00:00:01 → 00:00:06แค่วิตกกังวลหรือเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ
00:00:06 → 00:00:09พฤติกรรมแบบไหนเข้าไข่โรคย้ำคิดย้ำ
00:00:09 → 00:00:13ทำเปิดวิธีผ่อนคลายลดความวิตกกังวลด้วย
00:00:13 → 00:00:16ตัวเองติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ในรายการ
00:00:16 → 00:00:21TNN Health วัน
00:00:21 → 00:00:25นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ TNN
00:00:25 → 00:00:27Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:00:27 → 00:00:31คุ้มกันรู้ทันโรคไปกับแฮลนะคะและดิฉันหมอ
00:00:31 → 00:00:34ดาวแพทย์หญิงฉัดาวจังวังกรแพทย์เฉพาะทาง
00:00:34 → 00:00:37สาขาเวชศาสตร์ครอบครัวพร้อมที่จะรับหน้า
00:00:37 → 00:00:39ที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณผู้ชมมาเข้า
00:00:39 → 00:00:45ถึงสาระสุขภาพดีๆกัน
00:00:45 → 00:00:53[เพลง]
00:00:53 → 00:00:57ค่ะและสำหรับในสัปดาห์นี้นะคะเราจะมาพูด
00:00:57 → 00:01:01ถึงเรื่องของโรคย้ำคิดย้ำักค่ะคุณผู้ชมคะ
00:01:01 → 00:01:03คุณผู้ชมเคยเป็นมั้ยคะที่เวลาเราจะออกจาก
00:01:03 → 00:01:05บ้านเนี่ยก้าวออกไปแล้วนะคะแล้วก็ต้อง
00:01:05 → 00:01:08เดินกลับเข้ามาค่ะเพื่อมาดูว่าเอ๊ะเราปิด
00:01:08 → 00:01:11ก๊อกน้ำหรือยังเปิดไฟทิ้งไว้ไหมบางคนค่ะ
00:01:11 → 00:01:14ทำกัน 2-3 รอบเลยทีเดียวมาดูกันว่าเรา
00:01:14 → 00:01:18เข้าข่ายโรคย้ำคิดย้ำทำกันหรือเปล่านะคะ
00:01:18 → 00:01:21โรคย้ำคิดย้ำทำ obsessive compulsive
00:01:21 → 00:01:25disorder หรือ ocd เป็นโรคทางจิตเวทชนิด
00:01:25 → 00:01:28หนึ่งที่ผู้ป่วยจะมีความกังวลหรือความไม่
00:01:29 → 00:01:32มั่นใจต่อสิ่งสิใดสิ่งหนึ่งจึงพยายามแก้
00:01:32 → 00:01:36ไขด้วยการทำกิจกรรมบางอย่างซ้ำไปซ้ำมา
00:01:36 → 00:01:39อาการย้ำคิดย้ำทำมีความแตกต่างจากอาการ
00:01:39 → 00:01:42โรคจิตเพราะคนที่มีอาการย้ำคิดย้ำทำยังมี
00:01:42 → 00:01:46ความเข้าใจมีเหตุและผลสามารถอยู่กับความ
00:01:46 → 00:01:50เป็นจริงได้แต่ถ้าหากว่าอาการมันรุนแรง
00:01:50 → 00:01:52ขึ้นมากๆก็อาจเข้าใกล้อาการของโรคจิตได้
00:01:53 → 00:01:57เช่นกันสาเหตุที่พบป่อยของโรคย้ำคิดย้ำทำ
00:01:57 → 00:02:001 ผู้ป่วยจะมีการทำงานของสมองเพิ่มขึ้น
00:02:00 → 00:02:03ในส่วนของ orbital frontal cortex
00:02:03 → 00:02:08cingulate cortex cordate และ tham 2
00:02:08 → 00:02:11ผู้ป่วยมีความผิดปกติในระบบสารเซโรโทนิน
00:02:11 → 00:02:16ในร่างกาย 3 พันธุกรรมพบว่ามีความเกี่ยว
00:02:16 → 00:02:20ข้องกับโรคยำคิดย้ำทำจากอัตราการเกิดโรค
00:02:20 → 00:02:24นี้ในแฝดไข่ใบเดียวกันมีถึงร้อยละ 60-90
00:02:24 → 00:02:29ในขณะที่พบในประชากรทั่วไปเพียงร้อยละ 2-3
00:02:29 → 00:02:334 ปัจจัยสภาพแวดล้อมเช่นพบเจอประสบการณ์
00:02:33 → 00:02:35เลวร้ายในชีวิตเช่นผู้ป่วยอาจเจอเหตุ
00:02:35 → 00:02:38การณ์รุนแรงในวัยเด็กถูกทารุนกรรมทั้งทาง
00:02:38 → 00:02:42กายและทางใจหรือปัญหาชีวิตที่รุนแรงก็ทำ
00:02:42 → 00:02:45ให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคได้แล้วอาการแบบ
00:02:45 → 00:02:51ไหนที่เข้าขายว่าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำอาการ
00:02:51 → 00:02:54ของโรคย้ำคิดย้ำทำแบ่งออกเป็น 2 อย่างได้
00:02:54 → 00:02:58แก่อาการย้ำคิดหรือ obsessive และอาการ
00:02:58 → 00:03:00ย้ำทำหรือ
00:03:00 → 00:03:04compulsion อาการย้ำคิดผู้ป่วยจะมีอาการ
00:03:04 → 00:03:07คิดเรื่องบางเรืนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
00:03:07 → 00:03:10เมื่อคิดแล้วจะเกิดความกังวลใจไม่สบายใจ
00:03:11 → 00:03:13เช่นนึกคิดว่าเมื่อสักครู่นี้ปิดประตู
00:03:14 → 00:03:16แล้วหรือยังซึ่งไม่มีเหตุให้ต้องคิดแต่
00:03:17 → 00:03:21อยู่ๆก็คิดขึ้นมาเองอาการย้ำทำผู้ป่วยจะ
00:03:21 → 00:03:24มีพฤติกรรมที่จะทำสิ่งเดิมซ้ำๆขึ้นมา
00:03:24 → 00:03:27เพื่อคลายความกังวลของอาการย้ำคิดที่เกิด
00:03:27 → 00:03:30ขึ้นซึ่งจะทำหลายๆทีอย่างการกลับไปตรวจ
00:03:30 → 00:03:33สอบที่รถอีกครั้งหนึ่งว่าปิดประตูหรือยัง
00:03:33 → 00:03:35ก็จะเดินกลับไปตรวจสอบอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ
00:03:35 → 00:03:36ซ้ำ
00:03:36 → 00:03:41ๆพฤติกรรมที่เป็นข้อสังเกตของโรคยมคิดย้ำ
00:03:41 → 00:03:45ทำมีดังต่อไปนี้ 1 ความรังเกียจต่อสิ่ง
00:03:45 → 00:03:49สกปรก 8 เปื้อนอาการย้ำคิดชนิดนี้พบบ่อย
00:03:49 → 00:03:52ที่สุดในผู้ป่วยโรคย้ำคิดย้ำทำสิ่ง8ด
00:03:52 → 00:03:55เปื้อนมักเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ค่อย
00:03:55 → 00:03:59ได้เช่นอุจจาระปัสสาวะเชื้อโรคหรือฝุ่น
00:03:59 → 00:04:01เมื่อผป่วยสัมผัสสิ่งเหล่านี้จะทำให้รู้
00:04:01 → 00:04:04สึกรังเกียจและกังวลอย่างมากจนตามมาด้วย
00:04:04 → 00:04:08การล้างมือซ้ำๆจนมือเปื่อยลอกหรือไม่ออก
00:04:08 → 00:04:10จากบ้านเลยเพราะกลัวเชื้อ
00:04:10 → 00:04:14โรค 2 มีความสงสัยเกิดอย่างมากอาการย้ำ
00:04:14 → 00:04:17คิดชนิดนี้พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ความสงสัย
00:04:17 → 00:04:20ที่เกิดขึ้นมักทำให้กลัวที่จะเกิดเรื่อง
00:04:20 → 00:04:23ร้ายๆได้เช่นสงสัยว่าตัวเองปิดประตูแล้ว
00:04:23 → 00:04:26หรือไม่สงสัยว่าตนเองปิดเตาแก๊สแล้วหรือ
00:04:26 → 00:04:29ยังเมื่อผู้ป่วยสงสัยในสิ่งเหล่านี้จะทำ
00:04:29 → 00:04:32ให้เกิดพฤติกรรมกลับไปตรวจสอบซ้ำๆในบาง
00:04:32 → 00:04:36รายจะมีลักษณะคล้ายๆพิธีกรรมเช่นต้องตรวจ
00:04:36 → 00:04:403 รอบถึงออกจากบ้านได้ถ้ายังทำไม่ครบจะ
00:04:40 → 00:04:43วิตกกังวลอย่างมาก 3 มีความคิดที่น่า
00:04:43 → 00:04:46รังเกียจผุดขึ้นมาอาการย้ำคิดที่มาเกี่ยว
00:04:46 → 00:04:49กับความรุนแรงหรือเรื่องทางเพศซ้ำๆเช่น
00:04:49 → 00:04:52คิดว่าตนเองไปทารุณกรรมสัตว์หรือไม่คิด
00:04:52 → 00:04:55ว่าตนเองไปล่วงละเมิดทางเพศคนอื่นหรือไม่
00:04:55 → 00:04:58อาการย้ำทำจึงแสดงออกมาในลักษณะการถามว่า
00:04:58 → 00:05:02ตัวเองได้ทำไปหรือไม่การสารภาพผิดซ้ำๆ
00:05:02 → 00:05:05เพื่อให้คนรอบตัวปลอบใจลดความรู้สึกผิด
00:05:05 → 00:05:07ที่พบได้บ่อยอีกกรณีคือเวลาเห็นสิ่ง
00:05:07 → 00:05:10ศักดิ์สิทธิ์แล้วเกิดความคิดด่าทอสิ่ง
00:05:10 → 00:05:13ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นก็จะทำการภาวนาขอขมาลา
00:05:13 → 00:05:17โทษในใจเพื่อลดความรู้สึกผิด 4 ชอบความ
00:05:17 → 00:05:20สมมาตรอาการย้ำคิดชนิดนี้เป็นลักษณะที่
00:05:20 → 00:05:22ผู้ป่วยต้องการความแม่นยำอย่างมากเช่น
00:05:22 → 00:05:25ต้องวางของแบบนี้ตรงนี้เคลื่อนไปจากจุด
00:05:26 → 00:05:29เดิมไม่ได้หรือ 2 ั้งต้องเท่ากันถ้าไม่
00:05:29 → 00:05:31เท่ากันต้องทำให้เท่ากันจึงจะปล่อยผ่านไป
00:05:32 → 00:05:35ได้ทำให้ผู้ป่วยทำอะไรช้าไปหมดเช่นกิน
00:05:35 → 00:05:38อาหารหรือโกนหนวดก็จะใช้เวลาเป็นหลัก
00:05:38 → 00:05:41ชั่วโมงได้ทราบข้อมูลคร่าวๆเกี่ยวกับ
00:05:41 → 00:05:44เรื่องของโรคย้ำคิดย้ำทำกันไปแล้วค่ะใน
00:05:44 → 00:05:47ช่วงนี้นะคะเราจะมารู้กันว่าโรคย้ำคิดย้ำ
00:05:47 → 00:05:51ทำนั้นเป็นแบบไหนอย่างไรโดยที่เราจะไปคุย
00:05:51 → 00:05:54กับจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกัน
00:05:54 → 00:05:57ค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มต้นที่คำถาม
00:05:57 → 00:05:59แรกเลยนะคะ
00:05:59 → 00:06:06[เพลง]
00:06:06 → 00:06:10อาจารย์คะอุบัติการ์ของโรคย้ำคิดย้ำทำ
00:06:10 → 00:06:13เป็นอย่างไรคะอุบัติการ์น่ะค่ะเกิดขึ้น
00:06:13 → 00:06:17ได้ประมาณ 1-2 เในคนๆนึงในช่วงชีวิตนึง
00:06:17 → 00:06:19เลยค่ะอ่ามีคนเดินมาหาเรา 100 คนอาจจะ
00:06:19 → 00:06:21เห็นคนเป็นลูกย้ำคิดย้ำทำสัก 1 ถือ 2 คน
00:06:21 → 00:06:24ค่ะโดยส่วนมากเนี้ยมักจะเกิดในช่วงวัย
00:06:24 → 00:06:29รุ่นก็คืออายุซัก 15-25 ปีถ้าโดย
00:06:29 → 00:06:31ประสบการณ์ที่ผ่านมาค่ะมักจะเจอในเด็กผู้
00:06:31 → 00:06:34ชายมากกว่าเด็กผู้หญิงแต่ว่าตามในงาน
00:06:34 → 00:06:36วิจัยอ่ะค่ะเขาบอกว่าจริงๆมันไม่ได้ต่าง
00:06:36 → 00:06:40กันมากนักค่ะแล้วอะไรคือสาเหตุของโรคย้ำ
00:06:40 → 00:06:44คิดย้ำทำคะสาเหตุหลักๆอ่ะค่ะไม่ว่ามันจะ
00:06:44 → 00:06:46เป็นโรคไหนก็ตามเนี่ยส่วนมากให้ให้อยู่ 3
00:06:46 → 00:06:50อย่าง 1 คือสิ่งแวดล้อมเขาโตมาในสภาพแวด
00:06:50 → 00:06:52ล้อมแบบไหนผู้เลี้ยงดูเป็นแบบไหนบ้างกด
00:06:52 → 00:06:55ดันหรือว่าดุหรือว่าปล่อยปาระเลยมากน้อย
00:06:55 → 00:06:58แค่ไหนอย่างที่ 2 คือวิธีที่เขารับมือกับ
00:06:58 → 00:07:01ปัญหาอ่ะโดยปกติพื้นฐานเขาเป็นเด็กที่
00:07:01 → 00:07:03กังวลอยู่เดิมหรือรู้สึกว่าการย้ำคิดย้ำ
00:07:03 → 00:07:06ทำนี้มันปลอดภัยสำหรับเขาอย่างเรื่องที่ 3
00:07:06 → 00:07:08คือเรื่องของสารเคมีในสมองหรือว่าเรื่อง
00:07:09 → 00:07:12ของพันธุกรรมค่ะบางคน้าสังเกตว่าถ้าใน
00:07:12 → 00:07:15บ้านเนี่ยมีคนที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหรือ
00:07:15 → 00:07:17คิดกังวลเนี่ยโอกาสที่เขาจะเป็นโรคย้ำคิด
00:07:17 → 00:07:21ย้ำทำเนี่ยมากขึ้นค่ะใครคือกลุ่มเสี่ยง
00:07:21 → 00:07:24ที่จะเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำได้คะกลุ่มเสี่ยง
00:07:24 → 00:07:26อ่ะค่ะที่เป็นโรคย้ำคินย้ำทำส่วนมากจะ
00:07:26 → 00:07:29เป็นในช่วงวัยรุ่นน่ะค่ะอายุประมาณซัก 15
00:07:29 → 00:07:32- 25 ปีจากงานวิจัยอ่ะค่ะก็คือพบว่าผู้
00:07:32 → 00:07:34ชายผู้หญิงเนี่ยเท่าๆกันแต่จากประสบการณ์
00:07:34 → 00:07:37ที่เจอมาเนี่ยสังเกตว่าเด็กผู้ชายเนี่ย
00:07:37 → 00:07:40เจอเยอะกว่าค่ะแล้วอาการของโรคย้ำคิดย้ำ
00:07:40 → 00:07:43ทำค่ะอาจารย์เป็นอย่างไรคะอาการย้ำคิดย้ำ
00:07:43 → 00:07:47ทำตามตัวชื่อโรคเลยค่ะมีอาการย้ำคิดคือมี
00:07:47 → 00:07:51อคิดอะไรก็ตามวนๆซ้ำๆและเชัต่อว่าเรื่อง
00:07:51 → 00:07:54ที่คิดอ่ะไม่ได้รู้สึกว่าอยากคิดแต่พอคิด
00:07:54 → 00:07:58แล้วมันสบายใจดีอย่างที่ 2 ย้ำทำมี
00:07:58 → 00:08:01พฤติกรรมทำอะไรซ้ำซอย่างเช่นล้างมือซ้ำๆ
00:08:01 → 00:08:05กวาดบ้านซ้ำๆเช็คของในกระเป๋าซ้ำๆล็อค
00:08:05 → 00:08:08ประตูบ้านซ้ำๆที่เรารู้สึกว่าเออมันไม่
00:08:08 → 00:08:11ได้สมเหตุสมผลนะเราอ่ะค่ะรู้อยู่แล้วว่า
00:08:11 → 00:08:13เราล็อคประตูบ้านแล้วของในกระเป๋าเราครบ
00:08:13 → 00:08:16แล้วแต่เรายังคงทำอย่างนั้นอยู่และทำแล้ว
00:08:16 → 00:08:19มันสบายใจทั้งๆที่ใจนึงก็ไม่ได้รู้สึก
00:08:19 → 00:08:23อยากทำย้ำคิดและย้ำทำที่เกิดขึ้นเริ่มส่ง
00:08:23 → 00:08:26ผลกับชีวิตประจำวันคือมันเริ่มกินเวลาใน
00:08:26 → 00:08:29ชีวิตมากกว่าสัก 1 ชมงต่อวันอ้าอาบน้ำ
00:08:29 → 00:08:31เกินชั่วโมงรวมเช้ารวมเย็นหรืออะไรอย่าง
00:08:31 → 00:08:34เงี้ยค่ะหรือมีปัญหาทางสุขภาพตามมาหรือมี
00:08:34 → 00:08:36ปัญหาในการทำงานตามมาอันนี้ก็ถือว่าเป็น
00:08:36 → 00:08:41ความผิดปกติค่ะย้ำคิดอย่างเดียวไม่ย้ำทำ
00:08:41 → 00:08:44ค่ะอาจารย์ถือว่าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหรือ
00:08:44 → 00:08:48ไม่คะการมีอาการย้ำคิดหรือย้ำทำอย่างใด
00:08:48 → 00:08:50อย่างหนึอ่ะยังไม่ได้เข้าเกณฑ์โรคย้ำคิด
00:08:50 → 00:08:53ย้ำทำซะทีเดียวแต่ในทางการรักษาแล้วอ่ะ
00:08:53 → 00:08:56ค่ะไม่ว่าจะย้ำคิดอย่างเดียวแล้วส่งผลรบ
00:08:56 → 00:08:59กวนชีวิตประจำวันหรือย้ำทำอย่างเดียวแล้ว
00:08:59 → 00:09:02ส่งผลต่อชีวิตประจำวันสิ่งเหล่าเนี้ยคิด
00:09:02 → 00:09:05ว่าต้องได้รับการรักษาแต่ขออนุญาตยังไม่
00:09:05 → 00:09:09วินิจฉัยโรคเย้มคิดย้ำทำแตกต่างจากอาการ
00:09:09 → 00:09:14วิตกจริตอย่างไรโรคย้ำคิดย้ำทำอ่ะค่ะเขา
00:09:14 → 00:09:19จะรู้สึกว่าเขาไม่ได้อยากคิดแต่คิดแล้ว
00:09:19 → 00:09:22มันสบายใจแต่อาการวิตกจริตบางทีเขารู้สึก
00:09:23 → 00:09:27ว่าเออเควรคิดนะมันจำเป็นนะมันทำให้เขา
00:09:27 → 00:09:30ปลอดภัยขึ้นนะโดยที่ยังไม่รู้ว่าเออเนี่ย
00:09:30 → 00:09:32มันมันมีผลเสียยังไงต่อบ้างมันยังคงใช้
00:09:32 → 00:09:36ชีวิตได้ตามปกติสุขดีอยู่ค่ะถ้าเราอกหัก
00:09:36 → 00:09:39ค่ะอาจารย์แล้วคิดวนไปวนมาค่ะถือว่าเป็น
00:09:39 → 00:09:43โรคย้ำคิดย้ำทำแล้วหรือไม่คะเวลาคนเราเจอ
00:09:44 → 00:09:46เหตุการณ์อะไรที่มันรุนแรงกระทบจิตใจแรงๆ
00:09:46 → 00:09:48อ่ะอย่างถูกบอกเลิกอกหักอย่างเงี้ยค่ะมัน
00:09:48 → 00:09:51เป็นกระบวนการตอบสนองโดยปกติของร่างกาย
00:09:51 → 00:09:54อยู่และที่เรายังคงคิดถึงว่าเราทำอะไรผิด
00:09:54 → 00:09:57ไปยหรือเรายังต้องทำอะไรเพิ่มหรือเปล่า
00:09:57 → 00:10:00หรือเรายังคงคิดถึงค
00:10:00 → 00:10:02คิดถึงอตอะไรอย่าเงี้ค่ะจริงๆตรงนี้เป็น
00:10:02 → 00:10:05เรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้พอเวลาผ่านไปอ่ะ
00:10:05 → 00:10:07สิ่งเหล่านี้ควรจะลดลงตามเวลาเหมือนเราทำ
00:10:07 → 00:10:11ใจได้แต่ถ้าเรายังคงคิดและมันมากขึ้น
00:10:11 → 00:10:16เรื่อยๆอันนี้ค่ะจะเข้าข่ายย้ำคิดค่ะแล้ว
00:10:16 → 00:10:18เราจะรู้ตัวได้อย่างไรคะว่าป่วยเป็นโรค
00:10:18 → 00:10:22ย้ำคิดย้ำทำแล้วตัวเองอ่ะค่ะสังเกตตัวเอง
00:10:22 → 00:10:25เนี่ยเป็นเบอร์ 1 โอเคแหละเราเริ่มรู้สึก
00:10:25 → 00:10:29หรือยังว่าสิ่งเหล่าเนี้มันรบกวนการทำงาน
00:10:29 → 00:10:31รบกวนการใช้ชีวิตเรามันกินเวลาในชีวิตเรา
00:10:31 → 00:10:35เยอะนะถ้ายังสังเกตตัวเองไม่ได้คนรอบตัว
00:10:35 → 00:10:37ที่ไว้ใจได้อาจจะเป็นคุณพ่อคุณแม่พี่น้อง
00:10:37 → 00:10:40หรือว่าเพื่อนสนิทเขาเริ่มมาเตือนเรานะ
00:10:40 → 00:10:43ว่าเฮ้ยพฤติกรรมตรงเเราว่ามันไม่ได้ปกติ
00:10:43 → 00:10:45มากนะเธอลองสังเกตตัวเองหรือว่าเช็คตัว
00:10:45 → 00:10:49เองหน่อยไหหรือ 3 ถ้ายังไม่มั่นใจลองมา
00:10:49 → 00:10:51คุยกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพิ่มเติม
00:10:51 → 00:10:54ดูได้ค่ะเดี๋ยวช่วยกันช่วยกันสังเกตค่ะ
00:10:54 → 00:10:58การย้ำคิดย้ำทำที่พบได้บ่อยมีอะไรบ้างอ่ะ
00:10:58 → 00:11:01คะอาการย้ำคิดย้ำทำที่เจอได้บ่อย 1
00:11:01 → 00:11:04เรื่องความสะอาดอ่ะอย่างเช่นโควิดที่ผ่าน
00:11:04 → 00:11:07มาคนเราคอนเซิร์นมากเรื่องแบบต้องล้างมือ
00:11:07 → 00:11:10ต้องฉีดแอลกอฮอล์นะจับอะไรนิดอะไรหน่อยก็
00:11:10 → 00:11:12ถือว่าไม่สะอาดถือว่าต้องมีเชื้อโรคปน
00:11:12 → 00:11:15เปื้อนเลยนะความสะอาดเป็นเรื่องที่ 1
00:11:15 → 00:11:19เรื่องที่ 2 คือเรื่องความสมมาตในกระเป๋า
00:11:19 → 00:11:21ของต้องจัดเป็นระเบียบหรือว่าเวลาเราจัด
00:11:21 → 00:11:26โต๊ะทำงานหรือเวลาเราจัดของบนเฟรมวาดรูป
00:11:26 → 00:11:29ซ้ายกับขวาต้องเท่ากันต้องเหมือนกันอย่าง
00:11:29 → 00:11:32เงี้ยค่ะเป็นอย่างที่เจอได้บ่อยอย่างที่ 3
00:11:32 → 00:11:36บางทีพูดแล้วเหมือนไม่จริงเหมือนเป็นคน
00:11:36 → 00:11:39ที่รู้สึกว่าย้ำคิดว่าตัวเองกำลังลบหลู่
00:11:39 → 00:11:43หรือทำอะไรบางอย่างที่ผิดพลาดไปหรือเปล่า
00:11:43 → 00:11:45แต่ว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ได้มารอร์คือ
00:11:45 → 00:11:47ไม่ได้มาแจ้งมาเห็นได้บ่อยนักเพราะว่าเขา
00:11:48 → 00:11:50รู้สึกว่าความคิดนั้นมันน่าอับอายมันรู้
00:11:50 → 00:11:53สึกผิดมากๆจนเก็บไว้กับตัวคนเดียวค่ะอีก
00:11:53 → 00:11:57อันนึงที่เจอได้บ่อยคือเรื่องของการเชกิ
00:11:57 → 00:12:01คือการเช็คสิ่งเดิมๆซ้ำๆอ่ะอย่างเช่นเรา
00:12:01 → 00:12:05ห้องหรือยังของในกระเป๋าขมหรือยังเอ่อคก
00:12:05 → 00:12:07น้ำมาหรือยังลืมของหรือเปล่าอันนี้เจอได้
00:12:07 → 00:12:11บ่อยเหมือนกันค่ะโรคยำคิดย้ำทำรักษาได้
00:12:11 → 00:12:14อย่างไรบ้างคะโรคยำคิดย้ำทำค่ะรักษาหลักๆ
00:12:14 → 00:12:19เนี้ยมี 2 อย่าง 1 คือการใช้ยาจริงๆการ
00:12:19 → 00:12:21ใช้ยาเนี่ยเป็นวิธีรองนะหลักๆอ่ะน่าจะ
00:12:21 → 00:12:24เป็นการที่เราเนี่ยจัดการความคิดตัวเอง
00:12:24 → 00:12:29หรือว่าลองดูซิว่าถ้าเราไม่ไปทำอย่างที่
00:12:29 → 00:12:32ที่คิดแล้วมันเกิดอะไรขึ้นต่อหรือเปล่า
00:12:32 → 00:12:35อย่างเช่นกลัวว่ามึงจะสกปรกมีเชื้อโรคแต่
00:12:35 → 00:12:39เราล้างมือ 1 รอบแล้วนะเรารู้สึกว่าโอเค
00:12:39 → 00:12:41หยุดก่อนเราต้องไปทำอย่างอื่นเราจะไม่
00:12:41 → 00:12:44ล้างรอบที่ 2 3 4 ตามมาแล้วสุดท้าย
00:12:44 → 00:12:48แล้วงเราติดเชื้อโรคจริงมโอกาสมากน้อยแค่
00:12:48 → 00:12:50ไหนเหมือนเป็นการเผชิญหน้าแล้วก็เรียนรู้
00:12:50 → 00:12:52ที่จะอยู่กับมันอย่างที่ 2 อย่างที่บอก
00:12:53 → 00:12:55ว่าเป็นเรื่องยาซึ่งตรงเนี้ยค่ะมาคุยกัน
00:12:55 → 00:12:59ได้ว่ามันเป็นยาในรูปแบบไหนสามารถช่วยให้
00:12:59 → 00:13:03การย้ำคิดย้ำทำเนี่ยเบาลงได้ค่ะการดูแล
00:13:03 → 00:13:05ตัวเองเบื้องต้นค่ะอาจารย์ต้องทำอย่างไร
00:13:05 → 00:13:09ในเรื่องของโรคย้ำคิดย้ำธคะถ้ามันเป็น
00:13:09 → 00:13:11เรื่องอันตรายอย่างเงี้ยค่ะการกลับไปเช็ค
00:13:11 → 00:13:15สักรอบนึงเป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้
00:13:15 → 00:13:17แต่ถ้าเรารู้ว่าเฮ้ยมันจะเป็นรอบ 2 หรือ
00:13:17 → 00:13:19รอบ 3 อย่าเงี้ยเราห้ามตัวเองไว้ก่อนเรา
00:13:19 → 00:13:23รู้สึกว่าเราทำแล้วแหละความกลัวความกังวล
00:13:23 → 00:13:28ที่เกิดขึ้นน่ะค่ะมันเหมือนเสือในสมองใน
00:13:28 → 00:13:32ความผิดเราการที่เรากลับไปทำมันเหมือน
00:13:32 → 00:13:35เป็นการให้อาหารเสือแล้วเสือตัวเนี้ยก็จะ
00:13:35 → 00:13:39ตัวใหญ่ขึ้นจนหลายครั้งมันครอบงำเราเสือ
00:13:39 → 00:13:42มันอิ่มเราก็สบายใจแต่จริงๆแล้วอ่ะเราควร
00:13:42 → 00:13:45จะให้อาหารเสือในปริมาณที่พอดีคือเรากลับ
00:13:45 → 00:13:48ไปทำในสิ่งที่ควรจะต้องทำในจำนวนครั้งที่
00:13:48 → 00:13:50พอดีเพื่อที่เราจะได้ทำอย่างอื่นต่อได้
00:13:50 → 00:13:54ค่ะถ้าปล่อยเอาไว้ไม่รักษาในเรื่องของโรค
00:13:54 → 00:13:57ย้ำคิดย้ำทำค่ะอาจารย์จะเป็นอย่างไรได้คะ
00:13:57 → 00:14:01หลายคนย้ำคิดย้ำทำเริ่มกลายเป็นซึมเศร้า
00:14:01 → 00:14:03คือเขาเริ่มรู้สึกผิดรู้สึกแย่ที่ตัวเอง
00:14:03 → 00:14:05ไม่สามารถจัดการพฤติกรรมหรือความคิดเหล่า
00:14:05 → 00:14:09นั้นได้ไม่อยากไปเจอใครหดหู่ไม่มีสมาธิ
00:14:09 → 00:14:13ตามมาได้หรือบางคนมีอาการย้ำคิดย้ำทำจน
00:14:13 → 00:14:15เริ่มมีอาการหลงผิดเชื่อว่าสิ่งที่ต้อง
00:14:15 → 00:14:18คิดต้องทำนั้นน่ะเป็นความจริงและเริ่มมี
00:14:19 → 00:14:22พฤติกรรมแปลกๆเกิดขึ้นนี่คือสิ่งเลวร้าย
00:14:22 → 00:14:25ที่สามารถจะเกิดขึ้นได้ค่ะอาจารย์คะอยาก
00:14:25 → 00:14:28ให้อาจารย์ฝากคุณผู้ชมทางบ้านค่ะว่าจะ
00:14:28 → 00:14:32อยู่อย่างไรให้ห่างไกลจากโรคย้มคิดย้ำทำ
00:14:32 → 00:14:37ค่ะถ้าเราเริ่มว่าเอ่อวิธีการที่เราจะ
00:14:37 → 00:14:39ห่างไกลจากโรคย้ำคิดย้ำทำเราเริ่มต้องดู
00:14:39 → 00:14:42ก่อนค่ะว่าเราเนี่ยพื้นเดิมเป็นคนขี้
00:14:42 → 00:14:44กังวลอยู่เดิมหรือเปล่าสำรวจตัวเองว่า
00:14:44 → 00:14:47เวลาที่เรากังวลเนี้ยมันสมเหตุสมผลกับ
00:14:47 → 00:14:50เรื่องที่เกิดขึ้นโอเคแหละถ้าไฟไม้บ้าน
00:14:50 → 00:14:52นี่ความกังวลมันต้องพุ่งฟรีดความกลัวมัน
00:14:52 → 00:14:55ต้องพุ่งปรี๊ดแต่ถ้ามีมดเดินผ่านตัวนึง
00:14:55 → 00:14:59เราต้องกลัวต้องกังวลขนาดนั้นมทีนี้นี้
00:14:59 → 00:15:02เวลามีอาการกลัวกังวลหรือว่าคิดซ้ำๆเนี่ย
00:15:03 → 00:15:06ปกติเราจะตอบสนองยังไงเราเริ่มดูซิว่า
00:15:07 → 00:15:10วิธีเวลาที่เราใช้กับมันน่ะค่ะมากน้อยแค่
00:15:10 → 00:15:14ไหนเออทีนี้ถ้าสมมุติว่าโอเคอื่นๆน่ะเรา
00:15:14 → 00:15:18โอเคแล้วนะกลับมาดูที่สุขภาพจิตโดยภาพรวม
00:15:18 → 00:15:22ค่ะการที่นอนหลับเพียงพอกลางวันมีสมาธิ
00:15:22 → 00:15:25มากขึ้นเราไม่คิดว่าเราลืมอะไรความย้ำคิด
00:15:25 → 00:15:27โอกาสก็จะน้อยลงทานอาหารที่มีประโยชน์ออก
00:15:27 → 00:15:30กำลังกายหรือแม้กระทั่งว่าเวลาเรามี
00:15:30 → 00:15:32เรื่องไม่สบายใจปกติเราเก็บมาคิดคนเดียว
00:15:32 → 00:15:36เราลองหาใครปรึกษาเพื่อนสนิทคนสนิทถ้าเรา
00:15:36 → 00:15:38ได้ระบายบางทีเราหาทางออกได้การย้ำคิด
00:15:38 → 00:15:41หรือวนๆเกี่ยวกับเรื่องนั้นเนี่ยเบาลง
00:15:41 → 00:15:43โอกาสจะเป็นย้ำคิดย้ำทำเนี่ยก็น้อยลงตาม
00:15:43 → 00:15:46ค่ะขอบพระคุณอาจารย์หมอนะคะที่มาให้ความ
00:15:46 → 00:15:50รู้ความเข้าใจในเรื่องของโรคย้ำคิดย้ำทำ
00:15:50 → 00:15:53ในช่วงนี้นะคะเราจะมารู้กันว่าวิธีที่จะ
00:15:53 → 00:15:57ช่วยลดความวิตกกังวลผ่อนคลายด้วยตัวเองมี
00:15:57 → 00:16:01อะไรกันบ้างไปชมพร้อมๆกันค่ะจัดตารางเวลา
00:16:01 → 00:16:03ของตัวเองเพื่อให้มีช่วงกิจกรรมการผ่อน
00:16:03 → 00:16:06คลายการมีกิจกรรมที่สามารถผ่อนคลายความ
00:16:06 → 00:16:09เครียดช่วยให้เราเพลิดเพลินได้ง่ายและใน
00:16:09 → 00:16:12บางครั้งบางกิจกรรมไม่ต้องใช้ความคิดหรือ
00:16:12 → 00:16:15ใช้สมองจึงทำให้เราสนุกและทำได้นานเมื่อ
00:16:15 → 00:16:18เป็นแบบนั้นเราจึงลืมเรื่องที่กังวลหรือ
00:16:18 → 00:16:22เรื่องที่ทำให้อารมณ์เสียหาวิธีจัดการกับ
00:16:22 → 00:16:25สถานการณ์ที่ทำให้เครียดวิธีการที่ได้ผล
00:16:25 → 00:16:27มักเป็นเรื่องของการหลีกเลี่ยงสถานการณ์
00:16:27 → 00:16:30แต่ถ้าไม่สามารถเลี่ยงได้ได้แนะนำว่าอย่า
00:16:30 → 00:16:33เพิ่งไปตีความเหตุการณ์ต่างๆการเอาตัวเอง
00:16:33 → 00:16:36ออกห่างจากเหตุการณ์ที่ทำให้เราเครียด
00:16:36 → 00:16:39สามารถทำให้ผ่อนอารมณ์ลงได้เพราะเราจะไม่
00:16:39 → 00:16:42มีชุดข้อมูลความคิดลบๆที่เอามาคิดหรือใส่
00:16:42 → 00:16:46ใจการจดบันทึกสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเป็น
00:16:46 → 00:16:49การช่วยระบายอารมณ์อย่างหนึ่งค่ะคุณผู้ชม
00:16:49 → 00:16:51การที่เราเนี่ยมีสิ่งอะไรที่อยู่ในหัว
00:16:51 → 00:16:54สมองของเราค่ะมันจะหมกมุ่นมันจะคิดอยู่
00:16:54 → 00:16:56แต่ข้างในหัวเราแต่การที่เราจดบันทึก
00:16:56 → 00:16:59เรียบเรียงออกมาค่ะจะทำให้เราเนี่ยเห็น
00:16:59 → 00:17:02เป็นภาพแล้วก็ทำให้เราเนี่ยช่วยผ่อนคลาย
00:17:02 → 00:17:05อารมณ์ความรู้สึกของเราอีกด้วยนะคะคุยกับ
00:17:05 → 00:17:08เพื่อนหรือคนที่ไว้ใจจะให้ดีอาจต้องเป็น
00:17:08 → 00:17:11คนที่มีประสบการณ์เดียวกันการพูดคุยเป็น
00:17:11 → 00:17:13อีกช่องทางในการระบายความรู้สึกลบๆหรือ
00:17:13 → 00:17:17ความวิตกกังวลในบางครั้งความวิตกกังวลมัก
00:17:17 → 00:17:19เกิดจากการรับรู้ในบางสิ่งบางอย่างน้อย
00:17:19 → 00:17:22จึงทำให้เราคิดลบพอคิดลบจึงมีอารมณ์ลบตาม
00:17:22 → 00:17:26มาการพูดคุยกับคนที่ไว้วางใจได้ทำให้เรา
00:17:26 → 00:17:29ได้ความคิดใหม่แนวคิดและมุมมองใหจึงทำให้
00:17:30 → 00:17:33เราลดความวิตกกังวลลงได้อ่านหนังสือ
00:17:33 → 00:17:36เกี่ยวกับจิตวิทยาเชิงบวกปกติหนังสือ
00:17:36 → 00:17:39ประเภทนี้จะทำให้รู้สึกดีหรือสามารถสร้าง
00:17:39 → 00:17:42ความสุขให้กับคนที่อ่านได้เพราะข้อมูลจะ
00:17:42 → 00:17:45เป็นเชิงบวกและแนวทางการมองปัญหามอง
00:17:45 → 00:17:47สถานการณ์ใหม่จึงทำให้คนอ่านหนังสือ
00:17:47 → 00:17:50ประเภทนี้คิดบวกมากขึ้นเมื่อคิดบวกอารมณ์
00:17:50 → 00:17:54ก็เปลี่ยนเป็นบวกตามมางดเสพสื่อที่ส่งผล
00:17:54 → 00:17:58ต่ออารมณ์ที่ลบหรือเป็นข้อมูลที่ลบๆนะคะ
00:17:58 → 00:18:00เหตุผลเพราะว่าการที่เราเนี่ยยังมีอารมณ์
00:18:01 → 00:18:03จิตตกอารมณ์ขุ่นมัวอยู่แล้วเราได้ข้อมูล
00:18:03 → 00:18:06ที่เป็นเชิงลบไปจะยิ่งทำให้เราดิ่งจิตตก
00:18:06 → 00:18:09เป็นกันใหญ่ค่ะในหลายครั้งเวลาเรามี
00:18:09 → 00:18:13อารมณ์ลบหรือมีความวิตกกังวลนั้นมักเกิด
00:18:13 → 00:18:16จากการมีสิ่งกระตุ้นโดยจะเห็นได้ชัดเจนใน
00:18:16 → 00:18:19สื่อที่นำเสนอข้อมูลลบพอเสพสื่อเหล่านี้
00:18:19 → 00:18:23บ่อยๆเราก็จะโดนกลืนและกลายเป็นแบบสื่อ
00:18:23 → 00:18:26ที่เราเสพได้เราเป็นคนแบบไหนให้ดูจากสื่อ
00:18:26 → 00:18:29ที่เราเสพค่ะการงดเสพสื่อเหล่านั้นก็คือ
00:18:29 → 00:18:32การตัดตอนไม่ให้มีข้อมูลลบในชีวิตประจำ
00:18:32 → 00:18:35วันของเราการฝึกสมาธิเพื่อช่วยผ่อนคลาย
00:18:35 → 00:18:38ความเครียดการฝึกสมาธิต้องใช้ความสงบและ
00:18:38 → 00:18:41ความเงียบจึงทำให้ผ่อนคลายอารมณ์ได้ง่าย
00:18:41 → 00:18:44ความวิตกกังวลจึงลดลงเมื่อมีสมาธิเกิด
00:18:44 → 00:18:47ขึ้นความคิดได้การตื่นรู้ก็ตามมาจึงมี
00:18:47 → 00:18:49ความสามารถในการคิดเป็นเหตุเป็นผลได้ดี
00:18:49 → 00:18:52กว่าและสามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง
00:18:52 → 00:18:55ได้ง่ายขึ้นคิดบวกและมองว่าปัญหามีทางออก
00:18:55 → 00:18:58เสมอส่วนใหญ่แล้วปัญหานำมาซึ่งความวิตก
00:18:58 → 00:19:01กังวลและเป็นเหตุให้ต้องผ่อนคลายอารมณ์
00:19:01 → 00:19:04ของตัวเองการออกจากความคิดลบและหันมามอง
00:19:04 → 00:19:07ด้านบวกของทุกสถานการณ์ทำให้เรามีแง่คิด
00:19:07 → 00:19:12ใหม่พอคิดบวกได้การกระทำบวกๆก็ตามมาการ
00:19:12 → 00:19:15ออกกำลังกายสำหรับการออกกำลังกายค่ะคุณ
00:19:15 → 00:19:17ผู้ชมนอกจากที่คุณจะได้ร่างกายแข็งแรง
00:19:17 → 00:19:20แล้วนะคะจะช่วยลดความวิตกกังวลด้วยเนื่อง
00:19:20 → 00:19:23จากจะมีการหลั่งของสารที่เรียกว่าสาร
00:19:23 → 00:19:26เซโรโทนินรวมถึงสารเอนโดฟินซึ่งเป็นสาร
00:19:26 → 00:19:29ที่ทำให้คุณมีความสุขดังดังนั้นอย่าลืม
00:19:29 → 00:19:32ออกกำลังกายเพื่อลดความวิตกกังวลนะคะจัด
00:19:32 → 00:19:35การเวลาให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสำหรับ
00:19:35 → 00:19:38บางคนการจัดการเวลาในแต่ละวันทำให้มีความ
00:19:38 → 00:19:41วิตกกังวลเช่นคนที่ต้องเดินทางใช้เวลานาน
00:19:41 → 00:19:43กว่าจะถึงที่ทำงานคนที่กำลังเดินทางไป
00:19:43 → 00:19:47สัมภาษณ์งานหรือสำหรับคนทั่วไปอาจเป็น
00:19:47 → 00:19:50เวลาที่มีกับงานที่ต้องทำนั้นไม่สอดคล้อง
00:19:50 → 00:19:53กันจึงทำให้มีความวิตกกังวลตามมาการจัด
00:19:53 → 00:19:57ตารางตัวเองและหาจุดที่ดีที่สุดสำหรับ
00:19:57 → 00:19:59สะสางงานต่างๆ
00:19:59 → 00:20:03สามารช่วยลดความวิตกกังวลได้การงดเสพสื่อ
00:20:03 → 00:20:05สังคมออนไลน์ในช่วงระยะเวลาสั้นๆในบาง
00:20:06 → 00:20:08ครั้งเหตุการณ์ที่ทำให้มีอารมณ์และความ
00:20:08 → 00:20:11วิตกกังวลมักมาจากการเข้าถึงสื่อออนไลน์
00:20:11 → 00:20:14มากเกินควรการงดเข้าถึงสื่อออนไลน์ชั่ว
00:20:14 → 00:20:16คราวเป็นการลดสิ่งกระตุ้นต่ออารมณ์เบี่ยง
00:20:16 → 00:20:19เบนความสนใจไปในเรื่องอื่นๆซึ่งจะช่วยลด
00:20:19 → 00:20:23ทั้งความเครียดและความวิตกกังวลของเรา
00:20:23 → 00:20:27ได้เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับสาระสุขภาพดีๆ
00:20:27 → 00:20:30ที่ T นำฝากคุณผู้ชมในวันนี้หวังเป็น
00:20:30 → 00:20:32อย่างยิ่งว่าคุณผู้ชมจะสามารถนำสาระ
00:20:32 → 00:20:35สุขภาพดีๆที่ได้นะคะไปดูแลตัวเองและ
00:20:35 → 00:20:39ครอบครัวค่ะให้มีสุขภาพกายแข็งแรงจิตใจ
00:20:39 → 00:20:42แจ่มใสค่ะและขอบคุณคุณผู้ชมนะคะที่ติดตาม
00:20:42 → 00:20:45รับชมรายการ TNN He มาโดยตลอดค่ะคุณผู้
00:20:45 → 00:20:49ชมสามารถติดตามรับชมรายการ TNN ได้เป็น
00:20:49 → 00:20:52ประจำนะคะทุกวันเสาร์ค่ะเวลาดี 15:00 น
00:20:52 → 00:20:53ถึง
00:20:53 → 00:20:5715:30 นที่นี่ TNN ช่อง 16 ค่ะและที่
00:20:57 → 00:21:00สำคัญค่ะต้องไม่ลืมค่ะกดไลคกดแชร์กด
00:21:00 → 00:21:03Subscribe กดกระดิ่งติดตามเป็นกำลังใจ
00:21:03 → 00:21:06ให้หมอดาวและทีมงาน TNN Health ในช่อง
00:21:06 → 00:21:09ทางโซเชียลมีเดียต่างๆไม่ว่าจะเป็น
00:21:09 → 00:21:11YouTube tiktok Facebook Instagram
00:21:11 → 00:21:14LINE official ค่ะเพื่อที่จะเข้าถึงทุก
00:21:14 → 00:21:17สาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทันโรคไป
00:21:17 → 00:21:19ด้วยกันและสำหรับวันนี้นะคะหมอดาวและทีม
00:21:19 → 00:21:22งาน TNN Health ต้องขอตัวลาคุณผู้ชมไป
00:21:22 → 00:21:25ก่อนสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ
00:21:25 → 00:21:57[เพลง]
00:21:57 → 00:22:01เ JA