00:00:00 → 00:00:02แล้วจะเห็นว่าในเมนูของอาหารญี่ปุ่นเนี่ย
00:00:02 → 00:00:04จะมีเต้าหู้ปนอยู่หลายๆอย่างเลยทีเดียวนะ
00:00:04 → 00:00:07คะใช่ใช่นอกจากในซุปมิโที่เราเห็นเนี่ย
00:00:07 → 00:00:09ที่จะมีเต้าหู้ใส่เข้าไปแล้วเนี่ยบางที
00:00:09 → 00:00:11เนี่ยในแอเอหรือตัวที่เปิดเย็นๆมันจะมี
00:00:12 → 00:00:15เต้าหู้ก้อนแล้วก็ราดด้วยูยุหรืออะไรสัก
00:00:15 → 00:00:17อย่างเนี่ยแหละจะเป็นเต้าหู้เย็นครับแล้ว
00:00:17 → 00:00:19ก็แล้วแต่ว่าเขาจะใส่อะไรด้านบนส่วนใหญ่
00:00:19 → 00:00:21ก็จะเป็นขิงขูดเป็นเล็กๆให้มันมีกลิ่นมี
00:00:21 → 00:00:24ความเผ็ดขึ้นนิดนึงแล้วก็ราดด้วยโชวอยู่
00:00:24 → 00:00:26นะครับให้มันมีรสชาติที่กลมกร่องเพิ่มมาก
00:00:27 → 00:00:29ขึ้นครับผมก็ต้องเล่าว่าตัวเต้าหู้เนี่ย
00:00:29 → 00:00:30ไม่ได้กำเนิดจากตัวญี่ปุ่นเองนะครับเขา
00:00:31 → 00:00:33รับวัฒนธรรมมาจากประเทศจีนเพราะฉะนั้น
00:00:33 → 00:00:35เนี่ยเราก็จะเห็นเลยว่าโอ้โหมันก็จะคล้าย
00:00:35 → 00:00:37ๆบ้านเราเพราะเราก็รับมาจากจีนเหมือนกัน
00:00:37 → 00:00:39ก็จะมีทั้งเต้าหู้ที่เป็นเต้าหู้ที่เป็น
00:00:39 → 00:00:42ี้เลยคือเป็นนิ่มๆเลยนะครับกอีกอันนึงคือ
00:00:42 → 00:00:44เป็นเต้าหู้ที่มันเป็นชั้งๆคือเป็นก้อนๆ
00:00:44 → 00:00:47หยาบๆนิดนึงวิธีทานปรุงอาหารหรือวิธีการ
00:00:47 → 00:00:49ทานเนี่ยก็จะคล้ายๆประเทศจีนนะครับอย่าง
00:00:49 → 00:00:52เต้าหู้ที่มันนิ่มๆเนี่ยเขาก็จะกินสดเลย
00:00:52 → 00:00:54หรือเอามาใส่ในอะไรที่มันเป็นน้ำน้ำนะ
00:00:54 → 00:00:56ครับเช่นเป็นซุปต่างๆนะครับแต่ถ้าเกิด
00:00:56 → 00:00:58เป็นเต้าหู้ที่มันก้อนที่มันหยับๆข้าวมา
00:00:58 → 00:01:01ผัดอ่าบางทีเรากินเองเนี่ย Texture อาจจะ
00:01:01 → 00:01:03ไม่ได้เป็นรส Texture ที่มันอร่อยสำหรับ
00:01:03 → 00:01:06ในบางคนบางทีเนี่ยอจะหยาบๆหน่อยเนาใช่เก็
00:01:06 → 00:01:08จะมาผัดกับน้ำมันนะครับให้มันมีความกรอก
00:01:08 → 00:01:11เพิ่มมากขึ้นด้านนอกนะครับหรือบางคนเนี่ย
00:01:11 → 00:01:13เอาไปทอดเลยให้มันเป็นเต้าหู้ทอดครับผมอ
00:01:13 → 00:01:15จริงๆแล้วถามว่า 2 อันนี้เนี่ยมีคุณค่า
00:01:15 → 00:01:17ทางอาหารต่างกันมถ้าเกิดเป็นในแง่ของ
00:01:17 → 00:01:20โปรตีนนะคะตัวที่มันจะเป็นเต้าหู้ที่มัน
00:01:20 → 00:01:22ค่อนข้างเฟิร์มหรือว่าแข็งหน่อยเนี่ย
00:01:22 → 00:01:25โปรตีนมันจะเยอะกว่าถ้าเทียบกับอันที่มัน
00:01:25 → 00:01:27นิ่มๆนะคะในส่วนของแคลเซียมเองก็อาจจะมี
00:01:27 → 00:01:29ความต่างกันนิดหน่อยแต่ว่าก็สามารถจะ
00:01:29 → 00:01:31เลือกกิกินได้ตามความชอบนะคะอันเนี้ย
00:01:31 → 00:01:34เหมือนที่บอกไปตอนต้นว่าทำไมมันถึงมีข้อ
00:01:34 → 00:01:37ดีอันที่ 1 ก็คือไม่มีคอเลสเตอรอลอันที่ 2
00:01:37 → 00:01:40ก็คือโปรตีนสูงแต่ว่าไขมันต่ำอีกอันนึง
00:01:40 → 00:01:42ที่เป็นข้อดีนะคะก็คือจะมีไฟโตเอสโตรเจน
00:01:42 → 00:01:45หรือว่าเป็นเอสโตรเจนตามธรรมชาตินะคะซึ่ง
00:01:45 → 00:01:47อาจจะเหมาะในคนที่กำลังเข้าสู่วัยทองหรือ
00:01:47 → 00:01:50ว่ามีปัญหานะคะอันนี้ก็จะทำให้ได้รับ
00:01:50 → 00:01:52เรื่องของเอสโตรเจนจากธรรมชาติไม่ต้อง
00:01:52 → 00:01:54เสี่ยงกับการเกิดเรื่องของมะเร็งค่ะเพราะ
00:01:54 → 00:01:56ฉะนั้นเนี่ยกลุ่มประเทศจีนประเทศญี่ปุ่น
00:01:56 → 00:01:59ซึ่งกินเต้าหู้เยอะๆเนี่ยลดความเสี่ยงของ
00:01:59 → 00:02:01การเกิดมรงได้ค่ะโดยเฉพาะมะเร็งเตนมอย่าง
00:02:01 → 00:02:03ที่บอกว่าต้องระวังบางเมนูนะครับว่าถ้า
00:02:03 → 00:02:05เกิดเอาเต้าฮูไท่อนเนี่ยจากที่
00:02:05 → 00:02:08คอเลสเตอรอลต่ำไขมันต่ำงที่อาจจะสูงขึ้น
00:02:08 → 00:02:11มาได้พบกับรายการ Food Choice กินดี
00:02:11 → 00:02:15สุขภาพดีเลือกได้ทุกวันจันทร์เวลา 18:00
00:02:15 → 00:02:18นที่มหิดน Channel podcast ผ่านช่องทาง
00:02:18 → 00:02:21Facebook มหิดน Channel YouTube มหิดน
00:02:21 → 00:02:28Channel Apple podcast spotify anor
00:02:28 → 00:02:31jukes
00:02:31 → 00:02:33ความรู้ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้
00:02:33 → 00:02:39มหาวิทยาลัยมหิดลปัญญาของแผ่น
00:02:39 → 00:02:45[เพลง]
00:02:45 → 00:02:48ดิน