ
01:29:29ไม่ถูกต้อง
01:29:30>> อ๋อก็คอมเมนต์มาบอก
01:29:31>> ก็คอมเมนต์มาบอกก็ได้ครับ
01:29:32>> ใช่เพราะวันนี้มันเป็นคำถามสดแล้วผมก็
01:29:34ต้องดึงความรู้ออกจากสมองสดๆบางทีมันอาจ
01:29:36จะมีบางคำที่
01:29:38>> เค้าเรียกว่ามิสลหรือผิดพลาดไปก็ช่วย
01:29:40คอมเมนต์มาบอกได้เพราะผมก็ไม่ได้เชี่ยว
01:29:42ชาญทุกๆแขนง
01:29:43>> ใช่แล้ววันนี้ผมก็หาเรื่องให้เชฟเองอ่ะ
01:29:45คือเหมือนแบบจับปุ๊บตอบเลย
01:29:47>> ไม่ได้เตรียมเลย
01:29:48>> เออไม่ได้เตรียมก็ขออภัยไว้ล่วงหน้านะ
01:29:51ครับถ้ามันมีอะไรผิดก็คอมเมนต์กันมาดีๆ
01:29:54ครับก็ตอบถกเถียงกันได้ครับวันนี้ขอบคุณ
01:29:57เชฟมากครับที่อุตส่าห์เสียเวลามันให้ความ
01:30:00รู้เยอะมากครับขอบคุณมาก
01:30:01>> ขอบคุณพี่มีครับขอบคุณ
01:30:03[เพลง]