00:00:00 → 00:00:01มันกลายเป็นว่า
00:00:01 → 00:00:03ทุกคนรู้สึกว่าอาการท้องผูกมันเป็นเรื่องปกติ
00:00:03 → 00:00:05แต่จริงๆ มันไม่ปกติ
00:00:05 → 00:00:07การที่ปล่อยให้ท้องผูกไปนานๆ
00:00:07 → 00:00:09มันจะมีปัญหาตามมาเยอะมากๆ
00:00:09 → 00:00:12เพราะว่ามันจะทำให้ชีวิตเราแย่ลงทีละนิดๆ
00:00:12 → 00:00:14วันนี้เรามาแก้ไขกันครับผม
00:00:23 → 00:00:25สวัสดีครับ ผมหมอท๊อปนะครับ
00:00:25 → 00:00:27และนี่คือ DOCTOR TOP Channel ครับ
00:00:27 → 00:00:30รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระครับ
00:00:31 → 00:00:35วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องเกี่ยวกับท้องผูก
00:00:35 → 00:00:39รักษาได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้ยาแม้แต่เม็ดเดียวครับ
00:00:39 → 00:00:44ผมจะมาบอกเคล็ดลับแบบรายละเอียดกันเลยทีเดียว
00:00:44 → 00:00:45ก่อนไปครับ
00:00:45 → 00:00:48อย่าลืมกด Like, Share, Subscribe และกดกระดิ่งนะครับ
00:00:48 → 00:00:51ใครมีคำถาม เขียนคอมเม้นต์ลงมาข้างล่างได้เลยครับ
00:00:51 → 00:00:54ผมจะรวบรวมคำถามและทำวิดีโอตอบให้ทุกคนนะครับผม
00:00:54 → 00:01:00ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันของเราค่อนข้างเร่งรีบนะครับ
00:01:00 → 00:01:02ปลาเร็วกินปลาช้า
00:01:02 → 00:01:03มีความเครียดมากมาย
00:01:03 → 00:01:04แล้วเป็นไงครับ
00:01:05 → 00:01:06ท้องผูกครับ
00:01:06 → 00:01:08ถ่ายไม่เคยตรงเวลานะครับ
00:01:08 → 00:01:09บางวันเช้า
00:01:09 → 00:01:10บางวันเย็น
00:01:10 → 00:01:13บางที 3-5 วัน ถ่ายที
00:01:13 → 00:01:15บางทีรถติด ถ่ายไม่ได้ กลั้นเข้าไปอีก
00:01:16 → 00:01:19วนเวียนๆ อยู่อย่างนี้ ทุกข์ทรมานมากครับ
00:01:19 → 00:01:20มันกลายเป็นว่า
00:01:20 → 00:01:23ทุกคนรู้สึกว่าอาการท้องผูกมันเป็นเรื่องปกติ
00:01:23 → 00:01:25แต่จริงๆ มันไม่ปกติครับ
00:01:25 → 00:01:27การที่ปล่อยให้ท้องผูกไปนานๆ
00:01:27 → 00:01:29มันจะมีปัญหาตามมาเยอะมากๆ
00:01:29 → 00:01:32เพราะว่ามันจะทำให้ชีวิตเราแย่ลงทีละนิดๆ
00:01:32 → 00:01:33ท้องผูก
00:01:33 → 00:01:34อึดอัด
00:01:34 → 00:01:35ถ่ายไม่ออก
00:01:35 → 00:01:35หงุดหงิด
00:01:35 → 00:01:37เวียนหัว เป็นวงจร
00:01:37 → 00:01:39วันนี้เรามาแก้ไขมันกันครับผม
00:01:39 → 00:01:43โดยหลักๆ วิธีแก้ไขท้องผูกมี 2 แบบครับ
00:01:43 → 00:01:451. ไม่ใช้ยา
00:01:45 → 00:01:462. ใช้ยา
00:01:47 → 00:01:50ที่ไม่ใช้ยาก่อนครับ เดี๋ยวที่ใช้ยาจะมีแถมให้ด้วย
00:01:50 → 00:01:51ก่อนที่จะไปรักษา
00:01:51 → 00:01:52มารู้กันก่อนครับว่า...
00:01:52 → 00:01:55เมื่อไหร่ที่เรียกว่าท้องผูก
00:01:56 → 00:01:57โดยหลักการทางการแพทย์นะครับ
00:01:57 → 00:02:001. อุจจาระของท่านมีลักษณะแข็ง
00:02:00 → 00:02:03ไม่จำเป็นต้องเอามือไปจิ้มๆ ดูนะครับ
00:02:03 → 00:02:05ใช้ตาดูก็น่าจะรู้แล้วว่ามันแข็ง
00:02:05 → 00:02:07บางทีมันก็ออกมาเป็นเม็ดกระสุน
00:02:07 → 00:02:09ไม่ต้องเอามือไปจิ้มก็ได้
00:02:09 → 00:02:10ไม่จำเป็นนะครับ
00:02:10 → 00:02:11ใช้ตาดูก็น่าจะพอรู้
00:02:11 → 00:02:15ตอนถ่ายมันยาก, ต้องบ่ง, ทรมานก้น
00:02:15 → 00:02:172. ถ่ายอุจจาระออกได้ลำบาก
00:02:18 → 00:02:18คือ ต้องเบ่ง
00:02:18 → 00:02:20ปกติการถ่ายที่ดีคือ...
00:02:20 → 00:02:21นั่งปุ๊บก็ถ่ายออกครับ
00:02:21 → 00:02:22สบาย
00:02:22 → 00:02:24อย่างนี้สิครับคือการถ่ายที่ถูกต้อง
00:02:24 → 00:02:27ถ้าท่านต้องนั่งเบ่ง 5 นาที ยังไม่ถ่าย
00:02:27 → 00:02:28มันไม่ใช่แล้ว
00:02:28 → 00:02:313. ไม่ถ่ายอุจจาระนานเกิน 3 วัน
00:02:31 → 00:02:34วินิจฉัยเลยครับ ว่าท่านท้องผูกแน่
00:02:34 → 00:02:36คนอะไรไม่ถ่ายตั้ง 3 วัน
00:02:36 → 00:02:39ของเสียในท้องเต็มไปหมดเลย ไม่ได้นะครับ ต้องเอาออกมา
00:02:39 → 00:02:44ซึ่งสาเหตุบอกตรงๆ แล้วแต่คนจริงๆ ครับ
00:02:44 → 00:02:48สาเหตุหลักๆ ก็คือกิจวัตรประจำวันของท่านเองครับ
00:02:48 → 00:02:55เช่น การเดินทางไปต่างประเทศ, ไม่คุ้นที่ ถ่ายลำบาก
00:02:55 → 00:02:58ส้วมไม่คุ้นเคย, ไม่มีสายชำระ
00:02:58 → 00:02:59คนไทยติดสายชำระ
00:02:59 → 00:03:00ไปเมืองนอกไม่มี
00:03:01 → 00:03:03เข้าส้วมทีกุมขมับ ปวดหัวตึบ
00:03:03 → 00:03:09ทำให้การขับถ่ายผิดปกติ เกิดอาการท้องผูกได้นะครับ
00:03:09 → 00:03:122. การรับประทานอาหารหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตของท่าน
00:03:12 → 00:03:17ปัจจุบันด้วยความเร่งรีบของเรา มักจะกินอาหารอะไรที่มันง่ายๆ
00:03:17 → 00:03:21วันนึงจะกินให้ครบ 5 หมู่ ยาก
00:03:21 → 00:03:22บางทีต้องรีบไปทำงาน
00:03:22 → 00:03:25ตอนเช้า...ข้าวเหนียวหมูย่าง
00:03:25 → 00:03:29ไม่มีผัก ไม่มีผลไม้
00:03:29 → 00:03:31ไม่มีกากใย แล้วมันจะถ่ายได้ยังไงครับ ?
00:03:31 → 00:03:32มันก็ท้องผูกกันอยู่นั่น
00:03:32 → 00:03:35บางทีรีบมาก น้ำก็ไม่ได้กินนะครับ
00:03:35 → 00:03:37ไม่กินน้ำ ก็ท้องผูกนะครับ
00:03:37 → 00:03:39สภาวะของร่างกายต่างๆ
00:03:39 → 00:03:43เช่น เครียด, วิตกกังวล, โรคซึมเศร้า
00:03:43 → 00:03:44ทำให้ท้องผูกได้หมด
00:03:44 → 00:03:45อันนี้ก็คือสาเหตุหลัก
00:03:45 → 00:03:48ถ้าแก้ไขสาเหตุหลักนี้ได้ แทบจะไม่ต้องกินยาแล้วนะ
00:03:48 → 00:03:52ถ้าแก้ไขสาเหตุ 3 อย่างนี้ได้
00:03:52 → 00:03:541. กิจวัตรประจำวันของท่าน
00:03:54 → 00:03:572. การเปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหาร
00:03:57 → 00:04:003. สภาวะร่างกายที่มีความเครียด
00:04:00 → 00:04:03ถ้าท่านแก้ 3 อย่างนี้ได้ โอเค เพอร์เฟค
00:04:03 → 00:04:04รับรองหายท้องผูก
00:04:04 → 00:04:07แต่มันไม่ใช่ว่าทำกันได้ง่ายๆ
00:04:07 → 00:04:09คราวนี้เรามาดูกันว่า...
00:04:09 → 00:04:13วิธีรักษาแบบไม่ใช้ยา มีเทคนิคอะไรบ้างครับ ?
00:04:13 → 00:04:17วิธีแก้ท้องผูกหรือเทคนิคการแก้ท้องผูกโดยไม่ต้องใช้ยา
00:04:17 → 00:04:21หลักๆ มี 4 ข้อนะครับ
00:04:21 → 00:04:231. การดื่มน้ำครับ
00:04:23 → 00:04:26แค่ดื่มน้ำถูกต้อง อาจจะทำให้หายท้องผูกเลยครับ
00:04:26 → 00:04:31วันนึงคนเราควรดื่มน้ำประมาณ 2 ลิตร
00:04:31 → 00:04:33ถ้าท่านจะเอาแบบเป๊ะๆ เลยนะ
00:04:33 → 00:04:36น้ำหนักของท่าน x 30 = ปริมาณมาณน้ำที่ต้องกิน
00:04:36 → 00:04:38ถ้าน้ำหนัก 50 x 30 = 1,500 cc
00:04:38 → 00:04:42ท่านต้องกินอย่างน้อย 1,500 cc หรือ 1.5 ลิตรต่อวัน
00:04:42 → 00:04:47ถ้าน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ก็ดื่มประมาณ 2 ลิตร
00:04:47 → 00:04:49ก็ให้จำง่ายๆ ครับ ดื่ม 2 ลิตร
00:04:49 → 00:04:51วันนึงต้องดื่ม 2 ลิตร ท่านดื่มถึงหรือเปล่า ?
00:04:51 → 00:04:53ต้องดื่มให้ถึงนะครับ
00:04:53 → 00:04:56การดื่มน้ำที่เหมาะสม ไม่ได้แก้แค่ท้องผูกนะ
00:04:56 → 00:05:00มันทำให้หน้าท่านเต่งตึง, ไม่มีริ้วรอย
00:05:00 → 00:05:03ไม่ต้องฉีดโบท็อกเลย ดื่มน้ำอย่างเดียวเลยนะ
00:05:03 → 00:05:04สบาย
00:05:04 → 00:05:08การดื่มน้ำที่ดีก็เหมือนการดีท็อกซ์อย่างนึง
00:05:08 → 00:05:13เพราะว่าร่างกายเรากินน้ำไปแล้วขับสารพิษของเสียออกทางไต
00:05:13 → 00:05:16น้ำก็เป็นส่วนที่เจือจางสารพิษในร่างกายให้ออกไปได้
00:05:16 → 00:05:20มันก็คือการดีท็อกซ์ทางแบบธรรมชาติของร่างกายชนิดหนึ่ง
00:05:20 → 00:05:21ไม่ต้องไปเสียเงินอะไรมากมาย
00:05:21 → 00:05:24กินแค่น้ำเปล่าชีวิตจะดีขึ้นมากแล้ว
00:05:24 → 00:05:26เทคนิคข้อแรก
00:05:26 → 00:05:31กินน้ำให้เพียงพอวันละ 2 ลิตรนะครับผม
00:05:31 → 00:05:332. การทานอาหาร
00:05:33 → 00:05:37การทานอาหารต้องทานอาหารที่มีกากใย
00:05:37 → 00:05:41อาหารที่มีกากใย ส่วนใหญ่ก็เป็นผัก, ผลไม้
00:05:41 → 00:05:49ชีวิตปัจจุบันถ้าต้องมีผัก, ผลไม้ด้วย ยากครับ
00:05:49 → 00:05:50แต่ต้องพยายามครับ
00:05:50 → 00:05:52ยิ่งโดยเฉพาะผู้ที่ท้องผูกนะครับ
00:05:52 → 00:05:58วันหนึ่งต้องกินผักหรือใยอาหารให้ได้วันละ 20-35 กรัม
00:05:58 → 00:05:59ฟังแล้วยากนะ
00:05:59 → 00:06:03สมมุติ ข้าวจานนึงแบ่งเป็น 4 ส่วนนะครับ
00:06:03 → 00:06:07ผัก, ผลไม้ 2 ส่วนต่อ 1 มื้อนะครับ
00:06:07 → 00:06:11กิน 3 มื้อ มื้อละ 2 ส่วนนะครับ
00:06:11 → 00:06:14แปลว่า ได้กากใยที่เพียงพอแล้วนะครับ
00:06:14 → 00:06:17แต่มีประเด็นนิดนึงครับ
00:06:17 → 00:06:21ถ้าท่านกินกากใยเพียงพอ แต่กินน้ำไม่เพียงพอ
00:06:22 → 00:06:28งานงอกเลย ท้องยิ่งโคตรผูกเลยครับแบบนี้
00:06:28 → 00:06:31กากใยมันต้องดูดน้ำเข้ามา
00:06:31 → 00:06:33ถ้าเรากินน้ำน้อยมันดูดน้ำไม่ได้
00:06:33 → 00:06:35มันต้องดูดน้ำมาทำให้อุจจาระมันนิ่ม
00:06:38 → 00:06:39มันถึงจะไหลออกง่าย
00:06:39 → 00:06:42ไม่ใช่เป็นก้อนแข็งๆ แบบนี้มันไหลออกมาไม่ได้
00:06:42 → 00:06:43อันนี้คือประเด็น
00:06:43 → 00:06:463. การออกกำลังกายครับ
00:06:46 → 00:06:48ต้องออกกำลังกายครับ
00:06:48 → 00:06:53ร่างกายขยับ ลำไส้ก็ขยับด้วยเหมือนกันนะครับผม
00:06:53 → 00:06:54ร่างกายเต้นแอโรบิค
00:06:54 → 00:06:55ลำไส้ก็เต้นแอโรบิค
00:06:55 → 00:06:57ร่างกายวิ่งจ๊อกกิ้ง
00:06:57 → 00:06:59ลำไส้ก็วิ่งจ๊อกกิ้งครับ
00:06:59 → 00:07:03ถ้าร่างกายท่านขยับ ลำไส้ก็บีบตัวได้ดีนะครับ
00:07:03 → 00:07:08แนะนำว่าให้ออกในความรุนแรงระดับกลางๆ
00:07:08 → 00:07:13ก็คือขณะที่ออกกำลังกาย ก็พอร้องเพลงช้าๆ ได้
00:07:13 → 00:07:20ไม่ใช่ร้องเพลงของพี่ตูน Bodyslam แรงๆ มันก็ไม่ใช่
00:07:20 → 00:07:23ร้องเพลงเบาๆ ไป ออกกำลังกายไปได้
00:07:23 → 00:07:25อย่างน้อยวันละ 30 นาที อาทิตย์ละ 5 วัน
00:07:25 → 00:07:26แต่ถ้าไม่ได้
00:07:26 → 00:07:30อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 วัน เพิ่มเวลาเป็น 45นาที - 1ชั่วโมง
00:07:30 → 00:07:31ก็จะดีขึ้นนะครับ
00:07:31 → 00:07:33เรื่องการออกกำลังกายนะครับ
00:07:34 → 00:07:374. ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา
00:07:37 → 00:07:41ถ้าท่านมีเวลาตอนเช้า ท่านก็ขับถ่ายตอนเช้า
00:07:41 → 00:07:46แต่ถ้าท่านไม่มีเวลาตอนเช้า ท่านก็ขับถ่ายตอนกลางคืน
00:07:46 → 00:07:52ให้ชัดเจนว่าจะเช้าหรือกลางคืน วันละครั้ง
00:07:52 → 00:07:53ก็เลือกเอา
00:07:53 → 00:07:56หรือจะก่อนอาหาร, หลังอาหาร มื้อไหนก็เลือกเอานะครับ
00:07:56 → 00:07:59แล้วเราก็จะทำอย่างนี้ทุกครั้งนะครับ
00:07:59 → 00:08:02การฝึกช่วงแรก ถ้าไม่ปวดก็ไปนั่งส้วม
00:08:02 → 00:08:03เทคนิคนะ
00:08:03 → 00:08:09ถ้าท่านมีเวลาตอนเช้า ตื่นแล้วก็ไปนั่งส้วม
00:08:09 → 00:08:13ถ่ายเลย ไม่ถ่ายก็นั่งอยู่นั่น แป๊บนึงสัก 5 นาที
00:08:13 → 00:08:15อย่านั่งนานมาก เพราะเดี๋ยวจะเป็นริดสีดวงนะครับ
00:08:15 → 00:08:18ทำอย่างนี้ทุกวันๆ เดี๋ยวสักพักนึงร่างกายจะปรับตัว
00:08:18 → 00:08:19ถ้าท่านว่างเย็น ท่านก็นั่งตอนเย็น
00:08:19 → 00:08:21ถ้าท่านว่างกลางคืน ท่านก็นั่งกลางคืนนะครับ
00:08:21 → 00:08:26เราฝึกให้ร่างกายชินกับเวลาที่เราจะขับถ่ายนะครับ
00:08:26 → 00:08:28ช่วงแรกๆ ก็ต้องบอกตามตรงครับ
00:08:28 → 00:08:33ถ้าท่านท้องผูก อาจจะต้องใช้ยาช่วยเพื่อเป็นกำลังใจกันสักนิดนึงนะครับ
00:08:33 → 00:08:39เพราะว่าบางครั้งกว่าจะรอปรับพฤติกรรม รูทวารก็เจ็บปวดมากมายแล้วนะครับ
00:08:39 → 00:08:43เดี๋ยวจะแถมเทคนิคเรื่องยาระบายให้ต่อครับ
00:08:43 → 00:08:49มาต่อกันที่ยาระบายหรือว่ายาแก้ท้องผูกนั่นเองนะครับ
00:08:49 → 00:08:51ต้องบอกแบบนี้ก่อนครับว่า...
00:08:51 → 00:08:57ยาแก้ท้องผูก, ยาระบายน้ำ มันเป็นทางเลือกที่รวดเร็ว ทันใจวัยรุ่นแบบพวกเรา
00:08:57 → 00:09:01อายุ 60-70 ก็ยังวัยรุ่นนะครับ ถ้าจิตใจเราวัยรุ่น
00:09:01 → 00:09:04สำหรับคุณป้า, คุณน้า, คุณอา ที่ดูอยู่นะครับ
00:09:04 → 00:09:06กด Like, Share ด้วยครับ
00:09:06 → 00:09:08ไปต่อกันนะครับ
00:09:08 → 00:09:14ยาแก้ท้องผูก ขอเน้นนะครับว่าช่วงแรกมันอาจจะช่วยท่านให้ขับถ่ายได้ดี
00:09:14 → 00:09:21แต่ว่าพอทานไปสักพัก ยิ่งต้องทานเยอะขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะขับถ่ายได้
00:09:21 → 00:09:23เพราะไม่ทานก็ขับถ่ายไม่ออกเลย
00:09:23 → 00:09:25อารมณ์เหมือนติดยาระบาย
00:09:25 → 00:09:28ถ้าไม่กินไม่ถ่าย แบบนี้แย่เลย
00:09:28 → 00:09:33การทานยาระบาย ไม่ควรกินเกินไป ไม่แนะนำให้กินเกิน 1 สัปดาห์นะครับ
00:09:33 → 00:09:35ยาต่างๆ ก็มีรายละเอียดดังนี้ครับ
00:09:35 → 00:09:37เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่าง 4 กลุ่มใหญ่ๆ
00:09:37 → 00:09:40เอาแบบง่ายๆ ที่พบได้บ่อยนะครับ
00:09:40 → 00:09:431. กลุ่มยาบิซาโคดิล
00:09:43 → 00:09:48กลุ่มยาบิซาโคดิลจะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อลำไส้ทำให้ทำงานได้ดีขึ้นนะครับ
00:09:48 → 00:09:52พอลำไส้บีบตัวได้ดี มันก็จะขับไล่อุจจาระของเราลงมา
00:09:52 → 00:09:54ยาตัวนี้ทำให้อุจจาระนุ่มด้วย
00:09:54 → 00:09:57ซึ่งยาตัวนี้ออกฤทธิ์ข้างเร็ว ภายใน 6-12 ชั่วโมง
00:09:57 → 00:10:00ถ้าใครรู้สึกอยากถ่ายมากเลย ตัวนี้แนะนำ
00:10:00 → 00:10:02เพราะว่าเร็ว 6-12 ชั่วโมง
00:10:02 → 00:10:04ยาตัวอื่นอาจจะใช้เวลานานกว่านี้
00:10:04 → 00:10:07เทคนิคลับ บอกที่นี่ที่เดียวนะครับ
00:10:07 → 00:10:10ควรรับประทานก่อนนอนครับ
00:10:10 → 00:10:14เพราะจะทำให้ถ่ายอุจจาระในตอนเช้าพอดี
00:10:14 → 00:10:15ฟินใช่ไหมครับ
00:10:15 → 00:10:18เรากินแล้วนอนเลย ไม่ต้องลุ้นอะไร
00:10:18 → 00:10:20ตื่นเช้ามาถ่ายเลย
00:10:20 → 00:10:22ชีวิตดีนะครับ
00:10:22 → 00:10:27โดยทั่วไปจะมีจำหน่ายทั้งยาเม็ด, ยาเหน็บนะครับ
00:10:27 → 00:10:30มีแบบยาเม็ดเคลือบให้ออกฤทธิ์ยาวนาน
00:10:30 → 00:10:32สามารถซื้อที่ร้านขายยยาได้ครับ
00:10:32 → 00:10:39ไปร้านขายยาที่มีเภสัชกร จะดีที่สุดครับ
00:10:39 → 00:10:42ถ้าเป็นเด็กๆ ต้องอายุ 4 ขึ้นไป ถึงจะใช้ได้นะครับ
00:10:42 → 00:10:44ต่ำกว่า 4 ขวบ ไม่แนะนำนะครับ
00:10:44 → 00:10:472. แล็กทูโลส
00:10:47 → 00:10:50ยาแล็กทูโลสจะออกฤทธิ์ช้าหน่อย
00:10:50 → 00:10:53กว่าจะออกฤทธิ์ประมาณ 48 ชั่วโมง หรือ 2 วันนะครับ
00:10:53 → 00:10:54ต้องใจเย็นๆ นะครับ
00:10:54 → 00:10:58ยาตัวนี้จะมีหลักการดูดน้ำกลับเข้ามาในลำไส้เยอะๆ
00:10:58 → 00:11:00เพื่อทำให้อุจจาระที่แข็ง มันนิ่มครับ
00:11:00 → 00:11:05ระวังเรื่องของการขาดน้ำ ต้องกินน้ำเข้าไปให้พอนะครับ
00:11:05 → 00:11:08ปกติยาตัวนี้จะจำหน่ายในรูปแบบที่เป็นน้ำ
00:11:08 → 00:11:11จะพกไปไหนมาไหน ไปต่างจังหวัด มันค่อนข้างลำบาก
00:11:11 → 00:11:14แต่ว่าถ้าอยู่บ้านก็สามารถเลือกทานได้นะครับ
00:11:14 → 00:11:20อายุต่ำกว่า 14 ปี ไม่แนะนำให้ใช้ยาตัวนี้นะครับผม
00:11:20 → 00:11:223. ยากลุ่มไซเลียม
00:11:22 → 00:11:26ยากลุ่มไซเลียมคือ ยาระบายกลุ่มเส้นใยหรือไฟเบอร์นะครับ
00:11:26 → 00:11:32ที่ขายกันอยู่ก็จะเป็นไฟโบรเจล, มิวซิลิน
00:11:32 → 00:11:33ก็ไปซื้อตามร้านขายยาครับ
00:11:33 → 00:11:36ถามเภสัชกรว่ามียากลุ่มไฟเบอร์มั้ย?
00:11:36 → 00:11:38จริงๆ ยากลุ่มนี้ค่อนข้างดีนะ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ?
00:11:38 → 00:11:42เพราะว่ามันจะทำเหมือนเรากินผักเข้าไปเยอะๆ
00:11:42 → 00:11:46ยาพวกนี้จะเป็นผงให้ผสมน้ำแล้วกิน
00:11:46 → 00:11:53มันจะพองตัว เหมือนเรากินผักเข้าไปเยอะๆ
00:11:53 → 00:11:55ไม่ค่อยได้กินผัก ก็กินพวกนี้แทน
00:11:55 → 00:11:59มันก็จะไปขยายตัว ทำตัวเหมือนกากใย มันจะอุ้มน้ำ
00:11:59 → 00:12:01แต่ว่ามีข้อเสียคือ...
00:12:01 → 00:12:07ถ้าเกิดเรากินน้ำน้อย กากใยพวกนี้มันจะแข็ง
00:12:07 → 00:12:08ยิ่งทำให้ขับถ่ายยาก
00:12:08 → 00:12:10เพราะฉะนั้นจะกินยากลุ่มนี้ต้องกินน้ำตามเยอะๆ
00:12:10 → 00:12:14วันนึงห้ามกินน้ำต่ำกว่า 2 ลิตร
00:12:14 → 00:12:15ถ้ากินยากลุ่มพวกนี้นะครับ
00:12:15 → 00:12:17ข้อเสียอีกอย่างนึงคือ...
00:12:17 → 00:12:193 วันครับกว่าจะออกฤทธิ์
00:12:19 → 00:12:22บางคนเร็วหน่อยก็ 1-2 วัน แต่ไม่มีเร็วกว่านั้นนะครับ
00:12:22 → 00:12:24ส่วนใหญ่เฉลี่ยคือ 3 วันกว่าจะออกฤทธิ์
00:12:24 → 00:12:29อาจจะต้องทนกันนิดนึงในช่วงแรกเพราะกว่าจะออกฤทธิ์หลายวันครับ
00:12:29 → 00:12:33อันที่ 4 ยาตัวนี้คุ้นเคยกันมากๆ เลย
00:12:33 → 00:12:354. ยากลุ่มมะขามแขก
00:12:35 → 00:12:41มะขามแขกออกฤทธิ์โดยการบีบลำไส้ ให้ลำไส้บิดตัวนะครับ
00:12:42 → 00:12:45ข้อเสียคือ มันจะค่อนข้างปวดท้อง
00:12:45 → 00:12:49ยาพวกนี้ เวลาเราให้ไปนานๆ ร่างกายจะดื้อ
00:12:49 → 00:12:52คือต้องกินเยอะขึ้นเรื่อยๆ นะครับ
00:12:52 → 00:12:56ซึ่งบางทีก็ทำให้การใช้ยาผิดหลักการ
00:12:56 → 00:12:58ไม่มียาก็ถ่ายไม่ได้
00:12:58 → 00:13:00เรียกว่าลำไส้มันดื้อยานะครับ
00:13:00 → 00:13:02ดื้อยาระบาย อันนี้อันตรายนะครับผม
00:13:03 → 00:13:08สรุปนะครับ สำหรับการใช้ยาระบาย
00:13:08 → 00:13:12เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกาย ไม่แนะนำให้ใช้ยาระบายเกิน 1 สัปดาห์
00:13:12 → 00:13:17ทุกตัวเลย ไม่แนะนำให้ใช้เกิน 1 สัปดาห์
00:13:17 → 00:13:21ถ้าท่านใช้ยาระบายเกิน 1 สัปดาห์ แปลว่าท่านเริ่มติดยาระบายแล้ว
00:13:21 → 00:13:26ต่อไปมันจะเริ่มเป็นวงจรที่น่าเศร้าครับ
00:13:26 → 00:13:29ถ้าเกิดไม่กินยาก็ถ่ายไม่ออก
00:13:29 → 00:13:34ก็จะท้องผูกไปตลอดกาล ไปตลอดชีวิต
00:13:34 → 00:13:37ชีวิตที่ท้องผูกมันแย่นะ
00:13:37 → 00:13:40การขับถ่ายได้มันคือสวรรค์ชั้น 1 เลย
00:13:40 → 00:13:46ท่านลองคิดดูดีๆ ว่าท่านเข้าห้องน้ำแล้วทรมานหรือสบาย
00:13:46 → 00:13:50ผมว่ามันเป็นอะไรที่สำคัญในชีวิตมากๆ
00:13:50 → 00:13:52ควรหยุดใช้ยาเมื่อมีอาการดีขึ้นแล้ว
00:13:52 → 00:13:55เพราะว่าตัวยาอาจดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุ
00:13:55 → 00:14:01มันจะทำให้ดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลงนะครับ
00:14:01 → 00:14:03ขณะใช้ยาควรดื่มน้ำบ่อยๆ
00:14:03 → 00:14:07ยาบางตัวจำเป็นต้องใช้น้ำในการช่วยให้ขับถ่าย
00:14:07 → 00:14:10การกินน้ำ ตัวมันเองก็ช่วยให้ขับถ่ายดีอยู่แล้วนะครับ
00:14:10 → 00:14:21ถ้าท่านลองปฏิบัติตามทุกอย่างภายใน 2 สัปดาห์ แล้วไม่ดีขึ้นนะครับ
00:14:21 → 00:14:23ผมว่าก็พบแพทย์ได้แล้ว
00:14:23 → 00:14:29ถ้าเกิดท่านใดอายุเยอะมีอาการท้องผูกเรื้อรัง, น้ำหนักลด ต้องรีบพบแพทย์นะครับ
00:14:29 → 00:14:35เพราะว่าบางทีการส่องกล้องโดยเฉพาะผู้ป่วยหรือว่าคนธรรมดาอายุ 50 ปีขึ้นไป
00:14:35 → 00:14:39เราแนะนำให้ส่องกล้องทางลำไส้ใหญ่ด้วย เพื่อดูว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า ?
00:14:39 → 00:14:40เป็นมะเร็งหรือเปล่า ?
00:14:40 → 00:14:42เดี๋ยวนี้รักษาได้แล้วนะครับ
00:14:42 → 00:14:44ไม่ต้องไปกินยาวิเศษ
00:14:44 → 00:14:48มาหาหมอธรรมดาได้เลยครับ รักษาได้หมดแล้ว
00:14:48 → 00:14:49พวกมะเร็งลําไส้ระยะแรกๆ
00:14:49 → 00:14:54แต่ถ้าท่านมาระยะหลังๆ มันก็ยากนะ มาตอนแบบช้าไปแล้ว
00:14:54 → 00:14:57มาระยะ 4 มันกระจายทั่วตัวแล้ว มันก็รักษายาก
00:14:57 → 00:15:03มาระยะ 1 รักษาปุ๊บ อยู่ต่อได้ 5-10 ปี สบาย
00:15:03 → 00:15:07การปรับพฤติกรรมโดยไม่ใช้ยาก็นับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
00:15:07 → 00:15:10ขอให้ทุกท่านเข้าห้องน้ำอย่างมีความสุขกันทุกคนนะครับ
00:15:10 → 00:15:12ถ้าท่านฟังมาถึงตรงนี้อย่าลืม...
00:15:12 → 00:15:15กด Like, Share, Subscribe และกดกระดิ่งนะครับ
00:15:15 → 00:15:20มีอะไรอยากถาม เรื่องอื่นก็ได้นะครับ ก็เขียนในคอมเม้นท์ข้างล่างนะครับ
00:15:20 → 00:15:23เดี๋ยวผมจะรวมแล้วก็ทำเป็นวีดีโอตอบนะครับ
00:15:23 → 00:15:26ท่านกดติดตามไว้ก็จะได้ดูวีดีโอที่ตอบคำถามของท่าน
00:15:26 → 00:15:30แล้วก็ดูของเพื่อนๆ ด้วยเผื่อถามอะไรตรงใจท่าน
00:15:30 → 00:15:31แล้วมาเจอกันใหม่ครับ
00:15:31 → 00:15:31สวัสดีครับ
00:15:31 → 00:15:33บ๊ายบาย