00:00:00 → 00:00:12[เพลง]
00:00:12 → 00:00:15ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ดรอินทิราออนไลน์
00:00:15 → 00:00:18คลินิกพบกันเป็นประจำทุกวันพฤหัสบดีและ
00:00:18 → 00:00:22วันอาทิตย์ค่ะท่านใดเข้ามาแล้วนะคะทักทาย
00:00:22 → 00:00:25กันได้เลยค่ะเขียนมาพูดคุยกันนะคะและแชร์
00:00:25 → 00:00:28ออกเป็นสาธารณะค่ะเพื่อให้เพื่อนและคนที่
00:00:28 → 00:00:32เรารักมีความรู้ในการดูแลตัวเองค่ะเรา
00:00:32 → 00:00:36ร่วมกันทำวิทยาทานร่วมกันนะคะเพราะว่าสุด
00:00:36 → 00:00:39ยอดปรารถนาของมนุษย์เราทุกคนค่ะคือการมี
00:00:39 → 00:00:43สุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจและมีวิธี
00:00:43 → 00:00:46คิดแบบเติบโตค่ะหมออินทิรามีหน้าที่ในการ
00:00:46 → 00:00:50ดูแลคุณนะคะให้มีความอุดมสุขสมบูรณ์ทุก
00:00:50 → 00:00:54ด้านในชีวิตอย่างยั่งยืนค่ะวันนี้ค่ะเรา
00:00:54 → 00:00:58จะมาคุยกันเรื่องของเวชศาสตร์ชะลอวัยนะคะ
00:00:58 → 00:01:03เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการลดความเสื่อมสภาพ
00:01:03 → 00:01:05ของร่างกายนะคะหรือชะลอความเจ็บป่วยของ
00:01:05 → 00:01:09ร่างกายนะคะเราจะมารู้ถึงเคล็ดลับวิธีการ
00:01:09 → 00:01:13ดูแลเพื่อให้มีสุขภาพที่ยืนยาวนะคะมี
00:01:13 → 00:01:16สุขภาพที่แข็งแรงสุขกายสุขใจไม่เจ็บป่วย
00:01:16 → 00:01:20นะคะงั้นวันนี้ค่ะส่วนนึงที่อยู่ใน
00:01:20 → 00:01:23เวชศาสตรชะลอวัยนะคะมันจะประกอบด้วยองค์
00:01:23 → 00:01:25ประกอบหลายๆด้านนะคะไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง
00:01:25 → 00:01:30ของทางกายทางจิตใจนะคะในเรื่องของสมดุล
00:01:30 → 00:01:34ฮอร์โมนนะคะเรื่องของโภชนาการนะคะและ
00:01:34 → 00:01:37เรื่องของการขับของเสียค่ะทั้งหมดนี้คือ
00:01:37 → 00:01:40องค์ประกอบของการมีสุขภาพที่แข็งแรงยั่ง
00:01:40 → 00:01:44ยืนนะคะในศาสตร์ของเวชศาสตร์ชะลอวัยซึ่ง
00:01:44 → 00:01:47เป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้ค่ะเราเน้นที่
00:01:47 → 00:01:51การส่งเสริมป้องกันก่อนป่วยเป็นโรคนะคะ
00:01:51 → 00:01:54วันนี้ค่ะเราจะมาคุยกันในเรื่องของ
00:01:54 → 00:01:57แคลเซียมนะคะทุกท่านคงเคยได้ยินนะคะว่า
00:01:58 → 00:02:01เราอยากจะมีเอ่อสุขภาพที่แข็งแรงค่ะอยาก
00:02:01 → 00:02:05จะมีกระดูกและฟันที่แข็งแรงเนี่ยแนะนำว่า
00:02:05 → 00:02:09ควรจะต้องทานสารอาหารที่อุดมไปด้วยแร่
00:02:09 → 00:02:12ธาตุที่สำคัญที่มีมากที่สุดในร่างกายนะคะ
00:02:12 → 00:02:14มีมากถึง
00:02:14 → 00:02:1755% ของสัดส่วนของแร่ธาตุที่มีอยู่ใน
00:02:18 → 00:02:21ร่างกายเรานะคะนั่นคือแคลเซียมนั่นเองวัน
00:02:21 → 00:02:23นี้เรามารู้จักแคลเซียมกันนะคะแคลเซียม
00:02:23 → 00:02:27เนี่ยมันมีประโยชน์เป็นแร่ธาตุที่เราจะ
00:02:27 → 00:02:30ต้องรับประทานเข้าไปนะคะเพื่อเป็นการ
00:02:30 → 00:02:32เสริมสร้างให้ร่างกายมีการสร้างขึ้นนะคะ
00:02:32 → 00:02:35รับประทานสารอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพื่อ
00:02:35 → 00:02:38ให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระแส
00:02:38 → 00:02:42เลือดนะคะแล้วก็ทำให้มีเอ่อกระดูกฟันแล้ว
00:02:42 → 00:02:45ก็อวัยวะต่างๆถึงระบบต่างๆของร่างกาย
00:02:45 → 00:02:47เนี่ยทำงานได้อย่างสมบูรณ์ขึ้นนะคะงั้น
00:02:47 → 00:02:50วันนี้หมอจะมาอธิบายให้ฟังว่าแคลเซียม
00:02:50 → 00:02:53เนี่ยมันมีประโยชน์ยังไงนะคะแคลเซียม
00:02:53 → 00:02:56เนี่ยมันมีประโยชน์ตรงที่ว่าช่วยในการใน
00:02:56 → 00:02:59เรื่องของกล้ามเนื้อหัวใจให้ทำงานปกตินะ
00:02:59 → 00:03:01คะการการทำงานของกล้ามเนื้อต่างๆทั่วร่าง
00:03:01 → 00:03:04กายจะสมบูรณ์ขึ้นท่านจะมีกล้ามเนื้อที่
00:03:04 → 00:03:08แข็งแรงนะคะมีโครงสร้างของแกนของร่างกาย
00:03:08 → 00:03:11ที่แข็งแรงก็คือกระดูกนะฮะมวลกระดูกแข็ง
00:03:11 → 00:03:15แรงนะฮะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของ
00:03:15 → 00:03:19การแข็งตัวของเลือดป้องกันไม่ให้เลือดไหล
00:03:19 → 00:03:22ออกเยอะแล้วหยุดยากสูญเสียเลือดนะฮะป้อง
00:03:22 → 00:03:25กันไม่ให้เกิดภาวะเรื่องของโลหิตจางนะคะ
00:03:25 → 00:03:28มีผลในเรื่องของสารสื่อประสาทเพราะงั้นจะ
00:03:28 → 00:03:31ช่วยบำรุงในเรื่องของระบบประสาทระบบสมอง
00:03:31 → 00:03:35แล้วก็ความจดจำความจำดีเยี่ยมนะคะกระตุ้น
00:03:35 → 00:03:39การหลั่งฮอร์โมนได้ดีรักษาสมดุลความเป็น
00:03:39 → 00:03:42กรดเป็นด่างของร่างกายนะคะเพราะฉะนั้น
00:03:42 → 00:03:44ประโยชน์ของแคลเซียมเนี่ยมันมีมากมายเลย
00:03:44 → 00:03:48นะคะเอ่อวันนี้ค่ะเรามาคุยกันดูนะคะว่า
00:03:48 → 00:03:50แคลเซียมในร่างกายเนี่ยอ่านที่หมออธิบาย
00:03:50 → 00:03:53ให้ฟังะแคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีมากที่
00:03:53 → 00:03:56สุดในร่างกายค่ะคือมีมากถึง
00:03:56 → 00:04:011,250 กรัมนะฮะหรือคิดเป็น 55% นะฮะที่
00:04:01 → 00:04:04อยู่ในร่างกายทั้งหมดซึ่งเป็นแร่ธาตุที่
00:04:04 → 00:04:06เป็นแร่ธาตุส่วนใหญ่ที่อยู่ในร่างกายเรา
00:04:07 → 00:04:10นะฮะนอกจากนั้นยังไปจับกับโปรตีนต่างๆที่
00:04:10 → 00:04:13อยู่ในในเลือดอีกด้วยนะฮะอันนี้ส่วนใหญ่
00:04:13 → 00:04:15จะเป็นแคลเซียมที่เป็นแคลเซียมอิสระนะคะ
00:04:15 → 00:04:17มีทั้งแคลเซียมที่จับตัวกับโปรตีนที่อยู่
00:04:17 → 00:04:21ในกระแสเลือดและแคลเซียมอิสระนะฮะปริมาณ
00:04:21 → 00:04:23ที่ร่างกายต้องการเนี่ยมันจะแตกต่างกันไป
00:04:23 → 00:04:26ตามช่วงอายุและเพศอันนี้เดี๋ยวหมอจะเล่า
00:04:26 → 00:04:30ให้ฟังต่อไปนะคะแหล่งที่พบแคลเซียมมีอะไร
00:04:30 → 00:04:33บ้างนะอันนี้เดี๋ยวจะแนะนำให้ฟังว่าสาร
00:04:33 → 00:04:36อาหารตามธรรมชาติค่ะที่มีแคลเซียมสูงและ
00:04:36 → 00:04:40แนะนำให้ท่านรับประทานในชีวิตประจำวันมี
00:04:40 → 00:04:43สิ่งใดบ้างนะคะและนอกจากนั้นยังมีอาหาร
00:04:43 → 00:04:46เสริมค่ะถ้าท่านใดไม่สามารถทานอาหารสาร
00:04:46 → 00:04:50อาหารตามธตามธรรมชาติได้ก็จะมีอาหารเสริม
00:04:50 → 00:04:51ที่เป็น
00:04:51 → 00:04:54แคลเซียมชนิดต่างๆเราจะมีวิธีการเลือก
00:04:54 → 00:04:58ชนิดของแคลเซียมอย่างไรและทานปริมาณเท่า
00:04:58 → 00:05:02ไหร่จึงจะเป็นปริมาณที่เหมาะสมถึงจุดอิ่ม
00:05:02 → 00:05:05ตัวของร่างกายเรานะคะประโยชน์ของแคลเซียม
00:05:05 → 00:05:07เรามาทบทวนกันอีกครั้งค่ะช่วยในเรื่องของ
00:05:07 → 00:05:11กระดูกและฟันให้มีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ
00:05:11 → 00:05:14ป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุนนะคะในช่วง
00:05:14 → 00:05:17ของวัยทองนะคะช่วยในเรื่องอะไรอีกช่วยใน
00:05:17 → 00:05:20เรื่องของการระบบของเอ่อสมดุลของร่างกาย
00:05:20 → 00:05:24ต่างๆนะคะช่วยในการควบคุมน้ำหนักนะคะลด
00:05:24 → 00:05:27ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่นะคะ
00:05:27 → 00:05:30ช่วยให้ในเรื่องของกล้ามเนื้อหัวใจระบบ
00:05:30 → 00:05:34ลิเวียนโลหิตระบบเ้าเรียกว่าหัวใจและการ
00:05:34 → 00:05:36หมุนเวียนโลหิตของร่างกายเนี่ยทำงานได้
00:05:36 → 00:05:39อย่างสมดุลนะคะช่วยให้เรานอนหลับได้อย่าง
00:05:39 → 00:05:43มีคุณภาพนะฮะหลับลึกหลับคุณภาพดีนะฮะแล้ว
00:05:43 → 00:05:46ก็ช่วยในเรื่องของระบบสมองแลับประสาทให้
00:05:46 → 00:05:49ทำงานได้อย่างสมดุลนะฮะเรามาดูกันว่าสาร
00:05:49 → 00:05:54อาหารตามธรรมชาติค่ะที่มีแคลเซียมสูงแล้ว
00:05:54 → 00:05:57ก็แนะนำให้ท่านทานนะคะในชีวิตประจำวันมี
00:05:57 → 00:06:00อะไรได้บ้างนแต่นมค่ะนมนม 1 กล่องจะมี
00:06:00 → 00:06:07แคลเซียมถึง 226 มกรนะคะนมขนาด 200 200
00:06:07 → 00:06:11มลนะฮะจะมีแคลเซียมเท่านี้ตามที่ตามมา
00:06:11 → 00:06:14แคลเซียมสูงคืออะไรอีกเต้าหู้ขาวนะคะให้
00:06:14 → 00:06:18แคลเซียมมากถึง 150 มกรนะฮะเพราะงั้นมัน
00:06:18 → 00:06:22จะขึ้นกับขนาดสัดส่วนของปริมาณสารอาหาร
00:06:22 → 00:06:24ด้วยนะคะว่าให้แคลเซียมเท่าไหร่ท่าน
00:06:24 → 00:06:27สามารถอ้างอิงดูได้ตามภาพที่เห็นดังนี้
00:06:28 → 00:06:32เลยนะคะกุ้งแห้งแนะคะให้แคลเซียมนะคะงาดำ
00:06:32 → 00:06:36อ่าให้แคลเซียมสูงนะคะผักใบเขียวโดยเฉพาะ
00:06:36 → 00:06:40ผักคะน้านะคะให้แคลเซียมสูงเลยนะฮะปลา
00:06:40 → 00:06:43ข้าวสารปลาตัวเล็กอ่ะค่ะตัวเค่ะเขาจะแนะ
00:06:43 → 00:06:46นำว่าให้ทานใช่มั้ยคะเพื่อเป็นการเพิ่ม
00:06:46 → 00:06:49แคลเซียมสิ่งเหล่านี้คือแคลเซียมคือสาร
00:06:49 → 00:06:52อาหารตามธรรมชาติที่มีแคลเซียมสูงนะคะ
00:06:52 → 00:06:56งั้นเราจะป้องกันภาวะกระดูกพุนในวัยของ
00:06:56 → 00:06:58เค้าเรียกว่าผู้สูงวัยหรือในคนที่อายุ
00:06:59 → 00:07:02เกิน 5 10 ปีขึ้นไปเนี่ยแนะนำให้ทาน
00:07:02 → 00:07:05อาหารเหล่านี้ในชีวิตประจำวันเลยนะฮะ
00:07:05 → 00:07:08เพื่อป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุ่นนะคะ
00:07:08 → 00:07:11ได้แก่นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้นะคะ
00:07:11 → 00:07:16กะหล่ำปลีค่ะงานะคะนมพร่องมันเนยนะคะแล้ว
00:07:16 → 00:07:20ก็เต้าหู้ขาวนะคะกล้วยนะคะบรอกโคลี่ผัก
00:07:20 → 00:07:25คะน้าค่ะหอมหัวใหญ่กีวี่นะคะสิ่งเหล่านี้
00:07:25 → 00:07:28ค่ะให้ท่านจำเลยนะคะว่าเป็นสารอาหารที่
00:07:28 → 00:07:32อุดมไปด้วยด้วยแคลเซียมปริมาณสูงช่วยใน
00:07:32 → 00:07:35การบำรุงกระดูกนะฮะแนะนำให้รับประทานใน
00:07:35 → 00:07:38ผู้สูงอายุที่อายุเกิน 50 ปีขึ้นไปนะฮะ
00:07:38 → 00:07:41ทานเป็นในชีวิตประจำวันเลยเพื่อป้องกัน
00:07:41 → 00:07:44ภาวะกระดูกพุนหรือมวลกระดูกที่มันจะบางลง
00:07:44 → 00:07:48นะฮะปริมาณแคลเซียมที่รับประทานต่อวัน
00:07:48 → 00:07:52เนี่ยจะแตกต่างกันไปตามแต่ช่วงอายุนะคะ
00:07:53 → 00:07:55ตอนเด็กแรกเกิดเห็นมั้ยคะภาพซ้ายสุดเลย
00:07:55 → 00:07:58เด็กแรกเกิดเนี่ยต้องการเพียงแค่
00:07:58 → 00:08:02200 มิลลิกรัมต่อวันก็คือตัวเขายังเล็ก
00:08:02 → 00:08:05อยู่ใช่มั้คะนี้พอโตมากขึ้นเนี่ยเอ่อมวล
00:08:05 → 00:08:08กระดูกก็ต้องการเ่อแคลเซียมมากขึ้นนะคะ
00:08:08 → 00:08:11เพื่อให้กระดูกเนี่ยยืดตัวขึ้นเจริญเติบ
00:08:11 → 00:08:13โตมากขึ้นนะคะพออายุเยอะขึ้นจะเห็นตาม
00:08:13 → 00:08:16ตารางนี้เลยก็จะต้องการปริมาณแคลเซียมมาก
00:08:16 → 00:08:21ขึ้นจะสังเกตว่าในวัยเยค่ะวัยมัธยมปลายนะ
00:08:21 → 00:08:25คะเ่อมัธยมต้นมัธยมปลายนะคะช่วงอายุ 9-18
00:08:25 → 00:08:29ปีจะเป็นช่วงวัยที่ต้องการแคลเซียมต่อวัน
00:08:29 → 00:08:31สูงสุดต้องการมากถึง
00:08:31 → 00:08:351,300 มิลกรัมต่อวันช่วงเนี้ยค่ะเป็น
00:08:35 → 00:08:37ช่วงที่สังเกตนะคะว่าลูกหลานของท่านเนี่ย
00:08:37 → 00:08:41จะตัวสูงนะคะตัวสูงเร็วมากเลยบางท่าน
00:08:41 → 00:08:44เนี่ยสูงกว่าคุณพ่อคุณแม่อีกนะคะเป็นช่วง
00:08:44 → 00:08:47มัธยมต้นมัธยมปลายประมาณนี้นะคะต้องการ
00:08:47 → 00:08:50แคลเซียมสูงที่สุดค่ะมากถึง 1,300
00:08:50 → 00:08:53มิลกรัมต่อวันนะฮะพอในช่วงเข้า
00:08:53 → 00:08:56มหาวิทยาลัยค่ะงั้นแคลเซียมก็ต้องการลดลง
00:08:57 → 00:08:59มาค่ะคือเหลือ 1,000 มิลิกรัมต่อวันนะนะ
00:08:59 → 00:09:03คะจนกระทั่งเข้าสู่ในวัยยทำงานนะคะวัยผู้
00:09:03 → 00:09:08ใหญ่วัยผู้สูงอายุพออายุมากขึ้นค่ะอายุ
00:09:08 → 00:09:12เกิน 71 ปีขึ้นไปเป็นช่วงที่มวลกระดูกบาง
00:09:12 → 00:09:15ลงเราจะต้องทานแคลเซียมเสริมมากขึ้นไปอีก
00:09:15 → 00:09:20ค่ะมากถึง 1,200 มิลกรัมต่อวันเพื่อให้
00:09:20 → 00:09:22เป็นการเสริมสร้างใช่มคะกระดูกจะได้แข็ง
00:09:23 → 00:09:26แรงป้องกันภาวะกระดูกพุนป้องกันการเกิด
00:09:27 → 00:09:30ภาวะกระดูกแตกหักเปราะบางแตกง่ายนะคะ
00:09:30 → 00:09:32เพราะงั้นให้ท่านจำเลยว่าแต่ละช่วงอายุ
00:09:32 → 00:09:35เนี่ยต้องการปริมาณแคลเซียมต่อวันแตกต่าง
00:09:35 → 00:09:38กันนะคะเพราะงั้นเราต้องทานให้เหมาะสม
00:09:38 → 00:09:41เพราะร่างกายคนเราค่ะจะมีจุดอิ่มตัวในการ
00:09:41 → 00:09:45ดูดซึมสารอาหารและแร่ธาตุเข้าสู่ร่างกาย
00:09:46 → 00:09:48ถ้าเราทานเกินจุดอิ่มตัวหรือปริมาณที่
00:09:48 → 00:09:52ร่างกายต้องการต่อวันมันก็ขับทิ้งออกนะคะ
00:09:52 → 00:09:54สูญเสียออกไปทางปัสสาวะเหงื่อและอุจจาระ
00:09:54 → 00:09:57นะฮะเปล่าๆไม่มีประโยชน์ร่างกายดูดซึมไม่
00:09:57 → 00:10:00ได้เพราะฉะนั้นร่างกายเราจะมีจุดอิ่มตัว
00:10:00 → 00:10:04ของการดูดซึมสารอาหารทุกชนิดนะคะทั้งหมด
00:10:04 → 00:10:07เลยไม่ว่าวิตามินเกลือแร่และสารอาหารต่าง
00:10:07 → 00:10:09ๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจะมีจุดอิ่มตัว
00:10:09 → 00:10:13ในการดูดซึมนะฮะเรามาดูกันค่ะภาวะกระดูก
00:10:13 → 00:10:17พุนเนี่ยมันเป็นไผ่เงียบที่เกิดขึ้นในคน
00:10:17 → 00:10:21ในวัยของผู้สูงอายุตั้งแต่ปี
00:10:21 → 00:10:242020 ก็คือปีนี้เป็นต้นไป
00:10:24 → 00:10:29ค่ะทุกประเทศนะคะจะเข้าสู่สังคมของผู้ผู้
00:10:29 → 00:10:33สูงของผู้สูงอายุคือคนที่อายุเกิน 50 ปี
00:10:33 → 00:10:36ขึ้นไปจะเป็นประชากรส่วนใหญ่ของทุกๆ
00:10:36 → 00:10:38ประเทศค่ะเพราะงั้นถ้าเรามีความรู้ในการ
00:10:39 → 00:10:41ดูแลป้องกันตัวเองดูแลตัวเองตั้งแต่ต้นนะ
00:10:41 → 00:10:44คะเคแนะนำให้รับประทานแคลเซียมเนี่ยตั้ง
00:10:44 → 00:10:49แต่อายุ 30 ปีก่อนอายุ 30 ปีเลยเพื่อป้อง
00:10:49 → 00:10:52กันไม่ให้เกิดภาวะกระดูกพรุนป้องกันไม่
00:10:52 → 00:10:55ให้มวลกระดูกเนี่ยมันบางลงนะฮะเพราะงั้น
00:10:55 → 00:10:57กระดูกพุนถ้าเรามีความรู้เนี่ยเราจะ
00:10:57 → 00:11:00สามารถป้องกันได้นะคะเแนะนำให้ทานเลยทาน
00:11:00 → 00:11:03ตั้งแต่ช่วงนี้ค่ะก่อนวัย 30 ปีเป็นต้นไป
00:11:03 → 00:11:06เนี่ยให้รับประทานเลยเป็นช่วงที่ความหนา
00:11:06 → 00:11:09แน่นของมวลกระดูกในร่างกายเนี่ยสูงสุดถูก
00:11:09 → 00:11:12มั้ยคะให้เราทานตั้งแต่ในช่วงวัยนี้เลยนะ
00:11:12 → 00:11:15ฮะเพื่อป้องกันเพราะว่ามวลกระดูกมันจะบาง
00:11:15 → 00:11:18ลงแล้วก็เสื่อมลงนะคะเห็นมั้ยคะตามกราฟ
00:11:18 → 00:11:22นี้เลยมวลกระดูกจะบางลงเสื่อมลงลดปริมาณ
00:11:22 → 00:11:26ลงเมื่ออายุมากขึ้นนะคะมากขึ้นแลในคุณผู้
00:11:26 → 00:11:30หญิงโดยเฉพาะในวัยทองนะฮะมวลกระดูกจะบาง
00:11:30 → 00:11:33ลงอย่างรวดเร็วเลยค่ะเมื่อเข้าสู่วัยทอง
00:11:33 → 00:11:37คือ 50 ปีขึ้นไปนะคะมวลกระดูกจะบางลงท่า
00:11:37 → 00:11:40จะเสี่ยงต่อการที่กระดูกเปราะบางแตกง่าย
00:11:40 → 00:11:43ถ้าท่านมีความรู้ในการดูแลตัวเองท่านจะ
00:11:43 → 00:11:45รับประทานแคลเซียมเพื่อป้องกันและเพิ่ม
00:11:46 → 00:11:50มวลกระดูกของท่านตั้งแต่ในวัยก่อน 30 ปี
00:11:50 → 00:11:53ค่ะนะคะเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้นะฮะเรา
00:11:53 → 00:11:57มาดูสถิติกันว่าอุบัติกาการเกิดโรคกระดูก
00:11:57 → 00:12:00พรุนในประเทศไทยเนี่ยนี่คือสถิติเมื่อปี
00:12:00 → 00:12:052554 นะคะเพบว่าในวัยทองโดยเฉพาะเพศหญิง
00:12:05 → 00:12:08เนี่ยเจอภาวะกระดูกบางกระดูกพรุนได้มาก
00:12:08 → 00:12:12กว่าคุณผู้ชายนะคะแล้วก็มักจะเจอโรคเค้า
00:12:12 → 00:12:17เรียกกระดูกสันหลังพรุนมากกว่ารองลงมาคือ
00:12:17 → 00:12:21กระดูกสะโพกพรุ่นนะฮะเรามาดูกันว่าจุดไหน
00:12:21 → 00:12:25อ่ะผู้หญิงวัยทองจะมีโอกาสเป็นโรคกระดูก
00:12:25 → 00:12:30พุนมากกว่าคุณผู้ชายถึง 4 เท่าค่ะดูนะคะ
00:12:30 → 00:12:33มากกว่าคุณผู้ชายถึง 4 เท่างั้นผู้หญิง
00:12:33 → 00:12:35เราต้องดูแลป้องกันนะคะเรามีความรู้ในการ
00:12:35 → 00:12:38ดูแลตัวเองแล้วนะฮะแล้วมาดูกันว่าจุดที่
00:12:38 → 00:12:41กระดูกมันเปราะบางแตกง่ายเกิดปัญหาเรื่อง
00:12:41 → 00:12:45ของกระดูกหักได้มากมีจุดใดบ้างนะฮะที่เจอ
00:12:45 → 00:12:49ได้บ่อยคือกระดูกสันหลังนะคะกระดูกสะโพก
00:12:49 → 00:12:51นะหลายท่านต้องมาเปลี่ยนข้อสะโพกใช่มั้ย
00:12:51 → 00:12:55คะพออายุเยอะขึ้นนะคะกระดูกซี่โครงนะคะ
00:12:55 → 00:12:58ข้อมือแขนต่างๆอย่างเงี้ยค่ะเพราะงั้นเรา
00:12:58 → 00:13:01ต้องมีความรู้ในการป้องกันนะฮะเราจะต้อง
00:13:01 → 00:13:04รับประทานแคลเซียมป้องกันไว้นะฮะดูแลเอา
00:13:04 → 00:13:08ไว้นะฮะก่อนเข้าสู่วทองเพราะว่าวทองเนี่ย
00:13:08 → 00:13:13มวลกระดูกจะบางลงเป็นกราฟดิ่งลงแบบนี้เลย
00:13:13 → 00:13:16นะคะอ่ามาดูกันค่ะต่อไปอันนี้สรุปให้ฟัง
00:13:16 → 00:13:19อีกครั้งนึงนะงั้นเรามีความรู้ในการป้อง
00:13:19 → 00:13:24กันการสร้างและการสลายกระดูกค่ะการสร้าง
00:13:24 → 00:13:27กระดูกเนี่ยจะใช้เวลาถึง 16 สัปดาห์ก็คือ
00:13:27 → 00:13:30ประมาณ 4 เดือนนะคะสส่วนกระดูกอ่ะสลายก็
00:13:30 → 00:13:34ใช้เวลา 4 สัปดาห์เช่นกัน 4 สัปดาห์เร็ว
00:13:35 → 00:13:37กว่าการสร้างเนี่ยกว่าจะสร้างเนี่ยใช้
00:13:37 → 00:13:40เวลา 16 สัปดาห์หรือ 4 เดือนแต่เวลามัน
00:13:40 → 00:13:43สลายหรือมันหักมันผุมันพรุนมันบางลงเนี่ย
00:13:43 → 00:13:47ใช้เวลาแป๊บเดียวเองค่ะแค่ 4 สัปดาห์ก็
00:13:47 → 00:13:50สลายเสื่อมลงและนะฮะเพราะงั้นเราควรดูแล
00:13:50 → 00:13:54รักษามวลกระดูกเนี่ยให้มากพอให้แข็งแรง
00:13:54 → 00:13:57ก่อนเข้าสู่วัยทองนะคะงั้นจุดที่กระดูก
00:13:57 → 00:14:00เปราะบางแตกง่ายอันนี้หมอบอกไปะคือมีข้อ
00:14:00 → 00:14:04มือนะคะแขนสะโพกกระดูกสันหลังและกระดูก
00:14:05 → 00:14:07ซี่โครงนะงั้นถ้าเรามีความรู้ในการป้อง
00:14:08 → 00:14:11กันดูแลตัวเองเราจะป้องกันภาวะกระดูกพรุน
00:14:11 → 00:14:15เปราะบางแตกง่ายมาทบทวนกันอีกครั้งค่ะ
00:14:15 → 00:14:18ปัจจัยที่เสริมความหนาแน่นของกระดูกมีสาร
00:14:18 → 00:14:21อาหารตามธรรมชาติเหล่านี้ค่ะคือตารางด้าน
00:14:21 → 00:14:26บนนะคะตารางด้านบนได้แก่นมนะถ้าในวัยเอ่อ
00:14:26 → 00:14:28เราเป็นวัยที่เป็นวัยกลางคนขึ้นไปแล้วหมอ
00:14:28 → 00:14:32แนะนำว่าให้ทานนมที่เป็นนมพร่องมันเนยนะ
00:14:32 → 00:14:35ฮะจะได้ป้องกันปัญหาในเรื่องของไขมันใน
00:14:35 → 00:14:38เลือดสูงด้วยนะฮะการสะสมไขมันจะได้ไม่
00:14:38 → 00:14:43เกิดนะฮะทานเต้าหู้นะคะทานงาดำนะคะทาน
00:14:43 → 00:14:47กุ้งแห้งนะคะให้ทานผักใบเขียวทานปลาตัว
00:14:47 → 00:14:50เล็กปลากรอบนะคะหลายท่านก็ชอบรับประทาน
00:14:50 → 00:14:53มากเลยเอามาทานกับข้าวต้มอร่อยมากนะคะให้
00:14:53 → 00:14:56ออกกำลังกายนะออกกำลังกายเพื่อให้มีการ
00:14:56 → 00:15:00กระตุ้นนะฮะข้อต่อต่างๆมันมันจะช่วยให้
00:15:00 → 00:15:02ตัวเซลล์ของกระดูกเนี่ยมันแข็งแรงและมี
00:15:02 → 00:15:05การสร้างกระดูกโครงสร้างกระดูกจะแข็งแรง
00:15:05 → 00:15:08มวลกระดูกจะแข็งแรงนะคะให้ออกกำลังกาย
00:15:08 → 00:15:11ด้วยให้ได้รับเค้าเรียกวิตามินดีอ่า
00:15:12 → 00:15:16วิตามินดีเรามาดูกันว่าวิตามินดีเนี่ยเรา
00:15:16 → 00:15:19ได้จากไหนได้บ้างนะคะวิตามินดีจะอยู่ใน
00:15:19 → 00:15:24ไข่แดงนะคะน้ำมันตับปลานะคก็คือปลาเอ่อ
00:15:24 → 00:15:28จากทะเลน้ำลึกปลาแซลมอนปลาทูน่านะคะปลาทู
00:15:28 → 00:15:31ได้หมดเลยเห็ดนางฟ้านะคะเห็ดหอมสด
00:15:31 → 00:15:34อันเนี้ยเป็นแหล่งของวิตามินดีชั้นยอดเลย
00:15:34 → 00:15:36นะฮะเพราะฉะนั้นร่างกายเราจะสังเคราะห์
00:15:36 → 00:15:40วิตามินดีได้เองวิตามินดีคืออันนี้ค่ะนะ
00:15:40 → 00:15:43ฮะโดยจากการที่เราผ่านทางผิวหนังจากการ
00:15:43 → 00:15:45ที่เราสัมผัสแสงแดดอ่อนๆคือเป็นแสงแดดใน
00:15:46 → 00:15:50ช่วงเช้านะคะช่วงเช้าคือก่อน 10:00 นนะคะ
00:15:50 → 00:15:53ให้ท่านออกไปออกกำลังกายกลางแช่งให้
00:15:53 → 00:15:55สัมผัสแสงแดดเพราะงั้นร่างกายจะ
00:15:55 → 00:15:58สังเคราะห์วิตามินดีได้เองทางผิวหนังนะคะ
00:15:59 → 00:16:02แนะนำให้เดินนะคะหรือวิ่งในช่วงแดดอ่อนๆ
00:16:02 → 00:16:05ก่อน 10:00 นนะคะช่วงเช้าประมาณออกกำลัง
00:16:05 → 00:16:09กายประมาณเอ่อ 30 นาที่ะค่ะให้ออกกำลัง
00:16:09 → 00:16:11กายกลางแจ้งสัมผัสแดดอ่อนๆอย่างเงี้ย
00:16:11 → 00:16:14อย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์นะคะเพื่อ
00:16:14 → 00:16:17เป็นการให้ร่างกายเราสร้างวิตามินดีตาม
00:16:17 → 00:16:21ธรรมชาติวิตามินดีจะกับแคลเซียมทำงาน
00:16:21 → 00:16:24เนี่ยเขาจะทำงานเสริมกันนะคะช่วยให้
00:16:24 → 00:16:27แคลเซียมเราเนี่ยเสริมสร้างให้แคลเซียม
00:16:27 → 00:16:30เนี่ยมันผลิตได้ได้ดีขึ้นนะคะให้มวล
00:16:30 → 00:16:32กระดูกแข็งแรงมากขึ้นนะคะเพราะฉะนั้นเรา
00:16:33 → 00:16:35จะต้องรับประทานวิตามินดีในปริมาณที่
00:16:35 → 00:16:39เหมาะสมร่วมกันนะคะกับวิตามินดีนะคะ
00:16:39 → 00:16:42แคลเซียมและวิตามินดีจะทำนานร่วมกันนะคะ
00:16:42 → 00:16:45ทำให้มวลกระดูกแข็งแรงมากขึ้นทำงานกัน
00:16:45 → 00:16:48เป็นทีมนะคะเพราะฉะนั้นตอนนี้ท่านมีความ
00:16:48 → 00:16:51รู้และและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้
00:16:51 → 00:16:53เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้กระดูกของท่าน
00:16:53 → 00:16:57พรุนเปราะบางแตกง่ายนะคะได้แก่พวกอะไร
00:16:57 → 00:17:00บ้างหลีกเลี่ยงพวกอาหารเค็มที่ปรุงด้วย
00:17:00 → 00:17:05เกลือนะคะอ่อแล้วก็พวกชากาแฟคาเฟอีนนะคะ
00:17:05 → 00:17:08ไม่ควรทานมากเกินไปทาน 1 แก้วพอช่วงเช้า
00:17:08 → 00:17:12นะคะเพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกายนะ
00:17:12 → 00:17:15คะหลีกเลี่ยงน้ำอัดลมนะคะหลีกเรี่ยว
00:17:15 → 00:17:19แอลกอฮอล์เบียร์แล้วก็งดบุหรี่นะคะเพราะ
00:17:19 → 00:17:21ว่าสิ่งเหล่านี้มันจะทำให้กระดูกเราบางลง
00:17:21 → 00:17:25เปลาะบางแตกง่ายนะคะทีนี้เรามาดูกันค่ะ
00:17:25 → 00:17:28ถ้าสมมุติว่าเราทานสารอาหารตามธรรมชาติ
00:17:28 → 00:17:29แล้วเนี่ย
00:17:29 → 00:17:32ไม่เพียงพอหรือว่าบางท่านเนี่ยไม่สามารถ
00:17:32 → 00:17:35หาสารอาหารตามธรรมชาติทานได้ในชีวิชีวิต
00:17:35 → 00:17:39ประจำวันอีกทางเลือกหนึงก็คืออาหารเสริม
00:17:39 → 00:17:42ที่ผลิตออกมานะคะเป็นอาหารเสริมที่มี
00:17:42 → 00:17:45แคลเซียมเพราะงั้นเราจะมีวิธีการเลือกยัง
00:17:45 → 00:17:48ไงแคลเซียมที่เป็นอาหารเสริมเนี่ยจะมี
00:17:49 → 00:17:50ส่วนประกอบเพราะงั้นก่อนที่ท่านจะรับ
00:17:50 → 00:17:54ประทานให้ท่านดูที่ส่วนประกอบข้างขวดของ
00:17:54 → 00:17:57ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมว่าเป็นแคลเซียมชนิด
00:17:57 → 00:18:00ไหนนะคะแบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลักๆนะคะแบ่ง
00:18:00 → 00:18:04ออกเป็น 3 ชนิดหลักๆชนิดแรกคือแคลเซียม
00:18:04 → 00:18:08คาร์บอเนตชนิดนี้เนี่ยจะดูดซึมเข้าสู่
00:18:08 → 00:18:11ร่างกายเราได้แค่ 10% ดูดซึมได้น้อยที่
00:18:11 → 00:18:16สุดนะคะทำจากพวกกระดูกสัตว์นะฮะอ่อมันจะ
00:18:16 → 00:18:21ละลายค่อนข้างยากนะคะอันเนี้ยดูดซึมยาก
00:18:21 → 00:18:23ดูดซึมได้น้อยถูกมั้ยฮะเพราะว่ามันละลาย
00:18:23 → 00:18:26ยากได้ยด้วยนะและทำให้เกิดปัญหาหินปูน
00:18:26 → 00:18:30สะสมเกิดเป็นนิ่วที่ไต่ตามมาได้อันนี้ไม่
00:18:30 → 00:18:33แนะนำนะฮะชนิดที่ 2 ค่ะชนิดที่ 2 คือ
00:18:33 → 00:18:36แคลเซียมซิเตรตนะฮะเห็นใช่มั้ยคะอันนี้
00:18:36 → 00:18:42ดูดซึมได้ 50% โดยมากจะทำมาจากนมนะฮะต้อง
00:18:42 → 00:18:45รับประทานพร้อมอาหารเพราะดูดซึมได้ดี
00:18:45 → 00:18:48พร้อมอาหารนะคะทำงานได้ดีเมื่อมีกรดใน
00:18:48 → 00:18:51กระเพาะอาหารหลั่งออกมาเพราะงั้นต้องทาน
00:18:51 → 00:18:55พร้อมอาหารดูดซึมได้ไม่หมดมักจะเกิดการ
00:18:55 → 00:18:59สะสมเป็นหินปูนด้วยเห็นเป็นหินปูนได้นะคะ
00:18:59 → 00:19:02เพราะงั้นแคลเซียมที่เป็นอาหารเสริมที่
00:19:02 → 00:19:04เราแนะนำให้รับประทานและให้ท่านอ่านที่
00:19:04 → 00:19:08ฉลากข้างขวดก่อนทุกครั้งคือชนิดที่ 3 ค่ะ
00:19:08 → 00:19:12ชนิดนี้แคลเซียม
00:19:12 → 00:19:16Late ชนิดนี้นะคะแนะนำให้รับประทานค่ะ
00:19:16 → 00:19:21เพราะว่าดูดซึมได้มากถึง 90% นะคะทำมาจาก
00:19:21 → 00:19:24ข้าวโพดค่ะโมเลกุลจะมีขนาดเล็กนะคะละลาย
00:19:24 → 00:19:28น้ำได้ง่ายดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเข้าสู่
00:19:28 → 00:19:31กระแสเลือดได้ดีที่สุดมากที่สุดนะคะให้
00:19:31 → 00:19:35ทานตอนท้องว่างจึงจะดูดซึมได้ดีนะคะไม่
00:19:35 → 00:19:37ต้องอาศัยกรดในกระเพาะอาหารเพราะงั้นทาน
00:19:37 → 00:19:40ได้ในตอนช่วงท้องว่างเลยและที่สำคัญคือ
00:19:40 → 00:19:44ไม่เกิดการสะสมเป็นหินปูนในร่างกายนะคะ
00:19:44 → 00:19:48อันนี้สำคัญมากไม่ทำให้เกิดปัญหานิ่วในไต
00:19:48 → 00:19:51เพราะงั้นเน้นย้ำอีกครั้งนะคะอาหารเสริม
00:19:51 → 00:19:56แคลเซียมที่แนะนำให้รับประทานให้ท่านอ่าน
00:19:56 → 00:20:00ฉลากข้างขวดก่อนรับประทานทุกครั้งชนิดที่
00:20:00 → 00:20:03แนะนำคือแคลเซียม
00:20:03 → 00:20:07แอตเพราะดูดซึมได้ดีที่สุดและไม่เกิด
00:20:07 → 00:20:11ปัญหาการสะสมหินปูนไม่ทำให้เกิดนิ่วในไต
00:20:11 → 00:20:14นะคะเพรางั้นแนะนำชนิดนี้ให้ท่านจำชื่อ
00:20:14 → 00:20:17ไว้เลยนะคะคือแคลเซียม
00:20:17 → 00:20:21แอตนะคะอ่าตอนนี้ท่านรู้แล้วค่ะมีความรู้
00:20:21 → 00:20:24ในการดูแลตัวเองแล้วนะคะเพราะฉะนั้นถ้า
00:20:24 → 00:20:27ไม่อยากกระดูกพรุ่นไม่อยากมีปัญหากระดูก
00:20:27 → 00:20:31เปราะบางแตกง่ายตอนที่เราอายุมากขึ้นแนะ
00:20:31 → 00:20:35นำให้ทานสารอาหารที่มีแร่ธาตุแคลเซียม
00:20:35 → 00:20:39ตั้งแต่ก่อนวัยอายุ 30 ปีค่ะเพื่อเสริม
00:20:39 → 00:20:42สร้างกระดูกและฟันและระบบต่างๆของร่างกาย
00:20:42 → 00:20:45ให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์และแข็งแรงนะคะ
00:20:45 → 00:20:47เพราะงั้นวันนี้ค่ะท่านมีความรู้ในการดู
00:20:47 → 00:20:50แลตัวเองแล้วนะคะหวังว่าทุกท่านจะมี
00:20:50 → 00:20:54สุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจค่ะเราเน้น
00:20:54 → 00:20:57ที่การส่งเสริมป้องกันก่อนป่วยเป็นโรคนะ
00:20:57 → 00:21:00คะขอให้ทุกท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกาย
00:21:00 → 00:21:05และใจและมีวิธีคิดแบบเติบโตค่ะหมออินทิรา
00:21:05 → 00:21:08ค่ะจะมาพบกับทุกท่านนะคะทุกวันพฤหัสบดี
00:21:08 → 00:21:11และวันอาทิตย์ท่านสามารถติดตามกันได้นะคะ
00:21:11 → 00:21:15และสามารถสอบถามหรือปรึกษาหมอได้เลยค่ะ
00:21:15 → 00:21:18เพียงแค่เพิ่มเพื่อนนะคะมาที่ QR Code
00:21:18 → 00:21:22นี้ค่ะหรือมาที่ LINE @d อินธิรานะคะหมอ
00:21:23 → 00:21:26จะเป็นหมอประจำตัวคุณค่ะสามารถดูแลคุณได้
00:21:26 → 00:21:29ตลอดทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าคุณอยู่ที่ใดบน
00:21:29 → 00:21:34โลกใบนี้ค่ะความสุขของคุณให้หมออินทิรา
00:21:34 → 00:21:57ช่วยดูแลพบกันใหม่ครั้งหน้าสวัสดี
00:21:57 → 00:22:01ค่ะ JA