วัยไหนควรได้รับแคลเซียมมากที่สุด และต้องการปริมาณเท่าไหร่ต่อวัน

โรงพยาบาลธนบุรี : การกินแคลเซียมในแต่ละช่วงอายุ

จากช่อง : Thonburi Hospital Channel


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0100:00:12[เพลง]
00:00:3700:00:38อยู่แถวเสี้ยมเป็นส่วนประกอบสำคัญอยู่ในกระดูกและฟันถามได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอร่างกายเราจะดึงเอาแคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูกออกมาใช้ทำให้กระดูกบางลงทำให้แตกหักได้ง่ายแม้ว่าจะได้รับรายกระแทกยิ่งเล็กน้อยซึ่งเป็นอาการของโรคกระดูกพรุนโดยในแต่ละไว้ร่างกายต้องการแคลเซียมที่แตกต่างกันด้วยเหตุนี้เรามาลองดูกันนะครับว่าแต่ละช่วงอายุควรรับประทานแคลเซียมปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละวันหญิงตั้งครรภ์และคุณแม่ที่ต้องให้นมบุตรควรได้รับแคลเซียม
00:00:3800:00:411,200 ถึง 1,500
00:00:4100:00:50[เพลง]
00:00:5000:00:51มิลลิกรัมต่อวันซึ่งมากกว่าคนธรรมดาเพราะต้องถ่ายทอดสู่รูปเพื่อการพัฒนาโครงสร้างร่างกายของทารกในครรภ์เด็กทารกอายุไม่เกิน
00:00:5100:00:556 เนื้อควรได้รับแคลเซียม 400
00:00:5500:00:57มิลลิกรัมต่อวันและเมื่ออายุได้ 6
00:00:5700:01:00เดือนถึง 1 ปีก็ควรได้รับแคลเซียมเพิ่ม
00:01:0000:01:04คะซึ่งเป็น 600
00:01:0400:01:05มิลลิกรัมต่อวันและเมื่อเข้าสู่วัยเด็กอายุ
00:01:0500:01:08
00:01:0800:01:09ปีถึงสิบปีก็ควรได้รับแคลเซียมเพิ่มขึ้นเป็น
00:01:0900:01:16800 ถึง 1,200
00:01:1600:01:17มิลลิกรัมต่อวันเพราะอยู่ในช่วงที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตวัยรุ่นอายุ
00:01:1700:01:1911-20 4
00:01:1900:01:20[เพลง]
00:01:2000:01:21ปีควรได้รับแคลเซียมเพิ่มขึ้นอีกเป็น
00:01:2100:01:321,200 ถึง 1,500
00:01:3200:01:33มิลลิกรัมต่อวันเพราะเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเสริมสร้างกระดูกจึงควรได้รับแคลเซียมอย่างสม่ำเสมอผู้ใหญ่อายุ
00:01:3300:01:4025 ถึง 50 ปีควรได้รับแคลเซียม 1000
00:01:4000:01:41มิลลิกรัมต่อวันก็ถือว่าเพียงพอครับไว้สูงอายุ
00:01:4100:01:43
00:01:4300:01:48ปีขึ้นไปควรได้รับแคลเซียม 1,500
00:01:4800:01:49มีกรัมต่อวันเราเมื่ออายุเริ่มมากกว่า 30
00:01:4900:02:03ปีร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมได้น้อยร้องและไม่สะสมแคลเซียมอีกต่อไปทำให้กระดูกเริ่มเสื่อมลงทำให้เกิดปัญหาของกระดูกได้
00:02:0300:02:04[เพลง]
00:02:0400:02:06คะซึ่งเราสามารถเรื่องรับประทานอาหารเพื่อบำรุงกระดูกที่หาได้ง่ายใกล้ตัวดังนี้
00:02:0600:02:10
00:02:1000:02:17[เพลง]
00:02:1700:02:18ปลานับเป็นแหล่งของแคลเซียมชั้นยอดโดยเฉพาะปลาซาบีนและปลาแซลมอนรับประทานเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างและบำรุงกระดูกให้แข็งแรงได้
00:02:1800:02:28
00:02:2800:02:29โยเกิร์ตในโยเกิร์ตนอกจากจะมีแคลเซียมแล้วยังมีวิตามินดีแมกนีเซียมฟอสฟอรัสซึ่งเป็นแรก
00:02:2900:02:30
00:02:3000:02:32สำคัญที่ทำให้กระดูกมีความแข็งแรง
00:02:3200:02:38
00:02:3800:02:44[เพลง]
00:02:4800:02:49กล้วยเป็นอาหารที่สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกเสื่อมและข้อเข่าเสื่อมได้และยังมีวิตามินเอซีอีอีธาตุเหล็กโพแทสเซียมและแมกนีเซียมช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของโครงสร้างกระดูกได้
00:02:5000:02:50
00:02:5100:02:59นมถือเป็นอาหารบำรุงกระดูกอันดับต้นๆเพราะแคลเซียมในนมนะดูดซึมง่ายอีกทั้งยังหาซื้อได้ง่ายอีกด้วย
00:02:5900:03:03[เพลง]
00:03:0300:03:04เฮ้ยเฮ้ยถั่วอัลมอนด์เป็นแหล่งสารอาหารแมงกานีส
00:03:0400:03:08Vitamin E ไบโอติน copper
00:03:0800:03:31[เพลง]
00:03:3100:03:37
00:03:3700:03:42[เพลง]
00:03:4200:03:43และไบโอฟลาวินที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงและยังเพิ่มมวลกระดูกอีกด้วยเมื่อรู้ข้อดีและประโยชน์ของแคลเซียมแล้วก็อย่าลืมทานอาหารที่มีแคลเซียมให้เพียงพอกับแต่ละไว้และอย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอโดยที่ไม่หักโหมจนเกินไปเพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงและอยู่กับเราไปนานๆนะครับไม่ว่าคุณอยู่ที่ไหนความห่วงใยมีให้เสมอโรงพยาบาลธนบุรีถ้าไม่อยากพลาดข้อมูลดูแลสุขภาพดีๆแบบนี้อย่าลืมกดติดตามช่องธนบุรี
00:03:4300:03:46Hospital Channel นะคะอ่ะ
00:03:4600:03:49[เพลง]