00:00:06 → 00:00:11[เพลง]
00:00:11 → 00:00:14รายการที่จะมาพูดคุยเรื่องราวของสุขภาพ
00:00:14 → 00:00:17และแบ่งปันประสบการณ์จากแพทย์ผู้เชี่ยว
00:00:17 → 00:00:20ชาญในสาขาต่างๆของคณะแพทยศาสตร์
00:00:20 → 00:00:24มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
00:00:24 → 00:00:29เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มได้จากตัวเรา
00:00:29 → 00:00:33สวัสดีค่ะขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ฟัง for
00:00:33 → 00:00:36Health podcast อยู่กับดิฉันฟ้า
00:00:36 → 00:00:38ธัญลักษณ์สุดสวยนักประชาสัมพันธ์คณะ
00:00:38 → 00:00:42แพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้ฟังทุก
00:00:42 → 00:00:44ท่านคะวันนี้เรื่องที่เราจะมาพูดคุยกันนะ
00:00:44 → 00:00:48คะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโรคไตค่ะโรคใกล้ตัว
00:00:48 → 00:00:51ที่คนไทยเป็นกันเยอะมากเลยนะคะสำหรับคำ
00:00:51 → 00:00:54ว่ากินเค็มแล้วระวังจะเป็นโรคไตประโยคนี้
00:00:54 → 00:00:56เชื่อว่าหลายคนเนี่ยต้องเคยได้ยินคำพูด
00:00:56 → 00:00:59นี้นะคะแต่โรคนี้นะคะไม่ได้เข้ามาโจมตี
00:00:59 → 00:01:02เราเฉพาะผู้ที่ทานรสเค็มเพียงอย่างเดียว
00:01:02 → 00:01:05นะคะเพราะโรคนี้สามารถเกิดจากหลายสาเหตุ
00:01:05 → 00:01:08ได้ค่ะซึ่งมาจากการใช้ชีวิตประจำวันของ
00:01:08 → 00:01:11เรานั่นเองค่ะส่งผลทำให้เราเป็นโรคร้าย
00:01:11 → 00:01:13นี้ได้เช่นกันดังนั้นค่ะวันนี้เราจึงนำ
00:01:13 → 00:01:17เรื่องของโรคไตมาพูดคุยกันเรามาทำความรู้
00:01:17 → 00:01:20จักนะคะว่าโรคไตเนี่ยคืออะไรแล้วปัจจัย
00:01:20 → 00:01:22เสี่ยงอะไรล่ะที่ทำให้คนๆนึงเป็นโรคนี้
00:01:22 → 00:01:25ได้รวมถึงอาการค่ะอาการเริ่มต้นสามารถ
00:01:25 → 00:01:29สังเกตได้ไหมและมีการรักษาอย่างไรบ้างใน
00:01:29 → 00:01:32ปัจจุบันซึ่งผู้ที่จะมาให้ข้อมูลกับเรานะ
00:01:32 → 00:01:34คะท่านก็พร้อมที่จะพูดคุยกับผู้ฟังทุก
00:01:34 → 00:01:37ท่านแล้วค่ะขอต้อนรับอาจารย์นายแพทย์
00:01:37 → 00:01:41ดิเรกบรรจักรอาจารย์พิเศษหน่วยวิชาโรคไต
00:01:41 → 00:01:43ภาควิชาอายุรศาสตร์คณะแพทยศาสตร์
00:01:43 → 00:01:46มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์
00:01:46 → 00:01:49หมออาจารย์หมอคะเหมือนทุกๆปีเนี่ยเขาจะมี
00:01:49 → 00:01:52การรณรงค์เกี่ยวกับเรื่องของวันไตรโลก
00:01:52 → 00:01:56ซึ่งจะจัดขึ้นยังไงบ้างค่ะปกติวันใจโลกก็
00:01:56 → 00:01:59สมาคมทางแพทย์ที่ดูแลรักษาวันแต่โลกเขาก็
00:01:59 → 00:02:03จะให้อยากจะให้มีความตระหนักในสังคมว่าไต
00:02:03 → 00:02:07หรือหลังเนี่ยนะมันพบบ่อยแล้วก็เป็น
00:02:07 → 00:02:10อันตรายสำคัญก็คือบางอย่างรักษาได้ในกฎ
00:02:10 → 00:02:14หมายของว่าถ้าเราสามารถเขาอยากจะตรวจพบคน
00:02:14 → 00:02:18ไข้โรคไตแต่เนิ่นๆเพราะว่าโรคไตเป็นโรค
00:02:18 → 00:02:20ที่ไม่ค่อยแสดงอาการจนกว่าตัวเองจะเสีย
00:02:20 → 00:02:24การทำงานไป 8-90% เพราะฉะนั้นกว่าที่จะมี
00:02:24 → 00:02:27อาการของโรคไตจริงๆจะบวมจะปัสสาวะไม่ออก
00:02:27 → 00:02:31ออกน้อยหายใจเหนื่อยกินข้าวไม่ได้เนี่ย
00:02:31 → 00:02:34เขาจะเลยเลยกว่าที่จะดึงกลับได้เพราะ
00:02:34 → 00:02:38ฉะนั้นคุณหมอเขาก็อยากขอเจอคนไข้ที่รู้
00:02:38 → 00:02:40ว่าเป็นโรคไตตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อที่จะได้
00:02:40 → 00:02:44ช่วยกันป้องกันความเสี่ยงป้องกันความรุน
00:02:44 → 00:02:47แรงก้าวหน้าของโรคเพื่อที่จะให้สามารถที่
00:02:48 → 00:02:51จะรักษาได้บ้างหยุดหยุดมันได้ชะลอความ
00:02:51 → 00:02:54เสื่อมได้หรือว่าบางอย่างก็สามารถที่จะ
00:02:54 → 00:02:57รักษาให้ให้กลับไปมีสุขภาพชีวิตที่ดีแล้ว
00:02:57 → 00:02:59ก็ที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือการที่เราเป็น
00:02:59 → 00:03:01โรคไตเรื้อรังเนี่ยเราจะมีความเสี่ยง
00:03:01 → 00:03:04เสี่ยงอะไรเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัย
00:03:04 → 00:03:07อันควรซึ่งส่วนใหญ่แล้วมาจากโลกหัวใจและ
00:03:07 → 00:03:10หลอดเลือดดังนั้นโรคไตเรื้อรังก็จะมีเป็น
00:03:10 → 00:03:14ความเสี่ยงโดยตรงที่ตัวเจ้าของจะมีโรคหัว
00:03:14 → 00:03:16ใจและหลอดเลือดง่ายขึ้นและโรคนั้นเองฮะก็
00:03:16 → 00:03:19สูญเสียชีวิตง่ายเช่นกันถ้าไม่รู้เป็นโรค
00:03:19 → 00:03:21ไตก็จะเป็นโรคหัวใจและระลึกโดยไม่รู้ตัว
00:03:21 → 00:03:25ได้เช่นเดียวกันมันๆก็จะเชื่อมโยงกันซึ่ง
00:03:25 → 00:03:27เขาก็จัดขึ้นเพื่อจะรณรงค์มาให้คนให้เขา
00:03:27 → 00:03:29เป็นคนป่วยเนี่ยก็จะได้รู้ในเรื่องของการ
00:03:30 → 00:03:32รักษาส่วนใครที่ยังไม่เป็นเนี่ยก็จะได้
00:03:32 → 00:03:35ตระหนักรู้ว่าการที่จะทำยังไงให้เราห่าง
00:03:35 → 00:03:38ไกลจากโลกนี้เราสามารถทำได้ใช่ไหมคะถ้า
00:03:38 → 00:03:40เกิดเป็นมาแล้วเนี่ยบางทีมันมันทุกอย่าง
00:03:40 → 00:03:43ยากไปหมดเหมือนถ้าเกิดรู้ก่อนแต่การที่จะ
00:03:43 → 00:03:47คือป้องกันไม่ให้คนคนหนึ่งได้เป็นโรคไตใน
00:03:47 → 00:03:50การที่คนเราจะป่วยได้เป็น dece เป็นโรค
00:03:50 → 00:03:53ได้เนี่ยเขาจะต้องผ่านความเสี่ยงคือ
00:03:53 → 00:03:55เสี่ยงที่จะเป็นโรคและเสี่ยงไม่ผ่านก็เลย
00:03:55 → 00:03:58เป็นโรคจริงๆนั้นก็จะไปขอเจอกันก่อนที่
00:03:58 → 00:04:02กลุ่มเสี่ยงแล้วก็หยุดเขาไปแค่เออเป็น
00:04:02 → 00:04:04กลุ่มเสี่ยงนะคุณมีประวัติครอบครัว
00:04:04 → 00:04:08เป็นโรคไตก็ป้องกันไม่ให้ได้เป็นโรคไตก็
00:04:08 → 00:04:12คุยกันรักษาดูแลกันได้เท่านั้นหรือคุณมี
00:04:12 → 00:04:15ความเสี่ยงจากการที่เป็นผู้สูงอายุคือผู้
00:04:15 → 00:04:18สูงอายุเนี่ยมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไต
00:04:18 → 00:04:21มากขึ้นเพราะว่าไตเสื่อมลงตามอายุที่เกิด
00:04:21 → 00:04:25ขึ้นถ้าแก่ขึ้นผมบอกว่าอายุเกิน 40 ขึ้น
00:04:25 → 00:04:28ไปไตเป็นขาลงแล้วเพราะฉะนั้นถ้าเกิดผู้
00:04:28 → 00:04:32สูงอายุในถ้าอายุ 75 ปีขึ้นไปมีโอกาสเป็น
00:04:32 → 00:04:36โรคเป็นโรคไตเยอะมากเพราะฉะนั้นถ้าเกิด 64
00:04:36 → 00:04:3865 ปีขึ้นไปก็เป็นแล้ว
00:04:38 → 00:04:41นะคะกลุ่มผู้ฟังหลายท่านอาจจะไม่ตรงกับ
00:04:41 → 00:04:44กลุ่มนะวันนี้ขอแคชของเราอาจจะเป็นกลุ่ม
00:04:44 → 00:04:46วัยรุ่นหรือว่าไปทำงานอาจจะคิดว่าเอ๊ะเรา
00:04:46 → 00:04:49เนื้อห่างไกลจากโลกนี้แน่นอนวันนี้จะมา
00:04:49 → 00:04:51พูดคุยกันค่ะว่าเราห่างไกลจริงหรือเปล่า
00:04:51 → 00:04:53ก่อนอื่นอยากมารู้เรื่องพื้นฐานก่อนค่ะ
00:04:53 → 00:04:57ว่าไตของเราเนี่ยทำหน้าที่อะไรบ้างคะแต่
00:04:57 → 00:05:00ก็มีหน้าที่หลักๆ 3 เรื่องอย่างง่ายๆเลย
00:05:00 → 00:05:03ก็คือเรื่องของอันดับแรกคือการขับถ่ายของ
00:05:03 → 00:05:05เสียที่ละลายน้ำได้
00:05:05 → 00:05:09ออกไปกับน้ำปัสสาวะคือกำจัดของเสียเป็น
00:05:09 → 00:05:11เวดโปรดักส์ของเสียที่ละลายน้ำได้ที่ใช้
00:05:11 → 00:05:15ไตพึ่งขับออกเป็นหลักก็จะมีของเสียที่มา
00:05:15 → 00:05:19จากการกินโปรตีนเนื้อสัตว์กับเกลือ
00:05:19 → 00:05:21โซเดียมซึ่งโซเดียมที่เกินเนี่ยร่างกายจะ
00:05:21 → 00:05:24ต้องขับออกและที่ขับออกก็จะต้องผ่าไปกับ
00:05:24 → 00:05:27น้ำปัสสาวะค่ะโปรตีนที่กินไปแล้วย่อยสลาย
00:05:27 → 00:05:31ของเสียที่เกิดขึ้นจากการเอาโปรตีนไปใช้
00:05:31 → 00:05:33แล้วเนี่ยโดยมากเป็นกรดด้วยนะเป็นกรดโดย
00:05:33 → 00:05:36เขาจะต้องออกทางน้ำประตูก็จะฝากมานี้
00:05:36 → 00:05:38เพราะฉะนั้นเวลาเราเป็นโรคไตเขาจะให้เรา
00:05:38 → 00:05:41ลดโปรตีนลดเกลือลดเค็มอย่างนี้กับนาย
00:05:41 → 00:05:43อัตโนมัติอันนี้ก็เป็นเป็นหน้าที่ข้อที่ 1
00:05:43 → 00:05:46ก็คือกำจัดอันที่ 2 เนื่องจากว่ามันเป็น
00:05:46 → 00:05:50การขับน้ำส่วนเกินในร่างกายออกก็คือเวลา
00:05:50 → 00:05:54เรากินน้ำกินอาหารที่น้ำเกิดก็น้ำส่วนที่
00:05:54 → 00:05:56กินเกินเข้ามาก็จะออกทางทางปัสสาวะเพราะ
00:05:56 → 00:05:59ไม่งั้นถ้าไม่ออกเราก็จะบวมขึ้นเรื่อยๆ
00:05:59 → 00:06:02แต่การที่ขับน้ำปัสสาวะเพื่อรักษาสมดุล
00:06:02 → 00:06:05ของน้ำของตัวเองเนี่ยในน้ำปัสสาวะนั้นนอก
00:06:05 → 00:06:09จากจะมีของ
00:06:09 → 00:07:05[เพลง]
00:07:05 → 00:07:09เกี่ยวกับกระดูกอันนี้คนไข้โรคไตเรื้อรัง
00:07:09 → 00:07:12ที่มีปัญหากันไหมของไตเสื่อมมักจะมีปัญหา
00:07:12 → 00:07:14เรื่องของกระดูกร่วมด้วยอันที่ 2 ก็
00:07:14 → 00:07:17เกี่ยวกับฮอร์โมนฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับ
00:07:17 → 00:07:19การควบคุมความดันสารน้ำและเกลือแร่ในร่าง
00:07:19 → 00:07:23กายก็คือกลุ่มของระบบ rainins นี่เป็น
00:07:23 → 00:07:26ศัพท์ทางการแพทย์มันก็เป็นตัวที่จะรักษา
00:07:26 → 00:07:30ความดันสารน้ำและเกลือแร่ด้วยสวนกับข้อ 1
00:07:30 → 00:07:34ข้อ 2 และอันที่ 3 ก็คือฮอร์โมนที่
00:07:34 → 00:07:36กระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดง
00:07:36 → 00:07:38เนี่ยผลิตที่ไตเพราะฉะนั้นถ้าเป็นโรคไต
00:07:38 → 00:07:41ที่เสื่อมมากๆก็จะมีภาวะโลหิตจางร่วมด้วย
00:07:42 → 00:07:46เพราะฉะนั้นก็คือกำจัดเวดโปรดักส์ 2 ควบ
00:07:46 → 00:07:49คุมสารน้ำและเกลือแร่กรดด่างในร่างกาย
00:07:49 → 00:07:51ความดันปริมาณน้ำอันที่ 3 ก็เกี่ยวกับ
00:07:51 → 00:07:54ต่อมไร้ท่อค่ะก็เหมือนได้ทบทวนเลยนะคะ
00:07:54 → 00:07:58เพราะเราอาจจะสิ่งสำคัญ
00:07:58 → 00:08:01ได้ทุกอายุไม่ใช่ว่าเด็กแล้วจะเป็นไม่ได้
00:08:01 → 00:08:04การที่เราบอกว่าถ้าเป็นผู้ใหญ่เขาก็สำรวจ
00:08:04 → 00:08:08มาประมาณ 10% ของของผู้ใหญ่อายุ 15 ปี
00:08:08 → 00:08:13ขึ้นไปเนี่ยนะมีโอกาสมีโอกาสเพราะฉะนั้น
00:08:13 → 00:08:15เนี่ยมาถึงตรงนี้เพื่อฟังหลายท่านกำลัง
00:08:15 → 00:08:18ฟังฟัง podcast ตอนนี้อยู่อาจจะคิดว่าใน
00:08:18 → 00:08:20มุมที่เรามองว่ามันไกลตัวอาจจะไม่ใช่เลย
00:08:20 → 00:08:25ค่ะแล้วสำหรับโรคไตเกิดจากอะไรคะการที่
00:08:25 → 00:08:28เขาทำงานมากมายอย่างที่บอกไปตัวเนื้อ
00:08:28 → 00:08:31เยื่อที่ประกอบขึ้นเป็นไตเนี่ยมันมันมี
00:08:31 → 00:08:34หลากหลายมากมีทั้งกลุ่มกลุ่มแรกก็คือเป็น
00:08:34 → 00:08:38กลุ่มที่ทำหน้าที่การกรองน้ำเลือดที่จะ
00:08:38 → 00:08:40สร้างน้ำปัสสาวะนะก็คือพยายามที่จะกรอง
00:08:40 → 00:08:43น้ำออกจากเลือดเพื่อที่จะเป็นจุดเริ่มต้น
00:08:43 → 00:08:46ของการสร้างปัสสาวะแล้วก็หลังจากนั้นภาย
00:08:46 → 00:08:49ในท่อฝอยเล็กๆของไตก็จะจัดการเกี่ยวกับ
00:08:49 → 00:08:52สมดุลของเกลือแร่กรดด่างอย่างที่บอกเขาจะ
00:08:52 → 00:08:54มีหน้าที่และเนื้อเยื่อของไตก็นอกจากจะ
00:08:54 → 00:08:56เป็นเส้นเลือดที่จะต้องเอาเลือดเข้าเอา
00:08:56 → 00:09:00เลือดออกจากตายเป็นท่อนำน้ำปัสสาวะที่ได้
00:09:00 → 00:09:03จากไตออกมานอกร่างกายก็ยังมีเนื้อเยื่อ
00:09:03 → 00:09:05ที่ทำหน้าที่แบบเนี้ยเพราะฉะนั้นเวลาจุด
00:09:05 → 00:09:08ที่จะป่วยเนี่ยมันเป็นได้หมดเลยเส้นเลือด
00:09:08 → 00:09:12ที่เข้าใจไม่ดีเจ็บป่วยก็เป็นถือว่าเป็น
00:09:12 → 00:09:16โรคไตตัวกรองเจ็บป่วยถูกทำร้ายมีการ
00:09:16 → 00:09:20อักเสบมีการอะไรก็ถือว่าเป็นโรคไตปัสสาวะ
00:09:20 → 00:09:23ที่สร้างเสร็จแล้วออกนอกไตไม่ได้มีการอุด
00:09:23 → 00:09:25กั้นเป็นนิ่ว
00:09:25 → 00:09:27มีเนื้องอกมีอะไรก็เป็นโรคไตเหมือนกัน
00:09:27 → 00:09:31เป็นฝีติดเชื้อเป็นถุงน้ำเนื้อเยื่อหรือ
00:09:31 → 00:09:35ว่าแม้แต่กายภาพอาจจะปกติแต่เซลล์เซลล์ใน
00:09:35 → 00:09:38แต่ละจุดของไตเนี่ยมันจะหลากหลายมากหน่วย
00:09:38 → 00:09:40ไตเนี่ยแต่ละข้างเนี่ยมันจะมีหน่วยทำงาน
00:09:40 → 00:09:43ประมาณ 1 ล้านที่เล่าให้ฟังนะว่าแล้วแต่
00:09:43 → 00:09:45ละส่วนก็ทำงานต่างๆกันและมีเนื้อเยื่อ
00:09:45 → 00:09:48ต่างๆกันและแต่ละแต่ละจุดก็จะมีโรคของตัว
00:09:48 → 00:09:52เองแต่ละเซลล์แต่ละชนิดมันก็เลยทำให้ชื่อ
00:09:52 → 00:09:54ว่าเป็นโรคไตเนี่ยก็จะเยอะมากถามว่าโรคไต
00:09:54 → 00:09:57คำเดียวเนี่ยมันมีแยกย่อยๆว่าลูกไก่จาก
00:09:57 → 00:09:59อะไรเยอะแยะมากตามตามเนื้อเยื่อตามโครง
00:10:00 → 00:10:03สร้างตามเลือดเข้าเลือดออกทางเดินปัสสาวะ
00:10:03 → 00:10:05ที่ตัวเองผ่านมาก็ทำให้เหมือนว่าโรคไต
00:10:05 → 00:10:08ทำไมเจอบ่อยเพราะว่ามันมีมันมีจุดที่ย้ำ
00:10:08 → 00:10:11ทำให้ป่วยเยอะมากมันก็เลยเหมือนกับว่าเจอ
00:10:11 → 00:10:12เยอะขึ้น
00:10:12 → 00:10:15ก็เหมือนความเกี่ยวข้องกับตัวของไตเนี่ย
00:10:15 → 00:10:18ค่อนข้างจะเยอะเขาค่อนข้างมาเสร็จยังเป็น
00:10:18 → 00:10:22อวัยวะที่มหัศจรรย์มากทำหน้าที่เยอะดู
00:10:22 → 00:10:25เหมือนกองเลือดสร้างน้ำปัสสาวะง่ายๆแต่ใน
00:10:25 → 00:10:27ความง่าย
00:10:27 → 00:10:31ก็หนักมากไปเขาก็ไม่ไหวเขาก็จะป่วยง่าย
00:10:31 → 00:10:34หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปก็มีจุดที่จะทำ
00:10:34 → 00:10:37ให้ยาหรือสารพิษนั้นๆทำร้ายไตได้
00:10:37 → 00:10:40อาจารย์หมอคะก็อยากจะรู้ค่ะว่ามันมี
00:10:40 → 00:10:42พฤติกรรมเสี่ยงอะไรนำหรือเปล่าให้คนๆนึง
00:10:42 → 00:10:45เนี่ยต้องมาเป็นโรคนี้หรือคนที่ดูแล
00:10:45 → 00:10:49สุขภาพอย่างดีมีโอกาสจะเป็นโรคไตได้ไหม
00:10:49 → 00:10:53เรื่องของความเสี่ยงในสำคัญที่ทางหมอโรค
00:10:53 → 00:10:56ไตหรืออะไรเนี่ยอย่างอยากจะให้สังคมได้มี
00:10:56 → 00:10:58ความถนัดในเชิงของการป้องกันเพราะเราตั้ง
00:10:58 → 00:11:01รับรักษาโรคไตมันก็เติมเต็มยังไงก็จะไม่
00:11:01 → 00:11:04พอทั้งบุคลากรทั้งงบประมาณอะไรต่างๆก็
00:11:04 → 00:11:07มุ่งไปที่ว่าเออทำยังไงไม่ให้เป็นคนไข้
00:11:07 → 00:11:09ป่วยเป็นโรคไตจะง่ายกว่าก็มองหากลุ่ม
00:11:09 → 00:11:13เสี่ยงการเสี่ยงเนี่ยมี 2 แบบเนาะความ
00:11:13 → 00:11:15เสี่ยงบางอย่างเกิดขึ้นแล้วไม่หายไปเช่น
00:11:15 → 00:11:19เรามีประวัติครอบครัวที่เป็นโรคไตคนๆนั้น
00:11:19 → 00:11:22ก็ถือว่ามีความมีประวัติก็ถือว่ามีความ
00:11:22 → 00:11:25เสี่ยงกับการด้วยหรือว่าเกี่ยวกับจีน
00:11:25 → 00:11:28เกี่ยวกับสายพันธุ์เชื้อชาติเพศอันที่ 2
00:11:28 → 00:11:32ก็คือความแก่
00:11:32 → 00:11:36อายุใช้งานเหมือนกันพออายุเกิน 40 ก็จะ
00:11:36 → 00:11:39เป็นขาลงเพราะฉะนั้นเขาก็จะเริ่มเสื่อมพอ
00:11:39 → 00:11:42ถ้าเราอายุยืนไปเราก็จะมีโอกาสเสี่ยงเป็น
00:11:42 → 00:11:44โรคไตมากขึ้นเรื่อยๆโดยอายุเท่านั้นแหละ
00:11:44 → 00:11:49นะอายุ 60 ถึง 75 74 อาจจะมีโอกาสเป็น
00:11:49 → 00:11:52หนึ่งในสี่หนึ่งในแต่ถ้าเกิด 75 ขึ้นไปก็
00:11:52 → 00:11:5550 50 เลยเพราะฉะนั้นคือเสื่อมจะอายุ
00:11:55 → 00:11:58ด้วยแล้วถ้ายิ่งป่วยก็ไปก็จะยิ่งชัดค่ะ
00:11:58 → 00:12:02ถ้าเป็นผู้สูงอายุแล้วมีโรคประจำตัวก็จะ
00:12:02 → 00:12:04เสี่ยงมากนะงั้นเรื่องของอายุเรื่องของ
00:12:04 → 00:12:07เพศเรื่องของเชื้อชาติเรื่องของประวัติ
00:12:07 → 00:12:09ครอบครัวนี้เป็นความเสี่ยงที่ที่แก้ไม่
00:12:09 → 00:12:11ได้เพราะว่ามันยังไงเราก็ไม่สามารถแก้ไข
00:12:11 → 00:12:14พวกแก้ได้ก็คือความเสี่ยงที่กันได้ก็คือ
00:12:14 → 00:12:17ยังเรื่องของการสูบบุหรี่เรื่องของรักษา
00:12:17 → 00:12:20ตัวเองไม่ให้น้ำหนักเกินไม่ให้เป็นโรค
00:12:20 → 00:12:22อ้วนไม่ให้ไขมันในเลือดสูงไม่ให้เป็นความ
00:12:22 → 00:12:26ดันสูงไม่ให้เป็นเบาหวานไม่ให้โลหิตจาง
00:12:26 → 00:12:29อะไรเงี้ยก็คือไม่ให้มีโรคเรื้อรังที่
00:12:29 → 00:12:32จำเป็นที่จะต้องใช้ยาบางอย่างเยอะเกินไป
00:12:32 → 00:12:36อย่างเช่นเป็นโรคปวดโรคข้อเสื่อมแล้วก็
00:12:36 → 00:12:38ต้องไปกินยาแก้ปวดเป็นประจำยาแก้ปวดบาง
00:12:38 → 00:12:40อย่างก็
00:12:40 → 00:12:44จะใช้ก็จะทำลายใจเพราะว่าจะได้ยินค่ะใคร
00:12:44 → 00:12:48ก็ใครๆมักจะพูดกันว่าอุ้ยยานี้กินนานๆ
00:12:48 → 00:12:51หรือยาแรงแบบนี้ระวังไตทำงานหนักนะอันนี้
00:12:51 → 00:12:54คือตรงเลยใช่ไหมคะเพราะว่าอย่าอย่าบาง
00:12:54 → 00:12:57อย่างก็ยาก็จะเป็นดาบสองคมอยู่แล้วคมนึง
00:12:57 → 00:13:00ก็ใช้ในการรักษาอีกคนนึงก็อาจจะบาดตัวเอง
00:13:00 → 00:13:02แต่อย่าบางอย่างก็โดยเฉพาะพวกยากลุ่มยา
00:13:03 → 00:13:05แก้ปวดบางชนิดเนี่ยก็จะก็จะทำร้ายใจซะ
00:13:06 → 00:13:10ส่วนมากการใช้ช่วงระยะเวลาสั้นๆ 3 วัน 5
00:13:10 → 00:13:12วันแล้วก็เลิกไปหยุดไปก็ไม่เป็นไรกลุ่ม
00:13:12 → 00:13:15นี้ก็มักจะเป็นกับคนที่มีอาการเจ็บป่วย
00:13:15 → 00:13:18เรื้อรังเช่นโรคข้อเสื่อมกระดูกเสื่อม
00:13:18 → 00:13:21กระดูกสันหลังข้อเข่าข้ออะไรซึ่งเขาต้อง
00:13:21 → 00:13:24ไปทำงานแล้วเขาก็ต้องพึ่งยาแก้ปวดกินยา
00:13:24 → 00:13:26แก้ปวดแล้วก็จะไปทำงานได้เขาก็จะเริ่มติด
00:13:26 → 00:13:29ถ้าไม่ได้กินเขาก็จะไปทำงานไม่ได้เขาก็จะ
00:13:29 → 00:13:32ปวดก็จะใช้เป็นประจำวันนี้ก็ขึ้นอยู่กับ
00:13:32 → 00:13:36โดสก็คือกินเยอะและกินนานก็จะทำให้เสี่ยง
00:13:36 → 00:13:39มากแต่ถ้าเกิดปวดไปเล่นกีฬาบาดเจ็บกินยา
00:13:39 → 00:13:42แก้ปวดแก้อักเสบแค่ 3 วัน 5 วันแล้วก็
00:13:42 → 00:13:44หยุดไปหายไปด้วยกันนะไม่เป็นไรกินเป็น
00:13:44 → 00:13:47เดือนเป็นปีแล้วนี่มีโอกาสแล้วนอกจาก
00:13:47 → 00:13:49เรื่องของการใช้ยาแล้วค่ะมีความเสี่ยง
00:13:49 → 00:13:51พฤติกรรมมีความเสี่ยงอื่นอีกไหมคะอยากใน
00:13:51 → 00:13:54กลุ่มของวัยรุ่นวัยทำงานเองเนี่ยเสี่ยง
00:13:54 → 00:13:56อะไรที่เราจะไปทำร้ายไตได้ไวค่ะอาจารย์ขา
00:13:57 → 00:14:00ก็คือในๆปัจจุบันเนี่ยสังคมประเทศไทย
00:14:00 → 00:14:03เนี่ยมีพฤติกรรมที่คล้ายประเทศที่พัฒนา
00:14:03 → 00:14:07แล้วอยู่อย่างนี้นะคะเรื่องของการเจ็บ
00:14:07 → 00:14:09ป่วยนี่แหละเบอร์ 1 ของโรคไตเรื้อรัง
00:14:09 → 00:14:12เนี่ยเหมือนกับประเทศที่พนันแล้วก็คือเบา
00:14:12 → 00:14:14หวานเบอร์ 2 ก็คือความดันเหมือนกันเลย
00:14:14 → 00:14:18แล้วก็สิ่งที่จะมาจากทำให้เกิดเบาหวานและ
00:14:18 → 00:14:21ความดันเยอะก็คือมาจากอาหารการกินการที่
00:14:21 → 00:14:25ไม่ดูแลสุขภาพกินกินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ
00:14:25 → 00:14:30ทำให้ตัวเองน้ำหนักเกินนะไขมันขึ้นได้รับ
00:14:30 → 00:14:33เกลือโซเดียมมากเกินไปอะไรพวกนี้ก็เลยทำ
00:14:33 → 00:14:36ให้ไตทำงานหนักมีโอกาสเป็นคนอ้วนมีโอกาส
00:14:36 → 00:14:40เป็นคนเป็นเบาหวานได้ง่ายแม้อายุน้อยๆ
00:14:40 → 00:14:43อยู่แล้วก็มีโอกาสความดันโลหิตสูงเป็นจุด
00:14:43 → 00:14:47ที่เป็นความเสี่ยงแรกเลยที่ให้ค่อนข้าง
00:14:47 → 00:14:50Healthy Lifestyle ก็คือต้องฟิตต้อง
00:14:50 → 00:14:53Active ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอควบคุม
00:14:53 → 00:14:55น้ำหนักตัวเองไม่ให้เข้าเกณฑ์น้ำหนักเกิน
00:14:55 → 00:14:58หรืออ้วนคือพยายามรักษาไอเดียบอดี้เวทค่ะ
00:14:58 → 00:15:01น้ำหนักตัวที่เหมาะสมตามความสูงตามอะไรไป
00:15:01 → 00:15:06แล้วก็เลือกกินอาหารที่สมสัดส่วนไม่มี
00:15:06 → 00:15:09แคลอรี่เกินแล้วก็จัดการอาหารพยายามได้
00:15:09 → 00:15:12แคลอรี่ตามนั้นจะอาหารที่มีประโยชน์โดย
00:15:12 → 00:15:14เฉพาะคาร์โบไฮเดรตก็จริงแต่ถ้าใน
00:15:14 → 00:15:16คาร์โบไฮเดรตนั้นเราเป็นแป้งเป็นน้ำตาล
00:15:16 → 00:15:20มากเกินไปก็จะไม่ดีก็ต้องไปทางผักผลไม้
00:15:20 → 00:15:23อะไรดีกว่าหรือถ้าเป็นโปรตีนโปรตีนจาก
00:15:23 → 00:15:27เนื้อสัตว์เนื้อแดงพวกนี้มันก็จะทำให้มี
00:15:27 → 00:15:30โอกาสที่จะทำให้ไตทำงานหนักเพราะพรุ่งนี้
00:15:30 → 00:15:32จะมีของเสียที่เป็นกรรมต่อกรรมเนี่ยมาก
00:15:32 → 00:15:35มากกว่าเนื้อโปรตีนที่มาจากไข่หรือมาจาก
00:15:35 → 00:15:38พวกปลาพวกโปรตีนสีขาวและอีกอันนึงก็คือ
00:15:38 → 00:15:41เรื่องของโซเดียมที่คนไทยเราเนี่ยอาหาร
00:15:41 → 00:15:44ไทย
00:15:44 → 00:15:47เฉลี่ยนะคนไทยกินกินเกลือโซเดียมหรือว่า
00:15:47 → 00:15:50เกลือแกงโซเดียมคลอไรด์นะฮะมากกว่าที่เขา
00:15:51 → 00:15:54แนะนำ 2 เท่าก็เลยเป็นที่มาของรณรงค์ป้อง
00:15:54 → 00:15:56กันโรคไตก็จะเป็นการรณรงค์รถเข็นครึ่ง
00:15:56 → 00:15:58หนึ่งไปด้วยก็คือตัดเคลมของตัวเองลงครึ่ง
00:15:58 → 00:16:02นึงทุกอย่างส่วนใหญ่แล้วก็เป็นอาหารโดย
00:16:02 → 00:16:04เฉพาะวัยวัยรุ่นเด็กโรงเรียนก็กินอาหาร
00:16:04 → 00:16:07นอกบ้านเป็นหลักเนาะอาหารที่ปรุงสำเร็จ
00:16:07 → 00:16:09เนี่ยอันตราย
00:16:09 → 00:16:12ผมสำเร็จอาหารที่ซื้อกินมักจะมีโหลดความ
00:16:12 → 00:16:15จริงผงชูรสก็โซเดียมกลูตาเมตก็เป็น
00:16:15 → 00:16:19โซเดียมเกลือที่มาไม่ว่าจะเป็นเกลือเป็น
00:16:19 → 00:16:25ปลาร้าส้มตำปูดองของดองต่างๆก็ถือว่าเป็น
00:16:25 → 00:16:29โลโซเดียมหมดนะกินก๋วยเตี๋ยวใส่น้ำจิ้ม
00:16:29 → 00:16:34กินไก่จิ้มซอสเราเพิ่มเข้าไปอีกนะคะมา 1
00:16:34 → 00:16:38ชามเราจะปรุงเข้าไปรสจัดเลยทำอาหารกินที่
00:16:38 → 00:16:39บ้านเนี่ยเราสามารถจับพยายามที่เป็น
00:16:39 → 00:16:41Healthy แล้วแต่ถ้าออกนอกบ้านมันจะคุม
00:16:41 → 00:16:44ยากเพราะเราซื้อเขานะเราก็ไม่รู้เขาใส่
00:16:44 → 00:16:46อะไรบ้างก็ต้องลดตรงนั้นให้เยอะๆแล้วก็
00:16:46 → 00:16:50เฝ้ารองเป็นพิเศษว่าเอ๊ะเราหนักของผง
00:16:50 → 00:16:52สำเร็จของซื้อกินแบบนี้ที่เราไม่รู้สัด
00:16:52 → 00:17:06ส่วนนี้
00:17:06 → 00:17:17[เพลง]
00:17:49 → 00:17:51เพราะฉะนั้นนอกจากเรื่องของอ่าการออก
00:17:51 → 00:17:54กำลังกายอาหารการกินแล้วนะการดื่มน้ำการ
00:17:54 → 00:17:57ที่มีสารน้ำในร่างกายเพียงพอก็สำคัญก็ควร
00:17:57 → 00:17:59จะดื่มน้ำประมาณ 2 ลิตรแต่ว่าถ้าเกิดว่า
00:17:59 → 00:18:03บางบางโอกาสเช่นอากาศร้อนหรือเป็นไข้หรือ
00:18:03 → 00:18:06อะไรยิ่งต้องการน้ำมากกว่าเดิมเพราะ
00:18:06 → 00:18:09ฉะนั้นก็ให้ดูแลรักษาน้ำที่ร่างกายน้ำหอม
00:18:09 → 00:18:12ตัวเองอย่าให้ได้อย่าได้ให้ขาดอย่าให้ขาด
00:18:12 → 00:18:16น้ำสระน้ำนานเกินไปไตก็จะทำงานลำบาก
00:18:16 → 00:18:19อาจารย์หมอคะเราได้ทราบถึงพฤติกรรมเสี่ยง
00:18:19 → 00:18:22ที่อาจจะทำให้ทำร้ายใจเราแล้วค่ะตรงนี้
00:18:22 → 00:18:26อยากรู้ว่าสำหรับมีอาการอะไรนำไหมที่จะทำ
00:18:26 → 00:18:29ให้รู้ว่าคนๆนึงจะเป็นโรคไตค่ะอาจารย์ขา
00:18:29 → 00:18:32ถ้าเกิดเราอยากจะดูว่าถ้าเป็นโรคไตแล้วจะ
00:18:32 → 00:18:35มีอาการอะไรอย่างที่บอกมันค่อนข้างจะช้า
00:18:35 → 00:18:39คือไตมันจะเสียคือไตมันจะทำงานทดแทนให้
00:18:39 → 00:18:42เรากว่าจะบอกว่าไม่ไหวนะเขาจะเสียไป 8-90%
00:18:42 → 00:18:45ไม่อยากให้ถึงจุดนั้นเลยค่ะกว่าเราจะบวม
00:18:45 → 00:18:48กว่าเราจะความดันสูงกว่าเราจะกินข้าวไม่
00:18:48 → 00:18:52อร่อยกว่าเราจะโลหิตจางตามหน้าที่ที่เสีย
00:18:52 → 00:18:54ไปเนาะถ้างั้นไต่เสี่ยเยอะนะเพราะฉะนั้น
00:18:54 → 00:18:58มันก็มันก็เป็นคนที่ไม่รู้เนี่ยมันมันจะ
00:18:58 → 00:19:01เยอะมากเขาถึงว่าต้องไปต้องไปถามตัวเอง
00:19:01 → 00:19:03ว่า 1 เราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหมถ้าเราอยู่
00:19:03 → 00:19:06ในกลุ่มเสี่ยงเช่นเราอายุ 50 ปีเราอยู่ใน
00:19:06 → 00:19:10กลุ่มเสี่ยงละแล้วเราก็ตรวจกันมันของไต
00:19:10 → 00:19:12เป็นประจำความจริงครับโรคไตนี้ตรวจง่าย
00:19:12 → 00:19:16ตรวจเลือดเขาจะตรวจหาระดับเซรั่มกฤษนีน
00:19:16 → 00:19:19ว่าผิดปกติไหมแล้วก็จากที่นี่เขาจะเอาไป
00:19:19 → 00:19:23คำนวณอัตราการกรองโดยประมาณของของไตเขา
00:19:23 → 00:19:26เรียกว่า egfr E ก็คือ estimate
00:19:26 → 00:19:29คุมะฟิตเนชั่นแนลเขาจะไปดูตรงนั้นเสร็จ
00:19:29 → 00:19:31การคำนวณการตรวจวัดตรงนี้สามารถที่จะบอก
00:19:31 → 00:19:34ว่าเป็นโรคไตหรือยังตามตัวเลขตามคำ
00:19:34 → 00:19:38จังหวัดขวางและกระจกปัสสาวะดูว่าปัสสาวะ
00:19:38 → 00:19:41ที่เราออกมาเนี่ยมีเป็นตามปกติหรือว่ามี
00:19:41 → 00:19:44อะไรแปลกปลอมมามีเม็ดเลือดแดงเกินมีเม็ด
00:19:44 → 00:19:49เลือดขาวเกินมีความขุ่นมีตะกอนมีผลนิ่วมี
00:19:49 → 00:19:55โปรตีนรั่วปัสสาวะเป็นฟองปัสสาวะเข้มเกิน
00:19:55 → 00:19:58ข้นเกินหรือเยอะจังเกินมันก็จะการตรวจ
00:19:58 → 00:20:00ปัสสาวะการตรวจเลือดแค่เนี้ยสามารถที่จะ
00:20:00 → 00:20:02บอกได้เป็นโรคไตแล้วถ้ายังไม่เจอ
00:20:02 → 00:20:06หรือว่ายังสงสัยอยู่ก็ไปดูภาพของเนื้อไต
00:20:06 → 00:20:08จากการทำอัลตร้าซาวด์หรือจากการทำ
00:20:08 → 00:20:11เอ็กซเรย์พิเศษบางอย่างก็สามารถที่จะทำ
00:20:11 → 00:20:13แค่นี้ก็จะบอกแล้วว่าเป็นโรคไตหรือเปล่า
00:20:13 → 00:20:15ปลอดจากโรคไตหรือเปล่าหรือว่าเป็นแล้ว
00:20:15 → 00:20:18หรืออะไรอย่างนี้การตรวจสุขภาพประจำปีเรา
00:20:18 → 00:20:20จะมีการตรวจในเรื่องนี้เข้าไปด้วยไหมคะ
00:20:20 → 00:20:23อาจารย์ประจำปีแล้วก็อาจจะไปไม่ถึงถึงการ
00:20:23 → 00:20:26ดูภาพเนาะแต่การตรวจเลือดตรวจปัสสาวะก็ทำ
00:20:26 → 00:20:29ให้ทราบได้เบื้องต้นแล้วนะคะตรงนี้ก็คือ
00:20:29 → 00:20:31ทำให้เราได้ตระหนักเหมือนกันว่าสำหรับใคร
00:20:31 → 00:20:33ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็ไม่เคยได้ตรวจ
00:20:33 → 00:20:35สุขภาพประจำปีเลย
00:20:35 → 00:20:39สำคัญมากๆเพราะว่าการที่เรารู้ก่อนนี้มัน
00:20:39 → 00:20:42ดีที่สุดแล้วนะคะ
00:20:42 → 00:20:45อาจารย์หมอคะมาถึงเรื่องวิธีการรักษาโรค
00:20:45 → 00:20:47ไตในปัจจุบันค่ะผู้ป่วยที่เป็นโรคไตมี
00:20:47 → 00:20:50วิธีการรักษาขั้นตอนไหนบ้างและมีโอกาสหาย
00:20:50 → 00:20:51ไหมคะ
00:20:51 → 00:20:56โรคไตมี 2 มี 2 แบบมนุษย์ในโลกนี้มี 3
00:20:56 → 00:20:58กลุ่มกลุ่มหนึ่งไม่เป็นโรคไตกลุ่ม 2 เป็น
00:20:58 → 00:21:02โรคไตเฉียบพลันที่เขาเรียก acute clinics
00:21:02 → 00:21:04เนาะกลุ่มที่ 3 เป็นโรคไตเรื้อรังคือ
00:21:04 → 00:21:07โคนิจิคำว่าคนในคิ้วต่างกันที่ 3 เดือน
00:21:07 → 00:21:10คิดดีดีซีซก็อาจจะเป็น kidi Damage
00:21:10 → 00:21:15ก็คือพบร่องรอยการบาดเจ็บการทำร้ายไต่แต่
00:21:15 → 00:21:17ถ้าเกิดข้อมูลที่เราตรวจพบนั้นยังไม่ถึง
00:21:17 → 00:21:20ยังไม่เกิน 3 เดือนจะเป็นกลุ่มเฉียบพลัน
00:21:20 → 00:21:23อยู่แต่ถ้าเช่นเราตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ
00:21:24 → 00:21:26พึ่งมาตรวจกับหมอครั้งแรกก็จะเป็นกลุ่ม
00:21:26 → 00:21:29เฉียบพลันก่อนจนกว่าเราจะตามกันไป 3
00:21:29 → 00:21:32เดือนคุณก็ยังโปรตีนรั่วอยู่เหมือนเดิม
00:21:32 → 00:21:34อันนี้คุณเป็นโรคไต
00:21:34 → 00:21:37ตรงที่เวลาเพราะฉะนั้นคนมี 3 กลุ่ม
00:21:37 → 00:21:41นี้ถ้าเกิดว่าถ้าอยู่ใน ak akd คือกลุ่ม
00:21:41 → 00:21:44เฉียบพลันไม่เกิน 3 เดือนนี้เขามีความ
00:21:44 → 00:21:48เชื่อว่าสามารถที่จะกู้กลับไปได้อยู่แต่
00:21:48 → 00:21:51คนที่เคยเป็น akd ครั้งหนึ่งเขามีโอกาส
00:21:51 → 00:21:53ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคไตเรื้อรังในอนาคต
00:21:53 → 00:21:57คือกลุ่มนี้ก็จะถูกติดตามคือถ้าไตวาย
00:21:57 → 00:21:59เฉียบพลันครั้งนึงเนาะ
00:21:59 → 00:22:01ไม่ใช่หายเลย
00:22:01 → 00:22:04เรายังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคไต
00:22:04 → 00:22:07เรื้อรังในอนาคตอยู่วันนี้ก็ต้องติดตาม
00:22:07 → 00:22:10ห้ามห้ามหายไป
00:22:10 → 00:22:13แล้วต้องตามต่อทีนี้ถ้าเกิดว่าเป็นกลุ่ม
00:22:13 → 00:22:15ใจเรื้อรังก็คือถ้าถูกวินิจฉัยก็คือ
00:22:15 → 00:22:18เหมือนศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิตคุณก็จะเป็น
00:22:18 → 00:22:22เหมือนๆเบาหวานความดันคุณก็จะเป็นโรคนั้น
00:22:22 → 00:22:24ตลอดชีวิตแต่แต่อาจจะเป็นช่วงที่ควบคุม
00:22:24 → 00:22:28โรคได้รักษาโรคได้ดึงผลเลือดดึงผลอะไรมา
00:22:28 → 00:22:30กับอยู่ในเกณฑ์ปกติดึงความดันมาอยู่ใน
00:22:30 → 00:22:32เกณฑ์ปกติได้แต่ต้องกินยาต้องคุมอาหารอัน
00:22:33 → 00:22:35นี้ก็คือต้องว่ากันยาในระหว่างที่คนปกติ
00:22:35 → 00:22:37คนหนึ่งตกอยู่ในความเสี่ยงแล้วเสี่ยงไม่
00:22:37 → 00:22:40ผ่านและกลายเป็นดีซิสเป็นโรคขึ้นมาในแต่
00:22:40 → 00:22:45ละโรคก็จะมีสติมีระยะความเสื่อมของเขาจน
00:22:45 → 00:22:48สุดท้ายอวัยวะนั้นจะๆเป็น y คือออร์แกน
00:22:48 → 00:22:52ซีเรียก่อนที่จะเสียชีวิตค่ะก่อนที่จะ
00:22:52 → 00:22:55อย่างโรคไตระยะสุดท้ายของโรคไตเขาเรียก
00:22:55 → 00:22:58ว่าโรคไตวายและสุดท้ายเป็น
00:22:58 → 00:23:01engstenia Excel ที่ดีซี
00:23:01 → 00:23:04ถ้าไม่รักษาถึงจุดนั้นแล้วไม่รักษาเขาจะ
00:23:04 → 00:23:06ถึงแก่กรรมในระยะเวลาสั้นจุดประสงค์ก็คือ
00:23:06 → 00:23:11เราขอขอเจอคนปกติที่อยู่ในความเสี่ยง
00:23:12 → 00:23:14แล้วเราขอเจอเขาตรงนี้เราหยุดเขาอยู่แค่
00:23:14 → 00:23:17นี้ไม่ไปคิดแต่ถ้าเกิดว่าเกิดโชคร้ายมา
00:23:17 → 00:23:20หน่อยก็คือเป็น dece แต่เป็นระยะที่ 1
00:23:20 → 00:23:22ที่ 2 ขอหยุดเขาไว้ตรงนี้แม่ก็ progress
00:23:22 → 00:23:27ไปเป็นระยะสุดท้ายถ้าไปรัชโยธยาจริงๆยืม
00:23:27 → 00:23:29แว่นไม่อยู่ไประยะสุดท้ายเราก็จะมีวัน
00:23:29 → 00:23:33บำบัดทดแทนการบำบัดทดแทนไตก็เป็นการล้าง
00:23:33 → 00:23:36ไตได้หลายๆคือกันด้วยการฟอกเลือดด้วย
00:23:36 → 00:23:38เครื่องไตเทียมหรือการส่วนล้างช่องท้อง
00:23:38 → 00:23:43น้ำยาหรือบางคนโชคดีได้ใจมาปลูกถ่าย
00:23:43 → 00:23:47เปลี่ยนให้จากญาติพี่น้องสายเลือดสาย
00:23:47 → 00:23:49พันธุ์เดียวกันหรือจากผู้บริจาคที่สมอง
00:23:49 → 00:23:53ตายก็สามารถเปลี่ยนสามารถได้ไกลขึ้นมาแต่
00:23:53 → 00:23:55กลุ่มนี้ก็คือยังเป็นเป็นโรคไตเรื้อรัง
00:23:55 → 00:23:58อยู่นะก็คือไม่หายแต่ท่านจะโชคดีได้ใจ
00:23:58 → 00:24:01ใหม่ก็จะดีก็ยืดยืดยืดอายุให้ยาวนานขึ้น
00:24:01 → 00:24:04แล้วก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ใน
00:24:04 → 00:24:07ระหว่างทางที่ผ่านไปสมมุติว่าเราเป็นลบไต
00:24:07 → 00:24:10ระยะที่ 1 กับลบไตระยะที่ 5 ระยะสุดท้าย
00:24:10 → 00:24:13ที่เรียกไตวายเนี่ยนะหมอไม่อยากให้มีโรค
00:24:13 → 00:24:15แทรกซ้อนเกิดขึ้นการมีโรคแทรกซ้อนเกิด
00:24:15 → 00:24:18ขึ้นครั้งหนึ่งเราอาจจะกระโดดจากโรคไต
00:24:18 → 00:24:22ระยะยิ่งไปเป็น 3 หรือบางคนหนึ่งไปเป็น 5
00:24:22 → 00:24:24บางคนหนึ่งแทรกซ้อนครั้งเดียวถึงแก่กรรม
00:24:24 → 00:24:27เลยก็มีเช่นในโลกที่ 1 แล้วก็ดันเป็นโรค
00:24:27 → 00:24:30หัวใจแทรกซ้อนหัวใจขาดเลือดช็อกช่วยไม่
00:24:30 → 00:24:34ฟื้นไม่สามารถกลับมาได้ก็ข้ามสเต็ปไปเลย
00:24:34 → 00:24:37อันนี้ก็ถึงแก่กรรม
00:24:37 → 00:24:40ถึงวิธีการรักษาเราไม่อยากถึงจุดนั้นเลย
00:24:40 → 00:24:44ผู้ฟังหลายท่านกำลังฟังอยู่แล้วก็กังวลใจ
00:24:44 → 00:24:48มากๆถึงเรื่องเกี่ยวกับโรคไตเขาสามารถ
00:24:48 → 00:24:50ป้องกันตัวเองและคนที่เขารักเนี่ยให้ห่าง
00:24:50 → 00:24:53ไกลจากโลกนี้ได้ไหมคะอยากให้อาจารย์หมอ
00:24:53 → 00:24:57ทิ้งท้ายในรายการค่ะก็คือการที่ใจจะมี
00:24:57 → 00:25:00สุขภาพที่ดีเนี่ยเขาก็ต้องพึ่งต้องให้
00:25:00 → 00:25:03โอกาสเขาได้ทำงานตามปกตินั่นก็คือการ
00:25:03 → 00:25:07รักษาสมดุลของสารน้ำและเกลือแร่คือสิ่ง
00:25:07 → 00:25:09ที่เรารับเข้าไปเนี่ยเราจะต้องดื่มน้ำใน
00:25:09 → 00:25:13ปริมาณที่เพียงพอแล้วก็พอเหมาะพอสมที่ไต
00:25:13 → 00:25:17สามารถทำงานได้สมบูรณ์ไม่หนักเกินไปไม่
00:25:17 → 00:25:19ลำบากเกินไปแล้วก็เราจะต้องไม่โหลดการทำ
00:25:19 → 00:25:23งานของไตด้วยโดยสิ่งที่ไตจะต้องขับออกโดย
00:25:23 → 00:25:26เฉพาะของเสียที่มาจากโปรตีนหรือว่าพวก
00:25:27 → 00:25:30เกลืออันนี้ก็สำคัญมากเพราะว่าไตจะต้อง
00:25:30 → 00:25:33ใช้พลังงานอย่างมากในการขับออกใช้ปริมาณ
00:25:33 → 00:25:36น้ำปัสสาวะอย่างมากในการขับออกเขาก็จะทำ
00:25:36 → 00:25:39งานได้ง่ายขึ้นการที่ตัวเองน้ำหนักเกิน
00:25:39 → 00:25:44แล้วไตมันไม่ได้โตตามตัวนะไตก็จะเป็นไต
00:25:44 → 00:25:46เล็กๆขนาดเท่ากำปั้นของเจ้าของนะอยู่ในคน
00:25:46 → 00:25:49ที่ขนาดตัวใหญ่กว่าเดิมเนี่ยใครจะทำงาน
00:25:49 → 00:25:52ได้สบายกว่ากันกับคนที่ตัวขนาดปกติ
00:25:52 → 00:25:56เพราะฉะนั้นก็คือเรื่องของการกินเข้ามา
00:25:56 → 00:26:01สารน้ำเกลือแร่อาหารที่มีถูกส่วนนะที่ไม่
00:26:01 → 00:26:05ทำให้ไตทำงานหนักแล้วก็น้ำหนักตัวที่ไม่
00:26:05 → 00:26:07เกินอีกอันหนึ่งก็ที่ทำให้ไตทำงานหนักก็
00:26:07 → 00:26:11คือเรื่องของความดันความดันโลหิตนะครับ
00:26:11 → 00:26:14ความดันโลหิตสูงมันก็จะพุ่งเข้าสู่ไตด้วย
00:26:14 → 00:26:17ด้วยแรงดันที่สูงเช่นเดียวกันคนบางคนความ
00:26:17 → 00:26:19ดันโลหิตสูง 200 อะไรครั้งเดียวเนี่ย
00:26:19 → 00:26:22สามารถทำให้ไตกลายเป็นไตเรื้อรังแล้วก็
00:26:22 → 00:26:25วายได้เลยเพราะฉะนั้นเรื่องของความดันกับ
00:26:25 → 00:26:28ไตนี้คู่กันเลยต้องดูคู่กันอีกอันนึงก็
00:26:28 → 00:26:31คือกากน้ำตาลหรือว่าเอ็นโปรดักส์ของน้ำ
00:26:31 → 00:26:34ตาลที่สูงในเลือดเนี่ยเวลาร่างกายไปใช้
00:26:34 → 00:26:37เสร็จมันก็จะเหลือซากของย่อยสลายเราเรียก
00:26:37 → 00:26:39ว่า Action engroduct พวกนี้เป็นพิษต่อ
00:26:39 → 00:26:41เยื่อบุหลอดเลือด
00:26:41 → 00:26:44ในคนไข้เบาหวานก็จะมีปัญหาเรื่องของอ่า
00:26:44 → 00:26:47เยื่อบุหลอดเลือดและไตเนี่ยส่วนหนึ่งตัว
00:26:47 → 00:26:52กระดาษกรองตัวที่ช่วยให้การรับขับของเสีย
00:26:52 → 00:26:56เนี่ยเขาพัฒนามาจากหลอดเลือดฝอย
00:26:56 → 00:27:01ถ้าหลอดเลือดฝอยถูกทำร้ายนอกตายยังไงในไต
00:27:01 → 00:27:03ก็โดนเช่นเดียวยิ่งบางอย่างหรือว่าสารพิษ
00:27:03 → 00:27:06บางอย่างที่จำเป็นต้องออกมากับเลือดแล้ว
00:27:06 → 00:27:09ไปกองไปติดสิ่งแปลกปลอมโรคติดเชื้อไวรัส
00:27:09 → 00:27:13ปาติเคิลหรือซากไวรัสที่เป็นแอนติบอดี้
00:27:13 → 00:27:16มันอาจจะมาติดที่ไตและทำให้เกิดเปลี่ยนไต
00:27:16 → 00:27:19อักเสบวันนี้นะคะโชคดีมากๆค่ะที่เราได้มา
00:27:19 → 00:27:21พูดคุยกับอาจารย์หมอทำให้เราได้เข้าใจถึง
00:27:21 → 00:27:24เรื่องโรคไตนะคะที่เราคิดว่ามันไกลตัว
00:27:24 → 00:27:27จริงๆมันไม่ไกลตัวเราเลยใกล้ตัวมากๆค่ะ
00:27:27 → 00:27:29ต้องขอบพระคุณอาจารย์หมอมากๆเลยนะคะ
00:27:29 → 00:27:31สวัสดีค่ะ
00:27:31 → 00:27:34และขอขอบคุณผู้ฟังทุกท่านที่อยู่ด้วยกัน
00:27:34 → 00:27:37ตรงนี้ค่ะนอกจากนี้นะคะผู้ฟังยังสามารถ
00:27:37 → 00:27:39ติดตามข่าวสารของคณะแพทยศาสตร์
00:27:39 → 00:27:42มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้อีกหลากหลายช่อง
00:27:42 → 00:27:45ทางค่ะไม่ว่าจะเป็นบนเว็บไซต์ Facebook
00:27:45 → 00:27:48YouTube Twitter telegram Instagram
00:27:48 → 00:27:52podcast เพียงพิมพ์คำที่ช่องค้นหาว่าเมท
00:27:52 → 00:27:57cmu นะคะ med cmu เพียงเท่านี้ค่ะก็จะ
00:27:57 → 00:28:00มีข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอีกมากมาย
00:28:00 → 00:28:03เลยค่ะสำหรับวันนี้นะคะต้องลาทุกท่านไป
00:28:03 → 00:28:06ก่อนครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอะไรอย่าลืมติด
00:28:06 → 00:28:07ตามกันต่อนะคะสวัสดีค่ะ
00:28:07 → 00:28:11[เพลง]
00:28:11 → 00:28:16เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มได้จากตัวเรา