00:00:00 → 00:00:04หอพักปรุงสุก 5 ชนิดครับที่จะมีประโยชน์
00:00:04 → 00:00:10สุดๆครับเมื่อเทียบกับไม่ปรุงสุกครับ
00:00:10 → 00:00:15[เพลง]
00:00:15 → 00:00:18สวัสดีครับผมมาทำนะครับและนี่คืน Doctor
00:00:18 → 00:00:20เท่า Channel ครับรายการสุขภาพที่ทั้ง
00:00:20 → 00:00:21สนุกและมีสาระครับ
00:00:21 → 00:00:25วันนี้ครับเราจะมาคุยกันเรื่องผักครับพัก
00:00:25 → 00:00:29ปรุงสุก 5 ชนิดครับที่จะมีประโยชน์สุดๆ
00:00:29 → 00:00:33ครับเมื่อเทียบกับไม่ปรุงสงฆ์ครับก่อนไป
00:00:33 → 00:00:34ครับอย่าลืมกด like กด Share กด Subscribe
00:00:34 → 00:00:39และกดกระดิ่งครับยาสรุปครับผัก 5 ชนิดที่
00:00:39 → 00:00:42ปรุงสุกว่ามีประโยชน์สุดครับสำหรับชนิด
00:00:42 → 00:00:46แรกนะครับก็คือมะเขือเทศนั่นเองครับเมื่อ
00:00:46 → 00:00:51เขือเทศเนี่ยมีสารที่ชื่อว่าไลโคปีนสูง
00:00:51 → 00:00:55มากๆครับและอะไรโกปีนี้มันเกาะอยู่ที่นะ
00:00:55 → 00:00:58ครับเกาะอยู่ที่เส้นใหญ่ผนังเซลล์นะครับ
00:00:58 → 00:01:03ของตัวทั่วประเทศและเส้นใหญ่เนี่ยนะมัน
00:01:03 → 00:01:05ย่อยยากเหลือเกินนะครับมันย่อยยากร่างกาย
00:01:05 → 00:01:07เราย่อยปุ๊บอาจจะย่อยได้แค่บางส่วนแล้วก็
00:01:07 → 00:01:10ดูดซึมไลโคปีนได้บางส่วนและไลโคปีนเนี่ย
00:01:10 → 00:01:12มันเป็นสารที่เราค่อนข้างจะต้องการจะ
00:01:12 → 00:01:14มะเขือเทศครับมันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
00:01:14 → 00:01:17ชนิดหนึ่งทำให้เขาเรียกผิวพรรณเราดีเรา
00:01:17 → 00:01:19ผุดผ่องร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงต้านมะเร็ง
00:01:19 → 00:01:23นู่นนี่นั่นเยอะแยะนะครับเพราะฉะนั้นเอา
00:01:23 → 00:01:24อยากได้ 3 ตัวนี้เยอะใช่ไหมครับเราจะต้อง
00:01:24 → 00:01:28มีวิธีเอามันมาครับมีวิธีหลากหลายเลยนะ
00:01:28 → 00:01:32ครับจะทำเป็นมะเขือเทศบดก็ได้จะทำเป็นซอส
00:01:32 → 00:01:34มะเขือเทศก็ได้เดี๋ยวจะทำการหั่นเป็นชิ้น
00:01:34 → 00:01:35เล็กๆก็ได้เดี๋ยวจะผ่านความร้อนก็ได้
00:01:35 → 00:01:38กระบวนการทุกอย่างนี้จะทำให้เส้นใหญ่พวก
00:01:38 → 00:01:41นี้อ่อนแรงลงนะคะทำให้เราดูดซึมได้ง่าย
00:01:41 → 00:01:43ขึ้นเมื่อดูดซึมพวกเส้นใหญ่นี้ได้เครื่อง
00:01:43 → 00:01:46ง่ายขึ้นก็ทำให้ดูดซึมไลโคปีนได้ง่ายขึ้น
00:01:47 → 00:01:49ก็คือสารที่เราต้องการนั่นเองนะครับเมื่อ
00:01:49 → 00:01:52เขือเทศที่ผ่านความร้อนนะครับหรือบทแล้ว
00:01:52 → 00:01:55หรือว่าเป็นน้ำมะเขือเทศเนี่ยเราจะได้
00:01:55 → 00:02:00ไลโคปีนเนี่ยมากกว่าเดิมนะครับ 5 ถึง 20
00:02:00 → 00:02:02นะครับโอ้โหสุดยอดจริงๆครับสำหรับมะเขือ
00:02:02 → 00:02:06เทศนะครับก็แนะนำนะครับมาดูอาหารชีวิตที่
00:02:06 → 00:02:092 อันครับที่ปรุงสุกแล้วได้ประโยชน์สุดๆ
00:02:09 → 00:02:12นะครับผักชนิดที่สองนี้ก็คือแครอทนั่นเอง
00:02:12 → 00:02:15ครับตัวแครอทมีเบต้าแคโรทีนสูงมากๆเลย
00:02:15 → 00:02:18ครับและเมื่อไหร่ก็ตามนะครับที่นำแครอทไป
00:02:18 → 00:02:21ผ่านความร้อนเนี่ยเบต้าแคโรทีนเนี่ยนะ
00:02:21 → 00:02:24ครับก็สามารถอยู่ซึมเข้ามาในร่างกายได้
00:02:24 → 00:02:27ง่ายขึ้นนะครับเมื่อไหร่ก็ตามที่นำแครอท
00:02:27 → 00:02:31ไปผ่านความร้อนก็จะให้เบต้าแคโรทีนมาก
00:02:31 → 00:02:33ขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่าและเมื่อไหร่ก็ตาม
00:02:33 → 00:02:37ที่นำแครอทไปทำเป็นน้ำแครอทนะครับก็จะให้
00:02:37 → 00:02:40สารเบต้าแคโรทีนมากกว่าเดิมถึง 4 เท่า
00:02:40 → 00:02:44ด้วยกันแต่น้ำค่ะเนี่ยพยายามเดี๋ยวใส่น้ำ
00:02:44 → 00:02:46ตาลมากนะครับก็ใช้น้ำตาลมากแล้วเนี่ยมัน
00:02:46 → 00:02:49ก็จะมีผลเสียเหมือนกันครับก็ควรจะเป็นน้ำ
00:02:49 → 00:02:52ตลอดที่สดนะครับก็จะได้เบต้าเออทีซึ่ง
00:02:52 → 00:02:55เบต้าเออทีนี้ก็จะเป็นสารต้านอนุมลอิสระ
00:02:55 → 00:02:58ตัวนึงที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากๆ
00:02:58 → 00:03:01ครับก็นี้มาดูผักหมู่ที่ 3 ครับเค้าจะมี 3
00:03:01 → 00:03:04ที่ปรุงสุกแล้วได้ประโยชน์นั่นก็คือผัก
00:03:04 → 00:03:07กลุ่มบล็อกโคลี่หรือกะหล่ำปลีหรือดอกป่ะ
00:03:07 → 00:03:10ล่ะคือบล็อคโคลี่กะหล่ำปลีหรือดอกฝรั่งฮะ
00:03:10 → 00:03:13กลุ่มนี้นะครับมีสารต้านไทยรออยู่ซึ่ง
00:03:13 → 00:03:15เมื่อไหร่ก็ตามถ้าท่านมีภาวะไทรอยด์
00:03:15 → 00:03:18ฮอร์โมนต่ำหรือเป็นโรคที่เรียกว่าถ้าว่า
00:03:18 → 00:03:21ไฮโปไทรอยด์ในซึมเนี่ยนะครับการที่เรากิน
00:03:21 → 00:03:23ผักพวกนี้แบบดิบๆเข้าไปเนี่ยก็จะยิ่งทำ
00:03:23 → 00:03:26ให้ไทรอยด์ฮอร์โมนในร่างกายเรายิ่งต่ำลง
00:03:26 → 00:03:30ก็เกิดภาวะโรคไฮโปไทรอยด์สู่อ่านมากขึ้น
00:03:30 → 00:03:33นะครับก็ทำให้อาการแย่ลงแต่สำหรับคนที่
00:03:33 → 00:03:37ปกติไม่ได้เป็นโรคไทรอยด์ต่ำเนี่ยก็
00:03:37 → 00:03:39สามารถทานได้ตามสะดวกซึ่งผมก็ทานนะครับ
00:03:39 → 00:03:42แต่อย่างไรก็ดีนะครับผักดิบก็ควรจะล้าง
00:03:42 → 00:03:44ให้สะอาดเพราะว่ามันจะมีความพ่นเปื้อน
00:03:44 → 00:03:47หรือความสกปรกจากพวกยาฆ่าแมลงหรือว่าพวก
00:03:47 → 00:03:49เชื้อโรคได้ค่อนข้างมากเพราะฉะนั้นเน้น
00:03:49 → 00:03:52ความสะอาดเป็นหลักนะครับต่อมาครับผักชนิด
00:03:52 → 00:03:57ที่ 4 ครับที่แนะนำให้ปรุงสุกก็คือผักโขม
00:03:57 → 00:04:00นั่นเองครับผักโขมเนี่ยมีสารป๊อกมีตัว
00:04:00 → 00:04:03ออกซาเลตที่สูงนะครับซึ่งตัวเอาเสลดที่
00:04:03 → 00:04:07สูงเนี่ยมีผลทำให้ดูดซึมแคลเซียมได้ลดลง
00:04:07 → 00:04:11มากเลยแล้วก็ดูดซึมเหล็กได้ลดลงมากๆการ
00:04:11 → 00:04:13ดูดซึมแคลเซียมได้ลดลงมากเนี่ยก็จะทำให้
00:04:13 → 00:04:16เราเกิดภาวะกระดูกพรุนนั่นเองครับเพราะ
00:04:16 → 00:04:19ฉะนั้นแล้วก็ต้องระมัดระวังในการกินผัก
00:04:19 → 00:04:21โขมแบบดิบนะครับที่ท่านเริ่มอายุเยอะๆ
00:04:21 → 00:04:24เนี่ยเรายิ่งเก็บแคลเซียมไว้ในร่างกายได้
00:04:24 → 00:04:26น้อยนะครับมันสูญเสียไปทุกวันว่าฉะนั้น
00:04:26 → 00:04:29เรายิ่งไปขัดขวางการดูดซึมอีกก็ยิ่งไปกัน
00:04:29 → 00:04:32ใหญ่นะครับส่วนธาตุเหล็กครับถ้าเราโดนขัด
00:04:32 → 00:04:35ขวางการดูดซึมธาตุเหล็กเนี่ยก็จะเกิดภาวะ
00:04:35 → 00:04:37ที่เรียกว่าโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
00:04:37 → 00:04:39ครับซึ่งจะทำให้เราออนเพียงเวียนหัวง่าย
00:04:39 → 00:04:42นะครับไม่มีแหลกบางทีเนี่ยปกตินึกขึ้นมา
00:04:42 → 00:04:45ได้ 3 4 ชั้นถ้าขาดธาตุเหล็กจนเป็นโรค
00:04:45 → 00:04:47โลหิตจางเนี่ยเดิร์นชั้นเดียวอย่างไม่ไหว
00:04:47 → 00:04:49เลยนะครับเพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังตัวนะ
00:04:49 → 00:04:53ครับมันออกวันที่ผักชั้นที่ 5 ครับที่แนะ
00:04:53 → 00:04:56นำให้ปรุงสุกก็คือถั่วฝักยาวนั่นเองครับ
00:04:56 → 00:04:59ตัวถั่วฝักยาวเนี่ยจริงๆแล้วในตัวมาเนี่ย
00:04:59 → 00:05:03ไม่มีมีอ่าโทษอะไรมากมายซึ่งคนไทยเนี่ยก็
00:05:03 → 00:05:06กินทั้งสูตรแล้วก็กินทั้งดิบนะครับ
00:05:06 → 00:05:09ประโยชน์ของมันนะเพียบเลยอาหารที่สูงสุดๆ
00:05:09 → 00:05:12มีสารแคลเซียมมีทั้งโปรตีนมีทั้งวิตามิน
00:05:12 → 00:05:15ซีคือยอดเยี่ยมมากๆนะครับกินสุกก็ได้กิน
00:05:15 → 00:05:18ดิบก็ดีเพียงแต่มันมีปัญหาอย่างนึงครับ
00:05:18 → 00:05:20ว่าถั่วฝักยาวที่ดูค่อนข้างสวยงามที่ตัว
00:05:21 → 00:05:24อวบอ้วนนะครับมักจะมียาฆ่าแมลงเยอะมากเลย
00:05:24 → 00:05:26ครับจากการเก็บข้อมูลต่างๆหลายๆอย่าง
00:05:26 → 00:05:29เพราะฉะนั้นแล้วและนำให้ล้างถั่วฝักยาว
00:05:29 → 00:05:32อย่างสะอาดก่อนที่จะทานดิบนะครับผมและ
00:05:32 → 00:05:35ท่านๆตัวฟองยาวดิบที่ร้านค้าข้างนอกซึ่ง
00:05:35 → 00:05:38เตือนใหญ่เนี่ยก็มักจะมีให้ทานนะครับเช่น
00:05:38 → 00:05:40อ่าถ้าไปร้านอาหารบางร้านก็จะมีถั่วฝัก
00:05:40 → 00:05:43ยาวมีน้ำพริกให้บางร้านก็จะมีถั่วฝักยาว
00:05:43 → 00:05:48แล้วก็มีขนมจีนอะไรอย่างเงี้ยแถมให้ก็ให้
00:05:48 → 00:05:50เลือกร้านที่เราไปทานบ่อยไม่ค่อยมีปัญหา
00:05:50 → 00:05:54แม่แล้วก็สะอาดนะครับอันนี้ก็แนะนำยังไม่
00:05:54 → 00:05:56พอครับถั่วฝักยาวดิบเนี่ยเมื่อเข้ากระบวน
00:05:56 → 00:05:59การการย่อยโดยแบททีเรียในร่างกายแล้ว
00:05:59 → 00:06:01เนี่ยนะครับอยู่บริเวณอาเมื่อใหญ่ตรง
00:06:01 → 00:06:03เปลือกย่อยตรงเม็ดของมันเนี่ยก็จะเกิด
00:06:03 → 00:06:06แก๊สขึ้นนะครับซึ่งแก๊สต่างๆเช่นแก๊ส
00:06:06 → 00:06:07คาร์บอนไดออกไซด์
00:06:07 → 00:06:11แก๊ซมีเทนอะไรต่างๆมันเกิดขึ้นทำให้ท้อง
00:06:11 → 00:06:13แล้วอื่นนะคะก็จะไม่เกิดอาการท้องอืดได้
00:06:13 → 00:06:16บ่อยๆผู้ที่ทานแล้วท้องอืดบ่อยๆเนี่ยก็
00:06:16 → 00:06:18ได้นำให้ทำแบบสู่มากกว่าทำแบบดิบนะครับผม
00:06:18 → 00:06:21โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อนแล้วมี
00:06:21 → 00:06:23อาการท้องอืดจะทำให้ตรวจระยะของท่านเป็น
00:06:23 → 00:06:27มากขึ้นครับและนี่ก็คือผัก 5 ชนิดครับที่
00:06:27 → 00:06:29แนะนำให้ปรุงสุกแล้วได้ประโยชน์สุดๆครับ
00:06:30 → 00:06:32ก็ขอทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงทุกๆคนครับ
00:06:32 → 00:06:34ก่อนไปครับอย่าลืมกด like กด Share กด
00:06:34 → 00:06:36Subscribe และกดเป็นครับสวัสดีครับบ๊าย
00:06:36 → 00:06:38บาย
00:06:38 → 00:06:42สวัสดีครับผมมาท๊อปส์ครับขอบคุณมากครับ
00:06:42 → 00:06:46ที่คุณกดดูคลิปนี้ครับคุณอาจจะช่วยกดไลค์
00:06:46 → 00:06:49กดแชร์กด Subscribe คุณจะเป็นคนหนึ่งที่
00:06:49 → 00:06:53ช่วยให้คนไทยกว่า 70 ล้านคนมีสุขภาพดี
00:06:53 → 00:06:57ขึ้นครับและอย่าลืมดูจนจบนะครับเพื่อจะมา
00:06:57 → 00:07:00จากที่ว่าคุณจะไม่พลาดสิ่งสำคัญในชีวิตขอ
00:07:00 → 00:07:07ขอบคุณมากครับขอบคุณจะหัวใจเจอหน้า