- คำถาม:
- การตรวจหาความเสี่ยงโรคหัวใจตีบมีวิธีใดบ้าง?
- คำตอบ:
- มีหลายวิธี เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจ การเดินสายพาน (Exercise Test) เพื่อประเมินหัวใจขณะออกแรง การตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) เพื่อดูโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ และการตรวจ CT แคลเซียมสกอร์ เพื่อวัดปริมาณแคลเซียมที่เกาะอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งช่วยประเมินความเสี่ยงต่อโรคได้อย่างแม่นยำ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อันตรายถึงชีวิตที่ป้องกันได้ | โรงหมอ
จากช่อง:Thai PBS Podcast
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:17:26ไปคนที่ไม่มีอาการก็ถ้ากลัวมากมีสตางค์
00:17:32นิดหน่อยมากขึ้นอีกหน่อยก็ไปตรวจสมรรถภาพ
00:17:35ของหัวใจขณะเดินสายพานอ๋อเเรียกเดินสาย
00:17:39พานเป็นเทสตรงนั้นแบบเดินสายพานดูแล้วก็ด
00:17:42สนติดเครื่องมือติดเครื่องมือแล้วก็เดินๆ
00:17:45ๆเดินเหมือนเดินออกกำลังอย่างนี้แหละค่ะ
00:17:48เพราะว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออก
00:17:51กำลังเนี่ยจะทำให้ประเมินภาวะหัวใจขาด
00:17:55เลือดได้นะคะเนื่องจากการเราตรวจไม่พบใช่
00:17:59มั้ยขณะร่างกายหยุดพักก็คือทำ ekg เมื่อ
00:18:02เมื่อสักครู่นี้ที่บอกเราร่างกายไม่ได้
00:18:05ออกกำลังหัวใจมันไม่ได้ต้องการออกซิเจน
00:18:07มากขึ้นมันก็เลยตรวจไม่เจอแต่ว่าเวลาเรา
00:18:10เดินบนสายพานเนี่ยเาก็จะให้เดินไปเรื่อยๆ
00:18:14เดินๆๆเราก็เหมือนกับการออกกำลังใช่มั้ย
00:18:18คะแต่แต่มันอยู่กับที่เดินสายพานนะผู้ที่
00:18:21มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบเนี่ยเลือดก็จะไป
00:18:24เริ่มไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอนะคะ
00:18:27ค่ะก็จะทำให้กาฟผิดปกติอืบางคนอาจจะเจ็บ
00:18:31หน้าอกจุกแน่นขณะทำการทดสอบได้แต่การเดิน
00:18:35สายพานเนี่ยจะไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีโรค
00:18:38เกี่ยวกับกระดูกและข้อพวกเขาไม่ดีก็อาจจะ
00:18:40เดินสายพานไม่ค่อยสะดวกนะแล้วก็การเดิน
00:18:43สายพานเนี่ยจะไม่เห็นโครงสร้างของหัวใจนะ
00:18:46ก็จะเห็นกราฟหัวใจว่าขึ้นลงยังไงขึ้นลง
00:18:49ยังไงเท่านั้นคราวนี้การตรวจให้ละเอียด
00:18:52ขึ้นไปอีกนิดนึงก็คือการตรวจอันซาวหัวใจ
00:18:55ด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงหรือเรียก
00:18:58เอโคคโแกรมอ่าก็หลักการเดียวกับเราตรวจ
00:19:02อุลตร้าซาวด์เด็กนะในในคันคุณแม่เนี่ยก็
00:19:06จะเห็นก็ใช้เครื่องอุลตร้าซาวด์ตรววจ
00:19:09บริเวณหน้าอกนะคะก็จะเห็นภาพะก็ขนาดการทำ
00:19:14งานของหัวใจเห็นการบีบตัวของหัวใจเลยขนาด
00:19:18ห้องหัวใจเป็นยังไงการไหลเวียนในหัวใจ
00:19:21เป็นยังไงอืการทำงานของลิ้นหัวใจมันเปิด
00:19:25ปิดมันรั่วมันตีบยังไงค่ะการดูตำแหน่งของ
00:19:28หลอดเลือดต่างๆที่เข้าออกจากหัวใจแต่เอ่อ
00:19:32เอโคคกรรมเนี่ยจะดูได้เฉพาะโครงสร้างหัว
00:19:35ใจแต่ไม่เห็นเส้นเลือดหัวใจอืไม่เห็นเส้น
00:19:39เลือดโอ้ว่ามันตีบมันตันอะไรยังไงอื 3
00:19:44วิธีนี้ยังไม่เห็นเส้นเลือดเลยยังไม่เห็น
00:19:47นะคะต่อไปวิธีที่ 4 คือการตรวจหา่าผินปูน
00:19:52หลอดเลือดหัวใจค่ะอันนี้ก็เป็นวิธีใหม่ก็
00:19:55คือทำ CT สแกน CT แคลเซียมสกอก็คือตรวจ
00:19:59ปริมาณแคลเซียมที่ผนังหลอดเลือดหัวใจนะ
00:20:02โดยใช้ CT สแกนค่ะหาปริมาณแคลเซียมที่
00:20:06เกาะภายในผนังหลอดเลือดแดงโดยภาพที่ตรวจ
00:20:10เนี่ยจะคมชัดเนื่องจากเครื่องมือมีความ
00:20:12เร็วในการจับภาพสูงมากสามารถจับภาพในขณะ
00:20:16ที่หัวใจเต้นได้ดีสามารถบอกถึงปริมาณหิน
00:20:20ปูนที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจแม้จะ
00:20:23มีปริมาณน้อยก็ตามค่ะเพื่อใช้บ่งบอกถึง
00:20:26แนวโน้มที่โอกาสที่จะเซหัวใจตีบว่ามีมาก
00:20:29น้อยเพียงใดใช้เวลาตรวจประมาณไม่เกิน 15
00:20:32นาทีอืถ้าผลที่ตรวจอยู่ได้ระหว่าง
00:20:360-400 แสดงว่ามีโอกาสต่ำถึงปานกลางที่จะ
00:20:39เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจค่ะถ้ามากกว่า 400
00:20:43ขึ้นไปผู้เข้ารับการตรวจอาจมีหลอดเลือด
00:20:46ตีบแฝงอยู่ออซึ่งภายในระยะเวลา 2-5 ปี
00:20:50เนี่ยจะมีความเสี่ยงที่เกิดหลอดเลือดหัว
00:20:52ใจตีบสูงมากกว่าผู้ที่เอ่อแคลเซียมสกรอ
00:20:56ไม่ถึง 400 ค่ะคือคือต่อให้ไม่ถึง 400