00:00:00 → 00:00:03ก็สวัสดีครับเครื่องนี้ก็สงสัยนะครับว่า
00:00:03 → 00:00:05เราเนี่ยควรจะดื่มน้ำวันละเท่าไหร่นะครับ
00:00:05 → 00:00:08บางคนอาจจะเคยได้ยินมาว่าเออเราควรจะดื่ม
00:00:08 → 00:00:11น้ำประมาณวันละ 2 ลิตรนะฮะมันมีที่มาที่
00:00:11 → 00:00:14ไปอย่างไรนะครับไอ้ 2 ลิตรตัวนี้นะครับ
00:00:14 → 00:00:16แล้วก็ถ้าดื่มมากเกินไปจะเกิดอะไรก็หรือ
00:00:16 → 00:00:19เปล่าลืมน้อยเกินไปจะเกิดอะไรขึ้นนะครับ
00:00:19 → 00:00:21หรือบางคนบอกว่าถ้าเป็นหลงป่าแล้วเราดื่ม
00:00:21 → 00:00:24ปัสสาวะตัวเองมันจะช่วยหรือเปล่านะครับ
00:00:24 → 00:00:26วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาอธิบายเรื่องนี้ให้
00:00:26 → 00:00:29ฟังว่าเรามีแนวคิดเรื่องเนี้ยมาจากไหน
00:00:29 → 00:00:31บ้างนะครับพบกับผมนะครับรายการชะนี
00:00:31 → 00:00:33ธนียวันนะครับเป็นอาจารย์ได้อยู่ที่
00:00:33 → 00:00:35ประเทศสหรัฐอเมริกานะครับเชี่ยวชาญโรคปอด
00:00:35 → 00:00:38การปลูกถ่ายปลอดแล้วด้วยเก็บบำบัดนะฮะแต่
00:00:38 → 00:00:40ก่อนอื่นเลยนะครับคนเราเนี่ยมีน้ำเป็น
00:00:40 → 00:00:43ส่วนประกอบของร่างกายซะส่วนถ้าเยอะเลยนะ
00:00:43 → 00:00:46ครับเยอะมากๆนะครับแต่ว่าเวลาที่เราอายุ
00:00:46 → 00:00:49เพิ่มขึ้นเนี่ยนะครับมันก็จะทดแทนด้วยไข
00:00:49 → 00:00:51มันจะเป็นส่วนใหญ่ปริมาณน้ำในร่างกายเรา
00:00:51 → 00:00:53ก็จะลดลงนะครับโดยเฉพาะคุณผู้หญิงนะถ้า
00:00:53 → 00:00:57เป็นผู้หญิงเนี่ยเอ่อค่ะส่วนของไขมันต่อ
00:00:57 → 00:00:59น้ำในร่างกายเนี่ยมันจะสูงของผู้ชายนะ
00:00:59 → 00:01:02ครับอ่าอันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องรู้นะ
00:01:02 → 00:01:05ครับที่นี้ต่อมาคำถามก็คือว่าแล้วเราจะ
00:01:05 → 00:01:08ทานน้ำเนี่ยมากน้อยแค่ไหนต่อวันนี้เรา
00:01:08 → 00:01:11ต้องคิดมาจากไหนนะครับก็แรกแล้วต้องคิด
00:01:11 → 00:01:14ก่อนว่าเราเนี่ยมีการสูญเสียน้ำทุกวันนะ
00:01:14 → 00:01:16ฮะสูญเสียไปในทางไหนปริมาณเท่าไหร่เราก็
00:01:16 → 00:01:18จะต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนนะครับเพื่อที่
00:01:18 → 00:01:22หนึ่งถ้าเราสูญเสียน้ำออกไปประมาณหนึ่งนะ
00:01:22 → 00:01:24ครับแล้วเราไม่เอาน้ำเข้าไปทดแทนเนี่ย
00:01:24 → 00:01:26ร่างกายของเราก็จะขาดน้ำไปเรื่อยๆนะครับ
00:01:26 → 00:01:29ก็จะส่งผลทำให้เกิดปัญหาต่อร่างกายในหลาย
00:01:29 → 00:01:33ๆอย่างนะครับเราเริ่มจากว่าเราสูญเสียน้ำ
00:01:33 → 00:01:37ทางไหนบ้างนะครับทางแรกก็คือทางการหายใจ
00:01:37 → 00:01:39นี่เลยครับการพูดการหายใจนะครับต่อวัน
00:01:39 → 00:01:43เนี่ยฮะไม่ว่าจะพูดมากพูดน้อยร้องเพลง
00:01:43 → 00:01:45หรือหายใจเฉยๆโดยที่ไม่ได้พูดเลยนะครับก็
00:01:45 → 00:01:48จะมีการสูญเสียน้ำไปในทางเดินหายใจของเรา
00:01:48 → 00:01:50นะครับวันหนึ่งก็เฉลี่ยประมาณสัก 400
00:01:50 → 00:01:53มิลลิลิตรนะฮะหรือ 400CC นั่นเองนะครับ
00:01:53 → 00:01:56อ่ะแต่มันก็ไม่ใช่แค่ทางเดียวนะครับอีก
00:01:56 → 00:01:58ข้างหนึ่งก็คือทางกูจะหรือทางลำไส้ใหญ่
00:01:58 → 00:02:02ซึ่งปกติเนี่ยไปที่การสะอาดสร้างกูจะนะ
00:02:02 → 00:02:04ออกมานะครับโดยน้ำโดยเฉลี่ยในนั้นก็
00:02:05 → 00:02:08ประมาณสัก 200 ML นะฮะที่รวมกันก็เป็น
00:02:08 → 00:02:11600 มิลลิลิตรและถูกไหมครับแต่มันก็จะมี
00:02:11 → 00:02:14อีกทางหนึ่งครับทางผิวหนังหน้าถ้าผิวหนัง
00:02:14 → 00:02:16เนี่ยอาจจะมองมาออกมาในรูปของเหยื่อหรือ
00:02:16 → 00:02:19มันอาจจะไม่เป็นเหงื่อก็ได้คือเป็นการ
00:02:19 → 00:02:22ระเหยไปเลยนะครับเพราะว่าในเหงื่อของเรา
00:02:22 → 00:02:25นะครับบางครั้งเนี่ยนะฮะมันต้องมีหน้าที่
00:02:25 → 00:02:28ในการขับเอาความร้อนที่สูงเกินไปในร่าง
00:02:28 → 00:02:30กายออกมาข้างนอกนะครับนั้นถ้าเรายิ่งร้อน
00:02:30 → 00:02:33ปุ๊บมันก็ยิ่งมีการเหงื่อออกมาขึ้นนะครับ
00:02:33 → 00:02:35แต่ถ้าเหงื่อเราจะเห็นเป็นเม็ดหรือไม่
00:02:35 → 00:02:37เป็นเมนส์มันขึ้นกับความชื้นเนี่ยในอากาศ
00:02:37 → 00:02:40ฮะถ้าตัวว่ามันชื่นมากๆเนี่ยเราอาจจะเห็น
00:02:40 → 00:02:42เป็นเหมือนเป็นเหม็นออกมาเหมือนประเทศไทย
00:02:42 → 00:02:45เรานะครับแต่ถ้าไปในแถมประเทศที่มันแห้ง
00:02:45 → 00:02:47มากๆนะครับถึงเราไม่มีเหงื่อถึงเราไม่
00:02:47 → 00:02:50ร้อนอะไรนะครับมันก็มีการสูญเสียน้ำไป
00:02:50 → 00:02:53เพิ่มขึ้นนะฮะค่ะโดยเฉลี่ยแล้วเนี่ยนะ
00:02:53 → 00:02:56ครับเราสูญเสียน้ำทางผิวหนังของเราเนี่ย
00:02:56 → 00:03:00ประมาณวันละ 500 ซีซีนะฮะ 500 ซีซีนะถ้า
00:03:00 → 00:03:02งั้นถ้ารวมกับ 600 เมื่อตะกี้แล้วเราก็
00:03:02 → 00:03:06เสียไปประมาณ 1.1 ลิตรนะครับหรือ 1100cc
00:03:06 → 00:03:11นะครับอ้านะครับที่นี่เอ่อเดี๋ยวนอก
00:03:11 → 00:03:14เรื่องนิดหนึ่งคนที่ขึ้นไปบนเครื่องบินนะ
00:03:14 → 00:03:16ครับจะมีการสูญเสียน้ำมากกว่าปกตินะครับ
00:03:16 → 00:03:20ถามว่าทำไมนะฮะเพราะว่าถ้าเราอยู่บนพื้น
00:03:20 → 00:03:22ดินธรรมดานี่แหละครับเราจะมีแรงกดดัน
00:03:22 → 00:03:24อากาศที่สูงนะครับแล้วแรงกดดันอากาศแล้ว
00:03:24 → 00:03:26เนี่ยครับมันจะเป็นตัวที่กดมาให้น้ำละเหย
00:03:26 → 00:03:29ออกไปจากร่างกายเราได้เร็วขึ้นนะฮะแต่ถ้า
00:03:29 → 00:03:32เราไปอยู่ในที่สูงๆนะครับแน่นอนว่าสิ่ง
00:03:32 → 00:03:34ที่เกิดขึ้นก็คือแรงกดดันอากาศมันน้อยลง
00:03:34 → 00:03:37นะครับดังนั้นแรงดันน้ำที่อยู่ในร่างกาย
00:03:37 → 00:03:39ของเราในมันจะออกด้านนอกข้างนอกได้ง่าย
00:03:39 → 00:03:41ขึ้นก็จะมีการสูญเสียได้มากขึ้นดังนั้นคน
00:03:41 → 00:03:43ที่เดินทางด้วยเครื่องบินเนี่ยมีความ
00:03:43 → 00:03:45จำเป็นจะต้องดื่มน้ำให้มากกว่าปกตินะครับ
00:03:45 → 00:03:49อ่าต้องดื่มน้ำให้มากกว่าปกติเพราะไม่
00:03:49 → 00:03:51ฉะนั้นเนี่ยเลือดของท่านจะขาดน้ำมากๆแล้ว
00:03:51 → 00:03:55บางคนก็เกิดเป็นลิ่มเลือดที่ขาที่เรนต่าง
00:03:55 → 00:03:57ๆของร่างกายได้ซึ่งนั้นก่อนตลาดให้นะครับ
00:03:57 → 00:04:00อ่าเรากลับมาสู่เรื่องของน้ำในร่างกายก็
00:04:00 → 00:04:02ต้องดื่มเข้าไปนะครับเมื่อกี้เรารู้แล้ว
00:04:02 → 00:04:03ว่าเราต้องดื่ม
00:04:03 → 00:04:061100cc นะครับอย่างน้อยนะครับเพราะว่า
00:04:06 → 00:04:08พวกนี้มันเสียไปทุกวันโดยที่เราต้องทำ
00:04:08 → 00:04:11อะไรเพิ่มเติมเลยนะครับแต่ว่ามันก็จะมี
00:04:11 → 00:04:14ส่วนนะครับคือปัสสาวะเรานี่แหละนะที่นี่
00:04:14 → 00:04:17ปัสสาวะคนก็จะหาว่าไอ้บางคนปัสสาวะมาคน
00:04:17 → 00:04:20ปัสสาวะน้อยมันขึ้นอยู่กับอะไรนะครับแล้ว
00:04:20 → 00:04:22ถ้าบังถ้าเราปัสสาวะมากเราต้องดื่มเข้าไป
00:04:22 → 00:04:24มากหรือเปล่าถ้าปัสสาวะน้อยแล้วก็นึงก็ไป
00:04:24 → 00:04:27น้อยหรือเปล่านะครับเราต้องมาเข้าใจหน้า
00:04:27 → 00:04:30ที่ของปัสสาวะแล้วก็การทำงานของไตอย่าง
00:04:30 → 00:04:33เลยนะครับเรื่องนี้อาจจะเข้าใจยากนิดนึง
00:04:33 → 00:04:35นะครับผมจะพยายามอธิบายให้มันเข้าใจง่าย
00:04:35 → 00:04:37แล้วก็จะไม่ลงทั้งด้านการแพทย์หรือจนเกิน
00:04:37 → 00:04:39ไปนะครับเพราะว่าไม่ฉะนั้นก็อาจจะงงได้นะ
00:04:39 → 00:04:43ฮะอ่ะอย่างหนึ่งร่างกายเรานี้นะครับมันจะ
00:04:43 → 00:04:46มีกระบวนการสลายสารอาหารต่างๆแล้วก็มี
00:04:46 → 00:04:49เกิดมีสมุนสมดุลเรือแรกอยู่นะครับซึ่ง
00:04:49 → 00:04:52ร่างกายเราจะต้องรักษาสมดุลเรือแรกทั้ง
00:04:52 → 00:04:55หมดไว้ให้ได้นะครับแล้วก็มีคำถามนึงซึ่ง
00:04:55 → 00:04:58จะเป็นจะต้องรู้จักคือคำว่าออสโมลาริตี้
00:04:58 → 00:05:01นะครับเพราะสมีแต่ที่นี่มันก็คือเป็น
00:05:01 → 00:05:04คุณสมบัติของอ่าของเหลวในร่างกายอย่าง
00:05:04 → 00:05:08หนึ่งละกันนะครับที่มันมีความเข้มข้นนะ
00:05:08 → 00:05:10เราพยายามจะดึงเอาน้ำเข้ามาสู่ตัวเองนะ
00:05:10 → 00:05:13ครับอ่ะ offers แล้วตี้ของร่างกายของเรา
00:05:13 → 00:05:15นี่มันจะต้องมีค่าคงที่ค่าหนึ่งนะครับถ้า
00:05:15 → 00:05:18มันสูงเกินไปเนี่ยมันก็แปลว่ามันจะดึงน้ำ
00:05:18 → 00:05:21เข้าไว้ตรงตรงบริเวณนั้นเยอะๆเลยซึ่งมัน
00:05:21 → 00:05:23ก็ไม่ดีแต่ถ้ามันต่ำเกินไปมันก็จะปล่อย
00:05:23 → 00:05:25น้ำทิ้งออกไปที่อื่นหมดเลยนะครับซึ่งมัน
00:05:25 → 00:05:29ก็ไม่ดีเช่นกันนะครับเลือดของเรานะครับจะ
00:05:29 → 00:05:32มีออสโมลาริตี้อยู่ที่ประมาณ 290
00:05:32 → 00:05:35millions โมงนะครับต่อลิตรนะฮะอ่ะอ่านี่
00:05:35 → 00:05:37คือเลือดนะครับมันก็จะมีโรคบางโรคซึ่งทำ
00:05:37 → 00:05:39ให้ค่าตัวนี้มันสูงมันต่ำที่ไม่เหมือนกัน
00:05:39 → 00:05:42ได้นะครับแต่สิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกัน
00:05:42 → 00:05:45กับเรื่องของปัสสาวะก็คือว่าปัสสาวะของ
00:05:45 → 00:05:48เรานะครับจะควบคุมความเข้มข้นของ of
00:05:48 → 00:05:51morality ได้ด้วยไตของเรานะครับแล้วก็
00:05:51 → 00:05:53ตายของเราก็จะตอบสนองต่อข้อมูลชนิดต่างๆ
00:05:53 → 00:05:56มหาศาลและร่างกายนะครับเช่นฮอร์โมนชื่อ
00:05:56 → 00:05:59ว่า a d H L พี่ไดยูเรติกฮอร์โมนนะ
00:05:59 → 00:06:03ครับ Happy จะทำให้ต่อต้านนะครับอ่ะ
00:06:03 → 00:06:06ไดยูเรติกคือปัสสาวะต่อต้านปัสสาวะเงิน
00:06:06 → 00:06:08เป็นข้อมูลชื่อหนึ่งชื่อชื่อ ID S นะ
00:06:08 → 00:06:10ครับแต่ว่าอาจจะมีชื่ออีกชื่อหนึ่งคือ
00:06:10 → 00:06:12basis in เพราะว่าไอ้ Hormone ตัวนี้
00:06:12 → 00:06:15เนี่ยมันก็ไปช่วยในการทำให้เส้นเลือดของ
00:06:15 → 00:06:19เราในมันมีการทดตัวด้วยนะครับอาจจะมี
00:06:19 → 00:06:22Hormone ตัวอื่นเช่นอ่าบีเอ็นพี braided
00:06:22 → 00:06:25ยูเรติก Tab ทายใน MP อะไรอย่างนี้นะครับ
00:06:25 → 00:06:28ไม่ต้องสนใจนะเอาเป็นว่าสุดท้ายแล้วมันทำ
00:06:28 → 00:06:31ให้ตายเรามีความสามารถในการสร้างปัสสาวะ
00:06:31 → 00:06:35ที่เข้มข้นได้แตกต่างกันนะครับทีนี้ใดเรา
00:06:35 → 00:06:37เนี่ยมันก็มีความสามารถอยู่ในความจำกัด
00:06:37 → 00:06:41คือมันสามารถที่จะทำให้ปัสสาวะเข้มข้นมาก
00:06:41 → 00:06:45ที่สุดได้อยู่ที่ 1200 มีรอสโมโตลินนะ
00:06:45 → 00:06:49ครับเข้มข้นที่สุดก็คือถ้าเราขาดน้ำมากๆ
00:06:49 → 00:06:51เนี่ยปัสสาวะเรามาเจาะมาเข้มข้นมากๆมัน
00:06:51 → 00:06:53เหลืองอ๋อยมากๆเนี่ยมันเข้มที่สุดแล้วมัน
00:06:53 → 00:06:57จะอยู่ที่ 1, 200 Vios motul in ตัว
00:06:57 → 00:07:00เลขนี้มันมีความสำคัญยังไงนะครับมันที่
00:07:00 → 00:07:03สำคัญอย่างนี้ครับปกติแล้วร่างกายเราจะมี
00:07:03 → 00:07:05การสร้าง of Souls ที่ออกมาจากที่ต่างๆ
00:07:05 → 00:07:07เช่นมีโซเดียมที่เรากินเข้าไปโพแทสเซียม
00:07:07 → 00:07:10ที่เรากินเข้าไปหรือว่าการสลายพวกโปรตีน
00:07:10 → 00:07:14ต่างๆแล้วจะทำให้เกิดยูเรียนะครับขึ้นมา
00:07:14 → 00:07:16ในร่างกายเรานะครับพวกนี้มันทั้งหมดเนี่ย
00:07:16 → 00:07:18มันเป็นส่วนที่ประกอบทำให้เกิด of
00:07:19 → 00:07:21morality ขึ้นมาแต่ร่างกายมันจะต้องขับ
00:07:21 → 00:07:24ทิ้งเราไปนะครับแล้วแต่วันแต่ละวันแต่ละ
00:07:24 → 00:07:27วันเนี่ยเราจะต้องขับทิ้งประมาณ 600 มี
00:07:27 → 00:07:31โอโซลตะวันนะครับ 600 มีรอสโมโตวันนะฮะ
00:07:31 → 00:07:35ร่างกายเราจะไม่สามารถขับทิ้งเฉพาะ Merry
00:07:35 → 00:07:38เปล่าๆได้มันต้องมีน้ำเป็นส่วนประกอบเท่า
00:07:38 → 00:07:40นั้นนะครับจะต้องมีน้ำเป็นส่วนประกอบ
00:07:40 → 00:07:42เหมือนกับเวลาเราอาบน้ำนะครับถ้าสมมติว่า
00:07:42 → 00:07:46ผิวหนังเราสกปรกมากค่ะนะฮะและเอาน้ำเรา
00:07:46 → 00:07:48ไม่เอาน้ำอ่ะเราปัดทิ้งอย่างเดียวมันก็
00:07:48 → 00:07:50ไม่สะอาดถูกไหมครับเราต้องเทนว่าไปเพื่อ
00:07:50 → 00:07:53ชะล้างสิ่งสกปรกตามรากเราเพื่อนมันออกไป
00:07:53 → 00:07:56ด้วยนะครับคำถามก็คือน้ำที่น้อยที่สุดที่
00:07:56 → 00:08:00ใช้เพื่อที่จะชะล้างสิ่งสกปรกออกไปอ่ะก็
00:08:00 → 00:08:03คือเท่าไหร่นะครับอันนี้ก็คือสิ่งที่ไป
00:08:03 → 00:08:06มันกำลังทำอยู่นะครับไปเนี่ยสามารถขับ
00:08:06 → 00:08:09ปัสสาวะและเข้มข้นที่สุด 1, 200 Vios
00:08:09 → 00:08:12โมต่อลิตรนะครับถ้าเรามี 600 ใน oslo ให้
00:08:12 → 00:08:16ขับนะครับอ่ะ 600 Vios ให้ขับทิ้งออกไป
00:08:16 → 00:08:20มันก็ต้องใช้แค่ครึ่งลิตรนะครับเครื่อง
00:08:20 → 00:08:23นิดแบบอันนี้ตามทันหรือเปล่านะฮะลองคิด
00:08:23 → 00:08:27ซ้ำอีกรอบนึงนะคือตายสามารถขับได้ 1, 200
00:08:27 → 00:08:30Vios โมต่อลิตรนะครับถ้าเรามี 600 ให้
00:08:30 → 00:08:33ขับนะครับแล้วก็เท่ากับครึ่งหนึ่งของที่
00:08:33 → 00:08:35ไปทำออกมาแล้วก็กลับที่เราไป 600 นะครับ
00:08:35 → 00:08:40นั่นแปลว่าไปเนี่ยขับ 600 ล้อโตออกไปด้วย
00:08:40 → 00:08:42ความเข้มข้นสูงที่สุดที่ไปมาทำได้นะครับ
00:08:42 → 00:08:46ตายจะต้องขับปัสสาวะออกไปทั้งหมด 500 ML
00:08:46 → 00:08:49นะครับอ่ะแล้วจะเมื่อตะกี้ได้ใช่ไหมคะที่
00:08:49 → 00:08:52เราบอกว่าเราสูญเสียน้ำทางผิวหนัง 500
00:08:52 → 00:08:55ทางทางเดินอากาศเรา 400 นะครับแล้วก็ทาง
00:08:55 → 00:08:58อุจจาระอีก 200 รวมกันเป็น 1, 109 +
00:08:58 → 00:09:02เขาไปอีก 500 เนี่ยก็จะนี้ 1,600 ลิตรนะ
00:09:02 → 00:09:07ครับนี่คือสุดยอดที่สุดถ้าเกิดว่าเรามี
00:09:07 → 00:09:10การขาดน้ำแบบเต็มที่ยังไงเนี่ยเราก็จะมี
00:09:10 → 00:09:14การสูญเสียน้ำปริมาณ = 1,600 ลิตรออกไป
00:09:14 → 00:09:18ทุกวันนะครับดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ
00:09:18 → 00:09:21เราจะต้องกินน้ำให้มากกว่า 1,600 ลิตรต่อ
00:09:21 → 00:09:25วันนะฮะอ่าหน้าแต่นี่เป็นการยกตัวอย่าง
00:09:25 → 00:09:27ที่แบบสุดโต่งนะครับหมายความว่าถ้าเราได้
00:09:27 → 00:09:29กินน้ำอะไรเข้าไปเลยเนี่ยปัสสาวะเรามัน
00:09:29 → 00:09:32เข้มคนมากที่สุดได้เท่าไหร่นะครับคือถ้า
00:09:32 → 00:09:34เราไม่ปัสสาวัเลยนี่มันไม่ได้นะครับเพราะ
00:09:34 → 00:09:36ว่าถ้าเราไม่ปัสสาวะออกไปเลยนะสิ่งต่างๆ
00:09:36 → 00:09:39ซึ่งเป็นของเสียนะครับเช่นยูเรียนะครับ
00:09:39 → 00:09:42เช่นพวกกลุ่มที่เป็นโซเดียมโพแทสเซียม
00:09:42 → 00:09:45หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เรากินเข้าไปนะครับ
00:09:45 → 00:09:47มันจะไปค้างอยู่ในร่างกายเรานะครับเพราะ
00:09:47 → 00:09:49ข้างอยู่ในร่างกายก็จะทำให้ร่างกายเราทำ
00:09:49 → 00:09:52หน้าที่ผิดปกติไปดังนั้นจึงมีเหตุผลที่
00:09:52 → 00:09:55ร่างกายจะต้องขับมันออกมาแล้วขับมันออกมา
00:09:55 → 00:09:57เปล่าไม่ได้มันจะต้องมีน้ำตามออกมาด้วย
00:09:57 → 00:10:01เป็นปัสสาวะนะครับอ่านั้นเต็มที่จนเป็น
00:10:01 → 00:10:02ที่มาของการที่ว่ามันยังไงก็ต้องขับออกมา
00:10:02 → 00:10:05ยังไงเราก็ต้องมีการเสียน้ำเป็นอย่างปลอด
00:10:05 → 00:10:08สว่างนะครับอันโดยรวมแล้วก็คือ 1600 ลิตร
00:10:08 → 00:10:11ที่เราจะต้องใช้ในแต่ละวันนะปัญหามันอยู่
00:10:11 → 00:10:16ตรงนี้ครับคือต่อให้เราพยายามสุดๆยังไงนะ
00:10:16 → 00:10:19ครับเราไม่สามารถที่จะดื่มน้ำได้แค่
00:10:19 → 00:10:21พันธุ์ 600 มิลลิลิตรต่อวันแล้วทุกอย่าง
00:10:21 → 00:10:24จะดีนะฮะนั่นเป็นเพราะว่าตายของท่านก็จะ
00:10:24 → 00:10:26ต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลาทำให้ปัสสาวะ
00:10:26 → 00:10:28มันเข้มข้นอยู่ตลอดเวลานะฮะทานไปนานๆก็จะ
00:10:28 → 00:10:31มีปัญหาได้นะครับเวลาปัสสาวะมันเข้มข้น
00:10:31 → 00:10:34มากๆนานๆก็จะเกิดนิ่วนะฮะเป็นนิ่วในไต
00:10:34 → 00:10:37นิ่วในกรวยไตนิ่วในท่อไตอย่างนี้นะครับ
00:10:37 → 00:10:40เป็นต้นหรือว่าก็จะมีปัญหาอื่นๆในแง่ของ
00:10:40 → 00:10:42การขาดน้ำนะครับร่างกายต่างๆก็พยายามจะ
00:10:42 → 00:10:45เก็บน้ำไว้แต่มันไม่มีที่เก็บมันก็เรากิน
00:10:45 → 00:10:47เข้ามาเท่าไหร่มันก็ออกไปหมดเลยอ่างั้นก็
00:10:47 → 00:10:50ไม่ดีนะครับดังนั้นจึงมีเหตุผลที่ว่าเรา
00:10:50 → 00:10:53ควรจะกินเกิน 1500 ลิตรไปสักนิดนึงนะครับ
00:10:53 → 00:10:57ก็เลยเป็นที่มาของเราควรจะดื่มน้ำปริมาณ 2
00:10:57 → 00:10:59ลิตรต่อวันนะครับเพื่อเกินไปซัก 400 ให้
00:10:59 → 00:11:02มันที่เหลือมีใช้บ้างนะครับเพราะว่าไม่
00:11:02 → 00:11:04ฉะนั้นถ้าลองคิดดูนะครับถ้าท่านไปอาบน้ำ
00:11:04 → 00:11:07แล้วถ้ามีสิ่งสกปรกในตัวนะฮะท่านคิดว่า
00:11:07 → 00:11:11โอเคเราตากน้ำสามพันเนี่ยมันสะอาดพอดีและ
00:11:11 → 00:11:14แต่มันแค่พอดีพอดีอ่ะฮะมันไม่สามารถที่จะ
00:11:14 → 00:11:16สะอาดได้มากกว่านั้นๆจะต้องตัดแบบ R 10
00:11:16 → 00:11:19คันนึงนะถึงจะสะอาดขึ้นอย่างนี้นะครับนี่
00:11:19 → 00:11:21ก็เป็นสิ่งนึงเหมือนกันที่ถ้าร่างกายมี
00:11:21 → 00:11:23น้ำเหลือใช้เนี่ยมันก็จะสามารถช่วยทำให้
00:11:23 → 00:11:28ตายในวันทำงานได้โอเคขึ้นนะครับนี่มาถึง
00:11:28 → 00:11:32คำถามข้อที่สองก็คือว่าถ้าเราไปหลงป่านะ
00:11:32 → 00:11:34ครับเราไม่มีน้ำกินจริงๆเราดื่มน้ำ
00:11:34 → 00:11:37ปัสสาวะตัวเองได้หรือเปล่าครับปัญหาอยู่
00:11:37 → 00:11:39ตรงนี้ครับอย่างที่ผมบอกเวลาร่างกายลอง
00:11:39 → 00:11:43ขาดน้ำเนี่ยปัสสาวะเรามันจะต้องเข้มข้น
00:11:43 → 00:11:45มากๆเพื่อที่จะพยายามสงวนนะว่าในร่างกาย
00:11:45 → 00:11:47เรานะครับแต่ไม่ได้สงวนให้ตายยังไงมันก็
00:11:47 → 00:11:50ต้องมีปัสสาวะออกมาเพราะว่ามันต้องขับสาร
00:11:50 → 00:11:52ที่มันเป็นพิษต่อร่างกายออกมาด้วยนะครับ
00:11:52 → 00:11:55เพราะมันขับออกมาแล้วเนี่ยปัสสาวะของเรา
00:11:55 → 00:11:58ก็จะมีความเข้มข้นที่สูงมากนะครับ 1, 200
00:11:58 → 00:12:01Vios โดยที่เมื่อกี้ผมสีเข้มข้นมากๆนะ
00:12:01 → 00:12:04ครับถ้าเราตื่นมันเข้าไปแล้วก็อย่างที่
00:12:04 → 00:12:07เมื่อกี้ผมบอกนะครับเลือดเรานะครับความ
00:12:07 → 00:12:11เข้มข้นอยู่ที่ 290 Vios noclip นะครับ
00:12:11 → 00:12:14ปัสสาวะเข้มข้นที่สุด 1,200 บาทถ้าเราคิด
00:12:14 → 00:12:16ดูสิครับถ้าเอาเข้าไปในเรื่องเนี่ยก็จะ
00:12:16 → 00:12:19เกิดความเข้มข้นสูงขึ้นมี Vios โมในร่าง
00:12:19 → 00:12:21กายของเราก็จะสูงมากขึ้นแท่นจะเป็น 290
00:12:21 → 00:12:24บาทจากการเป็น 300 300 กว่าทีนี้เราเกิด
00:12:24 → 00:12:28ปัญหานะครับพอร่างกายมีความเข้มข้นใน
00:12:28 → 00:12:31เลือดสูงมากๆนะครับมันก็แปลว่ามีสารพิษ
00:12:31 → 00:12:34Vios โมที่ท่านจะต้องขับไปมากขึ้นนะครับ
00:12:34 → 00:12:37แทนที่ปกติจะมี 600 มีโออย่างที่เมื่อกี้
00:12:37 → 00:12:40ผมบอกตอนนี้มันเยอะขึ้นอะไรครับมาจัด 800
00:12:40 → 00:12:42พันธุ์หนึ่งและท่านขับไม่ออกนะฮะใช่มั้ย
00:12:42 → 00:12:46ฮะแล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเป็นฉะนั้นยังไม่
00:12:46 → 00:12:49ที่ผมบอกท่าน 200 videos So ในปัสสาวะ
00:12:49 → 00:12:53นะครับถ้าจะขับ 600 ท้ายครึ่งลิฟต์ด้วย
00:12:53 → 00:12:57ครับแต่ถ้าเกิดว่ามันแล้วแล้วในถ้านกิน
00:12:57 → 00:12:59ปัสสาวะตัวเองเข้าไปจนข้างร่างกายของข้า
00:12:59 → 00:13:03น่ะก็มี 1,200 Vios ที่ต้องขับนะครับ
00:13:03 → 00:13:06ท่านก็ต้องปัสวะทิ้งออกมาอีกหนึ่งลิตรนะ
00:13:06 → 00:13:07ครับทำให้ท่านยิ่งเสียน้ำเข้าไปใหญ่ดัง
00:13:07 → 00:13:11นั้นคนที่เราดื่มปัสสาวะตัวเองเข้าไปนะ
00:13:11 → 00:13:14ครับในภาวะนะเนี่ยก็จะยิ่งอยู่นะมากขึ้น
00:13:14 → 00:13:16นะครับร่างกายเราจะบ่งบอกว่าเราต้องการ
00:13:16 → 00:13:18น้ำเพิ่มขึ้นเพราะว่าเราต้องไปขับของเสีย
00:13:18 → 00:13:20ที่เรากินกับเองเพิ่มขึ้นฮะอันนี้ไม่ควร
00:13:20 → 00:13:23ทำนะครับก็เช่นเดียวแค่เป็นเหตุผลที่ว่า
00:13:23 → 00:13:26ถ้าเป็นลงในทะเลนะฮะแล้วจะดื่มน้ำทะเลได้
00:13:26 → 00:13:29ไหมไม่ได้นะครับที่ดื่มยิ่งหิวน้ำนะครับ
00:13:29 → 00:13:32เพราะว่าปริมาณเครือแร่ในทะเลมันสูงมากนะ
00:13:32 → 00:13:35ครับก็ประมาณเอาสูงแค่ไหนอย่างนี้มีคน
00:13:35 → 00:13:38สงสัยนะครับถ้าเป็นทะเลหรือทั่วไปเนี่ย
00:13:38 → 00:13:41ความเข้มข้นของโซเดียมหรือว่าเบื่อทั่วไป
00:13:41 → 00:13:44นะครับจะอยู่ที่ประมาณซัก 3.5% นะครับ
00:13:44 → 00:13:483.5% น้ำเกลือที่ปกติแล้วให้การตามโรง
00:13:48 → 00:13:50พยาบาลถ้าเป็นนักเรือปลอบๆเนี่ยอยู่ที่
00:13:50 → 00:13:540.9% นะครับใน 0.9% จริงมันเยอะกว่าใน
00:13:54 → 00:13:56เลือดของเราด้วยนะครับมันสูงกว่าในเลือด
00:13:56 → 00:13:59เรานะสูงบ่ได้เรือเราซักกับซักนิดนึงเลย
00:13:59 → 00:14:01ด้วยนะครับถ้าเรามาดูสิครับถ้าเกิดว่า
00:14:01 → 00:14:03เป็นเอ่อสามสิบห้าเปอร์เซ็นก็คือในน้ำ
00:14:03 → 00:14:06ทะเลนะครับก็จะมากกว่าน้ำเกลือที่ท่านได้
00:14:06 → 00:14:10เนี่ยอ่า 6 เข้านะครับประมาณแถวนี้นะครับ
00:14:10 → 00:14:14เออคนเลยไม่ใช่ประมาณสี่เท่านะครับ 4
00:14:14 → 00:14:17เท่าเลยนะครับที่มากกว่าตัวน้ำเกลือแล้ว
00:14:17 → 00:14:19ไม่ใช่แค่สี่เท่าเพื่อที่จะเลือกนะครับ
00:14:19 → 00:14:20มันอาจจะมากกว่านั้นด้วยนะครับ 5 เท่า
00:14:20 → 00:14:23เมื่อเทียบกับเรื่องนะครับนั่นก็จะเป็น
00:14:23 → 00:14:26ปัญหาได้นะครับแปลว่าท่านดื่มน้ำทะเลเข้า
00:14:26 → 00:14:28ไปในช่วงที่ท่านขาดนะเนี่ยก็จะยิ่งทำให้
00:14:28 → 00:14:31ร่างกายของท่านมีความหิวน้ำเพิ่มขึ้น
00:14:31 → 00:14:33ต้องการน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะเอาไปขับ
00:14:33 → 00:14:36เรือและที่มันได้เกินไปออกมาทางปัสสาวะ
00:14:36 → 00:14:38อีกรอบนึงนั่นแหละครับนั้นก็เลยเป็นปัญหา
00:14:38 → 00:14:43ทำให้ฉันยิ่งแย่เข้าไปใหญ่นะครับค่ะทีนี้
00:14:43 → 00:14:46มาลองมองในแง่ของว่าถ้าเรามีภาวะอื่น
00:14:46 → 00:14:48เนี่ยอาจจะต้องดื่มน้ำเข้าไปมากขึ้นเช่น
00:14:48 → 00:14:51ถ้าท่านมีท้องเสียนอนเสียน้ำมากกว่าปกติ
00:14:51 → 00:14:56นะครับมีการหายใจเหนื่อยหอบนะครับมีไข้นะ
00:14:56 → 00:14:58ครับร่างกายจะต้องระบายความร้อนผ่านทาง
00:14:58 → 00:15:00เหนือผ่านทางผิวหนังเพิ่มนี้นะครับพวกนี้
00:15:00 → 00:15:02ก็จะเสียน้ำเพิ่มขึ้นเราก็จำเป็นจะต้อง
00:15:02 → 00:15:05ให้น้ำคนไข้เพิ่มขึ้นนะครับเราจะให้น้ำ
00:15:05 → 00:15:08เท่าโดยไม่ได้แล้วนะครับอ่าแล้วเดี๋ยวจะ
00:15:08 → 00:15:11มีก็จะมีบางคนสงสัยว่าแล้วเรากินน้ำได้
00:15:11 → 00:15:13มากที่สุดเท่าไหร่คิดว่าจะไหมนะครับ
00:15:13 → 00:15:17เหมือนเดิมนะครับคิดมาจากความเข้มข้นของ
00:15:17 → 00:15:20ปัสสาวะนะครับเวลาที่เราได้น้ำเกินไปใน
00:15:20 → 00:15:21ร่างกายน้ำเยอะเนี่ยนะครับร่างกายเกี่ยว
00:15:21 → 00:15:24กับก็จะขับปัสสาวะหรือขับน้ำที่เป็นเป็น
00:15:24 → 00:15:28ส่วนเกินออกมาข้างนอกนะครับที่นี้ขับส่วน
00:15:28 → 00:15:30เกินที่ออกมาข้างนอกเนี่ยยังไงก็จะต้องมี
00:15:30 → 00:15:33ออสโม่เมื่อกี้เนี่ยวนมาอยู่ดีนะครับโดย
00:15:33 → 00:15:35ร่างกายเราทำปัสสาวะให้เจือจางมากที่สุด
00:15:35 → 00:15:39ได้อยู่ที่ 50 Vios Photo บินนะครับ 50
00:15:39 → 00:15:43Vios โลต่อลิตรนะครับ 5 เนี่ยคือเป็น
00:15:43 → 00:15:47เป็นวิธีในการคิดว่าเราจะกินเข้าไปได้มาก
00:15:47 → 00:15:50น้อยแค่ไหนแล้วถ้าเราคิดดูในแต่ละวันท่าน
00:15:50 → 00:15:52มีประมาณ 600 มีโรสต์โมที่ต้องขับทิ้งนะ
00:15:52 → 00:15:55ครับแล้วถ้าท่านขับออกมาได้ปรับตัวจากที่
00:15:55 → 00:16:00สุดคือ 50 นะครับ 50 ต่อลิปนะครับอยู่กับ
00:16:00 → 00:16:04ไอ้ 600 ออกมาได้ต้องใช้กี่ลิตรในการ
00:16:04 → 00:16:07ปัสสาวะออกมาที่ปัสสาวะจะทำได้นะครับก็
00:16:07 → 00:16:11เท่าไหร่ครับเอา 600 ตั้งแล้ว 50 ไปหารก็
00:16:11 → 00:16:14ได้เท่ากับ 12 ตัวนะครับคือ 12 ลิตรซึ่ง
00:16:14 → 00:16:17ปัสสาวะสามารถปัสสาวะออกมาได้ในแต่ละวัน
00:16:17 → 00:16:22นะครับแปลว่าท่านดื่มเข้าไปทั้งหมด 12
00:16:22 → 00:16:25ลิตรท่านก็จะสามารถขับมันออกมาได้นะครับ
00:16:25 → 00:16:28แต่ 12 ลิตรนี้อาจจะได้มากกว่านั้นเองนะ
00:16:28 → 00:16:31ครับเพราะว่าท่านยังอย่าลืมว่ามีการสูญ
00:16:31 → 00:16:33เสียไปทางผิวหนังสูญเสียไปในทางเท่านั้น
00:16:33 → 00:16:35อาหารนะครับแล้วก็สูญเสียไปในทางเดิน
00:16:35 → 00:16:38อากาศหายใจของเรานี่นะครับทำให้กินอะไร
00:16:38 → 00:16:40อยู่ที่ 13-14 ลิตรแต่ว่าความสามารถของ
00:16:40 → 00:16:42ร่างกายแต่ละคนมันก็ไม่เข้ากันจริงมันอาจ
00:16:42 → 00:16:45จะทำได้มากกว่านั้นนะครับอาจจะถึง 17 18
00:16:45 → 00:16:4720 ลิตรเลยก็เป็นไปได้นะครับแต่ว่าไม่มี
00:16:47 → 00:16:49ความจำเป็นจะต้องไปกินขนาดนั้นนะครับ
00:16:49 → 00:16:53เพราะปัญหาคือถ้ากินขนาดนี้นานๆเนี่ยก็จะ
00:16:53 → 00:16:56ทำให้ร่างกายเรามีความเชือจังมากขึ้นมาก
00:16:56 → 00:16:58ขึ้นเรื่อยๆแล้วก็จะเกิดปัญหาต่อร่างกาย
00:16:58 → 00:17:01ได้ปัญหาหลักๆที่จะเกิดและก็มีภาวะน้ำ
00:17:01 → 00:17:03เกินกับน้ำขาดเกลือแร่ชนิดหนึ่งซึ่งมี
00:17:03 → 00:17:07ปัญหามากที่สุดก็คือโซเดียมนะครับโซเดียม
00:17:07 → 00:17:10ตัวเนี้ยมันมีหน้าที่สำคัญในการสื่อสาร
00:17:10 → 00:17:13สื่อประสาทเรานะครับถ้ามันสูงเกินไปก็ไม่
00:17:13 → 00:17:15ดีนะครับตามเกินไปก็ไม่ดีเช่นกันนะครับ
00:17:15 → 00:17:18ทางเดินประสาทของเราสารสื่อภาษาเราจะมี
00:17:18 → 00:17:21ปัญหาครับพอมันต่ำหรือสูงไปเนี่ยจะมี
00:17:21 → 00:17:23อาการทางระบบประสาทได้นะครับเช่นว่าเห็น
00:17:23 → 00:17:26ภาพหล่อนะครับงงนะครับไม่รู้เรื่องนะครับ
00:17:26 → 00:17:30บางคนมีชามือชาเท้าชาทุกอย่างนะครับแล้ว
00:17:30 → 00:17:33ก็มีจนถึงขั้นหมดสติชักได้นะครับแล้วก็
00:17:33 → 00:17:35เสียชีวิตได้เวลาที่โซเชียลมันผิดปกติมาก
00:17:35 → 00:17:39ๆนะครับงั้นเรื่องน้ำเรื่องโซเชียลในทาง
00:17:39 → 00:17:41การแพทย์เราจะคุยด้วยกันนะครับแล้วก็จริง
00:17:41 → 00:17:43มันเป็นเรื่องที่ยากมากพอสมควรนะครับ
00:17:43 → 00:17:45เรื่องนี้ก็จะลงรายละเอียดนะครับผมก็เลย
00:17:45 → 00:17:48เอามาคุยคร่าวๆเล่นแค่นี้ก่อนนะครับนั้น
00:17:48 → 00:17:52นี่ก็คือที่มาของว่าทำไมเราควรจะดื่มน้ำ
00:17:52 → 00:17:54วันละประมาณ 2 ลิตรนะครับด้วยน้ำ 2 ลิตร
00:17:54 → 00:17:56นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำปลาอย่างเดียวนะ
00:17:56 → 00:17:58ครับมันปนมาจากที่อื่นก็ได้เช่นในอาหารก็
00:17:59 → 00:18:02มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ในน้ำเปล่าหรือใน
00:18:02 → 00:18:04น้ำอย่างอื่นก็มีน้ำเป็นส่วนประกอบนะครับ
00:18:04 → 00:18:06ขอให้เราได้วันนึงประมาณสัก 2 ลิ้นเนี่ย
00:18:06 → 00:18:09จะค่อนข้างปลอดภัยนะครับจากมีโรคบางโรค
00:18:09 → 00:18:12ซึ่งเราไว้สามารถได้น้ำมากขณะนี้นะครับ
00:18:12 → 00:18:16คือไปของเรานะครับเมื่อกี้ผมบอกไปหน้าที่
00:18:16 → 00:18:19ของมันเนี่ยจะยังมีได้ดีอยู่ก็ต่อเมื่อ
00:18:19 → 00:18:21มันทำหน้าที่ปกติแล้วได้เป็นปกติถ้าเกิด
00:18:21 → 00:18:24คนไหนมีไตวายนะครับคือมันทำหน้าที่ได้ไม่
00:18:24 → 00:18:26ปกติการได้น้ำมากเกินไปนี่ก็มีปัญหานะ
00:18:26 → 00:18:29ครับอ่าก็จะมีปัญหาได้นะครับจะทำให้น้ำ
00:18:29 → 00:18:31มันข้างหรือร่างกายแล้วมันทำของออกไปไม่
00:18:31 → 00:18:36ได้ฮะก็พวกนี้จะมีจะต้องงดน้ำหรือรดน้ำ
00:18:36 → 00:18:39ที่รับปัญหาลงนะครับและที่สองก็คือจะต้อง
00:18:39 → 00:18:41ลดออสโม่ด้วยนะครับคอร์สโหมดคือสิ่งที่
00:18:41 → 00:18:43เราจะต้องขับทิ้งชนะท่านทานเค็มก็จะเยอะ
00:18:43 → 00:18:46เนี่ยร่างกายจะต้องเอาปัสสาวะตีขับจริง
00:18:46 → 00:18:48ออกมาแต่เนื่องจากไปของถ้ามันเสียไปแล้ว
00:18:48 → 00:18:50มันขับมาไม่ได้อีกนะนี่ก็จะมีปัญหาเรื่อง
00:18:50 → 00:18:52เกลือแร่หรือมันค้างอยู่ในร่างกายเราได้
00:18:52 → 00:18:56เกิดปัญหาต่อเนื่องตามมาเป็นหมดนะครับถ้า
00:18:56 → 00:18:59มีหัวใจวายหัวใจมันดิบเอาเลือดไปเลี้ยงไต
00:18:59 → 00:19:01ไม่ได้หมอเดี๋ยวตายมันก็ไว้ตามมานะครับ
00:19:01 → 00:19:04ร่างกายขับน้ำออกไปไม่ได้ร่างกายก็จะมี
00:19:04 → 00:19:07น้ำเกินนั้นกรณีนี้ก็ต้องงดน้ำลงนะครับคน
00:19:07 → 00:19:09ที่มีปัญหาเรื่องไทยโพไทรอยด์ไทรอยด์ทำ
00:19:09 → 00:19:12งานต่ำผิดปกติพวกนี้ก็จะเก็บน้ำในร่างกาย
00:19:12 → 00:19:17ก็มีปัญหาอีกนะฮะอ่าหรือยาบางอย่างไม่ได้
00:19:17 → 00:19:19ทำให้ท่านเก็บน้ำไว้ในร่างกายเพิ่มขึ้นนะ
00:19:19 → 00:19:22ครับอันนี้ก็ต้องไปดูแต่ละอย่างไหมว่าเออ
00:19:22 → 00:19:25มันมียาตัวไหนที่ท่านข้างอยู่นะครับเพราะ
00:19:25 → 00:19:26มันอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพรุ่ง
00:19:26 → 00:19:28นี้ได้นะครับแล้วก็ในบางคนถ้ามีโรคต่างๆ
00:19:28 → 00:19:32พวกเนี้ยทางหมอเขาจะพิจารณาว่าเออเราอาจ
00:19:32 → 00:19:35จะมันจะต้องงดน้ำบางอย่างนะครับน้องเลย
00:19:35 → 00:19:39จากนี้ยังมีโรคหลายโลกนะครับบางโรคก็ต้อง
00:19:39 → 00:19:42งดเฉพาะน้ำเปล่าๆนะครับแต่ทานน้ำที่ไม่
00:19:42 → 00:19:44เปล่าได้เช่นว่าน้ำที่มีเกลือแร่บนอ่า
00:19:44 → 00:19:46อย่างนี้เป็นต้นนะครับท่าทางถ้ามีหมอมา
00:19:46 → 00:19:49ฟังก็คงจะทราบว่าโรคนี้คือโรค sia DS นะ
00:19:49 → 00:19:52ครับซึ่งถ้าใครสนใจนะไว้วันหลังออกมาเล่า
00:19:52 → 00:19:54แล้วกันเพราะว่ามันอาจจะเข้าใจยากสำหรับ
00:19:54 → 00:19:57ท่านทั่วไปหน่อยนะครับแล้วก็ถ้าไม่มีใคร
00:19:57 → 00:20:01ถ้าถ้าไม่เคยเป็นก็อาจจะเข้าใจอายากะใหญ่
00:20:01 → 00:20:03นะครับโอเคนะฮะวันนี้ก็เท่านี้นะครับมี
00:20:03 → 00:20:06ข้อสงสัยก็สอบถามมาได้นะครับขอบคุณมาก
00:20:06 → 00:20:08ครับสวัสดีครับ