00:00:00 → 00:00:03This Is Thai PBS podcast View the
00:00:03 → 00:00:05world vi The
00:00:05 → 00:00:09Voice คนไทยเนี่ยเสียชีวิตจากโรคหัวใจ
00:00:09 → 00:00:12และหลอดเลือดเนี่ยเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คนพบ
00:00:12 → 00:00:15การเสียชีวิตของคนไทยด้วยโรคหัวใจและหลอด
00:00:15 → 00:00:18เลือดมากถึง 70,000 รายกลุ่มโรคหัวใจและ
00:00:18 → 00:00:22หลอดเลือดเนี่ยหัวใจล้มเหลวหัวใจเต้นผิด
00:00:22 → 00:00:26จังหวะหลอดเลือดหัวใจโรคของลิ้นหัวใจรั่ว
00:00:26 → 00:00:30หัวใจตีดกล้ามเนื้อและเยื่อหุ้มหัวใจหัว
00:00:30 → 00:00:34ใจพิการแต่กำเนิดแต่ว่าโรคหลอดเลือดหัวใจ
00:00:34 → 00:00:38ตีบเนี่ยพบได้บ่อยที่สุดเป็นปัญหาสุขภาพ
00:00:38 → 00:00:41ชนิดร้ายแรงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต
00:00:41 → 00:00:45อันดับต้นๆของโลกและของ
00:00:45 → 00:00:49ไทยฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคไทยฟัง
00:00:49 → 00:00:52รายการโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงสถิตพรค่ะ
00:00:52 → 00:00:56This Is to PBS podcast เอาล่ะค่ะ
00:00:56 → 00:00:59คุณผู้ฟังวันนี้มาติดตามรับฟังกันนะคะมา
00:00:59 → 00:01:02เช็คลิสค่ะนะเตรียมไว้เลยว่าคุณผู้ฟังนะ
00:01:02 → 00:01:05วันนี้ที่เราจะฟังเนี่ยมีอาการอะไรยังไง
00:01:05 → 00:01:09มยมาเช็คกันเลยนะคะกับการลดความเสี่ยงโรค
00:01:09 → 00:01:11หลอดเลือดหัวใจตีบเราจะเช็คอาการได้อย่าง
00:01:11 → 00:01:14ไรบ้างเดี๋ยวคุยกับแพทย์หญิงกิตติยาสี
00:01:14 → 00:01:17เลือดฟ้าแพทย์อายุรกรรมฝ่ายการแพทย์ AIA
00:01:17 → 00:01:20ค่ะสวัสดีค่ะคุณหมอคะค่ะสวัสดีค่ะเอาแหละ
00:01:20 → 00:01:22วันนี้เช็คอาการการเตรียมปากกาเตรียม
00:01:22 → 00:01:26กระดาษอุ้ยเช็อ๋อไม่ต้องขนาดนั้นใช่มั้ย
00:01:26 → 00:01:28คะแต่ให้ให้สังเกตหรือดูตัวเองด้วยเนาะ
00:01:28 → 00:01:35ว่าแบบเอ๊สงเป็นหัวจเปล่าใช่ๆนะคะเอาถาม
00:01:35 → 00:01:37เบื้องต้นก่อนเลยด้วยความที่มันเกี่ยวกับ
00:01:37 → 00:01:41เรื่องของโรคหลอดเลือดหัวใจนะหัวใจด้วย
00:01:41 → 00:01:43หลอดเลือดด้วยเนี่ยมันอันเดียวกันมยเนี่ย
00:01:43 → 00:01:47แล้วมันค่ะมีคนเสียชีวิตจากโรคเมากน้อย
00:01:47 → 00:01:51แค่ไหนคน้องรีทราบมว่าคนไทยเนี่ยเสีย
00:01:51 → 00:01:53ชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเนี่ยเฉลี่ย
00:01:53 → 00:01:56ชั่วโมงละ 8 คน
00:01:56 → 00:02:02หืโดยในรายงานของกระทรวงสศุขปี 2565 นะพบ
00:02:02 → 00:02:05การเสียชีวิตของคนไทยด้วยโรคหัวใจและหลอด
00:02:05 → 00:02:09เลือดมากถึง 70,000 รายเฉลี่ยชั่วโมงละ 8
00:02:09 → 00:02:12คนโหเยอะนแล้วก็คาดว่าจะแนวโน้มเพิ่มขึ้น
00:02:12 → 00:02:16ทุกปีุนะคะแต่ว่ากลุ่มหัวใจและหลอดเลือด
00:02:16 → 00:02:19เนี่ยมันไม่ได้หมายถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ
00:02:19 → 00:02:23ตีบอย่างเดียวแ่เราจะให้ความรู้ว่ากลุ่ม
00:02:23 → 00:02:25โรคหัวใจจและหลอดเลือดเนี่ยมันหมายถึง
00:02:25 → 00:02:30อะไรบ้างหัวใจล้มเหลวหัวใจเต้นผิดจังหวะ
00:02:30 → 00:02:34อ๋อโรคหลอดเลือดหัวใจโรคของลิ้นหัวใจรั่ว
00:02:34 → 00:02:39หัวใจตีบกล้ามเนื้อและเยื่อหุ้มหัวใจหัว
00:02:39 → 00:02:42ใจพิการแต่กำเนิดเห็นมั้กลุ่มๆตรงเนี้ยมี
00:02:42 → 00:02:46ตั้งหลายโรคแต่ว่าโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
00:02:46 → 00:02:49เนี่ยพบได้บ่อยที่สุดเป็นปัญหาสุขภาพชนิด
00:02:49 → 00:02:53ร้ายแรงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ
00:02:53 → 00:02:57ต้นๆของโลกและของไทยยใช่อืซึ่งสมัยก่อน
00:02:57 → 00:03:00เนี้ยอาจจะพบมากในวัยสูงอายุแต่ว่า
00:03:00 → 00:03:04ปัจจุบันเนี้ยพบในคนอายุน้อยลงเรื่อยๆนะ
00:03:04 → 00:03:07เพราะว่าอะไรเพราะว่าคนไม่รู้ตัวว่าเป็น
00:03:07 → 00:03:10โรคหลอดเลือดหัวใจตีบนะเพราะว่ามันอาจจะ
00:03:10 → 00:03:15ไม่มีอาการในระยะแรกนะจนมามีเจ็บหน้าอกดน
00:03:15 → 00:03:18หน้าอกแล้วเนี่ยก็หรือว่าหัวใจวายไปแล้ว
00:03:18 → 00:03:21เนี่ยจะถึงรู้ว่าเป็นหลอดเลือหัวใจตีบ
00:03:21 → 00:03:25เพราะฉะนั้นการรู้ทันสาเหตุการอ่าสามารถ
00:03:25 → 00:03:28สังเกตอาการของโรคนี้แต่เนิ่นๆเนี่ยจะ
00:03:28 → 00:03:31ช่วยให้เข้าสู่การรักาได้รวดเร็วขึ้นค่ะ
00:03:31 → 00:03:37ค่ะอืมันเกิดได้เอ่อทุกเพศทุกวัยใช่เออ
00:03:37 → 00:03:41ส่วนใหญ่ไม่ถึงไม่กับทุกวัยก็ผู้ใหญ่จน
00:03:41 → 00:03:43ถึงวัยสูงอายุคราวนี้โรคหลอดเลือดหัวใจ
00:03:43 → 00:03:46ตีบนี่สาเหตุเกิดจากอะไรเกิดจากการที่
00:03:46 → 00:03:49หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
00:03:49 → 00:03:53มันแข็งตัวไงค่ะเนื่องจากการสะสมพอกพูน
00:03:53 → 00:03:55ของไขมันที่ผนังหลอดเลือดท่านผู้ฟังนึก
00:03:55 → 00:03:59ตามไปนะหลอดเลือดนะมันมีหลอดเลือดอยู่อ
00:03:59 → 00:04:03สะสมพอกพูนของไขมันที่ผนังหลอดเลือดแล้ว
00:04:03 → 00:04:06ก็มีสะสมคราผินปูนทำให้หลอดเลือดแดงที่ไป
00:04:06 → 00:04:09เลี้ยงหัวใจเนี่ยตีบแคบลงค่ะปริมาณเลือด
00:04:09 → 00:04:12แดงเนี่ยผ่านได้น้อยทำให้หลอดเลือดเไม่
00:04:12 → 00:04:15สามารถส่งเลือดไปยังหัวใจได้ปกติเลือดไป
00:04:15 → 00:04:18เลี้ยงหัวใจกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลงนะทำ
00:04:18 → 00:04:22ให้หัวใจขาดเลือดหรือตีบแค่มากจนอุดตันไป
00:04:22 → 00:04:25เลยก็จะทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายและ
00:04:25 → 00:04:30ถึงชีวิตอืตีบแล้วก็ตันแล้วก็ตายโอ้ยคือ
00:04:30 → 00:04:33ถ้าอย่างเงี้ยนึกภาพตามอาจจะนึกภาพหลอด
00:04:33 → 00:04:36เลือดไม่ออกอ่ะนึกถึงท่อแล้วกันอ่าท่อปา
00:04:36 → 00:04:39ปลาท่ออะไรเงี้ยมีตะกรันมีอะไรเกราะนู่น
00:04:39 → 00:04:43นี่นั่นแทนที่น้ำจะไหลได้อย่างแรงนะคะตน
00:04:43 → 00:04:45เหมือนตอนที่ซื้อท่อหรือซื้อสายยางใหม่ๆๆ
00:04:45 → 00:04:48อ่ะใช่มั้ยคะมันยังไม่มีอะไรอย่างเงี้ย
00:04:48 → 00:04:51น้ำก็ไหลแรงอยู่นะแต่พอไปสักระยะนึงใช้ไป
00:04:52 → 00:04:55นานๆเนี่ยมันอาจจะมีตะกันหรือมีอะไรมาแบบ
00:04:56 → 00:05:00ทำให้ท่อหรือสายยางหรืออะไรนั้นนตีบแคบลง
00:05:00 → 00:05:02เรื่อยๆน้ำมันไหลถึงแม้เราจะเปิดก๊อก
00:05:02 → 00:05:06เหมือนเดิมแต่ว่าการไหลของน้ำอ่ะมันช้าลง
00:05:06 → 00:05:09มันถูกสกัดกั้นมันถูกอะไรอย่างเงี้ยนะคะ
00:05:09 → 00:05:11ค่ะอืเพราะฉะนั้นหากรู้ตัวว่าเป็นแล้วก็
00:05:11 → 00:05:14จะต้องดูแลตนเองเป็นอย่างดีนะเพื่อยืด
00:05:14 → 00:05:17อายุของคนไข้ให้ยาวขึ้นโอนะด้วยการปรับ
00:05:17 → 00:05:20พฤติกรรมแล้วก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
00:05:20 → 00:05:22อย่างเคร่งครัดอ้าแล้วจะรู้ได้ยังไงทีนี้
00:05:22 → 00:05:25ว่าแบบมีความเสี่ยงหรือเป็นมยอย่างเงี้ย
00:05:25 → 00:05:28ใช่คราวนี้มาชวนเช็คอาการเจ็บหน้าอกแบบ
00:05:28 → 00:05:31ไหนอลองเสี่ยงโลกหลอดเลือดหัวใจจตีบลอง
00:05:31 → 00:05:33เช็คกันดูนะคะว่ามีอาการเหล่านี้หรือ
00:05:33 → 00:05:37เปล่าเป็นยังไงก็คือเจ็บแน่นบริเวณกลางอก
00:05:37 → 00:05:41เจ็บจี๊ดๆอเออทะเลาะกับแฟนเจ็บหน้าอกจี๊ด
00:05:41 → 00:05:44ๆอไม่ใช่แล้วนะคะอันนั้นคนละแบบอ่าคราว
00:05:44 → 00:05:47นี้พอท่านผู้ฟังทราบขึ้นมาะเฮ้ยมันเจ็บ
00:05:47 → 00:05:51แบบไหนเจ็บแน่นบริเวณกลางอกนะในขณะที่หัว
00:05:51 → 00:05:54ใจขาดเลือดชั่วขณะเนี่ยความรู้สึกจะคล้าย
00:05:54 → 00:05:58ถูกบีบรัดมีของหนักมาทับไว้บนอกลักษณะ
00:05:58 → 00:06:02เจ็บของโรคหัวใจอขัดเลือดนะมีลักษณะ
00:06:02 → 00:06:05เหมือนของหนักหนักมาทับไว้กลางอกอือเจ็บ
00:06:05 → 00:06:12ร้าวนะเจ็บร้าวไปถึงไหล่คอคางกามมแขนซ้าย
00:06:12 → 00:06:17หลังได้เจ็บร้าวไปอาการเจ็บโอ้โหอ่าแล้ว
00:06:17 → 00:06:20ก็จะเกิดขึ้นทันทีดันดเลยประมาณ 2-3 นาที
00:06:20 → 00:06:23มักไม่เกิน 15 นาทีนะโดยเฉพาะเวลาที่ต้อง
00:06:23 → 00:06:26ออกแรงหรือออกกำลังอือาการเจ็บหน้าอก
00:06:26 → 00:06:29เนี่ยมักจะบรรเทาลงเมื่อหยุดทำกิจกรรไป
00:06:29 → 00:06:34สักระยะและดีขึ้นเมื่อหยุดพักค่ะแต่อาจจะ
00:06:34 → 00:06:37เจ็บนานกว่า 30 นาทีหากหลอดเลือดหัวใจตีบ
00:06:37 → 00:06:41ขั้นรุนแรงนะอืในบางรายเนี่ยอาจจะมี
00:06:41 → 00:06:44เหงื่อแตกใจสั่นร่วมด้วยอ่าอันนี้มันเป็น
00:06:44 → 00:06:47จุดที่น่าสนใจมากเหมือนกันเพราะว่าบอกว่า
00:06:47 → 00:06:50อาการมันเกิดขึ้นทันที 2-3 นาทีเนี้ยแล้ว
00:06:50 → 00:06:53มันหายไปใช่แล้วเราก็เลยอาจจะไม่ทันได้
00:06:53 → 00:06:55ถูกคิดน่ะว่ามันหลอดเลือดหัวใจตีบหรือ
00:06:55 → 00:06:58เปล่าถูกเพราะว่าแบบเ้าก็มันหายไปแล้วอ่ะ
00:06:58 → 00:07:01ค่ะไม่มีอาการแล้วมันก็จะเป็นบ่อยๆอ๋อแต่
00:07:01 → 00:07:06ความถี่มันก็จะมากขึ้นหรือแบบเอ๊ะทำไมรอบ
00:07:06 → 00:07:09นี้เจ็บนานกว่าเดิมอ้าใช่เจ็บนานมากขึ้น
00:07:09 → 00:07:13เอนะก็ต้องเ็บใจนิดนึงแล้วค่ะนอกจากเจ็บ
00:07:14 → 00:07:17แน่นกลางอกแล้วอ่าาจะมีปวดท้องจุกแน่น
00:07:17 → 00:07:20คล้ายอาหารไม่ย่อยค่ะอ่าอาการขึ้นไส้
00:07:20 → 00:07:25อาเจียนหายใจไม่อิ่มจุกคอหอยจุกใ้ใต้ลิ้น
00:07:25 → 00:07:28ปี่นะคะอาการท้องอืดเฟ้อคล้ายกับโรค
00:07:29 → 00:07:31กระเพาะหรือคือกรดไลย้อนเลยค่ะเออเหมือน
00:07:31 → 00:07:34เลยอ้าวเดี๋ยวเข้าใจผิดเป็นเป็นคิดว่า
00:07:34 → 00:07:37เป็นกรดไลย้อนย้อนเรื่อยๆใช่อาการดัง
00:07:37 → 00:07:41กล่าวเนี่ยที่ที่พูดไปนะคะก็คือจะพบในผู้
00:07:41 → 00:07:45ป่วยที่หัวใจขาดเลือดเรื้อรังนะก็จะมี
00:07:45 → 00:07:48เหนื่อยง่ายแน่นหน้าอกเป็นๆหายๆสัมพันธ์
00:07:48 → 00:07:52กับการออกแรงเช่นอ่าการออกกำลังเดินขึ้น
00:07:52 → 00:07:57บันไดใชนะอาจจะมีร้าวไปที่ไหล่ซ้ายพอนั่ง
00:07:57 → 00:08:00พักเนี่ยอาการก็จะทุเลลง
00:08:00 → 00:08:03บางรายอาจจะเป็นหลังจากทานอาหารทำให้แยก
00:08:03 → 00:08:06ยากจากโรคกระเพาะอ๋อเพราะมันมีการเจ็บแอน
00:08:06 → 00:08:10เอ่อเจ็บแน่นบริเวณกลางอกกรดโรคกรดหลาย
00:08:10 → 00:08:12หลายย้อนก็จะตรงนี้เพราะจุดเดียวกัน
00:08:12 → 00:08:16เหมือนกันใช่อืแต่ว่าเจ็บกลางอกเนี่ยมัน
00:08:16 → 00:08:18จะเหมือนของหนักมาทับไว้นะน่าน่าจะไม่
00:08:18 → 00:08:21ค่อยเหมือนกับกดไหลย้อนนะอาการอาการหนัก
00:08:21 → 00:08:24กว่าต่อไปถ้าขาดเลือดเฉียบพันเลยนะขา
00:08:24 → 00:08:26เลือดเฉียบพลันก็คือเกิดจากไขมันที่เมื่อ
00:08:26 → 00:08:28กี้เราพูดนะที่มันเกาะอยู่ตรงผนังหลอด
00:08:29 → 00:08:33เลือดนะแตกตัวอุ๊ยนะแล้วก็มีลิ่มเลือดอุด
00:08:33 → 00:08:37สอดเลือดหัวใจทันทีทันใดค่ะทำให้หลอด
00:08:37 → 00:08:39เลือดเนี่ยทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจลด
00:08:39 → 00:08:43หรือหยุดชะงักในทันทีก็จะเกิดเจ็บหน้าอก
00:08:43 → 00:08:47แบบทันทีทันใดใจสั่นเวียนศีรษะจะเป็นลม
00:08:47 → 00:08:49ความดันตก
00:08:49 → 00:08:53ชีจรไม่คงที่คือหัวใจเต้นผิดจังหวะะอ่า
00:08:53 → 00:08:56ไม่ได้ตื๊บตื๊บตืบมันก็อาจจะปึ๊บๆๆๆๆหรือ
00:08:56 → 00:08:59อะไรก็ว่าไปกระสับกระส่ายปลายมือปลายเท้า
00:08:59 → 00:09:02เย็นจะเริ่มช็อกละมีเหงื่อออกมากจนมอง
00:09:02 → 00:09:05เห็นชัดโอค่ะนะบางรายก็อาจจะมีหัวใจห้อง
00:09:05 → 00:09:09ล่างซ้ายล้มเหลวมีหอบเหนื่อยหายใจไม่ได้
00:09:09 → 00:09:11เหนื่อยหอบนอนลาบไม่ได้ต้องหนุนหมอนสูง
00:09:11 → 00:09:14หลายใบบางรายอาจจะให้ประวัติว่าหลังจาก
00:09:14 → 00:09:17นอนหลับไปแล้ว 2-3 ชั่วโมงตื่นขึ้นมากลาง
00:09:17 → 00:09:20ดึกเพราะว่ามีอาการหอบเหนื่อยหัวใจเต้น
00:09:21 → 00:09:24ผิดจังหวะอย่างรุนแรงซึ่งเป็นผลมาจากภาวะ
00:09:24 → 00:09:27หัวใจที่ล้มเหลวอืบางลายก็เป็นลมหมดสติ
00:09:27 → 00:09:31หัวใจหยุดเต้นเสียชีวิตทันทีโอนะคะค่ะอื
00:09:31 → 00:09:33เอ่อบางรายอาจจะมีประวัติเจ็บหน้าอกเป็น
00:09:33 → 00:09:36เป็นพักๆมาก่อนหลายสัปดาห์โดยไม่พบความ
00:09:36 → 00:09:40ผิดปกติมาก่อนเลยก็ได้ค่ะค่ะหือมันเป็น
00:09:40 → 00:09:43เรื่องที่แบบว่าเล่นๆไม่ได้เลยนะเนี่ย
00:09:43 → 00:09:45เกี่ยวกับหัวใจเนี่ยานี้สิ่งสำคัญที่เรา
00:09:45 → 00:09:49เจอบ่อยคือคนสคนแข็งแรงเลยเล่นตีเทนนิส
00:09:49 → 00:09:53เล่นกีฬาตลอดออกกำลังกายอยู่ดีๆก็เป็น
00:09:53 → 00:09:57อาการอย่างเงี้ยคาสนามเทนนิสเลยส่งโรง
00:09:57 → 00:10:00พยาบาลไม่ทันด้วยซ้ำนะใช่มั้ยคะนักกีฬา
00:10:00 → 00:10:03ทั้งนั้นเลยนะใช่ค่ะใช่อาจจะด้วยความที่
00:10:03 → 00:10:05เอ่อ
00:10:05 → 00:10:08ใช้ใช้มากเกินหมายถึงว่าใช้กำลังพลังมาก
00:10:08 → 00:10:11เกินไปดหรือเปล่าแล้วการเต้นหัวใจไม่ทัน
00:10:11 → 00:10:14หรือเปล่าใช่มีแล้วก็มันมันเลือดไปเลี้ยง
00:10:14 → 00:10:16ไม่พอออกซิเจนมันเวลาออกกำลังมันต้องใช้
00:10:17 → 00:10:19ออกซิเจนเพิ่มไงแล้วก็เลือดก็ไปเลี้ยงไม่
00:10:19 → 00:10:22พออยู่แล้วเนี่ยก็จะยิ่งทำให้อาการเป็น
00:10:22 → 00:10:25หนักเลยแล้วที่ตะที่เสียชีวิตทันทีก็คือ
00:10:25 → 00:10:31หัวใจเต้นผิดจังหวะอือือมันทำให้เกิดหมด
00:10:31 → 00:10:35สติไปหรือว่าออเนี่ยส่งโรงพยาบาลไม่ทัน
00:10:35 → 00:10:39เลยคือเคยเห็นแบบว่าบางคนแบบหยุดวิ่งๆ
00:10:39 → 00:10:41อย่างเล่นฟุตบอลเตะฟุตบอลอยู่ปึ๊บวิ่งๆ
00:10:41 → 00:10:45อยู่ปุ๊บล้มไปเลยใช่ล้มไปเลยอันนี้ก็คือ
00:10:45 → 00:10:47ไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้เขาอาจจะมีเจ็บ
00:10:47 → 00:10:50หน้าอกเป็นๆหายๆอะไรอยู่แล้วแต่ว่าไม่ไม่
00:10:50 → 00:10:53ไม่ได้สนใจที่จะตรวจเช็คอ๋อก็เราก็คิดว่า
00:10:53 → 00:10:55เราก็แข็งแรงอยู่ไงเนาะเพราะเราออกกำลัง
00:10:55 → 00:10:59กายเล่นกีฬาอยู่เนาะอ้าทีนี้ก็ต้องมาแบบ
00:10:59 → 00:11:02มาเช็คปัจจัยเสี่ยงกันมยอ่าคราวนี้ท่าน
00:11:02 → 00:11:07ผู้ฟังดูซิอ่ามีมีเอ่ออาการที่เราพูดไป
00:11:07 → 00:11:10ถึงมยโอ้ไม่มีโอ้ฉันยังแข็งแรงอ่าโอเค
00:11:10 → 00:11:14งั้นเรามาเช็คปัจจัยเสี่ยงกันนะว่ามี
00:11:14 → 00:11:17ปัจจัยเสี่ยงใช้ชีวิตอย่างไรเร่งภาวะหลอด
00:11:17 → 00:11:20เลือดหัวใจตีบอ่าปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้นะ
00:11:20 → 00:11:22คะ
00:11:22 → 00:11:25พันธุกรรมพันธุกรรมนี่สำคัญมากเลยนะคนที่
00:11:25 → 00:11:28มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหล่อดเลือดหัวใจ
00:11:28 → 00:11:32ตีบนะอืหรือเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบตั้งแต่
00:11:32 → 00:11:35อายุยังน้อยอายุยังน้อยคือน้อยกว่า 65
00:11:35 → 00:11:38เอ้ย 55 ปีในผู้ชายหรือว่า 65 ปีในผู้
00:11:38 → 00:11:41หญิงเนี่ยจะเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นค่ะ
00:11:41 → 00:11:44แล้วก็คนที่เป็นครอบครัวที่มีไขมันใน
00:11:44 → 00:11:47เลือดสูงชนิดถ่ายทอดทางพันธุกรรมอืเช่น
00:11:47 → 00:11:51อะไรมีประวัติเอ่อญาติในครอบครัวเสีย
00:11:51 → 00:11:54ชีวิตปัจจุบันทันด่วนด้วยโรคหัวใจเนี่ย
00:11:54 → 00:11:59ประวัติโรคหัวใจจหรือไขมันสูงไขมันสูงใน
00:11:59 → 00:12:02ในครอบครัวเนี่ยพวกนี้สูงจริงๆเช่นสมมุติ
00:12:02 → 00:12:05ไตรกีเซอไรสูงเป็น 500 700 อะไรแบบนี้
00:12:05 → 00:12:09ค่ะซึ่งรถพยายามลดอาหารยังไงก็ลดยากลดยาก
00:12:09 → 00:12:13อันเนี้ยสำคัญเป็นปัจจัยเสี่ยงมากออ๋อก็
00:12:13 → 00:12:15ต้องอาจจะต้องสืบสาวกันไปว่าในครอบครัวมี
00:12:15 → 00:12:19มั้ยใช่แล้วก็ถ้าคือออกกำลังยังไงก็ไม่ลง
00:12:19 → 00:12:22เนี่ยไขมันเนี่ยต้องต้องพึ่งยาล่ะค่ะค่ะ
00:12:22 → 00:12:25ถึงจะปลอดภัยอืนะอ่ะในเรื่องของพันธุกรรม
00:12:25 → 00:12:29ต่อไปเพศผู้ชายมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรก
00:12:29 → 00:12:32หัวใจมากกว่าเดีใจมั้ยไม่ไม่ดีใจหรอกไม่
00:12:32 → 00:12:35ควดีใจอ๋อเสียใจด้วยนะคะเพราะอายุเพิ่ม
00:12:35 → 00:12:37มากขึ้นอ่ะอายุเพิ่มมากขึ้นเนี่ยมีโอกาส
00:12:37 → 00:12:40เสี่ยงกับโรคหัวใจมากขึ้นโดยเฉพาะผู้หญิง
00:12:40 → 00:12:43เอ่าคราวนี้ไม่ต้องไม่ต้องดีใจะว่าผู้ชาย
00:12:43 → 00:12:46ก็เป็นเยอะผู้หญิงเนี่ยความเสี่ยงก็จะ
00:12:46 → 00:12:49เพิ่มชัดเจนหลังวัยหมดประจำเดือนจ้าอ่า
00:12:49 → 00:12:54อ่าอายุนะต่อไปปัจจัยที่ควบคุมได้คือพอจะ
00:12:54 → 00:12:56รักษาช่วยมันได้ก็คือคนที่มีโรคประจำตัว
00:12:56 → 00:13:01ไงเบาหวานความดันค่ะไขมันโรคอ้วนไตเสื่อม
00:13:01 → 00:13:04ก็มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
00:13:04 → 00:13:07ค่ะนะอย่างความดันเนี่ยความดันที่ไม่
00:13:07 → 00:13:09สามารถควบคุมได้เนี่ยปล่อยให้การปล่อยให้
00:13:09 → 00:13:12ความดันสูงอยู่เป็นเวลานานเนี่ยจะทำให้
00:13:12 → 00:13:15หัวใจทำงานหนักนะเพื่อสูบฉีดเลือดมา
00:13:15 → 00:13:19เลี้ยงร่างกายกล้ามเนื้อหัวใจจะหนาหัวใจ
00:13:19 → 00:13:23จะโตแล้วก็หลอดเลือดตีบแข็งและอุดตันค่ะ
00:13:23 → 00:13:26หัวใจจะขาดเลือดแล้วก็นำไปสู่ภาวะหัวใจ
00:13:26 → 00:13:31ล้มเหลวในที่สุดอืก็มีมีหลายหลายคนที่
00:13:31 → 00:13:34เห็นนะคะคือเป็นความดันแล้วเนี่ยยังไงก็
00:13:34 → 00:13:40ไม่ยอมทันยาฉันก็จะลดน้ำหนักจะลดอาหารลด
00:13:40 → 00:13:45เค็มอะไรคือบางคนเนี่ยก็สำเร็จก็มีมีอยู่
00:13:45 → 00:13:47ที่ที่สำเร็จไม่ต้องพึ่งยาแต่บางคนเนี่ย
00:13:47 → 00:13:52ยังไงมันก็สูงอ่ะอืสูงยังไงก็ไม่ทานยาพอ
00:13:52 → 00:13:54ความดันควบคุมไม่ได้เป็นยังไงล่ะอย่างที่
00:13:54 → 00:13:58บอกหัวใจจทำงานหนักขึ้นใช่ไหมอืก็เสี่ยง
00:13:58 → 00:14:01กับหัวใจขาดเลือดมากขึ้นนะคะค่ะคนที่เป็น
00:14:01 → 00:14:04ความดันแล้วไม่รักษาอ๋อเพราะเคคิดว่า
00:14:04 → 00:14:07อย่างที่บอกพูดหลายหนแล้วกินยาแล้วทำให้
00:14:07 → 00:14:11ไตเสื่อมก็มันมีผทำให้เป็นโรคไตผลระยะยาว
00:14:12 → 00:14:14ใช่มั้ยคะก็เลยค่ะเค้าคิดว่าอย่างงั้นเค
00:14:14 → 00:14:17คิดว่าอย่างงั้นเเลยไม่กินยาความดันนะต่อ
00:14:17 → 00:14:20ไประดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงก็เหมือนกัน
00:14:20 → 00:14:23เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจนะฮะ
00:14:23 → 00:14:27แน่นอนซึ่งก็มีหลายคนไม่ยอมทันยาเหมือน
00:14:27 → 00:14:29กันก็พยายามที่จะ
00:14:29 → 00:14:33ปรับอาหารก็ดีอ่ะก็ปรับพฤติกรรมอ่ะใช่แต่
00:14:33 → 00:14:37บางคนปรับยังไงก็ไม่ลงอืโดยเฉพาะที่ไขมัน
00:14:37 → 00:14:41สูงจากพันธุกรรมเนี่ยลดยากมากต้องพึ่งยา
00:14:41 → 00:14:46ค่ะก็ก็ถ้าจำเป็นก็ต้องกินนะอือโรคต่างๆ
00:14:46 → 00:14:48ทั้งหลายเบาหวานโรคอ้วนอะไรพวกนี้ความ
00:14:48 → 00:14:52เสี่ยงหมดนะคะต้องรักษานะคะต่อไป
00:14:52 → 00:14:55ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองใหญ่เป็นยังไงความ
00:14:55 → 00:14:59เครียดสิเราเครียดมั้ยสูบบุหรี่มั้ยไม่
00:14:59 → 00:15:02ออกกำลังเลยนะคะใช่ๆพฤติกรรมสูบบุหรี่
00:15:03 → 00:15:04เป็นยังไงคนที่สูบบุหรี่เนี่ยมีความ
00:15:04 → 00:15:07เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจมากกว่าผู้ไม่
00:15:07 → 00:15:10สูบบุหรี่ 2-4 เท่าเลยนะค่ะ 2-4 เท่าเลย
00:15:10 → 00:15:13เพราะว่าสารนิโคตินเนี่ยจะทำให้หลอดเลือด
00:15:13 → 00:15:16หดตัวแล้วก็ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เนี่ยจะ
00:15:16 → 00:15:20ทำลายเยื่อบุชั้นในของผนังหลอดเลือดหัวใจ
00:15:20 → 00:15:23อนะก็เลยเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ยง่า
00:15:23 → 00:15:25แต่ต่อให้ไม่สูบเนี่ยได้กลิ่นก็ไม่ไหว
00:15:25 → 00:15:29แล้วค่ะแปบเดียวก็ระคายเคืองแล้วเนี่ยค่ะ
00:15:29 → 00:15:32พฤติกรรมการกินอาหารโภชนาการที่เกินพอดี
00:15:32 → 00:15:35นะอาหารจันด่วนที่เต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัว
00:15:35 → 00:15:39นะคะทำให้น้ำหนักเกินค่ะการบริโภคไขมัน
00:15:39 → 00:15:43ทานเกลือน้ำตาลอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง
00:15:43 → 00:15:47นะไม่ออกกำลังกายความเครียดค่ะความเครียด
00:15:47 → 00:15:50ก็จะส่งผลไปกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ
00:15:50 → 00:15:53ที่กระตุ้นหัวใจและหลอดเลือดอีกทีนึงก็
00:15:53 → 00:15:56เพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจได้มาก
00:15:56 → 00:15:59ขึ้นโอ้โหปับเปลี่ยนพฤติกรรมเถอะถ้าอย่าง
00:15:59 → 00:16:02ค่ะหลายอย่างคือเราสามารถยังยังพอที่จะ
00:16:02 → 00:16:06เอ่อไม่เค้าเรียกอะไรอ่ะยังไม่ถึงถ้าบาง
00:16:06 → 00:16:08คนยังไม่ได้เยอะแต่ว่าส่วนใหญ่มันจะมี
00:16:08 → 00:16:10อาการแล้วไงใช่คราวนี้ท่านผู้ฟังที่ฟัง
00:16:10 → 00:16:14เราเนี่ยโอ้ส่วนใหญ่ซักอย่างน้อย 80 90%
00:16:14 → 00:16:17ยังไม่มีอาการพวกนี้หรอกแฟังดูละคราวนี้
00:16:17 → 00:16:20ไปไอ้นี่เลยกาการก็ไม่มีโรคเรื้อรังก็ไม่
00:16:20 → 00:16:24มีเออแต่ไลฟ์สไตล์นี่โอมีหลายอย่างนะเรา
00:16:24 → 00:16:27ต้องปรับพฤติกรรมใช่มั้ยคราวเนี้ยเอาล่ะ
00:16:27 → 00:16:29ท่านผู้ฟังที่ยังไม่มีอาการเรามาคัดกรอง
00:16:29 → 00:16:32กันซิค่ะเป็นไงมีความเสี่ยงมั้ยทำอะไรได้
00:16:32 → 00:16:36บ้างอือ่ะก็เจาะเลือดตรวจร่างกายประจำปี
00:16:36 → 00:16:41ดูไขมันอาจจะตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจคนที่ไม่
00:16:41 → 00:16:44มีอาการอะไรเลยเนี่ยตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
00:16:44 → 00:16:47เนี่ยอาจจะไม่พบความผิดปกติเลยถึงแม้จะมี
00:16:47 → 00:16:49หลอดเลือดหัวใจติบเพราะว่าคลื่นหัวใจ
00:16:49 → 00:16:52เนี่ยเขาจะดูได้แต่อัตราแล้วก็จังหวะการ
00:16:52 → 00:16:55เต้นของหัวใจว่ามีความผิดปกติมั้ยแต่คน
00:16:55 → 00:16:59ที่กำลังเจ็บหน้าอกอยู่เนี่ยถ้าตรวจขึ้น
00:16:59 → 00:17:03ไฟฟ้าหัวใจเนี่ยจะเห็นกราฟผิดปกติได้ค่ะ
00:17:03 → 00:17:07จะเห็นหัวใจเต้นผิดจังหวะได้อืก็จะเห็น
00:17:07 → 00:17:11สาเหตุของการเจ็บหน้าอกได้ค่ะแต่คนที่
00:17:11 → 00:17:15ตรวจขึ้นหัวใจแล้วปกติก็ไม่ได้หมายความ
00:17:15 → 00:17:18ว่าคุณไม่มีโรดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเข้า
00:17:18 → 00:17:21ใจมั้ยอือาจจะมีความเสี่ยงอยู่ก็ได้แต่
00:17:21 → 00:17:26แค่ยังไม่มีอาการก็เป็นไปได้อีกใช่ค่ะต่อ
00:17:26 → 00:17:32ไปคนที่ไม่มีอาการก็ถ้ากลัวมากมีสตางค์
00:17:32 → 00:17:35นิดหน่อยมากขึ้นอีกหน่อยก็ไปตรวจสมรรถภาพ
00:17:35 → 00:17:39ของหัวใจขณะเดินสายพานอ๋อเเรียกเดินสาย
00:17:39 → 00:17:42พานเป็นเทสตรงนั้นแบบเดินสายพานดูแล้วก็ด
00:17:42 → 00:17:45สนติดเครื่องมือติดเครื่องมือแล้วก็เดินๆ
00:17:45 → 00:17:48ๆเดินเหมือนเดินออกกำลังอย่างนี้แหละค่ะ
00:17:48 → 00:17:51เพราะว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออก
00:17:51 → 00:17:55กำลังเนี่ยจะทำให้ประเมินภาวะหัวใจขาด
00:17:55 → 00:17:59เลือดได้นะคะเนื่องจากการเราตรวจไม่พบใช่
00:17:59 → 00:18:02มั้ยขณะร่างกายหยุดพักก็คือทำ ekg เมื่อ
00:18:02 → 00:18:05เมื่อสักครู่นี้ที่บอกเราร่างกายไม่ได้
00:18:05 → 00:18:07ออกกำลังหัวใจมันไม่ได้ต้องการออกซิเจน
00:18:07 → 00:18:10มากขึ้นมันก็เลยตรวจไม่เจอแต่ว่าเวลาเรา
00:18:10 → 00:18:14เดินบนสายพานเนี่ยเาก็จะให้เดินไปเรื่อยๆ
00:18:14 → 00:18:18เดินๆๆเราก็เหมือนกับการออกกำลังใช่มั้ย
00:18:18 → 00:18:21คะแต่แต่มันอยู่กับที่เดินสายพานนะผู้ที่
00:18:21 → 00:18:24มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบเนี่ยเลือดก็จะไป
00:18:24 → 00:18:27เริ่มไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอนะคะ
00:18:27 → 00:18:31ค่ะก็จะทำให้กาฟผิดปกติอืบางคนอาจจะเจ็บ
00:18:31 → 00:18:35หน้าอกจุกแน่นขณะทำการทดสอบได้แต่การเดิน
00:18:35 → 00:18:37สายพานเนี่ยจะไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีโรค
00:18:38 → 00:18:40เกี่ยวกับกระดูกและข้อพวกเขาไม่ดีก็อาจจะ
00:18:40 → 00:18:43เดินสายพานไม่ค่อยสะดวกนะแล้วก็การเดิน
00:18:43 → 00:18:46สายพานเนี่ยจะไม่เห็นโครงสร้างของหัวใจนะ
00:18:46 → 00:18:49ก็จะเห็นกราฟหัวใจว่าขึ้นลงยังไงขึ้นลง
00:18:49 → 00:18:52ยังไงเท่านั้นคราวนี้การตรวจให้ละเอียด
00:18:52 → 00:18:55ขึ้นไปอีกนิดนึงก็คือการตรวจอันซาวหัวใจ
00:18:55 → 00:18:57ด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงหรือเรียก
00:18:58 → 00:19:02เอโคคโแกรมอ่าก็หลักการเดียวกับเราตรวจ
00:19:02 → 00:19:06อุลตร้าซาวด์เด็กนะในในคันคุณแม่เนี่ยก็
00:19:06 → 00:19:09จะเห็นก็ใช้เครื่องอุลตร้าซาวด์ตรววจ
00:19:09 → 00:19:14บริเวณหน้าอกนะคะก็จะเห็นภาพะก็ขนาดการทำ
00:19:14 → 00:19:18งานของหัวใจเห็นการบีบตัวของหัวใจเลยขนาด
00:19:18 → 00:19:21ห้องหัวใจเป็นยังไงการไหลเวียนในหัวใจ
00:19:21 → 00:19:25เป็นยังไงอืการทำงานของลิ้นหัวใจมันเปิด
00:19:25 → 00:19:28ปิดมันรั่วมันตีบยังไงค่ะการดูตำแหน่งของ
00:19:28 → 00:19:32หลอดเลือดต่างๆที่เข้าออกจากหัวใจแต่เอ่อ
00:19:32 → 00:19:35เอโคคกรรมเนี่ยจะดูได้เฉพาะโครงสร้างหัว
00:19:35 → 00:19:39ใจแต่ไม่เห็นเส้นเลือดหัวใจอืไม่เห็นเส้น
00:19:39 → 00:19:44เลือดโอ้ว่ามันตีบมันตันอะไรยังไงอื 3
00:19:44 → 00:19:47วิธีนี้ยังไม่เห็นเส้นเลือดเลยยังไม่เห็น
00:19:47 → 00:19:52นะคะต่อไปวิธีที่ 4 คือการตรวจหา่าผินปูน
00:19:52 → 00:19:55หลอดเลือดหัวใจค่ะอันนี้ก็เป็นวิธีใหม่ก็
00:19:55 → 00:19:59คือทำ CT สแกน CT แคลเซียมสกอก็คือตรวจ
00:19:59 → 00:20:02ปริมาณแคลเซียมที่ผนังหลอดเลือดหัวใจนะ
00:20:02 → 00:20:06โดยใช้ CT สแกนค่ะหาปริมาณแคลเซียมที่
00:20:06 → 00:20:10เกาะภายในผนังหลอดเลือดแดงโดยภาพที่ตรวจ
00:20:10 → 00:20:12เนี่ยจะคมชัดเนื่องจากเครื่องมือมีความ
00:20:12 → 00:20:16เร็วในการจับภาพสูงมากสามารถจับภาพในขณะ
00:20:16 → 00:20:19ที่หัวใจเต้นได้ดีสามารถบอกถึงปริมาณหิน
00:20:20 → 00:20:23ปูนที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจแม้จะ
00:20:23 → 00:20:26มีปริมาณน้อยก็ตามค่ะเพื่อใช้บ่งบอกถึง
00:20:26 → 00:20:29แนวโน้มที่โอกาสที่จะเซหัวใจตีบว่ามีมาก
00:20:29 → 00:20:32น้อยเพียงใดใช้เวลาตรวจประมาณไม่เกิน 15
00:20:32 → 00:20:36นาทีอืถ้าผลที่ตรวจอยู่ได้ระหว่าง
00:20:36 → 00:20:390-400 แสดงว่ามีโอกาสต่ำถึงปานกลางที่จะ
00:20:39 → 00:20:43เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจค่ะถ้ามากกว่า 400
00:20:43 → 00:20:46ขึ้นไปผู้เข้ารับการตรวจอาจมีหลอดเลือด
00:20:46 → 00:20:50ตีบแฝงอยู่ออซึ่งภายในระยะเวลา 2-5 ปี
00:20:50 → 00:20:52เนี่ยจะมีความเสี่ยงที่เกิดหลอดเลือดหัว
00:20:52 → 00:20:56ใจตีบสูงมากกว่าผู้ที่เอ่อแคลเซียมสกรอ
00:20:56 → 00:21:00ไม่ถึง 400 ค่ะคือคือต่อให้ไม่ถึง 400
00:21:00 → 00:21:01ถ้า
00:21:01 → 00:21:05ยังยังใจยเงอยู่ก็ยังได้ยังเกิดได้ยยังใจ
00:21:05 → 00:21:07เย็นอยู่ถ้า 0 ถึง 400 นะแต่ถ้า 400 ขึ้น
00:21:08 → 00:21:11ไปนี่ชักต้องต้องเริ่มระวังละระวังใช่ๆ
00:21:11 → 00:21:13เพะมันจะต้องมีตีบอยู่แต่มันก็ดีตรงที่
00:21:13 → 00:21:16ว่าเราได้รู้นะแล้วก็ลดความเสี่ยงลงอ่ะ
00:21:16 → 00:21:20ใช่ใช่มั้คะเออถ้างั้นก็ไป CT แคลเซียม
00:21:20 → 00:21:25สกอ CT สแกนอันเนี้ยค่ะอนี้มีๆมีหลายโรง
00:21:25 → 00:21:28พยาบาลเอกชนเลยค่ะมันอยู่ในโปรแกรมการ
00:21:28 → 00:21:30ตรวจว่าฉันอยากรู้ว่าฉันเป็นโรคหัวใจมั้ย
00:21:30 → 00:21:34เค้าก็จะมีเนี่ย ekg Eco อะไรพวกนี้
00:21:34 → 00:21:38Exercise Test ค่ะแล้วก็แคลเซียมสกอร์
00:21:38 → 00:21:40แต่แต่จริงๆแล้วเหมือนว่ามันก็ไม่ได้
00:21:40 → 00:21:43จำเป็นที่เราจะต้องไปตรวจทุกคนขนาดนั้น
00:21:43 → 00:21:47น่ะก็บางคนเาบางคนเขาก็อาจจะมีสตางค์พอ
00:21:47 → 00:21:51ที่จะตรวจหรือธุรกิจร้อยล้านพันล้านที่
00:21:51 → 00:21:54ที่เขาจะต้องดูแลสุขภาพของเขามากมายอะไรง
00:21:54 → 00:21:57มีความกังวลเอ๊ะมันมันแค่เอ๊ะแต่เอ๊ะยัง
00:21:57 → 00:22:00ไงใช่หรือเปล่าเพราะว่าโรงบาลเอกชนหลาย
00:22:00 → 00:22:02แห่งก็มีโปรแกรมันนี้แข่งกกันออกมาเยอะ
00:22:02 → 00:22:07แยะมากมายอืแต่ก็ราคาราคาก็เปรียบเทียบ
00:22:07 → 00:22:09กันเดี๋ยวนี้ก็ยังดีเปรียบเทียบได้ก่อนไป
00:22:09 → 00:22:12โรงพยาบาลแต่ละโรงเลยสค่ะค่ะเอาตามความ
00:22:12 → 00:22:17จำเป็นเนาะใช่ทีนี้ถ้าเกิดว่าเอ่อเราก็
00:22:17 → 00:22:20ไม่ได้อยากจะเสี่ยงเนาะแล้วก็ไม่ได้อยาก
00:22:20 → 00:22:22จะเป็นเพราะเป็นแล้วมันอยู่ๆอาการเกิดมา
00:22:22 → 00:22:25ฉันไปเลยขึ้นมาอย่างเงี้ยไม่ทันได้อะไร
00:22:25 → 00:22:29เลยไปแล้วอย่างเงี้ยค่ะครวนี้ท่านผู้ฟัง
00:22:29 → 00:22:32ที่ฟังรายการเราอ้ายังไม่มีอาการอะไรเลย
00:22:32 → 00:22:36นะสักอย่างเดียวแนคิดว่าแข็งแรงตรวจ
00:22:36 → 00:22:41สุขภาพประจำปีก็โอเคอยู่เพราะฉะนั้นการดู
00:22:41 → 00:22:44แลตนเองยังไงเพื่อไม่ให้มีหลอดเลือดหัวใจ
00:22:44 → 00:22:46ตีบอ่าคนที่มี
00:22:46 → 00:22:51พฤติกรรมก็ปรับพฤติกรรมซะงดบุหรี่รดอาหาร
00:22:51 → 00:22:55ที่มีไขมันสูงนะฮะรับประทานอาหารที่พลัง
00:22:55 → 00:23:00งานต่ำกากใยสูงผักผลไม้นะนะลดอาหารไขมัน
00:23:00 → 00:23:04อิ่มตัวสูงเช่นไข่นกกระทะอาหารทะเล
00:23:04 → 00:23:10อ่าเนยครีมมาการีนรสอาหารที่มีกะทิอาหาร
00:23:10 → 00:23:13ทอดอะไรแบบนี้นะคะหลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด
00:23:13 → 00:23:17เค็มจัดอถ้ามีโรคความมีโรคประจำตัวอยู่ก็
00:23:17 → 00:23:21ต้องรักษานะความดันเบาหวานอค่ะค่ะออก
00:23:21 → 00:23:24กำลังสม่ำเสมออันนี้เน้นตลอดเวลาดูแล
00:23:24 → 00:23:28สุขภาพจิตใจทำให้ไม่เครียดไม่ให้รื่นเริง
00:23:29 → 00:23:31ไม่เครียดหงุดหงิดง่ายนะตรวจสุขภาพปีละ
00:23:32 → 00:23:35ครั้งนอนให้เพียงพอแล้วก็ควบคุมน้ำหนักอ
00:23:35 → 00:23:38ค่ะค่ะอันนี้เป็นการดูแลตนเองเพื่อป้อง
00:23:38 → 00:23:42กันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอืนี่ขนาดเบื้อง
00:23:42 → 00:23:45ต้นนะบางทีเราก็ละเลยใช่เราก็ใช้ชีวิตแบบ
00:23:45 → 00:23:49นี้จนแบบว่าชินแล้วพอต้องมาดูแลสุขภาพที่
00:23:49 → 00:23:51มันมากขึ้นหรือว่าแบบระวังปรับเปลี่ยน
00:23:51 → 00:23:54พฤติกรรมก็จะเริ่มรู้สึกว่าเอ้ยมันยากจัง
00:23:54 → 00:23:56เลยซึ่งจริงๆมันคือพื้นฐานเบสิคที่ทุกคน
00:23:56 → 00:24:00ต้องทำนั่นเองนะคะก็คุยกันมาหมดเวลาแล้ว
00:24:00 → 00:24:03คุณหมอนะคะขอบคุณคุณหมอค่ะค่ะค่ะสวัสดี
00:24:03 → 00:24:05ค่ะไว้พบกันใหม่นะคะคุณผู้ฟังกับรายการ
00:24:05 → 00:24:08โรงหมอทาง Thai PBS podcast ค่ะวันนี้
00:24:08 → 00:24:11ลาไปก่อนสวัสดีค่ะ This Is Thai PBS
00:24:11 → 00:24:13podcast ความรุนแรงของมนุษย์เป็น
00:24:13 → 00:24:16สัญชาตญาณติดตัวมาช้านานแต่ถูกขัดกลาว
00:24:16 → 00:24:19ด้วยสังคมที่มีกฎและระเบียบทำไมยังพบเห็น
00:24:19 → 00:24:21อยู่เช่นเดิมดรสุววุฒิวงษทางสวัสดิ์นัก
00:24:21 → 00:24:25จิตวิทยาการปรึกษามาเล่าให้ฟังครับผมว่า
00:24:25 → 00:24:27จริงๆความรุนแรงเนี่ยพูดในเชิงสังกตญาณ
00:24:27 → 00:24:29ก่อนเนาะสมมุติถ้าเราไม่ต้องนับว่าเรา
00:24:29 → 00:24:31เป็นมนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์
00:24:31 → 00:24:33นึงจริงๆแล้วครับสิ่งมีชีวิตมันจะมี
00:24:33 → 00:24:36เรื่องของการแข่งขันการต่อสู้การชิงพื้น
00:24:36 → 00:24:39ที่บางทีสิ่งเอาจจะเป็นสันตยาของสิ่งมี
00:24:39 → 00:24:41ชีวิตอยู่แล้วก็ได้ลองนึกภาพเหมือนอะไรดี
00:24:41 → 00:24:44ฝูงหมาป่าหรืออาจจะเป็นอากกวางก็ได้สัตว์
00:24:44 → 00:24:46กินพืชแต่สุดท้ายตัวผู้ก็ต้องสู้กันเพื่อ
00:24:46 → 00:24:49อาจจะแย่งตัวเมียหรืออาจจะขยายเผ่าพันธุ์
00:24:49 → 00:24:51แล้วแต่ผมว่าจริงๆแล้วแม้กระทั่งมนุษย์
00:24:51 → 00:24:53เราอ่ะครับถ้าเอาใกล้เคียงออกเป็นลิงก็
00:24:53 → 00:24:55ได้ลิงมันยังมีแบบความก้าวร้าวในฝูงลิง
00:24:55 → 00:24:56เลยครับค่ะเพราะงั้นแม้กระทั่งเราเองเป็น
00:24:57 → 00:24:59มนุษย์นะครับเราอาจจะคิดไปว่าเฮ้ยมนุษย์
00:24:59 → 00:25:01เป็นเผาพันธุ์ที่เจริญแล้วผมว่าจริงๆแล้ว
00:25:01 → 00:25:03แม้กระทั่งพวกเราอ่ะครับก็ยังมีสัตตยาของ
00:25:03 → 00:25:05ความดุร้ายอยู่เราอยากเป็นจ่าฝูงเราอาจจะ
00:25:06 → 00:25:08ถูกผลักดันจากเรื่องฮอร์โมนเรื่องเกี่ยว
00:25:08 → 00:25:10กับสันตยาดิบในฐานะสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ
00:25:10 → 00:25:12นึงที่มันเป็นพื้นฐานอยู่แล้วทีเนี้ยหาก
00:25:12 → 00:25:15การก้าวร้าวที่ลดลงอาจจะหมายถึงความเจริญ
00:25:15 → 00:25:17ทางสมองก็ได้หรืออาจจะหมายถึงวิวัฒนาการ
00:25:17 → 00:25:20บางอย่างเชิงสังคมที่ทำให้ความก้าวเร้า
00:25:20 → 00:25:22นั้นไม่มีความจำเป็นออือเพราะผมว่าบางที
00:25:22 → 00:25:24ความก้าวร้าวอ่ะครับเราอาจจะรู้สึกว่ามัน
00:25:24 → 00:25:26เป็นเรื่องร้ายแรงแต่บางทีการมีอยู่ของ
00:25:26 → 00:25:28มันอาจจะหมายถึงความจำเป็นบางอย่างใน
00:25:28 → 00:25:30เรื่องของเผ่าพันธุ์ก็ได้การดำรงอยู่หรือ
00:25:30 → 00:25:32การเอาชนะหรือการรู้สึกว่าตัวเองอยู่รอด
00:25:32 → 00:25:35ได้เพราะงั้นสิ่งพวกเนี้ยมันเป็นสัตติยา
00:25:35 → 00:25:38พื้นฐานที่มนุษย์พวกเรามีอยู่แล้วเพราะ
00:25:38 → 00:25:40งั้นอันนี้คือปัจจัยแรกเลยครับปัจจัยแรก
00:25:40 → 00:25:42คือเป็นเรื่องสัญชาตญาณอ่าแต่ทีเนี้ยพอ
00:25:42 → 00:25:44เราเป็นสังคมเจริญขึ้นเหมือนที่ผมบอก
00:25:44 → 00:25:46ตะกี้มันเป็นเรื่องสภาพแวดล้อมเชิงสังคม
00:25:46 → 00:25:49ด้วยค่ะบางทีอ่ะครับเด็กๆอาจจะเติบโตมา
00:25:49 → 00:25:51กับสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่แบบมีความ
00:25:51 → 00:25:54รุนแรงก็ได้ที่แบบพ่อแม่อาจจะไม่ค่อยได้
00:25:54 → 00:25:57ใส่ใจไม่ค่อยมีเวลาเราก็ต้องบอกว่าพ่อแม่
00:25:57 → 00:26:00ก็เป็นคนที่แบบต้องใช้ชีวิตภายใต้ความกด
00:26:00 → 00:26:02ดันเหมือนกันอือต้องหาเงินเลี้ยงลูกหรือ
00:26:02 → 00:26:05บางทีอาจจะเจอเรื่องความกดดันในที่ทำงาน
00:26:05 → 00:26:08หรืออาจจะเจอความเครียดหลายๆอย่างหรือแม้
00:26:08 → 00:26:11กระทั่งปัญหาในระหว่างคู่ามีภรรยาบางที
00:26:11 → 00:26:14พวกเนี้ยก็ทำให้เกิดอารมณ์ร้อนเกิดความ
00:26:14 → 00:26:16หงุดหงิดแล้วก็เลยเกิดการใช้ความรุนแรงใน
00:26:16 → 00:26:19บ้านค่ะความอบอุ่นในบ้านหายไปบางทีเด็กก็
00:26:19 → 00:26:21จะรู้สึกไม่ปลอดภัยในตัวเองหรือบางทีเด็ก
00:26:22 → 00:26:24อาจจะจดจำและเก็บความโกรธแค้นไว้ในใจก็
00:26:24 → 00:26:26ได้เป็นเหมือนคล้ายๆดินระเบิดที่รอวันนึง
00:26:26 → 00:26:30ที่จะระเบิดออกก็เป็นไปได้
00:26:30 → 00:26:35พเรียกว่าต้องไปทำานแล้วเริ่มทิ้ง่เยมา
00:26:35 → 00:26:38ขึน้างก็สูงขึ้นถ้าเราเห็นเนาะนั่นแสดง
00:26:38 → 00:26:40ว่าความกดดันมันเกิดขึ้นตั้งแต่ภายใน
00:26:40 → 00:26:43ครอบครัวแล้ว
00:26:43 → 00:26:48ครับ This Is Toy PBS
00:26:48 → 00:26:52podcast ติดตามรายการทางเว็บไซต์และแพลช
00:26:52 → 00:26:55ของ th PBS podcast spotify Sound
00:26:55 → 00:26:58Cloud Google podcast Apple podcast
00:26:58 → 00:27:01และ YouTube Channel Thai PBS podcast
00:27:02 → 00:27:05Thai PBS podcast View the world
00:27:05 → 00:27:06via The Voice
00:27:06 → 00:27:12[เพลง]