00:00:03 → 00:00:13[เพลง]
00:00:13 → 00:00:16เมื่อเราเริ่มมีอาการผิดปกติโดยเฉพาะถ้า
00:00:16 → 00:00:19เริ่มมีอาการแน่นหน้าอกเวลาออกแรงหรือว่า
00:00:19 → 00:00:22เริ่มเหนื่อยง่ายมากขึ้นกว่าเดิมอันนี้
00:00:22 → 00:00:25เป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นนะครับของโรคหัว
00:00:25 → 00:00:28ใจขาดเลือดสามารถมาตรวจเพิ่มเติมได้นะ
00:00:28 → 00:00:31ครับที่โรงพยาบาลถ้าท่านไม่เคยมีอาการใดๆ
00:00:31 → 00:00:34เลยแต่อยู่ๆมีอาการแน่นหน้าอกอย่างมาก
00:00:34 → 00:00:36เป็นอยู่ครึ่งชั่วโมง 1 ชั่วโมงอาการยัง
00:00:36 → 00:00:38ไม่หายนั่นอาจจะเป็นสัญญาณของกล้ามเนื้อ
00:00:38 → 00:00:41หัวใจขาดเลือดแบบเฉียบพลันถ้าท่านมีอาการ
00:00:41 → 00:00:44เหล่านี้แนะนำให้รีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้
00:00:44 → 00:00:48ที่สุดอย่างเร็วที่สุด
00:00:48 → 00:00:52ครับการตรวจหาสาเหตุของโรคหัวใจนะครับ
00:00:52 → 00:00:55สามารถเริ่มต้นด้วยการซับหวัดตรวจร่างกาย
00:00:55 → 00:00:58นะครับจอดเลือดตรวจหาความเสี่ยงที่มีเช่น
00:00:58 → 00:01:03เบาหวานไขมันสูงแล้วก็ทำกราฟหัวใจหรือว่า
00:01:03 → 00:01:06ที่เรียกว่า ekg การเดินสายพานหรือเรียก
00:01:06 → 00:01:08ว่า Exercise stress Test นะครับการ
00:01:08 → 00:01:11ตรวจเอโคหรือเป็นการตรวจคลื่นเสียงสะท้อน
00:01:11 → 00:01:14หัวใจและณปัจจุบันนะครับเราสามารถตรวจ
00:01:14 → 00:01:17ละเอียดเพิ่มขึ้นได้โดยการทำ CT สแกนนะ
00:01:17 → 00:01:20ครับโดยมีการฉีดสีเข้าไปในหลอดเลือดเพื่อ
00:01:20 → 00:01:23ดูว่าหลอดเลือดเรานั้นเนี่ยมีรอยตีบหรือ
00:01:23 → 00:01:26ไม่
00:01:26 → 00:01:30ครับการตรวจสวนหัวใจหรือที่มักจะใช้ทั่วๆ
00:01:30 → 00:01:34ไปว่าการฉีดสีเป็นการตรวจโดยใช้สายสวนนะ
00:01:34 → 00:01:37ครับใส่เข้าไปในตามเส้นเลือดเข้าไปถึงหัว
00:01:37 → 00:01:40ใจแล้วก็ทำการฉีดสีดูเพื่อดูว่าเส้นเลือด
00:01:40 → 00:01:44นั้นมีการตีดหรือไม่นะครับเป็นการตรวจ
00:01:44 → 00:01:46ค่อนข้างแม่นยำร่วมไปถึงว่าสามารถที่จะ
00:01:46 → 00:01:49ให้การรักษาโดยการรูญต่อเนื่องไปได้เลย
00:01:49 → 00:01:54การสวนหัวใจจึงมักจะถูกใช้ในขั้นตอนสุด
00:01:54 → 00:01:56ท้ายหลังจากที่มีการตรวจเบื้องต้นแล้ว
00:01:57 → 00:02:00เช่นการเดินสายพานผิดปกติหรือว่าว่า CT
00:02:00 → 00:02:04สแกนผิดปกติจึงเอาผู้ป่วยมาทำการอ่าสวน
00:02:04 → 00:02:07หัวใจ
00:02:07 → 00:02:10ครับเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบปัจจุบันมี
00:02:10 → 00:02:13การรักษา 3 วิธีนะครับ 1 คือการกินยา
00:02:13 → 00:02:16รักษาอันที่ 2 คือการรักษาโดยการขยาย
00:02:16 → 00:02:18บัลลูนและอันที่ 3 คือการรักษาโดยการผ่า
00:02:18 → 00:02:22ตัดไบพาการรักษาโดยการขยายหลอดเลือดนะ
00:02:22 → 00:02:26ครับก็คือจะเป็นการรักษาโดยการใช้บัลลูน
00:02:26 → 00:02:29ถ่างขยายเพื่อเปิดทางนะครับและใส่หดลวด
00:02:29 → 00:02:32ค้ำยันหรือที่เรียกว่าสนเข้าไปนะครับ
00:02:32 → 00:02:34เพื่อให้หลอดเลือดที่เราขยายนั้นสามารถ
00:02:34 → 00:02:37ที่จะคงรูปเอาไว้อยู่ได้เพื่อให้เลือดไหล
00:02:37 → 00:02:39ผ่านได้สะดวกครับทีนี้ถ้าเราพูดถึงการ
00:02:40 → 00:02:43รักษาของโรคหัวใจที่ตีบซับซ้อนนะครับใน
00:02:43 → 00:02:45เส้นเลือดที่มีหินปูนเกราะมากเนื่องจาก
00:02:45 → 00:02:47หินปูนมันแข็งนะครับในบางครั้งการใช้
00:02:47 → 00:02:51บาลูนธรรมดานั้นไม่สามารถที่จะเปิดทางให้
00:02:51 → 00:02:54เส้นเลือดนั้นกางออกได้เพราะว่าหินปูนมัน
00:02:54 → 00:02:56แข็งแล้วทำให้บางครั้งพยายามทำแล้วเส้น
00:02:56 → 00:02:59เลือดแตกหรือว่าบาลูนก็แตกจึงต้องมี
00:02:59 → 00:03:01อุปกรณ์ตอนเสริมเพิ่มพิเศษหนึ่งในนั้นก็
00:03:01 → 00:03:04คือการทำ rotational ectomy หรือว่าบาง
00:03:04 → 00:03:07ท่านเรียกว่า rotator ลักษณะก็คือจะคล้าย
00:03:07 → 00:03:11ๆกับตัวกรอหินปูนเพื่อทำให้หินปูนที่เกาะ
00:03:11 → 00:03:14อยู่บริเวณผิวของหลอดเลือดนั้นเนี่ยนะ
00:03:14 → 00:03:16ครับขจัดออกไปนะครับเพื่อให้รอยตีบนั้น
00:03:16 → 00:03:19เนี่ยมีความนิ่มขึ้นนะครับและสามารถที่จะ
00:03:19 → 00:03:22ใช้บัลลูนในการที่จะขยายให้มันกว้างขึ้น
00:03:22 → 00:03:25แล้วก็จบด้วยการใส่สนเข้าไปครับซึ่ง
00:03:25 → 00:03:28rotational ectomy ก็จะเป็นหัตการที่จะ
00:03:28 → 00:03:31ต้องการการฝึกฝนเพิ่มพิเศษแลก็มีความ
00:03:31 → 00:03:33ชำนาญนะ
00:03:33 → 00:03:35[เพลง]
00:03:35 → 00:03:39ครับ met Park Hospital redefining
00:03:39 → 00:03:42health care