แหล่งอาหารที่มีวิตามินดีสูงมีอะไรบ้าง

Vitamin D ประโยชน์รอบด้านของวิตามินดี ที่เกี่ยวกับผิวพรรณ by หมอแอมป์ [Dr.Amp Podcast] [Sub Thai]

จากช่อง : DrAmp Team


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:1500:00:19วิตามินดี เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน
00:00:1900:00:23เมื่อไหร่ที่วิตามินละลายในไขมัน
00:00:2300:00:26เราต้องคำนึงถึงเวลาเรากินเข้าไป
00:00:2600:00:29มากกว่าวิตามินที่ละลายในน้ำนิดหนึ่งนะครับ
00:00:2900:00:32เพราะว่าวิตามินที่ละลายในน้ำ ถ้ามากเกินไป
00:00:3200:00:36ยังพอขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะได้ง่ายหน่อย
00:00:3600:00:42แต่ถ้าเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น เอ ดี อี เค
00:00:4200:00:45ถ้าเยอะเกินไป เขาละลายในไขมัน
00:00:4500:00:50การขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะก็จะช้ากว่าปกติ
00:00:5000:00:54เพราะฉะนั้นถ้าเยอะเกิน แล้วเข้าไปเป็นระดับเป็นพิษ
00:00:5400:00:57แบบนี้ก็จะอันตรายพอสมควร
00:00:5700:01:00ทำให้ร่างกายตกค้างอยู่เยอะ อยู่นานกว่าปกติ
00:01:0000:01:05วิตามินดี มีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
00:01:0500:01:08และฟอสฟอรัสสู่ร่างกายหรือดึงกลับมา
00:01:0800:01:13จึงทำให้วิตามินดีมีประสิทธิภาพในการบำรุงระบบกล้ามเนื้อ
00:01:1300:01:16และกระดูก ช่วยป้องกันกระดูกพรุน
00:01:1600:01:19วิตามินดี สร้างจากเซลล์ผิวหนัง
00:01:1900:01:23เซลล์ผิวหนังจะมีตัวหนึ่ง ชื่อว่า คีราติโนไซต์ (Keratinocytes)
00:01:2300:01:28คีราติโนไซต์ จะรับแสงรังสียูวี-บีจากแสงอาทิตย์
00:01:2800:01:32แล้วร่างกายเราจะเปลี่ยนไปเป็นวิตามินดี
00:01:3200:01:35เพราะฉะนั้นเวลาที่รับแสงเข้ามา
00:01:3500:01:38คีราติโนไซต์ จะเปลี่ยนคอเลสเตอรอล
00:01:3800:01:44ชื่อเต็มๆ คือ 7-Dehydrocholesterol หรือ 7-DHC
00:01:4400:01:45ไปเป็นวิตามินดี
00:01:4500:01:49แสดงว่าคอเลสเตอรอล ถ้าเป็นคอเลสเตอรอลดี
00:01:4900:01:52ก็จะมีประโยชน์ บางครั้งก็ไปทำเรื่องผิว
00:01:5200:01:54ไม่ได้มีแค่โทษอย่างเดียว
00:01:5400:02:00มีการวิจัยไว้ใน The Bangkok Medical Journal ในปี 2015
00:02:0000:02:05ทำในพนักงานออฟฟิศประมาณ 211 แห่งทั่วกรุงเทพฯ
00:02:0500:02:12พบว่า 36.5% หรือประมาณ 1 ใน 3 มีภาวะขาดวิตามินดี
00:02:1200:02:16มีการประเมินว่ามีคนประมาณ 1,000 ล้านคนทั่วโลก
00:02:1600:02:21หรือประมาณ 15% ที่มีภาวะขาดวิตามินดี
00:02:2100:02:25กลุ่มไหนบ้างที่เสี่ยงจะขาดวิตามินดี
00:02:2500:02:301. กลุ่มคนที่มีสีผิวเข้ม ก็จะมีเม็ดสีมาบล็อกไว้
00:02:3000:02:33ทำให้การดูดซึมวิตามินดีไม่ค่อยดี
00:02:3300:02:36กลุ่มที่ 2 ผู้สูงอายุ
00:02:3600:02:40กลุ่มที่ 3 ผู้ป่วยโรคอ้วน หรือคนที่มีภาวะน้ำหนักเกิน
00:02:4000:02:43วิตามินดีก็จะใช้เยอะแล้วก็ขาดแคลน
00:02:4300:02:47กลุ่มผู้ป่วยโรคไต กลุ่มผู้ป่วยโรคตับด้วย
00:02:4700:02:52นี่คือ 4-5 กลุ่มที่เสี่ยงมีภาวะขาดวิตามินดี
00:02:5200:02:56วิตามินดีมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนนะครับ
00:02:5600:03:01การวิจัยในช่วงหลังๆ ไปตั้งชื่อว่า จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่วิตามินนะ
00:03:0100:03:03เพราะว่ามีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเพศเนี่ย
00:03:0300:03:06ต้องเป็นฮอร์โมนดี ไม่ใช่วิตามินดี
00:03:0600:03:09เพราะมีสรรพคุณเยอะมากกว่าวิตามินปกติ
00:03:0900:03:13บทบาทสำคัญในการวิจัยว่าวิตามินดี
00:03:1300:03:15ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องบำรุงผิวอย่างเดียว
00:03:1500:03:16เขาช่วยหลายระบบมาก
00:03:1600:03:19ไม่ว่าจะเป็นระบบภูมิต้านทาน
00:03:1900:03:23ช่วยในการต่อสู้กับเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส
00:03:2300:03:25การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
00:03:2500:03:29ช่วยบำรุงระบบทางเดินอาหาร
00:03:2900:03:31ระบบหลอดเลือด ระบบเส้นเลือด
00:03:3100:03:33มีการวิจัยเลยนะครับ ว่าวิตามินดีเนี่ย
00:03:3300:03:38เกี่ยวพันและมีส่วนช่วยกับการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
00:03:3800:03:41มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก
00:03:4100:03:45หรือลดอัตราการเป็น ลดอัตราความเสี่ยงของมะเร็งต่างๆ ได้
00:03:4500:03:49วิตามินดีช่วยให้สมองหลั่งสารซีโรโทนิน
00:03:4900:03:52หรือว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขนี่แหละครับ
00:03:5200:03:53ช่วยลดความเครียดครับ
00:03:5300:03:54ด้านผิวพรรณ
00:03:5400:03:58วิตามินดี มีส่วนช่วยในกระบวนการแบ่งเซลล์
00:03:5800:04:00หรือว่า Cell Proliferation
00:04:0000:04:04ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว Delay Skin Aging
00:04:0400:04:06รอยย่นมาช้า รอยเหี่ยวมาช้า
00:04:0600:04:09หน้าชุ่มชื้น หน้าตึง
00:04:0900:04:11บำรุงผิวพรรณให้สดชื่นอ่อนเยาว์
00:04:1100:04:14ปกป้องคุ้มครองเซลล์ผิวหนังจากศัตรู
00:04:1400:04:17ถ้ามีการอักเสบ วิตามินดีก็ช่วยได้ดีทีเดียว
00:04:1700:04:21วิตามินดีมีประโยชน์อันต่อไปคือ
00:04:2100:04:24เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย
00:04:2400:04:28โดยเฉพาะในกีฬาที่ต้องใช้ความอึด ความอดทน
00:04:2800:04:32เช่น วิ่งมาราธอน ปั่นจักรยาน ไตรกีฬาแบบนี้
00:04:3200:04:35วิตามินดีก็เลยมีส่วนในการเพิ่ม Endurance
00:04:3500:04:37หรือว่าความอึดของร่างกาย
00:04:3700:04:39มีการวิจัยไว้ใน
00:04:3900:04:44Journal of Drugs in Dermatology ในปี 2009
00:04:4400:04:46การทาครีมแคลซิไตรออล (Calcitriol)
00:04:4600:04:49แคลซิไตรออล เป็นวิตามินดีที่มนุษย์สร้างขึ้น
00:04:4900:04:52ครีมที่ใส่แคลซิไตรออลหรือวิตามินดีเนี่ย
00:04:5200:04:55ช่วยลดการอักเสบและการระคายเคืองในผู้ป่วย
00:04:5500:04:58ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินหรือโรคผิวหนังนั่นเอง
00:04:5800:05:03แสดงว่าวิตามินดีรักษาบำรุงผิว ไม่ใช่แค่เรื่องของความชุ่มชื้น
00:05:0300:05:07ยังรักษาเรื่องการอักเสบเป็นแผล หรือว่าแผลสิวได้ด้วย
00:05:0700:05:12มีการวิจัยอีกครับ จากมหาวิทยาลัยออริกอน
00:05:1200:05:15Linus Pauling Institute วิจัยไว้ว่า
00:05:1500:05:20มนุษย์ควรจะได้รับวิตามินดี ประมาณ 600 IU ต่อวัน
00:05:2000:05:23IU คือ International Unit
00:05:2300:05:29วันหนึ่งเราต้องการประมาณ 600-1,000 IU ต่อวันก็น่าจะโอเค
00:05:2900:05:31ยกเว้นใน 2 คน ก็คือ
00:05:3100:05:331. กลุ่มคนท้อง
00:05:3300:05:35ต้องการวิตามินดีมากกว่าปกติ
00:05:3500:05:40และกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มผู้สูงอายุที่อายุเกิน 70 ปี
00:05:4000:05:44คราวนี้เรามาดูว่า Linus Pauling Institute เขาบอกว่า
00:05:4400:05:48เฉลี่ยประมาณนี้ สมาคมอื่นก็บอกว่าวิตามินดีประมาณนั้น
00:05:4800:05:52ถ้าถามหมอแอมป์นะครับ ว่าวิตามินดีฟันธงให้หน่อยค่ะ
00:05:5200:05:54รับประทานโดสเท่าไหร่ดี
00:05:5400:05:56ก็เหมือนเดิมครับ เราต้องรู้ก่อนครับว่า
00:05:5600:06:01ในเลือดของเรามีระดับวิตามินดีเยอะพอหรือยัง
00:06:0100:06:04ปัจจุบันการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับวิตามินดี
00:06:0400:06:09ก็จะวัดออกมาเป็น Total 25(OH) Vitamin D3
00:06:0900:06:13แล้วก็มีการเจาะ 25(OH) Vitamin D2 ด้วย
00:06:1300:06:18รวมๆ ทั้งหมดครับ ควรจะมีเกิน 30 ไมโครกรัมต่อลิตร
00:06:1800:06:22ถ้าเรามีไม่เกิน 30 แสดงว่าเราขาดวิตามินดี
00:06:2200:06:27ระดับมาตรฐานควรจะอยู่ที่ 40-80 ไมโครกรัมต่อลิตร
00:06:2700:06:29แต่ไม่ควรเกินนะครับ
00:06:2900:06:31วิตามินดี ละลายในไขมันใช่ไหมครับ
00:06:3100:06:33ก็ต้องมีเพดานไว้หน่อยว่าเกินไปเนี่ยเป็นพิษ
00:06:3300:06:38ไม่ควรเกิน 150 ไมโครกรัมต่อลิตรนั่นเอง
00:06:3800:06:43มีการวิจัยไว้ในวารสาร Nutrients ในปี 2012 ว่า
00:06:4300:06:47ผู้หญิง 83 คนที่มีระดับวิตามินดีในเลือดน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ
00:06:4700:06:50จะมีผิวพรรณที่ขาดความชุ่มชื้น
00:06:5000:06:54มีผิวพรรณที่เหี่ยวง่าย และเกิดรอยย่นได้มากกว่าคนปกติ
00:06:5400:06:56อีกการวิจัยหนึ่งครับ ใน
00:06:5600:07:01The Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology, 2019
00:07:0100:07:04คณะของ Dr. Charlotte จาก North Carolina
00:07:0400:07:07วิจัยไว้ในผู้หญิง 50 คน
00:07:0700:07:11ที่รับประทานวิตามินดีเสริมวันละ 600 IU
00:07:1100:07:13เป็นเวลาติดต่อกัน 12 อาทิตย์
00:07:1300:07:18มีผลในการบำรุงผิว เพิ่มน้ำในเซลล์ ทำให้ผิวอ่อนเยาว์
00:07:1800:07:22อย่างมีนัยสำคัญ หรือ Significant
00:07:2200:07:28แสดงว่า การวิจัยบอกว่า วิตามินดีมีส่วนบำรุงผิวนั่นเอง
00:07:2800:07:31การโดนแดด อยากได้วิตามินดี
00:07:3100:07:34โดนแสงแดดวันละประมาณ 15 นาที
00:07:3400:07:37แดดอ่อนๆ ช่วงเช้า แดดอ่อนๆ ช่วงเย็น
00:07:3700:07:39ช่วยให้ร่างกายผลิตวิตามินดีได้
00:07:3900:07:42แต่ก็ต้องระวังเรื่องยูวีด้วย
00:07:4200:07:45แต่ให้เริ่มจากอาหารก่อนดีไหมครับ จะได้ง่ายหน่อย
00:07:4500:07:50อาหารที่มีวิตามินดีเยอะเป็นส่วนประกอบก็คือ
00:07:5000:07:531. พวกที่มี D3 เยอะๆ ก็คือ
00:07:5300:07:57ปลาที่มีไขมันมากๆ เช่น ปลาเทราซ์ ปลาแซลมอน
00:07:5700:08:02ปลาซาดีน ปลาทู ปลาทูน่า ปลาดุก
00:08:0200:08:09ปลาแซลมอน 1 ขีด มีวิตามินดีประมาณ 526 IU
00:08:0900:08:11การวิจัยเขาบอกวันหนึ่งประมาณ 600-1,000
00:08:1100:08:14ทานปลาแซลมอนขีดหนึ่ง นี่ก็ได้เกือบครบ
00:08:1400:08:17ในเห็ด จะมีวิตามิน D2 อยู่เยอะ
00:08:1700:08:22ในเห็ด 1 ขีด มีวิตามิน D สูงถึง 1,000 IU เลยนะครับ
00:08:2200:08:24ถือว่าสูงมากเลยนะครับเห็ดเนี่ย
00:08:2400:08:27เห็ดพอร์โทเบลโล เห็ดใบใหญ่ๆ นะครับ
00:08:2700:08:30เห็ดหอมนี่ก็มี เห็ดฟาง เห็ดชิตาเกะ เห็ดไมตาเกะ
00:08:3000:08:33เห็ดกระดุม เห็ดมันปูนี่มีเยอะ
00:08:3300:08:36เห็ดที่ขึ้นในธรรมชาติ โดนแสงแดด
00:08:3600:08:38เกิดขึ้นมาเองเนี่ยจะมีเยอะกว่า
00:08:3800:08:41เขาเรียก Wild Mushroom ก็คือเห็ดป่า
00:08:4100:08:47ถ้าเห็ดปลูกบางทีเจอแสง เป็นแสงนีออน หรือแสงยูวีก็จะมีน้อย
00:08:4700:08:49เพิ่มเติมสักหน่อยแล้วกันนะ
00:08:4900:08:54ผลข้างเคียง ถ้าวิตามินดีในเลือดมากเกินไป
00:08:5400:08:56ผลข้างเคียงก็คือ คลื่นไส้อาเจียน
00:08:5600:09:01เบื่ออาหาร ปวดท้อง ท้องผูก ท้องเสีย
00:09:0100:09:03สูญเสียมวลกระดูกไป
00:09:0300:09:05กระทบกระเทือนกับการทำงานของไต
00:09:0500:09:08หรืออาจทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูงเกิน
00:09:0800:09:10หรือ Hypercalcemia ก็เป็นได้
00:09:1000:09:14สรุปก็คือหลักการคือต้องทานอย่างเหมาะสมครับ
00:09:1400:09:17แล้วในเรื่องวิตามินดีกับรหัสพันธุกรรม
00:09:1700:09:21Genetic หรือรหัสพันธุกรรมที่มีการวิจัยว่าเกี่ยวเนื่อง
00:09:2100:09:26กับเรื่องของการต้องการวิตามินดีในแต่ละวันก็คือยีนที่ชื่อว่า
00:09:2600:09:29NADSYN1
00:09:2900:09:32หรือยีนตัวที่ 2 ครับ VDR
00:09:3200:09:36ตัวที่ 3 ครับ ยีน GC
00:09:3600:09:39ตัวที่ 4 ยีน WNT16
00:09:3900:09:43ตัวที่ 5 CYP2R1
00:09:4300:09:48และตัวสุดท้าย CYP24A1
00:09:4800:09:51นั่นก็คือสรรพคุณคร่าวๆ ของวิตามินดี