00:00:00 → 00:00:02เราเคยได้ยินมาตลอดนะครับว่าอาหารการกิน
00:00:02 → 00:00:05เนี่ยมีผลสำคัญมากต่อร่างกายนะครับจนมีคำ
00:00:05 → 00:00:08คมเลยว่า you are what you eat กิน
00:00:08 → 00:00:09อะไรเนี่ยร่างกายของเราก็เป็นอย่างนั้นนะ
00:00:09 → 00:00:12ครับแล้วก็ได้รับการสอนสอนกันมาเนาะถ้า
00:00:12 → 00:00:15เกิดว่าเรากินโปรตีนเยอะเนี่ยก็จะช่วยทำ
00:00:15 → 00:00:18ให้ร่างกายเนี่ยแข็งแรงเพิ่มกล้ามเนื้อ
00:00:18 → 00:00:21การกินผักผลไม้เยอะๆก็เป็นการเพิ่มแร่
00:00:22 → 00:00:24ธาตุแล้วก็วิตามินรวมถึงทำให้ระบบขับถ่าย
00:00:25 → 00:00:27ของเราดีด้วยนะครับอันเนี้ยเป็นสิ่งที่
00:00:27 → 00:00:30เราถูกสอนกันมาแล้วก็ถูกต้องตามหลัก
00:00:30 → 00:00:32วิทยาศาสตร์เลยนะครับทีนี้ก็อาจจะมีคำถาม
00:00:32 → 00:00:35ว่าเอ๊แล้วเราควรจะกินยังไงดีอ่ะถ้าเกิด
00:00:35 → 00:00:39ว่าเราอยากจะดูเด็กกว่าวหรือว่าเราอยากจะ
00:00:39 → 00:00:42มีอายุที่ยืนยาวมากยิ่งขึ้นนะครับวันนี้
00:00:42 → 00:00:46ผมข้าวต้นสมบูรณ์แล้วก็ทททจะมาเล่าให้ฟัง
00:00:46 → 00:00:50ว่างานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เนี่ยเขาบอกว่า
00:00:50 → 00:00:53อาหารการกินแบบไหนที่กินแล้วจะทำให้เรา
00:00:53 → 00:00:56แก่ช้าลงครับ This is the Standard
00:00:56 → 00:01:01podcast Eye Opening for your ears
00:01:01 → 00:01:04Top to podcast สุขภาพที่ใช้
00:01:04 → 00:01:08วิทยาศาสตร์ไขปัญหาตั้งแต่หัวจด
00:01:08 → 00:01:12เท้าถ้าเกิดว่าใครเป็นคนชอบอ่านหนังสือ
00:01:12 → 00:01:14แล้วก็เดินเข้าร้านหนังสือบ่อยๆนะครับก็
00:01:14 → 00:01:18อาจจะเจอหนังสือปริมาณเยอะเลยนะครับที่
00:01:18 → 00:01:21เป็นหนังสือเกี่ยวกับการชะลอวัยด้วยการ
00:01:21 → 00:01:24กินนะครับหลายคนก็อาจจะรู้สึกว่าเอ๊มัน
00:01:24 → 00:01:27จริงหรอการเลือกกินอาหารเนี่ยมันช่วยทำ
00:01:27 → 00:01:30ให้เราหน้าเด็กลงได้จริงมยมันเป็น
00:01:30 → 00:01:32วิทยาศาสตร์เทียมหรือเปล่าแม้กระทั่งตัว
00:01:32 → 00:01:34ผมเองนะครับที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ไปเจอ
00:01:34 → 00:01:36หนังสือเหล่าเนี้ยเราเกิดคำถามเลยว่ามัน
00:01:36 → 00:01:40จริงหรอมันมันดูเป็น pud Science จังเลย
00:01:40 → 00:01:44นะครับแต่หลังจากการที่ได้ไปทำรีเสิร์ช
00:01:44 → 00:01:47แล้วก็อ่านงานวิจัยจำนวนมากแล้วนะครับก็
00:01:47 → 00:01:50เจอว่ามีการกินบางประเภทนะครับที่ทำให้
00:01:50 → 00:01:54เราดูอ่อนไวแล้วก็ชะลอความแก่ได้จริงๆนะ
00:01:55 → 00:01:56ครับตรงตามที่หนังสือเหล่านั้นเคลมเลยก็
00:01:57 → 00:02:00คือการกินอาหารปริมาณที่น้อยลงลงรวมไปถึง
00:02:00 → 00:02:03การกินแป้งที่น้อยลงช่วยทำให้หน้าเราเด็ก
00:02:03 → 00:02:06ลงได้จริงหรือว่าทำให้เราแก่ได้ช้าลงจริง
00:02:06 → 00:02:09ๆด้วยครับซึ่งไอ้คำถามที่ว่ากินอะไรแล้ว
00:02:09 → 00:02:11จะแก่ช้าลงเนี่ยนะครับเป็นหนึ่งในคำถาม
00:02:11 → 00:02:13ที่ดึงดูดความสนใจของนักวิทยาศาสตร์มานาน
00:02:13 → 00:02:16มากแล้วนะครับแล้วก็ทำให้นักวิทยาศาสตร์
00:02:16 → 00:02:19ด้านโภชนาการเนี่ยทำการศึกษาและทำงาน
00:02:19 → 00:02:22วิจัยมาหลายปีแล้วตั้งแต่อดีตนะครับวัน
00:02:22 → 00:02:25นี้จะมาไล่เรียงให้ฟังกันเลยนะครับว่างาน
00:02:25 → 00:02:27วิจัยเหล่านั้นเนี่ยเจออะไรกันบ้างนะครับ
00:02:27 → 00:02:30เริ่มตั้งแต่ประมาณ 20-30 ปีก่อนหน้านี้
00:02:30 → 00:02:33นะครับมีงานวิจัยทำโดยนักวิทยาศาสตร์จาก
00:02:33 → 00:02:37มหาวิทยาลัย Mit ที่อเมริกานะครับเคศึกษา
00:02:37 → 00:02:41ในยีสครับว่าถ้าเกิดว่าเราลดปริมาณอาหาร
00:02:41 → 00:02:45ซึ่งก็คือน้ำตาลที่ยีสมันกินเนี่ยจะทำให้
00:02:45 → 00:02:48ยีสเนี่ยมีอายุยืนนานมากขึ้นไนะครับก็เจอ
00:02:48 → 00:02:52ว่าพอตัดน้ำตาลไปปริมาณ 75% นะครับจากที่
00:02:52 → 00:02:56ยีสกินปกติก็เจอว่ายีสเนี่ยสามารถที่จะมี
00:02:56 → 00:03:00อายุยืนนานมากขึ้นได้ถึง 25% เเลยนะครับ
00:03:00 → 00:03:03อันนี้เป็นงานวิจัยเริ่มต้นวิจัยแรกๆเลย
00:03:03 → 00:03:08นะครับที่สะท้อนว่าเฮ้ยการที่สิ่งมีชีวิต
00:03:08 → 00:03:11เนี่ครับลดปริมาณแคลอรีหรืออาหารที่กิน
00:03:11 → 00:03:15ต่อวันเนี่ยสามารถที่จะยืดอายุขขของสิ่ง
00:03:15 → 00:03:18มีชีวิตได้นะครับทีนี้นักวิจัยเค้าก็
00:03:18 → 00:03:22พยายามหาคำตอบว่าอะไรล่ะที่เป็นสาเหตุที่
00:03:22 → 00:03:25ทำให้อายุมันยืนขึ้นพยายามหาคำอธิบายนะ
00:03:25 → 00:03:30ครับว่ากลไกมันคืออะไรซึ่งเขคก็พบว่า
00:03:30 → 00:03:33ยีสกลุ่มไหนเนี่ยนะครับที่กินน้ำตาลลด
00:03:33 → 00:03:38น้อยลงก็จะเจอว่าจะมียีนกลุ่มนึงนะครับ
00:03:38 → 00:03:42ที่ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นซึ่งยีนกลุ่ม
00:03:42 → 00:03:47เนี้ยทำหน้าที่ในการสร้างโปรตีนตัวนึงที่
00:03:47 → 00:03:51จะคอยปกป้องไม่ให้ยีนอื่นๆมีการเปลี่ยน
00:03:51 → 00:03:56แปลงขณะที่ยีสเหล่านั้นเนี่ยมันโตขึ้นแก่
00:03:56 → 00:04:00ขึ้นแก่ขึ้นถามว่าทำไมการที่ยีีนของเรา
00:04:00 → 00:04:04ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงทำให้เราแก่ช้าลงจริงๆ
00:04:04 → 00:04:07ผมเคยเล่าไปแล้วนะครับในตอน biological
00:04:07 → 00:04:11Age ก็คือตอนอายุชีวภาพนะครับว่าปกติ
00:04:11 → 00:04:13แล้วร่างกายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดนะครับ
00:04:13 → 00:04:16เรามี G เรามี DNA อยู่เนาะซึ่งตอนที่เรา
00:04:16 → 00:04:19เป็นเด็กเนี่ยครับยีนแล้วก็ DNA เหล่า
00:04:19 → 00:04:23เนี้ยมันทำหน้าที่ของมันได้ถูกต้องตามที่
00:04:23 → 00:04:26ธรรมชาติสร้างขึ้นมาแต่พอเราแก่ขึ้นใช้
00:04:26 → 00:04:28ร่างกายหนักขึ้นเนี่ยครับทุกครั้งที่
00:04:28 → 00:04:31เซลล์เราเติบโตทุกครั้งที่เซลล์ของเรามี
00:04:31 → 00:04:34การเพิ่มจำนวนแบ่งตัวเครับมันต้องมีการ
00:04:34 → 00:04:37copy ยีนหรือว่า DNA เหล่านั้นไปยัง
00:04:37 → 00:04:40เซลล์ลูกตัวใหม่ๆซึ่งการ copy ยีนเนี่ย
00:04:40 → 00:04:42บางครั้งมันทำให้เกิดการผิดพลาดได้นะครับ
00:04:43 → 00:04:46แล้วยิ่งยีนของเราเนี่ยครับมีการเปลี่ยน
00:04:46 → 00:04:48แปลงจากตอนที่เราเป็นเด็กน้อยมากขึ้นเท่า
00:04:48 → 00:04:52ไหร่เป็นการสะท้อว่าเรายิ่งแก่มากขึ้น
00:04:52 → 00:04:55เท่านั้นนะครับนั้นงานวิจัยนี้ที่เจอ
00:04:55 → 00:04:59เนี่ยก็สอดคล้องกันเลยนะครับยีสที่กินน้ำ
00:04:59 → 00:05:03ตาลน้อยพบว่ายีนของมันเนี่ยครับเปลี่ยน
00:05:03 → 00:05:05แปลงน้อยนั่นก็หมายความว่ามีความเป็น
00:05:05 → 00:05:09หนุ่มเป็นสาวมากกว่ายีสกลุ่มที่กินอาหาร
00:05:09 → 00:05:11ที่เยอะกว่านั่นเองนะครับพูดง่ายๆคือการ
00:05:11 → 00:05:15ที่เรากินน้อยลงจีนถูกเปลี่ยนแปลงช้าลง
00:05:15 → 00:05:18เราก็จะแกะช้าลงนั่นเองนะครับเพราะฉะนั้น
00:05:18 → 00:05:22นางวิจัยนี้ก็เลยสรุปว่าการที่เรามี
00:05:22 → 00:05:25แคลอรี่ restriction คือกินอาหารปริมาณ
00:05:25 → 00:05:28น้อยเนี่ยเป็นวิธีที่จะใช้ต่อสู้กับโรค
00:05:28 → 00:05:32ต่างๆที่มาพร้อมกับความแก่หรือว่าโรคชรา
00:05:32 → 00:05:34ซึ่งก็มีตั้งแต่มะเร็งเบาหวานความดันหัว
00:05:34 → 00:05:37ใจนะครับโรคทั่วไปที่มักจะเจอกับคนแก่
00:05:37 → 00:05:39นั่นเองจากงานวิจัยนั้นที่ทำในยีสนะครับ
00:05:39 → 00:05:42ทีนี้ก็เริ่มมามีงานวิจัยเยอะมากขึ้นใน
00:05:43 → 00:05:45สัตว์ที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใกล้
00:05:45 → 00:05:48เคียงกับคนมากยิ่งขึ้นก็คือในหนูครับงาน
00:05:48 → 00:05:50วิใจนี้ทำโดย S Gen expression
00:05:50 → 00:05:54laboratory นะครับเขาเอาหนูที่มีอายุ 18
00:05:54 → 00:05:58เดือนมาเลี้ยงไปเรื่อยๆจนอายุ 27 เดือนนะ
00:05:58 → 00:06:00ครับก็ถ้าเทียบกับตคนแล้วก็เหมือนกับว่า
00:06:00 → 00:06:03เอาคนที่อายุ 50 ปีมาทำการทดลองแล้วก็
00:06:03 → 00:06:06มอนิเตอร์ไปเรื่อยๆจนคนนั้นเนี่ยอายุ 70
00:06:06 → 00:06:09ปีนะครับและดูซิว่ามีการเปลี่ยนแปลงยังไง
00:06:09 → 00:06:12บ้างกับร่างกายของเขาครับโดยเขาแบ่งหนูมา
00:06:12 → 00:06:13เป็น 2 กลุ่มนะครับกลุ่มนึงก็คือหนูที่
00:06:13 → 00:06:16กินอาหารปกติเลยเป็นน Normal Diet กับ
00:06:16 → 00:06:20อีกกลุ่มนึงครับที่กินอาหารน้อยลง 30%
00:06:20 → 00:06:24หลังจากนั้นนะครับเขาก็เก็บเซลล์ของหนูเย
00:06:24 → 00:06:27มาทั้งหมด 40 กว่าชนิดรวมๆกันแล้วเนี่ย
00:06:27 → 00:06:29เก็บเซลล์มาเป็นแสนเซลล์เลยนะครับ
00:06:29 → 00:06:34ต่อหนู 1 ตัวแล้วก็มาดูซิว่ายีนในแต่ละ
00:06:34 → 00:06:37เซลล์เนี่ยมียีนตัวไหนทำงานมากขึ้นยีนตัว
00:06:37 → 00:06:41ไหนทำงานน้อยลงเทียบกับตอนที่หนูตัวเนี้ย
00:06:41 → 00:06:43มันมีความเป็นหนุ่มสาวสิ่งที่เขาเจอก็เจอ
00:06:43 → 00:06:46ว่าหนูที่กินอาหารปกติเนี่ยนะครับเวลาที่
00:06:46 → 00:06:50มันแก่ขึ้นยีนของมันเนี่ยมันเปลี่ยนไปจาก
00:06:50 → 00:06:54เดิมตอนที่หนูตัวนั้นเนี่ยอายุน้อยหรือ
00:06:54 → 00:06:57ว่ายังเป็นหนุ่มสาวนะครับในขณะที่หนู
00:06:57 → 00:07:00กลุ่มที่กินอาหารน้อยลงส 30% เนี่ยนะครับ
00:07:00 → 00:07:04เจอว่าจีนจำนวนมากแม้ว่าจะแก่แล้วก็
00:07:04 → 00:07:07สามารถจะทำงานฟังก์ชันได้เหมือนกับตอนที่
00:07:07 → 00:07:10หนูยังเป็นหนุ่มสาวได้อยู่เลยนะครับแล้ว
00:07:10 → 00:07:13ลึกไปกว่านั้นเขาก็พยายามดูว่าเอ้ยหนู
00:07:13 → 00:07:15กลุ่มที่กินอาหารปกติที่บอกว่ายีนมัน
00:07:15 → 00:07:17เปลี่ยนเยีนกลุ่มไหนล่ะที่มันเปลี่ยนนะ
00:07:17 → 00:07:19ครับก็เจอว่ายีนกลุ่มที่เปลี่ยนเคือยีน
00:07:19 → 00:07:21ที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันเกี่ยวข้อง
00:07:21 → 00:07:24กับการอักเสบเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญไข
00:07:24 → 00:07:28มันนะครับเพราะฉะนั้นจากการทดลองเยครับก็
00:07:28 → 00:07:31เลยสรุปได้ว่าการกินเยอะก็ทำให้จีน
00:07:31 → 00:07:33เปลี่ยนเร็วในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่น
00:07:33 → 00:07:37กันนะครับนอกจากยีสคิดง่ายๆก็คือร่างกาย
00:07:37 → 00:07:39ของเราเป็นเหมือนกับโรงงานครับถ้าเรายิ่ง
00:07:39 → 00:07:42กินอะไรเข้าไปเยอะร่างกายเนี่ยก็ต้องใช้
00:07:42 → 00:07:46พลังงานในการ process ไอ้สิ่งที่มันเข้า
00:07:46 → 00:07:49มาในร่างกายค่อนข้างเยอะนะครับพอร่างกาย
00:07:49 → 00:07:51ใช้งานเยอะมันก็เลยแก่ไว้นั่นเองครับคิด
00:07:51 → 00:07:55ง่ายๆเนาะนั่นคือยีสก็เจอหนูก็เจอว่ายิ่ง
00:07:55 → 00:07:57กินเยอะยิ่งแก่เร็วแล้วในคนน่ะเจอมยนะ
00:07:57 → 00:08:00ครับก็มีงานวิจัยพึ่งตีพิมพ์ล่าสุดเมื่อ
00:08:00 → 00:08:02ปีที่แล้วเลยนะครับเป็นงานวิจัยที่ทำโดย
00:08:02 → 00:08:06yale University ที่อเมริกานะครับเาเอา
00:08:06 → 00:08:09คนที่หุ่นปกติเลยนะครับมา 200 กว่าคนอายุ
00:08:09 → 00:08:14ช่วงมีอายุ 26 -47 ปีนะครับทีนี้เขาก็า
00:08:14 → 00:08:17คนกลุ่มเนี้ยมาแบ่งเหมือนกันเป็น 2 กลุ่ม
00:08:17 → 00:08:20กลุ่มนึงก็ให้กินปกติอีกกลุ่มนึงเนี่ยขอ
00:08:20 → 00:08:26ความร่วมมือให้กินอาหารลดน้อยลงประมาณ 300
00:08:26 → 00:08:30แคลอรี่ต่อวันเป็นระยะเวลา 2 ปีหลังจาก
00:08:30 → 00:08:32ผ่านไป 2 ปีเนี่ยครับเาก็เอาคนทั้ง 2
00:08:32 → 00:08:36กลุ่มเนี่ยมาสแกนร่างกายเลยแล้วก็ดูค่า
00:08:36 → 00:08:39ต่างๆในร่างกายนะครับแล้วเา้าก็เจอว่า
00:08:39 → 00:08:44เฮ้ยคนที่กินอาหารน้อยลงต่อวันเนี่ยครับ
00:08:44 → 00:08:47ประมาณ 300 แคลอรีจริงๆแล้วค่าเฉลี่ยของ
00:08:47 → 00:08:50มันเนี่ยคือ 14% นะครับสมมุติว่าร่างกาย
00:08:50 → 00:08:54ต้องการอาหาร 100 แคลอรีนะครับคนที่กิน
00:08:54 → 00:08:57อาหารลดลงประมาณเหลือแค่ประมาณ 85
00:08:57 → 00:09:00แคลอรี่เนี่ยครับเจอเจอว่าสามารถจะคืน
00:09:00 → 00:09:03ความอ่อนเยาวหรือว่า ruminate ระบบคุม
00:09:03 → 00:09:06คุ้มกันได้นะครับซึ่งไอ้เจ้าระบบภุมิคุ้ม
00:09:06 → 00:09:09กันที่ว่านะครับคืออวัยวะนึงที่สำคัญมาก
00:09:09 → 00:09:12คือต่อมไทมัสครับต่อมไทมัสเนี่ยเป็นต่อม
00:09:13 → 00:09:15น้ำเหลืองที่อยู่เหนือหัวใจของเรานะครับ
00:09:15 → 00:09:18เป็นหน้าตาคล้กับผีเสื้อครับเป็นพู 2 อัน
00:09:18 → 00:09:21เติดกันนะครับเจ้าต่อมไทสเนี่ยสำคัญมาก
00:09:21 → 00:09:23แล้วเค้าก็เจอว่ากลุ่มคนที่กินอาหารน้อย
00:09:24 → 00:09:27ลงเนี่ยต่อมไทมัสแก่่ช้าลงจริงๆนะครับเ
00:09:27 → 00:09:30เจอว่าปริมาณไขมันที่พอกไอ้ต่อมไทมัส
00:09:30 → 00:09:33เนี่ยมันมีน้อยลงแล้วก็เจอว่าต่อมไทมัส
00:09:33 → 00:09:35สามามารถจะทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย
00:09:35 → 00:09:38เหมือนกับตอนที่เป็นวัยรุ่นก็คือถามว่าทำ
00:09:38 → 00:09:42งานดีทำงานยังไงคือต่อมไทมสามารถจะผลิต T
00:09:42 → 00:09:45เซลหรือว่าแอนติบอดี้ชนิด T เซลลนะครับ
00:09:45 → 00:09:48ซึ่งเป็นแอนติบอดี้กลุ่มที่เป็นเหมือนกับ
00:09:48 → 00:09:51ทหารแนวหน้าเลยที่จะทำหน้าที่ในการจัดการ
00:09:51 → 00:09:54กับพวกเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายนะครับ
00:09:54 → 00:09:57นั่นคือ T เซลลเจอว่าคนกินอาหารน้อยต่อม
00:09:57 → 00:09:59ไทมัสยังหนุ่มอยู่ยังหนุ่มกลุ่มสาวอยู่
00:09:59 → 00:10:02และสามารถผลิตทีเซลล์ได้ปริมาณมากเทียบ
00:10:02 → 00:10:04กับคนที่กินอาหารปกตินั่นเองนะครับซึ่งผล
00:10:04 → 00:10:07การทดลองเมันต้องบอกว่ามันน่าทึ่งมากถาม
00:10:07 → 00:10:10ว่าทำไมน่าทึ่งเพราะว่าโจทย์ของมันคือขอ
00:10:10 → 00:10:15ให้คนควบคุมปริมาณอาหารควบคุมแคลอรีโดย
00:10:15 → 00:10:17ที่ไม่มีการจำกัดเลยว่าคุณจะกินอะไรนะ
00:10:17 → 00:10:20ครับเพียงแค่ลดแคลอรี่ลงนิดนึงประมาณ
00:10:20 → 00:10:24200-300 แคลอรี่ก็สามารถที่จะชะลอความ
00:10:24 → 00:10:26แก่ได้เพราะฉะนั้นการควบคุมแครี่เนี่ย
00:10:26 → 00:10:29เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยากเกินไปนะครับทุกคน
00:10:29 → 00:10:32สามารถจะทำได้และทุกคนสามารถที่จะชะลอแก่
00:10:32 → 00:10:36ได้เพียงแค่คุมปริมาณแคลอรีหรือว่ากิน
00:10:36 → 00:10:38อาหารให้น้อยลงกว่าที่ร่างกายต้องการ
00:10:38 → 00:10:40เพียงนิดเดียวครับเพราะฉะนั้นตอนนี้นะ
00:10:40 → 00:10:43ครับเรารู้แล้วว่างานวิจัยหลายๆงานที่
00:10:43 → 00:10:46ศึกษาเรื่องเนี้ยเทกันไปในทิศทางเดียวกัน
00:10:46 → 00:10:50เลยว่าการกินอาหารน้อยลงกว่าที่ร่างกาย
00:10:50 → 00:10:54ต้องการนิดนึงเนี่ยครับสามารถช่วยให้ร่าง
00:10:54 → 00:10:57กายของเราแก่ช้าลงได้จริงๆไม่ได้เป็นู
00:10:57 → 00:10:59Science หรือว่าวิทยาศาสตร์ตัดเทียมแต่
00:10:59 → 00:11:02อย่างใดนะครับทีนี้ผมเองเนี่ยส่วนตัวเลย
00:11:02 → 00:11:04ก็มีคำถามเหมือนกันโอเคเราอยากจะตัด
00:11:04 → 00:11:07ปริมาณอาหารที่เรากินแหละเพื่อให้แคลอรี่
00:11:07 → 00:11:10ต่อวันเนี่ยมันน้อยลงแล้วอย่างเงี้ยเรา
00:11:10 → 00:11:13ควรจะเลือกตัดการกินอาหารประเภทไหนอ่ะเรา
00:11:13 → 00:11:17ควรจะลดแป้งหรือว่าเราควรจะลดไขมันหรือ
00:11:17 → 00:11:19เปล่านะครับทีนี้ก็มีงาน
00:11:19 → 00:11:23วิจัยจำนวนไม่น้อยเลยนะครับที่มีคำถามเ
00:11:23 → 00:11:27แล้วก็ไปศึกษานะครับโดยล่าสุดครับ harvard
00:11:27 → 00:11:30เพิ่งตีพิมพ์เลยนะครับเค้าก็ศึกษาว่าเอ๊
00:11:30 → 00:11:32เราควรจะเลือกกินอาหารแบบ ow ขาบก็คือ
00:11:33 → 00:11:35แป้งน้อยหรือว่าเราควรจะเลือกกินอาหารแบบ
00:11:35 → 00:11:38low Fat ดีก็คือไขมันน้อยนะครับแบบไหน
00:11:38 → 00:11:42จะดีกับร่างกายแล้วก็ทำให้เราแก่ช้าลง
00:11:42 → 00:11:44หรือว่ามีโอกาสที่จะตายช้าได้มากกว่ากัน
00:11:44 → 00:11:47นะครับงานวิจัยนี้นะครับเา้าเอาคนที่อายุ
00:11:47 → 00:11:5020 ปีขึ้นไปนะครับจำนวนเกือบ 40,000 คน
00:11:50 → 00:11:54แล้วก็เก็บข้อมูลมา 15 ปีเลยนะครับจน
00:11:54 → 00:11:57เพิ่งตีพิมพนะฮะโดยในกลุ่มทดลองเนะครับ
00:11:57 → 00:12:00เค้าแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 กลุ่มกลุ่มแรก
00:12:00 → 00:12:04คือให้กินอาหารปกติเลยนะครับปริมาณแคลอรี
00:12:04 → 00:12:06ตามที่ควรจะเป็นก็คือในผู้หญิงเนี่ยกิน
00:12:06 → 00:12:08ประมาณ 200,000 แคลอรี่ในผู้ชายเนี่ยกิน
00:12:08 → 00:12:11ประมาณ 2,500 แคลอรี่ต่อวันนะครับนั่นคือ
00:12:11 → 00:12:15ปริมาณแคลอรี่ที่แนะนำของคนทั่วไปกลุ่ม
00:12:15 → 00:12:19ที่ 2 นะครับลดแคลอรี่ลงโดยพยายามกินแป้ง
00:12:19 → 00:12:24ให้น้อยลงนะครับกลุ่มที่ 3 ลดแคลอรี่ลง
00:12:24 → 00:12:27โดยการกินไขมันให้น้อยลงนะครับทีนี้ใน
00:12:27 → 00:12:30กลุ่มที่ลดแป้งกับรสไขมันเนี่ยนะครับก็
00:12:30 → 00:12:33แยกเป็น 2 กลุ่มย่อยนะครับโดยให้กลุ่มนึง
00:12:33 → 00:12:37เนี่ยกินแป้งที่มีคุณภาพแป้งที่ดีต่อร่าง
00:12:37 → 00:12:41กายกับอีกกลุ่มนึงนะครับกินแป้งที่ไม่
00:12:41 → 00:12:43ค่อยดีต่อร่างกายเท่าไหร่นะครับแป้งที่ดี
00:12:43 → 00:12:46ต่อร่างกายกับแป้งที่ไม่ดีต่อร่างกายคือ
00:12:46 → 00:12:49อะไรแป้งที่ดีคือ Complex คาร์โบไฮเดรตก็
00:12:49 → 00:12:52คือแป้งที่ไม่ผ่านการขัดสีนะครับก็คือพวก
00:12:52 → 00:12:56วดต่างๆหรือว่าน้ำตาลทรายแดงนะครับข้าวก็
00:12:56 → 00:12:58เป็นพวกตระกูลข้าวซ้อมมือที่ไม่ผ่านกัน
00:12:58 → 00:13:01การขัดสีเนาะส่วนแป้งที่ไม่ดีก็คือตรงกัน
00:13:01 → 00:13:04ข้ามเลยครับแป้งที่มีการขัดสีหรือว่าผ่าน
00:13:04 → 00:13:08process ก็คือพวกน้ำตาลทรายขาวหรือว่าจะ
00:13:08 → 00:13:11เป็นข้าวสีขาวนะครับข้าวห่อมะลิข้าวขัดสี
00:13:11 → 00:13:14รวมถึงแป้งสีขาวต่างๆนะครับนั่นคือกลุ่ม
00:13:14 → 00:13:17แป้งที่ไม่ดีเนาะกลุ่มไขมันก็เช่นกันแบ่ง
00:13:17 → 00:13:19เป็น 2 กลุ่มเฮ้ยลดไขมันได้แต่ต้องเลือก
00:13:19 → 00:13:22กินไขมันดีเท่านั้นนะครับกับอีกกลุ่มนึง
00:13:22 → 00:13:26คือลดไขมันแต่คุณสามารถกินไขมันร้ายๆได้
00:13:26 → 00:13:28ไขมันดีกับไขมันไม่ดีคืออะไรแน่นอนไขมัน
00:13:28 → 00:13:31ดีไขมันที่มาจากพืชธัญพืชหรือว่าถั่วนะ
00:13:31 → 00:13:34ครับไขมันที่ไม่ดีก็คือไขมันกลุ่มที่ไม่
00:13:34 → 00:13:37หยิ่มตัวนะครับอาจจะมาจากพวกมาการีนเนย
00:13:38 → 00:13:40เทียมเงี้ยสามารถจะกินได้ทีนี้หลังจากที่
00:13:40 → 00:13:43เขาปล่อยให้คนกลุ่มเนี้ยไปใช้ชีวิตนะครับ
00:13:43 → 00:13:47แล้วก็กินอาหารตามโจทย์ของแต่ละกลุ่มนะฮะ
00:13:47 → 00:13:49เค้าก็เจอว่า
00:13:49 → 00:13:55อ้อไม่ว่าเราจะลดแคลอรี่โดยการกินแป้ง
00:13:55 → 00:13:58น้อยลงหรือว่ากินไขมันน้อยลงผลการตรวจสุข
00:13:58 → 00:14:01สุขภาพที่ได้นะครับไม่แตกต่างกันเลยเพราะ
00:14:01 → 00:14:05ฉะนั้นคำตอบที่ได้คือมันไม่ได้ขึ้นอยู่
00:14:05 → 00:14:09กับว่าเราจะลดแป้งหรือลดไขมันนะครับแต่
00:14:09 → 00:14:13สิ่งที่เขาเจอและสำคัญกว่าคือคุณภาพของ
00:14:13 → 00:14:17แป้งหรือไขมันที่เขากินนี่แหละมันสำคัญ
00:14:17 → 00:14:20กว่าที่จะเป็นตัวสะท้อนว่าอายุของเขาค
00:14:20 → 00:14:22เนี่ยมันแก่เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหนนะครับ
00:14:22 → 00:14:27ก็คือคุณภาพสำคัญกว่าปริมาณนั่นเองครับ
00:14:27 → 00:14:32โดยเาเจอว่ากลุ่มที่กินแป้งน้อยลงและกิน
00:14:32 → 00:14:36ไขมันน้อยลงนะครับมีความเสี่ยงที่จะตาย
00:14:36 → 00:14:42ก่อนวัยอันควรน้อยกว่าคนที่กินปกติถึง
00:14:42 → 00:14:4427% ทั้งคู่เลยนะครับไม่ว่าจะลดแป้งหรือ
00:14:45 → 00:14:49ลดไขมันในทางตรงกันข้ามครับต่อให้คุณจะลด
00:14:49 → 00:14:52แป้งหรือลดไขมันเนี่ยนะครับแต่คุณกินแป้ง
00:14:52 → 00:14:55ที่ไม่ดีกับกินไขมันที่ไม่ดีเจอว่ามี
00:14:55 → 00:14:58โอกาสที่จะตายก่อนวัยอันควรเนี่ยนะครับ
00:14:58 → 00:15:02ครับมากกว่ากลุ่มที่กินอาหารปกติได้มาก
00:15:02 → 00:15:07ถึง 15% ครับงานวิจัยนี้ก็เลยสรุปว่าการ
00:15:07 → 00:15:09ควบคุมปริมาณแคลลอรี่หรือกินอาหารที่น้อย
00:15:09 → 00:15:13กว่าความต้องการของร่างกายสามารถช่วยชะลอ
00:15:13 → 00:15:16ความแก่ได้จริงมั้ยจริงแต่การลดปริมาณ
00:15:16 → 00:15:19อาหารที่กินเนี่ยไม่ใช่ลดเพียงอย่างเดียว
00:15:19 → 00:15:23แต่ต้องควบคุมและต้องเลือกคุณภาพของอาหาร
00:15:23 → 00:15:25ที่คุณจะกินด้วยไม่ว่าจะเป็นแป้งหรือไข
00:15:25 → 00:15:28มันก็ควรจะต้องกินแป้งที่ดีไขมันที่ดี
00:15:28 → 00:15:32เท่านั้นถึงจะช่วยชะลอความแก่นะครับต่อ
00:15:32 → 00:15:35ให้คุณจะกินแป้งน้อยแต่กินแต่น้ำตาลทรา
00:15:35 → 00:15:38ขาวทั้งวันเลยกินแต่ของหวานกินแต่น้ำ
00:15:38 → 00:15:41เชื่อมนั่นก็ไม่ช่วยให้คุณแก่ช้าลงแต่จะ
00:15:41 → 00:15:44ทำให้คุณตายเร็วขึ้นด้วยซ้ำไปครับแล้ว
00:15:44 → 00:15:47งงี้ควรจะกินอะไรมีคำแนะนำมนะครับทางผู้
00:15:47 → 00:15:50วิจัยก็มีนะครับสิ่งที่ควรจะกินนะครับ
00:15:50 → 00:15:52หลักๆถ้าเป็นโปรตีนนะครับควรจะกินโปรตีน
00:15:52 → 00:15:55แค่ในปริมาณที่พอดีตามที่ร่างกายต้องการ
00:15:55 → 00:15:59นะครับคนที่กินโปรตีนเยอะๆเว่าโอ้เรากิน
00:15:59 → 00:16:01เนื้อสัตว์แล้วไม่ค่อยกินแป้งน่าจะดีจริง
00:16:01 → 00:16:03ๆก็อันตรายเช่นกันนะครับเพราะฉะนั้นควรจะ
00:16:03 → 00:16:06กินโปรตีนในปริมาณที่พอดีและควรจะเลือก
00:16:06 → 00:16:09กินโปรตีนที่เป็นเนื้อสีขาวมากกว่าโปรตีน
00:16:09 → 00:16:11ที่เป็นเนื้อสีแดงนะครับก็จะดีกว่า
00:16:11 → 00:16:15คาร์โบไฮเดรตล่ะก็แน่นอนครับควรจะกินแป้ง
00:16:15 → 00:16:17ในปริมาณที่พอดีอาจจะน้อยกว่าที่ร่างกาย
00:16:17 → 00:16:19ต้องการก็ยังโอเคนะครับแต่ก็ควรจะกินแป้ง
00:16:19 → 00:16:23ที่เป็น Complex คาร์โบไฮเดรตก็มาจากก็
00:16:23 → 00:16:24คือเป็นกลุ่มที่เป็นแป้งที่ไม่ขัดสี
00:16:24 → 00:16:27พยายามหลีกเลี่ยงพวกน้ำตาลทราขาวหรือว่า
00:16:27 → 00:16:30แป้งที่ขัดสีแล้วนะครับไขมันก็เช่นกันนะ
00:16:30 → 00:16:32ครับควรจะเลือกไขมันที่มาจากพืชแล้วก็
00:16:32 → 00:16:35หลีกเลี่ยงไขมัน process ไขมันทนก็คือพวก
00:16:35 → 00:16:38กลุ่มเน้ยเทียมนะครับแล้วก็ควรจะกิน
00:16:38 → 00:16:41ธัญพืชกินถั่วกินผักเยอะๆนะครับโดยเฉพาะ
00:16:41 → 00:16:43ผักผลไม้เนี่ยควรจะกินเข้าไปเยอะๆเลยนะ
00:16:43 → 00:16:46ครับก็จะเป็นอ่าแหล่งของคาร์โบไฮเดรตแล้ว
00:16:47 → 00:16:50ก็ไขมันที่ดีครับโดยสรุปนะครับคำถามที่
00:16:50 → 00:16:55ว่ากินอาหารน้อยลงช่วยให้เราแก่ช้าลงจริง
00:16:55 → 00:16:58มยคำตอบก็คือจริงครับโดยคำแนะนำนะครับคือ
00:16:58 → 00:17:01คือเราควรจะกินอาหารน้อยลงกว่าที่ร่างกาย
00:17:01 → 00:17:04ต้องการปริมาณไม่เยอะมากจนเกินไปครับ
00:17:04 → 00:17:08ประมาณ 100 หรือ 200 แคลอรี่ต่อวันนะครับ
00:17:08 → 00:17:10และสิ่งที่สำคัญกว่าคือไม่ใช่เรื่องของ
00:17:10 → 00:17:14ปริมาณนะครับแต่เป็นเรื่องของคุณภาพอาหาร
00:17:14 → 00:17:17ที่เราเลือกที่จะนำเข้าสู่ร่างกายนะครับ
00:17:17 → 00:17:20ควรจะเป็นของที่ดีแล้วก็มีประโยชน์ถึงจะ
00:17:20 → 00:17:23ช่วยให้เราชะลอความแก่ได้นะครับเพราะ
00:17:23 → 00:17:26ฉะนั้นในปีนี้นะฮถ้าเกิดใครกำลังมองหา
00:17:26 → 00:17:29สิ่งใหม่ๆหรือว่าวิธีการดูแลตัวเองใหม่ๆ
00:17:29 → 00:17:32นะครับผมแนะนำว่าอันเนี้ยเป็นหนึ่งอย่าง
00:17:32 → 00:17:36ที่สามารถจะทดลองทำได้นะครับคือเราลองควบ
00:17:36 → 00:17:39คุมปริมาณอาหารที่เรากินต่อวันนะครับให้
00:17:39 → 00:17:42น้อยกว่าปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องใช้
00:17:42 → 00:17:46สักนิดนึงลองทำสักปีนึงครับโดยโฟกัสไปที่
00:17:46 → 00:17:49คุณภาพของอาหารแล้วเดี๋ยวสิ้นปีเนี่ยเรา
00:17:49 → 00:17:52ลองมารีวิวกันครับว่าการทำแบบเนี้ยมัน
00:17:52 → 00:17:56ช่วยทำให้ร่างกายของเราเนี่ยรู้สึกแก่ช้า
00:17:56 → 00:17:59ลงรู้สึกกระปรี้กระเป๋าแล้วก็ทำงานได้ดี
00:17:59 → 00:18:01มากยิ่งขึ้นจริงหือเป่า
00:18:01 → 00:18:05ครับ Top To To the Standard podcast
00:18:05 → 00:18:09I Open for
00:18:09 → 00:18:12ears