ยาระบายที่ใช้เองมีความเสี่ยงอย่างไร และควรใช้เมื่อใด

คำถาม:
ยาระบายที่ใช้เองมีความเสี่ยงอย่างไร และควรใช้เมื่อใด?
คำตอบ:
ยาระบายเป็นการรักษาตามอาการ ไม่ได้แก้สาเหตุ หากใช้ระยะยาวเกิน 3-6 เดือน อาจทำให้ลำไส้ชินและต้องใช้ปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจต้องพิจารณาการผ่าตัดในกรณีรุนแรง จึงแนะนำให้ใช้ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น และหากมีอาการผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลด ควรหยุดใช้และพบแพทย์ทันที

[PODCAST] Food Choice | EP.10 - กินอย่างไรเมื่อเป็น "โรคท้องผูกเรื้อรัง"

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:17:09สุดท้ายมันก็จะมาอยู่ในกลุ่ม ที่จะเป็นเรื่องของยาซึ่งจะเป็นตัวช่วย
00:17:13ในแง่ของยา เขาเรียกว่ายาระบายใช่ไหมคะ
00:17:17หรือว่ายาที่ช่วยเรื่องของการท้องผูกนี่
00:17:19จริง ๆ ต้องบอกว่ามันเหมือนยาลดไข้ค่ะ
00:17:21มันไม่ได้แก้ที่สาเหตุ
00:17:22มันเป็นการรักษาตามอาการนะคะ
00:17:25ถามว่ามีอะไรบ้าง
00:17:26อันแรกเลยก็คือเป็นยา กลุ่มที่ไปกระตุ้นให้ลำไส้เราบีบตัว
00:17:30แล้วมันก็จะทำให้เราถ่ายออกไปได้นะคะ
00:17:33กลุ่มที่ 2 นี่ก็จะเป็นยาที่จะไปทำให้ มีความเข้มข้นสูง ๆ
00:17:37เมื่อยามีความเข้มข้นสูง ๆ แล้วอยู่ในลำไส้
00:17:40มันจะดูดน้ำในตัวเราเข้าไปในลำไส้
00:17:43ก็จะทำให้ปริมาณของอุจจาระในลำไส้มันเยอะขึ้น
00:17:47แล้วไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบหรือว่าถ่ายออกมา
00:17:51อันสุดท้ายนี่ก็จะเป็นยา กลุ่มที่จะเป็นเรื่องของยาเหน็บ
00:17:55ซึ่งอันนี้ก็จะไปทำให้เหมือนกับ
00:17:58ไปกระตุ้นตรงบริเวณของหูรูด ที่ลำไส้ที่ทวารหนัก
00:18:02แล้วทำให้เราถ่ายออกมานะคะ
00:18:04อันแรกก่อน ยาที่เพิ่มการบีบตัวของลำไส้ ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ
00:18:08หรือเรากินกันบ่อย ๆ
00:18:10ก็จะเป็นกลุ่มของพวกมะขามแขกนะคะ
00:18:12หรือว่าที่เราไปซื้อกันเนอะ
00:18:15ทีนี้ตรงนี้ถามว่าอันตรายไหม
00:18:16ต้องบอกนิดนึงก่อนว่า กลุ่มนี้เวลาที่เราใช้นี่
00:18:19ถ้าเราใช้เรื่อย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ลำไส้เราจะชินเนอะ
00:18:23แล้วหลาย ๆ คนก็คือ เริ่มต้น เราอาจจะกินเม็ดเดียว
00:18:26แต่พอเวลาผ่านไป กลายเป็น 2 เม็ด 3 เม็ด 4 เม็ดอะไรอย่างนี้
00:18:30พวกนี้มันจะเหมือน...ใช้คำว่าดื้อก็ได้เนอะ
00:18:33ในระยะยาว ถ้าเราใช้ไปเรื่อย ๆ ค่ะ
00:18:35เราต้องการใช้ยาที่ปริมาณเพิ่มขึ้น
00:18:38อันที่แบบว่ามีปัญหามากที่สุด
00:18:39คือในบางรายนะคะที่มีท้องผูกเรื้อรัง
00:18:42แล้วเป็นระยะเวลายาวนานนี่
00:18:44หลายคนนี่ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้อง ได้รับการผ่าตัดด้วยซ้ำไป
00:18:49แต่ว่าการผ่าตัดตรงนี้มันขึ้นกับสาเหตุ
00:18:51ยกตัวอย่างเช่น ถ้าสมมุตินะคะ
00:18:53เขาท้องผูกเป็นเพราะว่าเขามีเนื้องอก หรือว่าเป็นมะเร็ง
00:18:57อันนี้คือการผ่าตัดรักษาโรคนะ
00:19:00อันที่ 2 คนไข้ที่เคยผ่าตัดในช่องท้อง
00:19:03แล้วมีปัญหาเรื่องท้องผูกนะคะ
00:19:05หรือว่ามีปัญหาเรื่องของคลื่นไส้อาเจียน
00:19:07อันนี้ก็คืออาจจะมีลักษณะ ที่เราเรียกว่าเป็นพังผืดเนอะ
00:19:10แล้วก็ไปยึดลำไส้
00:19:12อันนี้ก็จะทำให้เรื่องของลำไส้อุดตัน ก็อาจจะจำเป็นต้องผ่าตัด
00:19:15ก็จะมีอีกกลุ่มนึง
00:19:17ก็จะเป็นกลุ่มที่ไม่รู้สาเหตุจริง ๆ นะคะ
00:19:20แล้วก็มีท้องผูกเรื้อรังนะคะ
00:19:22แล้วก็ลำไส้นี่มันไม่ยอมทำงานเนอะ
00:19:25อันนี้หลายครั้งก็อาจจะต้องจบ ด้วยการผ่าตัดเหมือนกันนะคะ
00:19:29แต่ว่าอย่างไรก็ตามอันนี้คือในกรณีที่ เป็นเคสที่มันเป็นรุนแรง
00:19:33มันไม่ได้เจอบ่อย
00:19:35แต่ถ้าสมมุติว่า เรากังวลว่าเราจะเป็นอย่างนั้น
00:19:37ถึงบอกไงคะว่า ถ้าสมมุติเรามีปัญหา
00:19:40แล้วก็มีเรื่องของท้องผูกเรื้อรัง เป็นระยะเวลายาวนานนะคะ
00:19:43ก็แนะนำว่าควรจะต้องไปเจอคุณหมอ
00:19:46ยาวนานในที่นี้เท่าไหร่
00:19:47โดยทั่วไป เกิน 6 เดือนนี่ก็ไม่ไหวแล้วค่ะ
00:19:50คนไข้ก็ทนไม่ค่อยไหวแล้ว
00:19:51สัก 3-4 เดือนหลายคน เอ๊ะ ต้องใช้ยาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ
00:19:56ทำแล้วมันไม่ดีขึ้นเลยอะไรอย่างนี้
00:19:58ส่วนใหญ่ก็แวะมาคุยกัน
00:20:00คุณหมอเขาก็จะมองหาสาเหตุก่อนว่า มันมีอะไรที่แก้ไขได้ไหม
00:20:04มีอะไรที่สามารถจะทำให้เกิด เรื่องของท้องผูกได้หรือเปล่านะคะ
00:20:08หลังจากนั้น ลองดูซิว่าถ้าเราปรับตัว
00:20:10เรามีการใช้ยาร่วมด้วยแล้ว มันจะได้หรือเปล่า
00:20:13สุดท้ายถ้ามันไม่ได้ มันก็จะมีการตรวจเพิ่มเติม
00:20:15ในแต่ละรายนี่ ตามขั้นตอนต่อไปค่ะ
00:20:18[เสียงดนตรี]
00:20:23นอกเหนือจากสาเหตุที่จะทำให้ท้องผูก
00:20:25เป็นจากยา ที่คนไข้รับประทานทั่ว ๆ ไปแล้วนี่นะคะ
00:20:28ก็จะมีโรคทางกายหลาย ๆ อย่างเหมือนกัน
00:20:30ที่อาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องของท้องผูกนะคะ
00:20:33ยกตัวอย่างเช่น โรคทางระบบประสาท
00:20:35ทำให้การบีบตัวของลำไส้ทำงานได้ไม่ดี
00:20:38ที่เจอบ่อย ๆ ยกตัวอย่างนะคะ คือกลุ่มของไทรอยด์
00:20:41โรคเบาหวานที่เป็นมาเรื้อรัง
00:20:43บางทีก็อาจจะทำให้ท้องผูกได้เหมือนกันนะคะ
00:20:47อีกอันหนึ่งก็คือ คนที่มีปัญหากับเรื่องของไขสันหลัง
00:20:51หรือว่าเส้นประสาทที่หลังนะคะ
00:20:54แล้วจะทำให้มีปัญหาตรงนี้ได้
00:20:56เกลือแร่ที่ผิดปกติบางอย่าง
00:20:58ก็จะทำให้คนไข้มีปัญหา เรื่องของท้องผูกได้เช่นกันนะคะ
00:21:02อันนี้ก็อาจจะต้องไปมองหา
00:21:04อันหนึ่งที่อาจจะเจอได้ไม่บ่อย
00:21:06ก็คือโรคที่เป็นเรื่องของการบีบตัว ของบริเวณของอุ้งเชิงกราน
00:21:11กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานนะคะ
00:21:12อาจจะทำให้การบีบตัวตรงนั้น ทำงานไม่สอดคล้องกันนะคะ
00:21:16แล้วก็เลยทำให้คนไข้มีปัญหาเรื่องของท้องผูก
00:21:19การเบ่งถ่ายหรืออะไรอย่างนี้มันจะทำได้ไม่ดี
00:21:22เพราะว่าแรงมันจะไม่สัมพันธ์กันนะคะ
00:21:25อันนี้ก็ควรจะต้องไปหาคุณหมอ เพื่อหาสาเหตุและแก้ไขให้ตรงจุดค่ะ
00:21:30สำหรับอาการท้องผูก หลาย ๆ คนก็มองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก ๆ เนอะ
00:21:33ก็ท้องผูกก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ก็ไปซื้อยาระบายมารับประทานก็ได้
00:21:37หลาย ๆ คนก็ทำอย่างนั้นจริง ๆ นะคะ
00:21:39จนกระทั่งตอนนี้มาเจอคนไข้ รายล่าสุดที่เคยเจอนี่
00:21:42คนไข้บอกว่าไปซื้อยาระบายมารับประทาน
00:21:45ตอนแรกนี่เคยเจอมากสุดคือ ประมาณ 20-30 เม็ดต่อวัน
00:21:49ที่เคยบอกนะคะว่าคนไข้มักจะซื้อ
00:21:51บอกว่าเป็นยาเม็ดมะขามอะไรอย่างนี้นะคะ
00:21:54เสร็จแล้วกินเข้าไปแล้วนี่ปุ๊บ จากเดิมกินเม็ดนึง
00:21:57แล้วก็ต้องค่อย ๆ เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ
00:21:59เมื่อก่อนนี่ ได้ยิน 20 เม็ด ก็แอบตกใจนิดนึงแล้ว
00:22:02จนกระทั่งล่าสุดนี่ค่ะ คนไข้บอกว่าต้องกินวันละ 200 เม็ด
00:22:05ก็เลยตกใจบอก หา! ทำไมต้องกินวันละ 200 เม็ด
00:22:08เขาบอกว่าถ้าเขากินน้อยกว่านี้ เขาจะรู้สึกว่าเขาไม่สามารถจะถ่ายได้นะคะ
00:22:13จริง ๆ นี่ ถามว่าซื้อกินเองได้ไหม
00:22:15ถ้าช่วงเวลาสั้น ๆ น่ะค่ะ
00:22:17แนะนำว่าก็ได้เหมือนกันนะคะ คือเป็นการปรับตัว
00:22:20แต่ถ้ามันเป็นระยะเวลายาวนาน เช่น เกิน 3 เดือน 6 เดือนอย่างนี้
00:22:23แล้วเราต้องใช้ยาระบายมาตลอดอย่างนี้ค่ะ
00:22:26มันควรต้องหาสาเหตุแล้วว่ามันเป็นจากอะไร
00:22:29แล้วมาดูว่าสาเหตุนี้สามารถแก้ไขได้ไหม
00:22:33มันก็มีโรคบางอย่างหรือภาวะบางอย่าง
00:22:35ที่ทำให้ลำไส้มันไม่บีบตัว หรือว่าบีบตัวน้อยนะคะ
00:22:39แล้วทำให้คน ๆ นั้น มีปัญหาเรื่องของท้องผูกเรื้อรังนะคะ
00:22:43ซึ่งถ้าเราไม่มาหาสาเหตุค่ะ
00:22:45สิ่งที่เกิดขึ้น มันก็จะนำไปสู่ภาวะต่าง ๆ อีกมากมาย
00:22:49ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกลือแร่ผิดปกตินะคะ
00:22:51เรื่องของความเครียดนะคะ เรื่องของแรงดันในช่องท้องที่สูงขึ้น
00:22:55มีริดสีดวงทวารหรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ
00:22:58เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถ้าเกิดสมมุติว่าภายในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ
00:23:01แล้วเราจะซื้อยารับประทานเอง
00:23:03ก็อาจจะบอกว่าไม่ได้อันตรายมากนัก ใช้คำนี้นะคะ
00:23:07แต่ว่าต้องดูนิดนึงก่อนว่า
00:23:08เราจะต้องไม่มีอาการที่ผิดปกติ เช่น ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด
00:23:14คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง ท้องผูกสลับท้องเสียที่พูดไปตั้งแต่ต้นนะคะ
00:23:19ถ้าไม่มีอะไรเลย กินช่วงสั้น ๆ คงไม่เป็นไร
00:23:22แต่ถ้าเมื่อไหร่นานเกินกว่า 3 เดือน 6 เดือน แนะนำว่ามาหาหมอได้แล้วค่ะ
00:23:26จะได้มาหาสาเหตุที่ชัดเจนว่าเป็นจากอะไร
00:23:29แล้วก็เริ่มต้นการรักษาที่ถูกต้องค่ะ
00:23:32ก็สรุปนะคะสำหรับปัญหาเรื่องของท้องผูก
00:23:34จะฟังว่ามันเป็นเรื่องเล็ก ก็เรื่องเล็กเนอะ